31 สิงหาคม 2565

TOCA เร่งยกระดับขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์ ดันผู้ประกอบการอุตสาหกรรมท่องเที่ยว สู่ “ต้นแบบ” ผู้ประกอบการ “เกื้อกูลสังคม”

สมาคมผู้บริโภคอินทรีย์ไทย (TOCA) ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ยกระดับการมีส่วนร่วมของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เพื่อให้เกิด “ต้นแบบผู้ประกอบการเกื้อกูลสังคม”             ที่พร้อมร่วมเป็นพันธมิตรขับเคลื่อน “สังคมอินทรีย์” เดินหน้า จัดกิจกรรมสร้างความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์ให้ผู้ประกอบการกลุ่มนำร่อง กว่า 20 องค์กร พร้อมพัฒนา TOCA Platform และ Earth Points เป็นเครื่องมือช่วยสนับสนุนการดำเนินงานอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้               ณ สวนสามพราน จ.นครปฐม       


คุณอรุษ นวราช นายกสมาคมผู้บริโภคอินทรีย์ไทย หรือ Thai Organic Consumer Association (TOCA) กล่าวถึงการผลักดันให้เกิดต้นแบบผู้ประกอบการขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์ ว่า TOCA ได้จัดกิจกรรมเวิร์คช็อป เพื่อให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ สามารถซื้ออย่างเข้าใจ ได้มารู้จักเครื่องมือ TOCA Platform ที่ไม่ใช่แค่แพลทฟอร์มซื้อขายสินค้า แต่ยังสามารถบันทึกกิจกรรมจัดการขยะได้ด้วย รวมถึงการทำการตลาดด้วยระบบ Earth Points เพราะเราต้องการเชื่อมโยงผู้ประกอบการโรงแรม ร้านอาหาร และศูนย์การประชุม กับเกษตรกรอินทรีย์ที่อยู่บน TOCA Platform ให้มาเป็นพันธมิตรซื้อวัตถุดิบอินทรีย์โดยตรงจากเกษตรกรและตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของสินค้าได้




“ในการขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์ สิ่งที่เน้น คือ ต้องเข้าใจว่าสินค้าเกษตรอินทรีย์เป็นไปตามฤดูกาล และอาจมีความเสี่ยงทางธรรมชาติ ดังนั้นผู้ประกอบการต้องซื้ออย่างเข้าใจ สิ่งที่ควรจะทำคือ ผู้ประกอบการและเกษตรกรร่วมวางแผนการผลิตและรอบการจัดส่งให้สอดรับกับความต้องการซื้อขาย เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ต่อเนื่อง หรือสามารถปรับเมนูให้มีความยืดหยุ่น” คุณอรุษ กล่าว

สำหรับผู้ประกอบการที่มาเข้าร่วมขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์ นอกจากจะได้ประโยชน์ด้านความปลอดภัยต่อสุขภาพ ด้านการตลาด ยังช่วยสร้างรายได้ให้เกษตรกร สร้างความยั่งยืนในชุมชนด้วย ซึ่งมีการบันทึกข้อมูลการซื้อสินค้าอินทรีย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จะได้ประโยชน์ด้านการตลาดจาก TOCA Platform ซึ่งมีการบันทึกข้อมูลการซื้อสินค้าอินทรีย์ สามารถนำมาคำนวณเป็นตัวเลขหรือวัดค่าผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม และในระยะต่อไปกำลังพัฒนาให้สามารถคำนวณคาร์บอนฟุตปริ้นท์ได้ด้วย เพื่อช่วยตอบโจทย์ นโยบายด้านสิ่งแวดล้อม และเป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กร

ปัจจุบัน มีเกษตรกรอินทรีย์ลงทะเบียนอยู่ใน TOCA Platform กว่า 1,000 ราย ส่วนผู้ประกอบการมีกว่า 60 ราย  สำหรับผู้ประกอบการที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ อาทิ Thai and country sport club, Sivatel Bangkok, Dusit International, ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติติ์, RakXa Village Sampran, The Athenee Hotel, a Luxury Collection Hotel Bangkok, RakXa Wellness & Medical Retreat, มูลนิธิใบไม้เขียว, สยามเบย์ชอร์ รีสอร์ทพัทยา, Grand Hyatt Erawan Bangkok, Reignwood Park, บริษัท อาร์ดับบลิว เวลเนส จำกัด, Canalis Suvarnabhumi Airport Hotel, Novotel Bangkok Bangna, Pukpun Life เหล่านี้เป็นต้น

คุณกิตติมา สุขโชค Assistance Director of F&B Development ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กล่าวว่า การดำเนินธุรกิจในปัจจุบันให้ความสำคัญกับความยั่งยืนอย่างมาก ดังนั้น การดูแลสิ่งแวดล้อมจึงอยู่ในความสนใจด้วย โดยเฉพาะในส่วนของเศรษฐกิจมีเรื่องของ green procurement  เข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ใช่การจัดหาสินค้าหรือวัตถุดิบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่เกี่ยวกับความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจด้วย ซึ่งในเรื่องสิ่งแวดล้อมต้องดูต้นทางตั้งแต่แหล่งซื้อวัตถุดิบ เพื่อจะลดปัญหาปลายทางโดยเฉพาะขยะย่อยสลายยาก โครงการนี้ตรงกับนโยบายของศูนย์ฯ หากสามารถจัดหาวัตถุดิบจากท้องถิ่นเหล่านี้มาสู่ผู้บริโภคได้จะดีแน่นอน สำหรับ TOCA Platform มีข้อดีคือใช้งานง่าย และเห็นว่าตั้งใจให้ครบวงจร ทั้งในส่วนระบบการจัดซื้อวัตถุดิบอินทรีย์ และแอพพลิเคชั่นการจัดการของเสีย

 ด้าน คุณสุกัญญา อุดมทรัพย์ Purchasing Manager The Athenee Hotel, a Luxury Collection Hotel Bangkok กล่าวว่า ทางโรงแรมมีนโยบายสนับสนุนสินค้าท้องถิ่นโดยเฉพาะสินค้าอินทรีย์ ซึ่งที่นี่ใช้ข้าวออร์แกนิกทั้งหมดอยู่แล้ว สำหรับ TOCA Platform ที่นำเสนอมาต้องให้เชฟช่วยคิดว่ามีอะไรที่สามารถสั่งซื้อต่อเนื่องได้ทุกสัปดาห์ เพื่อใช้เป็นตัวตั้งหรือโจทย์ เพื่อให้เกษตรกรนำไปวางแผนผลิต เช่น ผลไม้ที่สามารถวางแผนจัดการได้ อย่างสับปะรด แตงโม มะละกอ ทุกโรงแรมใช้แน่นอน อย่างไรก็ตามคิดว่า TOCA Platform เป็นแพลทฟอร์มที่มีความน่าสนใจ


