17 เมษายน 2563

กลุ่มพลังลาดสวาย ออก ปฎิบัติการพ่นยาฆ่าเชื้อโรคไวรัส โคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ COVID-19


กลุ่มพลังลาดสวาย นำทีมโดย ท่านนายก อบจ นายชาญ พวงเพ็ชร์ ( นายก อบจ จังหวัดปทุมธานี  )
และ สจ. อิทธิเดช ผาสุข สจ. ลัดดา ผาสุข , ดร. เอกชัย ศรีสุขชยะกุล ( สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ) พร้อมด้วย ทีมงาน หลายชีวิต  พร้อมบุคลากร ออกปฎิบัติการพ่นยาฆ่าเชื้อโรคไวรัส โคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ COVID-19 โดยได้นำรถบรรทุกน้ำยาฆ่าเชื้อออกพ่นตาม หมู่บ้านต่างๆมากมาย ทั้งหมด 13 หมู่ ของอำเภอลำลูกกา






ด้าน นายอธิเดช ผาสุก ( สจ. แฝด ) กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องจากในปัจจุบัน โรคระบาด ไวรัส โคโรน่า สายพันธุ์ใหม่  COVID-19 ได้มีการระบาดมากมายไปทั่วประเทศและในจังหวัดปทุมธานีก็เช่นกัน นายยก อบจ.นายชาญ พวงเพ็ชร์ พร้อมทีมบริหารทุกคน ได้ให้นโยบายลงมา ว่า เพื่อเป็นการป้องกันและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนทุกคนจึงมีมติการจัดตั้ง กลุ่มกลุ่มพลังลาดสวาย ขึ้นให้สามารถนำทีมไปฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคในทุก หมู่ ของอำเภอ ลำลูกกา และ อำเภออื่นๆอีกต่อไปให้ครบทุกอำเภอ ถึง แดดจะร้อนมากเพียงใด แต่เพื่อความปลอดภัยของประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย ทางทีมงานทุกคนยินดีช่วยเหลือประชาชนทุกกลุ่มไม่มีกรารเลือก ชนชั้น ในกรณีต้องการติดต่อองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานีสามารถติดต่อได้ที่ เบอร์ 09-8565-4559,06-4596-9798 ผมได้นำทีมมาด้วยตัวเองทุกครั้งที่ออกหน่วยช่วยเหลือประชาชน สจ.อิทธิเดช ( สจ.แฝด) กล่าวในที่สุดฯ 

#องค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี
#กลุ่มพลังลาดสวาย
#หมู่บ้านปิยาภิรมย์2ลำลูกกา คลอง3...

16 เมษายน 2563

กองทุนชัยพัฒนาสู้ภัยโควิด-19

ตัวแทนผู้เข้าอบรมหลักสูตรนักบริหารระดับสูงกระทรวงคมนาคม รุ่นที่ 1 เข้ามอบเงินสนับสนุน 



วันที่ 16 เมษายน 2563 ที่สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา นายจิรโชติ ปัญญาประดิษฐ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงชนบทที่ 10 (เชียงใหม่) , นางสาววรินทร  เลี่ยมนาค ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาธุรกิจการบิน  สถาบันการบินพลเรือน ,  นางสาว วราภรณ์ ฉัตรพัฒนศิริ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพย์สิน บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และนายวศิน วรรณพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจองค์กร บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด เป็นตัวแทนผู้เข้าอบรมหลักสูตรนักบริหารระดับสูงกระทรวงคมนาคม รุ่นที่ 1 เข้ามอบเงินสนับสนุนจำนวน 100,000 บาท ให้แก่



“กองทุนชัยพัฒนาสู้ภัยโควิด-19” ซึ่งเป็นกองทุนที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิชัยพัฒนา จัดตั้งกองทุนกองทุนชัยพัฒนาสู้ภัยโควิด-19 ขึ้นเพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ ในการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์และสิ่งของที่มีความจำเป็นในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19  รับมอบโดย ดร. สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการ และ เลขาธิการมูลนิชัยพัฒนา

15 เมษายน 2563

ออฟฟิศเมท ร่วมใจผลิตหน้ากาก Face Shield #สู้ไปด้วยกัน กับบุคลากรทางการแพทย์




บริษัท ซีโอแอล จำกัด (มหาชน) ธุรกิจออฟฟิศเมท รวมพลังพนักงานจิตอาสาร่วมแรงร่วมใจผลิตหน้ากากป้องกันละอองฝอย (Face Shield) เพื่อป้องกันสุขอนามัยของบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งเป็นด่านหน้าในการรับมือกับเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยตั้งใจเดินหน้ามอบ Face Shield ให้โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดอย่างต่อเนื่อง   


นางสาวพิมพ์ตะวัน ทัลวัลลิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายทรัพยากรบุคคล กล่าวว่า ออฟฟิศเมท ห่วงใยและใส่ใจสุขอนามัยของบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจรักษาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19  ได้รวมพลังพนักงานจิตอาสาจากทุกหน่วยงานในองค์กร ทั้งสำนักงานใหญ่, ศูนย์ Contact Center และพนักงานร้านออฟฟิศเมท #เป็นกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ โดยร่วมผลิตหน้ากากป้องกันละอองฝอย (Face Shield) เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยป้องกันไวรัสโควิด-19





