วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

พิเศษ...สำหรับลูกค้า “Superrich Thailand” (สีเขียว) เท่านั้น !!!

รับส่วนลดพิเศษ 10%
เช่า Pocket WiFi กับ Tripizee

พิเศษ !! สำหรับลูกค้า “ซุปเปอร์ริช ไทยแลนด์” (สีเขียว) เมื่อแลกเงินไทยเป็นสกุลต่างประเทศ เท่าไหร่ก็ได้ รับส่วนลดสุดพิเศษ 10% สำหรับเช่า Pocket WiFi กับ Tripizee ตั้งแต่วันนี้ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2562 นี้ สามารถสอบถามข้อมูล รวมถึงบริการสั่งจองเงินล่วงหน้า ได้ที่

• Call center 02-254-4444
• ช่องทางออนไลน์
- Line@ / Facebook / Twitter / Application : SuperrichTH
• www.superrichthailand.com
สัมผัสประสบการณ์การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ในอัตราที่ดีที่สุด พร้อมให้บริการทุกวัน ที่ ซุปเปอร์ริช สีเขียว ทั้ง 13 สาข

วันพุธที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

พิธีเปิดงานโฟโต้แฟร์ 2018

Photo Fair 2018 งานยิ่งใหญ่ของวงการถ่ายภาพไทย พบกับเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด






พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ โปรดให้ คุณหญิงเพ็ญศรี ไชยยงค์
เป็นผู้แทนพระองค์เปิดงาน Photo Fair 2018 และเปิดนิทรรศการศิลปินนักถ่ายภาพไทยปี 2561 ในวันพุธที่ 28 พฤศจิกายน 2561 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา





Photo Fair 2018 งานยิ่งใหญ่ของวงการถ่ายภาพไทย พบกับเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด
บริษัทชั้นนำทั้งในและต่างประเทศกว่า 150 บริษัท บนพื้นที่กว่า 15,000 ตารางเมตร
พร้อมกิจกรรมเพื่อคนรักการถ่ายภาพเต็มรูปแบบ 28 พ.ย. - 2 ธ.ค. 2561 เปิดงาน 10.30 – 21.00 น. ณ ไบเทค บางนา

Epson ททท.สุโขทัย


เอกศิลป์ Sony และทีมปฏิรูปธุรกิจถ่ายภาพ


เอกศิลป์ Sony และทีมปฏิรูปธุรกิจถ่ายภาพ  ขอเชิญเที่ยวงานลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จ.สุโขทัย 
ร่วมแต่งชุดไทย ถ่ายรูป และ ปริ้นท์ภาพฟรี หน้าวัดชนะสงคราม  แขกผู้มีเกียรติเดินทางเยี่ยมบูธเอปสันและถ่ายภาพร่วมกัน

1. นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย
2. นายอภิวัฒน์ ทับทิมโต ผอ.ททท.สำนักงานสุโขทัย 
3. นางธาดา สังข์ทอง ผอ.อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย
4 ดร.พรรณสิริ กุลนาถศิริ นายก อบจ.สุโขขทัย
5.นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการ บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด 
6. นางสาวบุษราภรณ์ พรไพศาลศักดิ์ ประธานทีมปฎิรูปธุรกิจถ่ายภาพถ่าย
7.ดร.สงคราม โพธฺิ์วิไล บูรพาจารย์การถ่ายภาพ ช่างภาพมืออาชีพ
8 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ภคมน ตั้งจิตติเลิศ (อ.ออม)
อาจารย์ประจำสาขาวิชาศิลปะการถ่ายภาพ ภาควิชาออกแบบ
วิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์


กิจกรรมแต่งชุดไทยถ่ายภาพ โดย Epson ททท.สุโขทัย  เอกศิลป์ Sony และทีมปฏิรูปธุรกิจถ่ายภาพจัดช่างภาพมืออาชีพ ดร.สงคราม โพธฺิ์วิไล บูรพาจารย์การถ่ายภาพ ช่างภาพมืออาชีพ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ภคมน ตั้งจิตติเลิศ (อ.ออม) อาจารย์ประจำสาขาวิชาศิลปะการถ่ายภาพ ภาควิชาออกแบบ วิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ พร้อมด้วยช่างภาพสุโขทัยถ่ายภาพให้กับผู้ที่มาท่องเที่ยว งานลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จ.สุโขทัย

สร้างความสุขสนุกสนานให้กับพี่น้องชาวสุโขทัย และได้ภาพสวยจากเอปสันกลับบ้าน

สื่อมวลชนมาเยี่ยมบูธเอปสันพร้อมถ่ายภาพบันทึกความทรงจำ

OSKA Battery Expert Thailand

 แรง กว่านี้ก็ Super Car แล้วจ้า


สำหรับนักถ่ายภาพ ทุกช๊อตสำคัญต้องมั่นใจ แบตเตอรี่ OSKA วางใจได้เสมอ
อุปกรณ์ถ่ายภาพมีหลากหลาย ล้วนใช้เพื่อสร้างสรรค์ภาพที่แตกต่าง ให้ได้ตรงตามสไตล์ที่ใจต้องการ ไม่ว่าคุณจะใช้กล้องฟูลเฟรม มิลเลอร์เลส กล้อง Compact กล้องวีดีโอ Action Cam หรือกล้องที่ใช้เพื่อภารกิจพิเศษ ตั้งแต่ Model ใหม่ล่าสุดที่กำลังจะเปิดตัวไปจนถึง Model Classic สุดหายากอายุนับหลายสิบปีย้อนหลัง OSKA ก็มีแบตเตอรี่กล้องคุณภาพระดับสากล มาตฐาน มอก.มากกว่า 2,000 รุ่น ให้เลือกใช้ครบถ้วน



