05 มีนาคม 2569

OMNIX จัดงานแถลงข่าว ณ Built-in Studio Thailand เพื่อประกาศความร่วมมือในการพัฒนาแพลตฟอร์ม OMNIX — Smart Design OS

OMNIX จัดงานแถลงข่าว ณ Built-in Studio Thailand เพื่อประกาศความร่วมมือในการพัฒนาแพลตฟอร์ม OMNIX — Smart Design OS ซึ่งเป็นการร่วมพัฒนาระหว่างทีมผู้เชี่ยวชาญด้านงานออกแบบตกแต่งภายในของไทย และ Opsian Technology สหรัฐอเมริกา โดยมีเป้าหมายสร้างระบบนิเวศการทำงานแบบใหม่ของวงการตกแต่งภายในในแนวคิด SMART INTERIOR ECOSYSTEM เพื่อช่วยให้การเลือกวัสดุ การจัดทำ BOM/BOQ การออกใบเสนอราคา และการติดตามงาน “สมาร์ทขึ้น เร็วขึ้น แม่นยำขึ้น” พร้อมประกาศแผน เปิดใช้งานจริงในเดือนพฤษภาคม 2569



คุณภคภพ ช. เจริญยิ่ง | Founder / CEO, OMNIX กล่าวถึงที่มาและความตั้งใจในการพัฒนา OMNIX ว่า “OMNIX เกิดจากโจทย์จริงของงานตกแต่งภายในที่ผมเจอมาโดยตรงจากประสบการณ์ทำงานกว่า 30 ปี เราตั้งใจพัฒนาให้ OMNIX เป็น ‘หัวใจหลัก’ ของการทำงานออกแบบภายใต้แนวคิด SMART INTERIOR ECOSYSTEM ไม่ใช่แค่เครื่องมือช่วยออกแบบ แต่เป็นหัวใจของงานตกแต่งภายในทั้งระบบ ที่จะช่วยแก้ปัญหาได้รวดเร็ว ปิดงานได้เร็ว ทำงานได้มากขึ้น และลดความผิดพลาดที่เกิดซ้ำ ๆ ในโปรเจกต์”

คุณภคภพยังกล่าวเพิ่มเติมว่า OMNIX จะมี Smart AI ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยมืออาชีพ ช่วยให้การทำงาน “ง่ายขึ้น เร็วขึ้น และแม่นยำขึ้น” แบบไร้ขีดจำกัด เพื่อให้ทีมทำงานคล่องตัวและตัดสินใจได้ดีขึ้นตลอดโปรเจกต์



Mr. Jay Dastin | Director of Sales, Opsian Technology (USA) กล่าวถึงบทบาทของ Opsian และมาตรฐานการทำงานว่า  “Opsian เป็นเบื้องหลังขององค์กรชั้นนำทั่วโลก เราเชี่ยวชาญการพัฒนา AI Automation Systems ที่ถูกนำไปใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม และได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลาย ด้วยมาตรฐานการทำงานที่เป็นระบบ วันนี้เราอยากเห็น OMNIX เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะคอยสนับสนุนธุรกิจออกแบบในประเทศไทยอย่างยั่งยืน”

Mr. Jay ยังกล่าวต่อว่า ในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว Opsian มีความเชี่ยวชาญด้านการเป็นผู้นำเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมต่าง ๆ จึงมั่นใจว่า OMNIX จะเติบโตเป็น Smart Interior Ecosystem ไม่เพียงในประเทศไทย แต่สามารถขยายสู่ระดับสากลได้ในอนาคตอันใกล้

คุณภคภัค เกตุมะยูร | COO, OMNIX กล่าวว่า ด้วยประสบการณ์ในการบริหารองค์กรระดับมาตรฐานสากลกว่า 20 ปี ได้เล็งเห็นโอกาสที่ นักออกแบบชาวไทยจะมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้การทำงาน Smart ยิ่งขึ้น ทั้งนี้ แนวทางการบริหารจะเป็นการอำนวยการเพื่อเสริมประสิทธิภาพการทำงาน ของงานออกแบบ ภายใต้คอนเซป Smart Interior Ecosystem อย่างเป็นรูปธรรม ในส่วนความเชื่อมโยงระหว่างผู้ประกอบการ นักออกแบบ และเจ้าของบ้าน จะเป็นหัวใจของ OMNIX








คุณภาณุเมศวร์ เศรษฐสิริสุนทร | Marketing, Branding & Product Consultant, OMNIX กล่าวว่า OMNIX ถูกออกแบบจากทีมผู้เชี่ยวชาญที่ “รู้ปัญหาในงานจริง” โดยมีเป้าหมายทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น เร็วขึ้น และแม่นยำมากขึ้น พร้อมยืนยันกำหนดการเปิดใช้งานจริงว่า

“OMNIX ถูกพัฒนาโดยคนที่เข้าใจงานออกแบบจริง ๆ เราตั้งใจให้ workflow ของการสเปควัสดุ การทำ BOM/BOQ และการออกใบเสนอราคาเป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้ทีมทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และวัดผลได้ชัดเจน โดยมีแผนเปิดใช้งานจริงใน เดือนพฤษภาคม 2569 ในรูปแบบสมาชิก (Subscription)”

คุณภาณุเมศวร์  กล่าวเพิ่มเติมว่า ระหว่างการพัฒนา OMNIX เปิดรับ Pre-Subscription เพื่อให้กลุ่มผู้สนใจเข้ามามีส่วนร่วมและรับสิทธิพิเศษ โดยมี ส่วนลดมากกว่า 50% และสิทธิประโยชน์อื่น ๆ เพื่อร่วมสร้างระบบนิเวศงานตกแต่งภายในให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

ผู้สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ LINE OA: @OMNIX

MGC-ASIA ทำสถิติกำไรสูงสุดใหม่ ผลจากระบบนิเวศ Mobility Ecosystem


MGC-ASIA ทำสถิติกำไรสูงสุดใหม่ ผลจากระบบนิเวศ Mobility Ecosystem โครงสร้างแบรนด์พอร์ตโฟลิโอที่ลงตัว การสร้างกลยุทธ์ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า และมาตรฐานการบริการครบวงจร ครอบคลุมทุกมิติ

กรุงเทพฯ 4 มีนาคม 2569 – บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA แถลงผลการดำเนินงานปี 2568 เติบโตโดดเด่น ทำสถิติกำไรสูงสุดใหม่ สะท้อนความแข็งแกร่งของโครงสร้างธุรกิจในระบบนิเวศ Mobility Ecosystem เชื่อมโยงตั้งแต่การจำหน่ายยานยนต์พรีเมียม รถยนต์ไฟฟ้า ธุรกิจการเงิน ประกันภัย บริการหลังการขายและรถเช่า ช่วยสร้างรายได้ประจำที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บริษัทมีฐานกำไรที่แข็งแรงและเสถียรภาพสูงทั้งยอดขายยานยนต์พรีเมียม การเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า รายได้ประจำจากบริการ (Recurring Income) การฟื้นตัวของธุรกิจการเงินและประกันภัย ส่งผลให้อัตรากำไรและกระแสเงินสดของกลุ่มปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ยึดหลักการมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง โดยปีนี้เป็นการเริ่มบันทึกหน้าใหม่ เพื่อก้าวเข้าสู่การดำเนินธุรกิจยุคอนาคต

ดร.สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ปีที่ผ่านมา เป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปี ของ MGC-ASIA จากการที่เราเติบโตมาอย่างมั่นคง ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา และทำสถิติกำไรสูงสุดใหม่ ซึ่งเป็นผลจากระบบนิเวศ Mobility Ecosystem ด้วยโครงสร้างแบรนด์พอร์ตโฟลิโอ ที่ได้ถูกจัดวางอย่างดี เพื่อเกื้อหนุนธุรกิจร่วมกัน พร้อมสร้างกลยุทธ์ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าที่นำโดยเทคโนโลยี (Technology-led Differentiation) และมาตรฐานการบริการแบบครบวงจร ครอบคลุมในทุกมิติ สร้างโอกาสทางธุรกิจ รวมถึงส่งเสริมให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน ร่วมกับพันธมิตรของเราทุกๆ ราย อีกทั้งกระแสรถยนต์ไฟฟ้ายังได้รับความนิยม ส่งผลให้บริษัทมีกำไรต่อเนื่อง รวมถึงความไว้วางใจจากลูกค้ามากกว่า 700,000 ราย พร้อมพันธมิตรทางธุรกิจที่ช่วยขับเคลื่อนกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ อันส่งผลให้ธุรกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน”

++ แบรนด์พอร์ตโฟลิโอ จัดวางอย่างลงตัว เกื้อหนุนธุรกิจร่วมกัน

การเติบโตของ MGC-ASIA เป็นผลจากการวางกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจภายใต้ Mobility Ecosystem และ การจัดโครงสร้างแบรนด์พอร์ตโฟลิโออย่างลงตัว อาทิ บีเอ็มดับเบิลยู ซึ่งกำลังก้าวสู่ยุคเทคโนโลยีใหม่ ผ่านแพลตฟอร์ม ‘Neue Klasse’ ภายใต้ 3 เสาหลัก ได้แก่ แบตเตอรี่เจเนอเรชั่น 6 ประสิทธิภาพสูง ประสบการณ์ดิจิทัลยุคใหม่ และแนวคิดความยั่งยืน ขณะเดียวกัน MINI กำลังก้าวเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ ความสำเร็จในการทำตลาดรถยนต์พรีเมียมของกลุ่มบริษัท โดยเฉพาะ BMW i7 สะท้อนความเชี่ยวชาญในการบริหารผลิตภัณฑ์ระดับลักชัวรี่ ซึ่งเป็นฐานสำคัญต่อการเติบโตในระยะกลางและระยะยาว รวมถึงรถยนต์ ฮอนด้า ที่เพิ่งเปิดตัวรุ่น STEP WGN รถยนต์อเนกประสงค์ยอดนิยมโฉมใหม่  

++ กลยุทธ์ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า ที่นำโดยเทคโนโลยีใหม่

กลยุทธ์รถยนต์ไฟฟ้าของบริษัท มุ่งเน้นการจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าจีนระดับพรีเมียม คือ เอ็กซ์เผิง และ ซีเคอร์ โดยใช้แนวทาง Technology-led Differentiation เน้นคุณค่าจากคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์และสมาร์ทเทคโนโลยี แทนการแข่งขันด้านราคา ซึ่งทั้งสองแบรนด์ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคในประเทศไทย พร้อมเดินหน้าขยายเครือข่ายให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศ อีกทั้งมีแบรนด์ดังจากญี่ปุ่น ที่อยู่คู่คนไทยมายาวนานอย่าง ฮอนด้า ที่เปิดตัวยานยนต์ไฟฟ้ารุ่น e:N1 ที่มาพร้อมเทคโนโลยีและประสิทธิภาพครบครัน

++ บริการมาตรฐานและครบวงจร ครอบคลุมทุกมิติ

กลุ่มธุรกิจบริการหลังการขาย ยังคงสร้างรายได้และกำไรอย่างต่อเนื่อง ด้วยเครือข่ายศูนย์บริการ บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ และ ฮอนด้า รวมถึง เอ็มเอ็มเอส ศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจรมาตรฐานสากล 19 สาขาทั่วประเทศ ช่วยสร้างฐานกำไรที่มั่นคงในระยะยาว

ธุรกิจรถเช่า SIXT Thailand เติบโตต่อเนื่อง โดยบริษัทเป็นผู้บุกเบิกบริการเช่ารถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมรายแรกในประเทศไทย และปี 2568 บริษัทเพิ่มรถ เอ็กซ์เผิง และ ซีเคอร์ ทั้งรูปแบบเช่าระยะยาวและระยะสั้น เปิดโอกาสให้ลูกค้าทดลองใช้เทคโนโลยี EV ก่อนตัดสินใจซื้อ สร้าง Synergy ระหว่างธุรกิจรถเช่าและธุรกิจจำหน่ายอย่างชัดเจน พร้อมบริหารอายุสินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาผลตอบแทนระยะยาวธุรกิจการเงินและประกันภัยกลับเข้าสู่รอบเติบโต หลังผ่านวัฏจักรเศรษฐกิจ โดยพอร์ตสินเชื่อ Alpha X ที่เน้นกลุ่ม High Net Worth ผ่าน Wealth Lending และธุรกิจประกันภัย Howden Maxi มีรายได้ค่าธรรมเนียมประกันภัยเติบโตต่อเนื่อง ครอบคลุมใบอนุญาตนายหน้าประกันภัยนิติบุคคล ครบทั้ง 3 ประเภท ได้แก่ ประกันวินาศภัย ประกันภัยต่อ และประกันชีวิต นำเสนอทางเลือกที่มีความหลากหลาย และสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้ครอบครอง



ขณะที่ MGC-MOBILIFE แพลตฟอร์มลอยัลตี้โปรแกรมสำหรับลูกค้าในเครือ พร้อมมอบสิทธิประโยชน์เหนือระดับ กับของรางวัลพิเศษหลากหลายประเภท ที่ลูกค้าสามารถนำคะแนนสะสมจากการซื้อยานยนต์ หรือใช้บริการบริษัทในเครือฯ มาแลกรับสิทธิพิเศษด้านต่างๆ อาทิ เช่น สุขภาพ, การท่องเที่ยว และอื่นๆ

++ พัฒนาเพื่อยกระดับทั้งองคาพยพ

ปัจจุบัน MGC-ASIA มีเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการรวม 20 แบรนด์ในประเทศไทย และอยู่ระหว่างขยายเพิ่มตามภูมิภาค บริษัทมีเครือข่าย SIXT ใน สปป.ลาว 2 สาขา และมาเลเซีย 8 สาขา รวมทั้งหมด 130 สาขา พื้นที่ใช้สอยกว่า 290,000 ตารางเมตร พร้อมเครือข่ายบริการหลังการขาย 44 สาขาทั่วประเทศ 331 ช่องซ่อม และช่างเทคนิคที่ผ่านมาตรฐานจากบริษัทผู้ผลิต 324 ท่าน รวมจำนวนช่างที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการบำรุงรักษารถยนต์ไฟฟ้า ดำเนินงานผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ (Strategic Alliance) กับพันธมิตรธุรกิจ ซึ่งช่วยขยายการดำเนินงานได้อย่างลงตัว

บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพนักงานในองค์กรให้สูงขึ้นในทุกระดับตำแหน่ง ผ่านการฝึกอบรมเชิงช่างและ soft skills รวมถึง AI ให้เหมาะสมกับการทำงานในปัจจุบัน เสมือนเป็นการติดอาวุธทางความคิด เพื่อให้พร้อมต่อการเติบโตในหน้าที่การงาน และล่าสุด มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป คว้ารางวัล SUSTAINABLE AWARDS 2025 สาขา ‘Outstanding Contribution to CO2 Reduction’ จาก บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนด้วยการลดการปล่อยคาร์บอน ผ่านการติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่ลดค่าไฟได้ 35% ปรับไฟเป็นแอลอีดี ลดการใช้ไฟฟ้า 5.4% ใช้ระบบดิจิทัลลดกระดาษ และปลูกป่า 10 ต้น ต่อรถ 1 คัน ที่ส่งมอบ

MGC-ASIA ผ่านการประเมิน SET ESG Ratings ประจำปี 2568 เป็นปีแรก ในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม โดยเป็น 1 ใน 265 บริษัทจดทะเบียนที่ได้รับการประกาศผลการประเมินจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) สะท้อนถึงศักยภาพและความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบที่พร้อมขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างสมดุลอย่างดีเยี่ยมในทุกมิติ ทั้งสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล

สายสีแดง รับรางวัล Top 5 Best Brand Performance on Social Media สายสีแดง รับรางวัล Top 5 Best Brand Performance on Social Media


สายสีแดง รับรางวัล Top 5 Best Brand Performance on Social Media สาขา Mass Transit จากเวที Thailand Social Awards 2 ปีซ้อน 

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เข้ารับรางวัล “FINALIST” 1 ใน 5 หน่วยงานที่ถูกคัดเลือกให้เป็น 5 อันดับสุดท้าย ในกลุ่มรางวัล Best Brand Performance On Social Media สาขา Mass transit & Transportation (กลุ่มธุรกิจขนส่งสาธารณะและขนส่งมวลชน) จากงาน “Thailand Social Awards ครั้งที่ 14 ซึ่งจัดขึ้นโดย บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด ณ ICONSIAM HALL ห้างสรรพสินค้า ICONSIAM ซึ่งรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ได้รับเลือกให้เข้ารับรางวัลเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน

ทั้งนี้ รางวัลดังกล่าว ถือเป็นการตอกย้ำว่ารถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เป็นหน่วยงานที่มีการพัฒนาการใช้โซเชียลมีเดียอย่างสร้างสรรค์ และมีประสิทธิภาพ ซึ่งบริษัทฯ เล็งเห็นถึงความสำคัญของการให้ข้อมูลที่เกี่ยวกับรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงผ่านช่องทางสื่อโซเชียลมีเดียทุกแพลตฟอร์ม ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ใช้บริการทุกกลุ่ม

บริษัทฯ ขอให้คำมั่นว่า จะมุ่งมั่นพัฒนาองค์กรในทุกมิติอย่างต่อเนื่อง รวมถึงรักษามาตรฐานการปฏิบัติงานในด้านการเดินรถไฟฟ้า และซ่อมบำรุง พร้อมทั้งรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจขององค์กร อันจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนได้อย่างยั่งยืน

โดยท่านสามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง โซเชียลมิเดียทุกแพลตฟอร์ม
Facebook Fan Page, Twitter , Instagram, Youtube, Tiktok พิมพ์ชื่อ “RED Line SRTET”
หรือส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง และ www.srtet.co.th

“มากกว่าการเดินทางคือ ...ความพิเศษ”
รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

เริ่มแล้ววันนี้ !! มหกรรมชี้ช่องรวย “Vending Machine Business”

เริ่มแล้ววันนี้ !! มหกรรมชี้ช่องรวย “Vending Machine Business”  ธุรกิจแฟรนไชส์ยุคใหม่ทำเงิน 24 ชม.  วันที่ 5–8 มี.ค. 69 ณ M FASHION HALL 1 ชั้น G เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ  คาดเงินสะพัด 25 ลบ. 

เริ่มวันนี้วันแรกสำหรับมหกรรมชี้ช่องรวย ครั้งที่ 19 “Vending Machine Business – มัดรวมธุรกิจแฟรนไชส์ยุคใหม่ทำเงิน 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องจ้างคนเฝ้าร้าน  ไม่ต้องใช้ทีมบริหารจำนวนมาก  รายได้ต่อยอดเพิ่มไม่จำกัดขยายตามจุดการลงทุน  มีระบบจัดการง่ายผ่านออนไลน์ จัดเต็มพื้นที่หลากหลายแบรนด์ทั้งธุรกิจสะดวกซัก  ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ  ธุรกิจหยอดเหรียญ และธุรกิจบริการ ขนโปรโมชั่นลดแรงรับต้นปี  

อย่าพลาด!! วันที่ 5-8 มีนาคม 2569 ณ ชั้น G เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ คาดเม็ดเงินสะพัดในงานราว 25 ล้านบาท 


คุณวิมลณ์เกศ สุวพัฒน์ธุนากร ผู้บริหาร บริษัท พีเอ็มจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้จัดงาน มหกรรมชี้ช่องรวย ครั้งที่ 19“Vending Machine Business – มัดรวมธุรกิจแฟรนไชส์ยุคใหม่ทำเงิน 24 ชั่วโมง กล่าวถึงการจัดงานครั้งนี้ว่า “การจัดงานมหกรรมชี้ช่องรวยธุรกิจและแฟรนไชส์ใน ครั้งที่ 19  ภายในงานพบกับเครื่องทำเงินหลากหลายรูปแบบ ที่ตอบโจทย์นักลงทุนยุคใหม่ อาทิ เครื่องซักผ้าอัตโนมัติ เครื่องล้างรถอัตโนมัติ เครื่องล้างหมวกกันน็อค ตู้ฝากเหรียญระบบอัตโนมัติ  ตู้กดน้ำแข็ง ตู้ ถ่ายภาพ AI Innovation เทรนด์ใหม่สายโซเชียล ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติรูปแบบใหม่ ที่รองรับทุกโลเคชั่น และนวัตกรรมสร้างรายได้อีกมากมายที่ช่วยให้คุณมี ธุรกิจแฟรนไชส์ยุคใหม่ทำเงิน 24 ชั่วโมง ได้อย่างแท้จริง  ตอบโจทย์ Generation ใหม่ ที่ต้องการสร้างรายได้หลายทาง บริหารจัดการง่ายด้วยระบบอัตโนมัติ ลงทุนครั้งเดียวเก็บเกี่ยวรายได้ระยะยาว  มาจัดแสดงธุรกิจพร้อมโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะในงานเท่านั้น”  

สำหรับแบรนด์ธุรกิจที่ยกขบวนในงาน มหกรรมชี้ช่องรวยธุรกิจและแฟรนไชส์ Vending Machine Innovation ในครั้งนี้รวบรวมแบรนด์ชั้นนำน่าลงทุนมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจสะดวกซัก VJ speed queen by VJ Group , Clean Chain, Washenjoy, CleanUp24 Laundry, Trendy Wash, anniewashdry, เครื่องกดน้ำยาซักผ้าและน้ำยาปรับผ้านุ่ม Wash World,  , ธุรกิจตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ TSR Living Solution, SUN 108,  Veloce vending, แฟรนไชส์เก้าอี้นวด Momu , กาแฟอัตโนมัติ 24 ชั่วโมงคอฟฟี่,  Farmhouse Vending Machine, CAT Carwash,  ธุรกิจผลิตน้ำแข็ง Master Ice, ตู้น้ำด่างหยอดเหรียญ ALKALINE WATER , เครื่องฝากเหรียญอัตโนมัติ Coin Dragon, ไบร์โอเชฟ จำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า  เป็นต้น


เรามุ่งหวังว่าการจัดงานครั้งนี้ จะมีส่วนสำคัญในการสร้างเงินสร้างอาชีพให้แก่คนไทยในยามที่เศรษฐกิจมีความผันผวนไม่แน่นอนในปัจจุบัน การมีรายได้ที่เพิ่มขึ้น อาชีพที่มั่นคง เก็บเกี่ยวผลกำไรระยะยาว และมีระบบช่วยในการบริหารจัดการ น่าจะเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนที่มองหาอาชีพในยุคนี้   จึงขอเชิญชวนมาเดินงานนี้ พูดคุยเจรจาธุรกิจกับเจ้าของตัวจริง ที่มาพร้อมกับโปรโมชั่นจัดเต็มเฉพาะในงานนี้เท่านั้น  สำหรับงานนี้คาดว่าจะสร้างเม็ดเงินสะพัดได้ราว 25 ล้านบาท” คุณวิมลณ์เกศ กล่าวทิ้งท้าย 

จึงขอเชิญชวนผู้ที่สนใจโมเดลธุรกิจแฟรนไชส์ยุคใหม่ทำเงิน 24 ชั่วโมง เพื่อเป็นช่องทางรายได้ใหม่  วัยเกษียณที่ต้องการเปลี่ยนพื้นที่ว่างให้สร้างเม็ดเงิน  รวมทั้งผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจมาเดินงานนี้ มหกรรมชี้ช่องรวย ครั้งที่ 19 “Vending Machine Business – ธุรกิจแฟรนไชส์ยุคใหม่ทำเงิน 24 ชั่วโมง จัดเต็มตลอด 4 วัน วันที่ 5–8 มีนาคม 2569  ณ M FASHION HALL 1 ชั้น G เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 094-915-4624, 062-845-9515

ลงทะเบียนเข้างานล่วงหน้าคลิก >> https://forms.gle/zWn5gZZBCYh4VGFc7

02 มีนาคม 2569

อุตสาหกรรมเรือคึกคัก Riverdale Marina Boat Fair #4 กระแสตอบรับดี

ชูไฮไลท์นวัตกรรมยานยนต์ทางน้ำ พร้อมกิจกรรมสุดสร้างสรรค์รักษ์โลก


ปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่ท่ามกลางความประทับใจของผู้ร่วมงานมหกรรมเรือ Riverdale Marina Boat Fair # 4  ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง บริษัท พี อาร์ จี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)  โดยได้รับเกียรติจาก นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เป็นประธาน พร้อมด้วย ดร.ธวัชชัย อึ้งอัมพรวิไล นายกเทศมนตรีเมืองบางกะดี  นายอำนาจ สอนหมวก ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขานนทบุรี พ.ต.ท.เนติ รุ่งฟ้าแสงอรุณ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ปากคลองรังสิต และแขกผู้มีเกียรติทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชนมาร่วมพิธีเปิดงานและเยี่ยมชมงาน โดย นางสาวพิมลรัตน์  จิตภาวนาสกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สายการตลาด บริษัท พี อาร์ จี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ริเวอร์เดล มารีน่า จำกัด กล่าวว่า ปีนี้ได้รับกระแสตอบรับดีจากผู้เยี่ยมชม กระตุ้นยอดขายเรือและอุปกรณ์เรือ และได้รับความชื่นชมจากผู้เข้าร่วมและพันธมิตร ภายใต้เป้าหมายของการเป็นศูนย์กลางคอมมูนิตี้คนรักเรือและกิจกรรมทางน้ำได้พบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ รวมถึงเป็นพื้นที่ให้กับผู้ประกอบการและลูกค้า ถือเป็นความสำเร็จของการจัดงาน

ไฮไลท์ปีนี้ยังคงมุ่งมอบประสบการณ์ และความตื่นตาตื่นใจเปิดโลกเทคโนโลยีนวัตกรรมยานยนต์ทางน้ำหลากหลายแบรนด์ มาจัดแสดง เพื่อมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า พร้อมได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดจากการทดลองขับเรือจริง อาทิ เรือนลินญาและเรือสาโรช    เรือคลาสิกแบรนด์ชั้นนำจากต่างประเทศ ยกระดับด้วยเครื่องยนต์ Ilmor ผสมผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่สู่ดีไซน์วินเทจ หรือจะเป็นนวัตกรรมระดับโลกอย่าง Candela C-8 EV Hydrofoil  เรือไฮโดรฟอยล์ไฟฟ้าจากแบรนด์ Candela ประเทศสวีเดน ใช้เทคโนโลยี Hydrofoil ยกตัวเรือพ้นผิวน้ำ  ลดแรงต้านน้ำ ประหยัดพลังงาน และล่องเรืออย่างนุ่มนวลด้วยประสิทธิภาพเหนือระดับ  ความเร็วสูงสุด 30 นอต ระยะทางต่อการชาร์จสูงสุด 57 ไมล์  







อีกหนึ่งผลงานฝีมือเด็กไทยที่น่าภาคภูมิใจ ภานุพงศ์  ใบลี เจ้าของเรือแบรนด์ Bailey Boat  กล่าวว่า “ผมมาร่วมงาน Riverdale Marina Boat Fair  ทุกปี เป็นพื้นที่สำหรับคนรักเรือจริงๆ ปีนี้พิเศษนำเรือใหม่เปิดตัวที่นี่ครั้งแรก รุ่น Garrett  เป็นเรือสันทนาการรุ่นล่าสุด ขนาด 18 ฟุต ดีไซน์ American Classic Modern ผสานความวินเทจ เข้ากับฟังก์ชันการใช้งานแบบเรือสมัยใหม่ ตอบโจทย์ผู้ที่หลงใหลในสไตล์คลาสสิก แต่ต้สมรรถนะทันสมัยการขับขี่โดดเด่น ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายถูกใจทั้งมือใหม่และนักเล่นเรือครับ”

คณิศร  โรจนพานิช  เจ้าของเพจ Jew Adventure กล่าวว่า  ยอดขายปีนี้ถือว่าดีมาก โดยเฉพาะกลุ่มเจ็ตสกี ถูกจองหมดทุกคันที่นำมาแสดงในงาน เพราะเราพร้อมให้บริการลูกค้าทั้งคำแนะนำและบริการหลังการขายที่ประทับใจ “จากที่ได้พูดคุยลูกส่วนใหญ่บอกว่ามารีน่า ริเวอร์เดล เป็นคอมมูนิตี้มอลล์มีความหลากหลาย หากสนใจเรื่องเรือ สามารถมาหาข้อมูลเลือกซื้อเรือหลากหลายราคาจับต้องได้   มีพื้นที่จอด  และทดลองขับ อำนวยความสะดวกทุกอย่างที่นี่จึงตอบโจทย์คนรักเรือครบจบในงานเดียวครับ”

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมอนุรักษ์แม่น้ำ SUP Fancy & CSR  เปิดพื้นที่รวมพลคนรักษ์โลกและชื่นชอบการผจญภัยทางน้ำมายกทีมพาย SUB เก็บขยะในแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อรณรงค์สร้างจิตสำนึกลดมลพิษทางน้ำ รวมถึงการอบรมหลักสูตรขับเรือยนต์ขนาดเล็ก อัดแน่นความรู้ทางกฏหมาย และเทคนิคการขับเรืออย่างถูกต้องทั้งภาคทฤษฏีและปฏิบัติ จากผู้เชี่ยวชาญ ในส่วนความบันเทิงจัดเต็มไม่แพ้กันกับ 2 นักร้องคุณภาพแถวหน้าของไทย “ป๊อบ ปองกูล” และ“เจนนิเฟอร์ คิ้ม” ที่ทั้งร้อง เล่น เต้นโชว์ เรียกได้ว่า Riverdale Marina Boat Fair # 4  ถือเป็นมหกรรมเรือที่ถูกใจกลุ่มคนรักเรือ ได้รับความสุนทรีดื่มด่ำบรรยากาศยามเย็นริมน้ำเจ้าพระยา พร้อมกระทบไหล่เหล่ากูรูวงการเรือ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์และเปิดพื้นที่เจรจาทางธุรกิจแบบครบวงจร สำหรับการจัดงานมหกรรมยานยนต์แห่งสายน้ำเจ้าพระยาครั้งถัดไป ประจำปี 2570 Riverdale Marina Boat Fair # 5 มีกำหนดจัดงาน วันที่ 27 - 31 มกราคม 2570 ที่ริเวอร์เดล มารีน่า ปทุมธานี


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ Riverdale Marina โทร. 062-5971875 https://www.facebook.com/riverdalemarina.bangkok 

27 กุมภาพันธ์ 2569

เบื้องหลังความสำเร็จการปั้นคอนเทนต์สุขภาพของโรงพยาบาลพญาไทที่ครองใจชาวโซเชียลถึง 3 ปีซ้อน


การบริหารด้วยแนวคิด “เข้าใจและเข้าถึง” เบื้องหลังความสำเร็จในการปั้นคอนเทนต์สุขภาพของโรงพยาบาลพญาไทที่ครองใจชาวโซเชียลถึง 3 ปีซ้อน ตอกย้ำรางวัลโรงพยาบาลที่ทำผลงานโดเด่นบนโลกออนไลน์

ในวันที่คนไทยกว่า 94% เข้าถึงอินเตอร์เน็ต มีการใช้โซเชียลมีเดียวันละไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง จึงไม่แปลกที่โลกออนไลน์จะเต็มไปด้วยคอนเทนต์จำนวนมหาศาลที่แข่งขันกันดึงความสนใจ ขณะเดียวกัน ‘สุขภาพ’ กลายเป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกว่า 89.3% ของผู้ใช้งานติดตามหรือค้นหาข้อมูลสุขภาพออนไลน์ทุกวัน

ดังนั้นการจะสร้างคอนเทนต์สุขภาพให้โดดเด่น แตกต่าง และสามารถดึงความสนใจได้อย่างต่อเนื่อง จึงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถึงอย่างนั้นโรงพยาบาลพญาไทก็ยังสามารถสร้าง engagement คว้าใจชาวโซเชียลมาครองได้อย่างต่อเนื่องจนได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในโรงพยาบาลที่ทำผลงานโดดเด่นที่สุดบนโลกออนไลน์ (1 of 5 Finalist of Best Brand Performance on Social Media) จากงาน Thailand Social Award


คุณวัชราภรณ์ เจริญธรรมวัชณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารการออกแบบและสร้างสรรค์กลยุทธ์ การสื่อสารการตลาดดิจิตอล เครือรพ.พญาไท-เปาโล ได้กล่าวถึงเบื้องหลังความสำเร็จว่า หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่ไอเดียเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ “ทัศนคติ” และ “ระบบการทำงาน” ที่ทำให้ทุกคนในทีมเข้าใจ Vision เดียวกัน และพร้อมขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกันอย่างมี Alignment

การบริหารทีมดิจิทัลที่ประกอบด้วย Skill Set ที่หลากหลาย ทั้ง Creative, Designer, Online Marketer, Web Platform Developer และ Branding Communicator ในฐานะพี่ใหญ่ของน้องๆ จึงจำเป็นต้องสร้าง “Common Language” หรือภาษากลางในการสื่อสาร เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพเดียวกัน ตั้งแต่ Strategy ไปจนถึง Execution ทีมจึงเน้นการทำ Co-creation ผ่านการ Brainstorm, Workshop และ Sprint Session เปิดพื้นที่ให้ทีมแลกเปลี่ยนไอเดีย ทดลองจริง และเรียนรู้จาก Dataทำให้ทุกแคมเปญไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความรู้สึก แต่ขับเคลื่อนด้วย Insight เราใช้ A/B Testing, Data Analytics และ Audience Behavior Mapping เพื่อวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายอย่างลึกซึ้ง ว่าพวกเขาอยู่ในช่วง Customer Journey ไหน กำลังกังวลเรื่องอะไร และต้องการข้อมูลแบบใด เพื่อออกแบบคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์และเข้าถึงได้กลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด และในการครีเอทคอนเทนต์สุขภาพ ความน่าเชื่อถือคือ Core Asset ทีมจึงมีการทำงานร่วมกับแพทย์ พยาบาล นักโภชนาการ และเภสัชกรอย่างใกล้ชิด เพื่อนำองค์ความรู้ทางการแพทย์มาย่อยให้เข้าใจง่ายและสื่อสารบนแพลตฟอร์มดิจิทัล เพราะเราเชื่อว่า “Understanding creates Trust”  เมื่อเราเข้าใจผู้บริโภคอย่างแท้จริง เราจะสามารถสื่อสารในแบบที่ทำให้แบรนด์กลายเป็น Health Buddy มากกว่าแค่เป็นผู้ให้บริการ ในขณะเดียวกัน การเข้าใจตัวเองก็สำคัญไม่แพ้กัน เราต้องรู้จุดแข็งของทีม และมองเห็นช่องว่างที่ต้องพัฒนา นำ Data และ Expertise มาผสานกันอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างคอนเทนต์ที่ไม่เพียงตอบโจทย์การสื่อสาร แต่สามารถสร้าง Impact ระยะยาวต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคได้

คุณ ชนิสรา เกศเกื้อวิริยะกุล ผู้จัดการส่วนบริหารกลยุทธ์การสื่อสารการตลาดดิจิตอล เครือรพ.พญาไท-เปาโล ได้เล่าถึงกระบวนการการทำงานในส่วนงานสร้างสรรค์เนื้อหาบนสื่อโซเชียลมีเดียว่า การสร้างคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดียของโรงพยาบาลพญาไท เริ่มจากการทำงานร่วมกับทีม Analytics โดยใช้ data จากพฤติกรรมผู้ใช้งานบนโลกออนไลน์มาวิเคราะห์ เพื่อหา insight ของผู้คนในแต่ละช่วงเวลา ทั้งในมิติ seasonal และกระแสสังคม ณ ขณะนั้น โดยมีเป้าหมายคือให้คอนเทนต์สอดคล้องกับบริบทที่กลุ่มเป้าหมายกำลังเผชิญอยู่ สิ่งนี้จะทำให้เกิด engagement ได้จริง เช่น ในช่วงเลือกตั้ง ทีมได้นำ format ป้ายหาเสียงมาประยุกต์เป็นแคมเปญ “หาเสียงของแพทย์” ในแต่ละสาขาความเชี่ยวชาญ ซึ่งสามารถเชื่อมโยงกับกระแสสังคมได้ทันที และสร้าง engagement ได้ในระดับที่ดีมาก อีกแนวทางสำคัญของทีมคือ การให้ความสำคัญกับ Communication Feeling ที่ไม่ใช่แค่การโปรโมทความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ แต่ลงลึกไปถึงความแตกต่างในแต่ละ Generation ทั้ง lifestyle, emotional pain, expectation ไปจนถึง Relationship ของพวกเขากับคนรอบตัว จากนั้นจึง craft message ให้ตรงกับวิธีคิดของแต่ละกลุ่ม เพื่อให้เนื้อหาสามารถเข้าถึงและโดนใจจนสามารถสร้างความรู้สึกร่วมให้เกิดขึ้นได้ด้วยเหตุนี้ คอนเทนต์ของโรงพยาบาลพญาไทจึงผ่านกระบวนการคิดหลายชั้น และดีไซน์เป็นหลายเวอร์ชั่น เพื่อรองรับความหลากหลายของผู้ชมบนโลกออนไลน์ในปัจจุบัน และขั้นถัดไปคือการทำให้คอนเทนต์ในแต่ละเวอร์ชั่นถูกส่งไปถึงกลุ่มคนบนโลกออนไลน์ที่ใช่ที่สุดผ่านการวาง distribution ที่เหมาะสม

คุณเกศนี พัฒนกูล ผู้จัดการส่วนบริหารการตลาดสื่อดิจิตอลและการวิเคราะห์ข้อมูล เครือรพ.พญาไท-เปาโล ได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า หัวใจสำคัญของการสื่อสารในโลกยุคใหม่ ไม่ใช่เพียงแค่การส่งสารออกไปให้มากที่สุด แต่คือการส่งสารที่ ‘เข้าใจ’ และ ‘รู้ใจ’ ผู้บริโภคในจังหวะเวลาที่ถูกต้องและเหมาะสมที่สุดการบริหารจัดการข้อมูลหลังบ้าน (Back-end Data) จึงไม่ใช่เพียงแค่การสรุปตัวเลขยอดขายหรือสถิติการเข้าชม แต่ครอบคลุมถึงการวิเคราะห์เชิงลึกด้านพฤติกรรมผู้บริโภค (Consumer Behavioral Insight) ทั้งจากบทสนทนาในแพลตฟอร์ม E-commerce และ Social Media ทุกช่องทาง เพราะข้อมูลเหล่านี้คือ ‘เสียงสะท้อนที่มีคุณค่า’ ที่ทำให้ทีมเข้าใจเข้าใจความต้องการ ความกังวล และแรงจูงใจที่ซ่อนอยู่ได้อย่างแท้จริงเมื่อได้ข้อมูลเชิงลึกที่ชัดเจน ทีมจึงสามารถต่อยอดสู่การพัฒนาคอนเทนต์และกลยุทธ์การสื่อสารที่ “ถูกที่ ถูกเวลา และตรงใจ” มากยิ่งขึ้น เพราะสำหรับเราการทำการตลาดไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของตัวเลขทางธุรกิจ แต่คือการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคเป้าหมายที่แท้จริงจึงไม่ใช่เพียงยอดการเข้าถึงหรือการมีส่วนร่วมที่เพิ่มขึ้น แต่คือการสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคมองโรงพยาบาลในฐานะเพื่อนคู่คิดด้านสุขภาพที่ไว้วางใจได้ในทุกช่วงชีวิต

