แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การท่องเที่ยว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การท่องเที่ยว แสดงบทความทั้งหมด

24 กันยายน 2569

AMAZING THAILAND PATTAYA MARATHON 2026 นักวิ่งแห่รับอุปกรณ์คึกคัก ผู้จัดยืนยันจัดงานตามกำหนดการเดิม

พัทยา, ชลบุรี 24 กันยายน 2569: คณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ ขอต้อนรับเหล่านักวิ่งชาวต่างชาติและชาวไทยจาก 58 ประเทศทั่วโลก จำนวน 21,727 คน เข้าสู่สัปดาห์แข่งขันของมหกรรมวิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งภาคตะวันออก รายการ "AMAZING THAILAND PATTAYA MARATHON 2026 Presented by MAMA" ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 26-27 กันยายน 2569 โดยมีจุดปล่อยตัวและเส้นชัย ณ วงเวียนโลมา ถนนพัทยาเหนือ เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี

วันนี้ (พฤหัสบดีที่ 24 กันยายน 69) เป็นวันแรกที่เปิดให้นักวิ่งรับเบอร์และอุปกรณ์แข่งขัน ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้จัดพื้นที่บริเวณลานอเนกประสงค์ของศูนย์การค้า เทอร์มินอล 21 พัทยา เป็นงาน Expo ที่จะมีผู้ประกอบการต่างๆ มาร่วมออกบูธกว่า 70 ร้านค้า บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก นักวิ่งทุกระยะเข้ามารับเบอร์และอุปกรณ์วิ่งอย่างคับคั่ง




ในการนี้ คณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ ได้รับรายงานจากกรมอุตุนิยมฯ แจ้งเตือนว่าจะมีฝนตกอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน คณะกรรมการฯ จึงขอแนะนำให้ทุกท่าน โปรดเตรียมตัวในการเดินทางมารับเบอร์-อุปกรณ์แข่งขัน ณ เทอร์มินอล 21 พัทยา แต่เนิ่น ๆ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการช่วยลดความแออัดของจำนวนผู้มารับเบอร์แข่งขัน-อุปกรณ์แข่งขันในกรณีที่ฝนตก

คณะกรรมการฯ ยืนยันการจัดงานตามกำหนดการเดิม และจะติดตามสถานการณ์ฝนตกอย่างต่อเนื่อง ขอให้ท่านนักวิ่งและผู้ติดตามทุกท่านติดตามข่าวสารจากทาง เพจ Pattaya Marathon อย่างใกล้ชิดจนถึงวัน-เวลาที่แข่งขัน และเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โปรดเข้าร่วมกลุ่ม LINE ของการแข่งขัน ตามลิงค์นี้: Link: https://lin.ee/0RGo3O6   หรือ  LINE ID: @pattayamarathon




การแข่งขันในรายการ AMAZING THAILAND PATTAYA MARATHON 2026 presented by MAMA จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 33 มีผู้เข้าร่วมการแข่งขันจำนวน 21,727 คน รวมผู้ติดตามเป็นจำนวน 39,323 คน คณะกรรมการจัดงานฯ ใช้อาสาสมัครและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นจำนวน 4,500 อัตรา คาดว่าจะก่อให้เกิดรายได้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวทั้งทางตรง และทางอ้อมมากกว่า 288 ล้านบาท โดยการแข่งขันแบ่งเป็น 4 ระยะ คือ ระยะมาราธอน 42.195 กม. ปล่อยตัวเวลา 03.30 น. สิ้นสุดการแข่งขันเวลา 10.30 น. มีจำนวนผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด 2,983 คน ระยะฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กม. ปล่อยตัวเวลา 05.10 น. สิ้นสุดการแข่งขันเวลา 08.40 น. มีจำนวนผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด 7,780 คน ในวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 69 ส่วนระยะ 10 กม. ปล่อยตัวเวลา 05.45 น.จำนวน 7,999 คน และระยะ 4.5 กม. จำนวน 2,965 คน จะปล่อยตัวเวลา 06.25 น. (วีลแชร์) และเวลา 06.30 น. (วิ่งแฟมิลี่รัน) ในวันเสาร์ที่ 26 กันยายน 69 สิ้นสุดการแข่งขันเวลา 08:00 น. โดยจุดปล่อยตัวและเส้นชัย ณ วงเวียนปลาโลมา ถนนพัทยาเหนือ หน้าศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา จัดโดยเมืองพัทยา ร่วมกับ จังหวัดชลบุรี, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, การกีฬาแห่งประเทศไทย, สมาคมกรีฑาโลก, ตำรวจภูธรภาค 2 และไทยแลนด์ไตรลีก