คุณกฤษฎา เตชะมนตรีกุล Vice President Portfolio Management and Managing Director Dusit Foods กล่าวว่า กลุ่มดุสิตฯ จัดหาสินค้าหรือวัตถุดิบอินทรีย์ในเครือข่ายของ TOCA อยู่แล้ว และคิดว่าน่าจะยกระดับให้เพิ่มขึ้นได้อีก เนื่องจากกลุ่มดุสิต มีโรงแรมกว่า 10 แห่งกระจายอยู่ทุกภาคในประเทศไทย ที่ผ่านมามีการซื้อข้าวออร์แกนิกโดยตรงจากเกษตรกรทุ่งกุลาร้องให้  และมองว่าน่าจะเพิ่มจำนวนการสั่งซื้อพืชผักออร์แกนิกมากขึ้นได้ เพราะการซื้อโดยตรงกับเกษตรกร โดยตัดพ่อค้าคนกลาง น่าจะช่วยให้การทำธุรกิจเกิดขึ้นได้ เพราะราคาจะไม่แพงเกินไป และมีกระจายอยู่ในหลากหลายพื้นที่ รวมทั้ง การมี TOCA Platform ที่ช่วยรวมกลุ่มเกษตรกรเอาไว้ น่าจะทำให้การบริหารจัดการทำได้ง่ายขึ้น

TOCA Platform เปิดโอกาสในการเชื่อมห่วงโซ่ของเกษตรกร ผู้ประกอบการโรงแรม ร้านอาหาร ผู้บริโภค ให้สามารถซื้อขายสินค้าอินทรีย์ พร้อมรับคะแนนสะสม Earth Points แลกรับโปรโมชันต่างๆ ได้ สนใจมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งขับสังคมอินทรีย์กับสมาคมผู้บริโภคอินทรีย์ไทย (TOCA)  ติดต่อ 098-3915896

หรือ Line OA: TOCA Platform ที่ลิงค์นี้ https://lin.ee/5AobBje 

ติดตามได้ที่ Facebook: TOCA Platform

Refresh Life .... by the way ไปเที่ยวใหม่ ให้ใจฉ่ำ

Lifestyle สร้างสุข ... สุขภาพดี ที่...เขาใหญ่

เริ่มกันแล้ว .... ออกเดินทางไปเที่ยวใหม่... ให้ใจฉ่ำกับพวกเรา ทีมงานกลุ่มเล็กๆ ที่จะพาไปแสวงหาแรงบันดาลใจ ให้การเดินทางไม่ใช่เพียงเพื่อจุดหมายปลายทาง หากแต่หมายถึงความสุขในทุกจังหวะของการใช้ชีวิต กับโครงการ “Refresh Life .... by the way”

รีเฟรชร่างกายที่ไหนดี ? อย่าลืมออกไปสูดอากาศบ้าง เพราะการอุดอู้อยู่ภายในห้องทั้งวันยิ่งเพิ่มพลังงานลบให้เราได้ไม่รู้ตัว ดังนั้นการเพิ่มพลังบวกคือการรับสิ่งใหม่ๆ โดยไม่ต้องคิดอะไรเยอะจนเกินไป ทั้งหมดไม่ได้ช่วยแค่เรื่องภายนอก แต่จะทำให้ภายในของเราเหมือนเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง  เพื่อเป็นการรีสตาร์ตชีวิตได้ในช่วงเวลาหนึ่ง ที่ขาดไม่ได้สำหรับการรีเฟรชตัวเองให้สดชื่นตลอดเวลาคือ การที่ได้มาเยือนสถานที่ธรรมชาติที่มีสีเขียว 




การเดินทางที่ผนวกเอาแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ Wellness Tourism เชื่อมโยงกับแนว ECO / Nature ชวนคนไทยเดินทางด้วยการผสานการพักผ่อนเชิงสุขภาพ ทั้งอาหาร สปา และท่องเที่ยวท่ามกลางธรรมชาติ กางเต็นท์ ดูดาว เพื่อสร้างความสมดุลทั้งร่างกายและจิตใจให้เกิดการพักผ่อนอย่างแท้จริง โดยสามารถขับรถเดินทางท่องเที่ยวในระยะเวลาสั้นๆ จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

โดยทริปนี้ wefiethailand  อยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา จุดเริ่มต้นของจังหวัดที่ขึ้นชื่อเรื่องผืนป่ามรดกโลก สวรรค์แห่งนักท่องไพร บ้านหลังใหญ่ของสัตว์ป่า ที่ที่โอบอุ้มด้วยธรรมชาติและอากาศบริสุทธิ์

สถานที่แรกที่ทีมงานตั้งใจเป้นแห่งแรก  ไปแวะที่ Green Me  หลังแพลนสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับทริปนี้ Green Me Organic Farm - เกษตรอินทรีย์ ออร์แกนิค ฟาร์ม ถ้าจะเรียกที่นี่ว่าเป็น 'ฟาร์มเกษตรอินทรีย์แบบผสมสมัยใหม่' ก็คงจะไม่ผิด. ด้วยพื้นที่กว้างหลายสิบไร่ใจกลางปากช่อง มาจากความฝันเล็กๆ ที่จะมีบ้านอันแสนอบอุ่นของตนเอง ที่เน้น “ปลูกผัก” สร้างแหล่งอาหารด้วยตนเอง จึงกลายมาเป็นแหล่งปลูกผักออร์แกนิคที่มีคุณภาพ และ มาตรฐาน เหนือสิ่งอื่นใดฟาร์มกรีนมี เป็นมากกว่าฟาร์มเกษตรอินทรีย์ แต่ยังสะท้อนถึงวิถีชีวิตแบบใหม่ที่ผสมผสานไปด้วยความคิดสร้างสรรค์อันบรรเจิด สู่สถานที่ๆจะมอบประสบการณ์ชีวิต และรอยยิ้ม



