25 มิถุนายน 2569

เอปสันคว้า 2 รางวัลดีไซน์ระดับโลก

เอปสัน สร้างความสำเร็จบนเวทีการออกแบบระดับโลก ด้วยการคว้า 2 รางวัลสำคัญจากเวทีระดับนานาชาติ ได้แก่ รางวัลกิตติมศักดิ์ “Red Dot: Design Team of the Year 2026” และรางวัล “iF DESIGN AWARD 2026” สะท้อนความโดดเด่นของเอปสันในการพัฒนาการออกแบบที่เชื่อมโยงเทคโนโลยีเข้ากับประสบการณ์ของผู้ใช้งาน พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างคุณค่าผ่านนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง

สำหรับรางวัล “Red Dot: Design Team of the Year 2026” ซึ่งจัดโดย Design Zentrum Nordrhein Westfalen ประเทศเยอรมนี ถือเป็นหนึ่งในรางวัลด้านการออกแบบที่ทรงเกียรติที่สุดของโลก โดยมอบให้แก่ทีมออกแบบเพียงหนึ่งทีมต่อปี เพื่อยกย่ององค์กรที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นเลิศด้านการออกแบบอย่างต่อเนื่อง มีนวัตกรรมโดดเด่น และสามารถกำหนดมาตรฐานใหม่ด้านคุณภาพการออกแบบในระดับสากล เอปสันได้รับการยอมรับจากการดำเนินงานภายใต้กลยุทธ์การออกแบบที่เป็นเอกภาพ ครอบคลุมหลากหลายกลุ่มธุรกิจ ทั้ง Precision Innovation, Industrial & Robotics, Office & Home Printing และ Visual & Lifestyle โดยนำจุดแข็งด้านเทคโนโลยีความแม่นยำ (Precision Technologies) มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการออกแบบชัดเจน กลมกลืน และยึดผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง จนทำให้เอปสันกลายเป็นบริษัทญี่ปุ่นเพียงแห่งที่สองที่ได้รับรางวัลนี้ นับตั้งแต่เริ่มมีการมอบรางวัลในปี 2000


ขณะเดียวกัน เอปสันยังได้รับรางวัล iF DESIGN AWARD 2026 จากผลิตภัณฑ์ในกลุ่มโปรเจคเตอร์และเครื่อง พิมพ์ ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูงให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ใช้งานได้จริงและเข้าถึงง่าย โดยหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรางวัล ได้แก่ โปรเจคเตอร์สำหรับบ้านซีรีส์ EF-72, EF-71, EF-52 และEF-51 ที่โดดเด่นด้วยการออกแบบเพื่อประสบการณ์การรับชมระดับพรีเมียม ผสานเทคโนโลยีภาพ 3LCD แหล่งกำเนิดแสงสามสี ระบบเสียง Sound by Bose และการออกแบบที่ช่วยให้ติดตั้งและใช้งานได้อย่างง่ายดายความสำเร็จจากทั้งสองเวทีระดับโลกสะท้อนแนวคิดการออกแบบของเอปสันภายใต้ปรัชญา “Sho-Sho-Sei”



ซึ่งมุ่งสร้างคุณค่าผ่านนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพ กะทัดรัด และแม่นยำ โดยไม่ได้มองเทคโนโลยีเพียงในมิติของสมรรถนะ แต่ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนเทคโนโลยีให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ใช้งานง่าย มีความหมาย และตอบโจทย์ผู้ใช้งานในระยะยาวเอปสันยังคงเดินหน้าพัฒนาการออกแบบควบคู่ไปกับนวัตกรรม เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ที่ช่วยยกระดับการใช้ชีวิตและการทำงาน พร้อมสร้างคุณค่าใหม่ให้กับผู้คนและสังคมอย่างต่อเนื่อง

The Heritage Chiang Rai เปิดตัวแพ็กเกจวิวาห์ ‘Beautiful Wedding Celebration’

โรงแรมเฮอริเทจ เชียงราย โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น  รุกตลาดงานวิวาห์ในจังหวัดเชียงราย เปิดตัวแพ็กเกจ "Beautiful Wedding Celebration" เพื่อรองรับคู่รักที่กำลังมองหาสถานที่จัดงานแต่งงานครบวงจร ท่ามกลางบรรยากาศหรูหรา และอบอุ่นในสไตล์ล้านนาร่วมสมัย โดยเริ่มต้นเพียง 65,000 บาท พร้อมสิทธิพิเศษมากมาย

ด้วยศักยภาพของโรงแรมที่สามารถรองรับทั้งพิธีหมั้น พิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์ งานเลี้ยงฉลองมงคลสมรส และ After Party ได้อย่างครบครัน The Heritage Chiang Rai จึงเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับคู่รักที่ต้องการจัดงานแต่งงานในจังหวัดเชียงราย ซึ่งกำลังเติบโตในฐานะ Wedding Destination ของภาคเหนือ

แพ็กเกจดังกล่าวรวมบริการด้านสถานที่จัดงาน การตกแต่ง อาหาร และเครื่องดื่ม รวมถึงสิทธิประโยชน์สำหรับคู่บ่าวสาว เพื่อให้ทุกช่วงเวลาแห่งความรักได้รับการดูแลอย่างพิถีพิถัน และน่าประทับใจที่สุด

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาโทร  052 055 888
www.heritagechiangrai.com

