22 กันยายน 2569

The Coral Lounge คว้า 2 รางวัลระดับโลก สร้างประวัติศาสตร์แบรนด์ไทยบนเวทีโลก

The Coral Lounge คว้า 2 รางวัลระดับโลก จากเวที Skytrax World Airline Awards 2026

คณะผู้บริหาร The Coral Lounge เดินทางไปร่วมงาน 2026 Skytrax World Airline Awards ณ กรุงลอนดอน นับเป็นปรากฏการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ของไทย ที่แบรนด์ห้องรับรองพิเศษสนามบินแบบอิสระสัญชาติไทย สามารถก้าวขึ้นสู่ความสำเร็จในระดับนี้ บนการจัดอันดับมาตรฐานระดับโลกของ Skytrax ได้เป็นครั้งแรก  พร้อมกับพบปะพูดคุยและเปลี่ยนประสบการณ์กับ Mr.Edward Plaisted - CEO Skytrax

ตอกย้ำศักยภาพของแบรนด์ห้องรับรองพิเศษสนามบินสัญชาติไทยบนเวทีการบินระดับโลก ได้แก่

รางวัล 1 ใน 10 World's Top 10 Best Independent Airport Lounge กับ The Coral Lounge Finest - Cosmo สนามบินสุวรรณภูมิ ที่โดดเด่นด้วยการออกแบบและประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นักเดินทางยุคใหม่

รางวัลอันดับที่ 5 Best Independent Airport Lounge Groupให้แก่ The Coral Lounge 
สะท้อนความแข็งแกร่งและการเติบโตอย่างต่อเนื่องของแบรนด์ในระดับสากล

หลังได้รับการยอมรับจาก Skytrax ในปีนี้ The Coral Lounge เตรียมเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และมาตรฐานบริการในประเทศไทย พร้อมแสวงหาโอกาสขยายธุรกิจไปยังท่าอากาศยานแห่งใหม่ในต่างประเทศ โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์ด้านการบริการแบบไทย งานออกแบบที่พิถีพิถัน และแนวคิด Luxury through Care เพื่อส่งต่อประสบการณ์ของแบรนด์ไทยสู่นักเดินทางทั่วโลก


ความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ The Coral Lounge ในการยกระดับมาตรฐานการบริการห้องรับรองพิเศษสนามบิน ภายใต้ปรัชญา Luxury through Care พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจสู่ระดับนานาชาติในบทถัดไป 

#thecorallounge #corallounge #skytrax #skytraxworldairlineawards

#Airportlounge #toptotravel

The Heritage Chiang Rai ชวนสัมผัส “Work & Relax in One Place” เปลี่ยนวันทำงานให้เป็นวันพักผ่อน


โรงแรมเฮอริเทจ เชียงราย แอนด์ คอนเวนชั่น ชวนคนทำงานยุคใหม่สัมผัสประสบการณ์ “Work & Relax in One Place” ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ Workation ที่ผสานการทำงานและการพักผ่อนเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ท่ามกลางบรรยากาศผ่อนคลายของจังหวัดเชียงราย

เมื่อรูปแบบการทำงานในปัจจุบันมีความยืดหยุ่นมากขึ้น การทำงานจึงไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่เพียงในออฟฟิศ The Heritage Chiang Rai Hotel and Convention พร้อมเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการประชุมออนไลน์ ตอบอีเมล วางแผนงาน หรือใช้เวลาส่วนตัวเพื่อพักผ่อนและเติมพลังให้กับตัวเอง



ด้วยพื้นที่และบรรยากาศที่เอื้อต่อทั้งการทำงานและการพักผ่อน ผู้เข้าพักสามารถจัดสรรช่วงเวลาในแต่ละวันได้อย่างสมดุล ทำงานได้อย่างเต็มที่ พร้อมใช้เวลาว่างสัมผัสบรรยากาศสบาย ๆ ของเชียงรายได้ในทริปเดียวเพราะ Workation ที่ดีไม่ใช่เพียงการ “ทำงานนอกออฟฟิศ” แต่คือการสร้างสมดุลระหว่างการทำงาน การพักผ่อน และการใช้ชีวิต ภายใต้แนวคิด “Work well. Stay well. Live well.”

สัมผัสอีกมุมของการทำงานและการพักผ่อนได้ที่ The Heritage Chiang Rai Hotel and Convention
จังหวัดเชียงราย

สอบถามรายละเอียดและสำรองห้องพัก โทร. 052-055-888
LINE ID: @335tkcsv
www.heritagechiangrai.com

21 กันยายน 2569

4 องค์กรผนึกกำลังพัฒนา “ศูนย์ความเป็นเลิศและนวัตกรรม หุ่นยนต์เวชศาสตร์ฟื้นฟู”


4 องค์กรผนึกกำลังพัฒนา “ศูนย์ความเป็นเลิศและนวัตกรรม หุ่นยนต์เวชศาสตร์ฟื้นฟู” เชื่อมงานวิจัย วิศวกรรม และประสบการณ์ดูแลผู้สูงวัย สู่บริการฟื้นฟูมาตรฐานสูงสำหรับประเทศไทยและนานาชาติ

กรุงเทพมหานคร  21 กันยายน 2569 / คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย บริษัท ซียู เอ็นจิเนียริ่ง เอ็นเทอร์ไพรส์ จำกัด (CUEE), บริษัท Haxter Robotics จำกัด,  Nakornthon Long Life Center และ Chersery Home International ประกาศความร่วมมือในการจัดตั้ง “ศูนย์ความเป็นเลิศและนวัตกรรมหุ่นยนต์เวชศาสตร์ฟื้นฟู สำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและกลุ่มความผิดปกติด้านการเคลื่อนไหว” เพื่อบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิศวกรรม การวิจัย เทคโนโลยีหุ่นยนต์ เวชศาสตร์ฟื้นฟู และการดูแลผู้สูงอายุ ยกระดับการเข้าถึงบริการฟื้นฟูที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และตอบโจทย์ความต้องการของสังคมสูงวัยทั้งในประเทศไทยและระดับนานาชาติ

ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่เชื่อมโยงตั้งแต่การวิจัยและพัฒนา การออกแบบและทดสอบเทคโนโลยี การประเมินผลเชิงคลินิก ตลอดจนการประยุกต์ใช้จริงในระบบบริการ โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัย มาตรฐานวิชาชีพ ผลลัพธ์ที่วัดได้ และประสบการณ์ของผู้รับบริการและครอบครัว

คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย บริษัท ซียู เอ็นจิเนียริ่ง เอ็นเทอร์ไพรส์ จำกัด (CUEE) และบริษัท Haxter Robotics จำกัด จะร่วมเป็นกำลังสำคัญด้านการวิจัย การพัฒนา และการต่อยอดนวัตกรรมหุ่นยนต์และเทคโนโลยีช่วยฟื้นฟู เพื่อให้ผลงานวิชาการและวิศวกรรมสามารถตอบโจทย์การใช้งานจริง รวมถึงสนับสนุนการพัฒนาบุคลากร นักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมสุขภาพ

Nakornthon Long Life Center จะทำหน้าที่เป็นศูนย์บริการสุขภาพและการดูแลผู้สูงอายุที่นำนวัตกรรมมาตรฐานสูงเข้ามาให้บริการ ครอบคลุมการประเมิน การรักษา การฟื้นฟู และการดูแลระยะต่อเนื่อง ภายใต้การทำงานของทีมสหวิชาชีพ เพื่อรองรับผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง และผู้ที่มีความผิดปกติด้านการเคลื่อนไหวจากประเทศไทยและต่างประเทศ

Chersery Home International ในฐานะผู้ร่วมบริหารโครงการและผู้บุกเบิกงานดูแลผู้สูงอายุของประเทศไทย จะนำประสบการณ์มากกว่า 10 ปีในการดูแลผู้สูงวัยและผู้ป่วยฟื้นฟู มาประยุกต์ร่วมกับเทคโนโลยีระดับสูง พร้อมพัฒนานวัตกรรมในทุกมิติ ทั้งรูปแบบบริการ กระบวนการดูแล การฟื้นฟู การพัฒนาบุคลากร และเทคโนโลยีสนับสนุน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ความสามารถในการดำเนินชีวิต ความมั่นใจ และศักดิ์ศรีของผู้สูงวัย

คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและผลักดันการสร้างนวัตกรรม โดยมุ่งนำองค์ความรู้และผลงานวิจัยด้านวิศวกรรมมาต่อยอดสู่การใช้งานจริง เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการและช่วยแก้ไขปัญหาของสังคม อันเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนคณะฯ สู่การเป็นสถาบันด้านวิศวกรรมศาสตร์ชั้นนำที่ร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนด้วยนวัตกรรม

ผลงานหุ่นยนต์เวชศาสตร์ฟื้นฟูชิ้นนี้จึงสะท้อนถึงศักยภาพของคณาจารย์ ทีมวิจัย และนิสิตของคณะวิศวฯ ในการเปลี่ยนองค์ความรู้จากงานวิจัยให้เกิดเป็นนวัตกรรมที่สร้างประโยชน์ต่อสังคม โดยเฉพาะในบริบทของสังคมสูงวัยที่มีความต้องการด้านการดูแลและฟื้นฟูสุขภาพเพิ่มขึ้น นวัตกรรมดังกล่าวจึงมีส่วนช่วยส่งเสริมการฟื้นฟู การพึ่งพาตนเอง และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัยและผู้ป่วยให้ดียิ่งขึ้นอย่างยั่งยืน

รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยว่า “Haxter Robotics มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์ฟื้นฟูที่ออกแบบจากความต้องการจริงของผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ ความร่วมมือของทั้งสี่ฝ่ายจะช่วยให้เราทดสอบ เรียนรู้ และต่อยอดนวัตกรรมได้อย่างเป็นระบบ ก่อนขยายประโยชน์สู่ผู้รับบริการในวงกว้าง เป็นการนำความรู้นวัตกรรมระดับสูงสู่ภาคปฏิบัติทำให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ป่วยและสังคมอย่างแท้จริง และเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจด้านสาธารณสุขของประเทศเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นพันธกิจหลัก และทำให้เกิดความยั่งยืนในสังคมอย่างแท้จริง“

ศาสตราจารย์ ดร.วิบูลย์ แสงวีระพันธุ์ศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) และกรรมการผู้จัดการ บริษัท แฮ็กซ์เตอร์ โรโบติกส์ จำกัด กล่าวว่า “เราตั้งใจพัฒนา Nakornthon Long Life Center ให้เป็นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุและฟื้นฟูสุขภาพที่ผสานมาตรฐานการแพทย์ ความสะดวกสบาย และนวัตกรรมระดับสูง โดยนำหลักการให้บริการด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์มาใช้ในทุกส่วนของการให้บริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจุดเด่นมีการสนับสนุนบริการทางการแพทย์ระดับสูงจากทางเครือโรงพยาบาลนครธน เพื่อมอบการดูแลที่ครบถ้วนต่อเนื่อง มีคุณภาพในระดับสากลเป็นจุดหมายใหม่ให้แก่สังคมผู้สูงวัยทั่วโลกและตอบโจทย์ผู้สูงวัยทั้งชาวไทยและนานาชาติ” 

ด้าน พญ.ศิเรมอร ทองสิมา กรรมการบริษัทและผู้อำนวยการสายงานแพทย์ บริษัท โรงพยาบาลนครธน จำกัด (มหาชน) “ตลอดเวลากว่า 10 ปี เราเรียนรู้จากผู้สูงวัยและกว่า 1,000 ครอบครัวว่าการดูแลที่ดีที่สุดต้องเชื่อมความรู้ทางการแพทย์ ความเข้าใจในชีวิต และเทคโนโลยีที่เหมาะสมเข้าด้วยกัน ความร่วมมือครั้งนี้คือก้าวสำคัญในการนำนวัตกรรมจากห้องวิจัยมาประยุกต์ใช้จริง ตามแนวคิด 3A Model: Accessible Affordable Accountable “เข้าถึงได้  จ่ายไม่จน  วัดผลชัด“ เพื่อเพิ่มโอกาสในการฟื้นตัว ส่งเสริมการพึ่งพาตนเอง และพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัยอย่างยั่งยืน” เมื่อการให้บริการด้านสุขภาพสามารถผสมผสานกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย ด้วยนวัตกรรมของคนไทย เราเชื่อเหลือเกินว่าสิ่งนี้จะทำให้ประเทศไทยสามารถที่จะเป็นผู้นำในการดูแลผู้สูงอายุและการดูแลระยะยาวที่โดดเด่นในเวทีโลกได้”

นพ.เก่งพงศ์ ตั้งอรุณสันติ ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการรพ.ผู้สูงอายุ Chersery Home International เปิดเผยว่า เป้าหมายสำคัญของความร่วมมือ เป็นการร่วมวิจัย พัฒนา ทดสอบ และต่อยอดหุ่นยนต์และเทคโนโลยีเวชศาสตร์ฟื้นฟูให้เหมาะกับผู้ใช้งานจริง พัฒนาแนวทางบริการและโปรแกรมฟื้นฟูที่มีมาตรฐาน ปลอดภัย และประเมินผลลัพธ์ได้ สร้างพื้นที่เรียนรู้และสาธิตนวัตกรรมสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ วิศวกร นักวิจัย และผู้ดูแล สนับสนุนการพัฒนาบุคลากรและองค์ความรู้ข้ามสาขาระหว่างการแพทย์ วิศวกรรม เทคโนโลยี และการดูแลผู้สูงวัย ผลักดันนวัตกรรมไทยสู่การใช้งานจริงและการขยายผลในประเทศไทย ตลอดจนตลาดสุขภาพระดับนานาชาติ

