24 กันยายน 2569

เสิร์ฟแฟรนไชส์&สร้างอาชีพแบบไม่พัก !! ปักหมุดอีเว้นท์ใหญ่ส่งท้ายปี

 เตรียมพร้อมตั้งตารอ กับมหกรรมธุรกิจ และ แฟรนไชส์สัญจรขบวนใหญ่ส่งท้ายปี 2569  ภายใต้ชื่องาน “มหกรรมชี้ช่องรวย แฟรนไชส์” จัดโดย บริษัท พีเอ็มจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด ร่วมกับ ธนาคารออมสิน ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย  ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย  บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม  และ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ยกทัพแฟรนไชส์และธุรกิจน่าลงทุน จัดเต็มพื้นที่รวม 4,000 ตารางเมตร ประกอบด้วย 7 โซน ได้แก่ โซนแฟรนไชส์น่าลงทุน,   โซน Vending,  โซนสตรีทฟู้ด,  โซนเครื่องมือและตัวช่วยทางการตลาด,  โซนหน่วยงานรัฐและธนาคาร  โซนเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์  และโซนทำเลทอง  

ภายในงานรวบรวมธุรกิจและแฟรนไชส์มากมายกว่า 150 บูธ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจอาหาร เครื่องดื่ม ธุรกิจสะดวกซัก ธุรกิจจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ  เบเกอรี่  การศึกษา  เทคโนโลยีและซอฟต์แวร์  โรงงานรับจ้างผลิต ขนส่งและโลจิสติกส์ ฯลฯ  ที่ตอบโจทย์ทุกงบการลงทุน พร้อมด้วยสินเชื่อจากสถาบันการเงินชั้นนำ เสิร์ฟครบจบกับทำเลทองให้เลือกสรรทั่วประเทศ

 ผู้ที่กำลังตัดสินใจลงทุนหรือมองหาอาชีพ  เตรียมพร้อมปักหมุดรองาน “มหกรรมชี้ช่องรวย แฟรนไชส์” จัดระหว่างวันที่ 26-29 พฤศจิกายน 2569 ณ ฮอลล์ 101 ไบเทค บางนา 

ลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรี คลิก >> https://registration.eventpassinsight.co/el/to/fach007

สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในคาราวานสร้างอาชีพให้คนไทย สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่โทร. 094-915-4624,  062-845-9515 เฟซบุ๊ค : ชี้ช่องรวย , franchise Expo Thailand และ https://www.franchiseexpothailand.com/

AMAZING THAILAND PATTAYA MARATHON 2026 นักวิ่งแห่รับอุปกรณ์คึกคัก ผู้จัดยืนยันจัดงานตามกำหนดการเดิม

พัทยา, ชลบุรี 24 กันยายน 2569: คณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ ขอต้อนรับเหล่านักวิ่งชาวต่างชาติและชาวไทยจาก 58 ประเทศทั่วโลก จำนวน 21,727 คน เข้าสู่สัปดาห์แข่งขันของมหกรรมวิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งภาคตะวันออก รายการ "AMAZING THAILAND PATTAYA MARATHON 2026 Presented by MAMA" ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 26-27 กันยายน 2569 โดยมีจุดปล่อยตัวและเส้นชัย ณ วงเวียนโลมา ถนนพัทยาเหนือ เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี

วันนี้ (พฤหัสบดีที่ 24 กันยายน 69) เป็นวันแรกที่เปิดให้นักวิ่งรับเบอร์และอุปกรณ์แข่งขัน ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้จัดพื้นที่บริเวณลานอเนกประสงค์ของศูนย์การค้า เทอร์มินอล 21 พัทยา เป็นงาน Expo ที่จะมีผู้ประกอบการต่างๆ มาร่วมออกบูธกว่า 70 ร้านค้า บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก นักวิ่งทุกระยะเข้ามารับเบอร์และอุปกรณ์วิ่งอย่างคับคั่ง




ในการนี้ คณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ ได้รับรายงานจากกรมอุตุนิยมฯ แจ้งเตือนว่าจะมีฝนตกอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน คณะกรรมการฯ จึงขอแนะนำให้ทุกท่าน โปรดเตรียมตัวในการเดินทางมารับเบอร์-อุปกรณ์แข่งขัน ณ เทอร์มินอล 21 พัทยา แต่เนิ่น ๆ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการช่วยลดความแออัดของจำนวนผู้มารับเบอร์แข่งขัน-อุปกรณ์แข่งขันในกรณีที่ฝนตก

คณะกรรมการฯ ยืนยันการจัดงานตามกำหนดการเดิม และจะติดตามสถานการณ์ฝนตกอย่างต่อเนื่อง ขอให้ท่านนักวิ่งและผู้ติดตามทุกท่านติดตามข่าวสารจากทาง เพจ Pattaya Marathon อย่างใกล้ชิดจนถึงวัน-เวลาที่แข่งขัน และเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โปรดเข้าร่วมกลุ่ม LINE ของการแข่งขัน ตามลิงค์นี้: Link: https://lin.ee/0RGo3O6   หรือ  LINE ID: @pattayamarathon




การแข่งขันในรายการ AMAZING THAILAND PATTAYA MARATHON 2026 presented by MAMA จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 33 มีผู้เข้าร่วมการแข่งขันจำนวน 21,727 คน รวมผู้ติดตามเป็นจำนวน 39,323 คน คณะกรรมการจัดงานฯ ใช้อาสาสมัครและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นจำนวน 4,500 อัตรา คาดว่าจะก่อให้เกิดรายได้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวทั้งทางตรง และทางอ้อมมากกว่า 288 ล้านบาท โดยการแข่งขันแบ่งเป็น 4 ระยะ คือ ระยะมาราธอน 42.195 กม. ปล่อยตัวเวลา 03.30 น. สิ้นสุดการแข่งขันเวลา 10.30 น. มีจำนวนผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด 2,983 คน ระยะฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กม. ปล่อยตัวเวลา 05.10 น. สิ้นสุดการแข่งขันเวลา 08.40 น. มีจำนวนผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด 7,780 คน ในวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 69 ส่วนระยะ 10 กม. ปล่อยตัวเวลา 05.45 น.จำนวน 7,999 คน และระยะ 4.5 กม. จำนวน 2,965 คน จะปล่อยตัวเวลา 06.25 น. (วีลแชร์) และเวลา 06.30 น. (วิ่งแฟมิลี่รัน) ในวันเสาร์ที่ 26 กันยายน 69 สิ้นสุดการแข่งขันเวลา 08:00 น. โดยจุดปล่อยตัวและเส้นชัย ณ วงเวียนปลาโลมา ถนนพัทยาเหนือ หน้าศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา จัดโดยเมืองพัทยา ร่วมกับ จังหวัดชลบุรี, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, การกีฬาแห่งประเทศไทย, สมาคมกรีฑาโลก, ตำรวจภูธรภาค 2 และไทยแลนด์ไตรลีก


