13 กุมภาพันธ์ 2569

“GIT” เปิดเวทีอัปเดตเทรนด์โลก ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยสู่ยุค AI

“GIT” เปิดเวทีอัปเดตเทรนด์โลก ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยสู่ยุค AI และความยั่งยืนในงาน Bangkok Gems & Jewelry Fair ครั้งที่ 73


สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT เตรียมจัดงานสัมมนาวิชาการและเวทีเสวนาระดับนานาชาติ ภายในงาน Bangkok Gems & Jewelry Fair ครั้งที่ 73 ระหว่างวันที่ 23 – 26 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้อง 110AB และ 110C ชั้น 1 ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้พร้อมแข่งขันในตลาดโลกที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม และมาตรฐานความยั่งยืน


การจัดสัมมนาในปีนี้มุ่งเน้นแนวคิด “Future-Ready Gem & Jewelry Industry” ครอบคลุมองค์ความรู้ด้านอัญมณีศาสตร์ขั้นสูง เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) การออกแบบเชิงสร้างสรรค์ การตลาดดิจิทัล การจัดหาอย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible Sourcing) ตลอดจนทิศทางเทรนด์ผู้บริโภคและตลาดโลก เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำข้อมูลเชิงลึกไปประยุกต์ใช้ในการวางกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ

หัวข้อสัมมนาที่น่าสนใจ อาทิ

AI-Driven Gemology: การประยุกต์ใช้ AI ในการตรวจสอบแหล่งกำเนิดและการจำแนกสีอัญมณี

• Jewelry Trend 2027: วิเคราะห์แนวโน้มตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่

• Selling Colored Gems Online: กลยุทธ์สร้างความเชื่อมั่นในการจำหน่ายอัญมณีผ่านช่องทางออนไลน์

• Next Generation Jewelry Metals: วัสดุโลหะผสมยุคใหม่ที่ตอบโจทย์ความแข็งแรง ความคงทน และความยั่งยืน

• Responsible Sourcing & Carbon Footprint: แนวทางบริหารห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่เหมืองสู่ตลาดในยุค Climate Change

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง GIT และ Gemological Institute of India เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือทางวิชาการระดับนานาชาติ และผลักดันมาตรฐานอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยสู่เวทีโลก อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับถือเป็นหนึ่งในสินค้าส่งออกสำคัญของประเทศไทย มีมูลค่าหลายแสนล้านบาทต่อปี และมีบทบาทสำคัญในการสร้างรายได้ให้ประเทศ ทั้งในรูปแบบการส่งออกโดยตรงและการจำหน่ายแก่นักท่องเที่ยว รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตและการค้าอัญมณีและเครื่องประดับระดับโลก



ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Line: @gittrainingcenter
โทร. 02 634 4999 ต่อ 311
Facebook: www.facebook.com/git.or.th



“GIT” เปิดเวทีอัปเดตเทรนด์โลก

ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยสู่ยุค AI และความยั่งยืนในงาน Bangkok Gems & Jewelry Fair ครั้งที่ 73

สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT เตรียมจัดงานสัมมนาวิชาการและเวทีเสวนาระดับนานาชาติ ภายในงาน Bangkok Gems & Jewelry Fair ครั้งที่ 73 ระหว่างวันที่ 23 – 26 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้อง 110AB และ 110C ชั้น 1 ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้พร้อมแข่งขันในตลาดโลกที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม และมาตรฐานความยั่งยืน



การจัดสัมมนาในปีนี้มุ่งเน้นแนวคิด “Future-Ready Gem & Jewelry Industry” ครอบคลุมองค์ความรู้ด้านอัญมณีศาสตร์ขั้นสูง เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) การออกแบบเชิงสร้างสรรค์ การตลาดดิจิทัล การจัดหาอย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible Sourcing) ตลอดจนทิศทางเทรนด์ผู้บริโภคและตลาดโลก เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำข้อมูลเชิงลึกไปประยุกต์ใช้ในการวางกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ

หัวข้อสัมมนาที่น่าสนใจ อาทิ

• AI-Driven Gemology: การประยุกต์ใช้ AI ในการตรวจสอบแหล่งกำเนิดและการจำแนกสีอัญมณี

• Jewelry Trend 2027: วิเคราะห์แนวโน้มตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่

• Selling Colored Gems Online: กลยุทธ์สร้างความเชื่อมั่นในการจำหน่ายอัญมณีผ่านช่องทางออนไลน์

• Next Generation Jewelry Metals: วัสดุโลหะผสมยุคใหม่ที่ตอบโจทย์ความแข็งแรง ความคงทน และความยั่งยืน

• Responsible Sourcing & Carbon Footprint: แนวทางบริหารห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่เหมืองสู่ตลาดในยุค Climate Change

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง GIT และ Gemological Institute of India เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือทางวิชาการระดับนานาชาติ และผลักดันมาตรฐานอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยสู่เวทีโลก อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับถือเป็นหนึ่งในสินค้าส่งออกสำคัญของประเทศไทย มีมูลค่าหลายแสนล้านบาทต่อปี และมีบทบาทสำคัญในการสร้างรายได้ให้ประเทศ ทั้งในรูปแบบการส่งออกโดยตรงและการจำหน่ายแก่นักท่องเที่ยว รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตและการค้าอัญมณีและเครื่องประดับระดับโลก


ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Line: @gittrainingcenter
โทร. 02 634 4999 ต่อ 311
Facebook: www.facebook.com/git.or.th


12 กุมภาพันธ์ 2569

ร้านชานม Pearly สลัดภาพร้านลับในปั๊ม พลิกโฉมใหญ่รอบ 13 ปีส่ง "น้องเพิร์ลลี่"

ร้านชานม Pearly สลัดภาพร้านลับในปั๊ม พลิกโฉมใหญ่รอบ 13 ปีส่ง "น้องเพิร์ลลี่" ปักหมุดแลนด์มาร์คเสริฟความสดชื่นทั่วไทย


ภาพรวมตลาดชาเมืองไทยยังคงสดใส ผู้บริโภคตอบรับสู่ไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน ร้านชานมไข่มุก Pearly ในเครือ OR ประกาศรีแบรนด์ครั้งสำคัญในรอบ 13 ปี ยกระดับ Funtional Drink สู่ Emotional Refreshment Brand ชูจุดเด่นวัตถุดิบคุณภาพ ชงสดแก้วต่อแก้ว ปักหมุดในสถานีบริการ PTT Station สร้างสรรค์เมนูวาไรตี้หลากหลาย ส่ง “น้องเพิร์ลลี่” ไอคอนแบรนด์สุดคิวท์ เดินหน้ามอบความสุขความประทับใจตลอดทั้งปี พร้อมโปรโมชันแคมเปญกระตุ้นความสดชื่นทุกช่วงเวลา มุ่งสู่เป้าหมายแบรนด์ชานมอันดับ 1 พร้อมเสริ์ฟ Grab & Go Lifestyle

