30 พฤษภาคม 2569

ThinkFest 2026 เริ่มแล้ว! ชวนทุกคนมา Creative Hopping


ThinkFest 2026 เริ่มแล้ว! ชวนทุกคนมา Creative Hopping ปลุกพลังสร้างสรรค์ตามตรอกซอกซอยทั่วย่านอารีย์ 29 - 31 พฤษภาคมนี้

“ThinkFest 2026” เปลี่ยนย่านอารีย์ให้กลายเป็นพื้นที่ Creative Hopping เต็มรูปแบบ ชวนคนเมืองออกมาเดินสำรวจไอเดีย ค้นหาแรงบันดาลใจ และเชื่อมโยงผู้คนผ่านกิจกรรมไฮไลท์ที่กระจายตัวอยู่ตามตรอกซอกซอยและสถานที่ยอดฮิตทั่วย่านอารีย์ ตลอด 3 วันเต็ม โดยเพื่อความสะดวกในการเดินทางเช็กอิน สื่อมวลชนและผู้เข้าร่วมงานสามารถติดตามตารางกิจกรรมแยกตามรายวันและสถานที่จัดงานได้ดังนี้




วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2569 (วันแรกของเทศกาล) ทั่วย่านอารีย์ (Ari Neighborhood)

-CheezeLooker: ตราหลาด — ตลาดมีตรา | Flea Market Hopping ชวนค้นพบผู้คนและแฟชั่นสไตล์อารีย์กระจายตัวใน 4 โลเคชัน  (BrandThink, White Cloud, GUMP'S Ari, Josh Hotel)

-'SAUCE TOUR' ทัวร์กินได้ | สำรวจอารีย์ผ่านรสชาติกับ 3 โฮสต์ตัวจริงเรื่องอาหาร และ 7 ร้านหลากสไตล์

ในคอนเซปต์ International-Local Culture | บัตร Event Pass 599 บาท

-Art Exhibition of Ari | ชม Installation art โดย Pantang Artwork, ภาพชีวิตคนขับเคลื่อนย่านโดย ปกฉัตร วรทรัพย์, Video Mapping รั้วเฟื่องฟ้าซอย 5 โดย TYJ และโปสเตอร์เล่าการเปลี่ยนแปลง 20 ปีปาร์ตี้กรุงเทพฯ โดย Dudesweet

-Dudesweet x House Lagom x Hush: Silent Disco Pride Month Ari Block Party | สตรีทปาร์ตี้ Silent Disco 3 คลื่น เลือกสลับแชนเนลแนวเพลงที่ชอบได้ตลอดคืน พร้อมโชว์พิเศษจากแดนเซอร์

-GUMP'S Ari

MOODY: Whisper of Change, Embrace of Butterfly | นิทรรศการชวนย้อนสำรวจ
'ผีเสื้อแห่งอารมณ์' และร่องรอยความทรงจำในวัยเด็ก เพื่อทำความเข้าใจบาดแผลและตัวตน






ThinkFest Concert | ฟรีคอนเสิร์ตกระจายความสนุกจาก 3 ค่ายเพลงชั้นนำ What The Duck, WhiteFox และ LOVEiS นำโดยทัพศิลปินชื่อดัง อาทิ 2ECTASY, JEFFY, KAKAGOES BACKHOME, MUTE., MILLIESNOW, SOUNDSLEEP, ARABELLE, CHERIIE, DIDIXDADA, LE7EL, DUMB.RONG, MicMac, NEWERY และ J.RABBIT


White Cloud
ooca: SOUL RESET | หยุดพักจากความเครียดผ่าน 3 ขั้นตอน: Cacao Ceremony, Vision Board
และ Ecstatic Movement (จำกัดวันละ 1 รอบ) | บัตร Event Pass 299 บาท

ThinkFest Concert | เวทีฟรีคอนเสิร์ตจากค่ายเพลงชั้นนำทัพศิลปินจัดเต็มตลอดวัน Tempo Bar

-Tempo Bar: Weekend Swap (วันศุกร์: ธีมแลกเสื้อยืด) | กิจกรรมหมุนเวียนของใช้ในบ้านแบบเป็นกันเอง นำของมาเท่าไหร่ แลกกลับไปได้เท่านั้น | บัตร Event Pass 50 บาท (ชำระหน้างาน)

Mahaheretonight: Jam Session & Youth Unlabel | พื้นที่ปล่อยของ ‘Jam Session’ ชวนศิลปินและนักดนตรีมาแจมเพลงสดๆ และเวทีโชว์ศักยภาพของนักดนตรีรุ่นใหม่ทุกแนวเพลง

BrandThink
Mahaheretonight: Jam Session & Youth Unlabel | เวทีเปิดสำหรับคนรักดนตรีและศิลปินรุ่นใหม่ร่วมแจมและโปรโมตวงของตัวเอง

Bew's Act-Things

Bew's Act-Things: Acting Workshop | เวิร์กช็อปสำรวจตัวเองผ่านศิลปะการละครและการฝึกสติ ใน 4 ธีม: 

อยู่กับปัจจุบัน, เกมการละคร, ความเชื่อมโยงรอบตัว และสถานะอำนาจที่มองไม่เห็น | บัตร Event Pass 299 บาท / เวิร์กช็อป




วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2569 White Cloud (THINK MODE)
AD ADDICT: Idea Fuel Station | สถานีเติมไอเดียธุรกิจผ่าน 3 เซสชัน: ธุรกิจคลื่นลูกใหม่, เคล็ดลับการอยู่รอด และชีวิตครีเอทีฟ

WORLD CHANGES, DON'T WASTE YOUR TIME by CASIO | ทอล์กแรงบันดาลใจในยุคเทรนด์เปลี่ยนไว ชวนค้นหาว่าอะไรคือสิ่งที่ไม่ต้องรีบตาม และแนวคิดปรับตัวเข้ากับโลกโดยไม่สูญเสียตัวตน

ooca: SOUL RESET | กิจกรรมหยุดพักจากความเครียด 3 ขั้นตอน
(Cacao Ceremony / Vision Board / Ecstatic Movement) | บัตร Event Pass 299 บาท

ThinkFest Concert | ฟรีคอนเสิร์ตกระจายความสนุกจากค่ายเพลงชั้นนำ

Josh Hotel

BrandThink: Everybody Changes, Me Too. | วงสนทนาเอ็กซ์คลูซีฟระหว่าง ลักญ-เอกลักญ (MD, BrandThink) และ เหว่ง-ภูศณัฎฐ์ (Co-Founder, เทพลีลา) เจาะลึกเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงของผู้นำองค์กร

BrandThink
เงินแบบไหน…ที่เหมาะกับชีวิตแบบเรา? by ธนาคารออมสิน | ทอล์กพิเศษกับ 'เบนซ์ ไกจิน' ว่าด้วยการ

บาลานซ์ชีวิตครีเอทีฟกับความมั่นคง การวางแผนการเงิน และนิยามอิสระทางการเงินของคนเมือง

ธนาคารจิตอาสา x ความสุขประเทศไทย: LISTENING IS SUPERPOWER | เวิร์กช็อปการฟัง เรียนรู้คุณสมบัติ 3 ประการในการฟังเพื่อเชื่อมโยงผู้คนให้เข้าใจกันมากขึ้น | บัตร Event Pass 199 บาท
(รายได้บริจาคการกุศล)

Mahaheretonight: Jam Session & Youth Unlabel | เปิดพื้นที่ให้ศิลปินและนักดนตรีรุ่นใหม่มาแจม
เพลงกันสดๆ เป็นวันสุดท้าย

วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2026 (วันสุดท้ายของเทศกาล)

White Cloud
RoundShare นิ้วกลม x TCP | วงสนทนาโดย 'นิ้วกลม' แบ่งเป็น 'วงไข่แดง' สำหรับผู้แชร์ และ 'วงไข่ขาว' สำหรับผู้นั่งฟัง เพื่อปลุกพลังและแลกเปลี่ยนเรื่องราวโดยไม่ตัดสิน

ooca: SOUL RESET | เวิร์กช็อปหยุดพักจากความเครียดรอบสุดท้ายของเทศกาล
| บัตร Event Pass 299 บาท

