26 มิถุนายน 2569

อาเวีย พร็อพเพอร์ตี้ เปิดโปรฯ แรงแห่งปี “The PARK LANE 15


อาเวีย พร็อพเพอร์ตี้ เปิดโปรฯ แรงแห่งปี “The PARK LANE 15” ทาวน์โฮมหรูทำเลทอง สุขุมวิท-แบริ่ง มอบเอกสิทธิ์เหนือระดับ พร้อมรับ Tesla Model 3 ฟรี! และข้อเสนอจัดเต็ม

บริษัท อาเวีย พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ประกาศยกระดับการใช้ชีวิตสู่ระดับ Private Luxury Residence กับโครงการ “The PARK LANE 15” (เดอะพาร์คเลน 15) ทาวน์โฮมหรูแนวคิดใหม่ “The Lens Of Life - สุนทรียภาพแห่งวิสัยทัศน์” บนทำเลศักยภาพสุขุมวิท-แบริ่ง 15 มอบโอกาสพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองบ้านในโครงการตั้งแต่วันนี้  – 31 สิงหาคม 2569 นี้เท่านั้น ด่วน! จำนวนจำกัด 


โครงการ The PARK LANE 15 (เดอะพาร์คเลน15 สุขุมวิท-แบริ่ง) ทาวน์โฮมหรู โดดเด่นด้วยความเป็นส่วนตัวสูงสุด เพียง 16 ยูนิตเท่านั้น โดยมีแบบบ้านให้เลือก 3 สไตล์ ตั้งแต่ทาวน์โฮม 3.5 - 4.5 ชั้น ไปจนถึงบ้านแฝด 4.5 ชั้น บนพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง 275 - 542 ตารางเมตร รองรับทุกไลฟ์สไตล์ด้วยฟังก์ชัน 3-5 ห้องนอน และที่จอดรถสูงสุด 5 คัน พร้อมดีไซน์ Double Volume โปร่งโล่ง และ Rooftop ส่วนตัว เติมเต็มการอยู่อาศัยที่สมบูรณ์แบบบนทำเลที่เดินทางสะดวก ตัวโครงการตั้งอยู่ในซอยแบริ่ง 15 จัดว่าเป็นทำเลศักยภาพในย่านลาซาล-แบริ่ง แวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ใกล้ห้างสรรพสินค้า , คอมมูนิตี้มอลล์, โรงเรียน, โรงพยาบาล เดินทางสะดวก ทั้งเข้าและออกเมืองได้หลายสาย อยู่ใกล้ทางขึ้น-ลงทางด่วน รวมถึงใกล้สถานีรถไฟฟ้า ทั้ง BTS (สถานีแบริ่ง) และ MRT (สถานีศรีแบริ่ง)


พบกับข้อเสนอที่คุ้มค่าที่สุดในย่านสุขุมวิท-แบริ่ง โครงการ “The PARK LANE 15” มอบดีลสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของบ้านหรูที่เป็นส่วนตัวที่สุด เพียง 16 ยูนิตเท่านั้น โดยมอบโปรโมชั่นจัดเต็มสำหรับยอดจองตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 สิงหาคม 2569 ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษ “ซื้อบ้านแถมรถ” โดยลูกค้าที่จองซื้อและโอนกรรมสิทธิ์บ้านในโครงการเดอะพาร์คเลน 15 จะได้รับรถยนต์ไฟฟ้า Tesla Model 3* พร้อมรับสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ ฟรีค่าธรรมเนียมการโอน, ฟรีค่าติดตั้งมิเตอร์น้ำ-ไฟ, ฟรีแอร์, ฟรีค่าส่วนกลาง 24 เดือน, ฟรีต่อเติมระเบียงหน้าบ้าน และยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยระบบ SCG Smart Living และระบบ Active AIR Quality มูลค่ารวมกว่า 1,790,000 บาท


เดอะพาร์คเลน15 สุขุมวิท-แบริ่ง (The Park Lane15 Sukhumvit – Bearing) บริหารงานโดยบริษัท อาเวีย พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถร่วมสัมผัสประสบการณ์การอยู่อาศัยเหนือระดับได้แล้ววันนี้ ราคาเริ่มต้น 13.9 - 33.9 ล้านบาท

ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษได้ที่ คลิก : theparklane15.com
หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและโปรโมชั่นดี ๆ ก่อนใคร ได้ที่โทร 094-480-6111 
   

(*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด)

#Theparklane15 #TheLensOfLife #AVIAPROPERTY
#Sukhumvit107 #Bearing15 #สุขุมวิท107 #บ้านหรู #บ้านสุขุมวิท #บ้านแบริ่ง 

HOMEPAINT จับมือ TOA เปิดตัว Concept Store ‘HOMEPAINT TOA SHOP’


บริษัท โฮมเพ้นท์ จำกัด หรือ HOMEPAINT ผู้เชี่ยวชาญด้านค้าปลีกสีและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องสำหรับงานบ้าน งานช่าง และงานโครงการ จับมือ บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA ผู้นำอุตสาหกรรมสีอันดับ 1 เคมีภัณฑ์ก่อสร้าง และวัสดุก่อสร้างครบวงจร เปิดตัว Concept Store แห่งแรกในประเทศไทย HOMEPAINT TOA SHOP บนถนนรัตนาธิเบศร์ เพื่อยกระดับประสบการณ์แบบ “โซลูชั่นแบบครบวงจร  (Total Solution)” ที่ครบ จบ คุ้ม และตอบโจทย์การใช้งานจริงมากยิ่งขึ้น

HOME PAINT TOA SHOP ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “ONE STOP EXPERIENCE” โดยนำความเชี่ยวชาญด้านค้าปลีกสีของ HOMEPAINT มาผสานกับผลิตภัณฑ์และโซลูชันจาก TOA เพื่อสร้างพื้นที่ที่ลูกค้าสามารถเลือกสินค้า    รับคำปรึกษา เข้าถึงบริการ และค้นหาแรงบันดาลใจด้านสีได้ในที่เดียว ทั้งสำหรับเจ้าของบ้าน ช่างสี ผู้รับเหมา และผู้ออกแบบ


นายอนุรักษ์ เลิศรัตนชัยกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โฮมเพ้นท์ จำกัด กล่าวว่า “HOMEPAINT ให้ความสำคัญกับการพัฒนาประสบการณ์ของลูกค้าในหมวดสีมาโดยตลอด เพราะการเลือกสีไม่ได้เป็นเพียงการเลือกเฉดสีหรือผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับความเข้าใจพื้นผิว สภาพหน้างาน เทคนิคการใช้งาน และความมั่นใจของผู้ใช้งานจริง

การร่วมมือกับ TOA ในครั้งนี้ จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับ HOME PAINT TOA SHOP ให้เป็นพื้นที่ด้านสีที่ครบขึ้น เข้าใจง่ายขึ้น และใกล้ชิดกับลูกค้ามากขึ้น โดยยังคงจุดแข็งของ HOMEPAINT ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านสีที่พร้อมให้คำปรึกษาและบริการอย่างใกล้ชิด”

