21 มิถุนายน 2567

ช่ององ 7 HD จับมือ T&B Media Global เปิดตัวรายการเด็ก “PeeKaBoo Junior จ๊ะเอ๋! เด็ดเด็ด” ดีเดย์ 7 กรกฎาคม นี้


ช่อง 7HD จับมือบริษัท T&B Media Global (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวรายการ “PeeKaBoo Junior จ๊ะเอ๋! เด็ด เด็ด” (พีกาบู้ จูเนียร์ จ๊ะเอ๋! เด็ด เด็ด) รายการสำหรับเยาวชน และครอบครัว โดยช่อง 7HD นับเป็นผู้ครองตลาดรายการเด็กมาอย่างยาวนานจนมีแฟนประจำมากมาย ส่วน บริษัท T&B Media Global (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ผลิตผลงานแอนิเมชันสู่ตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง และครั้งนี้นับเป็นความร่วมมืออย่างลงตัวที่ทั้งสองเจ้าตลาดรายการเยาวชน และครอบครัว คือ ช่อง 7HD ที่มีแฟนเหนียวแน่น และ T&B Media Global ที่มีผลงานแอนิเมชันที่ได้รับความนิยมทั่วโลก อย่างเช่น เชลล์ดอน หอยกู้โลก FriendZSpace และ ล่าสุด สติมา “เณรน้อยอัจฉริยะ” ได้มาร่วมมือกันผลิตรายการ เพื่อให้เยาวชนได้รับความสนุกสนาน และความรู้ ในรายการ “PeeKaBoo Junior จ๊ะเอ๋! เด็ด เด็ด” โดยมี 6 พิธีกร วัยจิ๋ว และวัยทีน ที่จะทำให้คุณหนูๆ สนุกยิ่งขึ้นประเดิมด้วย แอนิเมชัน เรื่อง “ซอนนี่ เชฟป่วนก๊วนอร่อย” (TASTY TALES OF THE FOOD TRUCKERS) ซึ่งรูปแบบรายการจะเป็น HUB สําหรับเด็กๆ ที่รัก Animation ที่มี กิจกรรมการทําอาหาร หรือเกมส์ที่สอดคล้องไปกับตัว Animation ที่ให้ทั้งความบันเทิง และสอนวิธีคิดที่ดีจากทัศนคติเชิงบวกที่สอดแทรกอยู่ภายในรายการ

​ ดร.ชวัลวัฒน์ อริยวรารมย์ ประธานกรรมการบริหาร และผู้ก่อตั้งบริษัท T&B Media Global (ประเทศไทย) จำกัด ได้เปิดเผยว่า “รายการเด็กในเมืองไทยยังมีพื้นที่น้อย และยังขาดการสนับสนุนอย่างจริงจัง ต้องขอขอบคุณ ช่อง 7HD ที่ยังเล็งเห็นความสำคัญของรายการเด็ก สามารถสร้างพื้นที่เล็กๆ ที่จะทำให้ คุณพ่อคุณแม่ และคุณลูก ได้มีช่วงเวลาความสุขที่ใช้ร่วมกันในวันหยุด โดย T&B มีแนวคิดในการสร้างการ์ตูนแอนิเมชันสอดแทรกเรื่องราวต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ รวมถึงการสร้างแรงบันดาลใจสำหรับเด็กและครอบครัวมาโดยตลอด จนมาถึงรายการ PeeKaBoo Junior จ๊ะเอ๋! เด็ด เด็ด ก็เช่นเดียวกัน เรานำแอนิเมชันต่างๆ ที่อยู่ภายใต้ T&B มานำเสนอผ่านทางรายการนี้ โดยเริ่มจาก ซอนนี่ เชฟป่วนก๊วนอร่อย (TASTY TALES OF THE TOOD TRUCKERS) ซึ่งฉายไปแล้วกว่า 100 ประเทศทั่วโลก เป็นเรื่องราวของแก๊งเพื่อนนำโดย ซอนนี่ ผู้มีความใฝ่ฝันที่จะเป็นเชฟชื่อดัง และออกแสวงหาวัตถุดิบจากทั่วทุกมุมโลกมาทำอาหาร ซึ่งในช่วง PeeKaBoo Can Do จะชวนน้องๆ และครอบครัวหาไอเดียและคิดค้นหาสูตรอาหารใหม่ๆ ที่จะทำให้คุณพ่อคุณแม่คุณลูกได้สนุกไปพร้อมกัน เป็นการกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัวทุกเช้าวันอาทิตย์ ตามแนวคิดหลักของ T&B ที่จะเป็น Home of Happy ครับ”


ส่วนทางด้าน นายพัฒนพงค์ หนูพันธ์ กรรมการผู้จัดการ ช่อง 7HD กล่าวว่า “ช่อง 7HD ให้ความสำคัญกับเด็ก และเยาวชน รวมถึงสถาบันครอบครัวมาโดยตลอด ฉะนั้นเราจึงอยากเปิดพื้นที่ และเป็นช่องทางในการนำเสนอรายการเพื่อเด็กๆ ให้ทุกคนในบ้าน ได้มีโอกาสใช้เวลาร่วมกันในช่วงวันหยุด ทั้งนี้เรามีความยินดีอย่างมากที่ได้ร่วมงานกับ บริษัท T&B Media Global (ประเทศไทย) จำกัด

ซึ่งเป็นผู้ผลิตผลงานแอนิเมชันสู่ตลาดโลกมาอย่างต่อเนื่อง และครั้งนี้ได้ผลิตรายการดีๆ อย่างรายการ PeeKaBoo Junior จ๊ะเอ๋! เด็ด เด็ด เป็นรายการที่ตอบโจทย์ ผลิตออกมาเพื่อเด็กอย่างแท้จริง ในรายการมีการนำเสนอแอนิเมชันที่น่าสนใจ นอกจากความสนุกที่เด็กๆ จะได้รับยังสอดแทรกเรื่องราวต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ ได้ทั้งสาระ และความบันเทิงครบถ้วน รวมถึงการสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กอีกด้วย เชื่อมั่นว่ารายการนี้จะเป็นรายการที่เด็กๆ ชื่นชอบครับ”

​ติดตามชมรายการ “PeeKaBoo Junior จ๊ะเอ๋! เด็ด เด็ด”  ได้ทุกวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 07.30 น. ถึง 08.00 น. ทาง #ช่อง7HD สามารถรับชมพร้อมกันได้ทาง Website https://wwww.ch7.com/ &   https://www.bugaboo.tv/home และติดตามความสนุกแบบเต็มอิ่มกับช่วง PeeKaboo Can Do ได้ที่ Bugaboo.TV และ Facebook : https://www.facebook.com/PeeKaBooJuniorOfficial/

YouTube : https://www.youtube.com/@Peekaboo_Juniorofficial



TikTok : https://www.tiktok.com/@peekaboo_juniorofficial

DaruNi-ZOLAR ฟิตซ้อมหนัก เตรียมโชว์ในงาน MQDC Present bondbond Music Mania:The Wonderland of Fan

เตรียมฟิตซ้อมกันหนักหน่วงสำหรับสองศิลปินเกิร์ลกรุ๊ปและบอยกรุ๊ปน้องใหม่อย่าง DaruNi และ ZOLAR ที่จะขึ้นเวทีคอนเสิร์ตใหญ่ MQDC Present bondbond Music Mania:The Wonderland of Fan ปรากฏการณ์ความฟินแบบ Non Stop กับศิลปินหนุ่ม C-POP Hiphop จากแดนมังกร ØZCAR WANG พร้อมเหล่าศิลปิน T-POP ของไทยที่ยกทัพกันมาเพียบ ทั้ง BUS because of you i shine, DICE  DAOU OFFROAD, LYKN,  MINDY ในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ ณ Union Hall 2, Union Mall

โดย DaruNi เผยถึงความรู้สึกว่า “พวกเรารู้สึกดีใจ และตื่นเต้นมากที่ได้มีโอกาสขึ้นเวทีร่วมกับพี่ๆ เพื่อนๆ ศิลปินมากมาย และจะได้พบกับแฟนๆ อีกด้วย งานนี้บอกได้เลยว่าพวกเราเตรียมตัวซ้อมร้องซ้อมเต้นกันแบบจัดเต็มสุดๆ เพื่อให้ทุกคนได้เอ็นจอยไปกับโชว์ของพวกเราค่ะ นอกจากพวกเราจะฟิตซ้อมกันหนักแล้ว ยังพยายามฟิตร่างด้วยการนอนวันละ 8 ชม. และดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว พวกเราก็อยากให้เพื่อนๆ ทุกคนได้เตรียมตัวฟิตร่างให้พร้อมมาสนุกด้วยกันในวันคอนเสิร์ตนะคะ แล้วพบกันค่ะ”

