23 กุมภาพันธ์ 2569

อาเวีย พร็อพเพอร์ตี้ กางแผนปี 2026 ตอกย้ำความสำเร็จ 2 ทศวรรษ

อาเวีย พร็อพเพอร์ตี้ กางแผนปี 2026 ตอกย้ำความสำเร็จ 2 ทศวรรษ ชูโปรเจกต์  "The Park Lane 15" รุกตลาดลักชูรี พร้อมตั้งเป้ายอดโอนรวมกว่า 266 ล้านบาทโต 15%

บริษัท อาเวีย พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (AVIA Property) ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เติบโตอย่างมั่นคงมากว่า 20 ปี ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 มุ่งเน้นการส่งมอบโครงการคุณภาพหลากเซกเมนต์ ครอบคลุมทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม พร้อมเปิดตัวโปรเจกต์เรือธง "The Park Lane 15" เจาะกลุ่มลูกค้าระดับบน ตั้งเป้าหมายการโอนกรรมสิทธิ์ในปีนี้ไว้กว่า 266 ล้านบาทโตกว่า 15%




นายศุภกิจ ประมวลทรัพย์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อาเวียพร็อพเพอร์ตี้  จำกัด (Avia Property Company Limited) เปิดเผยว่า “อาเวียพร็อพเพอร์ตี้ เป็นผู้ประกอบการด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่เชี่ยวชาญในพื้นที่ สุขุมวิท-แบริ่ง–เอกมัย–สมุทรปราการ จากจุดเริ่มต้นในปี 2548 ภายใต้ชื่อบ้านลีลาวดี ด้วยทุนจดทะเบียนเพียง 20 ล้านบาท วันนี้ อาเวียได้ก้าวสู่ทศวรรษที่ 3 ด้วยความแข็งแกร่ง ด้วยทุนจดทะเบียนที่เพิ่มขึ้นถึง 210 ล้านบาท เรายึดมั่นในวิสัยทัศน์ที่ต้องการพัฒนาที่อยู่อาศัยให้มีความหลากหลายและตรงกลุ่มเป้าหมาย (Living Simplexity) ผ่านโครงการชื่อดังอย่าง พรีเมียร์ วิลล์, พรีเมียร์ แกรนด์, เดอะ พาร์ค เลน, เดอะ แคนวาส, พรีเมียร์ ซิตี้ และ พรีเมียร์ ไพร์ม ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีเสมอมา”

แม้ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2568 ที่ผ่านมาจะเผชิญความท้าทายจากกำลังซื้อที่ชะลอตัวในกลุ่ม Mass และความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อ แต่อาเวียมองเห็นโอกาสสำคัญในปี 2569 ซึ่งเป็นปีแห่งการปรับฐานตลาดที่อยู่อาศัย โดยกลุ่ม Luxury และ Exclusive Private Residences ยังคงเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูงและมีความต้องการต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อจริง (Real Demand) และได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจน้อยกว่ากลุ่มอื่น

"ทิศทางตลาดในปี 2569 เราจะเห็นเทรนด์ 'คุณภาพเหนือปริมาณ' และการมองหาที่อยู่อาศัยที่เป็นสินทรัพย์ที่คุ้มค่าในระยะยาว อาเวียจึงใช้ความเชี่ยวชาญกว่า 2 ทศวรรษในพื้นที่ สุขุมวิท-แบริ่ง–สมุทรปราการ พัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ 'Living Simplexity' เพื่อเจาะกลุ่มนิช (Niche Market) ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและความพิถีพิถันเป็นพิเศษ" นายศุภกิจ กล่าว

รุกตลาด Luxury ด้วย "The Park Lane 15" หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของปีนี้คือโครงการ The Park Lane 15 (สุขุมวิท-แบริ่ง 15) ซึ่งเป็น Exclusive Private Residences ระดับลักชูรีที่มีความเป็นส่วนตัวขั้นสุดเพียง 16 ยูนิตเท่านั้น โดดเด่นด้วยดีไซน์ Double Volume ที่ให้ความโปร่งสบาย และทำเลศักยภาพที่เชื่อมต่อรถไฟฟ้า 2 สาย (เขียว-เหลือง) สอดคล้องกับแนวโน้มปี 2569 ที่คนรุ่นใหม่และกลุ่มนักลงทุนเลือกซื้ออสังหาฯ ในทำเลที่เดินทางสะดวกและใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ

กางตัวเลขเป้าหมายปี 2569 สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2569 บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าหมายการโอนกรรมสิทธิ์รวม ไว้ที่ 55 ยูนิต คิดเป็นมูลค่ารวม 266.88 ล้านบาท โดยมีรายละเอียดโครงการหลัก ดังนี้

 * โครงการ Premier City สุขุมวิท - ปู่เจ้า (ทาวน์เฮ้าส์ และบ้านเดี่ยว) ตั้งเป้าโอน 155 ล้านบาท

 * โครงการ The Park Lane 15 สุขุมวิท  (ทาวน์โฮมและบ้านแฝด ) ตั้งเป้าโอน 102.50 ล้านบาท

* โครงการ พรีเมียร์ ไพร์ม (บ้านแฝด) ตั้งเป้าโอน 9.18 ล้านบาท




ไฮไลต์แห่งปี "The Park Lane 15" นิยามใหม่ของความหรูหราที่เงียบสงบ โครงการ The Park Lane 15 (สุขุมวิท-แบริ่ง 15) เป็นโครงการระดับลักชูรีที่ออกแบบโดย ATOM Design บริษัทสถาปนิกชั้นนำ ภายใต้คอนเซปต์ "The Philosophy of Luxury Living" โดยมีจุดเด่นที่น่าสนใจดังนี้ 