Nexus Golf จัด ‘Elite Golf Lesson’ เยาวชนเข้าร่วมคึกคัก

สถาบันสอนกอล์ฟ Nexus Golf Institution ร่วมกับ ANK Golf สถาบันสอนกอล์ฟชื่อดังของออสเตรเลีย จัดกิจกรรม ‘Elite Golf Lesson’ คลาสพิเศษระยะสั้น 3 ชั่วโมง โดย มร.คริส ลี ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการ ANK Golf เมื่อวันอังคารที่ 23 มิถุนายน 2569 ณ สนาม เดอะ บางนา กอล์ฟ ไดร์ฟวิ่งเรนจ์ ได้รับความสนใจจากนักกอล์ฟเยาวชนและผู้ปกครองเข้าร่วมงานคับคั่ง พร้อมเผยกิจกรรมถัดไป แนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศผ่านกีฬากอล์ฟ ในวันที่ 8 สิงหาคม และ International Elite Golf Camp ปลายเดือนตุลาคม 2569

สำหรับ ‘Elite Golf Lesson’ ที่จัดขึ้นในครั้งนี้ แบ่งออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน โดยผู้ที่เข้าร่วมจะได้รับการแนะนำทั้งในเรื่องของ วงสวิง ลูกสั้น และการพัตต์ จากผู้ฝึกสอนมากประสบการณ์จาก Nexus Golf Institution โดยเฉพาะในส่วนของวงสวิงมี มร.คริส ลี คอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดทุกคน

นายชลรัตน์ สสิวงศ์ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง สถาบันสอนกอล์ฟ Nexus Golf Institution กล่าวถึงการจัดงานในครั้งนี้ว่า “ผมรู้สึกภูมิใจมากครับที่ได้เห็นน้องๆ ทุกคนตั้งใจรับฟังคำแนะนำและฝึกซ้อมกันอย่างจริงจัง แม้อากาศจะค่อนข้างร้อน แต่ทุกคนก็ไม่ย่อท้อเลยครับ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากิจกรรมของเน็กซัสในครั้งนี้ จะช่วยให้ผู้ปกครองเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นถึงโอกาสที่กีฬากอล์ฟสามารถมอบให้แก่บุตรหลานได้ ทั้งในแง่ของการต่อยอดเพื่อศึกษาต่อต่างประเทศ หรือแม้แต่การพัฒนาสู่เส้นทางนักกอล์ฟอาชีพในอนาคต ซึ่งทางเน็กซัสเองก็มีความตั้งใจที่จะจัดกิจกรรมดีๆ แบบนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนนักกอล์ฟเยาวชนไทย หากผู้ปกครองท่านใดสนใจ สามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมต่างๆ ของเราได้ผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ต่างๆ ครับ”

ด้าน มร.คริส ลี ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการ ANK Golf กล่าวว่า “ผมขอขอบพระคุณผู้ปกครองทุกท่านและขอชื่นชมในความมุ่งมั่นของน้องๆ นักกอล์ฟเยาวชนทุกคนที่เข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้ครับ ผมหวังว่าเทคนิคและคำแนะนำที่น้องๆ ได้รับไป จะเป็นประโยชน์และเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ช่วยให้น้องๆ นำไปต่อยอดพัฒนาทักษะ เพื่อปลดล็อกศักยภาพในตัวเองให้ก้าวไปได้ไกลกว่าเดิมครับ หวังว่าเราจะได้พบกันใหม่ในกิจกรรมครั้งถัดไปครับ”


สำหรับกิจกรรมต่อไปของ Nexus Golf Institution จะจัดงานสัมมนาแนะแนวการศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาในต่างประเทศ ผ่านกีฬากอล์ฟ ในวันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2569 ณ สนามฝึกซ้อม โพธาลัย กอล์ฟ ปาร์ค เลียบด่วนเอกมัย – รามอินทรา งานนี้เข้าร่วมฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย และ Nexus x ANK Golf International Elite Golf Camp ติวกอล์ฟเข้ม 6 วัน นำทีมโดย เอียน ทริกส์, คริส ลี และ โปรกิ๊ก ชลรัตน์ ณ สนาม บูรพา กอล์ฟ แอนด์ รีสอร์ท ผู้ปกครองและน้องๆ เยาวชน

สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เฟสบุคเพจ facebook/nexusgolfinstitution

เริ่มวันนี้ !! งาน Thailand Wellness & Healthcare Expo X SPORTEC Thailand 2026


อลังการทั้งเวลเนส สุขภาพ ฟิตเนส กีฬา เต็มพื้นที่ เข้างานฟรี 25-27 มิ.ย.69 นี้ ไบเทคบางนา

เปิดตัวยิ่งใหญ่วันแรกกับงาน Thailand Wellness & Healthcare Expo X SPORTEC Thailand 2026 พบสินค้าและบริการด้านสุขภาพ เวลเนส สปา Longevity ความงาม เครื่องมือแพทย์ อาหารเพื่อสุขภาพ ฟิตเนส กีฬา และนวัตกรรมเพื่อคุณภาพชีวิตแห่งอนาคต ที่พร้อมใจจัดโปรโมชั่นพิเศษช่วงกลางปีเต็มพื้นที่รวมกว่า 300 บูธ เต็มอิ่มกับเสวนาให้ความรู้โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากเมืองไทยและต่างประเทศตลอดทั้งสามวัน เปิดประสบการณ์กับกิจกรรมสร้างสีสันครบรส พร้อมเวทีเจรจาจับคู่ธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ งานจัดต่อเนื่องตั้งแต่วันนี้ถึง 27 มิถุนายน 2569 ณ ฮอลล์ 101, 102 ไบเทค บางนา หวังยกระดับธุรกิจสุขภาพและเวลเนสไทยผงาดในเวทีโลก คาดเม็ดเงินสะพัดในงานกว่า 500 ล้านบาท


