23 มิถุนายน 2569

JAS Asset ชูโมเดล Mixed-Use Community Mall รับ Longevity Trend


JAS Asset ชูโมเดล Mixed-Use Community Mall รับ Longevity Trend พลิกบทบาท Community Mall สู่ Future Community Living พื้นที่ใช้ชีวิตของชุมชนทุก Generation

บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) กลุ่มธุรกิจอสังหา ในรูปแบบของคอมมูนิตี้มอลล์ ที่มีสาขากระจายตัวอยู่ในชุมชนอย่างเข้าถึงไลฟ์สไตล์ของชุมชน โดยที่ผ่านมาของการดำเนินงาน ของกลุ่มธุรกิจนั้น ความสามารถและวิสัยทัศน์ของผู้นำองค์กรมีความสำคัญที่สุดในการที่จะนำพาองค์กรฝ่าวิกฤติ  ที่เกิดขึ้นมาได้ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของเศรษฐกิจ การเมือง สงคราม ภัยพิบัติต่างๆ ที่เกิดขึ้น รวมไปถึงเทรนด์ผู้บริโภค การปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วของกระแสสังคม ถือว่าเป็นโจทย์หลักที่ท้าทาย ในการปรับกลยุทธ์  เพื่อรองรับและเข้าถึงชุมชนได้ตรงตามที่ได้วางเป้าหมายไว้


คุณสุพจน์ สิริกุลภัสสร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Chief Executive Officer : CEO) บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในปี 2026 เราได้ดำเนินธุรกิจมาด้วยโจทย์ที่มีความยาก ความท้าทายสูงพอสมควร ซึ่งก็มีทั้งเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ และต้องปรับตามโลกที่หมุนเร็วขึ้นในทุกวัน การดำเนินธุรกิจในครึ่งปีหลังนี้ เราเล็งเห็นว่า ชุมชนต้องการอะไรจากเรามากกว่าการที่จะเราจะถามว่า ลูกค้าต้องการจะมาซื้ออะไรจากเรา ในทุกวันนี้ที่ศูนย์การค้าหลายแห่งมีการแข่งขันกันด้วยขนาด พื้นที่ และจำนวนร้านค้า JAS Community Mall เราเลือกเดินในเส้นทางและวางกลยุทธ์ที่แตกต่าง JAS เชื่อว่าศูนย์การค้าที่มีคุณค่าที่สุด อาจไม่ใช่ศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุด แต่คือศูนย์การค้าที่เข้าใจผู้คนในชุมชนมากที่สุด” 

หากว่าศูนย์การค้าขนาดใหญ่แข่งกันเป็น Destination ของเมือง JAS Community Mall ขอวาง  กลยุทธ์ให้เป็น Destination ของชุมชน ซึ่งตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา JAS Asset เติบโตเคียงข้างชุมชน ผ่าน Community Mall ในหลากหลายพื้นที่ทั่วกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ประสบการณ์ทำให้ JAS ได้เรียนรู้ว่า ผู้คนไม่ได้ต้องการเพียงสถานที่สำหรับซื้อสินค้า แต่ต้องการ "พื้นที่ใช้ชีวิต" ที่สามารถเข้ามาใช้เวลา พบปะผู้คน สร้างความทรงจำ และเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างคนในชุมชนมากกว่า




จากแนวคิดดังกล่าว จึงเป็นที่มาที่บริษัทฯพัฒนา แจส กรีน วิลเลจ คู้บอน ในการเป็นโครงการต้นแบบแรกในลักษณะ Mixed-Use เต็มรูปแบบ เป็นการบูรณาการผสมผสานธุรกิจที่มีอยู่ในเครือ เพื่อเป็นพื้นที่  ให้ชุมชนได้เข้ามาใช้บริการได้ทุกกลุ่ม และยังตอบโจทย์กระแสการใส่ใจดูแลสุขภาพ และรองรับสังคมผู้สูงอายุอีกด้วย ภายในโครงการประกอบไปด้วย

·      คอมมูนิตี้มอลล์ ที่มีร้านอาหาร ร้านกาแฟ ซูเปอร์มาร์เก็ต คลินิกความงาม คลินิกทันตกรรม  ร้านเสริมสวย ร้านนวด โรงเรียนสอนทักษะและสอนพิเศษ ศูนย์อาหาร ร้านหนังสือ ร้านค้าไลฟ์สไตล์ต่างๆ มากมาย รวมมากกว่า 200 ร้านค้า