 * ความเป็นส่วนตัวขั้นสุด จำกัดเพียง 16 ยูนิตเท่านั้น เพื่อสร้างสังคมคุณภาพและบรรยากาศที่เงียบสงบ

 * ดีไซน์เหนือระดับ โดดเด่นด้วยห้องโถงเพดานสูง (Double Volume) เพิ่มความโปร่งโล่งและหรูหรา พร้อมฟังก์ชันที่ปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ (Flexible Space)

 * พื้นที่เพื่อทุกคนในครอบครัว บ้านหน้ากว้างที่มาพร้อมที่จอดรถสูงสุด 3 คัน และการออกแบบที่ผสานพื้นที่สีเขียวเข้ากับตัวบ้าน (Nesting in the Oasis of Happiness)

 * ทำเลศักยภาพ ตั้งอยู่ในซอยแบริ่ง 15 เชื่อมต่อได้ทั้งถนนสุขุมวิทและศรีนครินทร์ ใกล้รถไฟฟ้าสายสีเขียวเพียง 10 นาทีและสายสีเหลือง รายล้อมด้วยโรงเรียนนานาชาติชั้นนำ อาทิ บางกอกพัฒนา, St. Andrews, โรงพยาบาลศิครินทร์, ลาซาล อเวนิว ฯลฯ

โครงการ “เดอะพาร์คเลน15 สุขุมวิท-แบริ่ง” ทาวน์โฮมและบ้านแฝดหรู พัฒนาภายใต้แนวคิด THE PHILOSOPHY OF LUXURY LIVING ในราคาเริ่มต้นที่ 13.9 - 33.9 ล้านบาท*  ขนาดที่ดินในโครงการอยู่ที่ 1-2-47.8 ไร่ จำนวนยูนิต 16 ยูนิต เนื้อที่เริ่มต้น 24 - 53.2 ตารางวามีพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 275 ถึง 542 ตารางเมตร ระบบไฟฟ้าใต้ดิน โดยประกอบด้วยแบบบ้าน 3 แบบคือ 

บ้านแฝด 4.5 ชั้น ขนาด 542 ตารางเมตร จำนวน 2 ยูนิต  4  ห้องนอน , 7 ห้องน้ำ , 2 ห้องนั่งเล่น, 1 ห้องรับประทานอาหาร , 1 ห้องแม่บ้าน , 5 ที่จอดรถ , Home Lift , ชั้นดาดฟ้า ราคา 32 ล้านบาท 

ทาวน์โฮม 4.5 ชั้น ขนาด 302 ตารางเมตร จำนวน 6 ยูนิต มาพร้อมกับ 3  ห้องนอน , 1 ห้องอเนกประสงค์ / 1 ห้องนอน , 5 ห้องน้ำ, 1 ห้องนั่งเล่น , 1 ห้องรับประทานอาหาร , 1 ห้องครัว , 3 ที่จอดรถ , ชั้นดาดฟ้า ราคาเริ่มต้น 15.5 ล้านบาท 

ทาวน์โฮม 3.5 ชั้น ขนาด 275 ตารางเมตร จำนวน 8 ยูนิต 3  ห้องนอน , 4 ห้องน้ำ , 1 ห้องรับประทานอาหาร , 1 ห้องครัว , 3 ที่จอดรถ , ชั้นดาดฟ้า ราคาเริ่มต้น 13.9 ล้านบาท 

ทั้งนี้ โครงการ The Park Lane 15 ได้เตรียมจัดงานเปิดตัวโครงการ (Grand Opening) ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569 นี้ พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ รับส่วนลดสูงสุด 700,000 บาท + ของแถมร่วมกว่า 150,000 บาท* อาทิ 

1. ระบบ Home Security Package พร้อมกล้องวงจรปิด  

2. ระบบปรับคุณภาพอากาศให้บ้าน SCG Active AIR Quality รุ่น Outdoor special ERV

3. Junction Box รองรับการติดตั้ง EV Charger

4. พร้อมติดตั้งเครื่องทำความร้อน Stebel Eltron

5. ฟรีค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์

6. ฟรีค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้าและประปา

7. ฟรีค่าส่วนกลาง 24 เดือน

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด

“โครงการ The Park Lane 15 จะเป็นหนึ่งในฟันเฟืองหลักที่สร้างยอดโอนกว่า 102.50 ล้านบาท สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์ในเครือ The Park Lane ที่ประสบความสำเร็จมาแล้วหลายโครงการทั้งในย่านเอกมัยและลาซาล รวมถึง กลยุทธ์ของอาเวียที่ใช้มาตลอด คือการรักษามาตรฐานคุณภาพและความซื่อสัตย์ต่อลูกค้า ควบคู่ไปกับการพัฒนาองค์กรให้เป็นมืออาชีพ เราเชื่อมั่นว่า The Park Lane 15 จะเป็นมาตรฐานใหม่ของบ้านระดับพรีเมียมในย่านสุขุมวิท-แบริ่ง ที่ตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัยและการลงทุนในระยะยาว ภายใต้กลยุทธ์ การรักษามาตรฐานคุณภาพและความซื่อสัตย์ต่อลูกค้า ควบคู่ไปกับการแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ที่ทันต่อเหตุการณ์ เราเชื่อมั่นว่าด้วยประสบการณ์การพัฒนาโครงการมามากกว่า 12 โครงการ จะทำให้อาเวียเติบโตได้อย่างยั่งยืนและได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง”  ผู้จัดการทั่วไปกล่าวปิดท้าย  

เดอะพาร์คเลน15 สุขุมวิท-แบริ่ง (The Park Lane15 Sukhumvit – Bearing) บริหารงานขายโดย
บริษัท อาเวีย พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดโครงการและโปรโมชั่นดี ๆ สุดพิเศษ ก่อนใคร ผ่านทางเพจ Facebook.com/theparklane15 ช่องทางไลน์ Line id : @aviaproperty หรือ คลิก https://lin.ee/2CnGvR1  หรือ โทร.094-480-6111 