Green Me Organic Farm เกษตรอินทรีย์ ออร์แกนิค ฟาร์ม เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาด สำหรับการไป refresh life บริหารงานโดย คุณกิ๊ก - อุบลรัช  อาภาพันเลิศ  Manager Director และคุณไมเคิล กร๊าน สามี Chief Executive Officer ตั้งอยู่ที่หนองสาหร่าย ทางหลวงหมายเลข 2235 ห่างจาก Lotus ปากช่อง 14 กิโลเมตร ติดถนนใหญ่จะเห็นป้ายคัทเอาท์ขนาดใหญ่ บ่งบอกถึงบรรยากาศภายใน
ซึ่งทั้งสองท่านบุกเบิกพื้นที่แห่งนี้มานานนับสิบปี

“ที่ที่มี ฟาร์มทัวร์ ฟาร์มสเตย์ ฟาร์มคาเฟ่และฟาร์มโพรดักส์ 4 จิ๊กซอว์ หลักของ กรีน มี ที่นำเสนอ เมื่อทุกคนผ่าน education tour ของที่นี่แล้ว จะรับรู้ว่า ทุกอย่างมีคุณค่า”  Wefiethailand ได้คุยกับคุณกิ๊กที่ให้ข้อมูลอย่างเป็นกันเอง พร้อมกับพานั่งรถกอล์ฟเยี่ยมชมสถานที่ Green Me Organic Farm เกษตรอินทรีย์ ออร์แกนิค ฟาร์ม เริ่มจากการทำบ้านไว้อยู่เองและสวนทั้งหมดก็ปลูกทุกอย่างที่อยากทาน วันหนึ่งก็มีคนบอกว่าเราสามารถทำเป็นฟาร์มทัวร์นำคนเข้ามาดูได้ นั่นคือจุดเริ่มต้นในฟาร์มเราจะมีของที่หลากหลาย จะไม่เหมือนกับฟาร์มทั่วไปที่มีไม่มีอย่าง จะมีผลผลิต 70 อย่างที่ทานได้ในสวนของเรา และมีสัตว์เลี้ยงน่ารักอยู่ด้านล่างด้วย

นักท่องเที่ยว  แวะมาท่องเที่ยว ที่นี่มีกิจกรรมฟาร์มทัวร์เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ที่นี่ทำสองภาษา มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ สัมผัสกับชีวิตเกษตรกร  ภายในหนึ่งชั่วโมงครึ่ง กิจกรรมต่างๆ  เช่นการเก็บผัก เก็บผลไม้ เก็บเห็ดแล้วแต่ฤดูกาล มีการให้อาหารสัตว์ต่างๆ เพื่อให้เห็นว่าสัตว์ที่นี่แต่ละชนิด กินอาหารอย่างไร มีที่มาที่ไปอย่างไร เมื่อทำกิจกรรมฟาร์มทัวร์เสร็จแล้วก็มาพักทานอาหารได้ที่ Farm Cafe และสำหรับผู้ที่ต้องการมาพัก ในบรรยากาศ Farm Stay เป็นอย่างไรรวมถึง Farm Product อาหารสุขภาพด้วย



ฟาร์มสเตย์

ฟาร์มทัวร์ 

ฟาร์มสเตย์ของเรามีเพียง 6 ห้อง มีความเป็นส่วนตัวและ Exclusive มาก ลูกค้าจะคิดว่าลำบากหรือเปล่า
แต่จริงๆ แล้ว ที่นี่ มี wifi hotspot ทุกจุด มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

กรีนมี ออร์แกนิค ฟาร์ม ได้การรับรองผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ โดย Organic Thailand ด้วยหมายเลข TAS 5189 นอกจากนี้ กรีนมี ออร์แกนิค ฟาร์ม ยังได้รับมาตรฐาน “อ.ย.” ในส่วนของการผลิตสินค้าออร์แกนิคไม่ว่าจะเป็น ผัก ผลไม้ ออร์แกนิค, สินค้าแปรรูป Premium Homemade Grade 

โดยวันนี้เราจะพาไปเก็บผลไม้ เมล่อน Butternut , Spaghetti  Squash , ผักสลัด ลาเวนเดอร์ โรสแมรี่ หลังจากสาละวนอยู่กับน้อง หมู น้องไก่ ในคอกแสนสะอาด ต้องบอกว่า ที่นี่เลี้ยงสัตว์ได้สะอาดอย่าบอกใคร ไม่มีกลิ่นให้เสียอารมณ์กันเลย นอกจากนี้ยังมีโอกาสได้ชิม มะเขือเทศ พันธ์ที่หวานอร่อย ใครที่ไม่ชอบและไม่เคยทานบอกเลยว่า เปลี่ยนใจมาแล้วทุกคน

สนใจ สามารถเข้าไปดูได้ที่ Facebook: Green Me Organic Farm
หรือ IG: greenmeorganic แนะนำไลน์ @greenmeorganic
โทร 0899266535 เปิดทุกวันยกเว้นวันพุธ
https://toptotravel.com/2021/01/19/green-me-organic-farm-khao-yai/


เดอะ เปียนโน เวลเนส รีสอร์ท 
ชีวิตคนเมือง  ต้องตื่นเช้ามาพบกับความงัวเงียและอ่อนเพลียจากการทำงาน หากเป็นวันหยุดพักผ่อนแน่นอนว่าอยากให้ดูแลสุขภาพการใช้ชีวิตประจำวันที่ช่วยเติมความสดชื่น.... 

หลังจากนั้นเดินทางกันต่อ คราวนี้ไปที่เดอะ เปียนโน เวลเนส รีสอร์ท ที่นี่เตรียมจัดแพคเกจกิจกรรมสร้างสุข เอาไว้ให้กับผู้เข้ามาใช้บริการแบบเต็มอิ่ม ทั้งกายและใจกันเลยทีเดียว พักที่นี่ เราพบกับ พี่แอ๋ว ดร.วัชรี ปรัชญานุสรณ์ ดร.ไพบูลย์ ปรัชญานุสรณ์ สองผู้บริหารหลักของเดอะเปียนโน เวลเนส รีสอร์ท , อ.ธรรมรงค์ ราชานุสิกะ จากกฎบัตรไทย ที่มาร่วมบอกเล่าถึงนวัตกรรมเวลเนสของระเบียงเศรษฐกิจในการขับเคลื่อนประเทศ ร่วมกันประชุมเพื่อกำลังตระเตรียมกิจกรรมต่าง ๆ รองรับการกลับมาพลิกฟื้นหัวใจแบบท่องเที่ยวใหม่ ให้ใจฉ่ำ