·      JAS Sport Club ประกอบด้วย Pickleball 1 Court / Badminton 5 Courts (สาขาคู้บอน) และ 9 Courts (สาขาศรีนครินทร์) / Football Arena (สาขาคู้บอน) 2 สนาม อีกทั้งยังมีกิจกรรม Aerobic Community ที่จัดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ

·      โรงแรมแบบ Premium Budget ภายใต้ชื่อ เซนส์ โฮเทล (SENS Hotel) จำนวน 77 ห้อง

·      ซีเนร่า เวลเนส ขนาด 52 เตียง บริการดูแลผู้สูงอายุแบบรายวัน ระยะสั้น และระยะยาว รับดูแล  ผู้ออกจากโรงพยาบาลเพื่อมาพักฟื้นหลังการผ่าตัด อาการสโตรก และดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย

·      ซีเนร่า คลินิกกายภาพบำบัด สำหรับผู้มีภาวะออฟฟิส ซินโดรม บาดเจ็บจากการเล่นกีฬา หรืออุบัติเหตุ

·      Vasu Pain Management Clinic ศูนย์ดูแลและรักษาอาการปวดกระดูกและข้อ กล้ามเนื้อ และเส้นประสาทโดยแพทย์เฉพาะทางที่เน้นหลีกเลี่ยงการผ่าตัด หรือผ่าตัดในเวลาที่เหมาะสม

·      Green Community พื้นที่สีเขียว และสนามเด็กสำหรับครอบครัวทำกิจกรรมต่าง ๆ

 “2026 จึงเป็นอีกปีหนึ่งที่มีความท้าทายสูงมากในการดำเนินธุรกิจ ด้วยโอกาสจากที่เราเห็นในชุมชน ทำให้เราได้มีการปรับขยายธุรกิจ ในหลาย ๆ สาขาของเรา ส่วนสิ่งที่สำคัญที่สุดที่มีอยู่ตอนนี้ คือกลุ่มพันธมิตรที่เรามีอยู่ เติบโตมาด้วยกันกับเราตั้งแต่เริ่มต้น ช่วยกันทำให้เกิด Tenant Mix ที่หลากหลายมากขึ้นและเราจะคงความสัมพันธ์ที่ดีนี้ไว้ พร้อมกับการพัฒนาให้เติบโตไปด้วยอย่างต่อเนื่อง” คุณสุพจน์กล่าว  

คุณพงศิยา กิตติขจร Senior Vice President บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในส่วนของ SENERA ที่ผ่านมาเราได้มีการรีแบรนด์จาก SENERA Senior wellness เป็น SENERA มีการแบ่งรูปแบบการทำธุรกิจโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสามารถขยายฐานลูกค้า และจับกลุ่มได้หลากหลายขึ้น และยังสอดคล้องกับเทรนด์ในปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ การมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ (Longevity) โดยเบื้องต้นแยกเป็น 2 Segments คือ Wellness และ Hospitality

ในส่วนของ Wellness ประกอบไปด้วย Senior Nursing Homes & Assisted Living Care และคลินิกกายภาพบำบัด ที่จะเปิดให้บริการสำหรับบุคคลภายนอกในไตรมาสที่ 3  ซึ่งธุรกิจ Wellness จะมีเพียงที่สาขาคู้บอนเท่านั้น ณ ขณะนี้ 


ในส่วนของ Hospitality เป็นการปรับกลยุทธ์จากธุรกิจ Nursing homes จากอาคาร Active Living เดิมที่มีอยู่มาในรูปแบบธุรกิจโรงแรมภายใต้ชื่อ  “SENS Hotel Bangkok Kubon” เน้นการเข้าพักที่มีความสบาย สะอาด สะดวก ปลอดภัย เรียบง่ายในราคาที่คุ้มค่า และยังช่วยเติมเต็มความต้องการของธุรกิจเดิมฝั่ง Wellness รองรับลูก หลาน ญาติที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด ต่างประเทศ ให้มีห้องพักอยู่ใกล้ๆบริเวณเดียวกันเพื่อความสะดวกในการมาเยี่ยม และด้วยการดีไซด์ห้องพักเดิมที่รองรับผู้สูงอายุ ทำให้โรงแรม        ตอบโจทย์ลูกค้าที่มาพักพร้อมกับผู้สูงอายุอีกด้วย

จากผลตอบรับที่ดีในการปรับกลยุทธ์ครั้งนี้ เราจึงกำลังดำเนินการปรับศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่สาขา บางบัวทองมาเป็น “SENS Hotel Nonthaburi Bangbuathong” ที่ตั้งอยู่ภายในห้างแจส กรีน วิลเลจ บางบัวทอง โดยจะเปิดให้บริการภายในไตรมาส 3 เช่นกัน