ไม่ว่าคุณจะชอบถ่ายภาพแนว Landscape มุมกว้าง พาโนรามา ไปถึง Super Wide  Fish eye หรือจะชอบมิติที่น่าหลงใหลของ Tele ลึกไปจนถึง Macro ที่น่าค้นหา หรือจะเล่าอารมณ์ด้วยสปีดช้าสไตล์โมชั่น ไทม์แลป จนถึง รัวยับไฮสปีด สุดเร้าใจ ทุกคนต่างมั่นใจว่าแบตเตอรี่กล้อง OSKA จะช่วยให้ทุกชัตเตอร์ไม่พลาดแม้เสี้ยววินาที จนถูกยอมรับให้เป็นแบตเตอรี่กล้องของไทยที่นักถ่ายภาพไว้วางใจเป็นที่ 1 มายาวนานกว่า 23 ปี

และวันนี้คุณสามารถสั่งซื้อแบตเตอรี่ที่เหมาะกับกล้องคุณ ทุกรุ่นของ OSKA ได้ที่ร้าน BIG Camera ศูนย์รวมกล้องดิจิตอล และร้านกล้องชั้นนำทั่วประเทศ หรือหากสนใจสอบถามปัญหาแบตเตอรี่สามารถติดต่อ OSKA ได้ที่ Call Center  ‭02-730-0022‬ หรือติดตามข่าวสารได้ที่เว็บไซต์ ‭www.oskabatt.com‬ และ ‭www.facebook.com/OSKABatteryExpert‬



เตรียมพบกับบูธ OSKA ที่งาน Photo Fair 2018 (B2/2) ไบเทค บางนา 28 พย. - 2 ธค. 2561
พร้อมโปรโมชั่นแรงๆ ทั้งแบตเตอรี่กล้อง, กระเป๋ากล้อง และอุปกรณ์กล้องอีกมากมาย


#OSKA #OSKABatteryExpertThailand #แบตกล้อง #PHOTOFAIR2018
#สมาคมธุรกิจการถ่ายภาพ

“เต๋อ-นวพล” ให้ “Magic Moment” เป็นของฝากแก่เพื่อน

เผยแนวคิด “From Mate to Mate” ของผู้กำกับช่างคิด
กับมุมมองต่อศิลปะ
แห่งความสัมพันธ์ ที่เชื่อมด้วย “เวลา”
และ “โมเมนต์”



ถ้าอาหารเป็นหนึ่งในปัจจัย 4 ในการดำรงชีวิตของมนุษย์ทางกายภาพแล้ว “ความสัมพันธ์” และ “มิตรภาพ” ก็ถือเป็นหนึ่งในปัจจัย 4 ในการดำรงชีวิตทางจิตใจของมนุษย์ด้วยเช่นกัน ในบรรดาแสนล้านเรื่องที่สัตว์สังคมอย่างพวกเราจะต้องจัดการในแต่ละวัน เกือบครึ่งจะต้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับการบริหารความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน คนรัก ครอบครัวไม่มากก็น้อย

เชื่อว่าหลายคนคงจะเคยถามตัวเองก่อนกลับจากทริปต่างประเทศทุกครั้งว่า “จะซื้ออะไรกลับไปฝากเพื่อนดี?” นี่จึงเป็นเหตุผลของฝากจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของศิลปะแห่งการบริหารความสัมพันธ์ ของฝากแต่ละชิ้นก็มีความหมายที่แตกต่างกันออกไป ในขณะที่บางคนคิดว่าซื้อโตเกียวบานาน่าหรือชุดเครื่องสำอางมาก็น่าจะเป็นของฝากที่ทำให้เพื่อนยิ้มได้แล้ว แต่มุมมองของ เต๋อ-นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ผู้กำกับช่างคิดกลับมองว่า “ของฝาก” ที่ดีที่สุด ไม่จำเป็นต้องเป็นของที่ซื้อได้ด้วยเงิน แต่กลับเป็นสิ่งของที่มีค่าต่อจิตใจของผู้รับมากที่สุด ก็คือ “เวลา” และ “โมเมนต์” หรือที่เต๋อเรียกมันว่า “Magic Moment”

Magic Moment ในความหมายของนักทำหนัง คือ ช่วงเวลาอันอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นมาแบบไม่ได้ตั้งใจและหายไปในเสี้ยววินาที หรือพูดง่ายๆ คือธรรมชาติหรืออะไรก็ตามที่เกิดขึ้นจากความบังเอิญ

สิ่งนี้เองที่เป็นแก่นของเรื่องราวที่เต๋อ-นวพลได้ร้อยเรียงและถ่ายทอดออกมาผ่านหนังสั้นสุดอาร์ตชิ้นล่าสุดในโปรเจคท์พิเศษ “HUAWEI Mate 20 Series x เต๋อ-นวพล” ในชื่อเรื่อง “Souvenir” ที่ตอนนี้ทะลุ 1 ล้านวิวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเต๋อ-นวพลได้พกสมาร์ทโฟนคู่หูคู่ใจ HUAWEI Mate 20 Series ไปถ่ายทำหนังสั้นถึงประเทศญี่ปุ่น “ปกติของที่ระลึกที่พวกเราซื้อให้เพื่อนหรือคนที่สำคัญเวลาเดินทางไปเที่ยวต่างถิ่นส่วนใหญ่แล้วจะเป็นขนม ของเล่น เครื่องสำอาง ของที่ระลึก หรือวัตถุที่จับต้องได้ แต่ผมมองว่า ‘The best souvenir is time and moment’ ช่วงเวลาที่ดีต่างหากคือของที่ระลึกที่ดีที่สุดที่หาซื้อไม่ได้ที่เตือนใจให้เรานึกถึงคนสำคัญที่อยู่ที่บ้าน” เต๋อ-นวพลเริ่มเล่า


