22 กรกฎาคม 2569

ธนาคารกรุงเทพ จับมือ ไทยแอร์เอเชีย ยกระดับ บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ


“ธนาคารกรุงเทพ” จับมือ “ไทยแอร์เอเชีย” และ “แอร์เอเชียรีวอร์ด” ยกระดับ “บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ” สานต่อความสำเร็จบัตร Co-Brand ภายใต้คอนเซปต์ “อัปทุกทริป... ให้ชีวิต Smart กว่าที่เคย”

ธนาคารกรุงเทพ ไทยแอร์เอเชีย และ แอร์เอเชียรีวอร์ด เปิดตัว “บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ” ตอกย้ำความร่วมมือและสานต่อความสำเร็จ ภายใต้คอนเซปต์ “อัปทุกทริป... ให้ชีวิต Smart กว่าที่เคย” ยกระดับประสบการณ์การเดินทาง ที่จะเปลี่ยนทุกการใช้จ่ายให้คุ้มค่าและสนุกยิ่งขึ้นกับ AirAsia points ทั้งแลกเที่ยวบินและสิทธิประโยชน์ที่หลากหลาย ด้วยบัตรโฉมใหม่ที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ต้องการความคุ้มค่าและใส่ใจสิ่งแวดล้อม เริ่มให้บริการวันแรก! 1 สิงหาคม 2569


นายโชค ณ ระนอง ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารกรุงเทพ สายการบินไทยแอร์เอเชีย และ แอร์เอเชียรีวอร์ด ได้สานต่อความร่วมมือพร้อมยกระดับสิทธิประโยชน์บัตร Co-Brand “บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ” สู่ปีที่12 ภายใต้คอนเซปต์ “อัปทุกทริป... ให้ชีวิต Smart กว่าที่เคย” ที่ถูกพัฒนาขึ้นจากความต้องการของลูกค้าปัจจุบันและฐานข้อมูลเชิงลึกด้านพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ ที่มุ่งเน้นความสะดวกและความคุ้มค่าเป็นหลัก ดังนั้นบัตรใหม่นี้ จึงไม่ใช่บัตรเครดิตที่ทำหน้าที่เพียงชำระเงิน แต่จะเป็นเครื่องมือเปิดประสบการณ์ที่เชื่อมโยงลูกค้าเข้ากับทุกทริปของการท่องเที่ยว ด้วยสิทธิประโยชน์ที่มากขึ้นกว่าบัตรเดิมอย่างชัดเจน ทั้งการสะสมคะแนนเพื่อใช้แลกเที่ยวบินแอร์เอเชียหรือแลกสิทธิประโยชน์อื่น ๆ การผ่อนชำระบัตรโดยสาร 0% รวมทั้งการใช้สิทธิประโยชน์ในสนามบินและบนเที่ยวบิน โดยครั้งนี้ “บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ” ได้ปรับโฉมหน้าบัตรใหม่ในสไตล์ “Be Unique and Travel On” ที่มีความทันสมัย มีเอกลักษณ์ และผลิตจากวัสดุรีไซเคิล (rPVC หรือ Recycled PVC) ช่วยลดการใช้พลาสติกใหม่ ลดการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซคาร์บอนในกระบวนการผลิต โดยที่บัตรยังคงมีความแข็งแรง ทนทาน และอายุการใช้งานเทียบเท่ากับบัตรพลาสติกแบบเดิม ตอบโจทย์ทั้งด้านการใช้งานและความยั่งยืนได้พร้อมกัน สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินธุรกิจของธนาคารกรุงเทพ ที่มุ่งมั่นธุรกิจสีเขียวอย่างแท้จริง

“ตลอด 11 ปีที่ผ่านมา “บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ” ได้รับการตอบรับจากลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มนักเดินทาง เป็นอย่างดี จึงเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ธนาคารและพันธมิตรไม่เคยหยุดนิ่งพัฒนาและยกระดับสิทธิประโยชน์ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ตรงใจและตอบโจทย์การใช้ชีวิตของลูกค้าได้อย่างครอบคลุม การสานต่อความร่วมมือในครั้งนี้ จึงเป็นการตอกย้ำว่าธนาคารกรุงเทพ ในฐานะ ‘ธนาคารชั้นนำระดับภูมิภาค’ ไม่ใช่เพียงผู้ให้บริการทางการเงิน แต่ยังเป็นพันธมิตรที่เข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการประสบการณ์การใช้งาน ทั้งสิทธิประโยชน์และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการใช้งานด้วยความปลอดภัยตามมาตรฐานขั้นสูงที่ถือเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินของธนาคารในทุกครั้ง” นายโชค กล่าว


นางสาวธันย์สิตา อัครฤทธิภิรมย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการพาณิชย์ สายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า สำหรับไทยแอร์เอเชีย เราไม่ได้เน้นการเติบโตจากจำนวนผู้โดยสารหรือจำนวนเที่ยวบินเท่านั้น สิ่งที่เราให้ความสำคัญคือการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า ซึ่ง “บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ” สามารถตอบโจทย์ได้อย่างดี ด้วยการเปลี่ยนความสัมพันธ์ให้เรามีลูกค้าที่เดินทางกับแอร์เอเชียแบบประจำมากขึ้น รวมทั้งเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ผ่านการใช้จ่าย การสะสมสิทธิประโยชน์ และการวางแผนการเดินทางครั้งต่อไป ช่วยขับเคลื่อนให้เราเเละลูกค้าเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

“ครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้าง Loyalty Ecosystem ของไทยแอร์เอเชีย ที่จะสร้างทุกทริปการเดินทางของลูกค้าให้พิเศษยิ่งขึ้นด้วยสิทธิประโยชน์แบบ VIP จากแอร์เอเชีย ตั้งแต่การเช็กอิน การเลือกที่นั่ง น้ำหนักกระเป๋า การขึ้นเครื่อง บริการบนเครื่องบิน และการรับกระเป๋า รวมไปถึงไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน ทำให้ในวันที่ไม่ได้เดินทาง ผู้ถือบัตรก็ยังได้รับความคุ้มค่าจากการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันผ่านโปรโมชัน Cashback และการสะสมคะแนนต่าง ๆ ส่งเสริมให้เกิดการใช้บริการและเดินทางซ้ำ (Repeat Travel) ลูกค้าจะรู้สึกใกล้ชิดกับแบรนด์ไทยแอร์เอเชียมากยิ่งขึ้นในทุกการใช้จ่าย” นางสาวธันย์สิตา กล่าว

นางสาวแชนนอน ลิว หัวหน้าฝ่ายบริหารโปรแกรมสมาชิกแอร์เอเชียรีวอร์ด กล่าวว่า AirAsia rewards ไม่ได้เป็นเพียงโปรแกรมสะสมคะแนนสำหรับการเดินทางอีกต่อไป แต่กำลังก้าวสู่การเป็นไลฟ์สไตล์อีโคซิสเต็มที่เปิดโอกาสให้สมาชิกสามารถสะสมและใช้คะแนนได้ในทุกการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน การเปิดตัว“บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ” โฉมใหม่ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการเดินทางดังกล่าว โดยช่วยให้สมาชิกสามารถเปลี่ยนทุกการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นประสบการณ์การเดินทางและไลฟ์สไตล์ที่คุ้มค่ายิ่งขึ้นได้อย่างไร้รอยต่อ