ศักดิ์ชาย ผลพานิชย์ ประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา 

โดยมี คุณศักดิ์ชาย ผลพานิชย์ ประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา ได้ให้ข้อมูลความเป็นมาด้วยว่า เป็นกิจกรรมแรกหลังจากมีการ Kick Off โครงการ Korat Wellness Corridor เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ช่วงนี้เป็นระยะเวลาของการเตรียมการเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวเต็มรูปแบบ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการประมาณปลายปีนี้ กิจกรรมต่างๆ มีทั้งพาไปเดินป่าชมธรรมชาติบนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ การพาไปชมสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ของจังหวัด ไฮไลท์คือการเข้าสู่โครงการ Korat Wellness Corridor คือสุขภาพ การนวดตัว การนวดเท้า การรมยา การบำบัดทาง Therapist และรูปแบบใหม่ๆ ในเรื่องของการดูแลสุขภาพ ถือว่าเป็นไฮไลท์อีกอย่างหนึ่งของจังหวัด คาดว่าจะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเราในอีกหนึ่งสาขา นอกจากภาคอุตสาหกรรมและภาคพาณิชยกรรม การท่องเที่ยวแล้ว ซึ่งอาจจะแยกเป็นสองประการคือ Medical Tourism การรักษาสุขภาพคนที่มีความเจ็บป่วยต่างๆ และอีกหนึ่งคือ Wellness การดูแลก่อนที่จะป่วย




ติดตามรายละเอียดต่างๆ ได้จาก เวปไซต์หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา www.ncc.or.th เวปไซต์สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของจังหวัดนครราชสีมา www.fti.or.th หรือ ที่ www.thepianoresort.com จะนำเสนอเป็นโปรแกรมสำหรับผู้ที่สนใจได้เข้ามาใช้บริการ

ดร.วัชรี ปรัชญานุสรณ์ กรรมการผู้จัดการ เดอะ เปียน โน รีสอร์ท เขาใหญ่ และ ประธานอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา ยืนยันความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวในรูปแบบของ Wellness Destination ว่า“หลังจากสถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลาย วันนี้ทางเดอะเปียนโนเตรียมความพร้อมเพื่อกลับมาพลิกฟื้นเศรษฐกิจ เพื่อการเดินไปข้างหน้าในการเป็น Destination ด้านการดูแลสุขภาพ โดยมีการจัดเตรียมกิจกรรมต่างๆ ภายในให้เป็น the piano wellness resort บรรยากาศท่ามกลางธรรมชาติบนเนื้อที่ 30 ไร่ ห้องพัก 72 ห้อง และในอนาคตอันใกล้ไม่เกินสิ้นเดือนนี้ จะมีการเพิ่มเติมที่พักในรูปแบบของ Pool Villa





เดอะเปียนโน เริ่มต้นสร้างขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ Musical Resort การออกแบบตกแต่งจะมีแกรนด์ เปียนโน ตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขา มีอาคารคีย์เปียนโนที่ยาวที่สุด มี 4 อ. คือ อากาศดี อาหารดี อารมณ์ดี การขับถ่ายดี ทำให้ร่างกายของเรามีสุขภาพที่ดีในโครงการ Korat Wellness Corridor ทางรีสอร์ทได้เตรียมความพร้อมสำหรับ โปรแกรม “Wellness” โดยเลือกที่จะทำในสิ่งที่เราถนัดก่อน ตอบโจทย์ที่เป็นเอกลักษณ์และเป็นอัตลักษณ์ของเดอะเปียนโน ผู้ที่จะเข้ามาเราเรียกว่า holistic Wellness แพคเกจการดูแลสุขภาพองค์รวม



โดยเตรียมกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ ดนตรี ออกกำลังกาย อาหาร สุขภาพ ศิลปะ นวดแผนไทย Bio qr เดินป่ามรดกโลก โยคะ กิจกรรม ทำลูกประคบ ปลูกแคนตัส ผ้ามัดย้อมธรรมชาติ  เช่น ในส่วนของการเดินป่ามรดกโลก เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่เราจะพาเข้าไปอาบป่า โอบต้นไม้ ที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ พื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติ ( World Heritage Site ) และอุทยานมรดกแห่งอาเซียน ( ASEAN Heritage Park) เป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำลำธารที่สำคัญหลายสาย มีความหลากหลายทางชีวิภาพและเป็นบ้านหลังใหญ่ของสิ่งมีชีวิตที่สำคัญหายากและใกล้สูญพันธ์หลายชนิด





ในส่วนของกิจกรรมเดินป่า คุณชัยยา ห้วยหงส์ทอง หัวหน้าอุทยานฯ ยืนยันว่า เขาใหญ่เราพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวตลอดเวลา เพียงแต่ช่วงโควิดทำให้นักท่องเที่ยวลดน้อยลง แต่ตอนนี้เพิ่มมากขึ้น ปีนี้ตัวเลขที่เดินทางเข้ามาครบล้านไปแล้ว ปลายฝนต้นหนาวเป็นช่วงไฮซีซั่นของเขาใหญ่ นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติกลับมาแล้ว เพราะเรามีหน้าผา น้ำตกเหวสุวัต เหวนรก ที่เที่ยวเยอะมาก มีจุดกางเต็นท์ มีพื้นที่ค่อนข้างหลากหลาย สัตว์ป่าอุดมสมบูรณ์ อากาศดีมาก อุณหภูมิกลางคืนไม่เกิน 20 องศา


ชัยยา ห้วยหงส์ทอง หัวหน้าอุทยานฯ

                                                                                                                                                                    เดินป่าศึกษาธรรมชาติ การที่ไปเที่ยวชมอุทยานความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ ได้ไปฟังเสียงน้ำตกที่ไหล ฟังเสียงน้ำจากลำธาร พาร่างกายและจิตใจ นั่งชิล ชมธรรมชาติสุดแสนจะรื่นร่มย์ ช่วยให้ผ่อนคลายในเส้นทางการเดินป่าที่นำมาเป็นกิจกรรมร่วมกับทาง เดอะ เปียนโน จัดให้เดินในระยะสั้นๆ หนึ่งกิโลเมตร เพื่อศึกษาธรรมชาติ เหมาะสำหรับการร่วมแพคเกจในครั้งนี้ เพราะไม่เหนื่อยมากและไม่เสียเวลามาก แต่ก็ได้สัมผัสกับธรรมชาติ ที่ขาดไม่ได้สำหรับการรีเฟรชตัวเองให้สดชื่นตลอดเวลาคือ การที่ได้มาเยือนสถานที่ธรรมชาติที่มีสีเขียว