Souvenir เกิดมาจากแนวคิดแรกเริ่มจากคำว่า “From Mate to Mate” เป็นหนังสั้นที่ถ่ายทอดเรื่องราวแบบเรียลๆ ระหว่างเพื่อนรู้ใจระหว่างเต๋อและเพื่อนๆ คนสำคัญ ในขณะคนหนึ่งมีความสุขตอนที่กำลังท่องเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นอยู่นั้นก็ไม่ลืมที่จะส่งความสุขกลับมาให้กับเพื่อนที่อยู่บ้านด้วยวิดีโอที่เซฟลงในแฟลชไดรฟ์แล้วส่งผ่านไปรษณีย์ เต๋อ-นวพลเผยว่า “ผมอยากจะสื่อสารเรื่องราวของความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนที่มองตาก็รู้ใจกัน ที่เชื่อมกันด้วยการส่งความสุขให้กันผ่านไปรษณีย์ที่ผู้รับต้องรอคอยอย่างช้าๆ เพิ่มคุณค่าทางจิตใจให้กับของฝากท่ามกลางโลกที่หมุนเร็วอย่างทุกวันนี้ ซึ่งหนังสั้นเรื่องนี้เป็นหนังสั้นเรื่องแรกที่ถ่ายทำด้วยสมาร์ทโฟน HUAWEI Mate 20 Series ทั้งหมด 100% ซึ่งทำให้สามารถเก็บ Magic Moment ที่เกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีได้ทันท่วงที อย่าง ภาพสายรุ้งที่เราคาดการณ์ไม่ได้ว่ามันจะเกิดขึ้นตอนไหน หรือ บทสนทนาเปิดใจระหว่างเพื่อนของเราที่เกิดขึ้นมาแบบกำกับไม่ได้ ด้วยอุปกรณ์ที่มีขนาดเล็กทำให้ทลายกำแพงและข้อจำกัดบางอย่างที่กล้องใหญ่ก็ทำไม่ได้ และยังมีเลนส์หลายระยะทำให้ไม่ต้องพกเลนส์ไปเพิ่ม และแบตเตอรี่ยังอึดที่ทำให้ถ่ายทำได้หลายชั่วโมงโดยไม่สะดุด และที่สำคัญ ในฐานะคนทำหนังแบบผม กล้องของหัวเว่ยนั้นมีประสิทธิภาพสูง ใกล้เคียงกล้องถ่ายหนังที่สามารถนำไฟล์ที่ได้จากการถ่ายโดย HUAWEI Mate 20 Series มาปรับแต่งภาพเพิ่มเติมให้ได้เหมือนสีภาพที่ถ่ายจากกล้องฟิล์มเพื่อให้ได้เอฟเฟกต์เหมือนหนังภาพยนตร์ตามที่มองภาพไว้และอารมณ์ที่ผมต้องการจะสื่อสาร”



ด้าน ชาญวิทย์ เขียวนาวาวงศ์ษา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “หนั้งสั้นเรื่อง Souvenir นับเป็นครั้งแรกของการจับมือกันระหว่างหัวเว่ยกับคนทำหนังระดับอาชีพอย่างเต๋อ-นวพล ผู้มีมุมมองในการถ่ายทอดเรื่องราวที่น่าสนใจมาก และสำหรับคุณเต๋อก็นับเป็นครั้งแรกเช่นกันที่ใช้สมาร์ทโฟนในการถ่ายทำหนังสั้นทั้งเรื่อง เรื่อง Sevounir กับแนวคิด From Mate to Mate นี้สื่อสารได้ชัดเจนมาก ทั้งหมายความว่าจากเพื่อนถึงเพื่อน และจาก Mate Series ถึงเพื่อน HUAWEI Mate 20 Series เป็นเครื่องมือสื่อกลางในการถ่ายทอดโมเมนต์ที่มีค่ามีความหมายจากเพื่อนถึงเพื่อน เพราะชื่อ Mate Series เองมีที่มาจากการเป็นสมาร์ทโฟนเพื่อนรู้ใจของผู้ใช้ ซึ่งคุณเต๋อจับเรื่องราวใกล้ตัวออกมาเล่าได้น่าประทับใจมาก รับรองว่าเมื่อได้ชมกันแล้ว ทุกคนต้องออกไปเก็บภาพ Magic Moment มาฝากเพื่อนสนิทแน่นอน”

วันหนึ่ง ที่เราได้ไปท่องเที่ยวที่สวยๆ แล้วส่งภาพหรือวิดีโอกลับมาให้คนที่บ้านได้เห็นไปพร้อมๆ กับเรา บางทีมันก็อาจเป็นสิ่งที่มีค่าและน่าจดจำ เพราะมันคือช่วงเวลาที่เรานึกถึงพวกเขาในช่วงเวลาที่เรามีความสุขที่สุด ค้นพบ “ของฝาก” ชิ้นใหม่ได้แล้ววันนี้ ผ่านหนังสั้นยาว 7 นาที ซึ่งถ่ายทำทั้งเรื่องโดย HUAWEI Mate 20 Series ที่สามารถก้าวข้ามข้อจำกัดของสมาร์ทโฟนด้วยการสร้างไฟล์วิดีโอคุณภาพสูงโดยสามารถนำมาปรับแต่งเพิ่มเติมให้เหมือนภาพยนตร์ได้แล้ววันนี้ที่


https://www.facebook.com/HuaweimobileTH/videos/255135531794365/ 
พร้อมเตรียมรับชมหนังสั้นตอนย่อย โดยจะทยอยปล่อยบนเฟซบุ๊กแฟนเพจ HuaweiMobileTH

วันอังคารที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

ใครที่กำลังมองหาสถานที่เคาท์ดาวน์ต้อนรับปี 2018.