โดยหน้ากากทุกชิ้นพนักงานทำด้วยใจ ให้ความสำคัญกับความสะอาดในทุกขั้นตอน ตั้งใจส่งมอบให้แก่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวมเริ่มต้นที่ 10,000 ชิ้น เพื่อ #ฝ่าโควิด19 ไปด้วยกัน  โดยบริจาคที่แรกจังหวัดกรุงเทพมหานคร ซึ่งได้รับเกียรติจาก พลอากาศตรี ทวีพงษ์ ปาจรีย์ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมการแพทย์ทหารอากาศ พร้อมทีมบุคลากรทางการแพทย์เป็นผู้รับมอบ จำนวน 1,000 ชิ้น





บี้ เดอะสกา, เก๋ไก๋ สไลเดอร์, เก่ง-ธชย 3 ครีเอเตอร์ชื่อดังของเมืองไทย จับมือ Superfanz ร่วมฝ่าวิกฤติโควิด-19

จัดทำแคมเปญ “Creators ไทยร่วมใจป้องกันโควิด-19” 


  
ชวนแฟนคลับร่วมสมัครสมาชิกเพื่อสมทบทุนซื้อ Self-care Kit  ให้แก่ผู้สูงอายุ “มูลนิธิโครงการเพื่อชีวิต(ศูนย์นางรูธ)”

จากสถานการณ์การระบาดของไวรัส "โควิด-19" ในประเทศไทยขณะนี้ มีการแพร่ระบาดไปสู่วงกว้าง ส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อกระจายอยู่เป็นจำนวนมาก  โดยพบว่าผู้สูงอายุก็เป็นกลุ่มเสี่ยงต่อโรคระบาดในครั้งนี้  ทั้งนี้ Superfanz – Social Fanclub Platform ระดับเอเชีย ที่ช่วยสร้างรายได้เสริมให้กับเหล่าครีเอเตอร์ เล็งเห็นถึงวิกฤติโควิด-19 ที่เกิดขึ้น จึงได้จับมือกับ บี้ เดอะสกา,เก๋ไก๋ สไลเดอร์ และเก่ง-ธชย ยูทูบเบอร์ชื่อดังรุ่นแรกๆของเมืองไทย ครีเอเตอร์บนแพลตฟอร์มของ Superfanz ที่ต้องการช่วยเหลือสังคมเพื่อฝ่าวิกฤติโควิด-19 ไปด้วยกัน ในแคมเปญ “Creators ไทยร่วมใจป้องกันโควิด-19”  ชวนแฟนๆ ร่วมสมัครสมาชิกเพื่อสมทบทุนซื้อ Self-care Kit ส่งมอบให้กับผู้สูงอายุ “มูลนิธิโครงการเพื่อชีวิต(ศูนย์นางรูธ)” ไปด้วยกัน




บี้ เดอะสกา ยูทูบเบอร์ชื่อดัง (ยอดผู้ติดตาม 15 ล้านคน) และเป็นผู้ก่อตั้ง The Ska Film หนึ่งในครีเอเตอร์ของ Superfanz  เผยว่า “การที่ผมและเพื่อนๆได้มาร่วมเป็นหนึ่งในครีเอเตอร์ของ Superfanz  เพราะเรามองเห็นแล้วว่าแพลตฟอร์มนี้ เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่สร้างสรรค์สิ่งดีๆเพื่อสังคม และสำหรับแคมเปญนี้ผมอยากจะเป็นกระบอกเสียง  เพื่อเชิญชวนเเฟนๆ ผู้ติดตาม ให้มาร่วมกันทำความดีช่วยเหลือสังคมฝ่าวิกฤติโควิด-19 ไปด้วยกัน เพียงสมัครสมาชิกบนแพลตฟอร์ม เงินค่าสมาชิกของคุณจะถูกนำไปสมทบทุนซื้อ Self-care Kit ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่กำลังขาดแคลน และเป็นที่ต้องการในตลาดตอนนี้ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ เพราะจากข้อมูลต่างๆของการเเพร่ระบาด เราจะเห็นได้ว่า กลุ่มผู้สูงอายุนั้นมีความจำเป็นเป็นอย่างมาก ที่พวกเค้าจะต้องมีอุปกรณ์เหล่านี้ในการป้องกันตัวเอง และมีความจำเป็นอย่างเร่งด่วน ที่จะต้องเข้าไปช่วยเหลือ ผมจึงอยากเชิญชวนแฟนๆ และทุกคนที่สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งเพื่อต่อสู้ และช่วยเหลือไปด้วยกันนะครับ”