ก้าวต่อไปของการดูแลผู้สูงวัยด้วยนวัตกรรม ภายหลังการลงนาม ทั้งสี่องค์กรจะร่วมกำหนดกรอบการพัฒนาโครงการ การวิจัยและทดสอบเทคโนโลยี การพัฒนาโปรแกรมบริการและบุคลากร ตลอดจนการติดตามผลลัพธ์ เพื่อนำองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นไปพัฒนาคุณภาพบริการอย่างต่อเนื่อง

ความร่วมมือนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการสร้างระบบบริการสุขภาพสำหรับสังคมสูงวัย ซึ่งไม่ได้มุ่งเพียงการรักษาความเจ็บป่วย แต่ให้ความสำคัญกับการฟื้นคืนความสามารถ การคงไว้ซึ่งความเป็นอิสระ และการมีคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงวัยและครอบครัว

18 กันยายน 2569

The Coral Lounge คว้า 2 รางวัลระดับโลก จาก 2026 Skytrax World Airline Awards สร้างประวัติศาสตร์แบรนด์ไทยบนเวทีโลก

The Coral Lounge คว้า 2 รางวัลระดับโลก จากเวที Skytrax World Airline Awards 2026 



ภาพบรรยากาศคณะผู้บริหาร The Coral Lounge เดินทางไปร่วมงาน 2026 Skytrax World Airline Awards ณ กรุงลอนดอน นับเป็นปรากฏการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ของไทย ที่แบรนด์ห้องรับรองพิเศษสนามบินแบบอิสระสัญชาติไทย สามารถก้าวขึ้นสู่ความสำเร็จในระดับนี้ บนการจัดอันดับมาตรฐานระดับโลกของ Skytrax ได้เป็นครั้งแรก  พร้อมกับพบปะพูดคุยและเปลี่ยนประสบการณ์กับ Mr.Edward Plaisted - CEO Skytrax

ตอกย้ำศักยภาพของแบรนด์ห้องรับรองพิเศษสนามบินสัญชาติไทยบนเวทีการบินระดับโลก ได้แก่ รางวัล 1 ใน 10 World's Top 10 Best Independent Airport Loungeกับ The Coral Lounge Finest - Cosmo สนามบินสุวรรณภูมิ ที่โดดเด่นด้วยการออกแบบและประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นักเดินทางยุคใหม่

🏆 รางวัลอันดับที่ 5 Best Independent Airport Lounge Groupให้แก่ The Coral Lounge  สะท้อนความแข็งแกร่งและการเติบโตอย่างต่อเนื่องของแบรนด์ในระดับสากล

🎉 ความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ The Coral Lounge ในการยกระดับมาตรฐานการบริการห้องรับรองพิเศษสนามบิน ภายใต้ปรัชญา Luxury through Care พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจสู่ระดับนานาชาติในบทถัดไป 



"ส้มแมนดารินนำเข้าจากออสเตรเลีย" พร้อมลุยตลาดไทย


Australian Mandarins Now In Season 2026! เริ่มแล้วฤดูกาลสด หวาน ฉ่ำ กับ
"ส้มแมนดารินนำเข้าจากออสเตรเลีย" พร้อมลุยตลาดไทย

กลุ่มอุตสาหกรรมผู้ส่งออกส้มจากออสเตรเลีย (Queensland Citrus Exporters Group - QCEG) จัดงานสัมมนาต้อนรับฤดูกาลใหม่ให้แก่กลุ่มผู้นำเข้า ห้างสรรพสินค้า และซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำในประเทศไทย เพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับส้มแมนดารินคุณภาพเยี่ยม พร้อมเปิดตัวสื่อประชาสัมพันธ์และแคมเปญการตลาดใหม่ประจำปี 2026

ภายในงานได้รับเกียรติจาก คุณโอลิเวีย เทต (Ms. Olivia Tait) ผู้บริหารโครงการจากองค์กรส้มแห่งประเทศออสเตรเลีย (Citrus Australia Ltd) และ คุณโดมินิก เจนคินส์ (Mr. Dominic Jenkin) จาก ไอรอนบาร์ค ซีทรัส (Ironbark Citrus) ตัวแทนจากกลุ่มผู้ส่งออก ร่วมกล่าวเปิดงาน พร้อมด้วยตัวแทนผู้ปลูกชั้นนำ อาทิ คุณเจนนี่ ฮัดสัน (Ms. Jenny Hudgson) จาก เพฟโค กรุ๊ป (Favco Group) และ คุณเมแกน แมคโดนัลด์ (Ms. Megan MacDonald) ผู้บริหารจาก เรดลี ซีทรัส (Redlea Citrus) ร่วมแบ่งปันข้อมูลและสร้างความมั่นใจในคุณภาพมาตรฐานระดับโลก นอกจากนี้ ผู้ร่วมงานยังได้ลิ้มลองรสชาติความสดฉ่ำของส้มแมนดารินส่งตรงจาก 11 สวนในโครงการ พร้อมชิมเมนูพิเศษที่สร้างสรรค์จากส้มแมนดารินออสเตรเลียอีกด้วย

คณะผู้แทนจากออสเตรเลียยังได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมจุดจำหน่ายจริงในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ อาทิ ท็อปส์ เซ็นทรัล, ดุสิต พาร์ค, กูร์เมต์ มาร์เก็ต, บิ๊กซี พระราม 4, วิลล่า มาร์เก็ท สาขานางลิ้นจี่ และแม็คโคร สาขาสาทรทำความรู้จัก 5 จุดเด่นและความน่าสนใจของ "ส้มแมนดารินออสเตรเลีย"



ผลไม้เศรษฐกิจระดับโลก : Australian Mandarin ผ่านการพัฒนาและวิจัยมายาวนานจนกลายเป็นหนึ่งในผลไม้เศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของออสเตรเลีย ด้วยมูลค่าการส่งออกหลายร้อยล้านดอลลาร์ต่อปี

มาตรฐานคุณภาพสูง : เพาะปลูกด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ภายใต้มาตรฐานการควบคุมคุณภาพที่เข้มงวด ทำให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพสม่ำเสมอและปลอดภัย

เอกลักษณ์ความอร่อย : โดดเด่นด้วยรสชาติหวานฉ่ำ กลมกล่อม เปลือกบาง ปอกง่าย และส่วนใหญ่มีเมล็ดน้อยถึงไม่มีเมล็ด ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่

หลากหลายสายพันธุ์ยอดนิยม : มีสายพันธุ์เด่นที่ผลัดเปลี่ยนมาให้ลิ้มลองตลอดฤดูกาล เช่น Royal Honey Murcott (หวานฉ่ำ เปลือกสีส้มเข้ม), Afourer (เปลือกสีส้มแดง ไร้เมล็ด) และ Honey Murcott (หวานเข้มข้น มีกลิ่นหอม)  


สัมผัสความสด หวาน ฉ่ำ ของส้มแมนดารินออสเตรเลียต้อนรับฤดูกาลใหม่ ส่งตรงถึงไทย พร้อมให้คนไทยได้สัมผัสความสดใหม่เหมือนส่งตรงจากสวนออสเตรเลีย ได้แล้ววันนี้ ณ ห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ (Retail) และช่องทางค้าส่ง (Wholesale) ทั่วประเทศไทย!

