04 กรกฎาคม 2569

ทีมเคลียร์ประกันสังคม ผลักดัน สิทธิกลุ่ม LGBTQ

รับยาฮอร์โมนและการตรวจยืนยันเพศสภาพ ในระบบประกันสังคม ฟรี

คุณณัฐชรัตน์ พลรบ ตัวแทนของกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ ) ผู้สมัครคัดเลือกเป็นคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ด) ฝ่ายผู้ประกันตน  เคลียร์ประกันสังคม หมายเลข  23 กล่าวว่า  กลุ่มบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+) ในระบบประกันสังคมนั้นมีความต้องการให้มีการปรับปรุงสิทธิประโยชน์ให้ครอบคลุมในเรื่องการเบิกจ่ายยาฮอร์โมนและการตรวจยืนยันเพศสภาพเป็นอย่างน้อย ให้เท่าเทียมกับสิทธิประโยชน์ของสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช. ) ซึ่งปัจจุบัน สปสช. ได้บรรจุสิทธิประโยชน์ด้านการยืนยันเพศสภาพและยาฮอร์โมน สำหรับบุคคลข้ามเพศจากชายเป็นหญิง และหญิงเป็นชาย แล้ว โดยผู้ที่ต้องการรับบริการ ไม่สามารถรับฮอร์โมนได้ทันที แต่จะต้องเข้าสู่กระบวนการดูแลตามขั้นตอนที่กำหนด โดยการให้บริการทั้งหมดจะอ้างอิงแนวทางวิชาการและคู่มือที่เกี่ยวข้อง 


ณัฐชรัตน์ พลรบ ตัวแทนของกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ ) 

นอกจากนั้นตนจะผลักดันเพิ่มสิทธิในส่วนของการผ่าตัดแปลงเพศ และการผ่าตัดเพื่อยืนยันอัตลักษณ์ทางเพศ เพิ่มเข้าไปในสิทธิประโยชน์สำหรับกลุ่ม LGBTQ+ ต่อไปอีกด้วย  เพื่อจะช่วยลดช่องว่างหรือความเหลื่อมล้ำ และสร้างโอกาสที่เท่าเทียมกันมากขึ้น รวมถึงป้องกันการเลือกปฏิบัติ โดยเฉพาะกับกลุ่มเปราะบาง 

อนึ่งจากข้อมูลงานวิจัยชิ้นหนึ่งของสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล มีการคาดประมาณประชากรกลุ่ม LGBTQ+ ว่าในปี 2567 ประเทศไทยมีกลุ่ม LGBTQ+ ราว 1,586,918 คน ในจำนวนนี้แบ่งเป็นเพศกำเนิดชาย 543,485 คน และเพศกำเนิดหญิง 1,043,433 คน นอกจากนี้งานคาดการณ์อีกว่าในอีก 15 ปีข้างหน้าอัตรากลุ่ม LGBTQ+ มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า นั้นหมายความว่าในปีพ.ศ. 2582 อาจจะมีกลุ่ม LGBTQ+ ทั้งหมดประมาณ 2.2 ล้านคน   แต่ในระบบประกันสังคมยังไม่มีสถิติแยกเฉพาะที่ระบุจำนวนที่แน่ชัดได้ว่ามีกลุ่ม LGBTQ+ อยู่ในระบบประกันสังคมเท่าใด

ทั้งนี้ ทีมเคลียร์ประกันสังคมยังมี 6 นโยบายหลักเพื่อเพิ่มสิทธิและปฏิรูประบบประกันสังคมเปลี่ยนเป็น ‘ประกันชีวิต โดยมีผู้สมัครฝ่ายผู้ประกันตน 7 คน ประกอบด้วย หมายเลข 15 ว่าที่ร้อยตรีวรชัย สนั่นสุข, หมายเลข 17 สัตยากร วงศ์ราษฎร์, หมายเลข 18 ทัตพร แสงโปร่ง, หมายเลข 19 ตฤณ มาลัยทอง, หมายเลข 20 ณสิกาญจน์ สิทธิฐาปนพงศ์, หมายเลข 23 ณัฐชรัตน์ พลรบ และ หมายเลข 24 อมราวดี ทองปานดี  ขอเชิญชวนผู้ประกันตนลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งภายในวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ผ่านแอปพลิเคชั่น SSO Plus เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม หรือสำนักงานประกันสังคมทุกแห่ง ก่อนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 27 กันยายน 2569 

ทั้งนี้ ทีมเคลียร์ประกันสังคมยังมี 6 นโยบายหลักเพื่อเพิ่มสิทธิและปฏิรูประบบประกันสังคม  เปลี่ยนเป็น ‘ประกันชีวิต โดยมีผู้สมัครฝ่ายผู้ประกันตน 7 คน ประกอบด้วย หมายเลข 15 ว่าที่ร้อยตรีวรชัย สนั่นสุข, หมายเลข 17 สัตยากร วงศ์ราษฎร์, หมายเลข 18 ทัตพร แสงโปร่ง, หมายเลข 19 ตฤณ มาลัยทอง, หมายเลข 20 ณสิกาญจน์ สิทธิฐาปนพงศ์, หมายเลข 23 ณัฐชรัตน์ พลรบ และ หมายเลข 24 อมราวดี ทองปานดี  ขอเชิญชวนผู้ประกันตนลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งภายในวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ผ่านแอปพลิเคชั่น SSO Plus เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม หรือสำนักงานประกันสังคมทุกแห่ง ก่อนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 27 กันยายน 2569 

ประเทศไทยมี LGBTIQNA+ เกือบ1.6 ล้านคน : เมื่อประชากรหลากหลายทางเพศ ‘นับจำนวน’ https://section09.thaihealth.or.th/2025/07/04/lgbtq-population/


03 กรกฎาคม 2569

“คิทโด้” ชวนคุณแม่เสริมพัฒนาการเรียนรู้และภูมิคุ้มกันลูกน้อย

ด้วยวิตามินเม็ดเคี้ยว 2 สูตร จัดโปรแรง “ซื้อ 1 แถม 1” เพียง 49 บาท ที่เซเว่น อีเลฟเว่น