“เรามั่นใจว่าการปรับกลยุทธ์โดยการบูรณาการธุรกิจ Wellness กับ Hospitality ในครั้งนี้ รวมถึงการเชื่อมโยงการบริการต่างๆในฝั่ง Community Mall จะทำให้เราเติบโตได้มั่นคงขึ้นอย่างยั่งยืน”

คุณชิน พิทักษ์ นรเทพกิตติ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (Chief Operating Officer : COO) บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในฐานะ COO เป้าหมายหลักของผมในปี 2026 นี้ คือการนำวิสัยทัศน์ 'Community Living Ecosystem' มาปฏิบัติจริงให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในทุกโครงการ หัวใจสำคัญคือการสร้าง 'Operational Synergy' ระหว่างธุรกิจในเครือ โดยเฉพาะการเชื่อมโยงประสบการณ์ของลูกค้า (Customer Journey) ระหว่างฝั่ง Community Mall, Wellness Center และ Hospitality ให้เป็นเนื้อเดียวกันอย่างไร้รอยต่อ เรามุ่งเน้นการบริหารจัดการพื้นที่แบบบูรณาการที่ตอบโจทย์ Longevity Trend อย่างจริงจัง ผ่านการใช้ข้อมูล (Data-Driven Operations) เพื่อวิเคราะห์ความต้องการจริงของชุมชน เพื่อปรับปรุงบริการและ Tenant Mix ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงเสมอ นอกจากนี้ เรายังให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานการให้บริการและความปลอดภัยในทุกมิติ โดยกำหนดมาตรฐานการทำงานที่สูง (High Standard Operations)  เพื่อให้ JAS Mixed-Use Community Mall เป็นพื้นที่ที่ปลอดภัย เป็นมิตร และสามารถรองรับการใช้ชีวิตของชุมชนทุก Generation ได้อย่างแท้จริง ซึ่งนี่คือรากฐานสำคัญที่จะทำให้โมเดลธุรกิจใหม่นี้เติบโตได้อย่างมั่นคง ยั่งยืน และสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวให้แก่องค์กร” 

เพื่อเป็นการสร้างระบบนิเวศแห่งการใช้ชีวิตที่เชื่อมโยงผู้คนทุกช่วงวัยเข้าด้วยกัน เพราะJAS เชื่อว่าอนาคตของ Community Mall ไม่ใช่การเป็นเพียงศูนย์การค้า หรือ สถานที่ช้อปปิ้ง แต่ที่สุดแล้วคือการเป็นพื้นที่ที่ทำให้ผู้คนในชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมถึงพื้นที่ที่เด็กสามารถเสริมสร้างการเรียนรู้และเล่นกีฬา ออกกำลังกาย เพิ่มทักษะ ยกระดับให้เป็นพื้นที่ที่ครอบครัวใช้เวลาร่วมกัน อีกทั้งพื้นที่ที่ผู้สูงอายุได้รับการดูแล พื้นที่ที่ผู้ประกอบการท้องถิ่นสามารถเติบโตได้ และพื้นที่ที่ชุมชนรู้สึกว่าเป็น "บ้านหลังที่สอง" บ้านอีกหลังที่ใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย และนี่คือทิศทางใหม่ของ JAS Asset จาก Community Mall สู่ Community Living Ecosystem ที่ไม่ได้เติบโตเพียงธุรกิจ แต่เติบโตไปพร้อมกับผู้คน ชุมชน และสังคมTogether We Grow. The Second Half Begins

22 มิถุนายน 2569

CHANGAN ฉลองความสำเร็จ จัดงานส่งมอบรถ NEVO Q05 อย่างเป็นทางการ

หลังกวาดยอดจองทะลุ 2,200 คัน ภายใน 7 วัน หลังเปิดตัว

กรุงเทพฯ CHANGAN Automobile หรือ ฉางอาน ผู้นำด้านเทคโนโลยียานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ฉลองความสำเร็จหลัง NEVO Q05 ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามด้วยยอดจองกว่า 2,200 คัน ภายในสัปดาห์แรกหลังการเปิดตัว พร้อมจัดงานส่งมอบรถแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ภายใต้ชื่องาน “NEVO Q05 Remarkable Journey”  เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้า และต้อนรับเข้าสู่ครอบครัว CHANGAN ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง โดยมี นายริกกี้ อู๋ รองประธาน และ Customer Officer  บริษัท ฉางอาน ออโต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และนาย คริส อู๋ รองประธาน บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นตัวแทนบริษัทฯ ร่วมให้การต้อนรับ และแสดงความขอบคุณแก่ลูกค้าอย่างใกล้ชิด  