รฟฟท. ฉลองครบรอบ 15 ปี “พิพัฒน์” ชูวิสัยทัศน์ “รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง”

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในโอกาสที่บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ได้ดำเนินกิจการในฐานะผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้า ครบรอบ 15 ปี โดยเริ่มจากการบริหารโครงการระบบขนส่งมวลชนทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และสถานีรับส่งผู้โดยสารท่าอากาศยานกรุงเทพมหานคร หรือ รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ จนมาถึงการได้รับภารกิจสำคัญในการบริหารการเดินรถโครงการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ซึ่งที่ผ่านมา รฟฟท. มุ่งมั่นพัฒนาองค์กรสู่การเป็นผู้นำในการให้บริการเดินรถไฟฟ้าด้วยมาตรฐานระดับสากล มุ่งเน้นการสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้ใช้บริการ รักษามาตรฐานการปฏิบัติงานในด้านการเดินรถ และซ่อมบำรุง พัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพอยู่เสมอ รวมถึงรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจขององค์กร อีกทั้งสามารถเชื่อมโยงทุกการเดินทางกับระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆ ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย โดยในปัจจุบัน รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงได้ดำเนินนโยบายของรัฐบาล และกระทรวงคมนาคม เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน ดำเนินมาตรการ "บัตรโดยสารเหมาจ่ายรายวัน" สำหรับบุคคลทั่วไป 40 บาท และ สำหรับนักเรียน/นักศึกษา 30 บาท โดยใช้บัตร EMV Contactlass Card ทุกธนาคาร เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 – 30 พฤศจิกายน 2569 โดยตั้งแต่เริ่มนโยบายดังกล่าวมาเป็นระยะเวลากว่า 3 เดือน ได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชนเป็นอย่างมาก มีผู้ใช้บริการเดินทางด้วยบัตร EMV Contactless Card เพิ่มสูงขึ้นกว่า 60% โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 13,000 คน/วัน ซึ่งกระทรวงคมนาคม พร้อมผลักดันให้ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด เป็นผู้นำด้านระบบขนส่งทางรางที่มีความทันสมัย สามารถเข้าถึงความต้องการของประชาชนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมและยั่งยืน




ทางด้าน นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า บริษัทได้จัดงานทำบุญเลี้ยงพระ เนื่องในโอกาสครบรอบ 15 ปี ในวันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อความเป็นสิริมงคล และเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 องค์พระผู้ทรงก่อตั้งกิจการรถไฟในประเทศไทย ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ผู้ทรงมีคุณูปการด้วยพระราชวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลในด้านการคมนาคมขนส่งทางรางในราชอาณาจักรไทย โดยได้รับเกียรติจากนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มาเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม และคณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคม








อีกทั้งในโอกาสพิเศษครบรอบปีที่ 15 เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณผู้ใช้บริการที่ให้การสนับสนุน และไว้วางใจเดินทางโดยรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงด้วยดีเสมอมา บริษัทฯจึงได้จัดบูธกิจกรรม มอบเครื่องดื่มจากกาแฟพันธุ์ไทย จำนวน 1,500 แก้วฟรี สำหรับผู้ถือบัตรโดยสารรถไฟฟ้าสายสีแดงทุกประเภท (จำกัด 1 คนต่อ 1 สิทธิ์ ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด) ในวันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ประตู 13 ตั้งแต่เวลา 09.09 น. เป็นต้นไป

โดยท่านสามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง โซเชียลมิเดียทุกแพลตฟอร์ม
Facebook Fan Page, Twitter , Instagram, Youtube, Tiktok
พิมพ์ชื่อ “RED Line SRTET” หรือส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง
และ www.srtet.co.th

“มากกว่าการเดินทางคือ ...ความพิเศษ”
รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

22 กุมภาพันธ์ 2569

ศูนย์ประชุมฯไคซ์ ขอนแแก่น ติด Top 5 Exhibition Venue ในเวที AMVS

รองรับการจัดงานระดับอาเซียนได้อย่างเป็นระบบ

23 กุมภาพันธ์ 2569 , ขอนแก่น — ศูนย์การประชุมและแสดงสินค้านานาชาติไคซ์ จังหวัดขอนแก่น หรือ KICE ภายใต้การบริหารงานของบริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND ได้รับการรับรองมาตรฐานสถานที่จัดงานอาเซียน ASEAN MICE Venue Standard (AMVS) และได้รับการประกาศผลบนเวที ASEAN Tourism Standards Awards 2026 ซึ่งจัดขึ้นโดยกระทรวงการท่องเที่ยวแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ภายใต้ชื่องาน ASEAN Tourism Forum 2026 (ATF 2026) ณ เมืองเซบู สาธารณรัฐฟิลิปปินส์

สำหรับผลการประเมินประจำปี 2568 KICE ได้รับคะแนนติดอันดับ Top 5 ของประเภท Exhibition Venue จากเกณฑ์ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ความปลอดภัย ระบบอำนวยความสะดวก การบริหารจัดการสถานที่ และคุณภาพการให้บริการโดยรวม


การผ่านการรับรองมาตรฐาน AMVS ในครั้งนี้ ทำให้ ศูนย์ประชุมไคซ์ฯ อยู่ในกลุ่มสถานที่จัดงานที่ผ่านการรับรองมาตรฐานระดับอาเซียนและได้รับการจัดอันดับในกลุ่ม Top 5 ของประเภท Exhibition Venue ซึ่งสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจสำหรับผู้จัดงานองค์กรและผู้จัดงานระดับนานาชาติ ทั้งในด้านความพร้อมของพื้นที่จัดงาน ระบบสนับสนุนการจัดงาน และการบริหารจัดการหน้างานอย่างเป็นระบบ