หลังจากเปิดเทอมและลุยเรียนกันมาสักพักใหญ่ เด็กๆ วัยเรียนต่างต้องใช้พลังงาน สมองและสายตา ในการเรียนรู้และทำกิจกรรมในแต่ละวันอย่างเต็มที่ คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่จึงต้องให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพรอบด้านอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมให้ลูกน้อยมีพัฒนาการด้านการเรียนรู้ที่ดี ควบคู่ ไปกับร่างกายที่แข็งแรง “คิทโด้” (KITDO) วิตามินเม็ดเคี้ยว จึงเป็นตัวช่วยที่ตอบโจทย์อย่างยิ่งในการบำรุงสมอง สายตา และเสริมภูมิคุ้มกัน ให้น้องๆ พร้อมรับมือกับการเรียนและเล่นสนุกได้อย่างเต็มศักยภาพในทุกๆ วัน

“คิทโด้” อร่อย ทานง่าย หอมกลิ่นผลไม้ โดยไม่เติมน้ำตาลและไม่ใส่สารกันเสีย มีให้เลือก 2 สูตร 2 รสชาติ ได้แก่ รสส้มเพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน และรสมิกซ์เบอร์รี่เพื่อบำรุงสมองและสายตา ที่อัดแน่นไปด้วย คุณประโยชน์ที่จำเป็นสำหรับเด็กวัยเจริญเติบโตและทุกคนในครอบครัว บรรจุซองละ 12 เม็ด พิเศษเพิ่มปริมาณแถมฟรีอีก 3 เม็ด (รวมเป็น 15 เม็ดต่อซอง) มาพร้อมกับโปรโมชั่นสุดคุ้มต้อนรับฤดูกาลแห่งการเรียนรู้ “ซื้อ 1 แถม 1” (คละรสชาติได้) ในราคาพิเศษเพียง 49 บาท (จากปกติ 98 บาท) ตั้งแต่วันนี้ - 23 กรกฎาคม 2569 ที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ทุกสาขาทั่วประเทศ

เริ่มต้นการปกป้องลูกน้อยด้วย “คิทโด้ ไอมู อะเซโรลา ซี พลัส มัลติวิตามิน” (KITDO IMU Acerola C Plus Multivitamin) วิตามินเม็ดเคี้ยวรสส้ม ช่วยดูแลระบบภูมิคุ้มกัน ป้องกันหวัดและภูมิแพ้ ชูจุดเด่นด้วยปริมาณวิตามินซี คุณภาพสูง โดย คิทโด้ IMU เพียง 2 เม็ด ให้คุณค่าวิตามินซีธรรมชาติเท่ากับส้ม 1 ผล ผสานคุณประโยชน์จากวิตามินซีธรรมชาติ (Acerola Cherry Extract 150 mg.) นำเข้าจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ดูดซึมไวและอยู่ในร่างกายได้นาน อ่อนโยนไม่ระคายเคือง กระเพาะอาหาร เสริมทัพความแข็งแรงด้วย ซิงค์สูง (High Zinc) ที่ช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย ซิตรัส ไบโอฟลาโวนอยด์ วิตามินดี และวิตามินรวมถึง 13 ชนิด เพื่อร่างกายที่แข็งแรงพร้อมลุยทุกกิจกรรม สำหรับน้องๆ ที่ต้องเรียนหนักและใช้สายตากับหน้าจอแท็บเล็ตหรือสมาร์ทโฟนตลอดทั้งวัน แนะนำ “คิทโด้ โปร ดีเอชเอ พลัส บิลเบอร์รี่” (KITDO Pro DHA Plus Bilberry) วิตามินเม็ดเคี้ยวรสมิกซ์เบอร์รี่ สูตรสำหรับเด็กวัยเรียนรู้ที่ช่วยบำรุงสมองและสายตาโดยเฉพาะ อุดมไปด้วยดีเอชเอสูง (High DHA) จากน้ำมันปลาทูน่าบริสุทธิ์นำเข้าจากออสเตรเลีย โดย คิทโด้ โปร ดีเอชเอ เพียง 1 เม็ด มีปริมาณ DHA  เทียบเท่ากับการดื่มนมถึง 2 กล่อง ช่วยเสริมสร้างการทำงานของเซลล์สมอง เพิ่มความจำ และการเรียนรู้ พร้อมผสานพลังจากสารสกัดบิลเบอร์รี่และวิตามินเอสูง (High Vitamin A) ที่มีส่วนช่วยในการมองเห็น ลดความอ่อนล้าของสายตา เสริมด้วยโอเมก้า 3, 6, กรดโฟลิก (Folic Acid) ช่วยบำรุงเลือดและระบบประสาท รวมถึง วิตามินบีรวมอีก 7 ชนิด (บี 1, บี 3, บี 5, บี 6, บี 12, โฟลิก, ไบโอติน) เพื่อการดูแลที่สมบูรณ์แบบในทุกๆ วัน แนะนำให้เด็กๆ รับประทานวันละ 1-3 เม็ดต่อสูตร เคี้ยวอร่อย ได้ ประโยชน์เต็มๆ คำ “คิทโด้” เป็นวิตามินเม็ดเคี้ยวที่ทั้งอร่อยและมีประโยชน์ รับประทานง่าย หอมกลิ่นผลไม้ ไม่เติมน้ำตาล และไม่ใส่สารกันเสีย จึงเหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัวคุณพ่อคุณแม่ และน้องๆ 


สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมของ “คิทโด้” ทั้ง 2 สูตรเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ www.bshine.co.th/kitdo/, FB Page : kitdoclub,
Line : @Kitdo, TikTok : bshine.official, และ IG : bshinenutritionplus

02 กรกฎาคม 2569

สมาคมอสังหาฯ ร่วม กทม. เดินหน้า BKK Housing Platform ยกระดับการเข้าถึงที่อยู่อาศัยสู่การพัฒนาเมืองยั่งยืน

สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย เดินหน้าร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร ผ่านโครงการ “BKK Housing Platform” เพื่อพัฒนาและเชื่อมโยงแพลตฟอร์มด้านที่อยู่อาศัยของกรุงเทพฯ รองรับการวางแผนเมือง การพัฒนาที่อยู่อาศัย และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว

นายพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนบทบาทของภาคเอกชนในการสนับสนุนการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน โดยสมาคมฯ ร่วมกับพันธมิตรภาครัฐและเอกชน พัฒนาแพลตฟอร์มกลางเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลที่อยู่อาศัยสำหรับข้าราชการและบุคลากรของกรุงเทพมหานคร ให้สามารถเข้าถึงที่พักอาศัยคุณภาพในราคาที่เหมาะสมได้สะดวกมากขึ้น ภายใต้แนวคิด “บ้านใกล้ที่ทำงาน” ที่มุ่งลดภาระการเดินทาง เพิ่มคุณภาพชีวิต และสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยให้กับคนเมือง


ทั้งนี้ แพลตฟอร์มดังกล่าวยังมีแผนขยายสู่ประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะกลุ่ม First Jobber และคนรุ่นใหม่ เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงข้อมูลและสิทธิประโยชน์ด้านที่อยู่อาศัยอย่างเป็นระบบ ซึ่งสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทยมองว่า จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการสร้างระบบนิเวศด้านที่อยู่อาศัยที่มีประสิทธิภาพ และช่วยให้การพัฒนาเมืองสามารถตอบโจทย์วิถีชีวิตของคนเมืองได้อย่างเหมาะสมมากยิ่งขึ้น พร้อมสนับสนุนการเติบโตของกรุงเทพฯ ในฐานะมหานครแห่งอนาคตอย่างยั่งยืน

คำสั่งเจ้าคณะจังหวัดมหาสารคาม แต่งตั้งคณะทำงานกองงานเลขานุการเจ้าคณะจังหวัด


เพื่อให้การดำเนินงานในการสนับสนุน ช่วยเหลือ และสนองในภาระงานของเจ้าคณะจังหวัด ประกอบด้วยงานการปกครอง งานการเผยแผ่ งานการสาธารณูปการ งานการสาธารณสงเคราะห์ และงานการศึกษาสงเคราะห์ และเพื่อเป็นการสนับสนุนส่วนงานของเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดให้ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย ดีงาม และมีประสิทธิภาพ อันจะเป็นประโยชน์ต่อกิจการพระพุทธศาสนายิ่งยิ่งขึ้นไป เป็นการสมควรมีคณะทำงานกองงานเลขานุการเจ้าคณะจังหวัด

อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๑๕ แห่งกฎมหาเถระสมาคม ฉบับที่ ๒๓ (พ.ศ.๒๕๔๑) ว่าด้วยระเบียบการปกครองคณะสงฆ์ ออกตามความในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๓๕


จึงแต่งตั้ง พระครูสังฆรักษ์อาณัติ ฉายา ฐิตเมโธ อายุ ๓๖ พรรษา ๑๕ วิทยะฐานะ น.ธ.เอก/ป.บส. สังกัดวัดหนองกก-หนองยาว ตำบลเมืองเสือ อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเจ้าคณะตำบลเมืองเสือ เป็น กองงานเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดมหาสารคาม เพื่อทำหน้าที่ช่วยงานเจ้าคณะจังหวัดมหาสารคาม ตามที่เจ้าคณะจังหวัดมอบหมาย ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๙
พระวัชรสารธรรมมุนี เจ้าคณะจังหวัดมหาสารคาม

เออาร์ไอพี มั่นใจตลาดไอทียังแรง ส่ง “COMMART ULTRAFORCE” กระตุ้นยอดขายกลางปี 2569


บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ร่วมกับพันธมิตรแบรนด์ไอทีชั้นนำกว่า 200 แบรนด์ เปิดงาน “COMMART ULTRAFORCE” มหกรรมแสดงและจำหน่ายสินค้าไอทีกลางปี 2569 อย่างเป็นทางการ ณ Hall 98-99 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ภายใต้แนวคิดการอัปเดตเทคโนโลยี AI ยุคใหม่ รวบรวมสินค้าและนวัตกรรมล่าสุด ทั้ง AI PC, Notebook AI, Gaming PC, Smart Device, อุปกรณ์ DIY PC จอมอนิเตอร์ และอุปกรณ์เสริมจากผู้ผลิตชั้นนำ พร้อมโปรโมชั่นพิเศษตลอดการจัดงาน ระหว่างวันที่ 2-5 กรกฎาคม 2569  เวลา 10.00 - 21.00 น. ณ Hall 98 - 99 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา





การจัดงาน “COMMART ULTRAFORCE” เกิดขึ้นในช่วงที่อุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์อยู่ท่ามกลางสถานการณ์ที่ท้าทาย ราคาสินค้าไอทีอย่างหน่วยความจำ RAM และ SSD ที่ขาดตลาดทำให้ราคาสินค้าในกลุ่ม คอมประกอบ และโน้ตบุ๊กปรับราคาสูงขึ้น งานคอมมาร์ตรอบนี้จึงนับเป็นช่วงเวลาโค้งสุดท้าย สำหรับคนที่ต้องการอัปเกรดคอมใหม่ในราคาโปรโมชั่นสุดคุ้ม ในยุคที่ AI PC กลายเป็นอุปกรณ์ที่ได้รับความสนใจจากทั้งผู้ใช้งานทั่วไป นักสร้างคอนเทนต์ เกมเมอร์ และภาคธุรกิจที่ต้องการนำ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

นายบุญเลิศ นราไท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แม้เศรษฐกิจโดยรวมยังมีความท้าทาย แต่บริษัทมั่นใจว่าตลาดไอทีไทยยังมีศักยภาพเติบโต และจะได้รับแรงหนุนจากการเปลี่ยนผ่านสู่ AI Computing ที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนในปีนี้ จึงเชื่อมั่นว่า “COMMART ULTRAFORCE” จะเป็นอีกแรงสำคัญในการกระตุ้นยอดขายสินค้าไอทีช่วงกลางปี

งานคอมมาร์ตนอกจากจะเป็นเวทีที่เชื่อมโยงผู้ซื้อและผู้ขายในวงการไอทีเข้าด้วยกันแล้ว ยังเป็นพื้นที่จัดแสดงและจำหน่ายนวัตกรรมคอมพิวเตอร์แห่งอนาคต โดยภายในงานครั้งนี้ ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสประสบการณ์การใช้งานจริงของ NVIDIA DGX Spark ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ AI ขนาดเล็กที่สามารถตั้งได้บนโต๊ะทำงานที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการพัฒนาและประมวลผล AI ระดับสูง