“นอกเหนือจากการสะสมคะแนนจากการเดินทางแล้ว ผู้ถือบัตรยังสามารถสะสม AirAsia points จากการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และนำคะแนนไปแลกรับสิทธิประโยชน์และประสบการณ์ที่หลากหลายผ่านเครือข่ายพันธมิตรที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังได้รับสถานะสมาชิก Platinum โดยอัตโนมัติ เพื่อเตรียมพร้อมรับสิทธิประโยชน์ระดับพรีเมียมที่กำลังจะเปิดตัว ไม่ว่าจะเป็นสิทธิแลกเที่ยวบินด้วยคะแนนในอัตราคงที่ (Fixed Points) และสิทธิ Companion Pass ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบความคุ้มค่า ความพิเศษ และความสะดวกสบายที่เหนือกว่าให้แก่ผู้ที่เดินทางเป็นประจำ เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับธนาคารกรุงเทพในการยกระดับนิยามของโปรแกรมสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิก และทำให้ทุกการใช้จ่ายสร้างคุณค่าและความคุ้มค่าได้มากกว่าที่เคย” นางสาวแชนนอน กล่าว

“บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ” กับสิทธิประโยชน์ที่มากยิ่งขึ้น ได้แก่

รับคะแนนสะสมง่าย ๆ

• ทุกการใช้จ่าย 20 บาท ผ่าน “บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ”รับ 1 AirAsia points

• รับคะแนนสูงสุด 10 เท่าจากการจองและเดินทางกับสายการบิน AirAsia

• การผ่อนชำระ 0% นาน 3 เดือนสำหรับการใช้จ่ายที่แอร์เอเชีย หรือดอกเบี้ย 74% นานสูงสุด 10 เดือน สำหรับยอดใช้จ่าย 3,000 บาทขึ้นไปต่อเซลส์สลิป

ยกระดับทุกการเดินทาง

• บริการระดับ VIP ได้แก่ Priority Check-In / Priority Boarding / Priority Baggage / Priority Booking

• บัตรกำนัลโหลดสัมภาระ 2 ใบ / บัตรกำนัลเลือกที่นั่ง Hot Seat 1 ใบ / บัตรกำนัลเลือกที่นั่งมาตรฐาน 1 ใบ / บัตรกำนัลเครื่องดื่มมูลค่า 60 บาท 3 ใบ / บัตรกำนัลเครื่องดื่ม santan มูลค่า 120 บาท จากปกติ 3 ใบ รับเพิ่มอีก 4 ใบ (รวม 7 ใบ) รวมรับบัตรกำนัลทั้งหมด 14 ใบในปีแรก

• รับบัตรกำนัล 10 ใบ ในปีถัดไป เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตร 1 แสนบาทและมียอดที่แอร์เอเชีย 5000 บาท และรับเป็น 20 ใบ เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตร 2 แสนบาทและมียอดที่แอร์เอเชีย 10000 บาท


โปรแกรมสะสมคะแนนสุดพิเศษ

• รับสิทธิเป็นสมาชิกระดับ Platinum ของ AirAsia ทันทีในปีแรก และรักษาสถานะในปีต่อไปเมื่อใช้จ่าย 1 แสนบาทและมียอดที่แอร์เอเชีย 5,000 บาท

• ใช้คะแนนแทนเงินสดเป็นส่วนลดค่าบัตรโดยสารแอร์เอเชีย / โรงแรม / SNAP หรือ แลกเป็น Voucher ใน Rewards Deals

พิเศษยิ่งขึ้น

• เมื่อใช้จ่ายสะสมผ่าน “บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ” ณ ร้านค้าในต่างประเทศ ด้วยสกุลเงินต่างประเทศ ตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไปต่อเดือน รับ AirAsia points 5 เท่า (จำกัดรับคะแนนสูงสุด 3,000 AirAsia points ต่อลูกค้าต่อเดือน 1 ส.ค. 69 – 31 ก.ค. 70)

• โปรแกรมการแลกคะแนน Exclusive Rewards Deals โดยแลกคะแนนเพียง 50% รับ e-voucher จากร้านค้าที่คัดสรรพิเศษทุกเดือน 1 ส.ค. 69 – 31 ก.ค. 70

• โปรโมชันสมัครบัตรสำหรับผู้สมัครบัตรรายใหม่ เมื่อใช้จ่ายสะสมผ่านบัตรเครดิต ครบทุก 5,000 บาท ภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันอนุมัติบัตร รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 200 บาท 1 ส.ค. 69 – 31 ก.ค. 70

• รับเครดิตเงินคืน 2% ที่ปั๊มน้ำมัน Caltex และบางจาก และส่วนลดต่างๆ ที่ร้านอาหาร โรงพยาบาล คลินิก ที่ร่วมรายการ

*ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16%

บุคคลทั่วไปที่สนใจสมัคร “บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ” หรือผู้ที่ถือบัตรเดิมและต้องการเปลี่ยนเป็นบัตรเครดิตแบบใหม่ สามารถติดต่อได้ที่ส่วนบริการสมาชิกบัตร ธนาคารกรุงเทพ โทร 0 2638 4000 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สาขาธนาคารกรุงเทพทั่วประเทศ หรือ เว็บไซต์ธนาคารกรุงเทพ www.bangkokbank.com และ เว็บไซต์ของแอร์เอเชีย www.airasia.com ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 2569 เป็นต้นไป

“คนแบกกุ้ง” เปิดตัว “เก่ง–น้ำปิง” Friend of Brand ครั้งแรกของแบรนด์

“คนแบกกุ้ง” เปิดตัว “เก่ง–น้ำปิง” Friend of Brand ครั้งแรกของแบรนด์ ส่งต่อภาพลักษณ์แบรนด์น้ำปลาไทยสู่คนรุ่นใหม่ ภายใต้แคมเปญ “รสชาติที่แบกทุกโมเมนต์” น้ำปลาแท้ตรา “คนแบกกุ้ง” แบรนด์น้ำปลาไทยที่อยู่คู่ครัวไทยมาอย่างยาวนานเปิดตัว เก่ง–หฤษฎ์ บัวย้อย และ น้ำปิง–นภัสกร ปิงเมือง เป็น Friend of Brand ครั้งแรกของแบรนด์อย่างเป็นทางการ ภายใต้แคมเปญ “รสชาติที่แบกทุกโมเมนต์” เพื่อสื่อสารภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้เข้าถึงผู้บริโภครุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น โดยยังคงมาตรฐานและคุณภาพของน้ำปลาแท้ที่ผู้บริโภคไว้วางใจมาโดยตลอด

อีกหนึ่งไฮไลต์ของแคมเปญ คือการเปิดตัว ฉลาก Special Edition “เก่ง–น้ำปิง” เป็นครั้งแรกของแบรนด์ ถ่ายทอดความพิเศษของการร่วมงานครั้งนี้ผ่านบรรจุภัณฑ์ลวดลายพิเศษที่ผลิตในจำนวนจำกัด เพื่อร่วม เฉลิมฉลองก้าวสำคัญของแบรนด์และสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภค
"ตลอดเวลามากกว่า 70 ปี คนแบกกุ้งเติบโตเคียงคู่ครัวไทยและครัวสากล โดยยึดมั่นในเอกลักษณ์ของรสชาติ ความสดของวัตถุดิบ ความสะอาดของผลิตภัณฑ์ ส่งผลให้ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน เราเชื่อว่าแบรนด์ก็ต้องพัฒนาและสื่อสารกับผู้บริโภคในทุกยุคสมัย การเปิดตัวเก่งและน้ำปิง ในฐานะ Friend of Brand ของแบรนด์ จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของการสื่อสารแบรนด์จากแบรนด์ที่หลาย คนคุ้นเคย สู่แบรนด์ที่คนรุ่นใหม่อยากรู้จัก"