สนับสนุนโดย มาม่า, โตโยต้า, เครื่องดื่มเกลือแร่สปอนเซอร์, หลักทรัพย์บัวหลวง, ผลิตภัณฑ์น้ำมันมวย, ผลิตภัณฑ์คอร์ นิวทริชั่น, อีโก้สปอร์ต, เทอร์มินอล 21 พัทยา, โรงแรมดุสิตธานี พัทยา ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง www.pattayamarathon.go.th หรือทางเฟสบุ๊ค: Pattaya Marathon

ผู้ว่าฯ ชลควงนายกเมืองพัทยาไม่หวั่นฝน ประกาศพัทยามาราธอน 26 เดินหน้าเต็มสูบ

ยืนยันไม่เลื่อน ผู้จัดเผยนักวิ่งเรือนหมื่นทยอยเดินทางเข้าที่พักแล้ววันนี้

วันที่ 24 กันยายน 2569 ณ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วยนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา            นายเกียรติศักดิ์ ศรีวงษ์ชัย ปลัดเมืองพัทยา และคณะกรรมการจัดการแข่งขันมาราธอนระดับโลก รายการ    “อะเมซิ่งไทยแลนด์ พัทยามาราธอน 2026 บาย มาม่า” พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ภายในเมืองพัทยา อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เพื่อตรวจสอบความพร้อมในการเตรียมการจัดการแข่งขันฯ ในโค้งสุดท้าย โดยมีผู้แทนของสมาคมกรีฑาโลก มร.จัน คอร์กมาซโอกลู ชาวตุรกี ร่วมสังเกตการณ์และให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด พร้อมด้วยคุณเบญจมาศ แสงอร่าม อดีตนักเทนนิสทีมชาติชื่อดัง ซึ่งปัจจุบันผันตัวมาเป็นออแกไนซ์งานวิ่งเบอร์หนึ่งของประเทศ ในนามไทยแลนด์ไตรลีก


ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และนายกเมืองพัทยา ได้มีความกังวลถึงสถานการณ์อากาศแปรปรวน เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงเคลื่อนผ่านภาคตะวันออก ในช่วงวันที่ 24-27 กันยายน 2569 ซึ่งทำให้พื้นที่ในเขตเมืองพัทยา และพื้นที่โดยรอบ ภายในจังหวัดชลบุรี เกิดน้ำท่วมฉับพลัน ตลอดทั้งวัน ของเมื่อวานนี้ (23 ก.ย.) โดยผู้ว่าฯ ชลบุรี เผยว่า “ตนได้รับแจ้งจากกระทรวงฯ และกรมอุตุนิยมฯ เรื่องสภาพอากาศที่แปรปรวนในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งจะเกิดฝนตกต่อเนื่อง จนอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในบางพื้นที่ของจังหวัดชลบุรีได้ โดยขอให้ตนแจ้งเตือนหน่วยงานทุกภาคส่วนให้เพิ่มความระมัดระวังและวางแผนการเดินทางให้รัดกุม ไม่เกิดอุบัติเหตุใดๆ อีกทั้งประกอบกับในช่วงเวลาดังกล่าว เมืองพัทยาจะมีการงานวิ่งมาราธอนระดับโลก “พัทยามาราธอน 2026” ขึ้น มีผู้สมัครเข้าแข่งขันเต็มจำนวนถึง 21,727 คน ซึ่งหากรวมกับผู้ติดตามและครอบครัวของ นักวิ่งจากทั่วโลก แล้วจะมีจำนวนรวมถึง 50,000 คน มาพักค้างพักแรมในเมืองพัทยาติดต่อกันหลายวัน”

“ตนจึงถือโอกาสมาตรวจความเสียหายในเขตพื้นที่ของเมืองพัทยาจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักตลอดทั้งวันเมื่อวานนี้ และถือโอกาสเข้าไปทักทายนักท่องเที่ยวและนักวิ่งจากทั่วโลกจำนวนมาก ที่เริ่มทยอยเดินทางมาเข้าพักที่เมืองพัทยา เพื่อเข้าร่วมแข่งขันพัทยามาราธอนในครั้งนี้อีกด้วย”

