13 ตุลาคม 2569

ชวนพักยาวรับลมหนาวที่เชียงราย กับ “Stay Longer, Feel Better” เริ่มต้น 7 คืน เพียง 12,600 บาท

สัมผัสเสน่ห์เชียงรายในจังหวะที่ช้าลง กับแพ็กเกจห้องพักระยะยาวจาก โรงแรมเฮอริเทจ เชียงราย โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น ให้คุณได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ท่ามกลางบรรยากาศสบาย ๆ ของเชียงราย พร้อมออกไปค้นพบเสน่ห์ของเมืองเหนือได้ทุกวันอย่างไม่ต้องเร่งรีบ

เลือกพักได้ตามใจ ในราคาสุดคุ้ม
- 7 คืน เพียง 12,600 บาท
- 14 คืน เพียง 24,500 บาท
- 30 คืน เพียง 51,000 บาท

ห้องพักประเภทดีลักซ์ พร้อมอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน พร้อมรับส่วนลดค่าอาหารและเครื่องดื่ม (ไม่รวมแอลกอฮอล์)รวมถึงส่วนลดบริการซักรีด


ไม่ว่าจะเป็นทริปพักผ่อนช่วงหน้าหนาว การเปลี่ยนบรรยากาศมาทำงาน หรือการใช้เวลาค้นหาเสน่ห์ของเชียงรายให้มากกว่าเดิม ให้การเดินทางครั้งนี้เป็นช่วงเวลาดี ๆ ที่คุณได้พักอย่างเต็มที่

แพ็กเกจ “Stay Longer, Feel Better”
เข้าพักได้ตั้งแต่วันนี้ – 30 ธันวาคม 2569
ภายใต้เงื่อนไขที่โรงแรมกำหนด

สอบถามข้อมูลและสำรองห้องพัก
โทร. 052-055-888
LINE ID: @heritagechiangrai
อีเมล: reservation@heritagechiangrai.com


โรงแรมเฮอริเทจ เชียงราย โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น
พักให้นานขึ้น แล้วค้นพบความสุขในแบบที่ใช่สำหรับคุณ

#wefeithailand

พัทยาโฉมใหม่! ทะยานสู่เมืองท่องเที่ยวระดับโลก พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตสากลภายใต้ วิสัยทัศน์ “Better Pattaya”

เมืองพัทยาก้าวสู่หมุดหมายใหม่แห่งการพัฒนาอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “เมืองท่องเที่ยวระดับโลก คุณภาพชีวิตระดับสากล” ขับเคลื่อนกลยุทธ์พลิกโฉมเมืองรอบด้าน ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยอัจฉริยะ และการกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทั่วโลกควบคู่ไปกับการดูแลคุณภาพชีวิตของชาวพัทยาอย่างแท้จริง

5 แกนหลักพลิกโฉม “Better Pattaya”
พลิกโฉมชายหาดและเมืองน่าเดิน สำเร็จโครงการเสริมทรายหาดพัทยาขยายกว้างถึง 40 เมตร ยาว 2.7 กิโลเมตร รองรับอีเวนต์ระดับโลก พร้อมลุยขยายต่อหาดจอมเทียน 6-7 กิโลเมตร และปรับโฉมทางเท้าสู่เมืองเดินได้ (Walkable City)
สิ่งแวดล้อมและเมืองอัจฉริยะสีเขียว ยกระดับบำบัดน้ำเสียพัทยาและจอมเทียนรวมกว่า 193,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน จัดการขยะ 500-600 ตันต่อวัน พร้อมลุยเตาเผาขยะเกาะล้านรักษาระบบนิเวศทางทะเล
Smart City ปลอดภัย 24 ชั่วโมง ติดตั้ง CCTV กว่า 2,500 ตัว ทางข้ามอัจฉริยะ 40 จุด ศูนย์บริหารจัดการน้ำ (Water Crisis Center) และระบบจำลองเมืองเสมือนจริง (Digital Twin)
World-Class Destination & Hub ปักหมุดเป็นศูนย์กลาง Sports City MICE City Wellness City และ Family Destination จัดอีเวนต์ระดับโลกตลอดปี เช่น เทศกาลพลุนานาชาติและดนตรี
ชูวิถีชุมชน “นาเกลือ” สู่ระดับสากล พัฒนาย่านนาเกลือติดอันดับ Green Destination Top 100 สร้างสรรค์พื้นที่ศิลปะ Street Art และจุดชมวิวทะเลกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น
"พัทยาไม่ได้ดูแลแค่นักท่องเที่ยว แต่เราต้องดูแลคนพัทยาด้วย นโยบายทั้งหมดจึงต้องตอบโจทย์คุณภาพชีวิตที่ดี มาตรฐานชีวิตของคนที่นี่ก็ต้องอยู่ในระดับสากลด้วยเช่นกัน" — นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา


รับชมเรื่องราวฉบับเต็มได้ที่นี่ >>https://youtu.be/j9fgJxArvBk

12 ตุลาคม 2569

พุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ รับพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์

สาขาการจัดการการท่องเที่ยวและการบริการ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี

นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เข้ารับพระราชทานปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (ศศ.ด.) สาขาวิชาการจัดการการท่องเที่ยวและการบริการ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี เพื่อเชิดชูเกียรติในฐานะผู้มีความรู้ ความสามารถ ตลอดจนมีผลงานและคุณูปการเป็นที่ประจักษ์ต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมการบิน การท่องเที่ยวและการบริการ ของประเทศไทย พิธีพระราชทานปริญญาบัตรจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 9 ตุลาคมพ.ศ. 2569 ณ หอประชุมราชภัฏรังสฤษฏ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรปีการศึกษา 2567- 2568 มหาวิทยาลัยราชภัฏเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง โดยมี นายอรรถนิติ ดิษฐอำนาจ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์
นายพุฒิพงศ์เป็นผู้มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมการบินมากว่า 30 ปี กับบริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536 ผ่านการดำรงตำแหน่งสำคัญ อาทิ หัวหน้าฝูงบินแอร์บัส A319 และ A320 รองผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายปฏิบัติการ และรองผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายวางแผน ก่อนเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่
นายพุฒิพงศ์ กล่าวถึงการได้รับเกียรติในครั้งนี้ว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้รับพระราชทานปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี และขอขอบคุณสภามหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานีที่ให้เกียรติอันทรงคุณค่านี้ ซึ่งนับเป็นกำลังใจสำคัญในการสืบสานสิ่งที่ได้ทำมา ตลอดจนมีส่วนร่วมในการส่งเสริมและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยวของประเทศไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป”

