24 มกราคม 2565

คัดค้านสร้างเขื่อนเขาใหญ่ บริเวณผืนป่ามรดกโลก

ชะลอโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำบริเวณผืนป่ามรดกโลกดงพญาเย็น–เขาใหญ่ทั้ง 7 โครงการออdไปก่อน และให้จัดทำประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) คาดว่าจะใช้เวลา​ 2​ ปี 

นางสุนีย์​ ศักดิ์เสือ​ ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ​ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช​ เปิดเผย igreen ว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานได้เห็นชอบให้ชะลอโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำบริเวณผืนป่ามรดกโลกดงพญาเย็น–เขาใหญ่ทั้งหมดออกไปก่อน และให้กรมชลประทานในฐานะเจ้าของโครงการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment-SEA) ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ​ 2​ ปี 

นางสุนีย์​ ศักดิ์เสือ​ ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ​ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช​ 

สำหรับขั้นตอนและองค์ประกอบการจัดทำ SEA อยู่ระหว่างการกำหนดขอบเขตและรายละเอียดในการศึกษาโดยจะบูรณาการกับหลายหน่วยงาน เช่น กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) และกรมอุทยานฯ ตลอดจนภาคประชาชน โดยเน้นการรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการศึกษานอกจากเรื่องผลกระทบในแต่ละด้านแล้ว คณกรรมการชุดดังกล่าวจะต้องเสนอทางเลือกด้วย เมื่อแล้วเสร็จก็จะนำเสนอให้คณะอนุกรรมการมรดกโลกทางธรรมชาติพิจารณาเพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกต่อไป

นอกจากนี้ นางสุนีย์​ กล่าวระหว่างร่วมเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนความรู้ภายใต้หัวข้อ “เขาใหญ่ไปทางไหนดี” ณ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เมื่อวันที่ 22​ มกราคม 2565 ตอนหนึ่งว่า มติที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลก​ สมัยสามัญ ครั้งที่ 44 ได้แสดงข้อกังวลภาวะอันตรายที่อาจจะทำให้เขาใหญ่เสี่ยงต่อการหลุดจากมรดกโลก​ 

ยกตัวอย่างเช่น โครงการพัฒนาแหล่งน้ำ​ โดยเฉพาะพื้นที่ป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่​ ลุ่มน้ำปราจีน​ บางปะกง​ ปลายลุ่มน้ำมูล​ ซึ่งมีข้อเสนอให้พัฒนาแหล่งน้ำ​ 7-8 โครงการรอบเขาใหญ่​ ทั้งใสน้อย-ใสใหญ่​ คลองมะเดื่อ​ คลองพญาธาร​ ประเด็นนี้คณะกรรมการมรดกโลกมองว่าเป็นภัยคุกคาม​ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อคุณค่าในพื้นที่



ประเด็นต่อมาคือ การลักลอบตัดไม้พะยูง​ซึ่งมีชาวต่างชาติลักลอบเข้ามาตัดไม้อย่างต่อเนื่อง​ และที่ผ่านมากรมอุทยานฯ ได้ดำเนินมาตรการอย่างเข้มข้นมาโดยตลอด​ โดยเจ้าหน้าที่เขาใหญ่มีการเดินลาดตระเวนครอบคลุมพื้นที่ถึง​ 70-80% และหัวหน้าอุทยานฯ​ ร่วมเดินลาดตระเวนกับลูกน้องเพื่อเป็นขวัญกำลังใจด้วย

เรื่องที่สามคือ​ กฎหมายใหม่​ที่คณะกรรมการมรดกโลกมองว่าอาจส่งผลกระทบด้านลบต่อพื้นที่หรือไม่​ และสุดท้ายคือประเด็นการท่องเที่ยว​ เนื่องจากเขาใหญ่มีการกระจุกตัวการท่องเที่ยวอย่างหนาแน่น​ จึงอาจต้องบริหารจัดการเพื่อกระจายการท่องเที่ยวไปในอุทยานแห่งชาติรอบข้างด้วย อย่างไรก็ตาม การประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยสามัญ ครั้งที่ 44 ที่ประเทศจีน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 - 31 กรกฎาคม 2564 โดยได้มีมติให้ไทยดำเนินการเกี่ยวกับแหล่งมรดกทางธรรมชาติดงพญาเย็น-เขาใหญ่ 6 ข้อ ดังนี้

1.ให้กำหนดนิยามในการบ่งชี้แผนปฏิบัติการ เพื่อให้มั่นใจว่ามีวิธีการตรวจสอบที่เพียงพอในการวัดประสิทธิผลในการดำเนินการตามคำแนะนำขอคณะผู้ติดตามตรวจสอบ (Reactive Monitoring mission) เมื่อปี 2559

2. ให้ดำเนินการติดตามผลอย่างใกล้ชิดว่าการออกกฎหมายใหม่ส่งผลต่อความครบถ้วนสมบูรณ์ของแหล่งอย่างไร และให้แน่ใจว่ามีการใช้มาตรการที่เหมาะสมในการป้องกันการบุกรุกพื้นที่แหล่งอย่างผิดกฎหมาย

3. ให้ดำเนินการเพิ่มเติมเพื่อให้มั่นใจว่ามีมาตรการบรรเทาผลกระทบและการติดตามผลกระทบจากการดำเนินการภายหลังการก่อสร้างเขื่อนห้วยโสมงและทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 304 เพื่อลดผลกระทบต่อคุณค่าความโดดเด่นอันเป็นสากลของเหล่ง

4. ยินดีที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ยุติการขยายทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 348 และหาทางเลือกอื่นเพื่อทบทวนความจำเป็นและเหมาะสมในการก่อสร้างเขื่อนและอ่างเก็บน้ำในพื้นที่แหล่ง และการยกเลิกโครงการก่อสร้างเขื่อนลำพระยาธารเพื่อลดผลกระทบทางลบต้อคุณค่าความโดดเด่นอันเป็นสากลของแหล่ง และได้รับรายงานว่ามีการพัฒนาโครงการเขื่อนหลายโครงการในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียง จึงขอ
ย้ำให้ยกเลิกแผนการก่อสร้างเขื่อนและอ่างเก็บน้ำภายในพื้นที่แหล่งอย่างถาวร

5. ให้ดำเนินการประเมินสิ่งแวดล้อมเชิงกลยุทธ์ (SEA) สำหรับพื้นที่ลุ่มน้ำ รวมถึงแหล่งมรดกโลกเพื่อรายงานแผนการจัดการและแผนการพัฒนาในอนาคตของพื้นที่ลุ่มน้ำ และสำหรับข้อเสนอโครงการก่อสร้างเขื่อนโดยรอบพื้นที่แหล่งมรดกโลกที่อาจส่งผลกระทบต่อคณะค่าความโดดเด่นอันเป็นสากลของแหล่ง
ให้ระงับการดำเนินการจนกว่าการประเมินสิ่งแวดล้อมเชิงกลยุทธ์จะแล้วเสร็จ และได้รับการตรวจสอบโดยศูนย์มรดกโลกและสหภาพสากลว่าด้วยการ อนุรักษ์ (IUCN)

6. ให้จัดส่งรายงานสถานภาพการอนุรักษ์แหล่งมรดกโลกพื้นที่กลุ่มป่าดงพญาเย็น – เขาใหญ่ และรายงานความก้าวหน้าในการดำเนินงานภายในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการมรดกโลกพิจารณาในการประชุมสมัยสามัญ ครั้งที่ 45 ในปี 2565

ทั้งนี้ โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำหรือเขื่อนในพื้นที่ป่ามรดกโลกดงพญาเย็น-เขาใหญ่ โดยกรมชลประทานจำนวน 7 แห่ง ซึ่งเข้าข่ายเสี่ยงอันตรายต่อความเป็นมรดกโลก ประกอบด้วย ดังนี้

1. โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยสะโตน จ.สระแก้ว พื้นที่รวม 4,753 ไร่ 2. โครงการอ่างเก็บน้ำคลองมะเดื่อ จ.นครนายก พื้นที่รวม 1,853 ไร่ 3. โครงการอ่างเก็บน้ำใสน้อย-ใสใหญ่ มีพื้นที่ประมาณ 8,500 ไร่ 

4.โครงการอ่างเก็บน้ำลำพระยาธาร มีพื้นที่ประมาณ 2,800 ไร่ 5. โครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังมืด มีพื้นที่ประมาณ 2,400 ไร่ 6. โครงการอ่างเก็บน้ำคลองบ้านนา มีพื้นที่ประมาณ 1,419 ไร่ และ 7. โครงการอ่างเก็บน้ำคลองหนองแก้ว พื้นที่ประมาณ 133 ล้าน ลบ.ม. .