ดร.อรรชกา สีบุญเรือง ที่ปรึกษาคณะกรรมการส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า "ประเทศไทยมีฐานแข็งแกร่งในเรื่องอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาวะติดอันดับต้นๆ ในระดับโลก รัฐบาลจึงได้กำหนดให้สุขภาวะและการแพทย์เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายและยุทธศาสตร์ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจมูลค่าสูงของประเทศ ดิฉันมั่นใจว่างาน Thailand Wellness & Healthcare Expo X SPORTEC Thailand 2026 จะเป็นอีกหนึ่งงานสำคัญ ที่จะช่วยยกระดับสัมฤทธิ์ผลให้กับอุตสาหกรรมงานแสดงสินค้านานาชาติของไทย สร้างโอกาสใหม่ และขับเคลื่อนอนาคตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยต่อไป
นางสาวณรินณ์ทิพ วิริยะบัณฑิตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีเอ็มจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้จัดงานThailand Wellness & Healthcare Expo 2026 และ SPORTEC Thailand 2026 กล่าวถึงการจัดงานในครั้งนี้ว่า "โลกปัจจุบันกำลังก้าวสู่ยุคการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน เพื่อการมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ นอกจากนี้อุตสาหกรรมกีฬาและฟิตเนสก็มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนโลก ปีนี้จึงนับเป็นก้าวสำคัญที่งาน Thailand Wellness & Healthcare Expo 2026 และ SPORTEC Thailand 2026 ได้เชื่อมโยงอุตสาหกรรมสุขภาพ เวลเนส ฟิตเนส กีฬา และการแพทย์เชิงป้องกัน รวมไว้ในงานเดียว โดยจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เพื่อเป็นเวทีสำคัญในการสร้างโอกาสทางธุรกิจ การลงทุน พัฒนานวัตกรรม และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ควบคู่กับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอนาคต
งานนี้ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานสำคัญ ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ, สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม, กรมพัฒนาธุรกิจการค้า , การกีฬาแห่งประเทศไทย, สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์, องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน พร้อมด้วยธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย, ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม ที่สนับสนุนองค์ความรู้และโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนแก่ผู้ประกอบการในงาน”
ด้านนาย ซึโยชิ ซาซากิ ประธานบริษัท TSO International Inc. กล่าวถึงการผนึกกำลังครั้งสำคัญในครั้งนี้ว่า " ความสำเร็จกว่า 16 ปี ของ SPORTEC ประเทศญี่ปุ่น ต่อยอดสู่การจัดงานครั้งแรกในประเทศไทย โดยรวบรวมนวัตกรรมกีฬา ฟิตเนส และสปอร์ตเทคจาก 6 ประเทศชั้นนำ ได้แก่ ไทย ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ ไต้หวัน และปากีสถาน พร้อมแบรนด์ระดับโลก อาทิ Life Fitness, Hammer Strength, Precor, Keiser, ZIVA, DHZ Fitness และ Fairtex ที่จะนำเทคโนโลยีการออกกำลังกาย อุปกรณ์ฟื้นฟูร่างกาย และนวัตกรรมล่าสุดมาจัดแสดงอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมด้วยกิจกรรมเวิร์กชอป ที่สายฟิตเนส และกีฬาห้ามพลาด ไม่ว่าจะเป็น ONTRACK RACEON การแข่งขัน Functional Fitness แบบทีม, แข่งขันนำคลาสออกกำลังกายระดับประเทศ, Barre Workout สไตล์เกาหลี, เวิร์กชอป Zumba,The Key Yoga และ Fit Thailand เป็นต้น
ด้าน ศ.ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) กล่าวว่า “เศรษฐกิจสุขภาพเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่ประเทศไทยมีศักยภาพสูง ทั้งจากจุดแข็งด้านบริการสุขภาพ การท่องเที่ยว บุคลากรทางการแพทย์ และภูมิปัญญาไทย ซึ่งการนำวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเข้ามาใช้ประโยชน์จะสร้างความแตกต่างและเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์และบริการได้
ในงานครั้งนี้ สกสว. ได้นำผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านสุขภาพและสมุนไพรไทย ที่เป็นผลงานจากหน่วยบริหารและจัดการทุน มหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย และเครือข่ายในระบบ ววน. มาร่วมจัดแสดง เพื่อสะท้อนศักยภาพของงานวิจัยไทยที่สามารถต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์จริง ทั้งในด้านการแพทย์ สุขภาพ และการยกระดับ คุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมกิจกรรมสร้างประสบการณ์ด้านสุขภาวะในหลากหลายมิติที่มาจากงานวิจัยและนวัตกรรม อาทิ เครื่องวัดคลื่นสมอง และการทดสอบการนอนหลับ สกสว. พร้อมทำหน้าที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรม กับภาคธุรกิจและภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อร่วมกันผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้าน Wellness และ Healthcare ของภูมิภาค และสร้างการ เติบโตของเศรษฐกิจสุขภาพอย่างยั่งยืน”