ด้วยประสบการณ์ทั้งด้านการปฏิบัติการบินและการบริหารเชิงกลยุทธ์ นายพุฒิพงศ์มีบทบาทในการกำหนดทิศทางและขับเคลื่อนธุรกิจของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องในระบบนิเวศการบิน ครอบคลุมธุรกิจสนามบิน ได้แก่ สนามบินสมุย สนามบินสุโขทัย และสนามบินตราด ตลอดจนธุรกิจครัวการบิน การบริการภาคพื้น และการให้บริการคลังสินค้าและขนส่งสินค้าทางอากาศ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันและสนับสนุนการเชื่อมโยงการเดินทางและการท่องเที่ยวทั้งในประเทศและภูมิภาค
ภายใต้การนำของ นายพุฒิพงศ์ บางกอกแอร์เวย์สได้ขับเคลื่อนองค์กรตามวิสัยทัศน์ “Leading Aviation with Responsibility, Delivering Services with Sustainability” หรือ “ผู้นำด้านธุรกิจการบินอย่างรับผิดชอบ ส่งมอบบริการที่ยั่งยืน” โดยให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจภายใต้แนวทาง 5S ได้แก่ Safety, Service, Staff, Synergy และ Sustainability ควบคู่กับการการส่งเสริมหลักธรรมาภิบาล การดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมการบินคาร์บอนต่ำ และการใช้เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF)

นอกเหนือจากบทบาทในการบริหารองค์กร นายพุฒิพงศ์ยังดำรงตำแหน่งนายกสมาคมสายการบินแห่งประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2564 โดยมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการสายการบินและหน่วยงานภาครัฐ เพื่อร่วมผลักดันการพัฒนาอุตสาหกรรมการบินของไทย ทั้งด้านมาตรฐานความปลอดภัย การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การพัฒนาบุคลากร การเชื่อมต่อเครือข่ายการเดินทาง และการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน
ขณะเดียวกัน นายพุฒิพงศ์ยังมีบทบาทด้านการบริหารและกำกับดูแลในองค์กรชั้นนำ โดยดำรงตำแหน่งประธานคณะผู้บริหาร บริษัท บางกอก มีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง จำกัด หรือสถานีโทรทัศน์พีพีทีวี และกรรมการ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS
ตลอดระยะเวลาการทำงาน นายพุฒิพงศ์มีส่วนสำคัญในการส่งเสริมการเชื่อมโยงการเดินทางและการท่องเที่ยวสู่เมืองหลักและเมืองรอง สนับสนุนการกระจายรายได้และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจแก่ชุมชน
ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนาบุคลากร การศึกษา สาธารณสุข และการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม สะท้อนแนวทางการดำเนินธุรกิจที่มุ่งสร้างคุณค่าร่วมและเติบโตไปพร้อมกับสังคม
ในด้านเกียรติคุณ นายพุฒิพงศ์ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย (ท.ม.) ในปี พ.ศ. 2564 และได้รับเครื่องอิสริยาภรณ์ Légion d’honneur ชั้น Chevalier (อัศวิน) จากสาธารณรัฐฝรั่งเศส ในปี พ.ศ. 2565 สะท้อนถึงการยอมรับในบทบาทและคุณูปการด้านการส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐฝรั่งเศส การได้รับพระราชทานปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ในครั้งนี้ จึงนับเป็นอีกหนึ่งเกียรติประวัติสำคัญที่สะท้อนถึงความรู้ความสามารถ วิสัยทัศน์ และภาวะผู้นำ ตลอดจนความมุ่งมั่นของนายพุฒิพงศ์ในการสร้างคุณประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมการบิน การท่องเที่ยวและการบริการของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

“สายสีแดง” เชิญชวนประชาชนร่วมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์


“สายสีแดง” เชิญชวนประชาชนร่วมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง



วันที่ 12 ตุลาคม 2569 พล.อ.อ. คงศักดิ์ จันทรโสภา กรรมการ และรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง พร้อมด้วย นายวศิน วรรณพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจองค์กร ร่วมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ ซึ่งในการจัดกิจกรรมวันแรก ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก นากจากนี้ ยังมีศิลปิน นักแสดง และผู้จัดละครชื่อดัง เข้าร่วมกิจกรรมมากมาย ได้แก่ ปัทมา ปานทอง, วรรณิศา ศรีวิเชียร, เป็นหนึ่ง ไชยชิต, ปุ้ย อรัญญา, นัตเตอร์ ธนภูมิ ชุมพล, เมฆ ธนาวิณ หาญพาณิชย์, ไทเกอร์ ภัทรพล ภิญโญธีรโชติ และปราย ปัณณวีร์ ตั้งคำ ซึ่งจากการจัดกิจกรรมในวันแรก มีจำนวนประชาชนเข้าร่วมกิจกรรม 106 คน สามารถประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ได้จำนวนทั้งสิ้น 1,007 ดอก



ทั้งนี้ รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ขอเชิญชวนประชาชนและผู้ใช้บริการทุกท่าน ร่วมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตั้งแต่วันที่ 12 – 20 ตุลาคม 2569 เวลา 09.00 – 15.00 น. (ยกเว้นวันเสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์) ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ บริเวณหน้าห้องจำหน่ายตั๋ว ประตู 13 

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ใช้บริการ ตลอดจนประชาชนทั่วไป ได้มีส่วนร่วมในการประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ เพื่อถวายความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมและการรวมพลังของทุกภาคส่วนในการแสดงออกถึงความจงรักภักดีด้วยความพร้อมเพรียง โดยเมื่อเสร็จสิ้นกิจกรรม จะนำดอกไม้จันทน์ทั้งหมดส่งไปยังซุ้มวางดอกไม้จันทน์และพระเมรุมาศจำลอง เพื่อให้ประชาชนใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ต่อไป


โดยท่านสามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง โซเชียลมิเดียทุกแพลตฟอร์ม Facebook Fan Page, Twitter , Instagram, Youtube, Tiktok พิมพ์ชื่อ “RED Line SRTET” หรือส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง และ www.srtet.co.th