และ ZOLAR เผยถึงความรู้สึกว่า “การไปโชว์ครั้งนี้ของ ZOLAR ถือเป็นงานใหญ่ เวทีใหญ่ รูปแบบการออกแบบโชว์ ก็จะเเตกต่างจากที่เคยไปออกงานมา เเน่นอนว่ามีโชว์เพลงของตัวเองทั้งสองเพลง ไม่ว่าจะเป็นเพลง GIRL-FRIEND และเพลง MVP (ได้ป่ะ?) เเต่นอกจากสองเพลงนี้เเล้ว ก็ยังจะมีโชว์อื่นๆ อีกหลายโชว์เลย เน้นเพอร์ฟอร์แมนซ์ เต้นปังๆ ใครที่อยากให้เห็น ZOLAR เต้นหนักๆ ได้ดูกันจนอิ่มเเน่ในงานนี้ เเละที่พิเศษคือ จะมีโชว์ใหม่ ที่เราทำขึ้นมาเป็นพิเศษ เเละจะโชว์ที่คอนเสิร์ตนี้เป็นครั้งเเรก อยากให้รอติดตามครับ”


แฟนๆ ที่ยังไม่มีบัตรคอนเสิร์ต MQDC Present bondbond Music Mania:The Wonderland of Fan ครั้งแรกกับบรรยากาศสุด Exclusive ตื่นตาตื่นใจ ไปกับโชว์ที่จัดเต็มทั้ง เวทีโปรดักชั่น แสง สี เสียง และเซอร์ไพรส์โชว์จาก Ozcar Wang Vs Mindy,  BUS because of you i shine และ DICE ในวันที่ 30 มิถุนายน 2567 ณ Union Hall 2, Union Mall สามารถซื้อบัตรได้ที่ www.ticketmelon.com


ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่
Facebook : bondbond Live / Instagram : @bondbondlive / X :  @bondbondlive / TikTok :  @bondbondlive

กรมการท่องเที่ยว จัดกิจกรรมสัมมนาสร้างความเข้าใจ การดำเนินการตาม พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ เนื่องในวันมัคคุเทศก์ไทย 2567


มัคคุเทศก์ ถือเป็นบุคลากรสำคัญในการสร้างภาพลักษณ์และเป็นกำลังขับเคลื่อนให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล


วันนี้ (21 มิถุนายน 2567) กรมการท่องเที่ยวได้จัดงานเนื่องในวันมัคคุเทศก์ไทย ประจำปี 2567 โดยมี นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เป็นประธานในพิธีเทิดพระเกียรติเพื่อรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ “พระบิดาแห่งมัคคุเทศก์ไทย” โดยมีผู้บริหารกรมการท่องเที่ยว ผู้แทนสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ผู้แทนสมาคมมัคคุเทศก์ ผู้แทนสมาคมด้านการท่องเที่ยว และเจ้าหน้าที่กรมการท่องเที่ยว เข้าร่วม ณ วังวรดิศ ถนนหลานหลวง พร้อมทั้งเป็นประธานเปิดกิจกรรมสร้างความเข้าใจในการดำเนินการตามพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ โดยกิจกรรมในงานประกอบด้วย การชี้แจงนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวและการดำเนินการตามพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ โดยนายบุญเสริม ขันแก้ว รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว ในฐานะนายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์กลาง และนำเสนอการพัฒนาการให้บริการด้านต่างๆ ผ่านระบบเทคโนโลยีดิจิทัลที่กรมการท่องเที่ยวได้พัฒนาต่อยอด เพื่อนำมาใช้ในการให้บริการ ซึ่งเป็นการปรับการทำงานให้เข้ากับยุคสมัยและบริบทของสังคมปัจจุบัน


นอกจากนี้ ยังมีการอภิปรายเรื่องของสวัสดิการต่างๆ ที่อาชีพมัคคุเทศก์พึงได้รับประโยชน์จากกองทุนการออมแห่งชาติและสำนักงานประกันสังคม เพื่อส่งเสริมการออมให้แก่มัคคุเทศก์ โดยมีผู้แทนสมาคมมัคคุเทศก์ มัคคุเทศก์ และผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 200 คน ณ ห้องปรินซ์บอลรูม 2 ชั้น 11 อาคาร 1 โรงแรมปรินซ์ พาเลซ กรุงเทพมหานคร

ดร.นภัสนันท์ พรรณนิภา คว้ารางวัล THAILAND TOP CEO OF THE YEAR ต่อเนื่อง 2 ปีซ้อน


ดร.นภัสนันท์ พรรณนิภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีคิวเอ็ม อัลฟา จำกัด (มหาชน) TQMalpha ได้รับรางวัล "สุดยอดผู้บริหารองค์กรแห่งปี (THAILAND TOP CEO OF THE YEAR 2024) สาขาอุตสาหกรรมบริการ" 2 ปีซ้อน ซึ่งพิธีมอบรางวัลงานนี้ ได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ นุรักษ์ มาประณีต องคมนตรี เป็นประธานในพิธี    

โดยมีคณะกรรมการจากนิตยสาร Business+ ร่วมกับคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์    งานมอบรางวัลนี้ จัดขึ้นเพื่อมอบให้ผู้นำองค์กรที่มีวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ในการบริหารธุรกิจที่เป็นโดดเด่นที่สุดในกลุ่มธุรกิจของผู้บริหารองค์กรในประเทศไทย นับเป็นรางวัลแห่งความสำเร็จสำหรับคณะผู้บริหารและพนักงานของกลุ่ม TQMalpha ทุกคน

จอยลิเดย์ จัดงานต้อนรับและขอบคุณพันธมิตรจากงาน IAAPA Expo Asia 2024

พร้อมผนึกกำลังเสริมศักยภาพย้ำความเป็นผู้นำศูนย์รวมเครื่องเล่นในศูนย์การค้าสำหรับครอบครัว 


นายสรวิศ ปัญจมณีโชติ ประธานบริหารกลุ่มบริษัทแฟมมิลี่ อะมิวส์เม้นท์ จำกัด นำทีมผู้บริหาร พนักงานจัดงานเลี้ยงต้อนรับ และขอบคุณพันธมิตรจากบริษัทชั้นนำทั้งจากภูมิภาคเอเชีย ยุโรป และอเมริกา ในโอกาสที่เข้ามาร่วมแชร์นวัตกรรมความบันเทิงในงาน IAAPA Expo Asia 2024 ภายใต้ชื่อ Welcome & Thank You Party ที่ให้การสนับสนุน

ในการดำเนินธุรกิจพัฒนาอุปกรณ์เครื่องเล่นเกม เสริมสร้างทักษะ และสร้างประสบการณ์แห่งความสุขสำหรับครอบครัวร่วมกันด้วยดีมาโดยตลอด  โดยงานเลี้ยงต้อนรับและขอบคุณนี้ได้จัดขึ้น ณ ห้องเปรม ติณสูลานนท์ กรมดุริยางค์ทหารบก กรุงเทพฯ

20 มิถุนายน 2567

สถาบันโภชนาการ จัดประชุมชี้แจงและรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกรัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง

เกี่ยวกับข้อเสนอพัฒนากฎระเบียบและมาตรการกำกับดูแลอาหารแพลนต์เบส

เมื่อเร็วๆ นี้ (18 มิ.ย. 2567) ทีมนักวิจัยสถาบันโภชนาการ ม.มหิดล  จัดประชุมชี้แจงและรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องจากภาครัฐและภาคเอกชน เกี่ยวกับข้อเสนอพัฒนากฎระเบียบและมาตรการกำกับดูแล โปรตีนทางเลือก กลุ่ม โปรตีนจากพืช (Plant-based Protein) และอาหารจากพืช (Plant-base Food) ในผลิตภัณฑ์ 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1) ผลิตภัณฑ์เนื้อจากพืชหรือผลิตภัณฑ์โปรตีนจากพืช 2) ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม น้ำนมจากพืช และ 3) ผลิตภัณฑ์จากพืชทดแทนผลิตภัณฑ์นม เพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย โดยได้รับการสนับสนุนทุนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ภายใต้โครงการศึกษาหลักเกณฑ์ มาตรฐาน หรือกฎระเบียบที่เกี่ยวกับโปรตีนทางเลือก (alternative protein) ในประเทศไทย ณ โรงแรมแกรนด์ริชมอนด์ จ.นนทบุรี