เสียงตอบรับจากลูกค้า ด้วยยอดจองกว่า 2,200 คัน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ CHANGAN NEVO Q05 ว่าเป็นรถยนต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยได้เป็นอย่างดี ทั้งในแง่ดีไซน์ เทคโนโลยี ความสะดวกสบาย ความคุ้มค่า และความปลอดภัย โดยความสำเร็จในครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่สองในรอบเดือนมิถุนายน หลังจากที่ CHANGAN เพิ่งฉลองครบรอบ 1 ปีโรงงาน ฉางอาน ออโตโมบิล ระยอง และการผลิตรถยนต์ครบ 20,000 คัน โดยโรงงานแห่งนี้เป็นศูนย์กลางการผลิตของฉางอานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และฐานการผลิตที่สำคัญของ DEEPAL S05 และ NEVO Q05 สำหรับตลาดอาเซียน และส่งออกไปยังตลาดรถพวงมาลัยขวาทั่วโลกอีกด้วย

NEVO Q05 เป็นรถ SUV อัจฉริยะเจเนอเรชั่นใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘รถสมาร์ท ขับสบาย’ โดดเด่นด้วยดีไซน์โฉบเฉี่ยวทันสมัย ห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย พื้นที่เก็บสัมภาระความจุ 1,380 ลิตร พร้อมระบบชาร์จเร็ว DC 3C ที่ชาร์จจาก 30–80% ได้ภายใน 15 นาที มีระยะทางวิ่งได้ไกลสูงสุด 426 กม.ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง พร้อมด้วยระบบ ADAS และหน้าจออินโฟเทนเมนต์ขนาด 14.6 นิ้วที่รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ ช่วยให้ทุกการเดินทางเป็นเรื่องง่ายและสมาร์ทยิ่งขึ้น

นายคริส อู๋ รองประธาน บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า "วันนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การส่งมอบรถ NEVO Q05 เท่านั้น แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่น่าจดจำและเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณค่าระหว่าง CHANGAN และลูกค้าทุกท่าน ในฐานะตัวแทนบริษัทฯ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ครอบครัว CHANGAN  และขอขอบคุณสำหรับความไว้วางใจที่มีต่อบริษัทฯ และได้เลือก NEVO Q05 เป็นเพื่อนร่วมเดินทางคันใหม่ของท่าน CHANGAN มุ่งมั่นที่จะดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่องในด้านการบริการหลังการขายและการส่งมอบประสบการณ์การใช้รถไฟฟ้าที่สะดวกสบาย ปลอดภัย ตลอดทุกการเดินทาง ปัจจุบัน CHANGAN มีโชว์รูมและศูนย์บริการรวมกว่า 55 แห่งทั่วประเทศ ที่พร้อมให้บริการลูกค้า และกำลังจะขยายเพิ่มอีก 10 แห่งในเร็วๆ นี้ เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าทุกท่านจะได้รับการดูแลอย่างที่ดีที่สุดในทุกพื้นที่”

CHANGAN ขอขอบคุณลูกค้าชาวไทยทุกท่านสำหรับความไว้วางใจและการสนับสนุนที่มีมาอย่างต่อเนื่อง NEVO Q05 พร้อมส่งมอบแล้ววันนี้ที่โชว์รูม CHANGAN ทั่วประเทศ สำหรับผู้ที่สนใจสามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมและค้นหาโชว์รูม CHANGAN ได้ที่ เว็บไซต์: www.changan.co.th/th/nevo-q05 และ FACEBOOK : CHANGAN Thailand

#CHANGANTHAILAND #NEVOQ05FirstJourney #ChanganNEVO #NEVOQ05 #NEVO

เครือโรงพยาบาลพญาไทและเปาโล รับรางวัล Thai HealthTech Excellence Awards 2026 ระดับ Gold

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 คุณอัฐ ทองแตง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เครือรพ.พญาไท-เปาโล ขึ้นรับรางวัล Thai HealthTech Excellence Awards 2026 ระดับ Gold สาขา “ผู้สนับสนุน HealthTech Ecosystem” ภายในงาน Health Tech Thailand Executive Dinner 2026 พร้อมด้วย ผศ. นพ. วีรยะ เภาเจริญ ผู้อำนวยการศูนย์เร่งรัดวิจัยและนวัตกรรมเอกชน และ ดร.นิรุธ ศรีพวาทกุล ผู้อำนวยการสายพัฒนาคุณค่าธุรกิจและเพิ่มพูนการเรียนรู้ ร่วมแสดงความยินดี

เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล เป็นเครือโรงพยาบาลเอกชนพยาบาลเอกชน ที่มีบทบาทในการพัฒนา Digital Healthcare และเปิดพื้นที่ให้นวัตกรรมสุขภาพเข้าไปเชื่อมต่อกับบริการจริง ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ISO 56001:2024 ด้านระบบการจัดการนวัตกรรม หรือ Innovation Management System เป็นองค์กรแรกของประเทศไทย และร่วมส่งเสริมสตาร์ทอัพด้านการแพทย์และสุขภาพหลายราย เช่น N.P.I เตียงปัญญาประดิษฐ์ที่ช่วยลดแผลกดทับ 



รางวัลนี้จึงตอกย้ำถึงความมุ่งมั่น สนับสนุนการขับเคลื่อนนวัตกรรม ด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ ร่วมกับ startup และหน่วยงานในนิเวศ HealthTech ของประเทศไทยเพื่อยกระดับคุณภาพการดูแลสุขภาพให้ได้นำมาใช้จริงได้อย่างยั่งยืน

อาร์ต วศิน ผู้บริหาร รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. คว้าเกียรติยศ รางวัล ‘ศิลปินดีเด่น’ ประจำปี 2569

นายวศิน วรรณพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจองค์กร บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด เข้ารับรางวัลเกียรติยศในสาขา ศิลปินดีเด่น ประจำปี 2569  ณ เวทีประกาศรางวัล "นพเก้า ดาวมงกุฎเพชร" ซึ่งจัดขึ้น ณ หอประชุมใหญ่ อาคาร 9 บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด สำนักงานแจ้งวัฒนะ เมื่อวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา

การได้รับรางวัลในครั้งนี้สะท้อนถึงความสำเร็จและศักยภาพของคุณอาร์ต ในฐานะบุคลากรคุณภาพที่สร้างสรรค์ผลงานจนเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง โดยมี นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข  ให้เกียรติเดินทางมาเป็นประธานในพิธีเพื่อมอบรางวัลเชิดชูเกียรติในครั้งนี้

ภายหลังจากการขึ้นรับรางวัล คุณอาร์ต ได้เผยถึงความรู้สึกส่วนตัวว่า รางวัลนี้ถือเป็นเกียรติและความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง ขอขอบคุณคณะกรรมการที่เล็งเห็นถึงความตั้งใจ รางวัลนี้นอกจากจะเป็นกำลังใจสำคัญแล้ว ยังเป็นแรงผลักดันให้ผมมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ควบคู่ไปกับการปฏิบัติหน้าที่บริหารองค์กรอย่างเต็มกำลัง เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจและสร้างคุณประโยชน์ให้กับสังคมต่อไป

สำหรับเวทีงานรางวัลเกียรติยศ “นพเก้า ดาวมงกุฎเพชร” จัดขึ้นโดยรายการดาราวาไรตี้ทีวีบันเทิง เพื่อยกย่องปูชนียบุคคล ศิลปินอาวุโส และบุคคลผู้ทรงคุณค่าจากหลากหลายวงการที่สร้างประโยชน์ให้กับสังคมอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งวงการบันเทิง ศิลปะ นาฏศิลป์ รวมถึงประชาชนผู้ทำคุณประโยชน์และสร้างคุณค่าต่อสังคม

พม. Kick-off อบรมวัยเก๋า ถักไหมพรม ด้วยเครื่องอัตโนมัติ ปักหมุด 15 จว.นำร่อง หนุนสูงวัยมีงานจากฐานชุมชน


วันที่ 22 มิถุนายน 2569 นายนิกร  โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) มอบหมายนางสาวชนก จันทาทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  เป็นประธานเปิดงาน Kick-off กิจกรรมอบรมหลักสูตรการฝึกอาชีพถักไหมพรม ด้วยเครื่องถักไหมพรมขนาดใหญ่และเครื่องถักหมวกไหมพรมอัตโนมัติ ภายใต้โครงการสูงวัยมีงานจากฐานชุมชน โดยมี นายโชคชัย วิเชียรชัยยะ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ กล่าวรายงาน และคณะผู้บริหารกระทรวง พม. เข้าร่วม ณ บริเวณโถงชั้น 1 อาคารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์