สนับสนุนโดย มาม่า, โตโยต้า, เครื่องดื่มเกลือแร่สปอนเซอร์, หลักทรัพย์บัวหลวง, ผลิตภัณฑ์น้ำมันมวย, ผลิตภัณฑ์คอร์ นิวทริชั่น, อีโก้สปอร์ต, เทอร์มินอล 21 พัทยา, โรงแรมดุสิตธานี พัทยา ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง www.pattayamarathon.go.th หรือทางเฟสบุ๊ค: Pattaya Marathon

ผู้ว่าฯ ชลควงนายกเมืองพัทยาไม่หวั่นฝน ประกาศพัทยามาราธอน 26 เดินหน้าเต็มสูบ

ยืนยันไม่เลื่อน ผู้จัดเผยนักวิ่งเรือนหมื่นทยอยเดินทางเข้าที่พักแล้ววันนี้

วันที่ 24 กันยายน 2569 ณ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วยนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา            นายเกียรติศักดิ์ ศรีวงษ์ชัย ปลัดเมืองพัทยา และคณะกรรมการจัดการแข่งขันมาราธอนระดับโลก รายการ    “อะเมซิ่งไทยแลนด์ พัทยามาราธอน 2026 บาย มาม่า” พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ภายในเมืองพัทยา อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เพื่อตรวจสอบความพร้อมในการเตรียมการจัดการแข่งขันฯ ในโค้งสุดท้าย โดยมีผู้แทนของสมาคมกรีฑาโลก มร.จัน คอร์กมาซโอกลู ชาวตุรกี ร่วมสังเกตการณ์และให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด พร้อมด้วยคุณเบญจมาศ แสงอร่าม อดีตนักเทนนิสทีมชาติชื่อดัง ซึ่งปัจจุบันผันตัวมาเป็นออแกไนซ์งานวิ่งเบอร์หนึ่งของประเทศ ในนามไทยแลนด์ไตรลีก


ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และนายกเมืองพัทยา ได้มีความกังวลถึงสถานการณ์อากาศแปรปรวน เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงเคลื่อนผ่านภาคตะวันออก ในช่วงวันที่ 24-27 กันยายน 2569 ซึ่งทำให้พื้นที่ในเขตเมืองพัทยา และพื้นที่โดยรอบ ภายในจังหวัดชลบุรี เกิดน้ำท่วมฉับพลัน ตลอดทั้งวัน ของเมื่อวานนี้ (23 ก.ย.) โดยผู้ว่าฯ ชลบุรี เผยว่า “ตนได้รับแจ้งจากกระทรวงฯ และกรมอุตุนิยมฯ เรื่องสภาพอากาศที่แปรปรวนในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งจะเกิดฝนตกต่อเนื่อง จนอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในบางพื้นที่ของจังหวัดชลบุรีได้ โดยขอให้ตนแจ้งเตือนหน่วยงานทุกภาคส่วนให้เพิ่มความระมัดระวังและวางแผนการเดินทางให้รัดกุม ไม่เกิดอุบัติเหตุใดๆ อีกทั้งประกอบกับในช่วงเวลาดังกล่าว เมืองพัทยาจะมีการงานวิ่งมาราธอนระดับโลก “พัทยามาราธอน 2026” ขึ้น มีผู้สมัครเข้าแข่งขันเต็มจำนวนถึง 21,727 คน ซึ่งหากรวมกับผู้ติดตามและครอบครัวของ นักวิ่งจากทั่วโลก แล้วจะมีจำนวนรวมถึง 50,000 คน มาพักค้างพักแรมในเมืองพัทยาติดต่อกันหลายวัน”

“ตนจึงถือโอกาสมาตรวจความเสียหายในเขตพื้นที่ของเมืองพัทยาจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักตลอดทั้งวันเมื่อวานนี้ และถือโอกาสเข้าไปทักทายนักท่องเที่ยวและนักวิ่งจากทั่วโลกจำนวนมาก ที่เริ่มทยอยเดินทางมาเข้าพักที่เมืองพัทยา เพื่อเข้าร่วมแข่งขันพัทยามาราธอนในครั้งนี้อีกด้วย”

“จากการสังเกตุการณ์ในภาพรวม ตนมีความพอใจในการเตรียมตัวเป็นเจ้าภาพจัดงานพัทยามาราธอนในครั้งนี้ของเมืองพัทยาเป็นอย่างมาก เพราะถือว่ามีความพร้อมสูง ถึงแม้จะมีระยะเวลาในการเตรียมตัวไม่นาน แต่เมืองพัทยาได้ทีมงานออแกไนซ์มืออาชีพ และผู้แทนของสมาคมกรีฑาโลกมาให้คำปรึกษา ทำให้ภาพโดยรวมของการจัดงานออกมาดูดี มีความเป็นสากล ระดับมาตรฐานโลก และมีอัตลักษณ์เป็นของตัวเองสูง”


ด้านนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า “จากการเดินทางมาตรวจสถานที่แข่งขันของท่านผู้ว่าฯ ชลบุรี ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการแข่งขันจะเริ่มขึ้นในวันเสาร์ที่ 26 ก.ย. 69 เวลา 05:30-08:30 น. และวันอาทิตย์ที่ 27 ก.ย. 69 เวลา 03:30-10:30 น. นี้ ตนได้หารือถึงความพร้อมในด้านการรับมือของผลกระทบหากสภาพอากาศแปรปรวนที่อาจเกิดขึ้นได้ในช่วงก่อนการแข่งขัน อาทิ พายุฝน ลมกรรโชก หรือน้ำท่วมในเส้นทางแข่งขัน เป็นต้น ซึ่งได้ข้อสรุปจากทุกฝ่ายที่ร่วมหารือกัน ทั้งผู้แทนจากสมาคมกรีฑาโลก ผู้อำนวยการจัดงานจากไทยแลนด์ไตรลีก และหน่วยงานต่างๆ ที่ร่วมเป็นเจ้าภาพในฐานะคณะกรรมการอำนวยการจัดการแข่งขันฯ โดยทุกฝ่ายได้ให้ความเห็นตรงกันให้เดินหน้าจัดงานแบบเต็มร้อย ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ จะเฝ้าติดตามสถานการณ์ต่างๆ อย่างใกล้ชิด โดยจัดให้มีแผนรองรับอย่างรัดกุมภายใต้การดูแลของผู้แทนจากสมาคมกรีฑาโลก ไทยแลนด์ไตรลีก กองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 2 สภ.เมืองพัทยา และหน่วยงานภายในของเมืองพัทยาต่อไป” พ่อเมืองพัทยา กล่าวทิ้งท้าย