รองศาสตราจารย์ ดร.ชนิพรรณ บุตรยี่ อาจารย์ประจำสถาบันโภชนาการ กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์กลุ่มอาหารแพลนต์เบส (Plant-based) ได้รับความนิยมจากผู้บริโภค และมีจำหน่ายหลากหลายออกสู่ท้องตลาดมากขึ้น แต่การควบคุมและกำกับดูแลเพื่อขออนุญาตผลิตภัณฑ์ฯ ยังไม่มีเกณฑ์เฉพาะที่ชัดเจน ส่งผลกระทบต่อการพัฒนานวัตกรรมอาหารกลุ่มแพลนต์เบส  ด้วยเหตุนี้ ทีมนักวิจัย สถาบันโภชนาการได้ทำการศึกษาหลักเกณฑ์ มาตรการ ที่เกี่ยวกับอาหารโปรตีนทางเลือก (alternative protein) ของประเทศต่าง ๆ ประกอบกับประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับ ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำเกณฑ์ข้อเสนอให้ อย.นำไปพิจารณาแนวทางควบคุม กำกับดูแลอาหารดังกล่าว การดำเนินการของโครงการได้ทบทวนแนวทางข้อกำหนด ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอาหารแพลนต์เบส ที่ปัจจุบันในของหลายๆ ประเทศก็อยู่ระหว่างพัฒนาเช่นกัน เพื่อนำมาเป็นแนวทางปรับใช้เป็นเกณฑ์ที่เหมาะสมกับบริบทของไทย การกำหนดขอบข่าย (นิยามศัพท์) เพื่อสะดวกต่อจัดกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารเพลนต์เบสซึ่งจะเกี่ยวโยงไปถึงการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัย โดยเฉพาะด้านการอนุญาตใช้วัตถุเจือปนอาหารและการตรวจวิเคราะห์สารปนเปื้อน คำอนุญาตให้ใช้ในการกล่าวอ้างบนฉลากผลิตภัณฑ์ และคุณภาพด้านโภชนาการ เบื้องต้นมีการเสนอข้อคิดเห็นให้แบ่งกลุ่มอาหารแพลนต์เบส ออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่ม “อาหารโปรตีนจากพืช (Plant-base Protein)” หมายถึง โปรตีนที่ได้จากการนำพืช จุลินทรีย์ และสาหร่ายที่บริโภคได้ มาสกัดแยกโปรตีน แล้วเป็นผง ทำให้เข้มข้น หรือขึ้นรูปใหม่ โดยกำหนดปริมาณโปรตีน ตั้งแต่หรือมากกว่าร้อยละ 40 ของน้ำหนักแห้ง  และกลุ่ม “อาหารจากพืช (Plant-base Food)” หมายถึง ผลิตภัณฑ์อาหารซึ่งใช้วัตถุดิบหลักที่ทำจากพืช จุลินทรีย์ และสาหร่ายที่บริโภคได้ร้อยละ 90 เช่นเดียวกัน ไม่รวม วัตถุเจือปนอาหาร สารแต่งกลิ่นรส สารช่วยในกระบวนการผลิต น้ำและเกลือ โดยทั้งนี้จะเรียกว่า “อาหารจากพืชที่มีโปรตีน”ได้สำหรับของเหลวที่มีปริมาณโปรตีนไม่น้อยกว่าร้อยละ 2 ของน้ำหนัก หรือของแข็งที่มีปริมาณโปรตีนไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของน้ำหนัก

ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.ชลัท ศานติวรางคณา ผู้อำนวยการสถาบันโภชนาการ ม.มหิดล ระบุว่า สถาบันฯ เล็งเห็นถึงความสำคัญของอาหารแพลนต์เบส ซึ่งเป็นอาหารที่มีมูลค่าสูง และภาคอุตสาหกรรมเองก็มีความพร้อมในการพัฒนาสินค้า ทั้งนี้ ผลจากการนำเสนอข้อมูลและรับฟังข้อคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในครั้งนี้ จะเป็นแนวทางให้กับ อย. นำไปประกอบการพิจารณาออกร่างประกาศเป็นนโยบายสำหรับกำกับดูแลผลิตภัณฑ์กลุ่มอาหารแพลนต์เบสต่อไป เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยมี “คู่มือ” ใช้ประกอบการพัฒนานวัตกรรมอาหาร ลดทอนอุปสรรคในการขออนุญาตขึ้นทะเบียน และเป็นการสร้างทางเลือกให้กับผู้บริโภคที่มีความต้องการที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ท่ามกลางกระแสการดูแลสุขภาพยุคใหม่ มุ่งใส่ใจสิ่งแวดล้อม

NocNoc Make a Wish Foundation ฉลองวันเกิดครบ 5 ปี


NocNoc ศูนย์รวมสินค้าและบริการเรื่องบ้านออนไลน์ ฉลองวันเกิดครบ 5 ปี NocNoc Make a Wish Foundation จับมือ “ปันกัน” โดยมูลนิธิยุวพัฒน์ ร่วมสร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน จัดกิจกรรม NocNoc ปันให้…ปันกัน ชวนลูกค้า และพนักงาน แบ่งปันสิ่งของไม่ใช้แล้วที่อยู่ในสภาพดีที่ร้านปันกันทุกสาขา ไปจัดจำหน่ายเพื่อมอบเป็นทุนการศึกษาให้แก่เด็ก ๆ ที่ขาดโอกาส สำหรับผู้ปัน รับเลย NocNoc Voucher มูลค่า 100 บาท ช้อปของแต่งบ้านบนแพลตฟอร์ม NocNoc (ไม่มีขั้นต่ำ) ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ธันวาคม 2567

นายอนุพงศ์ ทะสดวก ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการค้าและพาณิชย์ บริษัท เบ็ตเตอร์บี มาร์เก็ตเพลส จำกัด หรือ NocNoc เผยว่า NocNoc มีเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจในระยะยาวเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน คือ การเป็น Home and Living Destination ที่พร้อมช่วยให้ทุกคนในอาเซียน เติมเต็มทุกพื้นที่ในการใช้ชีวิตได้อย่างที่ฝัน หนึ่งในแผนดำเนินธุรกิจในระยะยาวเพื่อสร้างความยั่งยืนที่มีประสิทธิผล คือการร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ในการสร้างสมดุลที่ดีให้สังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ ผ่าน Ecosytem ที่เรามีร่วมกัน เช่น ระบบเทคโนโลยี (AI Ecosystem) , บุคลากร  เป็นต้น



“การร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ ซี่งเป็นธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) อย่าง “ปันกัน” จะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ NocNoc เติบโตไปพร้อมกับสังคมอย่างยั่งยืนมากขึ้น โดยมุ่งเน้นให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องใน Ecosystem ของ NocNoc ทั้งลูกค้า พนักงาน ร้านค้า พาร์ทเนอร์ได้มีส่วนร่วมในการสร้างสังคมแห่งการแบ่งปันร่วมกัน ภายใต้แคมเปญ NocNoc ปันให้…ปันกัน”

NocNoc ปันให้…ปันกัน นอกจากจะเป็นแคมเปญที่ผลักดันในการช่วยเหลือสังคม และสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่ NocNoc ตั้งใจชวนให้ทุกๆบ้านได้แบ่งปันเวลาในการจัดบ้าน เคลียร์บ้าน และคัดเลือกสิ่งของไม่ใช้แล้วที่อยู่ในสภาพดี มาบริจาคเพื่อเป็นสินค้าแบ่งปันในร้านปันกัน ไม่ว่าจะเป็น เฟอร์นิเจอร์ , เครื่องใช้ไฟฟ้า , เครื่องครัว, ของตกแต่งบ้าน, เสื้อผ้า, กระเป๋า, รองเท้า, หมวก, หนังสือ, ตุ๊กตา, ของเล่น ที่ร้านปันกัน 19 สาขาเพื่อมอบเป็นทุนการศึกษา แก่เด็ก ๆ ที่ขาดโอกาสต่อไป โดยผู้ปันจะได้รับ NocNoc Voucher มูลค่า 100 บาท สำหรับใช้ซื้อสินค้าและบริการเรื่องบ้านบนแพลตฟอร์ม NocNoc เมื่อช้อปไม่มีขั้นต่ำ ตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2567 ถึง 31 ธันวาคม 2567 นี้



ด้านนางฐาปนีย์  สินาดโยธารักษ์ ผู้อำนวยการร้านปันกัน โดย มูลนิธิยุวพัฒน์ กล่าวว่า NocNoc และปันกันมีวิสัยทัศน์ในการดำเนินงานที่สอดคล้องกัน คือต้องการทำให้ทุกความฝันเป็นจริงได้ การร่วมมือกับ NocNoc ซึ่งเป็น Home and Living Destination ในครั้งนี้จะช่วยผลักดันในการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กๆ อีกทั้งจะช่วยให้ปันกันขยายพื้นที่การมีส่วนร่วมของผู้ปันในกลุ่มสินค้า Home and Living ได้กว้างมากขึ้น 