การเปิดตัว Friend of Brand ในครั้งนี้ นับเป็นส่วนหนึ่งของแผนการสื่อสารแบรนด์ระยะยาว ที่มุ่งสร้างความ ใกล้ชิดกับผู้บริโภครุ่นใหม่ พร้อมต่อยอดการรับรู้แบรนด์ผ่านกิจกรรมและคอนเทนต์สร้างสรรค์ตลอดช่วงเดือน กรกฎาคม–ธันวาคม 2569 ภายใต้แคมเปญ “รสชาติที่แบกทุกโมเมนต์”

เอปสันยกระดับตลาดเครื่องพิมพ์ ชูรับประกัน 5 ปีนานกว่าใคร

พร้อมเปิดตัว EcoTank เจนใหม่รับดีมานด์โฮมยูสและออฟฟิศขนาดเล็ก

21 กรกฎาคม 2569 – เอปสัน ผู้นำระดับโลกในตลาดเครื่องพิมพ์ ยกระดับมาตรฐานตลาดเครื่องพิมพ์ในประเทศไทยอีกครั้ง ด้วยการเป็นแบรนด์แรกและแบรนด์เดียวที่มอบการรับประกันเครื่องพิมพ์แท็งค์แท้ทุกรุ่นนานถึง 5 ปี ในชื่อแคมเปญ ‘พิมพ์สบายยย ไร้กังวัล’ (Print Without Worry) พร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ตในประเทศไทย ด้วยการเปิดตัว EcoTank เจเนอเรชันใหม่ 8 รุ่นวันนี้ เน้นเจาะกลุ่มผู้ใช้งานภายในบ้าน รวมถึงกลุ่ม Solopreneur และ SOHO ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยชูจุดเด่นด้านความเร็วในการพิมพ์ที่สูงขึ้น เติมหมึกได้สะดวกและสะอาดยิ่งกว่าเดิม รองรับการพิมพ์แบบไร้สายผ่าน Apple AirPrint, Mopria, LINE Print และ Epson Smart Panel เพื่อมอบประสบการณ์การพิมพ์ที่สะดวกและมั่นใจยิ่งขึ้น



นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการอาวุโสประจำกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เมื่อปี 2553 เอปสันได้ Disrupt ตลาดเครื่องพิมพ์ ด้วยการเปิดตัว EcoTank เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ตแท็งค์แท้ที่พลิกโฉมรูปแบบการพิมพ์และยกระดับความคุ้มค่าให้กับผู้บริโภค ตลอด 16 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ยังคงพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านประสิทธิภาพ ความทนทาน ประสบการณ์การใช้งาน และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ วันนี้ เอปสันกำลังยกระดับมาตรฐานของตลาดอีกครั้งผ่านแคมเปญ ‘พิมพ์สบายยย ไร้กังวล’ (Print Without Worry) ด้วยการมอบการรับประกันเครื่องพิมพ์ EcoTank ทุกรุ่นนานสูงสุดถึง 5 ปี นับเป็นแบรนด์แรกและแบรนด์เดียวในประเทศไทยที่มอบการรับประกันในระดับนี้ สะท้อนถึงความมั่นใจของเอปสันในคุณภาพของผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยีหัวพิมพ์ PrecisionCore และมาตรฐานการบริการหลังการขาย เพื่อให้ผู้บริโภคใช้งานได้อย่างมั่นใจและไร้กังวลตลอดการใช้งาน”

ภายใต้แคมเปญ ‘พิมพ์สบายยย ไร้กังวล’ เอปสันมอบการรับประกันสูงสุด 5 ปี สำหรับลูกค้าที่ซื้อเครื่องพิมพ์ EcoTank ทุกรุ่น ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 และลงทะเบียนผลิตภัณฑ์ผ่าน MyEpson ภายใน 14 วันนับจากวันที่ซื้อ โดยการรับประกันครอบคลุมทั้งตัวเครื่องและหัวพิมพ์ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด

นายยรรยง กล่าวต่อว่า ตลาดเครื่องพิมพ์สำหรับการทำงานแบบ Hybrid Working และ Home Office มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่ม Solopreneur และ SOHO ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว และต้องการเครื่องพิมพ์ประสิทธิภาพสูง ทนทาน ใช้งานง่าย ที่สำคัญต้องรองรับการเชื่อมต่อและการสั่งพิมพ์ได้หลากหลายช่องทาง และยังต้องช่วยลดต้นทุนการพิมพ์ เอปสันจึงเปิดตัว EcoTank รุ่นใหม่พร้อมกันถึง 8 รุ่นในวันนี้ เพื่อมาตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้โดยเฉพาะ ซึ่งประกอบด้วย L1310, L1350, L3310, L3350, L3316, L3356, L5390 และ L5396 

Epson EcoTank รุ่นใหม่ ทั้ง 8 รุ่น ได้รับการพัฒนาประสิทธิภาพการใช้งานในหลายด้าน เพื่อมอบความสะดวกและคล่องตัวให้กับผู้ใช้ โดยรุ่น L1350, L3350, L3356, L5390 และ L5396 สามารถพิมพ์งานผ่านสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตได้อย่างง่ายดายด้วย Apple AirPrint, Mopria และ LINE Print ทั้งยังใช้งานร่วมกับแอปพลิเคชัน Epson Smart Panel เพื่อสั่งพิมพ์ สแกนเอกสาร และถ่ายสำเนา รวมถึงตรวจสอบระดับหมึกและสถานะเครื่องพิมพ์ ขณะที่รุ่น L5390 และ L5396 ยังมาพร้อมระบบป้อนเอกสารอัตโนมัติ (ADF) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสแกนและถ่ายสำเนาเอกสารหลายหน้า ตอบโจทย์ผู้ประกอบการและสำนักงานที่ต้องการความรวดเร็วในการทำงาน

เครื่องพิมพ์ทุกรุ่นใช้ขวดหมึกความจุสูงขนาด 65 มิลลิลิตร รองรับการพิมพ์ด้วยหมึกดำได้สูงสุด 4,700 หน้า และหมึกสีสูงสุด 7,500 หน้า พร้อมขวดหมึกระบบคีย์ล็อคที่ช่วยป้องกันการเติมหมึกผิดช่อง ลดการหกเลอะเทอะ และทำให้การเติมหมึกสะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ตัวเครื่องยังได้รับการออกแบบให้มีความทนทานเป็นพิเศษ จึงมาพร้อมการรับประกันการพิมพ์สูงสุดถึง 50,000 หน้า อีกทั้งยังติดตั้งกล่องบำรุงรักษา (Maintenance Box) ที่ผู้ใช้สามารถถอดเปลี่ยนได้ด้วยตนเอง รวมถึงระบบ Semi-Automatic Print Adjustment ที่ผสานการปรับตั้งค่าหัวพิมพ์และการทำความสะอาดอัตโนมัติไว้ด้วยกัน ช่วยให้งานพิมพ์คงความคมชัด สีสันแม่นยำสม่ำเสมอ พร้อมยืดอายุการใช้งานของเครื่องพิมพ์ในระยะยาว