ด้าน นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “TOA ให้ความสำคัญกับการพัฒนาประสบการณ์ของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ ความรู้ และ Solution ด้านสีได้ง่ายขึ้น เข้าใจง่ายขึ้น และเหมาะสมกับการใช้งานจริงมากขึ้น


สำหรับ HOME PAINT TOA SHOP ยังเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยเน้นย้ำว่า TOA ไม่ได้มีเพียงผลิตภัณฑ์สีเท่านั้น แต่ยังมีผลิตภัณฑ์ ที่เกี่ยวข้องกับงานบ้าน งานช่าง งานก่อสร้าง และ Total Solutions อย่างครบวงจร เพื่อช่วยให้ลูกค้าเลือกใช้สินค้าได้เหมาะสมกับลักษณะงานจริงมากยิ่งขึ้น”

HOME PAINT TOA SHOP ยกระดับประสบการณ์ “ONE STOP EXPERIENCE” ผ่าน 3 แกนหลักสำคัญ

1. สินค้าครบ Ultimate Product Range คิดถึงสินค้า TOA มาที่นี่ พบสินค้าและคำแนะนำที่ตอบโจทย์ทุกงานสีและงานบ้าน HOME PAINT TOA SHOP ยกระดับการเลือกซื้อสินค้า TOA และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องให้สะดวกและครบถ้วนยิ่งขึ้น โดยรวบรวมสินค้าสำหรับงานสี งานซ่อมแซมบ้าน และงานโครงการไว้ในที่เดียว พร้อมทีมงานที่มีความเข้าใจด้านสี และสามารถให้คำแนะนำในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับลักษณะงานจริง

กลุ่มสินค้าหลักครอบคลุมนวัตกรรมสี TOA สำหรับงานหลากหลายประเภท อาทิ สีทาอาคารภายนอก และสีทาภายใน สีงานไม้ สีงานเหล็ก  สีตกแต่งพิเศษ สีอุตสาหกรรม รวมถึง เคมีภัณฑ์ก่อสร้าง TOA Mortar แผ่นยิปซัม กระเบื้อง สุขภัณฑ์และนวัตกรรมห้องน้ำอัจฉริยะ JOMOO รวมถึงอุปกรณ์งานช่างต่างๆ

2. บริการจบ Seamless Services สะดวก รวดเร็ว และช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้น ด้วยบริการที่เชื่อมต่อทั้งหน้าร้านและช่องทางดิจิทัล HOMEPAINT TOA SHOP ยกระดับบริการด้านสีให้สะดวกและราบรื่นยิ่งขึ้น ตั้งแต่การสั่งซื้อ การรับสินค้า การคำนวณปริมาณสี ไปจนถึงการเห็นภาพสีจริงก่อนตัดสินใจ เพื่อช่วยให้ลูกค้าเลือกสินค้าได้เหมาะสม ลดความยุ่งยาก และวางแผนการใช้งานได้มั่นใจมากขึ้น

บริการสำคัญ ได้แก่ Express Pickup สำหรับลูกค้าที่สั่งซื้อผ่าน Line OA หรือโทรสั่งล่วงหน้าและชำระเงินเรียบร้อยแล้ว เพื่อช่วยลดเวลารอหน้าร้าน, AI Color Visualization บริการจำลองสีบ้านหรือพื้นที่ภายในด้วยเทคโนโลยี AI และระบบคอมพิวเตอร์ รวมถึง Color Calculation & Product Advisory ที่ช่วยคำนวณปริมาณสีและแนะนำผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับพื้นผิว ลักษณะงาน และงบประมาณ

3. เชื่อมโยงเครือข่ายงานสี Connect Paint Network เชื่อมต่อเจ้าของบ้าน ช่างสี และผู้รับเหมา ผ่านพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจ ความรู้ และโอกาสในการทำงานร่วมกัน

HOME PAINT TOA SHOP ยกระดับบทบาทของร้านสีให้เป็นมากกว่าพื้นที่จำหน่ายสินค้า โดยพัฒนาให้เป็นพื้นที่เชื่อมโยงเครือข่ายของผู้เกี่ยวข้องในระบบงานสีและงานบ้าน ตั้งแต่เจ้าของบ้านที่มองหาแรงบันดาลใจและช่างฝีมือดี ไปจนถึงช่างสี ผู้รับเหมา สถาปนิก และผู้ออกแบบที่ต้องการพัฒนาความรู้ เทคนิค และโอกาสทางธุรกิจภายในพื้นที่ประกอบด้วย Café CHANG & Painter Matching เพื่อเชื่อมโยงเจ้าของบ้านกับช่างสีหรือผู้รับเหมาที่เหมาะสม, Demo Room & Inspiration Space ผ่าน Color Wall, Sample Wall และห้องทดลองที่ช่วยให้ลูกค้าเห็นเฉดสี พื้นผิว และบรรยากาศภายใต้สภาพแสงจริงก่อนตัดสินใจ รวมถึง Training Center สำหรับกิจกรรม อบรม และสัมมนาด้านงานสีร่วมกับช่างสี ผู้รับเหมา สถาปนิก และผู้ที่สนใจ

การเปิดตัว HOME PAINT TOA SHOP ในครั้งนี้สะท้อนความตั้งใจของ HOMEPAINT และ TOA ในการร่วมกันยกระดับประสบการณ์ด้านสีให้ใกล้ชิดกับลูกค้ามากขึ้น โดยมุ่งเน้นความเชี่ยวชาญด้านสี การให้คำปรึกษา บริการที่เข้าถึงง่าย และการสร้างพื้นที่ที่เชื่อมโยงเจ้าของบ้าน ช่างสี ผู้รับเหมา และผู้ออกแบบเข้าด้วยกัน

ลูกค้าที่สนใจสามารถสัมผัสประสบการณ์ HOME PAINT TOA SHOP ได้ที่สาขาบางพลู รัตนาธิเบศร์
และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.homepaint.co.th

“Motor Field Marine” เครื่องยนต์เรืออันดับ 1 ของโลก คว้าสิทธิ์ตัวแทนจำหน่าย “Mercury Marine”


Motor Field Marine ตัวแทนจำหน่าย “Mercury Marine” รายเดียวในไทยผนึกแบรนด์เครื่องยนต์เรืออันดับ 1 ของโลก ยกระดับอุตสาหกรรมเรือไทยด้วยเทคโนโลยีและบริการระดับสากล

Motor Field Marine ประกาศก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมเรือไทย หลังได้รับการแต่งตั้งจาก Mercury Marine ผู้ผลิตเครื่องยนต์ติดท้ายเรือชั้นนำระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา ให้เป็น ผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียว (Exclusive Distributor) ในประเทศไทย ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ทุกกลุ่ม พร้อมนำเทคโนโลยี นวัตกรรม และมาตรฐานการบริการระดับโลกเข้ามายกระดับตลาด รองรับการเติบโตของธุรกิจท่องเที่ยวทางทะเล เรือพาณิชย์ และเศรษฐกิจทางทะเล (Blue Economy) ที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง


นายสุทิวัส ชัยศิริวิเชียร ประธานกรรมการ บริษัท มอเตอร์ ฟิลด์ มารีน จำกัด (Motor Field Marine) บริษัทในเครือของ บริษัท มอเตอร์ ฟิลด์ ไทยแลนด์ ผู้นำด้านการนำเข้า จัดจำหน่าย และบริการหลังการขายเรือ เครื่องยนต์ และอุปกรณ์ทางทะเลแบบครบวงจร กล่าวว่า "การได้รับความไว้วางใจจาก Mercury Marine ให้เป็นผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ถือเป็นก้าวสำคัญของบริษัทในการต่อยอดความเชี่ยวชาญด้าน Marine Solutions พร้อมนำผลิตภัณฑ์คุณภาพระดับโลก เครือข่ายบริการที่ครอบคลุม และทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ ตอบโจทย์ลูกค้าทั้งภาคธุรกิจ ภาครัฐ และกลุ่มเรือเพื่อสันทนาการ ตลอดจนยกระดับมาตรฐานการบริการหลังการขายของอุตสาหกรรมเรือไทย"



Mercury Marine ในเครือบริษัท บรันสวิก คอร์ปอเรชั่น (Brunswick Corporation) ถือเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมเครื่องยนต์เรือระดับโลก และครองอันดับ 1 ในสหรัฐอเมริกาด้วยส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 50%  โดดเด่นด้วยนวัตกรรมที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเครื่องยนต์ V10 และ V12 Outboard สำหรับเรือโดยเฉพาะ รองรับกำลังสูงสุดกว่า 600 แรงม้า พร้อมโครงสร้างที่มีน้ำหนักเบา ช่วยเพิ่มสมรรถนะและประสิทธิภาพการประหยัดเชื้อเพลิง รวมถึง Joystick Piloting ระบบควบคุมเรืออัจฉริยะจากผู้ผลิตโดยตรง ที่ช่วยให้การบังคับและการจอดเรือทำได้อย่างแม่นยำ ปลอดภัย และใช้งานง่ายยิ่งขึ้น


การผนึกกำลังครั้งนี้ Motor Field Marine เตรียมต่อยอดธุรกิจจากฐานลูกค้าเรือสันทนาการ (Leisure) สู่กลุ่มเรือราชการ เรือพาณิชย์ เรือสปีดโบ๊ท เรือท่องเที่ยว และเรือโดยสาร เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจท่องเที่ยวทางทะเลและเศรษฐกิจทางทะเล (Blue Economy) ซึ่งประเมินว่ามีศักยภาพความต้องการเครื่องยนต์สูงถึง ประมาณ 2,000 เครื่องต่อปี ส่งผลให้ความต้องการเครื่องยนต์ที่มีสมรรถนะสูง ความทนทาน และความคุ้มค่าในการใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมสร้างโอกาสการเติบโตของตลาดในระยะยาว เพื่อรองรับการขยายตัวดังกล่าว บริษัทได้พัฒนาเครือข่ายศูนย์บริการและดีลเลอร์มาตรฐานรวม 13 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ยุทธศาสตร์ ได้แก่ พระราม 2 พัทยา ภูเก็ต นนทบุรี ปทุมธานี สมุย ตราด ฉะเชิงเทรา โคราช ลำพูน และสมุทรปราการ พร้อมแผนขยายเครือข่ายทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการและสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้า



ด้านบริการหลังการขาย บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารอะไหล่แท้ครอบคลุมทุกรุ่นที่จำหน่าย พร้อมระบบ Fast Parts Delivery นำเข้าอะไหล่ทางอากาศทุกสัปดาห์สำหรับรายการสำคัญ ช่วยลดระยะเวลารออะไหล่จากเดิมกว่า 45 วัน เหลือไม่เกิน 15 วัน ลด Downtime ของเรือเชิงพาณิชย์ เพิ่มความพร้อมในการใช้งาน และลดต้นทุนของผู้ประกอบการ นอกจากนี้ ยังร่วมกับ Mercury Marine จัดอบรมด้านเทคนิคอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาศักยภาพทีมช่างไทยให้รองรับเครื่องยนต์เทคโนโลยีขั้นสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้าน Mr. Enrique, General Manager – Australia, New Zealand & Asia ของ Mercury Marine กล่าวว่า "ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญของ Mercury Marine ในภูมิภาคเอเชีย เราดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมายาวนานกว่า 50 ปี การแต่งตั้ง Motor Field Marine ถือเป็นจุดเริ่มต้นของบทใหม่ในประเทศไทย เราเชื่อมั่นในประสบการณ์กว่า 20 ปี ความเข้าใจตลาด เครือข่ายการบริการ และแนวคิดที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของ Mercury Marine ในประเทศไทยได้อย่างแข็งแกร่งในระยะยาว"

Mercury Marine ระบุว่า กลยุทธ์การเติบโตในประเทศไทยจะขับเคลื่อนผ่าน 3 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ Product Leadership ความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและสมรรถนะผลิตภัณฑ์, Effective Distribution ระบบกระจายสินค้าและเครือข่ายบริการที่มีประสิทธิภาพ และ Delightful Customer Experience การสร้างประสบการณ์และบริการหลังการขายที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า โดยมองว่าประเทศไทยมีศักยภาพเติบโตสูงจากฐานลูกค้าที่หลากหลาย ทั้งผู้ประกอบการเรือพาณิชย์ ผู้ผลิตเรือ หน่วยงานภาครัฐ และกลุ่มเรือเพื่อการพักผ่อน

ภายในงาน Mercury Marine Thailand Official Launch ยังได้เปิดตัว V8 300 HP Fourstroke OurboardMercury และ 5.7L V10 400hp AMS Outboard เครื่องยนต์ติดท้ายรุ่นใหม่ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 5.7 ลิตร ให้แรงบิดสูง การทำงานเงียบและนุ่มนวล ระบบ Quad-Cam และระบบควบคุมดิจิทัลอัจฉริยะ รองรับน้ำมันเบนซินออกเทน 87 ที่มีจำหน่ายทั่วไป ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานและลดต้นทุนของผู้ประกอบการ 


การจับมือกันระหว่าง Motor Field Marine และ Mercury Marine ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการเปิดตัวผู้แทนจำหน่ายรายใหม่ แต่เป็นการยกระดับระบบนิเวศของอุตสาหกรรม Marine ไทย ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี มาตรฐานการบริการ และการพัฒนาบุคลากร สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของประเทศไทยในการก้าวสู่ศูนย์กลางธุรกิจและบริการทางทะเลของภูมิภาคในอนาคต



CP LAND ยกระดับ ‘RI-NÉ Khon Kaen’ สู่สินทรัพย์คุณภาพใกล้ มข. ชูความเป็นส่วนตัว รับประกัน 10 ปี พร้อมดูแลการปล่อยเช่าแบบครบวงจร

23 มิถุนายน 2569, กรุงเทพฯ – บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND หนึ่งในผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทยภายใต้เครือเจริญโภคภัณฑ์ (C.P. GROUP) เดินหน้ารุกตลาดคอนโดขอนแก่นอย่างต่อเนื่อง หลังประสบความสำเร็จในการส่งมอบโครงการ SOū& Khon Kaen (โซแอนด์ ขอนแก่น) ล่าสุดเปิดตัว “RI-NÉ Khon Kaen by CP LAND” (รีเน่ ขอนแก่น) คอนโด High-Rise ใจกลางกังสดาล คอนโดใกล้มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ที่ออกแบบเพื่อตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัยและการลงทุน พร้อมจุดเด่นด้านการรับประกันโครงสร้างนาน 10 ปี และบริการบริหารจัดการปล่อยเช่าครบวงจรจากบริษัทในเครือ C.P. GROUP