ThinkFest Concert | มหกรรมฟรีคอนเสิร์ตส่งท้ายเทศกาลทั่วย่านอารีย์ ร่วมกับเวทีจุด GUMP'S Ari

Josh Hotel
Creative Talk: Change in a Bottle | Deep Talk ริมสระน้ำ เขียนนิสัยที่อยากเปลี่ยนลงขวด ฟังแรงบันดาลใจจาก Speaker แล้วร่วมกันลอยขวดเพื่อเปลี่ยน 'ตัวตนเดิม' รับ 'ตัวตนใหม่' มาแชร์ร่วมกัน
| บัตร Event Pass 150 บาท

Tempo Bar
Tempo Bar: Weekend Swap (วันอาทิตย์: ธีมแลกหนังสือ) | ส่งท้ายกิจกรรมหมุนเวียนของใช้ นำหนังสือมาแลกเปลี่ยนของรักชิ้นใหม่กลับบ้าน | บัตร Event Pass 50 บาท (ชำระหน้างาน)

กิจกรรมส่งท้ายรอบวัน (จัดต่อเนื่องตั้งแต่วันแรก) ทั่วย่านอารีย์: ตลาดแฟชั่น CheezeLooker ‘ตราหลาด’
|กิจกรรมกิน ‘SAUCE TOUR’ (Event Pass 599.-) | นิทรรศการศิลปะ Art Exhibition of Ari

GUMP'S Ari: นิทรรศการอารมณ์ MOODY: Whisper of Change

Bew's Act-Things: เวิร์กช็อปการละครและการฝึกสติรอบสุดท้าย (Event Pass 299.-)




กิจกรรมต่อเนื่อง (จัดทุกวันตลอดเทศกาล 29 - 31 พ.ค. 2569)
ทั่วย่านอารีย์: ตลาดแฟชั่น CheezeLooker ‘ตราหลาด’ | กิจกรรมกิน ‘SAUCE TOUR’ (Event Pass 599.-)  นิทรรศการศิลปะ Art Exhibition of Ari | ปาร์ตี้สตรีท Silent Disco (จัดถึงวันนี้เป็นวันสุดท้าย)

GUMP'S Ari: นิทรรศการอารมณ์ MOODY: Whisper of Change และเวทีฟรีคอนเสิร์ต ThinkFest Concert

Tempo Bar: กิจกรรมแลกของ Weekend Swap (วันเสาร์: ธีมแลกของครัว) (Event Pass 50.-) และ Mahaheretonight Jam Session

Bew's Act-Things: เวิร์กช็อปการละครและการฝึกสติ (Event Pass 299.-)

ThinkFest 2026 จัดขึ้นระหว่างวันศุกร์ที่ 29 -วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2569
ทั่วย่านอารีย์ กรุงเทพฯ

Free Register — เข้าได้ฟรีตลอด 3 วัน ครอบคลุมตลาด Creative Market, Free Talk Sessions, Art Installation, คอนเสิร์ต และ Jam Session ลงทะเบียนล่วงหน้าที่ https://restspace.me/thinkfest

Event Pass — สำหรับกิจกรรมพิเศษเฉพาะทาง
เช่น Workshop, Party, Soul Reset, SAUCE TOUR และ Change in a Bottle
สามารถซื้อบัตรเพิ่มเติมในรูปแบบ Event Pass ราคาเริ่มต้น 20 - 2,500 บาท 

กรณีไม่มีบัตร / ไม่ได้ลงทะเบียนล่วงหน้า: สามารถมาลงทะเบียนหน้างานได้ทันทีที่ 4 จุดแลนด์มาร์กหลักทั่วอารีย์: BrandThink | GUMP'S Ari | White Cloud ซอย 3 | Josh Hotel 

#ThinkFest #Thinkเฟส #EverybodyChanges
#BrandThink #AriHopping #CreativeHopping

ฟอร์จูนทาวน์ ผนึกบิ๊กแบรนด์ ปลุกกระแส Tech Festival

จัด “Comtech 2026” รวมโปรแรง-โชว์หุ่นยนต์สุดล้ำ-ลุ้น MacBook ฟรี 

29 พฤษภาคม 2569, กรุงเทพฯ – ฟอร์จูนทาวน์ (Fortune Town) ศูนย์รวมไอทีและไลฟ์สไตล์ครบวงจรย่านรัชดา–พระราม 9 ภายใต้การบริหารของ บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND ผนึกกำลังพันธมิตรและแบรนด์ไอทีชั้นนำ จัดมหกรรมครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี “Comtech 2026” ระหว่างวันที่ 27 – 31 พฤษภาคม 2569 ณ ฟอร์จูนทาวน์ ขนทัพสินค้าไอทีและเทคโนโลยีจัดแคมเปญ Clearance ทุบราคาลดสูงสุดถึง 70% เพื่อกระตุ้นยอดขายช่วงกลางปี พร้อมไฮไลต์พิเศษเปิดพื้นที่ให้สัมผัสเทคโนโลยียุคใหม่ และร่วมลุ้นเป็นเจ้าของ MacBook Neo รวม 5 รางวัล มูลค่ารวม 99,500 บาท

สำหรับงาน “Comtech 2026” ในครั้งนี้ เกิดจากความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง ฟอร์จูนทาวน์ บิ๊กแบรนด์ไอที และร้านค้าชั้นนำภายในศูนย์ฯ อาทิ IT City, JIB, เออาร์ไอพี (ARIP), SIS, Dobot, STM, EC Mall, Snapshot, Zoom Camera, Advice, บานาน่า (BaNANA) และ Noah Cruise เพื่อมอบประสบการณ์ที่มากกว่าการช้อปปิ้งให้กับเหล่านักช้อปสายเทคโนโลยีและคนรุ่นใหม่ ผ่าน 3 โซนไฮไลต์หลัก ได้แก่


IT Deals Zone (ชั้น 1 - 4): ศูนย์รวมโปรโมชัน Clearance จากแบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง IT City และ JIB ที่ขนสินค้ามาครบทุกหมวดหมู่ ทั้ง Computer, Notebook, Smartphone, Gaming Gear และ Accessories มาหั่นราคาพิเศษ ลดสูงสุดถึง 70%

Camera Deals Zone (ชั้น 2): เอาใจสายคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ช่างภาพมืออาชีพ และมือสมัครเล่น เสิร์ฟโปรโมชันกล้องและอุปกรณ์ถ่ายภาพแบบจัดเต็ม ลดสูงสุด 70% จากแบรนด์ชั้นนำ ได้แก่ STM, EC Mall, Snapshot และ Zoom Camera

Tech Experience Zone (ชั้น 1): พื้นที่เปิดโลกนวัตกรรมแห่งอนาคต ให้ผู้เข้าชมงานได้สัมผัสและทดลองใช้เทคโนโลยีสุดล้ำอย่างใกล้ชิด ทั้ง…

● Humanoid Robot Show: ชมการแสดงศักยภาพของ "ATOM Humanoid Robot" หุ่นยนต์เสมือนจริงที่สะท้อนความก้าวหน้าของ AI และ Robotics

● Simulator Racing Experience: สัมผัสความเร็วแรงในสนามแข่งรถเสมือนจริง พร้อมกิจกรรมท้าประชันความเร็วชิงรางวัลพิเศษทุกวัน

● AI Health Tech: บริการตรวจเช็กสุขภาพเบื้องต้นด้วยระบบวิเคราะห์ AI อัจฉริยะจากแอปพลิเคชัน "หมอดี" (MorDee)

● Smart Home Showcase: สัมผัสนวัตกรรมบ้านอัจฉริยะยุคใหม่ที่จะเปลี่ยนการอยู่อาศัยให้ง่ายขึ้น จาก True

