16 กรกฎาคม 2569

ปูนซีเมนต์นครหลวง คว้า ‘บริษัทยอดเยี่ยมแห่งปี 2569’

จากเวที Money & Banking Awards 2026


ปูนซีเมนต์นครหลวง ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในโอกาสคว้ารางวัลอันทรงเกียรติ “บริษัทยอดเยี่ยมแห่งปี 2569” ในหมวดธุรกิจวัสดุก่อสร้าง จากเวที Money & Banking Awards 2026 เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน สะท้อนถึงความแข็งแกร่งด้านการบริหารจัดการทางการเงินที่เป็นเลิศ และความสามารถในการสร้างผลตอบแทนที่โดดเด่นแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและผู้ถือหุ้น ตลอดจนศักยภาพในการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

นายรานจัน ซาซเดอวา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การได้รับรางวัล “บริษัทยอดเยี่ยมแห่งปี 2569” ในหมวดธุรกิจวัสดุก่อสร้าง จากงาน Money & Banking Awards 2026 ในครั้งนี้ ถือเป็นรางวัลอันทรงเกียรติที่สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของผลการดำเนินงานทางธุรกิจ และความสามารถในการบริหารจัดการด้านต่างๆ ตลอดจนศักยภาพในการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรท่ามกลางความท้าทายของสถานการณ์โลกในปัจจุบัน ทั้งยังเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นถึงความทุ่มเทของพนักงานในองค์กร รวมถึงพันธมิตร ลูกค้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายที่ร่วมกันขับเคลื่อนองค์กรให้มีการเติบโตอย่างยั่งยืน

ความสำเร็จในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ยืนยันสถานะทางการเงินที่มั่นคง แต่ยังเป็นอีกหนึ่งในความภาคภูมิใจและตอกย้ำถึงบทบาทของบริษัทฯ ในฐานะผู้นำที่มุ่งสร้างความเป็นเลิศทางธุรกิจ ควบคู่กับการพัฒนานวัตกรรมและการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบตลอดห่วงโซ่คุณค่า ภายใต้กรอบการดำเนินงานด้านความยั่งยืนปี 2573 (INSEE Sustainability Ambition 2030) เพื่อสร้างคุณค่าให้แก่สังคมและสิ่งแวดล้อม 


โดยภายในงาน Money & Banking Awards 2026 นายมนตรี นิธิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจปูนซีเมนต์ของประเทศไทย เป็นผู้แทนบริษัทฯ ขึ้นรับรางวัลจาก นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และ นายสันติ วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานจัดงานฯ โดยมี นายสิทธิชัย ศิริอยู่วิทยา SVP – Commercial นายวรวัจน์ ศุภโกวิท VP Finance นางสาวศตญา พูลเจริญ Treasury, Corporate Finance & IR พร้อม ทีมสื่อสารองค์กร เข้าร่วมงาน ณ โรงแรมสยามเคมปินสกี้ 

รางวัล Money & Banking Awards 2026 จัดโดยวารสารการเงินธนาคาร เพื่อมอบให้แก่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ที่มีผลประกอบการรวมยอดเยี่ยมในรอบปี โดยพิจารณาจากการจัดอันดับ 300 บริษัทยอดเยี่ยมแห่งปี 2569 ซึ่งประเมินจาก 4 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ขนาดของบริษัท  ความสามารถในการทำกำไร ผลตอบแทนต่อการลงทุน และสภาพคล่องในการลงทุน สะท้อนถึงความแข็งแกร่งทางการเงิน และศักยภาพในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว 

ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างของประเทศไทย รางวัลอันทรงเกียรตินี้ไม่เพียงยืนยันบทบาทสำคัญของบริษัทฯ ด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับสากล แต่ยังเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นต่อความเป็นเลิศในการดำเนินงาน เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมก่อสร้างให้มีความยืดหยุ่นพร้อมรับกับอนาคตที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ควบคู่กับการมอบคุณค่าระยะยาวแก่ผู้ถือหุ้น ผ่านการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ตลอดจนสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้แก่สังคมและชุมชน ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยรักษาความสามารถในการทำกำไร และสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในระยะยาวอย่างมั่นคง

