18 กันยายน 2569
"ส้มแมนดารินนำเข้าจากออสเตรเลีย" พร้อมลุยตลาดไทย
"ส้มแมนดารินนำเข้าจากออสเตรเลีย" พร้อมลุยตลาดไทย
กลุ่มอุตสาหกรรมผู้ส่งออกส้มจากออสเตรเลีย (Queensland Citrus Exporters Group - QCEG) จัดงานสัมมนาต้อนรับฤดูกาลใหม่ให้แก่กลุ่มผู้นำเข้า ห้างสรรพสินค้า และซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำในประเทศไทย เพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับส้มแมนดารินคุณภาพเยี่ยม พร้อมเปิดตัวสื่อประชาสัมพันธ์และแคมเปญการตลาดใหม่ประจำปี 2026
ภายในงานได้รับเกียรติจาก คุณโอลิเวีย เทต (Ms. Olivia Tait) ผู้บริหารโครงการจากองค์กรส้มแห่งประเทศออสเตรเลีย (Citrus Australia Ltd) และ คุณโดมินิก เจนคินส์ (Mr. Dominic Jenkin) จาก ไอรอนบาร์ค ซีทรัส (Ironbark Citrus) ตัวแทนจากกลุ่มผู้ส่งออก ร่วมกล่าวเปิดงาน พร้อมด้วยตัวแทนผู้ปลูกชั้นนำ อาทิ คุณเจนนี่ ฮัดสัน (Ms. Jenny Hudgson) จาก เพฟโค กรุ๊ป (Favco Group) และ คุณเมแกน แมคโดนัลด์ (Ms. Megan MacDonald) ผู้บริหารจาก เรดลี ซีทรัส (Redlea Citrus) ร่วมแบ่งปันข้อมูลและสร้างความมั่นใจในคุณภาพมาตรฐานระดับโลก นอกจากนี้ ผู้ร่วมงานยังได้ลิ้มลองรสชาติความสดฉ่ำของส้มแมนดารินส่งตรงจาก 11 สวนในโครงการ พร้อมชิมเมนูพิเศษที่สร้างสรรค์จากส้มแมนดารินออสเตรเลียอีกด้วย
คณะผู้แทนจากออสเตรเลียยังได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมจุดจำหน่ายจริงในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ อาทิ ท็อปส์ เซ็นทรัล, ดุสิต พาร์ค, กูร์เมต์ มาร์เก็ต, บิ๊กซี พระราม 4, วิลล่า มาร์เก็ท สาขานางลิ้นจี่ และแม็คโคร สาขาสาทรทำความรู้จัก 5 จุดเด่นและความน่าสนใจของ "ส้มแมนดารินออสเตรเลีย"
ผลไม้เศรษฐกิจระดับโลก : Australian Mandarin ผ่านการพัฒนาและวิจัยมายาวนานจนกลายเป็นหนึ่งในผลไม้เศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของออสเตรเลีย ด้วยมูลค่าการส่งออกหลายร้อยล้านดอลลาร์ต่อปี
มาตรฐานคุณภาพสูง : เพาะปลูกด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ภายใต้มาตรฐานการควบคุมคุณภาพที่เข้มงวด ทำให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพสม่ำเสมอและปลอดภัย
เอกลักษณ์ความอร่อย : โดดเด่นด้วยรสชาติหวานฉ่ำ กลมกล่อม เปลือกบาง ปอกง่าย และส่วนใหญ่มีเมล็ดน้อยถึงไม่มีเมล็ด ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่
หลากหลายสายพันธุ์ยอดนิยม : มีสายพันธุ์เด่นที่ผลัดเปลี่ยนมาให้ลิ้มลองตลอดฤดูกาล เช่น Royal Honey Murcott (หวานฉ่ำ เปลือกสีส้มเข้ม), Afourer (เปลือกสีส้มแดง ไร้เมล็ด) และ Honey Murcott (หวานเข้มข้น มีกลิ่นหอม)
สัมผัสความสด หวาน ฉ่ำ ของส้มแมนดารินออสเตรเลียต้อนรับฤดูกาลใหม่ ส่งตรงถึงไทย พร้อมให้คนไทยได้สัมผัสความสดใหม่เหมือนส่งตรงจากสวนออสเตรเลีย ได้แล้ววันนี้ ณ ห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ (Retail) และช่องทางค้าส่ง (Wholesale) ทั่วประเทศไทย!