ความร่วมมือระหว่าง NocNoc และ ปันกัน เพื่อยกระดับมาตรฐานการทำธุรกิจให้สามารถสร้างคุณค่ากับสังคม (Social impact) ได้มากขึ้น ไม่ได้ส่งผ่านกิจกรรม NocNoc ปันให้…ปันกัน เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ในระยะยาวยังมีแผนการดำเนินงานที่จะทำร่วมกันเพื่อสร้างความยั่งยืนในองค์รวมอีกด้วย

แคมเปญ NocNoc ปันให้…ปันกัน เริ่มให้ปันสิ่งของไม่ใช้แล้วที่อยู่ในสภาพดีให้กับร้านปันกันทุกสาขา ตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2567 ถึง 31 ธันวาคม 2567 ผู้ปันจะได้รับ NocNoc Voucher มูลค่า 100 บาท สำหรับใช้ซื้อสินค้าและบริการเรื่องบ้านบนแพลตฟอร์ม NocNoc เมื่อช้อปไม่มีขั้นต่ำ NocNoc Voucher
มีจำนวนจำกัด และเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด 

เรื่องบ้าน…เลือกจนกว่าจะชอบที่ NocNoc

โหลด NocNoc https://bit.ly/3Xbp23r

รพ. พญาไท 1 ยกระดับ Excellence Neuroscience Center

ตอกย้ำการรักษาโรคทางสมองและระบบประสาท แห่งอนาคตครอบคลุมทุกมิติ

(20 มิถุนายน 2567 : กรุงเทพฯ) – โรงพยาบาลพญาไท 1 ในเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ชูศักยภาพ ศูนย์โรคสมองและระบบประสาท (Excellence Neuroscience Center) ที่มาพร้อมทีมแพทย์และนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ทันสมัยครอบคลุมทุกมิติการรักษา

นพ. อภิรักษ์ ปาลวัฒน์วิไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพญาไท 1 กล่าวว่า “จากสถิติของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ในปี 2566 พบว่า ผู้ป่วยที่เป็น ‘โรคหลอดเลือดสมอง’ ในประเทศไทยสูงถึง 349,126 ราย และยังพบอัตราการเสียชีวิตในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองแตกกว่า 30% ในขณะที่อัตราการเสียชีวิตในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบอยู่ที่ 2.5% นอกจากนี้ ยังมีโรคทางระบบประสาทอื่น ๆ ที่เป็นอันตราย เช่น ภาวะเลือดออกในเยื่อหุ้มสมอง โรคหลอดเลือดสมองโป่งพอง เนื้องอกในสมอง โรคสมองเสื่อม โรคพาร์กินสัน เป็นต้น โรคเหล่านี้จำเป็นต้องใช้บุคลากรทางการแพทย์ที่มีประสบการณ์และความชำนาญสูงในการดูแลรักษาอย่างเร่งด่วน เพราะทุกวินาที คือ ‘วินาทีชีวิต’ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องอาจส่งผลต่อชีวิตได้”

“โรงพยาบาลพญาไท 1 เล็งเห็นถึงความสำคัญของการยกระดับการบริการและการป้องกันโรคทางสมองและระบบประสาท รวมถึงการส่งเสริมสุขภาพ และการประเมินความเสี่ยงโรค เพื่อรับมือกับผู้ป่วยด้วยโรคทางสมองและระบบประสาท พร้อมเสริมศักยภาพการดูแลผู้ป่วยให้ได้ผลลัพธ์การรักษาที่ดีขึ้นตามคาดหวัง โดยคำนึงถึง 'Value - Based Healthcare' คุณค่าการรักษาที่มุ่งเน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง ต้องได้รับการรักษาพยาบาลที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่า ในระดับมาตรฐานสากล” นพ. อภิรักษ์ กล่าวเพิ่มเติม

นพ. อภิรักษ์ อธิบายต่อว่า “ศูนย์โรคสมองและระบบประสาท (Excellence Neuroscience Center) เป็นหนึ่งในศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ของโรงพยาบาลพญาไท 1 แพทย์ชำนาญการของเราสามารถรักษาผู้ป่วยโรคทางสมองและระบบประสาทที่มีอาการซับซ้อนรวมถึงภาวะวิกฤต ซึ่งต้องอาศัยการทำงานร่วมมือกันอย่างแข็งแกร่งของทีมแพทย์และสหสาขาวิชาชีพหลากหลายสาขาที่มีเป้าหมายเดียวกัน คือ ความปลอดภัยสูงสุดของผู้ป่วยและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”

พญ. นภาศรี ชัยสินอนันตกุล ผู้อำนวยการศูนย์สมอง และระบบประสาท โรงพยาบาลพญาไท 1 กล่าวเสริมว่า “ระบบประสาทเป็นระบบที่ซับซ้อน ความผิดปกติของระบบประสาท และข้อบกพร่องของโครงสร้าง ถือเป็นภัยเงียบที่นำไปสู่ความพิการหรือเสียชีวิตได้ ทั้งนี้ สามารถหลีกเลี่ยงหรือลดความรุนแรงลงได้ หากได้รับการประเมินและรักษาอย่างรวดเร็วทันท่วงทีและถูกต้องโดยทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์เฉพาะทาง”
4 มิติหลักการรักษาโรคด้านสมองและระบบประสาท ด้วยนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ทันสมัย


พญ. นภาศรี อธิบายเพิ่มเติมว่า Excellence Neuroscience Center ของโรงพยาบาลพญาไท 1 มีความพร้อมด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์และความชำนาญขั้นสูงในการดูแลรักษาสามารถตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคได้อย่างถูกต้องแม่นยำ อีกทั้งการทำงานร่วมกับทีมสหสาขาวิชาชีพได้อย่างมีระบบไร้รอยต่อ ความพร้อมในการดูแลผู้ป่วยในทุกภาวะวิกฤตตลอด 24 ชั่วโมง และเทคโนโลยีและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย ศูนย์ Excellence Neuroscience Center ให้บริการดูแลรักษาโรคด้านสมองและระบบประสาทครอบคลุมทุกมิติ ได้แก่

⦁ โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) – การตรวจคัดกรองโรคหลอดเลือดสมองตีบ ตัน หรือแตก ซึ่งรู้จักกันทั่วไปว่าเป็นภาวะอัมพฤกษ์-อัมพาต ด้วยการทำอัลตราซาวน์หลอดเลือดคอ (CDUS – Carotid Doppler Ultrasound) เพื่อตรวจหาภาวการณ์อุดตันของหลอดเลือดบริเวณคอที่ไปเลี้ยงสมอง

⦁ พาร์กินสัน - โรคที่เกิดจากความเสื่อมของเซลล์สมอง ทำให้เกิดความผิดปกติของการเคลื่อนไหว ให้การรักษาด้วยยาและเทคโนโลยีการผ่าตัดฝังเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าในสมองส่วนลึก 

(Deep Brain Stimulation: DBS)

⦁ ภาวะสมองเสื่อมจากโรคอัลไซเมอร์ – สามารถตรวจวินิจฉัยโรคได้ตั้งแต่ยังไม่มีอาการด้วย PET scan (ตรวจระดับโปรตีนอมิลอยด์และทาว ในน้ำไขสันหลัง) 

⦁ เทคโนโลยีรังสีร่วมรักษาสมองและระบบประสาท ( Interventional Neuroradiology ) – เป็นการตรวจ และรักษาโรคทางสมอง และประสาทไขสันหลังด้วยเครื่องเอกซเรย์ตรวจวินิจฉัย และรักษาโรคหลอดเลือดชนิดสองระนาบ Biplane Digital Subtraction Angiography ซึ่งประกอบด้วยซอฟต์แวร์พิเศษสำหรับตรวจรักษาทางการแพทย์ สามารถสร้างภาพ 3 มิติของหลอดเลือดและแผนที่หลอดเลือด ช่วยให้รักษา
ได้อย่างตรงจุด แม่นยำ ซอฟต์แวร์นี้ช่วยเปรียบเทียบการไหลเวียนของเลือดในสมองก่อนและหลังการรักษา สำหรับผู้ป่วยที่มีหลอดเลือดตีบ เช่น หลอดเลือดสมองหรือหัวใจตีบ แพทย์สามารถใส่สายสวนเพื่อถ่างขยายหลอดเลือด และถ้าจำเป็นสามารถใส่สเต็นท์เพื่อป้องกันการตีบซ้ำได้ ผู้ป่วยใช้เวลาพักฟื้นไม่กี่วันก็สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติหรือใกล้เคียงปกติได้มากขึ้น

19 มิถุนายน 2567

เออาร์ไอพี และพันธมิตรแบรนด์สินค้าไอที แถลงข่าวการจัดงาน “COMMART MEGATECH”


บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงานคอมมาร์ต จับมือพันธมิตรแบรนด์และผู้จัดจำหน่ายสินค้าไอที ประกาศความพร้อมการจัดงานมหกรรมสินค้าไอทีกลางปีในธีม “COMMART MEGATECH” ยกขบวนสินค้าไอที โปรแรง ช้อปคุ้ม พร้อมอัปเดตเทรนด์เทคโนโลยี AI PC ที่จะมากระตุ้นยอดขายกลางปีให้คึกคักอีกครั้ง เตรียมพบสินค้าและโปรโมชั่นพิเศษได้ที่งานคอมมาร์ต ห้ามพลาด 11-14 กรกฎาคม 2567 เวลา 10.00-21.00 น. ณ EH 98-99 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา 






นายบุญเลิศ นราไท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เออาร์ไอพี กล่าวว่า “คาดการณ์แนวโน้มตลาดไอที ช่วงกลางปี 2024 เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะกระแสการมาของเทคโนโลยี AI ที่ส่งผลให้เทคโนโลยีเกิดการผลัดใบ ทำให้ภาพรวมตลาดไอทีส่งสัญญาณที่ดีขึ้น และกำลังก้าวเข้าสู่ Wave 2 ในช่วงกลางปี 2024 และต่อเนื่องไปถึงปี 2025 ในฐานะผู้จัดงานคอมมาร์ตเราเห็นถึงพฤติกรรมการซื้อสินค้าในงานคอมมาร์ต ที่สะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน  จากสถานการณ์ปกติที่ผู้บริโภคจะเปลี่ยนคอมพิวเตอร์ใหม่ ทุก 3 ปี แต่ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา เริ่มมีแรงกระตุ้นที่เข้ามาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้เร็วขึ้น จะเห็นได้จากช่วง Wave 1 (ช่วงปี 2020-2021) จากสถานการณ์โควิดคนต้องการใช้คอมพิวเตอร์มากขึ้น การ Work From Home และเป็นช่วงที่คริปโทเคอร์เรนซีเป็นที่นิยม ส่งผลให้สินค้าไอทีขาดตลาด เกิดการกักตุนสินค้า และปรับราคาขาย ช่วงปี 2022-2023 ตลาดไอทีเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ไม่ได้มีเทคโนโลยีใหม่หรือปัจจัยที่เข้ามาทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากนัก จนมาถึง Wave 2 (ช่วงปี 2024-2025) ที่เริ่มเห็นได้ชัดเจนว่า เทคโนโลยี AI ได้เข้ามาเปลี่ยนเจนเทคโนโลยีและพร้อมกระตุ้นกำลังซื้อให้กลับมาอีกครั้ง”
|
“มี 3 สัญญาณที่ตอกย้ำว่า AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนเจน PC ที่เริ่มเห็นแนวโน้มมากขึ้นในงานคอมมาร์ตกลางปี ไปจนถึงปลายปี เรามองว่า 1) ชิปรุ่นใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการประมวลผล AI โดยเฉพาะเห็นได้จากแบรนด์ผู้ผลิตชิปประมวลผล อาทิ Intel, AMD, Apple, Qualcomm มีการพัฒนาหน่วยประมวลผลที่รองรับการใช้งาน AI PC พร้อมชูเรื่องการประหยัดพลังงานแทบจะเหมือน ๆ กัน 2) แบรนด์ดังเริ่มออกผลิตภัณฑ์ที่รองรับการใช้งาน AI PC รวมถึงอุปกรณ์อื่นๆ รองรับการใช้งาน ฟีเจอร์ Copilot ของ Microsoft และ OpenAI เช่น HP , Dell , Acer, ASUS, Lenovo และ Microsoft ก็ได้เปิดตัวคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ที่ใช้ AI บุกตลาด PC ที่คาดการณ์การเติบโตอย่างรวดเร็ว  ซึ่งโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ ๆ ก็จะมาพร้อมกับปุ่ม Copilot ที่เป็นปุ่มสำหรับเรียกใช้งาน AI บนเครื่อง สื่อถึงแบรนด์ต่าง ๆ ที่ได้ตอบรับฟีเจอร์ AI ที่มาบน Windows 11 และ 3) AI ถูกย่อส่วนให้อยู่บนสมาร์ทโฟน ช่วยเพิ่มการเข้าถึง AI และทำให้เกิดประสบการณ์ในการใช้งานที่มากขึ้น ทั้ง IOS และ Android จนทำให้คนเริ่มมองว่า AI เป็นเรื่องใกล้ตัว และพร้อมที่จะตัดสินใจเปลี่ยนอุปกรณ์เพื่อรองรับการใช้งานได้ง่ายมากขึ้น”

“สำหรับงาน COMMART MEGATECH ครั้งนี้ เชื่อว่าเราจะได้เห็นสินค้าจากเทคโนโลยี AI ที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น จากหลากหลายแบรนด์สินค้า ที่พร้อมนำมาแสดงและขายภายในงานครั้งนี้ ตอกย้ำความเป็นมหกรรมสินค้าไอที ที่ใหญ่ที่สุดในไทย ที่รวบรวมเทคโนโลยี คอมพิวเตอร์ เกดเจด และอุปกรณ์ต่อพ่วงจากแบรนด์ต่าง ๆ ไว้มากที่สุดที่จะทำให้ผู้ที่สนใจได้สัมผัสสินค้าใหม่ก่อนใครได้ภายในงานเดียว”

นายพรชัย จันทรศุภแสง ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อไอซีทีและการจัดงาน บมจ. เออาร์ไอพี กล่าวว่า “จากกระแส AI ที่คาดว่าจะเข้ามาช่วยกระตุ้นตลาดงานนี้ให้คึกคัก โดยสินค้าตัวใหม่ที่จะได้ช้อปในงานจะมาพร้อมความเป็น AI อาทิ โน้ตบุ๊ก รุ่นใหม่ นอกจากจะเน้นความบางเบา ประหยัดพลังงานมากขึ้นแล้ว ยังมาพร้อมชิป AI ในตัว โดยเฉพาะฝั่ง Intel ดูได้จากโลโก้ใหม่อย่าง “Intel Core Ultra” ส่วนฝั่ง AMD ก็ใช้เป็น “Ryzen AI” นอกจากนี้ยังมีสินค้าตัวใหม่ที่น่าสนใจอีกหลายตัว อาทิ Desktop PC ที่เปิดตัว SSD Gen 5 ที่มาพร้อมพัดลมระบายความร้อน หรือกระทั่งใส่ชุดน้ำ จากปกติมักจะเห็นในซีพียูหรือการ์ดจอมากกว่า ถัดมาก็มีแรมแบบใหม่อย่าง CAMM2 ที่มีขนาดกะทัดรัดมากยิ่งขึ้น ใช้พลังงานน้อยลง ซึ่งอาจมาแทนที่แรม SO-DIMM ที่นิยมใช้ในโน้ตบุ๊กหรือ Mini-PC นั่นเอง รวมไปถึง Smart Phone ทั้งฝั่ง iOS และ Android ต่างก็มีฟีเจอร์ AI ที่เพิ่มความสามารถมากกว่าเดิม รวมถึง Gadgets อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น จอคอมพิวเตอร์ ทีวี เราเตอร์ สมาร์ทวอทช์ และอุปกรณ์พกพาอื่น ๆ ก็เริ่มมีรองรับฟีเจอร์อัจฉริยะอย่าง AI มากขึ้น เหล่านี้สามารถมาพบได้ที่งานคอมมาร์ตครั้งนี้ และงานนี้ยังจัดเต็มโปรโมชั่น ส่วนลด แจกกันฉ่ำๆ ตลอดงาน ประกอบด้วย

● คอมมาร์ต Big Bonus ช้อปครบ 3,000.- บาท ได้สิทธิ์ลุ้นโชค 2 ต่อ ต่อแรก ลุ้นจับรางวัลเครื่องฟอกอากาศ , จอคอมพิวเตอร์, เครื่องเล่นเกมพกพา และ การ์ดจอ ในงาน ต่อที่ 2 อัปโหลดใบเสร็จ ได้ลุ้น Apple HomePod mini 5 รางวัล

● คอมมาร์ต Digital wallet 10,000. -  บาท คอมมาร์ตช่วยจ่าย ซื้อคอมใหม่ได้ส่วนลดจุกๆ

● คอมมาร์ต On Top ช้อปครบ 50,000. - แลกคูปองส่วนลดเพิ่ม 500.- (เฉพาะวันพฤหัส - ศุกร์)

● คอมมาร์ตช่วยจ่ายค่าจอดรถ เพียงซื้อสินค้าในงานคอมมาร์ตครบ 30,000. - รับสิทธิ์จอดรถฟรี 3 ชั่วโมง 