“มากกว่าการเดินทางคือ ...ความพิเศษ”
รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

11 ตุลาคม 2569

เปิดเรื่องจริง สู่แรงบันดาลใจ ช่อง 7HD ชวนติดตามชม “คนปรับ โลกเปลี่ยน”

“โอปอล-สุชาตา” Miss World 2025  และหลากหลายผู้จุดประกายการเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม

ช่อง 7HD ชวนชม สกูปพิเศษ “คนปรับ โลกเปลี่ยน” พบกับส่วนหนึ่งจาก 60 เรื่องเล่า พร้อมส่งต่อแนวคิดที่จุดประกายให้สังคม ทางหน้าจอช่อง 7HD กด 35 และรับชมฉบับเต็มทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน CH7ON ได้รับความสนใจจากผู้ชมอย่างต่อเนื่อง สำหรับสกูปพิเศษ “คนปรับ โลกเปลี่ยน” โปรเจกต์ที่ ช่อง 7HD จัดทำขึ้นเพื่อเตรียมก้าวสู่ปีที่ 60 ถ่ายทอด 60 เรื่องเล่าจากผู้ปฏิบัติจริง จุดประกายแนวคิดให้สังคม ผ่านรายการ ข่าวเย็นประเด็นร้อน ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 16.00 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และรับชมฉบับเต็มทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน CH7ON สัปดาห์นี้พบกับเรื่องราวของบุคคลต้นแบบจากหลากหลายอาชีพ ผู้มีแนวคิดประสบการณ์แตกต่างกัน พร้อมถ่ายทอดบทเรียนจากการลงมือทำจริง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงจากสิ่งใกล้ตัว เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ต่อไป

เริ่มต้น วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม พบกับ “โอปอล-สุชาตา ช่วงศรี” Miss World 2025 และผู้ก่อตั้งโครงการ Opal For Her รณรงค์และสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านม ถ่ายทอดแนวคิดของผู้หญิงที่เปลี่ยนความงามให้มีความหมาย พร้อมส่งต่อเรื่องเล่าแห่งแรงบันดาลใจ “เราอาจเป็นเพียงหนึ่งในพันล้านคนที่ต้องเริ่มต้นทำ ถ้าไม่มีใครเริ่ม ก็จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เริ่มจากเรา เปลี่ยนชีวิตตัวเอง ส่งต่อให้คนรอบข้าง แล้วเราจะเปลี่ยนโลกใบนี้ไปด้วยกัน” มาร่วมค้นหาจุดเริ่มต้นของโครงการ Opal For Her และแรงผลักดันที่ทำให้เธอมุ่งมั่นขับเคลื่อนประเด็นสำคัญด้านสุขภาพของผู้หญิง

วันอังคารที่ 13 ตุลาคม พบกับ “ดร.รอยล จิตรดอน” กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์
ผู้ถ่ายทอดมุมมองด้านการบริหารจัดการน้ำของประเทศไทย พร้อมชี้ให้เห็นความสำคัญของการนำข้อมูลมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยให้แง่คิดว่า “ประเทศไทยมีข้อมูลน้ำที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในโลก หากเตือนภัยล่วงหน้า 72 ชั่วโมง ความสูญเสียอาจเป็นศูนย์ เพราะเรามีดีกว่าที่คิด เพียงรู้จักบริหารจัดการและใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด”


ต่อด้วย วันพุธที่ 14 ตุลาคม กับเรื่องราวของ “นพ.แท้จริง ศิริพาณิช” เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ ผู้มุ่งสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับอุบัติเหตุบนท้องถนน พร้อมชวนทุกคนเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงจากพฤติกรรมของตนเอง ผ่านแนวคิด “เมาแล้วขับ คือจุดเริ่มต้นของอุบัติเหตุ ต้องตระหนักและมีจิตสำนึก ปัญหาอุบัติเหตุจึงจะลดลง”
วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม พบกับ “ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย” นักวิทยาศาสตร์ทางทะเลและช่างภาพสื่อมวลชน ผู้ใช้ภาพถ่ายเป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดเรื่องราวของสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ผู้คนเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นและมองเห็นความสำคัญของธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

โดยเผยถึงแนวคิดในการทำงานว่า “เริ่มจับกล้อง เพราะอยากให้คนเข้าใจสิ่งที่เราพบเจอมา และถ้าภาพนั้นทำให้ใครเข้าใจโลกมากขึ้น มีแง่มุมให้ได้คิดอะไร เพียงเท่านี้ก็ถือว่าดีแล้ว”
ปิดท้ายวันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม กับเรื่องราวของ “พล.ต.ท.นพดล เผือกโสมณ” เจ้าของฉายา "วีรบุรุษกระดูกเหล็ก" ผู้ยืนหยัดต่อสู้กับอุปสรรคทางร่างกายและไม่ยอมจำนนต่อประสบการณ์อันยากลำบากในชีวิต พร้อมยึดมั่นในหน้าที่และความเสียสละเพื่อประเทศชาติ ถ่ายทอดความภาคภูมิใจผ่านถ้อยคำที่เปี่ยมด้วยพลังว่า “แม้ต้องสูญเสียอวัยวะ แต่ภูมิใจที่ได้ทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง เลือดที่เสียไปคือเลือดที่ทาแผ่นดิน จึงขอปฏิญาณตนว่าจะไม่ทรยศต่อประชาชน”



ร่วมติดตามเรื่องราวจาก 60 คน 60 แนวคิด ที่จุดประกายแรงบันดาลใจ และส่งต่อพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคมผ่านสกูปพิเศษ “คนปรับ โลกเปลี่ยน” ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ ในรายการ ข่าวเย็นประเด็นร้อน เวลา 16.00 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และรับชมฉบับเต็มทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน CH7ON

สมาคมนักข่าวฯ จับมือ “แอร์ออร์คิดส์” อบรมการเลี้ยงกล้วยไม้ให้สมาชิกนำไปต่อยอดสู่อาชีพเสริม