CP LAND มองว่าขอนแก่นยังคงเป็นหนึ่งในเมืองเศรษฐกิจสำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีศักยภาพเติบโตสูง จากการเป็นศูนย์กลางด้านการศึกษา การแพทย์ การบริการ และการลงทุน โดยเฉพาะย่านกังสดาล ซึ่งเป็นทำเลคอนโดใกล้มหาวิทยาลัยขอนแก่นที่ได้รับความนิยมจากนักศึกษา บุคลากรทางการแพทย์ อาจารย์ คนทำงานรุ่นใหม่ และนักลงทุนที่มองหาโอกาสสร้างผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า
คุณดำรงศักดิ์ ถุงเงิน ผู้อำนวยการอาวุโสกลุ่มงานธุรกิจที่อยู่อาศัย กล่าวว่า RI-NÉ Khon Kaen (รีเน่ ขอนแก่น) ถูกพัฒนาให้เป็น Urban Lifestyle Premium Residence สำหรับคนรุ่นใหม่ นักลงทุน และผู้ปกครองที่มองหาคอนโดใกล้ มข. ที่มีคุณภาพสูงและสร้างมูลค่าได้ในระยะยาว เราให้ความสำคัญตั้งแต่การออกแบบ การก่อสร้าง ไปจนถึงการบริหารจัดการหลังการขาย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน
หนึ่งในจุดแข็งสำคัญของโครงการคือ การรับประกันโครงสร้างอาคารนาน 10 ปี ภายใต้มาตรฐาน CP LAND Standard ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นในคุณภาพการพัฒนาโครงการ นอกจากนี้ยังมีบริการ Managed Rental Platform และ Tenant Matching Services เพื่อรองรับผู้ที่ต้องการลงทุนปล่อยเช่าคอนโดขอนแก่น โดยอยู่ภายใต้การดูแลของ CPFM ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารจัดการอาคารแบบครบวงจรในเครือ C.P. GROUP บริการดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่การดูแลระบบวิศวกรรมอาคาร ระบบความปลอดภัย การบำรุงรักษา ไปจนถึงการช่วยหาผู้เช่าและบริหารจัดการห้องชุด ช่วยลดภาระของเจ้าของห้องและเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในระยะยาว
นอกจากนี้ ลูกบ้าน RI-NÉ Khon Kaen (รีเน่ ขอนแก่น) ยังได้รับสิทธิประโยชน์จาก Ecosystem ของเครือข่ายพันธมิตร ผ่านแพลตฟอร์ม Pri-d by CP LAND รวมถึงเครือข่ายธุรกิจในกลุ่ม CP ผ่านสิทธิพิเศษด้านกิน ดื่ม ช้อป และไลฟ์สไตล์จากพันธมิตรกว่า 50 แบรนด์ ที่ช่วยยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัยให้มากกว่าคอนโดมิเนียมทั่วไป
โครงการมาพร้อมพื้นที่ส่วนกลางกว่า 31 รายการ ภายใต้แนวคิด Double Sky Facilities ออกแบบให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่อย่างรอบด้าน ทั้งการทำงาน การพักผ่อน และการใช้เวลาร่วมกับชุมชน ภายในประกอบด้วย Grand Park, Business Lounge, Game Room, Olympic Size Swimming Pool, Sky Fitness และ Sky Loungeแนวโน้มผู้บริโภคในปัจจุบันให้ความสำคัญกับคุณภาพของโครงการในหลายมิติมากขึ้น ตั้งแต่ศักยภาพของทำเล ความเป็นส่วนตัวของสภาพแวดล้อมที่ไม่พลุกพล่าน คุณภาพการก่อสร้าง มาตรฐานการดูแลหลังการขาย ไปจนถึงศักยภาพในการต่อยอดมูลค่าทรัพย์สินในอนาคต ด้วยปัจจัยเหล่านี้ RI-NÉ Khon Kaen จึงถูกวางตำแหน่งให้เป็นสินทรัพย์คุณภาพสำหรับทั้งการอยู่อาศัยและการลงทุน พร้อมระบบสนับสนุนครบวงจรตั้งแต่วันแรกที่เข้าอยู่ ครอบคลุมการดูแลอาคาร การบริการหลังการขาย และโซลูชันที่ช่วยต่อยอดการบริหารจัดการทรัพย์สิน เพื่อสร้างความมั่นใจและมูลค่าเพิ่มให้กับเจ้าของห้องในระยะยาว” คุณดำรงศักดิ์ กล่าวในตอนท้าย




ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดโครงการ RI-NÉ Khon Kaen คอนโด High-Rise ใกล้มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ที่ https://www.cplandresidential.com/project/ri-ne-khon-kaen/

25 มิถุนายน 2569

เอปสันคว้า 2 รางวัลดีไซน์ระดับโลก

เอปสัน สร้างความสำเร็จบนเวทีการออกแบบระดับโลก ด้วยการคว้า 2 รางวัลสำคัญจากเวทีระดับนานาชาติ ได้แก่ รางวัลกิตติมศักดิ์ “Red Dot: Design Team of the Year 2026” และรางวัล “iF DESIGN AWARD 2026” สะท้อนความโดดเด่นของเอปสันในการพัฒนาการออกแบบที่เชื่อมโยงเทคโนโลยีเข้ากับประสบการณ์ของผู้ใช้งาน พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างคุณค่าผ่านนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง

สำหรับรางวัล “Red Dot: Design Team of the Year 2026” ซึ่งจัดโดย Design Zentrum Nordrhein Westfalen ประเทศเยอรมนี ถือเป็นหนึ่งในรางวัลด้านการออกแบบที่ทรงเกียรติที่สุดของโลก โดยมอบให้แก่ทีมออกแบบเพียงหนึ่งทีมต่อปี เพื่อยกย่ององค์กรที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นเลิศด้านการออกแบบอย่างต่อเนื่อง มีนวัตกรรมโดดเด่น และสามารถกำหนดมาตรฐานใหม่ด้านคุณภาพการออกแบบในระดับสากล เอปสันได้รับการยอมรับจากการดำเนินงานภายใต้กลยุทธ์การออกแบบที่เป็นเอกภาพ ครอบคลุมหลากหลายกลุ่มธุรกิจ ทั้ง Precision Innovation, Industrial & Robotics, Office & Home Printing และ Visual & Lifestyle โดยนำจุดแข็งด้านเทคโนโลยีความแม่นยำ (Precision Technologies) มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการออกแบบชัดเจน กลมกลืน และยึดผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง จนทำให้เอปสันกลายเป็นบริษัทญี่ปุ่นเพียงแห่งที่สองที่ได้รับรางวัลนี้ นับตั้งแต่เริ่มมีการมอบรางวัลในปี 2000