ทั้งนี้ หลังจากกรมชลประทานพยายามผลักดันโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำบริเวณโดยรอบผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ มูลนิธิสืบนาคะเสถียรและเครือข่ายองค์กรอนุรักษ์ได้คัดค้านการผลักดันโครงการมาเป็นระยะเนื่องจากเห็นว่าจะส่งผลกระทบต่อความเป็นมรดกโลก 



#ดงพญาเย็นเขาใหญ่ #มรดกโลกทางธรรมชาติ #คัดค้านสร้างเขื่อนเขาใหญ่
#สมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ #60ปีอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
#17ปีมรดกโลกเขาใหญ่ดงพญาเย็น #เขาใหญ่ยั่งยืน #trekkingthailandtour

20 มกราคม 2565

ประกาศผลภาพวาด “หลวงปู่กับสมาธิและสันติภาพในมุมมองของฉัน” กิจกรรมน้อมรำลึก 152 ปีชาตกาล หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

 


เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2565 ที่ผ่านมา : มูลนิธิรักษ์ตับ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับ สมาคมนักศึกษาเก่ามหาวิทยาลัยศิลปากร มูลนิธิรักษ์เยาวชน สมาคมสภาพุทธศาสนิกสัมพันธ์ และสถานีโทรทัศน์ BMCTV ประกาศผลการประกวดภาพวาด หัวข้อ“หลวงปู่กับสมาธิและสันติภาพในมุมมองของฉัน”  กิจกรรมน้อมรำลึก 152 ปีชาตกาล หลวงมั่น ภูริทัตโต ณ ธรรมสถานหลวงวิเศษสาครฤทธิ์ (สถานีโทรทัศน์ BMC TV)  ซอยจรัญสนิทวงศ์ 22

พระอาทิตย์ อธิปุญโญ (วงศ์แสนสุข) ประธานจัดงานและผู้ประสานงาน 152 ปีชาตกาลหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต เล่าถึงที่มาของการจัดงาน ว่า “เราได้ทำกิจกรรมนี้มาอย่างต่อเนื่องติดต่อกันมาตั้งแต่เมื่อครั้งครบ 149 ปี จนถึง 151 ปี ที่ผ่านมา ซึ่งได้ผลักดันทั้งเรื่อง UNESCO บุคคลสำคัญของโลก สาขาสันติภาพ ปี 2563-2564 ซึ่งก่อให้เกิดกระแสตอบรับที่ดีต่อสังคมมาก

หลังจากที่อาจารย์ได้รับรางวัล ค่าของแผ่นดิน จึงเกิดความคิดในการสานต่องานองค์หลวงปู่มั่นให้ยั่งยืน โดยวางแผนจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อรำลึกถึงในวาระครบ 152 ปีชาตกาล และริเริ่มการจัดกิจกรรมประกวดภาพวาดชิงเงินรางวัลทุนการศึกษาในหัวข้อ “หลวงปู่มั่นกับสมาธิและสันติภาพ ในมุมมองของฉัน” เพื่อให้คนไทยได้เกิดแรงบันดาลใจในการศึกษาค้นคว้าชีวประวัติ ปฏิปทา ขององค์หลวงปู่มั่น แล้วนำมาใช้ในการวาดภาพ พร้อมเกิดการซึมซับธรรมะขององค์ท่านไปในตัวด้วย

เป็นกุศโลบายที่จะให้คนรุ่นใหม่และประชาชนทั่วไป ได้ศึกษาชีวประวัติ วัตรปฏิบัติ ขององค์หลวงปู่มั่น เพื่อให้เกิดการเรียนรู้  ด้วยการสอดแทรกศีลธรรมเข้าสู่ตัวเด็ก และประชาชน นับเป็นการสานต่อศรัทธา 152 ปีชาตกาล องค์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโตที่เกิดจากความสนใจได้อย่างแท้จริงและยั่งยืน”







สำหรับผลการประกวดภาพวาดชิงเงินรางวัลทุนการศึกษา ในหัวข้อ “หลวงปู่มั่นกับสมาธิและสันติภาพ ในมุมมองของฉัน” ผู้ได้รับรางวัล ได้แก่

1. ระดับประถมศึกษา รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ เด็กชายเจษฎา ทองบรรหา โรงเรียนวัดบ้านกล้วย จังหวัดสระบุรี รางวัลรองชนะเลิศ          ได้แก่ เด็กหญิงเอมมิกา บุญสวัสดิ์  โรงเรียนแย้มวิทยการ จังหวัดราชบุรี เด็กหญิงปุญญิศา สดใส  โรงเรียนอนุบาลเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ รางวัลชมเชย ได้แก่ เด็กหญิงภัทรวดี สุทธิอาจ โรงเรียนบ้านหลุบเลา จังหวัดสกลนคร

2. ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ เด็กหญิงรุ่งอรุณ ภูมิหมื่น โรงเรียนอนุบาลพุทธเมตตา จังหวัดอุบลราชธานี รางวัลรองชนะเลิศ ได้แก่ เด็กหญิงพรนิชา สุขสบาย  โรงเรียนราชวินิตบางแก้ว จังหวัดสมุทรปราการ รางวัลชมเชย ได้แก่ เด็กชายณัฐพล แซ่แต้  โรงเรียนไทยรัฐวิทยา จังหวัดชุมพร

3. ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ นางสาวพรทิพย์ สีหา โรงเรียนราชวินิตบางแก้ว จังหวัดสมุทรปราการ รางวัลรองชนะเลิศ ได้แก่ นางสาวจณิสตา  ลิ้มประเสริฐ โรงเรียนแก่นทองอุปถัมภ์ กรุงเทพมหานคร รางวัลชมเชย ได้แก่ นางสาวลุด ไขสำแดง โรงเรียนมูลมังหลวงปู่ชอบฐานสโม จังหวัดเลย นายกิตติภัทร สิทธิวงศ์ โรงเรียนราชวินิตบางแก้ว จังหวัดสมุทรปราการ

รางวัลพิเศษ ได้แก่  นายธีรสิทธิ์ เรืองสา โรงเรียนวังสมบูรณ์วิทยาคม จังหวัดสระแก้ว

4. ระดับมหาวิทยาลัย รางวัลชนะเลิศ ได้แก่  นายอนันต์ วงษ์ศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร (พระราชวังสนามจันทร์) จังหวัดนครปฐม รางวัลรองชนะเลิศ  ได้แก่  นางสาววรรณวารี นารายณ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่รางวัลชมเชย ได้แก่  นายพงษ์ภูธาร ทำดี  มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด

5. บุคคลทั่วไป รางวัลชนะเลิศได้แก่ นายสุรพันธ์ ขวัญแสนสุข  จังหวัดนครปฐม รางวัลรองชนะเลิศได้แก่ นายสุชาติ ขวัญหวาน จังหวัดนครปฐม รางวัลชมเชย ได้แก่ นายกตัญญู วัฒนาประดิษฐชัย จังหวัดกาฬสินธุ์

นางสาวพรทิพย์ สีหา โรงเรียนราชวินิตบางแก้ว จังหวัดสมุทรปราการ ผู้คว้ารางวัลชนะเลิศ ม.ปลาย ชื่อภาพ:ร่วมแรงกายสร้างแรงใจ กล่าวถึงแนวความคิดของภาพว่า “ใช้แนวคิดที่ว่า แม้หลวงปู่ มั่นจะละสังขารไปกว่า 70 ปีแล้ว พลังศรัทธาของพุทธบริษัทที่ รวมแรงร่วมใจจากพลังแห่งสันติภาพ และความมีสามัคคีธรรมก็เหนี่ยวนำให้เกิดงานศิลปกรรมอันวิจิตร ด้วยแนวคิดที่ยึดเอา จริยวัตรอันงดงามของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต เป็นสรณะ”



โดยนายอนันต์ วงษ์ศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร (พระราชวังสนามจันทร์) ผู้คว้ารางวัลชนะเลิศระดับมหาวิทยาลัย กล่าวถึงแนวความคิดของภาพวาดว่า “ผมต้องการที่จะสื่อถึง มุมมองของเด็กแต่ละคนที่เขาได้ทราบถึงชีวประวัติ และจินตนาการถึงหลวงปู่มั่น ด้วยความเลื่อมใส ศรัทธา เพลิดเพลินไปกับการถ่ายทอดเรื่องราวไม่ว่าท่านจะไปที่ใด ก็มักจะมีประชาชนเลื่อมใส และขอติดตามไปด้วยจากการเดินทางไปยังที่ต่าง ๆ ของท่านทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศทั่วโลก เพราะฉะนั้นการไปของท่านก็คือการนำหลักธรรมไปเผยแผ่ในตัวทำให้เกิด สันติภาพ สันติธรรม และสันติสุข

ส่วนรางวัลชนะเลิศ ประเภทบุคคลทั่วไป นายสุรพันธ์ ขวัญแสนสุข กล่าวถึงแนวคิดของการวาดภาพนี้ว่า ผมนำเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับวิธีการปฏิบัติกรรมฐานตาม แนวของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต โดยใช้แนวทางแบบกาย คตาสติภาวนาเป็นหลักปฏิบัติ แนวทางดังกล่าวเป็นการ พิจารณากรรมฐาน ๕ ได้แก่ ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เป็น องค์ประกอบสำคัญในการปฏิบัติกรรมฐาน หลักดังกล่าวเมื่อพิจารณาโดยถ่องแท้แล้วจะเห็นว่าร่างกาย ของมนุษย์นี้เป็นสิ่งไม่น่ารักใคร่ ยึดถือควบคุมไม่ได้จนเกิดความ เบื่อหน่าย คลายความยึดมั่นถือมั่น

 ดังนั้นแล้วมุมมองที่มีต่อเพื่อนมนุษย์จะเป็นไปในลักษณะของผู้ร่วมเกิดร่วมตาย เกิด ความเมตตา มุมมองดังกล่าวเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญใน กระบวนการสร้างสันติภาพ”

พระอาทิตย์ อธิปุญโญ (วงศ์แสนสุข) ประธานจัดงานฯ กล่าวในตอนท้ายว่า “นอกจากนี้ขอขอบคุณผู้ที่มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ ทั้งคณะกรรมการ คณาจารย์จากสมาคมนักศึกษาเก่ามหาวิทยาลัยศิลปากร สื่อมวลชนทุกแขนง และผู้มีส่วนผลักดันร่วมในการมอบทุนการศึกษา คุณบุญชัย กอบสมบัติ คุณสุปราณี โยธินอุปมัย คุณโฉมฉาย อรุณฉาน

....เป็นที่น่ายินดีว่า กิจกรรมการประกวดภาพวาดในครั้งนี้ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก มีผู้ส่งภาพเข้าประกวดถึง 1,000 กว่าภาพ ซึ่งครั้งนี้เป็นการจัดครั้งแรก เราจึงอยากฝากติดตามกิจกรรมดีๆ ที่น่าสนใจในกิจกรรม 153 ปีชาตกาล และในปี ต่อๆไป เพื่อน้อมรำลึกถึงหลวงปู่มั่นสืบไป”

