06 กุมภาพันธ์ 2569

พระราชทานเข็ม “พุ่มเพชร” แก่ผู้สนับสนุนงานมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน


สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุๆดาฯสยามบรมราชกุมารี ประธานที่ปรึกษามูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนในพระบรมราชินูปถัมภ์ ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณเสด็จพระราชดำเนินไปยัง

การไฟฟ้านครหลวง สำนักงานใหญ่ เพื่อพระราชทานเข็ม “พุ่มเพชร”สัญลักษณ์ของมูลนิธิฯ แก่ผู้เป็นกำลังสำคัญในการดำเนินงานของมูลนิธิฯ จากทั่วประเทศ

ผู้เข้าเฝ้ารับพระราชทานเข็มประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดที่ดำรงตำแหน่งเป็นครั้งแรกประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด ประธานคณะกรรมการอุปการะเยาวชนประจำจังหวัดและประจำกรุงเทพมหานคร รวม ๔๙ จังหวัด จำนวน ๘๙ คน


รวมทั้งผู้บริจาคเงินสมทบกองทุน “น้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว”จำนวน ๕๘ ราย ซึ่งได้รับพระราชทานเข็มที่ระลึกประดับอักษรพระนามาภิไธย “ส.ธ.”

การจัดงานได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงมหาดไทย สมาคมแม่บ้านมหาดไทย  และการไฟฟ้านครหลวง

โดยมี นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย

รองประธานกรรมการอำนวยการมูลนิธิฯ เป็นประธานจัดงานภายหลังพิธี มูลนิธิฯ ได้จัดประชุมประธานคณะกรรมการอุปการะเยาวชนจากทั่วประเทศ  โดยมี นายอรรษิษฐ์  สัมพันธรัตน์  ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน  เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงานในการพัฒนาและส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนอย่างต่อเนื่อง

05 กุมภาพันธ์ 2569

สุดคึกคัก! แฟนกีฬาลุ้น ชม “จีโน่–อาฒยา ฐิติกุล” มือ 1 ของโลก ดวลวงสวิง “ลิเดีย โค”


สุดคึกคัก! แฟนกีฬาลุ้น ชม “จีโน่–อาฒยา ฐิติกุล” มือ 1 ของโลก ดวลวงสวิง “ลิเดีย โค” พร้อมทัพนักกอล์ฟระดับโลกสู้ศึก “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026”   วันที่ 19–22 กุมภาพันธ์ 2569 สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส


แฟนกอล์ฟสุดคึกคักร่วมลุ้นชมศึก “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026” เตรียมกลับมาระเบิดความยิ่งใหญ่อีกครั้งระหว่างวันที่ 19–22 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จ.ชลบุรี โดยปีนี้จะเป็นการจารึกอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ เมื่อ จีโน่–อาฒยา ฐิติกุล เตรียมลงแข่งขันในบ้านในฐานะนักกอล์ฟหญิงมือ 1 ของโลก เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของรายการ พร้อมดวลวงสวิงกับ ลิเดีย โค อดีตมือ 1 ของโลก และทัพนักกอล์ฟระดับแนวหน้าจากแอลพีจีเอทัวร์รวม 72 คน ชิงเงินรางวัลรวม 1.8 ล้านดอลลาร์ฯ (ประมาณ 60 ล้านบาท) พร้อมเพิ่มความเข้มข้นด้วยการลุ้นรางวัลโฮลอินวันสุดพิเศษที่หลุม 8 เป็นรถจักรยานยนต์ Honda GoldWing มูลค่า 1,355,000 บาท และที่หลุม 16 เป็น รถยนต์ Honda CR-V e:HEV ใหม่ รุ่น e:HEV RS พร้อมชุดอุปกรณ์ตกแต่ง Modulo รวมมูลค่า 1,863,220 บาท

มร. โทชิโอะ คุวาฮาระ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้ามอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “ฮอนด้ามุ่งมั่นส่งเสริมเยาวชนและกีฬาระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่องมากกว่า 60 ปี ภายใต้แนวคิด Honda Sports Challenge เพราะเราเชื่อว่ากีฬาเป็นเวทีสำคัญในการพัฒนาคนและสร้างแรงบันดาลใจในระดับสากล สำหรับการแข่งขันในปีนี้ การที่แฟนกอล์ฟชาวไทยจะได้ร่วมเชียร์นักกอล์ฟหญิงมือหนึ่งของโลกลงแข่งในบ้าน ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำและยังสะท้อนการเติบโตของกีฬากอล์ฟในประเทศไทยควบคู่กับการสร้างประสบการณ์ร่วมให้ผู้ชม ด้วยเหตุนี้ ‘ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์’ จึงเป็นมากกว่าการแข่งขันระดับโลก หากแต่เป็นเวทีที่เชื่อมโยงกีฬาเข้ากับชุมชน พร้อมมีส่วนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ของประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของฮอนด้าในการสร้างคุณค่าให้สังคมอย่างยั่งยืน”




