24 สิงหาคม 2569

กรมกิจการผู้สูงอายุ จับมือ “มูลนิธิวีวี แชร์” และภาคีเครือข่าย ส่งมอบอาหาร หนุนโภชนาการกลุ่มเปราะบางในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี

วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เวลา 14.00 น. ณ อาคารอเนกประสงค์ ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุจังหวัดปทุมธานี นายโชคชัย วิเชียรชัยยะ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ มอบหมายให้ นางวรรณภา สุขคง รองอธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ เป็นประธานในพิธีรับมอบผลิตภัณฑ์อาหารแช่แข็งและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป จาก คุณศรินทร เมธีวัชรานนท์ ผู้แทนมูลนิธิวีวี แชร์ พร้อมด้วยผู้แทนบริษัท เชฟแคร์ส โปรดักท์ จำกัด และบริษัท ซี เจ เอ-ลิสต์ จำกัด เพื่อนำไปส่งต่อแก่ประชาชนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี โดยมีนางดุสิตา เชาวน์เลิศ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดปทุมธานีหัวหน้าหน่วยงานทีม One Home สังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จังหวัดปทุมธานี ประธานอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) จังหวัดปทุมธานี และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมในพิธี  



สำหรับการสนับสนุนผลิตภัณฑ์อาหารในครั้งนี้ คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 4,717,440 บาท ประกอบด้วย แฮมเบอร์เกอร์หมู จำนวน 48 ลัง (15,840 ชิ้น) แพนเค้ก จำนวน 661 ลัง (237,960 ชิ้น) และบะหมี่รามยอน จำนวน 5,040 ลัง (120,960 ซอง) ซึ่งจะกระจายความช่วยเหลืออย่างทั่วถึงไปยังกลุ่มเป้าหมายในความอุปการะของหน่วยงานสังกัดกระทรวง พม. (One Home) จังหวัดปทุมธานี ครอบคลุมทั้ง 14 หน่วยงาน รวมจำนวนผู้รับบริการทั้งสิ้น 2,750 คน ทั้งกลุ่มผู้สูงอายุในศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุจังหวัดปทุมธานี คนไร้ที่พึ่ง คนพิการ เด็กและเยาวชนในสถานสงเคราะห์ ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ตลอดจนประชาชนกลุ่มเปราะบางที่อยู่ในความดูแลของหน่วยงานบริการสังคมและเครือข่าย อพม. ในจังหวัดปทุมธานี 




นางวรรณภา กล่าวว่า ในนามของกระทรวง พม. และกรมกิจการผู้สูงอายุ ขอขอบคุณมูลนิธิวีวี แชร์ บริษัท เชฟแคร์ส โปรดักท์ จำกัด บริษัท ซี เจ เอ-ลิสต์ จำกัด รวมถึงผู้ประสานงานทุกท่าน ที่ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการยกระดับคุณภาพชีวิตและร่วมเคียงข้างกลุ่มเปราะบางอย่างต่อเนื่อง การสนับสนุนอาหารในครั้งนี้นอกจากจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายด้านอาหารและโภชนาการของสถานสงเคราะห์และหน่วยงานต่าง ๆ แล้ว ยังเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้รับบริการและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน โดยหน่วยงาน พม. One Home จังหวัดปทุมธานี จะเร่งจัดสรรผลิตภัณฑ์อาหารทั้งหมดให้ถึงมือกลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป  การผนึกกำลังร่วมกันในครั้งนี้ สะท้อนถึงพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคประชาสังคม และภาคเอกชน ในการร่วมกันขับเคลื่อนงานพัฒนาสังคมเชิงรุก เพื่อส่งเสริมสุขภาวะทางโภชนาการและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนกลุ่มเปราะบางทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน

โครงการสร้างอุทยานหลวงปู่มั่น เชิญร่วมสร้างมหากุศลครั้งประวัติศาสตร์ “อุทยานหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต” วัดสัมปัตตะวนาราม จังหวัดนครราชสีมา

วัดสัมปัตตะวนาราม (ธรรมยุต) อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ขอเชิญพุทธศาสนิกชน ผู้มีจิตศรัทธา และผู้มีจิตเป็นกุศล ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการจัดสร้าง “อุทยานหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต” เพื่อสืบสานพระเกียรติคุณและปฏิปทาแห่งพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต พระมหาเถระผู้เป็นต้นแบบสำคัญของพระกรรมฐานสายวัดป่า 

วัตถุประสงค์ ครั้งนี้ 

1.น้อมภวายบุชาธรรมพ่อแม่ครูบาอาจารย์พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต  