นายสุรศักดิ์ เกิดจันทึก รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ฝ่ายส่งเสริมกีฬา กล่าวเสริมถึงความร่วมมือในงานครั้งนี้ว่า "การกีฬาแห่งประเทศไทยมุ่งมั่นส่งเสริมการสร้างสุขภาวะที่ดีให้กับคนไทย โดยเฉพาะการกีฬา เป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศ การจัดงาน Thailand Wellness & Healthcare Expo 2026 และ SPORTEC Thailand 2026 เป็นเวทีสำคัญที่รวบรวมอุตสาหกรรมด้านสุขภาพ เวลเนส ฟิตเนส และกีฬา ไว้อย่างครบวงจร อีกทั้งยังดึงกลุ่มนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศได้มาพบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์และต่อยอดอุตสาหกรรมกีฬาของประเทศไทยให้เข้มแข็งต่อไป
นางสาวณรินณ์ทิพกล่าวทิ้งท้ายว่า "ภายในงานยังมีกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ เสวนาให้ความรู้โดยผู้เชี่ยวชาญแถวหน้าของเมืองไทย รวมทั้งห้อง Experience Room ให้คุณเปิดประสบการณ์ด้านสุขภาพ เวลเนส และฟิตเนส แบบเจาะลึก โดยจัดต่อเนื่องตลอดทั้ง 3 วัน เราเชื่อมั่นว่า งาน Thailand Wellness & Healthcare Expo 2026 และ SPORTEC Thailand 2026 จะเป็นเวทีแสดงศักยภาพของอุตสาหกรรมสุขภาพ เวลเนส ฟิตเนส และกีฬาของประเทศไทย ที่เชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการ เทคโนโลยี และนวัตกรรมจากทั่วโลกสู่ประเทศไทย โดยคาดว่าจะสร้างเม็ดเงินสะพัดในงานได้มากกว่า 500 ล้านบาท”




งาน Thailand Wellness & Healthcare Expo 2026 และ SPORTEC Thailand 2026 จัดต่อเนื่องตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 27 มิถุนายนนี้ จึงขอเชิญชวนผู้ที่สนใจเทรนด์สุขภาพยุคใหม่ รวมทั้งผู้ประกอบการที่ต้องการต่อยอดการลงทุนในอุตสาหกรรมสุขภาพ เข้าร่วมงานได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ! ลงทะเบียนเข้างานและฟังเสวนา คลิก >> https://eventpassinsight.co/el/to/twst2602

23 มิถุนายน 2569

JAS Asset ชูโมเดล Mixed-Use Community Mall รับ Longevity Trend


JAS Asset ชูโมเดล Mixed-Use Community Mall รับ Longevity Trend พลิกบทบาท Community Mall สู่ Future Community Living พื้นที่ใช้ชีวิตของชุมชนทุก Generation

บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) กลุ่มธุรกิจอสังหา ในรูปแบบของคอมมูนิตี้มอลล์ ที่มีสาขากระจายตัวอยู่ในชุมชนอย่างเข้าถึงไลฟ์สไตล์ของชุมชน โดยที่ผ่านมาของการดำเนินงาน ของกลุ่มธุรกิจนั้น ความสามารถและวิสัยทัศน์ของผู้นำองค์กรมีความสำคัญที่สุดในการที่จะนำพาองค์กรฝ่าวิกฤติ  ที่เกิดขึ้นมาได้ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของเศรษฐกิจ การเมือง สงคราม ภัยพิบัติต่างๆ ที่เกิดขึ้น รวมไปถึงเทรนด์ผู้บริโภค การปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วของกระแสสังคม ถือว่าเป็นโจทย์หลักที่ท้าทาย ในการปรับกลยุทธ์  เพื่อรองรับและเข้าถึงชุมชนได้ตรงตามที่ได้วางเป้าหมายไว้


คุณสุพจน์ สิริกุลภัสสร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Chief Executive Officer : CEO) บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในปี 2026 เราได้ดำเนินธุรกิจมาด้วยโจทย์ที่มีความยาก ความท้าทายสูงพอสมควร ซึ่งก็มีทั้งเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ และต้องปรับตามโลกที่หมุนเร็วขึ้นในทุกวัน การดำเนินธุรกิจในครึ่งปีหลังนี้ เราเล็งเห็นว่า ชุมชนต้องการอะไรจากเรามากกว่าการที่จะเราจะถามว่า ลูกค้าต้องการจะมาซื้ออะไรจากเรา ในทุกวันนี้ที่ศูนย์การค้าหลายแห่งมีการแข่งขันกันด้วยขนาด พื้นที่ และจำนวนร้านค้า JAS Community Mall เราเลือกเดินในเส้นทางและวางกลยุทธ์ที่แตกต่าง JAS เชื่อว่าศูนย์การค้าที่มีคุณค่าที่สุด อาจไม่ใช่ศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุด แต่คือศูนย์การค้าที่เข้าใจผู้คนในชุมชนมากที่สุด” 

หากว่าศูนย์การค้าขนาดใหญ่แข่งกันเป็น Destination ของเมือง JAS Community Mall ขอวาง  กลยุทธ์ให้เป็น Destination ของชุมชน ซึ่งตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา JAS Asset เติบโตเคียงข้างชุมชน ผ่าน Community Mall ในหลากหลายพื้นที่ทั่วกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ประสบการณ์ทำให้ JAS ได้เรียนรู้ว่า ผู้คนไม่ได้ต้องการเพียงสถานที่สำหรับซื้อสินค้า แต่ต้องการ "พื้นที่ใช้ชีวิต" ที่สามารถเข้ามาใช้เวลา พบปะผู้คน สร้างความทรงจำ และเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างคนในชุมชนมากกว่า




จากแนวคิดดังกล่าว จึงเป็นที่มาที่บริษัทฯพัฒนา แจส กรีน วิลเลจ คู้บอน ในการเป็นโครงการต้นแบบแรกในลักษณะ Mixed-Use เต็มรูปแบบ เป็นการบูรณาการผสมผสานธุรกิจที่มีอยู่ในเครือ เพื่อเป็นพื้นที่  ให้ชุมชนได้เข้ามาใช้บริการได้ทุกกลุ่ม และยังตอบโจทย์กระแสการใส่ใจดูแลสุขภาพ และรองรับสังคมผู้สูงอายุอีกด้วย ภายในโครงการประกอบไปด้วย

