ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางและการรักษาแบบองค์รวม

ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางและการรักษาแบบองค์รวม

4 ซุปเด็ดส่งตรงจากเจแปน เติมข้าวฟรีไม่อั้น เริ่มต้น 199 บาท
“ยาโยอิ” ร้านอาหารจากประเทศญี่ปุ่นเดินหน้าสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ต่อยอดแรงบันดาลใจนำเทรนด์การกินของชาวญี่ปุ่นสู่เมนูใหม่ “นาเบะ ออลสตาร์ รวมฮิตหม้อไฟสไตล์ญี่ปุ่น” หนึ่งในเมนูที่ครองใจชาวญี่ปุ่นและได้รับความนิยมในกลุ่มผู้บริโภคคนไทย พร้อมเสิร์ฟในรูปแบบเซต (เทโชกุ) ตามแบบฉบับของยาโยอิ เพื่อให้ทุกมื้อเต็มอิ่มทั้งความอร่อยและความคุ้มค่า
โดยคัดสรร “4 ซุปนาเบะยอดนิยม” ที่มีสไตล์แตกต่างกันพื่อตอบโจทย์ทุกความชอบ
• หม่าล่า ทงคตสึ นาเบะ (หมู 199.- /เนื้อ 239.-)
ซุปหม่าล่าทงคตสึ หอมกลมกล่อมจากกระดูกหมู เติมมิติความเผ็ดชาจากพริกหม่าล่า รสชาติเข้มข้นกำลังดีในสไตล์ญี่ปุ่น
• ชิโอะ โคจิ โทริ นาเบะ (209.-)
ซุปไก่ผสมขิง เพิ่มความอูมามิด้วยชิโอะ โคจิ (ข้าวหมักญี่ปุ่น) ให้รสชาติกลมกล่อม คล่องคอ พร้อมกลิ่นหอมเฉพาะตัว ช่วยปรับสมดุลลำไส้ นาเบะที่เหมาะสำหรับสายเฮลตี้
• มิโสะ โทเมโท นาเบะ (หมู 229.- / เนื้อ 269.-)
ซุปมะเขือเทศผสมมิโสะ ให้รสเปรี้ยวหวานสดชื่นจากมะเขือเทศสด พร้อมความกลมกล่อมแบบญี่ปุ่น รับประทานง่าย ดีต่อผิวพรรณ จนเป็นซุปที่สาวญี่ปุ่นเทใจให้
• ซีฟู้ด นิโบชิ นาเบะ (299.-)
สัมผัสรสชาติแห่งท้องทะเลกับซุปใสนิโบชิ ซุปที่กำลังได้รับความนิยมในญี่ปุ่น กลิ่นหอมละมุนจากปลาแห้งอิวาชิ เข้ากันดีกับปลาแซลมอน,หอยอาซาริ และคานิคามะ เติมเต็มรสชาติแบบญี่ปุ่นในทุกคำ ร่วมเปิดประสบการณ์ความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นต้นตำรับกับ “นาเบะ ออลสตาร์ รวมฮิตหม้อไฟสไตล์ญี่ปุ่น” เสิร์ฟความหลากหลาย และความคุ้มค่าในทุกเซต พร้อมเครื่องเคียงใหม่ เริ่มต้นเพียงเซตละ 199 บาท พิเศษ!
เติมข้าวญี่ปุ่นได้ฟรีไม่อั้น (สำหรับทานที่ร้านเท่านั้น)
เปิดหม้อไฟพร้อมกันได้แล้ววันนี้ที่ “ยาโยอิ” ทุกสาขาทั่วประเทศ
(ยกเว้นสาขาไอคอนสยามและเซ็นทรัลลาดพร้าว)
ตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม 2569 – 17 พฤศจิกายน 2569
ติดตามรายละเอียดแคมเปญของ ยาโยอิ แบบต่อเนื่องตลอดทั้งปีได้ที่ https://www.facebook.com/YayoiRestaurantThailand
ทศวรรษแห่งการพัฒนาสืบสาน รักษา ต่อยอด ใต้ร่มพระบารมี
เครือข่ายธุรกิจห่วงโซ่อุปทานแห่งประเทศไทย (Thailand Supply Chain Network: TSCN) พร้อมด้วย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) (ไทยเบฟ) และภาคีเครือข่ายร่วมจัดงาน “ทศวรรษแห่งการพัฒนา สืบสาน รักษา ต่อยอด ใต้ร่มพระบารมี” เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 และครบ 10 ปีแห่งการครองสิริราชสมบัติ พร้อมประกาศพลังความร่วมมือในการขับเคลื่อนโครงการตามที่ได้น้อมนำพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่จะทรง “สืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป” มาเป็นแนวทางในการดำเนินงานเพื่อการพัฒนาประเทศผ่านการบูรณาการองค์ความรู้ นวัตกรรม และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน อันนำไปสู่การสร้างสมดุลทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและเสริมสร้างความเข้มแข็งของประเทศอย่างยั่งยืน
งานดังกล่าวจัดขึ้น ณ เพลนารี ฮอลล์ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ท่ามกลางพลังแห่งความสามัคคีและความจงรักภักดี โดยมีผู้เข้าร่วมงานจากหน่วยงานต่าง ๆ กว่า 600 คน อาทิ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษ เพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.), กระทรวงอุตสาหกรรม, กระทรวงมหาดไทย, กรุงเทพมหานคร, สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง , คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.), สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI), สมาคมธนาคารไทย ตลอดจนเครือข่ายภาคประชาชน และเยาวชนจากหลากหลายวงการ อาทิ เยาวชนเจ้าบ้านสืบสานวัฒนธรรม, Win Win WAR Thailand, OTOP Junior และนักกีฬาเยาวชนจากหลากหลายชนิดกีฬา ซึ่งพร้อมใจกันร่วมส่งต่ออุดมการณ์แห่งการ "สืบสาน รักษา ต่อยอด" สู่เด็กและเยาวชนตามแนวทางการทรงงานด้านการพัฒนาอันเป็นการสืบสานจากแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สู่รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและความมั่นคงยั่งยืนของประเทศชาติ
นายฐาปน สิริวัฒนภักดี ผู้ร่วมก่อตั้งเครือข่ายธุรกิจห่วงโซ่อุปทานแห่งประเทศไทย (TSCN) และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การจัดงานมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเผยแพร่โครงการเทิดพระเกียรติที่ทุกภาคส่วนได้ร่วมน้อมนำพระปฐมบรมราชโองการ สืบสาน รักษา ต่อยอด มาเป็นแนวทางในการพัฒนาโครงการที่สร้างผลกระทบเชิงบวกระดับพื้นที่ เพื่อสร้างประโยชน์แก่ชุมชน สังคม และประเทศชาติ วันนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการยกระดับโครงการแต่ละหน่วยงานสู่ความร่วมมือระดับประเทศ เพื่อสืบสานสิ่งที่มีคุณค่า รักษาทรัพยากรและภูมิปัญญา ต่อยอดสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน
สำหรับการเสริมสร้างความเข้มแข็งและความมั่นคงให้กับชุมชน ได้มีการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากผ่านการดำเนินงานของ บริษัท รู้รักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งดำเนินงานในระดับประเทศและในทุกจังหวัด และต่อยอดสู่ “โครงการด้วยจงรักและภักดี” สร้างประโยชน์ให้ชุมชน ประชาชนมีความสุข ผ่านการจัดตั้ง บริษัท ชุมชนเข้มแข็ง พอเพียง (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท (อำเภอ) พอเพียง จำกัด เพื่อพัฒนาให้เป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมในระดับอำเภอทั่วประเทศ”
ตัวอย่างโครงการที่ร่วมพัฒนาและขับเคลื่อนการดำเนินงานตามรอยศาสตร์กษัตริย์ ผ่านความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อสร้างความเข้มแข็งของประเทศชาติอย่างยั่งยืน
โครงการ YouTH Thailand เป็นการรวมเครือข่ายพลังเยาวชนไทยที่จะช่วยขับเคลื่อนประเทศชาติอย่างยั่งยืน และขยายโอกาสการเรียนรู้สู่การลงมือทำจริงด้วยการปลดล็อคศักยภาพเยาวชนไทยสู่การเติบโตในระดับประเทศและระดับโลก และเป็นแพลตฟอรม์เครือข่ายพลังเยาวชนไทยและศูนย์กลางแห่งโอกาสและคลังข้อมูลเยาวชนคุณภาพ พร้อมเสริมสร้างความรู้และทักษะหลากมิติเพื่อเตรียมความพร้อมเยาวชนไทยให้รู้เท่าทันโลก และพัฒนาทักษะด้วยการปฏิบัติจริงร่วมกับองค์กร
ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา ภาคประชาชนทั้งในและต่างประเทศ
โครงการ “โชว์ภูมิ” ภายใต้ “โครงการด้วยจงรักและภักดี” เพื่อเฟ้นหาและสร้างนักพัฒนาชุมชน
ในระดับอำเภอทั่วประเทศให้เป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการดำเนินงานมุ่งเน้นหลักการพัฒนา “เยาวชน” เพื่อให้เป็นศูนย์กลางในการพัฒนาชุมชน
โครงการ “เยาวชนเจ้าบ้าน สืบสานวัฒนธรรม” เพื่อปลูกฝังความภาคภูมิใจในศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และอัตลักษณ์ท้องถิ่นให้แก่เยาวชนรุ่นใหม่เพื่อให้เป็นกำลังสำคัญในการอนุรักษ์ และ
สืบสานความเป็นไทยอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเสริมทักษะความรู้เรื่องชุมชนและฝึกฝนให้เยาวชนมีความพร้อมเป็นเจ้าบ้านที่ดี และเป็นผู้สืบสานวัฒนธรรมเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของชุมชน โดยเฉพาะในงาน “Water Festival เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย” และ “River Festival สายน้ำแห่งวัฒนธรรมไทย”
โครงการ “สารพัดสรรพศิลป์” ดำเนินงานในรูปแบบวิสาหกิจเพื่อสังคม โดยทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการเปิดโอกาสและขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้าจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ด้วยการนำงานศิลปะและการออกแบบเชิงสร้างสรรค์มาประยุกต์พัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าชุมชนสู่สินค้าระดับพรีเมียมและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันทางการตลาด อันเป็นกลไกสำคัญในการสร้างงาน สร้างรายได้ และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน
โครงการ Win Win WAR Thailand และ Win Win WAR OTOP Junior เพื่อบ่มเพาะผู้ประกอบการธุรกิจแบ่งปันที่ใช้กลไกธุรกิจในการแก้ไขปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นมากกว่า รายการทีวีหรือเวทีแข่งขันธุรกิจ แต่เป็นแพลตฟอร์มขับเคลื่อนระบบนิเวศผู้ประกอบการเพื่อสังคม
ในประเทศไทย
โครงการ “ผ้าขาวม้าท้องถิ่น หัตถศิลป์ไทย” ภายใต้การดำเนินงานของคณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ ร่วมกับกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ได้ดำเนินโครงการมาตั้งแต่ปี 2559 มุ่งยกระดับผ้าขาวม้าทอมือไทยผ่าน 4 มิติ ทั้งการสร้างนวัตกรรม การแปรรูป
การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้ชุมชน โดยสามารถสร้างรายได้ส่งตรงถึงชุมชนรวมกว่า 311 ล้านบาท ครอบคลุมผู้รับผลประโยชน์
1,561 ครัวเรือน พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายคนรุ่นใหม่ “ทายาทผ้าขาวม้า” พัฒนายกระดับสู่ผู้ประกอบการได้ถึง 15 ราย และต่อยอดสู่การพัฒนาเป็นการท่องเที่ยวโดยชุมชน
งาน Sustainability Expo มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน
จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2563 เพื่อเปิดโอกาสให้คนทุกกลุ่มทุกวัยได้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน ครอบคลุมทุกมิติทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม และจัดขึ้นต่อเนื่องมาจนถึงปีนี้เป็นปีที่ 7 ภายใต้แนวคิดหลัก "พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก" (Sufficiency for Sustainability) โดยน้อมนำพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จเจ้าอยู่หัว ที่จะทรง "สืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป" และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาเป็นแนวทางในการจัดงาน ร่วมกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (SDGs)
