03 ตุลาคม 2565

ช่อง 7HD สานต่ออนาคตทางการศึกษา ให้เยาวชนไทย

เดินหน้ามอบทุนต่อเนื่องระดับอุดมศึกษา โครงการ “7 สี ช่วยชาวบ้าน สานฝันการศึกษา”


            โครงการ “7 สี ช่วยชาวบ้าน สานฝันการศึกษา” ร่วมหนุนเยาวชนไทยมาโดยตลอด พร้อมให้การสนับสนุนและบรรเทาความเดือดร้อน ไม่เว้นแม้ในช่วงสถานการณ์โรคโควิด-19 เพื่อร่วมสร้างโอกาสให้นักเรียนที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ได้มีโอกาสศึกษาต่อ ด้วยการมอบทุนระดับอุดมศึกษา รุ่นที่ 2 ประจำปีการศึกษา 2565 ต่อเนื่อง จำนวน 28 ทุน

            โดย ช่อง 7HD ได้รับความร่วมมือจาก สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในการคัดเลือกนักเรียนทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อมีโอกาสเข้าร่วมโครงการ “7 สี ช่วยชาวบ้าน สานฝันการศึกษา” ระดับอุดมศึกษา รุ่นที่ 2 ประจำปีการศึกษา 2565 โดย นายพัฒนพงค์  หนูพันธ์ รักษาการกรรมการผู้จัดการ นำคณะผู้บริหารร่วมมอบทุนการศึกษาจำนวน 28 ทุน รวม 1,120,000 บาท (หนึ่งล้านหนึ่งแสนสองหมื่นบาท) ให้แก่ ศาสตราจารย์ดร.สัมพันธ์ ฤทธิเดช เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา และคุณนวรัตน์ วัชรากร นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ ผู้แทนจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม และตัวแทนนักศึกษาทุนจากโครงการฯ เป็นผู้แทนรับมอบ พร้อมด้วยตัวแทนคณะทำงาน คุณสุชาดา สภาพงศ์ รองผู้อำนวยการสำนักอำนวยการ จากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร่วมด้วย จีรนันท์ เขตพงศ์ ผู้ประกาศข่าวจากรายการ 7 สี ช่วยชาวบ้าน ร่วมแสดงความยินดีที่ได้เห็นเยาวชนเติบโต ได้รับการขยายโอกาสทางการศึกษาและกรุยทางสู่การประกอบสัมมาอาชีพวางรากฐานมั่นคงอย่างยั่งยืนต่อไป  ที่ช่อง 7HD เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2565

     นักศึกษาตัวแทนนักเรียนทุนจาก “7 สี ช่วยชาวบ้าน สานฝันการศึกษา” ระดับอุดมศึกษา รุ่นที่ 2 ทั้ง 4 คนได้แก่ นางสาวอริศรา สิงห์คำ (น้องอุ้ม) กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 2 คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลอลงกรณ์เผยว่า “รู้สึกว่าโชคดีมาก ๆ ค่ะ ที่ทางช่อง 7HD เห็นความสำคัญและให้โอกาสเราได้มีการศึกษาที่ดี ร่วมส่งเสริมและสร้างทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณค่าเพิ่มขึ้น และทำให้สามารถก้าวเดินเพื่อสานฝันอนาคตของตัวเองในการเป็นแม่พิมพ์ส่งต่ออนาคตที่ดีให้รุ่นต่อรุ่นสืบไป”

            นางสาวปวรัตน์ คำพลแสน (น้องเจียร์) กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 2 คณะศิลปะศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร กล่าวเสริม “นับเป็นช่วงเวลาที่ดีในชีวิตช่วงหนึ่งที่ได้รับโอกาสดี ๆ นี้ ขอขอบคุณผู้ใหญ่ทุกท่านที่เมตตาเด็กคนหนึ่งซึ่งหากหนูถ้าไม่ได้รับโอกาสดี ๆ แบบนี้ หนูคงไม่มีกำลังใจที่จะเรียนหนังสือต่อไป ซึ่งการได้รับทุนในครั้งนี้ทำให้หนูได้มีชีวิตที่ดีขึ้นและมีสภาพจิตใจมีสมาธิต่อการเรียนที่ดีขึ้น ตั้งใจว่าจะนำความรู้ต่าง ๆ ไปปรับใช้และพัฒนาตัวเองรวมถึงสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้ตัวเอง และพร้อมแบ่งปันให้กับน้อง ๆ หรือเพื่อน ๆ ด้วยจากความสามารถของเราค่ะ”

          นางสาวอารียา กุลพรหม (น้องเอ๊ะ) กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 2 คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เผยว่า “หนูเกือบตัดสินใจไม่เรียนต่อ แต่ขอขอบคุณโอกาสที่ได้รับจากช่อง 7HD ที่สามารถช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายช่วยลดค่าครองชีพ และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการศึกษา แต่ครั้งนี้ทำให้หนูมองเห็นช่องทางการเรียนของตัวเองที่สว่างสดใสอีกครั้ง สามารถเดินตามฝันก้าวสู่การเป็นว่าที่แม่พิมพ์ของชาติ แม้ต้องใช้ความพยายามในการพัฒนาตัวเองอย่างมาก หนูเชื่อว่าการประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ มักเริ่มจากความฝันที่สร้างได้ด้วยสองมือของเรา”




                 นางสาวกาญกนก นิลไสว (น้องกาญ) ชั้นปีที่ 2 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เผย “ขอบคุณโอกาสที่ดี ทำให้ก้าวผ่านปัญหาด้านสภาพคล่องของครอบครัว ทุนการศึกษานี้มีค่ามากสำหรับหนูช่วยสานฝันหนูได้จริง ๆ ค่ะ และจะใช้ช่วงโอกาสที่กำลังเรียนวิศวะฯ อย่างตั้งใจ เพื่อไปต่อยอดในระดับที่สูงขึ้น เรียนด้านเทคนิคการแพทย์ เครื่องมือแพทย์เพื่อทำตามความฝันของตัวเองที่อยากเรียนแพทย์ และสานฝันให้เป็นจริงด้วยการนำไปเปิดคลินิกหรือเติมโอกาสในการรักษาผู้ป่วยที่ขาดแคลนต่อไปค่ะ เพราะประสบการณ์ที่หนูเคยป่วยแต่ขาดแคลน จนหนูเกือบเสียโอกาสการใช้ชีวิตหลาย ๆ อย่าง ทำให้หนูเข้าใจผู้ป่วยที่ขาดแคลนมาก จึงอยากส่งต่อโอกาสที่หนูได้รับนำไปช่วยเหลือสังคมต่อไปค่ะ”

การมอบทุนการศึกษาจากโครงการ “7 สี ช่วยชาวบ้าน สานฝันการศึกษา” เริ่มตั้งแต่ปี 2553 ในรุ่นที่ 1 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จนสำเร็จการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 370 ทุน และได้ขยายโอกาสทางการศึกษามอบทุนฯ ต่อเนื่องจนถึงระดับชั้นอุดมศึกษา ภายใต้ชื่อ โครงการ 7 สี ช่วยชาวบ้าน สานฝันการศึกษา “ระดับอุดมศึกษา” (ปริญญาตรี) จำนวน 30 ทุน ทุนละ 40,000 บาท ตามระยะเวลาของหลักสูตรในแต่ละสาขาวิชา ซึ่งปัจจุบันสำเร็จการศึกษาเป็นที่เรียบร้อย


จากนั้นได้เปิดโอกาสให้ทุนการศึกษาต่อเนื่อง รุ่นที่ 2 ในปีการศึกษา 2561-2563 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจำนวน 207 ทุน ทุนละ 8,000 บาท รวม 3 ปีการศึกษา เป็นเงินทั้งสิ้นกว่า 5,000,000 บาท ล่าสุดส่งต่ออนาคตทางการศึกษาให้กับเยาวชนได้รับการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา จำนวน 28 ทุน รวมตลอดโครงการจนถึงปัจจุบัน มอบทุนการศึกษาทั้งสิ้น จำนวน 637 ทุน

สามารถติดตามความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ทางช่อง 7HD กด 35
และช่องทางโซเชียล Facebook, IG, Twitter, TikTok: Ch7HD และเว็บไซต์ www.ch7.com