นางสาวชนก กล่าวว่า ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) ตั้งแต่ปี 2566 โดยมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป คิดเป็น 1 ใน 5 ของประเทศ และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 28 เข้าสู่สังคมสูงอายุระดับสุดยอด (Super-Aged Society) ภายในปี 2576 ทำให้ผู้สูงอายุต้องเผชิญกับความท้าทายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องความมั่นคงทางรายได้ยามเกษียณ และค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ทั้งนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม). ได้ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรว่า ไม่ใช่วิกฤต แต่เป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุให้เป็นพลังขับเคลื่อนประเทศภายใต้แนวคิด Active Aging หรือ พฤฒพลัง ที่มีศักยภาพทั้งประสบการณ์และภูมิปัญญา

นางสาวชนก กล่าวว่า กระทรวง พม. จึงได้ปรับบทบาทจาก “ผู้ให้ความช่วยเหลือ” สู่ “ผู้สร้างโอกาส” ภายใต้นโยบายสำคัญ 8 ด้าน "สร้างสังคม อยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน"  โดยเฉพาะนโยบายด้านที่ 6 คือ การสร้างอาชีพ ส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุ ทั้งนี้ กระทรวง พม. โดยกรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) จึงได้ดำเนินโครงการสูงวัยมีงานจากฐานชุมชน ซึ่งขับเคลื่อนภายใต้แผนกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยกระทรวง พม. ได้สนับสนุนเป็นเครื่องมือและทักษะอาชีพที่ส่งตรงถึงชุมชน เพื่อให้ผู้สูงอายุในพื้นที่สามารถพึ่งพาตนเอง มีรายได้ที่มั่นคง และอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีในท้องถิ่น ซึ่งนอกจากจะช่วยลดภาระงบประมาณด้านสวัสดิการของรัฐในระยะยาวแล้ว ยังเป็นการเติมเม็ดเงินหมุนเวียนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน








นางสาวชนก กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับงาน Kick-off กิจกรรมอบรมหลักสูตรการฝึกอาชีพถักไหมพรม ด้วยเครื่องถักไหมพรมขนาดใหญ่และเครื่องถักหมวกไหมพรมอัตโนมัติ ภายใต้โครงการสูงวัยมีงานจากฐานชุมชน มีเป้าหมายในการนำนวัตกรรมเครื่องถักไหมพรมและวัสดุอุปกรณ์ส่งตรงถึงมือผู้สูงอายุทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ เป็นที่ต้องการของตลาด สร้างงาน สร้างรายได้ ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยมีการฝึกอบรม 3 รุ่น ระหว่างวันที่ 22 มิถุนายน - 8 กรกฎาคม 2569 สำหรับผู้สูงอายุจำนวนทั้งสิ้น 3,300 คน.ครอบคลุมพื้นที่ 15 จังหวัดในพื้นที่ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ได้แก่ ภาคเหนือ (จังหวัดพะเยา ลำปาง พิจิตร) , ภาคกลาง (จังหวัดสุพรรณบุรี ชลบุรี อ่างทอง) , ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (จังหวัดกาฬสินธุ์ หนองคาย ร้อยเอ็ด หนองบัวลำภู สกลนคร อุบลราชธานี) และ ภาคใต้ (จังหวัดกระบี่ สงขลา พัทลุง) รวมถึงผู้สูงอายุในศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ (ศพส.) จำนวน 12 แห่งทั่วประเทศ

#พม #กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ #นิกรโสมกลาง
#อาชีพ #ผู้สูงอายุ #กรมกิจการผู้สูงอายุ #ผส

UFM ฉลองความสำเร็จด้วยกลยุทธ์ CRM ใช้แป้งได้พอยท์ แลกของรางวัล

ผู้นำตลาดแป้งสาลี UFM เผยระบบ CRM ดันยอดสมาชิกเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จัดกิจกรรมตอบแทนลูกค้าสะสม UFM Points แลกรับของรางวัล พร้อมจัดคาราวานโรดโชว์พบลูกค้าทั่วประเทศ

นางวันทนา ทองไทย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ยูไนเต็ดฟลาวมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ UFM ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายแป้งสาลีรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย กล่าวว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ มีการปรับกลยุทธ์ทางการตลาดโดยใช้ระบบบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (Customer Relationship Management : CRM) นำข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภค การสะสมคะแนนแลกของรางวัล มาวิเคราะห์พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้ตอบโจทย์ยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการมอบสิทธิประโยชน์เพื่อคืนกำไรและสมนาคุณลูกค้าที่ให้การสนับสนุนผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ UFM  เช่น แป้งสาลีอเนกประสงค์ตราว่าว แป้งสาลีตราบัวแดง แป้งสาลีตราพัดโบก แป้งสาลีตราหงส์ขาว แป้งทอดกรอบตรายูเอฟเอ็ม แป้งหมวดพรีมิกซ์ และแป้งหมวด Master Series ด้วยดีมาโดยตลอด ทั้งนี้ ผลการดำเนินกลยุทธ์ดังกล่าว ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ทำให้ยอดสมาชิกและอัตราการซื้อซ้ำพุ่งสูงขึ้น มีผู้ประกอบการและลูกค้าเข้ามาลงทะเบียนในระบบ UFM Rewards เพิ่มขึ้นเกือบ 20% 