ตัวอย่างโครงการดังกล่าวนับเป็นผลสำเร็จของการน้อมนำพระราชปณิธานตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ที่สร้างผลกระทบเชิงบวกในระดับพื้นที่ (Social Impact) พร้อมต่อยอดสู่ความร่วมมือครั้งสำคัญในระดับประเทศ และขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทศวรรษต่อไป
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า “รู้สึกชื่นชมทุกภาคส่วนโดยเฉพาะภาคเอกชน และน้อง ๆ เยาวชนที่ตระหนักถึงความสำคัญและมาร่วมกันในวันนี้ โดยมีภาครัฐผลักดันในเชิงนโยบายให้ภาคเอกชนตระหนักถึงความสำคัญและขับเคลื่อนตามแนวทางของมาตรฐานแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงภาคอุตสาหกรรม (มอก.9999) ที่กำหนดขึ้นเพื่อให้ภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งองค์กรในห่วงโซ่อุปทานมีความเข้าใจในหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และมีแนวคิดเป็นไปในแนวทางเดียวกัน
โดยที่องค์กรสามารถกำหนดวิธีการปฏิบัติด้วยตนเอง ซึ่งจะส่งเสริมให้เกิดผลลัพธ์ และการพัฒนาที่สมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในทุกมิติ ด้วยการผลักดันให้นำ
มอก.9999 มาประยุกต์ใช้โดยบูรณาการแนวทางดำเนินการให้สอดคล้องเข้ากับรูปแบบของการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่สมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างความตระหนักรู้ให้ทุกภาคส่วนน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและหลักการทรงงานไปเป็นแนวทางทั้งด้านการขับเคลื่อนการดำเนินงานทางธุรกิจ และการดำเนินชีวิตประจำวัน พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ในยุคโลกาภิวัฒน์ และสามารถเตรียมความพร้อมต่อเหตุการณ์ในอนาคตได้อย่างสมดุล พอเพียง ยั่งยืน
นอกจากนี้ ยังมีนโยบายการจัดทำ มอก.9999 ในปี 2556 ถึงปีปัจจุบัน ต่อยอดสู่ Version 2 ภายในปีนี้ เพื่อผลักดันให้ภาคอุตสาหกรรมตระหนักถึงความสำคัญของการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาพัฒนาและต่อยอดเสริมสร้างความเข็มแข็งให้ภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน”
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า “รู้สึกดีใจได้เห็นเด็ก ๆ เยาวชนรุ่นใหม่มาร่วมเป็นส่วนสำคัญที่จะเติบโตเป็นอนาคตของประเทศชาติเพื่อสร้างชุมชนที่เข็มแข็งและยั่งยืน และรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เห็นทุกภาคส่วนได้มาร่วมพลังเป็นหนึ่งเดียวกันในวันนี้เพื่อน้อมนำแนวทางพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาต่อยอดและบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ และภาคเอกชน โดยตลอดกว่า 10 ปีที่ผ่านมา กระทรวงมหาดไทยได้มีการผสานความร่วมมือกับภาคเอกชน
เพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ด้วยการดึงศักยภาพและความเข้มแข็งของชุมชนมาเป็นพลังขับเคลื่อนหลักพร้อมประสานความร่วมมือกับภาคเอกชนและวิสาหกิจเพื่อสังคม ผ่าน "เครือข่ายรู้รักสามัคคี" ในทุกจังหวัดทั่วประเทศ ที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการนำนโยบายสู่การปฏิบัติในพื้นที่ ช่วยต่อยอดทุนทางภูมิปัญญาและนวัตกรรมท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม นำไปสู่การสร้างงาน สร้างรายได้ ลดความเหลื่อมล้ำ และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน พลังแห่งความร่วมมือนี้ยังช่วยสร้างความเข้มแข็งของชุมชนให้พร้อมรองรับคนรุ่นใหม่จำนวนมากที่กลับมาสู่ถิ่นฐานบ้านเกิด เพื่อผลักดันให้ก้าวขึ้นมาเป็น "ผู้ประกอบการรุ่นใหม่" ที่อุทิศทั้งแรงกาย แรงใจ ในการสร้างสรรค์นวัตกรรม พัฒนาผลิตภัณฑ์ ตลอดจนการขยายตลาดใหม่ ๆ ให้กับชุมชน อันเป็นพลังสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เสริมสร้างชุมชนเข้มแข็ง และสร้างเมืองน่าอยู่อย่างยั่งยืน บนรากฐานของหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง”
การจัดงาน “ทศวรรษแห่งการพัฒนา สืบสาน รักษา ต่อยอด ใต้ร่มพระบารมี” ในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการน้อมนำพระราชปณิธาน "สืบสาน รักษา ต่อยอด" และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศอย่างเป็นรูปธรรม และเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรมควบคู่กับการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน สังคม และประเทศชาติ พร้อมเชิญชวนทุกภาคส่วนและประชาชนคนไทยทุกคนร่วมสืบสาน รักษา และต่อยอด เพื่อร่วมสร้างประโยชน์ให้ประเทศชาติภายใต้ร่มพระบารมีสืบไป
บริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง ร่วมบริจาคอุปกรณ์การเรียนการสอนและของใช้จำเป็น ช่วยเหลือประชาชนผู้ยากไร้ ต.กกสะทอน อ.ด่านซ้าย จ.เลย
นายแพทย์ กัมพล โซ่เจริญธรรม และ แพทย์หญิง ธีรธร ทองก้อนใหญ่ สองผู้บริหารบริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง ร่วมบริจาคอุปกรณ์การเรียนการสอนและของใช้จำเป็น การจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๙ "บ้านหมากแข้ง จากสมรภูมิ สู่แผ่นดินแห่งพระบารมี" ณ อุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้ง ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ในพื้นที่ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ได้มีการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภายใต้ชื่องาน "บ้านหมากแข้ง จากสมรภูมิ สู่แผ่นดินแห่งพระบารมี" โดยมีผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย และคณะ เดินทางลงพื้นที่เพื่อร่วมกิจกรรมและมอบสิ่งของแก่ประชาชนในพื้นที่ตลอดทั้งวัน
ในโอกาสนี้ นายแพทย์ กัมพล โซ่เจริญธรรม และ แพทย์หญิงธีรธร ทองก้อนใหญ่ สองผู้บริหารในนามบริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด ได้ร่วมสนับสนุนสิ่งของเพื่อมอบให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ ต.กกสะทอน ประกอบด้วย สมาร์ทโปรเจคเตอร์ สำหรับใช้ในการเรียนการสอนและการอบรม รวมทั้ง ผ้าอ้อมอนามัยสำหรับเด็ก ,พัดลม ,หม้อหุงข้าว,และเตาไมโครเวฟ
แพทย์หญิงธีรธร ทองก้อนใหญ่ ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า “สิ่งของดังกล่าวจะถูกนำไปมอบให้แก่โรงเรียนและประชาชนในพื้นที่ตำบลกกสะทอน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมมอบอุปกรณ์การเรียนการสอนและถุงยังชีพที่จัดขึ้นตลอดเส้นทาง ตั้งแต่บ้านห้วยมุ่น บ้านหมากแข้ง ไปจนถึงบ้านหมันขาว”
“นอกจากการมอบสิ่งของแล้ว บริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด ได้จัดหน่วยบริการเคลื่อนที่นำเทคโนโลยี Eyetronix (อายทรอนิค)ซึ่งใช้นวัตกรรมในการคัดกรองศักยภาพสมอง และ Neurosight (นิวโรไซต์)ซึ่งเป็นระบบฟื้นฟูสมรรถภาพทางปัญญาด้วยเทคโนโลยีโลกเสมือนจริง ลงพื้นที่ตำบลกกสะทอนเป็นครั้งแรก เพื่อให้บริการตรวจคัดกรองและฟื้นฟูสมองแก่ผู้สูงอายุและผู้พิการ ในพื้นที่โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ถือเป็นการต่อยอดพันธกิจของบริษัทฯ จากการบริจาคสิ่งของพื้นฐาน สู่การส่งมอบองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านสุขภาพที่ทันสมัยให้ถึงมือประชาชนในพื้นที่ห่างไกลอย่างแท้จริง” แพทย์หญิงธีรธร กล่าว
การร่วมกิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด ในการมีส่วนร่วมสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคม และแบ่งเบาภาระของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งได้รับความชื่นชมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก
#wefiethailand
KT OPTIC (เคที ออพติค) ศูนย์จำหน่ายแว่นตา ทุ่มงบจัดงาน Grand Opening ฉลองเปิดโฉมใหม่ สาขา แฟชั่นไอส์แลนด์ ยกระดับความเป็น Vision & Eyewear Destination ศูนย์ดูแลสุขภาพและแฟชั่นแว่นตาครบวงจรแห่งใหม่ของกรุงเทพมหานคร ฝั่งตะวันออก ภายใต้แนวคิด The Vision & Style Lab
ท่ามกลางบรรยากาศสุดคึกคัก โดยมีนักแสดงตัวท็อป คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส ร่วมถ่ายทอดสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ และ อัปเดตเทรนด์แว่นตาแฟชั่นล่าสุดไปพร้อมกับเหล่าเซเลบริตี้ แฟชั่นไอคอน อินฟลูเอนเซอร์ มากมาย อาทิ เจมส์ ศุภวิชญ์ วงศ์ฟู (นักแสดง), โฟล์ค จักริน แสงเรือน, พีค วีรภัทร ยั่งยืนสกุลเดช, เอเชีย ศิระวรรษน์ โตวิวัฒน์, เล้ง ณัฐพล นิลดอนหวาย (นักแสดง), ไอซ์ อธิชนันท์ และ บิ๊ก ณทรรศชัย (คู่รักนักแสดง) เกด ธิญาดา (นักแสดง), ไก่ สุปราณี เจริญผล, จอย ดาวกระจาย, ลูกจันทร์ ณภษร พินิษไชย, นีน่า จิณณ์นิตา จัดดา และ โณนี่ จารุปิยา บริบาลบุรีภัณฑ์ มิสไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2025 ฯลฯ โดยได้รับเกียรติจากผู้บริหาร คุณชัชวาลย์ วณิชไพสิฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท KT OPTIC พาชมนวัตกรรมสุดล้ำของเครื่องวัดสายตาที่ให้ได้มากกว่าการมองชัด พร้อมวิสัยทัศน์ในการยกระดับ KT OPTIC สู่มาตรฐานใหม่ของการดูแลสายตา พาชมแฟล็กชิปสไตล์โฉมใหม่ที่ผสานนวัตกรรมระดับสากลเข้ากับงานดีไซน์และบริการเฉพาะบุคคลอย่างลงตัว ณ ศูนย์การค้าแฟชั่น ไอส์แลนด์ ชั้น 2
โดย คิมเบอร์ลี่ ร่วมแชร์ไลฟ์สไตล์การดูแลสุขภาพสายตา พร้อมเผยว่า "สำหรับคิม การดูแลสายตาเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานและการใช้ชีวิตทุกวัน แว่นตาที่ดีไม่ใช่แค่ช่วยให้มองเห็นชัด แต่ยังช่วยเสริมความมั่นใจและสะท้อนสไตล์ของตัวเองได้ด้วย วันนี้รู้สึกยินดีมากที่ได้มาร่วมเปิดโฉมใหม่ของ KT OPTIC ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องสุขภาพสายตาและแฟชั่นในที่เดียวจริงๆค่ะ"
ทางด้าน คุณชัชวาลย์ วณิชไพสิฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท KT OPTIC “การรีโนเวท KT OPTIC สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์ ครั้งนี้ ถือเป็นการยกระดับครั้งสำคัญของแบรนด์ จากร้านแว่นตาสู่ Vision & Eyewear Destination แห่งแรกที่สมบูรณ์แบบที่สุด เพื่อเป็นจุดหมายใหม่ของผู้ที่ใส่ใจทั้งสุขภาพสายตาและแฟชั่นแว่นตา โดยเลือกทำเลศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ เนื่องจากเป็นศูนย์กลางของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก และเป็นประตูสู่จังหวัดภาคตะวันออก ซึ่งมีศักยภาพในการเติบโตสูง สาขาแห่งใหม่นี้ตั้งอยู่บริเวณชั้น 2 ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ บริเวณแกรนด์สเตชั่น ฝั่งลิฟท์แก้ว บนพื้นที่กว่า 180 ตารางเมตร ภายใต้แนวคิด Vision & Style Lab ที่รวบรวมเทคโนโลยีการตรวจวัดสายตาระดับสากลไว้อย่างครบครัน ทั้งเครื่องตรวจวัดสายตาจาก ZEISS ระบบตรวจสุขภาพตาด้วย Airdoc AI พร้อมทีม Optician และ Eyewear Stylist ที่พร้อมให้คำปรึกษาแบบเฉพาะบุคคล เพื่อให้ลูกค้าได้รับทั้งสุขภาพสายตาที่ดีและแว่นตาที่เข้ากับบุคลิกและไลฟ์สไตล์
กว่า 60 ปีที่ KT OPTIC ดูแลสายตาคนไทย เราเชื่อว่าปัจจุบันลูกค้าไม่ได้มองหาเพียงแค่แว่นตาคุณภาพ แต่ต้องการประสบการณ์การดูแลสายตาที่ครบวงจร เราจึงนำเทคโนโลยี นวัตกรรม และผู้เชี่ยวชาญมารวมไว้ในที่เดียว เพื่อให้ทุกคนมั่นใจได้ว่าแว่นตาที่เลือก ไม่เพียงมองเห็นชัด แต่ยังเหมาะกับตัวตนของแต่ละคน โดยบริษัทตั้งเป้าให้ KT OPTIC สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์ เป็นหนึ่งใน 5 สาขาที่สร้างรายได้สูงสุด ของบริษัท จากทั้งหมดกว่า 140 สาขาทั่วประเทศ
เพื่อฉลองการเปิดโฉมใหม่ KT OPTIC จัดเต็มโปรโมชั่นสุดพิเศษ ได้แก่ ฟรี! ตรวจสุขภาพตาด้วยเครื่องถ่ายภาพจอประสาทตาระบบ AI และตรวจวัดสายตาแบบครบวงจร มูลค่า 2,500 บาท ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 พร้อมส่วนลดสินค้าแบรนด์ชั้นนำสูงสุด 60%, และของสมนาคุณในช่วงฉลองGrand Opening อีกมากมายภายในร้าน #KTOPTICFashionlsland
ช่องทางการติดตาม Click
Facebook: KT OPTIC: https://www.facebook.com/KTopticofficialpage
IG: ร้านแว่นตา KT OPTIC: https://www.instagram.com/ktoptic.th/
Tiktok: ร้านแว่นตา KT OPTIC: https://www.tiktok.com/@ktoptic?_r=1&_t=ZS-98Cqk85j3In
อยู่ฟรี 24 เดือน พร้อมลดภาระ ค่าไฟ ด้วยฟรี Solar cell ขนาด 5 KW พร้อม ดอกเบี้ยพิเศษ และผ่อนต่ำ ล้านละ 1,800 บาท นาน 2 ปี ด่วน!! จำนวนจำกัด
กลุ่มบริษัทรีโว จัดโปรโมชั่นแรงแห่งปี โดยนำโครงการ “ไอเจ้นท์ พระราม 2” จัดแคมเปญพิเศษ ‘Live Grand Pay Zero’ อยู่ฟรี 24 เดือน พร้อมลดภาระ ค่าไฟ ด้วยฟรี Solar cell ขนาด 5 KW พร้อม ดอกเบี้ยพิเศษ และผ่อนต่ำ ล้านละ 1,800 บาท นาน 2 ปี ด่วน!! จำนวนจำกัด
รายงานข่าวจาก บริษัท รีโว ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เปิดเผยว่า รีโว กรุ๊ป เป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่มุ่งเน้นพัฒนาในการออกแบบโครงการ และบริการ โดยเลือกทำเล ที่สามารถเดิน ทางได้สะดวก เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค โดยโครงการที่พัฒนาอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเป็นหลัก
ล่าสุดได้นำบ้านคุณภาพในโครงการ “ไอเจ้นท์ พระราม 2” (Eigen Rama 2) ทาวน์โฮม 3 ชั้นสไตล์โมเดิร์น บนทำเลศักยภาพย่านพระราม 2 เปิดตัวบิ๊กแคมเปญสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Live Grand Pay Zero” มอบข้อเสนอที่คุ้มค่าที่สุดเพื่อคนอยากมีบ้าน ให้อยู่ฟรีนานถึง 24 เดือน พร้อมรับอัตราดอกเบี้ยพิเศษและยอดผ่อนปรนสบายกระเป๋า เริ่มต้นเพียงล้านละ 1,800 บาท/เดือน นาน 2 ปี พิเศษสุด! ช่วยลดภาระค่าครองชีพในระยะยาวด้วยการติดตั้งระบบ Solar Cell ขนาด 5 kW (5,000 วัตต์) ให้ฟรีทุกยูนิต มุ่งตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่ประหยัดพลังงานและยั่งยืน ในราคาเริ่มต้นเพียง 3.99 ล้านบาท
โครงการ ไอเจ้นท์ พระราม 2 ทาวน์โฮม 3 ชั้น ฟังก์ชันใหญ่ พื้นที่ใช้สอยจัดเต็ม ออกแบบภายใต้แนวคิดโมเดิร์นที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง มอบพื้นที่ใช้สอยให้แบบจุใจถึง 174 ตารางเมตร รองรับการอยู่อาศัยของสมาชิกทุกเจเนอเรชัน ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวเริ่มต้นหรือครอบครัวใหญ่ ด้วยฟังก์ชัน 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ พร้อมห้องน้ำในตัวเพิ่มความเป็นส่วนตัว 1 ห้องอเนกประสงค์ ที่สามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องทำงาน ห้องเรียนออนไลน์ หรือห้องแต่งตัวได้ตามไลฟ์สไตล์ 2 ที่จอดรถ บริเวณหน้าบ้าน
นอกจากนี้ ยังอัดฉีดความคุ้มค่าต้อนรับเดือนกรกฎาคม ด้วยส่วนลดและของแถมครบครัน สำหรับลูกค้าที่ตัดสินใจจองโครงการภายใน 31 สิงหาคม 2569 นี้ รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมแบบจัดเต็ม (เฉพาะยูนิตที่กำหนด) ประกอบด้วย ข้อเสนอพิเศษกว่า 500,000 บาท, ฟรี! เฟอร์นิเจอร์บิวท์อินตกแต่งครบทั้งหลัง, ฟรี! เครื่องปรับอากาศ และระบบ Smart Home นวัตกรรมบ้านอัจฉริยะ, ฟรี! ค่าใช้จ่ายส่วนกลางนานถึง 12 เดือน
ตัวโครงการตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพใจกลางพระราม 2 เชื่อมต่อชีวิตเมืองง่ายดาย ในซอยอนามัยงามเจริญ 6 เดินทางเข้า-ออกสะดวกสบาย ห่างจากถนนใหญ่พระราม 2 เพียง 950 เมตร ใกล้ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) M82 (สายบางขุนเทียน - บ้านแพ้ว) รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตอบโจทย์การใช้ชีวิตเมืองได้อย่างลงตัว ใกล้ห้างสรรพสินค้าชั้นนำอย่าง เซ็นทรัล พระราม 2 ใกล้สถานพยาบาลชั้นนำ เช่น โรงพยาบาลนครธน ทั้งยังเดินทางสะดวกสบายใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วน และถนนวงแหวนกาญจนาภิเษก
“ไอเจ้นท์ พระราม 2” ทาวน์โฮมที่ใช่ ในราคาที่คุณจ่ายไหว โอกาสสุดท้ายที่จะได้ครอบครองยูนิตตำแหน่งดีพร้อมข้อเสนอที่ดีที่สุด คุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว! ขอเชิญร่วมสัมผัสและนัดเข้าชมบ้านตัวอย่างและโครงการจริงได้แล้ววันนี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือนัดหมายเข้าชมโครงการ โทร. 1517
LINE OA: https://bit.ly/49xzHb3 แผนที่โครงการ: https://shorturl.asia/3seCQ
#EIGEN #ไอเจ้นท์ทาวน์โฮม #revo #RevoEstate #ทาวน์โฮมพระราม2 #ทาวน์โฮมใกล้เซ็นทรัล
*เงื่อนไขและรายละเอียดของโปรโมชันเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
ธนาคารกรุงเทพ จับมือ ไทยแอร์เอเชีย และ แอร์เอเชียรีวอร์ด เปิดตัว “บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ” โฉมใหม่ ยกระดับทุกการเดินทาง พร้อมสิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่ากว่าเดิม
สายเที่ยวเตรียมอัปเกรดทุกการเดินทางให้คุ้มค่ากว่าเดิม เมื่อ ธนาคารกรุงเทพ จับมือ ไทยแอร์เอเชีย และ แอร์เอเชียรีวอร์ด เปิดตัว “บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ” โฉมใหม่ ภายใต้คอนเซปต์ “อัปทุกทริป… ให้ชีวิต Smart กว่าที่เคย” ต่อยอดความสำเร็จของบัตร Co-Brand ที่ครองใจนักเดินทาง มาอย่างต่อเนื่อง พร้อมยกระดับประสบการณ์ให้ทุกการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเปลี่ยน เป็น AirAsia points เพื่อแลกเที่ยวบินและสิทธิประโยชน์ด้านการเดินทางได้อย่าง คุ้มค่า เริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป
“ครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้าง Loyalty Ecosystem ของไทยแอร์เอเชีย ที่จะสร้างทุกทริปการเดินทางของลูกค้าให้พิเศษยิ่งขึ้นด้วยสิทธิประโยชน์แบบ VIP จากแอร์เอเชีย ตั้งแต่การเช็กอิน การเลือกที่นั่ง น้ำหนักกระเป๋า การขึ้นเครื่อง บริการบนเครื่องบิน และการรับกระเป๋า รวมไปถึงไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน ทำให้ในวันที่ไม่ได้เดินทาง ผู้ถือบัตรก็ยังได้รับความคุ้มค่าจากการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันผ่านโปรโมชัน Cashback และการสะสมคะแนนต่าง ๆ ส่งเสริมให้เกิดการใช้บริการและเดินทางซ้ำ (Repeat Travel) ลูกค้าจะรู้สึกใกล้ชิดกับแบรนด์ไทยแอร์เอเชียมากยิ่งขึ้นในทุกการใช้จ่าย” นางสาวธันย์สิตา กล่าว
นางสาวแชนนอน ลิว หัวหน้าฝ่ายบริหารโปรแกรมสมาชิกแอร์เอเชียรีวอร์ด กล่าวว่า AirAsia rewards ไม่ได้เป็นเพียงโปรแกรมสะสมคะแนนสำหรับการเดินทางอีกต่อไป แต่กำลังก้าวสู่การเป็นไลฟ์สไตล์อีโคซิสเต็มที่เปิดโอกาสให้สมาชิกสามารถสะสมและใช้คะแนนได้ในทุกการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน การเปิดตัว“บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ” โฉมใหม่ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการเดินทางดังกล่าว โดยช่วยให้สมาชิกสามารถเปลี่ยนทุกการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นประสบการณ์การเดินทางและไลฟ์สไตล์ที่คุ้มค่ายิ่งขึ้นได้อย่างไร้รอยต่อ
“นอกเหนือจากการสะสมคะแนนจากการเดินทางแล้ว ผู้ถือบัตรยังสามารถสะสม AirAsia points จากการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และนำคะแนนไปแลกรับสิทธิประโยชน์และประสบการณ์ที่หลากหลายผ่านเครือข่ายพันธมิตรที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังได้รับสถานะสมาชิก Platinum โดยอัตโนมัติ เพื่อเตรียมพร้อมรับสิทธิประโยชน์ระดับพรีเมียมที่กำลังจะเปิดตัว ไม่ว่าจะเป็นสิทธิแลกเที่ยวบินด้วยคะแนนในอัตราคงที่ (Fixed Points) และสิทธิ Companion Pass ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบความคุ้มค่า ความพิเศษ และความสะดวกสบายที่เหนือกว่าให้แก่ผู้ที่เดินทางเป็นประจำ เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับธนาคารกรุงเทพในการยกระดับนิยามของโปรแกรมสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิก และทำให้ทุกการใช้จ่ายสร้างคุณค่าและความคุ้มค่าได้มากกว่าที่เคย” นางสาวแชนนอน กล่าว
“บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ” กับสิทธิประโยชน์ที่มากยิ่งขึ้น ได้แก่
รับคะแนนสะสมง่าย ๆ
• ทุกการใช้จ่าย 20 บาท ผ่าน “บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ”รับ 1 AirAsia points
• รับคะแนนสูงสุด 10 เท่าจากการจองและเดินทางกับสายการบิน AirAsia
• การผ่อนชำระ 0% นาน 3 เดือนสำหรับการใช้จ่ายที่แอร์เอเชีย หรือดอกเบี้ย 74% นานสูงสุด 10 เดือน สำหรับยอดใช้จ่าย 3,000 บาทขึ้นไปต่อเซลส์สลิป
ยกระดับทุกการเดินทาง
• บริการระดับ VIP ได้แก่ Priority Check-In / Priority Boarding / Priority Baggage / Priority Booking
• บัตรกำนัลโหลดสัมภาระ 2 ใบ / บัตรกำนัลเลือกที่นั่ง Hot Seat 1 ใบ / บัตรกำนัลเลือกที่นั่งมาตรฐาน 1 ใบ / บัตรกำนัลเครื่องดื่มมูลค่า 60 บาท 3 ใบ / บัตรกำนัลเครื่องดื่ม santan มูลค่า 120 บาท จากปกติ 3 ใบ รับเพิ่มอีก 4 ใบ (รวม 7 ใบ) รวมรับบัตรกำนัลทั้งหมด 14 ใบในปีแรก
• รับบัตรกำนัล 10 ใบ ในปีถัดไป เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตร 1 แสนบาทและมียอดที่แอร์เอเชีย 5000 บาท และรับเป็น 20 ใบ เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตร 2 แสนบาทและมียอดที่แอร์เอเชีย 10000 บาท
โปรแกรมสะสมคะแนนสุดพิเศษ
• รับสิทธิเป็นสมาชิกระดับ Platinum ของ AirAsia ทันทีในปีแรก และรักษาสถานะในปีต่อไปเมื่อใช้จ่าย 1 แสนบาทและมียอดที่แอร์เอเชีย 5,000 บาท
• ใช้คะแนนแทนเงินสดเป็นส่วนลดค่าบัตรโดยสารแอร์เอเชีย / โรงแรม / SNAP หรือ แลกเป็น Voucher ใน Rewards Deals
พิเศษยิ่งขึ้น
• เมื่อใช้จ่ายสะสมผ่าน “บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ” ณ ร้านค้าในต่างประเทศ ด้วยสกุลเงินต่างประเทศ ตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไปต่อเดือน รับ AirAsia points 5 เท่า (จำกัดรับคะแนนสูงสุด 3,000 AirAsia points ต่อลูกค้าต่อเดือน 1 ส.ค. 69 – 31 ก.ค. 70)
• โปรแกรมการแลกคะแนน Exclusive Rewards Deals โดยแลกคะแนนเพียง 50% รับ e-voucher จากร้านค้าที่คัดสรรพิเศษทุกเดือน 1 ส.ค. 69 – 31 ก.ค. 70
• โปรโมชันสมัครบัตรสำหรับผู้สมัครบัตรรายใหม่ เมื่อใช้จ่ายสะสมผ่านบัตรเครดิต ครบทุก 5,000 บาท ภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันอนุมัติบัตร รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 200 บาท 1 ส.ค. 69 – 31 ก.ค. 70
• รับเครดิตเงินคืน 2% ที่ปั๊มน้ำมัน Caltex และบางจาก และส่วนลดต่างๆ ที่ร้านอาหาร โรงพยาบาล คลินิก ที่ร่วมรายการ
*ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16%
บุคคลทั่วไปที่สนใจสมัคร “บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ” หรือผู้ที่ถือบัตรเดิมและต้องการเปลี่ยนเป็นบัตรเครดิตแบบใหม่ สามารถติดต่อได้ที่ส่วนบริการสมาชิกบัตร ธนาคารกรุงเทพ โทร 0 2638 4000 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สาขาธนาคารกรุงเทพทั่วประเทศ หรือ เว็บไซต์ธนาคารกรุงเทพ www.bangkokbank.com และ เว็บไซต์ของแอร์เอเชีย www.airasia.com ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 2569 เป็นต้นไป
“คนแบกกุ้ง” เปิดตัว “เก่ง–น้ำปิง” Friend of Brand ครั้งแรกของแบรนด์ ส่งต่อภาพลักษณ์แบรนด์น้ำปลาไทยสู่คนรุ่นใหม่ ภายใต้แคมเปญ “รสชาติที่แบกทุกโมเมนต์” น้ำปลาแท้ตรา “คนแบกกุ้ง” แบรนด์น้ำปลาไทยที่อยู่คู่ครัวไทยมาอย่างยาวนานเปิดตัว เก่ง–หฤษฎ์ บัวย้อย และ น้ำปิง–นภัสกร ปิงเมือง เป็น Friend of Brand ครั้งแรกของแบรนด์อย่างเป็นทางการ ภายใต้แคมเปญ “รสชาติที่แบกทุกโมเมนต์” เพื่อสื่อสารภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้เข้าถึงผู้บริโภครุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น โดยยังคงมาตรฐานและคุณภาพของน้ำปลาแท้ที่ผู้บริโภคไว้วางใจมาโดยตลอด
การเปิดตัว Friend of Brand ในครั้งนี้ นับเป็นส่วนหนึ่งของแผนการสื่อสารแบรนด์ระยะยาว ที่มุ่งสร้างความ ใกล้ชิดกับผู้บริโภครุ่นใหม่ พร้อมต่อยอดการรับรู้แบรนด์ผ่านกิจกรรมและคอนเทนต์สร้างสรรค์ตลอดช่วงเดือน กรกฎาคม–ธันวาคม 2569 ภายใต้แคมเปญ “รสชาติที่แบกทุกโมเมนต์”
พร้อมเปิดตัว EcoTank เจนใหม่รับดีมานด์โฮมยูสและออฟฟิศขนาดเล็ก
21 กรกฎาคม 2569 – เอปสัน ผู้นำระดับโลกในตลาดเครื่องพิมพ์ ยกระดับมาตรฐานตลาดเครื่องพิมพ์ในประเทศไทยอีกครั้ง ด้วยการเป็นแบรนด์แรกและแบรนด์เดียวที่มอบการรับประกันเครื่องพิมพ์แท็งค์แท้ทุกรุ่นนานถึง 5 ปี ในชื่อแคมเปญ ‘พิมพ์สบายยย ไร้กังวัล’ (Print Without Worry) พร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ตในประเทศไทย ด้วยการเปิดตัว EcoTank เจเนอเรชันใหม่ 8 รุ่นวันนี้ เน้นเจาะกลุ่มผู้ใช้งานภายในบ้าน รวมถึงกลุ่ม Solopreneur และ SOHO ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยชูจุดเด่นด้านความเร็วในการพิมพ์ที่สูงขึ้น เติมหมึกได้สะดวกและสะอาดยิ่งกว่าเดิม รองรับการพิมพ์แบบไร้สายผ่าน Apple AirPrint, Mopria, LINE Print และ Epson Smart Panel เพื่อมอบประสบการณ์การพิมพ์ที่สะดวกและมั่นใจยิ่งขึ้น
นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการอาวุโสประจำกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เมื่อปี 2553 เอปสันได้ Disrupt ตลาดเครื่องพิมพ์ ด้วยการเปิดตัว EcoTank เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ตแท็งค์แท้ที่พลิกโฉมรูปแบบการพิมพ์และยกระดับความคุ้มค่าให้กับผู้บริโภค ตลอด 16 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ยังคงพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านประสิทธิภาพ ความทนทาน ประสบการณ์การใช้งาน และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ วันนี้ เอปสันกำลังยกระดับมาตรฐานของตลาดอีกครั้งผ่านแคมเปญ ‘พิมพ์สบายยย ไร้กังวล’ (Print Without Worry) ด้วยการมอบการรับประกันเครื่องพิมพ์ EcoTank ทุกรุ่นนานสูงสุดถึง 5 ปี นับเป็นแบรนด์แรกและแบรนด์เดียวในประเทศไทยที่มอบการรับประกันในระดับนี้ สะท้อนถึงความมั่นใจของเอปสันในคุณภาพของผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยีหัวพิมพ์ PrecisionCore และมาตรฐานการบริการหลังการขาย เพื่อให้ผู้บริโภคใช้งานได้อย่างมั่นใจและไร้กังวลตลอดการใช้งาน”
ภายใต้แคมเปญ ‘พิมพ์สบายยย ไร้กังวล’ เอปสันมอบการรับประกันสูงสุด 5 ปี สำหรับลูกค้าที่ซื้อเครื่องพิมพ์ EcoTank ทุกรุ่น ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 และลงทะเบียนผลิตภัณฑ์ผ่าน MyEpson ภายใน 14 วันนับจากวันที่ซื้อ โดยการรับประกันครอบคลุมทั้งตัวเครื่องและหัวพิมพ์ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด
นายยรรยง กล่าวต่อว่า ตลาดเครื่องพิมพ์สำหรับการทำงานแบบ Hybrid Working และ Home Office มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่ม Solopreneur และ SOHO ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว และต้องการเครื่องพิมพ์ประสิทธิภาพสูง ทนทาน ใช้งานง่าย ที่สำคัญต้องรองรับการเชื่อมต่อและการสั่งพิมพ์ได้หลากหลายช่องทาง และยังต้องช่วยลดต้นทุนการพิมพ์ เอปสันจึงเปิดตัว EcoTank รุ่นใหม่พร้อมกันถึง 8 รุ่นในวันนี้ เพื่อมาตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้โดยเฉพาะ ซึ่งประกอบด้วย L1310, L1350, L3310, L3350, L3316, L3356, L5390 และ L5396
Epson EcoTank รุ่นใหม่ ทั้ง 8 รุ่น ได้รับการพัฒนาประสิทธิภาพการใช้งานในหลายด้าน เพื่อมอบความสะดวกและคล่องตัวให้กับผู้ใช้ โดยรุ่น L1350, L3350, L3356, L5390 และ L5396 สามารถพิมพ์งานผ่านสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตได้อย่างง่ายดายด้วย Apple AirPrint, Mopria และ LINE Print ทั้งยังใช้งานร่วมกับแอปพลิเคชัน Epson Smart Panel เพื่อสั่งพิมพ์ สแกนเอกสาร และถ่ายสำเนา รวมถึงตรวจสอบระดับหมึกและสถานะเครื่องพิมพ์ ขณะที่รุ่น L5390 และ L5396 ยังมาพร้อมระบบป้อนเอกสารอัตโนมัติ (ADF) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสแกนและถ่ายสำเนาเอกสารหลายหน้า ตอบโจทย์ผู้ประกอบการและสำนักงานที่ต้องการความรวดเร็วในการทำงาน
เครื่องพิมพ์ทุกรุ่นใช้ขวดหมึกความจุสูงขนาด 65 มิลลิลิตร รองรับการพิมพ์ด้วยหมึกดำได้สูงสุด 4,700 หน้า และหมึกสีสูงสุด 7,500 หน้า พร้อมขวดหมึกระบบคีย์ล็อคที่ช่วยป้องกันการเติมหมึกผิดช่อง ลดการหกเลอะเทอะ และทำให้การเติมหมึกสะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ตัวเครื่องยังได้รับการออกแบบให้มีความทนทานเป็นพิเศษ จึงมาพร้อมการรับประกันการพิมพ์สูงสุดถึง 50,000 หน้า อีกทั้งยังติดตั้งกล่องบำรุงรักษา (Maintenance Box) ที่ผู้ใช้สามารถถอดเปลี่ยนได้ด้วยตนเอง รวมถึงระบบ Semi-Automatic Print Adjustment ที่ผสานการปรับตั้งค่าหัวพิมพ์และการทำความสะอาดอัตโนมัติไว้ด้วยกัน ช่วยให้งานพิมพ์คงความคมชัด สีสันแม่นยำสม่ำเสมอ พร้อมยืดอายุการใช้งานของเครื่องพิมพ์ในระยะยาว
นอกจากนี้ EcoTank รุ่นใหม่ยังได้รับการออกแบบให้มีขนาดกะทัดรัดและใช้พื้นที่จัดวางน้อยลงถึง 20% โดยผสานแท็งก์หมึกเข้ากับตัวเครื่องอย่างลงตัว ทำให้มีขนาดเล็กลง ดูเรียบเนียน สินค้าใหม่ทุกรุ่นยังคงใช้เทคโนโลยี Heat-Free Technology ซึ่งช่วยลดการใช้พลังงาน ลดการสิ้นเปลืองทรัพยากร และสนับสนุนการใช้งานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการมอบประสิทธิภาพการพิมพ์ที่เชื่อถือได้ในระยะยาว
“เอปสันเชื่อว่าผู้ใช้งานแต่ละกลุ่มมีความต้องการที่แตกต่างกัน การขยายไลน์อัป EcoTank เป็น 33 รุ่น พร้อมเปิดตัวรุ่นใหม่อีก 8 รุ่นในครั้งนี้ จะช่วยให้ลูกค้าสามารถเลือกเครื่องพิมพ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานของตนเองได้อย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น พร้อมได้รับทั้งประสิทธิภาพการพิมพ์ ความคุ้มค่า และความมั่นใจในคุณภาพที่ได้รับการพิสูจน์จากยอดขาย EcoTank กว่า 100 ล้านเครื่องทั่วโลก ที่สำคัญ เอปสันได้ออกแคมเปญ ‘พิมพ์สบายยย ไร้กังวล’ มอบการรับประกันที่นานที่สุดในตลาด สูงสุดถึง 5 ปี ลูกค้าจึงสามารถใช้ EcoTank ได้อย่างสบายใจในระยะยาว” นายยรรยง กล่าวทิ้งท้าย
เครื่องพิมพ์ EcoTank ทั้ง 8 รุ่น พร้อมวางจำหน่ายแล้วทั่วประเทศ ผ่านตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งและร้านค้าออนไลน์ชั้นนำ ประกอบด้วย L1310 ราคา 3,900 บาท, L1350 ราคา 4,350 บาท, L3310 และ L3316 ราคา 4,650 บาท, L3350 และ L3356 ราคา 5,050 บาท, L5390 และ L5396 ราคา 8,790 บาท สอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ เอปสัน คอลเซ็นเตอร์ โทร. 0-2460-9699 หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ทาง www.epson.co.th, facebook.com/epsonthailand หรือ LINE Official Account Epson Thailand