“จากการสังเกตุการณ์ในภาพรวม ตนมีความพอใจในการเตรียมตัวเป็นเจ้าภาพจัดงานพัทยามาราธอนในครั้งนี้ของเมืองพัทยาเป็นอย่างมาก เพราะถือว่ามีความพร้อมสูง ถึงแม้จะมีระยะเวลาในการเตรียมตัวไม่นาน แต่เมืองพัทยาได้ทีมงานออแกไนซ์มืออาชีพ และผู้แทนของสมาคมกรีฑาโลกมาให้คำปรึกษา ทำให้ภาพโดยรวมของการจัดงานออกมาดูดี มีความเป็นสากล ระดับมาตรฐานโลก และมีอัตลักษณ์เป็นของตัวเองสูง”


ด้านนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า “จากการเดินทางมาตรวจสถานที่แข่งขันของท่านผู้ว่าฯ ชลบุรี ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการแข่งขันจะเริ่มขึ้นในวันเสาร์ที่ 26 ก.ย. 69 เวลา 05:30-08:30 น. และวันอาทิตย์ที่ 27 ก.ย. 69 เวลา 03:30-10:30 น. นี้ ตนได้หารือถึงความพร้อมในด้านการรับมือของผลกระทบหากสภาพอากาศแปรปรวนที่อาจเกิดขึ้นได้ในช่วงก่อนการแข่งขัน อาทิ พายุฝน ลมกรรโชก หรือน้ำท่วมในเส้นทางแข่งขัน เป็นต้น ซึ่งได้ข้อสรุปจากทุกฝ่ายที่ร่วมหารือกัน ทั้งผู้แทนจากสมาคมกรีฑาโลก ผู้อำนวยการจัดงานจากไทยแลนด์ไตรลีก และหน่วยงานต่างๆ ที่ร่วมเป็นเจ้าภาพในฐานะคณะกรรมการอำนวยการจัดการแข่งขันฯ โดยทุกฝ่ายได้ให้ความเห็นตรงกันให้เดินหน้าจัดงานแบบเต็มร้อย ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ จะเฝ้าติดตามสถานการณ์ต่างๆ อย่างใกล้ชิด โดยจัดให้มีแผนรองรับอย่างรัดกุมภายใต้การดูแลของผู้แทนจากสมาคมกรีฑาโลก ไทยแลนด์ไตรลีก กองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 2 สภ.เมืองพัทยา และหน่วยงานภายในของเมืองพัทยาต่อไป” พ่อเมืองพัทยา กล่าวทิ้งท้าย

อนึ่ง การจัดการแข่งขันวิ่งมาราธอน รายการ “อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ พัทยามาราธอน 2026 บาย มาม่า” เป็นมหกรรมวิ่งมาราธอนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 33 โดยในครั้งนี้ มีการยกระดับมาตรฐานการจัดงานสู่มาราธอนระดับชั้นนำของทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีนักวิ่งสมัครเข้าร่วมวิ่งเป็นจำนวน 21,727 คน จาก 58 ประเทศทั่วโลก (มากเป็นอันดับที่ 3 ของประเทศ รองจากงาน Amazing Thailand Marathon กรุงเทพมหานคร และ Buriram Marathon จังหวัดบุรีรัมย์) กำหนดจัดงาน 2 วัน คือวันเสาร์ที่ 26 ก.ย. 69 สำหรับระยะ 10 ก.ม. / 4.5 ก.ม. และวันอาทิตย์ที่ 27 ก.ย. 69 สำหรับระยะ 42.195 ก.ม. และ 21.1 ก.ม. 





การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดว่าจะทำรายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจท่องเที่ยวของเมืองพัทยา และพื้นที่ใกล้เคียงในจังหวัดชลบุรี มากกว่า 288 ล้านบาท ดำเนินการจัดงานโดยไทยแลนด์ไตรลีก ออแกไนซ์งานวิ่งระดับโลก ที่มี “น้องเบญ” เบญจมาศ แสงอร่าม อดีตนักเทนนิสทีมชาติไทยชุดโอลิมปิกเป็นหัวเรือใหญ่

23 กันยายน 2569

ททท. นัดรวมพลอินฟลูเอ็นเซอร์ท่องเที่ยวไทย ในงาน Amazing Thailand Meet the Influencers 2026


ททท. นัดรวมพลอินฟลูเอ็นเซอร์ท่องเที่ยวไทย ในงาน “Amazing Thailand : Meet the Influencers 2026 @Udonthani” เจาะลึกเสน่ห์เที่ยวไทยมุมใหม่ พร้อมชวนสัมผัสมหกรรมพืชสวนโลก เดือนพฤศจิกายนนี้

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดกิจกรรม “Amazing Thailand : Meet the Influencers 2026 @Udonthani” ระหว่างวันที่ 19–22 กันยายน 2569 ณ จังหวัดอุดรธานี นำคณะอินฟลูเอนเซอร์ 69 ราย ร่วมเปิดประสบการณ์และเจาะลึกเสน่ห์อุดรธานี–หนองคาย ผ่านมิติอาหาร วัฒนธรรม วิถีชีวิต งานคราฟต์ และธรรมชาติ พร้อมพบปะเครือข่ายผู้ประกอบการในพื้นที่ในกิจกรรม Speed Dating และลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์การจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2569- มีนาคม 2570 และสำรวจเส้นทางท่องเที่ยว 3 เส้นทางในจังหวัดอุดรธานีและหนองคาย หวังใช้พลังของอินฟลูเอ็นเซอร์ถ่ายทอดเรื่องราวจากพื้นที่ สร้างแรงบันดาลใจและกระตุ้นการเดินทางสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 

นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าวว่า การจัดกิจกรรม “Amazing Thailand : Meet the Influencers 2026 @Udonthani” ในครั้งนี้ มุ่งสร้างและกระชับความสัมพันธ์ระหว่าง ททท. กับ อินฟลูเอ็นเซอร์ด้านการท่องเที่ยว พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างเครือข่าย และต่อยอดความร่วมมือระหว่าง Influencer และผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว โดย ททท. ให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับพันธมิตรทั้งในและนอกอุตสาหกรรมภายใต้แนวทาง Partnership 360 องศา เพื่อร่วมกันนำเสนอศักยภาพและสินค้าท่องเที่ยวของจังหวัดอุดรธานีและพื้นที่เชื่อมโยง ตลอดจนประชาสัมพันธ์ความพร้อมของ มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี ก่อนเปิดงานในเดือนพฤศจิกายน 2569

โดยอินฟลูเอ็นเซอร์ด้านการท่องเที่ยวถือเป็นพลังสำคัญในการถ่ายทอดเรื่องราวและประสบการณ์จากพื้นที่ไปสู่ผู้คนในวงกว้าง สร้างแรงบันดาลใจและเปลี่ยนเรื่องราวเหล่านั้นให้กลายเป็นเหตุผลในการออกเดินทาง อันจะช่วยกระตุ้นการเดินทางและกระจายรายได้สู่ชุมชนและพื้นที่ต่าง ๆ อย่างทั่วถึงต่อไป




กิจกรรมครั้งนี้เริ่มต้นด้วยกิจกรรม “เลาะอุดร” ต่อด้วยเวที “Meet & Share” ในวันที่ 19 กันยายน 2569 ภายใต้แนวคิด “Awaken Udon: ปั้น Roots สร้าง Reach” พื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมองระหว่าง ททท. และอินฟลูเอ็นเซอร์ เพื่อชวนมองอุดรธานีให้ลึกไปกว่าแหล่งท่องเที่ยว โดยหยิบยกทุนทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นประสบการณ์การท่องเที่ยวที่สร้างคุณค่าและมูลค่าให้กับพื้นที่ โดยเวทีดังกล่าวได้รับเกียรติจากนายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าวเปิดกิจกรรมฯ นางสาวเด่นเดือน เหลืองเช็ง ผู้อำนวยการฝ่ายโฆษณาและประชาสัมพันธ์ ททท. พร้อมด้วยนางสาวกนกวรรณ ดุงศรีแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. อุดรธานี และนายสุภกฤต กาแก้วมิตะมาน (เบียร์) ผู้ริเริ่มกลุ่ม “จุ้ม•บ้านเชียง” กลุ่มคนรุ่นใหม่ในจังหวัดอุดรธานีที่รวมตัวกันพัฒนาและออกแบบชุมชนมรดกโลกบ้านเชียงในมุมมองใหม่ ร่วมพูดคุยถ่ายทอดทิศทางการส่งเสริมการท่องเที่ยว ประสบการณ์และแลกเปลี่ยนแนวคิดในการนำต้นทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างเรื่องราวและประสบการณ์ใหม่ให้กับนักท่องเที่ยว 