ติดตามการประกาศรายชื่อผู้รับรางวัลทุนการศึกษา ใบประกาศเกียรติบัตร และการรับรางวัล ได้ที่ Facebook Fanpage : BMC TV หรือที่ สถานีโทรทัศน์ BMCTV



 

 

ลาซาด้า เปิด‘LazLOOK’ โซนใหม่ศูนย์รวมสินค้าแฟชั่นอินเทรนด์ จะลุคไหนสายไหน ก็ช้อปครบจบในที่เดียว#โดนทุกแฟได้ทุกฟีล

กรุงเทพฯ 20มกราคม2564–เรียกได้ว่าเปิดปีใหม่มาทั้งทีสาวๆได้ฤกษ์ถอยชุดใหม่มาเตรียมพร้อมสำหรับโอกาสต่างๆตลอดปี ไม่ว่าจะเป็นชุดทำงาน เข้าประชุมออนไลน์ ชุดไปเที่ยวตามทริปต่างๆ แบบรักษาระยะห่าง ไปจนถึงสาวสายมูที่มองหาเสื้อสีมงคลใส่ประจำวัน แต่ถ้าสาวคนไหนที่ยังไม่อยากออกไปช้อปปิ้งนอกบ้านก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะวันนี้ลาซาด้ามีโซนใหม่ มาเอาใจGen Z โดยเฉพาะที่รับรองว่าต้องตาลุกวาวแน่นอน กับ‘LazLOOK’ศูนย์รวมสินค้าแฟชั่นแบบครบจบในที่เดียว มาเสิร์ฟให้นักช้อปเลือกสินค้าแบบสับๆได้ง่ายๆ  แค่คลิกเดียวก็มีให้เลือกทุกลุคตอบโจทย์ทุกฟีล ลาซาด้าปั้นมาขนาดนี้ นักช้อปสายแฟเตรียมวอร์มนิ้วมากดสินค้ากันให้พร้อม!

โดยโซนLazLOOKถูกดีไซน์ขึ้นจากอินไซต์และไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่จึงทำให้ LazLOOKกลายเป็นศูนย์รวมแฟชั่นทั้งหมดของลาซาด้า อัดแน่นด้วยร้านค้าและสินค้าแฟชั่นคุ้มค่าหลากหลายสไตล์จากร้านค้ามากกว่า 130,000ร้าน อีกทั้งยังสร้างปรากฏการณ์ครั้งแรกของวงการอีคอมเมิร์ซ จับมือกับ ‘กะทิ’Virtual Influencer สัญชาติไทยที่กำลังเป็นกระแส มาร่วมโปรโมท LazLOOK ด้วยคาแรคเตอร์ของกะทิที่เป็นไอคอนนำเทรนด์ด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งลุคแฟชั่นที่กำลังมาแรง เรียกได้ว่าตรงกับความเป็น LazLOOKที่ลาซาด้าตั้งใจสื่อสารได้เป็นอย่างดี และวันนี้ลาซาด้ายก 4ลุคมาแนะนำให้เพื่อนๆ แต่งตามกันได้ไม่มีเอาท์ ใครอยากจะแต่งฟีลไหนหาชุดที่ใช่แล้วใส่รถเข็นเตรียมเช็คเอาท์กันได้เลย

1. ฟีล Sweet สาวหวานสดใสต้องคู่กับเสื้อสีพาสเทลพร้อมกระโปรงระบายก็หวานจนน้ำตาลต้องเรียกพี่พร้อมจับเข้าคู่กับแอคเซสเซอรี่ที่กำลังมาสุดๆในปี 2022 อย่างไข่มุก คอมพลีทลุคกับการเป็นสาวหวานไปเต็มๆ

2. ฟีลStreetเพิ่มความคูล ความเก๋ ด้วยลุคสตรีทหยิบเสื้อมามิกซ์แอนด์แมทช์ยังไงก็ยังปังแล้วเลือกกระเป๋า Belt bag เก๋ๆ มาคาดได้ลุคStreet ไปอีกแบบ

3. ฟีลSportyให้ฟีลสาวสวยสุขภาพดี ที่ขนมาให้เลือกเต็มที่ไม่มีกั๊ก จะเป็นเสื้อโปโลใส่ไปทำคอนเทนต์ ไดร์ฟกอล์ฟกับแกงค์เพื่อนสาว หรือกางเกงวอร์มสุดComfy ก็มีหมด

4. ฟีลWorking woman ลุคที่ผสานความเท่และความเก๋ไว้ และแม้จะ Work From Home เรายังต้องสวยไว้ก่อน แค่เลือกเบลเซอร์โทนสีเรียบๆ สักตัว ก็ได้ลุคภูมิฐานได้อินเนอร์พร้อมลุยงานแล้ว

ไม่ว่าสาวๆจะอยากได้ลุคไหน ก็สามารถค้นหาทุกลุคที่ใช่ได้ใน LazLOOKเพียงเข้าแอปลาซาด้า กดไอคอน ‘LazLOOK’ หรือพิมพ์คำว่า ‘LazLOOK’ ในช่องค้นหาก็สามารถช้อปสินค้าแฟชั่นสุดอินเทรนด์ที่ลาซาด้าเตรียมไว้ได้เลย! รับรองว่าโดนทุกแฟได้ทุกฟีลกับแฟชั่นไอเทมสุดปัง ราคาสุดปั๊วะ มีทุกลุค ตอบทุกฟีลการแต่งตัวที่ลาซาด้าที่เดียวเท่านั้น รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก https://s.lazada.co.th/s.5tBIH


#LazLook #LazLookโดนทุกแฟได้ทุกฟีล #Lazada #LazadaTH #Lazada มีทุกสิ่งที่ใจค้นหา

“ชเนตตี” วรรณแสน คว้าตำแหน่งผู้ชนะการแข่งขัน National Qualifiers สองปีซ้อน

ร่วมเป็นหนึ่งในการดวลวงสวิงศึกกอล์ฟสาวโลกรายการ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2022

(กรุงเทพฯ 20 มกราคม 2565)  ฮอนด้า ร่วมกับ การกีฬาแห่งประเทศไทย และ ไอเอ็มจี จัดการแข่งขัน รอบคัดเลือก Honda LPGA Thailand National Qualifiers 2022 ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จ.ชลบุรี โดย “โปรพราว”  ชเนตตี วรรณแสน นักกอล์ฟสาววัย 17 ปี จากเชียงใหม่ สามารถคว้าตำแหน่งผู้ชนะเป็นปีที่สองติดต่อกัน ด้วยผลงานโดดเด่นหวด 7 อันเดอร์พาร์ รวม 137 แต้ม ในการแข่งขันทั้ง 2 วัน คว้าสิทธิ์เข้าร่วมดวลวงสวิงกับเหล่าโปรกอล์ฟสาวระดับโลก ในรายการ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2022 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นที่สนามเดียวกันในเดือนมีนาคมนี้

นายโนริยูกิ ทาคาคุระ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมแสดงความยินดีกับชัยชนะของ “โปรพราว” และกล่าวว่าการจัดแข่งขัน Honda LPGA Thailand National Qualifiers 2022 เป็นส่วนหนึ่งในความมุ่งมั่นของฮอนด้า ในการช่วยยกระดับมาตรฐานของวงการกอล์ฟไทย ให้เทียบชั้นสากล พร้อมทั้งมอบโอกาสให้นักกอล์ฟไทยสามารถพัฒนาทักษะ และ“ก้าวสู่ชัยชนะอันยิ่งใหญ่” ซึ่งสอดคล้องกับธีมหลัก “Beyond Greatness” ของการจัดการแข่งขันในปีนี้

“Honda LPGA Thailand National Qualifiers  ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าเป็นการแข่งขันครั้งสำคัญซึ่งเปรียบเสมือนประตูที่เปิดโอกาสให้นักกอล์ฟสาวรุ่นใหม่ได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางกอล์ฟอาชีพ รายการนี้ยังเป็นที่ยอมรับอย่างกว้าง ขวางและได้กลายเป็นสนามสำคัญที่ส่งเสริมการพัฒนาและสร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักกอล์ฟสมัครเล่นสาวไทย ให้เดินตามความฝันสู่เวทีระดับโลก” นายทาคาคุระกล่าว “ด้วยการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากการ กีฬาแห่งประเทศไทย ไอเอ็มจี และแอลพีจีเอ ทำให้ฮอนด้ารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นนักกอล์ฟสาวไทย มีการเติบโตและพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ในโอกาสนี้ เราขอแสดงความยินดีกับ “โปรพราว” ชเนตตี วรรณแสน ที่สามารถสร้างผลงานอันยอดเยี่ยมจนคว้าตำแหน่งผู้ชนะในการแข่งขัน Honda LPGA Thailand National Qualifiers และได้รับสิทธิ์ในการเข้าร่วมชิงชัยกับเหล่ากอล์ฟสาวจากทั่วโลกที่จะเดินทางมาร่วมแข่งขันในรายการ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2022”

"โปรพราว" ชเนตตี วรรณแสน วัย 17 ปี เจ้าของแชมป์ปีที่แล้ว และเพิ่งคว้าแชมป์กอล์ฟอาชีพสตรีรายการ “เอสเอที-ไทยวีเมนส์ทัวร์ โอเพ่น” สนาม 2 เมื่อปลายปีที่ผ่านมา โชว์ผลงานยอดเยี่ยม นำแบบม้วนเดียวจบ วันแรกสกอร์ 4 อันเดอร์พาร์ 68 วันสุดท้ายทำ5 เบอร์ดี้ โดยเก็บ 3 เบอร์ดี้รวดที่หลุม 13 ,14 และ 15  เสีย 2 โบกี้ จบวันทำเพิ่ม 3 อันเดอร์พาร์ 69  สกอร์รวม 2 วัน 7 อันเดอร์พาร์137 สร้างประวัติศาตร์คว้าแชมป์ Honda LPGA Thailand National Qualifiers 2022 เป็นปีที่สองติดต่อกัน