คุณปรมัตถ์ พูลสมบัติ ผู้อำนวยการ กลุ่มงานธุรกิจสำนักงาน และ ธุรกิจศูนย์ประชุม และแสดงสินค้า กล่าวว่า ผู้จัดงานในปัจจุบันไม่ได้มองแค่ขนาดของพื้นที่แต่ให้ความสำคัญกับระบบและทีมงานที่จะช่วยให้งานบรรลุผลลัพธ์ได้จริง การผ่านการรับรองมาตรฐานอาเซียนของ KICE ช่วยให้การตัดสินใจชัดเจนขึ้น เพราะแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของสถานที่ทั้งในด้านโครงสร้าง การจัดการ และการปฏิบัติงานหน้างาน เราพัฒนา KICE ให้เป็น venue ที่ช่วยลดความซับซ้อนในการจัดงาน เพื่อให้ผู้จัดงานสามารถโฟกัสกับเนื้อหาและเป้าหมายของงานได้อย่างเต็มที่

ขณะเดียวกัน KICE ยังทำหน้าที่เป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานด้านไมซ์ที่สำคัญของภูมิภาค ลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregion: GMS) รองรับการจัดงานระดับประเทศและระดับภูมิภาค และเชื่อมโยงผู้จัดงานจากประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน การได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับอาเซียนครั้งนี้จึงช่วยเสริมความมั่นใจให้กับองค์กรและผู้จัดงานที่กำลังมองหาสถานที่จัดงานซึ่งมีมาตรฐานชัดเจนสามารถคาดหวังคุณภาพการให้บริการได้อย่างสม่ำเสมอ และรองรับการจัดงานสำคัญในระดับภูมิภาคได้อย่างเป็นระบบ

#CPLAND #AccessibleCommunitiesForLife  #คุณภาพเพื่อทุกชีวิต  #KICE #ASEANTourismStandardsAwards2026 #ASEANMICEVenueStandard
#ATF2026#MICEVenue #GMS


สมาคมนายหน้าประกันภัยไทย เปิดวิสัยทัศน์ พัฒนานายหน้า สู่ TRUSTED ADVISOR

สมาคมนายหน้าประกันภัยไทย แถลงวิสัยทัศน์การดำเนินงาน ภายใต้แนวคิด “พัฒนานายหน้าสู่ TRUSTED ADVISOR” โดยมี ดร.นภัสนันท์ พรรณนิภา นายกสมาคมนายหน้าประกันภัยไทย เป็นผู้นำเสนอทิศทางการยกระดับบทบาทนายหน้าประกันภัย จากผู้ขายกรมธรรม์สู่การเป็นที่ปรึกษาด้านการบริหารความเสี่ยงที่ประชาชนไว้วางใจ

ดร.นภัสนันท์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีบริษัทนายหน้านิติบุคคลที่ได้รับอนุญาตจำนวน 732 บริษัท และนายหน้าบุคคลธรรมดากว่า 323,000 ราย ปัจจุบันมีจำนวนสมาชิก 118 บริษัท ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 130 บริษัท ภายในปี 2569 โดยสมาคมกำหนดทิศทางการทำงาน 4 ภารกิจ ที่นำมาใช้เป็นเป้าหมายในการขับเคลื่อนองค์กร เพื่อเตรียมความพร้อมให้นายหน้าประกันภัยสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

สำหรับแนวทางการดำเนินงาน สมาคมได้กำหนดภารกิจหลักภายใต้ TIBA Mission 4 มิติ ได้แก่

1. สร้างความเชื่อมั่นผ่านการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพและการคุ้มครองผู้บริโภค

สร้าง “มาตรฐานเดียว” ของงานนายหน้าในมิติสำคัญ

1.1 มาตรฐานการให้คำแนะนำ (Need-based / suitability)

1.2. มาตรฐานการสื่อสาร และเอกสารก่อนขาย (สรุปความคุ้มครอง-ข้อยกเว้นที่เข้าใจง่าย)

1.3 มาตรฐานจรรยาบรรณ พร้อมระบบร้องเรียน/ไกล่เกลี่ยที่รวดเร็ว (Code of Conducts) รวมถึงผลักดัน “ตรารับรองสมาชิก” (Trustmark) ที่ประชาชนเข้าใจและตรวจสอบได้

2. พัฒนานายหน้ายุคใหม่ด้วยระบบพัฒนาทักษะและการรับรองที่สามารถนำไปใช้ทำงานได้จริง

มุ่งพัฒนานายหน้ารุ่นใหม่สู่ที่ปรึกษาบริหารความเสี่ยง ที่ไม่ใช่แค่ผู้ขาย ด้วยความเข้มข้น

3 ระดับ foundation, advisory, specialist และหลักสูตรเฉพาะ เพื่อยกระดับนายหน้ารับมือยุค AI และดิจิทัล โดยยึด 3 คุณค่าหลัก คือ ความเชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์ การวิเคราะห์ความเสี่ยงลูกค้า และการออกแบบความคุ้มครองให้ตรงความต้องการ

3. ยกระดับ Digital & Data Governance เพื่อเตรียมความพร้อม สู่ AI และดิจิทัล

สมาคมทำหน้าที่เป็น Digital Backbone วางมาตรฐานกลางด้านดิจิทัลและข้อมูลแบบ PDPA-first พร้อม Digital Toolkit เช่น e-KYC และเทมเพลต PDPA และกรอบ AI Governance เพื่อให้นายหน้าใช้งานได้อย่างปลอดภัยสร้างความน่าเชื่อถือ และไม่ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล

4. สร้างเครือข่ายความร่วมมือ (Eco System & Networking) เพื่อให้สมาคม เป็นศูนย์กลาง ในการเชื่อมโยงความร่วมมือของผู้ที่เกี่ยวข้องกับนายหน้าประกันภัยไทยอย่างแท้จริง

สมาคมมุ่งสร้าง Ecosystem เป็นศูนย์กลางความร่วมมืออุตสาหกรรมนายหน้าในบทบาท Hub of Trust & Collaboration ผ่านเวทีทุกภาคส่วน เครือข่ายแบ่งปันความรู้ ทำหน้าที่ผู้นำความคิด เป็นกระบอกเสียงผู้บริโภค และจัดทำรายงานภาพรวมอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ สมาคมยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรอย่างเป็นระบบ ผ่านการกำหนดเส้นทางอาชีพของนายหน้าประกันภัย ตั้งแต่ระดับพื้นฐาน ระดับที่ปรึกษาด้านการบริหารความเสี่ยง ไปจนถึงระดับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ควบคู่กับการพัฒนาหลักสูตรร่วมกับสถาบันวิชาชีพระดับสากลอย่าง ANZIIF (Australia and New Zealand Institute of Insurance and Finance) ซึ่งเป็นสถาบันด้านการประกันภัยที่มีประวัติยาวนานกว่า 130 ปี และมีสมาชิกมากกว่า 17,000 ราย ในกว่า 50 ประเทศทั่วโลก โดยสมาคมได้พัฒนาความร่วมมือเพื่อนำหลักสูตรพิเศษสำหรับนายหน้าประกันภัย ANZIIF Executive Certificate in General Insurance Broking มาใช้สำหรับผู้บริหารและผู้ประกอบวิชาชีพนายหน้าประกันภัยโดยเฉพาะ เพื่อยกระดับองค์ความรู้ มาตรฐานวิชาชีพ และการยอมรับในระดับสากล (Professional Accredited)

ขณะเดียวกัน สมาคมยังร่วมกับสถาบันประกันภัยไทย จัดทำหลักสูตรสำหรับการจัดตั้งบริษัทนายหน้านิติบุคคล เพื่อให้คำแนะนำแนวทางการขอรับใบอนุญาต ทั้งด้านการประกันชีวิตและการประกันวินาศภัย ภายใต้หลักสูตร “BE163 นายหน้าเจนใหม่ ใส่ใจความถูกต้อง” ซึ่งมุ่งยกระดับมาตรฐานการประกอบวิชาชีพ และเสริมสร้างความพร้อมให้แก่นายหน้าประกันภัยไทยอย่างรอบด้านและยั่งยืน

จีโน่-อาฒยา ฐิติกุล คว้าแชมป์ “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026”

สร้างสถิตินักกอล์ฟไทยคนที่ 3 ที่ได้แชมป์ - ยกความยิ่งใหญ่เหมือนเมเจอร์

(ชลบุรี – 22 กุมภาพันธ์ 2569) – สมใจแฟนกอล์ฟ จีโน่-อาฒยา ฐิติกุล คว้าแชมป์ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026 อาศัยความนิ่งเฉือนชนะ ชิซซี่ อิวาอิ มืออันดับ 30 ของโลกจากญี่ปุ่นแค่สโตรคเดียว สร้างสถิติเป็นนักกอล์ฟไทยคนที่ 3 ที่ได้แชมป์รายการนี้ต่อจาก เม-เอรียา จุฑานุกาล ปี 2021 และ แพตตี้-ปภังกร ธวัชธนกิจ ปี 2024 โดยนักกอล์ฟมือ 1 ของโลก ยกให้เป็นทัวร์นาเมนต์ที่พิเศษของคนไทย และมีความรู้สึกยิ่งใหญ่เหมือนคว้าแชมป์เมเจอร์




การแข่งขันกอล์ฟสตรีระดับโลก ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026  ครั้งที่ 19 ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จังหวัดชลบุรี มีนักกอล์ฟระดับโลกจากแอลพีจีเอทัวร์รวม 72 คน ชิงเงินรางวัลรวม 1.8 ล้านดอลลาร์ฯ (ประมาณ 60 ล้านบาท) และได้ลุ้นรางวัลโฮลอินวันสุดพิเศษที่หลุม 8 เป็นรถจักรยานยนต์ Honda GoldWing มูลค่า 1,355,000 บาท และที่หลุม 16 เป็น รถยนต์ Honda CR-V e:HEV ใหม่ รุ่น e:HEV RS พร้อมชุดอุปกรณ์ตกแต่ง Modulo รวมมูลค่า 1,863,220 บาท แฟนกอล์ฟจากทั่วทุกสารทิศเดินทางเข้ามาเพื่อเป็นกำลังใจให้นักกอล์ฟไทยคว้าแชมป์ในบ้านอีกครั้ง  

จีโน่–อาฒยา ฐิติกุล มือ 1 ของโลก ขวัญใจชาวไทย ผู้นำหลังจบรอบสามด้วยสกอร์รวม 20 อันเดอร์พาร์ 196 (67-63-66) ลงทีออฟรอบสุดท้ายร่วมกับ ฮโย จู คิม มืออันดับ 9 ของโลกจากเกาหลีใต้ ซึ่งตามมาในอันดับสองที่ 18 อันเดอร์พาร์ และ อัลลิเซ่น คอร์ปุซ มืออันดับ 68 ของโลกจากสหรัฐอเมริกา ในอันดับสามร่วมที่ 17 อันเดอร์พาร์ ท่ามกลางกองเชียร์ที่หลั่งไหลเข้ามาให้กำลังใจอย่างเนืองแน่นเป็นประวัติการณ์ ก่อนที่จีโน่จะรักษาฟอร์มการเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมในวันสุดท้าย ผงาดคว้าแชมป์ไปครองด้วยสกอร์รวม 24 อันเดอร์พาร์ 264 ท่ามกลางเสียงเฮกึกก้องทั่วทั้งสนาม