ขณะเดียวกัน เอปสันยังได้รับรางวัล iF DESIGN AWARD 2026 จากผลิตภัณฑ์ในกลุ่มโปรเจคเตอร์และเครื่อง พิมพ์ ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูงให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ใช้งานได้จริงและเข้าถึงง่าย โดยหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรางวัล ได้แก่ โปรเจคเตอร์สำหรับบ้านซีรีส์ EF-72, EF-71, EF-52 และEF-51 ที่โดดเด่นด้วยการออกแบบเพื่อประสบการณ์การรับชมระดับพรีเมียม ผสานเทคโนโลยีภาพ 3LCD แหล่งกำเนิดแสงสามสี ระบบเสียง Sound by Bose และการออกแบบที่ช่วยให้ติดตั้งและใช้งานได้อย่างง่ายดายความสำเร็จจากทั้งสองเวทีระดับโลกสะท้อนแนวคิดการออกแบบของเอปสันภายใต้ปรัชญา “Sho-Sho-Sei”



ซึ่งมุ่งสร้างคุณค่าผ่านนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพ กะทัดรัด และแม่นยำ โดยไม่ได้มองเทคโนโลยีเพียงในมิติของสมรรถนะ แต่ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนเทคโนโลยีให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ใช้งานง่าย มีความหมาย และตอบโจทย์ผู้ใช้งานในระยะยาวเอปสันยังคงเดินหน้าพัฒนาการออกแบบควบคู่ไปกับนวัตกรรม เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ที่ช่วยยกระดับการใช้ชีวิตและการทำงาน พร้อมสร้างคุณค่าใหม่ให้กับผู้คนและสังคมอย่างต่อเนื่อง

The Heritage Chiang Rai เปิดตัวแพ็กเกจวิวาห์ ‘Beautiful Wedding Celebration’

โรงแรมเฮอริเทจ เชียงราย โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น  รุกตลาดงานวิวาห์ในจังหวัดเชียงราย เปิดตัวแพ็กเกจ "Beautiful Wedding Celebration" เพื่อรองรับคู่รักที่กำลังมองหาสถานที่จัดงานแต่งงานครบวงจร ท่ามกลางบรรยากาศหรูหรา และอบอุ่นในสไตล์ล้านนาร่วมสมัย โดยเริ่มต้นเพียง 65,000 บาท พร้อมสิทธิพิเศษมากมาย

ด้วยศักยภาพของโรงแรมที่สามารถรองรับทั้งพิธีหมั้น พิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์ งานเลี้ยงฉลองมงคลสมรส และ After Party ได้อย่างครบครัน The Heritage Chiang Rai จึงเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับคู่รักที่ต้องการจัดงานแต่งงานในจังหวัดเชียงราย ซึ่งกำลังเติบโตในฐานะ Wedding Destination ของภาคเหนือ

แพ็กเกจดังกล่าวรวมบริการด้านสถานที่จัดงาน การตกแต่ง อาหาร และเครื่องดื่ม รวมถึงสิทธิประโยชน์สำหรับคู่บ่าวสาว เพื่อให้ทุกช่วงเวลาแห่งความรักได้รับการดูแลอย่างพิถีพิถัน และน่าประทับใจที่สุด

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาโทร  052 055 888
www.heritagechiangrai.com

Nexus Golf จัด ‘Elite Golf Lesson’ เยาวชนเข้าร่วมคึกคัก

สถาบันสอนกอล์ฟ Nexus Golf Institution ร่วมกับ ANK Golf สถาบันสอนกอล์ฟชื่อดังของออสเตรเลีย จัดกิจกรรม ‘Elite Golf Lesson’ คลาสพิเศษระยะสั้น 3 ชั่วโมง โดย มร.คริส ลี ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการ ANK Golf เมื่อวันอังคารที่ 23 มิถุนายน 2569 ณ สนาม เดอะ บางนา กอล์ฟ ไดร์ฟวิ่งเรนจ์ ได้รับความสนใจจากนักกอล์ฟเยาวชนและผู้ปกครองเข้าร่วมงานคับคั่ง พร้อมเผยกิจกรรมถัดไป แนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศผ่านกีฬากอล์ฟ ในวันที่ 8 สิงหาคม และ International Elite Golf Camp ปลายเดือนตุลาคม 2569

สำหรับ ‘Elite Golf Lesson’ ที่จัดขึ้นในครั้งนี้ แบ่งออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน โดยผู้ที่เข้าร่วมจะได้รับการแนะนำทั้งในเรื่องของ วงสวิง ลูกสั้น และการพัตต์ จากผู้ฝึกสอนมากประสบการณ์จาก Nexus Golf Institution โดยเฉพาะในส่วนของวงสวิงมี มร.คริส ลี คอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดทุกคน

นายชลรัตน์ สสิวงศ์ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง สถาบันสอนกอล์ฟ Nexus Golf Institution กล่าวถึงการจัดงานในครั้งนี้ว่า “ผมรู้สึกภูมิใจมากครับที่ได้เห็นน้องๆ ทุกคนตั้งใจรับฟังคำแนะนำและฝึกซ้อมกันอย่างจริงจัง แม้อากาศจะค่อนข้างร้อน แต่ทุกคนก็ไม่ย่อท้อเลยครับ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากิจกรรมของเน็กซัสในครั้งนี้ จะช่วยให้ผู้ปกครองเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นถึงโอกาสที่กีฬากอล์ฟสามารถมอบให้แก่บุตรหลานได้ ทั้งในแง่ของการต่อยอดเพื่อศึกษาต่อต่างประเทศ หรือแม้แต่การพัฒนาสู่เส้นทางนักกอล์ฟอาชีพในอนาคต ซึ่งทางเน็กซัสเองก็มีความตั้งใจที่จะจัดกิจกรรมดีๆ แบบนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนนักกอล์ฟเยาวชนไทย หากผู้ปกครองท่านใดสนใจ สามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมต่างๆ ของเราได้ผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ต่างๆ ครับ”

ด้าน มร.คริส ลี ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการ ANK Golf กล่าวว่า “ผมขอขอบพระคุณผู้ปกครองทุกท่านและขอชื่นชมในความมุ่งมั่นของน้องๆ นักกอล์ฟเยาวชนทุกคนที่เข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้ครับ ผมหวังว่าเทคนิคและคำแนะนำที่น้องๆ ได้รับไป จะเป็นประโยชน์และเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ช่วยให้น้องๆ นำไปต่อยอดพัฒนาทักษะ เพื่อปลดล็อกศักยภาพในตัวเองให้ก้าวไปได้ไกลกว่าเดิมครับ หวังว่าเราจะได้พบกันใหม่ในกิจกรรมครั้งถัดไปครับ”


สำหรับกิจกรรมต่อไปของ Nexus Golf Institution จะจัดงานสัมมนาแนะแนวการศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาในต่างประเทศ ผ่านกีฬากอล์ฟ ในวันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2569 ณ สนามฝึกซ้อม โพธาลัย กอล์ฟ ปาร์ค เลียบด่วนเอกมัย – รามอินทรา งานนี้เข้าร่วมฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย และ Nexus x ANK Golf International Elite Golf Camp ติวกอล์ฟเข้ม 6 วัน นำทีมโดย เอียน ทริกส์, คริส ลี และ โปรกิ๊ก ชลรัตน์ ณ สนาม บูรพา กอล์ฟ แอนด์ รีสอร์ท ผู้ปกครองและน้องๆ เยาวชน

สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เฟสบุคเพจ facebook/nexusgolfinstitution

เริ่มวันนี้ !! งาน Thailand Wellness & Healthcare Expo X SPORTEC Thailand 2026


อลังการทั้งเวลเนส สุขภาพ ฟิตเนส กีฬา เต็มพื้นที่ เข้างานฟรี 25-27 มิ.ย.69 นี้ ไบเทคบางนา

เปิดตัวยิ่งใหญ่วันแรกกับงาน Thailand Wellness & Healthcare Expo X SPORTEC Thailand 2026 พบสินค้าและบริการด้านสุขภาพ เวลเนส สปา Longevity ความงาม เครื่องมือแพทย์ อาหารเพื่อสุขภาพ ฟิตเนส กีฬา และนวัตกรรมเพื่อคุณภาพชีวิตแห่งอนาคต ที่พร้อมใจจัดโปรโมชั่นพิเศษช่วงกลางปีเต็มพื้นที่รวมกว่า 300 บูธ เต็มอิ่มกับเสวนาให้ความรู้โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากเมืองไทยและต่างประเทศตลอดทั้งสามวัน เปิดประสบการณ์กับกิจกรรมสร้างสีสันครบรส พร้อมเวทีเจรจาจับคู่ธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ งานจัดต่อเนื่องตั้งแต่วันนี้ถึง 27 มิถุนายน 2569 ณ ฮอลล์ 101, 102 ไบเทค บางนา หวังยกระดับธุรกิจสุขภาพและเวลเนสไทยผงาดในเวทีโลก คาดเม็ดเงินสะพัดในงานกว่า 500 ล้านบาท


ดร.อรรชกา สีบุญเรือง ที่ปรึกษาคณะกรรมการส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า "ประเทศไทยมีฐานแข็งแกร่งในเรื่องอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาวะติดอันดับต้นๆ ในระดับโลก รัฐบาลจึงได้กำหนดให้สุขภาวะและการแพทย์เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายและยุทธศาสตร์ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจมูลค่าสูงของประเทศ ดิฉันมั่นใจว่างาน Thailand Wellness & Healthcare Expo X SPORTEC Thailand 2026 จะเป็นอีกหนึ่งงานสำคัญ ที่จะช่วยยกระดับสัมฤทธิ์ผลให้กับอุตสาหกรรมงานแสดงสินค้านานาชาติของไทย สร้างโอกาสใหม่ และขับเคลื่อนอนาคตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยต่อไป
นางสาวณรินณ์ทิพ วิริยะบัณฑิตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีเอ็มจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้จัดงานThailand Wellness & Healthcare Expo 2026 และ SPORTEC Thailand 2026 กล่าวถึงการจัดงานในครั้งนี้ว่า "โลกปัจจุบันกำลังก้าวสู่ยุคการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน เพื่อการมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ นอกจากนี้อุตสาหกรรมกีฬาและฟิตเนสก็มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนโลก ปีนี้จึงนับเป็นก้าวสำคัญที่งาน Thailand Wellness & Healthcare Expo 2026 และ SPORTEC Thailand 2026 ได้เชื่อมโยงอุตสาหกรรมสุขภาพ เวลเนส ฟิตเนส กีฬา และการแพทย์เชิงป้องกัน รวมไว้ในงานเดียว โดยจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เพื่อเป็นเวทีสำคัญในการสร้างโอกาสทางธุรกิจ การลงทุน พัฒนานวัตกรรม และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ควบคู่กับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอนาคต
งานนี้ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานสำคัญ ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ, สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม, กรมพัฒนาธุรกิจการค้า , การกีฬาแห่งประเทศไทย, สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์, องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน พร้อมด้วยธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย, ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม ที่สนับสนุนองค์ความรู้และโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนแก่ผู้ประกอบการในงาน”
ด้านนาย ซึโยชิ ซาซากิ ประธานบริษัท TSO International Inc. กล่าวถึงการผนึกกำลังครั้งสำคัญในครั้งนี้ว่า " ความสำเร็จกว่า 16 ปี ของ SPORTEC ประเทศญี่ปุ่น ต่อยอดสู่การจัดงานครั้งแรกในประเทศไทย โดยรวบรวมนวัตกรรมกีฬา ฟิตเนส และสปอร์ตเทคจาก 6 ประเทศชั้นนำ ได้แก่ ไทย ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ ไต้หวัน และปากีสถาน พร้อมแบรนด์ระดับโลก อาทิ Life Fitness, Hammer Strength, Precor, Keiser, ZIVA, DHZ Fitness และ Fairtex ที่จะนำเทคโนโลยีการออกกำลังกาย อุปกรณ์ฟื้นฟูร่างกาย และนวัตกรรมล่าสุดมาจัดแสดงอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมด้วยกิจกรรมเวิร์กชอป ที่สายฟิตเนส และกีฬาห้ามพลาด ไม่ว่าจะเป็น ONTRACK RACEON การแข่งขัน Functional Fitness แบบทีม, แข่งขันนำคลาสออกกำลังกายระดับประเทศ, Barre Workout สไตล์เกาหลี, เวิร์กชอป Zumba,The Key Yoga และ Fit Thailand เป็นต้น
ด้าน ศ.ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) กล่าวว่า “เศรษฐกิจสุขภาพเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่ประเทศไทยมีศักยภาพสูง ทั้งจากจุดแข็งด้านบริการสุขภาพ การท่องเที่ยว บุคลากรทางการแพทย์ และภูมิปัญญาไทย ซึ่งการนำวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเข้ามาใช้ประโยชน์จะสร้างความแตกต่างและเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์และบริการได้
ในงานครั้งนี้ สกสว. ได้นำผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านสุขภาพและสมุนไพรไทย ที่เป็นผลงานจากหน่วยบริหารและจัดการทุน มหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย และเครือข่ายในระบบ ววน. มาร่วมจัดแสดง เพื่อสะท้อนศักยภาพของงานวิจัยไทยที่สามารถต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์จริง ทั้งในด้านการแพทย์ สุขภาพ และการยกระดับ คุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมกิจกรรมสร้างประสบการณ์ด้านสุขภาวะในหลากหลายมิติที่มาจากงานวิจัยและนวัตกรรม อาทิ เครื่องวัดคลื่นสมอง และการทดสอบการนอนหลับ สกสว. พร้อมทำหน้าที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรม กับภาคธุรกิจและภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อร่วมกันผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้าน Wellness และ Healthcare ของภูมิภาค และสร้างการ เติบโตของเศรษฐกิจสุขภาพอย่างยั่งยืน”