เก๋ไก๋ สไลเดอร์ (ยอดผู้ติดตามกว่า 24 ล้านคน) หนึ่งในครีเอเตอร์ของ Superfanz  เผยว่า “ในฐานะที่หนูเป็น YouTuber หรือจะเรียกว่า Content Creator ก็ได้ หนูขอร่วมแรงใจสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับสังคม โดยเฉพาะตอนนี้    โควิด-19 ถือว่าสภาวะวิกฤตมากๆ หนูจึงร่วมกับทาง Superfanz และครีเอเตอร์คนอื่นๆ ในการจัดหา Self-care Kit ป้องกันการแพร่ระบาดของโรค จึงอยากเชิญชวนเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคนที่ติดตามหนูอยู่ ร่วมกันและสนับสนุนชุดอุปกรณ์จากการเป็นสมาชิกบนแพลตฟอร์มนี้ แฟนๆทุกคนก็จะได้มีส่วนร่วม เพื่อนำ Self-care Kit ไปมอบให้ผู้สูงอายุที่บ้านพักคนชรา ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่ากลุ่มผู้สูงอายุนั้นก็เป็นบุคคลอีกกลุ่มหนึ่งที่ต้องการอุปกรณ์เหล่านี้เป็นอย่างมาก หนูจึงขออยากให้เราร่วมมือร่วมใจกันค่ะ”


เก่ง-ธชย (ยอดผู้ติดตามกว่า 10 ล้านคน) หนึ่งในครีเอเตอร์ของ Superfanz  เผยว่า “สำหรับแคมเปญนี้ เก่งก็อยากจะเป็นส่วนหนึ่ง แล้วก็อยากจะชวนทุกคนมาร่วมมือกันเยอะๆนะครับ เพราะว่าเราทุกคนสามารถผ่านวิกฤต โควิด-19 ในครั้งนี้ไปได้ ถ้าเราร่วมแรงร่วมใจช่วยเหลือซึ่งกันและกัน  เก่งจึงร่วมกับครีเอเตอร์ท่านอื่นๆ เพื่อช่วยหาอุปกรณ์ Self-care Kit ป้องกันการแพร่ระบาดของโรค และอยากเชิญชวนแฟนๆทุกคน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือไปด้วยกันนะครับ”

คุณโอ ทองศรีนุ่น กรรมการบริหารและผู้ก่อตั้ง Superfanz เผยว่า  “สำหรับ Superfanz ซึ่งเป็น Social Fanclub Platform ที่ช่วยสร้างรายได้เสริมให้กับครีเอเตอร์ระดับเอเชีย โดยเราตั้งใจวางแพลนในการเปิดตัว Superfanz ในช่วงเดือนเมษายนนี้ แต่เนื่องจากการระบาดของไวรัส "โควิด-19" ในเมืองไทย เราจึงจำเป็นต้องเลื่อนการเปิดตัวออกไป และไม่นิ่งนอนใจที่จะทำสิ่งดีๆเพื่อสังคม เพื่อฝ่าวิกฤติโควิด-19 ไปด้วยกัน โดยทางเราได้มีโอกาสพูดคุยกับ บี้ เดอะสกา, เก๋ไก๋ สไลเดอร์ และเก่ง-ธชย ครีเอเตอร์บนแพลตฟอร์มของเรา ซึ่งทั้ง 3 ท่าน เป็นยูทูบเบอร์ชื่อดัง ที่มียอดผู้ติดตามยูทูบหลักล้านวิว และอยากเข้ามาช่วยเหลือวิกฤติที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้

โดยการนำเอารูปแบบของเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในทางสร้างสรรค์ต่อสังคม และอยากเห็นพลังของเหล่า “ครีเอเตอร์ไทย” ร่วมแรงร่วมใจกัน มาเชิญชวนแฟนคลับของตัวเองร่วมสมัครสมาชิกบนแพลตฟอร์มของ Superfanz เพื่อนำรายได้จากการสมัครทุกบาททุกสตางค์ไปร่วมสมทบทุนซื้อ Self-care Kit ป้องกันการแพร่ระบาด เช่น หน้ากากอนามัย เจลล้างมือ และแอลกอฮอล์  เพื่อนำไปมอบให้กับกลุ่มเสี่ยงผู้สูงอายุ “มูลนิธิโครงการเพื่อชีวิต(ศูนย์นางรูธ)” ที่ได้จดทะเบียนเป็นมูลนิธิในประเทศไทยครับ”

โดยแฟนๆ สามารถร่วมสมัครสมาชิกเพื่อสมทบทุนซื้อ Self-care Kit ป้องกันโควิด-19 เพื่อส่งมอบให้กับผู้สูงอายุ “มูลนิธิโครงการเพื่อชีวิต(ศูนย์นางรูธ)” ได้เพียงสมัครสมาชิกบนแพลตฟอร์มของ Superfanz ในราคา 159 บาท แล้วเข้าไปติดตามครีเอเตอร์ที่คุณชื่นชอบ

อย่าง บี้ เดอะสกา, เก๋ไก๋ สไลเดอร์, เก่ง-ธชย 3 ครีเอเตอร์ที่เข้าร่วมแคมเปญ เงินค่าสมัครทุกบาททุกสตางค์ไม่หักค่าใช้จ่ายจะถูกนำไปจัดหาซื้อ Self-care Kit โดยสามารถสนับสนุนได้เพียงท่านละ 1 ชุดเท่านั้น (จํากัดเพียง 159 ชุด / 1 ครีเอเตอร์) สามารถเข้าไปร่วมแคมเปญได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 28 เมษายน 2563 นี้ โดยคลิกลิ้งค์ URL ของ Creators ที่คุณติดตามหรือต้องการสนับสนุน