เดินป่าศึกษาธรรมชาติ

จะเดินป่าในเขาใหญ่ต้องทำอย่างไร?...สำหรับคนที่ออกกำลังน้อย เส้นทางหนึ่งกิโล หยุดชื่นชมธรรมชาติตามระยะ ที่นี่เส้นทางเดินค่อนข้างสะดวก พื้นทางเดินปรับปู ไม่อันตราย แต่หากจะไปช่วงนี้อยากให้แวะไปที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อุดหนุนถุงกันทากกันซะหน่อย ว่าที่จริง...เจ้าถุงกันทากนี่ ไม่ได้มีไว้เพื่อกันทาก เพียงแต่ทำให้เห็นตัวทากชัดเจนขึ้น ง่ายต่อการจัดการกับเจ้าตัวกระดึ๊บนี้มากกว่า แม้จะไม่ได้กันทาก แต่เพราะมีสัญลักษณ์รูปสัตว์หลากชนิดที่พิมพ์อยู่บนถุงเท้ากันทาก พร้อมโลโก้บ่งบอกความยิ่งใหญ่ของอุทยานฯ  อย่างน้อยก็ถือว่าเป็นของที่ระลึกที่น่าเก็บไว้เป็นความทรงจำไม่ใช่หรือ?



เส้นทางศึกษาธรรมชาติในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่



จะเดินป่าในเขาใหญ่ต้องทำอย่างไร?

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เป็นอุทยานแห่งแรกของประเทศไทย ที่มีความสำคัญทั้งในระดับโลก และภูมิภาค ด้วยสภาพพื้นที่เป็นเขาสูงที่เป็นขอบของที่ราบสูงอีสาน ทำให้อุทยานเป็นแนวดักน้ำฝน ก่อเกิดเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารหลายสาย ที่กำเนิดความหลากหลายของพันธุ์พืช และสัตว์ป่า อุทยานจึงเปรียบเหมือนบ้าน และโรงเรียนให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาพัก และเรียนรู้ที่จะรักษ์ และหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อช่วยกันปกป้อง “บ้าน” ของพวกเราทุกคน เดินป่าศึกษาธรรมชาติติดต่อสอบถาม : เบอร์โทรศัพท์ 086-0926529, 081-0639241

ดร.วัชรี ปรัชญานุสรณ์ กรรมการผู้จัดการ เดอะ เปียน โน รีสอร์ท เขาใหญ่

กิจกรรมถัดไปจากการรังสรรค์ของพี่แอ๋ว คือ นวด ใช่...นวดคะนวดโดย ห้องนวดของที่นี่ตั้งอยู่ริมสระบัวขนาดใหญ่ท่ามกลางธรรมชาติ กระจกเปิดโล่งให้ได้สัมผัสสายลมเเย็นๆ ด้านนอก มองเห็นบึงบัวแบบพาโนรามารื่นรมย์ดีแท้


เทอราปิส ที่มาให้บริการเป็นความร่วมมือระหว่างเดอะ เปียนโน ฯ กับ รพ.ปากช่อง นานา เพื่อให้การนวดสามารถทำได้ตามความต้องการของผู้เข้ามาใช้บริการ เทอราปิสจะถูกฝึกมาเป็นอย่างดีเพื่อรับมือกับการนวดเพื่อสุขภาพในหลากหลายรูปแบบ สำหรับลูกค้าหรือผู้ใช้บริการต้องการให้นวดเพื่อรักษาเฉพาะ เช่นออฟฟิศซินโดรม เป็นการนวดรักษาบริเวณที่ปวดโดยเฉพาะเช่นบ่า คอ หรือศีรษะ จะช่วยทำให้ผ่อนคลายมากขึ้น

“หลังจากเดินป่าเสร็จ มีการผ่อนคลายหายเหนื่อยด้วยการนวดเท้า นวดตัว ที่นี่มีการจัดเตรียมห้องรมยา (อบสมุนไพร) เพราะพื้นที่อยู่ท่ามกลางขุนเขา ชุมชนย่านนี้เพียบพร้อมด้วยสมุนไพรหลากหลายชนิด เช่นเดียวกับ อาหาร อินทรีย์หาได้จากชุมชนในพื้นที่โดยรอบเช่นกัน”

“ชวนเธอ ไปชมดาว” 

กิจกรรมดูดาว อีกหนึ่งไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้ เพราะเดอะเปียนโน เวลเนส รีสอร์ท เป็นสถานที่ซึ่งได้รับมอบโล่และขึ้นทะเบียนเป็นเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดในประเทศไทย ประเภท “เขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดส่วนบุคคล (Dark Sky Properties)” ภายใต้โครงการ   Dark Sky in Thailand   โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) เพื่อส่งมอบประสบการณ์เที่ยวยามค่ำคืน “ชวนเธอ ไปชมดาว” โดยแนะนำเส้นทางท่องเที่ยวดูดาวทั่วทุกภูมิภาคของไทย

ซึ่งจะทำให้เห็นว่าการดูดาวไม่จำเป็นต้องไปไกล หรือไปในที่ที่เดินทางลำบาก ซึ่งอาจจะทำให้ไม่สามารถเข้าถึงได้ แต่การดูดาวสามารถอยู่ในที่ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกเพียบพร้อมได้ ซึ่งผู้ที่ได้รับการคัดเลือกให้ขึ้นทะเบียนมีภาคเอกชนเพียง 6 แห่งเท่านั้นในประเทศ ที่นี่จะเป็นจุดเริ่มต้นที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้จุดประกายให้เห็นพื้นที่ดูดาวในภาคเอกชน  

ส่วนกิจกรรม ดนตรีเพื่อการฟื้นฟู โดย ดร.ไพบูลย์ ปรัชญานุสรณ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรี ซึ่งเป็นนักดนตรีและเป็นเจ้าของเดอะเปียนโน ซึ่งได้ดีไซน์ดนตรีของอีสานให้ผู้ที่เข้ามาทำกิจกรรมสามารถเล่นได้ง่าย ภายในเวลา 2 ชั่วโมง และสามารถร่วมทำกิจกรรม แฟร์เวลได้ โดยมีสองอาจารย์ คุณประธาน นักดนตรี และคุณสราวุฒิ ภาณุวัฒน์ เป็น Instructor

ดังที่ ดร.วัชรี เปรยไว้ว่า “เดอะเปียนโน เวลเนส รีสอร์ท ตั้งใจให้ผู้ที่สนใจเข้ามาในสถานที่แห่งนี้แล้ว กลับออกไปอย่างมีสุขภาพ