2. เป็นอนุสรณ์ที่ระลึกในวาระพิเศษสำคัญและสามารถใช้ประโยชน์ในการประกอบศาสนกิจ

 3.ใช้เป็นศูนย์เผยแพร่องคือความรู้เกี่ยวกับสายพระป่ากรรมฐาน  

4. เพื่อใช้เป็นสถานที่ฝึกวิปัสสนากรรมฐานตามปฏิปทาท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต 

5.ใช้เป้นพื้นที่สนับสนุนงานสารณกุศลและการพัฒนาสังคม 




โครงการดังกล่าว จัดสร้าง รูปเหมือนหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ขนาดหน้าตัก 9 เมตร พร้อมอาคารประดิษฐาน เพื่อเป็นสถานที่แห่งการรำลึกถึงคุณูปการและคำสอนของหลวงปู่มั่น ตลอดจนเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนและอนุชนรุ่นหลัง ให้ได้ศึกษา เรียนรู้ และน้อมนำแนวทางการปฏิบัติธรรมไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต

นอกจากนี้ โครงการยังเปิดโอกาสให้ผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมเป็นเจ้าภาพในการจัดสร้าง โดยจะมีการ “จารึกนามเจ้าภาพ” อย่างสมเกียรติ เพื่อบันทึกไว้เป็นอนุสรณ์แห่งความศรัทธา และเป็นเกียรติประวัติอันดีงามของเจ้าภาพและวงศ์ตระกูลสืบไป

การจัดสร้างอุทยานหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ในครั้งนี้ ยังถือเป็นกิจกรรมสำคัญเพื่อร่วม เฉลิมฉลองวาระครบรอบ 159 ปีชาตกาล และก้าวสู่ทศวรรษใหม่แห่งการสืบสานปฏิปทา สู่ 160 ปีชาตกาลพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต อันเป็นโอกาสสำคัญในการร่วมกันสืบทอดพระธรรมคำสอนและคุณงามความดีให้คงอยู่คู่พระพุทธศาสนา โดยมี คุณกฤตชัย พยอมแย้ม ประธานคณะอนุกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์โครงการและ ร.ท.หญิง ปริศญา คูหามุข (น้องแมงปอ) อนุคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์โครงการ เป็นผู้ดำเนินรายการ

รายนามเจ้าภาพอุปถัมภ์มีดังต่อไปนี้

1.  ดร.ปราศรัย ประวัติรุ่งเรืองพร้อมครอบครัว  ร่วมบุญเป็นเจ้าภาพอุปถัมภ์ 1,000,000 บาท (โอนแล้ว)

2.  ดร.กันกุล ดำรงปิยวุฒิ์ประธานกรรมการ บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) ร่วมบุญเป็นเจ้าภาพอุปถัมภ์ 2,751,000 บาท (โอนแล้ว)

3.  ดร.ปนัดดา เจริญจิตมั่น ประธานกรรมการบริหารของบริษัท เจซีเจพลาส จำกัด (Double  ร่วมบุญเป็นเจ้าภาพอุปถัมภ์ 1,000,000 บาท (โอนแล้ว)

4..  ดร.(กิตติมศักดิ์) พรทิพา สุพัฒนุกุล (ผอ.ฟ้า) ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ฟ้าให้ทีวี , ประธานมูลนิธิผู้ให้ย่อมใจเป็นสุข ร่วมบุญเป็นเจ้าภาพอุปถัมภ์ 1,000,000 บาท (โอนแล้ว)

5.  คุณประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทีพีไอโพลีน จำกัด และ บริษัททีพีไอโพลีนเพาเวอร์ จำกัด มหาชน เป็นเจ้าภาพอุปถัมภ์สนับสนุนวัสดุก่อสร้างจนกว่าโครงการจะแล้วเสร็จ




วัดสัมปัตตะวนาราม (ธรรมยุต) จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนและผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน ร่วมสร้างมหากุศลครั้งประวัติศาสตร์ในโครงการ “อุทยานหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต” เพื่อร่วมกันสร้างอนุสรณ์แห่งศรัทธา สืบสานพระปฏิปทา และส่งต่อคุณความดีจากรุ่นสู่รุ่น ร่วมบุญในวันนี้ เพื่อฝากความดีไว้เป็นมรดกทางจิตใจและเกียรติประวัติแก่ลูกหลานและวงศ์ตระกูลสืบไป