Suanphueng Highland
พิกัดนับถอยหลังสู่ปี 2019


เราขอแนะนำ คอนเสิร์ตสุดโรแมนติกแบบใกล้ชิดศิลปิน  ท่ามกลางลมหนาวและหมู่ดาวในบรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟ! "สวนผึ้ง ไฮแลนด์ เคาท์ดาวน์ เฟสติวัล 2018" มาสัมผัสลมหนาวแรกของสวนผึ้ง พร้อมปาร์ตี้ส่งท้ายปีเก่า ในสองค่ำคืนแห่งความทรงจำ ร่วมกันนับถอยหลังเข้าสู่ปี 2019  ไปพร้อมๆกัน  กับศิลปินสุดพิเศษ

วันที่ 30 ธันวาคม พบกับ ป๊อป ปองกูล และวงมายด์ วันที่ 31 ธันวาคม พบกับ วงพอส , พีท พล และวง The Mousses ที่ “สวนผึ้งไฮแลนด์” แลนมาร์คแห่งใหม่ของ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี  บนลานคอนเสิร์ต แบบ Amphitheater  บนพื้นหญ้านุ่มๆ เขียวชะอุ่มและร่มรื่น พร้อมจิบเครื่องดื่มเย็นๆ ที่จะทำให้การฉลองปีใหม่ปีนี้ไม่ซ้ำใครแน่นอน  ภายในงานยังมีซุ้มอาหารมากมายให้เลือกสรรและกิจกรรมขึ้นบอลลูนที่จะทำให้คุณสัมผัสประสบการณ์ที่แปลกใหม่อีกด้วย

สนใจซื้อบัตรได้ที่ 7-11 
(เพียงแจ้งชื่อคอนเสิร์ตกับพนักงาน) หรือ www.allticketthailand.com 
***เริ่มขายบัตร Early Bird  ระหว่างวันที่ 19 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคมนี้เท่านั้น!!!

ในราคาเพียง 500 บาท (จากราคาปกติ 700 บาท) ซึ่งสามารถเข้างานได้ทั้ง 2 วัน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม Facebook : Suanphueng Highland

ระนองจัดงาน"อาบน้ำเพ็ญ@ระนอง" ประจำปี 2561

อาบน้ำแร่คืนวันเพ็ญเดือน 12 เสริมบารมีชีวิตโดยมีส่วนราชการ พ่อค้า ประชาชน เข้าร่วมงาน ซึ่งภายในงานมีกิจกรรมต่างๆมากมาย เช่น ตลาดย้อนยุคของดีเมืองระนอง อาหารพื้นเมือง การจำหน่ายสินค้า OTOP นวัตวิถี 28 แห่งในจังหวัดระนอง การแสดงของเด็กนักเรียนในจังหวัดระนอง การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่น




เมื่อวันที่ 22พ.ย.61 ณ บริเวณ บ่อน้ำแร่ร้อนรักษะวาริน อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง
จัดงาน"อาบน้ำเพ็ญ@ระนอง" ประจำปี 2561 อาบน้ำแร่คืนวันเพ็ญเดือน 12 เสริมบารมีชีวิต 





ซึ่งเป็นการจัดงานขึ้นเป็นปีที่ 2 ของจังหวัดระนอง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และร่วมสืบสานประเพณีโบราณโดยมี นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร และ นายจตุพจน์ ปิยัมปุตระ ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธาน
ร่วมในการเปิดงาน อาบน้ำเพ็ญ@ระนอง ประจำปี 2561






โดยมีส่วนราชการ พ่อค้า ประชาชน เข้าร่วมงาน ซึ่งภายในงานมีกิจกรรมต่างๆมากมาย เช่น ตลาดย้อนยุคของดีเมืองระนอง อาหารพื้นเมือง การจำหน่ายสินค้า OTOP นวัตวิถี 28 แห่งในจังหวัดระนอง การแสดงของเด็กนักเรียนในจังหวัดระนอง การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่น





การประกอบพิธีกรรมอาบน้ำเพ็ญ ซึ่งในส่วนพิธีกรรมอาบน้ำเพ็ญ ได้มีสวดเจริญพระพุทธมนต์ พิธีพุทธาภิเษก ตามแบบโบราณ ที่บริเวณบ่อน้ำแร่ (บ่อพ่อ) โดยพระเกจิชื่อดัง และอาจารย์คฑา ชินบัญชร เพื่อเสริมบารมีชีวิตในคืนวันเพ็ญเดือน 12 ตามความเชื่อแบบโบราณที่มีมาแต่ช้านาน


อาบน้ำเพ็ญ@ระนอง" ประจำปี 2561
ณ บริเวณ บ่อน้ำแร่ร้อนรักษะวาริน อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง 

วันคนพิการสากล ปี 61

กรมพก.ร่วมกับสมาคมสภาคนพิการฯ เตรียมจัดใหญ่งาน
"วันคนพิการสากล ปี 61" มุ่งเน้นสิทธิความเท่าเทียม



องค์การสหประชาชาติ ได้ประกาศให้วันที่ 3 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันคนพิการสากล และเชิญชวนให้ประเทศสมาชิกร่วมกันจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมความเข้าใจของสังคมเกี่ยวกับคนพิการและเปิดโอกาสให้คนพิการได้มีส่วนร่วมในทุกกิจกรรมของสังคมอย่างสร้างสรรค์ เป็นธรรมและเสมอภาคกับคนทั่วไป ประเทศไทยในฐานะประเทศสมาชิกขององค์การสหประชาชาติ ได้จัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสวันคนพิการสากลเป็นประจำทุกปี ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค

กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ จึงร่วมกับสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย จัดงานวันคนพิการสากล ประจำปี 2561 ขึ้น เพื่อเป็นการร่วมเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสวันคนพิการสากล นอกจากนั้น ยังเป็นการดำเนินการเพื่อสร้างความตระหนักและส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนในสังคมได้ร่วมกันสร้างสังคมที่เป็นธรรม เสมอภาค เท่าเทียม เป็นสังคมที่ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
โดยแนวคิดในการจัดงานวันพิการสากลได้สอดคล้องกับองค์การสหประชาชาติ กำหนดหัวข้อการจัดงานตามประเด็นหลัก (Theme) คือ “การเสริมพลังคนพิการ และการประกันการอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างเสมอภาค ทั่วถึง และเป็นธรรม” (Empowering persons with disabilities and ensuring inclusiveness and equality) ในปี 2562 ประเทศไทยโดยนายกรัฐมนตรีได้รับมอบหมายหน้าที่ประธานอาเซียนของไทยต่อจากสิงคโปร์

โดยนายกรัฐมนตรีได้ประกาศแนวคิดหลัก (theme) สำหรับการเป็นประธานอาเซียนของไทย คือ “Advancing Partnership for Sustainability” หรือ “ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน” ซึ่งมีองค์ประกอบ 3 ประการ 1) การก้าวไกล (Advancing) โดยให้อาเซียนมองและก้าวไปด้วยกันสู่อนาคตอย่างมีพลวัต 2) การร่วมมือ ร่วมใจ (Partnership) ผ่านการส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนภายในอาเซียนและกับประเทศคู่เจรจาและประชาคมโลก 3) ความยั่งยืน (Sustainability) กล่าวคือ การสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ


นอกจากนี้ในระดับอาเซียน ประเทศไทยได้ผลักดันแผนแม่บทอาเซียน พ.ศ. 2568 (ASEAN Enabling Masterplan) เพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน และบูรณาการงานด้านคนพิการเข้าไปมีส่วนร่วมในประชาคมการเมืองความมั่นคงอาเซียน (ASEAN Political-Security Community หรือ APSC) และประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community หรือ AEC) เพื่อให้คนพิการสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในทุกมิติอย่างแท้จริง



สำหรับภายในประเทศไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ มีการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งเป็นกลไกหลักที่สำคัญในการขับเคลื่อนงานด้านการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เน้นให้คนพิการสามารถเข้าถึงสิทธิสวัสดิการอื่นอันเป็นสาธารณะอย่างเท่าเทียม ปราศจากการถูกเลือกปฏิบัติเพราะเหตุแห่งความพิการ ตลอดจนส่งเสริมและสนับสนุนองค์กรเครือข่ายด้านคนพิการให้มีความเข้มแข็ง สอดคล้องกับแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2560 – 2564) ที่ได้กำหนดวิสัยทัศน์ “คนพิการเข้าถึงสิทธิได้จริง ดำรงชีวิตอิสระ ในสังคมอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกันอย่างยั่งยืน” ภายใต้ยุทธศาสตร์แห่งความเท่าเทียม (EQUAL) สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การจัดงานวันคนพิการสากล ประจำปี 2561 ซึ่งจะเน้นถึงการฉายภาพความสำเร็จของการ
อยู่ในสังคมของคนพิการได้อย่างยั่งยืน ผ่านการมีงานทำของคนพิการ ตามมาตรา 33 34 และ 35

ดังนั้น  การที่จะให้เห็นถึงศักยภาพคนพิการอย่างแท้จริง คือการที่คนพิการมีงานทำ ซึ่งมีพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 ในมาตรา 33 34 35 ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้คนพิการมีงานทำ ดำรงชีวิตด้วยตนได้เองอย่างยั่งยืน จึงเกิดแนวคิดว่าการจัดงานคนพิการ ประจำปี 2561 จะเน้นในเรื่องของงานและการจ้างงาน เนื่องจากเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างโอกาสให้กับคนพิการ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานคนพิการอย่างมีศักดิ์ศรีและยั่งยืน เพราะการมีงานทำมีรายได้ เป็นการบ่งบอกถึงการทำหน้าที่ของบุคคลเต็มตามศักยภาพและส่งผลให้บุคคลนั้นมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างภาคภูมิ

ทั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่าย อาทิ องค์กรคนพิการ ๗ ประเภท คณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (ไอชาร์) กระทรวงแรงงาน  สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) องค์กรภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายคนพิการ

กิจกรรมภายในงานแบ่งออกเป็น 3 โซน คือ
1.โซนพิธีการ เป็นรูปแบบเวทีเสวนาเพื่อแลกเปลี่ยนความรูปประสบการณ์ในการมีงานทำของคนพิการไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจ้างงานคนพิการอย่างมีศักดิ์ศรี และยั่งยืน เพื่อมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานด้านคนพิการและปัจจัยความสำเร็จ (Key success) ร่วมกันระหว่างคนพิการ องค์กรคนพิการ ภาคเอกชน และภาครัฐ  เวทีเสวนา ขอนแก่นโมเดล ... เดินหน้าการจ้างงานคนพิการผ่านชุมชน เป็นการยกตัวอย่างในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น เน้นการใช้องค์ความรู้ในการขยายเครือข่ายคนพิการ และผู้ดูแลให้รวมตัวร่วมคิดร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และร่วมทำงานจนพึ่งตนเองและพึ่งพากันเองได้ และเป็นที่ยอมรับของชุมชน มีกระบวนการทำงานที่โดดเด่น สามารถสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม และส่งผลให้เกิดการจ้างงานคนพิการตามมาตรา 33 และ 35 ในหน่วยงานต่าง ๆ และ การทำ Work shop ช่องทางทำกิน "ขนมไทย ทำกินได้ ทำขายรวย" เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการประกอบอาชีพของคนพิการ โดยได้นำครูจากศูนย์พัฒนาศักยภาพและอาชีพคนพิการบ้านทองพูนเผ่าพนัส จ.อุบลราชธานี มาเป็นผู้ฝึกสอนในงานและให้คนพิการได้ทดลองปฏิบัติจริง