·      คอมมูนิตี้มอลล์ ที่มีร้านอาหาร ร้านกาแฟ ซูเปอร์มาร์เก็ต คลินิกความงาม คลินิกทันตกรรม  ร้านเสริมสวย ร้านนวด โรงเรียนสอนทักษะและสอนพิเศษ ศูนย์อาหาร ร้านหนังสือ ร้านค้าไลฟ์สไตล์ต่างๆ มากมาย รวมมากกว่า 200 ร้านค้า

·      JAS Sport Club ประกอบด้วย Pickleball 1 Court / Badminton 5 Courts (สาขาคู้บอน) และ 9 Courts (สาขาศรีนครินทร์) / Football Arena (สาขาคู้บอน) 2 สนาม อีกทั้งยังมีกิจกรรม Aerobic Community ที่จัดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ

·      โรงแรมแบบ Premium Budget ภายใต้ชื่อ เซนส์ โฮเทล (SENS Hotel) จำนวน 77 ห้อง

·      ซีเนร่า เวลเนส ขนาด 52 เตียง บริการดูแลผู้สูงอายุแบบรายวัน ระยะสั้น และระยะยาว รับดูแล  ผู้ออกจากโรงพยาบาลเพื่อมาพักฟื้นหลังการผ่าตัด อาการสโตรก และดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย

·      ซีเนร่า คลินิกกายภาพบำบัด สำหรับผู้มีภาวะออฟฟิส ซินโดรม บาดเจ็บจากการเล่นกีฬา หรืออุบัติเหตุ

·      Vasu Pain Management Clinic ศูนย์ดูแลและรักษาอาการปวดกระดูกและข้อ กล้ามเนื้อ และเส้นประสาทโดยแพทย์เฉพาะทางที่เน้นหลีกเลี่ยงการผ่าตัด หรือผ่าตัดในเวลาที่เหมาะสม

·      Green Community พื้นที่สีเขียว และสนามเด็กสำหรับครอบครัวทำกิจกรรมต่าง ๆ

 “2026 จึงเป็นอีกปีหนึ่งที่มีความท้าทายสูงมากในการดำเนินธุรกิจ ด้วยโอกาสจากที่เราเห็นในชุมชน ทำให้เราได้มีการปรับขยายธุรกิจ ในหลาย ๆ สาขาของเรา ส่วนสิ่งที่สำคัญที่สุดที่มีอยู่ตอนนี้ คือกลุ่มพันธมิตรที่เรามีอยู่ เติบโตมาด้วยกันกับเราตั้งแต่เริ่มต้น ช่วยกันทำให้เกิด Tenant Mix ที่หลากหลายมากขึ้นและเราจะคงความสัมพันธ์ที่ดีนี้ไว้ พร้อมกับการพัฒนาให้เติบโตไปด้วยอย่างต่อเนื่อง” คุณสุพจน์กล่าว  

คุณพงศิยา กิตติขจร Senior Vice President บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในส่วนของ SENERA ที่ผ่านมาเราได้มีการรีแบรนด์จาก SENERA Senior wellness เป็น SENERA มีการแบ่งรูปแบบการทำธุรกิจโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสามารถขยายฐานลูกค้า และจับกลุ่มได้หลากหลายขึ้น และยังสอดคล้องกับเทรนด์ในปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ การมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ (Longevity) โดยเบื้องต้นแยกเป็น 2 Segments คือ Wellness และ Hospitality

ในส่วนของ Wellness ประกอบไปด้วย Senior Nursing Homes & Assisted Living Care และคลินิกกายภาพบำบัด ที่จะเปิดให้บริการสำหรับบุคคลภายนอกในไตรมาสที่ 3  ซึ่งธุรกิจ Wellness จะมีเพียงที่สาขาคู้บอนเท่านั้น ณ ขณะนี้ 


ในส่วนของ Hospitality เป็นการปรับกลยุทธ์จากธุรกิจ Nursing homes จากอาคาร Active Living เดิมที่มีอยู่มาในรูปแบบธุรกิจโรงแรมภายใต้ชื่อ  “SENS Hotel Bangkok Kubon” เน้นการเข้าพักที่มีความสบาย สะอาด สะดวก ปลอดภัย เรียบง่ายในราคาที่คุ้มค่า และยังช่วยเติมเต็มความต้องการของธุรกิจเดิมฝั่ง Wellness รองรับลูก หลาน ญาติที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด ต่างประเทศ ให้มีห้องพักอยู่ใกล้ๆบริเวณเดียวกันเพื่อความสะดวกในการมาเยี่ยม และด้วยการดีไซด์ห้องพักเดิมที่รองรับผู้สูงอายุ ทำให้โรงแรม        ตอบโจทย์ลูกค้าที่มาพักพร้อมกับผู้สูงอายุอีกด้วย

จากผลตอบรับที่ดีในการปรับกลยุทธ์ครั้งนี้ เราจึงกำลังดำเนินการปรับศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่สาขา บางบัวทองมาเป็น “SENS Hotel Nonthaburi Bangbuathong” ที่ตั้งอยู่ภายในห้างแจส กรีน วิลเลจ บางบัวทอง โดยจะเปิดให้บริการภายในไตรมาส 3 เช่นกัน

“เรามั่นใจว่าการปรับกลยุทธ์โดยการบูรณาการธุรกิจ Wellness กับ Hospitality ในครั้งนี้ รวมถึงการเชื่อมโยงการบริการต่างๆในฝั่ง Community Mall จะทำให้เราเติบโตได้มั่นคงขึ้นอย่างยั่งยืน”

คุณชิน พิทักษ์ นรเทพกิตติ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (Chief Operating Officer : COO) บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในฐานะ COO เป้าหมายหลักของผมในปี 2026 นี้ คือการนำวิสัยทัศน์ 'Community Living Ecosystem' มาปฏิบัติจริงให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในทุกโครงการ หัวใจสำคัญคือการสร้าง 'Operational Synergy' ระหว่างธุรกิจในเครือ โดยเฉพาะการเชื่อมโยงประสบการณ์ของลูกค้า (Customer Journey) ระหว่างฝั่ง Community Mall, Wellness Center และ Hospitality ให้เป็นเนื้อเดียวกันอย่างไร้รอยต่อ เรามุ่งเน้นการบริหารจัดการพื้นที่แบบบูรณาการที่ตอบโจทย์ Longevity Trend อย่างจริงจัง ผ่านการใช้ข้อมูล (Data-Driven Operations) เพื่อวิเคราะห์ความต้องการจริงของชุมชน เพื่อปรับปรุงบริการและ Tenant Mix ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงเสมอ นอกจากนี้ เรายังให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานการให้บริการและความปลอดภัยในทุกมิติ โดยกำหนดมาตรฐานการทำงานที่สูง (High Standard Operations)  เพื่อให้ JAS Mixed-Use Community Mall เป็นพื้นที่ที่ปลอดภัย เป็นมิตร และสามารถรองรับการใช้ชีวิตของชุมชนทุก Generation ได้อย่างแท้จริง ซึ่งนี่คือรากฐานสำคัญที่จะทำให้โมเดลธุรกิจใหม่นี้เติบโตได้อย่างมั่นคง ยั่งยืน และสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวให้แก่องค์กร” 

เพื่อเป็นการสร้างระบบนิเวศแห่งการใช้ชีวิตที่เชื่อมโยงผู้คนทุกช่วงวัยเข้าด้วยกัน เพราะJAS เชื่อว่าอนาคตของ Community Mall ไม่ใช่การเป็นเพียงศูนย์การค้า หรือ สถานที่ช้อปปิ้ง แต่ที่สุดแล้วคือการเป็นพื้นที่ที่ทำให้ผู้คนในชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมถึงพื้นที่ที่เด็กสามารถเสริมสร้างการเรียนรู้และเล่นกีฬา ออกกำลังกาย เพิ่มทักษะ ยกระดับให้เป็นพื้นที่ที่ครอบครัวใช้เวลาร่วมกัน อีกทั้งพื้นที่ที่ผู้สูงอายุได้รับการดูแล พื้นที่ที่ผู้ประกอบการท้องถิ่นสามารถเติบโตได้ และพื้นที่ที่ชุมชนรู้สึกว่าเป็น "บ้านหลังที่สอง" บ้านอีกหลังที่ใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย และนี่คือทิศทางใหม่ของ JAS Asset จาก Community Mall สู่ Community Living Ecosystem ที่ไม่ได้เติบโตเพียงธุรกิจ แต่เติบโตไปพร้อมกับผู้คน ชุมชน และสังคมTogether We Grow. The Second Half Begins

22 มิถุนายน 2569

CHANGAN ฉลองความสำเร็จ จัดงานส่งมอบรถ NEVO Q05 อย่างเป็นทางการ

หลังกวาดยอดจองทะลุ 2,200 คัน ภายใน 7 วัน หลังเปิดตัว

กรุงเทพฯ CHANGAN Automobile หรือ ฉางอาน ผู้นำด้านเทคโนโลยียานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ฉลองความสำเร็จหลัง NEVO Q05 ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามด้วยยอดจองกว่า 2,200 คัน ภายในสัปดาห์แรกหลังการเปิดตัว พร้อมจัดงานส่งมอบรถแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ภายใต้ชื่องาน “NEVO Q05 Remarkable Journey”  เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้า และต้อนรับเข้าสู่ครอบครัว CHANGAN ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง โดยมี นายริกกี้ อู๋ รองประธาน และ Customer Officer  บริษัท ฉางอาน ออโต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และนาย คริส อู๋ รองประธาน บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นตัวแทนบริษัทฯ ร่วมให้การต้อนรับ และแสดงความขอบคุณแก่ลูกค้าอย่างใกล้ชิด  


เสียงตอบรับจากลูกค้า ด้วยยอดจองกว่า 2,200 คัน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ CHANGAN NEVO Q05 ว่าเป็นรถยนต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยได้เป็นอย่างดี ทั้งในแง่ดีไซน์ เทคโนโลยี ความสะดวกสบาย ความคุ้มค่า และความปลอดภัย โดยความสำเร็จในครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่สองในรอบเดือนมิถุนายน หลังจากที่ CHANGAN เพิ่งฉลองครบรอบ 1 ปีโรงงาน ฉางอาน ออโตโมบิล ระยอง และการผลิตรถยนต์ครบ 20,000 คัน โดยโรงงานแห่งนี้เป็นศูนย์กลางการผลิตของฉางอานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และฐานการผลิตที่สำคัญของ DEEPAL S05 และ NEVO Q05 สำหรับตลาดอาเซียน และส่งออกไปยังตลาดรถพวงมาลัยขวาทั่วโลกอีกด้วย