นายสุรศักดิ์ เกิดจันทึก รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ฝ่ายส่งเสริมกีฬา กล่าวเสริมถึงความร่วมมือในงานครั้งนี้ว่า "การกีฬาแห่งประเทศไทยมุ่งมั่นส่งเสริมการสร้างสุขภาวะที่ดีให้กับคนไทย โดยเฉพาะการกีฬา เป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศ การจัดงาน Thailand Wellness & Healthcare Expo 2026 และ SPORTEC Thailand 2026 เป็นเวทีสำคัญที่รวบรวมอุตสาหกรรมด้านสุขภาพ เวลเนส ฟิตเนส และกีฬา ไว้อย่างครบวงจร อีกทั้งยังดึงกลุ่มนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศได้มาพบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์และต่อยอดอุตสาหกรรมกีฬาของประเทศไทยให้เข้มแข็งต่อไป
นางสาวณรินณ์ทิพกล่าวทิ้งท้ายว่า "ภายในงานยังมีกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ เสวนาให้ความรู้โดยผู้เชี่ยวชาญแถวหน้าของเมืองไทย รวมทั้งห้อง Experience Room ให้คุณเปิดประสบการณ์ด้านสุขภาพ เวลเนส และฟิตเนส แบบเจาะลึก โดยจัดต่อเนื่องตลอดทั้ง 3 วัน เราเชื่อมั่นว่า งาน Thailand Wellness & Healthcare Expo 2026 และ SPORTEC Thailand 2026 จะเป็นเวทีแสดงศักยภาพของอุตสาหกรรมสุขภาพ เวลเนส ฟิตเนส และกีฬาของประเทศไทย ที่เชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการ เทคโนโลยี และนวัตกรรมจากทั่วโลกสู่ประเทศไทย โดยคาดว่าจะสร้างเม็ดเงินสะพัดในงานได้มากกว่า 500 ล้านบาท”




งาน Thailand Wellness & Healthcare Expo 2026 และ SPORTEC Thailand 2026 จัดต่อเนื่องตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 27 มิถุนายนนี้ จึงขอเชิญชวนผู้ที่สนใจเทรนด์สุขภาพยุคใหม่ รวมทั้งผู้ประกอบการที่ต้องการต่อยอดการลงทุนในอุตสาหกรรมสุขภาพ เข้าร่วมงานได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ! ลงทะเบียนเข้างานและฟังเสวนา คลิก >> https://eventpassinsight.co/el/to/twst2602

23 มิถุนายน 2569

JAS Asset ชูโมเดล Mixed-Use Community Mall รับ Longevity Trend


JAS Asset ชูโมเดล Mixed-Use Community Mall รับ Longevity Trend พลิกบทบาท Community Mall สู่ Future Community Living พื้นที่ใช้ชีวิตของชุมชนทุก Generation

บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) กลุ่มธุรกิจอสังหา ในรูปแบบของคอมมูนิตี้มอลล์ ที่มีสาขากระจายตัวอยู่ในชุมชนอย่างเข้าถึงไลฟ์สไตล์ของชุมชน โดยที่ผ่านมาของการดำเนินงาน ของกลุ่มธุรกิจนั้น ความสามารถและวิสัยทัศน์ของผู้นำองค์กรมีความสำคัญที่สุดในการที่จะนำพาองค์กรฝ่าวิกฤติ  ที่เกิดขึ้นมาได้ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของเศรษฐกิจ การเมือง สงคราม ภัยพิบัติต่างๆ ที่เกิดขึ้น รวมไปถึงเทรนด์ผู้บริโภค การปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วของกระแสสังคม ถือว่าเป็นโจทย์หลักที่ท้าทาย ในการปรับกลยุทธ์  เพื่อรองรับและเข้าถึงชุมชนได้ตรงตามที่ได้วางเป้าหมายไว้


คุณสุพจน์ สิริกุลภัสสร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Chief Executive Officer : CEO) บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในปี 2026 เราได้ดำเนินธุรกิจมาด้วยโจทย์ที่มีความยาก ความท้าทายสูงพอสมควร ซึ่งก็มีทั้งเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ และต้องปรับตามโลกที่หมุนเร็วขึ้นในทุกวัน การดำเนินธุรกิจในครึ่งปีหลังนี้ เราเล็งเห็นว่า ชุมชนต้องการอะไรจากเรามากกว่าการที่จะเราจะถามว่า ลูกค้าต้องการจะมาซื้ออะไรจากเรา ในทุกวันนี้ที่ศูนย์การค้าหลายแห่งมีการแข่งขันกันด้วยขนาด พื้นที่ และจำนวนร้านค้า JAS Community Mall เราเลือกเดินในเส้นทางและวางกลยุทธ์ที่แตกต่าง JAS เชื่อว่าศูนย์การค้าที่มีคุณค่าที่สุด อาจไม่ใช่ศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุด แต่คือศูนย์การค้าที่เข้าใจผู้คนในชุมชนมากที่สุด” 

หากว่าศูนย์การค้าขนาดใหญ่แข่งกันเป็น Destination ของเมือง JAS Community Mall ขอวาง  กลยุทธ์ให้เป็น Destination ของชุมชน ซึ่งตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา JAS Asset เติบโตเคียงข้างชุมชน ผ่าน Community Mall ในหลากหลายพื้นที่ทั่วกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ประสบการณ์ทำให้ JAS ได้เรียนรู้ว่า ผู้คนไม่ได้ต้องการเพียงสถานที่สำหรับซื้อสินค้า แต่ต้องการ "พื้นที่ใช้ชีวิต" ที่สามารถเข้ามาใช้เวลา พบปะผู้คน สร้างความทรงจำ และเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างคนในชุมชนมากกว่า




จากแนวคิดดังกล่าว จึงเป็นที่มาที่บริษัทฯพัฒนา แจส กรีน วิลเลจ คู้บอน ในการเป็นโครงการต้นแบบแรกในลักษณะ Mixed-Use เต็มรูปแบบ เป็นการบูรณาการผสมผสานธุรกิจที่มีอยู่ในเครือ เพื่อเป็นพื้นที่  ให้ชุมชนได้เข้ามาใช้บริการได้ทุกกลุ่ม และยังตอบโจทย์กระแสการใส่ใจดูแลสุขภาพ และรองรับสังคมผู้สูงอายุอีกด้วย ภายในโครงการประกอบไปด้วย

·      คอมมูนิตี้มอลล์ ที่มีร้านอาหาร ร้านกาแฟ ซูเปอร์มาร์เก็ต คลินิกความงาม คลินิกทันตกรรม  ร้านเสริมสวย ร้านนวด โรงเรียนสอนทักษะและสอนพิเศษ ศูนย์อาหาร ร้านหนังสือ ร้านค้าไลฟ์สไตล์ต่างๆ มากมาย รวมมากกว่า 200 ร้านค้า

·      JAS Sport Club ประกอบด้วย Pickleball 1 Court / Badminton 5 Courts (สาขาคู้บอน) และ 9 Courts (สาขาศรีนครินทร์) / Football Arena (สาขาคู้บอน) 2 สนาม อีกทั้งยังมีกิจกรรม Aerobic Community ที่จัดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ

·      โรงแรมแบบ Premium Budget ภายใต้ชื่อ เซนส์ โฮเทล (SENS Hotel) จำนวน 77 ห้อง

·      ซีเนร่า เวลเนส ขนาด 52 เตียง บริการดูแลผู้สูงอายุแบบรายวัน ระยะสั้น และระยะยาว รับดูแล  ผู้ออกจากโรงพยาบาลเพื่อมาพักฟื้นหลังการผ่าตัด อาการสโตรก และดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย

·      ซีเนร่า คลินิกกายภาพบำบัด สำหรับผู้มีภาวะออฟฟิส ซินโดรม บาดเจ็บจากการเล่นกีฬา หรืออุบัติเหตุ