2.โซนนิทรรศการ ประกอบด้วย องค์กรคนพิการ ๗ ประเภท สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้าง
เสริมสุขภาพ (สสส.)  สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ  กระทรวงแรงงาน  ภาคเอกชนที่สนับสนุนงานด้านคนพิการดีเด่น และกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ

3. โซนบูธขายผลิตภัณฑ์คนพิการ ผลิตภัณฑ์กลุ่มอาชีพคนพิการ อาทิ เช่น งานศิลปะ งานฝีมือและงานประดิษฐ์เครื่องใช้ งานจักรสาน งานตัดเย็บ งานทอผ้า อาหาร อาหารแปรรูป จำนวนกว่า 150 บูธ


โดยงานจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 3-4 ธันวาคม 2561
เวลา 9.00 – 18. 00 น. ณ อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา

การประชุมคณะทำงานศูนย์ประสานงานชายแดนเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ เกาะสอง – ระนอง ครั้งที่ 13



พันตำรวจโท มาวโทนอู ผู้บังคับการจังหวัดเกาะสอง หัวหน้าคณะทำงานศูนย์ประสานงาน เพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์จังหวัดเกาะสอง แห่งสหภาพเมียนมา และนางสาวอังคณา ใจกิจสุวรรณ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดระนอง ในฐานะประธานคณะทำงานศูนย์ประสานงานชายแดน เพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ไทย-เมียนมา จังหวัดระนอง พร้อมด้วยส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมคณะทำงานศูนย์ประสานงานชายแดน เพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ หรือ BCATIP ของทั้ง 2 ประเทศ ณ ห้องประชุม วิคตอเรีย คลิฟ จังหวัดเกาะสอง ประเทศเมียนมาร์


ทั้งนี้ จังหวัดระนองและจังหวัดเกาะสองได้ริเริ่มจัดการประชุมดังกล่าว ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 12-14 มิถุนายน 2555 และได้เปิดศูนย์ประสานงานจังหวัดระนองและจังหวัดเกาะสอง เมื่อวันที่ 30-31 สิงหาคม 2555 จากนั้น ได้กำหนดการประชุมร่วมกันอย่างต่อเนื่องปีละสองครั้ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดแนวทางการปฏิบัติงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ร่วมกัน ส่งเสริมพัฒนางานคุ้มครอง และส่งกลับผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ รวมถึงผู้ประสบปัญหาสังคมซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยง ตลอดจนช่วยเสริมสร้างสัมพันธภาพระหว่างหน่วยงาน ระนอง-เกาะสอง






จากการประชุมที่ผ่านมา จำนวน 12 ครั้ง คณะทำงานทั้งสองฝ่ายได้มีการประสานความร่วมมือ ในการดำเนินงานป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และการช่วยเหลือผู้เสียหายทั้งในเรื่องการแลกเปลี่ยนข้อมูล เพื่อดำเนินการปราบปรามผู้กระทำผิด การประสานงานเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายและครอบครัว การประสานการรับ-ส่ง ทั้งที่เป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ และขยายความช่วยเหลือถึงผู้ประสบปัญหาสังคมชาวเมียนมาร์ ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการถูกแสวงหาประโยชน์จากการค้ามนุษย์ ฝั่งเกาะสองได้ให้ความสำคัญในการติดตามครอบครัว เตรียมพร้อมในการส่งกลับผู้เสียหาย และผู้ประสบปัญหาทางสังคม กลับภูมิลำเนาอย่างปลอดภัย


ทั้งนี้ คณะทำงานฝั่งระนองได้รับความร่วมมือในการประสานงาน และปฏิบัติงานจากฝั่งเกาะสองอย่างดีมาโดยตลอด

วันจันทร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

ร่วมเฉลิมฉลองพร้อมหน้ากับมื้ออาหารสุดพิเศษในช่วงเทศกาลคริสต์มาส

ณ ห้องอาหารบิสโทรเอ็ม
แมริออท เอ็กเซ็กคิวทีฟ อพาร์ทเมนท์ สุขุมวิท พาร์ค



เทศกาลคริสต์มาสปีนี้ เชฟธีรเทพ ดิษาภิรมย์ หรือ ’เชฟต่อ’ เอ็กเซ็คคิวทีฟเชฟแห่งห้องอาหารบิสโทรเอ็ม โรงแรม แมริออท เอ็กเซ็กคิวทีฟ อพาร์ทเมนท์ สุขุมวิท พาร์ค กรุงเทพฯ ขอเชิญทุกท่านมาร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขด้วยคริสต์มาสบุฟเฟ่ต์สองโปรโมชั่นสุดพิเศษที่มาพร้อมเมนูคลาสสิคที่มีเฉพาะช่วงเทศกาลแห่งความสุขนี้เท่านั้น

มาดื่มด่ำกับบรรยากาศของค่ำคืนวันคริสต์มาสอีฟ พร้อมเพลิดเพลินไปกับอาหารแสนอร่อยหลากหลายรายการในโปรโมชั่นบุฟเฟ่ต์มื้อเย็นวันคริสต์มาสอีฟ ในวันจันทร์ที่ 24 ธันวาคม 2561 ตั้งแต่ 18:30 - 22:00 ราคาเพียงท่านละ 1,500 บาทเน็ท พบกับเมนูพิเศษ อาทิ ไก่งวงอบ, ฮันนี่แฮม, เนื้อเวลลิงตัน ราคานี้รวมเครื่องดื่มซอล์ฟดริ้งค์แบบฟรีโฟลวและไวน์ร้อนท่านละหนึ่งแก้ว ชวนครอบครัวและคนที่คุณรักมาต้อนรับวันคริสต์มาสพร้อมหน้ากับบุฟเฟ่ต์มื้อสายวันคริสต์มาสที่แสนอบอุ่นหัวใจสไตล์ยุโรปดั้งเดิม 

