07 กุมภาพันธ์ 2566

TCMC ร่วมสนับสนุน และ มอบรางวัล โครงการ INNO-vation บ้า-กล้า-คิด 2022


บริษัท ทีซีเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมเป็นสปอนเซอร์สนับสนุนไอเดียในโครงการ            INNO-vation บ้า-กล้า-คิด 2022 ซึ่งครั้งนี้ จัดขึ้นในประเทศไทยเป็นครั้งที่ 3 แล้ว ในสาขา Generation Award  โดยมี นางสาวปิยพร พรรณเชษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้เข้าร่วมงานประกาศรางวัล “OPEN INNO-vation 2022” และมอบรางวัลให้กับผู้ชนะในไอเดีย Innovative floor and wall covering คือ นายกัณฌ์ฏธัจส์ เขินไพรเป็นผู้รับรางวัล จำนวนเงิน 30,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล ซึ่งในปีนี้มีคนไทยให้ความสนใจร่วมส่งไอเดียอย่างล้นหลาม โดยมีไอเดียทั้งหมดมากถึง 1,716 ไอเดีย  ณ สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เมื่อเร็วๆนี้








SUBCON THAILAND 2023 เปิดเวทีโชว์ศักยภาพผู้ผลิตไทย จุดนัดพบผู้ผลิตและผู้ซื้อจากทั่วโลก

บีโอไอและอินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ พร้อมจัดงาน SUBCON THAILAND 2023 ที่สุดแห่งเวทีจับคู่ธุรกิจระดับภูมิภาค วางเป้ายกไทยเป็นฮับการจัดซื้อและรับช่วงการผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรมอาเซียน SUBCON THAILAND 2023 ที่สุดแห่งเวทีจับคู่ธุรกิจระดับภูมิภาค เตรียมเปิดเวทีโชว์ศักยภาพผู้ผลิตไทย จุดนัดพบผู้ผลิตและผู้ซื้อจากทั่วโลก คาดเกิดการจับคู่ธุรกิจกว่า 4,000 คู่ เตรียมจัดใหญ่ 10 – 13 พฤษภาคมนี้
ที่ ไบเทค บางนา

 วันนี้เทคโนโลยีสมัยใหม่ (Digital technology) ถือเป็นสมการที่สำคัญในการปฏิรูปโครงสร้างภาคอุตสาหกรรมไทยสามารถแข่งขันในเวทีระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น การนำเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงมาเพิ่มขีดความสามารถในภาคการผลิต รวมทั้งการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในฐานะหน่วยงานหลักในการวางยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุนของไทย พร้อมด้วยสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทยและอินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ หนึ่งในผู้นำการจัดงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ ร่วมกันจัดงาน SUBCON THAILAND 2023 ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 17 โดยวางเป้าปักหมุดไทยเป็นศูนย์กลางการจัดซื้อและรับช่วงการผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรมที่มีคุณภาพในภูมิภาคอาเซียน    

นางสาวซ่อนกลิ่น พลอยมี รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า กว่า 16 ปีแล้วที่ทางบีโอไอได้จัดงานซับคอน ไทยแลนด์ (SUBCON THAILAND) มาอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับการสนับสนุนที่ดีจากทางภาครัฐและภาคเอกชน ถือเป็นเวทีที่สำคัญระดับภูมิภาคอาเซียนที่รวบรวมผู้ผลิต ผู้ซื้อ และห่วงโซ่อุปทานในภาคธุรกิจ รวมทั้งชิ้นส่วนอุตสาหกรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศไว้ในงานเดียว มีเป้าหมายเพื่อวางไทยให้เป็นศูนย์กลางการจัดซื้อและรับช่วงการผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรมที่มีคุณภาพในภูมิภาคอาเซียน อีกทั้งยังเป็นจุดนัดพบที่สำคัญให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมการจัดซื้อชิ้นส่วนจากทั่วโลกมาพบกับผู้ผลิต ผู้จำหน่ายและผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะการจับคู่ทางธุรกิจ เพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆให้กับภาคอุตสาหกรรมไทยในอนาคต อาทิ อุตสาหกรรมเป้าหมาย (New S-curves) ซึ่งสอดรับกับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุน 5 ปี(พ.ศ. 2566 - 2570)  ของบีโอไอ เพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยไปสู่   “เศรษฐกิจใหม่”
(New Economy)   

“สำหรับการจัดงาน SUBCON THAILAND 2022 ปีที่ผ่านมาสร้างโอกาสทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทยกับบริษัทผู้ซื้อจากทั่วโลก มีการจับคู่ธุรกิจ 1,982 คู่ สร้างมูลค่าซื้อขายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต 7,222 ล้านบาท และสำหรับการจัดงาน SUBCON THAILAND 2023 นี้ เรายังคงชูจุดแข็งในการรวบรวมผู้ผลิตชิ้นส่วนคุณภาพทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้ามาภายในงานมากที่สุด พร้อมกันนี้ยังมีโซน BUYER'S VILLAGE หรือพื้นที่งานแสดงที่รวบรวมผู้ซื้อชิ้นส่วนระดับโลกร่วมจัดแสดงชิ้นส่วนคุณภาพ รวมถึงข้อมูลและนโยบายการจัดซื้อที่สอดรับกับบริบทโลก ทั้งนี้ยังได้พบกับโซนจัดแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีจากกลุ่มคลัสเตอร์อุตสาหกรรมทั้งระบบราง,เครื่องมือแพทย์,การบินและโลจิสติกส์,ป้องกันประเทศ ระบบอัตโนมัติและยานยนต์อนาคต เป็นต้น และในงานยังมีสัมมนาให้ความรู้เพิ่มทักษะใหม่ๆ เตรียมพร้อมไทยสู่อุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ (New S-Curve) สำหรับไฮไลต์ที่สำคัญคือ เวทีจับคู่ธุรกิจระดับภูมิภาค โดยคาดว่าปีนี้คาดว่าจะเกิดการจับคู่ทางธุรกิจ 4,000 คู่ เกิดมูลค่าทางธุรกิจกว่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งจะกระตุ้นการลงทุนของประเทศ สนับสนุนการฟื้นตัวและสร้างความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจไทยในอนาคต” นางสาวซ่อนกลิ่น กล่าวเสริม



