21 เมษายน 2563

บุ๋ม-ตรีรัก รักการดี ดาราศิลปินยุค 90

ชวนทุกคนรวมพลังร่วมสมทบทุนจัดหาสบู่
มอบให้กับ 10 โรงพยาบาลทั่วประเทศ



บุ๋ม-ตรีรัก รักการดี ดาราศิลปินยุค 90 จับมือประสานพลังร่วมกับกลุ่มเพื่อนๆ ดีเจ เหล่าศิลปินดารานักร้อง ได้แก่ คุณเปิ้ล หัทยา วงศ์กระจ่าง, คุณนีโน่ เมทนี บุรณศิริ, คุณฮันนี่ ภัสสร บุณยเกียรติ, คุณเอ้ ชุติมา นัยนา, คุณแอน อังคณา ทิมดี, คุณยุ้ย ปัทมวรรณ เค้ามูลคดี, และ 3 สาว T-Skirt คุณมาร์,คุณจอย, คุณกิ๊ฟ และกลุ่มแฟนคลับกลุ่มเล็กๆ รวมใจเป็นหนึ่งเดียวจัดตั้ง “โครงการสบู่สู้ Covid-19” พร้อมเชิญชวนคนไทยร่วมกันสมทบทุนจัดหาสบู่ที่มีส่วนผสมของสารสำคัญ Chloroxylenol สามารถทำความสะอาดและลดการสะสมของแบคทีเรีย มอบให้กับ 10 โรงพยาบาลเขตกรุงเทพ ปริมณฑล และต่างจังหวัด


คุณบุ๋ม-ตรีรัก รักการดี ดาราศิลปินยุค 90 เปิดเผยว่า “เนื่องจากสถานการณ์ที่ไวรัส Covid-19 ได้แพร่ระบาดไปทั่วโลกอยู่ในขณะนี้ ยังไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดเมื่อไหร่ ทำให้ทุกคนตกอยู่ในความหวาดกลัวและวิตกกังวล และที่น่าเป็นห่วงที่สุด คือ หมอ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ที่ถือว่าเป็นหน่วยงานที่ต้องรับภาระหน้าที่อย่างหนัก และยังขาดอุปกรณ์ป้องกันหลายอย่าง แต่ด้วยจรรยาบรรณในวิชาชีพ แพทย์ พยาบาล รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ทุกท่านยังคงทำหน้าที่อย่างสุดความสามารถในการดูแลรักษาผู้ป่วยหลายคนต้องเสียสละ อยู่ห่างจากครอบครัว และบางคนต้องติดเชื้อ”









“ในขณะเดียวกันก็ได้เกิดการรวมตัวเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของภาคประชาชน ในการช่วยเหลือ แพทย์และพยาบาล ผู้เสี่ยงภัยทำงานใกล้ชิดกับโรคระบาด นอกจากกำลังใจที่ส่งให้นักรบแถวหน้าของเราแล้ว อีกทางหนึ่งที่เราจะช่วยแบ่งเบาภาระของพวกเขาได้ดีก็คือการช่วยจัดหาอุปกรณ์และเครื่องมือป้องกันภัยให้กับพวกเขาที่เสียสละเพื่อเรา จึงได้เกิด “โครงการสบู่สู้ Covid-19” ขึ้นมา มีจุดประสงค์เพื่อจัดหาสบู่ที่มีส่วนผสมของสารสำคัญ Chloroxylenol สามารถทำความสะอาดและลดการสะสมของแบคทีเรียได้อย่างมีประสิทธิภาพ มอบให้กับคุณหมอ พยาบาล รวมไปถึงคนไข้ บุคคลากรทางการแพทย์ทุกคนที่อยู่ใกล้กับไวรัส Covid-19 มากที่สุด ได้ใช้ของที่ดีมีคุณภาพและลดการแพร่ระบาดอีกทางหนึ่งด้วย”