นี่กระมัง ... กับความหมายของการเดินทางในแบบของเรา  ... แผ่วพลิ้ว... อ่อนเบา... ฟังเสียงหัวใจ ตึกตัก ตึกตัก... เนิบช้า ....หากแต่ยั่งยืน มั่นคง”

..... “หากจะเปรียบ “ชีวิต”เป็นดั่งบทเพลง สักเพลงหนึ่ง “สุขภาพ”คงเปรียบเสมือน “ท่อนฮุค”ของเพลงนั้น มาร่วมกันปรับแต่งบทเพลงชีวิตของคุณ ตามหาตัวโน้ตที่ขาดหาย ทำลายตัวโน้ตที่เกินออก เพื่อเรียบเรียงบทเพลง ๆนี้ให้ลื่นไหล ไพเราะ สวยสดและงดงามกับเราที่นี่ The Piano Wellness Resort “

ชวนคนที่คุณอยากให้ไปด้วย คงจะช่วยให้ร่างกายและจิตใจของเรารีเฟรชได้ไม่น้อย 






ฝึกจิตถวายเป็นพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2565 นางสาวขวัญเรือน อภิมณฑ์ ประธานมูลนิธิ มศว พร้อมด้วย พลตำรวจตรี ทนัย อภิชาติเสนีย์ รองประธานพลเรือตรี ไพรัช เทียนศิริฤกษ์ รองประธาน และกรรมการบริหารมูลนิธิมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ หรือมูลนิธิ มศว. จัดกิจกรรมถวายเป็นพระราชกุศล  เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเจริญพระชนมพรรษา 90 พรรษา ในวันที่ 12 สิงหาคม พุทธศักราช 2565 โดยการจัดแสดงธรรม ปฏิบัติฝึกจิต โดยพระอาจารย์ธัม์มทีโป พระอาจารย์สุรพจน์ สัท์ธาธิโก และคณะศิษย์ มอบทุนสนับสนุนการจัดการศึกษา จำนวนเงิน 100,000.- บาท เพื่อสนับสนุนให้ทางโรงเรียนราชประชาสมาสัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ "โรงเรียนของพ่อหลวง" นำเงินไปจัดกิจกรรมเสริมการเรียน การสอนพัฒนาทักษะ ปลูกปั้นคนดีสู่สังคมไทย โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ประมาณ 2,000 คน  




โรงเรียนราชประชาสมาสัย เป็นโรงเรียนเอกชนการกุศล เรียนฟรี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ซื้อที่ดิน สร้างอาคารเรียน ทรงเสด็จพระราชดำเนินทรงงานด้านการศึกษาด้วยพระองค์เองหลายครั้ง เมื่อแรกตั้งด้วยพระมหากรุณาธิคุณทรงมีพระเมตตาให้เด็กลูกผู้ป่วยโรคเรื้อนได้เรียนหนังสือเหมือนเด็กทั่วไป กาลต่อมาทรงพระราชทานพระราชดำริให้รับนักรียนที่ผู้ปกครองทุกอาชีพได้รับโอกาสเสมอภาคทางการศึกษา ปัจจุบันมีนักเรียน  1,600 คน และโรงเรียนจะครบ 60 ปีใน พ.ศ.2566  ปัจจุบันนี้มี ดร.ชเนตตี วัจนะรัตน์ เป็นผู้อำนวยการ พร้อมด้วยคณะครู อาจารย์ บุคลากร เกือบ 300 คน ต่างมุ่งมั่นตั้งใจสืบสานงานต่อจากที่พ่อหลวงทรงทำไว้


นอกจากนี้ มูลนิธิ มศว. ได้รวมพลังผู้มีจิตศรัทธา จัดกิจกรรมเสริมการศึกษาเพื่อสนับสนุนให้โรงเรียนจัดกิจกรรมเสริมการเรียน การสอน ฝึกทักษะ ปลูกปั้นนักเรียนทุกคน ให้มีพฤติกรรมและพัฒนาตนเอง มีความ
เป็นไทยทั้งกิริยามารยาท การพูดจาไพเราะไม่หยาบคาย มีความยึดมั่น กตัญญู สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ซื่อสัตย์สุจริต เป็นคนดีของครอบครัว และสังคม ส่งผลดีต่อชาติบ้านเมือง







“พฤกษา” ใส่ใจสิ่งแวดล้อม สนับสนุนภารกิจเพื่อสังคม ผนึกกำลัง “ช้อปปี้” แปลงโฉมกล่องพัสดุสู่ผลิตภัณฑ์ใหม่

นางสาวอังคณา ลิขิตจรรยากุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานการตลาดองค์กรกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ผู้นำอสังหาริมทรัพย์ที่ส่งมอบที่อยู่อาศัยมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ  จับมือ บริษัท ช้อปปี้ ประเทศไทย จำกัด ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน โดย นางสาวสุชญา ปาลีวงศ์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด ร่วมรณรงค์และเชิญชวนให้ลูกบ้าน และประชาชนทั่วไปนำกล่องกระดาษที่ได้จากการซื้อสินค้าออนไลน์มาร่วมบริจาคในกิจกรรม ‘กล่อง เกิด ใหม่’  ที่ริเริ่มขึ้นโดย  ‘ช้อปปี้’  ซึ่งเป็นการสนับสนุนให้ลูกบ้าน และประชาชนทั่วไป จัดการกล่องกระดาษอย่างเหมาะสม ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติทำให้เกิดการหมุนเวียนทรัพยากรในระบบอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด โดยพฤกษาสนับสนุนภารกิจเพื่อสังคมนี้ บริการจุดรับบริจาคกล่องกระดาษที่ไม่ใช้แล้วในโครงการของพฤกษาจำนวนมากกว่า 70 โครงการ ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์  และคอนโดมิเนียม พร้อมทั้งรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ลูกค้าร่วมบริจาคกล่องพัสดุ เพื่อรวบรวมนำไปผ่านกระบวนการรีไซเคิลที่ได้มาตรฐานสากลและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างสรรค์และมีคุณค่าแก่ผู้คนต่อไป 