วิธีการเข้าร่วมแคมเปญ “Creators ไทยร่วมใจป้องกันโควิด-19”    

1. กดลงทะเบียนเข้าร่วมแคมเปญโดยคลิกลิ้งค์ URL ของ Creators ที่คุณติดตาม
บี้ เดอะสกา : https://superfanz.co/bietheska   , เก๋ไก๋ สไลเดอร์ : https://superfanz.co/kaykaisalaider   และเก่ง ธชย : https://superfanz.co/KengTachaya
2. คลิกกดปุ่ม VIP+
3. กด Select เพื่อเลือกแคมเปญร่วมสมทบทุน “Creators ไทยร่วมใจป้องกันโควิด-19”
4. เข้าสู่ขั้นตอนการชำระเงิน ซึ่งทางแพลตฟอร์มมีช่องทางการรับชำระ ดังนี้  ชำระผ่าน Internet Banking, Rabbit Line Pay, True Money Wallet, Counter Service ที่ 7-11 ทุกสาขา รวมถึงการชำระผ่านบัตร Credit Card
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  www.superfanz.co  หรือโทร 087-677-6505

14 เมษายน 2563

Secret Deal โปรลับ!!

เฉพาะกิจ จากเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์


นางสาวเพชรลดา พูลวรลักษณ์ กรรมการบริหารบอสใหญ่แห่งค่ายเมเจอร์ดีเวลลอปเม้นท์จำกัด(มหาชน)เตรียมเปิดปรากฎการณ์ใหม่กับการจองคอนโดออนไลน์ผ่านLine Official Account :@MajorDevelopmentพร้อมขนทัพ 10 โครงการ บนทำเลดีที่สุดมาจัดเป็น Secret Dealโปรลับ!! ดีลพิเศษที่หาได้เฉพาะที่ช่องทางไลน์ใหม่นี้เท่านั้น กระซิบมาว่าลดสูงสุดกว่า 50%เปิดจองพร้อมกัน15 เมษายนนี้ แอดไลน์ @MajorDevelopment กันไว้ได้เลย จะได้ไม่พลาดโอกาสคว้าดีลดี ราคาแบบนี้มีจำนวนจำกัด



สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่
Major Development Contact Center

โทร. 02-116-1111 หรือ https://www.mde.co.th

บีไชน์ เนเจอร์ซี วิตามินซีสูตรธรรมชาติ 100%

ช่วยดูแลสุขภาพ เสริมภูมิต้านทาน ป้องกันหวัดและภูมิแพ้

บริษัท บีไชน์ นูทริชั่น พลัส จำกัด ขอแนะนำ บีไชน์ เนเจอร์ซี (B.shine NaturC) ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารวิตามินซีสูตรธรรมชาติ 100 % ประกอบด้วย อะเซโรลาเชอร์รี่สกัดเข้มข้น1000 มก. ผสานคุณค่าผลไม้สกัดถึง 10 ชนิด อุดมไปด้วยไฟโตนิวเทรียนท์และสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง ช่วยดูแลสุขภาพ เสริมภูมิต้านทาน ป้องกันหวัดและภูมิแพ้ พร้อมช่วยบำรุงผิวให้ใส สุขภาพดี รับประทานวันละ 1 เม็ด บีไชน์ เนเจอร์ซี เป็นวิตามินซีสูตรธรรมชาติ ไม่ระคายเคืองกระเพาะอาหาร ผ่านการรับรองมาตรฐานจาก อย. ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ISO22000 : 2005 จาก บริษัท บูโร เวอริทัส เซอทิฟิเคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด และมาตรฐานอาหารฮาลาล

บีไชน์ เนเจอร์ซี ขนาดบรรจุ 30 เม็ด แถมฟรี 5 เม็ดในขวด ราคา 249 บาท 
มีจำหน่ายที่ 7-Eleven, CJ Express, Family Mart, TOPS, ร้านยาเพรียวใน Big-C, 24 Catalog, Catalog Friday และ ใหม่! ขนาดพกพาแบบซอง 5 เม็ด ราคา 49 บาท มีจำหน่ายที่ 7-Eleven

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.bshine.co.th, Line@ : @Bshine

13 เมษายน 2563

กรุงศรีชวนทุกภาคส่วนสานพลังสู้ภัยโควิด-19 พร้อมร่วมรับผิดชอบต่อสังคมในทุกมิติ


กรุงเทพฯ (13 เมษายน 2563) – กรุงศรีในฐานะสถาบันการเงินที่มีความสำคัญเชิงระบบของประเทศ 
(D-SIB) ตระหนักถึงบทบาทและความรับผิดชอบที่มีต่อสังคมและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ทั้งในมิติการดำเนินธุรกิจและมิติด้านสังคม ทั้งในภาวะปกติและในสถานการณ์ที่มีความท้าทายเช่นวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ที่ทวีความรุนแรงและขยายสู่วงกว้าง ส่งผล
กระทบต่อทุกคนในสังคมทั้งระดับประเทศและระดับโลกในขณะนี้ 