โครงการนี้ริเริ่มโดย คุณบุ๋ม-ตรีรัก รักการดี ดาราศิลปินยุค 90 และกลุ่มเพื่อนๆ เหล่าศิลปินดารา  ที่อยากทำประโยชน์ให้กับสังคม ได้แก่ คุณเปิ้ล หัทยา วงศ์กระจ่าง, คุณนีโน่ เมทนี บุรณศิริ, คุณฮันนี่ ภัสสร บุณยเกียรติ, คุณเอ้ ชุติมา นัยนา, คุณแอน อังคณา ทิมดี, คุณยุ้ย ปัทมวรรณ เค้ามูลคดี, และ 3 สาว T-Skirt คุณมาร์, คุณจอย และคุณกิ๊ฟ ช่วยกันรวบรวมน้ำใจเล็กๆ ของผู้สนับสนุนใจดี ที่อยากร่วมทำเพื่อสังคม จัดหาอุปกรณ์ป้องกันไวรัส Covid-19 ให้กับทีมแพทย์ พยาบาล และหน่วยงานต่างๆ “โครงการสบู่สู้ Covid-19” เป็นโครงการเล็กๆ เป็นบัญชีเปิดเฉพาะกิจ ไม่ใช่บัญชีส่วนตัวของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เป็นเพียงคนกลางรวบรวมเงินจากเหล่าศิลปินดารา และกลุ่มแฟนคลับที่เป็นกลุ่มเล็กๆ ที่ร่วมกันสนับสนุนสมทบในโครงการนี้ จึงอยากให้ประชาชนคนไทยได้เป็นส่วนหนึ่งร่วมกับ “โครงการสบู่สู้ Covid-19”
ช่วยกันรับมือกับสถานการณ์ระบาดเพื่อไม่ให้ประเทศไทยต้องสูญเสียไปมากกว่านี้


ขอเชิญชวนประชาชนคนไทยร่วมส่งกำลังใจให้กับทีมแพทย์ พยาบาล และหน่วยงานต่างๆ โดยการร่วมกันสมทบทุนสนับสนุน “โครงการสบู่สู้ Covid-19” เพียงบริจาคเงินคนละ 30 บาท ได้ที่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ชื่อบัญชี โครงการสบู่สู้ Covid-19 เลขที่บัญชี 214-1-42581-7 ในการจัดหาสบู่ที่มีส่วนผสมของสารสำคัญ Chloroxylenol และอุปกรณ์ป้องกันไวรัส Covid-19 ให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศ โดยโครงการแรกจะทำการมอบสบู่ให้กับโรงพยาบาล 10 แห่งๆ ละ 1,000 ก้อน  ในเขตกรุงเทพ ปริมณฑล และต่างจังหวัดก่อน  และหากได้รับการสนับสนุนที่ดีจะขยายโครงการอื่นๆ ต่อไป ด้วยพลังน้ำใจของคนไทยทั้งประเทศ ที่ส่งมอบให้ด้วยหัวใจ แล้วเราจะผ่านวิกฤติไวรัส Covid-19 นี้ไปด้วยกัน




สามารถติดตามข่าวสารของ “โครงการสบู่สู้ Covid-19” ได้ที่  Facebook: สบู่สู้ Covid-19
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์หมายเลข 063-351-9649

ไทวัสดุ เดินหน้าให้บริการเคียงข้างประชาชนปฏิบัติตามมาตรการ เพื่อสุขภาพของลูกค้าและพนักงาน อย่างเคร่งครัดสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค พร้อมตรึงราคาสินค้า จำหน่ายในราคาพิเศษ ช่วยลดภาระค่าครองชีพ


ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤติไวรัสโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ ก่อให้เกิดผลกระทบกับเศรษฐกิจภายในประเทศเป็นวงกว้าง ทั้งลูกจ้างและผู้ประกอบการต้องปรับตัวเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยคำนึงถึงความปลอดภัยด้านสุขภาพและความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นสำคัญไทวัสดุ ศูนย์รวมสินค้าบ้านของคนไทย พร้อมยืนหยัดเคียงคู่พนักงาน เพื่อนคู่ค้าและประชาชน





นายสุทธิสาร จิราธิวัฒน์  ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มมธุรกิจวัสดุก่อสร้าง และสินค้าตกแต่งบ้าน ในกลุ่มเซ็นทรัล ผู้ดำเนินธุรกิจ ไทวัสดุ เปิดเผยว่า “ปัจจุบัน ไทวัสดุยังคงเปิดให้บริการอยู่23 สาขาทั่วประเทศ ด้วยคำนึงถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการใช้วัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน รวมถึงหน่วยงานราชการ โรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ หน่วยงานบรรเทาสาธารณภัย ที่จะสามารถเข้าถึงสินค้าเพื่อการใช้งานได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะสินค้าในหมวดเครื่องมือที่จำเป็น, สินค้าเพื่อการซ่อมบำรุง, สินค้าเพื่อการรักษาความปลอดภัย ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ฯลฯ เป็นต้น ทั้งนี้เรามีการจำกัดพนักงานเข้าทำงานอย่างเหมาะสม และยึดถือแนวทางปฏิบัติตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข อย่างเคร่งครัด”
โดยไทวัสดุ ได้มีมาตรการและข้อกำหนดต่าง ๆ เพื่อให้พนักงานได้ปฏิบัติเป็นแนวทางเดียวกัน เริ่มจากกำหนดจุดคัดกรองอุณหภูมิก่อนเข้าทำงาน ณ บริเวณทางเข้า-ออก พร้อมทั้งให้พนักงานทุกคนล้างมือด้วยน้ำและสบู่เหลวก่อนเริ่มปฏิบัติงาน มีการเพิ่มเจลแอลกอฮอล์เตรียมไว้ตามจุดต่าง ๆมากขึ้น และจัดเตรียมหน้ากากอนามัยให้พนักงานสวมใส่ทุกครั้ง รวมถึงในพื้นที่ที่มีการใช้งานร่วมกัน เรามีมาตรการเพิ่มความถี่การทำความสะอาดบริเวณจุดสัมผัส, ห้องน้ำ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ เน้นการจัดการบริการตามหลักระยะห่างทางสังคมอย่างน้อย 1 เมตร จุดนั่งรับประทานอาหาร เว้นระยะนั่ง 1 เมตร และ สลับฟันปลาไม่ให้มีจุดนั่งตรงกันแบบหันหน้าเข้าหากันเป็นต้น