ปักหมุด มีนา’70 “NAPA Village Suvarnabhumi”


โครงการ “NAPA Village Suvarnabhumi” หรือ นภาวิลเลจ สุวรรณภูมิ คอมมูนิตี้มอลล์แห่งเดียวในเขตท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยบริษัท สุวรรณภูมิ รีเทล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (SRD) เดินหน้าพัฒนาโครงการ เตรียมเปิดให้บริการมีนาคม 2570 นี้ พร้อมเป็นแหล่งกิน เที่ยว พักผ่อน แบบพร้อมสรรพ ให้กับชุมชนคนทำงานภายในท่าอากาศยานฯ       

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไม่ได้มีเพียงคนเดินทาง แต่เปรียบได้กับเมืองๆ หนึ่งที่มีคนใช้ชีวิตและ ปฏิบัติงานจำนวนกว่า 60,000 คน และยังมีผู้คนในพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งหมู่บ้านและสถานศึกษาทุกระดับ หัวใจหลักของการเปิดโครงการ นภาวิลเลจ สุวรรณภูมิ คือศักยภาพในการรองรับไลฟ์สไตล์ของคนทุกกลุ่มข้างต้น และตั้งเป้าให้นภาวิลเลจ สุวรรณภูมิ เป็นจุดศูนย์กลางการเชื่อมต่อแห่งใหม่ที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนในชุมชนสนามบินสุวรรณภูมิ                                                                                                                                                         
นภาวิลเลจ สุวรรณภูมิ จะเปิดบริการบนพื้นที่ 4,700 ตารางเมตร บริเวณศูนย์ขนส่งสาธารณะ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ศูนย์กลางบริการขนส่งสาธารณะที่เชื่อมต่อทั้งภายในและภายนอกท่าอากาศยานฯ ในรัศมี 5 นาที จากอาคารผู้โดยสาร เตรียมพร้อมเติมเต็มทุกความต้องการในทุกไลฟ์สไตล์ โดยจะเป็นแหล่งรวมร้านค้า ร้านอาหาร และบริการต่าง ๆ กว่า 40 ร้าน นำโดยแบรนด์ดังและร้านฮิตติดกระแส อาทิ สุกี้ช้างเผือก สุกี้ในกระแสชื่อดังจากเชียงใหม่ , SOL Coffee, One to Two, Rawmat Coffee, MINI ミニ Oriental Speedbar, Yoguruto, ปังสยาม และ ชาตรามือ รวมถึงแบรนด์นานาชาติ อาทิ ชา Xanzo Handmade Milk Tea  และ Lawson 108 โฉมใหม่ รวมทั้งเอาใจสายออกกำลังกายด้วย Anytime Fitness ฟิตเนสระดับโลกที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง 

                                                                                                                                                                       นภาวิลเลจ สุวรรณภูมิ เข้าถึงด้วย Free Shuttle Bus ภายในท่าอากาศยานฯ ถึง 6 สายรวมถึง Express Route ที่วิ่งตรงจากอาคารผู้โดยสารมายังศูนย์ขนส่งสาธารณะ รวมถึงเดินทางถึงสะดวกด้วยรถไทย สมายล์ บัส 9 สายจากทั่วกรุงเทพฯ   อาทิ รังสิต มีนบุรี จตุจักร ท่าอากาศยานดอนเมือง และ ขสมก. และ บขส. รถตู้ ฯลฯ นอกจากนี้ยังอยู่ติดกับสถานีชาร์ต EV สำหรับให้บริการแก่และผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าและทั้งผู้ขับขี่แท็กซี่
                                                                                                                                                                        นภาวิลเลจ สุวรรณภูมิ จะเป็นศูนย์กลางแห่งใหม่ของ Airport City ที่ไม่เคยหลับใหล มีศักยภาพในการรองรับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน 24 ชั่วโมง อาทิเช่น หน่วยงานราชการ วิทยุการบิน ศุลกากร ตรวจคนเข้าเมือง สถานีตำรวจท่องเที่ยว และพนักงานบริษัทมหาชน บมจ. การบินไทย  บมจ. ท่าอากาศยานไทย   และบริษัทเอกชนต่างๆ ตั้งแต่สำนักงานสายการบิน และบริษัทคาร์โก้ / โลจิสติกส์ภายในท่าอากาศยานมากกว่า 60,000 ชีวิต นอกจากนี้ยังมึนักปั่นผู้มาใช้บริการ Sky Lane Cycling ที่ตั้งอยู่ภายในสนามบินฯกันกว่าวันละกว่า 3,700 คน
                                                                                                                                                                        คอมมูนิตี้มอลล์แห่งนี้สามารถเป็นทั้งแหล่งกิน พักผ่อน ของผู้มารับ-ส่งผู้โดยสารที่ท่าอากาศยาน และเป็นแหล่งแฮงก์เอาต์แห่งใหม่ให้กับผู้อยู่อาศัยใกล้เคียงหรือบรรดานักศึกษา เนื่องจากทำเลที่ตั้งเชื่อมต่อหมู่บ้านจัดสรรจำนวนมากในรัศมี 5 กิโลเมตร และเส้นทางลัดหลักระหว่าง เทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (KMITL) และมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (Abac) วิทยาเขตสุวรรณภูมิ 
                                                                                                                                                                       สำหรับร้านค้าที่สนใจเช่าพื้นที่หรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
สามารถติดต่อ Contact Center: 097 159 9988 หรือ Line Official Account: @rightscenario
อีเมล: sales@rightscenario.com

17 กันยายน 2569

"มหาวิทยาลัยเชียงใหม่" จับมือเอกชนประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญเปิดตัว "LEPSIA" ยากันชักในเด็กจากช่อดอกกัญชา (Pure CBD)


มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ชูความสำเร็จงานวิจัยนวัตกรรมการแพทย์ เปิดตัว “LEPSIA” ยากันชักในเด็กจากช่อดอกกัญชา (Pure CBD) ตอกย้ำคุณภาพมาตรฐานระดับสากลเทียบเท่ายานำเข้าประหยัดกว่า 64.8% มุ่งเพิ่มโอกาสการเข้าถึงยาแผนปัจจุบันให้ผู้ป่วยไทย