พร้อมกันนี้ ยังมีการจัดแสดง “The Ultra PC” คอมพิวเตอร์ DIY ระดับเรือธง ที่มาพร้อมการ์ดจอรุ่นลิมิเต็ด GeForce RTX 5090 Founders Edition ขุมพลังสำหรับทั้งงาน AI และการเล่นเกมระดับสูง เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ที่กำลังมองหาคอมพิวเตอร์สเปกแรงสำหรับประกอบเครื่องใหม่ โดยผู้ที่สนใจสามารถสัมผัสเครื่องจริงและจับจองเป็นเจ้าของได้ภายในงานคอมมาร์ตครั้งนี้           

นอกจากนี้ ภายในงานคอมมาร์ตยังเนรมิตพื้นที่กิจกรรม UltraForce รวบรวมที่สุดของเทคโนโลยี AI และนวัตกรรมรุ่นล่าสุดมาให้ผู้บริโภคได้สัมผัสประสบการณ์จริง พร้อมกิจกรรมพิเศษจากครีเอเตอร์สายไอที เกม และอีสปอร์ต รวมถึงการแข่งขัน COSPLAY CONTEST ภายในงาน

นายพรชัย จันทรศุภแสง ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อไอซีทีและการจัดงาน บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “COMMART ULTRAFORCE” ปีนี้รวบรวมสินค้าไอทีประสิทธิภาพสูงจากกว่า 200 แบรนด์เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่กำลังมองหาอุปกรณ์สำหรับการทำงานในยุค AI พร้อมข้อเสนอและโปรโมชั่นพิเศษเพื่อกระตุ้นตลาดไอทีในช่วงครึ่งปีหลัง




 ผู้บริโภคไม่ควรพลาด “COMMART ULTRAFORCE” โดยเฉพาะการมาเลือกซื้อสินค้าในวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ เพราะผู้จัดเตรียมโปรโมชั่นพิเศษอัดฉีดคูปองรวมมูลค่ากว่า 10,000 บาท นอกจากนี้ยังมีสิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่ช้อปครบตามเงื่อนไข รับที่จอดรถ

ฟรี พร้อมโปรโมชั่นผ่อน 0% ดีลลดล้างสต๊อก และข้อเสนอสุดพิเศษจากพันธมิตรแบรนด์ไอที จึงเชื่อมั่นว่าจะช่วยสร้างความคึกคักและกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคในช่วงกลางปีได้เป็นอย่างดี

สำหรับไฮไลต์โปรโมชันภายในงาน ประกอบด้วย

• Commart Big Bonus ช้อปครบ 3,000. - บาท ได้สิทธิ์ลุ้นโชค 2 ต่อ ต่อแรก ลุ้นจับรางวัล จอคอมพิวเตอร์, เครื่องเล่นเกม Nintendo Switch 2, รถจักรยานไฟฟ้า, เครื่องฟอกอากาศ ต่อที่ 2 อัปโหลดใบเสร็จ ผ่าน LINE COMMART ได้ลุ้น AirPods 4 จำนวน 5 รางวัล

• คอมมาร์ตวัดดวง สมัครปั๊บรับสิทธิ์ลุ้นฟรี คูปองส่วนลดสูงสุด 10,000 บาท และของที่ระลึกอีกมากมาย แค่มางานก็รับไปเลย

• คอมมาร์ตช่วยจ่ายค่าจอดรถ เพียงซื้อสินค้าในงานคอมมาร์ตครบ 30,000. - รับสิทธิ์จอดรถฟรี 3 ชั่วโมง

• Special โปรโมชัน วันธรรมดา (เฉพาะวันพฤหัส - ศุกร์)

• ลุ้นรับคูปอง 10,000 บาท สำหรับช้อปคอมพิวเตอร์ ภายในงาน แค่มางานก็มีสิทธิ์ลุ้น โปรโมชัน Early Bird 10:00-12:00 และ Rush Hour 13:00-17:00

• Commart On Top ช้อปครบ 50,000. - แลกคูปองส่วนลดเพิ่ม 500.-, ช้อปครบ 30,000. - แลกคูปองส่วนลดเพิ่ม 300.-

งาน “COMMART ULTRAFORCE” ได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรธุรกิจไอทีชั้นนำ อาทิ ACE, Achiva, AMD, AppleSheep, Ascenti, ASUS, Banana E-Quip, Bewell, Epson, Ergotrend, GamersLab, iStudio by SPVI, IT City, J.I.B, MSI, NVIDIA GEFORCE, Secretlab, SPEED Computer, Studio7, TTRacing, เครดิตบูโร และพันธมิตรอีกมากมาย พร้อม Media Partner ได้แก่ Techhub, Beartai, Business+, CeeMeAgain, ExtremeIT, iT24Hrs., Notebookspec และ ชอบโปร

ผู้สนใจสามารถเข้าชมงานได้ฟรี ระหว่างวันที่ 2 - 5 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00 - 21.00 น. ณ Hall 98 - 99 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า BTS สถานีบางนา

สุดเจ๋ง! อภัยภูเบศร กวาด 3 รางวัลสมุนไพรคุณภาพแห่งชาติ


สุดเจ๋ง!  อภัยภูเบศร กวาด 3 รางวัลสมุนไพรคุณภาพแห่งชาติ ตอกย้ำการพัฒนาสมุนไพร 40 ปี พร้อมแจกหนังสือและต้นพันธุ์สมุนไพรฟรีในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ 

อภัยภูเบศร สร้างความภาคภูมิใจอีกครั้ง หลังคว้า 3 รางวัลผลิตภัณฑ์สมุนไพรคุณภาพ ในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 23 ตอกย้ำความสำเร็จของการพัฒนาสมุนไพรไทยบนฐานงานวิจัยและมาตรฐานการผลิตที่สั่งสมมายาวนานกว่า 40 ปี พร้อมชวนคนไทยมาเรียนรู้ในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 23


งานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 23 จัดโดย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข ภายใต้แนวคิด “Natural Roots – Economic Boost : จากธรรมชาติ สู่การสร้างเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน” เพื่อขับเคลื่อนสมุนไพรไทยสู่การเป็นทั้งเครื่องมือดูแลสุขภาพและฐานเศรษฐกิจชีวภาพสำคัญของประเทศ ระหว่างวันที่ 2 -5 กรกฎาคม 2569 ที่อิมแพค เมืองทองธานี ฮอลล์ 11-12 หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของการจัดงาน คือ การประกวดรางวัลสมุนไพรคุณภาพ ซึ่งในปีนี้มีหลายหน่วยงานเข้าร่วมกิจกรรม โดย อภัยภูเบศร หนึ่งในองค์ภาคีร่วมจัดงาน ได้รับรางวัลผลิตภัณฑ์สมุนไพรคุณภาพ รวม 3 รางวัล 



พญ.วลีรัตน์ ไกรโกศล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า “ ทั้ง 3 รางวัลที่ได้รับในปีนี้ เป็นบทพิสูจน์ว่าการพัฒนาสมุนไพรไทยบนฐานงานวิจัยและมาตรฐานการผลิตอย่างต่อเนื่องกว่า 40 ปี สามารถยกระดับสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ได้รับการยอมรับในระดับประเทศ ทั้ง 3 รางวัลที่ได้รับ ได้แก่

 “รางวัลปลูกไทยด้วยใจรักษ์” เป็นรางวัลจากกิจกรรมการประกวดผลิตภัณฑ์สมุนไพรดีเด่นภาครัฐ ซึ่งยาแคปซูลเพชรร้อยข้อ จากสมุนไพรเพชรสังฆาต ของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้รับรางวัลประเภทยาเดี่ยว  ระดับ Gold และ  รางวัลผลิตภัณฑ์สมุนไพรคุณภาพ PREMIUM HERBAL PRODUCTS 2569 อีก 2 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ “อภัยบี-เมล่อน” จากมะระขี้นก สำหรับช่วยคุมระดับน้ำตาลในเลือด รวมถึง “มัสคูล สเปรย์” จากกระดูกไก่ดำ พัฒนาเป็นยาทดแทนสเปรย์แก้ปวดกล้ามเนื้อและข้อกลุ่ม NSAIDs  ได้รับรางวัล ประเภทที่ 2 PREMIUM HERBAL PRODUCTS SUSTAINABLE ที่ตอกย้ำถึงคุณภาพสมุนไพรไทยที่พัฒนาบนฐานงานวิจัย และ มาตรฐานการผลิต รวมถึงการส่งเสริมการใช้วัตถุดิบในประเทศไทยเพื่อความยั่งยืน โดยก่อนหน้านี้ผลิตภัณฑ์มัสคูล สเปรย์ จากกระดูกไก่ดำ ก็ได้กวาดรางวัลผลิตภัณฑ์สมุนไพรคุณภาพ และ Prime minister Herbal Award (PMHA) มาแล้ว” พญ.วลีรัตน์ กล่าว

พญ.วลีรัตน์  กล่าวต่อว่า “นอกจากความสำเร็จด้านรางวัลแล้ว ภายในงาน อภัยภูเบศร ยังชวนประชาชนเรียนรู้ผ่านกิจกรรม และนิทรรศการภายในบูธที่เน้นให้ประชาชนสามารถใช้สมุนไพรไทยเพื่อการพึ่งตัวเอง เสริมเกราะป้องกันสุขภาพในยามภัยพิบัติ มีการจัดทำหนังสือ บันทึกของแผ่นดิน 16 “สมุนไพรเกราะป้องกันสุขภาพในภัยพิบัติ” ที่มีการจัดแบ่งกลุ่มสมุนไพรเป็น 16 กลุ่ม ครอบคลุมเพื่อการใช้ประโยชน์จริง ภายในเล่มพร้อมสูตรการทำยาต่างๆ นำมาแจกฟรีในงานวันละ 200 เล่ม  และ พันธุ์สมุนไพรที่ควรมีติดบ้าน วันละ 300 ต้น อาทิ หอมแส้ (หอมภูเขา) รางจืด (สายพันธุ์สารสำคัญสูง) พลูลงยา และ กะเพราะป่า พร้อมมีเภสัชกร และ แพทย์แผนไทยมาให้ความรู้ ให้คำปรึกษาสุขภาพและการใช้ยาสมุนไพร ฟรี ตลอดทั้งงาน” 



ท่านที่สนใจสามารถร่วมเรียนรู้และสัมผัสนวัตกรรมสมุนไพรไทยจากอภัยภูเบศรได้ในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 23 วันที่ 2-5 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00-20.00 น. ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ฮอลล์ 11-12 สอบถามเพิ่มเติม โทร 02-0287710

01 กรกฎาคม 2569

กลุ่มโรงพยาบาลซีจีเอช ร่วมสนับสนุนความปลอดภัยในศึก Boxer Boy! 

กลุ่มโรงพยาบาลซีจีเอช ร่วมสนับสนุนความปลอดภัยในศึก Boxer Boy! รอบชิงแชมป์ พร้อมทีมแพทย์และพยาบาลดูแลตลอดการแข่งขัน

กลุ่มโรงพยาบาลซีจีเอช (CGH Hospital) ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการจัดการแข่งขัน Boxer Boy! รอบชิงแชมป์ ทางช่อง Workpoint23 โดยส่งทีมบุคลากรทางการแพทย์ร่วมดูแลความพร้อมด้านการแพทย์และความปลอดภัยของนักกีฬาตลอดการแข่งขัน สะท้อนถึงบทบาทของโรงพยาบาลในการร่วมสนับสนุนกิจกรรมที่ส่งเสริมสุขภาพและการเล่นกีฬาอย่างเหมาะสม






ในโอกาสนี้ กลุ่มโรงพยาบาลซีจีเอช นำโดย พญ.เพชรลดา พุทธพงษ์ศิริพร รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร และ นพ.สุปรีชา เล็กสุวรรณ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ เข้าร่วมงานรอบชิงแชมป์ พร้อมด้วยทีมแพทย์และพยาบาลที่ปฏิบัติหน้าที่สแตนด์บายด้านการแพทย์ เพื่อดูแลนักกีฬาหากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือได้รับบาดเจ็บระหว่างการแข่งขัน

