26 พฤษภาคม 2569

เพาเวอร์บาย ปลุกตลาดทีวีไทยรับบอลโลก 2026 ดันแคมเปญ “Champion Deals”

รุกเกม Moment Marketing เร่งดีมานด์จอใหญ่–พรีเมียมทีวี


เพาเวอร์บาย ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ดึงกระแสบอลโลก 2026 เร่งชิงตลาดทีวีไทยผ่านกลยุทธ์ “Moment Marketing” เปิดตัวแคมเปญ “Champion Deals” จับอินไซต์คอบอลยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ Home Entertainment ภายในบ้านมากขึ้น ผนึกแบรนด์ทีวีระดับโลกทั้ง Hisense, Samsung, TCL, Haier, LG, SONY และ Toshiba เปิดตัวทีวีรุ่นใหม่ ร่วมด้วยแบรนด์ Lenovo จัดเต็มโปรโมชั่น ลดสูงสุด 50% ลุ้นรับทีวีจอยักษ์ทุกสัปดาห์ รวมมูลค่ากว่า 900,000 บาท และกิจกรรมเอาใจคอบอล ระหว่างวันที่ 21 พฤษภาคม – 8 กรกฎาคม 2569 ครอบคลุมทุกช่องทางทั้งที่ร้านเพาเวอร์บายทั่วประเทศ และออนไลน์ มุ่งกระตุ้นกำลังซื้อผู้บริโภค พร้อมผลักดันการเติบโตของตลาดทีวีไทยในช่วงครึ่งปีหลัง

นางสาวศิวาพร สัมมุตถี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายจัดซื้อออมนิชาแนล บริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด กล่าวว่า “ฟุตบอลโลก 2026 ถือเป็น Global Sporting Event ที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อทีวีของผู้บริโภคไทยอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดทีวีกำลังก้าวเข้าสู่ยุค Home Entertainment อย่างเต็มรูปแบบ ผู้บริโภคในปัจจุบันไม่ได้มองทีวีเป็นเพียงอุปกรณ์รับชมรายการอีกต่อไป แต่กลายเป็น Entertainment Hub ของบ้าน ที่ตอบโจทย์ทั้งการดูคอนเทนต์สตรีมมิ่ง การเล่นเกม และการรับชมกีฬาระดับโลกผ่านประสบการณ์ที่สมจริงมากขึ้น โดยเฉพาะการแข่งขันฟุตบอลโลกยังเป็นคอนเทนต์ที่ผู้บริโภคต้องการรับชมผ่านจอขนาดใหญ่ ภาพคมชัด และระบบเสียงเสมือนจริง ส่งผลให้ตลาดทีวีระดับพรีเมียม อาทิ QLED, OLED, Mini LED และทีวีจอใหญ่ 75 นิ้วขึ้นไป ได้รับความนิยมมากขึ้นและเติบโตต่อเนื่อง”



ทั้งนี้ เพาเวอร์บาย คาดว่าฟุตบอลโลก 2026 จะเป็นแรงขับสำคัญที่ช่วยกระตุ้นตลาดทีวีไทยให้กลับมาคึกคักอีกครั้งในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะกลุ่มพรีเมียมทีวีและทีวีจอใหญ่ ซึ่งได้รับอานิสงส์จากพฤติกรรมการรับชมกีฬาและความบันเทิงภายในบ้านที่เติบโตต่อเนื่อง โดยภาพรวมตลาดทีวีไทยปี 2568 มีมูลค่าประมาณ 22,400 ล้านบาท เติบโตขึ้น 8% ขณะที่ทีวีขนาด 75 นิ้วขึ้นไป เติบโตต่อเนื่อง 10% และกลุ่ม OLED เติบโต 13% นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังมีรอบการเปลี่ยนทีวีเร็วขึ้นเฉลี่ยเหลือประมาณ 4 ปี จากเดิม 6 ปี เพื่ออัปเกรดสู่เทคโนโลยีใหม่ รองรับประสบการณ์การรับชมแบบ Immersive Experience ทั้งคุณภาพภาพ เสียง และฟังก์ชัน AI TV ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่

ในขณะเดียวกัน “ฟุตบอล” ยังคงเป็นคอนเทนต์กีฬาที่ได้รับความนิยมสูงสุดของคนไทย โดยมีสัดส่วนผู้รับชมถึง 62.25% ในปี 2568 และพฤติกรรมการรับชมไม่ได้จำกัดอยู่เพียงหน้าจอทีวี แต่เชื่อมต่อทั้งทีวี สมาร์ทโฟน และโซเชียลมีเดีย จนกลายเป็น Always-on Content ที่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ทุกเจเนอเรชัน พร้อมเป็นการเชื่อมกีฬา เทคโนโลยี และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสมาชิกในครอบครัวและกลุ่มเพื่อนเข้าด้วยกัน ส่งผลให้ฟุตบอลโลกกลายเป็น Seasonal Moment สำคัญที่ช่วยกระตุ้นตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าและสินค้าเทคโนโลยี จากเทรนด์ดังกล่าว เพาเวอร์บายจึงเดินหน้ารุกตลาดทั้งกลุ่มพรีเมียมและแมสเซกเมนต์ ผ่านการนำเสนอสินค้าครอบคลุมทุกระดับราคา ทั้งทีวี คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต โปรเจกเตอร์ และเครื่องเสียง เพื่อรองรับประสบการณ์การรับชมฟุตบอล และความบันเทิงภายในบ้านอย่างครบวงจรในช่วงฟุตบอลโลกนี้