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม Speed Dating โดยเชิญพันธมิตรภาคเอกชนในพื้นที่ ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร และแหล่งท่องเที่ยว จำนวน 25 หน่วยงาน ร่วมพบปะกับอินฟลูเอ็นเซอร์ เพื่อสร้างความสัมพันธ์เครือข่าย แลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการท่องเที่ยวและสร้างโอกาสทางธุรกิจร่วมกัน ทั้งนี้ ททท. มุ่งขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยภายใต้แนวคิด “Value Over Volume” ที่มุ่งสร้างคุณค่าควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างสมดุลและยั่งยืน พร้อมสื่อสารผ่านแคมเปญ “365 ไทยเที่ยวไทย เที่ยวได้ทั้งปี” และนำเสนอ “เติมเมืองไทย...ให้ใจได้ฮีล” เป็นหนึ่งใน Key Message สื่อสารภายใต้แคมเปญ “สุขทันที ที่เที่ยวไทย” ที่มุ่งกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว สร้างแรงบันดาลใจและขยายฐานนักท่องเที่ยวไทย

ตลอดจนการเปิดตัวคาแรกเตอร์  “น้องสุขใจ” และ “น้องรักยิ้ม” ภายใต้แนวคิด Character Economy เพื่อเป็นตัวแทนในการถ่ายทอดเสน่ห์ของประเทศไทยและสร้างความผูกพันกับนักท่องเที่ยวในทุกช่วงของการเดินทาง ขณะเดียวกันยังมุ่งยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่ประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีคุณค่าและมูลค่าเพิ่ม ผ่านการพัฒนา Signature Destination เชื่อมโยงเครือข่าย UNESCO Thailand Network และส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน ตลอดจนผลักดันเทศกาลและประเพณีอัตลักษณ์ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือสู่ระดับนานาชาติ อาทิ แห่เทียนพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี ไหลเรือไฟ จังหวัดนครพนม และแห่ดาวคริสต์มาส จังหวัดสกลนคร 




สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ คณะอินฟลูเอ็นเซอร์จะได้เข้าร่วม Press Tour ณ พื้นที่จัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี บริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ในวันที่ 20 กันยายน 2569 เพื่อสัมผัสบรรยากาศและความพร้อมของพื้นที่จัดงาน ตลอดจนร่วมประชาสัมพันธ์มหกรรมพืชสวนโลกฯ ซึ่งมีกำหนดเปิดในเดือนพฤศจิกายน 2569 ก่อนเดินทางสำรวจเส้นทางและสินค้าท่องเที่ยวในจังหวัดอุดรธานีและหนองคาย ระหว่างวันที่ 21–22 กันยายน 2569 ผ่าน 3 เส้นทางหลัก ได้แก่ เส้นทางสายอาหารและวิถีลุ่มน้ำโขง เส้นทางวัฒนธรรม มรดกโลก และงานคราฟต์ ครอบคลุมแหล่งมรดกโลกบ้านเชียงและภูพระบาท และ เส้นทางธรรมชาติและการผจญภัย จากภูพระบาทสู่หมู่บ้านคีรีวงกตและถ้ำดินเพียง เพื่อเปิดมุมมองใหม่ของพื้นที่ผ่านเรื่องราว ผู้คน อัตลักษณ์ และประสบการณ์ท่องเที่ยวที่หลากหลาย


ททท. เชื่อมั่นว่า การเปิดโอกาสให้ Influencer ได้สัมผัสประสบการณ์จริงจากพื้นที่ จะช่วยให้สามารถนำเรื่องราวและมุมมองที่เกิดขึ้นจากการเดินทางไปถ่ายทอดต่อในรูปแบบที่เข้าถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังช่วยขยายการรับรู้ศักยภาพของจังหวัดอุดรธานีในมิติที่หลากหลาย ตอกย้ำศักยภาพของภาคตะวันออกเฉียงเหนือในฐานะ New Destination ที่มีทั้งทุนทางวัฒนธรรม ธรรมชาติ อาหาร วิถีชีวิต และประสบการณ์ที่พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาสัมผัสด้วยตนเอง อันจะนำไปสู่การกระจายรายได้ สร้างคุณค่าให้กับท้องถิ่น และขับเคลื่อนการท่องเที่ยวให้เติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืนได้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป


อุดรธานี พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก ททท. เดินหน้าสร้างเครือข่ายท่องเที่ยว
#wefiethailand #toptotravel #Meetthelnfluencer2026
#AmazingThailand #สุขทันทีที่เที่ยวไทย #เลาะอุดร

22 กันยายน 2569

The Heritage Chiang Rai ชวนสัมผัส “Work & Relax in One Place” เปลี่ยนวันทำงานให้เป็นวันพักผ่อน


โรงแรมเฮอริเทจ เชียงราย แอนด์ คอนเวนชั่น ชวนคนทำงานยุคใหม่สัมผัสประสบการณ์ “Work & Relax in One Place” ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ Workation ที่ผสานการทำงานและการพักผ่อนเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ท่ามกลางบรรยากาศผ่อนคลายของจังหวัดเชียงราย

เมื่อรูปแบบการทำงานในปัจจุบันมีความยืดหยุ่นมากขึ้น การทำงานจึงไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่เพียงในออฟฟิศ The Heritage Chiang Rai Hotel and Convention พร้อมเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการประชุมออนไลน์ ตอบอีเมล วางแผนงาน หรือใช้เวลาส่วนตัวเพื่อพักผ่อนและเติมพลังให้กับตัวเอง



ด้วยพื้นที่และบรรยากาศที่เอื้อต่อทั้งการทำงานและการพักผ่อน ผู้เข้าพักสามารถจัดสรรช่วงเวลาในแต่ละวันได้อย่างสมดุล ทำงานได้อย่างเต็มที่ พร้อมใช้เวลาว่างสัมผัสบรรยากาศสบาย ๆ ของเชียงรายได้ในทริปเดียวเพราะ Workation ที่ดีไม่ใช่เพียงการ “ทำงานนอกออฟฟิศ” แต่คือการสร้างสมดุลระหว่างการทำงาน การพักผ่อน และการใช้ชีวิต ภายใต้แนวคิด “Work well. Stay well. Live well.”

สัมผัสอีกมุมของการทำงานและการพักผ่อนได้ที่ The Heritage Chiang Rai Hotel and Convention
จังหวัดเชียงราย

สอบถามรายละเอียดและสำรองห้องพัก โทร. 052-055-888
LINE ID: @335tkcsv
www.heritagechiangrai.com

08 กันยายน 2569

“Hello Again” เที่ยวเลยให้หายคิดถึง โรงแรมฟอร์จูน ดี เลย ชวนแพ็กกระเป๋ากลับมาเช็กอินเมืองเลย

“Hello Again” เที่ยวเลยให้หายคิดถึง โรงแรมฟอร์จูน ดี เลย ชวนแพ็กกระเป๋ากลับมาเช็กอินเมืองเลย เสิร์ฟห้องพัก 699 บาท พร้อม Mini Breakfast

8 กันยายน 2569 – โรงแรมฟอร์จูน ดี เลย ในเครือฟอร์จูน โฮเทล กรุ๊ป บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) ชวนเช็กอินเมืองเลย เมื่อปลายฝนเริ่มส่งสัญญาณเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว จังหวัดเลยกลับมาเป็นหนึ่งในจุดหมายที่น่าแพ็กกระเป๋าออกเดินทางอีกครั้ง ทั้งธรรมชาติ ภูเขา คาเฟ่ และเสน่ห์ของเมืองที่เหมาะกับการพักใจในวันสบาย ๆ โรงแรมฟอร์จูน ดี เลย (Fortune D Loei) เปิดตัวโปรโมชั่น “Hello Again!” เที่ยวเลยให้หายคิดถึง ชวนคนรักการเดินทางกลับมาเช็กอินเมืองเลยอีกครั้ง กับห้องพัก Superior Room ราคา 699 บาทต่อคืน พร้อม Mini Breakfast จองและเข้าพักได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ตุลาคม 2569