นอกจากนี้ EcoTank รุ่นใหม่ยังได้รับการออกแบบให้มีขนาดกะทัดรัดและใช้พื้นที่จัดวางน้อยลงถึง 20% โดยผสานแท็งก์หมึกเข้ากับตัวเครื่องอย่างลงตัว ทำให้มีขนาดเล็กลง ดูเรียบเนียน สินค้าใหม่ทุกรุ่นยังคงใช้เทคโนโลยี Heat-Free Technology ซึ่งช่วยลดการใช้พลังงาน ลดการสิ้นเปลืองทรัพยากร และสนับสนุนการใช้งานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการมอบประสิทธิภาพการพิมพ์ที่เชื่อถือได้ในระยะยาว

“เอปสันเชื่อว่าผู้ใช้งานแต่ละกลุ่มมีความต้องการที่แตกต่างกัน การขยายไลน์อัป EcoTank เป็น 33 รุ่น พร้อมเปิดตัวรุ่นใหม่อีก 8 รุ่นในครั้งนี้ จะช่วยให้ลูกค้าสามารถเลือกเครื่องพิมพ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานของตนเองได้อย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น พร้อมได้รับทั้งประสิทธิภาพการพิมพ์ ความคุ้มค่า และความมั่นใจในคุณภาพที่ได้รับการพิสูจน์จากยอดขาย EcoTank กว่า 100 ล้านเครื่องทั่วโลก ที่สำคัญ เอปสันได้ออกแคมเปญ ‘พิมพ์สบายยย ไร้กังวล’ มอบการรับประกันที่นานที่สุดในตลาด สูงสุดถึง 5 ปี ลูกค้าจึงสามารถใช้ EcoTank ได้อย่างสบายใจในระยะยาว” นายยรรยง กล่าวทิ้งท้าย

เครื่องพิมพ์ EcoTank ทั้ง 8 รุ่น พร้อมวางจำหน่ายแล้วทั่วประเทศ ผ่านตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งและร้านค้าออนไลน์ชั้นนำ ประกอบด้วย L1310 ราคา 3,900 บาท, L1350 ราคา 4,350 บาท, L3310 และ L3316 ราคา 4,650 บาท, L3350 และ L3356 ราคา 5,050 บาท, L5390 และ L5396 ราคา 8,790 บาท สอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ เอปสัน คอลเซ็นเตอร์ โทร. 0-2460-9699 หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ทาง www.epson.co.th, facebook.com/epsonthailand หรือ LINE Official Account Epson Thailand

21 กรกฎาคม 2569

วิริยะประกันภัย ครองแบรนด์ประกันรถยนต์อันดับ 1 ในใจผู้บริโภค 3 ปีซ้อน

บนเวที “Marketeer No.1 Brand Thailand 2026”    

นายเพิ่มพล โพธิ์เพิ่มเหม บรรณาธิการและผู้ก่อตั้งนิตยสาร Marketeer ร่วมแสดงความยินดีกับ นายอมร ทองธิว กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ในโอกาสเข้ารับรางวัล “Marketeer No.1 Brand Thailand 2026” หมวดประกันภัยรถยนต์ (Car Insurance) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ตอกย้ำบทบาทการเป็นผู้นำตลาดประกันภัยรถยนต์ที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากสังคมไทย จากผลสำรวจความคิดเห็นผู้บริโภคกว่า 6,500 คน ครอบคลุมทั้ง 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ โดย Marketeer สื่อการตลาดระดับประเทศ ร่วมกับ Marketing Moves องค์กรวิจัยการตลาดชั้นนำ สะท้อนความสำเร็จของการ “ยึดมั่นในการทำหน้าที่ตลอด 79 ปี” ที่ส่งผลให้วิริยะประกันภัยได้รับการยอมรับทั้งในด้านความน่าเชื่อถือ คุณภาพผลิตภัณฑ์ และมาตรฐานการให้บริการอันเป็นเลิศ จนสามารถครองใจผู้บริโภคในฐานะแบรนด์ประกันภัยรถยนต์อันดับหนึ่งของไทยอย่างต่อเนื่อง โดยพิธีมอบรางวัลจัดขึ้น ณ ห้องฉัตรา บอลรูม โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ    


ทั้งนี้ รางวัล “Marketeer No.1 Brand Thailand 2026” นับเป็นอีกหนึ่งเครื่องยืนยันความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ที่ไว้วางใจให้วิริยะประกันกันภัยทำหน้าที่เป็น “หลักประกันความเสี่ยง” เคียงข้างดูแลสังคมไทยตลอด 79 ปี โดยในปี 2569 บริษัทฯ ยังคงมุ่งยกระดับงานบริการทุกมิติ ผ่าน 3 กลยุทธ์หลักสำคัญ ได้แก่ การยกระดับคุณภาพงานบริการให้คู่ค้าและลูกค้าด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีที่ทันสมัย การสนับสนุนงานบริการด้านสินไหมทดแทนด้วยการใช้ข้อมูล รวมถึงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างรอบด้าน ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG (Environmental, Social, Governance) เพื่อรับมือกับสถานการณ์ภัยความเสี่ยงรูปแบบใหม่ สภาพเศรษฐกิจที่ผันผวน และสภาวะการแข่งขันที่ท้าทายยิ่งขึ้น โดยเชื่อมั่นว่า การ “ทำหน้าที่” คือหนึ่งในพลังสำคัญที่ช่วยสร้างสังคมที่เข้มแข็งและเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน 

The Heritage Chiang Rai ชวนสัมผัส Green Season เปิดโปรห้องพักเริ่ม 1,700 บาท พาเที่ยว 4 จุดชมธรรมชาติห้ามพลาด

เชียงราย – The Heritage Chiang Rai Hotel & Convention เชิญชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสเสน่ห์ของจังหวัดเชียงรายในช่วง Green Season ฤดูกาลที่ธรรมชาติสวยงามที่สุดของปี เมื่อสายฝนเติมชีวิตให้ผืนป่าและขุนเขาเขียวชอุ่ม อากาศสดชื่น พร้อมทะเลหมอกที่ปกคลุมยอดดอย เหมาะสำหรับการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ
โรงแรมแนะนำ 4 จุดหมายท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาด ได้แก่ ดอยช้าง ดินแดนแห่งกาแฟและทะเลหมอกยามเช้า, ดอยแม่สะลอง กับไร่ชาสีเขียวสุดสายตา, ดอยผาฮี้ หมู่บ้านกลางหุบเขาที่มีชื่อเสียงด้านกาแฟคุณภาพ และ ดอยช้างมูบ จุดชมวิวแนวภูเขาสลับซับซ้อนที่งดงามในช่วงหลังฝน
พร้อมกันนี้ โรงแรมได้เปิดตัวโปรโมชั่น Green Season Deal มอบข้อเสนอห้องพัก Deluxe พร้อมอาหารเช้า ในราคาเริ่มต้นเพียง 1,700 บาทสุทธิ/ห้อง/คืน พร้อมสิทธิพิเศษ อัปเกรดเป็น Executive Suite ฟรี (ขึ้นอยู่กับจำนวนห้องว่าง) และรับเครื่องดื่มฟรีสูงสุด 2 แก้วต่อห้องต่อคืน สำหรับผู้ที่จองตรงกับโรงแรม
โปรโมชั่นสำหรับลูกค้า FIT เปิดให้เข้าพักตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ตุลาคม 2569



The Heritage Chiang Rai Hotel & Convention พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ให้ได้สัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนที่ผสมผสานความสะดวกสบายเข้ากับเสน่ห์ของเชียงราย ทั้งการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตท้องถิ่นในช่วงเวลาที่จังหวัดเชียงรายเขียวชอุ่มและสวยงามที่สุดของปี

