05 ตุลาคม 2569

สนามกอล์ฟ บลูแคนยอน คันทรี่ คลับ ประกาศความร่วมมือด้านการดูแลสนามกอล์ฟกับ Sports Turf Solutions

ภูเก็ต ประเทศไทย: 5 ตุลาคม 2569 บลูแคนยอน คันทรี่ คลับ (Blue Canyon Country Club) เดินหน้ายกระดับมาตรฐานการดูแลและบริหารจัดการสนามกอล์ฟ ประกาศความร่วมมือด้าน Agronomy Support Partnership กับบริษัท สปอร์ต เทิร์ฟ โซลูชั่นส์ (Sports Turf Solutions) ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการสนามกอล์ฟและหญ้าสนามในภูมิภาคเอเชีย เพื่อเสริมศักยภาพทีมงาน พัฒนาคุณภาพสนามสู่มาตรฐานระดับแชมเปี้ยนชิป และวางแนวทางการบริหารจัดการสนามอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนในระยะยาว

ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของบลูแคนยอนในการยกระดับคุณภาพสนามและประสบการณ์การเล่นกอล์ฟ โดยนำองค์ความรู้และประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญระดับภูมิภาคมาผสานกับความเข้าใจในสภาพสนามและภูมิอากาศเขตร้อนของทีมงานบลูแคนยอน ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญต่อการรักษาคุณภาพสนามให้ได้มาตรฐานตลอดทั้งปี


ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว มร. แบรด เบอร์เกส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สปอร์ต เทิร์ฟ โซลูชั่นส์ (Sports Turf Solutions) พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญ จะทำงานร่วมกับทีม Agronomy และทีมดูแลสนามของบลูแคนยอนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้คำปรึกษาเชิงเทคนิค ติดตามคุณภาพสนาม และร่วมกำหนดแนวทางการพัฒนาในระยะยาว ขอบเขตการทำงานครอบคลุมตั้งแต่การดูแลและพัฒนาสุขภาพของหญ้า (Turf Health) การยกระดับสภาพสนามให้เหมาะสมกับมาตรฐานการแข่งขันระดับแชมเปียนชิป (Championship Playing Conditions) การนำแนวทางการบำรุงรักษาที่คำนึงถึงความยั่งยืนมาใช้ (Sustainable Maintenance Practices) การบริหารทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด (Resource Efficiency) ตลอดจนการวางแผนพัฒนาสนามกอล์ฟในระยะยาว (Long-term Course Development)

นางพันธิภา เบอร์เกส  กรรมการผู้จัดการ บริษัท สปอร์ต เทิร์ฟ โซลูชั่นส์ กล่าวว่า “บลูแคนยอน คันทรี่ คลับเป็นสนามกอล์ฟที่มีชื่อเสียงและมีพื้นฐานด้านคุณภาพสนามที่แข็งแกร่ง ขณะเดียวกัน การดูแลสนามกอล์ฟในภูมิอากาศเขตร้อนก็มีความท้าทายเฉพาะตัว ทั้งในด้านสุขภาพของหญ้า สภาพการเล่น และการบริหารทรัพยากร ความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการให้คำปรึกษา แต่เป็นการทำงานร่วมกับทีมของบลูแคนยอนอย่างใกล้ชิด เพื่อนำองค์ความรู้ ประสบการณ์ระดับภูมิภาค และแนวทางที่สามารถนำไปใช้ได้จริง มาต่อยอดสิ่งที่ทีมงานทำได้ดีอยู่แล้ว และพัฒนามาตรฐานสนามให้ก้าวหน้าขึ้นอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน”

ด้าน มร. เดเนียล บุญกุลยา ผู้จัดการทั่วไป บลูแคนยอน คันทรี่ คลับกล่าวว่า “การยกระดับคุณภาพสนามเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของการพัฒนาบลูแคนยอนในระยะยาว เราจึงให้ความสำคัญทั้งกับการลงทุนในสนาม การพัฒนาทีมงาน และการนำองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญเข้ามาเสริมศักยภาพ การได้ร่วมงานกับทีม สปอร์ต เทิร์ฟ โซลูชั่นส์ ซึ่งมีประสบการณ์ดูแลสนามกอล์ฟในหลายประเทศทั่วเอเชีย จะช่วยให้ทีมของเราสามารถต่อยอดมาตรฐานการทำงาน และพัฒนาสภาพสนามให้มีคุณภาพสม่ำเสมอ เพื่อมอบประสบการณ์การออกรอบที่ดีที่สุดให้กับสมาชิกและนักกอล์ฟจากทั่วโลก”

ความร่วมมือกับสปอร์ต เทิร์ฟ โซลูชั่นส์ เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการพัฒนาบลูแคนยอน คันทรี่ คลับในระยะยาว โดยให้ความสำคัญทั้งด้านคุณภาพสนาม บุคลากร เทคโนโลยีการดูแลสนาม และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษามาตรฐานสนามกอล์ฟระดับแชมเปี้ยนชิป ควบคู่กับการสร้างระบบการดูแลสนามที่สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในอนาคต

ปรีชา กรุ๊ป กางโรดแมปปักธงรายได้แตะ 1,000 ล้านบาท

ปรีชา กรุ๊ป กางโรดแมปปักธงรายได้แตะ 1,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปี โชว์ผลงานครึ่งปีแรก 2569 โตแกร่ง 720% ลุยเปิด 2 โครงการใหม่แบรนด์ “PRESENSE” ตอกย้ำความเชื่อมั่นนักลงทุน

บริษัท ปรีชา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ประกาศทิศทางธุรกิจเชิงรุก มุ่งสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงด้วยการปักหมุดเป้าหมายรายได้รวมแตะระดับ 1,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 3 ปี (2569–2571) ชูรากฐานความแข็งแกร่งจากผลการดำเนินงานงวดครึ่งปีแรกของปี 2569 ที่กวาดรายได้รวม 122.92 ล้านบาท เติบโตก้าวกระโดดถึง 720% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พร้อมเดินหน้าเปิดตัว 2 โครงการใหม่ภายใต้แบรนด์ “PRESENSE” บนทำเลศักยภาพสูง เพื่อขับเคลื่อนรายได้และสร้างผลตอบแทนระยะยาวให้แก่นักลงทุน