นอกจากดีลส่วนลดสุดเอ็กซ์คลูซีฟแล้ว ฟอร์จูนทาวน์ ยังจัดแคมเปญใหญ่เพื่อคืนกำไรให้แก่นักช้อปที่เป็นสมาชิกฟอร์จูนพอยท์ (Fortune Point) ช้อปครบ 500 บาท รับคูปองชิงโชค (ตามเงื่อนไขที่กำหนด) รับสิทธิ์ลุ้นรับ MacBook Neo จำนวน 5 รางวัล มูลค่ารวม 99,500 บาท และช้อปครบ 1,000 บาท รับสิทธิ์แลกซื้อโปรโมชัน 1 แถม 1 บัตรล่องเรือบุฟเฟ่ต์เจ้าพระยาสุดหรู กับ Noah Cruise (สินค้ามีจำนวนจำกัด)

ร่วมอัปเดตเทรนด์นวัตกรรม พร้อมคว้าดีลไอทีราคาเด็ดที่สุดแห่งปีในงาน “Comtech 2026” ระหว่างวันที่ 27 – 31 พฤษภาคม 2569 ณ ชั้น 1 - 4 ฟอร์จูนทาวน์ เดินทางสะดวกสบายด้วยรถไฟฟ้า MRT สถานีพระราม 9 (ทางออกประตู 1)  

ติดตามข่าวสารกิจกรรมได้ที่ www.fortunetown.co.th

FB : fortunetown ​

IG : fortunetown

Youtube : fortunetown

Line : FortuneTown หรือ https://lin.ee/tNWLAG

Application : Fortune Town

#CPLAND #AccessibleCommunitiesForLife #คุณภาพเพื่อทุกชีวิต #FortuneTownrama9
#FortuneTown #TheBestITLifestyleMall #ITLifestyleMallrama9 #ITLifestyleMall
#ชมฟรี #comtech2026

“สายสีแดง” เข้าร่วมโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 เริ่มวันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569

รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เข้าร่วมโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ชำระผ่านแอป “เป๋าตัง” เริ่มวันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า บริษัทฯ พร้อมดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ต้องเผชิญกับสภาวะค่าครองชีพในปัจจุบัน จากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานซึ่งเกิดจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง พร้อมเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ซึ่งรัฐบาลจะร่วมจ่ายในสัดส่วน 60% และประชาชนชำระเอง 40% โดยรัฐสนับสนุนไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน โดยประชาชนที่ได้รับสิทธิ์ตามโครงการ สามารถใช้สิทธิ์ชำระค่าโดยสารผ่านทางแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ได้ที่ห้องจำหน่ายตั๋วโดยสารทุกสถานี ระหว่างเวลา 06.00 – 23.00 น. ของทุกวัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 รวมระยะเวลา 4 เดือน โดยมีเงื่อนไขสำหรับผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการที่สำคัญ ดังนี้

- ต้องเป็นผู้ที่มีสัญชาติไทย อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน

- ไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

- ต้องไม่เคยถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการคนละครึ่งทุกเฟสที่ผ่านมาในอดีต

- สิทธิ ไทยช่วยไทยพลัส" ใช้ได้สำหรับการซื้อเหรียญโดยสารเท่านั้น

- ไม่สามารถขอคืนหรือเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ (Refund)

หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ช่วยเหลือผู้เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส โทรหมายเลข. 0 2111 1122 (กด 2 สำหรับประชาชน และกด 3 สำหรับร้านค้า) ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตลอด 24 ชั่วโมง

โดยท่านสามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง โซเชียลมิเดียทุกแพลตฟอร์ม Facebook Fan Page, Twitter , Instagram, Youtube, Tiktok พิมพ์ชื่อ “RED Line SRTET” หรือส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง และ www.srtet.co.th

“มากกว่าการเดินทางคือ ...ความพิเศษ”
รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

28 พฤษภาคม 2569

วิริยะประกันภัย ชูแนวคิด “ยึดมั่นในการทำหน้าที่ตลอด 79 ปี”

พร้อมเคียงข้างสังคมไทย ร่วมส่งต่อกำลังใจให้ทุกบทบาท


คุณอมร ทองธิว กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ Choojai and friends นำโดย คุณเป้า-ไพรัช เอื้อผดุงเลิศ Co-Founder & Executive Creative Director และ คุณอัตต้า-อัตตา เหมวดี ผู้กำกับและนักเขียนบทภาพยนตร์ จาก บริษัท ATTAh FILM ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวแคมเปญ “ยึดมั่นในการทำหน้าที่ตลอด 79 ปี” พร้อมเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณา ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวที่สะท้อนคุณค่าของการ “ทำหน้าที่” ผ่านมุมมองชีวิตของผู้คนหลากหลายบทบาทในสังคม โดยมุ่งหวังว่าแคมเปญโฆษณานี้ จะเป็นพลังบวกที่ช่วยส่งต่อกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มกำลังในทุกวัน เช่นเดียวกับวิริยะประกันภัย ที่ยึดมั่นในหน้าที่ของการเป็นหลักประกันความเสี่ยงภัย ดูแลเคียงข้างคนไทยในทุกสถานการณ์ ณ โรงภาพยนตร์ One Ultra Screen อาคาร Parade One Bangkok

สำหรับ แคมเปญ “ยึดมั่นในการทำหน้าที่ตลอด 79 ปี” ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของวิริยะประกันภัย ในการขับเคลื่อนการสื่อสารองค์กรผ่านแนวคิดที่สร้างคุณค่าและแรงบันดาลใจแก่สังคม สะท้อนถึงเจตนารมณ์ในการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบ ภายใต้หลัก “ความเป็นธรรม คือ นโยบาย” อันเป็นแนวทางที่ยึดมั่นปฏิบัติมาตลอดระยะเวลา 79 ปี ทั้งนี้ ในปี 2569 บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นทำหน้าที่ในฐานะผู้รับประกันความเสี่ยงให้กับผู้คนในสังคม พร้อมเดินหน้ายกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์และการบริการอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงความคุ้มครองที่เหมาะสมและเกิดความอุ่นใจในทุกสถานการณ์ ควบคู่กับการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมหลากหลายมิติ โดยเชื่อมั่นว่า การ “ทำหน้าที่” ของตนเองอย่างเต็มกำลังในทุกบทบาท คือหนึ่งในพลังสำคัญที่ช่วยสร้างสังคมที่เข้มแข็งและเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

27 พฤษภาคม 2569

ชิลีกระชับความร่วมมือกับไทยในงาน Chile–ASEAN Business Summit 2026

  


ชิลีเปิดการประชุมสุดยอดธุรกิจชิลี-อาเซียน 2026 ที่กรุงเทพฯ ในสัปดาห์นี้ พร้อมนำคณะผู้ส่งออกชั้นนำจากชิลีพบปะผู้นำเข้า ผู้ค้าปลีก ผู้จัดจำหน่าย และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารจากไทยและภูมิภาคอาเซียน นับเป็นหนึ่งในกิจกรรมส่งเสริมการค้าครั้งสำคัญของชิลีในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

งานดังกล่าวจัดโดย ProChile หน่วยงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศภายใต้กระทรวงการต่างประเทศชิลี ตลอดระยะเวลา 5 วันของงานประกอบด้วยกิจกรรมเจรจาธุรกิจระดับสูง การสร้างเครือข่ายทางการค้า การเยี่ยมชมตลาดและช่องทาง   ค้าปลีก ตลอดจนการเข้าร่วมงาน THAIFEX – Anuga Asia ซึ่งเป็นหนึ่งในงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดของเอเชีย งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26–30 พฤษภาคม 2569 สะท้อนยุทธศาสตร์ ของชิลีในการเสริมสร้าง ความร่วมมือทางการค้ากับไทยและภูมิภาคอาเซียน ซึ่งมีความต้องการสินค้าอาหารนำเข้าคุณภาพสูงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง


ในพิธีเปิดและงานเลี้ยงต้อนรับ “Chilean Flavours Dinner” ที่โรงแรมโนโวเทล ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต นายอิกนาซิโอ เฟอร์นันเดซ อธิบดี ProChile กล่าวว่า “เราเชื่อว่าความสัมพันธ์ทางธุรกิจและความไว้วางใจต้องสร้างผ่านการพบปะกัน     โดยตรง นี่จึงเป็นเหตุผลที่ชิลีกลับมาจัดการประชุมสุดยอดธุรกิจอย่างต่อเนื่องในอาเซียน ภูมิภาคที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 5 ของโลก เราเล็งเห็นศักยภาพมากมายสำหรับสินค้าและบริการจากชิลีในภูมิภาคนี้ และต้องการสร้างความร่วมมือ ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเชื่อมั่น พร้อมต่อยอดสู่โอกาสทางธุรกิจที่เป็นรูปธรรมสำหรับทั้งสองฝ่าย”

เขากล่าวเสริมว่า “ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในฐานะคู่ค้าหลักของชิลีในอาเซียน ขณะที่ภูมิภาคนี้ยังเป็นโอกาสสำคัญด้านการเติบโตและความร่วมมือระยะยาว ชิลีมีจุดแข็งด้านเสถียรภาพ กฎระเบียบที่ชัดเจน และสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ ที่คาดการณ์ได้ เราจึงต้องการสานต่อความสัมพันธ์ระยะยาวกับไทยและอาเซียนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น”

พิธีเปิดยังได้รับเกียรติจากนายดาวิด ฮันเซน ซาลาส รองหัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูต สถานเอกอัครราชทูตชิลีประจำประเทศไทย นายอรรถยุทธ์ ศรีสมุทร ที่ปรึกษาประจำกระทรวงการต่างประเทศ นายวีระพงษ์ ประภา ผู้แทนการค้าไทย และนายออสการ์ อาริอากาดา ผู้แทนการค้าชิลีประจำประเทศไทย พร้อมทีมงาน ให้การต้อนรับแขกผู้มีเกียรติในการประชุมสุดยอดธุรกิจชิลี-อาเซียนปีนี้ มีผู้เข้าร่วมจากทั่วภูมิภาคเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีผู้นำเข้าและนักธุรกิจจากไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์เข้าร่วม และคาดว่าจะมีการเจรจาธุรกิจแบบ B2B ระหว่างผู้ประกอบการชิลีและคู่ค้าจากไทยและอาเซียนมากกว่า 300 นัด

คณะผู้แทนจากชิลีประกอบด้วย 28 บริษัท ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น ปลาแซลมอนและอาหารทะเล ผลไม้สด ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ ถั่วและผลไม้อบแห้ง ไวน์และเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์จากป่าไม้ ธุรกิจเกษตร บริการด้านเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และนวัตกรรมอาหาร รวมถึงสมาคมอุตสาหกรรมสำคัญของชิลี 3 แห่ง ได้แก่ Fruits from Chile, Faenacar และ ChileNuts ซึ่งล้วนเป็นภาคการส่งออกสำคัญที่กำลังเติบโตในตลาดไทยและอาเซียน

การจัดงานในปีนี้ต่อยอดจากความสำเร็จของงาน Chile–ASEAN Business Meeting ครั้งแรกเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้นำเข้ากว่า 76 รายจาก 6 ประเทศเข้าร่วม และสร้างมูลค่าทางธุรกิจที่คาดการณ์ได้ทันทีถึง 6.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐประเทศไทยได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพจัดงาน เนื่องจากเป็นคู่ค้าหลักของชิลีในอาเซียน อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ การกระจายสินค้า และการค้าอาหารของภูมิภาค ในปี 2568 ไทยเป็นตลาดส่งออกอันดับที่ 20 ของชิลีทั่วโลก โดยมีมูลค่าการส่งออกจากชิลีมายังไทยประมาณ 596 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

งานประชุมครั้งนี้ยังสะท้อนบทบาทสำคัญของไทยและอาเซียนในยุทธศาสตร์กระจายตลาดส่งออกของชิลี แม้ชิลีจะเป็นที่รู้จักในระดับโลกในฐานะผู้ส่งออกแร่ธาตุสำคัญ เช่น ทองแดงและลิเทียม อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ชิลีได้ขยายตลาดสินค้าอาหารและเกษตรมูลค่าเพิ่มอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในปี 2568 มูลค่าการค้าระหว่างชิลีกับอาเซียนอยู่ที่ประมาณ 5.17 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่การส่งออกสินค้านอกภาคเหมืองแร่ของชิลีมายังอาเซียนมีมูลค่าเกือบ 986 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉพาะสินค้าอาหารที่มีมูลค่ารวม 571 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าในช่วงสิบปีที่ผ่านมา เพื่อตอบสนองความต้องการสินค้าอาหารนำเข้าระดับพรีเมียมที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นอกเหนือจากตัวเลขทางการค้า ProChile ระบุว่างานประชุมครั้งนี้ยังสะท้อนมุมมองใหม่ของชิลีที่มีต่อไทยและอาเซียน ไม่ใช่เพียงในฐานะตลาดส่งออก แต่คือพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ระยะยาวด้านความมั่นคงทางอาหาร ความน่าเชื่อถือของห่วงโซ่อุปทาน และความร่วมมือทางการค้าที่ยั่งยืนหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของงานในปีนี้คือ การช่วยให้ผู้ส่งออกชิลีเข้าถึงตลาดได้มากขึ้นนอกเหนือจากช่องทางดั้งเดิม ผ่านการเชื่อมต่อโดยตรงกับผู้ค้าปลีก ผู้ประกอบการด้านอาหารและบริการ กลุ่มโรงแรม และผู้นำเข้าจากไทย และประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนอีกประเด็นสำคัญของปีนี้คือความสนใจที่เพิ่มขึ้นในด้านนวัตกรรมอาหาร ความยั่งยืน และความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน บริษัทจากชิลีที่เข้าร่วมงานจึงนำเสนอสินค้าและศักยภาพการผลิตที่สอดคล้องกับแนวโน้มผู้บริโภคทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเลระดับพรีเมียม ขนมเพื่อสุขภาพ วัตถุดิบจากธรรมชาติ สินค้าเกษตรที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ และการผลิตอาหารอย่างยั่งยืน


นายเฟอร์นันเดซกล่าวทิ้งท้ายว่า “เราต้องการนำเสนอชิลีผ่าน 3 จุดแข็งสำคัญ ได้แก่ การเป็นพันธมิตรที่เชื่อถือได้และให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระยะยาว การเป็นเศรษฐกิจที่กำลังเติบโตและขยายตลาดส่งออกด้วยสินค้าและบริการ      ระดับโลก และการเป็นประเทศแห่งองค์ความรู้และบุคลากรที่มีศักยภาพ ชิลีไม่ได้เพียงเชิญชวนให้ไทยและอาเซียนมาทำธุรกิจกับเราเท่านั้น แต่ยังต้องการขยายความร่วมมือในด้านอื่น ๆ ด้วย ด้วยเครือข่ายระดับโลกของชิลี เราพร้อมเป็นศูนย์กลางสำหรับธุรกิจไทยและอาเซียนในการขยายธุรกิจสู่ลาตินอเมริกา และเป็นประตูสู่โอกาสทางธุรกิจและการเติบโตในระยะยาว” ProChile คาดว่าการประชุมสุดยอดธุรกิจที่ขยายใหญ่ขึ้นในปีนี้ ประกอบกับการจัดงานควบคู่กับ THAIFEX – Anuga Asia จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านบทบาททางการค้าของชิลีในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมสร้างโอกาสใหม่ทางธุรกิจในภาคอาหารและเกษตรที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในภูมิภาค

สำหรับชิลี ประเทศไทยและอาเซียนไม่ได้เป็นเพียงตลาดผู้บริโภคที่มีขนาดประชากรรวม 680 ล้านคน
ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ยังเป็นประตูสำคัญสู่การขยายความร่วมมือทางการค้าในเอเชียระยะยาว