ดังนั้น เพื่อเป็นการตอกย้ำความสำเร็จที่เกิดขึ้น บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าอย่างต่อเนื่องผ่านกิจกรรม “ UFM Rewards ใช้แป้งได้พอยท์ แลกของรางวัล” สะสมคะแนน UFM Points และนำมาแลกรับของรางวัลมากมาย อาทิ กระเป๋ากระสอบ ตราว่าว, Gift Voucher UFM Fuji Super,  ร่มสนาม UFM,เครื่องอบโดนัท, หม้อทอดไร้น้ำมัน, เครื่องชั่งดิจิทัล และ เครื่องผสมอาหาร เป็นต้น โดยซื้อผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ UFM สแกน QR Code หรือกรอกเลขรหัสด้านในถุงแป้งหรือฉลากบนกระสอบแป้ง พร้อมลงทะเบียนชื่อ นามสกุล เบอร์โทรศัพท์  เริ่มตั้งแต่วันนี้ – 31 ธ.ค. 2569


นางวันทนา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้เดินหน้าจัดแคมเปญ “UFM ยืนหนึ่ง กรอบนานสะท้านไทย” เป็นกิจกรรมออกเดินทางสาธิตการทำอาหารจากผลิตภัณฑ์แป้งทอดกรอบตรายูเอฟเอ็ม ที่มีจุดเด่นเรื่องความกรอบนาน ไม่อมน้ำมัน คุ้มค่าเกินราคา และผสมได้ปริมาณมาก สำหรับกิจกรรมดังกล่าว จะเริ่มปักหมุดที่ภาคใต้ ตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายนนี้ ในพื้นที่จังหวัดสงขลา นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี ก่อนจะขยายกิจกรรมไปยังภูมิภาคอื่นๆ ทั่วประเทศ ซึ่งการเดินสายพบปะลูกค้าตามจังหวัดต่างๆ เพื่อมุ่งเน้นสร้างความมั่นใจว่า UFM จะเป็นแบรนด์ที่อยู่เคียงข้างลูกค้าและช่วยสร้างผลกำไรให้กับผู้ประกอบการไทยได้อย่างแท้จริง 

ทั้งนี้ผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมกับ UFM สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
LINE ID : @ufm.th และ www.facebook.com/ufmflour

20 มิถุนายน 2569

สมาคมฝึกการพูด แห่งประเทศไทย "The Speech Training Association of Thailand"

เริ่มต้นพัฒนาตัวเองได้แล้ววันนี้ เพิ่มมูลค่าให้ตัวคุณ ด้วยทักษะการพูดอย่างมืออาชีพ พ.อ.พิเศษ เกษม รัตนปราณี (นายกสมาคมฝึกการพูดแห่งประเทศไทย) ชวนมาฝึกทักษะ พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มให้ตัวเอง ด้วยการฝึกพูดที่สมาคมฝึกการพูดแห่งประเทศไทย

สมาคมฝึกการพูดแห่งประเทศไทย ศูนย์รวมในการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะการสื่อสารในที่สาธารณะอย่างมีประสิทธิภาพ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาทักษะการพูด เน้นการพูดให้ตรงประเด็น กระชับ มีโครงสร้างชัดเจน และสื่อสารได้อย่างเป็นธรรมชาติสร้างความมั่นใจช่วยฝึกความกล้าแสดงออก ควบคุมความประหม่า และขจัดความกลัวเมื่อต้องพูดต่อหน้าผู้คนยกระดับบุคลิกภาพ เสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดี ท่าทาง น้ำเสียง และลีลาในการเป็นวิทยากรหรือพิธีกรที่ดี และมีประสิทธิภาพ