14 กรกฎาคม 2569

“รางวัลเกียรติยศด้านการลดก๊าซเรือนกระจก” ในงาน “TCMA at 20 : The NEXT Chapter to Net Zero 2050”


นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติมอบ “รางวัลเกียรติยศด้านการลดก๊าซเรือนกระจก” ในงาน “TCMA at 20 : The NEXT Chapter to Net Zero 2050” เพื่อยกย่อง 37 ภาคีร่วมดำเนินการ ที่ประสบความสำเร็จส่งเสริมการใช้ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก จากมาตรการทดแทนปูนเม็ด ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 3.8 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ จัดโดยสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) ณ ห้องเพรสทีจ ฮอลล์ โรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ

ลิ้มลองความอร่อยระดับจักรพรรดิ ณ ห้องอาหารจีนดรากอน โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น

ที่ห้องอาหารจีนดรากอน โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ที่พร้อมสะกดทุกสายตาด้วยบรรยากาศหรูหราผสานความร่วมสมัยอย่างลงตัว กับเซตเมนู เริ่มต้นเปิดต่อมรับรสด้วย “ออร์เดิร์ฟสามสหาย” รสสัมผัสกลมกล่อมเป็นเอกลักษณ์ ตามด้วย “ซุปหูฉลามทะเลหลวง” ร้อนระอุ หอมละมุนจากการเคี่ยววัตถุดิบธรรมชาติจนเข้มข้น ไฮไลต์เด็ดที่ห้ามพลาดคือ



“เป็ดปักกิ่ง” หนังบางกรอบสีสวย ทานคู่แป้งนุ่มและซอสสูตรพิเศษอร่อยจนหยุดไม่ได้ เสริมทัพด้วย
“ปูนิ่มทอดพริกเกลือ” กรอบอร่อยทานได้ทั้งตัว หอมกระเทียมพริกไทย และ “เนื้อผัดซอสฮ่องกงคะน้าเห็ดหอม” เนื้อนุ่มละมุนลิ้นชวนฟิน ฟินต่อเนื่องกับ
“ปลานึ่งซีอิ๊วสไตล์ฮ่องกง” โชว์ความสดของเนื้อปลาหวานฉ่ำ และ “ผัดบะหมี่ฮกเกี้ยนกุ้ง” เส้นเหนียวนุ่มเครื่องแน่นเต็มคำ ก่อนปิดท้ายมื้อสุดประทับใจด้วยของหวานล้างปากอย่าง
“สาคูแคนตาลูปเย็น” หอมหวานสดชื่นชื่นใจ








สำหรับมื้อครอบครัวหรือโอกาสพิเศษ มีห้องส่วนตัวบริการถึง 6 ห้อง เปิดมื้อเที่ยง 11.30-14.30 น. และมื้อเย็น 17.30-22.00 น. สำรองที่นั่งความฟินได้เลยที่ 02-5755599

SACIT ก้าวสู่ปีที่ 6 สืบสานภูมิปัญญา สู่เศรษฐกิจงานศิลปหัตถกรรมที่ยั่งยืน

เดินหน้าผลักดัน “ชุดไทยพระราชนิยมและหัตถกรรมที่เกี่ยวข้องอัตลักษณ์ชาติ” สู่เวทีโลก

สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT ก้าวสู่ปีที่ 6 พร้อมเดินหน้าบทบาทการเป็นนักปั้น ขับเคลื่อนงานศิลปหัตถกรรมไทยภายใต้วิสัยทัศน์การเป็นองค์กรหลักในการ สืบสาน สร้างสรรค์ และส่งเสริมงานศิลปหัตถกรรมไทยอย่างครบวงจร มุ่งยกระดับทุนทางวัฒนธรรม ของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการพัฒนาคน องค์ความรู้ ผลิตภัณฑ์ และตลาด ควบคู่กับการสร้างการยอมรับในระดับนานาชาติ ภายใต้แนวคิด Sustainable Craft Business Model พร้อมจัดเสวนา "ราชพัสตราสู่สากล" ถ่ายทอดคุณค่าของชุดไทยพระราชนิยมในฐานะต้นแบบการต่อยอดภูมิปัญญาไทยสู่เวทีโลก

ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย เปิดเผยว่า การก้าวเข้าสู่ปีที่ 6 ของ SACIT ถือเป็นอีกหนึ่งวาระสำคัญในการตอกย้ำบทบาทขององค์กรในฐานะหน่วยงานหลักด้าน   การส่งเสริม อนุรักษ์ และพัฒนางานศิลปหัตถกรรมไทย โดย SACIT มุ่งขับเคลื่อนงานศิลปหัตถกรรมไทย ให้เติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งในมิติของการสืบสานภูมิปัญญา การพัฒนาศักยภาพช่างฝีมือไทย การต่อยอดผลิตภัณฑ์ให้ร่วมสมัย และการเปิดโอกาสทางการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเป็นการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของงานศิลปหัตถกรรมทั้งระบบ โดยมองว่างานหัตถศิลป์มิใช่เพียงรักษา สืบสานคุณค่าองค์ความรู้ให้คงอยู่ แต่เป็นทุนทางวัฒนธรรมที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และภาพลักษณ์ของประเทศได้ในระยะยาว



“SACIT จึงทำหน้าที่เป็น 'นักปั้น' ที่ร่วมขับเคลื่อนงานศิลปหัตถกรรมไทยผ่าน 3 ภารกิจสำคัญ ได้แก่ การสืบสาน องค์ความรู้และภูมิปัญญาของครูศิลป์ ครูช่าง และช่างฝีมือไทยสู่คนรุ่นใหม่ การสร้างสรรค์ ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ยกระดับมาตรฐาน ผสานนวัตกรรม เทคโนโลยี และการออกแบบ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้งานหัตถศิลป์ และ การส่งเสริม ผู้ประกอบการ ช่างฝีมือ และชุมชนหัตถกรรม ผ่านการสร้างโอกาสทางการตลาด ตลอดจนส่งเสริมภาพลักษณ์งานศิลปหัตถกรรมไทยให้เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้งานศิลปหัตถกรรมไทยสามารถแข่งขันและเติบโตได้อย่างยั่งยืน"

นอกจากนี้ ยังมีภารกิจสำคัญที่ได้ดำเนินการไปแล้วในปีนี้ และต่อยอดไปสู่ปี 2570 คือการเดินหน้าขับเคลื่อน Sustainable Craft Business Model ซึ่งเป็นกรอบการพัฒนางานศิลปหัตถกรรมไทยตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Craft Value Chain) โดยมุ่งพัฒนา "คน ผลิตภัณฑ์ และตลาด" ควบคู่กับการอนุรักษ์องค์ความรู้ดั้งเดิม การยกระดับมาตรฐานการสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ และการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ   ให้แก่ช่างฝีมือและผู้ประกอบการ เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมยกระดับงานศิลปหัตถกรรมไทยให้เติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว

“ภารกิจของ SACIT ไม่ใช่เพียงการอนุรักษ์งานศิลปหัตถกรรมไทยให้อยู่ในความทรงจำ แต่คือการทำให้งานหัตถศิลป์ไทยมีชีวิต มีผู้สืบทอด มีผู้ใช้ มีตลาด และมีพื้นที่ให้แสดงศักยภาพในเวทีโลก โดยยังคงรักษารากเหง้าและคุณค่าของภูมิปัญญาไทยไว้อย่างครบถ้วน เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับงานหัตถกรรมอย่างแท้จริง” ผศ.ดร.อนุชา กล่าว