นายเมธาวัจน์ เศรษฐจินดาเจริญ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโครงการ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย กล่าวว่า เรารู้สึกยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการจัดแสดงงาน ซับคอน ไทยแลนด์ (SUBCON THAILAND) มากว่า 1 ทศวรรษ เวทีดังกล่าวถือเป็นงานแสดงที่สำคัญของภูมิภาค การจัดซื้อชิ้นส่วนอุตสาหกรรมเข้ามาสร้างโอกาสอย่างหลากหลาย โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ภาครัฐกำลังเร่งดำเนินการ โดยในปีนี้รูปแบบการจัดงาน “ซับคอนไทยแลนด์ 2023” ควบคู่ไปกับงาน “อินเตอร์แมค 2023” เต็มรูปแบบบนพื้นที่จัดแสดง 28,000 ตารางเมตร ประกอบการกว่า 500 บริษัทชั้นนำจาก 10 ประเทศ โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 45,000 คน พร้อมกันนี้ภายในงานยังมีงานสัมมนาที่จัดร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายภายใต้หัวข้อที่น่าสนใจกว่า 50 หัวข้อ เพื่อให้ความรู้และเชื่อมโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยก้าวทันสู่โลกการแข่งขันของอุตสาหกรรมในอนาคต ซึ่งจะไม่ใช่แค่ยุค 4.0 อีกต่อไป แต่เรากำลังเดินหน้าไปสู่ยุคอุตสาหกรรม 5.0      

ก้าวสู่การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญในโลกอุตสาหกรรมไปกับที่สุดของเวทีจับคู่ธุรกิจระดับภูมิภาค จุดนัดพบผู้ผลิตและผู้ซื้อและห่วงโซ่อุปทานในระบบอุตสาหกรรมจากทั่วโลกที่คุณไม่ควรพลาด ในงาน SUBCON THAILAND 2023 ระหว่างวันพุธถึงวันเสาร์ที่ 10 – 13 พฤษภาคม 2566
ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ ติดตามข่าวสาร
และรายละเอียดของการจัดงานได้ที่ www.subconthailand.com

06 กุมภาพันธ์ 2566

ทีเอ็มบีธนชาต มอบรางวัลแก่ผู้โชคดีจากแคมเปญ “ลุ้นโชคใหญ่ เคลียร์หนี้ให้ คุ้มครองนาน”

กับบัญชีเงินเดือนทีทีบี ตอกย้ำความคุ้มค่าที่ได้มากกว่าบัญชีเงินเดือนทั่วไป

กรุงเทพฯ 7 กุมภาพันธ์ 2566 -- ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี มอบรางวัลครั้งที่ 1 จากแคมเปญ “ลุ้นโชคใหญ่ เคลียร์หนี้ให้ คุ้มครองนาน” กับบัญชีเงินเดือนทีทีบี ที่ตอบโจทย์ความต้องการและตอกย้ำความคุ้มค่าที่ได้มากกว่าบัญชีเงินเดือนทั่วไป ด้วยการมอบอิสระในการเลือกรับรางวัลเคลียร์หนี้หรือกรมธรรม์ประกันชีวิต ซึ่งผู้โชคดี 2 ใน 5 ท่านที่ได้รับรางวัลที่ 1 ได้แก่ นายประสาน ไชยสงค์ ที่เลือกรับรางวัลเคลียร์หนี้ มูลค่าสูงสุด 100,000 บาท และนางพิมลพรรณ โพธิ์ทอง เลือกรับกรมธรรม์ประกันชีวิต ทุนประกันสูงสุด 1,000,000 บาท ระยะเวลาคุ้มครอง 10 ปี มูลค่าเบี้ยสูงสุด 177,960 บาท จากประเภทรางวัลที่ 1, 2 และ 3 ทั้งหมดที่มอบโชคในครั้งนี้ รวม 505 รางวัล โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อและรายละเอียดแคมเปญ ได้ที่ https://ttbbank.com/luckydraw-pr หรือ ทีเอ็มบีธนชาตทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ ttb contact center 1428 ทั้งนี้ลูกค้าบัญชีเงินเดือนทีทีบี ยังสามารถร่วมแคมเปญนี้ได้จนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566 เพียงทำธุรกรรมจ่ายบิลต่าง ๆ ผ่านแอป ทีทีบี ทัช โดยที่สลิปแสดงผลว่า “จ่ายบิลสำเร็จ” หรือ ใช้จ่ายบัตรเดบิตทีทีบี ออลล์ฟรี ที่ผูกกับบัญชีเงินเดือนทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ ไม่มียอดขั้นต่ำ โดยทุกธุรกรรมจะได้รับสิทธิ์ 1 สิทธิ์ทันทีไม่ต้องลงทะเบียน ยิ่งใช้มาก ยิ่งมีสิทธิ์ลุ้นมาก 