● คอมมาร์ตอยากแจก ร่วมสนุกกับกิจกรรมที่บูธคอมมาร์ต แจกคูปอง ส่วนลด และของพรีเมี่ยมฟรีทุกวัน

● คอมมาร์ต ร่วมกับ LINE MAN RIDE มอบส่วนลดสูงสุด 60% สำหรับผู้ที่เดินทางมางานคอมมาร์ต ด้วยบริการ LINE MAN RIDE ทั้งรถยนต์นั่งส่วนบุคคล แท็กซี่ และมอเตอร์ไซค์ เพียงกรอกโค้ดส่วนลด LMCOMMART ผ่านแอป LINE MAN

● คอมมาร์ต ร่วมกับ LALAMOVE มอบส่วนลด 50% สำหรับรถยนต์ และรถกระบะทุกประเภท ส่งของด่วนได้ในราคาพิเศษ เพียงกรอกโค้ด LALACOMMART และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับคูปองส่วนลดเพิ่มเติมได้ในงาน

ไม่พลาดทุกโปรโมชั่นและดีลเด็ด เพียงเข้ากลุ่ม LINE OPEN CHAT อัปเดตโปรชั่นจากหน้างาน พร้อมรับสิทธิพิเศษก่อนใคร คลิกเลย https://bit.ly/CommartOpenChat 

งาน COMMART MEGATECH รวมกับพันธมิตรแบรนด์ไอทีชั้นนำ อาทิ ACE, AMD, Banana, E-Quip, EPSON, iStudio by SPVI, IT CITY, J.I.B, MSI, SPEED Computer, Studio7, ASUS, Ascenti, AppleSheep, BeWell, Ergotrend, LG, Mentagram, Remax และบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ร่วมด้วย Media Partner ด้านการประชาสัมพันธ์ อาทิ Techhub, eLeader, Business+, Beartai, Extreme IT, it24hrs., Notebookspec, Overclockzone

เตรียมตัวให้พร้อมแล้วมาช้อปสุดมันที่งาน COMMART MEGATECH  ระหว่างวันที่ 11-14 กรกฎาคม 2567 เวลา 10.00-21.00 น. ณ EH 98-99 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา เข้าชมฟรี! ตลอดทั้งงาน เดินทางสะดวกด้วย รถไฟฟ้า BTS สถานีบางนา ติดตามข่าวสารโปรโมชั่นและกิจกรรม หรือรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.commartThailand.com, www.facebook.com/commartThailand , Line: @Commart, และ twitter.com/Commart

“เพื่อนชุมชน” ลุยต่อ พัฒนา ยกระดับ วิสาหกิจชุมชนจังหวัดระยอง

ด้วยโครงการ สมาคมเพื่อนชุมชน-ธรรมศาสตร์โมเดล รุ่นที่ 9 ขับเคลื่อนความร่วมมือ สร้างเศรษฐกิจฐานรากยั่งยืน

นายทศพร บุณยพิพัฒน์ นายกสมาคมเพื่อนชุมชน เปิดเผยว่า วันที่ 19 มิถุนายน 2567 - สมาคมเพื่อนชุมชน ขยายกลุ่มการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดระยอง จับมือภาคีเครือข่าย อาทิ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บริษัทสมาชิกสมาคมเพื่อนชุมชน หนุนวิสาหกิจชุมชน (วสช.) จังหวัดระยอง เข้าร่วม “โครงการสมาคมเพื่อนชุมชน-ธรรมศาสตร์โมเดล รุ่นที่ 9” ประจำปี 2567 โดยร่วมกันเป็นพี่เลี้ยง ถ่ายทอดองค์ความรู้ แบ่งปันความคิดสร้างสรร นำนวัตกรรมเข้ามายกระดับมาตรฐานคุณภาพผลิตภัณฑ์ การปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ การวิเคราะห์ต้นทุน ตลอดจนพร้อมขยายและเพิ่มช่องทางการตลาด ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนในจังหวัดได้อย่างยั่งยืน

สำหรับพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ (MoU) และพิธีส่งมอบโครงการสมาคมเพื่อนชุมชน-ธรรมศาสตร์โมเดลรุ่นที่ 9 เป็นการพัฒนา ยกระดับศักยภาพ วสช. ซึ่งถือเป็นเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัดระยอง ที่ผ่านมาได้ดำเนินการไปแล้วตั้งแต่ปี 2559-2566 มีผลสัมฤทธิ์ในการพัฒนา วสช. ไปแล้วทั้งหมด 8 รุ่น รวม 64 กลุ่ม สร้างรายได้สะสมกว่า 96 ล้านบาท โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก นายกัฬชัย เทพวรชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานและพยานในพิธีฯ ณ ห้องประชุมสร้อยทอง โรงแรมโกลเด้น ซิตี้ จังหวัดระยอง



โดยปีนี้ มีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเข้าร่วมจำนวน 8 กลุ่ม ประกอบด้วย 1. วิสาหกิจชุมชนแปรรูปโกโก้ ชุมชนเกาะกก พื้นที่เทศบาลเมืองมาบตาพุด 2. วิสาหกิจชุมชนมุมดินฟาร์มเกษตร พื้นที่เทศบาลเมืองบ้านฉาง 3. วิสาหกิจชุมชนชมรมผู้สูงอายุเทศบาลตำบลเนินพระ พื้นที่เทศบาลตำบลเนินพระ 4. วิสาหกิจชุมชนสวนป้านุลุงไก่เกษตรอินทรีย์ พื้นที่เทศบาลตำบลสำนักท้อน 5. วิสาหกิจชุมชนสวนเกษตรผสมผสานฐานเรียนรู้สวนคุณย่า พื้นที่เทศบาลเมืองมาบตาพุด 6. วิสาหกิจชุมชนกลุ่มนิลระกา พื้นที่เทศบาลตำบลบ้านแลง 7. วิสาหกิจชุมชนนวัตกรรมศูนย์การเรียนรู้เพาะเลี้ยงสาหร่ายทะเลชุมชนวัดพลา พื้นที่เทศบาลตำบลพลา 8. วิสาหกิจชุมชนศูนย์อนุรักษ์ผ้าพื้นถิ่นระยองและเครือข่ายกลุ่มทอผ้าพื้นถิ่น พื้นที่เทศบาลตำบลเพและเทศบาลตำบลเขาน้อย อำเภอเขาชะเมาพัฒนา ได้ต่อยอดองค์ความรู้ ด้วยเทคโนโลยีต่างๆ ที่ทันสมัยจากสถาบันการศึกษา  หน่วยงานภาครัฐ  และภาคอุตสาหกรรม โดยผสมผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่น 
 



โครงการ “สมาคมเพื่อนชุมชน-ธรรมศาสตร์โมเดล” ได้ดำเนินงานต่อเนื่องมาสู่รุ่นที่ 9 สะท้อนความสำเร็จของพลังความร่วมมือเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน ขับเคลื่อนผ่านการพัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์ เพิ่มเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน สร้างรายได้ ลดความเหลื่อมล้ำ สอดรับกับทิศทางการพัฒนาธุรกิจแบบ BCG โมเดล ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนให้เกิดความเข้มแข็ง สมกับคำกล่าวที่ว่า “สมาคมเพื่อนชุมชน บ้านเราน่าอยู่ สังคมยั่งยืน”

18 มิถุนายน 2567

โซลูน่า แอปเปิล เดินหน้าขยายกลุ่มลูกค้าเจาะกลุ่มร้านค้าส่งผลไม้พรีเมียมภายในตลาดสี่มุมเมือง

ตลาดสี่มุมเมือง ให้การต้อนรับตัวแทนจากสำนักงานการพาณิชย์และการลงทุนออสเตรเลียประจำประเทศไทย, ดับเบิลยูเอ ฟาร์มไดเร็ค (โซลูน่า แอปเปิล) และ วันตลาด ที่ลงพื้นที่แนะนำแอปเปิลโซลูน่ากับลูกค้ากลุ่มค้าส่ง ตลาดพรีเมียม ในพื้นที่ตลาดภายในตลาดสี่มุมเมือง โดยมีจุดมุ่งหมายในการขยายฐานลูกค้าแอปเปิลโซลูน่า กับกลุ่มค้าส่งผลไม้พรีเมียมในประเทศไทยให้เพิ่มมากขึ้น