นายรองฤทธิ์ ธรรมสถิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปรีชา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ PRECHA เปิดเผยว่า “ผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี 2569 ที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญท่ามกลางความท้าทายของตลาดอสังหาริมทรัพย์และภาวะเศรษฐกิจมหภาค เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงประสิทธิภาพในการปรับโครงสร้างพอร์ตโฟลิโอและการบริหารจัดการที่แม่นยำ วันนี้ ปรีชา กรุ๊ป มีความพร้อมอย่างเต็มที่ที่จะก้าวสู่การเติบโตระลอกใหม่ โดยบริษัทได้วางยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนรายได้สู่เป้าหมาย 1,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปี ซึ่งจะขับเคลื่อนด้วยการเปิดตัวโครงการคุณภาพที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริง (Real Demand) อย่างต่อเนื่อง”


สำหรับแผนการดำเนินงานเพื่อบรรลุเป้าหมายระยะสั้นในปี 2569 บริษัทฯ มั่นใจว่า รายได้รวมทั้งปีแตะไม่ต่ำกว่า 250 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนจากการทยอยส่งมอบและโอนกรรมสิทธิ์ในโครงการ Prime Westgate อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ตัวเร่งการเติบโต ล่าสุด ยังได้เตรียมเปิดตัว 2 โครงการใหม่ภายใต้แบรนด์ “PRESENSE” บน 2 ทำเลศักยภาพ เพื่อสะสมยอดขายรอโอนกรรมสิทธิ์ (Backlog) และรับรู้รายได้ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2570–2571 ได้แก่ โครงการ PRESENSE รัตนาธิเบศร์–เวสต์เกต โครงการบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดสำหรับครอบครัวคนรุ่นใหม่และคนทำงานย่านนนทบุรี ปัจจุบันได้รับการสนับสนุนสินเชื่อโครงการ (Project Finance) จากสถาบันการเงินเรียบร้อยแล้ว ตอกย้ำความเชื่อมั่นด้านสภาพคล่องและความเสี่ยงต่ำ โดยเตรียมเริ่มโอนกรรมสิทธิ์รับรู้รายได้ทันทีในเดือนธันวาคม 2569 นี้

โครงการ PRESENSE ลาดกระบัง–สุวินทวงศ์ โครงการบนทำเลเชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคมสู่สนามบินสุวรรณภูมิและนิคมอุตสาหกรรม เจาะกลุ่ม Real Demand ที่มองหาที่อยู่อาศัยในทำเลที่ดินมูลค่าสูงและมีศักยภาพการเติบโตระยะยาว

“การก้าวสู่เป้าหมาย 1,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปี เป็นเป้าหมายที่มีแผนรองรับอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งความพร้อมด้านเงินทุน แบ็กล็อกที่ทยอยรับรู้รายได้เต็มปีตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป และการบริหารความเสี่ยงที่รัดกุม ปรีชา กรุ๊ป มุ่งมั่นที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มและส่งมอบผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้นและนักลงทุนทุกคน” นายรองฤทธิ์ กล่าวสรุป

เกี่ยวกับ บริษัท ปรีชา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
บริษัท ปรีชา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายใต้ชื่อย่อหลักทรัพย์ PRECHA ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยทั้งโครงการแนวราบและแนวสูง รวมถึงบริการให้เช่าอาคารสำนักงาน ภายใต้วิสัยทัศน์ของทีมผู้บริหารยุคใหม่ที่มุ่งเน้นการส่งมอบโครงการคุณภาพบนทำเลศักยภาพ บริหารงานด้วยความโปร่งใส คล่องตัว ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของผู้อยู่อาศัย และพร้อมต่อยอดสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน

“เหนือเกล้า” นิทรรศการศิลปะเหนือความทรงจำ รวมใจ 7 ศิลปินแห่งชาติ และกว่า 80 ศิลปินไทย

ชวน หลีกภัย ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน ณ มูลนิธิหอธรรมพระบารมี ฉะเชิงเทรา (4 ตุลาคม 2569) – มูลนิธิหอธรรมพระบารมี จังหวัดฉะเชิงเทรา จัดพิธีเปิดนิทรรศการศิลปะเหนือความทรงจำ “เหนือเกล้า” อย่างเป็นทางการ โดยได้รับเมตตาและได้รับเกียรติจาก นายชวน หลีกภัย "ฐาปนันดรศิลปิน" เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการ พร้อมด้วยศิลปินแห่งชาติ ศิลปินชั้นเยี่ยม และคณะศิลปินไทยกว่า 80 ท่าน ร่วมในพิธี

นิทรรศการ “เหนือเกล้า” จัดขึ้นเนื่องในมงคลสมัยและช่วงเดือนแห่งการรำลึกถึงวันคล้ายวันสวรรคต เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นหาที่สุดมิได้ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยรวบรวมผลงานทัศนศิลป์ทรงคุณค่ามากกว่า 100 ผลงาน ในหลากหลายเทคนิค จากการรวมพลังแห่งหัวใจของศิลปิน นำโดย 7 ศิลปินแห่งชาติ ได้แก่

 กมล ทัศนาญชลี • พิชัย นิรันต์ • ปัญญา วิจินธนสาร • ศราวุธ ดวงจำปา • ปริญญา ตันติสุข • กัญญา เจริญศุภกุล • สมลักษณ์ ปันติบุญ


ร่วมด้วยคณะศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงาน อาทิ ประสงค์ ลือเมือง, พรชัย ใจมา, อนุชัย ศรีจรูญภู่ทอง, ชัชวาล รอดคลองตัน, ทินกร กาษรสุวรรณ, พงศ์เดช ไชยคุตร, เทพศักดิ์ ทองนพคุณ, พลุตม์ มารอด, อัฐพร นิมมาลัยแก้ว, ลิปิกร มาแก้ว, Gu Wenlong และศิลปินผู้มีชื่อเสียงอีกคับคั่ง

ภายในงานเปิดนิทรรศการยังจัดให้มีการแสดงเฉลิมพระเกียรติ ได้แก่ การขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์ประกอบกีตาร์คลาสสิก โดย คุณอั๋น เจษฎา และการแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ตอน "เหนือเกล้าพระบารมี องค์พระจักรีปราบมาร" โดยคณะนักแสดงจากวิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กำกับการแสดงโดย ผศ.ดร.จุลชาติ อรัณยะนาค