สอบถามรายละเอียดและสำรองห้องพักได้ที่ www.heritagechiangrai.com/special-offers หรือ Line Official: @335tkcsv และโทร. 052 055 888

CP LAND ยกระดับธุรกิจโรงแรม ‘bedZ Hotel’ ชู ‘Guest Tech’ พร้อมเปิดตัว ‘Napster’ Brand Icon

21 กรกฎาคม 2569, กรุงเทพฯ – บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND หนึ่งในผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทยในเครือเจริญโภคภัณฑ์ รุกธุรกิจ Lifestyle Hospitality ด้วยกลยุทธ์ Guest Tech แนวคิดการออกแบบประสบการณ์การเข้าพักที่ผสานเทคโนโลยีเข้ากับความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค เพื่อยกระดับ bedZ Hotel (เบดซ์ โฮเทล บ้านบึง) จังหวัดชลบุรี ให้ตอบโจทย์นักเดินทางยุคดิจิทัล พร้อมเปิดตัว 'Napster' (แนปสเตอร์) มาสคอตลิง สุดชิคที่จะมาเป็นตัวแทน และไอคอนแห่งการพักผ่อนของคนรุ่นใหม่ Brand Icon คาแรกเตอร์ประจำแบรนด์ที่จะเชื่อมโยงประสบการณ์ของผู้เข้าพักกับตัวตนของ bedZ Hotel ในทุก Touchpoint 

ท่ามกลางพฤติกรรมนักเดินทางที่ให้ความสำคัญกับความสะดวก ความรวดเร็ว และประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ CP LAND จึงพัฒนา Guest Tech เป็นหัวใจของการให้บริการ โดยออกแบบทุกขั้นตอนการเข้าพัก ตั้งแต่การจอง การเช็กอิน การใช้บริการภายในโรงแรม ไปจนถึงการใช้ AI วิเคราะห์ เพื่อมอบบริการและข้อเสนอที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้เข้าพัก รองรับทั้งกลุ่มนักเดินทางเพื่อธุรกิจ นักท่องเที่ยว และกลุ่ม Bleisure ที่ผสานการทำงานกับการพักผ่อน

คุณเยี่ยม เศรษฐบุตร ผู้อำนวยการกลุ่มงานธุรกิจโรงแรม บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า"การแข่งขันของธุรกิจโรงแรมในปัจจุบันอยู่ที่คุณภาพห้องพักเพียงอย่างเดียวไม่ได้ ต้องสร้างประสบการณ์ที่ผู้เข้าพักได้รับตลอดการเดินทาง Guest Tech จึงเป็นแนวคิดที่ช่วยเชื่อมเทคโนโลยีกับการบริการ ทำให้ทุกขั้นตอนสะดวก รวดเร็ว และตอบโจทย์การใช้ชีวิตของนักเดินทางยุคดิจิทัลได้อย่างลงตัว"

อีกหนึ่งไฮไลต์คือการเปิดตัว 'Napster' Brand Icon ของ bedZ ซึ่งได้รับการออกแบบให้เป็นตัวแทนของนักเดินทางรุ่นใหม่ที่รักการค้นหาประสบการณ์ เปิดรับไลฟ์สไตล์ใหม่ ๆ และให้ความสำคัญกับการพักผ่อนที่มีคุณภาพ ภายใต้แนวคิด “Comfy bedZ, Happy GuestZ’’ โดย Napster จะมีบทบาทในการสร้างสีสันให้กับการสื่อสารแบรนด์ ผ่านคอนเทนต์ กิจกรรมการตลาด และประสบการณ์ต่าง ๆ ที่ช่วยเชื่อมโยงผู้เข้าพักกับแบรนด์ในระยะยาว


แนวคิดดังกล่าวถูกถ่ายทอดสู่ bedZ Hotel บ้านบึง จังหวัดชลบุรี ซึ่งออกแบบให้รองรับไลฟ์สไตล์ของนักเดินทางยุคใหม่ ทั้งห้องพักที่มีดีไซน์ พร้อมเตียง Super King Size ขนาด 7 ฟุต, Smart TV 55 นิ้ว, นอกจากนี้ยังมีพื้นที่รองรับกิจกรรม โต๊ะพูล พื้นที่แฮงเอาท์ มุมนั่งเล่น-พักผ่อน พื้นที่ทำงาน-นั่งประชุม เพื่อให้การเข้าพักตอบโจทย์ทั้งการทำงาน การพักผ่อน และการใช้ชีวิตในจุดหมายปลายทางเดียวกัน 

การผสาน Guest Tech การออกแบบพื้นที่ และการสร้าง Brand Experience ผ่าน Napster สะท้อนทิศทางการพัฒนาโรงแรมของ CP LAND ที่มุ่งยกระดับ bedZ Hotel ให้เป็นแบรนด์ Lifestyle Hospitality ซึ่งตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ด้วยประสบการณ์ที่สะดวก มีเอกลักษณ์ และเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตในทุกมิติ

#Napster #GuestTech #bedZHotel #โรงแรมเบดซ์ #Valueperexperience
#ComfybedZHappyGuestZ #CPLAND #LifestyleHotel


รพ.พญาไท 1 ก้าวสู่ปีที่ 50 ตอกย้ำความเป็น "พันธมิตรด้านสุขภาพ”

ด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ยกระดับมาตรฐานการดูแลสุขภาพแห่งอนาคต

กรุงเทพฯ - โรงพยาบาลพญาไท 1 ในเครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโล ก้าวสู่ปีที่ 50 ของการให้บริการทางการแพทย์ พร้อมตอกย้ำบทบาทการเป็น "Partner for Life หรือ พันธมิตรด้านสุขภาพที่อยู่ดูแลคุณทุกช่วงชีวิต" ด้วยความมุ่งมั่นในการส่งมอบการรักษาที่มีคุณภาพ ผ่านองค์ความรู้ทางการแพทย์ที่ทันสมัย ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง และการดูแลสุขภาพแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Healthcare) เพื่อให้ผู้รับบริการได้รับการดูแลที่เหมาะสมในทุกช่วงวัย ตั้งแต่การป้องกันโรค การรักษา การฟื้นฟู ไปจนถึงการสร้างสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน


ตลอดระยะเวลา 50 ปี โรงพยาบาลพญาไท 1 ได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องทั้งด้านศักยภาพทางการแพทย์ เทคโนโลยี นวัตกรรมการรักษา และระบบบริการ โดยมีหัวใจสำคัญคือ ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายสาขา ที่ทำงานร่วมกับทีมสหสาขาวิชาชีพ เพื่อวิเคราะห์ วางแผน และออกแบบการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย เพราะเชื่อว่าผู้ป่วยแต่ละคนมีความต้องการด้านสุขภาพที่แตกต่างกัน และสมควรได้รับการดูแลที่แตกต่างเช่นเดียวกัน แนวคิดดังกล่าวสะท้อนผ่านการพัฒนาศูนย์การแพทย์เฉพาะทางที่มีความพร้อมในการดูแลโรคซับซ้อน โดยมีทีมแพทย์เป็นผู้นำในการสร้างผลลัพธ์การรักษาที่ดีที่สุดให้แก่ผู้ป่วย

Phyathai Expert in Brain

ศูนย์ความเชี่ยวชาญด้านโรคสมองและระบบประสาท ให้บริการโดยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านประสาทวิทยา ประสาทศัลยศาสตร์ และทีมสหสาขาวิชาชีพ ดูแลครอบคลุมตั้งแต่การวินิจฉัย การรักษา การผ่าตัด การฟื้นฟูสมรรถภาพ และการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ

Great Life Cancer Center

ศูนย์มะเร็งครบวงจรที่รวบรวมทีมแพทย์เฉพาะทางด้านโรคมะเร็งจากหลายสาขา ร่วมวางแผนการรักษาแบบ Multidisciplinary Team เพื่อออกแบบแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย ครอบคลุมตั้งแต่การตรวจคัดกรอง วินิจฉัย รักษา ฟื้นฟู และดูแลคุณภาพชีวิต ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ตลอดเส้นทางการรักษา

Heart Center

ศูนย์หัวใจและหลอดเลือดที่พร้อมดูแลผู้ป่วยตั้งแต่การประเมินความเสี่ยง การตรวจวินิจฉัย การรักษาโรคหัวใจด้วยยา การทำหัตถการ การผ่าตัดหัวใจ ตลอดจนการฟื้นฟูและติดตามผลระยะยาว ภายใต้การดูแลของทีมอายุรแพทย์โรคหัวใจ ศัลยแพทย์หัวใจ และทีมสหสาขาวิชาชีพ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่เหมาะสมในทุกระยะของโรค

ทั้งสามศูนย์ความเป็นเลิศ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของศักยภาพทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลพญาไท 1 พัฒนาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 50 ปี ปัจจุบันโรงพยาบาลยังมีศูนย์การแพทย์เฉพาะทางอีกหลากหลายสาขา ซึ่งขับเคลื่อนโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ พร้อมเทคโนโลยีและมาตรฐานการรักษาที่ทันสมัย เพื่อรองรับการดูแลสุขภาพที่ซับซ้อนและครอบคลุมทุกมิติ

ก้าวต่อไปของโรงพยาบาลพญาไท 1 ไม่ได้มุ่งเพียงการรักษาเมื่อเกิดโรค แต่คือการเป็น "Partner for Life" ที่พร้อมเดินเคียงข้างผู้รับบริการและครอบครัวในทุกช่วงของชีวิต ตั้งแต่การสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การรักษา การฟื้นฟู ไปจนถึงการดูแลคุณภาพชีวิตในระยะยาว ผ่านองค์ความรู้ของทีมแพทย์ เทคโนโลยีทางการแพทย์ และการดูแลที่ยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง เพื่อร่วมสร้างสังคมที่มีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

COSMAX เปิดโลกความงามแห่งอนาคต ในงาน “COSMAX INNOVATION DAY 2026”

เผยเทคโนโลยีชีวภาพระดับเซลล์ ภายใต้แนวคิด “Bio-Architect Future” ชู Longevity Beauty พร้อมนวัตกรรมลิขสิทธิ์เฉพาะ สู่การยกระดับอุตสาหกรรมความงามยุคใหม่

กรุงเทพฯ — COSMAX ผู้นำด้านการผลิตเครื่องสำอางระดับโลกจากประเทศเกาหลีใต้ และผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของแบรนด์ความงามชั้นนำทั่วโลก เดินหน้าตอกย้ำบทบาทผู้นำด้าน Beauty Innovation ผ่านงาน “COSMAX INNOVATION DAY 2026” ภายใต้ธีม “Bio-Architect Future : The Future of Beauty is Cellular Longevity” เปิดประสบการณ์อนาคตแห่งความงามผ่านนวัตกรรมชีวภาพและเทคโนโลยีระดับเซลล์ พร้อมเผยเบื้องหลังการพัฒนาผลิตภัณฑ์ความงามยุคใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการธุรกิจความงาม

งาน “COSMAX INNOVATION DAY 2026” กลับมาอีกครั้งพร้อมวิสัยทัศน์ใหม่ของอุตสาหกรรมความงามในยุค Longevity Beauty ที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจ โดย COSMAX นำเสนอแนวคิด “Bio-Architect Future” ซึ่งสะท้อนมุมมองการดูแลผิวแห่งอนาคต ผ่านการผสานองค์ความรู้ด้านชีววิทยา เทคโนโลยี และนวัตกรรมการพัฒนาสูตร เพื่อยกระดับประสิทธิภาพของสาระสำคัญและช่วยส่งเสริมการดูแลผิวในระดับเซลล์อย่างมีประสิทธิภาพ






หัวใจสำคัญของงานในปีนี้ คือการถ่ายทอดแนวคิด Longevity Beauty ผ่านเทคโนโลยีการดูแลผิวระดับเซลล์ ซึ่งกำลังได้รับความสนใจทั่วโลก โดยมุ่งเน้นการดูแลผิวในระดับเซลล์ เพื่อเสริมประสิทธิภาพการฟื้นบำรุงและคงความแข็งแรงของผิวในระยะยาว ผ่านองค์ความรู้ และเทคโนโลยีเฉพาะของ COSMAX ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับการทำงานของสารสำคัญให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ภายใต้แนวคิด

“Bio-Architect Future” ที่ประกอบด้วย 4 ธีมนวัตกรรมหลัก ซึ่งสะท้อนมุมมองการดูแลผิวแห่งอนาคตในหลากหลายมิติ

• Skin Navigator – (สารเอกสิทธิ์) นวัตกรรม Precision Exosome Delivery ที่ช่วยนำพาสารสำคัญเข้าสู่ผิวอย่างตรงจุด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลและฟื้นบำรุงผิวในระดับเซลล์

• Bio Clone – (COSMAX Exclusive) เทคโนโลยี Biomimetic Skin-Matrix Structure ที่จำลองโครงสร้างผิวตามธรรมชาติ ช่วยเสริมการทำงานของผิวและเพิ่มความเข้ากันได้ของสารบำรุงกับผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ                  

• Humique (PDRN) – (COSMAX Exclusive)  นวัตกรรมการฟื้นฟูผิวระดับลึกที่ช่วยสนับสนุนกระบวนการซ่อมแซมและฟื้นบำรุงผิวจากภายใน เพื่อผิวที่ดูแข็งแรง อ่อนเยาว์ และมีชีวิตชีวามากขึ้น

• Bio-Signal – (สารเอกสิทธิ์) ระบบสารออกฤทธิ์อัจฉริยะที่ช่วยส่งสัญญาณกระตุ้นกลไกการฟื้นฟูตามธรรมชาติของผิว เสริมความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของผิวในระยะยาว


นอกจากการเปิดตัวเทคโนโลยีและสารออกฤทธิ์แห่งอนาคตแล้ว ภายในงานยังจัดแสดงผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่มาพร้อมเนื้อสัมผัส (Texture) รูปแบบใหม่ ซึ่งได้รับการพัฒนาให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยโดยเฉพาะ รวมกว่า 21 ผลิตภัณฑ์ ครอบคลุมตั้งแต่กลุ่ม Cleanser, Sun Protection, Skincare ไปจนถึง Base Makeup เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์จริงจากนวัตกรรมที่พร้อมต่อยอดสู่ตลาด

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือ Packaging Zone ที่นำเสนอศักยภาพด้านบรรจุภัณฑ์ของ COSMAX แบบครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบแนวคิด การเลือกใช้วัสดุ ฟังก์ชันการใช้งาน ไปจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ โดยรวบรวมตัวอย่างแพ็กเกจจิ้งสำหรับสกินแคร์ เมคอัพ และผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหลากหลายรูปแบบ พร้อมอัปเดตเทรนด์ดีไซน์และนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่ช่วยสร้างความแตกต่างให้แบรนด์ในตลาดความงามที่มีการแข่งขันสูง