🎤 วัตถุประสงค์และจุดเด่น เพื่อพัฒนาทักษะการพูด ให้ตรงประเด็น กระชับ ไม่เยิ่นเย้อ
✨️พูดได้อย่างเป็นธรรมชาติ และปรับใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน
✨️ควบคุมความประหม่า และความตื่นเต้นขณะพูด
✨️ปรับปรุงบุคลิกภาพ สร้างความมั่นใจในการแสดงความคิดเห็น
✨️มีไหวพริบในการโต้ตอบ พร้อมรับฟังความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์
📍 สถานที่ฝึกอบรม
สมาคมฝึกการพูดแห่งประเทศไทย
ทุกวันเสาร์ : (1pm – 6pm)
สมาคมฝึกการพูดแห่งประเทศไทย,
อาคารมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย
ถนนสุขุมวิท ซอย ทองหล่อ 25 กรุงเทพฯ

โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์“ จับมือ ”Avalon“ ร่วมกันเซเลเบรตเดือนสิ่งแวดล้อมโลก


สีสันแห่งท้องทะเล Sea Soul Collection และชุดน้ำชายามบ่าย Sea Soul Afternoon Tea ที่รังสรรค์โดย โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ จับมือ Avalon ร่วมกันเซเลเบรตเดือนสิ่งแวดล้อมโลก 

โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในวันสำคัญของโลกซึ่งตรงกับเดือนมิถุนายนของทุกปี กับวันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day) สำหรับปีนี้โรงแรมฯขอพาทุกท่านร่วมเปิดประสบการณ์สุดพิเศษ ผ่านการเล่าเรื่องราวผ่านแนวคิดความยั่งยืน พร้อมถ่ายทอดออกมาในรูปแบบชุดน้ำชายามบ่ายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความงดงามใต้ท้องทะเล ผ่านขนมหวานรููปทรงสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล ผสานผลไม้ตามฤดููกาลของไทยในรููปแบบร่วมสมัยและประณีตต และหัวใจหลักของแคมเปญในครั้งนี้คือการร่วมมือกันระหว่างโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ และ Avalon แบรนด์เครื่องประดับที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 30 ปี ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความงดงามของอัญมณีธรรมชาติและงานฝีมือชั้นสูง กับคอลเลกชัน Sea Soul

โดยการหยิบยกแนวคิดการนำเปลือกหอยที่ใช้แล้วกลับมาใช้ประโยชน์อีกครั้ง ซึ่งเป็นการช่วยลดของเสียและสะท้อนถึงความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม และความเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างลึกซึ้งตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 สิงหาคม 2569 ผลงานบางส่วนจากคอลเลกชัน Sea Soul จะถูกนำมาจัดแสดงภายในโรงแรมฯ เพื่อให้แขกผู้เข้าพักได้เลือกซื้อเครื่องประดับที่สะท้อนความงดงามของวัสดุจากธรรมชาติ ควบคู่ไปกับการตระหนักถึงการบริโภคอย่างยั่งยืน

ชุดน้ำชายามบ่าย Sea Soul Afternoon Tea ณ ที แอนด์ ทิปเปิ้ล ชั้น 23 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมให้คุณได้สัมผัสถึงความสวยงามใต้ท้องทะเลอย่าง ขนมรูปม้าน้ำ เปลือกหอย ปะการัง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติอย่างสีสันของปะการัง สิ่งมีชีวิตนานาชนิด เพื่อให้ทุกท่านได้ตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดปริมาณขยะ และส่งเสริมการรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ความงดงามของท้องทะเลคงอยู่ต่อไปอย่างยั่งยืน ชุดน้ำชายามบ่าย Sea Soul Afternoon Tea ราคาเริ่มต้น 1,490 บาท++ สำหรับ 2 ท่าน





ผลงานบางส่วนจากคอลเลกชัน Sea Soul จะถูกนำมาจัดแสดงภายในโรงแรมฯ เพื่อให้แขกผู้เข้าพักได้เลือกซื้อเครื่องประดับที่สะท้อนความงดงามของวัสดุจากธรรมชาติ และทางโรงแรมยังให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการดำเนินงานภายในหลายส่วน อาทิ การใช้พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อลดการปล่อยคาร์บอน และตระหนักถึงการบริโภคอย่างยั่งยืน ด้วยการทำสวนผักออกร์แกนิกบนดาดฟ้าของชั้น 26 รวมถึงแยกขยะอย่างเป็นระบบ และการรีไซเคิลอย่างครบวงจร 





แคมเปญยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของเราในด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการดำเนินงานที่คำนึงถึงความยั่งยืน อาทิ การใช้พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อลดการปล่อยคาร์บอน สวนผักออร์แกนิกบนดาดฟ้าชั้น 26 และระบบแยกขยะรวมถึงการรีไซเคิลอย่างครบวงจร




สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 02-100-6255
หรืออีเมล์: diningcgcw@chr.co.th ฝ่ายประชาสัมพันธ์ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ โทร. 0 2100 1234