นายชวน หลีกภัย ได้กล่าวเปิดงานและมอบกำลังใจแก่ผู้บริหารมูลนิธิหอธรรมพระบารมีและคณะศิลปิน โดยชื่นชมในจิตอุดมคติของมูลนิธิฯ ที่เป็นทั้งสถานที่ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานมายาวนาน และยังได้บูรณาการมิติทางศิลปะเข้ากับคำสอนทางพระพุทธศาสนา ที่สำคัญคือการเปิดพื้นที่ให้ศิลปินแสดงผลงานโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และไม่หักเปอร์เซ็นต์จากการจำหน่ายผลงาน ทำให้สถานที่แห่งนี้กลายเป็น "สถานที่อันทรงเกียรติ" ในความรู้สึกของศิลปินทุกคน

สำหรับประชาชนและผู้สนใจ นิทรรศการ “เหนือเกล้า” จะเปิดให้เข้าชมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคม ถึง 20 ธันวาคม 2569 (เปิดทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์) ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ในช่วงที่มีการอบรมอาจเปิดให้เข้าชมได้ในบางพื้นที่

ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนจองเข้าชมได้ทาง www.barameeofart.com
หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง Line: @baramee

โตชิบารุกตลาดเครื่องซักผ้าต่อเนื่อง ส่ง T40 Wash Station และ T26 Series ชูนวัตกรรมใหม่

โตชิบาเดินหน้ารุกตลาดเครื่องซักผ้าอย่างต่อเนื่อง พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมใหม่ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งานในยุคปัจจุบัน ล่าสุดเปิดตัวเครื่องซักผ้า 2 ซีรีส์ใหม่ ได้แก่ T40 Wash Station และ เครื่องซักผ้าฝาบน T26 ชูจุดเด่นด้านดีไซน์ ฟังก์ชันการใช้งาน และเทคโนโลยีดูแลผ้าที่ออกแบบมาให้ตอบโจทย์รูปแบบการซักผ้าที่หลากหลาย

T40 Wash Station หรือ TW-T40BZP140MWT(KK) โดดเด่นด้วยการออกแบบชุดเครื่องซักและเครื่องอบผ้าให้ผสานเป็นหนึ่งเดียว ช่วยใช้พื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมดีไซน์ที่เรียบเนียนและลงตัวกับพื้นที่ภายในบ้าน โดยรวมแผงควบคุมการทำงานของเครื่องซักและเครื่องอบไว้ตำแหน่งเดียวกัน ด้วยแผงควบคุม 2-in-1 ช่วยลดความยุ่งยากจากการต้องใช้งานแผงควบคุมสองจุด และช่วยให้เอื้อมถึงและสั่งงานได้สะดวกยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ T40 Wash Station มาพร้อมถังซัก ถังอบ และช่องใส่ผ้าขนาดใหญ่ รองรับการซักและอบผ้าชิ้นใหญ่ เช่น ชุดเครื่องนอน พร้อมช่วยลดการพันกันของผ้า ขณะที่การออกแบบประตูให้เปิดในทิศทางเดียวกัน และระบบท่อรวมเป็นหนึ่งเดียวที่ใช้เพียงปลั๊ก 1 จุด ท่อระบายน้ำ 1 จุด และท่อน้ำเข้า 1 จุด ช่วยลดความยุ่งยากในการติดตั้งและเพิ่มความลงตัวในการจัดวาง อีกหนึ่งไฮไลต์คือเทคโนโลยี Origin Color ที่สะท้อนแนวคิดการดูแลผ้าในระยะยาว โดยใช้พลัง Hydro Active Oxygen ที่ช่วยสลายสีส่วนเกินในน้ำ ลดการซีดจาง รวมไปถึงป้องกันการหมองของผ้าขาวที่เกิดจากการซักบ่อยๆ และทำงานร่วมกับผงซักฟอกเพื่อช่วยขจัดคราบฝังลึกได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ขณะที่ T26 เครื่องซักผ้าฝาบน มีให้เลือก 2 ขนาดความจุ ได้แก่ รุ่น AW-T26D2000QT(MG) ขนาด 19 กิโลกรัม และ รุ่น AW-T26D2200YT(MG) ขนาด 21 กิโลกรัม ตอบโจทย์ครอบครัวที่ต้องการซักผ้าปริมาณมาก พร้อมดีไซน์สวยเรียบที่กลมกลืนกับบ้านยุคใหม่ และใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่า

ไฮไลต์ใหม่ของ T26 คือเทคโนโลยี RainSpray ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำความสะอาดและดูแลผ้าอย่างอ่อนโยน ที่จะใช้พลังกระแสน้ำละลายผงซักฟอกสร้างฟองโฟมในการช่วยขจัดคราบ และปล่อยสเปรย์น้ำเพื่อการทำความสะอาดที่ล้ำลึก พร้อมฟังก์ชัน Aroma+ ที่ช่วยเพิ่มความหอมและปรับระดับได้ 4 ระดับ รวมถึง ColorAlive ที่ช่วยถนอมผ้าและปกป้องสี และ Hygiene Care ที่ช่วยยับยั้งเชื้อโรคด้วย Ag+ พร้อมทำความสะอาดถังซัก นอกจากนี้ T26 เป็นเครื่องซักผ้าฝาบนรุ่นแรกของโตชิบาที่มาพร้อมแผงควบคุมด้านหลังดีไซน์ใหม่ ออกแบบให้หน้าจอและปุ่มควบคุมใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน และสะดวกต่อการตั้งค่าโปรแกรมซัก โดยแผงควบคุมเอียง -33 องศา ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน ขณะที่ฝาปิดแบบ Soft Close ช่วยให้เปิด-ปิดได้อย่างนุ่มนวล



ทั้ง T40 Wash Station และ T26 จึงเป็นอีกทางเลือกของโตชิบาที่ผสานดีไซน์ เทคโนโลยี และความสะดวกในการใช้งานเข้าด้วยกัน เพื่อตอบโจทย์รูปแบบการดูแลเสื้อผ้าที่หลากหลาย ตั้งแต่การใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพสำหรับบ้านยุคใหม่ ไปจนถึงการซักผ้าปริมาณมากสำหรับครอบครัว