อนึ่ง การจัดการแข่งขันวิ่งมาราธอน รายการ “อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ พัทยามาราธอน 2026 บาย มาม่า” เป็นมหกรรมวิ่งมาราธอนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 33 โดยในครั้งนี้ มีการยกระดับมาตรฐานการจัดงานสู่มาราธอนระดับชั้นนำของทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีนักวิ่งสมัครเข้าร่วมวิ่งเป็นจำนวน 21,727 คน จาก 58 ประเทศทั่วโลก (มากเป็นอันดับที่ 3 ของประเทศ รองจากงาน Amazing Thailand Marathon กรุงเทพมหานคร และ Buriram Marathon จังหวัดบุรีรัมย์) กำหนดจัดงาน 2 วัน คือวันเสาร์ที่ 26 ก.ย. 69 สำหรับระยะ 10 ก.ม. / 4.5 ก.ม. และวันอาทิตย์ที่ 27 ก.ย. 69 สำหรับระยะ 42.195 ก.ม. และ 21.1 ก.ม. 





การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดว่าจะทำรายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจท่องเที่ยวของเมืองพัทยา และพื้นที่ใกล้เคียงในจังหวัดชลบุรี มากกว่า 288 ล้านบาท ดำเนินการจัดงานโดยไทยแลนด์ไตรลีก ออแกไนซ์งานวิ่งระดับโลก ที่มี “น้องเบญ” เบญจมาศ แสงอร่าม อดีตนักเทนนิสทีมชาติไทยชุดโอลิมปิกเป็นหัวเรือใหญ่

รฟฟท. รับรางวัลองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ระดับ “ดีเด่น” ประจำปี 2569


บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) รับรางวัลองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2569 (Human Rights Awards 2026) ประเภทองค์กรรัฐวิสาหกิจ ระดับ “ดีเด่น” จากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม สะท้อนความมุ่งมั่นในการดำเนินงานภายใต้หลักสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นรูปธรรม

พล.อ.อ. คงศักดิ์ จันทรโสภา กรรมการและรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้เข้ารับมอบรางวัลองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ระดับ “ดีเด่น” ประจำปี 2569 จากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน 2569 โดยมี พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล ณ อาคารฟอรั่ม อิมแพ็ค เมืองทองธานี

ทั้งนี้ รฟฟท. ได้รับการคัดเลือกต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 โดยในช่วงปี 2565–2567 ได้รับรางวัลในระดับ “ดี” 3 ปีซ้อน และในปี 2568–2569 ได้รับการยกระดับสู่ระดับ “ดีเด่น” 2 ปีซ้อน สะท้อนถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในการยกระดับมาตรฐานด้านสิทธิมนุษยชนในองค์กร

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนควบคู่กับการให้บริการระบบรถไฟฟ้าชานเมืองที่มีมาตรฐานระดับสากล โดยยึดหลักการเคารพสิทธิมนุษยชนเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักขององค์กร พร้อมขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (NAP) สู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมในทุกมิติของการบริหารจัดการ

นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นการปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดมั่นในความยุติธรรม ความเท่าเทียม และการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ส่งเสริมให้บุคลากรทุกระดับมีความตระหนักรู้และปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาลอย่างเคร่งครัด ควบคู่กับการสร้างความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือ และการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้บริการ ชุมชนตามแนวเส้นทาง คู่ค้า รวมถึงกลุ่มเปราะบาง เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และเป็นธรรม  รฟฟท. ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาและยกระดับคุณภาพการให้บริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อก้าวสู่การเป็นองค์กรระบบรางที่เติบโตอย่างยั่งยืน และสร้างคุณค่าให้กับสังคมในระยะยาว

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางสื่อสังคมออนไลน์ทุกแพลตฟอร์ม Facebook Fan Page, Twitter, Instagram, YouTube และ TikTok โดยค้นหา “RED Line SRTET” หรือสอบถามข้อมูลผ่านศูนย์บริการลูกค้า โทร. 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง และเว็บไซต์ www.srtet.co.th

“มากกว่าการเดินทางคือ...ความพิเศษ”
รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

ไทยพร้อม! เปิดเวที IOAA-jr2026 ต้อนรับเยาวชนอัจฉริยะด้านดาราศาสตร์จาก 25 ประเทศทั่วโลกสู่ “อุบลราชธานี”


ไทยประกาศความพร้อมเป็นเจ้าภาพการแข่งขันดาราศาสตร์และฟิสิกส์ดาราศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ครั้งที่ 5 (IOAA-jr2026)   พร้อมเปิดบ้านต้อนรับเยาวชนจาก 25 ประเทศทั่วโลก สัมผัสวิทยาศาสตร์และอัตลักษณ์ซอฟต์พาวเวอร์แดนอีสาน ระหว่างวันที่ 1–8 พฤศจิกายน 69 นี้ ณ จังหวัดอุบลราชธานี           

กรุงเทพฯ – 24 กันยายน 2569 ประเทศไทยประกาศความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันดาราศาสตร์และฟิสิกส์ดาราศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ครั้งที่ 5 หรือ IOAA-jr2026ระหว่างวันที่ 1–8 พฤศจิกายน 2569 จังหวัดอุบลราชธานี โดยมูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการและพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษา ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ (มูลนิธิ สอวน.)  ร่วมกับมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีและจังหวัดอุบลราชธานี เป็นเจ้าภาพหลัก พร้อมด้วยหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง การแข่งขันครั้งนี้นับเป็นเวทีวิชาการระดับนานาชาติที่เปิดโอกาสให้เยาวชนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจากหลายประเทศได้แสดงศักยภาพด้านดาราศาสตร์และฟิสิกส์ดาราศาสตร์ แลกเปลี่ยนความรู้ และสร้างมิตรภาพผ่านเครือข่ายเยาวชนวิทยาศาสตร์จาก 25 ประเทศทั่วโลก            