หากมีพนักงานคนใดที่มีความสุ่มเสี่ยงหรือไม่ผ่านการคัดกรองตามขั้นตอนก่อนเข้าทำงาน บริษัทจะไม่อนุญาตให้พนักงานคนนั้นเข้าปฏิบัติงาน และกักตัวเฝ้าระวังอาการตามข้อปฏิบัติของสาธารณสุข พร้อมให้ความช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ ซึ่งเรามีสวัสดิการให้แก่พนักงานทุกคน
 ในส่วนการบริการลูกค้า พื้นที่ของแผนกบริการลูกค้า จัดให้มีแผงกั้นระหว่างลูกค้าและ พนักงาน หรือ ให้พนักงานใส่  Face Shield พร้อมทั้งมีการดูแลผู้อาวุโสแยกจากจุดปกติ โดยจัดให้พนักงานเป็นผู้ให้บริการ และ ดำเนินการเข้าคิวแทนลูกค้า เพื่อความปลอดภัยสูงสุด


ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าว ได้ถูกนำมาใช้อย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค และเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยให้ภาวะวิกฤตินี้ ผ่านพ้นไปโดยเร็ว รวมถึง มาตรการด้านราคาสินค้า ที่ไทวัสดุเอง มีการตรึงราคาสินค้า จำหน่ายในราคาพิเศษ มีมาตรฐานราคา ที่แน่นอน ไม่ฉวยโอกาสขึ้นราคาแม้เป็นกลุ่มสินค้าที่มีความต้องการสูงอย่างเช่น กลุ่มสินค้าหน้ากาก น้ำยา เจลแอลกอฮอล์ เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อเป็นการช่วยลดภาระค่าครองชีพ ให้กับประชาชนอีกทางหนึ่งด้วย

“อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ” พลิกเกมสู้ COVID-19

เฟรนไชส์ KILL & KLEAN เจ้าแรกที่ให้บริการพ่นสเปรย์ฆ่าเชื้อโรค แบบ Premium และ Nationwide Service สร้างโอกาสให้ผู้ที่ประสบปัญหาทางธุรกิจ


บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) พลิกเกมฝ่าวิกฤติ เดินหน้าเอาชนะ COVID-19  สร้างโอกาสธุรกิจใหม่ เหนือคู่แข่ง เปิดตัวเฟรนไชส์ KILL & KLEAN ผู้นำเทคโนโลยีเพื่อปกป้องคุณ           และคนที่คุณรัก ให้บริการพ่นสเปร์ยฆ่าเชื้อระดับพรีเมี่ยมของประเทศไทย ตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการความปลอดภัย และมั่นใจด้านสุขอนามัย ชูจุดต่างด้วยสุดยอดเทคโนโลยีฆ่าเชื้อทางการแพทย์ที่ใช้ในห้องผ่าตัดและตู้อบทารกแรกเกิด มาตรฐานระดับนานาชาติ และมีสาขาทั่วประเทศ พร้อมเปิดรับพาร์ทเนอร์ร่วม       เป็นส่วนหนึ่งกับอินเด็กซ์ฯ เริ่มต้นธุรกิจเพียง 200,000 บาท  สามารถคืนทุนได้ภายในหนึ่งเดือน