นักกอล์ฟสตรีแห่งปีของแอลพีจีเอทัวร์ 2025 วัย 23 ปีจากจังหวัดราชบุรี กล่าวว่า ดีใจและภูมิใจมากที่ได้แชมป์รายการนี้เพราะเป็นรายการเดียวที่ได้เล่นในบ้านต่อหน้าครอบครัวและมีแฟนกอล์ฟเข้ามาเชียร์เยอะมาก ความรู้สึกเหมือนเกินฝันไป จีนจะมาไม่ถึงวันนี้ถ้าขาดแรงสนับสนุนผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ทั้งครอบครัว โค้ช แคดดี้ ตลอดจนผู้สนับสนุนต่าง ๆ และที่ลืมไม่ได้คือ แฟนกอล์ฟทุกคนทั้งที่ดูอยู่ในสนามและติดตามเชียร์อยู่ทั่วประเทศขอบคุณมากที่คอยเป็นกำลังใจมากมายขนาดนี้ ทำให้รายการนี้เป็นทัวร์นาเมนท์ที่พิเศษสำหรับคนไทยจริง ๆ

"การได้แชมป์ในบ้านเป็นความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่มาก คล้าย ๆ กับแชมป์เมเจอร์เลยทีเดียว และการเล่นในหลุม 18 หลังจากที่กลุ่มหน้าเล่นไปก่อนนั้นรู้ผลแล้วไม่ง่ายเลย แต่ในที่สุดก็ทำได้ ครอบครัวมาเชียร์ตลอดทั้ง 18 หลุม ในหลุมสุดท้ายจีนก็ชนะต่อหน้าแม่ได้แล้ว แม่ก็ร้องไห้เลยหลังจากได้แชมป์"

จีโน่- อาฒยา ทำเบอร์ดี้หลุมแรก ก่อนจะมาออกโบกี้ที่หลุม 4 จากนั้นเก็บ 4 เบอร์ดี้ที่หลุม 6, 7, 8 และ 10 โดยการเล่นในหลุมที่ 18 พาร์ 5 หลังจากที่ ชิซซี่ อิวาอิ มืออันดับ 30 ของโลกจากญี่ปุ่น เล่นจบไปก่อนที่ 23 อันเดอร์พาร์  จีโน่-อาฒยา ตีช็อตสองออนแล้วแต่ไหลออกนอกกรีน ก่อนจะชิพเข้ามาระยะหนึ่งคันธงและพัตต์เฉียดเบอร์ดี้ไปนิดเดียวได้แค่พาร์ จบที่ 4 อันเดอร์พาร์ 68 รวม 24 อันเดอร์พาร์ 264 (67-63-66-68) คว้าแชมป์ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026 ไปครองได้สำเร็จ โดย ชิซซี่ อิวาอิ ได้สร้างความฮือฮาและกดดันผู้นำได้ตลอดด้วยการทำ 2 อีเกิ้ล ที่หลุม 7 และ 10  กับอีก 2 เบอร์ดี้ เก็บได้เพียง 6 อันเดอร์พาร์ 66 รวม 23 อันเดอร์พาร์ 265 (69-62-68-66) ได้รองแชมป์ ด้วยการเฉือนกันเพียงสโตรคเดียว

อันดับ 3 ได้แก่ ฮโย จู คิม มืออันดับ 9 ของโลกจากเกาหลีใต้ ทำ 4 อันเดอร์พาร์ 68 รวม 22 อันเดอร์พาร์ 266 (68-65-65-68), อันดับ 4  โซมี ลี มืออันดับ 38 ของโลกจากเกาหลีใต้ ทำ 4 อันเดอร์พาร์ 68 รวม 21 อันเดอร์พาร์ 267 (66-61-72-68)  และ นานน่า เคอร์ซ แมดเซ่น แชมป์ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2022 มือ 61 ของโลกจากเดนมาร์ก ทำ 9 อันเดอร์พาร์ 63 รวม 20 อันเดอร์พาร์ 268 (69-67-69-63) ได้อันดับ 5 ร่วมกับ ลิเดีย โค มืออันดับ 6 ของโลกจากนิวซีแลนด์ ที่ทำ 4 อันเดอร์พาร์ 68 รวม 268 (67-64-69-68) 

การคว้าแชมป์ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026 ส่งผลให้ จีโน่-อาฒยา ฐิติกุล คว้าเงินรางวัล 270,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 8,370,000 บาท และสร้างสถิติเป็น นักกอล์ฟไทยคนที่ 3 ที่เป็นแชมป์รายการนี้ต่อจาก เม-เอรียา จุฑานุกาล ปี 2021 และ แพตตี้-ปภังกร ธวัชธนกิจ ปี 2024  โดยเป็นแชมป์แอลพีจีเอทัวร์ รายการที่ 8 ของเธอ ซึ่งนับเป็นการประเดิมแชมป์แรกของฤดูกาล 2026 อีกด้วย

การแข่งขันฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026 ปิดฉากการแข่งขันอย่างสมบูรณ์แบบ ก่อนจะพบกันใหม่ในการแข่งขันปี 2027 สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.hondalpgathailand.com หรือเฟซบุ๊ก www.facebook.com/lpgaThailand และ อินสตาแกรม www.instagram.com/hondalpgathailand

21 กุมภาพันธ์ 2569

“ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026”ส่งต่อแรงบันดาลใจให้เยาวชน

                                

การแข่งขันกอล์ฟระดับโลก ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026 รอบที่ 3 วันนี้ยังคงร้อนแรงโดยไฮไลต์อยู่ที่ผลงานยอดเยี่ยมของ อาฒยา ฐิติกุล หรือ “จีโน่” ที่ก้าวขึ้นเป็นผู้นำในรอบนี้ ท่ามกลางเสียงเชียร์จากแฟนกอล์ฟ โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนที่เดินทางมาชมการแข่งขันอย่างคึกคัก