โดยมีสินค้าไฮไลท์จากหลากหลายแบรนด์ดัง อาทิ Hisense ผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการของการแข่งขัน ฟีฟ่า เวิลด์คัพ 2026 นำเสนอ Hisense U6S Series และ U7S Series ทีวี ULED Mini LED รุ่นใหม่ ที่โดดเด่นด้วย Refresh Rate สูง รองรับคอนเทนต์กีฬา เกม และภาพเคลื่อนไหวที่ลื่นไหล พร้อมระบบเสียง Dolby Atmos และเทคโนโลยี AI ยกระดับประสบการณ์ความบันเทิงภายในบ้าน ต่อด้วย Lenovo อีกหนึ่งผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการของการแข่งขัน ฟีฟ่า เวิลด์คัพ 2026 เปิดตัวโน๊ตบุ๊ครุ่นลิมิเต็ด Yoga Slim Ultra 7 14IPH11 FIFA World Cup 26™ Edition ดีไซน์เอ็กซ์คลูซีฟเอาใจแฟนบอลสายเทค มาพร้อมฟีเจอร์ AI อัจฉริยะ ดีไซน์บางเฉียบน้ำหนักเพียง 975 กรัม ขับเคลื่อนด้วย Intel® Core™ Ultra พร้อมหน้าจอ OLED 2.8K 120Hz รองรับ Copilot+PC เพื่อประสบการณ์ทำงานและความบันเทิงระดับพรีเมียม ส่วน Samsung เปิดตัว “World’s First Micro RGB” นวัตกรรมทีวีแห่งอนาคตที่ผสานเทคโนโลยีสีความละเอียดสูงเข้ากับ Vision AI ขณะที่ TCL นำเสนอ X11L Series ทีวีแฟลกชิป SQD-Mini LED ที่มาพร้อมความสว่างคมชัดระดับ HDR 10,000 nits และเทคโนโลยี Precise Dimming สูงสุดกว่า 20,000 โซน ปิดท้ายด้วย Haier เปิดตัวทีวี Mini LED ขนาด 100 นิ้ว กับเทคโนโลยี AI ที่ช่วยปรับภาพอัตโนมัติทำให้ภาพดูมีมิติมากขึ้น เจาะกลุ่มผู้บริโภคสายโฮมเอนเตอร์เทนเมนต์และเกมเมอร์โดยเฉพาะ ไม่เพียงเท่านี้ แคมเปญ “Champion Deals” เพาเวอร์บายจัดเต็มโปรโมชั่นรับกระแสฟุตบอลโลก ทั้งส่วนลดสูงสุด 50%, ลุ้นรับทีวีจอยักษ์ขนาด 85–98 นิ้วทุกสัปดาห์ (สัปดาห์ละ 1 เครื่อง) รวมมูลค่ากว่า 900,000 บาท, ผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน, รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 40,000 บาท, ใช้เพียงบัตรประชาชนใบเดียวผ่อนสบาย นานสูงสุด 36 เดือน อนุมัติไว, พร้อมโปรแกรมเก่าแลกใหม่ลดเพิ่มสูงสุด 10,000 บาท และสิทธิพิเศษ..สมาชิก The 1 แลกคะแนนลดเพิ่ม 12.5%, บริการจัดส่งและติดตั้งฟรี จัดส่งด่วนภายในวัน (ในพื้นที่บริการตามเงื่อนไขที่กำหนด) ระหว่างวันที่ 21 พฤษภาคม – 8 กรกฎาคม 2569 ที่เพาเวอร์บายทุกสาขาทั่วประเทศ และทุกช่องทางออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ www.powerbuy.co.th และแอปพลิเคชัน Power Buy พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรมพิเศษ ระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม – 3 มิถุนายน 2569 ที่เพาเวอร์บาย เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Power Buy Call Center 1324, Line @powerbuy และ Facebook: Power Buy

เชอรี ประเทศไทย กวาด 5 รางวัลใหญ่เวที CHERY International Business Summit

ตอกย้ำความแข็งแกร่งของตลาดไทยบนเวทีโลก

เชอรี ประเทศไทย (Chery Thailand) ประกาศความภาคภูมิใจบนเวทีระดับโลก หลังคว้ารางวัลอันทรงเกียรติถึง 5 รางวัลจากงาน CHERY International Business Summit ประจำปี 2569 ณ เมืองอู๋หู ประเทศจีน สะท้อนความสำเร็จในการสร้างตลาดไทยที่แข็งแกร่งภายใต้วิสัยทัศน์ “For Family” ของ CHERY Automobile ผู้ผลิตยานยนต์ระดับโลกที่มุ่งพัฒนายนตรกรรมเพื่อครอบครัวในทุกตลาดทั่วโลก

มร. จิม ลี ผู้อำนวยการบริหารแบรนด์ เชอรี ประเทศไทย กล่าวว่า “รางวัล 5 สำคัญที่มอบให้แก่ทีมเชอรี ประเทศไทย ในครั้งนี้ เป็นเครื่องยืนยันความตั้งใจของเราในการมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่เปี่ยมคุณภาพและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของครอบครัวคนไทยอย่างแท้จริง เพราะสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือความเชื่อมั่นและประสบการณ์ที่ดีที่สุดของลูกค้าชาวไทย ความสำเร็จนี้เป็นแรงผลักดันให้เราเดินหน้าต่อและไม่หยุดพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ ที่ตอบโจทย์ครอบครัวคนไทยให้ดียิ่งขึ้นต่อไป”

เชอรี ประเทศไทย ผลงานโดดเด่น! คว้า 5 รางวัลสำคัญบนเวทีโลก

ความสำเร็จของเชอรี ประเทศไทย ในครั้งนี้ครอบคลุมทุกมิติของการดำเนินธุรกิจที่มีประสิทธิภาพและสร้างสรรค์ ประกอบด้วย

รางวัล Best Rising Star Award ในฐานะตลาดดาวรุ่งที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานจริงในตลาดท้องถิ่นและมาตรฐานการดำเนินงานที่เป็นเลิศ สะท้อนศักยภาพของทีมงานทุกภาคส่วน ที่สามารถนำยนตรกรรมระดับโลกออกสู่ตลาดใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
รางวัล Outstanding Channel Development Award ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างเครือข่ายผู้จำหน่ายที่แข็งแกร่งและครอบคลุม เพื่อรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในทุกภูมิภาคของประเทศไทย
รางวัล Best Showroom Operation Award การันตีมาตรฐานการบริหารจัดการโชว์รูมที่ยอดเยี่ยม มุ่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าทุกครั้งที่เข้ามาสัมผัสยนตรกรรมและนวัตกรรมของแบรนด์
รางวัล Best Customer Satisfaction Award รางวัลที่พิสูจน์จากประสบการณ์ของผู้ใช้งานจริง สะท้อนความมุ่งมั่นในการให้บริการอย่างเป็นมืออาชีพ จนสามารถสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าชาวไทย
รางวัล One Classic Million Stories ในฐานะ Top 10 International Design โดย 2 ทีมผู้ชนะการประกวดจากเวที Chery V23 Style Up Challenge ในประเทศไทยก่อนหน้านี้ คว้าถึง 2 รางวัลจากเวทีสากลที่คัดสรร 10 ดีไซน์ที่โดดเด่นที่สุดจากตลาดทั่วโลก สะท้อนพลังความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่มีขีดจำกัดของผู้ชนะจากเวทีประกวดของเชอรี ประเทศไทย

นอกเหนือจากความสำเร็จครั้งนี้ CHERY Automotive ยังประกาศวิสัยทัศน์ “For Family” อย่างเป็นทางการ โดยตั้งเป้าเพิ่มลูกค้าครอบครัวใหม่ทั่วโลก 1 ล้านรายในปี 2569 และมุ่งสู่ 10 ล้านรายภายในปี 2573 รองรับด้วยเครือข่ายศูนย์วิจัยและพัฒนา 8 แห่ง ฐานการผลิต 36 แห่ง ตัวแทนจำหน่ายกว่า 2,000 แห่ง และศูนย์บริการมากกว่า 1,800 แห่งทั่วโลก