ผศ.ดร.อนุชา กล่าวต่อว่า เนื่องในโอกาสวันคล้ายสถาปนาครบรอบปีที่ 5 ก้าวสู่ปีที่ 6 ครั้งนี้ ยังได้จัดเสวนา “ราชพัสตราสู่สากล” ถือเป็นหนึ่งในเวทีสำคัญที่สะท้อนการนำทุนทางวัฒนธรรมของไทยมาต่อยอดสู่การรับรู้ในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะ “ชุดไทยพระราชนิยม” ซึ่งมิได้เป็นเพียงเครื่องแต่งกาย หากแต่เป็นภาพแทนของภูมิปัญญาด้านศิลปหัตถกรรมไทยจากหลากหลายแขนง ทั้งการทอผ้า การย้อมสี การปัก การทำเครื่องประดับ งานโลหะ และงานหัตถศิลป์อีกหลายสาขา ที่หลอมรวมกันจนเกิดเป็นอัตลักษณ์ของชาติและได้รับการยอมรับในระดับสากล แนวคิดดังกล่าวได้สะท้อนเป็นรูปธรรมผ่านนิทรรศการ "La Mode en Majesté: Royal Thai Dress from Tradition to Modernity" ณ พิพิธภัณฑ์ Musée des Arts Décoratifs กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ซึ่ง SACIT ร่วมกับพิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส และพิพิธภัณฑ์ Musée des Arts Décoratifs จัดขึ้นเพื่อถ่ายทอดคุณค่าของชุดไทยพระราชนิยมและงานศิลปหัตถกรรมไทยสู่สายตานานาชาติ ผ่านการบอกเล่าเรื่องราวของ ภูมิปัญญา งานช่าง และอัตลักษณ์ไทยในมิติของศิลปะ วัฒนธรรม และการทูตวัฒนธรรม จนได้รับกระแสตอบรับอย่างกว้างขวาง และสะท้อนศักยภาพของไทยในการสร้างการรับรู้และภาพลักษณ์ของประเทศในระดับสากล


“สำหรับ SACIT การส่งเสริมชุดไทยพระราชนิยมไม่ได้หมายถึงการเผยแพร่ความงดงามของเครื่องแต่งกายไทยเพียงอย่างเดียว แต่คือการผลักดันคุณค่าของระบบนิเวศงานศิลปหัตถกรรมไทยทั้งระบบ ตั้งแต่ช่างผู้สร้างสรรค์ ชุมชนผู้ผลิต องค์ความรู้ดั้งเดิม ไปจนถึงการออกแบบร่วมสมัย เพื่อให้ทุนทางวัฒนธรรมของไทยสามารถสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งเสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีโลก"

13 กรกฎาคม 2569

INDECA LIVING ประกาศความร่วมมือแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ระดับโลก ยกระดับประสบการณ์ Luxury Living ในประเทศไทย

กรุงเทพฯ 10 กรกฎาคม 2569: บริษัท อินเดก้า ลิฟวิ่ง (INDECA LIVING) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในฐานะ Luxury Living Destination แห่งใหม่ของประเทศไทย พร้อมประกาศความร่วมมือกับแบรนด์เฟอร์นิเจอร์และไลฟ์สไตล์ชั้นนำระดับโลกจากสหราชอาณาจักร ได้แก่ Timothy Oulton และ Andrew Martin เพื่อนำเสนอประสบการณ์การใช้ชีวิตและการออกแบบระดับสากลแก่ผู้บริโภคชาวไทย ผ่านการคัดสรรแบรนด์ที่โดดเด่นด้านงานฝีมือ คุณภาพ และเอกลักษณ์การออกแบบที่แตกต่าง ณ โชว์รูม ถนนพระราม 9 กรุงเทพฯ

ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายเกร็ก วัตกินส์ กรรมการบริหาร หอการค้าอังกฤษ-ไทย (British Chamber of Commerce Thailand: BCCT) ร่วมแสดงความยินดี พร้อมด้วยนักออกแบบและผู้เชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบชั้นนำ ได้แก่ แฟรงก์ แคนเซลโลนี, นลินี เทียนศิริพิพัฒน์, วรกร เติมวัฒนภักดี, วัฒนา โควัฒนาภรณ์, เปรมมนัส สุวรรณานนท์ และอินทนนท์ จันทร์ทิพย์ และแขกผู้มีเกียรติท่านอื่น ๆ มาร่วมเป็นสักขีพยานในการเปิดตัวครั้งสำคัญ




การเปิดตัวครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของ INDECA LIVING ในการก้าวข้ามบทบาทของโชว์รูมเฟอร์นิเจอร์แบบดั้งเดิม สู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์และการตกแต่งภายในระดับลักชัวรี ที่รวบรวมแบรนด์ชั้นนำจากทั่วโลกไว้ในพื้นที่เดียว พร้อมสร้างประสบการณ์ที่เชื่อมโยงการออกแบบ ศิลปะการใช้ชีวิต และแรงบันดาลใจจากนานาชาติเข้าด้วยกัน



คุณพิรพรรณ ภูมิวสนะ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเดก้า ลิฟวิ่ง กล่าวว่า “ผู้บริโภครสนิยมสูงในปัจจุบันไม่ได้มองหาเพียงสินค้า แต่กำลังมองหาประสบการณ์ คุณค่า และตัวตนที่สะท้อนผ่านการใช้ชีวิต INDECA LIVING สร้างขึ้นเพื่อเป็นจุดหมายปลายทางแห่งใหม่สำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับการออกแบบ คุณภาพของวัสดุชั้นเลิศและความเป็นสากล เรามุ่งมั่นที่จะนำแบรนด์ระดับโลกและประสบการณ์ที่ดีที่สุดมาสู่ประเทศไทย พร้อมมีส่วนร่วมในการยกระดับมาตรฐานของตลาดลักชัวรีไลฟ์สไตล์ไทยในระยะยาว”

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของการเปิดตัวคือความร่วมมือกับแบรนด์สำคัญคือ Timothy Oulton แบรนด์ลักชัวรีระดับโลกที่มีชื่อเสียงด้านการผสมผสานงานฝีมือ วัสดุแท้ และแรงบันดาลใจจากโลกแห่งของเก่าเข้ากับการออกแบบร่วมสมัยอย่างมีเอกลักษณ์

โอลิเวอร์ โอลตัน ผู้สืบทอดเจเนอเรชันที่สามของแบรนด์ Timothy Oulton กล่าวว่า “หัวใจสำคัญของ Timothy Oulton คือการรักษาคุณค่าของงานฝีมือ ความดั้งเดิมของวัสดุ และมรดกของแบรนด์ ขณะเดียวกันก็พัฒนาให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย เรามองเห็นศักยภาพของตลาดไทยและเชื่อว่า INDECA LIVING จะเป็นพันธมิตรสำคัญในการถ่ายทอดประสบการณ์และตัวตนของแบรนด์สู่ลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความเป็นเอกลักษณ์ และความเป็น Authentic Luxury”

นอกจากนี้ยังมี Andrew Martin แบรนด์ชื่อดังจากสหราชอาณาจักร ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับสากลจากแนวคิดการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมและการเดินทางทั่วโลก

มาร์ติน วอลเลอร์ ผู้ก่อตั้ง Andrew Martin กล่าวว่า “การออกแบบที่ดีควรสะท้อนเรื่องราว วัฒนธรรม และประสบการณ์ของผู้คน เราเชื่อว่าประเทศไทยเป็นตลาดที่มีความเข้าใจและให้คุณค่ากับงานออกแบบมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือกับ INDECA LIVING ถือเป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนอแนวคิดและประสบการณ์ด้านการออกแบบของ Andrew Martin สู่กลุ่มลูกค้าชาวไทยที่มีรสนิยมและเปิดรับมุมมองระดับสากล”





นอกเหนือจากการนำเสนอคอลเลกชันล่าสุดจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลกแล้ว INDECA LIVING ยังมุ่งสร้างพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจสำหรับนักออกแบบ สถาปนิก เจ้าของบ้าน และผู้ที่หลงใหลในงานดีไซน์ ผ่านการคัดสรรผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ที่สะท้อนมาตรฐานระดับสากล

การเปิดตัว INDECA LIVING ครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการเปิดพื้นที่แห่งใหม่สำหรับการเลือกสรรเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านแต่ยังเป็นการประกาศบทบาทของประเทศไทยในฐานะตลาดศักยภาพของอุตสาหกรรมลักชัวรีไลฟ์สไตล์และการออกแบบระดับโลก ซึ่งได้รับความสนใจจากแบรนด์ชั้นนำที่มองเห็นโอกาสในการเติบโตของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ งานฝีมือ และประสบการณ์ที่มีความหมายมากยิ่งขึ้น