COSMAX ยังตอกย้ำความพร้อมในการเป็นพันธมิตรด้านความงามแบบครบวงจร ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญของทีมวิจัยและพัฒนา (R&I) และทีมขาย เพื่อให้คำปรึกษา พัฒนาผลิตภัณฑ์ และสนับสนุนลูกค้าในทุกขั้นตอนของการสร้างแบรนด์ ภายใต้แนวคิด One-Stop Service ที่ครอบคลุมตั้งแต่การคิดค้นสูตร การพัฒนาเทคโนโลยี การผลิต ไปจนถึงการสร้างความสำเร็จทางธุรกิจ


สำหรับผู้ที่สนใจในธุรกิจความงามและมองหาโอกาสในการต่อยอดแบรนด์ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ร่วมค้นพบนวัตกรรมความงามแห่งอนาคตกับ COSMAX ผู้นำด้านการผลิตเครื่องสำอางจากประเทศเกาหลีในประเทศไทย พร้อมอัปเดตเทรนด์ความงาม เทคโนโลยี และนวัตกรรมล่าสุดที่ช่วยสร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์ของคุณ พร้อมอัปเดตเทรนด์ความงาม 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Cosmax Thailand
https://www.facebook.com/p/Cosmax-Thailand-100070050771163/
หรือ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.cosmax.co.th/

#cosmax #cosmaxthailand #KoreanOEM #OEM #ODM

20 กรกฎาคม 2569

UFM จับมือ มทร.พระนคร ส่งต่อองค์ความรู้ปั้นผู้ประกอบการเบเกอรี่รุ่นใหม่

ในยุคที่มีการแข่งขันสูง จำเป็นที่จะต้องมีการพัฒนาความรู้ความสามารถและเพิ่มเติมทักษะด้านต่างๆอยู่เสมอ UFM มุ่งหวังให้ธุรกิจเบเกอรี่ไทยเติบโตและมีมาตรฐานระดับนานาชาติ มุ่งถ่ายทอดความรู้ นอกห้องเรียน ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ การบริหารจัดการ ไปจนถึงการคำนวณต้นทุน เพื่อให้นักศึกษานำไปปรับใช้ได้จริงในอนาคต

บริษัท ยูไนเต็ดฟลาวมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ UFM ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายแป้งสาลีรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ร่วมมือกับคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร (มทร.พระนคร)            มีเป้าหมายหลักเดียวกันคือส่งเสริมให้นักศึกษาสามารถสร้างงาน สร้างอาชีพ ไปจนถึงเป็นผู้ประกอบการ    เบเกอรี่รุ่นใหม่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน โดย UFM จะทำหน้าที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ภาคปฏิบัติ ปูพื้นฐานการทำเบเกอรี่อย่างมืออาชีพ ตั้งแต่เลือกวัตถุดิบถึงขั้นตอนการผลิตที่มีคุณภาพและมาตรฐาน ในส่วนของ มทร.พระนครได้พัฒนาและจัดการเรียนการสอนในกลุ่มวิชาเลือก รายวิชา “ผู้ประกอบการเบเกอรี่” ขึ้น เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาได้เรียนรู้ทักษะการเป็นผู้ประกอบการ และการบริหารจัดการแบบครบวงจร 


นางวันทนา ทองไทย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ยูไนเต็ดฟลาวมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ UFM เปิดเผยว่า ปัจจุบัน UFM ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายแป้งสาลีเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการนำองค์ความรู้ที่มี มาช่วยพัฒนา ต่อยอดศักยภาพนักศึกษาและคนรุ่นใหม่อย่างจริงจัง เพื่อสร้าง “ผู้ประกอบการเบเกอรี่รุ่นใหม่” ที่มีความรู้รอบด้านอย่างแท้จริง

UFM มุ่งมั่นเสริมสร้างความรู้ตั้งแต่กระบวนการผลิตวัตถุดิบที่มีคุณภาพ เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าใจรวมถึงเห็นความแตกต่าง และสามารถเลือกนำไปแปรรูปเป็นเบเกอรี่ ขนมอบ และอาหารได้อย่างเหมาะสม ซึ่งการส่งเสริมองค์ความรู้อย่างครบวงจรนี้ จะเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมเบเกอรี่และอาหารของไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนสู่มาตรฐานระดับสากล


สำหรับความร่วมมือกับคณะบริหารธุรกิจ มทร.พระนคร ทางบริษัทฯ มอบหมายให้อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรงเรียนสอนทำขนมอบและอาหารยูเอฟเอ็ม รับหน้าที่ถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงลึก ทั้งเทคนิคการทำขนมอบและเบเกอรี่ ให้กับนักศึกษาที่มีพื้นฐานวิชาบริหารธุรกิจอยู่แล้ว การจับคู่ทักษะดังกล่าว จะช่วยให้นักศึกษามองเห็นภาพรวมการขับเคลื่อนธุรกิจเบเกอรี่จากประสบการณ์จริงมากขึ้น ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ทฤษฎีในตำราเรียนเหมือนที่ผ่านมา เพราะการทำธุรกิจอาหาร ขนมอบ และเบเกอรี่ เป็นทั้ง “ศาสตร์” และ “ศิลป์” นอกจากสูตรลับความอร่อยแล้ว การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ และการพัฒนาปรับปรุงสูตรเพื่อสร้างความต่าง คืออาวุธสำคัญท่ามกลางการแข่งขันที่สูงขึ้นทุกวัน



ด้าน ดร.ภิญญา มากธนะรุ่ง หัวหน้าสาขาวิชาการเป็นผู้ประกอบการ คณะบริหาธุรกิจ มทร.พระนคร กล่าวว่า การร่วมมือในระหว่างมหาวิทยาลัยและ UFM ถือเป็นก้าวสำคัญและต้นแบบของการพัฒนาการเรียนการสอนที่เชื่อมโยงกับโลกธุรกิจอย่างแท้จริง เปรียบเสมือนการเพาะพันธุ์เมล็ดต้นกล้าทางปัญญาขั้นพื้นฐาน นักศึกษาสาขาการเป็นผู้ประกอบการ จะผ่านหลักสูตรเข้มข้น 45 ชั่วโมง ที่เปิดโอกาสให้เรียนรู้ในห้องปฏิบัติการ รวมถึงใช้อุปกรณ์ และวัตถุดิบมาตรฐานเดียวกับที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรม 
หลักสูตรนี้จะช่วยให้นักศึกษาเข้าใจธุรกิจเบเกอรี่แบบครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกระบวนการผลิต การคำนวณต้นทุน และราคาวัตถุดิบที่ใช้ในการทำขนมอบ เบเกอรี่ ซึ่งนอกจากจะช่วยให้เห็นภาพการบริหารจัดการร้านอย่างชัดเจน มหาวิทยาลัยคาดหวังที่จะสร้างนักศึกษาให้เป็นผู้ประกอบการที่มีความคิดสร้างสรรค์ หรือหากก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงาน ก็จะเป็นบุคลากรที่มีศักยภาพสูงในการวิเคราะห์ธุรกิจ แนวโน้มตลาด และความเป็นไปได้ของสินค้าที่จะออกสู่ท้องตลาดได้อย่างแม่นยำ

นี่จึงเป็นบทบาทสำคัญของ UFM และมทร.พระนคร ที่เข้ามาช่วยสร้างพื้นฐาน ส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ เพื่อให้เกิดความเข้าใจในโครงสร้างธุรกิจนี้อย่างแท้จริง

เทรนด์สุขภาพฮอตแรง !! Thailand Wellness & SPORTEC Thailand 2026

คนชมงานทะลุ 16,627 คน  เจรจาจับคู่ธุรกิจ 122 คู่  ดันเม็ดเงินสะพัดกว่า 500 ลบ.