สมาคมนักข่าวฯ จับมือ “แอร์ออร์คิดส์” ซูเปอร์มาร์เก็ตกล้วยไม้ นครปฐม จัดอบรม “เลี้ยงกล้วยไม้ให้รอดและออกดอก” พร้อมเยี่ยมชมฟาร์มกล้วยไม้ หวังให้สมาชิกนำความรู้ไปต่อยอดเป็นงานอดิเรกและสร้างรายได้เสริม

(วันที่ 9 ตุลาคม 2569) นางสาว น.รินี เรืองหนู นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (TJA) เปิดเผยว่า สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (TJA) มีนโยบายจัดกิจกรรมให้ความรู้ให้กับสมาชิกอย่างต่อเนื่อง โดยครั้งนี้ได้ร่วมกับ “แอร์ออร์คิดส์” ซูเปอร์มาร์เก็ตกล้วยไม้ อ.บางเลน จ.นครปฐม จัดอบรม “เลี้ยงกล้วยไม้ให้รอดและออกดอก” และถือโอกาสเยี่ยมชมฟาร์มกล้วยไม้ เพื่อให้สมาชิกได้นำความรู้ไปต่อยอดเป็นงานอดิเรกและสร้างรายได้เสริมในอนาคต

นายพันธพัฒน์ คุ้มวิเชียร ผู้จัดการฝ่ายการตลาดต่างประเทศ และทายาทรุ่นที่ 3 ของแอร์ออร์คิดส์ ซูเปอร์มาร์เก็ตกล้วยไม้ 




ด้านนายพันธพัฒน์ คุ้มวิเชียร ผู้จัดการฝ่ายการตลาดต่างประเทศ และทายาทรุ่นที่ 3 ของแอร์ออร์คิดส์ ซูเปอร์มาร์เก็ตกล้วยไม้ และฟาร์มกล้วยไม้ครบวงจรรายใหญ่ในอำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม กล่าวว่า แอร์ออร์คิดส์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2538 โดยคุณสวงและคุณธนิดา คุ้มวิเชียร จากการเริ่มต้นทำฟาร์มกล้วยไม้ตัดดอกเพื่อจำหน่ายในประเทศ ต่อมาได้ทำแล็บเพาะเลี้ยงกล้วยไม้เอง พัฒนาสายพันธ์เองอย่างต่อเนื่อง และพัฒนาคุณภาพด้านการผลิตกล้วยไม้จนได้รับมาตรฐานเป็นสากล



กระทั่งสามารถขยายพันธุ์และมีกำลังการผลิตได้ถึงปีละ 10 ล้านต้น สำหรับจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกไปจำหน่ายตลาดต่างประเทศ และขยายกิจการให้เติบโตขึ้นมาเรื่อย ๆ จนกลายเป็นผู้ประกอบธุรกิจกล้วยไม้แบบครบวงจรรายใหญ่ของประเทศไทย 

“แอร์ออร์คิดส์ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 250 ไร่ ภายใต้โรงเรือนและระบบการเพาะเลี้ยงที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน GAP มีกล้วยไม้ให้เลือกมากกว่า 2,000 สายพันธุ์ ทั้งต้นพันธุ์ กล้วยไม้กระถาง และกล้วยไม้ตัดดอก อีกทั้งยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร และแหล่งเรียนรู้สำหรับคนรักกล้วยไม้” นายพันธพัฒน์กล่าว และว่า นอกจากนี้ แอร์ออร์คิดส์ยังพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร มีคาเฟ่ The Flask Cafe ไว้รองรับลูกค้าและนักท่องเที่ยวด้วย







สำหรับการอบรมครั้งนี้ มีทั้งรูปแบบการบรรยายให้ความรู้ พร้อมเดินชมกระบวนการเพาะเลี้ยง ในโซนต่างๆ ตั้งแต่เริ่มการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื้อในห้องแล็บ การทำอาหาร การดูแลกล้วยไม้ให้แข็งแรงและออกดอกสวยงาม การแพ็คกิ้งกล้วยไม้ฝั่งการส่งออก และแนะนำข้อมูลกล้วยไม้สายพันธ์ต่างๆ รวมถึงการดูแลอย่างละเอียด เพื่อให้สามารถพัฒนาสู่อาชีพเสริม ไปจนถึงแนะนำช่องการจำหน่ายทั้งตลาดส่งออกและจำหน่ายออนไลน์ภายในประเทศ และปิดท้ายด้วยการเลือกซื้อกล้วยไม้ในซูเปอร์มาร์เก็ตกล้วยไม้ ซึ่งเป็นแหล่งรวมกล้วยไม้จากสวนอื่น ๆ รวมถึงเครื่องมือทำสวนและปุ๋ยบำรุงต้นไม้สำหรับผู้รักกล้วยไม้ด้วย

08 ตุลาคม 2569

มาสด้าเปิดตัว The All-Electric Mazda CX-6e


บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเดินหน้าเต็มรูปแบบ เผยโฉมยนตรกรรมไฟฟ้าอเนกประสงค์รุ่นใหม่ล่าสุด The All-Electric Mazda CX-6e พร้อมแนวคิด “Crafted to Move You” ทุกรายละเอียด เพื่อชีวิตในแบบคุณ ด้วยการเป็นรถเอสยูวีที่จะมาเติมเต็มทุกช่วงเวลาของครอบครัวสู่ประสบการณ์ใหม่ในทุกเส้นทาง มาในรูปแบบ Intelligent Family e-SUV หรือเอสยูวีที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าสำหรับครอบครัว ที่ผสานเอกลักษณ์ของมาสด้าทั้งด้านการออกแบบและสมรรถนะการขับขี่แบบ "Jinba-Ittai" เข้ากับเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า และเทคโนโลยีอัจฉริยะเข้าไว้ด้วยกันเป็นหนี่งเดียว มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน ขนาด 77.9 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ขับขี่ได้ระยะทางสูงสุด 555 กม.* รองรับชาร์จเร็ว DC Fast Charging ชาร์จพลังงานจาก 30%-80% ในเวลาเพียง 15 นาที** มอบความปลอดภัยและล้ำสมัยด้วยกระจกมองข้างและมองหลังแบบดิจิทัล มาพร้อม 2 ทางเลือก 2 สไตล์ ในรุ่น Premium และ Premium Sports วางราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 1,259,000 บาท ลูกค้าที่สนใจสามารถสัมผัสรถรุ่นนี้ได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ หรือผ่าน Mazda Virtual Showroom และจองออนไลน์ได้ทันที