แคมเปญ “ลุ้นโชคใหญ่ เคลียร์หนี้ให้ คุ้มครองนาน” กับบัญชีเงินเดือนทีทีบี เป็นแคมเปญพิเศษที่จัดขึ้นสำหรับลูกค้าที่รับเงินเดือนผ่านบัญชีทีทีบี รับสิทธิ์ชิงรางวัลลุ้นโชคใหญ่ “เคลียร์หนี้ให้ คุ้มครองนาน” มอบโชครวมทั้งสิ้น 1,515 รางวัล มูลค่ารวม 12 ล้านบาท โดยรางวัลที่ 1 เคลียร์หนี้มูลค่า 100,000 บาท หรือ กรมธรรม์ประกันชีวิต ทุนประกัน1,000,000 บาท (ระยะเวลาคุ้มครอง 10 ปี) จำนวน 5 รางวัลต่อเดือน รางวัลที่ 2 เคลียร์หนี้มูลค่า 10,000 บาท หรือ กรมธรรม์ประกันชีวิต ทุนประกัน 200,000 บาท (ระยะเวลาคุ้มครอง 10 ปี) จำนวน 200 รางวัลต่อเดือน และรางวัลที่ 3 เคลียร์หนี้มูลค่า 5,000 บาท หรือ กรมธรรม์ประกันชีวิต ทุนประกัน 100,000 บาท (ระยะเวลาคุ้มครอง 10 ปี) จำนวน 300 รางวัลต่อเดือน


#ttbpayroll

#ให้ชีวิตการเงินดีทั้งวันนี้และอนาคต 

#เปลี่ยนเพื่อให้ชีวิตคุณดีขึ้น #ttb #MakeREALChange

หัวเว่ยจับมือซูซันน์ ร่วมนำเสนอหนึ่งในระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ด้วยพลังงานสะอาดที่ทันสมัยและครบครันที่สุดในประเทศไทย

หัวเว่ย ร่วมมือกับ เอสซีจี เซรามิกส์ นำ SUSUNN (ซูซันน์) ผู้ให้บริการด้านพลังงานครบวงจรเข้า นำหนึ่งในเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System) ด้วยพลังงานสะอาดสำหรับภาคอุดสาหกรรรม ที่ทันสมัยและครบครันที่สุดในประเทศไทย เพื่อขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็นผู้นำของภูมิภาคอาเซียนในด้านการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานและความเป็นกลางทางคาร์บอน

นาย เจสัน วู ประธานกลุ่มธุรกิจ พลังงานดิจิทัล Smart PV และ ESS บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะผู้แทนของ นาย โลแกน ยู กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจ พลังงานดิจิทัล บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) ได้เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (Memorandum of Understanding) กับนาย นำพล มลิชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซูซันน์ สมาร์ท โซลูชั่น จำกัด ภายใต้การบริหารงานของ บริษัท เอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) เพื่อนำเสนอเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System) ด้วยพลังงานสะอาด สำหรับภาคอุตสาหกรรรม ที่ทันสมัยและครบครันที่สุดในประเทศไทยภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ ซูซันน์ได้นำระบบบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ (Energy Management System) ชื่อ SUSUNN Monitoring Platform รวมกับระบบกักเก็บพลังงานของหัวเว่ย โดยมุ่งเน้นไปที่การบริหารจัดการและการบำรุงรักษาระบบแบตเตอรี่ เพื่อส่งมอบระบบกักเก็บพลังงานที่สามารถทำงานได้อย่างเสถียรภาพ ปลอดภัย และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานมากยิ่งขึ้น

นาย เจสัน วู ได้กล่าวถึงความร่วมมือครั้งนี้ว่า “ในฐานะหนึ่งในผู้ให้บริการเทคโนโลยีพลังงานสีเขียวชั้นนํา ซึ่งมีอินเวอเตอร์ติดตั้งอยู่บนโซลาร์รูฟท็อปและโซลาร์ฟาร์มรวมกว่า 2.4 จิกะวัตต์ (GW) ทั่วประเทศไทย หัวเว่ยมีเป้าหมายที่จะมอบโซลูชั่นพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีประสิทธิภาพสูงให้แก่ลูกค้าของเรา หัวเว่ยมีความยินดีอย่างยิ่งที่จะได้แบ่งปันเทคโนโลยีและความรู้ด้านระบบกักเก็บพลังงานกับซูซันน์ บริษัทที่มีประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการพลังงานและการปรับปรุงการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดมากกว่า 20 ปี เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะช่วยผลักดันตลาดระบบกักเก็บพลังงานในประเทศไทยให้พัฒนารวดเร็วมากยิ่งขึ้นผ่านการร่วมมือครั้งนี้”

ด้านนายนำพล มลิชัย กล่าวเสริมว่า ซูซันน์เป็นผู้ให้บริการระบบผลิตพลังงานแสงอาทิตย์รูปแบบครบวงจร รวมถึงระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ เปิดเผยว่า  “ นับเป็นเรื่องที่น่ายินดี ในฐานะที่ ซูซันน์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการระบบผลิตพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจร รวมถึงระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้าด้วยแบตเตอรี่ที่ประสบความสำเร็จ และได้รับการยอมรับจากภาคอุตสาหกรรมในประเทศเป็นอย่างมากในปัจจุบันได้มีโอกาสร่วมกับหัวเว่ย ในการนำระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ของหัวเว่ยซึ่งประสิทธิภาพสูง อีกทั้งยังมีระบบป้องกันภัยตามมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล มาร่วมพัฒนากับระบบบริหารจัดการพลังงานที่ดีที่สุดของซูซันน์ เพื่อเสริมให้ระบบมีประสิทธิภาพการกักเก็บพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ทั้งยังเป็นการรองรับการให้บริการลูกค้าภาคอุตสาหกรรมในอนาคต  ที่ให้ความสำคัญเรื่องพลังงานสีเขียวในปัจจุบันเป็นอย่างมาก จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการร่วมมือกันในครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์กับทั้ง ซูซันน์ และ หัวเว่ย อีกทั้งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นต้นแบบที่ดีสุดในประเทศไทย และสามารถนำโซลูชั่นนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในภาคอุตสาหกรรมของประเทศ ต่อไป 

อย่างไรก็ดี ความร่วมมือของหัวเว่ย และ ซูซันน์ ในครั้งนี้ นับว่าเป็นจุดสำคัญที่น่าจับตามอง ในการเปลี่ยนผ่านด้านดิจิทัลทางพลังงาน ด้วยการหันมาใช้พลังงานสะอาดแทนพลังงานรูปแบบเก่า เพื่อร่วมสานต่อแผนพัฒนาความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมประเทศไทยก้าวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality)และเป็นผู้นำด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ในปี พ.ศ. 2608 จากพาร์ทเนอร์ที่มีความแข็งแกร่งทั้งในส่วนของ หัวเว่ย ซึ่งถือเป็นผู้นำด้านธุรกิจเทคโนโลยีพลังงานดิจิทัลในตลาดโลก และ ซูซันน์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์เป็นที่ยอมรับในระดับอาเซียน ในด้านการจัดการพลังงาน การตรวจรับรองและวิเคราะห์การใช้พลังงาน และมีผลงานการจัดทำโครงการอนุรักษ์พลังงานให้กับสถานประกอบการชั้นนำหลายแห่ง ให้บริการครอบคลุมตั้งแต่ทำการสำรวจ ออกแบบ ติดตั้งระบบ จัดหา ดูแลคุณภาพ ตลอดจนดำเนินการบริการเทคโนโลยีประหยัดพลังงานผ่านระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ Solar Business ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น Solar Roof, Solar Farm หรือ Solar Floating และให้คำปรึกษาแนะนำเพื่อเพิ่มศักยภาพในด้านการประหยัดพลังงาน ตลอดจนปรับปรุงพัฒนาระบบและเทคโนโลยีให้มีประสิทธิภาพสูงด้วย

กระทรวงดิจิทัลฯ โดย ดีป้า เดินหน้าโครงการ Transform ตลาดสดยุควิถีใหม่

หนุนผู้ประกอบการไทยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีตอบโจทย์ธุรกิจยุคดิจิทัล

6 กุมภาพันธ์ 2566, กรุงเทพมหานคร – กระทรวงดิจิทัลฯ โดย ดีป้า เดินหน้าโครงการ Transform ตลาดสดยุควิถีใหม่ (ขยายผล) หลังผลตอบรับดีเยี่ยมจากเฟสก่อนหน้า พร้อมปักหมุด 25 จังหวัด เร่งส่งเสริมพ่อค้าแม่ค้า หาบเร่ แผงลอย และเอสเอ็มอีไทยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ตอบโจทย์ธุรกิจยุคใหม่ พร้อมจัดให้มีการยกระดับทักษะและองค์ความรู้ด้านดิจิทัลในการประกอบธุรกิจผ่านกิจกรรมต่าง ๆ โดยประเมินว่า โครงการ Transform ตลาดสดยุควิถีใหม่ (ขยายผล) จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากกว่า 300 ล้านบาท

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคนิยมซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น ด้วยเหตุนี้ กระทรวงดิจิทัลฯ โดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้ดำเนินโครงการ Transform ตลาดสดยุควิถีใหม่ เฟสแรกในปี 2564 นำร่องพื้นที่ 10 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร นครสวรรค์ นครปฐม ชัยนาท สิงห์บุรี ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรสาคร และสมุทรปราการ โดยมุ่งผลักดันให้ผู้ประกอบการเจ้าของตลาด พ่อค้าแม่ค้า หาบเร่แผงลอย และเอสเอ็มอีไทยสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ พัฒนาไปสู่การแข่งขันรูปแบบใหม่ ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคปัจจุบัน อีกทั้งเป็นแรงขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลอย่างยั่งยืนและสมดุลตามแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

“สำหรับโครงการ Transform ตลาดสดยุควิถีใหม่ สามารถพลิกฟื้นตลาดสดสู่ดิจิทัลได้กว่า 300 แห่ง มีผู้ประกอบการเจ้าของตลาด พ่อค้าแม่ค้า หาบเร่แผงลอย เอสเอ็มอี เข้าร่วมโครงการรวม 30,050 ราย ช่วยยกระดับทักษะด้านดิจิทัลแก่กลุ่มเป้าหมายมากกว่า 1.2 ล้านราย และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้กว่า 300 ล้านบาท” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ กล่าว


ด้าน ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าวว่า จากความสำเร็จที่ผ่านมา ดีป้า จึงดำเนินโครงการ Transform ตลาดสดยุควิถีใหม่ (ขยายผล) ในพื้นที่เป้าหมาย 25 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ลำพูน น่าน อุดรธานี ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ มหาสารคาม พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง ราชบุรี สระบุรี ภูเก็ต กระบี่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และ ตรัง เพื่อเดินหน้าพัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจให้กับกลุ่มผู้ประกอบการเจ้าของตลาด พ่อค้าแม่ค้า หาบเร่แผงลอย และเอสเอ็มอีด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ ตอบโจทย์ธุรกิจยุคใหม่ โดยจัดให้มีการยกระดับทักษะและองค์ความรู้ด้านดิจิทัลในการประกอบธุรกิจผ่านหลักสูตรออนไลน์ จำนวน 5 หลักสูตร และกิจกรรมอื่น ๆ อาทิ การจัดแสดงเทคโนโลยีดิจิทัล การส่งเสริมให้เกิดการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) รวมถึงการสร้างตลาดต้นแบบด้านดิจิทัล

“โครงการ Transform ตลาดสดยุควิถีใหม่ (ขยายผล) นับเป็น 1 ใน 8 โครงการสำคัญในปี 2566 ของ ดีป้า
ที่ดำเนินการภายใต้แนวคิด DIGITAL INFINITY – ดิจิทัลไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กองทุนดีอี) โดยจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย ควบคู่ไปกับการเตรียมความพร้อมรองรับการก้าวสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของประเทศ ซึ่ง ดีป้า ประเมินว่า โครงการ Transform ตลาดสดยุควิถีใหม่ (ขยายผล) จะเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอี พ่อค้าแม่ค้า หาบเร่ แผงลอย ตลาดสดทั่วประเทศให้เกิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อลดต้นทุน เพิ่มช่องทางการขาย ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด อีกทั้งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการอยู่รอดของผู้ประกอบการ พร้อมประเมินว่า โครงการ Transform ตลาดสุดยุควิถีใหม่ (ขยายผล) จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท” ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าว







ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารโครงการ Transform ตลาดสดยุควิถีใหม่ (ขยายผล)
ได้ที่เว็บไซต์: transformmarket.depa.or.th อีเมล: info.transformmarket@gmail.com
และ LINE OA: @transformmarket


“โซกู๊ด สติ๊กเกอร์” เปิดตัว 4 งานใหม่ สั่งพิมพ์ออนไลน์ จบในเว็บเดียว

นางสาวสุวิสาข์ จักกะพาก กรรมการผู้จัดการบริษัท สุเมฆา จำกัด (SUMEKA) เปิดเผยว่า ทางบริษัทฯได้พัฒนาเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ Customize Printing 24 ชั่วโมง ภายใต้บริษัท สุเมฆา จำกัด (SUMEKA) จากเดิมงานพิมพ์บนเว็บไซต์สามารถสั่งได้แค่เฉพาะที่เป็นฉลาก งานพิมพ์สติกเกอร์เท่านั้น แต่ปัจจุบันได้เพิ่มไลน์สินค้าใหม่เป็น 4 ชนิด เพื่อให้ครอบคลุมต่อความต้องการของลูกค้าเอสเอ็มอี ได้แก่ งานพิมพ์สายคาด, นามบัตร/โปสการ์ด, ป้ายแท็กสินค้า และใบปลิว/แผ่นพับ ร่วมเป็นสินค้างานพิมพ์  5 อย่าง ที่สามารถสั่งผ่านหน้า www.sogoodsticker.com เพียงปลายนิ้ว 


พิเศษ!  สำหรับลูกค้าที่เป็นสมาชิกลอยัลตี้โปรแกรม  สามารถเก็บคะแนนสะสมแต้ม เพื่อรับสิทธิประโยชน์  ต่างๆ ยิ่งสั่งมาก ยิ่งมีส่วนลดมากขึ้น โดยจะมีการอัพเลเวล เริ่มต้นระดับเมมเบอร์จนถึงระดับแพลตินัม 


05 กุมภาพันธ์ 2566

ททท.แม่ฮ่องสอน ร่วมกับชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอนสายใต้

จัดกิจกรรม “แม่สะเรียง โมโตแคมป์” Maesarieng Moto Camp 2023 เงินสะพัด ห้องพักเต็ม 

วันเสาร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 18.00 น. นายศรัณยู มีทองคำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรม “แม่สะเรียงโมโตแคมป์” Maesarieng Moto Camp ณ บ้านสวนริมน้ำ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีนักท่องเที่ยวผู้ร่วมงานนับพันคน บรรยากาศเป็นไปด้วยความสนุกสนาน ของนักท่องเที่ยวกลุ่มไบเกอร์และนักท่องเที่ยวสายแคมป์ ที่เดินทางมาจากทุกภาคของประเทศไทย ทำให้ห้องพักในพื้นที่อำเภอแม่สะเรียงกว่า 500 ห้องเต็มจนล้นไปถึงอำเภอแม่ลาน้อย พ่อค้าแม่ค้าที่มาจำหน่ายอาหารเครื่องดื่มของที่ระลึกต่างพึงพอใจ การจัดงานเป็นไปด้วยความราบรื่นเรียบร้อย ไม่มีอุบัตเหตุ และเหตุใด ๆ สามารถช่วยกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว กระจายรายได้และเกิดการหมุนเวียนเงินตราในระบบเศรษฐกิจในพื้นที่ คาดว่ามีเงินหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท ตลอดจนได้มอบประสบการณ์การเดินทางให้กระจายตัวไปตามพื้นที่ต่าง ๆ ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตามโครงการ Maehongson on the Road. ช่วยสร้างการรับรู้พื้นที่อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นตะวันตกสุดแดนสยาม 



ว่าที่ร้อยตรีภาณุวัฒน์ ขัดนาค ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. สำนักงานแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า การจัดงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยว กระตุ้นให้เกิดการเดินทางจับจ่ายใช้สอย สามารถยืดระยะเวลาการท่องเที่ยวและเชื่อมโยงระยะเวลาการท่องเที่ยวในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว รวมทั้งประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้แหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ทั้ง 7 อำเภอ ว่าสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ทั้งปี 

การจัดงานครั้งนี้ ได้บูรณาการการดำเนินงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน ชุมชน ประชาชน และเครือข่ายนักท่องเที่ยว อาทิ ฝ่ายกิจกรรม ททท. กองตลาดภาคเหนือ ภูมิภาคภาคเหนือ ททท. ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอนสายใต้ จังหวัดแม่ฮ่องสอน องค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ทำการปกครองอำเภอแม่สะเรียง เทศบาลตำบลแม่สะเรียง องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกาศ สถานีตำรวจภูธรแม่สะเรียง สถานีตำรวจท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอน (ชุดปฏิบัติการแม่สะเรียง) โรงพยาบาลแม่สะเรียง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) สาขาแม่สะเรียง กำนัน และพ่อหลวง ท่านผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ตำบลแม่สะเรียง วัดศรีบุญเรือง วัดแสนทอง โรงเรียนอนุบาลธารทิพย์ สมาคมกู้ชีพ กู้ภัยแม่สะเรียง กองร้อยอาสารักษาดินแดน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชรบ.หมู่บ้าน น้อง ๆ กลุ่มรักษาดินแดน (รด.) หจก. ชื่นชูไพร ก่อสร้าง ร้านทองเยาวราชแม่สะเรียง ไพรินสาส์น อะเบิฟเดอะซี เฮินไตรีสอร์ท แม่ลาน้อย แม่สะเรียงบาร์ มิตรไมตรี ริเวอร์เฮ้าส์โฮเทล โรงพิมพ์ครูเกรียงชัย สไมล์เวย์ กลุ่มผู้ประกอบการค้าอาหารเครื่องดื่ม ตลอดจนผู้ให้การสนับสนุนอื่น ๆ โดยได้รับความอนุเคราะห์สถานที่จัดงานจากบ้านสวนริมน้ำแม่สะเรียง 


การจัดงานครั้งนี้ เกิดความคุ้มค่าในการจัดงานในหลายมิติ เช่น ด้านเศรษฐกิจได้กระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยไปสู่ธุรกิจท่องเที่ยวและผู้ประกอบการ รวมทั้งชุมชนที่เกี่ยวข้อง ไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท ได้แก่ ธุรกิจสถานพักแรม ธุรกิจร้านอาหาร ธุรกิจของที่ระลึก ธุรกิจนำ้มันเชื้อเพลิง และเชื้อเพลิงหุงต้ม อู่เซอร์วิสรถ ธุรกิจบันเทิง ศิลปิน ธุรกิจเครื่องเสียง เกษตรกรผู้ผลิตวัตถุดิบ ผู้ประกอบการขนส่ง พนักงานเสิร์ฟ แรงงานก่อสร้าง ลูกจ้างในสถานประกอบการต่าง ๆ 

ด้านสังคม ได้สร้างงาน เสริมรายได้ให้แก่คนในชุมชน ได้บูรณาการการดำเนินงานกับทุกภาคส่วน และนำส่งประสบการณ์ท่องเที่ยว นำโคมแม่สะเรียงมาเป็นจุดขายเชื่อมโยงงานประเพณีออกหว่า (ออกพรรษาชาวไทยใหญ่ แม่สะเรียง) นำเสนออาหารท้องถิ่นแม่สะเรียง เรียกว่าดึง Soft Power ดันจุดแข็งเป็นจุดขาย และเผยแพร่ “แม่สะเรียงแสงสุดท้ายแดนสยาม” 

ด้านสิ่งแวดล้อม มีการบริหารจัดการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ Responsible Tourism เน้นใช้วัสดุที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้เป็นภาชนะใส่อาหาร และหรือเราใช้วัสดุที่ย่อยสลายได้ไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม และจัดทีมงานเก็บกวาดคืนพื้นที่ให้เจ้าของที่ดังเดิม และนักท่องเที่ยวบางส่วนมีการนำภาชนะมาเอง เช่น กล่องใส่อาหาร แก้วน้ำดื่ม ทำให้ลดปริมาณขยะได้ส่วนหนึ่ง 



ด้านความรับผิดชอบต่อสังคม CSR ทางชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอนสายใต้ได้รวบรวมอุปกรณ์และปัจจัยไปมอบให้โครงการดับไฟป่าในพื้นที่แม่สะเรียง เพื่อลดค่าฝุ่นควัน PM 2.5 ที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งจะมีการนำชุดอุปกรณ์ และปัจจัยไปมอบแก่หน่วยไฟฟป่าภายหลัง ตลอดจนการประชุมเตรียมงาน 2 ครั้งที่ผ่านมา ใช้ QR Code แสกนรับเอกสารประกอบการประชุม ลดการใช้กระดาษA4 ไปได้ 2 รีม 

ว่าที่ ร.ต. ภาณุวัฒน์ ขัดนาค ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. สำนักงานแม่ฮ่องสอน กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับฤดูร้อนที่จะมาถึงนับเป็นห้วงเวลานอกฤดูกาลท่องเที่ยว ซึ่ง ททท. สำนักงานแม่ฮ่องสอนได้ประสานหน่วยงานและผู้เกี่ยวข้อง จะนำเสนอขายสินค้า เฉพาะกลุ่ม โดยนำเสนอสินค้าทางการท่องเที่ยวที่ให้ประสบการณ์การท่องเที่ยวไปพร้อมกับการทำงานนอกสถานที่ (Workation) โดยเน้นการท่องเที่ยวแบบ
กึ่งผจญภัย การท่องเที่ยวเชิง สุขภาพที่ผ่อนคลาย ในแหล่งธรรมชาติ และสรรหาสินค้าใหม่ ๆ เสนอขายควบคู่กันไปด้วย อาทิ การเดินป่าเส้นทางสั้น ๆ ในพื้นที่ป่าสีเขียว ท่องเที่ยวถ้ำ น้ำตก และกิจกรรม Soft Adventure กิจกรรมล่องแพ ล่องห่วงยาง เรือยาว ฯลฯ โดยคาดว่าจะทำให้จังหวัดแม่ฮ่องสอน สามารถเสนอขายและเดินทางท่องเที่ยวในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยวได้

04 กุมภาพันธ์ 2566

Pennii Premium Popcorn ป๊อบคอร์นรสชาติสุดพรีเมียม

Pennii Premium Popcorn เพนนี พรีเมียม ป๊อปคอร์น ถูกผลิตมาจาก “ความสุข” ยกระดับการกินป๊อบคอร์นแสนอร่อย ไปกับ “Pennii Premium Popcorn”  ป๊อบคอร์นรสชาติสุดพรีเมียม ที่จะส่งความสุขให้กับทุกคำ ต้องลอง เพื่อให้ทุกท่านได้ “ส่งต่อความสุขสู่ทุกคนทั่วโลก"  ป๊อปคอร์น (Popcorn) หรือ ข้าวโพดคั่ว คือของว่างหรือขนมขบเคี้ยวที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก และน่าจะเป็นหนึ่งในอาหารที่เก่าแก่ที่สุดในโลกด้วย ในปัจจุบันป๊อปคอร์น กลายเป็นของว่างที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก สามารถทานได้ทุกโอกาส แต่กลายมาเป็นขนมที่นิยมกินกันระหว่างชมภาพยนตร์และกีฬาในยุค 30s เป็นต้นมา 

คุณพรพิมล หยาง ประธานกรรมการ เพนนี พรีเมียม ป๊อปคอร์น  กล่าวว่า เพนนี พรีเมียม ป๊อปคอร์นตั้งแต่ดิฉันเป็นเด็ก ดิฉันชอบกินขนมหวานโดยเฉพาะอย่างยิ่งป๊อปคอร์น และเมื่อดิฉันโตขึ้นกังวลว่า การกินหวานจะทำให้เสียสุขภาพและอ้วนความห่วงใยในสุขภาพคือแรงบันดาลใจในการผลิตขนมให้เป็นขนมสำหรับทุกคน โดยที่ทุกคนสามารถกินได้โดยไม่รู้สึกผิด และเป็นขนมที่สะอาดถูกหลักอนามัย สำหรับทุกคน สิ่งสำคัญความห่วงใยคือไม่ใช่เพียงแค่สำหรับคุณสำหรับตัวดิฉันเอง

นอกจากนั้น ยังห่วงใยไปถึงคุณพ่อคุณแม่ สำหรับป๊อปคอร์นเพนนีของเราคุณสามารถให้บุตรหลานของท่านทานได้โดยไม่ต้องกังวลเพราะว่า คัดสรรส่วนประกอบและวัตถุดิบที่ดีที่สุดสำหรับชีวิตที่ดีเลิศของคุณ เพนนี พรีเมียม ป๊อปคอร์น ถูกผลิตมาจาก “ความสุข”  เพื่อให้ทุกท่าน “ส่งต่อความสุข” ไปสู่ทุกคนทั่วโลก

Concept ของ Pennii เหมือนเดิมแต่ก็จะมีความหอมของกลิ่นทรัฟเฟิล เมนูนี้รับรองจะถูกใจสำหรับคนที่ชอบทานทรัฟเฟิล หรือในส่วนของ Matcha Lava Cake ซึ่งเป็น White Chocolate Cake ที่สัมผัสเนื้อนุ่มมาก และมีในส่วนของ Matcha รสชาติเข้มข้น ที่ยังคง Concept หวานน้อยเหมือนเดิม เมื่อทานคู่กัน  บอกเลยว่าหวานละมุนกำลังดี และเมนู Matcha อีกเมนูที่แนะนำคือ Matcha Rose Lattes ซึ่งมีความเป็น Layer ของ Matcha เข้มข้นจากญี่ปุ่น นม และชากุกลาบ เป็นเมนูที่หอมละมุนเข้ากันได้ดี เหมาะกับคนที่ชื่นชอบความหอมของชากุหลาบ และความเข้มข้นของ Matcha เมนูนี้นอกจากอร่อยแล้ว ถ่ายรูปออกมายังสวยอีกด้วย





Pennii Popcorn Cafe คาเฟ่ ขนมหวานสไตล์ฝรั่งเศส หวานกำลังดี คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพพรีเมียม เพื่อความอร่อยของคุณลูกค้าที่รักทุกท่าน มาทานขนมอร่อยๆ Pennii Popcorn Cafe คาเฟ่สำหรับคนรักป๊อบคอร์นที่แรกในประเทศไทยเปิดประสบการณ์ความอร่อยใหม่ กับ Pennii Popcorn Café คาเฟ่ป็อปคอร์น สยามพารากอน ที่มีทั้ง เมนูของหวาน และ เมนูเครื่องดื่ม ไว้บริการซึ่งเมนูของหวานทุกเมนูเสริฟพร้อม popcorn  รังสรรค์เมนูต่างๆ โดยเชฟสไตลิสมืออาชีพ และเอาใจสายหวานที่ชอบความคลีน
กับ สูตรเครื่องดื่มที่ทางร้านได้ออกแบบมาในรสชาติ ‘หวานน้อย’ รสชาติ ป๊อบคอร์น มี Less Sweet Flavor และที่สำคัญ ที่สร้างสรรค์ความสุขในร้านให้เพิ่มขึ้น กับ มาสคอตของร้าน ที่เป็นเพนกวิ้น เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว

สำหรับเมนูอาหารใหม่ก็เช่นเดียวกัน โดยทาง Pennii Popcorn Cafe ที่หวานกำลังดี ใส่ความตั้งใจกับทุกเมนูให้ทุกท่านมาทานขนมอร่อยๆ คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพพรีเมียม เพื่อความอร่อยของคุณลูกค้า มุ่งเน้นที่จะเสาะแสวงหาวัตถุดิบคุณภาพนำเข้าจากต่างประเทศ  ทุกเมนูไม่ใช่เพียงเพื่อให้ได้รสชาติต้นตำรับหรือวัตถุดิบที่สดใหมรสชาติพรีเมี่ยม





สำหรับเมนูที่เป็น  Signature คือเมนู Toast Pop Cha Thai โดยเน้นความเป็น Toast อยู่แต่เน้นความหอมของตัวคาราเมล จนได้เป็น Caramel Toast Pop เป็นเมนูที่หอมคาราเมล ฉ่ำเนยมาก เมนูนี้น่าจะเป็นเมนูที่หวานที่สุดในร้านแล้ว เพราะเมนูอื่นเราจะเน้นเป็นหวานน้อย แต่เมนูนี้   จะเน้นความเป็นคาราเมลจึงมีความหวานเพิ่มเข้ามา แต่เมื่อทานคู่กับไอศกรีม เฮเซลนัท ที่ทางร้านคิดไว้ว่ารสชาติเข้ากันแน่นอน แต่สำหรับใครที่ต้องการเปลี่ยนรสชาติไอศกรีมก็สามารถเปลี่ยนได้เช่นกัน แล้วก็มีเมนู Mousse เพิ่มเข้ามาเป็นเมนู Tripple Mousses Chocolate ที่จะเน้นความเป็น Layer ของ Chocolate Mousses แต่ละชั้นโดยจะมี White Chocolate, Milk Chocolate และ Dark Chocolate เหมาะ สำหรับคนที่ชอบหวานน้อยจริงๆ เพราะใช้ความหวานจากตัว Chocolate Mousses โดยไม่ได้เพิ่มความหวานจากน้ำตาลหรือไซรัป เมื่อทานเมนูนี้ก็จะรู้สึกเบาๆ นุ่มละมุนมาก เมนู Signature ที่เพิ่มเข้ามาอีกเมนูคือ Pennii refresher ที่จะเน้นความหอมของตัว Razzberry Strawberry ความเป็นผลไม้ที่ดื่มแล้วสดชื่น โดยตัวเป็นไอเดียของน้องเพนนี ที่เค้ามาช่วยในการออกแบบเมนูเครื่องดื่มในร้าน และสำหรับสายกาแฟก็จะมีเป็นเมนู Alfogato Pop ทานคู่กันกับกาแฟของทางร้าน และไอศกรีม โดยจะมี Topping ที่เป็น Popcorn,crubble chocolate สูตรเฉพาะของที่ร้านเมนู
นี้สายกาแฟรับรองจะติดใจอย่างแน่นอน  และเร็วๆ นี้ ทาง Pennii  Launch รสชาติใหม่ คือรสชาติ  Salted Butter  รสชาตินี้เหมาะกับคนที่ Concern เรื่องน้ำตาล ไม่ชอบหวาน รสชาตินี้ออกมาเพื่อเอาใจลูกค้า 





โดยเฉพาะ นน่าจะเป็นรสชาติที่ Low Calories ที่สุดแล้ว สำหรับคนที่ชอบทาง Popcorn ทานเมนูนี้ได้เพลินๆ เลย โดยเรายังเน้นความเป็น “เนยแท้ฝรั่งเศส 100%”  และที่สำคัญ Pennii ของเราเน้นในส่วนของ Air Popping  ไม่ใช่น้ำมันปามล์ในการป๊อป  ด้วยความใส่ใจที่เรามีให้ก้บลูกค้าของเราทุกคน เราอยากให้ลูดค้าทุดมีความสุข ในการทางตามสโลแกน “Pass it On ส่งต่อความสุขให้กับทุกคำ” เพราะฉะนั้นเรียนเชิญทุกท่านให้ลองทานเมนูใหม่จาก Pennii Popcorn Cafe 






สอบถามเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 065-937-3545
หาซื้อได้ง่ายๆ ได้ที่ Villa market , ร้านภัทรพัฒน์ , Gourmet Market

หรือทางร้านค้าออนไลน์ Lineman, Shopee, Foodpanda และ Grab

สั่งซื้อทางออนไลน์ได้ที่

FB : Pennii Premium Popcorn

IG : penniipopcorn