ปักหมุด มีนา’70 “NAPA Village Suvarnabhumi”
สามารถติดต่อ Contact Center: 097 159 9988 หรือ Line Official Account: @rightscenario
อีเมล: sales@rightscenario.com
17 กันยายน 2569
"มหาวิทยาลัยเชียงใหม่" จับมือเอกชนประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญเปิดตัว "LEPSIA" ยากันชักในเด็กจากช่อดอกกัญชา (Pure CBD)
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับ บริษัท แอตแลนต้า เมดดิคแคร์ จำกัด ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการนำผลงานวิจัยระดับแนวหน้ามาต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ เปิดตัว "LEPSIA" ผลิตภัณฑ์ยากันชักสำหรับเด็กจากสารสกัดช่อดอกกัญชา (Pure CBD (Cannabidiol)) เกรดการแพทย์ ชูจุดเด่นนวัตกรรมยาแผนปัจจุบันที่ผลิตจากงานวิจัยคุณภาพ ได้มาตรฐานระดับโลก เทียบเท่า ยานำเข้าจากต่างประเทศ และสามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้ถึง 64.8% เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยเด็กไทยสามารถเข้าถึงการรักษา ที่มีประสิทธิภาพได้อย่างทั่วถึง
ศ.ดร.นายแพทย์พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวถึงความสำเร็จในครั้งนี้ว่า "มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีนโยบายชัดเจนในการมุ่งเน้นการศึกษา วิจัย และพัฒนาสารสกัด Pure CBD เพื่อใช้เป็นยาแผนปัจจุบันในทางการแพทย์โดยเฉพาะ โดยได้ริเริ่มขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ร่วมกับภาคเอกชนมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 ผลิตภัณฑ์ LEPSIA จึงเป็นผลลัพธ์จากความมุ่งมั่นในโครงการวิจัยกัญชาทางการแพทย์แบบครบวงจร (Comprehensive Integrated Medical Cannabis Research Project) ที่อาศัยทีมวิจัยผู้เชี่ยวชาญครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ตั้งแต่ต้นน้ำ (Upstream) โดยคณะเกษตรศาสตร์, กลางน้ำ (Midstream) โดยคณะเภสัชศาสตร์ และปลายน้ำ (Downstream) นำไปใช้ในการทดสอบทางคลินิกและการรักษาผู้ป่วยจริง ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ และโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ (สวนดอก)"
ด้าน คุณศุภเดช อำนวยสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอตแลนต้า เมดดิคแคร์ จำกัด เปิดเผยถึงการยกระดับ สู่มาตรฐานอุตสาหกรรมว่า "การสกัดสารจากธรรมชาติในสเกลอุตสาหกรรม มีความท้าทายที่สุดคือ 'Quality Consistency' หรือความสม่ำเสมอของคุณภาพทุกล็อตการผลิต เราจึงลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานระดับ Pharma Grade ด้วยความเชื่อมั่นอย่างเต็มที่ในศักยภาพของทีมนักวิจัย มช. ทำให้เราสามารถคงความบริสุทธิ์ของสารสกัด Pure CBD ไว้ได้อย่างสมบูรณ์ จนนำผลิตภัณฑ์ ก้าวข้ามความท้าทายและได้รับการรับรองมาตรฐานระดับโลกได้สำเร็จ"
ขณะที่ เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เน้นย้ำถึงความปลอดภัยและมาตรฐานกำกับดูแลว่า "เพื่อให้ผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์สามารถมั่นใจได้ว่าตัวยามีคุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิภาพ เทียบเท่ากับยาแผนปัจจุบันที่นำเข้าจากต่างประเทศทุกประการ ผลิตภัณฑ์ LEPSIA จึงผลิตภายใต้โรงงานที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลระดับสูงสุด ทั้ง GMP CFR 21 Part 11 ระดับ Pharma Grade และได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์มาตรฐาน เช่น PIC/S GMDP, GAP, GACP ซึ่งถือเป็นเกราะคุ้มครองและรับประกันความปลอดภัยสูงสุดให้กับพี่น้องประชาชน"