มร. โทรุ นากาจิม่า, Senior Executive Officer มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า “มาสด้าตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก ซึ่งเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์ต้องเร่งพัฒนานวัตกรรม เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในทุกภูมิภาค ซึ่งมาสด้าได้เดินหน้าเพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายอย่างชัดเจน ตามแนวทาง Multi-solution เพื่อมอบทางเลือกที่หลากหลายให้กับลูกค้า แต่ไม่ว่ารูปแบบพลังงานจะเป็นแบบใดก็ตาม สิ่งที่มาสด้ายังคงยึดมั่นไม่เปลี่ยนแปลงก็คือ  “ความสุขในการขับขี่” และ DNA ของแบรนด์มาสด้า ที่จะยังคงเป็นคุณค่าหลักของเราเช่นเดิม นี่คือรากฐานสำคัญที่นำพาให้เราก้าวเดินมาจนถึงทุกวันนี้ และเป็นสิ่งที่ทำให้เรามั่นใจที่จะเดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคงในยุคแห่งการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า เพื่อมอบความเป็นกลางทางคาร์บอน ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อสร้างสรรค์โลกที่ยั่งยืน”




The All-Electric Mazda CX-6e คือรถยนต์อเนกประสงค์ระดับพรีเมี่ยม ที่พัฒนาขึ้นจากแพลตฟอร์มรถยนต์ไฟฟ้าอย่างแท้จริง โดยผลิตขึ้นที่โรงงานของมาสด้าในประเทศจีน ภายใต้ชื่อ ฉางอัน มาสด้า ออโตโมบิล (CMA) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น และ ฉางอัน ออโตโมบิล โดยทั้งสองบริษัทเป็นพันธมิตรที่ทำงานร่วมกันมายาวนานกว่า 20 ปี โดยมาสด้าได้อาศัยความร่วมมือในการผสานเทคโนโลยีด้านระบบไฟฟ้าและระบบอัจฉริยะของพันธมิตร เข้ากับจุดแข็งของมาสด้า ทั้งในด้านการออกแบบ และเอกลักษณ์ในการขับขี่ จินบะ-อิตไต พร้อมทั้งสะท้อนถึงแนวทางการผลิตรถยนต์ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความประณีตในทุกรายละเอียด และมาตรฐานการผลิต ที่มาสด้ายึดถือมาโดยตลอด นี่คือจุดเริ่มต้นของอนาคตยานยนต์ไฟฟ้าของมาสด้าในประเทศไทย ที่จะมาตอบโจทย์ความคาดหวังของลูกค้าและแฟนมาสด้า ด้วยเอกลักษณ์ความเป็นมาสด้าอย่างครบถ้วน


“การเปิดตัว The All-Electric Mazda CX-6e คือก้าวสำคัญของมาสด้า ในการเดินหน้าสู่เส้นทางของยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ถ่ายทอดให้เห็นถึงความมุ่งมั่นเพื่อนำเสนอรูปแบบพลังงานที่หลากหลายให้กับลูกค้า ควบคู่กับการยึดมั่นในคุณค่าและจิตวิญญาณในการขับขี่ที่ถ่ายทอดในรถยนต์มาสด้าทุกคัน และการเดินทางบนเส้นทางนี้ มาสด้าจะยังคงยึดมั่นในพันธกิจที่มีต่อประเทศไทย ซึ่งรวมถึงการสนับสนุนด้านการผลิตในประเทศอย่างต่อเนื่อง และตอกย้ำถึงความสำคัญของประเทศไทยในการเป็นตลาดหลักและเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของมาสด้าในอนาคต พร้อมส่งมอบทั้ง “ความสุขในการขับขี่” และ “ความสุขในการใช้ชีวิต” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ขับขี่ในวันนี้และส่งต่อไปยังผู้คนในเจเนอเรชั่นถัดไป” มร. โทรุ นากาจิม่า กล่าว 


นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า "The All-Electric Mazda CX-6e เป็นยนตรกรรมไฟฟ้าอเนกประสงค์รุ่นใหม่ที่เข้ามาเติมเต็มไลน์อัปกลุ่มผลิตภัณฑ์ CX ซีรีย์ ของมาสด้า ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด The Art of Human e-SUV เป็นยนตรกรรมที่ถูกสร้างขึ้นจากความเข้าใจมนุษย์อย่างลึกซึ้ง ที่จะเข้ามาสร้างนิยามใหม่ของรถครอบครัวอเนกประสงค์ เพื่อให้ทุกเส้นทางเป็นไปได้มากกว่าการเดินทาง มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “Crafted to Move You” ทุกรายละเอียด…เพื่อชีวิตในแบบคุณ ที่พร้อมเติมเต็มทุกช่วงเวลาของครอบครัว สู่ประสบการณ์ใหม่ในทุกเส้นทาง ด้วยพลังแห่งการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ที่เก็บทุกรายละเอียดในการขับขี่ เติมเต็มความรู้สึก และยกระดับประสบการณ์ชีวิตของครอบครัวยุคใหม่ ที่มองหารถยนต์ที่มีนวัตกรรมระดับพรีเมี่ยม แต่ยังคงคุณค่ากับความสุนทรีย์ในการขับขี่ มีดีไซน์ที่สะท้อนตัวตนและมีเอกลักษณ์เฉพาะ”


การสื่อสารการตลาดของ The All-Electric Mazda CX-6e ในครั้งนี้ ยังได้ถูกถ่ายทอดผ่าน 3 กลุ่มครอบครัวของคนรุ่นใหม่ที่เรียกว่า Friends of Mazda ทั้ง Art of Choice: กลุ่มคนที่มี Thoughtful Choice เลือกในทุกรายละเอียด บ่งบอกรสนิยม มองรถว่าเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์, Art of Motion: กลุ่มคนที่ใช้ชีวิต Active Life in Motion เพื่อขับเคลื่อนชีวิต ให้พร้อมออกไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ กับรถยนต์ให้ทั้งสมรรถนะ ความสนุก และความมั่นใจ และ Art of Caring: กลุ่ม Human Protection ที่ใส่ใจคนรอบตัว ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย  ความสะดวกสบาย และความอุ่นใจ ในทุกการเดินทาง สะท้อนให้เห็นถึงเอกลักษณ์ของรถยนต์รุ่นนี้ได้อย่างชัดเจน