ดูรายละเอียดสินค้าได้ที่ www.toshiba-lifestyle.com/th หรือ Facebook.com/ToshibaLifestyleThailand

ฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์ คว้า 2 รางวัล จากเวที HR Asia Awards 2026

ตอกย้ำความเป็นเลิศด้านการบริหารบุคลากรและการขับเคลื่อนองค์กรอย่างยั่งยืน

ฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์ ภายใต้การบริหารงานของ บริษัท รังสิตพลาซ่า จำกัด ตอกย้ำแนวทางการบริหารองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิตของบุคลากร ควบคู่กับการขับเคลื่อนองค์กรตามแนวทางความยั่งยืน เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพและสร้างคุณค่าร่วมให้แก่พนักงาน สังคม และสิ่งแวดล้อม ด้วยการคว้า 2 รางวัลจากเวที HR Asia Awards 2026 ได้แก่ HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2026 และ HR Asia Sustainable Workplace Awards 2026 สะท้อนถึงความสำเร็จในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ส่งเสริมศักยภาพและความผูกพันของพนักงาน พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน


สำหรับรางวัล HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2026 เป็นรางวัลที่มอบให้แก่องค์กรที่มีความโดดเด่นด้านการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงาน การพัฒนาบุคลากร วัฒนธรรมองค์กร และการสร้างความผูกพันของพนักงาน โดย บริษัท รังสิตพลาซ่า จำกัด ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในองค์กรที่ได้รับรางวัลประจำปี 2026 จากกระบวนการประเมินของ HR Asia โดยมี คุณจิตินันท์ หวั่งหลี กรรมการผู้จัดการ  ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์ เป็นผู้รับรางวัล

และยังได้รับรางวัล HR Asia Sustainable Workplace Awards 2026 ซึ่งมอบให้แก่องค์กรที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการดูแลสิ่งแวดล้อม การนำแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนมาประยุกต์ใช้ ตลอดจนการส่งเสริมวัฒนธรรมความยั่งยืนภายในองค์กร เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อพนักงาน ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยมี         ดร.สุชาย วัชอภัยกุล กรรมการผู้จัดการร่วม-กลุ่มงานบริหารทั่วไป ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์ เป็นผู้รับรางวัล ในพิธีมอบรางวัล HR Asia Awards 2026 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ณ True Icon Hall ชั้น 7 ICONSIAM

ความสำเร็จจากทั้ง 2 รางวัลในครั้งนี้ สะท้อนถึงแนวทางการบริหารองค์กรของฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์
ที่ให้ความสำคัญกับ “บุคลากร” ในฐานะกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร ภายใต้วัฒนธรรมองค์กร Future Park ZPIRIT ซึ่งปลูกฝังให้เป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน ตั้งแต่ความจริงใจและความเป็นมืออาชีพ การคิดริเริ่มสร้างสรรค์ การทำงานด้วยพลังและทัศนคติเชิงบวก การใส่ใจผู้คนรอบข้าง ไปจนถึงการร่วมแรงร่วมใจเป็นหนึ่งเดียว เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อการเรียนรู้ การพัฒนาศักยภาพ และการ
มีส่วนร่วมของพนักงาน ควบคู่กับการผสานแนวคิดด้านความยั่งยืนเข้ากับการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

สุดยิ่งใหญ่! ยาสีฟันพรีเมียม THAYA ทุ่มจัดงานเปิดตัว ‘โฟร์ท’ ณัฐวรรธน์ พรีเซนเตอร์คนล่าสุดอย่างเป็นทางการ

ชวนทุกคนใส่ใจสุขภาพช่องปาก เพื่อสร้างความมั่นใจทุกรอยยิ้ม 

ไอคอนสยามแทบแตก! THAYA (ทยา) ยาสีฟันพรีเมียม สารสกัดธรรมชาติจากเปลือกมังคุดผสานพลัง 5 เบอร์รี่ เพื่อปากสะอาด ฟันขาว มั่นใจทุกรอยยิ้ม ทุ่มจัดงาน THAYA X FOURTH : Brush & Bright ยิ่งใกล้ ยิ่งกล้ายิ้ม เปิดตัว ‘โฟร์ท’ ณัฐวรรธน์ พรีเซนเตอร์คนล่าสุดอย่างเป็นทางการ พร้อมด้วยคนดัง นักธุรกิจ นักแสดง เซเลบริตี้ เดินทางมาร่วมแสดงความยินดีมากมาย ณ Wattana Hall ชั้น 3, ICON SIAM เมื่อเร็วๆนี้ 


ภายในงาน THAYA (ทยา) พร้อมมา ‘เปลี่ยน’ ภาพจำยาสีฟันสมุนไพรแบบเดิมๆ ให้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ในทุกมิติ ด้วยสูตร Violet Whitening ผสานคุณค่า 5 Berry Antioxidant Complex ดูแลสุขภาพช่องปากครบทั้งเหงือกและฟัน ไม่ขม ไม่แสบปาก ลมหายใจสดชื่นยาวนานตลอดทั้งวัน พร้อมจัดกิจกรรม ภายใต้แนวคิด “กล้ายิ้ม กล้าใกล้ กล้าเปลี่ยน” ปิดท้ายด้วยการเปิดตัว  ‘โฟร์ท’ ณัฐวรรธน์ ตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจดูแลสุขภาพช่องปาก กล้าเผยรอยยิ้มที่สดใส ทำเอาแฟนคลับหัวใจละลายไปตามๆกัน 