ในวันอังคารที่ 25 ธันวาคม 2561 ตั้งแต่ 12:00 - 14:30 ราคาเพียงท่านละ 1,200 บาทเน็ท พบกับเมนูไฮไลท์สุดพิเศษ  อาทิ ขาแกะอบ, แซลมอนอบเกลือ, คริสต์มาสพุดดิ้ง 
ราคานี้รวมเครื่องดื่มซอล์ฟดริ้งค์แบบฟรีโฟลวและเฟสทีฟม็อคเทล ท่านละหนึ่งแก้ว 

พิเศษ! รับส่วนลด 20% ทันที เมื่อสำรองที่นั่งกับทางโรงแรมก่อนวันที่ 15 ธันวาคม 2561 

สอบถามข้อมูลหรือสำรองที่นั่ง ติดต่อ +66 (0) 2302 5555 หรือติดตามข่าวสาร 
และโปรโมชั่นของทางโรงแรมได้ที่
www.facebook.com/marriottsukhumvitpark

“Thailand Halal Assembly 2018” ฉลอง 20 ปี มาตรฐานฮาลาลไทย ยิ่งใหญ่กว่าทุกปี

“Thailand Halal Assembly 2018” 
ภายใต้แนวคิด “บูรณาการฮาลาลแม่นยำ ยุคเศรษฐกิจฐานชีวภาพ”  เพื่อยกระดับกิจการฮาลาลไทยสู่ยุคสมัยแห่งการฮาลาลแม่นยำ

รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


รวมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 20 ปีของมาตรฐานฮาลาลไทย สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ร่วมกับสถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย  (สมฮท.) และ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ศวฮ.) พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดการประชุมวิชาการและการแสดงสินค้านานาชาติ “THAILAND HALAL ASSEMBLY 2018” ขึ้นเป็นปีที่ 5 ภายใต้แนวคิด “บูรณาการฮาลาลแม่นยำ ยุคเศรษฐกิจฐานชีวภาพ” เพื่อส่งเสริมให้กิจการฮาลาลประเทศไทยพัฒนาสู่ยุคสมัยแห่งการฮาลาลแม่นยำ เป็นที่ยอมรับในระดับสากล





รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประธานจัดงาน Thailand Halal Assembly 2018 กล่าวว่า ในเวลานี้ งานประชุมวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลนานาชาติที่นับว่าดีที่สุดคืองาน “Thailand Halal Assembly” หรือ THA สิ่งนี้ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ศวฮ.) ในฐานะเจ้าภาพหลักร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย (สกอท.) มิได้กล่าวอ้าง แต่เป็นหลายฝ่ายโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สถาบันมาตรฐานและมาตรวิทยาเพื่อประเทศอิสลาม (Standard and Metrology Institute for Islamic Country) หรือ SMIIC ได้กล่าวไว้ ซึ่งการจัดการประชุมวิชาการและการแสดงสินค้านานาชาติ “Thailand Halal Assembly 2518” หรือ THA 2018 ปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 5 ระหว่างวันที่ 14 – 16 ธันวาคม 2561 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) กรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิด “Precision Halalization in The Bioeconomy Era” หรือ “บูรณาการฮาลาลแม่นยำในยุคเศรษฐกิจชีวภาพ” คำว่า การฮาลาลแม่นยำ หรือ Precision Halalization เป็นการสื่อให้ทุกฝ่ายได้รับทราบว่ากิจการฮาลาลประเทศไทยกำลังพัฒนาสู่ยุคสมัยแห่งการฮาลาลแม่นยำ เช่นเดียวกับยุคการแพทย์แม่นยำ (Precision medicine) และการเพาะปลูกแม่นยำ (Precision farming) ที่ได้รับการกล่าวขานกันก่อนหน้านี้



การบูรณาการฮาลาลแม่นยำ เป็นความพยายามของประเทศไทยในการผสมผสานเทคโนโลยีเพื่อการรับรองฮาลาล ไม่ว่าจะการตรวจทางห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ฮาลาลโดยนำระบบ H-number ที่พัฒนาขึ้นใหม่เข้ามาใช้ เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมอาหารสามารถเลือกวัตถุดิบฮาลาลอได้อย่างถูกต้อง ไม่จำเป็นต้องตรวจการปนเปื้อนในวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์อีกต่อไป และเลือกใช้ห้องปฏิบัติการเฉพาะที่จำเป็น ในระบบการมาตรฐานฮาลาลมีการพัฒนาระบบ HAL-Q Plus เพื่อให้การดำเนินงานการมาตรฐานฮาลาลเป็นไปอย่างจำเพาะโดยใช้เวลาสั้น และเลือกทำเฉพาะโรงงานอุตสาหกรรมที่เสี่ยงต่อการปนเปื้อนหะรอมเท่านั้น