สำหรับเด็กๆ และนักกอล์ฟเยาวชน การได้มาชมการแข่งขันระดับโลกแบบใกล้ชิด ถือเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง หลายคนเป็นผู้เข้าร่วมโครงการพัฒนาเยาวชนกอล์ฟ หรือ Honda LPGA Thailand Junior Golf Program ที่จัดขึ้นก่อนหน้านี้






วันนี้….พวกเขาได้สัมผัสประสบการณ์จริง ในฐานะผู้มีสิทธิพิเศษ “Honorary Observer Inside the Rope”  เดินตาม  โปรกอล์ฟระดับโลกตลอดทั้ง 18 หลุม เรียนรู้ทั้งการวางแผนเกม การควบคุมอารมณ์ และการรับมือกับแรงกดดันในสนามแข่งขันจริง ซึ่งเป็นบทเรียนที่หาไม่ได้จากตำรา



การแข่งขัน “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026” ไม่เพียงปักหมุดให้ประเทศไทยในเวทีโลกในฐานะเมืองแห่งจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวและกีฬา แต่ยังช่วยจุดประกายในใจของเด็กๆ นักกอล์ฟของไทย แม้เส้นทางของเด็กแต่ละคนจะแตกต่างกัน แต่จุดร่วมกลับเหมือนกัน ทุกคนกำลังยืนอยู่ใกล้เวทีโลกกว่าที่เคย และกำลังเก็บแรงบันดาลใจกลับบ้านไปพร้อมกัน


จีโน่-อาฒยา ฐิติกุล แซงนำเดี่ยว ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026

จีโน่-อาฒยา ฐิติกุล แซงนำเดี่ยว “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026” วันที่ 3 ทิ้ง ฮโย จู คิม นักกอล์ฟเกาหลีใต้ 2 สโตรค-ลุ้นเป็นคนไทยรายที่ 3 ที่คว้าแชมป์



(ชลบุรี – 21 กุมภาพันธ์ 2569) - จีโน่-อาฒยา ฐิติกุล เหล็กร้อนต่อเนื่อง เก็บอีก 6  อันเดอร์พาร์  แซงขึ้นเป็นผู้นำเดี่ยว ศึกฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026 หลังจบรอบ 3 นำอันดับ 2 ฮโย จู คิม มืออันดับ 9 ของโลกจากเกาหลีใต้ 2 สโตรค  แฟนกอล์ฟตามมาเชียร์แน่นสนาม บรรยากาศวันสุดท้าย (22 กุมภาพันธ์) สุดเข้มข้น สนามแตกแน่นอน เพื่อลุ้นนักกอล์ฟไทยได้แชมป์รายการนี้เป็นคนที่ 3  

การแข่งขันกอล์ฟสตรีระดับโลก ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026  ครั้งที่ 19 ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จังหวัดชลบุรี มีนักกอล์ฟระดับโลกจากแอลพีจีเอทัวร์รวม 72 คน ชิงเงินรางวัลรวม 1.8 ล้านดอลลาร์ฯ (ประมาณ 60 ล้านบาท) และได้ลุ้นรางวัลโฮลอินวันสุดพิเศษที่หลุม 8 เป็นรถจักรยานยนต์ Honda GoldWing มูลค่า 1,355,000 บาท และที่หลุม 16 เป็น รถยนต์ Honda CR-V e:HEV ใหม่ รุ่น e:HEV RS พร้อมชุดอุปกรณ์ตกแต่ง Modulo รวมมูลค่า 1,863,220 บาท เป็นการแข่งขันวันที่ 3 ได้รับการต้อนรับจากแฟนกอล์ฟเดินทางเข้าชมอย่างคับคั่งเนื่องจากเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ 




แฟนกอล์ฟส่วนใหญ่เดินตามเชียร์นักกอล์ฟในกลุ่มผู้นำที่มี จีโน่-อาฒยา ฐิติกุล มือ 1 ของโลก วัย 23 ปีเต็ม ที่เก็บไปแล้ว 14 อันเดอร์พาร์ ในการแข่งขัน 2 รอบ ไล่ตาม โซมี ลี ผู้นำวันที่ 2 มืออันดับ 38 ของโลกจากเกาหลีใต้อยู่ 3 สโตรค โดยทั้งคู่ออกรอบในกลุ่มเดียวกันพร้อมด้วย ชิซซี่ อิวาอิ มืออันดับ 30 ของโลกจากญี่ปุ่น อันดับ 3 ร่วม  

จีโน่-อาฒยา เล่นด้วยความแน่นอนประเดิม 2 เบอร์ดี้ 2 หลุมแรกตามด้วยหลุม 9, 12 แต่มาเสียโบกี้ที่หลุม 14 ก่อนจะเร่งเครื่องทำเบอร์ดี้ 3 หลุมสุดท้าย 16, 17 และ 18 จบที่ 6 อันเดอร์พาร์ 67 รวม 20 อันเดอร์พาร์ 196 (67-63-66) ขึ้นเป็นผู้นำเดี่ยวได้สำเร็จ ทิ้ง ฮโย จู คิม มืออันดับ 9 ของโลกจากเกาหลีใต้ ดีกรีแชมป์แอลพีจีเอ 7 รายการ (รวม 1 เมเจอร์) ที่ทำ 9 เบอร์ดี้ 2 โบกี้จบที่ 7 อันเดอร์พาร์ 65 รวม 18 อันเดอร์พาร์ 198 (68-65-65) ที่อยู่อันดับ 2 อยู่ 2 สโตรค 

