18 กุมภาพันธ์ 2569

พม.แจง การเลิกสมาคมฌาปนกิจฯ ต้องผ่านการพิจารณาและการสั่งเลิกจากนายทะเบียนท้องที่

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) เปิดเผยถึงกรณี การแชร์ในสื่อออนไลน์เกี่ยวกับการเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ที่ส่งผลกระทบต่อสมาชิกจำนวนมาก ว่า สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ เป็นการรวมกลุ่มกันของบุคคลหลายคน เพื่อสงเคราะห์ซึ่งกันและกันในการจัดการศพ หรือจัดการศพและสงเคราะห์ครอบครัวของสมาชิกฯ ที่ถึงแก่ความตาย โดยไม่ได้หากำไร หรือรายได้มาแบ่งปันกัน ซึ่งกล่าวให้เข้าใจง่ายๆ คือ เป็นกิจการที่ชาวบ้านช่วยทำบุญงานศพ เมื่อชาวบ้านด้วยกันที่ถึงแก่ความตาย ในลักษณะเพื่อนช่วยเพื่อน ซึ่งการจัดตั้งสมาคมฯ นั้น สามารถขอจดทะเบียนจัดตั้งสมาคมฯ ได้ที่เทศบาลหรือองค์การบริหารส่วนตำบล และ สำนักงานเขตของกรุงเทพมหานคร โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้มีการถ่ายโอนภารกิจนี้ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดังกล่าว เป็นผู้ควบคุมและกำกับดูแล รวมทั้งการพิจารณารับจดทะเบียนจัดตั้งสมาคมฯ และการเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ เป็นอำนาจของนายทะเบียนท้องที่นั้นๆ โดยต้องทำคำสั่งเลิกปิดประกาศไว้ที่สมาคมฯ และส่งคำสั่งเลิกนั้นให้นายทะเบียนกลาง ซึ่งเป็นอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพื่อให้นายทะเบียนกลางออกประกาศการเลิกสมาคมฯ ตามคำสั่งของนายทะเบียนท้องที่ก่อนส่งเรื่องไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีในการลงประกาศราชกิจจานุเบกษา และเมื่อประกาศแล้วจะส่งประกาศราชกิจจาฯ นั้น กลับคืนไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น เพื่อประกาศให้ประชาชนทราบว่าสมาคมฯ มีการยกเลิกแล้ว และดำเนินการชำระบัญชีตามที่กฎหมายกำหนดต่อไป 

ดังนั้น นายทะเบียนกลาง จึงไม่มีอำนาจในการเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ นายกันตพงศ์ กล่าวว่า สำหรับเหตุในการเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ซึ่งเป็นอำนาจของนายทะเบียนท้องที่นั้นๆ พระราชบัญญัติการฌาปนกิจสงเคราะห์ พศ 2545 กำหนดไว้ 3 กรณี ได้แก่ 1) ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้เลิก 2) นายทะเบียนท้องที่สั่งให้เลิกตามมาตรา 52 ยกตัวอย่างเช่น ในกรณีที่มีพฤติการณ์ที่ทำให้เห็นว่าการดำเนินกิจการของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์นั้นเป็นไปโดยทุจริต และนายทะเบียนท้องที่ได้สอบสวนพฤติกรรมดังกล่าวแล้ว มีเหตุผลเป็นที่เชื่อถือได้ หรือมีพฤติการณ์ที่ทำให้เห็นว่าการดำเนินกิจการของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ไม่อาจดำเนินต่อไปได้ ไม่ว่าโดยเพราะเหตุใดๆ และ 3) ศาลสั่งให้เลิกตามมาตรา 54 ทั้งนี้ หากนายทะเบียนท้องที่เพิกเฉยหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 52 เมื่อผู้มีส่วนได้เสียร้องขอศาลอาจสั่งให้เลิกสมาคมชำระสงเคราะห์นั้นได้ 

นายกันตพงศ์ กล่าวเพิ่มว่า เมื่อสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ต้องเลิก ไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ ให้มีการชำระบัญชีสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์นั้น และให้คณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์มีหน้าที่จัดการรักษาทรัพย์สินทั้งหมดของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ไว้จนกว่าผู้ชำระบัญชีจะเรียกให้ส่งมอบ อีกทั้งเมื่อชำระบัญชีแล้ว ถ้ามีทรัพย์สินเหลืออยู่จะแบ่งให้แก่สมาชิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ไม่ได้ ทรัพย์สินนั้นจะต้องโอนไปให้แก่สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์อื่น หรือนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการกุศลสาธารณะตามที่ได้ระบุไว้ในข้อบังคับของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์หรือตามมติของที่ประชุมใหญ่ ในกรณีที่ไม่ได้ระบุไว้ในข้อบังคับหรือที่ประชุมไม่ได้มีมติไว้ ให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นของแผ่นดิน ทั้งนี้ ในกรณีของเงินสงเคราะห์ล่วงหน้า สมาชิกอาจมีสิทธิได้รับคืนเท่าที่สมาชิกผู้นั้น ยังไม่ตกอยู่ในความผูกพันที่จะต้องจ่ายเงินสงเคราะห์ตามที่จ่ายล่วงหน้าไว้ให้แล้ว แต่หากสมาคมนำไปจ่ายเป็นเงินสงเคราะห์ศพให้แก่ผู้รับเงินของสมาชิกที่ตายหมดแล้ว สมาชิกจะขอคืนหรือเรียกคืนไม่ได้

#พมใกล้คุณ

รพ.เปาโล รังสิต ฉลองครบรอบ 10 ปี “Good Health Great Heart”

เดินหน้าส่งมอบประสบการณ์ดูแลรักษาเพื่อคุณทุกช่วงวัย

กรุงเทพฯ – โรงพยาบาลเปาโล รังสิต จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปี ภายใต้แนวคิด “Good Health Great Heart เฮลธ์ตี้ทั้งตัว หัวใจแฮปปี้” พร้อมกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพสำหรับประชาชนและผู้รับบริการ ณ โรงพยาบาลเปาโล รังสิต เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 สะท้อนความมุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพการดูแลอย่างต่อเนื่องตลอดทศวรรษที่ผ่านมา และพร้อมก้าวสู่อนาคตด้วยมาตรฐานการแพทย์ ควบคู่หัวใจของการบริการที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด


ไฮไลต์ภายในงานคือ Special Talk หัวข้อ “ดูแลป้องกันสุขภาพทุกช่วงวัย เริ่มต้นได้ที่วัคซีน” โดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ ได้แก่ พญ. พัชรนันท์ ธัญสิริชัยศรี กุมารแพทย์ทั่วไป และ นพ. วีระยุทธ บุญเกียรติเจริญ แพทย์ตรวจสุขภาพ ผู้ชำนาญการด้านอาชีวะเวชศาสตร์ ร่วมด้วยแขกรับเชิญพิเศษ คุณแอนนา เสืองามเอี่ยม (Miss Universe Thailand 2022) และพิธีกร เซน เมจกา สุพชิญางกูร ช่วยสร้างบรรยากาศการพูดคุยที่เป็นกันเอง เข้าใจง่าย และเข้าถึงประชาชนทุกช่วงวัย

นอกจากนี้ โรงพยาบาลยังจัดกิจกรรมอีกหลากหลาย อาทิ คำแนะนำในการเลือกสินค้าเพื่อสุขภาพพร้อมโปรโมชันภายในงาน, กิจกรรม Lucky Draw รวมถึงการเปิดพื้นที่ให้ผู้ร่วมงานได้ พูดคุยกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อรับคำแนะนำด้านสุขภาพที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลอย่างใกล้ชิด

โรงพยาบาลเปาโล รังสิต ยังคงเดินหน้าพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเสริมความแข็งแกร่งด้านการแพทย์ การยกระดับประสบการณ์ของผู้รับบริการให้ “ประทับใจในทุกมิติ” และการต่อยอดแนวคิดการดูแลที่ให้ความสำคัญกับคุณค่าและผลลัพธ์ต่อผู้ป่วย เพื่อเป็น พันธมิตรด้านสุขภาพที่อยู่เคียงข้างคนไทยในทุกช่วงชีวิต (Partner for Life) อย่างแท้จริง

สจล. ร่วมงานวันคล้ายพระราชสมภพสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น ครบ 66 พรรษา

ชู 140 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย - ญี่ปุ่น


ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ นายกสภาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สจล. และคณะผู้บริหาร เข้าร่วมงานเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพครบ 66 พรรษา ของสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น โดยมีนายโอตากะ มาซาโตะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ให้การต้อนรับ ทั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถวายพระพรชัยมงคล ขอให้ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน และส่งความปรารถนาดีถึงประชาชนชาวญี่ปุ่น ทั้งนี้ งานดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สจล. กล่าวว่า สถาบันมีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับประเทศญี่ปุ่นมากว่า 60 ปี โดยมีความสัมพันธ์ที่ดีกับองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA) ในการพัฒนาการศึกษาด้านวิศวกรรมศาสตร์ การวิจัย และการพัฒนากำลังคนในสาขาเทคโนโลยีขั้นสูง หนึ่งในความร่วมมือที่ผ่านมาคือการจัดตั้งสถาบันโคเซ็นแห่ง สจล. (KOSEN - KMITL) เพื่อพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

ในโอกาสที่ไทยและญี่ปุ่นจะครบรอบ 140 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตในปี พ.ศ. 2570 ดังนั้น สจล.พร้อมในการสานต่อความร่วมมือทางวิชาการ วิจัย และนวัตกรรม กับภาคส่วนต่าง ๆ ของญี่ปุ่นอย่างอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับความสัมพันธ์อันดีให้ก้าวหน้าต่อไป



รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สจล. กล่าวว่า สถาบันมีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับประเทศญี่ปุ่นมากว่า 60 ปี โดยมีความสัมพันธ์ที่ดีกับองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA) ในการพัฒนาการศึกษาด้านวิศวกรรมศาสตร์ การวิจัย และการพัฒนากำลังคนในสาขาเทคโนโลยีขั้นสูง หนึ่งในความร่วมมือที่ผ่านมาคือการจัดตั้งสถาบันโคเซ็นแห่ง สจล. (KOSEN - KMITL) เพื่อพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

ในโอกาสที่ไทยและญี่ปุ่นจะครบรอบ 140 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตในปี พ.ศ. 2570 ดังนั้น สจล.พร้อมในการสานต่อความร่วมมือทางวิชาการ วิจัย และนวัตกรรม กับภาคส่วนต่าง ๆ ของญี่ปุ่นอย่างอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับความสัมพันธ์อันดีให้ก้าวหน้าต่อไป            

ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง Facebook: https://www.facebook.com/kmitlofficial/     

เว็บไซต์ https://www.kmitl.ac.th  หรือสอบถามเพิ่มเติม โทร. 02-329-8000

“สวิงเพื่อพลังใจ” ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026

ชวนแฟนกอล์ฟเย็บเต้านมเทียม  ส่งต่อกำลังใจผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ต่อเนื่องปีที่ 3 

(ชลบุรี – 18 กุมภาพันธ์ 2569) “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026” เดินหน้าสานต่อพลังแห่งการให้ จัดกิจกรรม “เย็บเต้ารวมใจ สู้ภัยมะเร็งเต้านม” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เชิญชวนแฟนกอล์ฟและประชาชนร่วมเย็บเต้านมเทียมจำนวน 500 ชุด เพื่อส่งต่อกำลังใจและยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมโรงพยาบาลมะเร็งชลบุรี

การแข่งขันกอล์ฟสตรีระดับโลกรายการนี้ ไม่ได้เป็นเพียงเวทีประชันฝีมือของนักกอล์ฟระดับแนวหน้าเท่านั้น แต่ยังมุ่งสร้างแรงบันดาลใจและขับเคลื่อนพลังของผู้หญิงผ่านกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ในปีนี้ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ ได้ร่วมมือกับ บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยตัวแทนนักกอล์ฟระดับโลก ได้แก่ ปริม-ปริม ปราชญ์นคร, จิอันนา เคลเมนเต และ นารึฮะ มิยาตะ รวมถึงผู้บริหารจากกลุ่มบริษัทฮอนด้าและ บริษัท ไอเอ็มจี เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดการแข่งขัน เชิญชวนแฟนกีฬาร่วมกิจกรรมในช่วงสัปดาห์การแข่งขัน ระหว่างวันที่ 19–22 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.30–15.30 น. ณ ฮอนด้า พาวิลเลียน บริเวณกรีนหลุม 18 สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จังหวัดชลบุรี พร้อมรับของที่ระลึก