ทุกท่านสามารถร่วมบุญได้ ที่ ธนาคารกรุงเทพ เลขที่บัญชี 374-0-91612-5 สาขาแยกปักธงชัย ชื่อบัญชี วัดสัมปัตตะวนาราม  ( เพื่อโครงการสร้างอุทยานหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ) 

หรือ ธนาคารทหารไทยะนชาต จำกัด (มหาชน) เลขที่บัญชี 035-7-43681-5 ชื่อบัญชี โครงการสร้างอุทยานหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ณ วัดสัมปัตตะวนาราม( ธ)
ประสานงานฝ่ายเลขานุการและเหรัญญิก :
คุณวรินทร สุธรรมชาว โทร. 095-614-5492 ไลน์ไอดี 3035961
น.อ.สุรสิทธ์  อิ่มฤทธา  โทร. 084-722-8572 ( ส่งหลักฐานการเงินและติดต่อลดหย่อนภาษี)

21 สิงหาคม 2569

DITP เปิดหลักสูตร “พลิกเกมธุรกิจ เร่งสปีดด้วย AI” ยกระดับผู้ประกอบการไทยเท่าทันเศรษฐกิจยุคใหม่

ยกระดับผู้ประกอบการไทยเท่าทันเศรษฐกิจยุคใหม่


กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดย สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) จัดโครงการ ยกระดับผู้ประกอบการสู่เศรษฐกิจกระแสใหม่ (Upskill & Reskill) ภายใต้แนวคิด “Megatrend Arrow: พลิกเกมธุรกิจ เร่งสปีดด้วย AI” ระหว่างวันที่ 20–21 สิงหาคม 2569 ณ ห้องปารีส แกรนด์ ชั้น 2 เฟส 3 โรงแรมคริสตัล หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อเสริมศักยภาพ SMEs, MSMEs ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ และผู้สนใจด้านการค้าระหว่างประเทศ ให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและการค้าโลกยุคดิจิทัล
โครงการมุ่งถ่ายทอดองค์ความรู้ด้าน ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีดิจิทัล และแนวโน้มการค้าโลก ควบคู่กับการฝึกปฏิบัติจริง เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจ ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูลผู้บริโภค การวางแผนการตลาด การพัฒนาสินค้าและบริการ การบริหารต้นทุน ไปจนถึงการขยายตลาดต่างประเทศ ช่วยเพิ่มผลิตภาพ ลดต้นทุน และสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในระยะยาว
ตลอดระยะเวลา 2 วัน ผู้เข้าร่วมจะได้รับองค์ความรู้เชิงกลยุทธ์ผ่านหัวข้อสำคัญ อาทิ การวิเคราะห์ Megatrend ของตลาดโลก การสร้าง Business Mindset การประยุกต์ใช้ AI เพื่อการค้าและการส่งออก และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าและบริการ พร้อม Workshop ทดลองใช้เครื่องมือ AI เพื่อแก้โจทย์ทางธุรกิจและวางแผนการเติบโตอย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากการพัฒนาทักษะแล้ว โครงการยังส่งเสริมให้ผู้ประกอบการนำความรู้ไปใช้จริง ทั้งการพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ตลาด การสร้างแบรนด์ เพิ่มช่องทางจำหน่ายออนไลน์ ใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานด้วยระบบดิจิทัล รวมถึงสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงระหว่างผู้ประกอบการ วิทยากร ผู้เชี่ยวชาญ และภาคธุรกิจ เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และต่อยอดสู่ความร่วมมือและนวัตกรรมใหม่การนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีมาใช้อย่างเหมาะสม ยังช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ลดความสูญเสีย และสร้างคุณค่าใหม่ให้ธุรกิจ

NEA ยังคงเดินหน้าพัฒนาองค์ความรู้ให้สอดคล้องกับบริบทการค้าโลก เพื่อผลักดันผู้ประกอบการไทยให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลง สามารถใช้ AI และเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสร้างโอกาส เพิ่มรายได้ ยกระดับศักยภาพธุรกิจ และขยายตลาดสู่ระดับสากล นำไปสู่การสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการ กระจายรายได้สู่ชุมชน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน


สามารถติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ผ่านช่องทาง
ของ NEA ได้แก่ เว็บไซต์ : www.nea.ditp.go.th,
Facebook : สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ และแพลตฟอร์มให้ความรู้ออนไลน์
E-Academy ที่ https://e-academy.ditp.go.th/home
สามารถเรียนได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

สค. จับมือไทยน้ำทิพย์ ลงนาม MOU ส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพสตรีและครอบครัว สร้างรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน


สค. จับมือไทยน้ำทิพย์ ลงนาม MOU ส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพสตรีและครอบครัว สร้างรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน
วันนี้ (21 ส.ค. 69) เวลา 15.45 น. นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจเรื่อง การส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพของกลุ่มสตรีและครอบครัวระหว่างกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กับบริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยมี นางจตุพร โรจนพานิช อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ร่วมกับคุณปุณฑริกา สุสัณฐิตพงษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการองค์กรสัมพันธ์ การสื่อสารและความยั่งยืน บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ลงนามบันทึก ความเข้าใจเรื่อง การส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพของกลุ่มสตรีและครอบครัว พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กระทรวง พม. แขกผู้เกียรติ และสื่อมวลชน เข้าร่วมงาน ณ อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี





นางจตุพร กล่าวว่า ในโลกยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความท้าทาย การทำงานเพียงลำพังไม่เพียงพออีกต่อไป ความร่วมมือระหว่างกันคือหัวใจสำคัญที่จะช่วยแบ่งปันองค์ความรู้ ทรัพยากร และสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้ ดิฉันมีความเชื่อมั่นว่า บันทึกความเข้าใจในวันนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิบัติจริงที่สร้างผลลัพธ์เชิงบวกอย่างยั่งยืน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ให้ความสำคัญกับการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล ในการสร้างโอกาส สร้างอาชีพ ให้คนไทยอย่างเท่าเทียม และขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้แนวนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (นายนิกร โสมกลาง) ที่ได้มอบนโยบาย สร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคนเปลี่ยนจากการให้เป็นการสร้างโอกาสให้กลุ่มเปราะบาง ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก ให้สามารถดูแลตนเองและครอบครัวได้ โดยมุ่งหวังให้ประชาชนอยู่ดีมีสุขในสังคมที่มีคุณภาพ เตรียมพร้อมในการเป็นกำลังสำคัญเพื่อการพัฒนาสังคมและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป

นางจตุพร กล่าวเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือในครั้งนี้เกิดจากวิสัยทัศน์ร่วมกันระหว่างกรม สค. กับบริษัทไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และมูลนิธิไทยน้ำทิพย์ซึ่งเป็นองค์กรภาคเอกชนที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ ในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม ที่ให้การสนับสนุนผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในเครือสำหรับการจัดฝึกอบรมวิชาชีพในศูนย์เรียนรู้ การพัฒนาสตรีและครอบครัว และสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ รวมถึงการวางแผนร่วมกันในการต่อยอดเพื่อส่งมอบสิ่งดีดีสู่สังคม โดยมุ่งหวังที่จะร่วมมือกันส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพให้กับกลุ่มสตรีและครอบครัว เพื่อสร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน ผ่านกิจกรรมการฝึกอบรม การพัฒนาองค์ความรู้ และการสนับสนุนทรัพยากร ที่เกี่ยวข้อง นางจตุพร กล่าวต่อไปว่า ดิฉันเชื่อมั่นว่า ด้วยศักยภาพ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญของ บริษัทไทย น้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และมูลนิธิไทยน้ำทิพย์ ผสานกับความพร้อมของเรา จะสามารถสร้าง ความเปลี่ยนแปลงและนำมาซึ่งประโยชน์สูงสุดแก่สตรีหรือครอบครัวที่เป็นกลุ่มเปราะบาง ที่ว่างงาน มีรายได้น้อย หรือประสบปัญหาทางสังคม ได้อย่างเป็นรูปธรรม


สุดท้ายนี้ ดิฉันขอขอบคุณคณะผู้บริหารและทีมงานของบริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มูลนิธิไทยน้ำทิพย์ และคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันจนทำให้เกิดความร่วมมือครั้งสำคัญนี้ขึ้น และขออวยพรให้การดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือนี้ประสบความสำเร็จ บรรลุตามวัตถุประสงค์ทุกประการ ขอบคุณค่ะ  

พม. จัดงานใหญ่ "Social Development Expo 2026 (SDX 2026)" ดึง ปชช.-เครือข่าย ร่วมสร้างสังคมไทย


พม. จัดงานใหญ่ "Social Development Expo 2026 (SDX 2026)" ดึง ปชช.-เครือข่าย ร่วมสร้างสังคมไทย เพื่อคนทุกวัยไปด้วยกัน พร้อมกางผลงาน พม. 120 วัน ร่วมสร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน

วันที่ 21 สิงหาคม 2569 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จัดงานมหกรรมด้านการพัฒนาสังคมที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ "Social Development Expo 2026 (SDX 2026)" ภายใต้แนวคิด "Co-Creating a Better Society ร่วมสร้างสังคมไทย เพื่อคนทุกวัยไปด้วยกัน" ระหว่างวันที่ 21–23 สิงหาคม 2569 นับเป็นเวทีสำคัญระดับประเทศที่เปิดโอกาสให้คนไทยทุกคน ทุกภาคส่วน ได้ร่วมคิด ร่วมแลกเปลี่ยน และร่วมออกแบบอนาคตของสังคมไทย ผ่านองค์ความรู้ นวัตกรรม เทคโนโลยีดิจิทัล ผลงานวิชาการ และต้นแบบการพัฒนาสังคมจากทั่วประเทศ นำไปสู่การออกแบบอนาคตของสังคมไทยที่ยั่งยืนไปด้วยกัน เพราะทุกคนคือพลังของการสร้าง "สังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน" โดยมี นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรม SDX 2026 พร้อมปาฐกถาพิเศษ “120 วัน พม. ร่วมสร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน” ซึ่งมี นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ , นางสาวชนก  จันทาทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ , นายแพทย์วัชรากร เลิศด้วยลาภ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ , นายชนินทร์  รุ่งธนเกียรติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ , นายกันตพงศ์  รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ , คณะผู้บริหารกระทรวง พม. , คณะทูตจากสถานเอกอัครราชทูต , ผู้แทนภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม , ผู้แทนองค์การระหว่างประเทศ , ประชาชนทั่วไป และสื่อมวลชน เข้าร่วมงาน ณ อาคารอิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี


นายนิกร เปิดเผยว่า ผลงาน 120 วัน ของกระทรวง พม. "ร่วมสร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน" ไม่ใช่การขับเคลื่อนงานพัฒนาสังคมที่เป็นเพียงการเยียวยาปัญหาเฉพาะหน้า แต่ปรับระบบการทำงานใหม่ ให้มองประชาชนเป็นรายคน รายครอบครัว และรายพื้นที่ เพื่อส่งความช่วยเหลือไปให้ถึงมือของประชาชนผู้ที่ต้องการอย่างแม่นยำ ทั้งนี้ หนึ่งในหัวใจสำคัญคือการเปลี่ยนจาก การให้ประชาชนเข้ามารับความช่วยเหลือ ไปสู่การใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีดิจิทัล ค้นหา เข้าถึง และติดตามดูแลประชาชนเชิงรุก โดยการนำระบบดิจิทัลและ AI มาเชื่อมสิทธิสวัสดิการ และโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงได้ตรงจุดและรวดเร็วขึ้น


สำหรับผลงานสำคัญในช่วงที่ผ่านมา กระทรวง พม. ได้ขับเคลื่อนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตทุกช่วงวัย ไม่ว่าจะเป็น การพัฒนาระบบฐานข้อมูล MSDHS Big Data เชื่อมข้อมูลกลุ่มเปราะบางจากฐานข้อมูล MSO-Logbook เข้ากับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 231,091 ราย , การพัฒนาระบบ พม. Care เพื่อขอรับเงินสงเคราะห์ 6 ประเภท ด้วยตัวเอง ผ่านระบบออนไลน์บนสมารท์โฟน ซึ่งมีผู้ใช้บริการ 3,503 ราย , การเชื่อมบริการสำหรับคนพิการผ่านแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" ซึ่งมีคนพิการใช้งานมากถึง 71,642 คน , การยกระดับ สายด่วน พม. โทร. 1300 ด้วยเทคโนโลยี AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการประชาชนอย่างรวดเร็วทันเหตุการณ์ , ยกระดับสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยต้นแบบ 435 แห่ง , ขับเคลื่อนศูนย์ชุมชนคุ้มครองเด็กต้นแบบ 434 แห่ง , สนับสนุนเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด 2.42 ล้านคน และผลักดันให้มีคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนครบทุกระดับ 8,778 แห่ง


อีกทั้ง สนับสนุนการสร้างชุมชนเข้มแข็งและระบบสวัสดิการฐานราก ซึ่งมีสมาชิกสวัสดิการชุมชน 2.51 ล้านคน , ขับเคลื่อนศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ (ศพอส.) 2,258 แห่งทั่วประเทศ โดยให้การดูแลผู้สูงอายุ 169,150 คน , ผลักดันการปรับเบี้ยความพิการเป็น 1,000 บาท , สนับสนุนอุปกรณ์สำหรับคนพิการอีก 17,000 คน , ปรับสภาพแวดล้อมที่พักอาศัยสำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ และคนพิการแล้ว 10,559 หลัง , ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยผ่านโครงการบ้านมั่นคงและบ้านพอเพียง 24,482 ครัวเรือน , ส่งเสริมการจ้างงานคนพิการ 75,772 คน และสร้างอาชีพให้กลุ่มเปราะบางอีก 16,213 คน , สนับสนุนสินเชื่อเพื่อประกอบอาชีพแก่คนพิการและผู้สูงอายุ 9,509 ราย วงเงิน 455 ล้านบาท , ขยายวงเงินกู้กองทุนคนพิการจาก 120,000 บาท เป็น 300,000 บาท เพื่อเพิ่มโอกาสการประกอบอาชีพ