CP LAND ส่ง ‘bedZ’ รุกตลาดโรงแรมทำเลศักยภาพทั่วไทย


CP LAND ส่ง ‘bedZ’ รุกตลาดโรงแรมทำเลศักยภาพทั่วไทย ผนึกพันธมิตรในเครือสร้าง Value – Per - Experience ครบวงจรกิน-เที่ยว-พัก ประเดิมแห่งแรกที่ชลบุรี

26 พฤษภาคม 2569, กรุงเทพฯ – บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND หนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทยภายใต้เครือเจริญโภคภัณฑ์ เดินหน้าขยายธุรกิจ Hospitality เปิดตัว “bedZ” (เบดซ์) โรงแรม Mid-Scale Lifestyle แบรนด์ใหม่ ภายใต้แนวคิด “Comfy bedZ, Happy GuestZ” ชูกลยุทธ์สร้าง “Value – Per – Experience” เชื่อมโยงประสบการณ์กิน-เที่ยว-พัก ผนึกพันธมิตรในเครือเจริญโภคภัณฑ์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านทำเลและคอมมูนิตี้ไลฟ์สไตล์มอลล์อย่าง บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก “แม็คโคร-โลตัส” ที่มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญด้านทำเลศักยภาพและคอมมูนิตี้ไลฟ์สไตล์มอลล์ เพื่อรองรับการพัฒนาโรงแรมในหัวเมืองสำคัญทั่วประเทศ ประเดิมแห่งแรก “bedZ Hotel Banbueng” (เบดซ์ โฮเทล บ้านบึง) จังหวัดชลบุรี บนทำเลศักยภาพใจกลางเมือง ตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่และกลุ่ม Bleisure ที่มองหาความสะดวกครบจบในจุดเดียว
คุณกีรติ ศตะสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CP LAND กล่าวว่า “การเปิดตัว bedZ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของบริษัทในการต่อยอดธุรกิจโรงแรม ด้วยกลยุทธ์ Strategic Synergy ภายในเครือซีพี เพื่อพัฒนา “Value – Per - Experience” ความคุ้มค่าที่ไม่ได้วัดด้วยราคา แต่ด้วยความหมายของทุกประสบการณ์ที่ได้รับ เปลี่ยนเวลาของการเดินทางให้เป็นกำไรของชีวิต ผ่านประสบการณ์การ กิน-เที่ยว-พัก ให้กลายเป็นเรื่องเดียวกัน ทั้งที่พัก ร้านอาหาร ไลฟ์สไตล์ รีเทล และบริการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้เข้าพักให้ครบวงจรยิ่งขึ้น”

ความร่วมมือกับ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ถือเป็นจุดแข็งสำคัญในการขยายธุรกิจโรงแรมของ bedZ โดยซีพี แอ็กซ์ตร้าจะเข้ามามีบทบาทในการร่วมแนะนำและคัดเลือกทำเลศักยภาพสูง (The Best Location) สำหรับการพัฒนาโรงแรม เชื่อมต่อกับ แม็คโคร-โลตัส ที่ครอบคลุมทั่วประเทศได้อย่างลงตัว ซึ่งจะช่วยให้ bedZ สามารถพัฒนาโรงแรมในทำเลที่ตอบโจทย์ทั้งด้านการเดินทาง การใช้ชีวิต และความสะดวกสบายของผู้เข้าพักและนักเดินทางยุคใหม่ได้อย่างลงตัว อีกทั้งยังช่วยสร้าง Ecosystem ด้านไลฟ์สไตล์และรีเทลที่เชื่อมโยงกันอย่างครบวงจร”
“เราเชื่อว่าโมเดลนี้จะเป็นอีกก้าวสำคัญของ CP LAND ในการพัฒนา Hospitality Platform ที่สามารถเติบโตต่อยอดไปยังหัวเมืองศักยภาพทั่วประเทศในอนาคต” คุณกีรติ กล่าวเสริม
ด้าน คุณเยี่ยม เศรษฐบุตร ผู้อำนวยการกลุ่มงานธุรกิจโรงแรม CP LAND กล่าวว่า “bedZ Hotel Banbueng (เบดซ์ โฮเทล บ้านบึง) ถูกพัฒนาขึ้นบนทำเลย่านธุรกิจสำคัญของอำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี โดยโรงแรมตั้งอยู่ติดกับ Lotus’s บ้านบึง และใกล้ Makro บ้านบึง ซึ่งเป็นคอมมูนิตี้ไลฟ์สไตล์มอลล์ ช่วยให้ผู้เข้าพักสามารถเข้าถึงร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ได้ภายในระยะเดินถึง สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของนักเดินทางและคนทำงานยุคใหม่ที่ต้องการความคล่องตัวในการใช้ชีวิต
เป้าหมายของ bedZ คือการสร้างประสบการณ์เข้าพักที่ ‘‘Comfy bedZ, Happy GuestZ’’ พร้อมยกระดับโรงแรมระดับ Mid-Scale ทั่วประเทศ เพื่อให้ครอบคลุมทุกจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเมืองท่องเที่ยวและเมืองเศรษฐกิจ อาทิเช่น กรุงเทพฯ, เชียงใหม่, แม่สอด, เลย, กาญจนบุรี, เขาใหญ่, สุราษฎร์ธานี, ภูเก็ต เป็นต้น
และเมื่อผสานรวมกับประสบการณ์การพักผ่อนอย่างเหนือระดับ (Quality Sleep) บนเตียงนอนขนาดใหญ่พิเศษ 7 ฟุต พร้อมชุดหมอนหนานุ่มคุณภาพพรีเมียมที่ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันเพื่อส่งมอบความสุขในทุกมิติ รองรับไลฟ์สไตล์ดิจิทัลด้วย Smart TV ขนาดใหญ่ 55 นิ้วในทุกห้องพัก ที่รองรับความบันเทิงระดับโลก อาทิ Netflix และ YouTube พร้อมระบบโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (High-Speed Wi-Fi) ที่ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ นอกจากนี้ห้องน้ำยังได้รับการออกแบบด้วยฟังก์ชันที่ลงตัว แยกสัดส่วนพื้นที่อย่างชัดเจน เพื่อความปลอดภัยสูงสุดและอำนวยความสะดวกให้ผู้เข้าพักสามารถใช้งานพร้อมกันได้อย่างคล่องตัว