นายพูนสิทธิ์ ว่องธวัชชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม
สังคม และธรรมาภิบาลสู่ความยั่งยืน กล่าวว่า “กรุงศรียึดมั่นการดำเนินธุรกิจด้วยจริยธรรมบนหลักการ ESG (Environmental, Social and Governance) อย่างแน่วแน่บนเส้นทางการทำงานในทุกขณะ ทั้งนี้
นับตั้งแต่เริ่มมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 กรุงศรีได้ออกมาตรการในด้านต่างๆ นานัปการอย่างต่อเนื่องโดยคำนึงความปลอดภัยของลูกค้า ผู้มาติดต่อ และพนักงานกรุงศรีเป็นลำดับแรก ซึ่งรวมถึงมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจและผ่อนปรนภาระตลอดจนความวิตกกังวลต่างๆ ของลูกค้าให้สามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ นอกจากนี้ กรุงศรียังได้ออกมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 มาอย่างต่อเนื่องให้พนักงานและผู้มาติดต่อทุกคนปฏิบัติอย่างเคร่งครัด”

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นทุกวัน แต่กลับพบว่าบุคลากรทางการแพทย์ยังต้องได้รับการสนับสนุนอย่างเร่งด่วนจากภาคประชาสังคมอยู่ไม่น้อย จากการที่โรงพยาบาลขาดแคลนเครื่องมือป้องกันและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้ดูแลและช่วยชีวิตผู้ติดเชื้อ กรุงศรีในฐานะองค์กรภาคธุรกิจเอกชน จึงได้หยิบยกมาตรการความช่วยเหลือสังคมแบบเร่งด่วนภายใต้กรอบการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม 3 หมวดหลัก เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระภาครัฐและสังคมให้ออกมาเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนขึ้น


1. การสร้างคุณค่าความยั่งยืน สร้างความเข้าใจในสถานการณ์ปัจจุบันผ่านการสื่อสารอย่างต่อเนื่องเพื่อให้พนักงานทราบและตระหนักถึงสถานการณ์ล่าสุดของการแพร่ระบาดโควิด-19 ตลอดจนการปลูกจิตสำนึกและสร้างอุปนิสัยความรับผิดชอบต่อสังคมโดยเริ่มต้นจากแนวทางปฏิบัติในการดูแลตนเองและคนในครอบครัวอย่างเคร่งครัดเพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่กระจายโรค เช่น การงดเดินทางไปต่างประเทศ การแยกตัวเองอยู่ที่บ้าน และการเว้นระยะห่างทางสังคม นอกจากนี้ ธนาคารยังได้ติดตั้งกล้องตรวจจับอุณหภูมิร่างกายที่ทางเข้าอาคาร ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคในบริเวณที่มีการสัญจรและพื้นผิวที่มีการสัมผัสเป็นประจำ และติดตั้งป้ายแนะนำการปฏิบัติตัวในการใช้อาคารและลิฟท์  การจัดพื้นที่ปฏิบัติงานตามมาตรการ Social Distancing เป็นต้น

นอกจากนี้ กรุงศรีมีการจัดทำแผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan: BCP) ซึ่งรวมถึงการทำงานจากศูนย์ปฏิบัติงานสำรอง การทำงานที่บ้าน  (Work from Home) ซึ่งปัจจุบันพนักงานกว่า 50% ของจำนวนพนักงานทั้งหมดได้ทำงานที่บ้าน การหยุดให้บริการในบางธุรกิจเป็นการชั่วคราวและการแนะนำให้ลูกค้าทำธุรกรรมผ่านแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์แทน


2. การตอบแทนคืนสู่สังคม จัดตั้งโครงการ “รวมใจสู้ภัยโควิด-19” เชิญชวนพนักงานบริจาคหน้ากาก N95 แก่โรงพยาบาลเพื่อช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นด่านหน้าในการดูแลและรักษาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัย

3. การดูแล การสนับสนุนด้านเงินช่วยเหลือ มุ่งเน้นการสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือสังคมในกรณีต่างๆ การบริจาคเงินช่วยเหลือแก่องค์กรสาธารณประโยชน์ โดยเฉพาะในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 นี้ กรุงศรีได้ร่วมมือกับภาคพันธมิตรทางธุรกิจ ลูกค้าและพนักงานในการให้ความช่วยเหลือแก่บุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วย แม้ทำงานอยู่ที่บ้านก็สามารถร่วมบริจาคได้ผ่านช่องทางออนไลน์ ในโครงการ “รวมใจสู้ภัยโควิด-19” ให้แก่  3 โรงพยาบาลที่ยังต้องการความช่วยเหลือ ได้แก่