(กรุงเทพ : 21 เมษายน 2563) นายเกรียงไกร กาญจนะโภคิน ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า“สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID -19 สำหรับประเทศไทย  เข้าสู่เดือนที่ 2 แล้ว และไม่รู้ว่าสถานการณ์แบบนี้จะอยู่ไปอีกนานแค่ไหน ในส่วนของอินเด็กซ์ฯ ได้มีการวางแผนกลยุทธ์เดินหน้าเอาชนะ COVID-19 เราจึงต้องคิดไวทำไว เดินหน้าพลิกเกมกลับมาให้เราสามารถยืนอยู่ท่ามกลางวิกฤตที่เกิดขึ้นให้นานที่สุด จนกว่าสถานการณ์กลับคืนสู่ในภาวะปกติ จึงได้แตกไลน์ธุรกิจสร้างเฟรนไชส์ ภายใต้ชื่อแบรนด์ KILL & KLEAN ผู้นำเทคโนโลยีเพื่อปกป้องคุณและคนที่คุณรัก เปิดให้บริการพ่นสเปรย์ฆ่าเชื้อแบบ Premium  และ Nationwide Service เป็นเจ้าแรกของประเทศไทยที่มีมาตราฐานระดับนานาชาติ และมีเครือข่ายทั่วประเทศไทย พร้อมขยายสาขาไปยังประเทศเพื่อนบ้าน อย่าง เมียนมา กัมพูชา และเวียดนาม

ทั้งนี้ หากย้อนกลับไปตลอดระยะเวลา 30 ปีของอินเด็กซ์ฯ ที่ได้จัดงานอีเว้นท์ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศทั่วโลก ซึ่งการจัดงานแต่ละครั้งมีผู้เข้าร่วมงานตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักล้านคน และสิ่งหนึ่งที่ทางบริษัทฯ ได้เรียนรู้จากการจัดงานในแต่ละครั้งคือ มาตรฐานเรื่องความปลอดภัยที่จะต้องคำนึงถึงเป็นอย่างมาก และในงานระดับโลกมาตรฐานเรื่องสาธารณสุขก็เป็นสิ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งวันนี้ได้เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID -19 ทางอินเด็กซ์ฯ จึงได้นำเอามาตรฐานเรื่องความปลอดภัยที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกนั้นกลับมาใช้ ในประเทศไทย

ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นที่มาของธุรกิจเฟรนไชส์ KILL & KLEAN ผู้นำเทคโนโลยีเพื่อปกป้องคุณและคนที่คุณรัก กับสุดยอดเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในการฆ่าเชื้อโรคที่มีอยู่ทุกที่ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า โดยการใช้น้ำยาฆ่าเชื้อทางการแพทย์ที่ใช้ในห้องผ่าตัดและตู้อบเด็กทารกแรกเกิด, น้ำยา Food Grade ที่ใช้ทำความสะอาดในสายการผลิตอาหารเพื่อส่งออก และ น้ำยาฆ่าเชื้อที่ใช้ในอุตสหกรรมการบิน รวมทั้งเทคโนโลยีที่เลือกใช้โดยวีธีการพ่นละอองสเปรย์ขึ้นไปในอากาศเอียงเป็นมุม 45 องศา เพื่อให้เกิดละอองขนาด 15 ไมครอน และค่อยๆตกลงสู่พื้น เพื่อฆ่าเชื้อโรคและป้องกันการฟุ้งกระจาย อีกทั้งน้ำยาฆ่าเชื้อยังปราศจากสีและกลิ่น มีความปลอดภัยสูง และมีประสิทธิภาพในการยับยั้งเชื้อโรคได้ยาวนาน      ซึ่งนำเข้ามาจากประเทศเบลเยี่ยมอีกด้วย



 

นอกจากนี้ ทางอินเด็กซ์ฯ ยังนำนวัตกรรมเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการฉีดเพื่อพ่นฆ่าเชื้อ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยใช้โดรนในการพ่นฆ่าเชื้อ ซึ่งสามารถครอบคลุมและเข้าถึงในทุกพื้นที่ เพื่อลดการสัมผัสกับวัสดุและพื้นที่จริง และยังช่วยในการประหยัดทรัพยากรมนุษย์ อีกทั้ง เครื่อง UVC AI Robot ซึ่งเป็นเครื่องฆ่าเชื้อโรค UVC SKYTRON จากประเทศสหรัฐอเมริกาที่เป็น Partner กับเรา มีความสามารถฆ่าเชื้อโรคด้วยรังสี UVC ความเข้มข้นสูง มีระบบป้องกันความปลอดภัย ไม่ให้เกิดอันตรายกับคน หรือสัตว์เลี้ยง ทำความสะอาดบริเวณพื้นที่ในรัศมีถึง 100 ตารางเมตร          ด้วยหุ่นยนต์ที่สามารถคำนวณค่าความเข้มข้นของแสงในพื้นที่ได้อัตโนมัติ และเทคโนโลยี 3600 Sanitizing Gate  ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ฆ่าเชื้อโรคได้ถึง 360 องศา และการฉีดพ่นฆ่าเชื้อโรคในหลายๆประเทศก็ทำกัน อย่างเมืองอู่ฮั่นเอง   ก็สามารถลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสได้ด้วยวิธีนี้”