ในด้านผลิตภัณฑ์ The All-Electric Mazda CX-6e ได้รับการพัฒนาขึ้นอย่างประณีต โดยคงเอกลักษณ์และ DNA ของมาสด้าไว้อย่างครบถ้วนไม่แตกต่างจากรถเครื่องยนต์สันดาปภายใน เพื่อแสดงให้เห็นว่ามาสด้าได้นำเอาเทคโนโลยีขั้นสูง การออกแบบอันล้ำสมัย และความประณีตประดุจงานฝีมือ มาหลอมรวมเป็นรถรุ่นนี้ โดยถ่ายทอดบนคุณค่า 4 แกนหลัก ประกอบด้วย


คุณค่าที่ 1: FUTURE + SOUL × MODERN KODO DESIGN​

พัฒนาภายใต้แนวคิด “Soulful Futuristic Modern” โดยผสานเทคโนโลยีแห่งอนาคตเข้ากับ Kodo Design และเอกลักษณ์การขับขี่ที่เป็นหนึ่งเดียวของมาสด้า ทำให้ยังคง DNA ความเป็นมาสด้าไว้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ ยังได้รับการออกแบบเพื่อยกระดับแนวคิด “Jinba-Ittai” ขึ้นไปอีกระดับ ผ่านการปรับจูนการควบคุมและความนุ่มนวลในการขับขี่ ให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาดประเทศไทย 


คุณค่าที่ 2: HIGH-TECH SMART COMFORTABLE SPACE​

มาพร้อม Smart Cabin หรือห้องโดยสารอัจฉริยะ ที่ต่อยอดแนวคิด Human-centric ของ Mazda สู่ HMI รูปแบบใหม่ ให้คนและรถเชื่อมต่อกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ ใช้งานง่าย และสะดวกยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น AR Head-Up Display ขนาดใหญ่ พร้อมหน้าจอ Ultra-Wide Center Display ขนาด 26.45 นิ้ว ความละเอียด 5K ที่รองรับการแบ่งหน้าจอแบบ Dual-split ให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารเข้าถึงข้อมูลหรือฟังก์ชันที่ต้องการได้อย่างเป็นอิสระ หน้าจอสัมผัสสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง REAR TOUCHSCREEN รวมถึงระบบเชื่อมต่อด้วยสมาร์ทโฟน ผ่าน Mazda connectivity app เป็นต้น


นอกจากนี้ ยังรองรับระบบสั่งงานด้วยเสียงและการควบคุมการทำงานด้วยท่าทาง (Voice & Gesture Control) และมาพร้อมกระจกมองข้างและมองหลังแบบดิจิทัล ที่ช่วยลดจุดอับสายตาและช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นรอบตัวรถได้ดียิ่งขึ้น พร้อมมอบสุนทรียภาพตลอดการเดินทาง ด้วย Ambient Lighting 256 สี รวมถึงระบบเสียงคุณภาพสูงพร้อมลำโพง 23 ตัว เพื่อยกระดับความเพลิดเพลินให้กับผู้โดยสารไปตลอดการเดินทาง


คุณค่าที่ 3: NEAR FUTURE DRIVING EXPERIENCE​

มอบประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคต ด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยให้การขับขี่ง่ายและเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น ในขณะที่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของมาสด้าไว้อย่างชัดเจนบนพื้นฐาน Jinba-Ittai โดยทีมวิศวกรของมาสด้าได้พัฒนาระบบช่วงล่างและการควบคุม เพื่อให้รถตอบสนองต่อการควบคุมของผู้ขับขี่ได้อย่างแม่นยำ เป็นธรรมชาติ และสอดคล้องกับสัญชาตญาณของผู้ขับขี่ มีการปรับจูนอย่างละเอียดในทุกด้าน เพื่อให้ได้เอกลักษณ์ในการขับขี่ตามแบบฉบับมาสด้า ไม่ว่าจะเป็นระบบพวงมาลัย การควบคุมการทรงตัว ความนุ่มนวลในการขับขี่ อัตราเร่ง การตอบสนองของช่วงล่างและระบบเบรก มีการกระจายน้ำหนักหน้า-หลัง ในสัดส่วนใกล้เคียง 50:50 เพื่อสร้างความสมดุล เสถียรภาพในการขับขี่ และมอบความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างคนกับรถอย่างชัดเจน รถรุ่นนี้ยังได้มีการนำ Aerodynamic Technology มาใช้ในการออกแบบตัวถัง ทำให้ช่วยควบคุมกระแสอากาศรอบตัวรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ  


มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ความจุ 77.9 kWh ขับเคลื่อนล้อหลัง ให้กำลังสูงสุด 190 kW หรือ 258 PS และแรงบิด 290 Nm สามารถขับขี่ได้ไกลถึง 555 กิโลเมตร* ตามมาตรฐาน NEDC รองรับทั้งการเดินทางในชีวิตประจำวันและการเดินทางระยะไกล และ รองรับ DC Fast Charge ชาร์จพลังงานจาก 30%-80% ภายในเวลาเพียง 15 นาที**


มาพร้อมระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง (State-of-the-Art ADAS) มากถึง 17 ระบบ พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยล้ำสมัยที่ครบครัน และติดตั้งถุงลมนิรภัย 9 ตำแหน่ง พร้อมสำหรับการปกป้องผู้โดยสาร ทุกสถานการณ์ในการขับขี่


คุณค่าที่ 4: SIGNATURE OWNERSHIP EXPERIENCE ​

มอบความอุ่นใจตลอดการเป็นเจ้าของด้วย Mazda Signature Experience ซึ่งเป็นการบริการที่เปี่ยมด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียดแบบญี่ปุ่น ที่ครอบคลุมตั้งแต่ เครือข่ายศูนย์บริการ ไปจนถึงศูนย์ซ่อมตัวถังและสีที่ครอบคลุม บุคลากรและช่างเทคนิคที่ได้มาตรฐานมาสด้า โปรแกรมการบำรุงรักษาอย่างครบวงจร และการบริหารจัดการอะไหล่อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งทำให้ลูกค้าไว้วางใจได้ว่า จะได้รับการดูแลจากมาสด้าไปตลอดการเป็นเจ้าของ