1. โรงพยาบาลศิริราช ชื่อบัญชี  “ศิริราชมูลนิธิ”
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา​ สาขาอรุณอมรินทร์ เลขที่บัญชี 157-0-01851-7
2. โรงพยาบาลราชวิถี ชื่อบัญชี “บัญชีเงินบริจาคของโรงพยาบาลราชวิถี”
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา​ สาขาสนามเป้า เลขที่บัญชี 146-0-02540-4
3. โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ชื่อบัญชี
 “กองทุนโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี”
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาถนนมิตรภาพ – แยกปักธงชัย  เลขที่บัญชี 357-0-00818-1

“ในฐานะสถาบันการเงินที่มีความสำคัญเชิงระบบของประเทศ การดำเนินธุรกิจของกรุงศรีจึงครอบคลุมเป้าหมายที่มากเกินกว่าเพียงมิติด้านเศรษฐกิจและการเงิน หากยังรวมไปถึงมิติด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมภิบาล ผ่านหลักการดำเนินธุรกิจธนาคารอย่างยั่งยืน (Sustainable Banking) โครงการ สำหรับ โครงการ ‘รวมใจสู้ภัยโควิด-19’ นี้ กรุงศรีได้ดำเนินการคู่ขนานกับมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ทุกหน่วยงานของกรุงศรี กรุ๊ป กำลังดำเนินการอย่างเข้มข้น เพื่อให้ทุกคนสามารถผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน”    -นายพูนสิทธิ์ กล่าวในที่สุด

10 เมษายน 2563

ความรู้เรื่องโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)


กรมควบคุมโรค ลงพื้นที่ให้ความรู้เรื่องโรคโควิด-19 รวมถึงแนวทางในการปฏิบัติตัวแก่พนักงานขับรถที่ช่วยสนับสนุนภารกิจกรมควบคุมโรค

เมื่อเร็วๆ นี้ นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค มอบหมายให้นายแพทย์สุทัศน์ โชตนะพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ พร้อมนายเกรียงศักดิ์ เพาะโภชน์ เลขานุการกรม และเจ้าหน้าที่สถาบันเวชศาสตร์ป้องกันศึกษา กรมควบคุมโรค ลงพื้นที่ให้ความรู้เรื่องโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2563 ที่ผ่านมา พร้อมทั้งแนะแนวทางในการปฏิบัติตัวแก่พนักงานขับรถยนต์ของบริษัทโตโยต้า จำนวน 40 คน ที่ช่วยสนับสนุนภารกิจกรมควบคุมโรค



โดยแนวทางในการป้องกันตนเอง ดังนี้ 1.สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง ในขณะที่ปฏิบัติภารกิจเพื่อป้องกันการติดเชื้อ 2.ทำความสะอาดยานพาหนะทุกครั้งหลังออกปฏิบัติภารกิจ โดยเฉพาะบริเวณที่มีการสัมผัสบ่อยๆ ด้วยแอลกอฮอล์ 70% หรือน้ำยาฟอกขาวหรือน้ำผงซักฟอก 3.ล้างมือด้วยน้ำและสบู่เป็นเวลาอย่างน้อย 20 วินาที หรือแอลกอฮอล์เจล 4.ลดกระจกลงเล็กน้อยขณะขับรถ เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก และลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ.....

ข้อมูลจาก : สำนักสื่อสารความเสี่ยงฯ กรมควบคุมโรค
วันที่ 10 เมษายน 2563...

อัลว่ามอบเครื่องกรองน้ำสนับสนุนการทำงานของกรมควบคุมโรค ช่วงวิกฤตโควิด-19


พรชัย อภิญญาณพงศ์ ผู้อำนวยการสายงานขายและการตลาด บริษัท ลุกซ์ รอยัล (ประเทศไทย) จำกัด (ที่ 3 จากซ้าย) สนับสนุนเครื่องกรองน้ำอัลว่า รุ่น WL3  จำนวน 12 เครื่อง ซึ่งเป็นเครื่องกรองน้ำดื่มสำหรับองค์กร
ให้แด่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขในช่วงโรคระบาดโควิด-
19 โดยมีนายแพทย์อัษฎางค์ รวยอาจิณรองอธิบดีกรมควบคุมโรค(ที่ 4 จากซ้าย) เป็นผู้รับมอบ ณ อาคาร 1 กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
ถนนติวานนท์ จังหวัดนนทบุรี 



                                                            

บริษัท ลุกซ์ รอยัล (ประเทศไทย) จำกัด ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2520 มากว่า 42 ปี โดยดำเนินธุรกิจจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน และปัจจุบัน จำหน่ายเครื่องกรองน้ำภายในบ้าน และสำหรับองค์กร ชื่อแบรนด์อัลว่า ภายใต้มาตรฐานการผลิตของประเทศอังกฤษ และเป็นพาร์ทเนอร์ของสโมสรฟุตบอลบาเยิร์น มิวนิก อย่างเป็นทางการ รวมทั้งจำหน่ายเครื่องฟอกอากาศภายในบ้าน