การแข่งขันกีฬาประเภทมวยเป็นกีฬาที่ต้องอาศัยความแข็งแรงของร่างกาย ความพร้อมของนักกีฬา และการปฏิบัติตามมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด การมีบุคลากรทางการแพทย์ประจำสนามแข่งขันจึงเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยสนับสนุนให้การแข่งขันดำเนินไปอย่างเหมาะสม พร้อมรองรับการประเมินอาการและการดูแลเบื้องต้นเมื่อมีความจำเป็น

กลุ่มโรงพยาบาลซีจีเอชให้ความสำคัญกับการสนับสนุนกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ภายใต้แนวคิดด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility: CSR) โดยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสุขภาพและความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมกิจกรรมในหลากหลายรูปแบบ ทั้งกิจกรรมกีฬา งานชุมชน และกิจกรรมสาธารณประโยชน์ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนสามารถเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น

นอกจากการสนับสนุนด้านการแพทย์ในงานแข่งขันกีฬาแล้ว กลุ่มโรงพยาบาลซีจีเอชยังมุ่งส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพ การป้องกันการบาดเจ็บ และการเตรียมความพร้อมของร่างกายก่อนและหลังการออกกำลังกาย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุจากการเล่นกีฬา

การเข้าร่วมดูแลการแข่งขัน Boxer Boy! รอบชิงแชมป์ ในครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สะท้อนถึงความตั้งใจของกลุ่มโรงพยาบาลซีจีเอชในการร่วมสนับสนุนสังคม ผ่านการมีส่วนร่วมของบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อให้การแข่งขันดำเนินไปภายใต้มาตรการด้านความปลอดภัยที่เหมาะสม

กลุ่มโรงพยาบาลซีจีเอชขอแสดงความยินดีกับนักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันทุกท่าน รวมถึงขอขอบคุณผู้จัดงานที่ให้ความไว้วางใจให้ทีมแพทย์และพยาบาลจากกลุ่มโรงพยาบาลซีจีเอชได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลด้านการแพทย์ตลอดการแข่งขัน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ร่วมสนับสนุนกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและส่งเสริมการดูแลสุขภาพของประชาชนอย่างต่อเนื่อง

30 มิถุนายน 2569

มูลนิธิทีคิวเอ็ม เดินหน้าสานต่อโครงการ "TQM เติมฝัน"

ส่งต่อรอยยิ้มและความสุขให้น้อง ๆ จังหวัดสิงห์บุรีและจังหวัดหนองคาย

มูลนิธิทีคิวเอ็ม สานต่อโครงการ "TQM เติมฝัน" อย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนมิถุนายน 2569 ได้จัดกิจกรรมพร้อมกัน 2 พื้นที่ ได้แก่ TQM เติมฝัน ครั้งที่ 14 ณ ศูนย์เด็กด้อยโอกาสวัดบางโฉมศรี จังหวัดสิงห์บุรี และ TQM เติมฝัน ครั้งที่ 15  ณ สถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านหนองคาย จังหวัดหนองคาย เพื่อส่งมอบรอยยิ้ม ความสุข และกำลังใจให้กับเด็กและเยาวชน

ตลอดการดำเนินโครงการที่ผ่านมา "TQM เติมฝัน" มุ่งสร้างคุณค่าผ่านกิจกรรมเพื่อสังคม โดยส่วนใหญ่จัดขึ้นเพื่อ   เติมเต็มความสุขให้กับผู้สูงอายุในบ้านพักคนชรา ก่อนจะขยายการแบ่งปันมาสู่เด็กและเยาวชนในครั้งนี้ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจ เติมเต็มรอยยิ้ม และมอบความสุขผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ ภายในงานได้จัดกิจกรรมกีฬาสี อาทิ เกมเก็บไข่  ลอยฟ้า และเกมวิ่งห่วงส่งเพื่อน เพื่อส่งเสริมให้เด็ก ๆ ได้ออกกำลังกาย เสริมสร้างสุขภาพที่แข็งแรง พร้อมปลูกฝังความสามัคคี การทำงานเป็นทีม และการมีน้ำใจนักกีฬา ควบคู่ไปกับกิจกรรมสันทนาการ การรับประทานอาหารกลางวัน และการมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น เสียงหัวเราะ และมิตรภาพ



มูลนิธิทีคิวเอ็มขอขอบคุณลูกค้าและจิตอาสาทุกท่านที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อความสุขในครั้งนี้ และขอเชิญชวนติดตามกิจกรรม "TQM เติมฝัน" ในครั้งต่อ ๆ ไปผ่าน Facebook Page TQM Insurance Broker เพื่อร่วมเดินทางไปสร้างรอยยิ้มและแบ่งปันความสุขให้กับสังคมไปด้วยกัน

OMODA & JAECOO เปิดตัว JAECOO 6T REEV รถ REEV ขับเคลื่อนสี่ล้อรุ่นแรกของไทย


ขับได้ไกลกว่า ลุยได้ทุกเส้นทางOMODA & JAECOO เปิดตัว JAECOO 6T REEV รถ REEV ขับเคลื่อนสี่ล้อรุ่นแรกของไทย ขับได้ไกลกว่า ลุยได้ทุกเส้นทาง ยกระดับทางเลือกใหม่ของคนไทย ด้วยเทคโนโลยี REEV ในราคาต่ำล้านบาท


กรุงเทพฯ – 29 มิถุนายน 2569 – OMODA & JAECOO ประเทศไทย เปิดตัว JAECOO 6T REEV อย่างเป็นทางการในงาน TECH DAY 2026  โดยชูเทคโนโลยี REEV (Range-Extended Electric Vehicle) ของแบรนด์ที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้เหมาะกับรูปแบบการใช้งานในประเทศไทย ตั้งแต่การขับขี่ในเมือง การเดินทางระหว่างจังหวัด ไปจนถึงเส้นทางที่ต้องการสมรรถนะและการยึดเกาะ JAECOO 6T REEV มอบประสบการณ์การขับขี่แบบรถไฟฟ้า 100% ด้วย อัตราเร่งดีเยี่ยม ภายในห้องโดยสารเงียบ การตอบสนองของกำลังรวดเร็วและการส่งกำลังที่ต่อเนื่องไร้รอยต่อ 