ทั้งนี้ ทยากร ตั้งตระกูล Founder and CEO และ แสตมป์ ชิศณุ Co-Founder บริษัท ทยา คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ‘การดูแลสุขภาพช่องปากเป็นเรื่องสำคัญ เพราะการมีรอยยิ้มที่สดใส ฟันขาว เวลาพูดคุยไม่มีกลิ่นปาก จะช่วยสร้างความมั่นใจและภาพลักษณ์ที่ดีให้กับทุกคน ซึ่งแบรนด์ THAYA (ทยา) พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิดของ MODERN HERBAL ORAL CARE หรือการดูแลช่องปาก ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติระดับพรีเมียมรูปแบบใหม่ เพื่อให้การแปรงฟันไม่ใช่แค่เรื่องของความสะอาด แต่เป็นประสบการณ์การดูแลช่องปากที่ลึกมากกว่าเดิม ด้วยการผสานธรรมชาติเข้ากับเทคโนโลยี NANO ENCAPSULATION กลายเป็นนวัตกรรม Violet Whitening ช่วยให้ฟันดูขาวสะอาด พร้อมเบอร์รี่ 5 ชนิด สารสกัด Purify Xanthone จากเปลือกมังคุด และฟลูออไรค์ 1,500 ppm ลดอาการเสียวฟัน ป้องกันฟันผุ รวมพลังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลสุขภาพช่องปาก เพื่อสร้างความมั่นใจและภาพลักษณ์ของการดูแลตัวเองอย่างมีระดับ ยาสีฟันสารสกัดธรรมชาติระดับพรีเมียม THAYA (ทยา) มีจำหน่ายที่  Beautrium, Watsons, Tops, CJ More, ร้านยากรุงเทพ 

ช่องทางออนไลน์ : THAYA OFFICIAL
Shopee : https://th.shp.ee/8xBaNoc1
Tiktok :  https://vt.tiktok.com/ZSqn3ANrr/?page=TikTokShop

#THAYA
#THAYAยิ่งใกล้ยิ่งกล้ายิ้ม
#THAYAGrandOpening

04 ตุลาคม 2569

หล่อ สวย สกิลครบ! ‘ครูเม’ ฟาดฟัน 54 ท็อปฟอร์ม คว้าแชมป์ “THE TOM THAILAND 2026” เวทีทอมแห่งแรกของโลก

ปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่และประทับใจสำหรับ “THE TOM THAILAND 2026” เวทีการประกวดทอมแห่งแรกในประเทศไทยและแห่งแรกของโลก ซึ่งจัดขึ้นอย่างตระการตาเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 ณ คาลิปโซ่ คาบาเร่ต์ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟรอนท์ บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคักของเหล่าแฟนคลับและสื่อมวลชนที่มาร่วมลุ้นร่วมเชียร์กันอย่างคับคั่ง

งานนี้ได้รับความร่วมมือจากผู้อยู่เบื้องหลังคนสำคัญ นำโดย คุณเล็ก – บุณณดา ทิพย์ภิบาล ผู้ถือลิขสิทธิ์การประกวด พร้อมด้วย คุณแนน – วิไลลักษณ์ ศิริสาคร และ แม่น็อต แม็กซิม ผู้อำนวยการกองประกวด เสริมทัพด้วย Master ตัวพ่อตัวแม่ของวงการ อย่าง นิโคล เทริโอ , พี่ป้อม – วินิจ บุญชัยศรี เมกอัปอาร์ทิสต์ระดับประเทศ และ เก่ง – ธชย ประทุมวรรณ ศิลปินมากความสามารถ 


พร้อมทีม coach ป๋าต๊อบ – ปฏิญญา ควรตระกูล, ปีใหม่ – สุมนต์รัตน์ และ วิว – ปิยวรรณ ชื่นตะโก มาร่วมให้คำแนะนำแก่น้องๆ ผู้เข้าประกวดอย่างใกล้ชิด และคณะกรรมการ ใหม่ สุคนธวา และ อู๋ ธรรพ์ณธร ฯ ที่มาร่วมแท็กทีมคัดเลือกและตัดสินกันอย่างเข้มข้น

สำหรับรอบไฟนอล ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 54 คนต่างจัดเต็มขนโชว์การแสดงความสามารถพิเศษมาประชันกันแบบไม่มีใครยอมใคร ก่อนที่กองประกวดจะคัดเข้มเข้าสู่รอบ 10 คนสุดท้าย เพื่อประลองปัญญาผ่านการตอบคำถามสุดสปีช และด้วยความสามารถรอบด้านบวกกับเสน่ห์อันโดดเด่นสะกดใจกรรมการ ในที่สุด 'ครูเม’ เมธิษา สุภาเพิ่ม ก็คว้าตำแหน่งชนะเลิศ ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ผู้ครองตำแหน่ง THE TOM THAILAND 2026 คนแรกของโลก ไปครองได้สำเร็จ

ขณะที่ตำแหน่ง รองชนะเลิศอันดับ 1 ตกเป็นของ มิเชล ณชฤศ กฤตนวทรัพย์, รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ จอร์เจีย จิลณกรณ์ เฮงสวัสดิ์, รองชนะเลิศอันดับ 3 ได้แก่ หมีอิน ศัลฐิชญา หล้าเพชร และ รองชนะเลิศอันดับ 4 ได้แก่ ออม โชติกา ธาดาดลทิพย์



การจัดงานในครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีจากการสนับสนุนอย่างเยี่ยมยอดจากเหล่าพันธมิตรมากมาย ได้แก่ ผึ้งหลับ, คิวไพร์มคลินิก, ข้าวตรากระต่ายทอง, จินตนา, Next X เวย์โปรตีน, เดอมาติค, บีซี บูสเตอร์ วิสต้า, ลักษณ์จามูดี, ลักษ์สตูดิโอ, มหาราณีแกรนด์, เบรินด์ ทอม ดี้, แนน รีมูฟ อายโบว, pkt ปลดล๊อก, แมททริค คลินิค, แอนติแอน, เฌอเอม, จูฟ พลัส, โนเบล โบเต้ และ เบลลี่เพอร์ฟูม

ติดตามความเคลื่อนไหว และกิจกรรมต่างๆ ได้ทาง FB THE TOM THAILAND https://www.facebook.com/profile.php?id=61589334792332

#TheTomThailand2569 #ประกวดทอม #ทอมไทยแลนด์ #BeProudBeYourself

#PrideMonth2569 #น็อตแม็กซิม #แนนวิไลลักษณ์ #เล็กบุณณดา #เวทีประกวดทอม
|#หาทอม #แม่อ้วนรีเทิร์น #ป้อมวินิจ #เก่งธชย #ป๋าต๊อบ #ปีใหม่สุมนต์รัตน์

03 ตุลาคม 2569

22 ปี “รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ” ปลุกพลังคนไทยจากผู้ใช้สู่ผู้สร้าง