The All-Electric Mazda CX-6e มีให้เลือกทั้งหมด 2 รุ่น ใน 2 สไตล์ ที่แตกต่าง 

รุ่น Premium มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว ตกแต่งภายในห้องโดยสารอย่างพิถีพิถัน ด้วยผ้าและหนังสีดำ สะท้อนความประณีตในทุกจุดสัมผัส ขับขี่ได้ระยะทางสูงสุด 555 กิโลเมตร* วางราคาจำหน่าย 1,259,000 บาท


รุ่น Premium Sports ยกระดับความสปอร์ต ด้วยล้ออัลลอย Black Diamond Cut Double 5-Spoke Design ขนาด 21 นิ้ว ถ่ายทอดความสง่างามและความหรูหราในระดับ Masterpiece ด้วยห้องโดยสารตกแต่งด้วยวัสดุหนังสีทูโทน สีม่วง-ขาว กระจกมองข้างแบบดิจิทัลที่สามารถปรับและพับด้วยไฟฟ้า และกระจกมองหลังแบบดิจิทัล พร้อมดีไซน์พิเศษในทุกองค์ประกอบ เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางสู่ความสมบูรณ์แบบอีกขั้น ขับขี่ได้ระยะทางสูงสุด 524 กิโลเมตร* วางราคาจำหน่าย 1,299,000 บาท


ภายนอกมีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ประกอบด้วย

สีม่วง ไนท์ฟอล ไวโอเลต / สีดำ เจ็ท แบล็ก (Nightfall Violet / Jet Black)


สีเทา แมชชีน เกรย์ / สีดำ เจ็ท แบล็ก (Machine Gray / Jet Black)


สีแดง โซล เรด คริสตัล / สีดำ เจ็ท แบล็ก (Soul Red Crystal / Jet Black)


สีขาว คริสตัล ไวท์ เพิร์ล / สีดำ เจ็ท แบล็ก (Crystal White Pearl / Jet Black)


สีเทา แอโร เกรย์ / สีดำ เจ็ท แบล็ก (Aero Gray / Jet Black)


สีดำ เจ็ท แบล็ก (Jet Black)


สำหรับลูกค้าที่สนใจเป็นเจ้าของยนตรกรรม The All-Electric Mazda CX-6e ในเดือนตุลาคมนี้ มาสด้ายินดีมอบแคมเปญสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ประกอบด้วย 


ดอกเบี้ยพิเศษ 1.88%1

ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2

ฟรี โปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถไฟฟ้า 8 ปี 

รับประกันคุณภาพรถยนต์ นาน 8 ปี3 

คุ้มครองแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน นาน 8 ปี4บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 8 ปี5  


ฟรี Home Charger แบรนด์ ABB ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมติดตั้งฟรีทุกพื้นที่ทั่วประเทศ มูลค่า 39,990 บาท6

ฟรี ระบบ Mazda Connectivity 5 ปี สำหรับใช้งานแอปพลิเคชั่น MAZDA 6e, ระบบสั่งการด้วยเสียง และระบบนำทาง7 


ทั้งนี้ มาสด้าจะยังคงพัฒนายนตรกรรมของเราให้ดียิ่งขึ้นต่อไป เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ควบคู่กับ การมุ่งมั่นสานต่อแนวคิด “Joy Drives Lives” เพื่อส่งมอบประสบการณ์ความสุขให้กับลูกค้าทุกคน เพราะมาสด้าเชื่อเสมอว่า ความสุข คือส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนชีวิต เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์การเดินทางที่มอบความประทับใจในชีวิตประจำวันของลูกค้าอย่างไม่รู้จบ ทั้งในวันนี้ และต่อไปจนถึงอนาคต เพื่อผู้คนในเจเนอเรชั่นถัดไป


หมายเหตุ:

*อ้างอิงจากผลการทดสอบมาตรฐาน NEDC ระยะทางจริงอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับอุปกรณ์และปัจจัยเฉพาะบุคคล

**อ้างอิงจากการใช้เครื่องชาร์จเร็ว DC 200kW ขึ้นไป ระยะเวลาการชาร์จจริงขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ณ ขณะชาร์จ เช่น สภาพแบตเตอรี่ อุณหภูมิของแบตเตอรี่ และอุณหภูมิแวดล้อม


1 ดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน เงื่อนไขดังกล่าวสำหรับผู้เช่าซื้อที่ผ่านการอนุมัติตามเงื่อนไขของ บมจ. ธนาคารทิสโก้ และ ทีเอ็มบีธนชาต เท่านั้น ธนาคารฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดเงื่อนไขทางการเงินโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

2 ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี บริษัทประกันภัยที่ร่วมโครงการ ได้แก่ (1) บมจ. ธนชาตประกันภัย (2) บมจ. ประกันภัยไทยวิวัฒน์ (3) บมจ. แอกซ่าประกันภัย และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ โดยเพิ่มความคุ้มครองความเสียหายต่อเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคลที่เกิดจากอุบัติเหตุในขณะกำลังใช้งาน ทั้งนี้ความคุ้มครองดังกล่าวจะครอบคลุมเฉพาะเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคลที่ได้รับมาตรฐาน มอก. และได้รับการติดตั้งอย่างถูกต้องตามคู่มือของผู้ผลิตรถยนต์ หรือผู้ผลิตเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น 

เงื่อนไขดังกล่าวสำหรับผู้ซื้อที่ชำระเป็นเงินสดเต็มจำนวน หรือผู้เช่าซื้อที่ผ่านการอนุมัติตามเงื่อนไขของ บมจ.ธนาคารทิสโก้  และทีเอ็มบีธนชาตเท่านั้น


³ ตามเงื่อนไขโปรแกรมการขยายรับประกันคุณภาพรถ นาน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)


4 เงื่อนไขคุ้มครองแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแรงดันสูง (High Voltage Battery) เท่านั้น นาน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)


5 เงื่อนไขบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)


6 รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว สำหรับงานติดตั้งวงจรที่ 1 (สายไฟ 1 เฟส กำลังไฟ 7.4 kW) โดยมีรายละเอียดอุปกรณ์การติดตั้ง Home Charger ตามด้านล่างนี้