JAECOO 6T REEV 2WD Max เปิดราคาพิเศษ 879,900 บาท จากราคาปกติ 899,900 บาท และ JAECOO 6T REEV 4WD Ultra เปิดราคาพิเศษ 979,900 บาท จากราคาปกติ 999,900 บาท พร้อมข้อเสนอพิเศษช่วงเปิดตัว รับฟรี! การรับประกันตลอดอายุการใช้งาน (Lifetime Warranty) สำหรับแบตเตอรี่ มอเตอร์ และชุดควบคุม* รวมถึงการรับประกันเครื่องยนต์ 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง* ฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี* ฟรี AC Portable Charger* และอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ สำหรับลูกค้า 1,000 คนแรกที่จองภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 และรับรถภายในเดือนสิงหาคม 2569 โดย OMODA & JAECOO ประเทศไทย ได้เตรียมความพร้อมด้านการส่งมอบ JAECOO 6T REEV ให้ครบภายในเดือนสิงหาคม 2569 เพื่อรองรับความต้องการของตลาดหลังการเปิดตัว พร้อมสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าได้รับรถอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง

JAECOO 6T REEV นำเสนอเทคโนโลยีขับเคลื่อนแบบไฟฟ้าขยายระยะทาง ซึ่งผสานจุดเด่นของมอเตอร์ไฟฟ้าเข้ากับระบบสร้างพลังงานสำรองภายในรถ เพื่อมอบการขับขี่ที่เงียบ นุ่มนวล และตอบสนองรวดเร็ว พร้อมช่วยให้การวางแผนการเดินทางสะดวกยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวัน ผู้ใช้สามารถขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเป็นหลักได้ หรือหากคุณจะเดินทางในระยะไกลที่การชาร์จไม่เพียงพอ ระบบก็สามารถผสานพลังงานน้ำมันมาขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อมอบพลังงานอย่างต่อเนื่องโดยปราศจากความกังวล 

เทคโนโลยี REEV: ประสบการณ์ขับขี่แบบไฟฟ้า พร้อมการใช้งานที่ครบถ้วนยิ่งขึ้นระบบ REEV ทำงานในรูปแบบ Series Hybrid โดยใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ขณะที่เครื่องยนต์ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อชาร์จแบตเตอรี่เท่านั้น โดยไม่ได้ส่งกำลังไปยังล้อโดยตรง จึงยังคงให้ความรู้สึกในการขับขี่แบบรถไฟฟ้าอย่างแท้จริง เมื่อระดับแบตเตอรี่ลดลง เครื่องยนต์จะทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อสนับสนุนการขับขี่อย่างต่อเนื่อง เปรียบเสมือนพาวเวอร์แบงก์ที่ติดกับรถไปทุกที่ ทำให้สามารถใช้งานด้วยพลังงานไฟฟ้าเป็นหลักในชีวิตประจำวัน และเดินทางต่อเนื่องในระยะไกลได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น สะท้อนแนวคิด "ทุกเส้นทาง ทุกความเป็นไปได้" (When Life Happens, Keep Moving!)

JAECOO 6T REEV: สมรรถนะและเทคโนโลยีที่พร้อมสำหรับทุกเส้นทาง ทุกความเป็นไปได้
JAECOO 6T REEV รองรับการขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนสูงสุด 190 กิโลเมตรในรุ่น 2WD และสูงสุด 160 กิโลเมตรในรุ่น 4WD ขณะที่ระยะทางขับขี่รวมทำได้สูงสุด 800 กิโลเมตรในรุ่น 2WD และ 750 กิโลเมตรในรุ่น 4WD ครอบคลุมทั้งการใช้งานประจำวันและทริประยะไกลโดยไม่ต้องปรับพฤติกรรมการใช้รถมากนัก และตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างแท้จริง ในด้านสมรรถนะ รุ่น 2WD ให้กำลังสูงสุด 252 แรงม้า พร้อมแรงบิด 300 นิวตันเมตร ขณะที่รุ่น 4WD ให้กำลังสูงสุด 428 แรงม้า พร้อมแรงบิด 505 นิวตันเมตร และอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 5.5 วินาที เสริมด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ i-WD ที่ปรับการทำงานระหว่าง 2WD และ 4WD โดยอัตโนมัติ พร้อมกระจายแรงบิดแบบเรียลไทม์

JAECOO 6T REEV ยังออกแบบมาเพื่อการขับขี่ในสภาพถนนที่แตกต่างกัน ด้วยความสามารถในการลุยน้ำท่วมขังระดับ 600 มิลลิเมตร ความสามารถในการขึ้นทางลาดชัน 55% หรือประมาณ 29 องศา และโหมดการขับขี่ 9 รูปแบบในรุ่น 4WD ซึ่งเหมาะสำหรับทั้งการใช้งานในเมืองและเส้นทางออฟโรด

แบตเตอรี่แรงดันสูงขนาด 33.67 kWh รองรับการชาร์จจากภายนอก โดยชาร์จ AC ได้สูงสุด 6.6 kW และชาร์จ DC ได้สูงสุด 100 kW เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายกับการชาร์จได้ทั้งที่บ้านและระหว่างการเดินทาง Smart Power, Smart Distance, Smart Technology: จุดเด่นที่ออกแบบสำหรับการใช้งานจริงในประเทศไทย

JAECOO 6T REEV มาพร้อมกับคอนเซปต์ When Life Happens, Keep Moving ทุกเส้นทาง ทุกความเป็นไปได้ เพื่อให้เหมาะกับบริบทการใช้รถในประเทศไทย ทั้งการจราจรในเมือง การเดินทางระหว่างจังหวัด และเส้นทางที่ต้องการสมรรถนะ การยึดเกาะ และความปลอดภัยสูง