“ความร่วมมือกับ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ถือเป็นจุดแข็งสำคัญในการขยายธุรกิจโรงแรมของ bedZ โดยซีพี แอ็กซ์ตร้าจะเข้ามามีบทบาทในการร่วมแนะนำและคัดเลือกทำเลศักยภาพสูง (The Best Location) สำหรับการพัฒนาโรงแรม เชื่อมต่อกับ แม็คโคร-โลตัส ที่ครอบคลุมทั่วประเทศได้อย่างลงตัว ซึ่งจะช่วยให้ bedZ สามารถพัฒนาโรงแรมในทำเลที่ตอบโจทย์ทั้งด้านการเดินทาง การใช้ชีวิต และความสะดวกสบายของผู้เข้าพักและนักเดินทางยุคใหม่ได้อย่างลงตัว อีกทั้งยังช่วยสร้าง Ecosystem ด้านไลฟ์สไตล์และรีเทลที่เชื่อมโยงกันอย่างครบวงจร”
“เราเชื่อว่าโมเดลนี้จะเป็นอีกก้าวสำคัญของ CP LAND ในการพัฒนา Hospitality Platform ที่สามารถเติบโตต่อยอดไปยังหัวเมืองศักยภาพทั่วประเทศในอนาคต” คุณกีรติ กล่าวเสริม
ด้าน คุณเยี่ยม เศรษฐบุตร ผู้อำนวยการกลุ่มงานธุรกิจโรงแรม CP LAND กล่าวว่า “bedZ Hotel Banbueng (เบดซ์ โฮเทล บ้านบึง) ถูกพัฒนาขึ้นบนทำเลย่านธุรกิจสำคัญของอำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี โดยโรงแรมตั้งอยู่ติดกับ Lotus’s บ้านบึง และใกล้ Makro บ้านบึง ซึ่งเป็นคอมมูนิตี้ไลฟ์สไตล์มอลล์ ช่วยให้ผู้เข้าพักสามารถเข้าถึงร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ได้ภายในระยะเดินถึง สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของนักเดินทางและคนทำงานยุคใหม่ที่ต้องการความคล่องตัวในการใช้ชีวิต
เป้าหมายของ bedZ คือการสร้างประสบการณ์เข้าพักที่ ‘‘Comfy bedZ, Happy GuestZ’’ พร้อมยกระดับโรงแรมระดับ Mid-Scale ทั่วประเทศ เพื่อให้ครอบคลุมทุกจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเมืองท่องเที่ยวและเมืองเศรษฐกิจ อาทิเช่น กรุงเทพฯ, เชียงใหม่, แม่สอด, เลย, กาญจนบุรี, เขาใหญ่, สุราษฎร์ธานี, ภูเก็ต เป็นต้น
และเมื่อผสานรวมกับประสบการณ์การพักผ่อนอย่างเหนือระดับ (Quality Sleep) บนเตียงนอนขนาดใหญ่พิเศษ 7 ฟุต พร้อมชุดหมอนหนานุ่มคุณภาพพรีเมียมที่ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันเพื่อส่งมอบความสุขในทุกมิติ รองรับไลฟ์สไตล์ดิจิทัลด้วย Smart TV ขนาดใหญ่ 55 นิ้วในทุกห้องพัก ที่รองรับความบันเทิงระดับโลก อาทิ Netflix และ YouTube พร้อมระบบโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (High-Speed Wi-Fi) ที่ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ นอกจากนี้ห้องน้ำยังได้รับการออกแบบด้วยฟังก์ชันที่ลงตัว แยกสัดส่วนพื้นที่อย่างชัดเจน เพื่อความปลอดภัยสูงสุดและอำนวยความสะดวกให้ผู้เข้าพักสามารถใช้งานพร้อมกันได้อย่างคล่องตัว

ขณะที่พื้นที่ส่วนกลางถูกรังสรรค์ให้เป็น Co-working Space สำหรับการทำงานในบรรยากาศผ่อนคลาย รวมถึงคาเฟ่ที่นำเสนอประสบการณ์ท้องถิ่น (Local Experience) และวิถีชีวิตชุมชน (Local Lifestyle) ของอำเภอบ้านบึง มาถ่ายทอดและตีความใหม่ได้อย่างน่าสนใจ ตลอดจนโซนสันทนาการที่มีโต๊ะเกมเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ เราจึงเชื่อมั่นว่าที่นี่จะเป็นหมุดหมายแห่งใหม่ที่จะส่งมอบความสุขและความอบอุ่นเป็นกันเองให้แก่ผู้มาเยือนทุกท่าน
การขยายตัวอย่างต่อเนื่องในครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ bedZ ในการสร้างสรรค์มาตรฐานใหม่ของธุรกิจโรงแรม ที่ผสานรวมความสะดวกสบายด้านการช้อปปิ้งและไลฟ์สไตล์เข้ากับการพักผ่อนได้อย่างลงตัว โดยมีกำหนดการทยอยเปิดตัวความร่วมมือในแต่ละพื้นที่ เพื่อมุ่งสู่การเป็นเครือข่ายโรงแรมที่ตอบสนองความต้องการของผู้เข้าพักในทุกมิติอย่างแท้จริง

กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ชูพลัง “ครูบัญชีอาสา” กว่า 6,000 คน เป็นโซ่ข้อกลางยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทย

กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ “ครูบัญชีอาสา” ดึงเกษตรกรสอนเกษตรกร น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สร้างภูมิคุ้มกันทางการเงิน พร้อมนำเทคโนโลยีแอปพลิเคชัน SmartMe Plus แบบสั่งการด้วยเสียงมาใช้ หวังขยายเครือข่ายสู่อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

นางพิศมัย อรรถธรรมสุนทร รองอธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เปิดเผยว่า โครงการครูบัญชีอาสาเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 2545 เพื่อสนับสนุนโครงการพักชำระหนี้ของรัฐบาลในขณะนั้น โดยกรมตรวจบัญชีสหกรณ์มีแนวคิดริเริ่มให้เกษตรกรที่ประสบความสำเร็จในการทำบัญชีมาเป็นผู้สอนเกษตรกรด้วยกันเอง เนื่องจากมีความเข้าใจในวิถีชีวิตการทำเกษตรอย่างถ่องแท้ สามารถอธิบายและถ่ายทอดความรู้ได้ชัดเจนตรงจุด ปัจจุบันมีการขึ้นทะเบียนครูบัญชีอาสากว่า 6,000 คนทั่วประเทศ ซึ่งมีการจัดระดับความสามารถเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับ C ในฐานะผู้ช่วยครูบัญชี ระดับ B วิทยากรผู้ช่วย และระดับ A วิทยากรหลัก โดยจะมีการทบทวนและพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่องทุกปี เพื่อให้สามารถลงพื้นที่ถ่ายทอดความรู้ให้แก่เกษตรกร นักเรียน ตลอดจนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ยังได้จัดสัมมนาครูบัญชีอาสาระดับประเทศเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเทคนิคการสอน พร้อมรับมอบนโยบายจากรัฐบาลไปถ่ายทอดต่อสู่เกษตรกรในภาษาที่เข้าใจง่าย ทำให้ครูบัญชีอาสาเปรียบเสมือนโซ่ข้อกลางที่ช่วยเชื่อมโยงนโยบายรัฐสู่การปฏิบัติจริงในระดับพื้นที่ รวมถึงการแก้ปัญหาในพื้นที่ห่างไกลบนดอย โดยการสร้างครูบัญชีที่สามารถสื่อสารภาษาถิ่นได้ เพื่อให้เกษตรกรทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงการทำบัญชี รู้จักต้นทุน ค่าแรงงาน และประเมินกำไรขาดทุนของพืชแต่ละชนิดได้อย่างแม่นยำ นำไปสู่การตัดสินใจวางแผนการผลิตและการปรับเปลี่ยนอาชีพที่เหมาะสม