คุณพรรณวดี พุฒยางกูร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ปตท.บริหารธุรกิจค้าปลีก จำกัด (PTTRM) ในเครือ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) OR เปิดเผยว่า “ปัจจุบันพฤติกรรมการดื่มชาในประเทศไทยได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น จากฐานผู้บริโภคที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นหนึ่งไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันของคนไทย เปรียบเทียบได้กับการเติบโตของตลาดกาแฟที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดย “Pearly” (เพิร์ลลี่) เป็นแบรนด์ร้านชานมไข่มุกที่เปิดให้บริการมากว่า 13 ปี ล่าสุด บริษัทฯ รีแบรนด์ Pearly ครั้งสำคัญ เพื่อตอบรับความต้องการของผู้บริโภคด้วยภาพลักษณ์ที่สดใส พร้อมกลยุทธ์ทางการตลาดที่สร้างการเติบโตให้กับธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

“ในปี 2569 บริษัทฯ มุ่งยกระดับ Pearly จาก Funtional Drink สู่ Emotional Refreshment Brand เพื่อมุ่ง  สู่เป้าหมาย แบรนด์ชาอันดับ 1  พร้อมเสริ์ฟความสดชื่น แบบ Grab & Go Lifestyle โดยได้ทำการรีแบรนด์ครั้งสำคัญ         เพื่อสร้างความสดใส ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด ภายใต้แนวคิด Fresh & Friendly เพื่อเปลี่ยนความคุ้นชินของลูกค้าที่พบเจอแบรนด์ Pearly ในร้านสะดวกซื้อจิฟฟี่ (PTT Station-Jiffy) ให้กลายเป็นความผูกพันกับแบรนด์อย่างแท้จริง ปรับโฉมหน้าร้านเป็นคีออส ขนาดกำลังพอดี  สีสันสะดุดตา  พร้อมเปิดตัวมาสคอตสุดคิวท์ “น้องเพิร์ลลี่” ที่มีคาแรคเตอร์สดใส พร้อมมอบความสุขและความอร่อยพร้อมเสิร์ฟคุณทุกการเดินทาง” คุณพรรณวดี กล่าว

ยืนหนึ่งวัตถุดิบคุณภาพ - โลเคชั่น มัดใจลูกค้า ร้านชานมไข่มุกแบรนด์ Pearly เริ่มต้นดำเนินธุรกิจมาตั้งแต่ปี  2555 ภายใต้จุดเด่น คือ การคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพจากใบชาพรีเมี่ยม ชงสดใหม่แก้วต่อแก้ว รสชาติเข้มข้น กลมกล่อม ผสมผสานลงตัวกับไข่มุกที่มีความ นุ่ม หนึบ สามารถครองใจลูกค้ามาอย่างยาวนานมาพร้อมเมนูที่หลากหลาย ในราคาที่จับต้องได้ไม่ยาก เริ่มต้น 29 – 59 บาท

แบรนด์ชานมไข่มุก Pearly ยังมีความโดดเด่นด้านโลเคชั่น เนื่องจากสาขาส่วนใหญ่ตั้งอยู่บริเวณร้านสะดวกซื้อจิฟฟี่ ในสถานีบริการน้ำมันพีทีที สเตชั่น (PTT Station-Jiffy) ทั่วไทย ปัจจุบันเปิดให้บริการบนทำเลศักยภาพทั้งหมดกว่า 70 สาขาทั่วประเทศแบ่งเป็นร้าน Coco (Company Owned Company Operated) ที่บริษัทฯดำเนินการเอง 54 สาขา และแฟรนไชส์อีก 22 สาขา โดยยังคงเปิดบริการอย่างต่อเนื่อง ทั้งรูปแบบสาขาของบริษัทและแฟรนไชส์ เพื่อตอบโจทย์ความสดชื่น สะดวก อร่อยอย่างมีคุณภาพ รับเทรนด์ Grab & Go ของคนรุ่นใหม่ ที่กำลังเติบโตสูงในประเทศไทย หรือจะสั่งความสดชื่นส่งตรงถึงบ้านผ่าน Delivery Grab food, Line man หรือ Shopee Food พร้อมกับโปรโมชั่นพิเศษเช่นกัน  

นอกจากนั้น Pearly  เป็นแบรนด์ร้านชาที่ไม่หยุดนิ่งในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ให้กับผู้บริโภค นอกเหนือจากเมนูที่มีให้เลือกหลากหลายแล้ว ยังมีเมนูที่ Pearly ร่วม คอลแลป (Collab) กับแบรนด์ดัง อาทิ โอวัลติน, ดอยคำ, โอรีโอ้, กูลิโกะ และนมทางเลือกสุขภาพอย่าง OATSIDE (โอ๊ตไซด์) เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อสร้างสีสันและความสุข เพิ่มความแปลกใหม่ให้กับการดื่มชา ตอกย้ำคุณค่าและความแข็งแกร่งของแบรนด์ที่ไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนา

ส่ง น้องเพิร์ลลี่ มอบความสุข สดใส ตลอดทั้งปี ในปีนี้แบรนด์   มุ่งมั่นในการส่งมอบประสบการณ์ความสุขให้กับลูกค้า ด้วยการส่งแบรนด์ไอคอน “น้องเพิร์ลลี่” มาพร้อมแคมเปญทางการตลาดที่ช่วยสร้างสีสันและความสนุกให้กับลูกค้าตลอดทั้งปี เพื่อสร้างการรับรู้ของแบรนด์ (Awareness) ให้ขยายไปในวงกว้างมากยิ่งขึ้น พร้อมการเพิ่มความถี่ในการใช้บริการ (Frequency) และสร้างความผูกพันและใกล้ชิดต่อแบรนด์ผ่านสุขและความประทับใจ (Emotional Bond) Awareness: แบรนด์ Pearly จะส่งมาสคอต “น้องเพิร์ลลี่” ไปพร้อมกับการสื่อสารแบรนด์และการจัดแคมเปญ     ต่าง ๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ อาทิ Facebook, TikTok และ Line OA โดยชูความน่ารัก สดใส เป็นตัวแทนแห่งมิตรภาพและความปรารถนาดีส่งต่อไปยังทุกคนที่ได้พบเห็น

Frequency: กลยุทธ์การตลาดที่ขับเคลื่อนด้วย Loyalty Promotion เพื่อกระตุ้นการซื้อซ้ำด้วยการเพิ่มคุณค่า ภายใต้แนวคิด “ยิ่งดื่ม ยิ่งคุ้ม” ผ่านโปรแกรมสะสมแต้ม และ Blue Card เพื่อรับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ มากมาย

Emotional Bond: ตอบรับความต้องการของลูกค้ากลุ่ม Fandom ด้วยสินค้าและของที่ระลึกคอลเลกชันพิเศษจาก “น้องเพิร์ลลี่” พร้อมเมนูเซอร์ไพรส์จากน้องเพิร์ลลี่ในโอกาสต่าง ๆ