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับ บริษัท แอตแลนต้า เมดดิคแคร์ จำกัด ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการนำผลงานวิจัยระดับแนวหน้ามาต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ เปิดตัว "LEPSIA" ผลิตภัณฑ์ยากันชักสำหรับเด็กจากสารสกัดช่อดอกกัญชา (Pure CBD (Cannabidiol)) เกรดการแพทย์ ชูจุดเด่นนวัตกรรมยาแผนปัจจุบันที่ผลิตจากงานวิจัยคุณภาพ ได้มาตรฐานระดับโลก เทียบเท่า ยานำเข้าจากต่างประเทศ และสามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้ถึง 64.8% เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยเด็กไทยสามารถเข้าถึงการรักษา ที่มีประสิทธิภาพได้อย่างทั่วถึง

การต่อยอดงานวิจัยครั้งนี้มีการจัดงานแถลงข่าวและเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมทางการแพทย์ “LEPSIA” เมื่อวันอังคารที่ 15 กันยายน 2569 ณ โรงแรมชาเทรียม แกรนด์ กรุงเทพฯ โดยมีผู้บริหารมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ บริษัท แอตแลนต้า เมดดิคแคร์ จำกัด คณะนักวิจัย และผู้เกี่ยวข้องร่วมถ่ายทอดถึงที่มาและความสำคัญของการพัฒนาผลงานวิจัยสู่ผลิตภัณฑ์ยาแผนปัจจุบัน ตลอดจนแนวทางการต่อยอดนวัตกรรมเพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงยาที่มีคุณภาพสำหรับผู้ป่วยเด็กไทย



ศ.ดร.นายแพทย์พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวถึงความสำเร็จในครั้งนี้ว่า "มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีนโยบายชัดเจนในการมุ่งเน้นการศึกษา วิจัย และพัฒนาสารสกัด Pure CBD เพื่อใช้เป็นยาแผนปัจจุบันในทางการแพทย์โดยเฉพาะ โดยได้ริเริ่มขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ร่วมกับภาคเอกชนมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 ผลิตภัณฑ์ LEPSIA จึงเป็นผลลัพธ์จากความมุ่งมั่นในโครงการวิจัยกัญชาทางการแพทย์แบบครบวงจร (Comprehensive Integrated Medical Cannabis Research Project) ที่อาศัยทีมวิจัยผู้เชี่ยวชาญครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ตั้งแต่ต้นน้ำ (Upstream) โดยคณะเกษตรศาสตร์, กลางน้ำ (Midstream) โดยคณะเภสัชศาสตร์ และปลายน้ำ (Downstream) นำไปใช้ในการทดสอบทางคลินิกและการรักษาผู้ป่วยจริง ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ และโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ (สวนดอก)"
ด้าน คุณศุภเดช อำนวยสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอตแลนต้า เมดดิคแคร์ จำกัด เปิดเผยถึงการยกระดับ สู่มาตรฐานอุตสาหกรรมว่า "การสกัดสารจากธรรมชาติในสเกลอุตสาหกรรม มีความท้าทายที่สุดคือ 'Quality Consistency' หรือความสม่ำเสมอของคุณภาพทุกล็อตการผลิต เราจึงลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานระดับ Pharma Grade ด้วยความเชื่อมั่นอย่างเต็มที่ในศักยภาพของทีมนักวิจัย มช. ทำให้เราสามารถคงความบริสุทธิ์ของสารสกัด Pure CBD ไว้ได้อย่างสมบูรณ์ จนนำผลิตภัณฑ์ ก้าวข้ามความท้าทายและได้รับการรับรองมาตรฐานระดับโลกได้สำเร็จ"

ขณะที่ เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เน้นย้ำถึงความปลอดภัยและมาตรฐานกำกับดูแลว่า "เพื่อให้ผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์สามารถมั่นใจได้ว่าตัวยามีคุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิภาพ เทียบเท่ากับยาแผนปัจจุบันที่นำเข้าจากต่างประเทศทุกประการ ผลิตภัณฑ์ LEPSIA จึงผลิตภายใต้โรงงานที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลระดับสูงสุด ทั้ง GMP CFR 21 Part 11 ระดับ Pharma Grade และได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์มาตรฐาน เช่น PIC/S GMDP, GAP, GACP ซึ่งถือเป็นเกราะคุ้มครองและรับประกันความปลอดภัยสูงสุดให้กับพี่น้องประชาชน"

การผลิตยาแผนปัจจุบันระดับ Medical Grade ภายในประเทศอย่างครบวงจรนี้ สามารถลดต้นทุนค่ายาลงได้ถึง 64.8% เมื่อเทียบกับยานำเข้าในปริมาณที่เท่ากัน ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยลดการสูญเสียเงินตราของประเทศ แต่หัวใจสำคัญคือการ "เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงยา" ให้กับครอบครัวผู้ป่วยเด็กที่ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงยาดี มีมาตรฐานสากล และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเด็กไทยได้อย่างยั่งยืน ตามวิสัยทัศน์ที่ว่า "ผลิตในไทย มาตรฐานสากล เพื่อคนทั้งโลก"

พิธีมอบรางวัลเกียรติคุณ "บุคคลต้นแบบ ธุรกิจยอดเยี่ยมและผลิตภัณฑ์ดีเด่น ประจำปี 2026

ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ประธานที่ปรึกษามูลนิธิพระราหู และอดีตที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลเกียรติคุณ "บุคคลต้นแบบ ธุรกิจยอดเยี่ยมและผลิตภัณฑ์ดีเด่น ประจำปี 2026" 

ชมรมพัฒนาองค์กรและธุรกิจระดับสากล โดย ชดา บูรณะพิมพ์ ประธานจัดงาน ได้จัดงานประกาศมอบรางวัล บุคคลต้นแบบนักธุรกิจยอดเยี่ยมและผลิตภัณฑ์ดีเด่น 3 ประเภทรางวัล ได้แก่ Golden Egale Award, Siam Dimonds Award , Success Award โดยมี ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ  ประธานมูลนิธิพระราหู และที่ปรึกษาอดีตรองนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีและมอบรางวัลเกียรติยศให้กับผู้เข้าร่วมงานที่ผ่านมาตรฐานและได้รับการคัดเลือกอย่างเข้มข้น โดยมี คุณจรูญรัตน์ สาลี กรรมการผู้จัดการ  บริษัท พาราไดซ์ พาร์ค จำกัด, คุณศตกมล วรกุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท เอ็ม บี เค  จำกัด (มหาชน) ให้เกียรติร่วมงานที่ ศูนย์การค้า พาราไดซ์พาร์ค ศรีนครินทร์ 