ความสนใจจากแฟนกีฬายิ่งพุ่งสูงขึ้น เมื่อ จีโน่-อาฒยา ฐิติกุล เตรียมลงแข่งขันในฐานะนักกอล์ฟไทยคนแรกที่ได้ลงเล่นในบ้านขณะครองตำแหน่งมือ 1 ของโลก บนหน้าประวัติศาสตร์การแข่งขัน Honda LPGA Thailand ทั้งหมด 19 ครั้ง หลังผลงานน่าจับตามองตลอดฤดูกาล 2025 จาก 3 ชัยชนะรายการแอลพีจีเอ คือ Mizuho Americas Open, Buick LPGA Shanghai ปิดท้ายด้วย CME Group Tour Championship ซึ่งเป็นการครองแชมป์ 2 ปีติดต่อกัน ก่อนจะได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปี Rolex Player of the Year 2025 พร้อมจารึกสถิติใหม่รับรางวัล Vare Trophy (สกอร์เฉลี่ยต่ำที่สุดของทัวร์) จากสกอร์เฉลี่ย 68.681 ทำลายสถิติเดิมของ แอนนิกา โซเรนสตัม อดีตมือ 1 โลกชาวสวีเดน เธอกล่าวว่า การกลับมาเล่นต่อหน้าแฟนกอล์ฟชาวไทยนั้นเป็นความรู้สึกที่ “พิเศษ” และการคว้าแชมป์แอลพีจีเอในบ้านครั้งแรกก็น่าจะเป็นเรื่องที่พิเศษมากๆ

ด้าน ดร.นิตยา เกิดจันทึก ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกีฬาอาชีพ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) กล่าวว่า  “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ เป็นหนึ่งในต้นแบบสำคัญของการยกระดับกีฬากอล์ฟในหลายมิติ นอกจากโครงการนำร่องพัฒนาเยาวชนต่างๆ แล้ว การมีนักกอล์ฟไทยที่ประสบความสำเร็จขึ้นสู่มือ 1 ของโลกถึง 2 คน ได้แก่ เอรียา จุฑานุกาล และ จีโน่ อาฒยา ฐิติกุล  เป็นตัวอย่างและแรงบันดาลใจในการผลักดันบุคลากรกีฬา ควบคู่กับการบริหารจัดการแข่งขันในระดับนานาชาติที่มีการมีส่วนร่วมของผู้ชมทั้งไทยและเทศอย่างต่อเนื่อง  การกีฬาแห่งประเทศไทยภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนสนับสนุนความสำเร็จนี้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวนโยบายยกระดับกีฬาทุกประเภทสู่มาตรฐานสากล”




ขณะเดียวกัน มิสวินนี่ เฮง รองประธานอาวุโสและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอเอ็มจี เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดการแข่งขัน กล่าวว่า “ความร่วมมือที่แข็งแกร่งของพันธมิตรทุกภาคส่วน เป็นพลังสำคัญที่ทำให้ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ เติบโตอย่างมั่นคง ควบคู่กับเป้าหมายในการขยายการเติบโตของกอล์ฟอย่างยั่งยืนในมิติของนักกอล์ฟ แฟนๆและระบบนิเวศกีฬาทั้งหมด แม้กอล์ฟจะเป็นหนึ่งในกีฬาที่เก่าแก่ที่สุดในโลก แต่ปัจจุบันกลับเป็นกีฬาที่เติบโตเร็ว โดยมีคนรุ่นใหม่และผู้หญิงซึ่งเป็นกำลังสำคัญ ด้วยรูปแบบการเล่นที่เร็วขึ้น เข้าถึงง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสนามพาร์ 3 ไดรวิ่งเรนจ์ หรือกอล์ฟซิมูเลเตอร์ ทำให้กอล์ฟเป็นกิจกรรมทางสังคมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ เราจึงขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมเปิดประสบการณ์กอล์ฟที่ครบทั้งการแข่งขันระดับโลกและกิจกรรมสำหรับครอบครัวไปด้วยกัน”

สำหรับรายชื่อนักกอล์ฟไทยที่จะมาสร้างความตื่นเต้นในการแข่งขันปีนี้ เริ่มจากทัพนักกอล์ฟไทย ได้แก่ เม–เอรียา จุฑานุกาล อดีตมือ 1 ของโลกและแชมป์ปี 2021 มืออันดับ 22 ของโลก, ปาจรีย์ อนันต์นฤการ มืออันดับ 54 และรองแชมป์ CME Group Tour Championship ปี 2025, พราว–ชเนตตี วรรณแสน มืออันดับ 55, รวมถึง เอพริล-ชนกนันท์ อังกุรเศรณี ผู้คว้าแชมป์การแข่งขันรอบคัดเลือกระดับประเทศ National Qualifiers ร่วมลงแข่งขันอีกด้วย 

ในขณะที่นักกอล์ฟระดับโลกที่จะเข้าร่วมการแข่งขัน “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026” นำโดย แองเจิล หยิน แชมป์เก่าจากสหรัฐอเมริกา มืออันดับ 13 ของโลก ที่จะกลับมาป้องกันแชมป์อีกครั้ง,  ลิเดีย โค มืออันดับ 6 ของโลกจากนิวซีแลนด์, รัวหนิง หยิน มืออันดับ 7 ของโลกจากสาธารณรัฐประชาชนจีน, ลอตตี้ โหวด ดาวรุ่งมืออันดับ 8 จากอังกฤษคิม ฮโย จู มืออันดับ 9 ของโลกจากเกาหลีใต้, มายา สตาร์ค มืออันดับ 15 ของโลกจากสวีเดน, ฮันนาห์ กรีน มืออันดับ 19 จากออสเตรเลีย, เซลีน บูติเยร์ มืออันดับ 21 ของโลกจากฝรั่งเศส ในส่วนของนักกอล์ฟจากญี่ปุ่นที่สร้างผลงานยอดเยี่ยมในฤดูกาลที่ผ่านมา ก็ยังคงน่าจับตาเช่นกัน นำโดย มิยู ยามาชิตะ มืออันดับ 4 ของโลก เจ้าของรางวัลรุกกี้แห่งปีและแชมป์เมเจอร์รายการ วีเมนส์ โอเพ่น, มาโอะ ไซโกะ มืออันดับ 11 ของโลก แชมป์เมเจอร์รายการ เชฟรอน แชมเปียนชิพ รวมถึง ริโอะ ทาเคดะ มืออันดับ 14 ของโลก และ อากิเอะ อิวาอิ มืออันดับ 25 ของโลก รองแชมป์ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025



การแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19–22 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จังหวัดชลบุรี ชิงเงินรางวัลรวม 1.8 ล้านดอลลาร์ฯ (ประมาณ 60 ล้านบาท) เปิดจำหน่ายบัตรแล้วทางเว็บไซต์ hondalpgathailand.com โดยบัตรเข้าชมวันเดียว วันพฤหัสบดี–ศุกร์ ราคา 500 บาทต่อวัน, วันเสาร์–อาทิตย์ ราคา 700 บาทต่อวัน บัตรเข้าชมสองวัน (เสาร์–อาทิตย์) ราคา 1,200 บาท และบัตรเข้าชมทั้ง 4 วัน ราคา 1,600 บาท   พร้อมสิทธิพิเศษสำหรับผู้ถือบัตรเครดิตและบัตรเดบิตบีเฟิสต์ ธนาคารกรุงเทพ รับส่วนลดสูงสุด 15 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ ผู้ชมอายุต่ำกว่า 16 ปี และมากกว่า 60 ปี สามารถลงทะเบียนเข้าชมการแข่งขันได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และรับชมการถ่ายทอดสดได้ทาง PPTV HD ช่อง 36 และ AIS Play


สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.hondalpgathailand.com
เฟซบุ๊ก www.facebook.com/lpgaThailand
อินสตาแกรม www.instagram.com/hondalpgathailand

คนดัง 7HD รวมพลังเชิญชวนคนไทยใช้สิทธิ “เลือกตั้ง 2569”

 กำหนดอนาคตประเทศไทย อาทิตย์ที่ 8 ก.พ.นี้ 

พร้อมแล้ว ! “เลือกตั้ง 2569” โค้งสุดท้ายสุดคึกคัก คนดังช่อง 7HD นักแสดงและพิธีกรชื่อดัง ร่วมเป็นกระบอกเสียงเชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง เข้าคูหาในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ พร้อมย้ำพลังประชาธิปไตยคือกุญแจสำคัญในการกำหนดอนาคตประเทศไทย  

นับถอยหลังสู่วาระแห่งชาติ วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 คนไทยทั่วประเทศเตรียมพร้อมเข้าคูหาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พร้อมออกเสียงประชามติในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่าจะ “เห็นชอบ” หรือ  “ไม่เห็นชอบ” เพื่อร่วมกำหนดทิศทางอนาคตของประเทศ

ช่อง 7HD ในฐานะสื่อมวลชน ยังคงเกาะติดทุกความเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างใกล้ชิด ภายใต้แคมเปญ “เลือกตั้ง 69  อนาคตประเทศไทย” ที่ร่วมสร้างจิตสำนึก “หยุดขายเสียง จุดเปลี่ยนประเทศ” มาโดยตลอด ตั้งแต่สีสันวันรับสมัคร การรายงานสดจากพื้นที่ทั่วประเทศ การวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองรอบด้าน ไปจนถึงเวทีประชันวิสัยทัศน์ “ศึกชิงผู้นำ อนาคตประเทศไทย” ที่เปิดพื้นที่ให้พรรคการเมืองประชันวิสัยทัศน์และนโยบาย เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของประชาชน  ก่อนเข้าสู่โค้งสุดท้าย ขอรวมพลังเหล่าคนดัง 7HD ร่วมเป็นกระบอกเสียงเชิญชวนคนไทยทุกคนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง พร้อมแสดงพลังประชาธิปไตยเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยให้เดินต่อไปด้วยกัน



เริ่มที่พระเอกมากความสามารถ มิกค์ ทองระย้า เผยถึงรัฐบาลในอุดมคติว่า “การเลือกตั้งครั้งนี้ตั้งใจจะไปเลือกนายกรัฐมนตรีที่สามารถพัฒนาประเทศและแก้ปัญหาของประชาชนให้ตรงจุด โดยเฉพาะนโยบายด้านเศรษฐกิจ เพราะตัวผมเองเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการร้านอาหาร ถ้าเศรษฐกิจดีจะส่งผลให้ผู้คนมีความเชื่อมั่นและเพิ่มการใช้จ่าย ดังนั้นวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ มาใช้สิทธิใช้เสียงของเราให้เกิดประโยชน์ รวมพลังคนไทยเลือกอนาคตของประเทศไปด้วยกันครับ” 

ด้าน ชอน-ชวิศการ วรโรจน์โยธิน พระเอกหนุ่มสุดฮอต เปิดใจถึงการเตรียมตัวในการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า “ตัวผมเองศึกษานโยบายของแต่ละพรรค รวมถึงส่องแนวคิดและวิสัยทัศน์ผ่านเวทีดีเบตต่าง ๆ เพื่อเก็บไว้เป็นข้อมูลว่าแต่ละท่านมีทัศนคติอย่างไร ต้องบอกว่านโยบายเป็นสิ่งที่ใคร ๆ ก็พูดได้ แต่ทัศนคติของผู้นำเป็นตัวชี้วัดว่าใครสามารถจัดการกับปัญหาได้ ส่วนตัวผมอยากได้รัฐบาลที่ไม่เห็นแก่ตัว มองประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก มองทุกคนอย่างเท่าเทียม และมองเห็นคนตัวเล็ก ๆ ให้มากขึ้น แน่นอนว่านอกจากการเลือกตั้งหาผู้นำประเทศแล้ว ยังมีเรื่องการออกเสียงลงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกด้วย ว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ มาร่วมใช้สิทธิของเรานะครับ” 