กิจกรรมดังกล่าวมีเป้าหมายส่งมอบเต้านมเทียมจำนวน 500 ชุด ให้แก่ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม โรงพยาบาลมะเร็งชลบุรี (Chonburi Cancer Hospital) ควบคู่กับการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านม ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพอันดับหนึ่งของสตรีทั่วโลก โดยในประเทศไทยมีผู้ป่วยรวม 38,559 รายในปี 2565 หรือประมาณ 60 คนต่อวัน สะท้อนถึงความจำเป็นของการดูแลทั้งด้านร่างกายและกำลังใจ

ปริม-ปริม ปราชญ์นคร นักกอล์ฟสมัครเล่นชาวไทยวัย 17 ปี เจ้าของสองเหรียญทองซีเกมส์ 2025 กล่าวว่า “รู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมนี้ เพราะกอล์ฟไม่ได้มีแค่เรื่องการแข่งขัน แต่ยังสามารถเป็นพลังในการช่วยเหลือสังคมได้ อยากเชิญชวนแฟนกอล์ฟทุกคนมาร่วมกันส่งกำลังใจให้ผู้ป่วยผ่านการเย็บเต้านมเทียม ซึ่งแม้จะเป็นสิ่งเล็ก ๆ แต่สามารถสร้างความมั่นใจและความหวังให้กับผู้หญิงอีกหลายคนได้”



ด้าน จิอันนา เคลเมนเต นักกอล์ฟอาชีพจากสหรัฐอเมริกาวัย 17 ปี ซึ่งลงแข่งขันในรายการนี้เป็นครั้งที่ 2 กล่าวเสริมว่า “กิจกรรมนี้สะท้อนให้เห็นถึงความห่วงใยที่ผู้คนมีต่อกัน ฉันรู้สึกยินดีมากที่ได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมโดยผู้หญิงเพื่อผู้หญิง และหวังว่าแฟนกอล์ฟจะมาร่วมกันสร้างสิ่งดี ๆ ให้กับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมไปพร้อมกันในระหว่างสัปดาห์การแข่งขันนี้”

ขณะที่ นารึฮะ มิยาตะ จากประเทศญี่ปุ่น วัย 28 ปี นักกอล์ฟของเจแอลพีจีเอทัวร์ กล่าวว่า “การได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมที่ช่วยเหลือผู้หญิงด้วยกันเองมีความหมายอย่างมาก ฉันเชื่อว่ากำลังใจเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้การรักษา และดีใจที่กีฬากอล์ฟสามารถเป็นสื่อกลางในการส่งต่อความหวังให้กับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมได้”


นางสาวิตรี แก้วพวงงาม กรรมการบริหารบริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า “ฮอนด้ามุ่งมั่นสร้างคุณค่าให้กับสังคมควบคู่กับการจัดการแข่งขันกอล์ฟระดับโลก กิจกรรม ‘เย็บเต้ารวมใจ สู้ภัยมะเร็งเต้านม’ สะท้อนความตั้งใจของเราในการส่งต่อความห่วงใยและพลังใจให้ผู้ป่วย พร้อมทั้งสร้างการตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านมในวงกว้าง เราเชื่อว่าการเปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้มีส่วนร่วม คือพลังสำคัญของการขับเคลื่อนสังคมอย่างยั่งยืน”

ด้าน มิสวินนี่ เฮง รองประธานอาวุโสและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอเอ็มจี เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ มุ่งหมายให้การแข่งขันครั้งนี้เป็นมากกว่ากีฬา แต่เป็นเวทีที่สร้างคุณค่าร่วมกันในทุกมิติ ทั้งในสนามและนอกสนาม กิจกรรม CSR นี้คือภาพสะท้อนว่ากอล์ฟสามารถเชื่อมโยงผู้คน สร้างแรงบันดาลใจ และส่งต่อพลังบวกสู่สังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม”

สำหรับการแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026 เป็นทัวร์นาเมนต์กอล์ฟสตรีระดับโลกที่แฟนกอล์ฟชาวไทยและทั่วโลกต่างรอคอย โดยมีนักกอล์ฟชั้นนำระดับโลกเข้าร่วมแข่งขันรวม 72 คน ชิงเงินรางวัลรวม 1.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 60 ล้านบาท จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19–22 กุมภาพันธ์ 2569
ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จังหวัดชลบุรี

รับชมการถ่ายทอดสดได้ทาง PPTV HD ช่อง 36 และ AIS Play และสามารถซื้อบัตรเข้าชมการแข่งขันทั้งแบบทั่วไปและแบบวีไอพี รวมถึงติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง www.hondalpgathailand.com
|หรือเฟซบุ๊ก www.facebook.com/lpgaThailand และอินสตาแกรม www.instagram.com/hondalpgathailand

โตชิบาเปิดตัวตู้กดน้ำพร้อมระบบทำน้ำแข็งอัตโนมัติ

โตชิบา เปิดตัวตู้กดน้ำรุ่นใหม่ RWF-IW2469BTH(W) ที่รวมฟังก์ชัน น้ำร้อน น้ำเย็น และน้ำแข็ง ไว้ในเครื่องเดียว ตอบโจทย์ทั้งครัวเรือนและออฟฟิศที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยในการใช้งานทุกวัน จุดเด่น คือ ระบบทำน้ำแข็งอัตโนมัติ ที่ผลิตน้ำแข็งได้ 8 ก้อนทุก 8 นาที สูงสุดถึง 7 กิโลกรัมต่อวัน พร้อมถังเก็บน้ำแข็ง 400 กรัม และแป้นสำหรับกดน้ำแข็งโดยเฉพาะ ช่วยให้ใช้งานสะดวกและลดการสัมผัสโดยตรง เพิ่มความสะอาดและสุขอนามัยในการใช้งานตัวเครื่องมาพร้อม LED Touch Panel ใช้งานง่าย พร้อมระบบ Child Safety Lock เพิ่มความอุ่นใจสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก สามารถเลือกอุณหภูมิน้ำได้ทันที ทั้งน้ำร้อนสูงสุด 85°C สำหรับเครื่องดื่มร้อน และน้ำเย็น 10°C สำหรับดับกระหาย อีกหนึ่งจุดเด่นของผลิตภัณฑ์รุ่นนี้คือแนวคิดการออกแบบ JapanDi ที่สะท้อนความเรียบง่าย สะอาดตา และใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน ดีไซน์ของตัวเครื่องถูกออกแบบให้เข้ากับพื้นที่อยู่อาศัยสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว ทั้งบ้าน คอนโด และสำนักงาน พร้อมแนวคิดการออกแบบที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกในการใช้งาน ความปลอดภัย และความทนทานตามมาตรฐานญี่ปุ่น