“Hello Again!” จับจังหวะการเดินทางช่วงปลายฝนต้นหนาว ช่วงเวลาที่เมืองเลยเริ่มกลับมาคึกคักและมีเสน่ห์เฉพาะตัว เหมาะกับทั้งทริปพักผ่อนสั้น ๆ ในวันหยุด การออกไปสัมผัสธรรมชาติ เที่ยวคาเฟ่ หรือเดินทางมาทำธุรกิจ โดย Fortune D Loei เป็นหนึ่งในหมุดหมายที่พักที่ช่วยให้การวางแผนทริปง่ายขึ้น ด้วยทำเลที่สะดวก ห้องพักที่ตอบโจทย์การพักผ่อน และราคาที่เข้าถึงง่าย

ภายใต้โปรโมชั่นนี้ ผู้เข้าพักสามารถเลือกพัก Superior Room ในราคา 699 บาทต่อคืน พร้อม Mini Breakfast เพื่อเติมพลังก่อนออกไปใช้เวลาตลอดวันกับเมืองเลย เหมาะกับนักเดินทางที่มองหาที่พักคุ้มค่า คล่องตัว และพร้อมเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการออกไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ รอบเมือง
โปรโมชั่น “Hello Again!” เปิดให้จองและเข้าพักตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ตุลาคม 2569 จำนวนห้องพักในราคาพิเศษมีจำนวนจำกัด และเป็นไปตามเงื่อนไขที่โรงแรมกำหนด



สำรองห้องพักและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโรงแรมฟอร์จูน ดี เลยโทร. 042 036 630-35Line Official Account: @fortunedloei

28 สิงหาคม 2569

กรมการท่องเที่ยว ครบรอบวันสถาปนา 24 ปี เดินหน้าสร้างการท่องเที่ยวไทยคุณภาพ ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัลและความยั่งยืน


กรมการท่องเที่ยวจัดงานวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 24 ปี สะท้อนบทบาทการวางรากฐานและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย พร้อมเดินหน้าการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล ยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยว และส่งเสริมการเติบโตอย่างรับผิดชอบและยั่งยืน

วันที่ 28 สิงหาคม 2569 กรมการท่องเที่ยวจัดงานวันคล้ายวันสถาปนากรมการท่องเที่ยว ครบรอบ 24 ปี ณ กรมการท่องเที่ยว ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 อาคารซี โดยได้รับเกียรติจากนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธาน พร้อมด้วย นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว ผู้บริหารกรมการท่องเที่ยว อดีตผู้บริหาร ผู้แทนส่วนราชการ ภาคีเครือข่าย บุคลากรกรมการท่องเที่ยว สื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมงาน


นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวว่า การครบรอบ 24 ปี ถือเป็นโอกาสสำคัญและเป็นวันแห่งความภาคภูมิใจของบุคลากรกรมการท่องเที่ยว ตลอดระยะเวลากว่าสองทศวรรษที่ผ่านมา กรมการท่องเที่ยว ได้ปฏิบัติภารกิจสำคัญในการวางรากฐานและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยว การยกระดับมาตรฐานผู้ประกอบการ ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการท่องเที่ยว เพื่อให้การท่องเที่ยวไทยมีคุณภาพและสามารถแข่งขันได้ในระดับนานาชาติ

สำหรับทิศทางการดำเนินงานในปีนี้ กรมการท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านงานด้วยดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม หรือระบบ DOT e-Service Center” ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับการบริหารจัดการข้อมูลและให้บริการประชาชนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล สามารถอำนวยความสะดวกได้รวดเร็ว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 




ขณะเดียวกัน กรมการท่องเที่ยวยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ผ่านโปรเจค Thailand Green Tourism Plan 2030 ในการยกระดับแหล่งท่องเที่ยว ชุมชน และผู้ประกอบการ ให้มีมาตรฐานด้านความยั่งยืนที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของการท่องเที่ยวไทยในเวทีโลก

อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวเพิ่มเติมว่า ภารกิจของกรมการท่องเที่ยวในวันนี้ไม่ได้มุ่งเพียงการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่เป็นการร่วมกันสร้าง “ระบบการท่องเที่ยวไทยแห่งอนาคต” ที่มีมาตรฐาน โดยใช้เทคโนโลยีและข้อมูลเป็นพลังขับเคลื่อนให้การท่องเที่ยวไทยเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ และร่วมกันนำพาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยไปสู่อนาคตที่มั่นคงและยั่งยืน