นางสาวพลอย  ธนิกุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ    กล่าวว่า การที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพ IOAA-jr2026 เป็นโอกาสสำคัญในการแสดงศักยภาพด้านการศึกษาวิทยาศาสตร์ของประเทศ และเป็นเวทีที่ช่วยจุดประกายความสนใจด้านวิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์ให้แก่เยาวชนกระทรวงศึกษาธิการมุ่งหวังให้การแข่งขันครั้งนี้เป็นมากกว่าการวัดความรู้ แต่เป็นพื้นที่ให้เยาวชนได้พัฒนาทักษะการคิด วิเคราะห์ แก้ปัญหา และเรียนรู้ร่วมกับเพื่อนเยาวชนจากนานาประเทศ เพื่อนำประสบการณ์ไปต่อยอดสู่การพัฒนาตนเองและประเทศในอนาคต                  

ด้านศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์จรัส สุวรรณเวลา รองประธานมูลนิธิ สอวน. กล่าวว่า IOAA-jr2026 ถือเป็นกิจกรรมสำคัญที่จัดขึ้นเพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์ประธานมูลนิธิ สอวน. เนื่องในวโรกาสที่จะทรงเจริญพระชนมายุครบ 72 พรรษา ในวันที่ 2 เมษายน 2570 พระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์ของเยาวชนไทยมาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เวที IOAA-jr มีบทบาทสำคัญในการสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ซึ่งเป็นช่วงวัยสำคัญของการเรียนรู้และค้นหาความสนใจด้านวิทยาศาสตร์          

ทั้งนี้ มูลนิธิ สอวน. เป็นเจ้าภาพหลักร่วมกับมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีและจังหวัดอุบลราชธานี โดยมีหน่วยงานเจ้าภาพร่วม ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NARIT สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)   โดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีกำหนดเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรดาวเป็นการส่วนพระองค์ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 และทรงเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดการแข่งขันฯ ในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569            


ด้านศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์จรัส สุวรรณเวลา รองประธานมูลนิธิ สอวน. กล่าวว่า IOAA-jr2026 ถือเป็นกิจกรรมสำคัญที่จัดขึ้นเพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์ประธานมูลนิธิ สอวน. เนื่องในวโรกาสที่จะทรงเจริญพระชนมายุครบ 72 พรรษา ในวันที่ 2 เมษายน 2570 พระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์ของเยาวชนไทยมาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เวที IOAA-jr มีบทบาทสำคัญในการสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ซึ่งเป็นช่วงวัยสำคัญของการเรียนรู้และค้นหาความสนใจด้านวิทยาศาสตร์          

ทั้งนี้ มูลนิธิ สอวน. เป็นเจ้าภาพหลักร่วมกับมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีและจังหวัดอุบลราชธานี โดยมีหน่วยงานเจ้าภาพร่วม ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NARIT สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)   โดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีกำหนดเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรดาวเป็นการส่วนพระองค์ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 และทรงเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดการแข่งขันฯ ในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569                     

รองศาสตราจารย์บุญรักษา สุนทรธรรม ประธานสาขาดาราศาสตร์ มูลนิธิ สอวน. กล่าวถึงความเป็นมาของการแข่งขันว่า ประเทศไทยมีประสบการณ์ในการจัดกิจกรรมโอลิมปิกดาราศาสตร์มาอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มจากการเป็นเจ้าภาพการแข่งขัน IOAA ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายครั้งแรกในปี 2550 ณ จังหวัดเชียงใหม่  สำหรับระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ประเทศไทยเคยส่งนักเรียนเข้าร่วมการแข่งขันดาราศาสตร์ระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่คณะกรรมการนานาชาติจะริเริ่มการแข่งขัน IOAA-jr ขึ้นเป็นครั้งแรกที่ประเทศโรมาเนียในปี 2565 และในปี 2569 ประเทศไทยได้รับความไว้วางใจให้เป็นเจ้าภาพ สะท้อนถึงประสบการณ์และความพร้อมของไทยในการจัดการแข่งขันโอลิมปิกวิชาการระดับนานาชาติ               

ด้านการเตรียมความพร้อม รองศาสตราจารย์บุญรักษา สุนทรธรรม กล่าวว่า ประเทศไทยได้เตรียมการด้านวิชาการตามมาตรฐานสากล ทั้งการสอบภาคทฤษฎี ซึ่งเน้นทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้โจทย์ปัญหา และการประยุกต์ใช้ความรู้ด้านฟิสิกส์และดาราศาสตร์ รวมถึงการสอบภาคสังเกตการณ์ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการแข่งขันโดย NARIT สนับสนุนด้านอุปกรณ์ กล้องโทรทรรศน์ การจัดเตรียมพื้นที่สอบ และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ พร้อมวางแผนรองรับกรณีสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยด้วยระบบท้องฟ้าจำลอง เพื่อให้การแข่งขันดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม              

ขณะที่ รองศาสตราจารย์ ดร.ชุตินันท์ ประสิทธิ์ภูริปรีชา อธิการบดีมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี กล่าวว่า จังหวัดอุบลราชธานีและมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ได้เตรียมความพร้อมในทุกด้าน ทั้งสถานที่จัดการแข่งขัน ที่พัก ระบบคมนาคม การอำนวยความสะดวก และมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยประสานความร่วมมือกับ หน่วยงานด้านความมั่นคง สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและโรงพยาบาลในพื้นที่ เพื่อดูแลผู้เข้าร่วมการแข่งขันตลอดการจัดงาน        

ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.ศิริพร จึงสุทธิวงษ์    คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และประธานคณะกรรมการดำเนินงาน กล่าวว่า นอกจากการแข่งขันด้านวิชาการแล้ว มหาวิทยาลัยยังเตรียมนิทรรศการพระราชกรณียกิจด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และผลงานของมูลนิธิ สอวน. เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้และเห็นพัฒนาการด้านวิทยาศาสตร์ของไทยพร้อมกันนี้ ยังมีกิจกรรมด้านวัฒนธรรมและการทัศนศึกษา เพื่อให้เยาวชนจากนานาประเทศได้สัมผัสอัตลักษณ์ของจังหวัดอุบลราชธานีและภูมิภาคอีสาน อาทิ การเยี่ยมชมอุทยานแห่งชาติผาแต้มและภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ การเรียนรู้การทำเทียนพรรษา การแต่งกายด้วยชุดไทย และการเรียนรู้วัฒนธรรมอาหารไทย 