ในด้านความปลอดภัยและสุขอนามัย โตชิบาเลือกใช้วัสดุสัมผัสน้ำแบบ food grade เช่น สเตนเลส SUS304 และท่อซิลิโคน พร้อมระบบ TOSHIBA SafeGuard ที่ช่วยป้องกันไฟฟ้ารั่ว ลดการปนเปื้อน และเสริมความมั่นใจในการใช้งานระยะยาว รวมถึงระบบทำความร้อนภายนอกที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยโดยที่ตัวทำความร้อนจะไม่สัมผัสกับน้ำโดยตรง ประหยัดพลังงานและลดการเกิดตะกรัน ดีไซน์แบบถังน้ำด้านล่างช่วยให้เปลี่ยนถังน้ำได้สะดวก เหมาะสำหรับบ้าน คอนโด และสำนักงาน โตชิบายังคงมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ผสานนวัตกรรม ความสะดวก และความปลอดภัย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคไทยอย่างต่อเนื่อง

ชมข้อมูลสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/ToshibaLifestyleThailand 
หรือ www.toshiba-lifestyle.com/th

เอส แอนด์ พี ร่วมขับเคลื่อนสังคมแห่งการแบ่งปัน สานต่อโครงการ


“S&P Cake A Wish Make A Wish 2026 …เค้กนี้ ด้วยรักตลอดไป” ปีที่ 22  ส่งมอบความสุขผ่านเค้กกว่า 605 ปอนด์

บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจอาหารและเบเกอรี่ของประเทศไทย เดินหน้าสานต่อโครงการเพื่อสังคม “S&P Cake A Wish Make A Wish 2026…เค้กนี้ด้วยรักตลอดไป” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 22 เนื่องในเทศกาลปีใหม่และวันแห่งความรัก เพื่อส่งมอบความสุข ความห่วงใย และกำลังใจแก่ผู้ด้อยโอกาสในสังคม ตอกย้ำบทบาทองค์กรที่เติบโตเคียงคู่สังคมไทยอย่างยั่งยืน 



คุณมณีสุดา ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “โครงการ S&P Cake A Wish Make A Wish  ถูกริเริ่มขึ้นจากความตั้งใจของ เอส แอนด์ พี ที่อยากให้เค้กเป็นสื่อกลางในการส่งต่อความปรารถนาดีและกำลังใจให้กับผู้คนในสังคม โดยเรามุ่งมั่นนำทักษะความเชี่ยวชาญในฐานะผู้นำธุรกิจเบเกอรี่ มาสร้างคุณประโยชน์และคืนความสุขกลับคืนสู่สังคมอย่างเป็นรูปธรรม โดยเราเชื่อมั่นว่า ‘เค้ก’ ไม่ได้เป็นเพียงผลิตภัณฑ์ แต่คือสื่อกลางที่สามารถส่งต่อความปรารถนาดีและกำลังใจที่ยิ่งใหญ่ให้แก่กันได้ ตลอดระยะเวลากว่า 22 ปีที่ผ่านมา เอส แอนด์ พี ได้ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลสังคมตามหลักธรรมาภิบาล และเรายังคงเดินหน้าสานต่อโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง เป็นสิ่งยืนยันถึงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ในการสนับสนุนและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ด้อยโอกาสในสังคมไทย เพราะเราตระหนักดีว่าการสร้างสังคมแห่งการแบ่งปันที่เข้มแข็ง คือรากฐานสำคัญที่จะนำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกันของทั้งองค์กรและชุมชนตลอดไป”

สำหรับโครงการ S&P Cake A Wish Make A Wish 2026...เค้กนี้ด้วยรักตลอดไป นับเป็นปีที่ 22 เราได้นำเค้กขนาดใหญ่พิเศษ จำนวนรวม 605 ปอนด์ ไปมอบให้แก่ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ ผู้สูงอายุ รวมทั้งผู้ป่วยตามมูลนิธิ สถานสงเคราะห์ และโรงพยาบาลต่างๆ ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวม 23 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนเศรษฐเสถียร โรงเรียนศรีสังวาลย์ (มูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการ) มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ มูลนิธิช่วยเหลือคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ (โรงเรียนปัญญาวุฒิกร) มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมฯ (คลองเตย) มูลนิธิส่งเสริมการพัฒนาบุคคล (ศูนย์เด็กปฐมวัยเมอร์ซี่) มูลนิธิบ้านพระพร สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนพญาไท สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนรังสิต สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนปากเกร็ด สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนและพิการทางสมองและปัญญา (บ้านเฟื่องฟ้า) สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านนนทภูมิ จังหวัดนนทบุรี สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านราชาวดี (บ้านราชาวดี หญิง-ชาย) สถานแรกรับเด็กชายปากเกร็ด (บ้านภูมิเวท) สถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านปากเกร็ด สถานแรกรับเด็กหญิงบ้าน



ธัญญพร จังหวัดปทุมธานี ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ จังหวัดปทุมธานี ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบางแค1-2 สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี และโรงพยาบาลทหารผ่านศึก ซึ่งในแต่ละปีเราจะหมุนเวียนมูลนิธิและสถานสงเคราะห์ทั้งในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อให้การส่งมอบเค้กแห่งความสุขสามารถกระจายไปสู่ผู้รับได้อย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการร่วมสร้างสังคมแห่งการแบ่งปันอย่างยั่งยืน เอส แอนด์ พี มุ่งมั่นสร้างสรรค์สังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการแบ่งปัน พร้อมส่งมอบความปรารถนาดีเคียงคู่คนไทยอย่างยั่งยืนตลอดไป

“อะตอม ชนกันต์” สังกัดค่าย White Music ในเครือ GMM MUSIC สร้างความตื่นเต้นให้กับสายวิ่ง


“อะตอม-ชนกันต์” สู้สุดใจ! พิชิต KYOTO MARATHON 2026 สนามวิ่งระดับโลกในฝัน เข้าเส้นชัย.. ฟูลมาราธอนเหรียญแรกในชีวิต!! บนเส้นทางนักวิ่ง ของศิลปินผู้ไม่หยุดท้าทายตัวเอง