พิธีมอบรางวัลเกียรติคุณ "บุคคลต้นแบบ ธุรกิจยอดเยี่ยมและผลิตภัณฑ์ดีเด่น ประจำปี 2026
ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ประธานที่ปรึกษามูลนิธิพระราหู และอดีตที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลเกียรติคุณ "บุคคลต้นแบบ ธุรกิจยอดเยี่ยมและผลิตภัณฑ์ดีเด่น ประจำปี 2026"
ชมรมพัฒนาองค์กรและธุรกิจระดับสากล โดย ชดา บูรณะพิมพ์ ประธานจัดงาน ได้จัดงานประกาศมอบรางวัล บุคคลต้นแบบนักธุรกิจยอดเยี่ยมและผลิตภัณฑ์ดีเด่น 3 ประเภทรางวัล ได้แก่ Golden Egale Award, Siam Dimonds Award , Success Award โดยมี ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ประธานมูลนิธิพระราหู และที่ปรึกษาอดีตรองนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีและมอบรางวัลเกียรติยศให้กับผู้เข้าร่วมงานที่ผ่านมาตรฐานและได้รับการคัดเลือกอย่างเข้มข้น โดยมี คุณจรูญรัตน์ สาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท พาราไดซ์ พาร์ค จำกัด, คุณศตกมล วรกุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ให้เกียรติร่วมงานที่ ศูนย์การค้า พาราไดซ์พาร์ค ศรีนครินทร์
เวทีแห่งความภาคภูมิใจที่รวมเอาสุดยอดคนต้นแบบและธุรกิจคุณภาพ เพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงในระดับสากล และที่สำคัญเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ประกอบการ นักธุรกิจ และบุคคลต้นแบบที่มีผลงานโดดเด่นและเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
งานนี้ถือเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจ ยกระดับมาตรฐานธุรกิจไทยให้ก้าวไกลสู่เวทีสากลอย่างยั่งยืน ประกอบด้วย
รางวัล Golden Egale Award
1. พลตำรวจโท ไตรรงค์ ผิวพรรณ สาขา ผู้ทำคุณประโยชน์ให้แด่ประเทศชาติและแผ่นดิน
2. อาจารย์ ดร.ตฤหน์ โพธิ์รักษา สาขา ผู้ทำคุณประโยชน์แด่สังคม
3.คุณสุวิช สุทธิประภา สาขาพิธีกรยอดนิยมแห่งปี
4.คุณกันต์ จอมพลัง สาขาผู้ทำคุณประโยชน์แด่ประเทศชาติ
รางวัล Siam Dimonds Award
1. คุณชุติมา นัยนา สาขาผู้พัฒนาองค์กรดีเด่น
2.คุณสุวิช สุทธิประภา และ คุณนีรชา หลินสมบูรณ์ สาขาพิธีกรคู่ยอดนิยมรายการคุยขโมงบ่าย3โมง ช่อง9MCOT
3.คุณวรติชา แพงทรัพย์(กวาง) และคุณจรินทร์ ธรรมวัฒนะ สาขา คู่รักInfluencerยอดนิยม
4.คุณสมชาย ชมภูน้อย สาขา Influencerเที่ยวเมืองไทย และKOL
5.วงMINDY สาขา น้องใหม่Girl groupดีเด่น
รางวัล Success Award
1. คุณสาธิต กรีกุล สาขาผู้ประกาศข่าวกีฬายอดนิยมตลอดกาล
2. คุณณัญวุฒิ ธรรมพันธุ์ (เชฟอ๊อฟ) สาขา ผู้ทำอาหารแชมป์ยอดนิยม
3. คุณสุนิดา ชุมเปีย (กวาง สาวหล่อ) สาขา สื่อสารออนไลน์ดีเด่น
4. คุณธาราพิยุทธ บูรณะพิมพ์ สาขา นักพยากรณ์ด้านฮวงจุ้ยและตัวเลขดีเด่น
“เมกาโฮม” เดินเกมรุกตลาดกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ทุ่มงบกว่า 310 ล้านบาท ยกระดับสาขามีนบุรีครั้งใหญ่
นายวีรพันธ์ อังสุมาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” (HMPRO) เปิดเผยว่า การรีโนเวท “เมกาโฮม มีนบุรี” ครั้งนี้ เป็นการยกระดับศูนย์รวมวัสดุก่อสร้างและงานช่างให้ครบครอบคลุมทุกหมวด ตั้งแต่งานโครงสร้าง งานระบบ ไปจนถึงเครื่องมือช่าง เพื่อรองรับความต้องการของตลาดช่างและผู้รับเหมาที่เพิ่มขึ้นจากงานสร้างใหม่ ต่อเติม และรีโนเวทที่เกิดขึ้นในพื้นที่ พร้อมมุ่งให้ “เมกาโฮม มีนบุรี” เป็นจุดหมายสำหรับงานช่างและผู้รับเหมา สำหรับงานก่อสร้าง ต่อเติม รีโนเวท ตลอดจนงานโครงการ ช่วยให้ลูกค้าสามารถจัดหาสินค้าได้ครบจบในที่เดียว