โซลูน่า แอปเปิล จัดขบวนประชาสัมพันธ์ ลงพื้นที่ตลาดสี่มุมเมือง นำโดยผู้ดูแลการตลาด โซลูน่า แอปเปิล คุณฌอน เอนเกลเบรชท์ ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด ประเทศออสเตรเลีย บริษัทดับเบิลยูเอ ฟาร์มไดเร็ค จำกัด และผู้นำเข้า คุณพีราวิชญ์ ภัทรประสิทธิ์ กรรมการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ การลงทุน และ การค้า วัน ตลาด คอร์ปอเรชั่น อีกทั้งได้รับเกียรติจาก คุณเอสเธอร์ ซัน, ที่ปรึกษา (การพาณิชย์) และข้าหลวงพาณิชย์,สำนักงานการพาณิชย์และการลงทุนออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย (ออสเทรด) สำนักงานการพาณิชย์และการลงทุนออสเตรเลียประจำประเทศไทย และ ทีมบริหารตลาดสี่มุมเมืองนำทีมโดย คุณอนล ภัทรประสิทธิ์, ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วย คุณทรงกลด พุฒิกมลกุล, ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ, คุณไอริณ ภัทรประสิทธิ์, ผู้อำนวยการสายงานพัฒนาองค์กร และ คุณอภิวัฒน์ สุขพันธ์, ผู้อำนวยการสายงานบริหารพื้นที่ ร่วมขบวนทักทายกลุ่มร้านค้าส่งผลไม้พรีเมียมในตลาดสี่มุมเมืองไปพร้อมกัน 

โซลูน่า เป็นแอปเปิล ปลูกท่ามกลางสภาพแวดล้อมอันอุดมสมบูรณ์ ของรัฐเวสเทิร์น ประเทศออสเตรเลีย ภายใต้เทคโนโลยี  และ การควบคุมมาตรฐานระดับสากล จึงได้โซลูน่า แอปเปิล ที่เต็มคุณภาพ รสชาติดีเยี่ยม   และส่งออกไปจำหน่าย ยังประเทศต่างๆ ในทวีปเอเชีย อาทิ ดูไบ, ฮ่องกง, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, สิงคโปร และ ไทย

โซลูน่า แอปเปิล มีผิวสีเบอร์กันดีอันเป็นเอกลักษณ์  ซึ่งทำให้ดูต่างจากแอปเปิลอื่นๆ อีกทั้งยังมีรูปลักษณ์ที่สวยงาม รสชาติและเนื้อสัมผัสที่โดดเด่น หวาน กรอบ มีกลิ่นหอม ทำให้แอปเปิลโซลูนา กลายเป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภคทุกคน และเพิ่งได้รับการโหวตให้เป็นแอปเปิลที่มีรสชาติดีที่สุดของออสเตรเลียอีกด้วย!“โซลูน่า มาจากดวงอาทิตย์ (โซล) และ ดวงจันทร์ (ลูน่า) และได้รับแรงบันดาลใจจากผิวแอปเปิลสีเบอร์กันดีเข้มและเนื้อสีขาวครีม ชื่อนี้สื่อความหมายถึง ความน่าทึ่งระหว่าง แสงสว่าง และ ความมืด ที่ผสานกันได้อย่างสมบูรณ์ในแอปเปิลลูกนี้” คุณฌอน เอนเกลเบรชท์ กล่าว 

พบกับแอปเปิลโซลูน่า นำเข้าจากรัฐเวสเทิร์น ประเทศออสเตรเลีย  ได้แล้ววันนี้ ที่ตลาดค้าส่งผลไม้นานาชาติตลาดไท ตลาดสี่มุมเมือง แม็คโคร โลตัส และ กูร์เมต์ มาร์เก็ต ทุกสาขา 

หรือติดต่อ วัน ตลาด คอร์ปอเรชั่น info@onetalaad.com  โทร +66 (0) 2-252-1367
ข้อมูลเพิ่มเติมของโซลูน่า https://soluna-apple.com

อิมแพ็คฯ ชวนเปิดโลกใหม่ร้อมจะร่ายเวทมนตร์สะกดทุกสายตาในงาน มหกรรมคนรักสุนัขอันดับ 1 ของประเทศไทย


อิมแพ็คฯ ชวนเปิดโลกใหม่ไปกับเหล่าน้องหมานักเวทย์ ที่พร้อมจะร่ายเวทมนตร์สะกดทุกสายตาในงาน มหกรรมคนรักสุนัขอันดับ 1 ของประเทศไทย SmartHeart presents Thailand International Dog Show ครั้งที่ 22 

กลับมาอีกครั้งกับงานมหกรรมคนรักสุนัขอันดับ 1 ของประเทศไทยประจำปี 2567 SmartHeart presents Thailand International Dog Show ครั้งที่ 22 ภายใต้ธีม “ดินแดนเวทมนตร์แห่งโลกอนาคต”  ที่มาพร้อมกับการจัดงานภายใต้แนวคิด B2B2C  ที่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี วันที่ 4 – 7 กรกฎาคม 2567 





คุณกุลวดี จินตวร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า “สำหรับ
งาน SmartHeart presents Thailand International Dog Show 2024 ปีนี้ เดินทางมาเป็นครั้งที่ 22 โดย บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ร่วมมือกับพันธมิตรที่เล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงในไทยให้แข็งแกร่ง ได้แก่ สมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัข (ประเทศไทย), สมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงไทย (TPIA), บริษัท เพอร์เฟค คอมพาเนียน กรุ๊ป จำกัด, ชมรมพัฒนาช่างตัดแต่งขนสุนัขแห่งประเทศไทย, Ultimate Dog Club & Weight Pull Thailand รวมถึงผู้สนับสนุน ผู้ร่วมแสดงงานและหน่วยงานพันธมิตรอื่น ๆ จากทั้งไทยและต่างประเทศ ร่วมกันจัดงานในปีนี้ขึ้น ที่รวบรวมสินค้าและบริการสัตว์เลี้ยงทั้งไทยและต่างประเทศ ด้วยสินค้ากว่า  250 บูธ และมากกว่า 500 แบรนด์ บนพื้นที่กว่า 10,000 ตารางเมตร ในครั้งนี้มาพร้อมกิจกรรมที่ต่อยอดและสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการธุรกิจสัตว์เลี้ยงแบบ B2B2C (Business to Business to Customer) หรือ การจัดงานที่เชื่อมระหว่างธุรกิจสู่ธุรกิจจนถึงผู้บริโภค เข้าด้วยกันในงานเดียว ซึ่งเป็นครั้งแรกของประเทศไทย  โดยธีมของงานปีนี้จะช่วย Connect ระหว่างโลกของ B2B และ B2C เข้าด้วยกัน นั้นก็คือ ‘ดินแดนเวทมนตร์แห่งโลกอนาคต’ ผสมผสานความสนุกในมุมของ โลกแห่งเวทมนตร์ ที่เหล่าสุนัขและเจ้าของสามารถแต่งตัวมาร่วมงานเป็นแม่มด หรือพ่อมดได้ รวมถึงการตกแต่งภายในงาน ที่จะทำให้ทุกท่าน เพลิดเพลินไปในดินแดน เวทมนตร์ในครั้งนี้ แต่ก็ยังไม่ทิ้งความเป็นธุรกิจ   ที่เราต้องการพัฒนาและร่วมกำหนดทิศทางตลาดสัตว์เลี้ยงของไทยให้ดีขึ้นในอนาคต ซึ่งเวทมนตร์ เปรียบเสมือนลูกค้าและผู้ประกอบการ จะเป็นตัวช่วยกำหนดทิศทางอนาคตของตลาดสัตว์เลี้ยงในไทยนั่นเอง”  


นอกจากนี้ยังมีการจัดสัมมนาหัวข้อ “How to Win-Win ในตลาดสัตว์เลี้ยง” ที่จะเปิดให้ผู้ที่สนใจเข้ามาเรียนรู้การทำธุรกิจในตลาดสัตว์เลี้ยง,การประกวดสุนัขสวยงามนานาชาติทุกสายพันธุ์ชิงแชมป์ประเทศไทย, การคัดเลือกสอบวัดระดับหาสุดยอด Groomers ระดับนานาชาติชิงแชมป์ประเทศไทย ครั้งที่ 4, การประกวดบูลลี่กล้ามสวย และ การแข่งขันพิทบูลจอมพลังลากน้ำหนักชิงแชมป์ประเทศไทย, การแข่งขันสนุก ๆ ที่จะร่วมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเจ้าของและสัตว์เลี้ยง ได้แก่ การแข่งขันหมาเลีย,วิ่งแข่งสุนัขมาหาแม่มา และกิจกรรมใหม่ “ชั่งเถอะนะ”   และกิจกรรมอีกมากมายตลอดการจัดงาน 4 วัน  