ความสำเร็จของโครงการตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเป็นที่ประจักษ์ชัด โดยตั้งแต่ปี 2548 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้จัดให้มีการเชิดชูเกียรติครูบัญชีอาสาที่ผ่านการคัดเลือกเป็นเกษตรกรดีเด่นสาขาบัญชีฟาร์ม เพื่อเข้ารับพระราชทานรางวัลในพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ โดยกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ได้นำเรื่องราวความสำเร็จเหล่านี้มาจัดทำเป็นหนังสือเผยแพร่เป็นประจำทุกปี เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เกษตรกรรายอื่นๆ ต่อไป โดยในปี 2569 นี้ รางวัลชนะเลิศระดับประเทศ ได้แก่ นายสุริยา ขันแก้ว เกษตรกรดีเด่นจากจังหวัดแพร่ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ นายสัญญา หิรัญวดี เกษตรกรดีเด่นจากจังหวัดภูเก็ต รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ นายเกรียงศักดิ์  นุ้ยสี  เกษตรกรดีเด่นจากจังหวัดตรัง และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ได้แก่ นายไพทูลย์ อินหา เกษตรกรดีเด่นจากจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งทั้ง 4 ท่านถือเป็นสุดยอดผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง ที่มีความโดดเด่นทั้งในด้านการจัดทำบัญชี การถ่ายทอดความรู้ และเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยต่อไป

"ถ้าเราได้จดบันทึกบัญชี เราจะเห็นออกมาเป็นตัวเงิน ทำให้เรารู้ว่าในแต่ละฤดูกาลผลิตเรามีรายได้และค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ พืชแต่ละชนิดปลูกแล้วมีกำไรไหม อันนี้คือความสำคัญที่ทำให้เกษตรกรนำตัวเลขตรงนี้ไปพิจารณาว่าควรจะปลูกพืชชนิดนั้นต่อไปหรือไม่ และช่วยให้วางแผนการผลิตได้ดีขึ้น ทั้งนี้ ต้องขอขอบคุณครูบัญชีอาสาทุกท่านที่ได้ช่วยเหลือเป็นวิทยาทานให้ความรู้กับเกษตรกร ทำให้เป็นโซ่ข้อกลางที่สามารถนำนโยบายของรัฐบาลไปถ่ายทอด และช่วยกระตุ้นให้เพื่อนเกษตรกรได้จัดทำบัญชี สร้างวินัยทางการเงินทางอ้อม เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต มีเงินออม และสามารถนำไปต่อยอดธุรกิจได้อย่างยั่งยืน"

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการแก้ปัญหาข้อจำกัดด้านพื้นที่ห่างไกลและการเข้าถึงเทคโนโลยี กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ได้พัฒนาแอปพลิเคชัน SmartMe Plus สำหรับจัดทำบัญชีครัวเรือนและบัญชีต้นทุนอาชีพ ที่มีความพิเศษคือรองรับ “การสั่งการด้วยเสียง” ครอบคลุมทั้งภาษากลางและภาษาถิ่น ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่เกษตรกรสูงวัยที่ไม่ถนัดการพิมพ์ และยังตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว

สำหรับทิศทางในอนาคต กรมฯ ได้รับนโยบายจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการเตรียมขยายเครือข่ายครูบัญชีอาสาไปยังกลุ่ม "อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.)" เพื่อให้สามารถเข้าถึงเกษตรกรได้ครอบคลุมทุกตำบลและทุกพื้นที่มากยิ่งขึ้น

“ต้องขอขอบคุณคุณครูบัญชีอาสาทุกท่าน ที่ได้ช่วยเหลือเป็นวิทยาทานให้ความรู้กับเกษตรกร ทำให้เกษตรกรหลายท่านรู้จักนำข้อมูลทางบัญชีมาใช้ประโยชน์ แก้ปัญหาหนี้สิน ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และปรับปรุงอาชีพของตนเอง ทั้งนี้ อยากเชิญชวนให้เกษตรกรทุกท่าน รวมถึงเยาวชน ได้ฝึกฝนการจดบันทึกบัญชี เพื่อให้ทราบถึงรายรับ รายจ่าย และเงินออมในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งจะเป็นการสร้างวินัยทางการเงินทางอ้อม และฝึกให้เราเป็นผู้วางแผนการเงินเพื่อพัฒนาชีวิต รองรับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจในรูปแบบต่างๆ ต่อไปในอนาคตค่ะ” นางพิศมัย กล่าวทิ้งท้าย

25 พฤษภาคม 2569

กรมการท่องเที่ยวเผยกองถ่ายต่างชาติจากเทศกาลหนังเมืองคานส์

แห่สนใจลงทุนถ่ายทำในไทยกว่า 3.3 พันล้านบาท

กรมการท่องเที่ยวสรุปผลความสำเร็จจากการเข้าร่วมออกคูหาในงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ ครั้งที่ 79 ณ คูหาประเทศไทย ภายใน International Village เมืองคานส์ สาธารณรัฐฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 12 – 20 พฤษภาคม 2569 สามารถดึงดูดผู้ผลิตภาพยนตร์และกองถ่ายต่างประเทศจากทั่วโลกให้ความสนใจเข้ามาลงทุนถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทย คาดการณ์มูลค่าการลงทุนกว่า 3,380 ล้านบาท
การเข้าร่วมงานในครั้งนี้ กรมการท่องเที่ยวมุ่งประชาสัมพันธ์ศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการถ่ายทำภาพยนตร์ระดับโลก ทั้งด้านความหลากหลายของสถานที่ถ่ายทำที่สามารถดัดแปลงเป็นฉากในประเทศต่าง ๆ ได้ทั่วโลก ความพร้อมของทีมงานมืออาชีพ สตูดิโอถ่ายทำที่ได้มาตรฐานสากล ตลอดจนมาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย หรือ Cash Rebate สูงสุด 30% ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยดึงดูดกองถ่ายจากนานาประเทศให้เข้ามาถ่ายทำในไทยอย่างต่อเนื่อง