โดยการสนับสนุนและติดตั้งเครื่องกรองน้ำดื่มในครั้งนี้ บริษัทฯ มีเป้าหมายเพื่อช่วยสนับสนุนการทำงานของกระทรวงสาธารณสุขในการร่วมต่อสู้กับวิกฤตโรคโควิด-19 ที่ระบาดทั่วโลก และยังมีแผนในการสนับสนุนเครื่องกรองน้ำดื่มให้โรงพยาบาลอื่นๆ เพิ่มเติม โดยได้ติดตั้งเครื่องกรองน้ำให้โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และโรงพยาบาลเลิดสินเมื่อเร็วๆ นี้

BAAC เคียงข้างฮีโร่ชุดกาวน์ต้านภัย COVID-19

 

           
ครั้งแรกที่ BAAC เปิดให้ บุคลากรทางการแพทย์ของรัฐทั่วประเทศไทย เข้ามารับวิตามินทางหลอดเลือด เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันต้านไวรัส ในโปรแกรม IMMUNE BOOSTER ฟรี เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือทีมแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ให้มีกำลังใจในการทำงาน และมีภูมิคุ้มกันในร่างกายที่แข็งแรง ลดความอ่อนล้าอันเนื่องจากการทำงานติดต่อกันเป็นเวลานาน  ส่งเสริมการให้บริการทางการแพทย์ในช่วงวิกฤตสุขภาพการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา COVID-19

​ศูนย์การแพทย์ชะลอวัยและความงาม Bangkok Anti-Aging Center – BAAC  ภายใต้การดูแลมาตรฐานระดับสากลที่เน้นการฟื้นฟูสุขภาพเชิงป้องกัน มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแนวเวชศาสตร์ชะลอวัยที่มากด้วยประสบการณ์และความชำนาญสูงคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ด้วยบรรยากาศที่ให้ความผ่อนคลาย และเป็นกันเอง เพื่อให้เป็นศูนย์การแพทย์ครบวงจร  เพียงบุคลากรทางการแพทย์ของรัฐทั่วประเทศไทย แสดงหลักฐาน บัตรพนักงาน ของโรงพยาบาลของหน่วยงานรัฐ ติดต่อเพื่อรับสิทธิพิเศษได้ที่ข้อมูลติดต่อด้านล่างนี้


BAAC เคียงข้างฮีโร่ชุดกาวน์ต้านภัย COVID-19
ศูนย์การแพทย์ชะลอวัยและความงาม Bangkok Anti-Aging Center – BAAC 

สาขาสุทธิสาร : 3 ซอยประมวลสุข ถนนสุทธิสารวินิจฉัย แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพ
(ใกล้ MRT สุทธิสาร ทางออกประตู 3 / เดินจากปากซอยเข้ามาประมาณ 600 เมตร)
เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 08.00 น. – 20.00 น.  โทร 02-2772893 / 02-2772894
https://goo.gl/maps/fAh2994Gw69TxR797

สาขาบางนา : 921 ถนนบางนา-ตราด  เขตบางนา กรุงเทพ
(ใกล้ SB Design Square, ตึกไทยประกัน / เลยเซนทรัลบางนา 1 กม ฝั่งขาออก)
เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 09.00 น. – 20.00 น.  โทร 02-0075115/ 02-0075116
https://goo.gl/maps/7Eth2nXxwDU3ndXe9

วันนี้ – 30 มิถุนายนนี้...

09 เมษายน 2563

ช่อง 7HD นำเงินบริจาค 35 ล้านบาท ในโครงการ “ช่อง 7 รวมใจสู้ภัยโควิด-19” ให้ 10 โรงพยาบาลรัฐ


จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า หรือโรคโควิด-19  ที่ส่งผลกระทบกับทุกประเทศทั่วโลก และทำให้โรงพยาบาลทั่วประเทศไทยมีความต้องการอุปกรณ์ทางการแพทย์จำนวนมาก ทั้งเพื่อการรักษาผู้ป่วย และดูแลบุคลากรทางการแพทย์  ช่อง 7HD จึงอาสาเป็นสื่อกลางรับบริจาคเงินเพื่อมอบให้กับ
10 โรงพยาบาลรัฐ ที่ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 เป็นจำนวนมาก ด้วยการเปิดโครงการ ช่อง 7 รวมใจสู้ภัยโควิด-19” เมื่อวันที่ 30 มีนาคม ถึง 7 เมษายน 2563


โดยยอดเงินบริจาค 9 วัน ทั้งจาก ช่อง 7HD และจากประชาชน และหน่วยงานพันธมิตร  รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 35,000,000 บาท (สามสิบห้าล้านบาท) เมื่อวันพุธที่ 8 เมษายน ดร.เยาวลักษณ์ พูลทอง กรรมการผู้จัดการ ช่อง 7HD พร้อมด้วยผู้ประกาศข่าว  อนุวัต เฟื่องทองแดง, เปรมสุดา สันติวัฒนา, ณัชฐพงศ์ มูฮำหมัด, ชัยอนันต์ ปันชู, ศจี วงศ์อำไพ,  จีรนันท์ เขตพงศ์, เกณฑ์สิทธิ์ กันธจันทร์ และ ศิริกุล อัตถปัญญาพล เป็นผู้แทนจากทางสถานีฯ ไปมอบเงินบริจาคจากโครงการ “ช่อง 7 รวมใจสู้ภัยโควิด-19” ทั้งหมดให้กับ 10 โรงพยาบาลรัฐ  แห่งละ 3,500,000 บาท (สามล้านห้าแสนบาท)