“โปรพราว” กล่าวถึงชัยชนะใน National Qualifiers ครั้งนี้ว่า “หลายคนอาจมองว่าเป็นชัยชนะที่ได้มาแบบไม่ยากนัก แต่ที่จริงแล้วระหว่างการแข่งขันค่อนข้างรู้สึกกังวลมากค่ะ และต้องเตรียมตัวมานานมากเพื่อทัวร์นาเมนต์นี้ แต่สุดท้ายก็ดีใจและรู้สึกภูมิใจมากที่ได้ผ่านเข้ารอบไปแข่งขันในฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2022 นับเป็นประสบการณ์ที่สุดยอดมาก ๆ ค่ะ”

“ในโอกาสนี้ขอขอบคุณฮอนด้า การกีฬาแห่งประเทศไทย และไอเอ็มจีมากค่ะ ที่จัดกิจกรรมนี้ขึ้นเพื่อมอบ โอกาสให้แก่นักกอล์ฟให้ได้รับโอกาสที่ยิ่งใหญ่แบบนี้ ที่ลืมไม่ได้เลย คือ ขอขอบคุณครอบครัวและเพื่อน ๆ ทุกคน รวมถึงโค้ชที่ช่วยสนับสนุน จนทำให้ได้มาถึงจุดนี้ ตอนนี้ คือ ตั้งตารอที่จะได้แข่งขันใน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2022 ในเดือนหน้า และจะพยายามทำให้ดีที่สุด เพื่อให้ทุกคนคนที่สนับสนุนภาคภูมิใจค่ะ”

 "โปรมายด์" ตรีฉัฐ จีนกลับ วัย 26 ปี มาเร่งเครื่องวันสุดท้าย เก็บเพิ่ม 6 อันเดอร์พาร์ 66 โดยไม่เสียโบกี้ตลอดวัน สกอร์รวม 6 อันเดอร์พาร์ 138 ได้อันดับที่ 2 แพ้ “โปรพราว” แค่ 1 สโตรก ขณะที่ "ซิม" ณัฐกฤตา วงศ์ทวีลาภ นักกอล์ฟสมัครเล่นดาวรุ่งทีมชาติไทย วัย 19 ปี คว้าอันดับ 3 ร่วมกับนักกอล์ฟรุ่นพี่อย่าง “โปรกิฟท์” เบญญาภา นิภัทร์โสภณ และปวริศา ยกทวน สกอร์รวม 2 อันเดอร์พาร์ 142

การแข่งขันรอบคัดเลือก Honda LPGA Thailand National Qualifiers 2022 จัดขึ้น ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จ.ชลบุรี ในวันที่ 18-20 มกราคม 2565 มีนักกอล์ฟหญิงเข้าร่วมการแข่งขันรวม 64 คน โดยผู้ชนะ “โปรพราว” ชเนตตี วรรณแสน ร่วมกับนักกอล์ฟสาวไทยรับเชิญอีก 3 คน จะได้เข้าร่วมแข่งขันรอบจริงในรายการ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2022 เพื่อชิงเงินรางวัลกว่า 1.6 ล้านดอลลาร์ ซึ่งกำหนดจัดการแข่งขันที่สนามแห่งเดียวกันนี้ตั้งแต่วันที่ 10-13 มีนาคม 2565 โดย นักกอล์ฟสาวไทยผู้ชนะเลิศจากปีที่แล้ว โปรเม เอรียา จุฑานุกาล พร้อมป้องกันตำแหน่งแชมป์ของรายการ


รมว.คลังเปิดงานสัมมนาเรื่อง “ศักราชใหม่...ความหวัง(หรือแค่ฝัน)ประเทศไทย 2022”

สำนักข่าวบางกอกทูเดย์  ร่วมกับคณะวิทยพัฒน์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และเว็บไซต์ข่าว The Leader Asia จัดการสัมมนาเรื่อง  “ศักราชใหม่...ความหวัง(หรือแค่ฝัน)ประเทศไทย 2022” เมื่อบ่ายวันที่ 20 มกราคม  2565  ณ ห้องประชุมชั้น 7 อาคาร 23   มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย  โดยนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานและกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “ แรงขับเคลื่อนประเทศไทยในศักราชใหม่ 2022”

         
ถัดจากนั้นเป็นการเสวนาเรื่อง “ หวังอะไร?… ประเทศไทยในปี 2022”โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากองค์กรชั้นนำได้แก่ นายแพทย์เกรียงไกร ถวิลไพร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญพิเศษเฉพาะทาง  อายุรศาสตร์โรคติดเชื้อ  โรงพยาบาลจุฬาภรณ์  ดร.สักกะภพ พันธ์ยานุกูล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย   นายอิสระ วงศ์รุ่ง รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มลูกค้าบุคคล   ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร  นายธนูศักดิ์ พึ่งเดช ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต  รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย  ดำเนินรายการโดยนายชัยวัฒน์ วนิชวัฒนะ บรรณาธิการข่าว The Leader Asia 

สำนักข่าวบางกอกทูเดย์  ร่วมกับคณะวิทยพัฒน์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และเว็บไซต์ข่าว The Leader Asia จัดการสัมมนาเรื่อง  “ศักราชใหม่...ความหวัง(หรือแค่ฝัน)ประเทศไทย 2022” เมื่อบ่ายวันที่ 20 มกราคม  2565  ณ ห้องประชุมชั้น 7 อาคาร 23   มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย  โดยนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานและกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “ แรงขับเคลื่อนประเทศไทยในศักราชใหม่ 2022”         

ถัดจากนั้นเป็นการเสวนาเรื่อง “ หวังอะไร?… ประเทศไทยในปี 2022”โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากองค์กรชั้นนำได้แก่ นายแพทย์เกรียงไกร ถวิลไพร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญพิเศษเฉพาะทาง  อายุรศาสตร์โรคติดเชื้อ  โรงพยาบาลจุฬาภรณ์  ดร.สักกะภพ พันธ์ยานุกูล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย   นายอิสระ วงศ์รุ่ง รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มลูกค้าบุคคล   ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร  นายธนูศักดิ์ พึ่งเดช ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต  รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย  ดำเนินรายการโดยนายชัยวัฒน์ วนิชวัฒนะ บรรณาธิการข่าว The Leader Asia            

การสัมมนาครั้งนี้ได้ทำการถ่ายทอดสดทาง Facebook Live  : ExtensionUTCC , @BangkokTodayFan  และ www.theleaderasia.com  โดยได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน)  บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)  ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

ความสามารถในการแข่งขันด้านการศึกษาของไทยในเวทีโลก

บทความพิเศษ เกี่ยวกับการศึกษา โดย ดร. กมล รอดคล้าย ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

          โดยทั่วไปจุดมุ่งหมายในการจัดการศึกษาของทุกประเทศ มีความคล้ายคลึงกัน นั่นคือมุ่งสร้างโอกาสทางการศึกษา ให้การศึกษาที่มีคุณภาพแก่ประชาชน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศ    

          การสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เป็นการยกระดับศักยภาพในหลายมิติควบคู่กับการขยายโอกาส ของประเทศในเวทีโลก ซึ่งการศึกษานับเป็นองค์ประกอบสำคัญต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพราะการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีศักยภาพ สามารถยกระดับการพัฒนาประเทศได้

          มีผลการศึกษาวิจัย ซึ่งสำนักประเมินผลการจัดการศึกษา สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษากระทรวงศึกษาธิการ ได้สรุปผลการวัดความสามารถในการแข่งขันด้านการศึกษาของประเทศไทยในอาเซียนและเวทีโลกไว้ โดยใช้ผลการประเมินของ 6 หน่วยงานหลัก คือ HDI / IMD / WDCR /WEF / PISA /  และ QS  ซึ่งสามารถบ่งชี้ถึงคุณภาพของประชาชน และแนวโน้มความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้ ทั้งนี้โดยยึดเอามิติด้านการศึกษาเป็นดัชนีหลักในการประเมินผลล่าสุดเท่าที่มีข้อมูลในช่วงเวลาประมาณปี 2018 ถึง 2020ผลการประเมินมีดังต่อไปนี้

          HDI (Human development Index) หรือสำนักงานโครงการเพื่อพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ได้จัดทำดัชนีการพัฒนามนุษย์(HDI) ชึ้น โดยดัชนีบ่งบอกถึงการพัฒนามนุษย์ใน 3 ด้านคือ 1.ด้านสุขภาพ ได้เเก่ ความคาดหมายคงชีพ   2.ด้านการศึกษา ได้แก่ ปีการศึกษาที่คาดหวัง และปีการศึกษาเฉลี่ย 3. ด้านมาตรฐานการครองชีพ ได้เเก่ รายได้ประชาชาติต่อหัว ซึ่งสามารถแบ่งการพัฒนามนุษย์ออกเป็น 4 กลุ่มคือ กลุ่มการพัฒนามนุษย์สูงมาก กลุ่มการพัฒนามนุษย์สูง กลุ่มการพัฒนามนุษย์ปานกลาง และกลุ่มการพัฒนามนุษย์ต่ำ ปี 2018 ประเทศไทยอยู่ในลำดับ 77 จาก 189 ประเทศทั่วโลก จัดเป็นกลุ่มการพัฒนามนุษย์ระดับสูง โดยในอาเซียนอันดับ1 ได้แก่สิงคโปร์ 2 บรูไน 3 มาเลเซีย 4 ไทย และ 5 ฟิลิปปินส์

          IMD (International Institute for Management Development) สถาบันพัฒนาการจัดการนานาชาติ ศึกษาวิจัยและเก็บข้อมูลขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศต่างๆตามปัจจัยหลัก 4 ด้านโดยปัจจัยด้านการศึกษาเป็นปัจจัยย่อยที่อยู่ในปัจจัยหลักโครงสร้างพื้นฐาน มี 19 ตัวชี้วัด อาทิ งบประมาณด้านการศึกษาต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ รายจ่ายด้านการศึกษาต่อนักเรียนรายหัว อัตราส่วนนักเรียนต่อครู ผลสัมฤทธิ์ของการอุดมศึกษา ร้อยละของผู้หญิงที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ผลการทดสอบ PISA ความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ (TOEFL Scores) เป็นต้น ปี 2018 ประเทศไทยอยู่ในลำดับ 56 ของโลก สำหรับในอาเซียนอันดับ 1 ได้แก่สิงคโปร์ 2 มาเลเซีย 3 ไทย 4 อินโดนีเซีย และ 5 ฟิลิปปินส์