สหฟาร์ม ตอกย้ำศักยภาพผู้นำอาหารไทยบนเวที THAIFEX 2026

ดันยอดส่งออกโต 100% ใน 3 ปี พร้อมต่อยอดธุรกิจอาหาร และประมงสู่ตลาดโลก

บริษัท สหฟาร์ม หรือ Saha Farms หนึ่งในผู้นำอุตสาหกรรมอาหารและผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์ไก่รายใหญ่ของประเทศไทย ร่วมแสดงศักยภาพในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 ระหว่างวันที่ 26 – 30 พฤษภาคม 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพ็ค เมืองทองธานี ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 บูธเลขที่ 1-UU29 โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์อาหารคุณภาพ ทั้งไก่สด ไก่แปรรูป ไก่ปรุงสุก รวมถึงผลิตภัณฑ์อาหารจากกลุ่มธุรกิจประมง ตอกย้ำศักยภาพอาหารไทยมาตรฐานระดับสากล พร้อมเดินหน้าขยายตลาดส่งออกท่ามกลางการแข่งขันของอุตสาหกรรมอาหารโลกที่เข้มข้นมากขึ้น

ดร.จารุวรรณ โชติเทวัญ ประธานสายการตลาดต่างประเทศ บัญชี และการเงิน บริษัท สหฟาร์ม จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจของสหฟาร์มยังเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดส่งออกที่ขยายตัวอย่างก้าวกระโดด จากปี 2565 บริษัทมียอดส่งออกอยู่ที่ 110,000 ตัน ก่อนเพิ่มขึ้นเป็น 220,000 ตัน ภายในระยะเวลาเพียง 3 ปี หรือเติบโตถึง 100% สะท้อนศักยภาพของอุตสาหกรรมอาหารไทยที่ยังได้รับความเชื่อมั่นจากตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบัน สินค้ากลุ่มไก่ปรุงสุกและไก่แช่แข็งของสหฟาร์มได้รับความสนใจอย่างมากจากตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเอเชีย ยุโรป และตะวันออกกลาง ส่งผลให้หลายช่วงมีคำสั่งซื้อเข้ามาเกินกำลังการผลิต ขณะที่ผู้บริโภคทั่วโลกยังให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหาร คุณภาพการผลิต และระบบตรวจสอบย้อนกลับมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“วันนี้การแข่งขันในตลาดโลกไม่ได้แข่งขันกันเพียงด้านราคา แต่เรื่องคุณภาพ มาตรฐานการผลิต และความปลอดภัยทางอาหาร ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั่วโลก สหฟาร์มจึงเดินหน้าพัฒนาระบบการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับสินค้าอาหารไทยสู่มาตรฐานระดับสากล” ดร.จารุวรรณ กล่าว

สำหรับทิศทางธุรกิจในปี 2569 สหฟาร์มยังคงตั้งเป้าการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการขยายตลาดต่างประเทศ การเพิ่มมูลค่าสินค้าแปรรูป และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคทั่วโลกมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ดร.มนูญศรี โชติเทวัญ ในฐานะประธานกรรมการบริหาร บริษัท สหฟาร์ม จำกัด ยังคงมีบทบาทสำคัญในการกำหนดกรอบนโยบายและทิศทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทและบริษัทในเครืออย่างใกล้ชิด โดยให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างมั่นคง โปร่งใส และยั่งยืน ควบคู่กับการบริหารจัดการด้านการเงิน การกำกับดูแลภายในองค์กร และการพัฒนาทีมผู้บริหารอย่างต่อเนื่อง


ตลอดปี 2568 ผลประกอบการของสหฟาร์มสะท้อนถึงศักยภาพและความแข็งแกร่งขององค์กรอย่างเป็นรูปธรรม โดยบริษัทสามารถสร้างยอดขาย รายได้ และผลกำไรในระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของตลาดโลกต่อคุณภาพสินค้า มาตรฐานการผลิต และแนวทางการบริหารองค์กรที่มีประสิทธิภาพ

ภายใต้แนวทางการบริหารที่ยึดมั่นในความมั่นคง โปร่งใส และการเติบโตระยะยาว สหฟาร์มยังคงเดินหน้าพัฒนาองค์กรควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้า ลูกค้า และผู้บริโภคทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง

“สหฟาร์มยังคงมุ่งพัฒนาสินค้าอาหารคุณภาพสูง ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานการผลิต ความปลอดภัยทางอาหาร และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันศักยภาพอาหารไทยสู่ตลาดโลกอย่างยั่งยืน” ดร.จารุวรรณ กล่าว

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการนำเสนอผลิตภัณฑ์จากกลุ่มธุรกิจประมง ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจอาหารที่อยู่ระหว่างการต่อยอดและพัฒนา ภายใต้วิสัยทัศน์ของ ดร.ปัญญา โชติเทวัญ เจ้าของสหฟาร์ม และได้รับการสานต่อโดย ดร.จารุวรรณ โชติเทวัญ เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจสู่ตลาดโปรตีนคุณภาพและอาหารแห่งอนาคตในตลาดโลก

โดยเฉพาะ “ปลานิล” ซึ่งถูกวางให้เป็นหนึ่งในกลุ่มสินค้าศักยภาพใหม่ หลังมองเห็นแนวโน้มความต้องการบริโภคโปรตีนคุณภาพในตลาดต่างประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งในกลุ่มประเทศเอเชีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ขณะที่ผลิตภัณฑ์ปลาดุกยังคงได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

สำหรับผลิตภัณฑ์ปลานิล กลุ่มธุรกิจประมงมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพตั้งแต่กระบวนการเพาะเลี้ยง การคัดสายพันธุ์ และการควบคุมมาตรฐานการผลิต เพื่อให้ได้เนื้อปลาคุณภาพดี เนื้อแน่น รสชาติดี และได้มาตรฐานความปลอดภัยทางอาหาร รองรับความต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งในรูปแบบปลาสด แช่แข็ง และสินค้าแปรรูปเพิ่มมูลค่า

ขณะเดียวกัน ยังให้ความสำคัญกับระบบการเลี้ยงที่ได้มาตรฐาน การควบคุมคุณภาพน้ำ อาหารสัตว์ และระบบตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าและผู้บริโภคในระดับสากล พร้อมมองโอกาสในการต่อยอดสู่ตลาดพรีเมียมในอนาคต

การเข้าร่วมงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการตอกย้ำศักยภาพของสหฟาร์มในฐานะผู้ผลิตและส่งออกอาหารคุณภาพระดับสากล พร้อมสะท้อนวิสัยทัศน์ในการต่อยอดธุรกิจอาหารและโปรตีนคุณภาพ เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนบนเวที

โลกต่อไป

26 พฤษภาคม 2569

เพาเวอร์บาย ปลุกตลาดทีวีไทยรับบอลโลก 2026 ดันแคมเปญ “Champion Deals”

รุกเกม Moment Marketing เร่งดีมานด์จอใหญ่–พรีเมียมทีวี


เพาเวอร์บาย ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ดึงกระแสบอลโลก 2026 เร่งชิงตลาดทีวีไทยผ่านกลยุทธ์ “Moment Marketing” เปิดตัวแคมเปญ “Champion Deals” จับอินไซต์คอบอลยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ Home Entertainment ภายในบ้านมากขึ้น ผนึกแบรนด์ทีวีระดับโลกทั้ง Hisense, Samsung, TCL, Haier, LG, SONY และ Toshiba เปิดตัวทีวีรุ่นใหม่ ร่วมด้วยแบรนด์ Lenovo จัดเต็มโปรโมชั่น ลดสูงสุด 50% ลุ้นรับทีวีจอยักษ์ทุกสัปดาห์ รวมมูลค่ากว่า 900,000 บาท และกิจกรรมเอาใจคอบอล ระหว่างวันที่ 21 พฤษภาคม – 8 กรกฎาคม 2569 ครอบคลุมทุกช่องทางทั้งที่ร้านเพาเวอร์บายทั่วประเทศ และออนไลน์ มุ่งกระตุ้นกำลังซื้อผู้บริโภค พร้อมผลักดันการเติบโตของตลาดทีวีไทยในช่วงครึ่งปีหลัง

นางสาวศิวาพร สัมมุตถี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายจัดซื้อออมนิชาแนล บริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด กล่าวว่า “ฟุตบอลโลก 2026 ถือเป็น Global Sporting Event ที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อทีวีของผู้บริโภคไทยอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดทีวีกำลังก้าวเข้าสู่ยุค Home Entertainment อย่างเต็มรูปแบบ ผู้บริโภคในปัจจุบันไม่ได้มองทีวีเป็นเพียงอุปกรณ์รับชมรายการอีกต่อไป แต่กลายเป็น Entertainment Hub ของบ้าน ที่ตอบโจทย์ทั้งการดูคอนเทนต์สตรีมมิ่ง การเล่นเกม และการรับชมกีฬาระดับโลกผ่านประสบการณ์ที่สมจริงมากขึ้น โดยเฉพาะการแข่งขันฟุตบอลโลกยังเป็นคอนเทนต์ที่ผู้บริโภคต้องการรับชมผ่านจอขนาดใหญ่ ภาพคมชัด และระบบเสียงเสมือนจริง ส่งผลให้ตลาดทีวีระดับพรีเมียม อาทิ QLED, OLED, Mini LED และทีวีจอใหญ่ 75 นิ้วขึ้นไป ได้รับความนิยมมากขึ้นและเติบโตต่อเนื่อง”



ทั้งนี้ เพาเวอร์บาย คาดว่าฟุตบอลโลก 2026 จะเป็นแรงขับสำคัญที่ช่วยกระตุ้นตลาดทีวีไทยให้กลับมาคึกคักอีกครั้งในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะกลุ่มพรีเมียมทีวีและทีวีจอใหญ่ ซึ่งได้รับอานิสงส์จากพฤติกรรมการรับชมกีฬาและความบันเทิงภายในบ้านที่เติบโตต่อเนื่อง โดยภาพรวมตลาดทีวีไทยปี 2568 มีมูลค่าประมาณ 22,400 ล้านบาท เติบโตขึ้น 8% ขณะที่ทีวีขนาด 75 นิ้วขึ้นไป เติบโตต่อเนื่อง 10% และกลุ่ม OLED เติบโต 13% นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังมีรอบการเปลี่ยนทีวีเร็วขึ้นเฉลี่ยเหลือประมาณ 4 ปี จากเดิม 6 ปี เพื่ออัปเกรดสู่เทคโนโลยีใหม่ รองรับประสบการณ์การรับชมแบบ Immersive Experience ทั้งคุณภาพภาพ เสียง และฟังก์ชัน AI TV ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่

ในขณะเดียวกัน “ฟุตบอล” ยังคงเป็นคอนเทนต์กีฬาที่ได้รับความนิยมสูงสุดของคนไทย โดยมีสัดส่วนผู้รับชมถึง 62.25% ในปี 2568 และพฤติกรรมการรับชมไม่ได้จำกัดอยู่เพียงหน้าจอทีวี แต่เชื่อมต่อทั้งทีวี สมาร์ทโฟน และโซเชียลมีเดีย จนกลายเป็น Always-on Content ที่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ทุกเจเนอเรชัน พร้อมเป็นการเชื่อมกีฬา เทคโนโลยี และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสมาชิกในครอบครัวและกลุ่มเพื่อนเข้าด้วยกัน ส่งผลให้ฟุตบอลโลกกลายเป็น Seasonal Moment สำคัญที่ช่วยกระตุ้นตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าและสินค้าเทคโนโลยี จากเทรนด์ดังกล่าว เพาเวอร์บายจึงเดินหน้ารุกตลาดทั้งกลุ่มพรีเมียมและแมสเซกเมนต์ ผ่านการนำเสนอสินค้าครอบคลุมทุกระดับราคา ทั้งทีวี คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต โปรเจกเตอร์ และเครื่องเสียง เพื่อรองรับประสบการณ์การรับชมฟุตบอล และความบันเทิงภายในบ้านอย่างครบวงจรในช่วงฟุตบอลโลกนี้

โดยมีสินค้าไฮไลท์จากหลากหลายแบรนด์ดัง อาทิ Hisense ผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการของการแข่งขัน ฟีฟ่า เวิลด์คัพ 2026 นำเสนอ Hisense U6S Series และ U7S Series ทีวี ULED Mini LED รุ่นใหม่ ที่โดดเด่นด้วย Refresh Rate สูง รองรับคอนเทนต์กีฬา เกม และภาพเคลื่อนไหวที่ลื่นไหล พร้อมระบบเสียง Dolby Atmos และเทคโนโลยี AI ยกระดับประสบการณ์ความบันเทิงภายในบ้าน ต่อด้วย Lenovo อีกหนึ่งผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการของการแข่งขัน ฟีฟ่า เวิลด์คัพ 2026 เปิดตัวโน๊ตบุ๊ครุ่นลิมิเต็ด Yoga Slim Ultra 7 14IPH11 FIFA World Cup 26™ Edition ดีไซน์เอ็กซ์คลูซีฟเอาใจแฟนบอลสายเทค มาพร้อมฟีเจอร์ AI อัจฉริยะ ดีไซน์บางเฉียบน้ำหนักเพียง 975 กรัม ขับเคลื่อนด้วย Intel® Core™ Ultra พร้อมหน้าจอ OLED 2.8K 120Hz รองรับ Copilot+PC เพื่อประสบการณ์ทำงานและความบันเทิงระดับพรีเมียม ส่วน Samsung เปิดตัว “World’s First Micro RGB” นวัตกรรมทีวีแห่งอนาคตที่ผสานเทคโนโลยีสีความละเอียดสูงเข้ากับ Vision AI ขณะที่ TCL นำเสนอ X11L Series ทีวีแฟลกชิป SQD-Mini LED ที่มาพร้อมความสว่างคมชัดระดับ HDR 10,000 nits และเทคโนโลยี Precise Dimming สูงสุดกว่า 20,000 โซน ปิดท้ายด้วย Haier เปิดตัวทีวี Mini LED ขนาด 100 นิ้ว กับเทคโนโลยี AI ที่ช่วยปรับภาพอัตโนมัติทำให้ภาพดูมีมิติมากขึ้น เจาะกลุ่มผู้บริโภคสายโฮมเอนเตอร์เทนเมนต์และเกมเมอร์โดยเฉพาะ ไม่เพียงเท่านี้ แคมเปญ “Champion Deals” เพาเวอร์บายจัดเต็มโปรโมชั่นรับกระแสฟุตบอลโลก ทั้งส่วนลดสูงสุด 50%, ลุ้นรับทีวีจอยักษ์ขนาด 85–98 นิ้วทุกสัปดาห์ (สัปดาห์ละ 1 เครื่อง) รวมมูลค่ากว่า 900,000 บาท, ผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน, รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 40,000 บาท, ใช้เพียงบัตรประชาชนใบเดียวผ่อนสบาย นานสูงสุด 36 เดือน อนุมัติไว, พร้อมโปรแกรมเก่าแลกใหม่ลดเพิ่มสูงสุด 10,000 บาท และสิทธิพิเศษ..สมาชิก The 1 แลกคะแนนลดเพิ่ม 12.5%, บริการจัดส่งและติดตั้งฟรี จัดส่งด่วนภายในวัน (ในพื้นที่บริการตามเงื่อนไขที่กำหนด) ระหว่างวันที่ 21 พฤษภาคม – 8 กรกฎาคม 2569 ที่เพาเวอร์บายทุกสาขาทั่วประเทศ และทุกช่องทางออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ www.powerbuy.co.th และแอปพลิเคชัน Power Buy พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรมพิเศษ ระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม – 3 มิถุนายน 2569 ที่เพาเวอร์บาย เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Power Buy Call Center 1324, Line @powerbuy และ Facebook: Power Buy