·      Vasu Pain Management Clinic ศูนย์ดูแลและรักษาอาการปวดกระดูกและข้อ กล้ามเนื้อ และเส้นประสาทโดยแพทย์เฉพาะทางที่เน้นหลีกเลี่ยงการผ่าตัด หรือผ่าตัดในเวลาที่เหมาะสม

·      Green Community พื้นที่สีเขียว และสนามเด็กสำหรับครอบครัวทำกิจกรรมต่าง ๆ

 “2026 จึงเป็นอีกปีหนึ่งที่มีความท้าทายสูงมากในการดำเนินธุรกิจ ด้วยโอกาสจากที่เราเห็นในชุมชน ทำให้เราได้มีการปรับขยายธุรกิจ ในหลาย ๆ สาขาของเรา ส่วนสิ่งที่สำคัญที่สุดที่มีอยู่ตอนนี้ คือกลุ่มพันธมิตรที่เรามีอยู่ เติบโตมาด้วยกันกับเราตั้งแต่เริ่มต้น ช่วยกันทำให้เกิด Tenant Mix ที่หลากหลายมากขึ้นและเราจะคงความสัมพันธ์ที่ดีนี้ไว้ พร้อมกับการพัฒนาให้เติบโตไปด้วยอย่างต่อเนื่อง” คุณสุพจน์กล่าว  

คุณพงศิยา กิตติขจร Senior Vice President บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในส่วนของ SENERA ที่ผ่านมาเราได้มีการรีแบรนด์จาก SENERA Senior wellness เป็น SENERA มีการแบ่งรูปแบบการทำธุรกิจโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสามารถขยายฐานลูกค้า และจับกลุ่มได้หลากหลายขึ้น และยังสอดคล้องกับเทรนด์ในปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ การมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ (Longevity) โดยเบื้องต้นแยกเป็น 2 Segments คือ Wellness และ Hospitality

ในส่วนของ Wellness ประกอบไปด้วย Senior Nursing Homes & Assisted Living Care และคลินิกกายภาพบำบัด ที่จะเปิดให้บริการสำหรับบุคคลภายนอกในไตรมาสที่ 3  ซึ่งธุรกิจ Wellness จะมีเพียงที่สาขาคู้บอนเท่านั้น ณ ขณะนี้ 


ในส่วนของ Hospitality เป็นการปรับกลยุทธ์จากธุรกิจ Nursing homes จากอาคาร Active Living เดิมที่มีอยู่มาในรูปแบบธุรกิจโรงแรมภายใต้ชื่อ  “SENS Hotel Bangkok Kubon” เน้นการเข้าพักที่มีความสบาย สะอาด สะดวก ปลอดภัย เรียบง่ายในราคาที่คุ้มค่า และยังช่วยเติมเต็มความต้องการของธุรกิจเดิมฝั่ง Wellness รองรับลูก หลาน ญาติที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด ต่างประเทศ ให้มีห้องพักอยู่ใกล้ๆบริเวณเดียวกันเพื่อความสะดวกในการมาเยี่ยม และด้วยการดีไซด์ห้องพักเดิมที่รองรับผู้สูงอายุ ทำให้โรงแรม        ตอบโจทย์ลูกค้าที่มาพักพร้อมกับผู้สูงอายุอีกด้วย

จากผลตอบรับที่ดีในการปรับกลยุทธ์ครั้งนี้ เราจึงกำลังดำเนินการปรับศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่สาขา บางบัวทองมาเป็น “SENS Hotel Nonthaburi Bangbuathong” ที่ตั้งอยู่ภายในห้างแจส กรีน วิลเลจ บางบัวทอง โดยจะเปิดให้บริการภายในไตรมาส 3 เช่นกัน

“เรามั่นใจว่าการปรับกลยุทธ์โดยการบูรณาการธุรกิจ Wellness กับ Hospitality ในครั้งนี้ รวมถึงการเชื่อมโยงการบริการต่างๆในฝั่ง Community Mall จะทำให้เราเติบโตได้มั่นคงขึ้นอย่างยั่งยืน”

คุณชิน พิทักษ์ นรเทพกิตติ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (Chief Operating Officer : COO) บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในฐานะ COO เป้าหมายหลักของผมในปี 2026 นี้ คือการนำวิสัยทัศน์ 'Community Living Ecosystem' มาปฏิบัติจริงให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในทุกโครงการ หัวใจสำคัญคือการสร้าง 'Operational Synergy' ระหว่างธุรกิจในเครือ โดยเฉพาะการเชื่อมโยงประสบการณ์ของลูกค้า (Customer Journey) ระหว่างฝั่ง Community Mall, Wellness Center และ Hospitality ให้เป็นเนื้อเดียวกันอย่างไร้รอยต่อ เรามุ่งเน้นการบริหารจัดการพื้นที่แบบบูรณาการที่ตอบโจทย์ Longevity Trend อย่างจริงจัง ผ่านการใช้ข้อมูล (Data-Driven Operations) เพื่อวิเคราะห์ความต้องการจริงของชุมชน เพื่อปรับปรุงบริการและ Tenant Mix ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงเสมอ นอกจากนี้ เรายังให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานการให้บริการและความปลอดภัยในทุกมิติ โดยกำหนดมาตรฐานการทำงานที่สูง (High Standard Operations)  เพื่อให้ JAS Mixed-Use Community Mall เป็นพื้นที่ที่ปลอดภัย เป็นมิตร และสามารถรองรับการใช้ชีวิตของชุมชนทุก Generation ได้อย่างแท้จริง ซึ่งนี่คือรากฐานสำคัญที่จะทำให้โมเดลธุรกิจใหม่นี้เติบโตได้อย่างมั่นคง ยั่งยืน และสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวให้แก่องค์กร” 

เพื่อเป็นการสร้างระบบนิเวศแห่งการใช้ชีวิตที่เชื่อมโยงผู้คนทุกช่วงวัยเข้าด้วยกัน เพราะJAS เชื่อว่าอนาคตของ Community Mall ไม่ใช่การเป็นเพียงศูนย์การค้า หรือ สถานที่ช้อปปิ้ง แต่ที่สุดแล้วคือการเป็นพื้นที่ที่ทำให้ผู้คนในชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมถึงพื้นที่ที่เด็กสามารถเสริมสร้างการเรียนรู้และเล่นกีฬา ออกกำลังกาย เพิ่มทักษะ ยกระดับให้เป็นพื้นที่ที่ครอบครัวใช้เวลาร่วมกัน อีกทั้งพื้นที่ที่ผู้สูงอายุได้รับการดูแล พื้นที่ที่ผู้ประกอบการท้องถิ่นสามารถเติบโตได้ และพื้นที่ที่ชุมชนรู้สึกว่าเป็น "บ้านหลังที่สอง" บ้านอีกหลังที่ใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย และนี่คือทิศทางใหม่ของ JAS Asset จาก Community Mall สู่ Community Living Ecosystem ที่ไม่ได้เติบโตเพียงธุรกิจ แต่เติบโตไปพร้อมกับผู้คน ชุมชน และสังคมTogether We Grow. The Second Half Begins