ขณะที่ ซัน-ก้องภพ  บรรณทอง นักแสดงน้องใหม่ตัวแทน Gen Z เผยความรู้สึกถึงการเลือกตั้งครั้งแรกในชีวิตว่า “ตื่นเต้นมาก ๆ กับการเลือกตั้งครั้งแรก แม้จะมีประสบการณ์เลือกตั้งประธานนักเรียนมาบ้าง แต่ครั้งนี้เป็นวาระระดับชาติ



เลยทำการบ้านเรื่องบัตรเลือกตั้ง รวมถึงเช็กข้อมูลหน่วยเลือกตั้ง ผมว่าแค่ชอบหรือถูกชะตาไม่พอ ต้องศึกษานโยบายแต่ละพรรค ว่าสามารถบริหารและแก้ไขปัญหาได้จริงหรือไม่ พูดจริงทำจริงไม่ขายฝัน คุณไม่จำเป็นต้องพูดเก่ง แต่การกระทำต้องชัดเจนกว่าคำพูด และขอเน้นเรื่องการศึกษา เพราะเป็นเรื่องพื้นฐานที่มีความสำคัญการใช้ชีวิต ดังนั้นขอเป็นอีกหนึ่งเสียงของคนรุ่นใหม่ ชวนคนไทยมาเลือกตั้งกันนะครับ” 

นอกจากเหล่านักแสดงแล้ว ยังมีมุมมองจากพิธีกรฝีปากกล้า อ.ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์ จากรายการ ยิ่งคุย ยิ่งลึก และ ยิ่งคุย เสาร์-อาทิตย์ ที่กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า “หลังมีโอกาสได้ขึ้นเวทีดีเบตไป  พูดตรง ๆ ว่าถ้าได้เข้าไปเป็นรัฐบาล ก็อย่าลืมว่าพูดอะไรกับประชาชนไว้ ต้องทำให้ได้ บอกตามตรงว่ากลัวพวกไม่รักษาคำพูด แต่ในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่ง บอกเลยว่าดูออกว่าใครโกหก ใครมาขายฝัน  อย่างไรครั้งนี้ก็ขอใช้สิทธิของตัวเองอีกครั้ง และอยากเชิญชวนทุกคนให้เข้าคูหากาเบอร์ที่จะพาประเทศชาติก้าวไปข้างหน้า”  

ปิดท้ายด้วยตัวพ่อเล่าข่าว เอกชัย ศรีวิชัย จากรายการ เปิดจอจ้อข่าว ที่เน้นย้ำถึงสาระสำคัญของการเลือกตั้งว่า “การทำรายการ เปิดจอจ้อข่าว ทำให้เราเห็นปัญหาของพี่น้องประชาชนชัดเจน ดังนั้นสิ่งที่บ้านนี้เมืองนี้ต้องได้รับการแก้ไขเร่งด่วนคือปัญหาเรื่องปากท้อง เศรษฐกิจ ต่อมาคือสวัสดิการต่าง ๆ ที่ประชาชนควรจะได้รับ ความปลอดภัยในทรัพย์สินของประชาชน รวมไปถึงการยกระดับให้เทียบเท่าอารยประเทศที่ใกล้เคียงหรือประเทศที่พัฒนาแล้ว นอกจากการใช้สิทธิอยากรณรงค์เรื่องงดขายเสียง เมื่อไหร่ที่เราขายเสียงไปแล้วหมดสิทธิ์ที่จะต่อว่าเขา จำไว้ว่าทุกการลงทุน ย่อมหวังผลประโยชน์ตอบแทนเสมอ ดังนั้นเลือกคนดีใช้สิทธิอย่างมีเกียรตินะครับ” 

ติดตามความเคลื่อนไหวการเลือกตั้ง 2569 พร้อมเกาะติดสถานการณ์ต่าง ๆ ผ่านหน้าจอ ช่อง 7HD กด 35 ได้ตลอดทั้งสัปดาห์ สกู๊ปเด็ด ๆ คอนเทนต์ข่าวที่น่าสนใจ พร้อมนำเสนอข้อมูลให้กับประชาชนอย่างรอบด้าน   

สามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ทาง ช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV  และช่องทางออนไลน์ Ch7HD NEWS (Facebook, IG, Tiktok)  Ch7HD (Facebook, IG, TikTok, X และ YouTube) และเว็บไซต์  www.ch7.com/election2569

เอปสันชวนสัมผัส Projection Dome สุดสร้างสรรคค์ ใน Bangkok Design Week 2026

เอปสัน ประเทศไทย ชวนผู้สนใจร่วมสัมผัสประสบการณ์งานออกแบบและศิลปะร่วมสมัย ผ่านเทคโนโลยีโปรเจคเตอร์ ในเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2569 หรือ Bangkok Design Week 2026  (BKKDW2026) เทศกาลงานออกแบบระดับนานาชาติที่จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 โดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ร่วมกับกรุงเทพมหานคร และภาคีเครือข่ายจากหลากหลายภาคส่วน

ภายในงาน เอปสันได้นำเทคโนโลยีโปรเจคเตอร์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของงานสร้างสรรค์หลากหลายรูปแบบ ทั้งงานฉายภาพ Projection Mapping และการจัดแสดงแบบ Immersive Experience ที่ผสานศิลปะ การออกแบบ และเทคโนโลยีเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อถ่ายทอดไอเดียของศิลปินและนักออกแบบให้เกิดขึ้นจริงในพื้นที่เมือง พร้อมเปิดมุมมองใหม่ว่าเทคโนโลยีสามารถเป็น “เครื่องมือของความคิดสร้างสรรค์” ที่ช่วยยกระดับประสบการณ์การรับชมและการสื่อสารงานออกแบบได้อย่างไร



Bangkok Design Week 2026 จัดขึ้นภายใต้แนวคิดหลัก “DESIGN S/O/S” ซึ่งสะท้อนบทบาทของการออกแบบในฐานะเครื่องมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิต ผ่าน 3 แกนสำคัญ ได้แก่ Secure Domestic, Outreach Opportunities และ Sustainable Future โดยตลอดระยะเวลา 11 วันของการจัดงาน ผู้เข้าชมจะได้พบกับกิจกรรมสร้างสรรค์กว่า 350 กิจกรรม ที่กระจายอยู่ใน 4 ย่านหลัก ได้แก่ ย่านเจริญกรุง–ตลาดน้อยย่านพระนคร ย่านปากคลองตลาด และย่านบางลำพู–ข้าวสาร รวมถึงพื้นที่อื่น ๆ ทั่วกรุงเทพฯ


หนึ่งในไฮไลท์ที่เอปสันร่วมสนับสนุน คือ Projection Dome: SELF-SUSTAINING เป็นผลงานความร่วม มือระหว่าง TIDAM × FullDome × Epson × Mahajak จัดแสดงตั้งแต่เวลา 11.00 – 22.00 น. ณ TCDC ไปรษณีย์กลางบางรัก งาน Immersive Art ภายในโดมฉายภาพขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 เมตร ที่ถ่ายทอดผลงาน  Projection Mapping ภายใต้แนวคิด “Self-Sustaining” ซึ่งสะท้อนการผสานศิลปะ การออกแบบ และเทคโนโลยี เพื่อสร้างประสบการณ์การรับชมแบบโอบล้อมรอบทิศทางอย่างเต็มอารมณ์ ผู้ชมจะได้สัมผัสพลังของเทคโนโลยีโปรเจคเตอร์ของเอปสัน ที่ช่วยถ่ายทอดภาพด้วยความคมชัด สีสันสมจริง และรายละเอียดสูง รองรับการนำเสนอผลงานในรูปแบบ Immersive Experience อย่างมีประสิทธิภาพ ตอกย้ำบทบาทของเทคโนโลยีในฐานะ “เครื่องมือของความคิดสร้างสรรค์” ที่ช่วยขยายขอบเขตการทำงานของศิลปิน และยกระดับงานออกแบบให้พร้อมสู่มาตรฐานระดับสากล

เอปสันขอเชิญชวนผู้ที่สนใจงานออกแบบ เทคโนโลยี และศิลปะร่วมสมัย มาร่วมชมการทำงานของโปรเจคเตอร์ในบริบทของงานสร้างสรรค์จริง ที่ไม่เพียงสร้างความสวยงาม แต่ยังสะท้อนศักยภาพของการออกแบบในการต่อยอดสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์และเวทีระดับนานาชาติ พบกันในงาน Bangkok Design Week 2026 ตั้งแต่วันนี้ – 8 กุมภาพันธ์ 2569 ณ พื้นที่จัดงานทั่วกรุงเทพฯ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook/Instagram: bangkokdesignweek

Alley 1 Reccords ค่ายเพลงคุณภาพ ปล่อยผลงานเพลงโปรเจคพิเศษ “SORRY”

ขุนพลทางดนตรี บรรจงสร้าง “SORRY” ให้ อาร์ต วศิน และ เอส ชัยณรงค์ ถ่ายทอดในช่วงวันแห่งความรัก พร้อมกันทุกแพลตฟอร์ม

Alley 1 Reccords ค่ายเพลงคุณภาพ เตรียมปล่อยผลงานเพลงโปรเจคพิเศษ “SORRY” โดยได้ อาร์ต วศิน วรรณพฤกษ์ และ เอส-ชัยณรงค์ พรหมบุบผาร่วมถ่ายทอดให้แฟนๆ ได้รับฟังในช่วงวันแห่งความรักปีนี้ สำหรับเรื่องนี้ผู้บริหารค่าย ต่าย ไพลินธร พันธุ์สุข เปิดเผยว่า “ดีใจที่ได้ร่วมงานกับ อาร์ต วศิน ผู้บริหารรถไฟฟ้าสายสีแดง ซึ่งนอกจากความสามารถทางดนตรีแล้วเขาก็มีฐานแฟนคลับผู้ติดตามในโชเชียลมีเดียไม่น้อย ในฐานะคุณพ่อของน้องเนย หรือ แด๊ดดี้ของหมีเนย เพลง “SORRY” ถือว่าเป็นซิงเกิ้ลที่ 2 ของเขา หลังจากซิงเกิ้ลแรก เพลง “THANK YOU” แนว Pop Soul ถือได้ว่าประสบความสำเร็จ มียอดวิวสูงสุดของค่าย จริงๆ แล้วทีมงานตั้งใจให้ “SORRY” เป็นภาคต่อของ ”THANK YOU” ที่ อาร์ต วศินไม่ได้มาคนเดียว ชวนนักร้องอีกหนึ่งคนมาด้วยคือ หนุ่มผมยาวสุดเซอร์มาดติสต์ เอส ชัยณรงค์ จาก The Voice Thailand ซีซั่น 6 ที่ร่วมงานกับค่ายมาตั้งแต่เริ่มต้น 2 คนนี้มีสิ่งที่เหมือนกันคือแบกความฝันมากว่าครึ่งชีวิต ฝันที่จะเป็นศิลปินที่มีคุณภาพ มีผลงานที่แฟนๆ ชื่นชอบ ทางเราเห็นถึงความตั้งใจ เลยสานฝันให้พวกเขา ได้ทำตามความฝันให้สำเร็จ





“ SORRY แนวเพลง Rock Soul แต่งเนื้อร้อง ทำนอง เรียบเรียง โดย ต๋อง อภิชา สุขแสงเพ็ชร หรือ ต๋อง The Begins เพลงนี้มีเครื่องดนตรีประเภทเป่าอย่าง Trombone มาช่วยให้เพลงมีความพิเศษมีเอกลักษณ์ เพราะแบบลึกซึ้ง นุ่มนวล และทรงพลัง โดย ชิ จิรธิติกานต์ เหมสุวรรณ และ  Mixed Mastering โดย มิตร สามิตร ดิษฐสูงเนิน ซึ่ง คนดนตรี 3 คนนี้ถือได้ว่าเป็นปรมาจารย์ในวงการดนตรีของบ้านเรา 

นอกเหนือจากความพิเศษของเพลง “SORRY” แนวเพลง Rock Soul ที่มีกลิ่นอายความเป็น Disco เบาๆ แล้ว ต่าย ไพลินธร พันธุ์สุข ยังกล่าวต่อไปว่า “Music Video เพลงนี้ที่เหมือนหนังสั้นเรื่องนึง ทุกคนจะต้องซาบซึ้งในความรักของคนสองคนที่ยังรักกันมากแต่ไปต่อไม่ได้ เขาใช้เวลาในคืนสุดท้ายด้วยกัน เราใช้เวลาถ่ายทำนานกว่า 5 วัน เพื่อให้ได้ภาพที่สวย เท่ ดู อาร์ต ร่วมสมัยสไตล์ Mid-Century Modern โดยผู้กำกับภาพชื่อดังอย่าง ต้น พูนพัฒน์ วัฒนสินธุ์“

“Alley1 ตั้งใจทำมาก หวังว่าทุกคนจะชอบ พบกันช่วงวันแห่งความรักนี้ค่ะ” ต่าย ไพลินธร ผู้บริหารค่ายกล่าวทิ้งท้าย

04 กุมภาพันธ์ 2569

ตำรวจสภ.บ้านนา จ.นครนายก “รู้หน้าที่ มีวินัย รักสามัคคีและมีคุณธรรม ”


📌พ.ต.อ.มงคล โท้เป๋า ผกก.สภ.บ้านนา จ.นครนายก นำทีมตำรวจน้องใหม่ที่เข้ารายงานตัวปฏิบัติหน้าที่วันแรก ร่วมวิ่งออกกำลังกายรอบชุมชนในพื้นที่บ้านนา เพื่อแนะนำตัว สร้างขวัญกำลังใจแก่ตำรวจใหม่ และสร้างความสัมพันธ์อันดีกับประชาชนในพื้นที่ให้เห็นถึงความใกล้ชิดและความพร้อมดูแลความปลอดภัย

ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย "ตำรวจของประชาชน" เน้น การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น ทำงานร่วมกันแบบพี่น้อง ดูแลเอาใจใส่ประชาชนเสมือนครอบครัวเดียวกัน ให้บริการด้วยหัวใจเพื่อความปลอดภัยและประโยชน์สูงสุดของประชาชนในพื้นที่




📌อีกทั้งประสานความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อพี่น้องประชาชน นายศุภศิษฏ์ วาสกุล นายกเทศมนตรี ตำบลบ้านนา ยังให้การต้อนรับตำรวจน้องใหม่ อย่างอบอุ่น พร้อมให้นโยบายสร้างประโยชน์เพื่อชุมชนร่วมกัน

📌จากนั้น น้อมสักการะ ท่านพระครูโสภณนาคกิจ พระอาจารย์เดช วันช้าง ตำบลบ้านนา จ.นครนายก โดย พระอาจารย์เดชได้ให้คติธรรมแก่ตำรวจน้องใหม่ ด้านการทำงานเชิงศีลธรรมเพื่อชุมชน เพราะวัดคือหัวใจของชุมชน 

ออฟฟิศเมท ในเครือเซ็นทรัล รีเทล

ดันแบรนด์ ONE ตัวช่วยธุรกิจประหยัด “ครบ คุ้ม ทุกวัน” ตอบโจทย์ทุกออฟฟิศและธุรกิจอย่างครบครัน


ออฟฟิศเมท ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าชูแบรนด์ “ONE” แบรนด์สินค้าของออฟฟิศเมท ที่ผลิตมาเพื่อช่วยธุรกิจและองค์กร ลดต้นทุนค่าใช้จ่าย ภายใต้แนวคิด “ครบ คุ้ม ทุกวัน” ตอบโจทย์การเป็น “One-Stop Office on a Budget” ครอบคลุมสินค้าอุปกรณ์สำนักงานและสินค้าพื้นฐานที่ธุรกิจต้องใช้ ในราคาที่เข้าถึงง่ายทุกวัน แบรนด์ ONE คัดสรรสินค้าที่เหมาะกับการใช้งานของธุรกิจ ครอบคลุมตั้งแต่เครื่องเขียน กระดาษถ่ายเอกสาร อุปกรณ์สำนักงาน เฟอร์นิเจอร์สำนักงาน และอุปกรณ์ทำความสะอาด ไปจนถึงกลุ่มสินค้าที่รองรับการใช้งานเฉพาะทางมากขึ้น อาทิ กระดานไวท์บอร์ด เครื่องทำลายเอกสาร ลิ้นชักเก็บเงิน บิลเงินสด อะคริลิคใส่สื่อการขาย รวมถึงบรรจุภัณฑ์อาหาร รองรับความต้องการของธุรกิจหลากหลายประเภท



ดร.มลฤดี เลิศอุทัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ออฟฟิศเมท (ไทย) จำกัด กล่าวว่า“ ปัจจุบันแบรนด์ ONE ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าองค์กรและธุรกิจทั่วประเทศกว่า 450,000 ราย ครอบคลุมการใช้งานในหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งออฟฟิศ ธนาคาร โรงพยาบาลและคลินิก ร้านอาหาร ร้านค้าปลีก โรงงาน รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ สะท้อนแนวคิดที่ว่า ‘ธุรกิจไหนๆ ก็ใช้ ONE’”

“การตอบรับจากตลาดที่ดีอย่างต่อเนื่อง ทำให้แบรนด์ ONE มียอดขายเติบโตขึ้นทุกปี โดยในปี 2568 สามารถสร้างยอดขายทะลุ 1,000 ล้านบาท เติบโตในระดับ double digit จากปีก่อนหน้า ปัจจัยสำคัญมาจากจุดเด่นด้านราคาที่เข้าถึงง่าย ควบคู่กับคุณภาพที่เหมาะสมกับการใช้งาน (fit to purpose) โดยสินค้าหลายรายการผลิตจากโรงงานที่มีมาตรฐานเดียวกับแบรนด์ชั้นนำในตลาด และมีการพัฒนาสินค้าให้ครอบคลุมความต้องการของธุรกิจอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้แบรนด์ ONE Green และ ONE Eco-friendly เพื่อเป็นทางเลือกให้กับองค์กรที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน”



แบรนด์ ONE พร้อมเป็นตัวช่วยให้ทุกธุรกิจประหยัดค่าใช้จ่ายในทุกวัน ผู้ประกอบการที่มองหาทางเลือกคุ้มค่า สามารถเลือกซื้อสินค้าแบรนด์ ONE ได้ที่ออฟฟิศเมททุกช่องทาง ทั้งสาขาออฟฟิศเมทและออฟฟิศเมท พลัส, Contact Center 1281, www.ofm.co.th, Mobile App และ Chat & Shop ทางLINE: @OfficeMate พร้อมบริการจัดส่งฟรีเมื่อช้อปครบ 499 บาทต่อใบเสร็จ ตามเงื่อนไขที่กำหนด

เปิดคำทำนายตรุษจีน ปี พ.ศ.2569 อาจารย์มงคล รอดเที่ยงธรรม


สวัสดีครับ   ผมอาจารย์มงคล รอดเที่ยงธรรม  มาทำนายตรุษจีน ปี พ.ศ.2569  ปีม้า  ปีแห่งความนักสู้ 
ที่ไม่ว่าจะเป็นใครๆ  ก็จะต้องมีพลังในตนเองมากๆ  โดยเฉพาะพลังทางด้านบวก  เพราะพลังทางด้านนี้จะสามารถอยู่ในยุคปัจจุบันได้ดี  มีความสุข  มีความจินตนาการที่ดี  ซึ่งพลังเหล่านี้แหละที่จะพากัลยาณมิตร  พาเงิน พาทอง พาทรัพย์สิน  อสังหาริมทรัพย์  พาสิ่งของที่อยากจะได้มาหาทุกคน เริ่มจากคำพูดที่ดี   
บอกกับตนเองกันก่อนและเริ่มบอกกับทุกๆคนที่อยู่รอบข้าง   

โดยใช้ตรุษจีนที่เขาบอกว่า หากใครเกิดปีชงให้แก้ไข พากันไปกราบไหว้ขอพร โดยเฉพาะคนที่เกิดปี ชวด  ชงร้อยเปอร์เซ็นต์  คนเกิดปีเถาะชงร่วม คนเกิดปีม้าชงตัวเอง คนเกิดปีระกาชงร่วม   หรือคนเกิดปีไหนๆก็ตาม   เรามีวิธีทั้งสิ้นที่จะทำให้ได้ดี การกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็คือสิ่งที่นิยมทำกันเป็นประจำ และก็ได้ดี   พาให้มีกิจกรรมดีๆมากมาย  การขอพรเพื่อเป็นสิริมงคล มีทั้งการกราบไหว้ขอพรในประเทศไทย  หรือต่างประเทศก็ขึ้นอยู่กับความถนัดความชอบของแต่ละคนกัน แต่สิ่งที่มีเบื้องต้นและสามารถทำได้ดีและสามารถทำได้เลยก็คือการบอกกับตนเองว่า ปีนี้เราจะได้ดี  ปีนี้เราจะรวย  ปีนี้เราจะมีความสุข ปีนี้เราจะเจริญ  ปีนี้เราจะมีชื่อเสียง ปีนี้เราจะได้ในสิ่งที่เราได้  ปีนี้เราจะพาทุกๆคนที่อยู่รอบข้างตัวเรามีความสุข    

การคิดบวกเป็นพลังที่ดีงามและทำได้ดี  สิ่งที่เปล่งเสียงออกมา การกระทำที่ออกมาจากข้างในตัวเรานี่แหละเป็นสิ่งที่ดี   และได้พาตนเองไปกราบไหว้ขอพรกราบไหว้คุณพ่อคุณแม่  พาครอบครัวไปทุกที่ เป็นพลังงานที่ดีและจะมาดูดวงกันว่า ทั้ง  12  นักษัตร  ใครจะมีพลังงานร่ำรวย   มีพลังที่จะพาทุกๆคนได้ดี  ในประเทศไทย   คนเกิดนักษัตรใดจะเป็นนักษัตรที่ดีมากและดีจากอะไร แต่บอกได้เลยว่า ปีกุนมาอันดับหนึ่งจะมีสิ่งที่ดีๆ  ปีมะโรงมาอันดับสอง  ปีขาลอันดับสาม ปีฉลูอันดับสี่  ปีมะเมียอันดับห้า

#อาจารย์มงคลรอดเที่ยงธรรม

03 กุมภาพันธ์ 2569

พม. มอบโล่เชิดชูเกียรติฌาปนกิจสงเคราะห์ 2568

พม. มอบโล่เชิดชูเกียรติฌาปนกิจสงเคราะห์ 2568 มุ่งเสริมพลังเครือข่าย-สร้างหลักประกันความมั่นคงของครอบครัว

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) เป็นประธานในพิธีเปิดการประกาศเกียรติคุณการดำเนินงานการฌาปนกิจสงเคราะห์ ประจำปี 2568 ภายใต้แนวคิด “การฌาปนกิจสงเคราะห์ : โอกาสและความท้าทายการเสริมสร้างหลักประกันความมั่นคงของครอบครัว” พร้อมปาฐกถาพิเศษ “การฌาปนกิจสงเคราะห์ หลักประกันความมั่นคงของครอบครัว” อีกทั้งมอบโล่ประกาศเกียรติคุณการดำเนินงานการฌาปนกิจสงเคราะห์ ประจำปี 2568 จำนวน 45 รางวัล (การฌาปนกิจสงเคราะห์ภาครัฐ  25 รางวัล , สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ 15 รางวัล และหน่วยงานความร่วมมือในการขับเคลื่อนงานการฌาปนกิจสงเคราะห์ 5 รางวัล) โดยมี นางจตุพร โรจนพานิช อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กล่าวรายงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวง พม. และผู้แทนหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี





นายกันตพงศ์ กล่าวว่า วันนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) จัดการประกาศเกียรติคุณการดำเนินงานการฌาปนกิจสงเคราะห์ ประจำปี 2568 เพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติและเสริมพลังการดำเนินงานการฌาปนกิจสงเคราะห์ ซึ่งการฌาปนกิจสงเคราะห์นั้น ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของการจัดการเงินสงเคราะห์แก่สมาชิก แต่คือการทำหน้าที่เป็นสายใยแห่งความเอื้ออาทร ในยามที่ชีวิตของคนหนึ่งคนต้องเผชิญกับความสูญเสีย นับเป็นช่วงเวลาที่เปราะบางที่สุด ดังนั้น การฌาปนกิจสงเคราะห์ จึงถือเป็นเสาหลักสำคัญในด้านการสงเคราะห์ช่วยเหลือเกื้อกูลและเป็นหลักประกันความมั่นคงในชีวิต ด้วยการดูแลครอบครัวสำหรับประชาชนที่เป็นสมาชิกของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ตามนโยบาย “พม.ใกล้คุณ” ของนายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) 

นายกันตพงศ์ กล่าวว่า ปัจจุบัน การฌาปนกิจสงเคราะห์ มี 2 ลักษณะ ได้แก่ 1) การฌาปนกิจสงเคราะห์ภาครัฐที่ขึ้นทะเบียนของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรวิชาชีพ ขณะนี้ มี 80 แห่ง มีสมาชิกประมาณ 3.5 ล้านคน และ 2) สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ของประชาชนทั่วไป ขณะนี้ มี 4,874 แห่ง มีสมาชิกประมาณ 7 ล้านคน โดยมี กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กระทรวง พม. ในฐานะหน่วยงานของรัฐทำหน้าที่กำกับดูแล และดำเนินการส่งเสริมการฌาปนกิจสงเคราะห์ให้เป็นไปตามกฎหมายพระราชบัญญัติการฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. 2545 และ อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ในฐานะนายทะเบียนกลางการฌาปนกิจสงเคราะห์ ได้มีหน่วยกำกับและตรวจสอบเพื่อเสริมการทำงานของนายทะเบียนในท้องที่ ซึ่งมีการตรวจสอบบัญชีรายรับ รายจ่าย บัญชีงบดุล โดยสมาคมต่างๆ จะต้องรายงานให้กับนายทะเบียนในท้องที่ตามกำหนดระยะเวลาทุกปี เป็นการตรวจสอบความโปร่งใส และยกระดับมาตรฐานการฌาปนกิจสงเคราะห์ภาครัฐ และสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ของประชาชนให้มีความเข้มแข็งและมั่นคง 


นายกันตพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนขอชื่นชมและขอบคุณการฌาปนกิจสงเคราะห์ภาครัฐ สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน รวมทั้งภาคีเครือข่ายต่างๆ ที่ได้ให้ความสำคัญกับการดำเนินงานการฌาปนกิจสงเคราะห์ ทั้งนี้ ขอแสดงความยินดีกับหน่วยงานที่ได้รับรางวัลประกาศเกียรติคุณการดำเนินงานการฌาปนกิจสงเคราะห์ ประจำปี 2568 ในวันนี้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ามีการดำเนินการที่มีประสิทธิภาพและมีธรรมาภิบาล สร้างความเชื่อมั่นและเป็นแรงผลักดันให้สมาชิกได้พัฒนาการดำเนินงานให้ดียิ่งขึ้น และขอเป็นกำลังใจให้กับสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ทั้งหมด ซึ่งขอให้เกิดการตื่นตัวในการทำงานให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของการประเมินสมาคมเข้มแข็ง เพื่อนำไปสู่การรับรางวัลการเชิดชูเกียรติต่อไป 

#พมใกล้คุณ