Smart Power พลังที่ตอบสนองทุกสถานการณ์ สะท้อนผ่านระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าที่ให้การตอบสนองรวดเร็วตามแบบรถไฟฟ้า ผสานการทำงานของระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ i-WD และโหมดการขับขี่ 9 รูปแบบ ช่วยให้รถปรับการทำงานได้อย่างเหมาะสมกับสภาพถนนและรูปแบบการขับขี่ เสริมด้วยช่วงล่างด้านหลังแบบ H-ARM ที่ช่วยเพิ่มการทรงตัว ความนุ่มนวล และการยึดเกาะถนน

Smart Distance สบายใจในทุกการเดินทาง พร้อมสำหรับทุกไลฟ์สไตล์ ด้วยระยะทางที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง รองรับการขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนในชีวิตประจำวัน พร้อมเพิ่มความต่อเนื่องในการเดินทางไกลด้วยระบบขยายระยะทาง เสริมด้วยฟังก์ชัน V2L ขนาด 2.3 kW และ Camping Mode สำหรับกิจกรรมกลางแจ้งและการใช้งานนอกสถานที่ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบเพื่อยกระดับความสะดวกสบายตลอดการเดินทาง ด้วยเบาะนั่งแบบ Super Comfort ที่มาพร้อมที่รองขา ฟังก์ชันนวด ระบบระบายอากาศ และการปรับดันหลังด้วยไฟฟ้า ขณะที่พนักพิงเบาะนั่งแถวที่ 2 สามารถปรับเอนได้ 2 ระดับ เพื่อความผ่อนคลายในทุกการเดินทาง 

Smart Technology เทคโนโลยีอัจฉริยะ ที่พร้อมดูแลทุกการเดินทาง ด้วยการยกระดับประสบการณ์การขับขี่ด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มความสะดวก ความปลอดภัย และความมั่นใจในทุกสถานการณ์ มาพร้อมระบบช่วยเหลือการขับขี่ ADAS 15 ฟังก์ชัน กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 540 องศา และระบบชาร์จสมาร์ทโฟนไร้สาย 50 วัตต์


คุณบิล จาง รองประธานแบรนด์โอโมดา แอนด์ เจคู ประเทศไทย กล่าวว่า “JAECOO 6T REEV สะท้อนความมุ่งมั่นของเราในการนำเสนอเทคโนโลยียานยนต์ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงในประเทศไทย ด้วยระบบ REEV ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลักและมีเครื่องยนต์ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อขยายระยะทาง รถรุ่นนี้จึงมอบประสบการณ์การขับขี่แบบไฟฟ้า 100% พร้อมความสะดวกในการเดินทางในรูปแบบที่แตกต่างกัน ทั้งในชีวิตประจำวัน การเดินทางระยะไกลระหว่างจังหวัด และเส้นทางที่ต้องการสมรรถนะมากขึ้น เราเชื่อว่า JAECOO 6T REEV จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่มองหาความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพ ความสะดวก และความมั่นใจในการใช้งาน” ที่สะท้อนรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปของโลกยุคใหม่ที่ต้องการความสมดุลระหว่างการใช้ชีวิตในเมือง และนอกเมืองได้อย่างลงตัว 

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.omodajaecoo.co.th/th ติดตามข่าวสารผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย
อย่างเป็นทางการของ OMODA & JAECOO ประเทศไทย หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า โทร. 02-020-8888

29 มิถุนายน 2569

ESTAR คว้ารางวัล International Property Awards กลุ่ม Asia Pacific Property Awards

บริษัท อีสเทอร์น สตาร์ เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ ESTAR ภายใต้การนำของ นายไพโรจน์ วัฒนวโรดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สร้างความภาคภูมิใจอีกครั้ง หลังโครงการ แกรนด์ เวลาน่า คราวน์ กาญจนา - สาย 1 คว้ารางวัล International Property Awards กลุ่ม Asia Pacific Property Awards สาขา Residential Development 20+ Units ซึ่งเป็นเวทีประกวดอสังหาริมทรัพย์ระดับนานาชาติที่ได้รับการยอมรับในวงการ สะท้อนถึงศักยภาพของ ESTAR ในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยคุณภาพตามมาตรฐานระดับสากล

โครงการ แกรนด์ เวลาน่า คราวน์ กาญจนา–สาย 1 เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี ราคาเริ่มต้น 20.9-30.0 ลบ. บนพื้นที่กว่า 27 ไร่ ติดถนนบางแวก (จรัญสนิทวงศ์ 13) เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร จำนวน 58 ยูนิต ภายใต้แนวคิดการออกแบบ French Chateau ผสาน Modern Classic ถ่ายทอดความสง่างามเหนือกาลเวลา พร้อมฟังก์ชันการอยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่ ทั้งด้านความเป็นส่วนตัว คุณภาพชีวิต และการใช้สอยอย่างลงตัว
จุดเด่นของโครงการคือการพัฒนาในรูปแบบ Low Density Community ที่มีจำนวนยูนิตจำกัด เพื่อมอบความเป็นส่วนตัวสูงสุด พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ คลับเฮาส์ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ห้องประชุม และพื้นที่สีเขียวภายใต้แนวคิด Retreat Valley รวมถึงการนำเทคโนโลยีเพื่อการอยู่อาศัยมาประยุกต์ใช้ เช่น ระบบ Home Automation การรองรับ EV Charger และระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบจดจำป้ายทะเบียนรถและกล้อง CCTV ครอบคลุมทั่วทั้งโครงการ



นายไพโรจน์ วัฒนวโรดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีสเทอร์น สตาร์ เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การได้รับรางวัลครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ ESTAR ในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยที่ให้ความสำคัญกับการออกแบบ คุณภาพการก่อสร้าง นวัตกรรม และคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยในทุกมิติ โดยบริษัทเชื่อมั่นว่าการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ดี ไม่ได้ตอบโจทย์เพียงการอยู่อาศัยในปัจจุบัน แต่ต้องสามารถสร้างคุณค่าและความภาคภูมิใจให้กับลูกค้าได้ในระยะยาว รางวัลดังกล่าวนับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ ESTAR ในการยกระดับมาตรฐานการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยของไทยสู่เวทีระดับสากล พร้อมตอกย้ำวิสัยทัศน์ของบริษัทในการสร้างสรรค์โครงการคุณภาพที่ผสานการออกแบบ นวัตกรรม และความยั่งยืน เพื่อส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า และสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว