17 สิงหาคม 2569

ฟอร์จูนทาวน์ ผนึกกำลัง R3 Autosphere ลุยบิ๊กแคมเปญส่งท้ายปี

‘The Journey Begins’ ปลุกเศรษฐกิจ New CBD ไตรมาส 4


17 สิงหาคม 2569, กรุงเทพฯ – ฟอร์จูนทาวน์ (Fortune Town) ศูนย์รวมไอทีและไลฟ์สไตล์ครบวงจรย่านรัชดา–พระราม 9 ภายใต้การบริหารของ บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND ประกาศความร่วมมือทางธุรกิจครั้งสำคัญกับ R3 Autosphere ผู้นำด้านยานยนต์ครบวงจร เดินหน้าสร้างพันธมิตรข้ามอุตสาหกรรม เพื่อเชื่อมโยง Ecosystem ของทั้งสองธุรกิจเข้าด้วยกัน พร้อมเตรียมส่งมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งและไลฟ์สไตล์สุดพิเศษผ่านกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกันในไตรมาส 4 ปี 2569 ยกระดับย่านรัชดา-พระราม 9 สู่การเป็นฮับแห่งพลังสร้างสรรค์และการเดินทางแห่งอนาคต

ความร่วมมือครั้งสำคัญนี้ได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหารระดับสูงของทั้งสององค์กรเข้าร่วมประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการ นำโดย คุณจักรพันธ์ ปิยะพฤกษพรรณ ผู้อำนวยการบริหาร CP LAND และคุณอณุวัฏ ดำริห์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการส่วนงานเช่าและการตลาด CP LAND ในฐานะผู้บริหารศูนย์การค้าฟอร์จูนทาวน์ พร้อมด้วย คุณเกียรติ ตั้งตรงศักดิ์, คุณวรวรรณ ตั้งตรงศักดิ์ และ คุณแวววรรณ ตั้งตรงศักดิ์ คณะผู้บริหารระดับสูงจาก R3 Autosphere ร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึก

คุณจักรพันธ์ ปิยะพฤกษพรรณ ผู้บริหารศูนย์การค้าฟอร์จูนทาวน์ เปิดเผยว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้ เกิดขึ้นจากความตั้งใจร่วมกันในการผนึกกำลังเพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายทางธุรกิจระหว่างผู้นำศูนย์การค้าด้านไอที-ไลฟ์สไตล์ และผู้นำตลาดอุตสาหกรรมยานยนต์ การผสานจุดแข็งของทั้งสองแบรนด์จะช่วยขยายฐานลูกค้าและสร้างปฏิสัมพันธ์ใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภคในยุคดิจิทัล โดยฟอร์จูนทาวน์พร้อมแล้วที่จะเปิดพื้นที่เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ผ่านการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายในไตรมาส 4 ปี 2569 ภายใต้แคมเปญใหญ่ ‘Fortune Town A Season of Wonder : The Journey Begins’ ซึ่งเราปักหมุดให้เป็นจุดเริ่มต้นของการส่งมอบความสุข ความสนุกสนานในทุกมิติของการช้อปปิ้งและการเดินทางช่วงปลายปี เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและกำลังซื้อในย่าน New CBD ให้กลับมาคึกคักอย่างเต็มรูปแบบ”

ทางด้านคุณเกียรติ ตั้งตรงศักดิ์ ผู้บริหาร R3 Autosphere กล่าวเสริมว่า “ในฐานะที่ R3 Autosphere เป็นผู้นำด้านยานยนต์ที่มุ่งมั่นตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การเดินทางของผู้บริโภค การได้ร่วมมือกับทางฟอร์จูนทาวน์ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กด้านไอทีและไลฟ์สไตล์ใจกลางเมือง ถือเป็นก้าวสำคัญในเชิงการตลาดที่ทำให้แบรนด์สามารถเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่และผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงได้อย่างตรงจุด แคมเปญ ‘The Journey Begins’ จะเป็นก้าวสำคัญที่เราจะมอบสิทธิประโยชน์เหนือระดับเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ซึ่งเรามั่นใจว่าจะสามารถส่งมอบความคุ้มค่าและประสบการณ์พิเศษที่หาจากที่ไหนไม่ได้ให้กับลูกค้าของทั้งสองฝ่ายอย่างแน่นอน”
สำหรับแคมเปญ “Fortune Town A Season of Wonder : The Journey Begins” มีกำหนดจัดขึ้น ในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2569 ที่พร้อมจะมอบสิทธิพิเศษ และกิจกรรมมากมายให้ร่วมสนุก ผู้ที่สนใจ สามารถติดตามรายละเอียดได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของ ฟอร์จูนทาวน์

ติดตามข่าวสารกิจกรรมได้ที่ www.fortunetown.co.th

รีโวกรุ๊ป จับมือ American Standard ยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัย

จัดอบรมติดตั้งสุขภัณฑ์คุณภาพแก่ทีมวิศวกรและช่างผู้รับเหมา "รีโวกรุ๊ป" ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการส่งมอบบ้านคุณภาพเหนือระดับ ด้วยการร่วมมือกับแบรนด์สุขภัณฑ์ชั้นนำระดับโลกอย่าง "American Standard" จัดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ "มาตรฐานการติดตั้งสุขภัณฑ์ระดับมืออาชีพ" ให้กับทีมวิศวกรโครงการ, ผู้รับเหมาก่อสร้าง และแรงงานฝีมือ ของโครงการในเครือ กิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเสริมสร้างทักษะ ความรู้ และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการติดตั้งสุขภัณฑ์ American Standard ทุกประเภท ตามมาตรฐานสากล โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของขั้นตอนการติดตั้งที่ละเอียดถี่ถ้วน เพื่อป้องกันปัญหาการรั่วซึมและการชำรุดในระยะยาว ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพงานก่อสร้างและส่งมอบบ้านที่สมบูรณ์แบบให้กับลูกค้า

นางสาวสุทธิสินี อยู่สวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท รีโว (บริษัท รีโว พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด, บริษัท รีโว ดีเวลลอปเม้นท์ ฯลฯ) จำกัด เปิดเผยว่า รีโว กรุ๊ป เป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีโครงการ ซึ่งสินค้าหลักเป็นสินค้าแนวราบ เช่น ทาวน์โฮม 2-3 ชั้น, โฮม ออฟฟิศ และคอนโดมิเนียม ภายใต้แบรนด์ “อาร์โค (Arco)”, “เรซิโอโฮม (Reseo Home)”, ไอเจนท์ (Eigen) มุ่งมั่นที่จะพัฒนาที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพ ให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจมากที่สุด โดยที่รีโว กรุ๊ป ไม่เพียงแต่คัดสรรวัสดุและสินค้าคุณภาพดีที่สุด เช่น สุขภัณฑ์จาก American Standard มาใช้ในโครงการของเราเท่านั้น แต่เรายังให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งกับคุณภาพในทุกขั้นตอนของการก่อสร้าง การจัดอบรมในครั้งนี้ร่วมกับ American Standard ถือเป็นการตอกย้ำความตั้งใจของเราในการใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับบ้านที่มีคุณภาพมาตรฐาน แข็งแรง ทนทาน และใช้งานได้อย่างยาวนาน"
ด้านนายเกรียงไกร ธัญญเจริญ ผู้จัดการฝ่ายขายโครงการ (ประเทศไทย) บริษัท ลิกซิล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้นำระดับโลกด้านผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเพื่อการจัดการน้ำและที่อยู่อาศัย เพิ่มเติมว่า "ทาง American Standard มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับรีโวกรุ๊ปในการจัดอบรมครั้งนี้ เราเชื่อว่าการมอบความรู้และการฝึกฝนที่ถูกต้องให้กับทีมช่าง จะช่วยให้สุขภัณฑ์ของ American Standard ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและมีความทนทาน ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของทั้งสององค์กรที่มุ่งหวังจะยกระดับคุณภาพชีวิตและการอยู่อาศัยที่ดีขึ้นให้กับผู้บริโภค"


บรรยากาศในการอบรมเป็นไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง โดยทีมวิศวกรและช่างผู้รับเหมาให้ความสนใจและร่วมมือในการฝึกปฏิบัติอย่างเต็มที่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจและความรับผิดชอบของทีมงานทุกคนในการส่งมอบผลงานคุณภาพ ความร่วมมือระหว่าง รีโวกรุ๊ป และ American Standard ในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนมาตรฐานวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยให้ก้าวไกลยิ่งขึ้น และตอกย้ำความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคว่า การเลือกซื้อบ้านจากรีโวกรุ๊ปคือการลงทุนที่คุ้มค่าและมอบความสุขในการอยู่อาศัยอย่างแท้จริง

15 สิงหาคม 2569

กยค. ไฟเขียว 3 มาตรการสำคัญ ยกระดับ “ครอบครัวไทย” ให้เข้มแข็ง

ดัน “วันลาเพื่อครอบครัว–ศพค. ชุมชนนำ–สมัชชาครอบครัว 2569” สร้างภูมิคุ้มกัน รับมือความเปลี่ยนแปลงของสังคม

วันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม 2569 เวลา 13.00 น. รศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ครอบครัวแห่งชาติ (กยค.) ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง พร้อมด้วย ศ.เกียรติคุณ น.พ.รณชัย คงสกนธ์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านจิตวิทยา เป็นรองประธานในการประชุมฯ ทั้งนี้ นางสาวชนก จันทาทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นางจตุพร โรจนพานิช อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว นางสุดา สุหลง รองอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ผู้แทนหน่วยงาน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมดังกล่าว ณ ห้องประชุม 301 ชั้น 3 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล




ศาสตราจารย์ ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ครอบครัวแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังการประชุม กยค. ครั้งที่ 1/2569 ว่า ท่ามกลางสถานการณ์สังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การดูแลครอบครัวไม่สามารถรอให้เกิดปัญหาแล้วจึงเข้าไปแก้ไข แต่ต้องมุ่ง “ป้องกันก่อนเกิดปัญหา สร้างภูมิคุ้มกัน และเสริมพลังครอบครัว” ให้สามารถดูแลสมาชิกและรับมือกับความเสี่ยงรูปแบบใหม่ได้อย่างเหมาะสม

ประเด็นแรก “วันลาเพื่อครอบครัว” สร้างสมดุลชีวิตการทำงานและครอบครัว ที่ประชุมเห็นชอบ                  แนวทางมาตรการเสริมพลังวัยทำงานกับการดูแลครอบครัว โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาปรับคำนิยาม  และสิทธิการลาเพื่อครอบครัวให้ครอบคลุมบุคลากรภาครัฐและลูกจ้างภาคเอกชน รวมถึงการปรับปรุงระบบประกันสังคมให้ครอบคลุมการสนับสนุนทางการเงินสำหรับลูกจ้างที่ลาเพื่อครอบครัว พร้อมส่งเสริมระบบให้คำปรึกษา และการใช้เทคโนโลยีสนับสนุนรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่น เพื่อให้คนวัยทำงานสามารถทำงานควบคู่กับการดูแลสมาชิกในครอบครัวได้อย่างสมดุล

ประเด็นที่สอง ยกระดับ “ศพค.” ให้ชุมชนเป็นพลังหลักในการสร้างครอบครัวเข้มแข็ง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ขับเคลื่อนศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน (ศพค.) ผ่านแนวคิด Social Lab หรือพื้นที่ทดลองปฏิบัติการทางสังคม เพื่อพัฒนารูปแบบ วิธีการทำงาน ระเบียบและแนวปฏิบัติให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ มุ่งสู่ “ศพค. แบบชุมชนนำ : ศพค. สร้างสุข ดูแลคนทุกช่วงวัย” รองรับครอบครัวข้ามรุ่นและสังคมสูงวัย”




ประเด็นที่สาม เดินหน้า “สมัชชาครอบครัวระดับชาติ 2569” ภายใต้แนวคิด “สานพลังสร้างสุขในครอบครัว” ที่ประชุมเห็นชอบกรอบการจัดสมัชชาครอบครัวระดับชาติ 4 ประเด็น ได้แก่ (1) สานพลังสร้างสุข                  ในครอบครัว เสริมสัมพันธภาพ การสื่อสาร สุขภาพจิต และการใช้เวลาร่วมกัน (2) สร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อครอบครัว ทั้งบ้าน ชุมชน โรงเรียน ที่ทำงาน และพื้นที่สาธารณะ (3) เสริมพลังเศรษฐกิจครอบครัว สร้างอาชีพ รายได้ ลดรายจ่าย และเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และ (4) Cyber Safe Family สร้างความรู้และภูมิคุ้มกันให้ครอบครัวปลอดภัยจากภัยออนไลน์

รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า กยค. ตั้งเป้าให้มาตรการสำคัญดังกล่าวเริ่มขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมภายใน ไตรมาสถัดไป โดยเน้นการบูรณาการทุกภาคส่วน ตั้งแต่ระดับนโยบาย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ท้องถิ่น ชุมชน โรงเรียน ไปจนถึงครอบครัว เพื่อสร้างระบบป้องกันและดูแลสมาชิกทุกช่วงวัยอย่างต่อเนื่อง



“ครอบครัวที่เข้มแข็ง คือรากฐานของสังคมที่มั่นคง เป้าหมายของเราคือทำให้ทุกครอบครัวมีเวลา มีโอกาส มีพื้นที่ปลอดภัย และมีระบบสนับสนุนที่เหมาะสม เพื่อให้คนทุกช่วงวัยเติบโตและใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ นำไปสู่การสร้างสังคม ‘อยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน’”

กรมการท่องเที่ยว “10+10 MICE Adventure: Work Hard x Play Smart”

กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดโครงการ “10+10 MICE Adventure: Work Hard x Play Smart” เพื่อส่งเสริมกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงผจญภัยสำหรับกลุ่ม MICE ชวนคนทำงาน นักธุรกิจ และนักเดินทางยุคใหม่ ออกไปค้นพบมิติใหม่ของการประชุมและการเดินทาง ที่ไม่ได้มีเพียงห้องสัมมนา แต่เต็มไปด้วยประสบการณ์สุดตื่นเต้นและแรงบันดาลใจไม่รู้จบ โดยเชื่อมโยง 10 จังหวัด MICE City





ระหว่างวันที่ 13–14 สิงหาคม 2569 อธิบดีกรมการท่องเที่ยวมอบหมายให้ กองพัฒนาบริการท่องเที่ยว ดำเนินกิจกรรม FAM Trip ภายใต้โครงการ “10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart” เส้นทาง นครราชสีมา–นครนายก นำสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ บริษัทนำเที่ยว มัคคุเทศก์ และภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว ร่วมทดสอบเพื่อพัฒนาเป็นต้นแบบและประชาสัมพันธ์เส้นทาง MICE Adventure Route
เส้นทางนี้จัดเต็มทั้ง Adventure – Nature – Culture – Community – Sustainability-CSR
เริ่มต้นที่ จ.นครนายก เปิดโหมด Adventure กับกิจกรรม ล่องแก่งเขื่อนขุนด่าน สัมผัสความสนุกและความท้าทายท่ามกลางธรรมชาติ ล่องแก่งในลำน้ำนครนายก นิยมใช้เรือแคนูและเรือยาง สามารถล่องแก่งได้ตลอดปีจุดเริ่มต้นอยู่ที่บริเวณเชิงสะพานหลังเขื่อนขุนด่านปราการชลเรื่อยมาตามลำน้ำนครนายก ผ่านเกาะแก่งต่าง ๆ (แก่งที่น้ำเชี่ยวที่สุดคือแก่งสามชั้น) มีจุดนำเรือขึ้นฝั่งและออกมายังถนนใหญ่ได้หลายจุด เช่น ที่บ้านดง แก่งสามชั้น วังกุตภา และวังยาว ระยะทางในการล่องแก่งแต่ละช่วง 2-7 กิโลเมตรใช้เวลาในการล่อง 1-2 ชั่วโมง




ก่อนต่อยอดสู่การท่องเที่ยวโดยชุมชน ณ หมู่บ้านท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านวังรี ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากกรมการท่องเที่ยว หมู่บ้านท่องเที่ยวชุมชนบ้านวังรี เป็นชุมชนท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวิถีชีวิตในจังหวัดนครนายก โดดเด่นด้วยบรรยากาศภูเขา ลำธาร และพื้นที่สีเขียว เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักผ่อนแบบเรียบง่ายและสัมผัสวิถีชุมชนท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เป็นชุมชนที่ยังคงอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นชาติพันธุ์ลาว ทั้งภาษา อาหารพื้นบ้าน การแต่งกาย การแสดงพื้นบ้าน มีการรวมตัวเพื่อทำกิจกรรมท่องเที่ยวชุมชน ปั่นจักรยานลัดเลาะสวนหมากและสวนดอกดาหลา เรียนรู้การทำจานกาบหมากเพื่อลดการใช้วัสดุที่ก่อให้เกิดขยะ และร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว สะท้อนแนวคิดการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบและยั่งยืน




ช่วงค่ำเปิดประสบการณ์ Night Safari ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ Night safari ส่องสัตว์กลางคืนที่เขาใหญ่ กิจกรรมประจำที่ไปทุกครั้งก็ต้องเเวะทำทุกครั้ง รอบนี้ถือว่าเจอสัตว์หลากหลาย ทั้งหมาจิ้งจอก พญากระรอกบิน เเละนกกลางคืน สนุกดีได้ลุ้นตลอดทาง กิจกรรม Night Safari (ส่องสัตว์ยามค่ำคืน) ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีค่าบริการ 600 บาทต่อคัน (นั่งได้ไม่เกิน 8-10 คน) ให้บริการวันละ 2 รอบ คือเวลา 19:00 น. และ 20:00 น. ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ในระยะทาง 10 กิโลเมตร โดยต้องติดต่อจองที่ศูนย์บริการนักก่อนเวลา 18:00 น.






สัมผัสธรรมชาติยามค่ำคืน ก่อนพักผ่อน ณ เดอะ เภรี โฮเต็ล เขาใหญ่ ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานที่พักเพื่อการท่องเที่ยวประเภทโรงแรมจากกรมการท่องเที่ยว โรงแรมสไตล์รีสอร์ท 4 ดาว โดดเด่นด้วยบรรยากาศอบอุ่นท่ามกลางธรรมชาติและขุนเขา ให้ฟีลเหมือนอยู่ต่างประเทศ การตกแต่งเน้นโทนสีสบายตา พื้นที่ส่วนกลางร่มรื่น และมีมุมถ่ายรูปสวยๆ มากมาย




เช้าวันใหม่มุ่งหน้าสู่ ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ลำตะคอง จ.นครราชสีมา สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติและทัศนียภาพกังหันลมยักษ์และอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำตะคอง ผ่านกิจกรรมปั่นจักรยานหรือรถกอล์ฟ พร้อมเรียนรู้เรื่องพลังงานและสิ่งแวดล้อม ก่อนเติมความสนุกที่ เขาใหญ่ฟาร์มวิลเลจ กับกิจกรรม ATV ยิงธนู และปืนเลเซอร์  ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ.ลำตะคอง ตั้งอยู่ในบริเวณ ใกล้กับอ่างเก็บน้ำตอนบนโรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา ตำบลคลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานไฟฟ้า การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานประเภทต่างๆ









ทั้งจากเชื้อเพลิงฟอสซิลและพลังงานหมุนเวียน รวมถึงนวัตกรรมการผลิตไฟฟ้าใหม่ๆ ที่ทันสมัยด้วยระบบ Wind Hydrogen Hybrid ภายในศูนย์การเรียนรู้ฯ นั้น จะแบ่งเป็นทั้งหมด 7 โซนด้วยกันค่ะ โซนแรกคือ ลานผู้กล้า (Plaza Nova) เป็นการเตรียมพร้อมก่อนเข้าไปในศูนย์ โดยจะเป็นจุดลงทะเบียน เเละจะให้เลือกตัวการ์ตูนผู้กล้าเพื่อที่จะเข้าไปสนุกและผจญภัยในศูนย์การเรียนรู้ค่ะ โซนนี้จะมี H-Bot Show คือการเเสดงของหุ่นยนต์ขนาดใหญ่และ ต้นไม้พลังงานหมุนเวียน ที่จะเปลี่ยนสีไปตามสีของพลังงานในศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ลำตะคอง



● Soft Adventure: เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก
Activity: ล่องแก่งในลำน้ำนครนายก หลังเขื่อนขุนด่านปราการชล

● Soft Adventure “หมู่บ้านท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านวังรี”
(มาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน/มาตรฐานที่พักสัมผัสวัฒนธรรมชนบท)

Activity1: เรียบรู้การประดิษฐ์จานกาบหมากเพื่อช่วยลดโลกร้อน ลดการใช้ขยะเพื่อความยั่งยืน
Activity2: นั่งซาเล้งลุยสวนหมาก ส้มโอ ไร่สวนผสม






CSR Activity: ปลูกต้นไม้ เพิ่มพื้นที่ป่า
● Soft Adventure: “Night Safari” ส่องสัตว์ป่า
ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

● Soft Adventure: “ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ลำตะคอง”
ตั้งอยู่ตำบลคลองไผ่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จัดตั้งเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานไฟฟ้า การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานประเภทต่าง ๆ ทั้งจากเชื้อเพลิงฟอสซิลและพลังงานหมุนเวียน รวมถึงนวัตกรรมการผลิตไฟฟ้าที่ทันสมัยด้วยระบบ Wind Hydrogen Hybrid

Activity 1: ปั่นจักรยาน รับลมชมวิว กังหันลมยักษ์ อ่างเก็บน้ำเขื่อนลำตะคอง (มาตรฐานการท่องเที่ยวเพื่อนันทนาการ)
Activity 2: นั่งรถขึ้นจุดชมวิวเขายายเที่ยง/ CSR ยิงเมล็ดพันธุ์
Activity 3: เยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ลำตะคอง

● Soft Adventure “เขาใหญ่ฟาร์มวิลเลจ”
(มาตรฐานการท่องเที่ยวเชิงเกษตร)
"เขาใหญ่ ฟาร์ม วิลเลจ" : สถานที่ท่องเที่ยวเรียนรู้เชิงเกษตรสำหรับครอบครัว สัมผัสความน่ารักของเหล่าสัตว์ (แกะ, กระต่าย, หมู, วัว)
Activity: ลุยขับ ATV ยิงธนู ปืนเพนท์บอลและปืนเลเซอร์

● อิ่มอร่อยกับเมนูจากร้านอาหารที่ได้รับการรับรอง มาตรฐานบริการร้านอาหารเพื่อการท่องเที่ยวและพักโรงแรมที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย จากกรมการท่องเที่ยว






10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart มิติใหม่ของการท่องเที่ยวที่หลอมรวม Adventure • Culture • Community ไว้อย่างลงตัว เปลี่ยนทุกการเดินทางให้เป็นทั้งการทำงาน การเรียนรู้ และการพักผ่อนในประสบการณ์เดียว พร้อมยกระดับประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางด้าน MICE และ Adventure Tourism ที่โดดเด่นและยั่งยืน




สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: กรมการท่องเที่ยว
FACEBOOK: กรมการท่องเที่ยว Department of Tourism