“แมกซ์ โซลูชัน”จับมือ ซันเวนดิ้ง มอบโปรโมชั่นพิเศษให้สมาชิก Max Card

แฟนตู้กดสินค้าอัตโนมัติ ใช้แต้ม50แต้มแลกรับส่วนลด10 บาท เมื่อจ่ายด้วยMax Me Wallet

นายพร้อมศักดิ์ จรัญญากรณ์ กรรมการผู้จัดการ และนางสาวน้ำผึ้ง เกิดปฐม ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจบริษัท แมกซ์ โซลูชัน เซอร์วิส จำกัดบริษัทในเครือPTG พร้อมด้วยนายพิศณุ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ และนายคเณศร์ อรรถไพศาลกุล รองผู้อำนวยการสายงานการตลาด บริษัท ซันเวนดิ้ง เทคโนโลยีจำกัด (มหาชน)ร่วมกันมอบสิทธิประโยชน์เต็มแมกซ์แก่สมาชิก Max Card ด้วยโปรโมชั่นสุดพิเศษ

นายพร้อมศักดิ์ กล่าวว่า “อย่างที่รู้กันดีว่า ปัจจุบันการใช้ชีวิตของคนเราเปลี่ยนไปมากจากปัจจัยต่าง ๆ  อาทิจังหวะชีวิตอันรวดเร็วขึ้นตามการหมุนของเทคโนโลยี และการแพร่ระบาดของโควิด 19  ทำให้คนต้องการตัวช่วยที่ไม่เพียงแต่ทำให้ชีวิตเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วตามที่ต้องการ แต่ยังจะต้องทำให้ตอบโจทย์เรื่องสุขอนามัยอีกด้วย ตู้อัตโนมัติจึงดูเหมือนจะเป็นคำตอบให้กับความกังวลนี้ ทาง แมกซ์ โซลูชัน เซอร์วิส เข้าใจในเทรนด์ของการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปอย่างไม่หยุดนิ่งนี้ และต้องการที่จะตอบสนองความต้องการของสมาชิก Max Card ทุกท่านเพื่อให้ได้ใช้ชีวิตกันอย่างสนุก ปลอดภัย และมีความสุข จึงได้ร่วมมือกับ บริษัท ซันเวนดิ้ง เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ในเครือสหพัฒน์ จัดโปรโมชั่นชุดพิเศษให้กับสมาชิก Max Card ที่เป็นแฟนตู้กดสินค้าอัตโนมัติทุกคนโดยสมาชิกทุกท่านใช้แต้มเพียงแค่ 50 แต้มแลกรับส่วนลดถึง 10 บาทจากราคาปกติ โดยจะได้ 1 Max Point เมื่อชำระผ่าน Max Me Wallet ทุก 1 รายการ ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 15 ก.พ.66”

ซันเวนดิ้ง เทคโนโลยี บริษัทในเครือสหพัฒน์ถือเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจค้าปลีกขายสินค้าผ่านเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ (Vending Machine)หรือที่เรียกง่ายๆ กันว่า “ตู้กดสินค้าอัตโนมัติ”ซึ่งอยู่ในประเทศไทยมากว่า 20ปี  โดยในปัจจุบันมีพื้นที่ครอบคลุมการให้บริการกว่า 30จังหวัด และมีเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติอยู่ในตลาดกว่า15,300 เครื่อง จำหน่ายสินค้าทั้งประเภทเครื่องดื่ม ขนมขบเคี้ยว บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ รวมแล้วมีสินค้ากว่า 700รายการ (SKU) 

สมาชิก Max Card สามารถใช้สิทธิพิเศษนี้ได้ที่ตู้ SUN Vendingทุกตู้ที่ร่วมรายการ เมื่อซื้อสินค้าราคา 12 บาทขึ้นไป โดยจำกัดสิทธิ์ส่วนลด 2 สิทธิ์ต่อ 1 บัตรสมาชิก ต่อเดือน และจำกัดสิทธิ์จำนวน 30,000 สิทธิ์ตลอดแคมเปญ โดยสมาชิกสามารถใช้สิทธิพิเศษนี้ได้ตั้งแต่วันที่ 15ส.ค. 65– 15 ก.พ. 66สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถใช่ร่วมกับส่วนลดส่งเสริมการขายอื่น ๆ ได้ บริษัทฯ ของสงวนสิทธิ์ในการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขต่าง ๆ โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า 


ทุกท่านสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Max me ได้ทั้งจาก Play Store และ App Store
สำหรับท่านที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1614 ทุกวันเวลา 08.00-20.00


“ระยอง แมริออท” ต้อนรับผู้ว่าฯ กทม. ยืนยันการเริ่มฤดูท่องเที่ยว จ.ระยอง ชูสีสันความงามของหาดทรายและความสดของอาหารทะเล


เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โรงแรมระยองแมริออท รีสอร์ท แอนด์สปา ร่วมแสดงความยินดีและให้การต้อนรับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ขวัญใจชาวกรุงเทพฯ ที่เดินทางไปเยือนจังหวัดระยอง และถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการตอกย้ำการก้าวเข้าสู่ฤดูการท่องเที่ยว Hi Season ช่วงปลายฝนต้นหนาวของจังหวัด ที่จะทำให้นักท่องเที่ยวพบกับความสวยงามของหาดทราย สีสันของท้องฟ้าจากสายลมเย็นที่เริ่มพัดเข้าหาฝั่ง อันเป็นการตอกย้ำถึงฤดูกาลท่องเที่ยวทะเลระยองเริ่มขึ้นแล้ว 

“ระยอง” พร้อมแล้วสำหรับการเปิดรับนักท่องเที่ยว ในช่วงไฮซีซั่น ด้วยระยะทางการเดินทางที่สะดวกสบายจากกรุงเทพฯ เพียง 200 กิโลเมตร ก็สามารถพบกับอาหารทะเลสดพร้อมชื่นชมวิถีชาวประมง รวมถึงการท่องเที่ยวในรูปแบบต่างๆ การออกเรือ ดำน้ำดูปะการัง ท่องเที่ยวน้ำตก 


02 ตุลาคม 2565

ชวนช้อปแฟรนไชส์น่าลงทุนในงาน แฟรนไชส์สัญจรสร้างอาชีพ ในวันที่ 13-16 ตุลาคม 2565

ที่โลตัสบางใหญ่ จ.นนทบุรี 

โลตัสขอเชิญชวนผู้ที่สนใจร่วมชมและช้อปธุรกิจแฟรนไชส์ชั้นนำมากมาย อาทิ แฟรนไชส์อาหาร-เครื่องดื่ม  แฟรนไชส์ตู้หยอดเหรียญอัตโนมัติ  แฟรนไชส์อุปกรณ์ไอที  แฟรนไชส์เครื่องเขียน แฟรนไชส์บริการ และอีกมากมาย ลงทุนเริ่มต้นหลักหมื่น  เสิร์ฟพร้อมพื้นที่ขายในโลตัสราคาพิเศษเริ่มต้นเพียงหลักพัน จองพื้นที่ได้ทั่วประเทศ   อย่าช้า ! โอกาสรวย มีอาชีพยุคโควิด รอคุณอยู่... ในงาน  “แฟรนไชส์สัญจร ครั้งที่ 3 จังหวัดนนทบุรี” วันที่ 13-16 ตุลาคม 2565   เวลา 10.00-21.00 น.