นายเกรียงไกร กล่าวเพิ่มเติมว่า “เนื่องจากอินเด็กซ์ฯ เองมีความน่าเชื่อถือของบริษัทที่เปิดมา 30 ปี 
และทำงานในระดับ World Class หลังจากที่เราเปิดให้บริการฉีดพ่นฆ่าเชื้อในสถานที่ทำงาน ศูนย์การแพทย์ และร้านค้า ต่างได้รับความไว้วางใจจากองค์กรและหน่วยงานต่างๆ เข้ามาใช้บริการฉีดพ่นฆ่าเชื้อ COVID-19 อย่างต่อเนื่อง เพราะมั่นใจ ในมาตรฐานของอินเด็กซ์ฯ โดยขณะนี้มีพาร์ทเนอร์ตอบรับเข้าร่วมธุรกิจเฟรนไชส์ KILL & KLEAN  ในภาคเหนือแล้ว อาทิ เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรปราการ ซึ่งเรารับจำนวนจำกัดทั้งหมด 75 สาขาทั่วประเทศไทย คิดเป็นมูลค่า 20 ล้านบาท และเรายังต้องการเพื่อนร่วมธุรกิจ ซึ่งหากคุณประกอบธุรกิจบริการด้านโรงแรม ร้านอาหารและประสบปัญหาในครั้งนี้ เราอยากชวนคุณมาพลิกวิกฤตเป็นโอกาสช่วง COVID-19 โดยมีแพ็คเกจเริ่มต้นลงทุน 200,000 บาท 250,000 และ 300,000 บาท ได้อุปกรณ์ และผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงตามมาตราฐานสากล   


โอกาสคืนทุนได้เร็วภายในหนึ่งเดือน และมีทีมจาก Kill & Klean คอยให้คำปรึกษาและความช่วยเหลือในการหาซื้ออุปกรณ์และผลิตภัณฑ์ สามารถติดต่อได้ที่เบอร์ตัวแทนของแต่ละภูมิภาค ภาคกลางและกรุงเทพฯ 083-989-6778 ภาคเหนือและภาคตะวันออก 083-989-6821 ภาคอีสาน 083-989-6833 และภาคใต้ 083-989-6906”

20 เมษายน 2563

เปิดตัว 5 หนุ่ม OXQ

พลังสะเทือนที่ไม่ธรรมดา!!ซิงเกิ้ลแรกในชีวิต กลุ่มผู้ชายธรรมดา ที่ขอสร้างแรงสั่นสะเทือนในหัวใจของทุกคน 
‘โมทีฟ วิลเลจ’ (Motive Village) หมู่บ้านแห่งเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ แบบ 360 องศา วันนี้เราพร้อมแล้วกับโปรเจคใหม่ที่น่าภาคภูมิใจ ของ 5 หนุ่ม พาเวล, นาย, โดม, เบน และ จุง ที่เคยโด่งดังมาจากซีรีส์วาย เรื่อง 2Moons The Series ในนามวง OXQ (ordinary x quake)

OXQ (ordinary x quake) คือกลุ่มผู้ชายธรรมดา ที่ขอสร้างแรงสั่นสะเทือนในหัวใจของทุกคน หลังพิสูจน์ถึงศักยภาพของตัวเองกันมาบ้างแล้ว ในซีรีส์วายชื่อดัง 2Moons2 The Series ตอนนี้พวกเขาพร้อมแล้วกับผลงานซิงเกิ้ลแรก ในนาม OXQ วงที่นำเสนอตัวตนของพวกเขาผ่านความสดใส ซึ่งเป็นบทพิสูจน์บทใหม่ ที่พวกเขาทุ่มเทตั้งใจ อยากให้ผลงานนี้ ไปสร้างความสั่นสะเทือนในหัวใจ กลุ่มแฟนๆ ที่คอยให้การสนับสนุน และกลุ่มคนทั่วไป ให้หันมามองและรู้สึกประทับใจต่อผู้ชายธรรมดาอย่างพวกเขา








OXQ ประกอบด้วย 5 หนุ่ม พาเวล-นเรศ พร้อมเผ่าพันธ์ หัวหน้าวง, แร๊ป, เต้นหลัก (Leader/Rap /Main dance), นาย-กรชิต บุญสถิต์ภักดี ร้องหลัก, เต้นหลัก (Main vocal/Main dance Center), โดม-วรนาถ รัตธนภาส ร้องเพลง (Vocal/Main Interview), จุง-อาเชน ไอย์ดึน ร้องนำ, เต้นหลัก (Lead vocal/Main dance Center) และ เบน-เบญจมินทร์ เบรเซียร์ ร้องเพลง (Vocal/Visual)



ติดตามผลงานของ 5 หนุ่ม พาเวล, นาย, โดม, เบน และ จุง แห่ง วง OXQ กับซิงเกิ้ลแรกในชีวิต
กลุ่มผู้ชายธรรมดา ที่ขอสร้างแรงสั่นสะเทือนในหัวใจของทุกคน ได้ในทางช่องทางต่อไปนี้ 

Facebook : Motive Village 
Twitter : MotiveVillageOfficial
Instagram : motive village Official 
YouTube : MotiveVillageOfficial
#NewSpecialProject #OXQ #MotiveVillage #ผู้ชายธรรมดา #ordinaryxquake #ผมเองครับ..