ขณะเดียวกัน ได้เสริม “โฮมโปร” เข้ามาในทำเลเดียวกัน เพื่อต่อยอดไปกลุ่มเจ้าของบ้านที่มองหาสินค้าสำหรับตกแต่ง ปรับปรุง และยกระดับการอยู่อาศัย ตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้า สุขภัณฑ์ เฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งบ้าน พร้อมโซลูชันด้านบริการต่างๆ ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยลดรอยต่อของการเลือกซื้อสินค้าเรื่องบ้าน จากที่ต้องเดินทางหลายที่ ให้สามารถจัดการทุกเรื่องบ้านได้ครบ จบ ในที่เดียว
การเลือกลงทุนที่สาขามีนบุรี สะท้อนถึงการมองเห็นศักยภาพของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ซึ่งกำลังอยู่ในช่วง “กำลังสร้าง” โดยเฉพาะในโซนคลองสามวา มีนบุรี และหนองจอก บนแนวถนนหทัยราษฎร์และถนนนิมิตใหม่ เป็นแนวรอยต่อขยายตัวของเมือง และมีงานก่อสร้าง ต่อเติม และรีโนเวทเกิดขึ้นต่อเนื่องตลอดทั้งปี ปัจจุบันในรัศมี 10 กิโลเมตรของสาขา มีครัวเรือนอาศัยอยู่เกือบ 1.3 แสนครัวเรือน และพื้นที่ยังมีอัตราการเติบโตสูงถึง 2.99% ต่อปี
จุดเด่นของทำเลนี้คือความหลากหลายของกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อและมีความต้องการงานด้านก่อสร้าง ต่อเติม และปรับปรุงที่อยู่อาศัยต่อเนื่อง สอดคล้องกับศักยภาพของโมเดลไฮบริดสโตร์ ได้แก่
• กลุ่มช่างและผู้รับเหมา ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักเมกาโฮม และมีแนวโน้มเติบโตตามการขยายตัวของเมืองในวงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก
• กลุ่มธุรกิจในพื้นที่ ทั้งร้านอาหาร ตลาดขนาดใหญ่ คอมมูนิตี้มอลล์ ซูเปอร์มาร์เก็ต และคาเฟ่ ซึ่งเติบโตตามการขยายตัวของแหล่งที่อยู่อาศัย และความต้องการด้านงานก่อสร้าง–ปรับปรุง-รีโนเวทพื้นที่
• กลุ่มเจ้าของบ้านระดับ B–B+ ในโครงการบ้านจัดสรร 2 ชั้นและทาวน์โฮม รวมถึงกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ในคอนโดมิเนียม Low Rise แนวรถไฟฟ้าสีชมพู ที่มองหาสินค้าตกแต่งและปรับปรุงบ้าน
ทั้งนี้ โมเดลไฮบริดสโตร์ โดยฝั่งเมกาโฮม เชื่อมต่อความต้องการตั้งแต่งานก่อสร้าง งานช่าง งานโครงสร้าง ไปจนถึงงานต่อเติมและรีโนเวทที่อยู่อาศัย พร้อมสินค้าวัสดุก่อสร้างและงานช่างในราคาที่เข้าถึงง่ายและมีของพร้อมส่ง ขณะที่ฝั่งโฮมโปร เข้ามาเติมเต็มในกลุ่มสินค้าตกแต่งบ้านและที่อยู่อาศัย ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า สุขภัณฑ์ เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน พร้อมโซลูชันบริการติดตั้งและบริการหลังการขาย ทำให้ลูกค้าสามารถเชื่อมต่อความต้องการตั้งแต่เริ่มสร้าง ต่อเติม รีโนเวท ไปจนถึงบ้านพร้อมอยู่ได้ในที่เดียว
“กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกเป็นทำเลที่มีศักยภาพและมีกำลังขยายตัวต่อเนื่อง ทั้งด้านที่อยู่อาศัยและเศรษฐกิจ การยกระดับ “เมกาโฮม มีนบุรี” ให้เป็น “ไฮบริดสโตร์” ครั้งนี้ ตั้งใจให้เป็นมากกว่าการปรับโฉมสาขา แต่เป็นศูนย์กลางเรื่องบ้านและงานช่างของคนในพื้นที่นี้ในระยะยาว ที่ช่างและผู้รับเหมามั่นใจได้ว่าเข้ามาแล้วได้ของตามต้องการ ในราคาที่แข่งได้ เช่นเดียวกับเจ้าของบ้านที่เลือกซื้อสินค้าตกแต่งและปรับปรุงได้ครบครัน กลายเป็นจุดหมายที่คนทั้งย่านนึกถึงเป็นอันดับแรกเมื่อคิดถึงเรื่องบ้าน” นายวีรพันธ์ กล่าวเสริม
โฮมโปร x เมกาโฮม มีนบุรี พร้อมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 18 กันยายน 2569 ต้อนรับช่างมืออาชีพ ตลอดจนคนรักบ้านชาวมีนบุรีและกรุงเทพฯ ตะวันออก ด้วยแคมเปญฉลองเปิดสาขาระหว่างวันที่ 18–27 กันยายน 2569 ให้เลือกใช้เลือกช้อปตามใจ ไม่ว่าจะเป็น
ใครมาก่อน ได้ก่อน กับสิทธิ์จำกัดจำนวน เฉพาะช่วงเปิดสาขาเท่านั้น!