“เราหวังว่าเยาวชนที่เข้าร่วม IOAA-jr2026 จะได้รับมากกว่าเหรียญรางวัล แต่จะได้ทั้งความรู้ ประสบการณ์ มิตรภาพ และความเข้าใจในความหลากหลายทางวัฒนธรรมกลับไป พร้อมเป็นแรงบันดาลใจในการเติบโตเป็นกำลังสำคัญของวงการวิทยาศาสตร์ในอนาคตการจัดการแข่งขัน IOAA-jr2026 จึงไม่เพียงเป็นเวทีประชันความสามารถด้านดาราศาสตร์ของเยาวชนจากทั่วโลก แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับเครือข่ายวิทยาศาสตร์ของไทย สร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ และเผยแพร่ศักยภาพด้านวิชาการ วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของจังหวัดอุบลราชธานีสู่สายตานานาชาติ” ศาสตราจารย์ ดร.ศิริพร  กล่าวย้ำ

23 กันยายน 2569

เบเยอร์ ผนึกกำลัง Stella X ยกระดับมาตรฐานที่อยู่อาศัย

ส่งมอบความสวยงามและคุณภาพผ่านระบบสีในโครงการ “NOVA WESTGATE”

บริษัท เบเยอร์ จำกัด ผู้นำด้านนวัตกรรมสีรักษ์โลกของประเทศไทย เดินหน้าสานต่อความร่วมมือกับบริษัท Stella X ผู้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย “NOVA WESTGATE”

ผ่านการนำผลิตภัณฑ์และระบบสีคุณภาพจากเบเยอร์มาใช้ในงานทาสีทั้งภายนอกและภายในโครงการ เพื่อร่วมยกระดับมาตรฐานงานก่อสร้าง ตลอดจนสร้างสรรค์บ้านที่โดดเด่นด้านการออกแบบ ความสวยงาม และคุณภาพการอยู่อาศัยในระยะยาว

ในโอกาสนี้ คุณพงษ์เชิด จามีกรกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบเยอร์ จำกัด พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและทีมงานของเบเยอร์ เข้าพบและแสดงการขอบคุณในความร่วมมือ กับคณะผู้บริหารบริษัท Stella X นำโดย คุณกัณห์ดนัย ภูวสวัสดิ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Stella X และ คุณรังสรรค์ ม่วงศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ณ โครงการ NOVA WESTGATE พร้อมเยี่ยมชมบ้านตัวอย่างและการใช้งานผลิตภัณฑ์สีเบเยอร์ในพื้นที่จริงของโครงการ

ความร่วมมือในครั้งนี้ สะท้อนถึงแนวทางการดำเนินงานของทั้งสององค์กรที่ให้ความสำคัญกับการเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่มีคุณภาพ และการพัฒนาที่อยู่อาศัยอย่างใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมพื้นผิว การเลือกประเภทสีให้เหมาะสมกับแต่ละบริเวณ ไปจนถึงการสร้างความกลมกลืนระหว่างสีสัน รูปแบบสถาปัตยกรรม และสภาพแวดล้อมโดยรอบ เพื่อให้บ้านแต่ละหลังมีความสวยงามและสามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัยได้อย่างลงตัว

สำหรับงานสีภายนอกของโครงการ NOVA WESTGATE เลือกใช้ สีรองพื้น Beger Pro-200 สำหรับการเตรียมพื้นผิวก่อนทาสีทับหน้า เพื่อเสริมประสิทธิภาพของระบบสีโดยรวม จากนั้นทาทับด้วย Beger Super Hi-Shield ชนิดด้าน บริเวณผนังภายนอก ช่วยสร้างพื้นผิวที่ดูเรียบเนียน สวยงาม และเข้ากับภาพลักษณ์อันทันสมัยของตัวบ้าน ขณะที่บริเวณงานบัวเลือกใช้ Beger Cool Flex ให้เหมาะสมกับลักษณะของพื้นผิวและรายละเอียดทางสถาปัตยกรรมของโครงการ

ด้านงานสีภายใน โครงการเลือกใช้ สีรองพื้น Beger Pro-200 ร่วมกับ Beger Super Hi-Shield ชนิดด้าน สำหรับฝ้าเพดานและผนังภายใน เพื่อสร้างบรรยากาศที่เรียบหรู สบายตา และส่งเสริมให้พื้นที่ภายในบ้านมีความกลมกลืนกับแนวคิดการออกแบบโดยรวม สีชนิดด้านยังช่วยเสริมมิติของพื้นที่และทำให้การตกแต่งภายในดูสวยงามเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับบ้านพักอาศัยที่ต้องการทั้งความทันสมัยและความอบอุ่น

การเลือกใช้ระบบสีที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นผิวถือเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย เนื่องจากงานสีไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเติมเต็มความสวยงามให้กับอาคารเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทต่อภาพลักษณ์ คุณภาพของงานก่อสร้าง และประสบการณ์การอยู่อาศัยโดยรวม การทำงานร่วมกันระหว่างเจ้าของโครงการ ทีมออกแบบ ผู้รับเหมา และผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์สี จึงช่วยให้สามารถกำหนดระบบสีได้อย่างเหมาะสมกับรูปแบบอาคารและวัตถุประสงค์การใช้งานในแต่ละพื้นที่

คุณพงษ์เชิด จามีกรกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบเยอร์ จำกัด กล่าวว่า “เบเยอร์มีความยินดีที่ผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้รับความไว้วางใจจาก Stella X และได้รับเลือกให้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ NOVA WESTGATE ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการส่งมอบที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพ โดยเบเยอร์พร้อมนำองค์ความรู้ ประสบการณ์ และผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมมาสนับสนุนการพัฒนาโครงการ เพื่อให้ทุกพื้นที่ของบ้านมีทั้งความสวยงามและตอบโจทย์การใช้งานของผู้อยู่อาศัย”

ด้าน คุณกัณห์ดนัย ภูวสวัสดิ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Stella X กล่าวว่า “โครงการ NOVA WESTGATE ให้ความสำคัญกับคุณภาพในทุกรายละเอียด ตั้งแต่การวางแนวคิดโครงการ การออกแบบพื้นที่ ไปจนถึงการคัดสรรวัสดุและผลิตภัณฑ์สำหรับงานก่อสร้าง การเลือกใช้ระบบสีจากเบเยอร์จึงเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยเติมเต็มภาพลักษณ์ของโครงการ และสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าที่กำลังมองหาบ้านซึ่งตอบโจทย์ทั้งด้านการออกแบบและคุณภาพการอยู่อาศัย”