ชาวสวนทุเรียนสาลิกาพังงาเฮ ผวจ.พังงา ส่งมอบเงินรับจองดอกทุเรียนสาลิกาแก่เกษตรกร

โครงการรับจองดอกทุเรียนสาลิกาพังงา 87,750 บาท
ให้กับเกษตรกร18ราย ในฤดูการผลิตปี 2563 
  



เมื่อวันที่ 20 เม.ย 63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา พร้อมด้วย นางพิสมนต์ มงคลเทพ พาณิชย์จังหวัดพังงา และส่วนราชการ ร่วมมอบเงินจากการเปิดรับจองดอกทุเรียนสาลิกาในโครงการรับจองดอกทุเรียนสาลิกาพังงา ฤดูกาลผลิตปี 2563 ให้กับเกษตรกรเจ้าของสวนทุเรียนสาลิกา 18 ราย ณ บริเวณสวนลุงอำนวย หมู่ 3 ตำบลกะปง อำเภอกะปง จังหวัดพังงา ซึ่งได้ทำการเปิดให้จองเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา โดยเป็นการจองทุเรียนสาลิกาตั้งแต่เริ่มผลิดอกจนกระทั่งผลโตได้ที่จากสวนของเกษตรกรโดยตรง ก่อนที่จะนำผลผลิตจะออกจำหน่ายตามท้องตลาด โดยเกษตรกรเองได้มีการดูแลผลผลิตให้มีคุณภาพตามมาตรฐานทุกขั้นตอนจนถึงมือผู้ที่สั่งจอง สร้างความมั่นใจแก่ผู้จองว่าจะได้รับประทานทุเรียนสาลิกาแท้ ๆจากต้น ของอำเภอกะปง ซึ่งเป็นผลไม้
ที่ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์แล้ว

 


 
โดยทางจังหวัดพังงาได้บูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน โดยเฉพาะเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนสาลิกาที่เข้าร่วมโครงการถึง 18 ราย พร้อมได้มีการจัดทำบันทึกข้อตกลงร่วมกัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพ และสร้างชื่อเสียงให้ทุเรียนสาลิกาของจังหวัดพังงา และสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรอย่างยั่งยืนให้เกิดความเข้มแข็งในเศรษฐกิจฐานราก
 

จากโครงการนี้ทำให้มียอดผู้จองดอกทุเรียนตามเป้าหมาย จำนวน 100 ราย แบ่งเป็นยอดจองผ่านสำนักงานพาณิชย์จังหวัดพังงา 28 ราย รวม 39 ชุด ยอดจองกับเกษตรกรโดยตรงจำนวน 72 ราย รวม 110 ชุด และได้ทำการมอบเงินที่ผู้จองได้จองผ่านสำนักงานพาณิชย์จังหวัดพังงา เป็นเงิน 87,750 บาท ให้กับเกษตรกร 18 รายในวันนี้


ขอบคุณภาพข่าว ปชส.จังหวัดพังงา
นายพงษ์ศักดิ์ ประทีป /โกอู๋@ผู้สื่อข่าวอาวุโสจังหวัดพังงา

ข้าวมาบุญครอง สนับสนุนกิจกรรม “พม. ห่วงใย สู้ภัยโควิด”

มอบข้าวมาบุญครอง ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ จากการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 


นางสาวพิมลรัตน์ จิตต์ภาวนาสกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สายขายและโลจิสติกส์ บริษัท ปทุม ไรซมิล แอนด์ แกรนารี จำกัด (มหาชน) (ที่ 1 จากซ้าย) มอบข้าวหอมทิพย์ ตรามาบุญครอง จำนวน 5,000 กิโลกรัม เพื่อสนับสนุนกิจกรรม “พม. ห่วงใย  สู้ภัยโควิด”

โดยได้รับเกียรติจากนายสากล ม่วงศิริ  ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ที่ 4 จากซ้าย) เป็นผู้รับมอบเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19