• สมาชิกช่าง 100 คนแรก ตั้งแต่วันที่ 18-20 ก.ย.69 รับทันที คูปองส่วนลด มูลค่า 500 บาท (เมื่อซื้อสินค้า 1,000.-ขึ้นไป *จำกัด 1 สิทธิ์/สมาชิก ตลอดรายการ)
• สมาชิกโฮมการ์ด และสมาชิกช่าง ร่วมสนุกตอบคำถาม เพื่อจับคูปองซื้อสินค้าราคาพิเศษ วันที่ 18 ก.ย.69 วันเดียวเท่านั้น! (เริ่มเปิดคิวตั้งแต่ 10.00 น. รับ 200 ท่านแรกเท่านั้น *1 คน/1 สิทธิ์)
ช้อปคุ้มตลอดแคมเปญ ฉลองเปิดสาขารับทั้งส่วนลด–รับคืน และสิทธิ์ผ่อนสบาย จัดเต็ม!
• ช้อปทั้งร้าน! ครบ 10,000 บาท รับคืน ส่วนลดรวมสูงสุด 1,500 บาท
- คูปองส่วนลด มูลค่า 500 บาท (จำนวน 3 ใบ) สำหรับซื้อสินค้า 10,000.- ขึ้นไป *จำกัด 1 สิทธิ์/สมาชิก ตลอดรายการ
*โปรดตรวจสอบข้อมูลโปรโมชั่นเพิ่มเติม ณ จุดขาย เฉพาะแบรนด์/ สินค้าที่ร่วมรายการ/ ราคาหลังหักส่วนลดทุกประเภท
*ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี / กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว, อัตราดอกเบี้ยปกติ 25% ต่อปี
พบกับไฮบริดสโตร์โฉมใหม่ สาขามีนบุรี ครบทั้งเรื่องบ้านและงานช่าง อันดับหนึ่งในใจของคนกรุงฝั่ง
ตะวันออกพร้อมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 18 กันยายน 2569 นี้ เวลา 7.00 – 21.00 น.
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-029-0888
OLIC ชวนผู้หญิง “รู้ก่อนเลือก” ยกระดับการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพผู้หญิง
World Contraception Day 2026 ชู “ความปลอดภัย–ทางเลือก–การป้องกัน–การดูแลต่อเนื่อง” ตั้งแต่การคุมกำเนิดถึงการดูแลการติดเชื้อเอชพีวี (HPV)
บริษัท โอลิค (ประเทศไทย) จำกัด (“OLIC”) ในเครือ Fuji Pharma Group ประเทศญี่ปุ่น เดินหน้าสนับสนุนการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพผู้หญิง (Women’s Health Literacy) ผ่านงาน “OLIC - Be with Her: Empowering Choices, World Contraception Day 2026” เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 ณ สำนักงานใหญ่ OLIC นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ตั้งแต่การคุมกำเนิด การใช้ฮอร์โมนอย่างเหมาะสม การป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ไปจนถึงการดูแลการติดเชื้อเอชพีวี (HPV)
ภายในงานได้รับเกียรติจาก เภสัชกรหญิงณัฐกานต์ ประสพสายพรกุล (เภสัชกรโน๊ต) รับหน้าที่พิธีกรและร่วมสื่อสารประเด็นสุขภาพกับภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพ เพื่อถ่ายทอดข้อมูลที่เข้าใจง่ายและนำไปใช้ได้จริง
ภายใต้แนวคิด “Empowering Choices” OLIC เชื่อว่า “ทางเลือก” จะมีความหมายเมื่อผู้หญิงมีข้อมูลที่ถูกต้อง เข้าใจประโยชน์และความเสี่ยง และสามารถปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์เพื่อเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับตนเอง
มร. ทาเคฟุมิ ซากะระ (Mr. Takefumi Sagara) กรรมการผู้จัดการ บริษัท โอลิค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า OLIC มองการส่งเสริมสุขภาพผู้หญิงอย่างรอบด้าน ตั้งแต่การป้องกัน การเข้าถึงข้อมูล การใช้ยาอย่างเหมาะสม ไปจนถึงการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง
“Our role is to be with her - not to make the decision for her, but to support her with knowledge, options and access to appropriate healthcare”
สำหรับ OLIC การขับเคลื่อนสุขภาพผู้หญิง (Women’s Health) จึงให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพ เพื่อช่วยส่งต่อข้อมูลที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือไปสู่ประชาชน
ยาคุมกำเนิด ..มากกว่าการป้องกันการตั้งครรภ์