นอกจากนี้ กระทรวง พม. ยังคงเดินหน้าปรับระบบราชการให้เป็นประตูที่เปิดกว้าง เป็นมิตร และเข้าใจประชาชน ลดขั้นตอนบริการ พร้อมทบทวนและปรับปรุงกฎหมายสำคัญรวม 8 ฉบับ และผลักดันร่างกฎหมายด้าน Universal Design เพื่อวางรากฐานให้ทุกคนสามารถเข้าถึง ใช้ชีวิต และมีส่วนร่วมในสังคมได้อย่างเท่าเทียม "ก้าวต่อไปของกระทรวง พม. ไม่ใช่การทำโครงการแยกส่วน แต่คือการวางวาระรวมของระบบสังคมใหม่ ด้วยการเชื่อมคน ครอบครัว ชุมชน เทคโนโลยี ที่อยู่อาศัย อาชีพ สวัสดิการ และกฎหมายเข้าไว้ด้วยกัน โดยทุกนโยบาย ทุกสวัสดิการ ต้องสามารถเปลี่ยนชีวิตประชาชนทุกช่วงวัยได้จริง โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง" นายนิกร กล่าวย้ำ

#พม #กระทรวงพม #กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
#นิกรโสมกลาง #สร้างสังคมอยู่ดีมีโอกาสเพื่อคนไทยทุกคน #ศรส
#ศูนย์สร้างสุข #พมCARE #SDX2026

20 สิงหาคม 2569

จับทัวร์ลาวคาด่านหนองคาย ลอบนำเที่ยวในไทย ไม่มีใบอนุญาต ไม่ผ่านบริษัททัวร์ไทยที่ถูกต้อง


นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า วันนี้ (20 สิงหาคม 2569) ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่สำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 2 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว (ส.ทท.5 กก.1 บก.ทท.2) และเจ้าหน้าที่สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดหนองคาย ลงพื้นที่ตรวจปฏิบัติการบริเวณหน้าด่านพรมแดนหนองคาย พบหญิงชาวลาวรายหนึ่งกำลังนำนักท่องเที่ยวชาวลาวกลุ่มหนึ่งเดินทางไปท่องเที่ยวอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์


จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า หญิงชาวลาวรายดังกล่าวรับงานจากบริษัทนำเที่ยวชื่อดังใน สปป.ลาว ให้ทำหน้าที่ดูแลและนำนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งไม่ได้ผ่านผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวในประเทศไทย (Land Operator) ที่ได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย จึงเป็นการนำเที่ยวในประเทศไทยโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีตามกฎหมาย ฐานประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ตามมาตรา 80 ประกอบมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งมีบทลงโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

กรมการท่องเที่ยวขอเน้นย้ำว่า ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวจากต่างประเทศที่นำนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในประเทศไทย ต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายไทย และควรประสานงานผ่านผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวในประเทศไทยที่มีใบอนุญาตถูกต้อง เพื่อให้การจัดนำเที่ยวเป็นไปตามมาตรฐาน และคุ้มครองนักท่องเที่ยวได้อย่างเหมาะสม


19 สิงหาคม 2569

ทริปสุดฟิน FAMTRIP "Work Hard Play Smart ADVENTURE" เชียงใหม่ - ลำพูน



เหนือกว่าที่คิด ลุยกว่าที่เคย เปิดเส้นทาง MICE Adventure เชียงใหม่–ลำพูน กรมการท่องเที่ยว  ชวนคนทำงานสายกิจกรรมสัมผัสประสบการณ์เหนือระดับ MICE Adventure ณ ชุมชนบ้านสบวิน ไม่ใช่แค่การท่องเที่ยวพักผ่อนทั่วไป แต่เป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ องค์กร บริษัท และหน่วยงานยุคใหม่ (MICE) ที่ต้องการจัดกิจกรรม Team Building, Outing หรือ Incentive Trip ที่แตกต่าง มีพลัง และคุ้มค่าเงินทุนมากที่สุด