- เซอร์กิตเบรกเกอร์ 40A 1 pole (ABB) 1 หน่วย

- เบรกเกอร์กันดูด typeA 40A 2 pole (ABB) 1หน่วย

- สายไฟฟ้า IEC01 เบอร์ 10 (THW) (L, N, G) 15 เมตร

- ท่อร้อยสายไฟขนาด 20 mm.15 เมตร

- กล่องใส่เบรกเกอร์และ RCCB (ABB) 1 หน่วย

- อุปกรณ์ประกอบท่อและเข้าสายไฟ 1 หน่วย

พร้อมรับประกันตัวเครื่อง 2 ปี และรับประกันงานติดตั้ง 1 ปี โดยสามารถโอนสิทธิ์การติดตั้งได้ 1 ครั้ง 

และสิทธิ์การติดตั้งมีอายุไม่เกิน 6 เดือนนับจากวันออกรถ และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้  

ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการหา Home Charger ทดแทนที่มีคุณภาพและมูลค่าเทียบเท่า กรณีที่เกิดเหตุขัดข้องในการจัดหา 

กรณีมีการเข้าสำรวจก่อนติดตั้ง มีค่าสำรวจเพิ่มเติม 1,500 บาท/ครั้ง (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

กรณีติดตั้งบริเวณพื้นที่เกาะ มีค่าบริการเพิ่มเติม 3,000 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) 

เงื่อนไขและรายละเอียดการติดตั้งเป็นไปตามที่บริษัทฯและบริษัทฯที่ให้บริการการติดตั้งกำหนด  


7  ไม่รวมการอัพเดทซอฟแวร์ผ่านอินเตอร์เน็ตดาต้า (รองรับการอัพเดทซอฟแวร์ผ่าน Wi-Fi)


สิทธิพิเศษดังกล่าวสำหรับลูกค้า ที่จองรถภายใน วันที่ 7 ตุลาคม 2569 - 31 ตุลาคม 2569 และออกรถภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2569 เท่านั้น


เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด 

โปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมของแต่ละผลิตภัณฑ์จากที่ปรึกษาการขาย หรือ www.mazda.co.th


เงื่อนไขเพิ่มเติม

เงื่อนไขการพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามข้อกำหนดของ บมจ. ธนาคารทิสโก้ และ ทีเอ็มบีธนชาต เท่านั้น

ข้อเสนอดังกล่าวสำหรับผู้เช่าซื้อที่ผ่านการอนุมัติตามเงื่อนไขของ บมจ. ธนาคารทิสโก้ และ ทีเอ็มบีธนชาต ที่จองและออกรถ ภายในวันที่ 7 – 31 ตุลาคม 2569 เท่านั้น





พังงา-จัดยิ่งใหญ่! งานสารทเดือนสิบ อ.กะปง สืบสานประเพณี "แห่จาด" ตระการตา 23 ขบวน

งานประเพณีวันสารท (เดือนสิบ) อ.กะปง ประจำปี 2569ชูเอกลักษณ์ "การแห่จาด" สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่อนุชนรุ่นหลัง

ชาวอำเภอกะปง จังหวัดพังงา ร่วมใจจัดงานประเพณีวันสารท (เดือนสิบ) ประจำปี 2569 อย่างยิ่งใหญ่ สืบสานมรดกทางวัฒนธรรมและประเพณี "การแห่จาด" อันเป็นเอกลักษณ์สำคัญของท้องถิ่น โดยปีนี้มีขบวนจาดเข้าร่วมประกวดถึง 23 ขบวน ท่ามกลางบรรยากาศงดงามและคึกคัก     

บรรยากาศที่สนามกลางอำเภอกะปง จังหวัดพังงา เต็มไปด้วยความคึกคักและสีสันทางวัฒนธรรม ในพิธีเปิดงานประเพณีวันสารท (เดือนสิบ) อำเภอกะปง ประจำปี 2569 โดยมี นายไพรัตน์ เพชรยวน ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นางณัฐธยาน์ ผาสุข นายอำเภอกะปง นายบำรุง ปิยนามวาณิช นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา นางสาวธัญญารัตน์ แก้วประเสริฐ ปลัดหัวหน้ากลุ่มบริหารงานปกครอง นายปฏิวัติ ประกอบแสง กำนันตำบลท่านา และ ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอกะปง คณะผู้จัดงาน ส่วนราชการ และประชาชนชาวอำเภอกะปงเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง    


การจัดงานในครั้งนี้ เป็นความร่วมมือระหว่างอำเภอกะปง, องค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา, สภาวัฒนธรรมอำเภอกะปง, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน, สถานศึกษา และเครือข่ายภาคเอกชน เพื่ออนุรักษ์ ฟื้นฟู และสืบสานประเพณีอันดีงามของบรรพบุรุษ ตลอดจนส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้รากเหง้าทางวัฒนธรรม เกิดความรัก ความสามัคคี และความภาคภูมิใจในภูมิปัญญาท้องถิ่น   

ไฮไลท์สำคัญของงานที่สร้างความตื่นตาตื่นใจอย่างมาก คือ "การแห่จาด" ซึ่ง "จาด" เป็นภาชนะประดิษฐ์ทรงหน้าจั่วตารมุขยอดแหลม ตกแต่งอย่างประณีตและบรรจุขนมต่าง ๆ สำหรับประเพณีสารทเดือนสิบ โดยการแห่จาดไม่เพียงแต่เป็นการเฉลิมฉลองเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความศรัทธา ความกตัญญู และความร่วมแรงร่วมใจของคนในชุมชนอีกด้วย 




สำหรับปีนี้ มีหมู่บ้านต่าง ๆ ประดิดประดอยและส่ง "จาด" เข้าร่วมประกวดรวมทั้งสิ้น 23 ขบวน นอกจากนี้ภายในงานยังมีการสาธิตการทำขนมวันสารทเดือนสิบจากทั้ง 5 ตำบล 1 เทศบาล และการแสดงศิลปวัฒนธรรมจากนักเรียนในพื้นที่ทั้ง 12 โรงเรียน โดยการจัดงานในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณรวมทั้งสิ้น 720,000 บาท จากหน่วยงานภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ เพื่อร่วมกันรักษามรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่านี้ให้อยู่คู่ชาวอำเภอกะปงสืบไป  

ภาพข่าว :   นายพงษ์ศักดิ์ ประทีป /โกอู๋  @ผู้สื่อข่าวจังหวัดพังงา