หนึ่งในประเด็นที่ผู้เชี่ยวชาญให้ความสำคัญ คือการเปลี่ยนมุมมองต่อการเลือกยาคุมกำเนิด จากการพิจารณาเพียงประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์ ไปสู่การพิจารณาประโยชน์ด้านสุขภาพอื่นๆ ควบคู่กับความปลอดภัยและความเหมาะสมของผู้หญิงแต่ละราย
รศ.ร.อ.นายแพทย์มานพชัย ธรรมคันโธ นายกสมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า ยาคุมกำเนิดอาจมีประโยชน์ด้านสุขภาพนอกเหนือจากการคุมกำเนิด เช่น ช่วยให้รอบเดือนสม่ำเสมอหรือลดอาการปวดประจำเดือน ขณะที่บางชนิดได้รับการขึ้นทะเบียนสำหรับข้อบ่งใช้เพิ่มเติม เช่น ภาวะปวดประจำเดือน (Dysmenorrhea) อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้ควรพิจารณาประวัติสุขภาพ ปัจจัยเสี่ยง ชนิดของฮอร์โมน และเป้าหมายด้านสุขภาพของแต่ละบุคคล
ขณะที่ นายแพทย์โอฬาริก มุสิกวงศ์ คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ด้านสื่อสารทางการแพทย์ เน้นว่า สำหรับผู้ที่ต้องใช้ฮอร์โมนในระยะยาว ควรให้ความสำคัญกับทั้งประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และความเหมาะสมเฉพาะบุคคล ทั้งนี้ ยาคุมกำเนิดทุกชนิดมีข้อควรระวังและความเสี่ยงที่แตกต่างกัน ผู้หญิงควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร โดยเฉพาะเมื่อมีปัจจัยเสี่ยงหรือมีโรคประจำตัว
ปัจจุบันยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม มีหลากหลายโมเลกุลของทั้ง Estrogen และ Progestin โดยหนึ่งในพัฒนาการของฮอร์โมนคุมกำเนิดคือ Estetrol (E4) ซึ่งเป็นเอสโตรเจนที่ร่างกายสร้างขึ้นตามธรรมชาติในช่วงพัฒนาการของทารกในครรภ์ และมีลักษณะการออกฤทธิ์ต่อเนื้อเยื่อที่แตกต่างจากเอสโตรเจนบางชนิดที่ใช้ในยาคุมกำเนิดแบบเดิม สะท้อนถึงแนวทางการพัฒนาทางเลือกด้านการคุมกำเนิดที่หลากหลายขึ้น ทั้งนี้การเลือกใช้ควรคำนึงถึงข้อควรระวังและความเหมาะสมของผู้หญิงแต่ละราย
เภสัชกรชุมชน “ด่านสำคัญ” ของความรอบรู้ด้านสุขภาพผู้หญิง (Health Literacy) เหมาะสมก่อนเลือกใช้ยา โดยเฉพาะในยุคที่ข้อมูลจากรีวิวและสื่อออนไลน์มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ
“บทบาทของเภสัชกรชุมชน ไม่ใช่เพียงการจ่ายยา แต่คือการช่วยถามให้ครบ ประเมินให้เหมาะ และแนะนำให้ถูกต้อง ทั้งประวัติสุขภาพ ปัจจัยเสี่ยง ยาที่ใช้อยู่ และสัญญาณเตือนที่ควรส่งต่อแพทย์”
การสร้าง Health Literacy จึงไม่ใช่เพียงการให้ข้อมูล แต่คือการช่วยให้ผู้หญิง “รู้ว่าอะไรควรถาม รู้ว่าต้องประเมินอะไร และรู้ว่าเมื่อใดควรพบแพทย์” เพื่อให้การตัดสินใจด้านสุขภาพเกิดขึ้นบนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง
HPV: จาก “รอและกังวล” สู่ “รู้เร็ว ประเมิน และดูแล”
รศ.ร.อ.นายแพทย์มานพชัย กล่าวว่า ประเด็นสำคัญ คือต้องสร้างความเข้าใจเรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STDs) และ HPV โดยเน้น การป้องกัน การตรวจคัดกรอง และการติดตามดูแลอย่างเหมาะสม โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บางชนิดสามารถเกิดขึ้นโดยไม่มีอาการ ดังนั้นการไม่มีอาการ ไม่ได้หมายความว่าไม่มีความเสี่ยง การดูแลสุขภาพทางเพศจึงควรเริ่มตั้งแต่การป้องกัน การตรวจคัดกรองเมื่อมีความเหมาะสม และการปรึกษาบุคลากรทางแพทย์เมื่อมีข้อสงสัย
นายแพทย์โอฬาริก กล่าวว่า การตรวจพบ HPV ไม่ได้หมายความว่าเป็นมะเร็ง แต่เป็นข้อมูลสำคัญที่ควรนำไปสู่การประเมินความเสี่ยงและติดตามตามแนวทางการดูแลรักษา ดังนั้นสิ่งสำคัญคือการเปลี่ยนจากการ “รอและกังวล” เป็น “รู้เร็ว ประเมินความเสี่ยง และดูแลอย่างเหมาะสม”