พฤกษาดำเนินงานโดยคำนึงถืงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมภายใต้แนวคิด “พฤกษา...ใส่ใจเพื่อทั้งชีวิต “Tomorrow. Reimagined.” ซึ่งเป็นการให้คำมั่นสัญญาว่า พฤกษาจะไม่หยุดคิดสร้างสรรค์ พัฒนาสินค้าและบริการเพื่อตอบสนองการใช้ชีวิตของลูกค้าทั้งในวันนี้และอนาคต ควบคู่ไปกับการสร้างความยั่งยืนให้กับสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม   จึงขอเชิญชวนลูกค้าและประชาชนทั่วไป ร่วมกิจกรรม ‘กล่อง เกิด ใหม่’ เพียงนำกล่องพัสดุและบรรจุภัณฑ์กระดาษที่ใช้แล้วจากการช้อปปิ้งออนไลน์มายังจุดรับกล่อง ณ 100 จุดทั่วกรุงเทพฯ อาทิ โครงการที่อยู่อาศัยของพฤกษา อาคารเอสซีจี 100 ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ตึกสิงห์ คอมเพล็กซ์ และจุดบริการ Shopee Xpress ทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล  ตั้งแต่ช่วงสัปดาห์แรกของเดือนกันยายนจนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565

สุดปลื้ม พาณิชย์ – DITP ประกาศความสำเร็จ TILOG VE 2022

ขยายเครือข่ายเชื่อมผู้ประกอบการโลจิสติกส์ไทยกับต่างประเทศ ผลตอบรับเกินคาด

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ประกาศความสำเร็จ หลังโชว์ศักยภาพจัดงานแสดงสินค้าโลจิสติกส์เสมือนจริงและเจรจาธุรกิจออนไลน์ (TILOG Virtual Exhibition : TILOG VE 2022) เป็นปีที่ 2 สร้างมูลค่ารวมกว่า 1,244.20 ล้านบาท ตอกย้ำความพร้อมของธุรกิจโลจิสติกส์ระหว่างประเทศของไทย  

นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ตามที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ได้จัดงานแสดงสินค้าโลจิสติกส์และเจรจาธุรกิจออนไลน์ (TILOG Virtual Exhibition : TILOG VE 2022) ขึ้น เมื่อวันที่ 24 – 26 สิงหาคม 2565 บนแพลตฟอร์ม www.tilog-ve.com ตามนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์) ในการส่งเสริมธุรกิจภาคบริการกลุ่มโลจิสติกส์ และมุ่งให้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ของภูมิภาคอาเซียน ซึ่งงาน TILOG VE 2022 ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี มีผู้เข้าร่วมจากหลายประเทศ อาทิ จีน เมียนมา สปป. ลาว เวียดนาม สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน อินเดีย ฮังการี รัสเซีย ไนจีเรีย เคนยา เป็นต้น






“ตลอดระยะการจัดงาน 3 วัน มีผู้เข้าชมผ่านเว็บไซต์กว่า 24,886 ราย เกิดการจับคู่เจรจาธุรกิจ จำนวน 296 คู่ สร้างมูลค่าทางการค้า 1,244.20 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและความต้องการด้านการขนส่งระหว่างประเทศที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับมูลค่าการส่งออกของไทย รวมถึงเป็นโอกาสสำคัญให้กับผู้ประกอบการโลจิสติกส์ไทยได้สร้างเครือข่ายพันธมิตร และขยายการให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงกลุ่มเป้าหมาย”  

นอกจากนี้ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ยังมีการจัดกิจกรรมพัฒนาและส่งเสริมผู้ประกอบการโลจิสติกส์เพิ่มเติม เช่น การจัดเสวนานานาชาติด้านโลจิสติกส์การค้าระหว่างประเทศ ประจำปี 2565 ภายใต้แนวคิด Empowering E-Commerce and Cross Border Logistics ระหว่างวันที่ 1 – 2 กันยายน 2565 ณ Hall 2 Lido Connect กรุงเทพมหานคร และผ่านระบบ Webinar เพื่อพัฒนาความพร้อมให้กับผู้ประกอบการธุรกิจโลจิสติกส์ด้านอีคอมเมิร์ซและการค้าข้ามแดน โดยเชิญวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิในวงการโลจิสติกส์ทั้งในประเทศและต่างประเทศมาร่วมให้ข้อมูลแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และส่งท้ายด้วยงาน Digital Life…Digital Logistics by DITP ระหว่างวันที่ 3 – 4 กันยายน 2565 ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์ รังสิต เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ให้บริการขนส่งเพื่ออีคอมเมิร์ซ และผู้ผลิตเทคโนโลยีด้าน

โลจิสติกส์ร่วมออกบูธนำเสนอสินค้าและบริการให้กับผู้ประกอบการที่สนใจ ทั้งนี้ สามารถเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ Facebook Fanpage: DITP Logistics และ www.tradelogistics.go.th


เอ็ม บี เค ดึง “โซลาร์ รูฟท็อป” ติดตั้งในอาณาจักร“Riverdale District”

ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ประหยัดพลังงานในระยะยาว 

ปัจจุบันพลังงานสะอาดเข้ามามีบทบาทในการดำเนินธุรกิจและชีวิตประจำวันนับวันอย่างแพร่หลาย ที่เห็นได้อย่างเด่นชัดคือ การใช้ระบบโซล่า เซลล์ (Solar Cell) กระบวนการนำพลังงานแสงอาทิตย์มาผลิตพลังงานไฟฟ้า  นอกจากช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าภายในบ้านและอุตสาหกรรมแล้ว ยังช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ร่วมสร้างแวดล้อมโดยรอบให้สะอาดน่าอยู่มากขึ้น  เหตุนี้ กลุ่มธุรกิจในเครือ เอ็ม บี เค จึงร่วมกันนำนวัตกรรมการผลิตพลังงานไฟฟ้าทดแทนด้วยระบบ โซลาร์ รูฟท็อป (Solar Rooftop)  ระบบผลิตไฟฟ้าสำหรับใช้ภายในอาคาร  ช่วยลดค่าไฟฟ้ารายเดือนของแต่ละอาคารมาติดตั้งในพื้นที่ธุรกิจอย่างจริงจัง โดยมุ่งเน้นการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อีกทั้งเพื่อสอดคล้องตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (SDG) (เป้าหมายที่ 13 การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Action)