NIA เปิดภาพนวัตกรรมไทยสร้าง Impact แล้วกว่า 1.38 แสนล้านบาท พร้อมเร่งเครื่องสู่ Innovation Nation 



จากเทคโนโลยีสุขภาพที่ช่วยยกระดับการวินิจฉัยโรค นวัตกรรมลดคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรม การใช้พลังงานเหลือทิ้งสร้างมูลค่าใหม่ ไปจนถึงแพลตฟอร์มดิจิทัลและนวัตกรรมจากคนรุ่นใหม่ วันนี้ “นวัตกรรมไทย” กำลังขยับจากการเป็นเพียงไอเดียหรือผลงานต้นแบบ ไปสู่เครื่องมือสร้างการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดงาน “วันนวัตกรรมแห่งชาติ ประจำปี 2569” พร้อมประกาศผล “รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 22 เพื่อเชิดชูนักนวัตกร องค์กร และผลงานที่สามารถเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ให้เกิดคุณค่าและผลกระทบต่อประเทศ

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีผลงานเข้าสู่เวทีรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติกว่า 6,736 ผลงาน มีผลงานได้รับการเชิดชูเกียรติกว่า 370 ผลงาน และก่อให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 138,000 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นพัฒนาการของนวัตกรรมไทยที่ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการคิดค้น แต่กำลังถูกนำไปใช้เพื่อสร้างคุณค่าในโลกจริง

เปลี่ยนประเทศไทยจาก “ผู้ใช้เทคโนโลยี” สู่ “ผู้สร้างมูลค่า”
ศ. ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า หัวใจสำคัญของการสร้างชาตินวัตกรรมคือ “ทุนมนุษย์” ประเทศไทยจำเป็นต้องพัฒนาศักยภาพของคนในทุกช่วงวัยควบคู่กับการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาส ยกระดับคุณภาพชีวิต และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเป้าหมายสำคัญคือการผลักดันประเทศไทยจากการเป็น “ผู้ใช้เทคโนโลยี” ไปสู่ “ผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมและมูลค่าเพิ่ม” พร้อมสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้คนไทยสามารถพัฒนาความคิดให้กลายเป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ประเทศและแข่งขันได้ในระดับสากล

ขณะเดียวกัน การจัดงานวันนวัตกรรมแห่งชาติยังมีความสำคัญในฐานะวันที่จัดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระอัจฉริยภาพด้านนวัตกรรมของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ “แกล้งดิน” และพระองค์ทรงได้รับการถวายพระราชสมัญญา “พระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย” ปี 2569 นวัตกรรมไทยไม่ได้มีแค่เทคโนโลยี แต่ครอบคลุมโจทย์ใหญ่ของประเทศ

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) กล่าวว่า รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติเป็นพื้นที่สำคัญในการสร้างความตื่นตัวและความภาคภูมิใจด้านนวัตกรรมให้เกิดขึ้นในสังคมไทย พร้อมสะท้อนให้เห็นพัฒนาการของผลงานคนไทยที่ก้าวไปตามการเปลี่ยนแปลงของโลก

ในปี 2569 มีผลงานส่งเข้าร่วม รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ 437 ผลงาน ครอบคลุมด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ผู้สื่อสารนวัตกรรม และองค์กรนวัตกรรม ขณะที่ รางวัลนวัตกรรมแห่งประเทศไทย มีผลงานจากเยาวชนเข้าร่วม 494 ผลงาน และ รางวัลนวัตกรรมข้าวไทย อีก 82 ผลงาน

สิ่งที่สะท้อนจากผลงานที่ได้รับรางวัลในปีนี้ คือภาพของนวัตกรรมไทยที่เข้าไปตอบโจทย์ปัญหาในหลากหลายมิติ ตั้งแต่สุขภาพและการแพทย์ อุตสาหกรรม พลังงาน สิ่งแวดล้อม ไปจนถึงธุรกิจดิจิทัล ตัวอย่างเช่น เทคโนโลยีจำแนกประเภทมะเร็งสมองด้วยการวิเคราะห์ตัวบ่งชี้ชีวภาพหลายชนิดผ่านเทคโนโลยีนาโนพอร์ ของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล, นวัตกรรมเอนไซม์จากจุลินทรีย์เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมสำลีสู่การผลิตคาร์บอนต่ำ ของไบโอเทค และ ศูนย์ความเป็นเลิศทางนวัตกรรมพืชเมืองหนาวจากพลังงานความเย็นเหลือใช้ก๊าซธรรมชาติเหลว ของบริษัท พีทีที่ แอลเอ็นจี จำกัดภาพเหล่านี้กำลังสะท้อนโจทย์ใหม่ของวงการนวัตกรรมไทยว่า ความสำเร็จของนวัตกรรมในวันนี้ไม่ได้วัดเพียงว่า “ใหม่แค่ไหน” แต่ต้องตอบได้ว่า “สร้างคุณค่าและเปลี่ยนแปลงอะไรให้กับประเทศได้บ้าง”จากรางวัล สู่การสร้างระบบที่ทำให้นวัตกรรมไทย “ไปต่อ”

อีกหนึ่งทิศทางสำคัญของ NIA คือการทำหน้าที่ในฐานะ “ผู้กำหนดทิศทางนวัตกรรม หรือ Focal Conductor” เชื่อมโยงผู้ประกอบการ ภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิจัย สถาบันการศึกษา และพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ เพื่อทำให้นวัตกรรมไม่ได้สิ้นสุดอยู่ที่การพัฒนาผลงาน แต่สามารถเติบโต สร้างตลาด และขยายผลได้จริง

NIA เดินหน้าผ่านกลยุทธ์ Groom – Grant – Growth – Global ตั้งแต่การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ การสนับสนุนทุน การเร่งการเติบโต ไปจนถึงการเชื่อมโยงสู่ตลาดต่างประเทศ โดยมีเป้าหมายเพิ่มจำนวนผู้ประกอบการฐานนวัตกรรม สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย

 “Innovation Nation” จะเกิดขึ้นได้ เมื่อทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของนวัตกรรมวันนวัตกรรมแห่งชาติในปีนี้จึงไม่