ตลอดระยะเวลาการจัดงาน มีผู้ผลิตและผู้สร้างภาพยนตร์ต่างประเทศเข้ามาสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก โดยมีผู้ผลิตรายใหญ่ จำนวน 18 ราย จากฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา บราซิล บัลแกเรีย เดนมาร์ก เยอรมนี อิสราเอล อินเดีย นิวซีแลนด์ อิตาลี สหราชอาณาจักร และสาธารณรัฐประชาชนจีน แสดงความสนใจเข้ามาลงทุนถ่ายทำในประเทศไทย คาดการณ์มูลค่าการลงทุนรวมกว่า 3,380 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจ และส่งเสริมการจ้างงานในอุตสาหกรรมภาพยนตร์และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องของประเทศไทย
นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวว่า การเข้าร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ในปีนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญในการประชาสัมพันธ์ศักยภาพของประเทศไทยสู่สายตาผู้ผลิตภาพยนตร์ระดับโลก โดยประเทศไทยยังคงได้รับความเชื่อมั่นจากผู้สร้างภาพยนตร์ต่างประเทศ ทั้งด้านสถานที่ถ่ายทำ บุคลากรที่มีคุณภาพ ระบบการอำนวยความสะดวก และมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ ซึ่งกรมการท่องเที่ยวพร้อมผลักดันและอำนวยความสะดวกให้กองถ่ายต่างประเทศเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น เพื่อสร้างรายได้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศอย่างยั่งยืน


นอกจากนี้ กรมการท่องเที่ยวยังได้จัดกิจกรรมสำคัญภายในคูหาประเทศไทย ได้แก่ งานแถลงความพร้อมการเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย “Thailand Filming Paradise Reception” และกิจกรรม “Thailand Happy Hour” เพื่อสร้างเครือข่ายและดึงดูดผู้ผลิตภาพยนตร์จากนานาประเทศให้เข้ามาสอบถามข้อมูลและเจรจาทางธุรกิจด้านการถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น
ทั้งนี้ การเข้าร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ครั้งที่ 79 ในปีนี้ กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้บูรณาการความร่วมมือร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อร่วมกันส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยและผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมภาพยนตร์ระดับนานาชาติอย่างเป็นรูปธรรม

4 องค์กรหลัก ผสานความร่วมมือ หนุนท่องเที่ยวเมืองประวัติศาสตร์ “สุโขทัย ศรีสัชนาลัย กำแพงเพชร”

จังหวัดสุโขทัย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ( ททท.) สำนักงานสุโขทัย กำแพงเพชร องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ( อพท.) สุโขทัย ศรีสัชนาลัย กำแพงเพชร และชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว ( ช.ส.ท. ) จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวภายใต้โครงการ “สุขทันที...ที่เที่ยวสุโขทัย กำแพงเพชร” ระหว่างวันที่ 19 - 22 พฤษภาคม 2569  นำสื่อมวลชนและนักท่องเที่ยววัยเก๋ากว่าห้าสิบชีวิตลงพื้นที่ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงฤดูฝน พร้อมส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงเมืองมรดกโลกและเมืองน่าเที่ยวของภาคเหนือตอนล่าง กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและสร้างการรับรู้ถึงเสน่ห์ของเมือง ที่เต็มไปด้วยเรื่องราว อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบและยั่งยืน 


นายธีรยุทธ สำราญทรัพย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เปิดเผยว่า ภาพรวมเชิงนโยบายของจังหวัดสุโขทัย ทางด้านส่งเสริมการท่องเที่ยว จังหวัดสุโขทัยทางท่านผู้ว่าราชการจังหวัดมีนโยบายในการพัฒนาจังหวัดโดยมุ่งไปสู่คำที่เรียกว่า “สุโข สุขี ที่สุโขทัย” ส่วนหนึ่งที่เป็นนโยบายสำคัญคือเรื่องของการส่งเสริมการท่องเที่ยว จังหวัดสุโขทัยมีเอกลักษณ์ ประเพณีที่โดดเด่น มีศิลปะ มีภูมิปัญญาท้องถิ่นที่น่าค้นหา 






นโยบายสำคัญเรื่องหนึ่งคือ การสืบสาน รักษา ต่อยอด ความเป็นมรดกโลก เพื่อสร้างอาชีพ สร้าง คุณค่าและสร้างรายได้ให้กับคนที่นี่ วันนี้หน่วยงานที่จะเป็นกำลังหลักในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสุโขทัย เรามีการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุโขทัย ผู้จัดการอพท. สุโขทัย มาผนึกกำลังกัน รวมทั้งการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด ร่วมกันในการบูรณาการในการส่งเสริมกิจกรรม  ในส่วนของจังหวัดไม่อยากให้จังหวัดสุโขทัยมีแค่การท่องเที่ยวลอยกระทงอย่างเดียว อยากให้มีกิจกรรมตลอดปี ท่านผู้ว่าฯ ก็ได้สนับสนุนให้แต่ละอำเภอมีกิจกรรมให้มากที่สุด นโยบายอย่างหนึ่งคือ ทุกอำเภอต้องไปหางานดี งานอีเวนท์ที่เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในแต่ละอำเภอ  ตรงนี้สอดคล้องกับนโยบายของกรมการปกครอง ที่ให้แต่ละอำเภอทำโครงการนายอำเภอพาเที่ยว เป็นภาพในการดำเนินการเชิงนโยบาย ส่วนของกิจกรรมก็อยากให้เกิดทุกช่วง แม้หน้าฝนเอง เดือนนี้ก็มีสองกิจกรรม วันที่ 7 มิถุนายนจะมีการวิ่งเทรลครั้งที่ 3 ที่ อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย เมืองมรดกโลก และวันที่ 11  มิถุนายนเป็นการเปิดเขาหลวง 

ด้าน ว่าที่ร้อยตรี ภาณุวัฒน์ ขัดนาค ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุโขทัย กำแพงเพชร (ททท.)เปิดเผยว่า ในส่วนของททท.เอง ดูแลด้านการตลาดส่งเสริมการท่องเที่ยว ไม่ว่าตลาดนักท่องเที่ยวชาวไทยหรือชาวต่างชาติ จะเห็นว่าจังหวัดสุโขทัยมีความน่าสนใจ เป็นเมืองที่น่าท่องเที่ยว และมีนักท่องเที่ยวมาเยือนตลอดทั้งปี มีนักท่องเที่ยวล้านกว่าคน สร้างรายได้ให้กับจังหวัดจำนวนมาก ดังนั้นจังหวัดสุโขทัยทั้งเก้าอำเภอ มีแหล่งท่องเที่ยวและทรัพยากรการท่องเที่ยวที่สามารถดึงดูดใจนักท่องเที่ยวได้ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวด้านประวัติศาสตร์ทั้งอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวชุมชนที่มีมาตรฐาน เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถนำเสนอขายกับนักท่องเที่ยวได้ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ 

พันเอก นาวิน ปรีชาพณิชยกุล ผู้จัดการ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ( อพท. ) เปิดเผยว่า อพท.ประกาศพื้นที่นี้เป็นพื้นที่พิเศษที่ทำงานตั้งแต่ต้นน้ำกับกลางน้ำ อพท. ไปเตรียมศักยภาพชุมชนโดยผ่านเครื่องมือที่เป็นรางวัลต่าง ๆ 