โครงการ NOVA WESTGATE ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิดที่มุ่งสร้างพื้นที่อยู่อาศัยให้เหมาะกับรูปแบบการใช้ชีวิตของครอบครัวยุคใหม่ ผ่านการออกแบบสถาปัตยกรรมที่ทันสมัย การจัดสรรพื้นที่ใช้สอยอย่างเป็นสัดส่วน และการเลือกใช้โทนสีที่ช่วยสร้างความรู้สึกอบอุ่น เรียบหรู และน่าอยู่อาศัย โดยระบบสีจากเบเยอร์เข้ามามีส่วนช่วยเติมเต็มเอกลักษณ์ของบ้านให้มีความโดดเด่น พร้อมสร้างความต่อเนื่องระหว่างพื้นที่ภายนอกและภายในอย่างกลมกลืน

ความร่วมมือระหว่างเบเยอร์และ Stella X ในโครงการ NOVA WESTGATE นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการประสานความเชี่ยวชาญระหว่างผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์สี เพื่อร่วมกันยกระดับมาตรฐานของโครงการที่อยู่อาศัย และส่งมอบบ้านที่ได้รับการใส่ใจตั้งแต่โครงสร้างไปจนถึงรายละเอียดของงานตกแต่ง ตอกย้ำความมุ่งมั่นของทั้งสององค์กรในการสร้างสรรค์พื้นที่แห่งความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีสำหรับผู้อยู่อาศัยอย่างยั่งยืน

ททท. นัดรวมพลอินฟลูเอ็นเซอร์ท่องเที่ยวไทย ในงาน Amazing Thailand Meet the Influencers 2026


ททท. นัดรวมพลอินฟลูเอ็นเซอร์ท่องเที่ยวไทย ในงาน “Amazing Thailand : Meet the Influencers 2026 @Udonthani” เจาะลึกเสน่ห์เที่ยวไทยมุมใหม่ พร้อมชวนสัมผัสมหกรรมพืชสวนโลก เดือนพฤศจิกายนนี้

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดกิจกรรม “Amazing Thailand : Meet the Influencers 2026 @Udonthani” ระหว่างวันที่ 19–22 กันยายน 2569 ณ จังหวัดอุดรธานี นำคณะอินฟลูเอนเซอร์ 69 ราย ร่วมเปิดประสบการณ์และเจาะลึกเสน่ห์อุดรธานี–หนองคาย ผ่านมิติอาหาร วัฒนธรรม วิถีชีวิต งานคราฟต์ และธรรมชาติ พร้อมพบปะเครือข่ายผู้ประกอบการในพื้นที่ในกิจกรรม Speed Dating และลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์การจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2569- มีนาคม 2570 และสำรวจเส้นทางท่องเที่ยว 3 เส้นทางในจังหวัดอุดรธานีและหนองคาย หวังใช้พลังของอินฟลูเอ็นเซอร์ถ่ายทอดเรื่องราวจากพื้นที่ สร้างแรงบันดาลใจและกระตุ้นการเดินทางสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 

นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าวว่า การจัดกิจกรรม “Amazing Thailand : Meet the Influencers 2026 @Udonthani” ในครั้งนี้ มุ่งสร้างและกระชับความสัมพันธ์ระหว่าง ททท. กับ อินฟลูเอ็นเซอร์ด้านการท่องเที่ยว พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างเครือข่าย และต่อยอดความร่วมมือระหว่าง Influencer และผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว โดย ททท. ให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับพันธมิตรทั้งในและนอกอุตสาหกรรมภายใต้แนวทาง Partnership 360 องศา เพื่อร่วมกันนำเสนอศักยภาพและสินค้าท่องเที่ยวของจังหวัดอุดรธานีและพื้นที่เชื่อมโยง ตลอดจนประชาสัมพันธ์ความพร้อมของ มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี ก่อนเปิดงานในเดือนพฤศจิกายน 2569

โดยอินฟลูเอ็นเซอร์ด้านการท่องเที่ยวถือเป็นพลังสำคัญในการถ่ายทอดเรื่องราวและประสบการณ์จากพื้นที่ไปสู่ผู้คนในวงกว้าง สร้างแรงบันดาลใจและเปลี่ยนเรื่องราวเหล่านั้นให้กลายเป็นเหตุผลในการออกเดินทาง อันจะช่วยกระตุ้นการเดินทางและกระจายรายได้สู่ชุมชนและพื้นที่ต่าง ๆ อย่างทั่วถึงต่อไป




กิจกรรมครั้งนี้เริ่มต้นด้วยกิจกรรม “เลาะอุดร” ต่อด้วยเวที “Meet & Share” ในวันที่ 19 กันยายน 2569 ภายใต้แนวคิด “Awaken Udon: ปั้น Roots สร้าง Reach” พื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมองระหว่าง ททท. และอินฟลูเอ็นเซอร์ เพื่อชวนมองอุดรธานีให้ลึกไปกว่าแหล่งท่องเที่ยว โดยหยิบยกทุนทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นประสบการณ์การท่องเที่ยวที่สร้างคุณค่าและมูลค่าให้กับพื้นที่ โดยเวทีดังกล่าวได้รับเกียรติจากนายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าวเปิดกิจกรรมฯ นางสาวเด่นเดือน เหลืองเช็ง ผู้อำนวยการฝ่ายโฆษณาและประชาสัมพันธ์ ททท. พร้อมด้วยนางสาวกนกวรรณ ดุงศรีแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. อุดรธานี และนายสุภกฤต กาแก้วมิตะมาน (เบียร์) ผู้ริเริ่มกลุ่ม “จุ้ม•บ้านเชียง” กลุ่มคนรุ่นใหม่ในจังหวัดอุดรธานีที่รวมตัวกันพัฒนาและออกแบบชุมชนมรดกโลกบ้านเชียงในมุมมองใหม่ ร่วมพูดคุยถ่ายทอดทิศทางการส่งเสริมการท่องเที่ยว ประสบการณ์และแลกเปลี่ยนแนวคิดในการนำต้นทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างเรื่องราวและประสบการณ์ใหม่ให้กับนักท่องเที่ยว 