อธิบดีกรมการท่องเที่ยวมอบหมายให้ กองพัฒนาบริการท่องเที่ยว ดำเนินกิจกรรม FAM Trip ภายใต้โครงการ “10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart” เส้นทางเชียงใหม่-ลำพูน นำสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ บริษัทนำเที่ยว มัคคุเทศก์ และภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว ร่วมทดสอบเพื่อพัฒนาเป็นต้นแบบและประชาสัมพันธ์เส้นทาง MICE Adventure Route ระหว่างวันที่ 18 - 19 สิงหาคม 2569

 FAMTRIP "Work Hard Play Smart ADVENTURE" หนีงานมาเติมพลังสมองและหัวใจกับทริปสุดมันส์แบบ Slow Life แต่แอดเวนเจอร์สุดๆ สัมผัสความงามของวัฒนธรรม วิถีชุมชน และธรรมชาติแบบแนบชิดในสองจังหวัดพี่น้อง เชียงใหม่ - ลำพูน ทริปเดียวที่ครบเครื่องเรื่องเที่ยว กิน และเรียนรู้





เปิดประสบการณ์ด้วยภารกิจพิชิต “พระธาตุศรีเมืองปง” ณ วัดอรัญญาวาส อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ท้าทายความฟิตด้วยการเดินขึ้นบันไดกว่า 900 ขั้น พร้อมชมความโดดเด่นของโลหะปราสาท แห่งที่ 2 ของไทย แห่งที่ 4 ของโลก




มุ่งหน้าสู่ วิสาหกิจชุมชนชมรมการท่องเที่ยวบ้านสบวิน อำเภอแม่วาง สัมผัสวิถีชุมชนผ่านการเรียนรู้การทำของเล่นไม้และเรือจำลองสัมผัสเสน่ห์อีกมุมหนึ่งของ วิสาหกิจชุมชนชมรมการท่องเที่ยวบ้านสบวิน มาแล้ว! เพราะหลายคนมักจะนึกถึงที่นี่แค่เรื่องการล่องแพหรือเล่นน้ำกับช้าง แต่กิจกรรม "การทำของเล่นไม้และเรือจำลอง  และเพิ่มดีกรีความสนุกด้วยการ ล่องแพไม้ไผ่ลำน้ำแม่วาง 




ทันทีที่แพเริ่มออกตัว สายน้ำแม่วางที่ไหลเย็นจัดจะค่อยๆ เอ่อล้นขึ้นมาทักทายฝ่าเท้าที่เปลือยเปล่า ความรู้สึกเย็นวาบนั้นช่วยปลุกความสดชื่นได้อย่างประหลาด ละอองน้ำกระเซ็นโดนผิวเป็นระยะตามแรงปะทะของแก่งเล็กๆ ชวนให้รู้สึกตื่นเต้นและมีชีวิตชีวา ความรู้สึกตอนที่ทิ้งตัวลงนั่งบน แพไม้ไผ่ที่พาดเรียงกันเป็นลำ แล้วปล่อยให้มันลอยไปตามกระแสน้ำแม่วาง เป็นช่วงเวลาที่เหมือนได้กดปุ่มหยุดเวลาให้ชีวิตที่เร่งรีบได้เคลื่อนที่ไปอย่างช้าๆ ตามจังหวะของธรรมชาติ


ไฮไลต์ที่สร้างทั้งรอยยิ้มและความประทับใจ คือกิจกรรมใกล้ชิดกับ “น้องช้าง” ทั้งการอาบน้ำและให้อาหารช้าง เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมเดินทางได้สัมผัสความน่ารักของช้างอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางธรรมชาติและบรรยากาศของชุมชนบ้านสบวิน




ความสนุกที่ชุมชนบ้านสบวิน (อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่) ขอยกให้เป็นหนึ่งในพิกัดลุยธรรมชาติที่ สนุก มันส์ และฮีลใจสุดๆ โดยเฉพาะไฮไลต์เด็ดอย่างการ "เล่นน้ำกับน้องช้าง" ท่ามกลางลำน้ำแม่วางที่ไหลเย็นฉ่ำ ยิ่งถ้าได้มาเจอบรรยากาศธรรมชาติแบบนี้ บอกได้คำเดียวว่าฟินจนไม่อยากกลับบ้าน