ที่ทำประสบความสำเร็จมาแล้วคือ การขับเคลื่อนเมืองสุโขทัยจากเมืองมรดกโลก มรดกความทรงจำ จนได้รับรางวัลเมืองสร้างสรรค์ ทางด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน นับเป็นหนึ่งในเก้าเมืองของประเทศไทยที่ได้รับรางวัลจากยูเนสโก นอกจากนี้เราต่อยอดเมืองที่เรียกว่าการเรียนรู้ตลอดชีวิต ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ผ่านการเสนอเข้ารับเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ของโลก หรือ Learning City  รางวัลต่างๆ เป็นตัวชี้วัดในการพัฒนาท้องถิ่นหรือเป็นเข็มทิศในการพัฒนาเมืองของเรา ผ่านมิติของการทำการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวที่สำคัญคือการทำท่องเที่ยวแบบยั่งยืน สิ่งที่เกิดขึ้นในสุโขทัย เกิดขึ้นจากแรงบันดาลไทย หรือแรงบันดาลใจของความเป็นคนสุโขทัย พร้อมยินดีต้อนรับในฐานะเป็นเจ้าบ้านที่ดี






นางวรางคณา สุเมธวัน ประธานชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว ( ช.ส.ท. ) กล่าวว่า  หน้าที่ของสื่อมวลชนคือการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สิ่งที่ดีงามต่าง ๆ ออกไปให้เป็นที่รู้จัก พี่น้องคนไทยเองรวมทั้งนักท่องเที่ยวทั่วโลก เราภูมิใจกับผืนแผ่นดินไทยทุกที่ โดยเฉพาะวันนี้เรามาที่จังหวัดสุโขทัยและกำแพงเพชร เพื่อที่จะประกาศให้คนทั่วไปได้รับรู้ถึงศักยภาพของที่นี่ 

โดยนำคณะกรรมการบริหารชมรม ฯ สมาชิกสื่อมวลชนจากหลากหลายสำนัก รวมถึงกลุ่มนักท่องเที่ยววัยเก๋า เดินทางร่วมกิจกรรมท่องเที่ยวและประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัด ซึ่งถือเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวทั้งในเชิงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม วิถีชุมชน และธรรมชาติ”






ตลอดเส้นทางการเดินทาง คณะสื่อมวลชนและนักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ศรีสัชนาลัย กำแพงเพชร อุทยานแหล่งมรดกโลกอันทรงคุณค่า ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ตลาดท้องถิ่น อาหารพื้นเมือง และวิถีชีวิตเรียบง่ายที่ยังคงเอกลักษณ์ของชาวสุโขทัยและกำแพงเพชรไว้อย่างงดงาม พร้อมร่วมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยผ่านสื่อแขนงต่างๆ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวออกเดินทางสัมผัสเสน่ห์เมืองไทยในช่วง Green Season

กิจกรรมในครั้งนี้ ยังสะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสื่อมวลชน ในการผลักดันการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศในช่วงครึ่งปีหลังอีกด้วย



การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตาก ขอเชิญชวนร่วมสืบสานงานประเพณี “ขึ้นธาตุเดือนเก้า (เหนือ)”

โดยมี “อาจารย์คฑา ชินบัญชร” นำทัพสายบุญร่วมกิจกรรมพลังบุญ เสริมสิริมงคลหนุนดวงชะตา การท่องเที่ยวแห่งประเทศฯไทย (ททท.) สำนักงานตาก ขอเชิญชวนร่วมสืบสานและสัมผัสพลังศรัทธาอันยิ่งใหญ่ในงาน “ประเพณีขึ้นธาตุเดือนเก้า (เหนือ)” ประจำปี ๒๕๖๙ ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๓๐ พฤษภาคม – ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ ณ วัดพระบรมธาตุ อำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก โดยปีนี้มีความพิเศษ ททท.สำนักงานตาก ได้เชิญนักพยากรณ์ชื่อดัง “อาจารย์คฑา ชินบัญชร” เดินทางมาร่วมกิจกรรมพลังบุญ นำสื่อมวลชนและผู้ศรัทธาเข้าร่วมพิธีศักดิ์สิทธิ์เพื่อเสริมพลังชีวิตและหนุนดวงชะตา


ประเพณีขึ้นธาตุเดือนเก้า (เหนือ) เป็นประเพณีที่ชาวบ้านตากสืบทอดต่อกันมาแต่โบราณ เพื่อเป็นการสักการะองค์พระบรมสารีริกธาตุ และบวงสรวงขอพรเทวดาในการเริ่มฤดูทำนา โดยจะจัดในวันขึ้น ๑๔ และ ๑๕ ค่ำ เดือนเก้าเหนือ ซึ่งในแต่ละปีวันที่และเดือนสากลจะไม่ตรงกัน เนื่องจากนับตามปฏิทินล้านนา (อยู่ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายนของทุกปี) บรรยากาศในงานจะเต็มไปด้วยพลังแห่งความเลื่อมใส ศรัทธา โดยเฉพาะในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนเก้า ผู้คนจะจัดเตรียมเครื่องคาว หวาน ธูป เทียน ดอกไม้ ตกแต่งประดับประดาสวยงาม มารวมกันบริเวณเชิงสะพานบุญ แล้วเคลื่อนขบวนไปตามสะพานบุญ ขึ้นสู่บันไดนาคผ่านประตูไปยังองค์พระธาตุ เพื่อบูชาเครื่องสักการะขอพรให้การทำนาลุล่วงไปด้วยดี ฝนตกต้องตามฤดูกาล ภายในงานมีกิจกรรมและขบวนแห่ตามประเพณีดั้งเดิมที่น่าสนใจดังนี้ :

-พิธีถวายผ้าห่มองค์พระบรมธาตุ: ร่วมห่มผ้าองค์เจดีย์สีทองรายล้อมด้วยเจดีย์ย่อย ซึ่งเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของผู้ที่เกิดปีมะเมีย

-ขบวนแห่ปัจจัยไทยทานและผ้าห่มธาตุ: เริ่มเคลื่อนขบวนจากบริเวณหนองเล่ม ผ่าน "สะพานบุญ" มุ่งสู่องค์พระบรมธาตุอย่างตระการตา

-ขบวนตุงไชยและต้นเงินต้นทอง: ตกแต่งตามแบบศิลปวัฒนธรรมล้านนาอย่างสวยงาม สะท้อนความเลื่อมใสของคนในท้องถิ่น

กราบหลวงพ่อทันใจ: ขอพรความสำเร็จจากพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองตาก

กิจกรรมพลังบุญกับอาจารย์คทา: มีการนำสวดมนต์รับพลังบวก แนะนำเคล็ดลับการไหว้ขอพรองค์พระธาตุศักดิ์สิทธิ์ และการทำบุญหนุนดวงชะตาตามหลักทักษา


นางสาวธมลวรรณ เจริญวงศ์พิสิฐ ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตาก กล่าวว่างานประเพณีขึ้นธาตุเดือนเก้า (เหนือ) นี้เป็นประเพณีพื้นถิ่นที่มีความศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ที่เกิดปีมะเมีย เนื่องจากวัดพระบรมธาตุแห่งนี้ มีลักษณะเป็นพระเจดีย์ใหญ่สีทอง รายล้อมด้วยเจดีย์ย่อย คล้ายกับพระเจดีย์ชเวดากอง ซึ่งบรรจุพระเกศาธาตุและพระบรมสารีริกธาตุส่วนพระนลาฏขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีมะเมีย และขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาอันเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาเดินทางร่วมบุญครั้งยิ่งใหญ่ในครั้งนี้

สอบถามรายละเอียดได้ที่ : การท่องเที่ยวแห่งประเทศฯไทย (ททท.) สำนักงานตาก
โทรศัพท์ ๐ ๕๕๕๑ ๔๓๔๑-๓


นางสาวธมลวรรณ เจริญวงศ์พิสิฐ ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตาก กล่าวว่างานประเพณีขึ้นธาตุเดือนเก้า (เหนือ) นี้เป็นประเพณีพื้นถิ่นที่มีความศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ที่เกิดปีมะเมีย เนื่องจากวัดพระบรมธาตุแห่งนี้ มีลักษณะเป็นพระเจดีย์ใหญ่สีทอง รายล้อมด้วยเจดีย์ย่อย คล้ายกับพระเจดีย์ชเวดากอง ซึ่งบรรจุพระเกศาธาตุและพระบรมสารีริกธาตุส่วนพระนลาฏขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีมะเมีย และขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาอันเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาเดินทางร่วมบุญครั้งยิ่งใหญ่ในครั้งนี้

สอบถามรายละเอียดได้ที่ : การท่องเที่ยวแห่งประเทศฯไทย (ททท.) สำนักงานตาก
โทรศัพท์ ๐ ๕๕๕๑ ๔๓๔๑-๓


FACEBOOK : ททท.สำนักงานตาก : TAT Tak Office

#สุขทันทีที่เที่ยวตาก #สุขทันที่ที่ร่วมงานแห่ผ้าขึ้นธาตุปีมะเมีย #ทททสำนักงานตาก #toptotravel

23 พฤษภาคม 2569

“นิกร” รมว.พม.ลงพื้นที่ร่มเกล้า เพื่อติดตามการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน


“นิกร” รมว.พม.ลงพื้นที่ร่มเกล้า เพื่อติดตามการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมทั้งสภาพแวดล้อมของการอยู่อาศัย หวังยกระดับชุมชนแก้ปัญหาขยะ-น้ำเสียอย่างยั่งยืน

นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ลงพื้นที่โครงการเคหะชุมชนร่มเกล้า เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมเร่งขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนแบบครบวงจร ทั้งการจัดการสิ่งแวดล้อม ฟื้นฟูพื้นที่สาธารณะ และดูแลกลุ่มเปราะบาง มุ่งยกระดับชุมชนให้น่าอยู่ ปลอดภัย และเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยมี นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ นายธวัช สินพันธุ์ รองผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ และคณะผู้บริหารการเคหะแห่งชาติ ร่วมให้การต้อนรับ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ณ พื้นที่ร่มเกล้า ถนนร่มเกล้า แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ

นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามความคืบหน้าการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ร่มเกล้า รวมถึงรับฟังและติดตามการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ซึ่งการลงพื้นที่ในครั้งนี้ เริ่มจากการตรวจเยี่ยมสหกรณ์บริการเพื่อคนตาบอดและคนพิการ จำกัด โซน 6 เพื่อรับทราบถึงปัญหา สภาพความเป็นอยู่ และความต้องการในการดำรงชีวิตของคนตาบอด ซึ่งหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือต่อไป
นอกจากนี้ รมว.พม.ยังได้เยี่ยมชมระบบบำบัดน้ำเสียในโครงการฟื้นนครร่มเกล้า โซน 7 ซึ่งปัจจุบันอยู่ภายใต้การดูแลของสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร พร้อมทั้งกำชับให้มีการบริหารจัดการระบบบำบัดน้ำเสียอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่สร้างมลพิษทางน้ำก่อนระบายลงสู่ลำรางสาธารณะ รวมถึงการปรับปรุงและเพิ่มพื้นที่สีเขียวบริเวณคลองลำไส้ไก่ (สวนร่มเกล้าภิรมย์) เพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจและออกกำลังกายสำหรับผู้อยู่อาศัยในชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของ รมว.พม.ที่มอบนโยบายให้การเคหะแห่งชาติดำเนินการจัดการขยะและของเสียในชุมชนอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งยกระดับสิ่งแวดล้อมชุมชนให้น่าอยู่และยั่งยืน อีกทั้งเน้นย้ำให้เพิ่มพื้นที่สีเขียวในชุมชนอีกด้วย
ต่อมา รมว.พม. ได้ตรวจดูพื้นที่ว่างบริเวณติดถนนกรุงเทพกรีฑา-ร่มเกล้า ซึ่งมักจะมีบุคคลภายนอกชุมชนร่มเกล้านำขยะมาทิ้งบริเวณดังกล่าว ปัจจุบันการเคหะแห่งชาติได้นำรถแบคโฮเข้าปรับเกลี่ยพื้นที่ขนย้ายขยะ และติดตั้งป้าย “ห้ามบุกรุกและห้ามนำขยะมาทิ้ง” เรียบร้อยแล้ว ส่วนสำนักงานเขตลาดกระบังได้ล้อมรั้วชั่วคราวไม่ให้บุคคลภายนอกนำขยะมาทิ้งอีก

นอกจากนี้ การเคหะแห่งชาติยังได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดพร้อมแผงโซลาร์เซลล์ จำนวน 5 ชุด บริเวณเสาไฟฟ้าตลอดแนวถนนซึ่งได้รับอนุญาตจากการไฟฟ้านครหลวง เขตลาดกระบัง เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของชุมชน รวมถึงจะพัฒนาพื้นที่ว่างไม่ให้รกร้างและจัดประโยชน์เพื่อสร้างรายได้เข้าองค์กรต่อไป
“การลงพื้นที่ครั้งนี้ รมว.พม.ได้เห็นปัญหาที่แท้จริง รวมทั้งรับทราบความเดือดร้อน และความต้องการของประชาชนในชุมชนโดยตรง ทำให้สามารถสั่งการแก้ไขได้อย่างตรงจุดและทันท่วงที ซึ่งเป็นไปตามพันธกิจของการเคหะแห่งชาติที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่การสร้างบ้าน แต่เป้าหมายสูงสุดคือ การสร้างสังคมคุณภาพและพัฒนาชุมชนอัจฉริยะและน่าอยู่อย่างยั่งยืนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น” นายทวีพงษ์ กล่าวทิ้งท้าย