เชอรี ประเทศไทย กวาด 5 รางวัลใหญ่เวที CHERY International Business Summit

ตอกย้ำความแข็งแกร่งของตลาดไทยบนเวทีโลก

เชอรี ประเทศไทย (Chery Thailand) ประกาศความภาคภูมิใจบนเวทีระดับโลก หลังคว้ารางวัลอันทรงเกียรติถึง 5 รางวัลจากงาน CHERY International Business Summit ประจำปี 2569 ณ เมืองอู๋หู ประเทศจีน สะท้อนความสำเร็จในการสร้างตลาดไทยที่แข็งแกร่งภายใต้วิสัยทัศน์ “For Family” ของ CHERY Automobile ผู้ผลิตยานยนต์ระดับโลกที่มุ่งพัฒนายนตรกรรมเพื่อครอบครัวในทุกตลาดทั่วโลก

มร. จิม ลี ผู้อำนวยการบริหารแบรนด์ เชอรี ประเทศไทย กล่าวว่า “รางวัล 5 สำคัญที่มอบให้แก่ทีมเชอรี ประเทศไทย ในครั้งนี้ เป็นเครื่องยืนยันความตั้งใจของเราในการมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่เปี่ยมคุณภาพและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของครอบครัวคนไทยอย่างแท้จริง เพราะสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือความเชื่อมั่นและประสบการณ์ที่ดีที่สุดของลูกค้าชาวไทย ความสำเร็จนี้เป็นแรงผลักดันให้เราเดินหน้าต่อและไม่หยุดพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ ที่ตอบโจทย์ครอบครัวคนไทยให้ดียิ่งขึ้นต่อไป”

เชอรี ประเทศไทย ผลงานโดดเด่น! คว้า 5 รางวัลสำคัญบนเวทีโลก

ความสำเร็จของเชอรี ประเทศไทย ในครั้งนี้ครอบคลุมทุกมิติของการดำเนินธุรกิจที่มีประสิทธิภาพและสร้างสรรค์ ประกอบด้วย

รางวัล Best Rising Star Award ในฐานะตลาดดาวรุ่งที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานจริงในตลาดท้องถิ่นและมาตรฐานการดำเนินงานที่เป็นเลิศ สะท้อนศักยภาพของทีมงานทุกภาคส่วน ที่สามารถนำยนตรกรรมระดับโลกออกสู่ตลาดใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
รางวัล Outstanding Channel Development Award ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างเครือข่ายผู้จำหน่ายที่แข็งแกร่งและครอบคลุม เพื่อรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในทุกภูมิภาคของประเทศไทย
รางวัล Best Showroom Operation Award การันตีมาตรฐานการบริหารจัดการโชว์รูมที่ยอดเยี่ยม มุ่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าทุกครั้งที่เข้ามาสัมผัสยนตรกรรมและนวัตกรรมของแบรนด์
รางวัล Best Customer Satisfaction Award รางวัลที่พิสูจน์จากประสบการณ์ของผู้ใช้งานจริง สะท้อนความมุ่งมั่นในการให้บริการอย่างเป็นมืออาชีพ จนสามารถสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าชาวไทย
รางวัล One Classic Million Stories ในฐานะ Top 10 International Design โดย 2 ทีมผู้ชนะการประกวดจากเวที Chery V23 Style Up Challenge ในประเทศไทยก่อนหน้านี้ คว้าถึง 2 รางวัลจากเวทีสากลที่คัดสรร 10 ดีไซน์ที่โดดเด่นที่สุดจากตลาดทั่วโลก สะท้อนพลังความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่มีขีดจำกัดของผู้ชนะจากเวทีประกวดของเชอรี ประเทศไทย

นอกเหนือจากความสำเร็จครั้งนี้ CHERY Automotive ยังประกาศวิสัยทัศน์ “For Family” อย่างเป็นทางการ โดยตั้งเป้าเพิ่มลูกค้าครอบครัวใหม่ทั่วโลก 1 ล้านรายในปี 2569 และมุ่งสู่ 10 ล้านรายภายในปี 2573 รองรับด้วยเครือข่ายศูนย์วิจัยและพัฒนา 8 แห่ง ฐานการผลิต 36 แห่ง ตัวแทนจำหน่ายกว่า 2,000 แห่ง และศูนย์บริการมากกว่า 1,800 แห่งทั่วโลก

CP LAND ส่ง ‘bedZ’ รุกตลาดโรงแรมทำเลศักยภาพทั่วไทย


CP LAND ส่ง ‘bedZ’ รุกตลาดโรงแรมทำเลศักยภาพทั่วไทย ผนึกพันธมิตรในเครือสร้าง Value – Per - Experience ครบวงจรกิน-เที่ยว-พัก ประเดิมแห่งแรกที่ชลบุรี

26 พฤษภาคม 2569, กรุงเทพฯ – บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND หนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทยภายใต้เครือเจริญโภคภัณฑ์ เดินหน้าขยายธุรกิจ Hospitality เปิดตัว “bedZ” (เบดซ์) โรงแรม Mid-Scale Lifestyle แบรนด์ใหม่ ภายใต้แนวคิด “Comfy bedZ, Happy GuestZ” ชูกลยุทธ์สร้าง “Value – Per – Experience” เชื่อมโยงประสบการณ์กิน-เที่ยว-พัก ผนึกพันธมิตรในเครือเจริญโภคภัณฑ์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านทำเลและคอมมูนิตี้ไลฟ์สไตล์มอลล์อย่าง บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก “แม็คโคร-โลตัส” ที่มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญด้านทำเลศักยภาพและคอมมูนิตี้ไลฟ์สไตล์มอลล์ เพื่อรองรับการพัฒนาโรงแรมในหัวเมืองสำคัญทั่วประเทศ ประเดิมแห่งแรก “bedZ Hotel Banbueng” (เบดซ์ โฮเทล บ้านบึง) จังหวัดชลบุรี บนทำเลศักยภาพใจกลางเมือง ตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่และกลุ่ม Bleisure ที่มองหาความสะดวกครบจบในจุดเดียว
คุณกีรติ ศตะสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CP LAND กล่าวว่า “การเปิดตัว bedZ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของบริษัทในการต่อยอดธุรกิจโรงแรม ด้วยกลยุทธ์ Strategic Synergy ภายในเครือซีพี เพื่อพัฒนา “Value – Per - Experience” ความคุ้มค่าที่ไม่ได้วัดด้วยราคา แต่ด้วยความหมายของทุกประสบการณ์ที่ได้รับ เปลี่ยนเวลาของการเดินทางให้เป็นกำไรของชีวิต ผ่านประสบการณ์การ กิน-เที่ยว-พัก ให้กลายเป็นเรื่องเดียวกัน ทั้งที่พัก ร้านอาหาร ไลฟ์สไตล์ รีเทล และบริการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้เข้าพักให้ครบวงจรยิ่งขึ้น”