นอกจากระบบห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ฮาลาลและระบบการมาตรฐานฮาลาลที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นการใหญ่แล้วนั้น อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญเช่นเดียวกันก็คือ “มาตรฐานและมาตรวิทยา” ซึ่งทาง SMIIC
ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง สถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย (สมฮท.) ซึ่งจะเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 20 ปีของมาตรฐานฮาลาลประเทศไทยในงาน THA 2018 ครั้งนี้ จะร่วมกับ ศวฮ.เพื่อพัฒนามาตรฐานฮาลาลใหม่ๆ ให้กับประเทศไทยอย่างน้อย 5 - 6 มาตรฐาน เพื่อให้ครอบคลุมการดำเนินงานฮาลาลในทุกๆ ด้าน เพราะการใช้มาตรฐานฮาลาลที่ถูกต้องมีส่วนสำคัญในการพัฒนางานบูรณาการฮาลาลแม่นยำนั้นเอง

0hjl


โดยภายในงาน THA 2018 ประกอบด้วยงานประชุมวิชาการนานาชาติ ด้านวิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรม และธุรกิจฮาลาล (HASIB) ครั้งที่ 11, การประชุมองค์กรรับรองฮาลาลนานาชาติ ครั้งที่ 5, นิทรรศการเฉลิมฉลอง 20 ปี มาตรฐานฮาลาลไทย, การจับคู่เจรจาทางธุรกิจฮาลาล, การเสวนาในหัวข้อต่างๆ และงาน Thailand International Halal Expo 2018 หรือ THIHEX 2018 เป็นงานแสดงสินค้าผลิตภัณฑ์และบริการฮาลาลทั้งไทยและต่างประเทศมากกว่า 350 บูท หลากหลายประเภทสินค้า ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นอีกครั้งที่ ศวฮ.ตั้งใจจะยกระดับงาน HASIB โดยยกขึ้นสู่ระดับงาน International Halal Science and Technology Conference เรียกสั้นๆ ว่า IHSATEC 2018 เป็นการประกาศความเป็นหนึ่งทางด้านการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฮาลาลนานาชาติให้สมกับที่ทุกฝ่ายคาดหวัง เมื่อจะต้องพัฒนาจำเป็นต้องพัฒนากันไปไม่มีวันสิ้นสุด ทั้ง ศวฮ.ทั้ง สกอท.และ สมฮท.มุ่งมั่นกันไว้อย่างนั้น รศ.ดร.วินัย กล่าวปิดท้าย

วาโก้ โมชั่น แวร์ เชิญชวนร่วมเดิน – วิ่งการกุศล ณ เขื่อนภูมิพล จ.ตาก 2 ธันวาคม นี้

กิจกรรมเดิน – วิ่งการกุศล
“Wacoal Motion Run Against  Breast Cancer”




ผลิตภัณฑ์วาโก้ โมชั่น แวร์ (Wacoal Motion Wear) ร่วมกับ โครงการ วาโก้โบว์ชมพู สู้มะเร็งเต้านม จัดกิจกรรมเดิน – วิ่งการกุศล “Wacoal Motion Run Against  Breast Cancer” รวม 3 สนาม     3 จังหวัด ได้แก่ สนามแรก ณ เขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี สนามที่ 2 ณ เขื่อนภูมิพล จ.ตาก และสนามสุดท้าย ณ เขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น


เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนเสริมสร้างสุขภาพดี ด้วยการออกกำลังกายป้องกันโรคร้าย โดยเฉพาะโรคมะเร็งเต้านมซึ่งเป็นภัยร้ายอันดับ 1 ของมะเร็งในสตรีไทย รายได้ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่าย นำไปสมทบทุนโครงการดูแลรักษาผู้ป่วยมะเร็งเต้านมยากไร้ ภายใต้การดูแลของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ และโรงพยาบาลมะเร็งภูมิภาค ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี ชลบุรี ลพบุรี ลำปาง อุบลราชธานี อุดรธานี และสุราษฏร์ธานี รวมทั้งสิ้น 8 แห่งทั่วประเทศ


จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมเป็นผู้ให้ ด้วยการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมเดิน – วิ่งการกุศล “Wacoal Motion Run Against  Breast Cancer” สนามที่ 2 ในวันอาทิตย์ที่ 2 ธันวาคม 2561 ณ เขื่อนภูมิพล จ.ตาก โดยรับสมัครตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน 2561 ผู้สนใจ สามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ทาง https://race.thai.run/wm-run-against-breast-cancer-2 และ https://www.ticketmelon.com/wacoal/suratthani ทั้งนี้ สามารถสมัครได้ที่หน้างาน ในวันที่ 2 ธันวาคม 2561 เวลา 04.00 น. ณ เชิงสะพานปิงพิพรรธน์ (ด้านหลังที่ทำการเขื่อนภูมิพล) โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ Fun Run 5 กม. ค่าสมัครท่านละ 400 บาท,  Mini Marathon 10.55 กม. ค่าสมัครท่านละ 500 บาท และ Half Marathon 21.1 กม. ค่าสมัคร ท่านละ 600 บาท

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Facebook : Wacoal Motion Run Against  Breast Cancer

“He For She : ปรับพฤติกรรม เปลี่ยนความคิด ยุติความรุนแรง



เช้าวันนี้ (26 พ.ย. 61) เวลา 08.30 น. ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพฯ  พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) พร้อมด้วยนายปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) และนายเลิศปัญญา บูรณบัณฑิต อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว นำคณะข้าราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เข้าติดริบบิ้นขาวแก่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี เพื่อรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี บุคคลในครอบครัว และความรุนแรงในสังคมทุกรูปแบบ ภายใต้แนวคิด “He For She : ปรับพฤติกรรม เปลี่ยนความคิด ยุติความรุนแรง” 





 

เพื่อสร้างกระแสสังคมให้เกิดความตระหนักและตื่นตัวต่อปัญหาความรุนแรง อันนำไปสู่การรวมพลัง
ของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนในการยุติความรุนแรงต่อเด็ก  สตรี บุคคลในครอบครัว และความรุนแรงในสังคมทุกรูปแบบ