เวทีแห่งความภาคภูมิใจที่รวมเอาสุดยอดคนต้นแบบและธุรกิจคุณภาพ เพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงในระดับสากล และที่สำคัญเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ประกอบการ นักธุรกิจ และบุคคลต้นแบบที่มีผลงานโดดเด่นและเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

งานนี้ถือเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจ ยกระดับมาตรฐานธุรกิจไทยให้ก้าวไกลสู่เวทีสากลอย่างยั่งยืน ประกอบด้วย

รางวัล Golden Egale Award

1. พลตำรวจโท ไตรรงค์ ผิวพรรณ สาขา ผู้ทำคุณประโยชน์ให้แด่ประเทศชาติและแผ่นดิน

2. อาจารย์ ดร.ตฤหน์ โพธิ์รักษา สาขา ผู้ทำคุณประโยชน์แด่สังคม

3.คุณสุวิช สุทธิประภา สาขาพิธีกรยอดนิยมแห่งปี

4.คุณกันต์ จอมพลัง สาขาผู้ทำคุณประโยชน์แด่ประเทศชาติ

รางวัล Siam Dimonds Award 

1. คุณชุติมา นัยนา สาขาผู้พัฒนาองค์กรดีเด่น

2.คุณสุวิช สุทธิประภา และ คุณนีรชา หลินสมบูรณ์ สาขาพิธีกรคู่ยอดนิยมรายการคุยขโมงบ่าย3โมง ช่อง9MCOT

3.คุณวรติชา แพงทรัพย์(กวาง) และคุณจรินทร์ ธรรมวัฒนะ สาขา คู่รักInfluencerยอดนิยม

4.คุณสมชาย ชมภูน้อย  สาขา Influencerเที่ยวเมืองไทย และKOL

5.วงMINDY สาขา น้องใหม่Girl groupดีเด่น

รางวัล Success Award

1. คุณสาธิต กรีกุล สาขาผู้ประกาศข่าวกีฬายอดนิยมตลอดกาล

2. คุณณัญวุฒิ ธรรมพันธุ์ (เชฟอ๊อฟ) สาขา ผู้ทำอาหารแชมป์ยอดนิยม

3. คุณสุนิดา ชุมเปีย (กวาง สาวหล่อ) สาขา สื่อสารออนไลน์ดีเด่น

4. คุณธาราพิยุทธ บูรณะพิมพ์ สาขา นักพยากรณ์ด้านฮวงจุ้ยและตัวเลขดีเด่น

“เมกาโฮม” เดินเกมรุกตลาดกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ทุ่มงบกว่า 310 ล้านบาท ยกระดับสาขามีนบุรีครั้งใหญ่


“เมกาโฮม” เดินเกมรุกตลาดกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ทุ่มงบกว่า 310 ล้านบาท ยกระดับสาขามีนบุรีครั้งใหญ่ รองรับการขยายตัวของตลาดช่างและผู้รับเหมา พร้อมเสริม “โฮมโปร” ในทำเลเดียวกัน ปั้นเป็น “ไฮบริดสโตร์” ตอบโจทย์ทั้งกลุ่มช่าง-ผู้รับเหมา (Contractor) และเจ้าของบ้าน (End Users) ครบจบในที่เดียว เปิดให้บริการวันที่ 18 กันยายน 2569 ตั้งเป้ารายได้กว่า 80 ล้านบาทต่อเดือน

นายวีรพันธ์ อังสุมาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” (HMPRO) เปิดเผยว่า การรีโนเวท “เมกาโฮม มีนบุรี” ครั้งนี้ เป็นการยกระดับศูนย์รวมวัสดุก่อสร้างและงานช่างให้ครบครอบคลุมทุกหมวด ตั้งแต่งานโครงสร้าง งานระบบ ไปจนถึงเครื่องมือช่าง เพื่อรองรับความต้องการของตลาดช่างและผู้รับเหมาที่เพิ่มขึ้นจากงานสร้างใหม่ ต่อเติม และรีโนเวทที่เกิดขึ้นในพื้นที่ พร้อมมุ่งให้ “เมกาโฮม มีนบุรี” เป็นจุดหมายสำหรับงานช่างและผู้รับเหมา สำหรับงานก่อสร้าง ต่อเติม รีโนเวท ตลอดจนงานโครงการ ช่วยให้ลูกค้าสามารถจัดหาสินค้าได้ครบจบในที่เดียว 


ขณะเดียวกัน ได้เสริม “โฮมโปร” เข้ามาในทำเลเดียวกัน เพื่อต่อยอดไปกลุ่มเจ้าของบ้านที่มองหาสินค้าสำหรับตกแต่ง ปรับปรุง และยกระดับการอยู่อาศัย ตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้า สุขภัณฑ์ เฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งบ้าน พร้อมโซลูชันด้านบริการต่างๆ ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยลดรอยต่อของการเลือกซื้อสินค้าเรื่องบ้าน จากที่ต้องเดินทางหลายที่ ให้สามารถจัดการทุกเรื่องบ้านได้ครบ จบ ในที่เดียว

การเลือกลงทุนที่สาขามีนบุรี สะท้อนถึงการมองเห็นศักยภาพของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ซึ่งกำลังอยู่ในช่วง “กำลังสร้าง” โดยเฉพาะในโซนคลองสามวา มีนบุรี และหนองจอก บนแนวถนนหทัยราษฎร์และถนนนิมิตใหม่ เป็นแนวรอยต่อขยายตัวของเมือง และมีงานก่อสร้าง ต่อเติม และรีโนเวทเกิดขึ้นต่อเนื่องตลอดทั้งปี ปัจจุบันในรัศมี 10 กิโลเมตรของสาขา มีครัวเรือนอาศัยอยู่เกือบ 1.3 แสนครัวเรือน และพื้นที่ยังมีอัตราการเติบโตสูงถึง 2.99% ต่อปี


จุดเด่นของทำเลนี้คือความหลากหลายของกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อและมีความต้องการงานด้านก่อสร้าง ต่อเติม และปรับปรุงที่อยู่อาศัยต่อเนื่อง สอดคล้องกับศักยภาพของโมเดลไฮบริดสโตร์ ได้แก่

• กลุ่มช่างและผู้รับเหมา ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักเมกาโฮม และมีแนวโน้มเติบโตตามการขยายตัวของเมืองในวงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก

• กลุ่มธุรกิจในพื้นที่ ทั้งร้านอาหาร ตลาดขนาดใหญ่ คอมมูนิตี้มอลล์ ซูเปอร์มาร์เก็ต และคาเฟ่ ซึ่งเติบโตตามการขยายตัวของแหล่งที่อยู่อาศัย และความต้องการด้านงานก่อสร้าง–ปรับปรุง-รีโนเวทพื้นที่