มีความหมายเพียงการประกาศว่า “ใครคือผู้ชนะ” แต่กำลังชวนสังคมมองไปถึงคำถามที่ใหญ่กว่า นั่นคือ ประเทศไทยจะทำอย่างไรให้มีคนที่กล้าคิด กล้าสร้าง และสามารถเปลี่ยนความคิดเหล่านั้นให้กลายเป็นคุณค่าที่เกิดขึ้นจริงได้มากขึ้น

เพราะการก้าวสู่ “Innovation Nation” ไม่ได้เกิดจากนวัตกรรมเพียงไม่กี่ชิ้น หรือองค์กรเพียงไม่กี่แห่ง แต่เกิดจากระบบที่ทำให้คนรุ่นใหม่ ผู้ประกอบการ นักวิจัย ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการสร้างและใช้นวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาและสร้างโอกาสใหม่ให้กับประเทศ

และนี่คือก้าวต่อไปของรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ  จากเวทีที่ “ค้นหานวัตกรรมที่ดีที่สุด” สู่การเป็นหนึ่งในกลไกที่ช่วยทำให้ “นวัตกรรมไทยสร้าง Impact ได้จริง” เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยจากประเทศที่ใช้เทคโนโลยี ไปสู่ประเทศที่สร้างนวัตกรรม สร้างมูลค่า และสร้างอนาคตด้วยศักยภาพของคนไทย

#รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ #สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ  #NIA  #วันนวัตกรรมแห่งชาติ #อว.

SHEEP สานต่อความหวาน เปิดตัว Kuromi & My Melody ดึง “ตี๋ตี๋–ป๋อ” เสริมทัพพรีเซ็นเตอร์ พร้อมขยายตลาด OPPO

 

SHEEP แบรนด์เคสและแก็ดเจ็ตสัญชาติไทยที่ให้ความสำคัญกับการออกแบบและรายละเอียด เดินหน้าตอกย้ำการเป็น Lifestyle Brand ผ่านการสร้างสรรค์คอลเลกชันที่นำคาแรกเตอร์ระดับโลกมาผสานเข้ากับงานดีไซน์และไลฟ์สไตล์ เปิดตัวเคสมือถือคอลเลกชันล่าสุด ภายใต้คอนเซ็ปต์ “SHEEP : SWEET TREAT Final EP.” ถ่ายทอดความหวานผ่าน 2 คาแรกเตอร์ยอดนิยมจาก Sanrio อย่าง Kuromi และ My Melody พร้อมเปิดตัว “ตี๋ตี๋–ป๋อ” คู่จิ้นสุดฮอตในฐานะพรีเซ็นเตอร์คู่ใหม่ของแบรนด์SHEEP