ณ อาคารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เมื่อเร็ว ๆ นี้

ร่วมชมการเสวนาทางรอดจากโควิด 19 วันที่ 27 เมษายนนี้

ขอเชิญร่วมชม Live Streaming กิจกรรมพิเศษในโครงการฯ​ รวมพลังตามรอยพ่อฯ​ ปี 8 กับการเสวนาในหัวข้อ
 “ตามรอยพ่อฯ สู้วิกฤต COVID-19 รอดพอดีด้วยศาสตร์พระราชา”


ในวันจันทร์ที่ 27 เมษายน 2563
เวลา 18.00 น.
ทาง Facebook Fanpage “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน” โดยมี

▶️ ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร
นายกสมาคมดินโลก และที่ปรึกษามูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ
▶️ อาทิตย์ กริชพิพรรธ
ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด
▶️ ฌอน บูรณะหิรัญ นักคิด นักเขียน

ร่วมกันสนทนา

➡️ ดำเนินรายการโดย สัญญา คุณากร
#เราจะ "รอด" ไปด้วยกัน

19 เมษายน 2563

อธิบดี พส. แจงผู้ใช้บริการไม่ได้รับการดูแล ช่วงพักพิงในบ้านมิตรไมตรีอ่อนนุช


วันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน 2563 เวลา 12.00 น. นายสุทธิ จันทรวงษ์ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (อพส.) เปิดเผยถึงการนำเสนอข่าวผ่านสื่อ กรณีผู้ใช้บริการไม่ได้รับการดูแลในช่วงที่พักพิงในบ้านมิตรไมตรีอ่อนนุช จากการสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น พบว่าผู้ใช้บริการทั้ง 2 ราย เข้ามาใช้บริการยังบ้านมิตรไมตรี   อ่อนนุช เนื่องจากประสบปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย ตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2556 จนถึงปัจจุบันรวมระยะเวลา 7 ปี 3 เดือน โดยผู้ใช้บริการดังกล่าวเป็นกลุ่มที่เข้ารับบริการอยู่เดิม ไม่ได้เป็นกลุ่มคนไร้บ้านหรือคนตกงานที่ไม่มี ที่อยู่อาศัยตามนโยบายโครงการเราไม่ทิ้งกันของกระทรวง พม. อันเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (COVID-19)

นายสุทธิ กล่าวว่า บ้านมิตรไมตรีอ่อนนุช เดิมเป็นบ้านสร้างโอกาสอ่อนนุช จัดตั้งขึ้นตามโครงการบ้านพักชั่วคราวคนจนเมือง สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่ไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง ถูกไล่รื้อ เวนคืน หรือศาลมีคำพิพากษาให้ออกจากที่อยู่อาศัยตามคำฟ้อง แต่ยังมีศักยภาพสามารถประกอบอาชีพหารายได้ในการดูแลตนเอง ซึ่งตามระเบียบกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการว่าด้วยบ้านพักชั่วคราวคนจนเมือง พ.ศ. 2547 ให้จัดบริการเฉพาะด้านที่พักอาศัย     ในระยะเวลา 6 เดือน หรือ 180 วัน ปัจจุบันโครงการนี้ได้สิ้นสุดไปแล้ว แต่ยังมีครอบครัวที่ได้รับการอนุโลมให้พักอาศัย ในระหว่างการหาที่พักอาศัยที่เหมาะสม รวมทั้งสิ้น 10 ครอบครัว 32 ราย

นายสุทธิ กล่าวต่อไปว่า ในวันนี้ ได้มอบหมายให้ นางอุมาภรณ์ ผ่องจิตต์ นักสังคมสงเคราะห์เชี่ยวชาญ พร้อมด้วย นางสาวณัฐลดา ธารีพฤกษ์ หัวหน้ากลุ่มการช่วยเหลือและคุ้มครองสวัสดิภาพ และ นางสาวอรวรรณ ฉ่ำชื่น ผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่สร้างความเข้าใจ พร้อมหารือแนวทาง ในการช่วยเหลือร่วมกัน

โดยในเบื้องต้น ได้รับข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่า ผู้ใช้บริการประสงค์ให้เจ้าหน้าที่ดูแลเรื่องการประสานรถพยาบาลและการเดินทางไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล จากภาวการณ์เจ็บป่วย และไม่มีรายได้ในการครองชีพเนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไวรัสโคโรนา (COVID-19) ทั้งนี้กรณีที่ผู้ใช้บริการต้องพบแพทย์เพื่อรักษาพยาบาล บ้านมิตรไมตรี ฯ จะดำเนินการประสานรถพยาบาลและดูแลเรื่องการเดินทางไปพบแพทย์