จากเชียงใหม่เดินทางต่อสู่จังหวัดลำพูน เปลี่ยนโหมดสู่ Active Adventure ด้วยการปั่นจักรยานชมสวนลำไย ณ วิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยว โดยชุมชนตำบลอุโมงค์ เรียนรู้วิถีเกษตรและภูมิปัญญาท้องถิ่น พร้อมลงมือทำเมนูสร้างสรรค์อย่าง “ไส้อั่วลำไย”

“ไส้อั่วลำไย”



การชมสวนลำไย ณ วิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวโดยชุมชนตำบลอุโมงค์ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่สะท้อนวิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่นของจังหวัดลำพูน  คือกิจกรรมปั่นจักรยานท่องเที่ยวเชิงเกษตร สัมผัสสวนลำไย GI พันธุ์แท้ เช่น เบี้ยวเขียวและสีชมพู เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น และชิมอาหารท้องถิ่นสร้างสรรค์อย่างไส้อั่วลำไย ในบรรยากาศวิถีชุมชนที่อบอุ่น



ช่องทางการติดต่อ วิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวโดยชุมชนตำบลอุโมงค์ 
โทรศัพท์: 062-324-7951 หรือ 083-766-5150
ติดต่อคุณคณาวุฒิ ติปิน - ประธานชุมชน
Facebook Page: การท่องเที่ยวโดยชุมชนตำบลอุโมงค์




ปิดท้ายเส้นทางด้วยการ สักการะพระธาตุหริภุญชัย พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองลำพูน และแวะชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญชัยและประตูท่านาง หนึ่งในประตูเมืองโบราณที่สะท้อนเรื่องราวของนครหริภุญชัย การไปสักการะพระธาตุหริภุญชัยในวันที่ฝนตก ทำให้บรรยากาศที่สงบ เงียบสงบ และเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความศรัทธาที่แตกต่างจากวันแดดแรง แม้จะมีความเปียกชื้น แต่ความงดงามอลังการขององค์พระธาตุสีทองอร่ามที่ตัดกับท้องฟ้าครึ้มฝน และประกายหยาดน้ำฝนบนหลังคาวิหารศิลปะล้านนา ก็เป็นภาพจำที่ประทับใจและคุ้มค่ากับการเดินทางมาเยือนเมืองลำพูน




ก่อนกลับสนามบินเชียงใหม่ ไกด์เล่าถึง ประตูเมืองลำพูน เราต้องย้อนไปถึงอดีตอันรุ่งเรืองของ นครหริภุญชัย เมืองโบราณที่มีผังเมืองอันเป็นเอกลักษณ์รูป หอยสังข์ โดยมี แม่น้ำกวง  โอบล้อมเป็นคูเมืองธรรมชาติทางทิศตะวันออกและทิศเหนือ ส่วนทิศใต้และทิศตะวันตกมีการขุดคูเมืองขึ้นมาเชื่อมต่อกัน
ในอดีตลำพูนมีประตูเมืองหลักอยู่ 5 ประตู ซึ่งแต่ละประตูทำหน้าที่เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์และมีเรื่องเล่า
ที่น่าสนใจซ่อนอยู่เชื่อกันว่าเป็นท่าเรือที่พระนางจามเทวี ปฐมกษัตริย์แห่งหริภุญชัย ทรงใช้เสด็จประทับเรือเมื่อครั้งเดินทางมาถึงเมืองลำพูน ปัจจุบันกำแพงเมืองโบราณจะเหลือเพียงบางส่วน แต่อิฐเก่าสีส้มที่เรียงรายอยู่ตามจุดต่างๆ ของเมือง ก็ยังคงบอกเล่าความยิ่งใหญ่ของราชธานีแห่งแรกในภาคเหนือได้อย่างงดงาม แม้ในวันที่สายฝนโปรยปรายลงมา

... มาถ่ายรูปเก็บ "ความสุขร่วมกัน"เมื่อฝนเริ่มซา เม็ดฝนบนใบไม้และโคมไฟล้านนาจะสะท้อนแสงไฟระยิบระยับ เป็นช่วงเวลาที่โรแมนติกและเหมาะมากสำหรับการบันทึกภาพความทรงจำร่วมกันก่อนจบทริปเมืองลำพูน

10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart มิติใหม่ของการท่องเที่ยวที่หลอมรวม Adventure • Culture • Community ไว้อย่างลงตัว เปลี่ยนทุกการเดินทางให้เป็นทั้งการทำงาน การเรียนรู้ และการพักผ่อนในประสบการณ์เดียว พร้อมยกระดับประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางด้าน MICE และ Adventure Tourism ที่โดดเด่นและยั่งยืน

#DOT #กรมการท่องเที่ยว #MICE #เชียงใหม่ #ลำพูน