• กลุ่มเจ้าของบ้านระดับ B–B+ ในโครงการบ้านจัดสรร 2 ชั้นและทาวน์โฮม รวมถึงกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ในคอนโดมิเนียม Low Rise แนวรถไฟฟ้าสีชมพู ที่มองหาสินค้าตกแต่งและปรับปรุงบ้าน

ทั้งนี้ โมเดลไฮบริดสโตร์ โดยฝั่งเมกาโฮม เชื่อมต่อความต้องการตั้งแต่งานก่อสร้าง งานช่าง งานโครงสร้าง ไปจนถึงงานต่อเติมและรีโนเวทที่อยู่อาศัย พร้อมสินค้าวัสดุก่อสร้างและงานช่างในราคาที่เข้าถึงง่ายและมีของพร้อมส่ง ขณะที่ฝั่งโฮมโปร เข้ามาเติมเต็มในกลุ่มสินค้าตกแต่งบ้านและที่อยู่อาศัย ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า สุขภัณฑ์ เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน พร้อมโซลูชันบริการติดตั้งและบริการหลังการขาย ทำให้ลูกค้าสามารถเชื่อมต่อความต้องการตั้งแต่เริ่มสร้าง ต่อเติม รีโนเวท ไปจนถึงบ้านพร้อมอยู่ได้ในที่เดียว

“กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกเป็นทำเลที่มีศักยภาพและมีกำลังขยายตัวต่อเนื่อง ทั้งด้านที่อยู่อาศัยและเศรษฐกิจ การยกระดับ “เมกาโฮม มีนบุรี” ให้เป็น “ไฮบริดสโตร์” ครั้งนี้ ตั้งใจให้เป็นมากกว่าการปรับโฉมสาขา แต่เป็นศูนย์กลางเรื่องบ้านและงานช่างของคนในพื้นที่นี้ในระยะยาว ที่ช่างและผู้รับเหมามั่นใจได้ว่าเข้ามาแล้วได้ของตามต้องการ ในราคาที่แข่งได้ เช่นเดียวกับเจ้าของบ้านที่เลือกซื้อสินค้าตกแต่งและปรับปรุงได้ครบครัน กลายเป็นจุดหมายที่คนทั้งย่านนึกถึงเป็นอันดับแรกเมื่อคิดถึงเรื่องบ้าน” นายวีรพันธ์ กล่าวเสริม



โฮมโปร x เมกาโฮม มีนบุรี พร้อมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 18 กันยายน 2569 ต้อนรับช่างมืออาชีพ ตลอดจนคนรักบ้านชาวมีนบุรีและกรุงเทพฯ ตะวันออก ด้วยแคมเปญฉลองเปิดสาขาระหว่างวันที่ 18–27 กันยายน 2569 ให้เลือกใช้เลือกช้อปตามใจ ไม่ว่าจะเป็น

ใครมาก่อน ได้ก่อน กับสิทธิ์จำกัดจำนวน เฉพาะช่วงเปิดสาขาเท่านั้น!

• สมาชิกช่าง 100 คนแรก ตั้งแต่วันที่ 18-20 ก.ย.69 รับทันที คูปองส่วนลด มูลค่า 500 บาท (เมื่อซื้อสินค้า 1,000.-ขึ้นไป *จำกัด 1 สิทธิ์/สมาชิก ตลอดรายการ)

• สมาชิกโฮมการ์ด และสมาชิกช่าง ร่วมสนุกตอบคำถาม เพื่อจับคูปองซื้อสินค้าราคาพิเศษ วันที่ 18 ก.ย.69 วันเดียวเท่านั้น! (เริ่มเปิดคิวตั้งแต่ 10.00 น. รับ 200 ท่านแรกเท่านั้น *1 คน/1 สิทธิ์)

ช้อปคุ้มตลอดแคมเปญ ฉลองเปิดสาขารับทั้งส่วนลด–รับคืน และสิทธิ์ผ่อนสบาย จัดเต็ม!

• ช้อปทั้งร้าน! ครบ 10,000 บาท รับคืน ส่วนลดรวมสูงสุด 1,500 บาท

- คูปองส่วนลด มูลค่า 500 บาท (จำนวน 3 ใบ) สำหรับซื้อสินค้า 10,000.- ขึ้นไป *จำกัด 1 สิทธิ์/สมาชิก ตลอดรายการ

*โปรดตรวจสอบข้อมูลโปรโมชั่นเพิ่มเติม ณ จุดขาย เฉพาะแบรนด์/ สินค้าที่ร่วมรายการ/ ราคาหลังหักส่วนลดทุกประเภท

*ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี / กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว, อัตราดอกเบี้ยปกติ 25% ต่อปี




พบกับไฮบริดสโตร์โฉมใหม่ สาขามีนบุรี ครบทั้งเรื่องบ้านและงานช่าง อันดับหนึ่งในใจของคนกรุงฝั่ง
ตะวันออกพร้อมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 18 กันยายน 2569 นี้ เวลา 7.00 – 21.00 น.
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-029-0888

OLIC ชวนผู้หญิง “รู้ก่อนเลือก” ยกระดับการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพผู้หญิง

World Contraception Day 2026 ชู “ความปลอดภัย–ทางเลือก–การป้องกัน–การดูแลต่อเนื่อง” ตั้งแต่การคุมกำเนิดถึงการดูแลการติดเชื้อเอชพีวี (HPV)

บริษัท โอลิค (ประเทศไทย) จำกัด (“OLIC”) ในเครือ Fuji Pharma Group ประเทศญี่ปุ่น เดินหน้าสนับสนุนการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพผู้หญิง (Women’s Health Literacy) ผ่านงาน “OLIC - Be with Her: Empowering Choices, World Contraception Day 2026” เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 ณ สำนักงานใหญ่ OLIC นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ตั้งแต่การคุมกำเนิด การใช้ฮอร์โมนอย่างเหมาะสม การป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ไปจนถึงการดูแลการติดเชื้อเอชพีวี (HPV) 

ภายในงานได้รับเกียรติจาก เภสัชกรหญิงณัฐกานต์ ประสพสายพรกุล (เภสัชกรโน๊ต) รับหน้าที่พิธีกรและร่วมสื่อสารประเด็นสุขภาพกับภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพ เพื่อถ่ายทอดข้อมูลที่เข้าใจง่ายและนำไปใช้ได้จริง

ภายใต้แนวคิด “Empowering Choices” OLIC เชื่อว่า “ทางเลือก” จะมีความหมายเมื่อผู้หญิงมีข้อมูลที่ถูกต้อง เข้าใจประโยชน์และความเสี่ยง และสามารถปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์เพื่อเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับตนเอง

มร. ทาเคฟุมิ ซากะระ (Mr. Takefumi Sagara) กรรมการผู้จัดการ บริษัท โอลิค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า OLIC มองการส่งเสริมสุขภาพผู้หญิงอย่างรอบด้าน ตั้งแต่การป้องกัน การเข้าถึงข้อมูล การใช้ยาอย่างเหมาะสม ไปจนถึงการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง 