พีเอ็มจี และสปอร์เทค บีเคเค ส่งท้ายอีเว้นท์สุขภาพกลางปีได้งดงาม กับงาน Thailand Wellness & Healthcare Expo & SPORTEC Thailand 2026 จัดเวทียิ่งใหญ่ รวบรวมสินค้าและบริการด้านสุขภาพ เวลเนส สปา  Longevity ความงาม  เครื่องมือแพทย์  อาหารเพื่อสุขภาพ  ฟิตเนส  กีฬา  และนวัตกรรมเพื่อคุณภาพชีวิตแห่งอนาคตไว้ครบครัน โดยตลอดทั้ง 3 วัน ยอดคนเดินชมงานทั้งสิ้น 16,627 คน  เจรจาจับคู่ธุรกิจ 122 คู่ สร้างมูลค่ารวม 129 ล้านบาท  หนุนยอดเงินสะพัดในงานทะลุกว่า 500 ล้านบาท





นางสาวณรินณ์ทิพ  วิริยะบัณฑิตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีเอ็มจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวถึงภาพรวมการจัดงาน Thailand Wellness & Healthcare Expo 2026 ที่ผ่านมาว่า "การจัดงานครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จสมความตั้งใจ ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของหน่วยงานหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ, สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม, กรมพัฒนาธุรกิจการค้า , การกีฬาแห่งประเทศไทย, สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์, องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน  ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย, ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม     




โดยตลอดทั้ง 3 วัน มีผู้เข้าร่วมงานทั้งสิ้น 16,627 ราย ประกอบด้วย ผู้สนใจในเรื่องสุขภาพ บุคลากรทางการแพทย์ นักลงทุน นักธุรกิจในอุตสาหกรรมฟิตเนส  สปา  เทคโนโลยีการแพทย์  สุขภาพ  เวลเนส  ความงาม  รวมทั้งโรงพยาบาล  ผู้จัดจำหน่ายและค้าปลีก  ที่ต้องการต่อยอดและมองหาพันธมิตรทางธุรกิจ โดยมีผู้เข้าชมงานที่เป็นชาวต่างชาติ รวมทั้งสิ้น 1,035 คน จาก 80 ประเทศทั่วโลก ได้แก่  ญี่ปุ่น  สหรัฐอเมริกา  จีน  เกาหลีใต้  เมียนมาร์  สิงคโปร์  ไต้หวัน  อินเดีย มาเลเซีย  สหราชอาณาจักร  ฟิลิปปินส์  ปากีสถาน  เยอรมัน  สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อินโดนีเซีย  เวียดนาม  ฮ่องกง  แคนาดา  ออสเตรเลีย  รัสเซีย  ฝรั่งเศส  อิตาลี  ลาว  บังกลาเทศ  สวิสเซอร์แลนด์  ซาอุดิอาระเบีย ฯลฯ

 อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญคือกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ  ที่มุ่งเน้นเจรจาซื้อขายธุรกิจแบบ B2B มากกว่าค้าปลีกมีคู่เจรจาธุรกิจรวมทั้งสิ้น 122  คู่  สร้างมูลค่าการเจรจาซื้อขายธุรกิจรวมกว่า 129 ล้านบาท  สำหรับธุรกิจที่ได้รับความสนใจจาก Buyer สูงสุด ได้แก่  ศูนย์ดูแลสุขภาพองค์รวม  คลินิกโรคไต  เครื่องสำอางและความงาม  เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์  ธุรกิจสปา  และอาหารเพื่อสุขภาพ  ธุรกิจดาวเด่นที่ได้รับความนิยมในงาน ได้แก่  META ESTHETIC ผู้จัดจำหน่ายเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์เสริมความงาม   LEADING REPRODUCTIVE CENTER ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากและเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์    CBG Corporation ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพและเวลเนส   FIX D ผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงาม   และ Fit2Fly Studio สตูดิโอออกกำลังกายและเวลเนส

กิจกรรมเวทีเสวนาและห้อง Experience Room ปีนี้ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานคับคั่ง โดยหัวข้อเสวนาและกิจกรรมที่ได้รับความสนใจสูงสุด คือ กินอย่างฉลาดเพื่อย้อนวัยเซลส์ โดย ผศ.ดร.นพมาศ ไม้ประเสริฐ   เมนูเรียกคืนพลังหนุ่มสาว โดย ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์  ศุกระฤกษ์  กินอย่างไรให้ไตแข็งแรงอายุยืน โดย ผศ.ดร.นพ. พัฒนา  เต็งอำนวย  เวิร์กชอปนวดศีรษะด้วยตนเอง โดย  Miss Nitaras Phatthasriphirom  ภารกิจล่าอายุยืน โดย 120 Wellness Villa Clinic และ อยากมีลูก ต้องเริ่มจากอะไรในปี 2026 โดย Baby & Mom  

​ด้าน นายวิทยา แซ่เลา กรรมการผู้จัดการ บริษัท สปอร์เทค บีเคเค จำกัด ผู้จัดงาน SPORTEC Thailand 2026 กล่าวว่า"SPORTEC Thailand 2026 ถือเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมกีฬาและฟิตเนสในประเทศไทย เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงผู้ซื้อ นักลงทุน และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมกีฬา ฟิตเนส และเวลเนส ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางธุรกิจด้านกีฬาและฟิตเนสของภูมิภาค

จากกระแสตอบรับที่ได้รับ ทั้งจำนวนผู้เข้าชมงานและความต้องการพื้นที่จัดแสดงที่เพิ่มขึ้น เราจึงเตรียมขยายพื้นที่จัดงาน SPORTEC Thailand 2027 พร้อมยกระดับเนื้อหา กิจกรรม และความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการ และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมกีฬาและฟิตเนสของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อไป"

 

​นางสาวณรินณ์ทิพ และนายวิทยา กล่าวทิ้งท้ายว่า "จากความสำเร็จของการจัดงาน Thailand Wellness & Healthcare Expo & SPORTEC Thailand 2026 ในครั้งนี้ และเสียงตอบรับจากผู้จัดแสดงบูธที่ต้องการเพิ่มพื้นที่จัดแสดงงาน  ทางผู้จัดงานจึงวางแผนขยายพื้นที่เป็น 20,000 ตารางเมตร เพื่อรองรับความต้องการในปีหน้า  ซึ่งเป็นเครื่องตอกย้ำว่าเรื่องสุขภาพ เวลเนส และกีฬา เป็นเทรนด์ของโลกยุคใหม่ที่ได้รับความสนใจจากผู้คนทั่วโลก ทางผู้จัดงานมุ่งมั่นที่จะยกระดับงานให้ครอบคลุมทั้งสุขภาพ เวลเนส  ฟิตเนส กีฬา และการแพทย์เชิงป้องกันไว้ในเวทีเดียวกัน  เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่จะส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาวะที่ดี พร้อมผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพระดับสากลต่อไป"

​แล้วพบกันอีกครั้งกับหมุดหมายสำคัญในอีเว้นท์ใหญ่ด้านสุขภาพ เวลเนส Longevity และกีฬา กับงาน "WALEX" Thailand Wellness & Longevity Expo and SPORTEC Thailand 2027 จัดระหว่างวันที่ 24-26 มิถุนายน 2570  ณ ฮอลล์ 101-104  ไบเทค บางนา  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 086-314-1482