NEVO Q05 เป็นรถ SUV อัจฉริยะเจเนอเรชั่นใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘รถสมาร์ท ขับสบาย’ โดดเด่นด้วยดีไซน์โฉบเฉี่ยวทันสมัย ห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย พื้นที่เก็บสัมภาระความจุ 1,380 ลิตร พร้อมระบบชาร์จเร็ว DC 3C ที่ชาร์จจาก 30–80% ได้ภายใน 15 นาที มีระยะทางวิ่งได้ไกลสูงสุด 426 กม.ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง พร้อมด้วยระบบ ADAS และหน้าจออินโฟเทนเมนต์ขนาด 14.6 นิ้วที่รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ ช่วยให้ทุกการเดินทางเป็นเรื่องง่ายและสมาร์ทยิ่งขึ้น

นายคริส อู๋ รองประธาน บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า "วันนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การส่งมอบรถ NEVO Q05 เท่านั้น แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่น่าจดจำและเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณค่าระหว่าง CHANGAN และลูกค้าทุกท่าน ในฐานะตัวแทนบริษัทฯ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ครอบครัว CHANGAN  และขอขอบคุณสำหรับความไว้วางใจที่มีต่อบริษัทฯ และได้เลือก NEVO Q05 เป็นเพื่อนร่วมเดินทางคันใหม่ของท่าน CHANGAN มุ่งมั่นที่จะดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่องในด้านการบริการหลังการขายและการส่งมอบประสบการณ์การใช้รถไฟฟ้าที่สะดวกสบาย ปลอดภัย ตลอดทุกการเดินทาง ปัจจุบัน CHANGAN มีโชว์รูมและศูนย์บริการรวมกว่า 55 แห่งทั่วประเทศ ที่พร้อมให้บริการลูกค้า และกำลังจะขยายเพิ่มอีก 10 แห่งในเร็วๆ นี้ เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าทุกท่านจะได้รับการดูแลอย่างที่ดีที่สุดในทุกพื้นที่”

CHANGAN ขอขอบคุณลูกค้าชาวไทยทุกท่านสำหรับความไว้วางใจและการสนับสนุนที่มีมาอย่างต่อเนื่อง NEVO Q05 พร้อมส่งมอบแล้ววันนี้ที่โชว์รูม CHANGAN ทั่วประเทศ สำหรับผู้ที่สนใจสามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมและค้นหาโชว์รูม CHANGAN ได้ที่ เว็บไซต์: www.changan.co.th/th/nevo-q05 และ FACEBOOK : CHANGAN Thailand

#CHANGANTHAILAND #NEVOQ05FirstJourney #ChanganNEVO #NEVOQ05 #NEVO

เครือโรงพยาบาลพญาไทและเปาโล รับรางวัล Thai HealthTech Excellence Awards 2026 ระดับ Gold

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 คุณอัฐ ทองแตง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เครือรพ.พญาไท-เปาโล ขึ้นรับรางวัล Thai HealthTech Excellence Awards 2026 ระดับ Gold สาขา “ผู้สนับสนุน HealthTech Ecosystem” ภายในงาน Health Tech Thailand Executive Dinner 2026 พร้อมด้วย ผศ. นพ. วีรยะ เภาเจริญ ผู้อำนวยการศูนย์เร่งรัดวิจัยและนวัตกรรมเอกชน และ ดร.นิรุธ ศรีพวาทกุล ผู้อำนวยการสายพัฒนาคุณค่าธุรกิจและเพิ่มพูนการเรียนรู้ ร่วมแสดงความยินดี

เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล เป็นเครือโรงพยาบาลเอกชนพยาบาลเอกชน ที่มีบทบาทในการพัฒนา Digital Healthcare และเปิดพื้นที่ให้นวัตกรรมสุขภาพเข้าไปเชื่อมต่อกับบริการจริง ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ISO 56001:2024 ด้านระบบการจัดการนวัตกรรม หรือ Innovation Management System เป็นองค์กรแรกของประเทศไทย และร่วมส่งเสริมสตาร์ทอัพด้านการแพทย์และสุขภาพหลายราย เช่น N.P.I เตียงปัญญาประดิษฐ์ที่ช่วยลดแผลกดทับ 



รางวัลนี้จึงตอกย้ำถึงความมุ่งมั่น สนับสนุนการขับเคลื่อนนวัตกรรม ด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ ร่วมกับ startup และหน่วยงานในนิเวศ HealthTech ของประเทศไทยเพื่อยกระดับคุณภาพการดูแลสุขภาพให้ได้นำมาใช้จริงได้อย่างยั่งยืน

อาร์ต วศิน ผู้บริหาร รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. คว้าเกียรติยศ รางวัล ‘ศิลปินดีเด่น’ ประจำปี 2569

นายวศิน วรรณพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจองค์กร บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด เข้ารับรางวัลเกียรติยศในสาขา ศิลปินดีเด่น ประจำปี 2569  ณ เวทีประกาศรางวัล "นพเก้า ดาวมงกุฎเพชร" ซึ่งจัดขึ้น ณ หอประชุมใหญ่ อาคาร 9 บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด สำนักงานแจ้งวัฒนะ เมื่อวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา

การได้รับรางวัลในครั้งนี้สะท้อนถึงความสำเร็จและศักยภาพของคุณอาร์ต ในฐานะบุคลากรคุณภาพที่สร้างสรรค์ผลงานจนเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง โดยมี นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข  ให้เกียรติเดินทางมาเป็นประธานในพิธีเพื่อมอบรางวัลเชิดชูเกียรติในครั้งนี้