คุณพรรณวดี กล่าวว่า ภายใต้กลยุทธ์การรีแบรนด์ Pearly ในคอนเซ็ปต์ Fresh & Friendly ในปีนี้ ผู้บริโภคจะได้พบกับความน่ารัก สดใส และเป็นมิตรจากน้องเพิร์ลลี่ ที่จะมาส่งมอบในเทศกาลสำคัญๆ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองช่วงเวลา        แห่งความสุขไปด้วยกันตลอดทั้งปี อาทิ “เพิร์ลลี่อินเลิฟ เสริฟความสดชื่น ฉลองเดือนแห่งความรัก”  สร้างสีสัน วาเลนไทน์ให้หวานฉ่ำสดใสยิ่งกว่าเดิม  ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคม 2569 พิเศษสุด ๆ กับหมอนซุกมือน้องเพิร์ลลี่สุดน่ารัก แลกซื้อได้เพียง 299 บาทเท่านั้น  เมื่อซื้อเครื่องดื่มกลุ่มราคา 39 บาทครบ 2 แก้ว พร้อมเครื่องดื่มคอลเลกชัน ”เลิฟ” กับ 4 เมนูใหม่ ในราคาเริ่มต้นเพียง 45 บาท เป็นต้น และเรายังมีโปรโมชั่นแจกพรีเมี่ยมน้องเพิร์ลลี่ ตลอดทั้งปี 

“การรีแบรนด์ Pearly ในปีนี้ จะช่วยสร้างสีสันและความสุขให้กับลูกค้า เรายังคงตั้งใจส่งมอบประสบการณ์  การดื่มชาระดับคุณภาพ และสร้างช่วงเวลาที่น่าประทับใจให้กับไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันของทุกคน อีกทั้งเป็นการขอบคุณแฟนคลับของ Pearly ที่ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดีตลอด 13 ปีที่ผ่านมา พร้อมการประกาศว่า Pearly ยังคงเป็นแบรนด์  ชาที่มุ่งเน้นทั้งคุณภาพ และการสร้างสรรค์ รวมทั้งส่งเสริมธุรกิจให้เติบโตไปพร้อมกับพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง” คุณพรรณวดี กล่าวในตอนท้าย

สนใจแฟรนส์ไชส์ร้าน Pearly สามารถติดต่อได้ที่ 081-7529032 และติดตามกิจกรรมพิเศษแจกของพรีเมี่ยมน้องเพิร์ลลี่ และโปรโมชันพิเศษ ได้ที่ Fanpage Pearly เพิร์ลลี่และ Line@pearlytea


10 กุมภาพันธ์ 2569

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จฯ บริษัท ไมเดีย รีฟริจเจอเรชั่น อีควิปเมนท์ (ไทยแลนด์) จำกัด

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จฯ บริษัท ไมเดีย รีฟริจเจอเรชั่น อีควิปเมนท์ (ไทยแลนด์) จำกัด ทอดพระเนตรสายการผลิตเครื่องปรับอากาศไมเดีย และ โครงการ Lighthouse Factory



6 กุมภาพันธ์ 2569 - สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรสายการผลิตเครื่องปรับอากาศไมเดีย และโครงการ Lighthouse Factory (โรงงานประภาคาร) ของบริษัท

ไมเดีย รีฟริจเจอเรชั่น อีควิปเมนท์ (ไทยแลนด์) จำกัด ณ นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง 5 จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 

ซึ่งเป็นโรงงานที่ได้รับการรับรองจาก  World  Economic  Forum  (WEF) ให้เป็นหนึ่งในเครือข่าย Global Lighthouse Network ของโลก

ในการเสด็จพระราชดำเนินครั้งนี้ นายหลี่ เผิง (Mr. Li Peng) ประธานบริษัท ไมเดีย รีฟริจเจอเรชั่น อีควิปเมนท์ (ไทยแลนด์) จำกัด พร้อมด้วย มร. ซีล เจียง (Mr. Zeal Jiang) ประธาน ไมเดีย กรุ๊ป ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร  ประธานกรรมการกลุ่มบริษัทโตชิบา ประเทศไทย คณะผู้บริหาร และข้าราชการจังหวัดชลบุรี เฝ้าฯ รับเสด็จ โอกาสนี้ได้มีการนำเสนอความร่วมมือด้านการพัฒนาทักษะบุคลากรและเทคโนโลยีอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ระหว่างบริษัทฯ สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา และมหาวิทยาลัยชุนเต๋อโพลีเทคนิค เพื่อส่งเสริมการพัฒนากำลังคนด้านอุตสาหกรรมแห่งอนาคตและการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ

บริษัท ไมเดีย รีฟริจเจอเรชั่น อีควิปเมนท์ (ไทยแลนด์) จำกัด นับเป็นโรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศแห่งแรกของอุตสาห กรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ตั้งอยู่นอกประเทศจีน ได้รับการรับรองจาก World Economic Forum (WEF) ให้เป็น “โรงงานประภาคาร” (Lighthouse Factory) เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2568 สะท้อนถึงความเป็นผู้นำด้านการผลิตอัจฉริยะ (Smart Manufacturing) และการบูรณาการเทคโนโลยีอุตสาหกรรมยุคที่ 4 อย่างครบวงจร โดยบริษัทฯ ได้นำเทคโนโลยีเครือข่าย 5G และปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้กับระบบการผลิต การควบคุมคุณภาพ และโลจิสติกส์แบบเชื่อมโยงทั้งกระบวนการ (End-to-End Digitalization) ส่งผลให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดของเสีย ลดการใช้พลังงานและน้ำ พร้อมยกระดับความแม่นยำในการส่งมอบสินค้า

บริษัทฯ เป็นหนึ่งในเครือ Midea Group ผู้นำด้านเครื่องใช้ไฟฟ้าและโซลูชันระบบปรับอากาศระดับโลก มีเครือข่ายในกว่า 200 ประเทศ โดยโรงงานในประเทศไทยเป็น Smart Factory ขนาดใหญ่ที่สุดของเครือไมเดียในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บนพื้นที่กว่า 208,000 ตารางเมตร ด้วยมูลค่าการลงทุนประมาณ 5,000 ล้านบาท และมีเป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 10 ล้านเครื่องต่อปีภายในปี 2569 พร้อมขับเคลื่อนการดำเนินงานตามกรอบ ESG อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมอย่างยั่งยืนของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน


ทั้งนี้ นายหลี่ เผิง ประธานบริษัทฯ ได้เข้าเฝ้าทูลเกล้าฯ ถวายเครื่องปรับอากาศไมเดีย จำนวน 10 เครื่อง เพื่อทรงพระ กรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่หน่วยงานตามพระราชอัธยาศัย แสดงถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการตอบแทนสังคมควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

การเสด็จพระราชดำเนินในครั้งนี้นับเป็นเกียรติอย่างยิ่ง และสะท้อนถึงความสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรม การผลิตอัจฉริยะ การพัฒนากำลังคน และความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมและสถาบันการศึกษา เพื่อยกระดับ ศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทยในเวทีโลกต่อไป

พญาไท-เปาโล จัดงานขอบคุณสื่อมวลชน “The Secret House”

พญาไท-เปาโล จัดงานขอบคุณสื่อมวลชน “The Secret House” หลังคว้า PR Value Rank อันดับ 1 

กรุงเทพฯ — เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล จัดงาน “Thanks Press Party 2026: The Secret House” เมื่อวันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา เพื่อแสดงความขอบคุณต่อสื่อมวลชนที่ให้การสนับสนุนและร่วมส่งต่อข้อมูลสุขภาพที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี จนทำให้พญาไท-เปาโล มีพื้นที่สื่อสูงสุด และสร้างความสำเร็จในปี 2568 ได้แก่ Share of Voice อันดับ 1 และ มูลค่าสื่อ (PR Value Rank) อันดับ 1 ในกลุ่มโรงพยาบาลเอกชนในประเทศไทย (อ้างอิงข้อมูล: Dataxet Company)



ภายในงานมีสื่อมวลชนเข้าร่วมกว่า 90 สื่อ ครอบคลุมทั้งสื่อออนไลน์ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ และสื่อประเภทต่างๆ ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง ถือเป็นการสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์พญาไท-เปาโลกับสื่อมวลชนได้อย่างแน่นแฟ้นt

“เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ขอขอบคุณสื่อมวลชนทุกท่านที่ร่วมสนับสนุนและเป็นพลังสำคัญในการส่งต่อข้อมูลสุขภาพสู่ประชาชน ความสำเร็จที่ได้รับเป็นทั้งกำลังใจให้ยิ่งมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพบริการ พร้อมยกระดับการสื่อสารสุขภาพที่ถูกต้อง เป็นประโยชน์ และเข้าถึงประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยยึดหลักการทำงานด้วยความเข้าใจผู้คน ผสานองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ และดำเนินงานด้วยจริยธรรมอย่างมืออาชีพ เพื่อเป็นพันธมิตรด้านสุขภาพที่อยู่เคียงข้างคนไทยในทุกช่วงชีวิต (Partner for Life)” กล่าวโดย นายศุภกร พะวันนา ผู้อำนวยการสายการตลาด เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล

#toptotravel

08 กุมภาพันธ์ 2569

V Square Clinic (วี สแควร์ คลินิก) ตอบรับกระแส “แต่งไทย ใส่ยีนส์” ฟีเวอร์ !


เดินหน้าสร้างพลัง Soft Power ขับเคลื่อนเสน่ห์แห่งวัฒนธรรมท้องถิ่น ยกระดับการท่องเที่ยวไทยสู่สากล

ร่วมส่งเสริมและยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวประเทศไทยบทใหม่สู่สายตาชาวโลก V Square Clinic (วี สแควร์ คลินิก) คลินิกเสริมความงามชั้นนำของไทย ภายใต้แนวคิด “V Square Where Confidence Begins” ร่วมกับ TPN GLOBAL (ทีพีเอ็น โกลบอล) และกองประกวดนางสาวไทย 2569 จัดงาน“The Reflection of Siam Beauty by V Square Clinic” สร้างพลัง Soft Power สะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทยร่วมสมัย ผสานจิตวิญญาณความเชื่อมั่นและความสง่างามของ 40 ผู้เข้าประกวดนางสาวไทยประจำปี 2569 จากแต่ละจังหวัดทั่วประเทศ ในธีม “แต่งไทย ใส่ยีนส์” พรีเซนต์ชุดไทยและผ้าท้องถิ่น สะท้อนความงดงามและความหลากหลายของวัฒนธรรมไทย พร้อมล่องเรือสัมผัสความงดงามตราตรึงของเส้นขอบแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีฉากหลังเป็นพระปรางค์วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร บันทึกโมเมนต์ประวัติศาสตร์ครั้งแรกในประเทศไทย


โดย ฐปนา กล้าตลุมบอน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารความสัมพันธ์ วี สแควร์ คลินิก กล่าวว่า V Square Clinic “ในฐานะผู้สนับสนุนหลักของงานวันนี้ เรามีความตั้งใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันการท่องเที่ยวไทยและ Soft Power ด้านวัฒนธรรมประจำถิ่นที่หลากหลาย โดยร่วมกับ TPN GLOBAL และกองประกวดนางสาวไทย 2569 เปิดเวทีให้สาวงามแต่ละจังหวัดถ่ายทอดเรื่องราวความเชื่อมั่นที่สะท้อนคุณค่าจากความภาคภูมิใจในบ้านเกิด สู่สายตาคนไทยและนานาชาติอย่างสร้างสรรค์ พร้อมขับเคลื่อน “Bangkok City of Beauty” ความงามที่ทรงพลัง ส่งต่อเสน่ห์แห่งวัฒนธรรมและความน่าหลงใหลของประเทศไทยให้เกิดขึ้นได้จริง ทั้งนี้เรายังสานต่อแนวคิด “V Square Where Confidence Begins”การให้ความสำคัญกับความเชื่อมั่นอันทรงคุณค่า ความจริงใจ และความยั่งยืน ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 11 ปีที่ผ่านมา V Square Clinic เราเติบโตจากความเชื่อเรียบง่ายว่า “ความงามที่ดี ต้องเริ่มจากความปลอดภัย ความจริงใจ และความสบายใจของคนไข้” จนกลายเป็น “ความเชื่อใจ” ที่ลูกค้าจำนวนมากเลือกใช้บริการอย่างต่อเนื่องและยาวนาน ทั้งนี้ V Square Clinic ยึดหลักการดูแลแบบตรงไปตรงมา ภายใต้มาตรฐานทางการแพทย์ เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานสากล แจ้งรายละเอียดและราคาอย่างชัดเจน ไม่มีค่าใช้จ่ายแฝง และให้คำแนะนำตามความเหมาะสม โดยไม่เสนอเกินความจำเป็น ทำให้ทุกคนสามารถเข้ามาใช้บริการได้อย่างสบายใจและมั่นใจในผลลัพธ์ 


ขณะที่ ปิยาภรณ์ แสนโกศิก ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทีพีเอ็น โกลบอล จำกัด เผยว่า TPN GLOBAL และกองประกวดนางสาวไทย 2569 รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มีโอกาสร่วมสร้างงานใหญ่ระดับประเทศในครั้งนี้ ซึ่งเป็นตอบรับเทรนด์กระแสแฟชั่นผสานความเป็นไทยอย่างสร้างสรรค์ พร้อมถ่ายทอดเสน่ห์วัฒนธรรมไทยผ่านมุมมองใหม่ ด้วยการสนับสนุนจาก ผู้นำคลินิกเสริมความงามของไทย V Square Clinic ร่วมกันเนรมิตกิจกรรมพิเศษบน Grand Pearl Dinner Cruise ล่องเรือกลางแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีผู้เข้าประกวดนางสาวไทยประจำปี 2569 รวมพลังสร้าง Soft Power อย่างยิ่งใหญ่ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว Amazing Thailand ส่งสัญญาณเชิญชวนนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก บินลัดฟ้าเดินทางมาร่วมสัมผัสประสบการณ์อันทรงคุณค่าในประเทศไทย

สำหรับไฮไลท์ของงานคือโชว์สุดพิเศษ Runway Battle on the River เวทีเดินแบบจับคู่ประชัน Performance อันทรงพลังบนรันเวย์กลางแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมพรีเซนต์ชุดไทยและผ้าท้องถิ่นจากแต่ละจังหวัด สะท้อนความงดงามและความหลากหลายของวัฒนธรรมไทย ปิดท้ายด้วยช่วง Speech “เสียงจากบ้านเกิด” โดยมีเหล่าสาวงามเป็นตัวแทนถ่ายทอดเสน่ห์ อัตลักษณ์ และเรื่องราวของบ้านเกิดอย่างจริงใจ สะท้อนความหลากหลายของวัฒนธรรมไทยในมุมมองร่วมสมัย สร้างความประทับใจและเชื่อมโยงผู้ชมเข้ากับท้องถิ่นต่าง ๆ ทั่วประเทศ 

สำหรับผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารของ                        V Square Clinic ได้ที่ https://www.vsquareclinic.com

#นางสาวไทย2569

#MissThailand2026

#สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัยฯ

#VSquareClinic

#WhereConfidenceBegins

#wonderfulpearlcruise

#TPNGLOBAL

06 กุมภาพันธ์ 2569

พระราชทานเข็ม “พุ่มเพชร” แก่ผู้สนับสนุนงานมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน


สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุๆดาฯสยามบรมราชกุมารี ประธานที่ปรึกษามูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนในพระบรมราชินูปถัมภ์ ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณเสด็จพระราชดำเนินไปยัง

การไฟฟ้านครหลวง สำนักงานใหญ่ เพื่อพระราชทานเข็ม “พุ่มเพชร”สัญลักษณ์ของมูลนิธิฯ แก่ผู้เป็นกำลังสำคัญในการดำเนินงานของมูลนิธิฯ จากทั่วประเทศ

ผู้เข้าเฝ้ารับพระราชทานเข็มประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดที่ดำรงตำแหน่งเป็นครั้งแรกประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด ประธานคณะกรรมการอุปการะเยาวชนประจำจังหวัดและประจำกรุงเทพมหานคร รวม ๔๙ จังหวัด จำนวน ๘๙ คน


รวมทั้งผู้บริจาคเงินสมทบกองทุน “น้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว”จำนวน ๕๘ ราย ซึ่งได้รับพระราชทานเข็มที่ระลึกประดับอักษรพระนามาภิไธย “ส.ธ.”

การจัดงานได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงมหาดไทย สมาคมแม่บ้านมหาดไทย  และการไฟฟ้านครหลวง

โดยมี นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย

รองประธานกรรมการอำนวยการมูลนิธิฯ เป็นประธานจัดงานภายหลังพิธี มูลนิธิฯ ได้จัดประชุมประธานคณะกรรมการอุปการะเยาวชนจากทั่วประเทศ  โดยมี นายอรรษิษฐ์  สัมพันธรัตน์  ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน  เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงานในการพัฒนาและส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนอย่างต่อเนื่อง

05 กุมภาพันธ์ 2569

สุดคึกคัก! แฟนกีฬาลุ้น ชม “จีโน่–อาฒยา ฐิติกุล” มือ 1 ของโลก ดวลวงสวิง “ลิเดีย โค”


สุดคึกคัก! แฟนกีฬาลุ้น ชม “จีโน่–อาฒยา ฐิติกุล” มือ 1 ของโลก ดวลวงสวิง “ลิเดีย โค” พร้อมทัพนักกอล์ฟระดับโลกสู้ศึก “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026”   วันที่ 19–22 กุมภาพันธ์ 2569 สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส


แฟนกอล์ฟสุดคึกคักร่วมลุ้นชมศึก “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026” เตรียมกลับมาระเบิดความยิ่งใหญ่อีกครั้งระหว่างวันที่ 19–22 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จ.ชลบุรี โดยปีนี้จะเป็นการจารึกอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ เมื่อ จีโน่–อาฒยา ฐิติกุล เตรียมลงแข่งขันในบ้านในฐานะนักกอล์ฟหญิงมือ 1 ของโลก เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของรายการ พร้อมดวลวงสวิงกับ ลิเดีย โค อดีตมือ 1 ของโลก และทัพนักกอล์ฟระดับแนวหน้าจากแอลพีจีเอทัวร์รวม 72 คน ชิงเงินรางวัลรวม 1.8 ล้านดอลลาร์ฯ (ประมาณ 60 ล้านบาท) พร้อมเพิ่มความเข้มข้นด้วยการลุ้นรางวัลโฮลอินวันสุดพิเศษที่หลุม 8 เป็นรถจักรยานยนต์ Honda GoldWing มูลค่า 1,355,000 บาท และที่หลุม 16 เป็น รถยนต์ Honda CR-V e:HEV ใหม่ รุ่น e:HEV RS พร้อมชุดอุปกรณ์ตกแต่ง Modulo รวมมูลค่า 1,863,220 บาท

มร. โทชิโอะ คุวาฮาระ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้ามอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “ฮอนด้ามุ่งมั่นส่งเสริมเยาวชนและกีฬาระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่องมากกว่า 60 ปี ภายใต้แนวคิด Honda Sports Challenge เพราะเราเชื่อว่ากีฬาเป็นเวทีสำคัญในการพัฒนาคนและสร้างแรงบันดาลใจในระดับสากล สำหรับการแข่งขันในปีนี้ การที่แฟนกอล์ฟชาวไทยจะได้ร่วมเชียร์นักกอล์ฟหญิงมือหนึ่งของโลกลงแข่งในบ้าน ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำและยังสะท้อนการเติบโตของกีฬากอล์ฟในประเทศไทยควบคู่กับการสร้างประสบการณ์ร่วมให้ผู้ชม ด้วยเหตุนี้ ‘ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์’ จึงเป็นมากกว่าการแข่งขันระดับโลก หากแต่เป็นเวทีที่เชื่อมโยงกีฬาเข้ากับชุมชน พร้อมมีส่วนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ของประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของฮอนด้าในการสร้างคุณค่าให้สังคมอย่างยั่งยืน”




ความสนใจจากแฟนกีฬายิ่งพุ่งสูงขึ้น เมื่อ จีโน่-อาฒยา ฐิติกุล เตรียมลงแข่งขันในฐานะนักกอล์ฟไทยคนแรกที่ได้ลงเล่นในบ้านขณะครองตำแหน่งมือ 1 ของโลก บนหน้าประวัติศาสตร์การแข่งขัน Honda LPGA Thailand ทั้งหมด 19 ครั้ง หลังผลงานน่าจับตามองตลอดฤดูกาล 2025 จาก 3 ชัยชนะรายการแอลพีจีเอ คือ Mizuho Americas Open, Buick LPGA Shanghai ปิดท้ายด้วย CME Group Tour Championship ซึ่งเป็นการครองแชมป์ 2 ปีติดต่อกัน ก่อนจะได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปี Rolex Player of the Year 2025 พร้อมจารึกสถิติใหม่รับรางวัล Vare Trophy (สกอร์เฉลี่ยต่ำที่สุดของทัวร์) จากสกอร์เฉลี่ย 68.681 ทำลายสถิติเดิมของ แอนนิกา โซเรนสตัม อดีตมือ 1 โลกชาวสวีเดน เธอกล่าวว่า การกลับมาเล่นต่อหน้าแฟนกอล์ฟชาวไทยนั้นเป็นความรู้สึกที่ “พิเศษ” และการคว้าแชมป์แอลพีจีเอในบ้านครั้งแรกก็น่าจะเป็นเรื่องที่พิเศษมากๆ

ด้าน ดร.นิตยา เกิดจันทึก ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกีฬาอาชีพ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) กล่าวว่า  “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ เป็นหนึ่งในต้นแบบสำคัญของการยกระดับกีฬากอล์ฟในหลายมิติ นอกจากโครงการนำร่องพัฒนาเยาวชนต่างๆ แล้ว การมีนักกอล์ฟไทยที่ประสบความสำเร็จขึ้นสู่มือ 1 ของโลกถึง 2 คน ได้แก่ เอรียา จุฑานุกาล และ จีโน่ อาฒยา ฐิติกุล  เป็นตัวอย่างและแรงบันดาลใจในการผลักดันบุคลากรกีฬา ควบคู่กับการบริหารจัดการแข่งขันในระดับนานาชาติที่มีการมีส่วนร่วมของผู้ชมทั้งไทยและเทศอย่างต่อเนื่อง  การกีฬาแห่งประเทศไทยภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนสนับสนุนความสำเร็จนี้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวนโยบายยกระดับกีฬาทุกประเภทสู่มาตรฐานสากล”




ขณะเดียวกัน มิสวินนี่ เฮง รองประธานอาวุโสและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอเอ็มจี เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดการแข่งขัน กล่าวว่า “ความร่วมมือที่แข็งแกร่งของพันธมิตรทุกภาคส่วน เป็นพลังสำคัญที่ทำให้ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ เติบโตอย่างมั่นคง ควบคู่กับเป้าหมายในการขยายการเติบโตของกอล์ฟอย่างยั่งยืนในมิติของนักกอล์ฟ แฟนๆและระบบนิเวศกีฬาทั้งหมด แม้กอล์ฟจะเป็นหนึ่งในกีฬาที่เก่าแก่ที่สุดในโลก แต่ปัจจุบันกลับเป็นกีฬาที่เติบโตเร็ว โดยมีคนรุ่นใหม่และผู้หญิงซึ่งเป็นกำลังสำคัญ ด้วยรูปแบบการเล่นที่เร็วขึ้น เข้าถึงง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสนามพาร์ 3 ไดรวิ่งเรนจ์ หรือกอล์ฟซิมูเลเตอร์ ทำให้กอล์ฟเป็นกิจกรรมทางสังคมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ เราจึงขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมเปิดประสบการณ์กอล์ฟที่ครบทั้งการแข่งขันระดับโลกและกิจกรรมสำหรับครอบครัวไปด้วยกัน”

สำหรับรายชื่อนักกอล์ฟไทยที่จะมาสร้างความตื่นเต้นในการแข่งขันปีนี้ เริ่มจากทัพนักกอล์ฟไทย ได้แก่ เม–เอรียา จุฑานุกาล อดีตมือ 1 ของโลกและแชมป์ปี 2021 มืออันดับ 22 ของโลก, ปาจรีย์ อนันต์นฤการ มืออันดับ 54 และรองแชมป์ CME Group Tour Championship ปี 2025, พราว–ชเนตตี วรรณแสน มืออันดับ 55, รวมถึง เอพริล-ชนกนันท์ อังกุรเศรณี ผู้คว้าแชมป์การแข่งขันรอบคัดเลือกระดับประเทศ National Qualifiers ร่วมลงแข่งขันอีกด้วย 

ในขณะที่นักกอล์ฟระดับโลกที่จะเข้าร่วมการแข่งขัน “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026” นำโดย แองเจิล หยิน แชมป์เก่าจากสหรัฐอเมริกา มืออันดับ 13 ของโลก ที่จะกลับมาป้องกันแชมป์อีกครั้ง,  ลิเดีย โค มืออันดับ 6 ของโลกจากนิวซีแลนด์, รัวหนิง หยิน มืออันดับ 7 ของโลกจากสาธารณรัฐประชาชนจีน, ลอตตี้ โหวด ดาวรุ่งมืออันดับ 8 จากอังกฤษคิม ฮโย จู มืออันดับ 9 ของโลกจากเกาหลีใต้, มายา สตาร์ค มืออันดับ 15 ของโลกจากสวีเดน, ฮันนาห์ กรีน มืออันดับ 19 จากออสเตรเลีย, เซลีน บูติเยร์ มืออันดับ 21 ของโลกจากฝรั่งเศส ในส่วนของนักกอล์ฟจากญี่ปุ่นที่สร้างผลงานยอดเยี่ยมในฤดูกาลที่ผ่านมา ก็ยังคงน่าจับตาเช่นกัน นำโดย มิยู ยามาชิตะ มืออันดับ 4 ของโลก เจ้าของรางวัลรุกกี้แห่งปีและแชมป์เมเจอร์รายการ วีเมนส์ โอเพ่น, มาโอะ ไซโกะ มืออันดับ 11 ของโลก แชมป์เมเจอร์รายการ เชฟรอน แชมเปียนชิพ รวมถึง ริโอะ ทาเคดะ มืออันดับ 14 ของโลก และ อากิเอะ อิวาอิ มืออันดับ 25 ของโลก รองแชมป์ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025



การแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19–22 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จังหวัดชลบุรี ชิงเงินรางวัลรวม 1.8 ล้านดอลลาร์ฯ (ประมาณ 60 ล้านบาท) เปิดจำหน่ายบัตรแล้วทางเว็บไซต์ hondalpgathailand.com โดยบัตรเข้าชมวันเดียว วันพฤหัสบดี–ศุกร์ ราคา 500 บาทต่อวัน, วันเสาร์–อาทิตย์ ราคา 700 บาทต่อวัน บัตรเข้าชมสองวัน (เสาร์–อาทิตย์) ราคา 1,200 บาท และบัตรเข้าชมทั้ง 4 วัน ราคา 1,600 บาท   พร้อมสิทธิพิเศษสำหรับผู้ถือบัตรเครดิตและบัตรเดบิตบีเฟิสต์ ธนาคารกรุงเทพ รับส่วนลดสูงสุด 15 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ ผู้ชมอายุต่ำกว่า 16 ปี และมากกว่า 60 ปี สามารถลงทะเบียนเข้าชมการแข่งขันได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และรับชมการถ่ายทอดสดได้ทาง PPTV HD ช่อง 36 และ AIS Play


สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.hondalpgathailand.com
เฟซบุ๊ก www.facebook.com/lpgaThailand
อินสตาแกรม www.instagram.com/hondalpgathailand

คนดัง 7HD รวมพลังเชิญชวนคนไทยใช้สิทธิ “เลือกตั้ง 2569”

 กำหนดอนาคตประเทศไทย อาทิตย์ที่ 8 ก.พ.นี้ 

พร้อมแล้ว ! “เลือกตั้ง 2569” โค้งสุดท้ายสุดคึกคัก คนดังช่อง 7HD นักแสดงและพิธีกรชื่อดัง ร่วมเป็นกระบอกเสียงเชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง เข้าคูหาในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ พร้อมย้ำพลังประชาธิปไตยคือกุญแจสำคัญในการกำหนดอนาคตประเทศไทย  

นับถอยหลังสู่วาระแห่งชาติ วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 คนไทยทั่วประเทศเตรียมพร้อมเข้าคูหาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พร้อมออกเสียงประชามติในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่าจะ “เห็นชอบ” หรือ  “ไม่เห็นชอบ” เพื่อร่วมกำหนดทิศทางอนาคตของประเทศ

ช่อง 7HD ในฐานะสื่อมวลชน ยังคงเกาะติดทุกความเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างใกล้ชิด ภายใต้แคมเปญ “เลือกตั้ง 69  อนาคตประเทศไทย” ที่ร่วมสร้างจิตสำนึก “หยุดขายเสียง จุดเปลี่ยนประเทศ” มาโดยตลอด ตั้งแต่สีสันวันรับสมัคร การรายงานสดจากพื้นที่ทั่วประเทศ การวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองรอบด้าน ไปจนถึงเวทีประชันวิสัยทัศน์ “ศึกชิงผู้นำ อนาคตประเทศไทย” ที่เปิดพื้นที่ให้พรรคการเมืองประชันวิสัยทัศน์และนโยบาย เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของประชาชน  ก่อนเข้าสู่โค้งสุดท้าย ขอรวมพลังเหล่าคนดัง 7HD ร่วมเป็นกระบอกเสียงเชิญชวนคนไทยทุกคนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง พร้อมแสดงพลังประชาธิปไตยเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยให้เดินต่อไปด้วยกัน



เริ่มที่พระเอกมากความสามารถ มิกค์ ทองระย้า เผยถึงรัฐบาลในอุดมคติว่า “การเลือกตั้งครั้งนี้ตั้งใจจะไปเลือกนายกรัฐมนตรีที่สามารถพัฒนาประเทศและแก้ปัญหาของประชาชนให้ตรงจุด โดยเฉพาะนโยบายด้านเศรษฐกิจ เพราะตัวผมเองเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการร้านอาหาร ถ้าเศรษฐกิจดีจะส่งผลให้ผู้คนมีความเชื่อมั่นและเพิ่มการใช้จ่าย ดังนั้นวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ มาใช้สิทธิใช้เสียงของเราให้เกิดประโยชน์ รวมพลังคนไทยเลือกอนาคตของประเทศไปด้วยกันครับ” 

ด้าน ชอน-ชวิศการ วรโรจน์โยธิน พระเอกหนุ่มสุดฮอต เปิดใจถึงการเตรียมตัวในการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า “ตัวผมเองศึกษานโยบายของแต่ละพรรค รวมถึงส่องแนวคิดและวิสัยทัศน์ผ่านเวทีดีเบตต่าง ๆ เพื่อเก็บไว้เป็นข้อมูลว่าแต่ละท่านมีทัศนคติอย่างไร ต้องบอกว่านโยบายเป็นสิ่งที่ใคร ๆ ก็พูดได้ แต่ทัศนคติของผู้นำเป็นตัวชี้วัดว่าใครสามารถจัดการกับปัญหาได้ ส่วนตัวผมอยากได้รัฐบาลที่ไม่เห็นแก่ตัว มองประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก มองทุกคนอย่างเท่าเทียม และมองเห็นคนตัวเล็ก ๆ ให้มากขึ้น แน่นอนว่านอกจากการเลือกตั้งหาผู้นำประเทศแล้ว ยังมีเรื่องการออกเสียงลงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกด้วย ว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ มาร่วมใช้สิทธิของเรานะครับ” 

ขณะที่ ซัน-ก้องภพ  บรรณทอง นักแสดงน้องใหม่ตัวแทน Gen Z เผยความรู้สึกถึงการเลือกตั้งครั้งแรกในชีวิตว่า “ตื่นเต้นมาก ๆ กับการเลือกตั้งครั้งแรก แม้จะมีประสบการณ์เลือกตั้งประธานนักเรียนมาบ้าง แต่ครั้งนี้เป็นวาระระดับชาติ



เลยทำการบ้านเรื่องบัตรเลือกตั้ง รวมถึงเช็กข้อมูลหน่วยเลือกตั้ง ผมว่าแค่ชอบหรือถูกชะตาไม่พอ ต้องศึกษานโยบายแต่ละพรรค ว่าสามารถบริหารและแก้ไขปัญหาได้จริงหรือไม่ พูดจริงทำจริงไม่ขายฝัน คุณไม่จำเป็นต้องพูดเก่ง แต่การกระทำต้องชัดเจนกว่าคำพูด และขอเน้นเรื่องการศึกษา เพราะเป็นเรื่องพื้นฐานที่มีความสำคัญการใช้ชีวิต ดังนั้นขอเป็นอีกหนึ่งเสียงของคนรุ่นใหม่ ชวนคนไทยมาเลือกตั้งกันนะครับ” 