คุณศุภกฤต อัศวชัยพร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ บริษัท เพอร์เฟค  คอมพาเนียน กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “ไม่ว่ายุคไหน ๆ ผู้บริโภคที่เลี้ยงสุนัขทุกคนต่างก็ต้องการอาหารที่ดีและมีประโยชน์สำหรับสุนัขของเขาซึ่งอาหารที่ดีนั้นคืออาหารที่ทำให้สุนัขมีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง และสะท้อนออกมาภายนอก คือ ขนที่สวย ผิวหนังที่มีสุขภาพดี รวมถึงอารมณ์ที่ดีของสุนัขด้วย ดังนั้น ตลอดระยะเวลากว่า      20 กว่าปี อาหารสุนัข SmartHeart และอาหารสัตว์เลี้ยงที่ผลิตโดย  บริษัท เพอร์เฟค คอมพาเนียน กรุ๊ป จำกัด ผ่านการวิจัยและพัฒนาเพื่อให้สินค้ามีคุณภาพและมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยในแต่ละปีเรามีสินค้าใหม่ ๆ ออกสู่ตลาด เพื่อให้ทันกระแสความต้องการของผู้บริโภคในประเทศ และทันกับกระแสต่างชาติ ซึ่งในปีนี้เราก็ยังปฏิเสธไม่ได้ว่าเทรนด์ของการเลี้ยงแบบ Humanization หรือเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเหมือนคนในครอบครัวยังเป็นเทรนด์ที่ผู้บริโภคต้องการ แต่สิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาก็คือการสร้างอาหารสุนัขให้มีความ Premium มากขึ้น ดูแลสุขภาพเฉพาะทางมากยิ่งขึ้น และให้อาหารมีความน่ากินใกล้เคียงอาหารคนมากขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทาง SmartHeart ได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และจะพัฒนาให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป อย่างในปีนี้เราได้เปิดตัว SmartHeart Signature ซึ่งเป็นอาหารสุนัขชนิดเปียกแบบซอง (Pouch) ที่ทำจากเนื้อไก่ล้วนและมีความน่าทานมากจากการใส่ผักต่าง ๆ ลงไปในสูตรอาหาร ไม่ว่าจะเป็นฟักทอง แครอท มันฝรั่ง หรือแม้กระทั่งปลาทูน่า ซึ่งพบว่าได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดีมาก ๆ ภายใต้ราคาที่จับต้องได้  



สำหรับกิจกรรมของทาง SmartHeart ในปีนี้ก็จัดยิ่งใหญ่เหมือนทุก ๆ ปี ไม่ว่าจะเป็นการจัดโปรโมชั่น          ลด แลก แจก แถม เราได้เตรียมให้ลูกค้าที่เดินเที่ยวงานปีนี้ได้ซื้อสินค้าราคาพิเศษติดไม้ติดมือกลับไปบ้านกัน  ทุกท่านอย่างแน่นอนครับ และที่สำคัญทุกท่านจะได้พบกับ Presenter ของ SmartHeart คุณเจมส์ จิรายุ  ในวันเสาร์ที่ 6 กรกฎาคม 2567 ด้วยครับ”

คุณสุธีศักดิ์ ภักดีเทวา รองนายกสมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัข (ประเทศไทย) กล่าวถึงการประกวดภายในงานปีนี้ว่า “ที่งาน SmartHeart presents Thailand International Dog Show เป็นสนามแห่งเดียวที่มีการแข่งขันระดับสากลใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จัดขึ้นเพียงปีละครั้ง จึงกลายเป็นสนามที่เหล่าผู้เข้าประกวดตั้งตารอ เพื่อเตรียมความพร้อมและวางแผนในการดูแลสุนัขของผู้เข้าประกวดได้เข้ามารับการตัดสินจากกรรมการระดับโลก ที่ไม่ได้มีโอกาสแบบนี้ที่ไหน ยกเว้นที่นี่เท่านั้น ทำให้การประกวดของเรามีความน่าเชื่อถือและเป็นที่รอคอยของเหล่า 





ผู้เข้าประกวด และยังเป็นเวทีที่จะผลักดันสุนัขจากสนามการแข่งขันในไทยสู่การแข่งขันสนามระดับโลก ซึ่งงาน SmartHeart presents Thailand International Dog Show เอง ก็มีส่วนที่ทำให้การประกวด ฯ ประสบความสำเร็จ มาโดยตลอด ทั้งในเรื่องของสถานที่ การอำนวยความสะดวก รวมถึงการโปรโมท จนทำให้สนามนี้เป็นที่รู้จักและประสบความสำเร็จขึ้นในทุก ๆ ปี ในการประกวดครั้งนี้ มีการเชิญคณะกรรมการจาก

8 ประเทศ จำนวน 9 ท่าน มาร่วมตัดสิน ซึ่งผมคาดการณ์ว่าจะมีผู้เข้าร่วมอยู่ที่ 5,000 กว่าท่านตลอดงาน
ทั้ง 4 วัน โดยสมัครมาจากรอบโลก สำหรับท่านใดที่สนใจเข้าประกวดพันธุ์สุนัขสวยงามชิงแชมป์ประเทศไทย สามารถติดตามรายละเอียดที่สมาคม พัฒนาพันธุ์สุนัข (ประเทศไทย) ได้ที่เว็บไซต์ของสมาคม https://kathailand.org/ 






คุณนิติพงศ์ เลาหวิศิษฏ์ อุปนายกสมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงไทย กล่าวว่า “ผู้บริโภคตอนนี้ใส่ใจสุขภาพสุนัขมากขึ้น โดยเริ่มมองหาสินค้าอาหารสำเร็จรูปม ากขึ้น ทำให้เทรนด์อาหารสำเร็จรูปโตมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอาหารเม็ด หรืออาหารแช่แข็ง หรืออาหารอุ่นไมโครเวฟของสุนัข โดยเฉพาะช่วงโควิด-19 พบว่ามีการเติบโตของจำนวนสุนัขเป็นอย่างมาก เพราะคนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตและทำงานอยู่ที่บ้านมากขึ้น ทำให้มีเวลาดูแลสุนัข มากขึ้น มีเจ้าของธุรกิจอื่น ๆ ที่ไม่ใช่วงการสัตว์เลี้ยงโดยตรง เช่น วงการเครื่องสำอาง หรือค้าขายสัตว์เลี้ยง เป็นต้น ได้เข้ามาในอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์สินค้าใหม่ หรือร้านค้าใหม่ สำหรับประเทศไทยตอนนี้ในวงการสัตว์เลี้ยง ถึงแม้จะมีธุรกิจประเภทหนึ่งที่มีการแข่งขันสูง อย่างอาหารและขนมสัตว์เลี้ยง แต่ธุรกิจที่ยังมีโอกาสเติบโตในตลาดสัตว์เลี้ยงต่อไปได้ คือ ธุรกิจที่เป็นการให้บริการด้านตัดขนและอาบน้ำสัตว์เลี้ยง ธุรกิจเกี่ยวกับคลินิกสัตว์เลี้ยง และโรงพยาบาลสำหรับสัตว์เลี้ยง เป็นต้น” 







การเที่ยวชมกิจกรรมภายในงาน SmartHeart presents Thailand International Dog Show ครั้งที่ 22 นี้ มีค่าเข้าชมท่านละ 20 บาท (สัตว์เลี้ยงและเด็ก เข้าชมฟรี)  โดยรายได้ส่วนหนึ่งจะร่วมบริจาคช่วยเหลือสัตว์จรจัดใน “โครงการ 1 บาทเพื่อเจ้าตูบที่หิวโหย”  และมีโอกาสลุ้นเป็นผู้โชคดีรับ Apple iPad Air 13 (M2) และรางวัลอื่น ๆ มูลค่ากว่า 1 แสนบาท นอกจากนี้ ยังมีโซนน้องหมาหาบ้าน ที่เปิดโอกาสให้ให้น้องหมาไร้บ้านจากมูลนิธิต่าง ๆ ได้มีโอกาสหาบ้านและผู้อุปการะไปเลี้ยงดู และยังมีกิจกรรม “1 น้ำใจ รับไป 1 ถุง” เพียงแค่คุณบริจาคให้กับโครงการฯ คุณจะได้รับของที่ระลึกและความอิ่มใจกลับบ้านกันอีกด้วย 


งานมหกรรมคนรักสุนัขอันดับ 1 ของประเทศไทย ประจำปี 2567 SmartHeart presents Thailand International Dog Show ครั้งที่ 22” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 – 7 กรกฎาคม 2567 ตั้งแต่ 10.00 น. - 20.00 น.    ณ อาคาร 5 - 6 อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยปีนี้มีเปิดให้ลงทะเบียนฟรีสำหรับเข้าร่วมงานสัมมนา ผู้เข้าชมงาน  เพื่อธุรกิจ และกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching)

สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมและติดตามความเคลื่อนไหวของงานผ่าน https://thailand-dogshow.com/
หรือ Facebook : @ThailandInternationalDogShow หรือ LINE Official : @Dogshow