สำหรับกรณีไม่มีรายได้ในการครองชีพ เบื้องต้นบ้านมิตรไมตรี ฯ ได้ให้การช่วยเหลือและสนับสนุนเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิต และจะนำไปมอบให้กับผู้ใช้บริการทุกครอบครัว รวมถึงการเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ประเมินและดูแลเรื่องสภาพจิตใจของผู้ใช้บริการระหว่างการเข้ารับบริการ โดยเฉพาะในช่วงที่มีสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (COVID-19) และภายหลังหากสถานการณ์ดีขึ้นจะร่วมหาแนวทางในการช่วยเหลือเรื่องที่อยู่อาศัยและการมีงานทำ ตามระเบียบต่อไป

อย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นคนไร้บ้านและผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะ สามารถโทรแจ้ง   ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน พม. 1300 บริการฟรี 24 ชั่วโมง ซึ่งกระทรวง พม. พร้อมให้คำปรึกษาและช่วยเหลืออย่างเต็มที่

17 เมษายน 2563

กลุ่มพลังลาดสวาย ออก ปฎิบัติการพ่นยาฆ่าเชื้อโรคไวรัส โคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ COVID-19


กลุ่มพลังลาดสวาย นำทีมโดย ท่านนายก อบจ นายชาญ พวงเพ็ชร์ ( นายก อบจ จังหวัดปทุมธานี  )
และ สจ. อิทธิเดช ผาสุข สจ. ลัดดา ผาสุข , ดร. เอกชัย ศรีสุขชยะกุล ( สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ) พร้อมด้วย ทีมงาน หลายชีวิต  พร้อมบุคลากร ออกปฎิบัติการพ่นยาฆ่าเชื้อโรคไวรัส โคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ COVID-19 โดยได้นำรถบรรทุกน้ำยาฆ่าเชื้อออกพ่นตาม หมู่บ้านต่างๆมากมาย ทั้งหมด 13 หมู่ ของอำเภอลำลูกกา






ด้าน นายอธิเดช ผาสุก ( สจ. แฝด ) กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องจากในปัจจุบัน โรคระบาด ไวรัส โคโรน่า สายพันธุ์ใหม่  COVID-19 ได้มีการระบาดมากมายไปทั่วประเทศและในจังหวัดปทุมธานีก็เช่นกัน นายยก อบจ.นายชาญ พวงเพ็ชร์ พร้อมทีมบริหารทุกคน ได้ให้นโยบายลงมา ว่า เพื่อเป็นการป้องกันและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนทุกคนจึงมีมติการจัดตั้ง กลุ่มกลุ่มพลังลาดสวาย ขึ้นให้สามารถนำทีมไปฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคในทุก หมู่ ของอำเภอ ลำลูกกา และ อำเภออื่นๆอีกต่อไปให้ครบทุกอำเภอ ถึง แดดจะร้อนมากเพียงใด แต่เพื่อความปลอดภัยของประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย ทางทีมงานทุกคนยินดีช่วยเหลือประชาชนทุกกลุ่มไม่มีกรารเลือก ชนชั้น ในกรณีต้องการติดต่อองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานีสามารถติดต่อได้ที่ เบอร์ 09-8565-4559,06-4596-9798 ผมได้นำทีมมาด้วยตัวเองทุกครั้งที่ออกหน่วยช่วยเหลือประชาชน สจ.อิทธิเดช ( สจ.แฝด) กล่าวในที่สุดฯ 

#องค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี
#กลุ่มพลังลาดสวาย
#หมู่บ้านปิยาภิรมย์2ลำลูกกา คลอง3...

16 เมษายน 2563

กองทุนชัยพัฒนาสู้ภัยโควิด-19

ตัวแทนผู้เข้าอบรมหลักสูตรนักบริหารระดับสูงกระทรวงคมนาคม รุ่นที่ 1 เข้ามอบเงินสนับสนุน 



วันที่ 16 เมษายน 2563 ที่สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา นายจิรโชติ ปัญญาประดิษฐ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงชนบทที่ 10 (เชียงใหม่) , นางสาววรินทร  เลี่ยมนาค ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาธุรกิจการบิน  สถาบันการบินพลเรือน ,  นางสาว วราภรณ์ ฉัตรพัฒนศิริ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพย์สิน บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และนายวศิน วรรณพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจองค์กร บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด เป็นตัวแทนผู้เข้าอบรมหลักสูตรนักบริหารระดับสูงกระทรวงคมนาคม รุ่นที่ 1 เข้ามอบเงินสนับสนุนจำนวน 100,000 บาท ให้แก่



“กองทุนชัยพัฒนาสู้ภัยโควิด-19” ซึ่งเป็นกองทุนที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิชัยพัฒนา จัดตั้งกองทุนกองทุนชัยพัฒนาสู้ภัยโควิด-19 ขึ้นเพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ ในการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์และสิ่งของที่มีความจำเป็นในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19  รับมอบโดย ดร. สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการ และ เลขาธิการมูลนิชัยพัฒนา