“Our role is to be with her - not to make the decision for her, but to support her with knowledge, options and access to appropriate healthcare”

สำหรับ OLIC การขับเคลื่อนสุขภาพผู้หญิง (Women’s Health) จึงให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพ เพื่อช่วยส่งต่อข้อมูลที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือไปสู่ประชาชน

ยาคุมกำเนิด ..มากกว่าการป้องกันการตั้งครรภ์

หนึ่งในประเด็นที่ผู้เชี่ยวชาญให้ความสำคัญ คือการเปลี่ยนมุมมองต่อการเลือกยาคุมกำเนิด จากการพิจารณาเพียงประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์  ไปสู่การพิจารณาประโยชน์ด้านสุขภาพอื่นๆ ควบคู่กับความปลอดภัยและความเหมาะสมของผู้หญิงแต่ละราย

รศ.ร.อ.นายแพทย์มานพชัย ธรรมคันโธ นายกสมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า ยาคุมกำเนิดอาจมีประโยชน์ด้านสุขภาพนอกเหนือจากการคุมกำเนิด เช่น ช่วยให้รอบเดือนสม่ำเสมอหรือลดอาการปวดประจำเดือน ขณะที่บางชนิดได้รับการขึ้นทะเบียนสำหรับข้อบ่งใช้เพิ่มเติม เช่น ภาวะปวดประจำเดือน (Dysmenorrhea) อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้ควรพิจารณาประวัติสุขภาพ ปัจจัยเสี่ยง ชนิดของฮอร์โมน และเป้าหมายด้านสุขภาพของแต่ละบุคคล


ขณะที่ นายแพทย์โอฬาริก มุสิกวงศ์ คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ด้านสื่อสารทางการแพทย์ เน้นว่า สำหรับผู้ที่ต้องใช้ฮอร์โมนในระยะยาว ควรให้ความสำคัญกับทั้งประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และความเหมาะสมเฉพาะบุคคล ทั้งนี้ ยาคุมกำเนิดทุกชนิดมีข้อควรระวังและความเสี่ยงที่แตกต่างกัน ผู้หญิงควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร โดยเฉพาะเมื่อมีปัจจัยเสี่ยงหรือมีโรคประจำตัว

ปัจจุบันยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม มีหลากหลายโมเลกุลของทั้ง Estrogen และ Progestin  โดยหนึ่งในพัฒนาการของฮอร์โมนคุมกำเนิดคือ Estetrol (E4) ซึ่งเป็นเอสโตรเจนที่ร่างกายสร้างขึ้นตามธรรมชาติในช่วงพัฒนาการของทารกในครรภ์ และมีลักษณะการออกฤทธิ์ต่อเนื้อเยื่อที่แตกต่างจากเอสโตรเจนบางชนิดที่ใช้ในยาคุมกำเนิดแบบเดิม สะท้อนถึงแนวทางการพัฒนาทางเลือกด้านการคุมกำเนิดที่หลากหลายขึ้น ทั้งนี้การเลือกใช้ควรคำนึงถึงข้อควรระวังและความเหมาะสมของผู้หญิงแต่ละราย

เภสัชกรชุมชน “ด่านสำคัญ” ของความรอบรู้ด้านสุขภาพผู้หญิง (Health Literacy) เหมาะสมก่อนเลือกใช้ยา โดยเฉพาะในยุคที่ข้อมูลจากรีวิวและสื่อออนไลน์มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ

“บทบาทของเภสัชกรชุมชน ไม่ใช่เพียงการจ่ายยา แต่คือการช่วยถามให้ครบ ประเมินให้เหมาะ และแนะนำให้ถูกต้อง ทั้งประวัติสุขภาพ ปัจจัยเสี่ยง ยาที่ใช้อยู่ และสัญญาณเตือนที่ควรส่งต่อแพทย์”

การสร้าง Health Literacy จึงไม่ใช่เพียงการให้ข้อมูล แต่คือการช่วยให้ผู้หญิง “รู้ว่าอะไรควรถาม รู้ว่าต้องประเมินอะไร และรู้ว่าเมื่อใดควรพบแพทย์” เพื่อให้การตัดสินใจด้านสุขภาพเกิดขึ้นบนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง

HPV: จาก “รอและกังวล” สู่ “รู้เร็ว ประเมิน และดูแล”

รศ.ร.อ.นายแพทย์มานพชัย กล่าวว่า ประเด็นสำคัญ คือต้องสร้างความเข้าใจเรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STDs) และ HPV โดยเน้น การป้องกัน การตรวจคัดกรอง และการติดตามดูแลอย่างเหมาะสม โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บางชนิดสามารถเกิดขึ้นโดยไม่มีอาการ ดังนั้นการไม่มีอาการ ไม่ได้หมายความว่าไม่มีความเสี่ยง การดูแลสุขภาพทางเพศจึงควรเริ่มตั้งแต่การป้องกัน การตรวจคัดกรองเมื่อมีความเหมาะสม และการปรึกษาบุคลากรทางแพทย์เมื่อมีข้อสงสัย 

นายแพทย์โอฬาริก กล่าวว่า การตรวจพบ HPV ไม่ได้หมายความว่าเป็นมะเร็ง แต่เป็นข้อมูลสำคัญที่ควรนำไปสู่การประเมินความเสี่ยงและติดตามตามแนวทางการดูแลรักษา ดังนั้นสิ่งสำคัญคือการเปลี่ยนจากการ “รอและกังวล” เป็น “รู้เร็ว ประเมินความเสี่ยง และดูแลอย่างเหมาะสม”

ทั้งนี้ การดูแลหลังพบ HPV ควรเป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์ โดยผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ เช่น vaginal gel หรือ spray มีบทบาทในหลายๆกรณี

“Be with Her” - ให้ผู้หญิงมีข้อมูลก่อนตัดสินใจ

เภสัชกรปัณณวิชญ์ จิตเมธีพงษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจยาและเวชภัณฑ์ บริษัท โอลิค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า งานครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของ OLIC ในการส่งเสริมให้ผู้หญิงเข้าถึง ข้อมูล ความเข้าใจ ทางเลือก และการดูแลที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถตัดสินใจเกี่ยวกับสุขภาพของตนเองได้อย่างมั่นใจ

“ภายใต้โครงการ ‘Be with Her: Empowering Her Health Decisions’ OLIC มุ่งสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพ เพื่อยกระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพ และส่งต่อข้อมูลที่มีคุณค่าให้เข้าถึงประชาชนได้มากขึ้น

เราเชื่อว่าการสร้างความเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพผู้หญิงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน OLIC จึงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมด้านยาและผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ ควบคู่กับการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ เพื่อร่วมส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้หญิงและสังคมอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน”