เติมเต็มทุกความต้องการของวิถีชีวิตคนเมืองยุคใหม่ พร้อมให้เป็นเจ้าของได้ง่าย จ่ายเบา ๆ เริ่มต้นผ่อน ล้านละ 1,800 บาท
31 กรกฎาคม 2569
“เรซิโอ โฮม เพชรเกษม110” ทาวน์โฮมสไตล์ญี่ปุ่น
ภูมิคุ้มกันดี ผิวสวยใส ตาไม่ล้า! “บีไชน์” ชวนดูแลตัวเองครบในหน้าฝนด้วย “ไบโอ โปร ซี”
จัดโปรโมชั่นสุดพิเศษแบบซอง ซื้อ 1 แถม 1 เพียง 49 บาท ที่เซเว่น อีเลฟเว่น ถึง 23 ส.ค. นี้
ช่วงฤดูฝนที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยและฝนตกชุกเช่นนี้ ประกอบกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องทำงาน หนัก พักผ่อนน้อย และจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตติดต่อกันเป็นเวลานาน ทั้งยังต้องเผชิญกับแสงแดด ละอองฝน มลภาวะ และความเครียดสะสม จนส่งผลให้ร่างกายอ่อนล้า เกิดอาการตาแห้ง ตาล้า ผิวหมอง และภูมิคุ้มกันตกได้ง่าย
บริษัท บีไชน์ นูทริชั่น พลัส จำกัด ชวนดูแลสุขภาพรับหน้าฝนด้วยไอเท็มยอดฮิตของสายสุขภาพ “ไบโอ โปร ซี วิตามินซี 1000 มก. พลัส บิลเบอร์รี่” (Bio Pro C Vitamin C 1000 mg. Plus Bilberry) วิตามินซีสูตรพรีเมียมที่ตอบ โจทย์การดูแลสุขภาพแบบครบวงจร ทานแค่วันละ 1 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร ช่วยให้ "สายตาดี สุขภาพฟิต ผิวสวยสดใส" ได้อย่างง่ายดาย “บีไชน์ ไบโอ โปร ซี” อัดแน่นด้วยคุณประโยชน์จากส่วนประกอบ สำคัญเพื่อการดูแล แบบองค์รวมหลายด้าน :
- สายตาดี โฟกัสชัด : ผสานพลังสารสกัดจากบิลเบอร์รี่นำเข้าจากอเมริกา ช่วยให้ดวงตาชุ่มชื้น
ลดอาการตาแห้ง ตาล้า ทำงานร่วมกับ วิตามินเอ ที่มีส่วนช่วยในการมองเห็น และเพิ่มโฟกัสในการทำงาน
- สุขภาพฟิต ภูมิคุ้มกันดี : อุดมด้วยวิตามินซี 1000 มก. สูตรอ่อนโยน ไม่ระคายเคือง กระเพาะอาหาร
จากแหล่งธรรมชาติทั้งสารสกัดโรสฮิปส์และคามูคามู พร้อมซิตรัส ไบโอฟลาโวนอยด์
ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมวิตามินซีเข้าสู่ร่างกาย
- ผิวสวยสดใส ท้าแสงแดด : ปกป้องและบำรุงผิวให้แลดูสดใส แม้ต้องเจอแสงแดด และมลภาวะด้วย
สารสกัดจากส้มสีแดง
- สตรองยิ่งขึ้น : มีแคลเซียม 15% มีส่วนช่วยในการดูแลกระดูกให้แข็งแรง
“บีไชน์ ไบโอ โปร ซี” วิตามินซี 1000 มก. พลัส บิลเบอร์รี่ แบบซองซิปพกพา บรรจุ 7 เม็ด
จัดโปรโมชั่นพิเศษสุดคุ้มต้อนรับหน้าฝน! ซื้อ 1 แถม 1 ราคาเพียง 49 บาท (ปกติ 98 บาท) สมาชิก ALL member รับ 100 คะแนน พกพาความคุ้มค่า และดูแลตัวเอง ได้ทุกวัน หาซื้อได้แล้วตั้งแต่วันนี้ - 23 สิงหาคม 2569 ที่ร้าน เซเว่น อีเลฟเว่น (7-Eleven) ทุกสาขาทั่วประเทศ
ติดตามข้อมูลข่าวสารและโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่
https://bshine.co.th/bioproc/, FB : B Shine,
Line : @Bshine, TikTok : bshine.official, IG : bshinenutritionplus
รพ.กรุงเทพ สำนักงานใหญ่ มุ่งสู่ Medical Robot Hub ระดับเอเชียแปซิฟิก
"จากประสบการณ์การใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดกว่า 1,000 เคส โรงพยาบาลกรุงเทพพร้อมยกระดับองค์ความรู้ และมาตรฐานการรักษา เพื่อพัฒนาทีมศัลยแพทย์ และส่งต่อผลลัพธ์การรักษาที่ดียิ่งขึ้นแก่ผู้ป่วย"
โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ เดินหน้ายกระดับสู่ Medical Robot Hub ศูนย์รวมนวัตกรรมหุ่นยนต์ทางการแพทย์ระดับเอเชียแปซิฟิก ด้วยการลงนามบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MOU) ร่วมกับบริษัท ดีไวซ์ เทคโนโลยี่ส์ (ไทย) จำกัด เพื่อต่อยอดองค์ความรู้ และพัฒนามาตรฐานการรักษาด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (Robotic Surgery) หลังมีประสบการณ์รักษาผู้ป่วยด้วยเทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (da Vinci Xi Robotic Surgery) มากกว่า 1,000 เคส ความร่วมมือดังกล่าวมุ่งพัฒนาศักยภาพของศัลยแพทย์ไทย ผ่านการศึกษา การฝึกอบรม การแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อผลักดันมาตรฐานการผ่าตัดของประเทศไทยสู่ระดับสากล และสร้างผลลัพธ์การรักษาที่ดียิ่งขึ้นแก่ผู้ป่วย
นพ.เอกกิตติ์ สุรการ รองผู้อำนวยการ โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า โรงพยาบาลให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีทางการแพทย์ ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากร โดยประสบการณ์การรักษาผู้ป่วยด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดกว่า 1,000 เคส ได้ก่อให้เกิดองค์ความรู้ และการพัฒนาทักษะเฉพาะของทีมศัลยแพทย์ ช่วยยกระดับมาตรฐานการรักษาโรคทางศัลยกรรม ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นก้าวที่สำคัญในการสร้างระบบการเรียนรู้ด้านการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่มีประสิทธิภาพ และปลอดภัยยิ่งขึ้น
ซึ่งภายใต้บันทึกความร่วมมือในระยะเวลา 1 ปีนี้ มีโครงการสำคัญต่างๆ ที่ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันพัฒนาระบบหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดซึ่งครอบคลุมการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมด้าน Robotic Surgery ภายในโรงพยาบาล (In-house Robotic Training Center), การพัฒนาศัลยแพทย์ และผู้เชี่ยวชาญผ่านการฝึกอบรม และมีระบบ Proctorship ทั้งในระดับประเทศ และนานาชาติ (International and In-house Proctorship Program), การจัดทำมาตรฐานการดูแลผู้ป่วย, การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และระบบจำลองการผ่าตัด รวมถึงการจัดประชุมวิชาการ BDMS Robotic Surgery Annual Meeting 2026 ภายใต้หัวข้อ "1,000 Cases Celebration & Scientific Session" ในวันที่ 10 สิงหาคม 2026 เพื่อเปิดเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญทั้งใน และต่างประเทศเพื่อร่วมยกระดับมาตรฐานรักษาด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด
นพ.ชนินทร์ ปั้นดี ผู้อำนวยการศูนย์ศัลยกรรม รพ.กรุงเทพ ศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการผ่าตัดช่องท้องด้วยการส่องกล้องและหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันโรงพยาบาลใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดดาวินชี่ (da Vinci Xi Robotic Surgery) ในการรักษาผู้ป่วยโรคที่มีความซับซ้อนมากกว่า 1,000 เคส ครอบคลุมการผ่าตัดช่องท้อง ปอด ช่องอก นรีเวช และระบบทางเดินปัสสาวะ ใน 3 ปีที่ผ่านมา รพ.กรุงเทพ สำนักงานใหญ่ ได้ผ่าตัดช่องท้องจำนวน 547 ราย ผ่าตัดปอด 237 ราย ผ่าตัดนรีเวช 131 ราย ผ่าตัดระบบทางเดินปัสสาวะ (ไต, ต่อมลูกหมาก) 92 ราย (ข้อมูลถึงเดือนมิถุนายน 2569) โดยเทคโนโลยีดังกล่าวช่วยให้การผ่าตัดได้ตรงจุด ลดการเสียเลือด ลดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อ ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ และช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็ว ลดระยะเวลานอนพักในโรงพยาบาล สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วขึ้น ซึ่งเราเน้นดูแลรักษาแบบสหสาขาวิชาชีพที่ผสานความชำนาญการ และประสบการณ์ของทีมแพทย์เฉพาะทางเข้ากับเทคโนโลยีหุ่นยนต์ทางการแพทย์เพื่อให้การรักษาแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Care) ตั้งแต่ขั้นตอนการวินิจฉัย การผ่าตัด การฟื้นฟู ไปจนถึงการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังเดินหน้าร่วมมือกับบริษัทประกันสุขภาพ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงได้มากยิ่งขึ้น
Mr. Adam Brown Business Manager – Capital Robotic Surgery, Device Technologies กล่าวว่า สำหรับ Device Technologies เราเชื่อว่า เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวไม่ใช่คำตอบของการยกระดับการรักษา สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร การสร้างระบบการเรียนรู้ที่มีมาตรฐาน และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้เทคโนโลยีถูกนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ป่วย ซึ่งบริษัทฯ จะร่วมกันพัฒนาศูนย์ฝึกอบรมหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด ส่งเสริมการพัฒนาศัลยแพทย์และทีมสหสาขาวิชาชีพผ่านการฝึกอบรมและระบบ Proctorship สนับสนุนการจัดประชุมวิชาการ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระดับนานาชาติ ตลอดจนร่วมพัฒนามาตรฐานการดูแลผู้ป่วยและกระบวนการทำงาน เพื่อยกระดับคุณภาพการรักษาด้วย Robotic Surgery อย่างยั่งยืน
นอกจากหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด da Vinci Xi แล้ว โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ ยังมีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์ทางการแพทย์ในหลากหลายสาขา ได้แก่ VELYS™ หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม, ARTIS pheno หุ่นยนต์เอกซเรย์แขนกลสำหรับการผ่าตัดกระดูกและข้อแบบแผลเล็ก และ Walkbot หุ่นยนต์ฟื้นฟูการเดินสำหรับผู้ป่วยระบบประสาท มีผู้ป่วยได้รับการรักษาและฟื้นฟูด้วยเทคโนโลยีหุ่นยนต์มากกว่า 600 ราย (ข้อมูลถึงเดือนมิถุนายน 2569)
โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อยกระดับมาตรฐานการรักษา ขยายโอกาสการเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูง และก้าวสู่การเป็น Medical Robot Hub ศูนย์รวมการรักษาด้วยนวัตกรรมหุ่นยนต์ทางการแพทย์ระดับเอเชียแปซิฟิก ที่พร้อมรองรับผู้ป่วยจากทั่วทุกภูมิภาคด้วยมาตรฐานการรักษาระดับสากล
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม เข้าเข้ารับคำปรึกษาได้ที่
ศูนย์ศัลยกรรม รพ. กรุงเทพ โทร. 0 2310 3002, 0 2755 1002
หรือ Contact Center โทร. 1719 Line @BHQSurgery
#โรงพยาบาลกรุงเทพ #Bangkokhospital #MedicalRobotHub #หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด #daVinci #RoboticSurgery #ศูนย์ศัลยกรรม
30 กรกฎาคม 2569
พลิกโฉมการดูแลสุขภาพผู้หญิงยุคใหม่! รพ. พญาไท 2 เปิดตัว "Her Confidence"
ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางและการรักษาแบบองค์รวม

29 กรกฎาคม 2569
“ยาโยอิ” เสิร์ฟประสบการณ์ใหม่ “นาเบะ ออลสตาร์ รวมฮิตหม้อไฟสไตล์ญี่ปุ่น”
4 ซุปเด็ดส่งตรงจากเจแปน เติมข้าวฟรีไม่อั้น เริ่มต้น 199 บาท
“ยาโยอิ” ร้านอาหารจากประเทศญี่ปุ่นเดินหน้าสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ต่อยอดแรงบันดาลใจนำเทรนด์การกินของชาวญี่ปุ่นสู่เมนูใหม่ “นาเบะ ออลสตาร์ รวมฮิตหม้อไฟสไตล์ญี่ปุ่น” หนึ่งในเมนูที่ครองใจชาวญี่ปุ่นและได้รับความนิยมในกลุ่มผู้บริโภคคนไทย พร้อมเสิร์ฟในรูปแบบเซต (เทโชกุ) ตามแบบฉบับของยาโยอิ เพื่อให้ทุกมื้อเต็มอิ่มทั้งความอร่อยและความคุ้มค่า
โดยคัดสรร “4 ซุปนาเบะยอดนิยม” ที่มีสไตล์แตกต่างกันพื่อตอบโจทย์ทุกความชอบ
• หม่าล่า ทงคตสึ นาเบะ (หมู 199.- /เนื้อ 239.-)
ซุปหม่าล่าทงคตสึ หอมกลมกล่อมจากกระดูกหมู เติมมิติความเผ็ดชาจากพริกหม่าล่า รสชาติเข้มข้นกำลังดีในสไตล์ญี่ปุ่น
• ชิโอะ โคจิ โทริ นาเบะ (209.-)
ซุปไก่ผสมขิง เพิ่มความอูมามิด้วยชิโอะ โคจิ (ข้าวหมักญี่ปุ่น) ให้รสชาติกลมกล่อม คล่องคอ พร้อมกลิ่นหอมเฉพาะตัว ช่วยปรับสมดุลลำไส้ นาเบะที่เหมาะสำหรับสายเฮลตี้
• มิโสะ โทเมโท นาเบะ (หมู 229.- / เนื้อ 269.-)
ซุปมะเขือเทศผสมมิโสะ ให้รสเปรี้ยวหวานสดชื่นจากมะเขือเทศสด พร้อมความกลมกล่อมแบบญี่ปุ่น รับประทานง่าย ดีต่อผิวพรรณ จนเป็นซุปที่สาวญี่ปุ่นเทใจให้
• ซีฟู้ด นิโบชิ นาเบะ (299.-)
สัมผัสรสชาติแห่งท้องทะเลกับซุปใสนิโบชิ ซุปที่กำลังได้รับความนิยมในญี่ปุ่น กลิ่นหอมละมุนจากปลาแห้งอิวาชิ เข้ากันดีกับปลาแซลมอน,หอยอาซาริ และคานิคามะ เติมเต็มรสชาติแบบญี่ปุ่นในทุกคำ ร่วมเปิดประสบการณ์ความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นต้นตำรับกับ “นาเบะ ออลสตาร์ รวมฮิตหม้อไฟสไตล์ญี่ปุ่น” เสิร์ฟความหลากหลาย และความคุ้มค่าในทุกเซต พร้อมเครื่องเคียงใหม่ เริ่มต้นเพียงเซตละ 199 บาท พิเศษ!
เติมข้าวญี่ปุ่นได้ฟรีไม่อั้น (สำหรับทานที่ร้านเท่านั้น)
เปิดหม้อไฟพร้อมกันได้แล้ววันนี้ที่ “ยาโยอิ” ทุกสาขาทั่วประเทศ
(ยกเว้นสาขาไอคอนสยามและเซ็นทรัลลาดพร้าว)
ตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม 2569 – 17 พฤศจิกายน 2569
ติดตามรายละเอียดแคมเปญของ ยาโยอิ แบบต่อเนื่องตลอดทั้งปีได้ที่ https://www.facebook.com/YayoiRestaurantThailand
ภาครัฐ ภาคเอกชนรวมพลังเครือข่ายจัดงานเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทศวรรษแห่งการพัฒนาสืบสาน รักษา ต่อยอด ใต้ร่มพระบารมี
เครือข่ายธุรกิจห่วงโซ่อุปทานแห่งประเทศไทย (Thailand Supply Chain Network: TSCN) พร้อมด้วย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) (ไทยเบฟ) และภาคีเครือข่ายร่วมจัดงาน “ทศวรรษแห่งการพัฒนา สืบสาน รักษา ต่อยอด ใต้ร่มพระบารมี” เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 และครบ 10 ปีแห่งการครองสิริราชสมบัติ พร้อมประกาศพลังความร่วมมือในการขับเคลื่อนโครงการตามที่ได้น้อมนำพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่จะทรง “สืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป” มาเป็นแนวทางในการดำเนินงานเพื่อการพัฒนาประเทศผ่านการบูรณาการองค์ความรู้ นวัตกรรม และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน อันนำไปสู่การสร้างสมดุลทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและเสริมสร้างความเข้มแข็งของประเทศอย่างยั่งยืน
งานดังกล่าวจัดขึ้น ณ เพลนารี ฮอลล์ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ท่ามกลางพลังแห่งความสามัคคีและความจงรักภักดี โดยมีผู้เข้าร่วมงานจากหน่วยงานต่าง ๆ กว่า 600 คน อาทิ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษ เพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.), กระทรวงอุตสาหกรรม, กระทรวงมหาดไทย, กรุงเทพมหานคร, สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง , คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.), สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI), สมาคมธนาคารไทย ตลอดจนเครือข่ายภาคประชาชน และเยาวชนจากหลากหลายวงการ อาทิ เยาวชนเจ้าบ้านสืบสานวัฒนธรรม, Win Win WAR Thailand, OTOP Junior และนักกีฬาเยาวชนจากหลากหลายชนิดกีฬา ซึ่งพร้อมใจกันร่วมส่งต่ออุดมการณ์แห่งการ "สืบสาน รักษา ต่อยอด" สู่เด็กและเยาวชนตามแนวทางการทรงงานด้านการพัฒนาอันเป็นการสืบสานจากแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สู่รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและความมั่นคงยั่งยืนของประเทศชาติ
นายฐาปน สิริวัฒนภักดี ผู้ร่วมก่อตั้งเครือข่ายธุรกิจห่วงโซ่อุปทานแห่งประเทศไทย (TSCN) และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การจัดงานมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเผยแพร่โครงการเทิดพระเกียรติที่ทุกภาคส่วนได้ร่วมน้อมนำพระปฐมบรมราชโองการ สืบสาน รักษา ต่อยอด มาเป็นแนวทางในการพัฒนาโครงการที่สร้างผลกระทบเชิงบวกระดับพื้นที่ เพื่อสร้างประโยชน์แก่ชุมชน สังคม และประเทศชาติ วันนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการยกระดับโครงการแต่ละหน่วยงานสู่ความร่วมมือระดับประเทศ เพื่อสืบสานสิ่งที่มีคุณค่า รักษาทรัพยากรและภูมิปัญญา ต่อยอดสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน
สำหรับการเสริมสร้างความเข้มแข็งและความมั่นคงให้กับชุมชน ได้มีการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากผ่านการดำเนินงานของ บริษัท รู้รักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งดำเนินงานในระดับประเทศและในทุกจังหวัด และต่อยอดสู่ “โครงการด้วยจงรักและภักดี” สร้างประโยชน์ให้ชุมชน ประชาชนมีความสุข ผ่านการจัดตั้ง บริษัท ชุมชนเข้มแข็ง พอเพียง (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท (อำเภอ) พอเพียง จำกัด เพื่อพัฒนาให้เป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมในระดับอำเภอทั่วประเทศ”
ตัวอย่างโครงการที่ร่วมพัฒนาและขับเคลื่อนการดำเนินงานตามรอยศาสตร์กษัตริย์ ผ่านความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อสร้างความเข้มแข็งของประเทศชาติอย่างยั่งยืน
โครงการ YouTH Thailand เป็นการรวมเครือข่ายพลังเยาวชนไทยที่จะช่วยขับเคลื่อนประเทศชาติอย่างยั่งยืน และขยายโอกาสการเรียนรู้สู่การลงมือทำจริงด้วยการปลดล็อคศักยภาพเยาวชนไทยสู่การเติบโตในระดับประเทศและระดับโลก และเป็นแพลตฟอรม์เครือข่ายพลังเยาวชนไทยและศูนย์กลางแห่งโอกาสและคลังข้อมูลเยาวชนคุณภาพ พร้อมเสริมสร้างความรู้และทักษะหลากมิติเพื่อเตรียมความพร้อมเยาวชนไทยให้รู้เท่าทันโลก และพัฒนาทักษะด้วยการปฏิบัติจริงร่วมกับองค์กร
ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา ภาคประชาชนทั้งในและต่างประเทศ
โครงการ “โชว์ภูมิ” ภายใต้ “โครงการด้วยจงรักและภักดี” เพื่อเฟ้นหาและสร้างนักพัฒนาชุมชน
ในระดับอำเภอทั่วประเทศให้เป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการดำเนินงานมุ่งเน้นหลักการพัฒนา “เยาวชน” เพื่อให้เป็นศูนย์กลางในการพัฒนาชุมชน
โครงการ “เยาวชนเจ้าบ้าน สืบสานวัฒนธรรม” เพื่อปลูกฝังความภาคภูมิใจในศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และอัตลักษณ์ท้องถิ่นให้แก่เยาวชนรุ่นใหม่เพื่อให้เป็นกำลังสำคัญในการอนุรักษ์ และ
สืบสานความเป็นไทยอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเสริมทักษะความรู้เรื่องชุมชนและฝึกฝนให้เยาวชนมีความพร้อมเป็นเจ้าบ้านที่ดี และเป็นผู้สืบสานวัฒนธรรมเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของชุมชน โดยเฉพาะในงาน “Water Festival เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย” และ “River Festival สายน้ำแห่งวัฒนธรรมไทย”
โครงการ “สารพัดสรรพศิลป์” ดำเนินงานในรูปแบบวิสาหกิจเพื่อสังคม โดยทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการเปิดโอกาสและขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้าจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ด้วยการนำงานศิลปะและการออกแบบเชิงสร้างสรรค์มาประยุกต์พัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าชุมชนสู่สินค้าระดับพรีเมียมและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันทางการตลาด อันเป็นกลไกสำคัญในการสร้างงาน สร้างรายได้ และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน
โครงการ Win Win WAR Thailand และ Win Win WAR OTOP Junior เพื่อบ่มเพาะผู้ประกอบการธุรกิจแบ่งปันที่ใช้กลไกธุรกิจในการแก้ไขปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นมากกว่า รายการทีวีหรือเวทีแข่งขันธุรกิจ แต่เป็นแพลตฟอร์มขับเคลื่อนระบบนิเวศผู้ประกอบการเพื่อสังคม
ในประเทศไทย
โครงการ “ผ้าขาวม้าท้องถิ่น หัตถศิลป์ไทย” ภายใต้การดำเนินงานของคณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ ร่วมกับกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ได้ดำเนินโครงการมาตั้งแต่ปี 2559 มุ่งยกระดับผ้าขาวม้าทอมือไทยผ่าน 4 มิติ ทั้งการสร้างนวัตกรรม การแปรรูป
การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้ชุมชน โดยสามารถสร้างรายได้ส่งตรงถึงชุมชนรวมกว่า 311 ล้านบาท ครอบคลุมผู้รับผลประโยชน์
1,561 ครัวเรือน พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายคนรุ่นใหม่ “ทายาทผ้าขาวม้า” พัฒนายกระดับสู่ผู้ประกอบการได้ถึง 15 ราย และต่อยอดสู่การพัฒนาเป็นการท่องเที่ยวโดยชุมชน
งาน Sustainability Expo มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน
จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2563 เพื่อเปิดโอกาสให้คนทุกกลุ่มทุกวัยได้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน ครอบคลุมทุกมิติทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม และจัดขึ้นต่อเนื่องมาจนถึงปีนี้เป็นปีที่ 7 ภายใต้แนวคิดหลัก "พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก" (Sufficiency for Sustainability) โดยน้อมนำพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จเจ้าอยู่หัว ที่จะทรง "สืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป" และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาเป็นแนวทางในการจัดงาน ร่วมกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (SDGs)
ตัวอย่างโครงการดังกล่าวนับเป็นผลสำเร็จของการน้อมนำพระราชปณิธานตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ที่สร้างผลกระทบเชิงบวกในระดับพื้นที่ (Social Impact) พร้อมต่อยอดสู่ความร่วมมือครั้งสำคัญในระดับประเทศ และขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทศวรรษต่อไป
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า “รู้สึกชื่นชมทุกภาคส่วนโดยเฉพาะภาคเอกชน และน้อง ๆ เยาวชนที่ตระหนักถึงความสำคัญและมาร่วมกันในวันนี้ โดยมีภาครัฐผลักดันในเชิงนโยบายให้ภาคเอกชนตระหนักถึงความสำคัญและขับเคลื่อนตามแนวทางของมาตรฐานแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงภาคอุตสาหกรรม (มอก.9999) ที่กำหนดขึ้นเพื่อให้ภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งองค์กรในห่วงโซ่อุปทานมีความเข้าใจในหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และมีแนวคิดเป็นไปในแนวทางเดียวกัน
โดยที่องค์กรสามารถกำหนดวิธีการปฏิบัติด้วยตนเอง ซึ่งจะส่งเสริมให้เกิดผลลัพธ์ และการพัฒนาที่สมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในทุกมิติ ด้วยการผลักดันให้นำ
มอก.9999 มาประยุกต์ใช้โดยบูรณาการแนวทางดำเนินการให้สอดคล้องเข้ากับรูปแบบของการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่สมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างความตระหนักรู้ให้ทุกภาคส่วนน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและหลักการทรงงานไปเป็นแนวทางทั้งด้านการขับเคลื่อนการดำเนินงานทางธุรกิจ และการดำเนินชีวิตประจำวัน พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ในยุคโลกาภิวัฒน์ และสามารถเตรียมความพร้อมต่อเหตุการณ์ในอนาคตได้อย่างสมดุล พอเพียง ยั่งยืน
นอกจากนี้ ยังมีนโยบายการจัดทำ มอก.9999 ในปี 2556 ถึงปีปัจจุบัน ต่อยอดสู่ Version 2 ภายในปีนี้ เพื่อผลักดันให้ภาคอุตสาหกรรมตระหนักถึงความสำคัญของการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาพัฒนาและต่อยอดเสริมสร้างความเข็มแข็งให้ภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน”
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า “รู้สึกดีใจได้เห็นเด็ก ๆ เยาวชนรุ่นใหม่มาร่วมเป็นส่วนสำคัญที่จะเติบโตเป็นอนาคตของประเทศชาติเพื่อสร้างชุมชนที่เข็มแข็งและยั่งยืน และรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เห็นทุกภาคส่วนได้มาร่วมพลังเป็นหนึ่งเดียวกันในวันนี้เพื่อน้อมนำแนวทางพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาต่อยอดและบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ และภาคเอกชน โดยตลอดกว่า 10 ปีที่ผ่านมา กระทรวงมหาดไทยได้มีการผสานความร่วมมือกับภาคเอกชน
เพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ด้วยการดึงศักยภาพและความเข้มแข็งของชุมชนมาเป็นพลังขับเคลื่อนหลักพร้อมประสานความร่วมมือกับภาคเอกชนและวิสาหกิจเพื่อสังคม ผ่าน "เครือข่ายรู้รักสามัคคี" ในทุกจังหวัดทั่วประเทศ ที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการนำนโยบายสู่การปฏิบัติในพื้นที่ ช่วยต่อยอดทุนทางภูมิปัญญาและนวัตกรรมท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม นำไปสู่การสร้างงาน สร้างรายได้ ลดความเหลื่อมล้ำ และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน พลังแห่งความร่วมมือนี้ยังช่วยสร้างความเข้มแข็งของชุมชนให้พร้อมรองรับคนรุ่นใหม่จำนวนมากที่กลับมาสู่ถิ่นฐานบ้านเกิด เพื่อผลักดันให้ก้าวขึ้นมาเป็น "ผู้ประกอบการรุ่นใหม่" ที่อุทิศทั้งแรงกาย แรงใจ ในการสร้างสรรค์นวัตกรรม พัฒนาผลิตภัณฑ์ ตลอดจนการขยายตลาดใหม่ ๆ ให้กับชุมชน อันเป็นพลังสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เสริมสร้างชุมชนเข้มแข็ง และสร้างเมืองน่าอยู่อย่างยั่งยืน บนรากฐานของหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง”
การจัดงาน “ทศวรรษแห่งการพัฒนา สืบสาน รักษา ต่อยอด ใต้ร่มพระบารมี” ในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการน้อมนำพระราชปณิธาน "สืบสาน รักษา ต่อยอด" และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศอย่างเป็นรูปธรรม และเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรมควบคู่กับการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน สังคม และประเทศชาติ พร้อมเชิญชวนทุกภาคส่วนและประชาชนคนไทยทุกคนร่วมสืบสาน รักษา และต่อยอด เพื่อร่วมสร้างประโยชน์ให้ประเทศชาติภายใต้ร่มพระบารมีสืบไป
25 กรกฎาคม 2569
บริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง ร่วมบริจาคอุปกรณ์การเรียนการสอนและของใช้จำเป็น
บริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง ร่วมบริจาคอุปกรณ์การเรียนการสอนและของใช้จำเป็น ช่วยเหลือประชาชนผู้ยากไร้ ต.กกสะทอน อ.ด่านซ้าย จ.เลย
นายแพทย์ กัมพล โซ่เจริญธรรม และ แพทย์หญิง ธีรธร ทองก้อนใหญ่ สองผู้บริหารบริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง ร่วมบริจาคอุปกรณ์การเรียนการสอนและของใช้จำเป็น การจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๙ "บ้านหมากแข้ง จากสมรภูมิ สู่แผ่นดินแห่งพระบารมี" ณ อุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้ง ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ในพื้นที่ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ได้มีการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภายใต้ชื่องาน "บ้านหมากแข้ง จากสมรภูมิ สู่แผ่นดินแห่งพระบารมี" โดยมีผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย และคณะ เดินทางลงพื้นที่เพื่อร่วมกิจกรรมและมอบสิ่งของแก่ประชาชนในพื้นที่ตลอดทั้งวัน
ในโอกาสนี้ นายแพทย์ กัมพล โซ่เจริญธรรม และ แพทย์หญิงธีรธร ทองก้อนใหญ่ สองผู้บริหารในนามบริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด ได้ร่วมสนับสนุนสิ่งของเพื่อมอบให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ ต.กกสะทอน ประกอบด้วย สมาร์ทโปรเจคเตอร์ สำหรับใช้ในการเรียนการสอนและการอบรม รวมทั้ง ผ้าอ้อมอนามัยสำหรับเด็ก ,พัดลม ,หม้อหุงข้าว,และเตาไมโครเวฟ
แพทย์หญิงธีรธร ทองก้อนใหญ่ ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า “สิ่งของดังกล่าวจะถูกนำไปมอบให้แก่โรงเรียนและประชาชนในพื้นที่ตำบลกกสะทอน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมมอบอุปกรณ์การเรียนการสอนและถุงยังชีพที่จัดขึ้นตลอดเส้นทาง ตั้งแต่บ้านห้วยมุ่น บ้านหมากแข้ง ไปจนถึงบ้านหมันขาว”
“นอกจากการมอบสิ่งของแล้ว บริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด ได้จัดหน่วยบริการเคลื่อนที่นำเทคโนโลยี Eyetronix (อายทรอนิค)ซึ่งใช้นวัตกรรมในการคัดกรองศักยภาพสมอง และ Neurosight (นิวโรไซต์)ซึ่งเป็นระบบฟื้นฟูสมรรถภาพทางปัญญาด้วยเทคโนโลยีโลกเสมือนจริง ลงพื้นที่ตำบลกกสะทอนเป็นครั้งแรก เพื่อให้บริการตรวจคัดกรองและฟื้นฟูสมองแก่ผู้สูงอายุและผู้พิการ ในพื้นที่โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ถือเป็นการต่อยอดพันธกิจของบริษัทฯ จากการบริจาคสิ่งของพื้นฐาน สู่การส่งมอบองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านสุขภาพที่ทันสมัยให้ถึงมือประชาชนในพื้นที่ห่างไกลอย่างแท้จริง” แพทย์หญิงธีรธร กล่าว
การร่วมกิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด ในการมีส่วนร่วมสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคม และแบ่งเบาภาระของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งได้รับความชื่นชมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก
#wefiethailand
24 กรกฎาคม 2569
"คิมเบอร์ลี่" ร่วมฉลองเปิดโฉมใหม่ KT OPTIC สาขา แฟชั่นไอส์แลนด์
KT OPTIC (เคที ออพติค) ศูนย์จำหน่ายแว่นตา ทุ่มงบจัดงาน Grand Opening ฉลองเปิดโฉมใหม่ สาขา แฟชั่นไอส์แลนด์ ยกระดับความเป็น Vision & Eyewear Destination ศูนย์ดูแลสุขภาพและแฟชั่นแว่นตาครบวงจรแห่งใหม่ของกรุงเทพมหานคร ฝั่งตะวันออก ภายใต้แนวคิด The Vision & Style Lab
ท่ามกลางบรรยากาศสุดคึกคัก โดยมีนักแสดงตัวท็อป คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส ร่วมถ่ายทอดสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ และ อัปเดตเทรนด์แว่นตาแฟชั่นล่าสุดไปพร้อมกับเหล่าเซเลบริตี้ แฟชั่นไอคอน อินฟลูเอนเซอร์ มากมาย อาทิ เจมส์ ศุภวิชญ์ วงศ์ฟู (นักแสดง), โฟล์ค จักริน แสงเรือน, พีค วีรภัทร ยั่งยืนสกุลเดช, เอเชีย ศิระวรรษน์ โตวิวัฒน์, เล้ง ณัฐพล นิลดอนหวาย (นักแสดง), ไอซ์ อธิชนันท์ และ บิ๊ก ณทรรศชัย (คู่รักนักแสดง) เกด ธิญาดา (นักแสดง), ไก่ สุปราณี เจริญผล, จอย ดาวกระจาย, ลูกจันทร์ ณภษร พินิษไชย, นีน่า จิณณ์นิตา จัดดา และ โณนี่ จารุปิยา บริบาลบุรีภัณฑ์ มิสไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2025 ฯลฯ โดยได้รับเกียรติจากผู้บริหาร คุณชัชวาลย์ วณิชไพสิฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท KT OPTIC พาชมนวัตกรรมสุดล้ำของเครื่องวัดสายตาที่ให้ได้มากกว่าการมองชัด พร้อมวิสัยทัศน์ในการยกระดับ KT OPTIC สู่มาตรฐานใหม่ของการดูแลสายตา พาชมแฟล็กชิปสไตล์โฉมใหม่ที่ผสานนวัตกรรมระดับสากลเข้ากับงานดีไซน์และบริการเฉพาะบุคคลอย่างลงตัว ณ ศูนย์การค้าแฟชั่น ไอส์แลนด์ ชั้น 2
โดย คิมเบอร์ลี่ ร่วมแชร์ไลฟ์สไตล์การดูแลสุขภาพสายตา พร้อมเผยว่า "สำหรับคิม การดูแลสายตาเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานและการใช้ชีวิตทุกวัน แว่นตาที่ดีไม่ใช่แค่ช่วยให้มองเห็นชัด แต่ยังช่วยเสริมความมั่นใจและสะท้อนสไตล์ของตัวเองได้ด้วย วันนี้รู้สึกยินดีมากที่ได้มาร่วมเปิดโฉมใหม่ของ KT OPTIC ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องสุขภาพสายตาและแฟชั่นในที่เดียวจริงๆค่ะ"
ทางด้าน คุณชัชวาลย์ วณิชไพสิฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท KT OPTIC “การรีโนเวท KT OPTIC สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์ ครั้งนี้ ถือเป็นการยกระดับครั้งสำคัญของแบรนด์ จากร้านแว่นตาสู่ Vision & Eyewear Destination แห่งแรกที่สมบูรณ์แบบที่สุด เพื่อเป็นจุดหมายใหม่ของผู้ที่ใส่ใจทั้งสุขภาพสายตาและแฟชั่นแว่นตา โดยเลือกทำเลศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ เนื่องจากเป็นศูนย์กลางของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก และเป็นประตูสู่จังหวัดภาคตะวันออก ซึ่งมีศักยภาพในการเติบโตสูง สาขาแห่งใหม่นี้ตั้งอยู่บริเวณชั้น 2 ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ บริเวณแกรนด์สเตชั่น ฝั่งลิฟท์แก้ว บนพื้นที่กว่า 180 ตารางเมตร ภายใต้แนวคิด Vision & Style Lab ที่รวบรวมเทคโนโลยีการตรวจวัดสายตาระดับสากลไว้อย่างครบครัน ทั้งเครื่องตรวจวัดสายตาจาก ZEISS ระบบตรวจสุขภาพตาด้วย Airdoc AI พร้อมทีม Optician และ Eyewear Stylist ที่พร้อมให้คำปรึกษาแบบเฉพาะบุคคล เพื่อให้ลูกค้าได้รับทั้งสุขภาพสายตาที่ดีและแว่นตาที่เข้ากับบุคลิกและไลฟ์สไตล์
กว่า 60 ปีที่ KT OPTIC ดูแลสายตาคนไทย เราเชื่อว่าปัจจุบันลูกค้าไม่ได้มองหาเพียงแค่แว่นตาคุณภาพ แต่ต้องการประสบการณ์การดูแลสายตาที่ครบวงจร เราจึงนำเทคโนโลยี นวัตกรรม และผู้เชี่ยวชาญมารวมไว้ในที่เดียว เพื่อให้ทุกคนมั่นใจได้ว่าแว่นตาที่เลือก ไม่เพียงมองเห็นชัด แต่ยังเหมาะกับตัวตนของแต่ละคน โดยบริษัทตั้งเป้าให้ KT OPTIC สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์ เป็นหนึ่งใน 5 สาขาที่สร้างรายได้สูงสุด ของบริษัท จากทั้งหมดกว่า 140 สาขาทั่วประเทศ
เพื่อฉลองการเปิดโฉมใหม่ KT OPTIC จัดเต็มโปรโมชั่นสุดพิเศษ ได้แก่ ฟรี! ตรวจสุขภาพตาด้วยเครื่องถ่ายภาพจอประสาทตาระบบ AI และตรวจวัดสายตาแบบครบวงจร มูลค่า 2,500 บาท ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 พร้อมส่วนลดสินค้าแบรนด์ชั้นนำสูงสุด 60%, และของสมนาคุณในช่วงฉลองGrand Opening อีกมากมายภายในร้าน #KTOPTICFashionlsland
ช่องทางการติดตาม Click