จีโน่-อาฒยา เคยคว้ารองแชมป์ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2021 และได้ลุ้นเป็นคนไทยคนที่ 3 ที่คว้าแชมป์รายการนี้ ต่อจาก เม-เอรียา จุฑานุกาล ปี 2021 และ แพตตี้-ปภังกร ธวัชธนกิจ ปี 2024 ได้กล่าวว่า วันนี้ทำหลาย ๆ อย่างได้ค่อนข้างดีเหมือน 2 วันที่ผ่านมา สำหรับการเล่น 3 หลุมสุดท้ายที่ได้ 3 เบอร์ดี้ พยายามทำให้ดีแบบหลุมต่อหลุม ซึ่งไม่ง่ายนัก โดยเฉพาะในหลุมที่ 16 และ 17 แต่ตีเข้าไปดีแล้วก็พัตต์ลง 

“จีนดีใจมาก ที่ทุกคนขับรถไกล ทนร้อน ทนแดดมาเชียร์ เดินดูก็ไม่มีใครบ่นอะไร และต้องขอบคุณคนไทยทั้งประเทศด้วยที่ส่งกำลังใจเชียร์  ส่วนการแข่งขันวันสุดท้าย สนามนี้ไม่มีการรอว่าใครจะพลาด แต่ต้องทำเอง ไม่ว่าใครจะอยู่ตำแหน่งไหนก็ต้องมุ่งมั่นกับเกมของตัวเองให้ดีที่สุด” 

ในขณะที่  โซมี ลี  ที่เพิ่งทำ 11 อันเดอร์พาร์ในรอบ 2 เป็นสถิติสกอร์ต่ำสุดต่อรอบของรายการนี้ แม้จะทำ 4 เบอร์ดี้ แต่ก็หลุดไป 4 โบกี้ จบที่ อีเวนพาร์ 72 รวม 17 อันเดอร์พาร์ 199 (66-61-72) อยู่อันดับ 3 ร่วมกับ ชิซซี่ อิวาอิ ที่ทำ 4 อันเดอร์พาร์ 68 (69-62-68) และ อัลลิเซ่น คอร์ปุซ มืออันดับ 68 ของโลก จากสหรัฐอเมริกา ทำ 5 อันเดอร์พาร์ 67 (67-65-67)  ส่วน ลิเดีย โค มืออันดับ 6 ของโลกจากนิวซีแลนด์ ทำ 3 อันเดอร์พาร์ 69 รวม 16 อันเดอร์พาร์ 200 (67-64-69) อยู่อันดับ 6 

ผลงานของนักกอล์ฟไทย เอพริล-ชนกนันท์ อังกุรเศรณี แชมป์ Honda LPGA Thailand 2026 National Qualifiers ทำผลงานยอดเยี่ยมเก็บได้ 8 อันเดอร์พาร์ 64 ดีที่สุดของรอบ 3 เท่ากับ เอ ลิมคิม จากเกาหลีใต้ ทำให้ เอพริล มี 12 อันเดอร์พาร์ 204 (71-69-64) อยู่อันดับ 11 ร่วมกับ พราว-ชเนตตี วรรณแสน มือ 56 ของโลก ผู้นำวันแรก ที่ทำเพิ่ม 4 อันเดอร์พาร์ 68 รวม 12 อันเดอร์พาร์ 204 (65-71-68)    

เอพริล กล่าวว่า การเล่น 2 วันแรก พัตต์ไม่ค่อยลง แต่วันนี้สามารถทำได้ สภาพอากาศร้อนมาก เพื่อนในก๊วนก็ต่างคนเล่นตามเกมของตัวเอง ส่วนตัวเราก็ต้องดื่มน้ำให้เพียงพอ สำหรับวันสุดท้ายก็จะเล่นตามแผนของตัวเอง เหมือนกับ 3 รอบที่ผ่านไป ได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้น อยากให้แฟนกอล์ฟมาเชียร์กันเยอะ ๆ  

เม-เอรียา จุฑานุกาล แชมป์ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2021 มือ 25 ของโลก ทำ 5 อันเดอร์พาร์ 67 รวม 11 อันเดอร์พาร์ 205 (67-71-67) อยู่อันดับ 18 ร่วม

เมียว-ปาจรีย์ อนันต์นฤการ มือ 49 ของโลก ทำ 4 อันเดอร์พาร์ 68 รวม 8 อันเดอร์พาร์ 208 (68-72-68) อยู่อันดับ 29 ร่วม

แหวน-พรอนงค์ เพชรล้ำ มือ 258 ของโลก ทำอีเวนพาร์ 72 รวม 6 อันเดอร์พาร์ 210 (70-68-72) อยู่อันดับ 38 ร่วม

ปริม ปราชญ์นคร นักกอล์ฟสมัครเล่นทีมชาติไทย ทำ 3 โอเวอร์ 75 รวม 5 โอเวอร์พาร์ 221 (74-72-75) อยู่อันดับ 66 ร่วม โม-โมรียา จุฑานุกาล มือ 205 ของโลก ทำ 5 โอเวอร์พาร์ 77 รวม 9 โอเวอร์พาร์ 225 (73-75-77) อยู่อันดับ 71 

การแข่งขันฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026 จำหน่ายบัตรทางเว็บไซต์ hondalpgathailand.com โดยมีสิทธิพิเศษสำหรับผู้ถือบัตรเครดิตและบัตรเดบิตบีเฟิสต์ ธนาคารกรุงเทพ รับส่วนลดสูงสุด 15 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ ผู้ชมอายุต่ำกว่า 16 ปี และมากกว่า 60 ปี สามารถลงทะเบียนเข้าชมการแข่งขันได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และรับชมการถ่ายทอดสดได้ทาง PPTV HD ช่อง 36 และ AIS Play

สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.hondalpgathailand.com 

หรือเฟซบุ๊ก www.facebook.com/lpgaThailand

 และ อินสตาแกรม www.instagram.com/hondalpgathailan