ภายหลังจากการขึ้นรับรางวัล คุณอาร์ต ได้เผยถึงความรู้สึกส่วนตัวว่า รางวัลนี้ถือเป็นเกียรติและความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง ขอขอบคุณคณะกรรมการที่เล็งเห็นถึงความตั้งใจ รางวัลนี้นอกจากจะเป็นกำลังใจสำคัญแล้ว ยังเป็นแรงผลักดันให้ผมมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ควบคู่ไปกับการปฏิบัติหน้าที่บริหารองค์กรอย่างเต็มกำลัง เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจและสร้างคุณประโยชน์ให้กับสังคมต่อไป

สำหรับเวทีงานรางวัลเกียรติยศ “นพเก้า ดาวมงกุฎเพชร” จัดขึ้นโดยรายการดาราวาไรตี้ทีวีบันเทิง เพื่อยกย่องปูชนียบุคคล ศิลปินอาวุโส และบุคคลผู้ทรงคุณค่าจากหลากหลายวงการที่สร้างประโยชน์ให้กับสังคมอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งวงการบันเทิง ศิลปะ นาฏศิลป์ รวมถึงประชาชนผู้ทำคุณประโยชน์และสร้างคุณค่าต่อสังคม

พม. Kick-off อบรมวัยเก๋า ถักไหมพรม ด้วยเครื่องอัตโนมัติ ปักหมุด 15 จว.นำร่อง หนุนสูงวัยมีงานจากฐานชุมชน


วันที่ 22 มิถุนายน 2569 นายนิกร  โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) มอบหมายนางสาวชนก จันทาทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  เป็นประธานเปิดงาน Kick-off กิจกรรมอบรมหลักสูตรการฝึกอาชีพถักไหมพรม ด้วยเครื่องถักไหมพรมขนาดใหญ่และเครื่องถักหมวกไหมพรมอัตโนมัติ ภายใต้โครงการสูงวัยมีงานจากฐานชุมชน โดยมี นายโชคชัย วิเชียรชัยยะ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ กล่าวรายงาน และคณะผู้บริหารกระทรวง พม. เข้าร่วม ณ บริเวณโถงชั้น 1 อาคารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์


นางสาวชนก กล่าวว่า ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) ตั้งแต่ปี 2566 โดยมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป คิดเป็น 1 ใน 5 ของประเทศ และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 28 เข้าสู่สังคมสูงอายุระดับสุดยอด (Super-Aged Society) ภายในปี 2576 ทำให้ผู้สูงอายุต้องเผชิญกับความท้าทายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องความมั่นคงทางรายได้ยามเกษียณ และค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ทั้งนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม). ได้ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรว่า ไม่ใช่วิกฤต แต่เป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุให้เป็นพลังขับเคลื่อนประเทศภายใต้แนวคิด Active Aging หรือ พฤฒพลัง ที่มีศักยภาพทั้งประสบการณ์และภูมิปัญญา

นางสาวชนก กล่าวว่า กระทรวง พม. จึงได้ปรับบทบาทจาก “ผู้ให้ความช่วยเหลือ” สู่ “ผู้สร้างโอกาส” ภายใต้นโยบายสำคัญ 8 ด้าน "สร้างสังคม อยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน"  โดยเฉพาะนโยบายด้านที่ 6 คือ การสร้างอาชีพ ส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุ ทั้งนี้ กระทรวง พม. โดยกรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) จึงได้ดำเนินโครงการสูงวัยมีงานจากฐานชุมชน ซึ่งขับเคลื่อนภายใต้แผนกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยกระทรวง พม. ได้สนับสนุนเป็นเครื่องมือและทักษะอาชีพที่ส่งตรงถึงชุมชน เพื่อให้ผู้สูงอายุในพื้นที่สามารถพึ่งพาตนเอง มีรายได้ที่มั่นคง และอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีในท้องถิ่น ซึ่งนอกจากจะช่วยลดภาระงบประมาณด้านสวัสดิการของรัฐในระยะยาวแล้ว ยังเป็นการเติมเม็ดเงินหมุนเวียนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน








นางสาวชนก กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับงาน Kick-off กิจกรรมอบรมหลักสูตรการฝึกอาชีพถักไหมพรม ด้วยเครื่องถักไหมพรมขนาดใหญ่และเครื่องถักหมวกไหมพรมอัตโนมัติ ภายใต้โครงการสูงวัยมีงานจากฐานชุมชน มีเป้าหมายในการนำนวัตกรรมเครื่องถักไหมพรมและวัสดุอุปกรณ์ส่งตรงถึงมือผู้สูงอายุทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ เป็นที่ต้องการของตลาด สร้างงาน สร้างรายได้ ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยมีการฝึกอบรม 3 รุ่น ระหว่างวันที่ 22 มิถุนายน - 8 กรกฎาคม 2569 สำหรับผู้สูงอายุจำนวนทั้งสิ้น 3,300 คน.ครอบคลุมพื้นที่ 15 จังหวัดในพื้นที่ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ได้แก่ ภาคเหนือ (จังหวัดพะเยา ลำปาง พิจิตร) , ภาคกลาง (จังหวัดสุพรรณบุรี ชลบุรี อ่างทอง) , ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (จังหวัดกาฬสินธุ์ หนองคาย ร้อยเอ็ด หนองบัวลำภู สกลนคร อุบลราชธานี) และ ภาคใต้ (จังหวัดกระบี่ สงขลา พัทลุง) รวมถึงผู้สูงอายุในศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ (ศพส.) จำนวน 12 แห่งทั่วประเทศ

#พม #กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ #นิกรโสมกลาง
#อาชีพ #ผู้สูงอายุ #กรมกิจการผู้สูงอายุ #ผส