          WDCR (IMD World Digital Competitiveness Ranking ) 2019 ได้จัดอันดับความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลของประเทศต่างๆ 63 ประเทศ โดยใช้ดัชนีชี้วัดเป็นปัจจัยหลัก 3 ด้านคือ 1 สมรรถนะด้านความรู้ 2 สมรรถนะด้านเทคโนโลยี และ3 ด้านการเตรียมความพร้อมสู่อนาคต พบว่าประเทศไทยอยู่ในอันดับ 40 ของโลก โดยในอาเซียน อันดับ1 ได้เเก่สิงคโปร์ 2 มาเลเซีย3 ไทย 4 ฟิลิปปินส์ และ 5 อินโดนีเซีย

          WEF (World Economic Forum) รายงานดัชนีความสามารถในการแข่งขันระดับโลก 4.0 ( Global Competitiveness Index 4.0 : GCI 4.0)จาก 141 ประเทศโดยดัชนีดังกล่าว เป็นตัวชี้วัดความสามารถในการแข่งขันที่สะท้อนความเป็น 4.0 จำแนกเป็น 4 กลุ่ม 12 เสาหลัก ด้านการศึกษาได้แก่กลุ่มทุนมนุษย์( Human Capital) เสาหลักที่ 6 ด้านทักษะ(Skill ) มี 4 กลุ่มคือ 1 กำลังแรงงานที่มีในปัจจุบัน 2 กำลังแรงงานที่มีทักษะในปัจจุบัน 3 กำลังแรงงานในอนาคต 4 ทักษะในอนาคตของกำลังแรงงาน ประเทศไทยอยู่ในลำดับ 40 ของโลก ในอาเซียนอันดับ 1คือสิงคโปร์ 2 มาเลเซีย 3 บรูไน 4 อินโดนีเซีย 5 ฟิลิปปินส์ 6ไทย

          PISA ( Programmed for International Student Assessment) โครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ มีการประเมินทุก 3 ปีเพื่อติดตามแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงคุณภาพการเรียนรู้ของนักเรียนเพื่อให้ข้อมูลในระดับนโยบาย การประเมินจะครอบคลุม 3 ด้าน ได้แก่ การอ่าน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ โดยแต่ละปีให้น้ำหนักการประเมินแต่ละด้านแตกต่างกัน ปีล่าสุด 2018 เน้นการรู้เรื่องการอ่านที่ร้อยละ 60  ส่วนที่เหลือเป็นน้ำหนักด้านอื่น โดย ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 60 ของโลก ในอาเซียนอันดับ 1 ได้แก่สิงคโปร์ 2 มาเลเซีย 3 บรูไน 4 ไทย  และ 5อินโดนิเซีย

          QS World University Rankings ( Quacquarelli Symonds หรือ QS )เป็นองค์กรที่เผยแพร่การจัดอันดับมหาวิทยาลัยทั่วโลก ในชื่อ QS World University Ranking  มีการจัดอันดับเป็นประจำทุกปี โดยใช้องค์ประกอบในการพิจารณา 6 ด้านได้แก่ ความมีชื่อเสียงทางด้านวิชาการ ทัศนคติของผู้จ้างงานต่อบัณฑิต สัดส่วนจำนวนอาจารย์ต่อนักศึกษา สัดส่วนจำนวนผลงานวิจัยต่อจำนวนอาจารย์ สัดส่วนจำนวนอาจารย์ต่างชาติ และสัดส่วนจำนวนนักศึกษาต่างชาติ พบว่า 8 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของไทย ได้แก่ 1 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อันดับ 247ของโลก อันดับ 45 ของเอเซีย 2.มหาวิทยาลัยมหิดล อันดับ 314 ของโลก อันดับ 48 ของเอเซีย  3 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อันดับ601-650 ของโลก อันดับ 100 ของเอเซีย 4 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อันดับ601-650 ของโลก อันดับ 107 ของเอเซีย 5.มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อันดับ 801-1,000 ของโลก อันดับ 127 ของเอเซีย 6. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี อันดับ 801-1,000 ของโลก อันดับ 146 ของเอเซีย 7.มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์อันดับ 801-1,000 ของโลก อันดับ 148 ของเอเซีย  8. มหาวิทยาลัยขอนแก่น อันดับ 801-1,000 ของโลก อันดับ 160 ของเอเซีย โดย 10 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดเฉพาะในส่วนของกลุ่มประเทศอาเซียน ในการจัดอันดับของ QS World University Ranking 2020 ได้แก่ 1. National University of Singapore 2.Nanyang Technological University Singapore 3.University Malaya Malaysia 4. University Putra Malaysia 5. University kebangsaan Malaysia 6. University Sains Malaysia 7.University Technology Malaysia 8.Chulalongkorn University Thailand 9. University Indonesia 10. Mahidol University Thailand 

       กล่าวโดยรวม ขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการศึกษาของประเทศไทยอยู่ในระดับกลางๆ ของเวทีโลก และยังติดอันดับต้น ๆของอาเซียน แต่แนวโน้มในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา หลายประเทศเริ่มก้าวขึ้นมานำหน้าประเทศไทย จากเดิมสิงคโปร์เป็นอันดับ 1 ประเทศไทย อยู่ในอันดับ 2  ขณะนี้มาเลเซียได้ก้าวขึ้นมาแทนที่ อันเป็นผลมาจากการปฏิรูปและพัฒนาการศึกษาอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ปัจจุบันจากผลการประเมินของหลายหน่วยงานพบว่า บูรไน เริ่มเเซงหน้าประเทศไทย ขึ้นมาเป็นอันดับ 3 ในหลายๆด้าน และยังมี อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์เป็นคู่เเข่งสำคัญ จนผลการประเมินส่วนใหญ่เราตกไปอยู่ในอันดับที่ 4 ของอาเซียนแล้ว นี่จึงเป็นสัญญาณสำคัญที่ทำให้เราต้องตระหนักว่าจำเป็นต้องมีอัตราเร่งในการพัฒนาการศึกษาให้มากกว่านี้ ไม่โทษอดีตที่ผ่านมา ไม่ตำหนิความบกพร่องหรือล้มเหลว แต่จำเป็นต้องมองไปข้างหน้าและหาวิธีการปรับปรุงแก้ไขจุดอ่อน ทุ่มเทพัฒนาระบบการศึกษาอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อให้การศึกษาไทยประสบความสำเร็จ ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำและยืนอยู่ในอันดับต้นๆของโลกอีกครั้ง

17 มกราคม 2565

วิริยะประกันภัย รุก“ประกันสุขภาพรถ”รองรับรถหมด Warranty “อะไหล่เสีย เราเคลียร์ให้ ซ่อมครบ จบที่ศูนย์” เบี้ยเริ่มต้น2,555บาท

วิริยะประกันภัย ขยายตลาดกลุ่มลูกค้ารถยนต์ รุกประกันภัยคุ้มครองด้านอะไหล่รถยนต์ หลังระยะรับประกันคุณภาพของค่ายรถยนต์หมดลง ด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ ประกันภัยการขยายเวลารับประกัน (สำหรับอะไหล่รถยนต์) “Extended Warranty” เพิ่มอุ่นใจ คลายกังวล และมั่นใจได้ในมาตรฐานการบริการและคุณภาพอะไหล่รถยนต์ ชูจุดเด่นซ่อมห้างเคลมได้ไม่จำกัด ไม่ต้องตรวจสุขภาพรถ รับความคุ้มครองทันทีเมื่อทำประกันภัย ครอบคลุมค่าซ่อม ค่าแรง และอะไหล่สูงสุด 278 รายการ ด้วยเบี้ยประกันภัยเริ่มต้นที่ 2,555 บาท

นางฐวิกาญจน์ เตชทวีทรัพย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัญหารถเสีย นับเป็นปัญหาสุดคลาสสิคที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา จะรถเก่า รถใหม่ รถมือสอง ก็มีโอกาสเสีย จะเสียมาก เสียน้อย ก็ซ่อมกันไปตามอาการและงบประมาณที่มี แต่วันนี้วิริยะประกันภัย ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยครบวงจร โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านรถยนต์ พร้อมเคียงข้างและเข้าใจถึงปัญหาของคนที่รถเสียหลังหมด Warranty จากศูนย์บริการเป็นอย่างดี และด้วยปณิธานที่มุ่งมั่นของบริษัทฯในการที่จะดูแลลูกค้าอย่างดีที่สุดและสร้างการบริการที่เหนือความคาดหมายเพื่ออำนวยความสะดวกและรองรับทุกความต้องการของลูกค้าเป็นสำคัญ เราไม่เคยหยุดนิ่งที่จะสร้างสรรค์และพัฒนานวัตกรรมบริการด้านประกันภัยใหม่ๆ เพื่อส่งมอบให้ลูกค้าได้รับประโยชน์จากการทำประกันภัยสูงสุด บริษัทฯ จึงได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ ประกันภัยการขยายเวลารับประกัน (สำหรับอะไหล่รถยนต์) “Extended Warranty” หรือ “ประกันอะไหล่รถซ่อมห้าง” อะไหล่เสีย เราเคลียร์ให้ ซ่อมครบ จบที่ศูนย์ ไม่ว่ารถเก่า รถใหม่ รถมือสอง ซ่อมห้างให้ ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ไม่ต้องตรวจสุขภาพรถ รับความคุ้มครองทันทีเมื่อทำประกันภัย ครอบคลุมค่าซ่อม ค่าแรง และอะไหล่สูงสุด 278 รายการ เพราะเราทราบดีว่า เรื่องรถเสียเป็นเรื่องปกติที่ไม่สามารถเลี่ยงได้ และนำมาซึ่งภาระค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงตามอาการหรือความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถยนต์เป็นหลัก ซึ่งชิ้นส่วนอะไหล่แต่ละชิ้นมีระยะเวลาเสื่อมสภาพที่ช้าเร็วต่างกันไป รวมถึงราคาชิ้นส่วนอะไหล่ที่ต่างกันด้วย ซึ่งถ้าผู้ใช้รถไม่ได้วางแผนเตรียมสำรองเงินไว้ใช้ในยามฉุกเฉินสำหรับค่าใช่จ่ายในการซ่อมบำรุงรักษารถยนต์เอาไว้ล่วงหน้า ก็อาจสร้างความกังวลใจกับภาระก้อนใหญ่ที่จะเกิดขึ้นได้ ดังนั้นการมีประกันภัย “Extended Warranty” ที่เปรียบเสมือนผู้ช่วยดูแลการซ่อมบำรุงรักษารถยนต์ นอกจากช่วยคลายความกังวลในเรื่องภาระค่าใช้จ่ายก้อนโตแล้ว ผู้เอาประกันภัยยังมั่นใจในมาตรฐานการซ่อมที่มีคุณภาพจากศูนย์บริการคู่สัญญาอีกด้วย

นางฐวิกาญจน์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับประกันภัยการขยายเวลารับประกัน (สำหรับอะไหล่รถยนต์) “Extended Warranty” ภายใต้ความคุ้มครองจาก บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) จะให้ความคุ้มครองต่อเนื่องได้ทันทีเมื่อระยะการรับประกันศูนย์ผู้ผลิตสิ้นสุดลง ไม่มีค่าเสียหายส่วนแรก และไม่ต้องตรวจสภาพรถ (กรณีรถไม่มีความบกพร่องทางกลไกและไฟฟ้าใดๆ ณ วันที่ซื้อประกันภัย) พร้อมมั่นใจได้ในมาตรฐานการบริการ และคุณภาพอะไหล่รถยนต์ (ซ่อมห้าง)  โดยกรมธรรม์ดังกล่าวจะให้ทำหน้าที่ดูแลให้ความคุ้มครองค่าใช้จ่ายชิ้นส่วนอะไหล่ที่เสียตามเงื่อนไขการรับประกันภัยที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ซึ่งความเสียหายของชิ้นส่วนอะไหล่จะต้องเกิดจากการใช้งานปกติ ไม่ได้เกิดจากปัจจัยภายนอก เช่น อุบัติเหตุจากการใช้รถยนต์ การบำรุงรักษาตามระยะทาง ภัยธรรมชาติ หนูกัดสายไฟ เป็นต้น

โดยมีแผนความคุ้มครองให้ผู้เอาประกันภัยเลือกได้ตามความเหมาะสม ภายใต้เงื่อนไขการรับประกันภัยรถยนต์ที่สามารถทำประกันอะไหล่ได้ ซึ่งมีแผนความคุ้มครองให้เลือกถึง 3 ระดับ คือ Standard, Plus และ Premium ที่ให้ความคุ้มครองสูงสุด 14 กลุ่มอะไหล่หลัก และชิ้นส่วนอะไหล่สูงสุด 278 รายการ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มอะไหล่ที่เป็นหัวใจสำคัญของรถหรือกลุ่มอะไหล่ที่เสียหายบ่อยๆ อาทิ เครื่องยนต์ ระบบเกียร์ ชุดเฟืองท้ายและเพลากลาง ระบบส่งกำลัง ระบบบังคับเลี้ยว ระบบน้ำมันเชื้อเพลิง ระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ ระบบเบรก ระบบไอเสีย ระบบหล่อเย็น ระบบความปลอดภัย ระบบอำนวยความสะดวกและระบบรองรับน้ำหนัก

นอกจากนี้ผู้เอาประกันภัยยังสามารถเลือกระยะความคุ้มครองให้ตรงตามความต้องการ ซึ่งมีทั้งระยะ 6 เดือน และ 1 ปี โดยเลือกความคุ้มครองให้เหมาะสมได้ตามขนาดของเครื่องยนต์ ช่วงอายุรถยนต์ และระยะทางการวิ่ง ด้วยเบี้ยประกันภัยเริ่มต้นที่ 2,555 บาท ทั้งนี้ผู้เอาประกันภัยสามารถนำรถยนต์เข้าซ่อมที่ศูนย์บริการคู่สัญญาทั่วประเทศตามที่บริษัทฯ กำหนด โดยไม่ต้องสำรองค่าใช้จ่ายเมื่อเข้ารับบริการ ไม่จำกัดจำนวนครั้งในการซ่อม (ภายใต้ทุนประกันตามหน้าตารางกรมธรรม์) และยังครอบคลุมทั้งค่าใช้จ่ายในการซ่อม ค่าแรง และอะไหล่อันเป็นไปตามเงื่อนไขในการรับประกันภัยตามแผนประกันที่ผู้เอาประกันภัยเลือกไว้

“อย่างไรก็ตามผู้เอาประกันภัยควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง ผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 2700 5454 หรือสำนักงานตัวแทนฯ และสาขาฯ ทุกแห่งทั่วประเทศ” นางฐวิกาญจน์ กล่าวในที่สุด

“จระเข้” ผู้นำนวัตกรรมปูกระเบื้องอันดับหนึ่ง ต้อนรับศักราชใหม่ด้วยแคมเปญ“ใช้จระเข้ร่วมกันปกป้องทั้งบ้าน”ตอบโจทย์การปูกระเบื้องทุกรูปแบบ

           

บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้นำในการผลิตสินค้านวัตกรรม เพื่องานก่อสร้าง ซ่อมแซม และตกแต่ง ต้อนรับศักราชใหม่ ด้วยแคมเปญ “ใช้จระเข้ร่วมกัน ปกป้องทั้งบ้าน” ตอกย้ำความเป็นอันดับหนึ่งของผู้ผลิตรายเดียวที่มีสินค้าครบครอบคลุม ตอบโจทย์การใช้งานในทุกหมวดผลิตภัณฑ์ทั้งกาวซีเมนต์ ยาแนว เคมีภัณฑ์ก่อสร้าง และสี  

จระเข้ไม่เคยหยุดคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ตอบสนองทุกความต้องการของงานก่อสร้าง และยังเป็นผู้ผลิตรายเดียวที่มีสินค้าครบ ครอบคลุม เพื่องานกระเบื้องโดยเฉพาะ ทั้งงานก่อสร้าง ซ่อมแซมพื้นและผนัง โดยแคมเปญ “ใช้จระเข้ร่วมกัน ปกป้องทั้งบ้าน” โชว์ให้เห็นถึงศักยภาพของผลิตภัณฑ์ที่เมื่อใช้ร่วมกันนั้นจะเกิดประสิทธิภาพที่ดีที่สุด 



                                      
ผลิตภัณฑ์กาวซีเมนต์และกาวยาแนวจากจระเข้ เมื่อใช้ร่วมกันยิ่งช่วยปกป้องให้งานกระเบื้องของคุณมีความคงทน ตอบโจทย์ทุกงานกระเบื้องตั้งแต่ขั้นตอนการก่อสร้างยันการดูแลรักษา พร้อมยืดอายุการใช้งานได้อีกยาวนาน ให้บ้านของคุณ มีความสวยงามคงทน นอกจากนี้จระเข้ยังมีผลิตภัณฑ์กาวซีเมนต์และกาวยาแนวให้เลือกใช้หลากหลายรูปแบบ โดยในแคมเปญนี้แนะนำ 3 เซ็ทสินค้า ที่ตอบโจทย์พื้นที่การใช้งานระดับมืออาชีพ 

1.งานกระเบื้องขนาดใหญ่พิเศษ (Big slab) 

•ใช้ กาวซีเมนต์ จระเข้ เอ็กซ์ตรีม สุดยอดนวัตกรรมที่ออกแบบมาเพื่อกระเบื้องขนาดใหญ่พิเศษ (Big slab) มีแรงยึดเกาะสูงพิเศษ ทนต่อแรงสั่นสะเทือน สามารถปูกระเบื้องได้หลากหลายชนิด ทั้งหินอ่อน หินธรรมชาติ ขนาดใหญ่ยักษ์ ใช้คู่กับ กาวยาแนวจระเข้ เทอร์โบ พลัส ไหลลึก เต็มร่องเล็ก ช่วยให้งานกระเบื้องปูชิดสมบูรณ์แบบทุกการสัมผัส ไร้รอยต่อ

2.งานปูทับกระเบื้องเก่า (สำหรับการรีโนเวท)

•ใช้ กาวซีเมนต์ จระเข้เงิน ที่สามารถปูทับได้ ไม่ต้องทุบ ลดฝุ่น ประหยัดเวลา ลดค่าใช้จ่าย ใช้คู่กับ กาวยาแนวจระเข้ เทอร์โบ พลัส ไหลลึก เต็มร่องเล็ก ช่วยให้งานกระเบื้องปูชิดสมบูรณ์แบบทุกการสัมผัส ไร้รอยต่อ

3.งานสระว่ายน้ำ 

•ใช้ กาวซีเมนต์ จระเข้แดง และ กาวยาแนว จระเข้แพลทินัม ที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องสระว่ายน้ำโดยเฉพาะ หรือเลือกใช้จระเข้ อิพ็อกซี่ พลัส ที่เป็นทั้งกาวปูและยาแนวในหนึ่งเดียวสะอาด ปลอดภัยสูงสุด
ทั้งปูและยาแนวในหนึ่งเดียวหมดห่วงเรื่องราดำ ตะไคร่น้ำ และแบคทีเรีย  จึงวางใจให้จระเข้ได้ดูแลปกป้องบ้านของคุณ “นึกถึงงานกระเบื้อง นึกถึงจระเข้”

สนใจสั่งซื้อผ่านช่องทาง: www.jorakay.co.th
หรือโทร 02-720-1112  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FB page : jorakay

DIPROM ดัน วิสาหกิจชุมชน จัดกิจกรรมพัฒนาการค้าชุมชนสู่ตลาดสากลด้วย E-commerce มุ่งขยายส่งออกผลิตภัณฑ์ชุมชน

กลุ่มส่งเสริมการตลาดผลิตภัณฑ์ชุมชน กองพัฒนาอุตสาหกรรมชุมชน กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม จัดกิจกรรมพัฒนาการค้าชุมชนสู่ตลาดสากลด้วย E-Commerce เพื่อเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการ พัฒนาคนรุ่นใหม่ รวมถึงปรับรูปแบบธุรกิจ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาด สร้างรายได้ ขยายโอกาสทางการค้าในเวทีโลก

นายวัชรุน จุ้ยจำลอง ผู้อำนวยการกองพัฒนาอุตสาหกรรมชุมชน เปิดเผยผ่านพิธีเปิดการอบรมกิจกรรมพัฒนาการค้าชุมชนสู่ตลาดสากลด้วย E-Commerce ว่า ประเทศไทยได้รับผลกระทบโดยตรงจากวิกฤตโควิด 19  ทั้งในระดับภูมิภาค และ ระดับประเทศ โดยเฉพาะขณะนี้เป็นการระบาดระรอกที่ 5 แล้ว ทำให้อุตสาหกรรมการส่งออกของไทยประสบกับปัญหา และกระทบไปทุกภาคส่วนโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการรายเล็กตามชุมชนในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งกิจกรรมนี้ถือได้ว่ายังส่วนช่วยทำให้ผลิตภัณฑ์จากชุมชนของไทยที่มีมาตรฐานระดับประเทศได้ก้าวไกลสู่อินเตอร์ และสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการ และวิสาหกิจชุมชนในทุกภาคส่วน เพื่ออีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยส่งเสริม และผลักดันผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน ซึ่งถือได้ว่าเป็นกำลังหลักของประเทศ ให้สามารถค้าขายได้ในระดับโลกในอนาคต

ด้วยเหตุนี้ กลุ่มส่งเสริมการตลาดผลิตภัณฑ์ชุมชน กองพัฒนาอุตสาหกรรมชุมชน กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการสร้าง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย จึงได้จัดตั้งกิจกรรม “พัฒนาการค้าชุมชนสู่ตลาดสากลด้วย E-commerce” ขึ้น โดยนำนวัตกรรมเทคโนโลยีของผ่าน VDO Conference ผ่านระบบ Zoom และคัดเลือกผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชนที่มีความสนใจเข้าร่วมโครงการ 33 ราย และจากนั้นจะทำการคัดเลือกผู้ประกอบการชุมชนให้เหลือจำนวนไม่น้อยกว่า 25 ราย เพื่อเข้าสู่กิจกรรมการเชื่อมโยงเพื่อต่อยอดธุรกิจสู่ประเทศคู่ค้าเป้าหมาย ผ่านกิจกรรม Business Matching online สู่ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 นี้





นางสาวสุปราณี หนองพล ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมการตลาดผลิตภัณฑ์ชุมชน ได้กล่าวเสริมว่า เพื่อเตรียมความพร้อม และพัฒนาศักยภาพ เพิ่มสมรรถนะในการทำธุกิจ ผ่านการประยุกต์ใช้องค์ความรู้ เทคนิคต่างๆ ด้านการบริหารธุรกิจ และนำเสนอขายผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ให้แก่ผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนที่สนใจ และการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการจะได้รับการถ่ายทอดแนวคิด และเทคนิคการบริหารธุรกิจเพื่อการส่งออกพื้นฐานพร้อมด้วยการพัฒนาทักษะ E-commerce ผ่าน Platform online เป็นจำนวน 4 วันโดยได้เชิญวิทยากรผู้มากความสามารถมา แบ่งปันความรู้ อาทิ

ศาสตราจารย์ ดร.พิริยะ ผลพิรุฬห์ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาพัฒนาการเศรษฐศาสตร์ สถาบันบันฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ 

คุณศศิวิมล มีจรูญสม ผู้อำนวยการกองบริหารมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน สำนักมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม

คุณสุภาวดี คุ้มราษฎร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ 

คุณวราวุธ มีสายญาติ   นายกสมาคมนักธุรกิจไทยใน สปป.ลาว

คุณชลิต ผลอินทร์หอม  ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัทการบัญชีไทย จำกัด 

คุณญาณวิธ นราแย้ม   กรรมการผู้จัดการบริษัท เดอะวันแค้มป์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด 

ซึ่งวิทยากรแต่ละท่านล้วนมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ซึ่งจะช่วยผลักดันและพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน


16 มกราคม 2565

สินค้าพาลาทีนทุกชนิด ลด 20% สุขภาพดีทั้งครอบครัว ต้อนรับตรุษจีน

สุขภาพดีทั้งครอบครัว ต้อนรับตรุษจีน 2022 สินค้าพาลาทีนทุกชนิด ลด 20% ระหว่างวันที่ 28 ม.ค. – 1 ก.พ.65 นี้เท่านั้น

บริษัท อีทเวลล์ จำกัด ผู้ผลิตพาลาทีน สวีทเทนเนอร์เพื่อคนรักสุขภาพ ซึ่งเป็นไอโซมอลทูโลส (Isomaltulose) เป็นคาร์โบไฮเดรตที่มีโครงสร้างคล้ายกับน้ำตาลทราย ไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดขึ้นสูงอย่างรวดเร็วหลังรับประทาน พาลาทีน สามารถย่อยและดูดซึมหมดในลำไส้เล็ก ไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงต่อระบบขับถ่าย ทางเลือกสำหรับคนรักสุขภาพใช้แทนน้ำตาล หรือใช้เป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรต 

จุดเด่น พาลาทีนเหมาะสำหรับควบคุมน้ำตาล และควบคุมน้ำหนัก, ใช้แทนน้ำตาลทรายในครัวเรือน, เพิ่มความหอมอร่อยให้อาหาร, ดูดซึมได้หมดในลำไส้, ค่า GI ต่ำ = 38, เบาหวาน ความดัน ไต มะเร็ง ทานได้ และเหมาะสำหรับซื้อเป็นของฝากสำหรับคนรักสุขภาพ

สามารถสั่งซื้อพาลาทีนสวีทเทนเนอร์ได้ที่
LINE@: https://lin.ee/iADtNKV
📞เบอร์โทรศัพท์: 086-369-555

                           


15 มกราคม 2565

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่ อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่

เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2565 เวลา 9 นาฬิกา 31 นาที สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงติดตามการดำเนินงานโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริฯ ณ ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา แม่ฟ้าหลวง บ้านเลอะกรา (เลอะ-กรา) ตำบลแม่ตื่น อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย หรือ กศน.ภาคเหนือ ซึ่งได้สนองงานโครงการตามพระราชดำริ อาทิ พัฒนาศักยภาพของครูในพื้นที่ทรงงาน ให้มีความรู้ ความสามารถและทักษะในการจัดกระบวนการเรียนรู้ พัฒนาระบบโปรแกรมฐานข้อมูลสารสนเทศของศูนยการเรียนชุมชนชาวไทยภูเขาฯ



กศน. ภาคเหนือ ได้ดำเนินงานตามพระราชกระแส ในการให้อนุรักษ์การเล่นดนตรีเตหน่ากู ของชาวไทยภูเขาเผ่ากระเหรี่ยง ที่ใช้เล่นในงานปีใหม่ เกี้ยวพาราสี เล่านิทานสอนใจ โดยได้ศึกษาดนตรีเตหน่ากู กับภูมิปัญญาชาวบ้านในอำเภออมก๋อย แล้วจัดทำเป็นแผ่นวีดิทัศน์ แจกให้กับสถาบันการศึกษาต่างๆ รวมทั้งเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ ปัจจุบัน ทายาทของภูมิปัญญาชาวบ้าน ยังได้พัฒนาเครื่องดนตรีเตหน่ากู ให้สามารถเล่นร่วมกับดนตรีสากลได้ด้วย

นอกจากนี้ ยังส่งเสริมให้นักเรียนฝึกทอผ้าลายพื้นเมือง ได้แก่ ลายลูกลาน ลายตาแมวป่า ลายเถาวัลย์และลายน้ำไหล โดยทรงรับซื้อผ้าทอผลงานของชาวบ้านและนักเรียน เพื่อไปวางจำหน่ายที่ร้านภูฟ้า

โอกาสนี้ ทอดพระเนตรการจัดการเรียนการสอนวิชาภาษาไทยระดับประถมศึกษาใช้เพลงเป็นสื่อการสอนและการจัดการศึกษาสำหรับผู้ใหญ่ หลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขึ้นพื้นฐานโครงงานพัฒนาผู้เรียน

ด้านโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน มีผลผลิตไม่เพียงพอ ทางศูนย์การเรียนฯ ได้ซื้อวัตถุดิบจากชุมชนมาประกอบอาหารให้นักเรียน โดยมีกรมส่งเสริมการเกษตร สนับสนุนกิจกรรมถ่ายทอดความรู้ด้านการเกษตรให้แก่ครู นักเรียน พร้อมกับสนับสนุนเมล็ดพันธุ์และอุปกรณ์และกรมปศุสัตว์ สนับสนุนไก่พื้นเมือง ไก่พันธุ์ไข่ เป็นต้น ส่วนกรมประมง สนับสนุนลูกพันธุ์ปลาดุกอุยเทศและอาหารปลา