ทั้งนี้ การดูแลหลังพบ HPV ควรเป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์ โดยผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ เช่น vaginal gel หรือ spray มีบทบาทในหลายๆกรณี
“Be with Her” - ให้ผู้หญิงมีข้อมูลก่อนตัดสินใจ
เภสัชกรปัณณวิชญ์ จิตเมธีพงษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจยาและเวชภัณฑ์ บริษัท โอลิค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า งานครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของ OLIC ในการส่งเสริมให้ผู้หญิงเข้าถึง ข้อมูล ความเข้าใจ ทางเลือก และการดูแลที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถตัดสินใจเกี่ยวกับสุขภาพของตนเองได้อย่างมั่นใจ
“ภายใต้โครงการ ‘Be with Her: Empowering Her Health Decisions’ OLIC มุ่งสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพ เพื่อยกระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพ และส่งต่อข้อมูลที่มีคุณค่าให้เข้าถึงประชาชนได้มากขึ้น
เราเชื่อว่าการสร้างความเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพผู้หญิงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน OLIC จึงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมด้านยาและผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ ควบคู่กับการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ เพื่อร่วมส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้หญิงและสังคมอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน”
เติมเต็มความสุขในวันครอบครัว กับแกรนด์บุฟเฟต์มื้อกลางวันวันอาทิตย์
ณ ห้องอาหารเวนติซี ชั้น 24 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์
ห้องอาหารเวนติซี ชั้น 24 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ขอชวนคุณพร้อมครอบครัวร่วมสัมผัสประสบการณ์ความอร่อยครั้งใหม่กับ “แกรนด์บุฟเฟต์มื้อกลางวันวันอาทิตย์” ที่รวบรวมเมนูความอร่อยจากทั่วทุกมุมโลกระดับพรีเมียมมาไว้ในที่นี้ที่เดียว พร้อมมุมซีฟู้ดคุณภาพสดใหม่ และไลฟ์สเตชันปรุงสด พร้อมบรรยากาศสบายๆเป็นกันเองเหมือนใช้วันหยุดสุดสัปดาห์ในวันครอบ
ทุกวันอาทิตย์คุณและครอบครัวจะได้เต็มอิ่มวันหยุดกับอาหารนานาชาติหลากหลายเมนูที่คัดสรรจากวัตถุดิบชั้นเลิศจากทั่วโลกนำมารังสรรค์เป็นสุดยอดเมนูในสไตล์อิตาเลียน-ไทย และนานาชาติ ทุกท่านจะได้รับการต้อนรับจากกุ้งล็อบสเตอร์ครึ่งตัว/ต่อท่าน และพร้อมอิ่มอร่อยกับเมนูไฮไลท์แบบไม่อั้นอย่างฟัวกราส์ มุมซีฟู้ดปูอลาสก้า กุ้งแม่น้ำ กั้ง ก้ามปู หอยแมลงภู่ ปูม้าและ กุ้ง หอยนางรมฝรั่งเศส หอยนางรมสุราษฎร์ธานี และเครื่องเคียง อีกทั้งมุมซูชิ และ ซาชิมิ มุมสลัดบาร์, ซุป ชีสนานาชนิด, ขนมไทย ขนมอบ เค้กหน้าต่างๆ ไอศกรีม ผลไม้ตามฤดูกาล เนื้อไพร์มริบเสิร์ฟถึงโต๊ะ และเมนูพิเศษจากร้านมิชลิน ร้านแคมส์โรสต์ เป็นต้น
นอกจากนี้เด็กๆยังสามารถเพลิดเพลินไปกับโซนกิจกรรมแสนสนุกที่เราได้จัดเตรียมไว้ต้อนรับน้องๆ โดยมีกิจกรรมสร้างสรรค์มากมายที่จะเติมเต็มรอยยิ้มและความสุขให้กับเด็ก ๆ ตลอดช่วงบ่าย อาทิ การเพนต์หน้า และการระบายสี หรือการบิดและเป่าลูกโป่งให้เป็นรูปต่างๆ
แกรนด์บุฟเฟต์มื้อกลางวันวันอาทิตย์ ราคาเพียง 2,650 บาท++ ต่อท่าน รวมเครื่องดื่มซอฟต์ดริงก์ ชา และกาแฟแบบไม่อั้น (ราคานี้ไม่รวมอัตราภาษีและค่าบริการ) พิเศษกว่าใครในวันครอบครัวสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี รับประทานอาหารฟรี ตั้งแต่เวลา 12.00 น. - 15.00 น. ณ ห้องอาหารเวนติซี ชั้น 24 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์
ห้องอาหารเวนติซีเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.30 น. – 22.30 น.
สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 02-100-6255 หรือ อีเมล์: diningcgcw@chr.co.th
ติดตามข่าวสารของห้องอาหารเวนตี้ซี่ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ได้ที่
เฟสบุ๊ค: Centara Grand & Bangkok Convention Centre at CentralWorld
อินสตาแกรม: centaragrand_centralworld
กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ชูแอปฯ "SmartMember" ยกระดับความโปร่งใส ป้องกันทุจริต ลดต้นทุนสหกรณ์
กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เดินหน้าชูแอปพลิเคชัน "SmartMember" เสริมแกร่งสหกรณ์ไทย ยกระดับความโปร่งใส ป้องกันการทุจริต และลดต้นทุนมหาศาล มุ่งส่งเสริมสมาชิกสหกรณ์ทั่วประเทศกว่า 2.5 แสนราย ให้สามารถตรวจสอบข้อมูลทางการเงินของตนเองได้แบบเรียลไทม์
นายวุฒิพงศ์ เนียมหอม อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เปิดเผยว่า กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ได้พัฒนาและส่งเสริมการใช้งานแอปพลิเคชัน SmartMember ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเชื่อมโยงกับโปรแกรมระบบบัญชีของกรมฯ ที่เปิดให้บริการมาร่วม 10 ปี ปัจจุบันมีสหกรณ์ทั่วประเทศใช้งานโปรแกรมบัญชีดังกล่าวเกือบ 3,000 แห่ง โดยแอปพลิเคชัน SmartMember ถูกออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้สมาชิกสหกรณ์สามารถตรวจสอบข้อมูลทางการเงินของตนเองได้ทุกเดือน ไม่ว่าจะเป็นยอดเงินฝาก ยอดการส่งหุ้น หรือการชำระหนี้สินเงินกู้
อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันมีสหกรณ์ที่นำแอปพลิเคชัน SmartMember ไปใช้งานแล้วประมาณ 1,000 แห่ง มีสมาชิกรวมกว่า 250,000 คน ตัวอย่างเช่น สหกรณ์ออมทรัพย์โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า จำกัด ที่มีสัดส่วนสมาชิกเข้าใช้งานผ่านระบบสมาร์ทโฟนสูงถึง 85% ของสมาชิกทั้งหมด ซึ่งนอกจากจะสร้างความโปร่งใสและให้สมาชิกเป็นหูเป็นตาแล้ว ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของสหกรณ์ได้อย่างมหาศาล โดยเฉพาะการลดการใช้กระดาษ (Paperless) ลดค่าจัดพิมพ์ และค่าจัดส่งเอกสารทางไปรษณีย์ในแต่ละปี
สำหรับจุดเด่นของแอปพลิเคชัน SmartMember ได้แก่
• ตรวจสอบได้ทุกที่ ทุกเวลา: สมาชิกสามารถดูยอดเงินฝาก หุ้น และหนี้สิน ได้แบบเรียลไทม์ทุกเดือน
• ป้องกันการทุจริต: สมาชิกทำหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลตนเอง หากไม่ตรงสามารถแจ้งตรวจสอบได้ทันที
• ลดค่าใช้จ่ายและรักษาสิ่งแวดล้อม: สหกรณ์ประหยัดงบประมาณจากการพิมพ์และจัดส่งเอกสารกระดาษ
• ความปลอดภัยสูง: รองรับทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android พัฒนาและดูแลโดยหน่วยงานรัฐ สร้างความมั่นใจในความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล
ทั้งนี้ การดำเนินงานดังกล่าวสอดรับกับนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ให้ความสำคัญกับการยกระดับการบริหารจัดการสหกรณ์ให้มีความทันสมัยและโปร่งใส โดยกรมตรวจบัญชีสหกรณ์มีแผนเตรียมเดินหน้าสร้างการรับรู้และส่งเสริมการเข้าถึงแอปพลิเคชันอย่างต่อเนื่อง ผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น คลินิกเกษตรเคลื่อนที่ และเวทีการประชุมระดับจังหวัด เพื่อให้ความรู้และช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์ในการดาวน์โหลดและใช้งานแอปพลิเคชันได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย
14 กันยายน 2569
ผู้ว่าฯ ชลบุรี ควงนายกเมืองพัทยา ประกาศความพร้อมแบบเต็มร้อยการจัดแข่งขันวิ่งมาราธอนส่งเสริมการท่องเที่ยวระดับโลก ครั้งที่ 33


































.jpg)
.jpg)

.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)