นี่เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจและเป็นแรงผลักดันให้ทีมพัฒนาการทำงานพร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับชาวโซเชียลในการเป็นแหล่งข้อมูลสุขภาพที่น่าเชื่อถือ และเป็นกำลังใจในการให้บริการที่ดีมากยิ่งขึ้นด้วยความมุ่งมั่นและทุ่มเทของทุกคนในโรงพยาบาลพญาไทที่อยากให้คนไทยทุกคนมีสุขภาพดี

ห้องอาหารพระยา ไดนิ่ง ขึ้นชื่อเรื่องการรังสรรค์เมนูอาหารไทยโบราณ บรรยากาศคฤหาสน์ 100 ปี

มาลิ้มลอง MICHELIN Selected Dining เมนูอาหารไทยในราชสำนักที่ปรุงอย่างพิถีพิถัน ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลด้วยมนต์เสน่ห์แห่งอดีต ที่ ห้องอาหารพระยา ไดนิ่ง สุดยอดห้องอาหารไทยชาววังบรรยากาศดีริมแม่น้ำเจ้าพระยา ขึ้นชื่อเรื่องการรังสรรค์เมนูอาหารไทยโบราณในบรรยากาศคฤหาสน์ 100 ปี ริมแม่น้ำเจ้าพระยา




ห้องอาหารพระยาไดนิ่ง ตั้งอยู่ในโรงแรมพระยาพาลาซโซ การเดินทางต้องนั่งเรือข้ามฟากไปของร้าน ตัวอาคารเป็นสไตล์ปัลลาดีโออายุนับร้อยปี ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา การตกแต่งภายในเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์แห่งอดีตกาล โดยเมนูที่รวมความเป็นเอกลักษณ์ตั้งแต่สมัยสุโขทัย อยุธยา รัตนโกสินทร์ ต้นตำรับไทยชาววังโบราณแล้วบรรจบที่กรุงเทพมหานครที่ร่วมสมัย อาทิเช่น แสร้งว่ากุ้ง แกงระแวง หมูผัดผัดส้มเสี้ยว แกงเนื้อผัดน้ำขลุกขลิกใส่ขมิ้นชันและตะไคร้เพิ่มรสชาติ แกงรัญจวนหมู กระทงทองไก่ เพื่อดึงกลิ่นหอมและมิติของรสชาติให้ลุ่มลึก








เชฟโจ เชฟภัทร์นิธิ ตั้งพีรพัฒน์ Chef Joe - Patnit Tangpeerapat Senior Executive Chef ประจำห้องอาหารพระยา ไดนิ่ง (Praya Dining) ณ โรงแรมพระยา พาลาซโซ่ ซึ่งเป็นเชฟมากประสบการณ์ที่เชี่ยวชาญอาหารไทยโบราณและอาหารตะวันตก ห้องอาหารพระยา ไดนิ่ง ขึ้นชื่อเรื่องการรังสรรค์เมนูส่งต่อความอร่อยผ่านจานอาหารไทยทำอาหารด้วยความจริงจัง และตั้งใจในทุกขั้นตอนอาหารไทยโบราณในบรรยากาศคฤหาสน์ 100 ปี ริมแม่น้ำเจ้าพระยา 





วันนี้ เชฟโจ บอกเล่าประสบการณ์ และรังสรรค์พิเศษอย่างประณีต เชฟโจ นำเมนูอาหารพร้อมทานและขนมหวาน เติมเต็มประสบการณ์การรับประทานอาหารอย่างสมบูรณ์แบบ ถ่ายทอดเสน่ห์ของวัตถุดิบไทยคุณภาพเยี่ยมจากทั่วประเทศ ในครั้งนี้ เชฟโจนำเมนูไฮไลท์ของเชฟชื่อดังอย่าง... คฤหาสน์แสนโรแมนติกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทุกคอร์สถูกยกระดับด้วยเทคนิคการปรุงอย่างพิถีพิถัน เพื่อดึงกลิ่นหอมและมิติของรสชาติให้ลุ่มลึกยิ่งขึ้น

ให้บริการทุกวัน | เวลา 17:00 – 20:00 น.
Book Now: ห้องอาหารพระยา ไดนิ่ง
Location: โรงแรมพระยาพาลาซโซ 757/1 ซ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า 2 แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด, กรุงเทพ📞 +66 81 402 8118 | +66 28 832 998
📲 WhatsApp: +66 81 402 8118
💌 reservation@prayapalazzo.com
💬 LINE: @prayapalazzo (https://lin.ee/PHnSfiC)

#PrayaPalazzo #Bangkok #PrayaDining
#toptotravel #พระยาพาลาซโซ่ #ห้องอาหารพระยาไดนิ่ง