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม Speed Dating โดยเชิญพันธมิตรภาคเอกชนในพื้นที่ ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร และแหล่งท่องเที่ยว จำนวน 25 หน่วยงาน ร่วมพบปะกับอินฟลูเอ็นเซอร์ เพื่อสร้างความสัมพันธ์เครือข่าย แลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการท่องเที่ยวและสร้างโอกาสทางธุรกิจร่วมกัน ทั้งนี้ ททท. มุ่งขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยภายใต้แนวคิด “Value Over Volume” ที่มุ่งสร้างคุณค่าควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างสมดุลและยั่งยืน พร้อมสื่อสารผ่านแคมเปญ “365 ไทยเที่ยวไทย เที่ยวได้ทั้งปี” และนำเสนอ “เติมเมืองไทย...ให้ใจได้ฮีล” เป็นหนึ่งใน Key Message สื่อสารภายใต้แคมเปญ “สุขทันที ที่เที่ยวไทย” ที่มุ่งกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว สร้างแรงบันดาลใจและขยายฐานนักท่องเที่ยวไทย

ตลอดจนการเปิดตัวคาแรกเตอร์  “น้องสุขใจ” และ “น้องรักยิ้ม” ภายใต้แนวคิด Character Economy เพื่อเป็นตัวแทนในการถ่ายทอดเสน่ห์ของประเทศไทยและสร้างความผูกพันกับนักท่องเที่ยวในทุกช่วงของการเดินทาง ขณะเดียวกันยังมุ่งยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่ประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีคุณค่าและมูลค่าเพิ่ม ผ่านการพัฒนา Signature Destination เชื่อมโยงเครือข่าย UNESCO Thailand Network และส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน ตลอดจนผลักดันเทศกาลและประเพณีอัตลักษณ์ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือสู่ระดับนานาชาติ อาทิ แห่เทียนพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี ไหลเรือไฟ จังหวัดนครพนม และแห่ดาวคริสต์มาส จังหวัดสกลนคร 




สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ คณะอินฟลูเอ็นเซอร์จะได้เข้าร่วม Press Tour ณ พื้นที่จัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี บริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ในวันที่ 20 กันยายน 2569 เพื่อสัมผัสบรรยากาศและความพร้อมของพื้นที่จัดงาน ตลอดจนร่วมประชาสัมพันธ์มหกรรมพืชสวนโลกฯ ซึ่งมีกำหนดเปิดในเดือนพฤศจิกายน 2569 ก่อนเดินทางสำรวจเส้นทางและสินค้าท่องเที่ยวในจังหวัดอุดรธานีและหนองคาย ระหว่างวันที่ 21–22 กันยายน 2569 ผ่าน 3 เส้นทางหลัก ได้แก่ เส้นทางสายอาหารและวิถีลุ่มน้ำโขง เส้นทางวัฒนธรรม มรดกโลก และงานคราฟต์ ครอบคลุมแหล่งมรดกโลกบ้านเชียงและภูพระบาท และ เส้นทางธรรมชาติและการผจญภัย จากภูพระบาทสู่หมู่บ้านคีรีวงกตและถ้ำดินเพียง เพื่อเปิดมุมมองใหม่ของพื้นที่ผ่านเรื่องราว ผู้คน อัตลักษณ์ และประสบการณ์ท่องเที่ยวที่หลากหลาย


ททท. เชื่อมั่นว่า การเปิดโอกาสให้ Influencer ได้สัมผัสประสบการณ์จริงจากพื้นที่ จะช่วยให้สามารถนำเรื่องราวและมุมมองที่เกิดขึ้นจากการเดินทางไปถ่ายทอดต่อในรูปแบบที่เข้าถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังช่วยขยายการรับรู้ศักยภาพของจังหวัดอุดรธานีในมิติที่หลากหลาย ตอกย้ำศักยภาพของภาคตะวันออกเฉียงเหนือในฐานะ New Destination ที่มีทั้งทุนทางวัฒนธรรม ธรรมชาติ อาหาร วิถีชีวิต และประสบการณ์ที่พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาสัมผัสด้วยตนเอง อันจะนำไปสู่การกระจายรายได้ สร้างคุณค่าให้กับท้องถิ่น และขับเคลื่อนการท่องเที่ยวให้เติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืนได้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป


อุดรธานี พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก ททท. เดินหน้าสร้างเครือข่ายท่องเที่ยว
#wefiethailand #toptotravel #Meetthelnfluencer2026
#AmazingThailand #สุขทันทีที่เที่ยวไทย #เลาะอุดร

ม.น.ข.มอบทุนการศึกษาเพื่อเด็กพิการ สร้างพลังการเรียนรู้ สู่อนาคตที่ยั่งยืน

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 อาจารย์สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ ประธานมูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ (ม.น.ข.) เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาโครงการ “ม.น.ข.เฉลิมพระเกียรติ 70 พรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เพื่อเด็กพิการ” ณ โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดกาญจนบุรี อ.เมือง จ.กาญจนบุรี  ซึ่งมีคุณจัตรตุพล ชมภูพงษ์ รองเลขาธิการ  พร้อมด้วยคุณกิมไน้ สิริพฤกษา ผู้บุกเบิกพัฒนาอัญมณีนิล/เจ้าของศูนย์ฝึกวิชาชีพเจียระไนนิล จ.กาญจนบุรี ร่วมมอบทุนในครั้งนี้ด้วย โดยมีนางสาวเสาวภา ตรีสกุลวงษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วยคณะครู และนักเรียน ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น 



การมอบทุนในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่มีความพิการทางการได้ยิน ให้มีโอกาสได้รับการศึกษา สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมั่นคง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยจัดสรรให้เป็นทุนการศึกษาต่อเนื่องจนจบหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4-ม.6) จำนวนทั้งหมด 5 ทุนๆ ละ 50,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 250,000 บาท

ห้างเซ็นทรัล ดันกระแส “NEED THIS ASAP” ปลุกสัญชาตญาณนักช้อป

ห้างเซ็นทรัล ดันกระแส “NEED THIS ASAP” ปลุกสัญชาตญาณนักช้อปกับดีลแรงใน “CENTRAL MIDNIGHT SALE” จัดเต็มโปรโมชันและไอเทมใหม่ ลดสูงสุด 30% พร้อมสิทธิพิเศษมากมาย เริ่ม 23 กันยายน  – 5 ตุลาคม 2569 ที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา และทุกช่องทางช้อป

ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าสร้างสีสันให้ตลาดค้าปลีกโค้งสุดท้ายไตรมาส 3 สู่ไตรมาส 4 เปิดแคมเปญช้อปปิ้งครั้งใหญ่ “CENTRAL MIDNIGHT SALE” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “NEED THIS ASAP” หรือ “อันนี้พี่ขอด่วน!” โดยผนึกกำลังกับพันธมิตรแบรนด์สินค้าทั้งไทยและต่างประเทศ ตอบรับสัญชาตญาณนักช้อปทุกเจนเนอร์เรชันที่กำลังมองหาสินค้าชิ้นใหม่มาเสริมลุคและรสนิยมให้ดูดียิ่งขึ้นทุกวัน ครบครันตั้งแต่บิวตี้ แฟชั่น โฮม แก็ดเจ็ต นาฬิกาจิวเวลรี สินค้าแม่และเด็ก และอีกมากมาย มาพร้อมโปรโมชันสุดคุ้ม New Arrivals ลดสูงสุด 30%, รับสิทธิประโยชน์จากบัตรเครดิตชั้นนำ รวมสูงสุด 20% และดีลพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย

ไฮไลต์ความสนุกในครั้งนี้ ห้างเซ็นทรัลถ่ายทอดแนวคิด “NEED THIS ASAP” สะท้อนผ่านหนังโฆษณาเรื่องใหม่ เล่าเรื่องราวที่อาจเป็นชีวิตจริงของนักช้อปในสถานการณ์ที่หลายคนอาจพบเจอ อย่างการ “ต้องทำงานแต่ใจนั้นก็อยากไปช้อป!” เพราะเมื่อเรามีของที่ถูกใจ ความรู้สึก “อยากได้” สามารถเปลี่ยนเป็น “ต้องได้” ในพริบตา ไม่ว่าจะเป็นไอเทมใหม่ที่เพิ่งเปิดตัว คอลเลกชันสุดฮอตที่กำลังตามหา หรือดีลพิเศษที่ไม่อยากปล่อยให้หลุดมือ โมเมนต์ของการช้อปปิ้ง… ถ้าชอบแล้ว เจอแล้ว ก็ไม่อยากรอ นี่คือหัวใจของ “CENTRAL MIDNIGHT SALE” ที่ต้องการสร้างโมเมนต์การช้อปให้สนุกและเร่งจังหวะขึ้นอีกขั้น ด้วยการรวม ดีลแรง + สินค้าที่ชอบ + สิทธิพิเศษสุดคุ้ม รวบรวมไว้ในงานนี้เท่านั้น  รับชมคลิก https://www.youtube.com/@CentralDepartmentStore 


พร้อมกันนี้ อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่หนุนทัพให้ห้างเซ็นทรัลมัดใจลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง คือ จุดแข็งอย่าง Data-Driven Strategy ที่นำมาพัฒนาแคมเปญเพื่อตอบโจทย์นักช้อป โดยพฤติกรรมผู้บริโภคปี 2026 สะท้อนให้เห็นว่า การช้อปปิ้งเป็นเรื่องของ “จังหวะ” ไม่มีเวลาที่แน่นอน และนักช้อปไทยนิยามตนเองเป็นกลุ่ม “Self-Expression” คือการเลือกช้อปสินค้าที่สะท้อนการแสดงออกถึงตัวตน พร้อมให้ความสำคัญกับ“Glow Up” การดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตยกระดับตัวเองให้ดีขึ้นในทุกมิติ  

และเมื่อการช้อปปิ้งของผู้บริโภคยุคใหม่ ไม่ได้เป็นเพียงการซื้อสินค้าแต่เป็นการเลือกสิ่งที่ตอบโจทย์ตัวตนและไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน ห้างเซ็นทรัลในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการช้อปปิ้งจึงขานรับความต้องการพร้อมจับมือพันธมิตรแบรนด์ชั้นนำ มอบตัวเลือกที่ตอบโจทย์ผ่านการคัดสรรสินค้าใหม่         ไอเทมยอดนิยม และสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟจากแบรนด์ชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศ (Exclusive items) ครอบคลุมทุกความต้องการของนักช้อป อาทิ 

•BEAUTY

Bobbi Brown, Giorgio Armani, Tom Ford

•FASHION

Matin Kim, Marimekko, Vickteerut, Wacay, Staccato, New Balance, Nike, Skechers, Cole Haan, Guy Laroche, Luigi Batani, Tommy Hilfiger

•HOME / LIVING

Dyson, Electrolux, Tefal, Philips, Frolina, Omazz, Sealy, Esquire, Donna Chang

•WATCH / JEWELRY

Garmin, Seiko, Jubilee

•MOM & KIDS / TOYS

Hot Wheels, Lee Kids, Sanrio

•พร้อมพบกับ New Arrivals และ Exclusive Items ที่ช่วยเติมความสดใหม่ให้การช้อปในช่วงเปลี่ยนซีซัน และให้ทุกคนต้องรีบคว้าไอเทมที่เล็งไว้ก่อนใคร

ดีลแรงที่ทำให้ต้องพูดคำว่า “อันนี้พี่ขอด่วน” 

•สินค้าใหม่ ลดสูงสุด 30%

•รับ Digital Coupon หรือคูปองแทนเงินสดจากห้างฯ, เครดิตเงินคืนจากบัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน และคูปองเพิ่มจาก Central App รวมสูงสุด 20% เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไข

•รับสิทธิประโยชน์จากบัตรเครดิตชั้นนำที่ร่วมรายการ รวมสูงสุด 20%

•รับบัตรของขวัญเซ็นทรัล 1,500 บาท เมื่อช้อปด้วยบัตรมาสเตอร์การ์ด ตั้งแต่ 30,000 บาทขึ้นไปต่อเซลส์สลิป (จำกัด 1 สิทธิ์ต่อท่าน/จำกัด 250 สิทธิ์ตลอดรายการ)

•ลูกค้า The1(เดอะวัน) รับคูปองส่วนลด 150 บาท เมื่อแลกคะแนน The1 (เดอะวัน) 1,000 คะแนน ผ่านแอปพลิเคชั่น The1 (จำกัด 2 สิทธิ์ต่อท่าน/จำกัด 10,000 สิทธิ์ตลอดรายการ)      

•รับสิทธิพิเศษจากบัตรเครดิตชั้นนำที่ร่วมรายการ

พลาดไม่ได้! กับ “CENTRAL MIDNIGHT SALE” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “NEED THIS ASAP” ระหว่างวันที่ 23 กันยายน 2569 – 5 ตุลาคม 2569 ที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา และทุกช่องทางการช้อปปิ้งสุดสะดวกของห้างฯ อาทิ Central App, Central Chat& Shop, Personal Shopper 1425, Central TikTok Shop, ช้อปผ่าน Facebook: CentralDepartmentStore และล่าสุด กับ CENNI เพื่อนรู้ใจสายช้อป ผู้ช่วยช้อป AI อัจฉริยะที่จะช่วยให้ลูกค้าค้นพบสิ่งที่ใช่ในแชตเดียว