ความร่วมมือกับ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ถือเป็นจุดแข็งสำคัญในการขยายธุรกิจโรงแรมของ bedZ โดยซีพี แอ็กซ์ตร้าจะเข้ามามีบทบาทในการร่วมแนะนำและคัดเลือกทำเลศักยภาพสูง (The Best Location) สำหรับการพัฒนาโรงแรม เชื่อมต่อกับ แม็คโคร-โลตัส ที่ครอบคลุมทั่วประเทศได้อย่างลงตัว ซึ่งจะช่วยให้ bedZ สามารถพัฒนาโรงแรมในทำเลที่ตอบโจทย์ทั้งด้านการเดินทาง การใช้ชีวิต และความสะดวกสบายของผู้เข้าพักและนักเดินทางยุคใหม่ได้อย่างลงตัว อีกทั้งยังช่วยสร้าง Ecosystem ด้านไลฟ์สไตล์และรีเทลที่เชื่อมโยงกันอย่างครบวงจร”
“เราเชื่อว่าโมเดลนี้จะเป็นอีกก้าวสำคัญของ CP LAND ในการพัฒนา Hospitality Platform ที่สามารถเติบโตต่อยอดไปยังหัวเมืองศักยภาพทั่วประเทศในอนาคต” คุณกีรติ กล่าวเสริม
ด้าน คุณเยี่ยม เศรษฐบุตร ผู้อำนวยการกลุ่มงานธุรกิจโรงแรม CP LAND กล่าวว่า “bedZ Hotel Banbueng (เบดซ์ โฮเทล บ้านบึง) ถูกพัฒนาขึ้นบนทำเลย่านธุรกิจสำคัญของอำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี โดยโรงแรมตั้งอยู่ติดกับ Lotus’s บ้านบึง และใกล้ Makro บ้านบึง ซึ่งเป็นคอมมูนิตี้ไลฟ์สไตล์มอลล์ ช่วยให้ผู้เข้าพักสามารถเข้าถึงร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ได้ภายในระยะเดินถึง สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของนักเดินทางและคนทำงานยุคใหม่ที่ต้องการความคล่องตัวในการใช้ชีวิต
เป้าหมายของ bedZ คือการสร้างประสบการณ์เข้าพักที่ ‘‘Comfy bedZ, Happy GuestZ’’ พร้อมยกระดับโรงแรมระดับ Mid-Scale ทั่วประเทศ เพื่อให้ครอบคลุมทุกจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเมืองท่องเที่ยวและเมืองเศรษฐกิจ อาทิเช่น กรุงเทพฯ, เชียงใหม่, แม่สอด, เลย, กาญจนบุรี, เขาใหญ่, สุราษฎร์ธานี, ภูเก็ต เป็นต้น
และเมื่อผสานรวมกับประสบการณ์การพักผ่อนอย่างเหนือระดับ (Quality Sleep) บนเตียงนอนขนาดใหญ่พิเศษ 7 ฟุต พร้อมชุดหมอนหนานุ่มคุณภาพพรีเมียมที่ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันเพื่อส่งมอบความสุขในทุกมิติ รองรับไลฟ์สไตล์ดิจิทัลด้วย Smart TV ขนาดใหญ่ 55 นิ้วในทุกห้องพัก ที่รองรับความบันเทิงระดับโลก อาทิ Netflix และ YouTube พร้อมระบบโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (High-Speed Wi-Fi) ที่ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ นอกจากนี้ห้องน้ำยังได้รับการออกแบบด้วยฟังก์ชันที่ลงตัว แยกสัดส่วนพื้นที่อย่างชัดเจน เพื่อความปลอดภัยสูงสุดและอำนวยความสะดวกให้ผู้เข้าพักสามารถใช้งานพร้อมกันได้อย่างคล่องตัว


“ความร่วมมือกับ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ถือเป็นจุดแข็งสำคัญในการขยายธุรกิจโรงแรมของ bedZ โดยซีพี แอ็กซ์ตร้าจะเข้ามามีบทบาทในการร่วมแนะนำและคัดเลือกทำเลศักยภาพสูง (The Best Location) สำหรับการพัฒนาโรงแรม เชื่อมต่อกับ แม็คโคร-โลตัส ที่ครอบคลุมทั่วประเทศได้อย่างลงตัว ซึ่งจะช่วยให้ bedZ สามารถพัฒนาโรงแรมในทำเลที่ตอบโจทย์ทั้งด้านการเดินทาง การใช้ชีวิต และความสะดวกสบายของผู้เข้าพักและนักเดินทางยุคใหม่ได้อย่างลงตัว อีกทั้งยังช่วยสร้าง Ecosystem ด้านไลฟ์สไตล์และรีเทลที่เชื่อมโยงกันอย่างครบวงจร”
“เราเชื่อว่าโมเดลนี้จะเป็นอีกก้าวสำคัญของ CP LAND ในการพัฒนา Hospitality Platform ที่สามารถเติบโตต่อยอดไปยังหัวเมืองศักยภาพทั่วประเทศในอนาคต” คุณกีรติ กล่าวเสริม
ด้าน คุณเยี่ยม เศรษฐบุตร ผู้อำนวยการกลุ่มงานธุรกิจโรงแรม CP LAND กล่าวว่า “bedZ Hotel Banbueng (เบดซ์ โฮเทล บ้านบึง) ถูกพัฒนาขึ้นบนทำเลย่านธุรกิจสำคัญของอำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี โดยโรงแรมตั้งอยู่ติดกับ Lotus’s บ้านบึง และใกล้ Makro บ้านบึง ซึ่งเป็นคอมมูนิตี้ไลฟ์สไตล์มอลล์ ช่วยให้ผู้เข้าพักสามารถเข้าถึงร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ได้ภายในระยะเดินถึง สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของนักเดินทางและคนทำงานยุคใหม่ที่ต้องการความคล่องตัวในการใช้ชีวิต
เป้าหมายของ bedZ คือการสร้างประสบการณ์เข้าพักที่ ‘‘Comfy bedZ, Happy GuestZ’’ พร้อมยกระดับโรงแรมระดับ Mid-Scale ทั่วประเทศ เพื่อให้ครอบคลุมทุกจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเมืองท่องเที่ยวและเมืองเศรษฐกิจ อาทิเช่น กรุงเทพฯ, เชียงใหม่, แม่สอด, เลย, กาญจนบุรี, เขาใหญ่, สุราษฎร์ธานี, ภูเก็ต เป็นต้น
และเมื่อผสานรวมกับประสบการณ์การพักผ่อนอย่างเหนือระดับ (Quality Sleep) บนเตียงนอนขนาดใหญ่พิเศษ 7 ฟุต พร้อมชุดหมอนหนานุ่มคุณภาพพรีเมียมที่ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันเพื่อส่งมอบความสุขในทุกมิติ รองรับไลฟ์สไตล์ดิจิทัลด้วย Smart TV ขนาดใหญ่ 55 นิ้วในทุกห้องพัก ที่รองรับความบันเทิงระดับโลก อาทิ Netflix และ YouTube พร้อมระบบโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (High-Speed Wi-Fi) ที่ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ นอกจากนี้ห้องน้ำยังได้รับการออกแบบด้วยฟังก์ชันที่ลงตัว แยกสัดส่วนพื้นที่อย่างชัดเจน เพื่อความปลอดภัยสูงสุดและอำนวยความสะดวกให้ผู้เข้าพักสามารถใช้งานพร้อมกันได้อย่างคล่องตัว

ขณะที่พื้นที่ส่วนกลางถูกรังสรรค์ให้เป็น Co-working Space สำหรับการทำงานในบรรยากาศผ่อนคลาย รวมถึงคาเฟ่ที่นำเสนอประสบการณ์ท้องถิ่น (Local Experience) และวิถีชีวิตชุมชน (Local Lifestyle) ของอำเภอบ้านบึง มาถ่ายทอดและตีความใหม่ได้อย่างน่าสนใจ ตลอดจนโซนสันทนาการที่มีโต๊ะเกมเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ เราจึงเชื่อมั่นว่าที่นี่จะเป็นหมุดหมายแห่งใหม่ที่จะส่งมอบความสุขและความอบอุ่นเป็นกันเองให้แก่ผู้มาเยือนทุกท่าน
การขยายตัวอย่างต่อเนื่องในครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ bedZ ในการสร้างสรรค์มาตรฐานใหม่ของธุรกิจโรงแรม ที่ผสานรวมความสะดวกสบายด้านการช้อปปิ้งและไลฟ์สไตล์เข้ากับการพักผ่อนได้อย่างลงตัว โดยมีกำหนดการทยอยเปิดตัวความร่วมมือในแต่ละพื้นที่ เพื่อมุ่งสู่การเป็นเครือข่ายโรงแรมที่ตอบสนองความต้องการของผู้เข้าพักในทุกมิติอย่างแท้จริง