ราษฎรในหมู่บ้าน ที่เข้าเกณฑ์การรับวัคซีนโควิด-19 มีจำนวน 96 คน และได้รับการฉีดวัคซีนแล้วทุกคน โอกาสนี้ ผู้แทนบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) กราบบังคมทูลรายงานการดำเนินงานโครงการติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ แก่สถานบริการสาธารณสุข ในอำเภออมก๋อย ซึ่งศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา แม่ฟ้าหลวง บ้านเลอะกราและในหมู่บ้าน ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ต้องใช้พลังงานแสงอาทิตย์ แต่แบตเตอรี่เสียบ่อย ทำให้ชาวบ้านขาดแคลนไฟฟ้า ในการนี้ มีพระราชดำรัส ให้ผู้เกี่ยวข้องฝึกอบรมชาวบ้านและครู ให้มีความรู้ความเข้าใจในการใช้แบตเตอรี่และการดูแลรักษา

จากนั้น ทอดพระเนตรการดำเนินงานโครงการสร้างป่าสร้างรายได้ตามพระราชดำริ อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ที่เริ่มดำเนินโครงการ เมื่อปี 2559 ปัจจุบันมีสมาชิก 972 คน พื้นที่ดำเนินการ 4,120 ไร่ มีพรรณไม้ อาทิ ไม้สัก ประดู่ พะยูง และ มะค่าโมง

โดยมีศูนย์เรียนรู้การพัฒนาอมก๋อย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้เข้าไปช่วยฝึกอบรมกลุ่มเกษตรกรบ้านทุ่งงิ้ว ในหลักสูตรการเก็บหาของป่าอย่างยั่งยืน ส่งผลให้ในปี 2564 ชาวบ้านสามารถรวมกลุ่มกัน จำนวน 10 คน ทำมะขามป้อมตากแห้ง ส่งขายให้แก่ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาอมก๋อยฯ เพื่อขายต่อให้กับบริษัททำสมุนไพร ได้จำนวน 4 ตัน สร้างรายได้ให้กับกลุ่มกว่า 2 แสนบาท นอกจากนี้ ยังอบรมหลักสูตรการดูแลบำรุงรักษาต้นกาแฟ ควบคุมโรคแมลงศัตรูพืช การตัดแต่งต้นกาแฟและการแปรรูปกาแฟเชอรี่แบบ Dry process แก่เกษตรกรที่ปลูกกาแฟ โดยนำเมล็ดกาแฟมาล้างให้สะอาด แล้วตากแดด 20 วัน ให้แห้ง สามารถเพิ่มมูลค่าให้แก่กาแฟมากยิ่งขึ้น

เวลา 11 นาฬิกา 51 นาที เสด็จพระราชดำเนินโดยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง ซึ่งกองบินตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดถวาย ไปยังบ้านสบโขง ตำบลแม่สวด อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ทรงติดตามการดำเนินงานโครงการตามพระราชดำริฯ ที่โรงเรียนล่องแพวิทยา เป็นครั้งที่ 2

โรงเรียนฯ นี้ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ จัดตั้งขึ้นเป็นทางการในปี 2527 เปิดทำการสอนแก่เด็กด้อยโอกาสบนพื้นที่สูงในเขตรอยต่อ 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดตาก

ในระดับชั้นอนุบาล ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปัจจุบัน มีครู 43 คน, มีนักเรียน 674 คน ในจำนวนนั้น เป็นนักเรียนบ้านไกล พักนอนที่โรงเรียน จำนวน 486 คน และมีนักเรียนในพระราชานุเคราะห์ ที่กำลังศึกษาอยู่ 7 คน โดยโรงเรียนได้ผ่านเกณฑ์การประเมินความพร้อมมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน และเปิดทำการสอนตั้งแต่ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564

ด้านการส่งเสริมพัฒนาการ นักเรียนระดับชั้นอนุบาล 1 ถึง 3 ได้จัดกิจกรรมต่างๆ อาทิ "การเล่านิทาน เพื่อพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม" และกิจกรรม "บ้านวิทยาศาสตร์น้อย" เพื่อฝึกทักษะการเป็นนักคิด นักสังเกต

ด้านการเรียนการสอน ระดับชั้นประถมศึกษาตอนต้น มีการจัดทำห้องเรียน "กะเหรี่ยงประถม ก. กา Model" เพื่อแก้ไขปัญหานักเรียนที่อ่านเขียนภาษาไทยไม่ได้ โดยให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดในใบงาน แล้วเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ก่อน-หลัง ใช้ชุดฝึกประสบการณ์ โดยมีพี่ระดับประถมศึกษาตอนปลาย มาเป็นพี่เลี้ยงช่วยสอนน้อง ส่วนกิจกรรมภาษาไทยผู้ใหญ่บนพื้นที่สูง ได้จัดอบรมให้นักเรียนกล้าแสดงออกและปลูกฝังการเป็นครู ด้วยการให้ทำภารกิจกลับไปสอนพื้นฐานภาษาไทยในชีวิตประจำวันภายในครอบครัว เช่น การไปพบแพทย์และการติดต่อราชการ เป็นการทบทวนความรู้ เสริมความเข้าใจ สร้างความภาคภูมิใจได้เป็นอย่างดี

ด้านกิจกรรมห้องสมุด ได้จัดกิจกรรมรักการอ่านแก่นักเรียนซึ่งส่วนใหญ่สนใจหนังสือนิทานและการ์ตูน จึงส่งเสริมการอ่านด้วยการให้รวมกลุ่ม โดยรุ่นพี่นำนิทานมาเล่าหน้าเสาธงทุกวันจันทร์ อีกทั้งให้จัดทำและออกแบบวาดภาพหนังสือเล่มเล็ก โดยเลือกเรื่องที่สนใจ มาสร้างเป็นรูปเล่ม เพื่อฝึกการแบ่งงาน ความสามัคคี คิดวิเคราะห์และความคิดสร้างสรรค์

ส่วนกิจกรรมทักษะวิชาชีพ ได้ฝึกทักษะอาชีพตามความชอบและการอนุรักษ์วัฒนธรรมภูมิปัญญาประจำถิ่น เช่น การทอผ้ากะเหรี่ยง การแปรรูปผ้า การทำเบเกอรี่ ปูนปั้นลายไม้ งานซ่อมเครื่องยนต์ขนาดเล็กและเกษตรกรรม ซึ่งกิจกรรมเหล่านั้น ช่วยให้นักเรียน มีความรู้ความชำนาญ สามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตจริง เป็นการสร้างรายได้ระหว่างเรียนด้วย

ส่วนห้องเรียนคอมพิวเตอร์ โรงเรียนได้รับพระราชทานโทรทัศน์และชุดอุปกรณ์รับสัญญาณดาวเทียม เพื่อใช้ในการศึกษา ซึ่งบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด มหาชน ได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวาย เพื่อพระราชทานแก่โรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่อยู่ในโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริ จำนวน 161 แห่ง

ด้านกิจกรรมการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช มีการนำบุก ซึ่งเป็นพืชท้องถิ่น มาเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เพื่อให้นักเรียนเข้าใจคุณสมบัติของสิ่งมีชีวิต ความสัมพันธ์โครงสร้างของพืชดังกล่าว เพื่อนำมาขยายพันธุ์อนุรักษ์ไว้ ไม่ให้สูญพันธุ์


ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมา กองทัพอากาศ ร่วมกับ "ศูนย์พัฒนาคุณธรรม 3 ดี" เข้าไปจัดกิจกรรม "โครงการก้าวตามรอยพ่อสานต่อความดี" โดยมีการแนะแนวการศึกษา พัฒนาพื้นที่โรงเรียนและช่วยเหลือเด็กพิการ เพื่อให้นักเรียนในถิ่นทุรกันดารได้รับโอกาสทางการศึกษา การสาธารณสุขและการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม รวมทั้งการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม

สำหรับ ผลผลิตจากโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน มีไม่เพียงพอ เนื่องจากโรงเรียนมีพื้นที่จำกัด จึงได้จัดหาเพิ่มเติมจากการทำกิจกรรมโครงการเกษตรในโรงเรียน ที่ฝึกทักษะอาชีพเกษตรกรรมแก่นักเรียน โดยดำเนินการรับซื้อวัตถุดิบจากท้องตลาด และรับซื้อในท้องถิ่น ซึ่งจัดทำในรูปแบบของสหกรณ์

การดำเนินการดังกล่าวเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรและยังมีวัตถุดิบในประกอบอาหารกลางวัน ที่เพียงพอตลอดทั้งปีอีกด้วย

เวลา 15 นาฬิกา 41 นาที เสด็จพระราชดำเนินไปยัง มูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ทรงเป็นประธานการประชุมสามัญประจำปี 2565 ของคณะกรรมการมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี


โดยมีระเบียบวาระการประชุม อาทิ ในปี 2564 ได้บริการทำขาเทียมทั้งแบบทำใหม่ และให้บริการซ่อมแซมแก่คนพิการ ทั้งที่สำนักงานมูลนิธิฯ จังหวัดเชียงใหม่ และโรงงานทำขาเทียมพระราชทานทั่วประเทศ 94 แห่ง รวมจำนวน 3 พัน 619 ขา นอกจากนี้ ได้ร่วมกับวิทยาลัยเทคนิคเชียงใหม่ ผลิตบุคลากรด้านกายอุปกรณ์ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สาขาช่างเทคนิคกายอุปกรณ์ โดยในปีการศึกษา 2563 มีนักศึกษาสำเร็จการศึกษา จำนวน 14 คน ร่วมกับกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ หรือทีไอซีเอ กระทรวงต่างประเทศ ผลิตบุคลากรทางด้านกายอุปกรณ์เทียม และจัดตั้งโรงงานทำขาเทียมในสาธารณรัฐเซเนกัล และจัดฝึกอบรมช่างเครื่องช่วยคนพิการ ร่วมกับสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 19 เชียงใหม่

สำหรับมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2535 ด้วยทุนจดทะเบียนส่วนพระองค์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เพื่อจัดทำขาเทียมให้แก่คนพิการขาขาดทุกเชื้อชาติ ศาสนา โดยไม่คิดมูลค่า

ข่าวในพระราชสำนัก สทท.