ล่าสุดในพื้นที่สีเขียวของอาณาจักร  ริเวอร์เดล ดิสทริค (Riverdale District) ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มธุรกิจศูนย์การค้า ได้แก่ เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์ ธุรกิจกอล์ฟ ได้แก่ สนามกอล์ฟ ริเวอร์เดล กอล์ฟ คลับ  สนามกอล์ฟ บางกอก กอล์ฟ คลับ และ ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว  ได้แก่ ทินิดี โฮเต็ล บางกอก กอล์ฟ คลับ  ได้ร่วมกันติดตั้ง  โซลาร์ รูฟท็อป (Solar  Rooftop)  บนอาคารและหลังคาลานจอดรถ เพื่อนำกระแสไฟฟ้าไปใช้ในพื้นที่บริการลูกค้าอย่างทั่วถึง อาทิ บริเวณคลับเฮ้าส์ ห้องอาหาร สำนักงานส่วนกลางในรูปแบบการใช้งานเครื่องปรับอากาศ และเชื่อมต่อหลอดไฟให้แสงสว่างภายในอาคาร โดยใช้หลักการเปลี่ยนไฟฟ้ากระแสตรงที่ได้ให้เป็นไฟฟ้ากระแสสลับด้วยอุปกรณ์อินเวอร์เตอร์ เชื่อมต่อเข้ากับระบบจำหน่ายไฟของการไฟฟ้านครหลวง หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พร้อมนำไปใช้เป็นพลังงานทดแทนได้ในทุกวัน

ดร.ประหยัด บุญคำ ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรม บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธุรกิจในเครือ เอ็ม บี เค มีการบริหารจัดการการใช้ทรัพยากรด้านพลังงานให้คุ้มค่า ตามนโยบายการพัฒนาความยั่งยืน นโยบายการจัดการพลังงานที่ยั่งยืน และนโยบายการจัดการสิ่งแวดล้อม ผ่านโครงการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จัดสรรการใช้ทรัพยากรน้ำ  พลังงานไฟฟ้า ลดขยะมลพิษและของเสียจากห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ ตามมาตรฐานระบบการจัดการพลังงาน ISO 50001:2018 อย่างต่อเนื่อง    

“การติดตั้งโซลาร์ รูฟท็อป (Solar  Rooftop) ในธุรกิจต่าง ๆ ของเครือเอ็ม บี เค เรามีเป้าหมายการดำเนินงานในระยะยาว โดยคำนึงถึงมาตรการควบคุมการใช้พลังงานตามนโยบายการอนุรักษ์พลังงาน  ต้องไม่กระทบกับชีวิตความเป็นอยู่ของพนักงาน ลูกค้าในอาคาร รวมถึงส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งภายใน ภายนอกอาคารทั้งทางตรงและทางอ้อม  โดยเริ่มจาก ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค และศูนย์การค้าพาราไดซ์ เพลส  ตั้งแต่ พ.ศ.2563  ต่อด้วย ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์  ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9  และพื้นที่โครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์   ริเวอร์เดล  ดิสทริค  ซึ่งเป็นพื้นที่ธุรกิจขนาดใหญ่ ประกอบด้วย ศูนย์การค้า สนามกอล์ฟ  โรงแรม ศูนย์ประมูลรถยนต์  โครงการที่อยู่อาศัย และ ท่าเรือยอร์ช ในช่วงต้นปี พ.ศ. 2565  เมื่อรวมทุกกลุ่มธุรกิจที่กล่าวมาแล้ว จะมีกำลังติดตั้งรวม ประมาณ 6.9 เมกะวัตต์สูงสุด (MWp) สามารถประหยัดไฟฟ้าได้ประมาณ 9,911.3 เมกะวัตต์-ชั่วโมง (MWh)/ ปี  ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 5,932.90 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ หรือเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ประมาณ 988,817 ต้น  ดร.ประหยัด บุญคำ กล่าว

สำหรับการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell)  ในพื้นที่ Riverdale District  มีเป้าหมายการดำเนินงานในปี พ.ศ 2565 ดังนี้

1.สนามกอล์ฟ ริเวอร์เดล กอล์ฟ คลับ  จำนวน 416 แผง ขนาดติดตั้งรวม 235.04 กิโลวัตต์สูงสุด (kWp) ประหยัดไฟฟ้าได้ประมาณ 278.14 เมกะวัตต์-ชั่วโมง (MWh)/ ปี คิดเป็นเงินประมาณ 1,043,026.73 บาท  สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ได้ 166.49 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ หรือเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ประมาณ 27,749 ต้น 

2.โรงแรม ทินิดี โฮเต็ล บางกอก กอล์ฟ คลับ ได้ดำเนินการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ แผงชนิด Mono ขนาด 565 วัตต์สูงสุด (Wp)  จำนวน 216 แผง  รวม 122.04 กิโลวัตต์สูงสุด (kWp) สามารถประหยัดไฟฟ้าได้ประมาณ 138.22 เมกะวัตต์-ชั่วโมง (MWh) /ปี คิดเป็นเงินประมาณ 518,335.93 บาท โดยจะสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 82.74  ตันคาร์บอนไดออกไซด์หรือเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้กว่า  13,790  ต้น

3.สนามกอล์ฟ บางกอก กอล์ฟ คลับ  โดยใช้แผงโซล่าร์ เซลล์ ขนาด 565 วัตต์สูงสุด (Wp) จำนวน 182 แผง ขนาดติดตั้งรวม 102.83 กิโลวัตต์สูงสุด (kWp)  จะสามารถประหยัดไฟฟ้าได้ประมาณ 119.49 เมกะวัตต์-ชั่วโมง (MWh)/ ปี หรือประหยัดเงินได้ประมาณ  448,089.67 บาท/ปี โดยรวมแล้วสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ได้ 71.53 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ หรือเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ประมาณ 11,921 ต้น   

4.ศูนย์การค้า เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์ ได้ดำเนินการร่วมติดตั้ง ระบบผลิตไฟฟ้า Solar PV Rooftop ขนาดติดตั้งรวม 1.63 เมกะวัตต์ (MW) สามารถประหยัดไฟฟ้าได้ประมาณ  2,269.00 เมกะวัตต์-ชั่วโมง (MWh) หรือประหยัดเงินได้ประมาณ  8,395,300  บาท/ปี ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ได้ประมาณ 1,358.22  ตันคาร์บอนไดออกไซด์หรือเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ 223,118  ต้น 

โดยรวมแล้วการติดตั้ง  โซลาร์ รูฟท็อป (Solar  Rooftop) ในพื้นที่พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ Riverdale District จะสามารถช่วยประหยัดไฟฟ้าได้ ประมาณ 2,804.85 เมกะวัตต์-ชั่วโมง (MWh)/ปี ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า  1,678.98 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tonCO2e)  โดยคิดเป็นเงินประมาณ 10,404,752.33 บาทต่อปี  โดยมีแผนนำพลังงานทดแทนมาใช้กับอาคารธุรกิจการประมูล บริษัท แอพเพิล ออโต้ ออคชั่น จำกัด (ไทยแลนด์)  เป็นพื้นที่ถัดไป เพื่อให้เกิดการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพยั่งยืน