Facebook: KT OPTIC: https://www.facebook.com/KTopticofficialpage
IG: ร้านแว่นตา KT OPTIC: https://www.instagram.com/ktoptic.th/
Tiktok: ร้านแว่นตา KT OPTIC: https://www.tiktok.com/@ktoptic?_r=1&_t=ZS-98Cqk85j3In
23 กรกฎาคม 2569
รีโวกรุ๊ปจัดโปรฯแรงแห่งปี! “ไอเจ้นท์ พระราม 2” ส่งแคมเปญ ‘Live Grand Pay Zero’
อยู่ฟรี 24 เดือน พร้อมลดภาระ ค่าไฟ ด้วยฟรี Solar cell ขนาด 5 KW พร้อม ดอกเบี้ยพิเศษ และผ่อนต่ำ ล้านละ 1,800 บาท นาน 2 ปี ด่วน!! จำนวนจำกัด
กลุ่มบริษัทรีโว จัดโปรโมชั่นแรงแห่งปี โดยนำโครงการ “ไอเจ้นท์ พระราม 2” จัดแคมเปญพิเศษ ‘Live Grand Pay Zero’ อยู่ฟรี 24 เดือน พร้อมลดภาระ ค่าไฟ ด้วยฟรี Solar cell ขนาด 5 KW พร้อม ดอกเบี้ยพิเศษ และผ่อนต่ำ ล้านละ 1,800 บาท นาน 2 ปี ด่วน!! จำนวนจำกัด
รายงานข่าวจาก บริษัท รีโว ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เปิดเผยว่า รีโว กรุ๊ป เป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่มุ่งเน้นพัฒนาในการออกแบบโครงการ และบริการ โดยเลือกทำเล ที่สามารถเดิน ทางได้สะดวก เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค โดยโครงการที่พัฒนาอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเป็นหลัก
ล่าสุดได้นำบ้านคุณภาพในโครงการ “ไอเจ้นท์ พระราม 2” (Eigen Rama 2) ทาวน์โฮม 3 ชั้นสไตล์โมเดิร์น บนทำเลศักยภาพย่านพระราม 2 เปิดตัวบิ๊กแคมเปญสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Live Grand Pay Zero” มอบข้อเสนอที่คุ้มค่าที่สุดเพื่อคนอยากมีบ้าน ให้อยู่ฟรีนานถึง 24 เดือน พร้อมรับอัตราดอกเบี้ยพิเศษและยอดผ่อนปรนสบายกระเป๋า เริ่มต้นเพียงล้านละ 1,800 บาท/เดือน นาน 2 ปี พิเศษสุด! ช่วยลดภาระค่าครองชีพในระยะยาวด้วยการติดตั้งระบบ Solar Cell ขนาด 5 kW (5,000 วัตต์) ให้ฟรีทุกยูนิต มุ่งตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่ประหยัดพลังงานและยั่งยืน ในราคาเริ่มต้นเพียง 3.99 ล้านบาท
โครงการ ไอเจ้นท์ พระราม 2 ทาวน์โฮม 3 ชั้น ฟังก์ชันใหญ่ พื้นที่ใช้สอยจัดเต็ม ออกแบบภายใต้แนวคิดโมเดิร์นที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง มอบพื้นที่ใช้สอยให้แบบจุใจถึง 174 ตารางเมตร รองรับการอยู่อาศัยของสมาชิกทุกเจเนอเรชัน ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวเริ่มต้นหรือครอบครัวใหญ่ ด้วยฟังก์ชัน 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ พร้อมห้องน้ำในตัวเพิ่มความเป็นส่วนตัว 1 ห้องอเนกประสงค์ ที่สามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องทำงาน ห้องเรียนออนไลน์ หรือห้องแต่งตัวได้ตามไลฟ์สไตล์ 2 ที่จอดรถ บริเวณหน้าบ้าน
นอกจากนี้ ยังอัดฉีดความคุ้มค่าต้อนรับเดือนกรกฎาคม ด้วยส่วนลดและของแถมครบครัน สำหรับลูกค้าที่ตัดสินใจจองโครงการภายใน 31 สิงหาคม 2569 นี้ รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมแบบจัดเต็ม (เฉพาะยูนิตที่กำหนด) ประกอบด้วย ข้อเสนอพิเศษกว่า 500,000 บาท, ฟรี! เฟอร์นิเจอร์บิวท์อินตกแต่งครบทั้งหลัง, ฟรี! เครื่องปรับอากาศ และระบบ Smart Home นวัตกรรมบ้านอัจฉริยะ, ฟรี! ค่าใช้จ่ายส่วนกลางนานถึง 12 เดือน
ตัวโครงการตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพใจกลางพระราม 2 เชื่อมต่อชีวิตเมืองง่ายดาย ในซอยอนามัยงามเจริญ 6 เดินทางเข้า-ออกสะดวกสบาย ห่างจากถนนใหญ่พระราม 2 เพียง 950 เมตร ใกล้ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) M82 (สายบางขุนเทียน - บ้านแพ้ว) รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตอบโจทย์การใช้ชีวิตเมืองได้อย่างลงตัว ใกล้ห้างสรรพสินค้าชั้นนำอย่าง เซ็นทรัล พระราม 2 ใกล้สถานพยาบาลชั้นนำ เช่น โรงพยาบาลนครธน ทั้งยังเดินทางสะดวกสบายใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วน และถนนวงแหวนกาญจนาภิเษก
“ไอเจ้นท์ พระราม 2” ทาวน์โฮมที่ใช่ ในราคาที่คุณจ่ายไหว โอกาสสุดท้ายที่จะได้ครอบครองยูนิตตำแหน่งดีพร้อมข้อเสนอที่ดีที่สุด คุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว! ขอเชิญร่วมสัมผัสและนัดเข้าชมบ้านตัวอย่างและโครงการจริงได้แล้ววันนี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือนัดหมายเข้าชมโครงการ โทร. 1517
LINE OA: https://bit.ly/49xzHb3 แผนที่โครงการ: https://shorturl.asia/3seCQ
#EIGEN #ไอเจ้นท์ทาวน์โฮม #revo #RevoEstate #ทาวน์โฮมพระราม2 #ทาวน์โฮมใกล้เซ็นทรัล
*เงื่อนไขและรายละเอียดของโปรโมชันเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด





















