นายอภินันท์ ตรีรัตน์พิจารณ์ (คุณตุ่ย) Founder & CEO บริษัท ชีพ แก็ดเจ็ต จำกัด เปิดเผยว่า “คอนเซปต์ของแคมเปญ “SHEEP SWEET TREAT” คือการนำเสนอ ‘รสชาติความหวานในหลากหลายสไตล์’ ผ่านคาแรกเตอร์ระดับโลกที่เป็นที่รักของคนทุกวัยอย่างSanrio เพื่อสร้างสีสันและประสบการณ์ใหม่ๆ บนอุปกรณ์แก็ดเจ็ต โดยในซีซั่นแรกที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ได้เสิร์ฟรสชาติทั้ง5 ผ่าน 3 พรีเซ็นเตอร์ และ2 Special Friends Flavor 01 : Hello Kitty ถ่ายทอดโดยพั้นรักแมว-พันธิตา บุญชวน ในฐานะพรีเซ็นเตอร์คนแรก ,Flavor 02 : Pochacco มีไดม่อน- วรัญญ์ เครือบุตร มาเป็น Special Friends ,Flavor 03 : Little Twin Stars ได้ เจนเย่ - เมธิกา จีรนรภัทร มาเป็น Special Friends ,Flavor 04 : Pompompurin ถ่ายทอดผ่านวรรณกร เรืองรัตน์ หรือ “เฟิร์สวัน” ในฐานะพรีเซ็นเตอร์ ,Flavor 05 : Cinnamoroll ได้ มติมันท์ ศรีบุญเรือง หรือ “เติ้ล” ในฐานะพรีเซ็นเตอร์ เช่นกัน
ขณะที่ Season 2 ซึ่งเป็น Final EP. ของแคมเปญ เราได้ “ตี๋ตี๋- วันพิชิต นิมิตภาคภูมิและป๋อ-ศุภการ จิรโชติกุล คู่จิ้นที่มาแรงในขณะนี้ มาเป็นพรีเซนเตอร์ขอ SHEEP พร้อมร่วมถ่ายทอด 2 Flavor สุดท้ายในEP. นี้ โดย ป๋อ เป็นตัวแทน Flavor 06 : My Melody ถ่ายทอดความหวาน ของสีชมพู เติมความน่ารัก สดใส และอ่อนโยน ส่วนตี๋ตี๋ เป็นตัวแทน Flavor 07 : kuromi ถ่ายทอดความหวานผ่านโทนสีม่วงและดีไซน์ที่สะท้อนความซุกซนและมีเสน่ห์
การเปิดตัว “ตี๋ตี๋–ป๋อ” นับเป็นอีกหนึ่งก้าวของSHEEP ในการนำพลังของพรีเซ็นเตอร์มาต่อยอดการสื่อสารกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยทั้งคู่ถือเป็นพรีเซ็นเตอร์คนที่ 4 และ 5 ของแบรนด์ ร่วมแท็คทีมเสริมทัพกับพรีเซ็นเตอร์เดิมที่เรามีอยู่แล้วอย่าง พั้นรักแมว, เติ้ล -เฟิร์สวัน ซึ่งสะท้อนแนวทางของ SHEEP ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างคาแรกเตอร์ของแบรนด์ให้เชื่อมโยงกับผู้บริโภคผ่านทั้งงานดีไซน์และบุคลิกของศิลปิน
อีกหนึ่งความพิเศษครั้งนี้ SHEEPได้พัฒนาเคสสำหรับผู้ใช้OPPO Reno 16 อีกด้วย เพื่อรองรับผู้บริโภคที่หลากหลาย สะท้อนแนวทางของแบรนด์ในการพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานได้กว้างยิ่งขึ้น เพิ่มเติมจากไอโฟนและซัมซุงที่มีอยู่เดิม โดยคอลนี้เริ่มตั้งแต่ iPhone 13 Pro Max – iPhone 18 Series และ Samsung Galaxy S25 Ultra – S26 Ultra รวมถึงอุปกรณ์เสริม SHEEP Phone Wallet สำหรับใส่บัตร ทั้งแบบตั้งใช้งานได้และแบบใส่บัตรทั่วไป, SHEEP Phone Grip, SHEEP Phone Charm รวมถึงเคสสำหรับ iPad และ AirPods เติมเต็มคาแรกเตอร์Sanrio ให้สามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ในหลากหลายรูปแบบ โดยเคสลาย Kuromi มีให้เลือก 2 ดีไซน์ ในโทนสีม่วงและสีดำ ขณะที่ My Melody มี 2 ดีไซน์ ในโทนสีชมพูและแบบใส
นอกจากนั้นในงานนี้SHEEP ยังได้สานต่อความร่วมมือกับ BEARHOUSE ร้านชานมชื่อดัง เป็นครั้งที่2 ร่วมเติมความหวาน โดยมอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้า แบรนด์SHEEP ด้วยเครื่องดื่มสูตรพิเศษที่รังสรรค์เฉพาะแคมเปญนี้ เพื่อร่วมสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้า
ล่าสุดแบรนด์ SHEEPได้รับรางวัล EXCELLENCE AWARD สาขา MARKETING จากงาน Sanrio Southeast Asia Licensing Conference 2026 จากโปรเจกต์ SHEEP: SWEET TREAT ตอกย้ำความสำเร็จของความร่วมมือระหว่าง SHEEP และ Sanrio พร้อมสะท้อนศักยภาพของแบรนด์ไทยในการสร้างสรรค์ผลงานร่วมกับคาแรกเตอร์ระดับโลก โดยรางวัลดังกล่าวนับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจและรางวัลที่มีความหมายสำหรับ SHEEP ในฐานะแบรนด์ไทย เป็นอย่างมาก
การเดินทางของSHEEP : SWEET TREAT ตั้งแต่EP.1-Final EP. ไม่ใช่เพียงการเปิดตัวคอลเลกชั่นใหม่ แต่เป็นการต่อยอดแนวคิดในการนำคาแรกเตอร์ที่ผู้คนชื่นชอบมาสร้างเป็นไอเทมที่สามารถอยู่ในชีวิตประจำวันได้ พร้อมเปิดพื้นที่ให้แต่ละคนเลือก “Flavor” ที่สะท้อนความเป็นตัวเอง เพราะสำหรับ SHEEP แล้ว แก็ดเจ็ตไม่ได้มีไว้เพียงใช้งาน แต่ยังเป็นอีกหนึ่งวิธีในการบอกเล่าตัวตนและสไตล์ของคนที่เลือกใช้
ร่วมค้นหาความหวานในแบบของคุณ ผ่านคอลเลคชั่นพิเศษได้ทั้ง 11 สาขาด้วยกัน ร้าน SHEEP Flagship Store 3 สาขา ที่ขายเฉพาะสินค้าแบรนด์SHEEP เซ็นทรัลเวิลด์,เมกะบางนาและฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ร้านAppleSheep 8สาขา ที่ขายสินค้าในรูปแบบ Multi-Store โดยจะมีทั้งสินค้าแบรนด์SHEEP และแบรนด์อื่น ๆให้เลือกซื้อ ซึ่งจะมีทั้งสินค้า Gadget และไลฟ์สไตล์ ได้แก่สาขา เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ, ฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต ,แฟชั่นไอแลนด์ , เซ็นทรัลลาดพร้าว , เซ็นทรัลรามอินทรา, เซ็นทรัลเวสต์วิลล์ , เซ็นทรัลขอนแก่น ,เซ็นทรัลหาดใหญ่


ติดต่อช่องทางออนไลน์ได้ที่ www.applesheepth.com, Line: @applesheep,
Facebook: AppleSheep เคส ipadpro มีที่เก็บปากกา, Instagram: applesheepth, Tiktok: applesheepth

เปิดใจ ดร.ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ“ เจ้าของสวนสยาม”

 


มหาอุทกภัยครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต 90 ปี กับวันที่ทุกตารางนิ้วที่สร้างมาด้วยสองมือต้องจมอยู่ใต้น้ำ สวนสยามจะกลับมาได้ หรือจะเหลือเพียงตำนาน?

ดร.ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้งสวนสยาม (สยามอะเมซิ่งพาร์ค) เปิดใจถึงวิกฤตครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต หลังอุทกภัยครั้งรุนแรงทำให้พื้นที่สวนน้ำและสวนสนุกทั้งหมดจมอยู่ใต้น้ำ ต้องหยุดให้บริการอย่างน้อยครึ่งปี ประเมินความเสียหายเบื้องต้นกว่า 500 ล้านบาท


46 ปีที่ผ่านมา สวนสยามสร้างความสุขและความทรงจำให้คนไทยมาหลายรุ่น แต่วันนี้…สถานที่ที่สร้างขึ้นด้วยสองมือ กลับต้องจมอยู่ใต้น้ำต่อหน้าต่อตา พร้อมอนาคตของพนักงานและครอบครัวหลายพันชีวิตที่ฝากไว้กับสวนแห่งนี้

ดร.ไชยวัฒน์ ส่งกำลังใจถึงผู้ประสบภัยน้ำท่วมทั่วประเทศ พร้อมขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมายังสวนสยาม และวอนขอความช่วยเหลือจากสถาบันการเงินและหน่วยงานภาครัฐ เพื่อต่อลมหายใจให้สวนสยามได้มีโอกาสฟื้นกลับมาเปิดประตูต้อนรับคนไทยอีกครั้ง เพราะสำหรับชายคนนี้ สวนสยามไม่ใช่เพียงธุรกิจ .....แต่คือทั้งชีวิตและจิตใจ

จากสถานที่แห่งความสุขที่อยู่คู่คนไทยมา 46 ปี วันนี้เหลือเพียงคำถามว่า…สวนสยามจะกลับมาได้อีกครั้ง หรือจะต้องเหลือไว้เพียงความทรงจำ

ลิ้งค์ เพื่อรับชมคลิป