11 กรกฎาคม 2569

Green Tourism is the New Edge Forum : พลิกเกมท่องเที่ยวด้วยกรีนพรีเมีย


กรมการท่องเที่ยวชวนผู้ประกอบการอัปเดตเทรนด์Green Tourism พร้อมเปิดตัว 20 Green Moves ต้นแบบการท่องเที่ยวไทย

 

กรมการท่องเที่ยว ขอเชิญผู้ประกอบการธุรกิจที่พัก โรงแรม รีสอร์ท แหล่งท่องเที่ยวu และผู้สนใจ เข้าร่วมงาน Green Tourism is the New Edge Forum : พลิกเกมท่องเที่ยวด้วยกรีนพรีเมียม เวทีสัมมนาออนไลน์เพื่ออัปเดตเทรนด์ Green Tourism และ Sustainable Tourism พร้อมเรียนรู้แนวทางยกระดับธุรกิจท่องเที่ยวให้เติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการแบ่งปันประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญและผู้ประกอบการต้นแบบ

 

ภายในงานพบกับ การเปิดตัว 20 Green Moves ผู้ประกอบการท่องเที่ยวต้นแบบ ประจำปี 2569 ภายใต้โครงการ Ultimate Thailand Green Tourism Showcase 2026 พร้อมหัวข้อสำคัญ ได้แก่ From Green to Great : Green & Regenerative Excellence, การเปลี่ยน Green Practice ให้เป็น Brand Story, การออกแบบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีความหมาย (Designing Meaningful Stays) และการถอดบทเรียนความสำเร็จจากผู้ประกอบการต้นแบบ (Decode: Spirit of Green Tourism Showcase 2026)


งานจัดขึ้นใน วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00–16.30 น. ในรูปแบบ ออนไลน์ผ่าน Zoom Meeting เข้าร่วม ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ถึง 15 กรกฎาคม 2569

 

ลงทะเบียน: https://forms.gle/Q7F8PkswXLAkysfR8

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: 08-2450-2611, 08-2450-2632

#UltimateThailandGreenTourism Showcase 2026

 #กรมท่องเที่ยวGreenTourismThailand

#Ismedท่องเที่ยวยั่งยืน

09 กรกฎาคม 2569

โรงแรมเฮอริเทจ เชียงรายฯ เปิดแคมเปญ “Stay Longer, Feel Chiang Rai” รับเทรนด์ท่องเที่ยวพักยาว–Workation

โรงแรม The Heritage Chiang Rai Hotel and Convention เปิดตัวแคมเปญ “Stay Longer, Feel Chiang Rai” ตอบรับกระแสการท่องเที่ยวพักผ่อนระยะยาว (Long Stay) และการทำงานจากที่ใดก็ได้ (Workation) ที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งนำเสนอประสบการณ์การพักผ่อนที่ผสมผสานความสะดวกสบาย การใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ และเสน่ห์ทางวัฒนธรรมของจังหวัดเชียงรายเข้าไว้ด้วยกัน

เชียงรายถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ได้รับความสนใจจากทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ด้วยเอกลักษณ์ด้านศิลปวัฒนธรรม ธรรมชาติอันงดงาม วิถีชีวิตที่เรียบง่าย และค่าครองชีพที่เหมาะสม ทำให้เป็นเมืองที่ตอบโจทย์ทั้งนักเดินทาง ผู้เกษียณอายุ และกลุ่มคนทำงานที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศจากเมืองใหญ่

ภายใต้แคมเปญดังกล่าว โรงแรมนำเสนอห้องพักดีลักซ์พร้อมอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน ในราคาพิเศษสำหรับการเข้าพักระยะยาว ได้แก่ พัก 7 คืน ราคา 12,600 บาท พัก 14 คืน ราคา 24,500 บาท และพัก 30 คืน ราคา 51,000 บาท ผู้เข้าพักยังได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม อาทิ ส่วนลดค่าอาหารและเครื่องดื่ม (ไม่รวมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์) และส่วนลดบริการซักรีด เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายสำหรับผู้ที่วางแผนพำนักต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน

ด้วยทำเลที่ตั้งใกล้แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดเชียงราย ไม่ว่าจะเป็นวัดร่องขุ่น วัดร่องเสือเต้น สิงห์ปาร์ค เชียงราย และชุมชนท้องถิ่นที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์ โรงแรมจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการใช้เวลาอย่างคุ้มค่าในการค้นพบวิถีชีวิตและประสบการณ์ใหม่ในภาคเหนือของประเทศไทย





โปรโมชั่น “Stay Longer, Feel Chiang Rai” เปิดให้จองและเข้าพักตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2569 โดยเป็นไปตามเงื่อนไขที่โรงแรมกำหนด

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองห้องพัก โทร. 052 055 888

08 กรกฎาคม 2569

The Selection ตอกย้ำบทบาท Trusted Health Partner มอบรางวัล The Selection's Choice Awards 2025

The Selection ตอกย้ำบทบาท Trusted Health Partner มอบรางวัล The Selection's Choice Awards 2025 ยกระดับมาตรฐานการคัดสรรผลิตภัณฑ์สุขภาพ พร้อมเปิดมุมมองอนาคต Health Marketing ที่ขับเคลื่อนด้วย Trust, Credibility และ Personalization

กรุงเทพฯ – ในยุคที่ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข้อมูลด้านสุขภาพได้อย่างไร้ข้อจำกัด ความท้าทายจึงไม่ใช่การค้นหาข้อมูล แต่คือการ "เลือกข้อมูลที่ถูกต้อง" และ "เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม" เพื่อประกอบการตัดสินใจด้านสุขภาพอย่างมั่นใจ เพราะท่ามกลางข้อมูลจำนวนมหาศาล ความน่าเชื่อถือคือสิ่งที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญมากกว่าที่เคย




The Selection จึงเดินหน้าตอกย้ำบทบาท Trusted Health Partner ผ่านการจัดงาน The Selection's Choice Awards 2025 เพื่อเชิดชู 15 แบรนด์สุขภาพที่ผ่านกระบวนการพิจารณาโดยคณะผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาวิชาชีพ พร้อมเปิดเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองด้านสุขภาพและทิศทางการตลาดสุขภาพแห่งอนาคต ภายใต้แนวคิด "The Future of Health Marketing" ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมสุขภาพจากการสื่อสารเชิงการตลาด ไปสู่การสร้าง "ความไว้วางใจ" ด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง คุณภาพที่พิสูจน์ได้ และการดูแลสุขภาพที่ตอบโจทย์แต่ละบุคคล 

ผศ.นพ.วีรยะ เภาเจริญ ประธานที่ปรึกษา The Selection กล่าวว่า “หัวใจสำคัญของ The Selection คือการคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ผู้บริโภค โดยทุกผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรางวัลผ่านการพิจารณาจาก The Selection Committee ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาวิชาชีพ เพื่อพิจารณาคุณภาพ มาตรฐาน หลักฐานเชิงวิชาการ นวัตกรรม ความยั่งยืน และคุณค่าที่ผู้บริโภคจะได้รับ”

"หลักคิดสำคัญของเราคือ หากผลิตภัณฑ์นั้นมีไว้สำหรับคนในครอบครัวของเรา เราจะแนะนำหรือไม่ เพราะทุกคำแนะนำไม่ใช่เพียงการคัดเลือกผลิตภัณฑ์ แต่คือความรับผิดชอบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้บริโภค" 

ด้าน  นายศุภกร พะวันนา ประธานคณะผู้ก่อตั้ง The Selection และผู้อำนวยการสายการตลาด เครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโล กล่าวว่า “The Selection พร้อมเป็น Growth Partner และเพื่อนคู่คิดในการขับเคลื่อนธุรกิจด้านสุขภาพ บนพื้นฐานของคุณภาพ มาตรฐาน และความน่าเชื่อถือ พร้อมสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงผู้บริโภคกว่า 3 ล้านคน ผ่านเครือข่ายและช่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย

อีกทั้งในยุคที่ AI และ Search Engine มีบทบาทสำคัญต่อการตัดสินใจของผู้บริโภค การมีข้อมูลจำนวนมากอาจไม่ใช่คำตอบ แต่การมีข้อมูลที่ถูกต้อง น่าเชื่อถือ และมีคุณภาพ คือปัจจัยสำคัญที่สร้างความไว้วางใจและทำให้แบรนด์เป็นตัวเลือกของผู้บริโภค The Selection จึงมุ่งเป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงผู้บริโภคกับสินค้าและบริการด้านสุขภาพที่ผ่านการคัดสรร พร้อมยกระดับมาตรฐานของตลาดสุขภาพไทย และเติบโตไปพร้อมกับพันธมิตรอย่างยั่งยืน” 

ภายในงานยังมีการอัปเดตเทรนด์สุขภาพแห่งอนาคต โดย นพ.อุดมรัช โกวิททวิพัฒน์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์ ถ่ายทอดแนวคิด "Gut Health & Smart Living" ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการดูแล "ลำไส้" ซึ่งเป็นสมองที่สองของร่างกาย พร้อมนำเสนอแนวทางการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันผ่านการแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) และการดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคล (Personalized Healthcare) รวมถึงการตรวจสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ (Gut Microbiome) เพื่อช่วยวางแผนสุขภาพได้อย่างเหมาะสม และส่งเสริมให้ผู้บริโภคเลือกผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจากข้อมูลที่ถูกต้องและคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ


รางวัล The Selection's Choice Awards 2025 จึงไม่ใช่เพียงรางวัลแห่งความสำเร็จของแบรนด์ แต่เป็นสัญลักษณ์ของมาตรฐาน คุณภาพ และความน่าเชื่อถือ ที่สะท้อนความมุ่งมั่นขององค์กรในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการด้านสุขภาพอย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคในการเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เพื่อร่วมยกระดับระบบสุขภาพไทยอย่างยั่งยืน

15 แบรนด์ที่ได้รับรางวัล The Selection's Choice Awards 2025 ครอบคลุมหมวดอาหารเพื่อสุขภาพ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย ผลิตภัณฑ์สำหรับแม่และเด็ก อุปกรณ์สุขภาพ และบริการเพื่อผู้สูงอายุ ได้แก่

• Infolife Fiber ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

• Dairyhome Organic ผลิตภัณฑ์นมออร์แกนิก

• WhiteTiger Plant-Based Milk นมจากถั่วลายเสือ

• Brand's รังนกแท้พร้อมดื่มผสมวิตามิน

• แทนคุณ ออร์แกนิคฟาร์ม ไข่ไก่ออร์แกนิก

• OYU ชาข้าวกล้องออร์แกนิก

• ข้าวปลาวาฬ ข้าวไร้แป้ง ข้าวคีโต

• Chama Farm Organic ผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายจากสมุนไพรไทย

• Siangpure ผลิตภัณฑ์เพื่อการบรรเทา

• Baby Moby ผ้าอ้อมเด็ก

• Genally No-No Mos แป้งเนื้อโลชั่นกันยุง

• COCO FON ทิชชูอ่อนโยนต่อทุกสภาพผิว

• Patom ORGANIC LIVING แชมพูและเจลอาบน้ำออร์แกนิก

• Swiss Aquakat ขวดน้ำอัจฉริยะ

• Joy Ride บริการดูแลและรับ–ส่งผู้สูงอายุ

The Selection ยังคงมุ่งมั่นทำหน้าที่เป็น Trusted Health Partner ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ทางการแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญ และผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีคุณภาพ เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจเลือกสิ่งที่เหมาะสมกับสุขภาพของตนเองได้อย่างมั่นใจ บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง น่าเชื่อถือ และตรวจสอบได้ พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนพันธกิจ "เลือกที่ใช่ ให้สุขภาพ" เพื่อร่วมยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย และสร้างสังคมแห่งสุขภาวะที่แข็งแรงและยั่งยืนในระยะยาว