“อะตอม ชนกันต์” สังกัดค่าย White Music ในเครือ GMM MUSIC สร้างความตื่นเต้นให้กับสายวิ่งและแฟน ๆ อย่างมาก  ล่าสุด “อะตอม” อินกับการวิ่งมาราธอนครั้งแรกในชีวิตแบบเอาเรื่องสุด ๆ เพราะหลังตอบรับลงสนาม KYOTO MARATHON 2026  เจ้าตัวก็เดินหน้าทุ่มเวลาฝึกซ้อม แม้คิวจะแน่นเอี๊ยด แต่ “อะตอม” ก็ยังแบ่งเวลาตื่นเช้ามืดมาซ้อมวิ่งยาว เพื่อเข้าร่วมกับระยะทางฟูลมาราธอน 42.195 กิโลเมตร สนามในฝันของนักวิ่งทั่วโลก แม้โค้งสุดท้ายก่อนบินเจ้าตัวจะป่วยก่อนลงแข่งขัน ร่างกายฟื้นยังไม่เต็มร้อย ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ ในวันลงแข่งวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา เจ้าตัวก็สามารถเข้าเส้นชัยพร้อมเหรียญแห่งความภูมิใจ กับสนามวิ่งระดับโลกในฝันได้สำเร็จ ในเวลา 4.55 ชั่วโมง ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยรอยยิ้มและพลังใจตลอดเส้นทาง



ด้านอะตอม เผย “ตั้งเป้าแค่วิ่งให้จบโดยไม่บาดเจ็บ และอยากเก็บทุกความรู้สึกของเกียวโตตลอด 42.195 กิโลเมตร มันคุ้มค่าต่อใจมากๆ” ที่สำคัญการร่วมลงสนามในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นบทพิสูจน์พลังใจของเหล่านักวิ่งหน้าใหม่ แต่ยังเป็นการเปิดประสบการณ์ระดับโลก เส้นทางการแข่งขันพานักวิ่งดื่มด่ำทัศนียภาพของ 7 มรดกโลกทางวัฒนธรรมจาก UNESCO ประวัติศาสตร์ และความงดงามด้วยเสน่ห์ของเมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น  อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการสนับสนุนจาก WACOAL และ CW-X (ซีดับบลิว-เอ็กซ์) แบรนด์สปอร์ตเพอร์ฟอร์แมนซ์ชั้นนำจากญี่ปุ่น ซึ่งมีบ้านเกิดอยู่ที่เกียวโต ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งบันทึกความทรงจำครั้งหนึ่งในชีวิตของทุกคนที่น่าจดจำอบอุ่นหัวใจไปด้วยกัน.....

#cwxthailand #teamcwx #wacoalthailand #kyotomarathon2026 #Atom #WhiteMusic #Gmmmusic

https://www.youtube.com/shorts/nPrpbR1GLr8

15 กุมภาพันธ์ 2569

INTERMACH 2026 จัดพร้อมอีก 4 งานอุตสาหกรรมชั้นนำ ที่ไบเทค เปิดเวที “Manufacturing Reinvented”

INTERMACH 2026 จัดพร้อมอีก 4 งานอุตสาหกรรมชั้นนำ ที่ไบเทค เปิดเวที “Manufacturing Reinvented” ยกระดับการผลิตไทยด้วยโซลูชันคุ้มค่า เพิ่มประสิทธิภาพ วัดผลได้จริง

ท่ามกลางความท้าทายของภาคอุตสาหกรรมการผลิตในยุคที่การแข่งขันรุนแรง และเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว งาน INTERMACH 2026 งานแสดงสินค้าเครื่องจักร เทคโนโลยี และโซลูชันการผลิตระดับแนวหน้าของภูมิภาคอาเซียน เตรียมกลับมาอีกครั้ง ภายใต้แนวคิด “Manufacturing Reinvented: Cost-Effective with High-Performance Solutions”เพื่อตอบโจทย์นักอุตสาหกรรมที่ต้องการ ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างความคุ้มค่าในการลงทุน อย่างเป็นรูปธรรม

INTERMACH 2026 รวบรวมเทคโนโลยีและโซลูชันการผลิตครบวงจร จากผู้แสดงสินค้าชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ ครอบคลุมตั้งแต่เครื่องจักรกลอุตสาหกรรม วิศวะกรรมโลหะ และ เทคโนโลยีเพื่องานโลหะแผ่น ระบบการผลิตอัตโนมัติ Machining Centre, Tooling, เครื่องมืองานวัดความแม่นยำสูง (Metrology), 3D Printing ไปจนถึงโซลูชัน Smart Factory, AI และดิจิทัลเทคโนโลยี ที่ช่วยยกระดับการผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ลดของเสีย ลดต้นทุนต่อหน่วย และเพิ่มผลผลิตได้จริง โดยเน้นใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ไม่จำเป็นต้องลงทุนเกินความจำเป็น
ภายในงานยังอัดแน่นด้วยกิจกรรมการประชุมและสัมมนาเชิงลึกกว่า 50 หัวข้อ จากผู้เชี่ยวชาญและผู้นำในภาคอุตสาหกรรม ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการบริหารต้นทุน การเพิ่ม Productivity การปรับตัวสู่ Smart Manufacturing และการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ให้เกิดผลลัพธ์ที่วัดผลได้จริง ตอบโจทย์ทั้งผู้บริหาร วิศวกร และบุคลากรสายการผลิต
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงานในปีนี้ คือ การแข่งขันช่างเชื่อมโลหะ ครั้งที่ 2 ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องจากความสำเร็จของครั้งแรก เพื่อเปิดเวทีให้ช่างเชื่อมและบุคลากรสายเทคนิคได้แสดงศักยภาพ ฝีมือ และความเชี่ยวชาญด้านงานเชื่อมโลหะตามมาตรฐานอุตสาหกรรม การแข่งขันดังกล่าวไม่เพียงช่วยยกระดับทักษะแรงงานไทย แต่ยังสะท้อนถึงความสำคัญของ “คุณภาพฝีมือ” ที่มีผลโดยตรงต่อการลดของเสีย เพิ่มความแม่นยำ และเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตอย่างแท้จริง เปิดสู่การเป็นฐานการผลิตโลก
ความพิเศษของ INTERMACH 2026 คือการจัดร่วมกับอีก 4 งานอุตสาหกรรมสำคัญ ในพื้นที่เดียวกัน ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค ได้แก่ SUBCON Thailand, Plastics and Rubber Thailand, Future Mobility Thailand และ TyreXpo Asia สร้างโอกาสให้นักอุตสาหกรรมสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีและโซลูชันที่ครอบคลุมอุตสาหกรรมการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ ได้ภายในงานเดียว เพิ่มความคุ้มค่าในการเข้าชม และเปิดมุมมองใหม่ในการเชื่อมโยงเครือข่ายทางธุรกิจอย่างรอบด้าน






นายเมธาวัจน์ เศรษฐจินดาเจริญ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโครงการ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย กล่าวว่า “งาน INTERMACH ปีนี้ จะจัดขึ้นภายใต้แนวคิด ‘Manufacturing Reinvented: Cost-Effective with High-Performance Solutions’ เพื่อช่วยให้นักอุตสาหกรรมการผลิตสามารถรับมือกับความท้าทายด้านต้นทุนและการแข่งขันได้อย่างเป็นรูปธรรม เรานำเสนอเทคโนโลยีและโซลูชันที่ไม่ใช่แค่ล้ำสมัย แต่ต้องคุ้มค่า ใช้งานได้จริง และสร้างผลลัพธ์ที่วัดผลได้ อีกทั้งเป็นารจัดร่วมกับอีก 4 งานอุตสาหกรรมสำคัญในพื้นที่เดียวกัน ทำให้นักอุตสาหกรรมสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี นอกจากในงานจะเป็นการแสดงเทคโนแล้ว ยังมีการจัดประชุมและสัมมนาใน 6 หัวข้อสำคัญ (6 Core Convergence Conferences) พร้อมอีกกว่า 50 หัวข้อ เสริมศักยภาพการแข่งขันนักอุตสาหกรรมการผลิตได้ครบตั้งแต่ต้นน้ำจรดปลายน้ำ ภายในงานเดียว เพิ่มทั้งโอกาสทางธุรกิจ เครือข่าย และความคุ้มค่าในการเข้าชม”



พบกับความคุ้มค่า ที่ถูกออกแบบมาแบบมาเพื่อนักอุตสาหกรรมในการลดต้นทุน พร้อมเพิ่มศักยภาพสายการผลิต ที่งาน อินเตอร์แมค 2026 วันที่ 13-16 พฤษภาคม นี้ ที่ไบเทค บางนา ลงทะเบียนเข้าชมงานได้แล้ววันนี้ ที่ www.intermachshow.com

13 กุมภาพันธ์ 2569

“GIT” เปิดเวทีอัปเดตเทรนด์โลก ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยสู่ยุค AI

“GIT” เปิดเวทีอัปเดตเทรนด์โลก ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยสู่ยุค AI และความยั่งยืนในงาน Bangkok Gems & Jewelry Fair ครั้งที่ 73


สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT เตรียมจัดงานสัมมนาวิชาการและเวทีเสวนาระดับนานาชาติ ภายในงาน Bangkok Gems & Jewelry Fair ครั้งที่ 73 ระหว่างวันที่ 23 – 26 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้อง 110AB และ 110C ชั้น 1 ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้พร้อมแข่งขันในตลาดโลกที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม และมาตรฐานความยั่งยืน


การจัดสัมมนาในปีนี้มุ่งเน้นแนวคิด “Future-Ready Gem & Jewelry Industry” ครอบคลุมองค์ความรู้ด้านอัญมณีศาสตร์ขั้นสูง เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) การออกแบบเชิงสร้างสรรค์ การตลาดดิจิทัล การจัดหาอย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible Sourcing) ตลอดจนทิศทางเทรนด์ผู้บริโภคและตลาดโลก เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำข้อมูลเชิงลึกไปประยุกต์ใช้ในการวางกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ

หัวข้อสัมมนาที่น่าสนใจ อาทิ

AI-Driven Gemology: การประยุกต์ใช้ AI ในการตรวจสอบแหล่งกำเนิดและการจำแนกสีอัญมณี

• Jewelry Trend 2027: วิเคราะห์แนวโน้มตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่

• Selling Colored Gems Online: กลยุทธ์สร้างความเชื่อมั่นในการจำหน่ายอัญมณีผ่านช่องทางออนไลน์

• Next Generation Jewelry Metals: วัสดุโลหะผสมยุคใหม่ที่ตอบโจทย์ความแข็งแรง ความคงทน และความยั่งยืน

• Responsible Sourcing & Carbon Footprint: แนวทางบริหารห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่เหมืองสู่ตลาดในยุค Climate Change

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง GIT และ Gemological Institute of India เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือทางวิชาการระดับนานาชาติ และผลักดันมาตรฐานอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยสู่เวทีโลก อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับถือเป็นหนึ่งในสินค้าส่งออกสำคัญของประเทศไทย มีมูลค่าหลายแสนล้านบาทต่อปี และมีบทบาทสำคัญในการสร้างรายได้ให้ประเทศ ทั้งในรูปแบบการส่งออกโดยตรงและการจำหน่ายแก่นักท่องเที่ยว รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตและการค้าอัญมณีและเครื่องประดับระดับโลก



ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Line: @gittrainingcenter
โทร. 02 634 4999 ต่อ 311
Facebook: www.facebook.com/git.or.th



“GIT” เปิดเวทีอัปเดตเทรนด์โลก

ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยสู่ยุค AI และความยั่งยืนในงาน Bangkok Gems & Jewelry Fair ครั้งที่ 73

สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT เตรียมจัดงานสัมมนาวิชาการและเวทีเสวนาระดับนานาชาติ ภายในงาน Bangkok Gems & Jewelry Fair ครั้งที่ 73 ระหว่างวันที่ 23 – 26 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้อง 110AB และ 110C ชั้น 1 ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้พร้อมแข่งขันในตลาดโลกที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม และมาตรฐานความยั่งยืน



การจัดสัมมนาในปีนี้มุ่งเน้นแนวคิด “Future-Ready Gem & Jewelry Industry” ครอบคลุมองค์ความรู้ด้านอัญมณีศาสตร์ขั้นสูง เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) การออกแบบเชิงสร้างสรรค์ การตลาดดิจิทัล การจัดหาอย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible Sourcing) ตลอดจนทิศทางเทรนด์ผู้บริโภคและตลาดโลก เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำข้อมูลเชิงลึกไปประยุกต์ใช้ในการวางกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ

หัวข้อสัมมนาที่น่าสนใจ อาทิ

• AI-Driven Gemology: การประยุกต์ใช้ AI ในการตรวจสอบแหล่งกำเนิดและการจำแนกสีอัญมณี

• Jewelry Trend 2027: วิเคราะห์แนวโน้มตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่

• Selling Colored Gems Online: กลยุทธ์สร้างความเชื่อมั่นในการจำหน่ายอัญมณีผ่านช่องทางออนไลน์

• Next Generation Jewelry Metals: วัสดุโลหะผสมยุคใหม่ที่ตอบโจทย์ความแข็งแรง ความคงทน และความยั่งยืน

• Responsible Sourcing & Carbon Footprint: แนวทางบริหารห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่เหมืองสู่ตลาดในยุค Climate Change

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง GIT และ Gemological Institute of India เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือทางวิชาการระดับนานาชาติ และผลักดันมาตรฐานอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยสู่เวทีโลก อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับถือเป็นหนึ่งในสินค้าส่งออกสำคัญของประเทศไทย มีมูลค่าหลายแสนล้านบาทต่อปี และมีบทบาทสำคัญในการสร้างรายได้ให้ประเทศ ทั้งในรูปแบบการส่งออกโดยตรงและการจำหน่ายแก่นักท่องเที่ยว รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตและการค้าอัญมณีและเครื่องประดับระดับโลก


ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Line: @gittrainingcenter
โทร. 02 634 4999 ต่อ 311
Facebook: www.facebook.com/git.or.th


12 กุมภาพันธ์ 2569

ร้านชานม Pearly สลัดภาพร้านลับในปั๊ม พลิกโฉมใหญ่รอบ 13 ปีส่ง "น้องเพิร์ลลี่"

ร้านชานม Pearly สลัดภาพร้านลับในปั๊ม พลิกโฉมใหญ่รอบ 13 ปีส่ง "น้องเพิร์ลลี่" ปักหมุดแลนด์มาร์คเสริฟความสดชื่นทั่วไทย


ภาพรวมตลาดชาเมืองไทยยังคงสดใส ผู้บริโภคตอบรับสู่ไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน ร้านชานมไข่มุก Pearly ในเครือ OR ประกาศรีแบรนด์ครั้งสำคัญในรอบ 13 ปี ยกระดับ Funtional Drink สู่ Emotional Refreshment Brand ชูจุดเด่นวัตถุดิบคุณภาพ ชงสดแก้วต่อแก้ว ปักหมุดในสถานีบริการ PTT Station สร้างสรรค์เมนูวาไรตี้หลากหลาย ส่ง “น้องเพิร์ลลี่” ไอคอนแบรนด์สุดคิวท์ เดินหน้ามอบความสุขความประทับใจตลอดทั้งปี พร้อมโปรโมชันแคมเปญกระตุ้นความสดชื่นทุกช่วงเวลา มุ่งสู่เป้าหมายแบรนด์ชานมอันดับ 1 พร้อมเสริ์ฟ Grab & Go Lifestyle

คุณพรรณวดี พุฒยางกูร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ปตท.บริหารธุรกิจค้าปลีก จำกัด (PTTRM) ในเครือ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) OR เปิดเผยว่า “ปัจจุบันพฤติกรรมการดื่มชาในประเทศไทยได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น จากฐานผู้บริโภคที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นหนึ่งไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันของคนไทย เปรียบเทียบได้กับการเติบโตของตลาดกาแฟที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดย “Pearly” (เพิร์ลลี่) เป็นแบรนด์ร้านชานมไข่มุกที่เปิดให้บริการมากว่า 13 ปี ล่าสุด บริษัทฯ รีแบรนด์ Pearly ครั้งสำคัญ เพื่อตอบรับความต้องการของผู้บริโภคด้วยภาพลักษณ์ที่สดใส พร้อมกลยุทธ์ทางการตลาดที่สร้างการเติบโตให้กับธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

“ในปี 2569 บริษัทฯ มุ่งยกระดับ Pearly จาก Funtional Drink สู่ Emotional Refreshment Brand เพื่อมุ่ง  สู่เป้าหมาย แบรนด์ชาอันดับ 1  พร้อมเสริ์ฟความสดชื่น แบบ Grab & Go Lifestyle โดยได้ทำการรีแบรนด์ครั้งสำคัญ         เพื่อสร้างความสดใส ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด ภายใต้แนวคิด Fresh & Friendly เพื่อเปลี่ยนความคุ้นชินของลูกค้าที่พบเจอแบรนด์ Pearly ในร้านสะดวกซื้อจิฟฟี่ (PTT Station-Jiffy) ให้กลายเป็นความผูกพันกับแบรนด์อย่างแท้จริง ปรับโฉมหน้าร้านเป็นคีออส ขนาดกำลังพอดี  สีสันสะดุดตา  พร้อมเปิดตัวมาสคอตสุดคิวท์ “น้องเพิร์ลลี่” ที่มีคาแรคเตอร์สดใส พร้อมมอบความสุขและความอร่อยพร้อมเสิร์ฟคุณทุกการเดินทาง” คุณพรรณวดี กล่าว

ยืนหนึ่งวัตถุดิบคุณภาพ - โลเคชั่น มัดใจลูกค้า ร้านชานมไข่มุกแบรนด์ Pearly เริ่มต้นดำเนินธุรกิจมาตั้งแต่ปี  2555 ภายใต้จุดเด่น คือ การคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพจากใบชาพรีเมี่ยม ชงสดใหม่แก้วต่อแก้ว รสชาติเข้มข้น กลมกล่อม ผสมผสานลงตัวกับไข่มุกที่มีความ นุ่ม หนึบ สามารถครองใจลูกค้ามาอย่างยาวนานมาพร้อมเมนูที่หลากหลาย ในราคาที่จับต้องได้ไม่ยาก เริ่มต้น 29 – 59 บาท

แบรนด์ชานมไข่มุก Pearly ยังมีความโดดเด่นด้านโลเคชั่น เนื่องจากสาขาส่วนใหญ่ตั้งอยู่บริเวณร้านสะดวกซื้อจิฟฟี่ ในสถานีบริการน้ำมันพีทีที สเตชั่น (PTT Station-Jiffy) ทั่วไทย ปัจจุบันเปิดให้บริการบนทำเลศักยภาพทั้งหมดกว่า 70 สาขาทั่วประเทศแบ่งเป็นร้าน Coco (Company Owned Company Operated) ที่บริษัทฯดำเนินการเอง 54 สาขา และแฟรนไชส์อีก 22 สาขา โดยยังคงเปิดบริการอย่างต่อเนื่อง ทั้งรูปแบบสาขาของบริษัทและแฟรนไชส์ เพื่อตอบโจทย์ความสดชื่น สะดวก อร่อยอย่างมีคุณภาพ รับเทรนด์ Grab & Go ของคนรุ่นใหม่ ที่กำลังเติบโตสูงในประเทศไทย หรือจะสั่งความสดชื่นส่งตรงถึงบ้านผ่าน Delivery Grab food, Line man หรือ Shopee Food พร้อมกับโปรโมชั่นพิเศษเช่นกัน  

นอกจากนั้น Pearly  เป็นแบรนด์ร้านชาที่ไม่หยุดนิ่งในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ให้กับผู้บริโภค นอกเหนือจากเมนูที่มีให้เลือกหลากหลายแล้ว ยังมีเมนูที่ Pearly ร่วม คอลแลป (Collab) กับแบรนด์ดัง อาทิ โอวัลติน, ดอยคำ, โอรีโอ้, กูลิโกะ และนมทางเลือกสุขภาพอย่าง OATSIDE (โอ๊ตไซด์) เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อสร้างสีสันและความสุข เพิ่มความแปลกใหม่ให้กับการดื่มชา ตอกย้ำคุณค่าและความแข็งแกร่งของแบรนด์ที่ไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนา

ส่ง น้องเพิร์ลลี่ มอบความสุข สดใส ตลอดทั้งปี ในปีนี้แบรนด์   มุ่งมั่นในการส่งมอบประสบการณ์ความสุขให้กับลูกค้า ด้วยการส่งแบรนด์ไอคอน “น้องเพิร์ลลี่” มาพร้อมแคมเปญทางการตลาดที่ช่วยสร้างสีสันและความสนุกให้กับลูกค้าตลอดทั้งปี เพื่อสร้างการรับรู้ของแบรนด์ (Awareness) ให้ขยายไปในวงกว้างมากยิ่งขึ้น พร้อมการเพิ่มความถี่ในการใช้บริการ (Frequency) และสร้างความผูกพันและใกล้ชิดต่อแบรนด์ผ่านสุขและความประทับใจ (Emotional Bond) Awareness: แบรนด์ Pearly จะส่งมาสคอต “น้องเพิร์ลลี่” ไปพร้อมกับการสื่อสารแบรนด์และการจัดแคมเปญ     ต่าง ๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ อาทิ Facebook, TikTok และ Line OA โดยชูความน่ารัก สดใส เป็นตัวแทนแห่งมิตรภาพและความปรารถนาดีส่งต่อไปยังทุกคนที่ได้พบเห็น

Frequency: กลยุทธ์การตลาดที่ขับเคลื่อนด้วย Loyalty Promotion เพื่อกระตุ้นการซื้อซ้ำด้วยการเพิ่มคุณค่า ภายใต้แนวคิด “ยิ่งดื่ม ยิ่งคุ้ม” ผ่านโปรแกรมสะสมแต้ม และ Blue Card เพื่อรับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ มากมาย

Emotional Bond: ตอบรับความต้องการของลูกค้ากลุ่ม Fandom ด้วยสินค้าและของที่ระลึกคอลเลกชันพิเศษจาก “น้องเพิร์ลลี่” พร้อมเมนูเซอร์ไพรส์จากน้องเพิร์ลลี่ในโอกาสต่าง ๆ

คุณพรรณวดี กล่าวว่า ภายใต้กลยุทธ์การรีแบรนด์ Pearly ในคอนเซ็ปต์ Fresh & Friendly ในปีนี้ ผู้บริโภคจะได้พบกับความน่ารัก สดใส และเป็นมิตรจากน้องเพิร์ลลี่ ที่จะมาส่งมอบในเทศกาลสำคัญๆ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองช่วงเวลา        แห่งความสุขไปด้วยกันตลอดทั้งปี อาทิ “เพิร์ลลี่อินเลิฟ เสริฟความสดชื่น ฉลองเดือนแห่งความรัก”  สร้างสีสัน วาเลนไทน์ให้หวานฉ่ำสดใสยิ่งกว่าเดิม  ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคม 2569 พิเศษสุด ๆ กับหมอนซุกมือน้องเพิร์ลลี่สุดน่ารัก แลกซื้อได้เพียง 299 บาทเท่านั้น  เมื่อซื้อเครื่องดื่มกลุ่มราคา 39 บาทครบ 2 แก้ว พร้อมเครื่องดื่มคอลเลกชัน ”เลิฟ” กับ 4 เมนูใหม่ ในราคาเริ่มต้นเพียง 45 บาท เป็นต้น และเรายังมีโปรโมชั่นแจกพรีเมี่ยมน้องเพิร์ลลี่ ตลอดทั้งปี 

“การรีแบรนด์ Pearly ในปีนี้ จะช่วยสร้างสีสันและความสุขให้กับลูกค้า เรายังคงตั้งใจส่งมอบประสบการณ์  การดื่มชาระดับคุณภาพ และสร้างช่วงเวลาที่น่าประทับใจให้กับไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันของทุกคน อีกทั้งเป็นการขอบคุณแฟนคลับของ Pearly ที่ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดีตลอด 13 ปีที่ผ่านมา พร้อมการประกาศว่า Pearly ยังคงเป็นแบรนด์  ชาที่มุ่งเน้นทั้งคุณภาพ และการสร้างสรรค์ รวมทั้งส่งเสริมธุรกิจให้เติบโตไปพร้อมกับพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง” คุณพรรณวดี กล่าวในตอนท้าย

สนใจแฟรนส์ไชส์ร้าน Pearly สามารถติดต่อได้ที่ 081-7529032 และติดตามกิจกรรมพิเศษแจกของพรีเมี่ยมน้องเพิร์ลลี่ และโปรโมชันพิเศษ ได้ที่ Fanpage Pearly เพิร์ลลี่และ Line@pearlytea