ณ ลานโปรโมชั่น โลตัส สาขาบางใหญ่  จังหวัดนนทบุรี 
สอบถามรายละเอียดโทร. 09-4983-9650, 08-8452-4373

“โมโตจีพี ไทยแลนด์” ปิดฉากอลังการ “โอลิเวียร่า” ฝ่าฝนพลิกคว้าชัย

ศึกจักรยานยนต์ทางเรียบรายการใหญ่ที่สุดของโลก โมโตจีพี 2022 สนาม 17 รายการ โออาร์ ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ ปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่ประทับใจแฟนๆ ทั่วโลก ผู้ชมทะลักสู่สนามถึง  178,463 คน อัดแน่นทุกสแตนด์ ภายใต้การลุ้นแชมป์สุดเข้มข้น เกมรุ่นใหญ่ “มิเกล โอลิเวียร่า” นักบิดโปรตุกีสจาก เรดบูล เคทีเอ็ม แฟ็คตอรี หักปากกาเซียนฝ่าฝนผงาดเป็นผู้ชนะคนใหม่  ส่วน“ก้อง” สมเกียรติ จันทรา นักบิดไทยจาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย ขึ้นนำก่อนพลาดล้มดับฝันแฟนชาวไทย ขณะ “เคเคซัง” เขมินท์ คูโบะ จาก ยามาฮ่า วีอาร์46 มาสเตอร์ แคมป์ ระเบิดฟอร์มคว้าท็อป 9 ในรุ่น โมโตทู


การแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก โมโตจีพี 2022 สนาม 17 รายการ “โออาร์ ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์” ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เป็นการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2565 โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ฝ่ายจัดการแข่งขันร่วมเปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการ

ไฮไลต์การแข่งขันอยู่ในรุ่น โมโตทู ชิงแชมป์โลก ซึ่งมี 2 นักบิดชาวไทยอย่าง “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย และ “เคเคซัง” เขมินท์ คูโบะ จาก ยามาฮ่า วีอาร์46 มาสเตอร์ แคมป์ ลงบิดท่ามกลางเสียงเชียร์กระหึ่มทั่วทั้งสนามของแฟนๆ ชาวไทย

จุดเปลี่ยนของเรซนี้เกิดขึ้นจากฝนที่เทกระหน่ำลงมาอย่างหนักก่อนเริ่มแข่งขันไม่กี่นาที ส่งผลให้กรรมการประกาศเป็น “เว็ตเรซ” และลดระยะทางลงเหลือ 16 รอบสนาม โดย สมเกียรติ ที่ได้ออกสตาร์ทจากโพลขยับขึ้นนำอย่างรวดเร็ว ขณะที่ เขมินท์ ก็ไต่จากกริดที่ 16 ขึ้นมาเกาะท็อปเท็นได้ตั้งแต่รอบแรกเช่นกัน



อย่างไรก็ดี ในรอบที่ 2 ก็เกิดเหตุการณ์ดับฝันชาวไทย เมื่อ สมเกียรติ บิดเข้าโค้ง 4 ซึ่งมีปริมาณน้ำบนผิวแทร็กจากฝนที่เทลงมาอย่างหนัก ทำให้ล้มลงไปในโค้งดังกล่าว พลาดโอกาสคว้าชัยชนะในโฮมเรซอย่างน่าเสียดาย ส่วน เขมินท์ ไต่ขึ้นไปถึงอันดับ 9 ก่อนที่กรรมการจะตัดสินใจตีธงแดง เพื่อยุติการแข่งขัน

แม้จะกลับมาลงสนามได้อีกครั้ง แต่ท้ายที่สุดก็ต้องประกาศให้จบเรซไป เนื่องจากฝนถล่มเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย ผลปรากฏว่า โทนี อาร์โบลิโน นักบิดอิตาเลียนจาก เอลฟ์ มาร์ค วีดีเอส เรซซิ่ง ทีม คว้าชัยชนะไปครองด้วยเวลา 15 นาที 10.854 วินาที โดยมี ฟิลลิป ซาลัช นักบิดเช็กจาก เกรซินี เรซซิ่ง โมโตทู เป็นอันดับ 2 ตามหลัง 0.251 วินาที ขณะที่อันดับ 3 เป็นของ แอรอน คาเน็ต นักบิดสแปนิชจาก เฟล็กซ์บ็อกซ์ เอชพี40 ตามหลัง 3.112 วินาที ด้าน เขมินท์ คว้าอันดับ 9 ไปครองในโฮมเรซ นับเป็นผลงานดีที่สุดในฤดูกาลนี้

ส่วนรุ่นใหญ่อย่าง โมโตจีพี ต้องล่าช้าออกไปกว่า 1 ชั่วโมงจากฝนที่ถล่มลงมาอย่างหนัก แต่แฟนความเร็วชาวไทยก็ไม่ย่อท้อ โดยเรซนี้ต้องดวลในสภาพแทร็กเปียก ผลปรากฏว่า มิเกล โอลิเวียร่า นักบิดโปรตุกีสจาก เรดบูล เคทีเอ็ม แฟ็คตอรี่ เรซซิ่ง ไล่แซงคู่แข่งจากกริดที่ 8 ขึ้นมาคว้าชัยชนะไปอย่างเหนือชั้น ด้วยเวลา 41 นาที 44.503 วินาที เหนือ แจ็ค มิลเลอร์ นักบิดออสเตรเลียนจาก ดูคาติ เลโนโว ทีม อันดับ 2 เพียง 0.730 วินาที ตามด้วย ฟรานเชสโก้ บันยาญ่า รองจ่าฝูงชาวอิตาเลียนในอันดับ 3 ตามหลัง 1.968 วินาที

ขณะที่ มาร์ค มาร์เกซ แชมป์ ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2 สมัย จบการแข่งขันในอันดับ 5 ตามหลัง 2.958 วินาที ด้านแชมป์โลกอย่าง ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร เจอวิกฤติอย่างหนัก ร่วงลงไปจบเรซในอันดับ 17 ไม่มีแต้มจากสนามนี้ ส่งผลให้การลุ้นแชมป์โลกทวีความเข้มข้นขึ้นอีกครั้ง โดยระยะห่างจาก บันยาญ่า เหลือเพียง 2 คะแนนเท่านั้น

ด้านเกมในรุ่น โมโตทรี ถือเป็นเรซเดียวที่ได้แข่งแบบแทร็กแห้ง ผลปรากฏว่า เดนนิส ฟอกเจีย นักบิดอิตาเลียนจาก เลพเพิร์ด เรซซิ่ง คว้าชัยชนะไปครองแบบม้วนเดียวจบด้วยเวลา 37 นาที 52.331 วินาที เหนืออันดับ 2 อย่าง อายูมุ ซาซากิ นักบิดญี่ปุ่นจาก สเตอริลการ์ด้า ฮัสควาน่า แม็กซ์ เพียง 1.524 วินาที ส่วนอันดับ 3 เป็นของ ริคาร์โด รอสซี่ นักบิดอิตาเลียนจาก ซิค58 สควอดร้า คอร์เซ ตามหลัง 2.804 วินาที

สำหรับประเทศไทยได้รับการบรรจุในปฏิทินการแข่งขัน โมโตจีพี 2023 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยถูกกำหนดเป็นสนามที่ 18 ระหว่างวันที่ 27-29 ตุลาคม 2566 ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เช่นเคย

 Cr.ประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์

#motogp

#MotoGP2022

#ThaiGP🇹🇭

#SportAuthorityofThailand

#ChangInternationalCircuit

"การศึกษา" มีความสำคัญยิ่งในการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2565 ดร.กมล รอดคล้าย ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจและติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการโครงการ "ปักหมุดพาน้องกลับห้องเรียน" ของสำนักงาน กศน. อ. เมือง จ. ขอนเเก่น โดยมีกลุ่มเป้าหมายพิเศษ 2 แห่ง คือ น้องเป็ด นายณัฐพงษ์ วังสงค์ และน้องขม นางสาวจุฑารัตน์ โครตลือชา

ที่ปรึกษา รมช.ศธ.กล่าวว่า การศึกษามีความสำคัญยิ่งในการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม เพราะการศึกษามีหน้าที่ในการสร้างความรู้ และสร้างคนให้ประสบความสำเร็จในการดำรงชีวิตและประกอบอาชีพ การศึกษาช่วยเปลี่ยนสถานะและช่วงชั้นทางสังคมให้กับคน และมีผลต่อการพัฒนาประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้า



เยาวชนในทุกกลุ่มเป้าหมายล้วนเป็นทรัพยากรที่สำคัญของประเทศชาติ ไม่เว้นแม้กลุ่มเป้าหมายพิเศษ หรือกลุ่มเด็กพิการ ในการลงพื้นติดตามนโยบายปักหมุด ที่ จ.ขอนแก่น ในครั้งนี้ ที่ปรึกษา รมช.ศธ. ได้เดินทางไปเยี่ยมบ้าน นายณัฐพงษ์ วังสงค์ (น้องเป็ด)​ ซึ่งอาศัยอยู่กับคุณยาย ณ  บ้านเลขที่​ 132 หมู่ 23 ตำบลสาวะถี อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น​ มีความบกพร่องทางการได้ยิน​ ต้องการเรียนให้พออ่านออกเขียนได้ กศน.อ.เมือง จ.ขอนแก่น จึงรับน้องเข้าเป็นนักศึกษาของ กศน. เรียนจนจบชั้นประถมศึกษาปีที่​ 6 ​แต่ไม่ประสงค์ที่จะศึกษาต่อ​ เพราะต้องการออกมาช่วยคุณยายทำงานหาเลี้ยงชีพ ซึ่งที่บ้านคุณยายมีอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งพอหาเลี้ยงตนเองได้ ส่วนนางสาวจุฑารัตน์ โครตลือชา (น้องขม)​ อาศัยอยู่บ้านเลขที่​ 185 หมู่ 8 ตำบลสาวะถี อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น​ มีความบกพร่องทางด้านสติปัญญา​ ได้รับการศึกษาจาก กศน.อ.เมือง จ.ขอนแก่น ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่​ 6 เช่นกัน น้องขมอ่านออกเขียนได้  สามารถประกอบอาชีพขายไก่ย่าง​ช่วยพ่อแม่ได้ ซึ่งน้องทั้งสองถึงแม้จะมี IQ ไม่เท่าเทียมกับเด็กปกติ แต่น้องมี EQ. ที่ดีมาก ได้รับการดูแลเป็นอย่างดีจากพ่อแม่ผู้ปกครอง สามารถพึ่งพาตนเองได้ และมีรายได้เพื่อการยังชีพ

น้องทั้งสองได้กล่าวว่าการศึกษากับ กศน. ทำให้น้องสามารถอ่านออกเขียนได้ สามารถสื่อสารกับบุคคลอื่นๆ ได้ ทำให้ลดช่องทางสังคมได้เป็นอย่างดี และรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่ามากขึ้น นับได้ว่าทั้งน้องเป็ดและน้องขมมีคุณภาพชีวิตที่ดี และอยู่ร่วมกับคนในชุมชนได้อย่างมีความสุข

ที่ปรึกษา รมช.ศธ. ได้พูดคุยให้กำลังใจและขอให้ทั้งสองเป็นเด็กดีของพ่อแม่ เป็นคนดีของสังคม มีความกตัญญูกตเวที จากนั้นได้มอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้กับทั้งสองครอบครัว และจะส่งทีมงานไปประสานความร่วมมือในการพัฒนาและนำข้อมูลที่ได้ไปประกอบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้​ พ.ศ.​ .... ต่อไป

01 ตุลาคม 2565

ซีนัส เทคโนโลยี เปิดตัวเครื่องออกกำลังกายอัจฉริยะตอบโจทย์คนรักสุขภาพในยุคของ AI

เมื่อเทคโนโลยีการออกกำลังกายก้าวหน้าสู่ระบบ AI Technology ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬาอาชีพหรือคนธรรมดาที่รักสุขภาพก็ยกระดับการออกกำลังกายให้มีประสิทธิภาพในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนได้ ด้วยเล็งเห็นถึงช่องว่างที่ยังมีพื้นที่ให้แจ้งเกิด  บริษัท ซีนัส เทคโนโลยี จำกัด ใช้ประสบการณ์และความถนัดในเรื่องวิชาการหลังจากคว่ำหวอดอยู่ในแวดวงนำเข้าเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ มากว่า 28 ปี นำเข้าอุปกรณ์ออกกำลังกาย จากยุโรปและอเมริกา โดยเน้นเครื่องที่มีนวัตกรรมก้าวล้ำ มีงานวิจัยรับรองในระดับสากล ​ ล่าสุด ได้เปิดตัวเครื่องออกกำลังกาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ผู้ที่รักการออกกำลังกายในยุค AI

นายอาคม นาถวรธาดา CEO บริษัท บริษัท ซีนัส เทคโนโลยี จำกัด

ในงาน Asia Fitness Conference2022 ที่ไบเทค บางนา โดยมีเจ้าของนวัตกรรม และผู้บริหาร ร่วมด้วยนายอาคม นาถวรธาดา CEO บริษัท บริษัท ซีนัส เทคโนโลยี จำกัด กล่าวว่า ด้วยเทรนด์การออกกำลังกายที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงความทันสมัยของอุปกรณ์กีฬาและวิทยาศาสตร์การกีฬาต่างๆ ทำให้จักรกลอัจฉริยะ ถูกนำมาใช้ในแวดวงเครื่องออกกำลังกาย ขณะเดียวกันผลจากการแพร่ระบาดโควิด19 ก็มีส่วนที่ทำให้คนมองหาทางเลือกใหม่ๆในการออกกำลังกายที่ต้องการความเป็นส่วนตัว และมีผู้ฝึกสอนในระบบทางไกลได้

“ผมมองว่าเครื่องออกกำลังยุคนี้ต้องเป็น 2 way คือใช้เพิ่มหลักการชีวกลศาสตร์การกีฬาที่สามารถตรวจสอบแรง ความเร็ว มุม ระยะทางต่างๆ เพื่อช่วยปรับให้การออกกำลังกายมีประสิทธิภาพมากขึ้น คือเป็นทั้งเครื่องที่ช่วยฝึกและสอนการฝึก ได้ทุกสัดส่วน โดย Sintesi เป็นเครื่องที่เสมือนมีอุปกรณ์ทั้งหมด ในยิมรวมอยู่ในเครื่องเดียว และมีโปรแกรมการตั้งค่าของเครื่องที่ชาญฉลาดและหลากหลาย ความคุ้มค่าที่ไม่ต้องใช้เครื่องมือหลายเครื่อง ยังประหยัดพื้นที่ติดตั้งแค่ 2 ตารางเมตร หรือนำไปติดตั้งเป็นเครื่องออกกำลังกายที่มีดีไซด์และดู Luxury

Sintesi  สามารถกำหนดให้ตรงกับความต้องการว่าจะฝึกส่วนไหน และข้อจำกัดเราแค่ไหน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายได้เร็วกว่าเครื่องออกกำลังกายทั่วๆไป และไม่เกิดอาการบาดเจ็บจากการมีลูกเหล็กแบบเก่าที่ไว้ใช้งาน   

Sintesi by Akius เพียงแค่ตั้งค่าที่ต้องการ ระบบ AI จะคอยติดตามช่วยให้ทำท่าทางการออกกำลังกายให้ถูกต้อง ความหนักเบาที่ร่างกายต้องแบกรับนั้นเหมาะสมหรือเปล่า หากไม่เหมาะสมระบบจะช่วยวิเคราะห์และปรับให้เหมาะสมที่สุดให้ เพื่อให้การออกกำลังกายมีประสิทธิภาพสูงสุด และยังเก็บข้อมูลนำไปดูวิวัฒนาการการพัฒนาร่างกายของผู้ฝึก หรืองานวิจัยต่อได้  และยังมี  Virtual Coach อยู่ในเครื่องเป็นผู้ช่วย       


จุดเด่นที่คนอื่นไม่มี คือเมื่อมีงานวิจัยเกี่ยวกับการออกกำลังกายชุดใหม่ขึ้นมา ข้อมูลความรู้เหล่านั้นจะถูก Download ลงไปในเครื่องเพื่อให้เครื่องทันสมัยตามหลักวิชาการตลอด นั่นแปลว่า Sintesi จะเป็นเครื่องออกกำลังกายที่ไม่มีวันเอาท์ คือทันสมัยตลอดเวลา 

เครื่องนี้ ไม่ได้ถูกสร้างมาเพียงเพื่อรองรับการใช้งานในหมู่นักกีฬาอาชีพเท่านั้น ทว่าตอบโจทย์การใช้งานด้านสุขภาพสำหรับทุกคน เช่น ผู้สูงอายุ, ผู้ป่วย หรือผู้มีอาการบาดเจ็บ ก็สามารถใช้เครื่องออกกำลังกายนี้เพื่อฟื้นฟูร่างกายและกล้ามเนื้อให้กลับมาแข็งแรงได้”          



โดยผู้ที่คิดค้นเทคโนโลยีสุดล้ำนี้ คือ Mr.Alessandro Englaro CEO & Cofondaotre Akuis Tech   “ผมเคยเป็นวิศวกรการบิน และเคยอยู่ในทีมพัฒนารถยนต์เฟอร์รารี จึงได้ใช้ความรู้ด้านกลศาสตร์และไฟฟ้า มาผสมผสานกับเทคโนโลยีด้านฟิตเนสออกแบบ Sintesi ก่อนที่จะนำออกจำหน่าย เราได้ทำการทดสอบโดยให้นักกีฬามืออาชีพทดลองใช้ ซึ่งผลตอบรับออกมาดี และได้รับรางวัลการออกแบบผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยมระดับนานาๆชาติ  เช่น Archiproducts Design Awards –Winner 2021 หรือรางวัลจากงานฟิตเนสระดับโลก Innovation Trend Award FIBO ที่ประเทศเยอรมันนี ” เจ้าของนวัตกรรม Sintesi กล่าว



ทั้งนี้  ซีนัส เทคโนโลยีฯ ยังได้แนะนำเครื่องออกกำลังกาย YO ROLLER ที่ได้รับรางวัลการออกแบบ ISPO new Award ในหมวด Fitness จากคู่แข่ง 400 รายการทั่วโลก สามารถนำไปใช้ได้ทุกที่ องค์การ NASA ,SpaceX, Blue Origin ได้นำสินค้าไปติดตั้งในการท่องอวกาศ

VO2 Master เครื่องประเมินประสิทธิภาพของการหายใจ ใช้ง่ายผ่านแอปพลิเคชั่นบนมือถือ โดยเครื่องมือนี้มีใช้ในสมาคมคมฟุตบอลระดับโลก เช่น ทีมลิเวอร์พูล,ทีมเชลซี ,Homing by Tecnobody ยักษ์ใหญ่สินค้า Innovation ในยุโรป ที่นำเครื่องมือเล็กกระทัดรัดที่ฝึกและสอนคนได้ทุกระดับผ่านระบบกล้อง 3D และ Software ,Tobiipro แว่นตาวิเคราะห์ทิศทางการเคลื่อนไหว แบบไร้สาย ทำงานร่วมกับซอฟแวร์หลากหลาย วิเคราะห์ร่วมกับคลื่นสมอง ในทางการตลาดสามารถวิเคราะห์การมองเห็นและความสนใจของผู้บริโภค รวมทั้งในการทำงานเพื่อลดอุบัติเหตุในโรงงาน จนถึงการฝึกสอนผู้ป่วยออร์ทิสติค 

โดยงานนี้ยังได้เชิญ โค้ช- มิกกี้ อัลภาชน์ ณ ป้อมเพชร นักวิทยาศาสตร์การกีฬา มาทดสอบเครื่องออกกำลังกายอัจฉริยะ


สำหรับผู้ที่สนใจ ต้องการเยี่ยมชมและทดสอบเครื่องออกกำลังกายสามารถแวะไปได้ที่งาน AFC 2022 ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 2 ต.ค.65หรือ www.zenastechnology.com และ IG : zenastechnology

30 กันยายน 2565

อีกหนึ่งเมนูประสบการณ์ ท่องเที่ยววิถีชุมชนหมู่บ้านนกกะเรียนพันธุ์ไทยแห่งแรกของประเทศ ที่บุรีรัมย์



บ่ายวานนี้ (30 ก.ย. 2565) นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ผู้แทน ททท.
เข้าร่วมพิธีเปิดงานท่องเที่ยววิถีชุมชนหมู่บ้านนกกะเรียนพันธุ์ไทย จ.บุรีรัมย์ โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมต.ว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี และท่านผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์  ให้เกียรติกล่าวต้อนรับ แขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชนที่เข้าร่วมงานคับคั่ง


การจัดกิจกรรมนี้เพื่อต้อนรับนทท.ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่เดินทางเข้ามายังจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อร่วมงาน MotoGP รายการ “โออาร์ ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2022” ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 30 กันยายน – 2 ตุลาคม 2565 โดยเล็งเห็นถึงโอกาสอันดี ที่จะใช้โมโตจีพีเป็นกลไกสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวที่เป็นแฟนมอเตอร์สปอร์ตหลายแสนคน ให้มีโอกาสได้รู้จักสถานที่ท่องเที่ยวแหล่งใหม่ และสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยววิถีชุมชนของชาวบุรีรัมย์ โดยเฉพาะนกกระเรียนพันธุ์ไทย ที่เคยสาบสูญไปจากธรรมชาติเมืองไทยนานถึง 50 ปี แต่ตอนนี้นกกะเรียนได้กลับมาแล้ว ซึ่งเกิดจากน้ำพักน้ำแรงของเหล่านักอนุรักษ์ และชาวนาแห่งอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก จังหวัดบุรีรัมย์ นี้ สพหรับการจัดงานจะมีต่อเนื่อง จนถึง เดือน มกราคม 2523 คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ
แวะหมุนเวียน มาร่วมงาน กว่า 50,000 คน และจะเกิดรายได้หมุนเวียนในช่วงการจัดงานกว่า 120 ล้านบาท


การจัดกิจกรรมนี้เพื่อต้อนรับนทท.ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่เดินทางเข้ามายังจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อร่วมงาน MotoGP รายการ “โออาร์ ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2022” ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 30 กันยายน – 2 ตุลาคม 2565 โดยเล็งเห็นถึงโอกาสอันดี ที่จะใช้โมโตจีพีเป็นกลไกสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวที่เป็นแฟนมอเตอร์สปอร์ตหลายแสนคน ให้มีโอกาสได้รู้จักสถานที่ท่องเที่ยวแหล่งใหม่ และสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยววิถีชุมชนของชาวบุรีรัมย์ โดยเฉพาะนกกระเรียนพันธุ์ไทย ที่เคยสาบสูญไปจากธรรมชาติเมืองไทยนานถึง 50 ปี แต่ตอนนี้นกกะเรียนได้กลับมาแล้ว ซึ่งเกิดจากน้ำพักน้ำแรงของเหล่านักอนุรักษ์ และชาวนาแห่งอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก จังหวัดบุรีรัมย์ นี้ สพหรับการจัดงานจะมีต่อเนื่อง จนถึง เดือน มกราคม 2523 คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ แวะหมุนเวียน มาร่วมงาน กว่า 50,000 คน และจะเกิดรายได้หมุนเวียนในช่วงการจัดงานกว่า 120 ล้านบาท

#AmazingThailand

#เที่ยวเมืองไทยAmazingยิ่งกว่าเดิม

#ยิ่งไปยิ่งให้ยิ่งสุขใจกว่าที่เคย

ข้าวมาบุญครอง สนับสนุนการแข่งขัน Gourmet & Cuisine Young Chef2022


นายกฤษ  โอสถาเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด (CMO) บริษัทไทยเบสท์ โพลทรี จำกัด เป็นตัวแทนร่วมนำผลิตภัณฑ์จากพอลดีย์ ฟาร์มไก่อารมณ์ดี ยูริกต่ำ เพื่อมอบรางวัลผู้ชนะกิจกรรมการแข่งขันทำอาหาร “Gourmet & Cuisine Young Chef 2022” ระดับอุดมศึกษา โดยแชมป์สมัยแรกเป็นของทีม YOLO จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และรองชนะเลิศอันดับ 1 เป็นของทีม Stellar_UTCC จากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ส่วนรองชนะเลิศ อันดับ 2 เป็นของทีม DTC Team จากวิทยาลัยดุสิตธานี นอกจากนี้รางวัล Popular Vote ตกเป็นของทีม SISTER จากวิทยาลัยดุสิตธานี โดยได้ทำการประกาศผลและจัดมอบรางวัล ณ ศูนย์ฝึกปฏิบัติการอาหารนานาชาติ โรงเรียนการเรือน มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เมื่อเร็วๆ นี้


ข้าวมาบุญครอง สนับสนุนการแข่งขัน Gourmet & Cuisine Young Chef 2022

หนุนศักยภาพการแข่งขันของไทยในอุตสาหกรรมอาหาร

บริษัท พี อาร์ จี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารกลุ่มธุรกิจในเครือข้าวมาบุญครอง  หนุนศักยภาพอุตสาหกรรมอาหาร เปิดพื้นที่ให้เยาวชนไทย บ่มเพาะประสบการณ์การเป็นเชฟ ผ่านการร่วมสนับสนุนการแข่งขัน Gourmet & Cuisine Young Chef 2022 เพื่อผลิตเชฟรุ่นใหม่ สร้างสรรค์ผลงานสุดเจ๋ง พร้อมนำวัตถุดิบท้องถิ่น และเมนูอาหารไทย ต่อยอดให้ไกลสู่ตลาดโลก




เชื่อว่ากิจกรรมในครั้งนี้ จะช่วยให้ดึงศักยภาพในตัวน้องๆ นำมาสู่การเปลี่ยนแปลงสิ่งใหม่ๆ ที่ดีขึ้นให้กับวงการอาหาร จากคนรุ่นใหม่ที่มีไอเดีย รวมถึงอยากเห็นการนำวัตถุดิบที่มีอยู่ภายในประเทศของเรา ไม่ว่าจะเป็นภาคการเกษตร ภาคการประมง  ที่เรามีทรัพยากรที่มีคุณภาพมากๆ และเป็นอาชีพพื้นฐานของคนในประเทศ มารังสรรค์เป็นเมนูใหม่ๆที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะสามารถช่วยเหลือเกษตรกร และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจด้านอาหารและการท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี

ทีม YOLO จากมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา ทีมชนะเลิศการประกวด Gourmet & Cuisine Young Chef 2022 กล่าวว่า รายการการแข่งขันดังกล่าว มีระยะเวลาในการเตรียมตัว และครีเอทเมนูประมาณ 1 เดือนก่อนการแข่งขันในรอบตัดสิน ซึ่งมีแรงบันดาลที่อยากคงรสชาติที่มีเอกลักษณ์ความเป็นอาหารไทย และยกระดับให้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น เสิร์ฟทั้งหมด 3 เมนู ประกอบด้วย เมนูหลัก (Main Course) จำนวน 1 เมนู และเมนูเรียกน้ำย่อย (Appetizer) จำนวน 2 เมนู โดยเมนูหลักนำเสนอเป็นเมนู ข้าวอบไรซ์เบอร์รี่ ที่ทำคล้ายกับซาโมซ่า ด้านในจะเป็นข้าวไรซ์เบอร์รี่อบเครื่องเทศกระหรี่พัฟ และเมนูเรียกน้ำย่อยคือแซลมอนเจลลี่ต้มข่า และเบบี้คอร์สสลัด และเพิ่มความสดชื่นด้วยเมนูส้มซ่า ฮอลแลนเดซ ซึ่งเป็นการนำผลไม้ไทยอย่างส้มซ่ามาประยุกต์ให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น ซึ่งจากการเข้าประกวดทำให้มีประสบการณ์มากยิ่งขึ้น เรียนรู้ที่จะวางแผน และการทำงานตามขั้นตอน เพื่อให้ทันต่อเวลาในการประกวด และขอขอบคุณทางคณะผู้จัด และผู้สนับสนุนเป็นอย่างสูง ที่เปิดพื้นที่ให้พวกเราได้พัฒนาศักยภาพ และเป็นพื้นที่ในการก้าวสู่การเป็นเชฟมืออาชีพที่เราใฝ่ฝัน

ทีม Outstanding ผู้ชนะรางวัลพิเศษ จากการนำวัตถุดิบข้าวไรซ์เบอร์รี่ ของข้าวมาบุญครองมารังสรรค์เป็นเมนูพิเศษ กล่าวว่า คอร์สเมนูที่นำมาประกวด มีแรงบันดาลใจจากสำรับไทย ผสมผสานกลิ่นอายฟิวชั่นตะวันตก โดยคำนึงจากวัตถุดิบหลัก คือข้าวไรซ์เบอร์รี่ ที่มีสี กลิ่น และเนื้อสัมผัสที่ไม่เหมือนข้าวตัวอื่นเลย ซึ่งเป็นสเน่ห์เฉพาะตัว ซึ่งต้องดึงเสน่ห์ของเขาออกมาให้ได้มากที่สุด จึงเป็นที่มาของการรังสรรค์เมนูในครั้งนี้ ในรูปแบบคล้ายเมนูอารันชินี โดยด้านในเป็นข้าวไรซ์เบอร์รี่สัมผัสนุ่มหนึบเคล้ากลิ่นและรสชาติของคะน้าปลาเค็มกำลังดี  ตรงกลางข้าวสอดใส้ชีส ที่เมื่อทานจะทำให้รสนัวขึ้น ส่วนด้านนอกนำข้าวไรซ์เบอร์รี่มาทำเป็นข้าวพอง ที่ถูกบด คลุกกับปลาแซลมอนแล้วนำไปทอดอีกครั้ง เมื่อทานรวมกันจะให้ความรู้สึกถึงข้าวคะน้าปลาเค็มที่ต่างไปจากเดิม ในรสชาติที่นัว และสนุกกับการทานมากขึ้นจากความกรุบกรอบของข้าวไรซ์เบอร์รี่พอง และเชื่อว่าจะเป็นอีกหนึ่งเมนูขึ้นชื่อของไทย ที่ชาวต่างชาติอยากลิ้มลอง

สร้างความยั่งยืนผ่านแรงบันดาลใจกับเรื่องเล่า

การเปลี่ยนแปลงที่ดีมีพื้นฐานมาจากความเชื่อและความเข้าใจ ฉะนั้นหนึ่งในวิธีที่จะนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนคือการสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนตระหนักและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม  เวที Planet Possible ที่ National Geographic จัดขึ้นในงานมหกรรมความยั่งยืน Sustainability Expo 2022 ร่วมสร้างแรงบันดาลจาก “การเล่าเรื่อง” อันทรงพลังผ่านสื่อต่าง ๆ หลากหลายรูปแบบโดยช่างภาพและศิลปินรุ่นใหม่ที่ช่วยกระทุ้งและสร้างแรงกระเพื่อมในสังคม

เจรมัย พิทักษ์วงศ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ Media & Event Business บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)  เกริ่นนำว่าการเล่าเรื่องที่ดีจะสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้  การพัฒนาอย่างยั่งยืนก็ต้องอาศัยแรงบันดาลใจที่จะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนงานอนุรักษ์ “ในการเล่าเรื่องให้มีอิมแพ็ค เราเน้นการตั้งคำถาม เพราะถ้าเราสงสัย เราจะออกไปหาคำตอบ เมื่อเราออกไปค้นหาเราจะเห็นปัญหา เมื่อเราเห็นปัญหา เราจะออกไปแก้ไข ออกไปปกป้อง และถ้าเราทุกคนเห็นพ้องว่าจะต้องแก้ไข เราจะลงมือทำและสามารถแก้ปัญหานั้นได้” เจรมัยกล่าวถึงกระบวนการสร้างแรงบันดาลใจที่มีจุดเริ่มต้นที่ต้นตอและแก่นของปัญหา ที่แตกยอดออกมาเป็นเรื่องราวที่ทั้งให้ความรู้และกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลง 

การเปลี่ยนแปลงที่ดีมีพื้นฐานมาจากความเชื่อและความเข้าใจ ฉะนั้นหนึ่งในวิธีที่จะนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนคือการสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนตระหนักและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม  เวที Planet Possible ที่ National Geographic จัดขึ้นในงานมหกรรมความยั่งยืน Sustainability Expo 2022 ร่วมสร้างแรงบันดาลจาก “การเล่าเรื่อง” อันทรงพลังผ่านสื่อต่าง ๆ หลากหลายรูปแบบโดยช่างภาพและศิลปินรุ่นใหม่ที่ช่วยกระทุ้งและสร้างแรงกระเพื่อมในสังคม

เจรมัย พิทักษ์วงศ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ Media & Event Business บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)  เกริ่นนำว่าการเล่าเรื่องที่ดีจะสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้  การพัฒนาอย่างยั่งยืนก็ต้องอาศัยแรงบันดาลใจที่จะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนงานอนุรักษ์ “ในการเล่าเรื่องให้มีอิมแพ็ค เราเน้นการตั้งคำถาม เพราะถ้าเราสงสัย เราจะออกไปหาคำตอบ เมื่อเราออกไปค้นหาเราจะเห็นปัญหา เมื่อเราเห็นปัญหา เราจะออกไปแก้ไข ออกไปปกป้อง และถ้าเราทุกคนเห็นพ้องว่าจะต้องแก้ไข เราจะลงมือทำและสามารถแก้ปัญหานั้นได้” เจรมัยกล่าวถึงกระบวนการสร้างแรงบันดาลใจที่มีจุดเริ่มต้นที่ต้นตอและแก่นของปัญหา ที่แตกยอดออกมาเป็นเรื่องราวที่ทั้งให้ความรู้และกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลง 


เวทีสัมมนา Planet Possible จึงได้ชวนคนรุ่นใหม่ที่อยู่ในโครงการ “Explorer” ของ National Geographic มาเล่าเรื่องที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในสังคมผ่านภาพถ่ายและโครงการที่เปี่ยมด้วยความสร้างสรรค์เริ่มจากมอลลี่ เฟอร์ริล สาวนักสำรวจที่เริ่มสำรวจสิ่งแวดล้อมผ่านเลนส์กับการทำงานในประเทศเมียนมาร์ก่อนที่จะย้ายมาประเทศไทย การเข้าไปถ่ายภาพสัตว์ป่าและการใช้ชีวิตคลุกคลีกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ทำให้เธอได้เห็นความตั้งใจจริงและความเสียสละของเจ้าหน้าที่ในการดูแลอนุรักษ์สัตว์ป่า พืชพรรณ ได้เข้าใจถึงระบบนิเวศ และเริ่มตั้งคำถามที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโลกนี้ให้ดีขึ้นกว่าเดิม 

วัชรพงษ์ หงส์จำรัสศิลป์ นักชีววิทยาจากภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขึ้นเวทีเพื่อเล่าเรื่อง “กุ้งเดินขบวน” ปรากฏการณ์ธรรมชาติสุดมหัศจรรย์ที่จังหวัดอุบลราชธานี ที่วัชรพงษ์ต้องปีนบันไดลงไปติดตั้งกล้องที่ก้นเขื่อนเพื่อสังเกตดูพฤติกรรมของกุ้ง ตามลงไปถ่ายบนโขดหินสูงเพื่อติดตามการเดินขบวนของกุ้งนับหมื่นนับแสนตัว ถ่ายภาพกุ้งตัวเล็กที่กระดืบตัวขึ้นจากน้ำ เดินไปบนเส้นทางข้ามโขดหิน กิ่งไม้เพื่อจะเดินทางกลับ “บ้าน” ที่อยู่ต้นน้ำ เนื่องจากกระแสน้ำแรงเกินกว่าที่ขาเล็ก ๆ ของพวกมันจะพาตัวเองว่ายน้ำกลับบ้านได้

นอกจากจะเข้าใจเรื่องธรรมชาติของกุ้งแล้ว เรายังได้เห็นว่ากุ้งพวกนี้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ความเชื่อและวัฒนธรรมพื้นเมือง ในฤดูแล้งเมื่อน้ำในแม่น้ำลดลงหินสลักรูปนารายณ์บรรทมสินธุ์ที่ก้นแม่น้ำจะโผล่ขึ้นมาให้เห็น ชาวบ้านจึงเชื่อว่ากุ้งเหล่านี้เดินทางขึ้นมาบูชาพระนารายณ์  และในงานประจำปีของที่นี่ชาวบ้านจะจัดแสดงการเต้นรำพื้นเมืองที่มีเนื้อเพลงเกี่ยวกับการเดินขบวนของกุ้ง รวมถึงมีการทำรูปปั้นกุ้งขนาดใหญ่เพื่อโปรโมตการท่องเที่ยวด้วย 

“พอการท่องเที่ยวมา เราสังเกตว่าธรรมชาติเริ่มถูกรบกวน กุ้งลดจำนวนลง  ในอนาคตถ้าจำนวนกุ้งลดลงเรื่อย ๆ อาจมีผลกระทบต่อวิถีชีวิต วัฒนธรรม ความเป็นอยู่ของคนท้องถิ่นก็ได้ ดังนั้นสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาดูกุ้งเดินขบวน อยากจะฝากให้ทุกคนช่วยกันแค่อ่านป้ายคำแนะนำและปฏิบัติตามกฎก็จะช่วยอนุรักษ์ธรรมชาติได้” วัชรพงษ์กล่าว

ตากล้องรุ่นใหม่อีกคนหนึ่งที่มีดีกรีรางวัลระดับโลกการันตีฝีมือ “ชิน” ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย มาพร้อมกับเรื่องเล่าที่จะสร้างแรงบันดาลใจอีกเรื่องจากท้องทะเล

ความเครียดความกังวลที่สะสมระหว่างการล็อคดาวน์ช่วงโควิดระบาดในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้ชินตัดสินใจที่จะเดินทางไปยังหมู่เกาะอาดัง-ราวี จังหวัดสตูล เพื่อเยียวยาจิตใจ  แม้จะตั้งความหวังว่าจะได้ลงไปว่ายน้ำ ถ่ายภาพฉลามวาฬตัวโต แต่สิ่งที่ชินได้ค้นพบน่าประทับใจกว่านั้น ชินได้ใช้เวลาสังเกตการทำประมงของคนพื้นเมืองชาวอูรักลาโว้ย หรือชาวเลแห่งหมู่เกาะอาดัง-ราวี ที่ดูเรียบง่ายแต่มีเรื่องราวสะกิดใจอย่างมาก 

ชาวอูรักลาโว้ยใช้ภูมิปัญญาดั้งเดิมในการจับปลา ใช้ไม้ที่เหมือนหวายมาทำโครง และใช้ลวดมาดัดทำตาข่ายเป็นเครื่องดักปลา พวกเขาดำน้ำลงไปโดยใช้คอมเพรสเซอร์ป้อนอากาศผ่านท่อพลาสติกที่ติดตัวนักดำน้ำลงไปที่ก้นทะเล พวกเขาวางเครื่องดักปลาขนาดใหญ่นี้ไว้อย่างแน่นหนาที่ก้นทะเลไม่ให้เคลื่อนที่ไปทำลายหินหรือสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลเหมือนอวนลากของการทำประมงในเชิงพาณิชย์

“ชาวอูรักลาโว้ยเป็นนักดำน้ำและนักจับปลากันมาหลายชั่วอายุคน เขารู้ว่าปลาชนิดไหนอยู่ที่ไหน ต้องจับอย่างไร วิธีการจับปลาของพวกเขาจึงเลือกจับเฉพาะปลาที่ต้องการเท่านั้น และด้วยวิธีที่นุ่มนวล ไม่ทำลายท้องทะเล ไม่ทำลายปะการัง ปลาที่ได้จึงเป็นปลาที่ต้องการ และมีสภาพสมบูรณ์”

นี่เป็นที่ที่ทำให้ชินได้พบกับเชฟโจ ณพล จันทร์เกตุ เจ้าของร้านสามล้อที่เลือกสรรวัตถุดิบจากท้องถิ่นที่พบระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวมาทำเป็นอาหารจานเด็ดเสิร์ฟในร้าน และเชฟโจได้นำปลาสด ๆ จากทะเลอันดามันมาทำพล่าปลาให้ผู้ชมในงานได้ชิมกันด้วย

อีกหนึ่งเรื่องเล่าที่สร้างแรงกระเพื่อมในสังคมคือเรื่องเล่าจากกลุ่มศิลปินในฟิลิปปินส์ที่ใช้จินตนาการและตั้งคำถามว่าจะเป็นอย่างไรถ้าเราคิด มองโลก และทำทุกอย่างราวกับเราเป็นเกาะในทะเล โดยมีซาแมนธา ซารานดิน ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร ชักชวนเดวิด โลรัน ภัณฑารักษ์รุ่นใหม่ นิโคลา เซบาสเตียน นักเขียนสาว และ ฮานนาห์ เรเยส โมราเลส ช่างภาพจาก National Geographic มาร่วมกันสร้างโปรเจ็คเก๋ ๆ ที่ชื่อว่า Emerging Islands โครงการพิเศษของพวกเขาก็เกิดขึ้นในช่วงการล็อคดาวน์เช่นกัน

ในการรังสรรค์แต่ละโปรเจ็ค กลุ่ม Emerging Islands ชวนให้ศิลปินได้ตั้งคำถามเกี่ยวกับชีวิต ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับธรรมชาติ และออกไปค้นหาคำตอบด้วยการพูดคุยกับผู้คน สังเกต และนำข้อมูลมาประมวลและนำเสนอในรูปแบบงานศิลปะที่มีความหลากหลาย ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ หลากหลาย เช่น Follow the Water นิทรรศการภาพถ่ายกลางแจ้งที่สะท้อนภาพของท้องทะลและชีวิตที่เกี่ยวข้องกับทะเล  Plastic Passages ที่เก็บเอาเศษพลาสติกจากในท้องทะเลขึ้นมารังสรรค์เป็นงานศิลปะ Mebuyan’s Vessel งานศิลปะจัดวางที่แสดงความเคารพต่อเทพแห่งท้องทะเลซึ่งเป็นความเชื่อของชาวพื้นเมือง A Fold in the Horizon งานศิลปะที่ผสมผสานศิลปะการแสดงที่สะท้อนความหลากหลายและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในชีวิต

เดวิด โลรัน กล่าวว่า “ความร่วมมือเป็นปัจจัยสำคัญ การได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นกับคนทุกระดับทำให้เราได้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งต่าง ๆ ในโลก ก็เหมือนกับหมู่เกาะที่เกิดขึ้นจากเกาะหลายแห่งรวมกัน และอยู่ร่วมกันกับน้ำ ลม อากาศ สิ่งมีชีวิตที่หลากหลาย ทุกสิ่งอยู่ร่วมกันและร่วมมือกันจึงเกิดความสมดุลของธรรมชาติขึ้นมาได้”เรื่องเล่าจากคนรุ่นใหม่ที่รักการถ่ายภาพเหล่านี้ได้สร้างแรงบันดาลใจและชี้ให้ผู้เข้าชมงาน Sustainability Expo 2022 ได้เข้าถึงหัวใจของความยั่งยืน ได้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งต่าง ๆ และได้ตระหนักว่าการสร้างสมดุลคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดความยั่งยืน

#SX2022 #GoodBalance #BetterWorld #BetterMe #BetterLiving #BetterCommunity
#SustainabilityExpo #SustainabilityExpo2022 #Sustainablity #สมดุลที่ดีเพื่อโลกที่ดีกว่า
#FrasersProperty #GC #SCG #ThaiBev #ThaiUnion #SXfoodFestival

มจ.เออาร์ไอพี และ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มธ.

มอบรางวัล THAILAND TOP CEO OF THE YEAR 2022 เชิดชูเกียรติผู้บริหารสูงสุดขององค์กร ฅ

            เมื่อเร็ว ๆ นี้ นิตยสาร BUSINESS+ โดย บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ร่วมกับคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดงานมอบรางวัล “THAILAND TOP CEO OF THE YEAR 2022”  รางวัลเพื่อยกย่องและเชิดชูเกียรติผู้บริหารสูงสุดขององค์กร   โดยได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ นุรักษ์ มาประณีต (ที่ 4 จากซ้าย), คุณมนู เลียวไพโรจน์ ประธานกรรมการ บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) (ที่ 5 จากซ้าย), คุณแจ็ค มินทร์ อิงธเนศ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) (ที่ 6 จากซ้าย),  รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ที่ 3 จากซ้าย) , ผศ.ดร.มณฑล สรไกรกิติกูล หัวหน้าสาขาวิชาการบริหารองค์การ การประกอบการ และทรัพยากรมนุษย์ และรักษาการผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะพาณิชย์ศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ที่ 2 จากซ้าย)  และ คุณบุญเลิศ นราไท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) (ที่ 7จากซ้าย)  ร่วมแสดงความยินดี 

ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ

“20 ปี พม. พัฒนางานสวัสดิการสังคม ก้าวสู่สังคมสวัสดิการ”


   วันศุกร์ที่ 30 กันยายน 2565 เวลา 09.00 น. นายอนุกูล ปีดแก้ว อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เป็นประธานพิธีเปิดโครงการสวัสดิการสังคมไทย : 20 ปี พัฒนางานสวัสดิการสังคม ก้าวสู่สังคมสวัสดิการ ภายใต้งาน “20 ปี พม. เสริมพลัง สร้างโอกาส พัฒนาคนทุกช่วงวัย” พร้อมมอบใบประกาศนียบัตรสำหรับโครงการที่มีผลงานดีเด่น จำนวนทั้งสิ้น 83 องค์กร 83 โครงการ โดยมีคณะผู้บริหารกระทรวง พม. เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีฯ และนางสาวธิดาพร เสาวนะ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ กล่าวรายงาน ทั้งนี้ มีผู้แทนส่วนราชการ ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ผู้แทนหน่วยงานเครือข่ายระดับจังหวัด ผู้แทนคณะกรรมการ และคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนองค์กรด้านการจัดสวัสดิการสังคม รวมทั้งสิ้น 430 คน เข้าร่วมโครงการ ณ ห้องราชาบอลรูม โรงแรมปรินซ์ พาเลซ มหานาค กรุงเทพมหานคร

   นายอนุกูล กล่าวว่า ที่ผ่านมา กระทรวง พม. ได้ดำเนินการขับเคลื่อนงานด้านสวัสดิการสังคมในภาพรวมของประเทศมาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ 4 ระบบสวัสดิการหลัก ประกอบด้วย ระบบการช่วยเหลือทางสังคม ระบบการบริการทางสังคม ระบบประกันสังคม และระบบส่งเสริมหุ้นส่วนทางสังคม เพื่อตอบสนองความจำเป็นขั้นพื้นฐานของประชาชน โดยเฉพาะครัวเรือนเปราะบาง ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ด้วยการสร้างความร่วมมือและประสานงานกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เข้ามาหนุนเสริมการจัดสวัสดิการสังคมเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน 


   นายอนุกูล กล่าวต่อไปว่า เพื่อเป็นการเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมุ่งสู่สังคมสวัสดิการ กระทรวง พม. จึงได้จัดโครงการสวัสดิการสังคมไทย : 20 ปี พัฒนางานสวัสดิการสังคม ก้าวสู่สังคมสวัสดิการ ขึ้น เพื่อเป็นเวที นำเสนอผลงานด้านวิชาการและจัดให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของภาคีเครือข่ายด้านการจัดสวัสดิการสังคมที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม การแสดงผลผลิตและผลลัพธ์การจัดสวัสดิการของภาคีเครือข่ายให้เป็นที่ประจักษ์ รวมถึงพัฒนาศักยภาพด้านการจัดสวัสดิการสังคมแก่ผู้ปฏิบัติงานและภาคีเครือข่าย เพื่อมุ่งสู่การเป็น “นักสวัสดิการสังคม” ที่มีคุณภาพ 


   นายอนุกูล กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการนี้ มีกิจกรรมที่สำคัญ ประกอบด้วย การอภิปรายภายใต้หัวข้อ “20 ปี พัฒนางานสวัสดิการสังคมก้าวสู่สังคมสวัสดิการ มุ่งลดความเหลื่อมล้ำ” นิทรรศการวิชาการในประเด็นทิศทางงานสวัสดิการสังคมไทยสู่การลดความเหลื่อมล้ำ และพิธีมอบใบประกาศนียบัตร แก่องค์กรที่ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม ซึ่งมีโครงการและผลงานดีเด่น จำนวนทั้งสิ้น 83 โครงการ 83 องค์กร อาทิ 1) โครงการพัฒนาศักยภาพของครอบครัวในชุมชนในการจัดการกับปัญหาเศรษฐกิจและสังคมเพื่อเสริมสร้างชีวิตที่ดีกว่า โดยมูลนิธิเพื่อการบริหารสังคม 2) โครงการฝึกอบรมการเลี้ยงกุ้งฝอยในกระชัง โดยศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดอำนาจเจริญ 3) โครงการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ให้เข้าใจสิทธิและบริการพื้นฐานต่อกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่มวัย โดย ชมรม อพม. จังหวัดปทุมธานี เป็นต้น


   กระทรวง พม. พร้อมผนึกกำลังจากภาคส่วนต่าง ๆ ในสังคม เข้ามามีส่วนร่วมในการผลิตสวัสดิการอย่างกว้างขวาง ครอบคลุม มีความเป็นอิสระต่อกัน ภายใต้ความรับผิดชอบและการดูแลของสังคมโดยรวม พร้อมสร้างสรรค์สวัสดิการสังคมให้สอดรับกับปัญหาคุณภาพชีวิตของประชาชนและกลุ่มเปราะบาง เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาสังคมได้อย่างตรงจุดและขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวเข้าสู่สังคมสวัสดิการ นายอนุกูล กล่าวในตอนท้าย