นอกจากเหล่านักแสดงแล้ว ยังมีมุมมองจากพิธีกรฝีปากกล้า อ.ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์ จากรายการ ยิ่งคุย ยิ่งลึก และ ยิ่งคุย เสาร์-อาทิตย์ ที่กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า “หลังมีโอกาสได้ขึ้นเวทีดีเบตไป  พูดตรง ๆ ว่าถ้าได้เข้าไปเป็นรัฐบาล ก็อย่าลืมว่าพูดอะไรกับประชาชนไว้ ต้องทำให้ได้ บอกตามตรงว่ากลัวพวกไม่รักษาคำพูด แต่ในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่ง บอกเลยว่าดูออกว่าใครโกหก ใครมาขายฝัน  อย่างไรครั้งนี้ก็ขอใช้สิทธิของตัวเองอีกครั้ง และอยากเชิญชวนทุกคนให้เข้าคูหากาเบอร์ที่จะพาประเทศชาติก้าวไปข้างหน้า”  

ปิดท้ายด้วยตัวพ่อเล่าข่าว เอกชัย ศรีวิชัย จากรายการ เปิดจอจ้อข่าว ที่เน้นย้ำถึงสาระสำคัญของการเลือกตั้งว่า “การทำรายการ เปิดจอจ้อข่าว ทำให้เราเห็นปัญหาของพี่น้องประชาชนชัดเจน ดังนั้นสิ่งที่บ้านนี้เมืองนี้ต้องได้รับการแก้ไขเร่งด่วนคือปัญหาเรื่องปากท้อง เศรษฐกิจ ต่อมาคือสวัสดิการต่าง ๆ ที่ประชาชนควรจะได้รับ ความปลอดภัยในทรัพย์สินของประชาชน รวมไปถึงการยกระดับให้เทียบเท่าอารยประเทศที่ใกล้เคียงหรือประเทศที่พัฒนาแล้ว นอกจากการใช้สิทธิอยากรณรงค์เรื่องงดขายเสียง เมื่อไหร่ที่เราขายเสียงไปแล้วหมดสิทธิ์ที่จะต่อว่าเขา จำไว้ว่าทุกการลงทุน ย่อมหวังผลประโยชน์ตอบแทนเสมอ ดังนั้นเลือกคนดีใช้สิทธิอย่างมีเกียรตินะครับ” 

ติดตามความเคลื่อนไหวการเลือกตั้ง 2569 พร้อมเกาะติดสถานการณ์ต่าง ๆ ผ่านหน้าจอ ช่อง 7HD กด 35 ได้ตลอดทั้งสัปดาห์ สกู๊ปเด็ด ๆ คอนเทนต์ข่าวที่น่าสนใจ พร้อมนำเสนอข้อมูลให้กับประชาชนอย่างรอบด้าน   

สามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ทาง ช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV  และช่องทางออนไลน์ Ch7HD NEWS (Facebook, IG, Tiktok)  Ch7HD (Facebook, IG, TikTok, X และ YouTube) และเว็บไซต์  www.ch7.com/election2569

เอปสันชวนสัมผัส Projection Dome สุดสร้างสรรคค์ ใน Bangkok Design Week 2026

เอปสัน ประเทศไทย ชวนผู้สนใจร่วมสัมผัสประสบการณ์งานออกแบบและศิลปะร่วมสมัย ผ่านเทคโนโลยีโปรเจคเตอร์ ในเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2569 หรือ Bangkok Design Week 2026  (BKKDW2026) เทศกาลงานออกแบบระดับนานาชาติที่จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 โดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ร่วมกับกรุงเทพมหานคร และภาคีเครือข่ายจากหลากหลายภาคส่วน

ภายในงาน เอปสันได้นำเทคโนโลยีโปรเจคเตอร์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของงานสร้างสรรค์หลากหลายรูปแบบ ทั้งงานฉายภาพ Projection Mapping และการจัดแสดงแบบ Immersive Experience ที่ผสานศิลปะ การออกแบบ และเทคโนโลยีเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อถ่ายทอดไอเดียของศิลปินและนักออกแบบให้เกิดขึ้นจริงในพื้นที่เมือง พร้อมเปิดมุมมองใหม่ว่าเทคโนโลยีสามารถเป็น “เครื่องมือของความคิดสร้างสรรค์” ที่ช่วยยกระดับประสบการณ์การรับชมและการสื่อสารงานออกแบบได้อย่างไร



Bangkok Design Week 2026 จัดขึ้นภายใต้แนวคิดหลัก “DESIGN S/O/S” ซึ่งสะท้อนบทบาทของการออกแบบในฐานะเครื่องมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิต ผ่าน 3 แกนสำคัญ ได้แก่ Secure Domestic, Outreach Opportunities และ Sustainable Future โดยตลอดระยะเวลา 11 วันของการจัดงาน ผู้เข้าชมจะได้พบกับกิจกรรมสร้างสรรค์กว่า 350 กิจกรรม ที่กระจายอยู่ใน 4 ย่านหลัก ได้แก่ ย่านเจริญกรุง–ตลาดน้อยย่านพระนคร ย่านปากคลองตลาด และย่านบางลำพู–ข้าวสาร รวมถึงพื้นที่อื่น ๆ ทั่วกรุงเทพฯ


หนึ่งในไฮไลท์ที่เอปสันร่วมสนับสนุน คือ Projection Dome: SELF-SUSTAINING เป็นผลงานความร่วม มือระหว่าง TIDAM × FullDome × Epson × Mahajak จัดแสดงตั้งแต่เวลา 11.00 – 22.00 น. ณ TCDC ไปรษณีย์กลางบางรัก งาน Immersive Art ภายในโดมฉายภาพขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 เมตร ที่ถ่ายทอดผลงาน  Projection Mapping ภายใต้แนวคิด “Self-Sustaining” ซึ่งสะท้อนการผสานศิลปะ การออกแบบ และเทคโนโลยี เพื่อสร้างประสบการณ์การรับชมแบบโอบล้อมรอบทิศทางอย่างเต็มอารมณ์ ผู้ชมจะได้สัมผัสพลังของเทคโนโลยีโปรเจคเตอร์ของเอปสัน ที่ช่วยถ่ายทอดภาพด้วยความคมชัด สีสันสมจริง และรายละเอียดสูง รองรับการนำเสนอผลงานในรูปแบบ Immersive Experience อย่างมีประสิทธิภาพ ตอกย้ำบทบาทของเทคโนโลยีในฐานะ “เครื่องมือของความคิดสร้างสรรค์” ที่ช่วยขยายขอบเขตการทำงานของศิลปิน และยกระดับงานออกแบบให้พร้อมสู่มาตรฐานระดับสากล

เอปสันขอเชิญชวนผู้ที่สนใจงานออกแบบ เทคโนโลยี และศิลปะร่วมสมัย มาร่วมชมการทำงานของโปรเจคเตอร์ในบริบทของงานสร้างสรรค์จริง ที่ไม่เพียงสร้างความสวยงาม แต่ยังสะท้อนศักยภาพของการออกแบบในการต่อยอดสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์และเวทีระดับนานาชาติ พบกันในงาน Bangkok Design Week 2026 ตั้งแต่วันนี้ – 8 กุมภาพันธ์ 2569 ณ พื้นที่จัดงานทั่วกรุงเทพฯ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook/Instagram: bangkokdesignweek