โดยมอบให้แก่  โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลรามาธิบดี, โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ, สถาบันบำราศนราดูร, โรงพยาบาลราชวิถี   และได้บริจาคต่อไปยังโรงพยาบาลศูนย์  4 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาล นครพิงค์ จ.เชียงใหม่, โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี, โรงพยาบาลชลบุรี จ.ชลบุรี และโรงพยาบาลหาดใหญ่ จ.สงขลา  เพื่อให้ทางโรงพยาบาลได้นำไปใช้ประโยชน์ในการรักษาผู้ป่วย และดูแลบุคลากรทางการแพทย์ให้ห่างไกลจากโรคโควิด-19 ต่อไป

“เปรมสุดา สันติวัฒนา” ผู้ประกาศข่าว เป็นผู้แทนเผยว่า “พวกเราในนามช่อง 7HD ขอขอบคุณประชาชน ห้างร้าน พันธมิตรทุกคน ที่ได้ร่วมบริจาคสมทบทุนในโครงการฯ นี้ และขอเป็นตัวแทนคนไทยทุกคน ขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ ผู้เกี่ยวข้องทุก ๆ คน ที่ได้เสียสละทั้งแรงกายและแรงใจ รวมถึงคนไทยทุกคนที่ให้ความร่วมมือร่วมแรงร่วมใจ ให้พวกเราพ้นผ่านสถานการณ์นี้ไปด้วยกันนะคะ”

เทคนิคทำสวยในช่วงวิกฤติโควิด19 สวยด้วยเทคนิคกึ่งศัลยกรรม


ในช่วงวิกฤติการระบาดของโรคโควิด 19 ทำให้หลายๆคนต้องอยู่เฝ้าบ้านตามหลัก Social distancing นาน ๆเข้าก็ชักเบื่อหงุดหงิด เพราะคิดอยากจะออกไปนวดหน้า เสริมสวยบ้างก็ทำไม่ได้ และถึงแม้จะ
พ้นช่วง lock down แล้วก็ตาม หากแต่ก็ยังมีความเสี่ยงที่จะต้องออกไปทำสวยนอกบ้าน วันนี้เรามีเคล็ดลับดี ๆมาฝากกันว่า ถ้าคิดอยากจะทำสวยในช่วงนี้ควรจะเลือกอย่างไร


การทำสวยที่มีความเสี่ยงต่ำที่สุดก็คือการรักษาด้วยเทคนิคกึ่งศัลยกรรม คือ การฉีดฟิลเลอร์สัมผัสกระดูก และการร้อยไหมเป็นต้น เนื่องจากการรักษาแบบนี้มีข้อได้เปรียบกว่าแบบอื่น ๆก็คือ เห็นผลการรักษาได้ชัดเจน ไม่ต้องทำบ่อย ปกติรักษาเพียง 1-2 ครั้ง ก็สวยได้เป็นปีๆ อีกทั้งยังมีความเสี่ยงต่ำ และไม่มีบาดแผลให้เป็นกังวลอีกด้วย


แต่หากทำการรักษาในกลุ่มทรีทเมนท์ หรือเลเซอร์ นอกจากจะไม่ค่อยเห็นผลการเปลี่ยนแปลงแล้ว
ยังต้องทำบ่อย เช่น ทุก ๆ 1-2 สัปดาห์  ทำให้ต้องออกจากบ้านบ่อย และเพิ่มความเสี่ยงมากขึ้น ส่วนการผ่าตัดนั้น ถึงแม้จะเป็นการรักษาเพียงครั้งเดียวก็จริง แต่จะต้องพักฟื้นนาน บางรายต้องกลับมาทำแผลทุกวัน ทำให้มีความเสี่ยงต่อการรับเชื้อโควิด19 มากขึ้นในช่วงนี้  หรือหากดวงไม่ดีการผ่าตัดมีปัญหา
ต้องกลับมาผ่าแก้ไข ยิ่งทำให้มีความเสี่ยงสูงขึ้นไปอีก


นอกจากเรื่องรูปแบบการรักษาแล้ว เรื่องสถานที่ของสถานพยาบาลก็มีความสำคัญ เพราะสถานพยาบาลที่อยู่ในแหล่งพลุกพล่านด้วยผู้คน เช่นตามศูนย์การค้า มีผู้คนเข้าๆออกๆมากหน้าหลายตา แถมบางแห่งยังใช้ระบบปรับอากาศแบบรวมศูนย์ ปัจจัยเหล่านี้ยิ่งทำให้ความเสี่ยงในการรับเชื้อโควิดสูงขึ้น และยิ่งไม่ต้องพุดถึงสถานเสริมความงามที่อยู่ในโรงพยาบาลซึ่งเป็นสถานที่ที่มีความเสี่ยงสูงสุด


สำหรับ AIC Clinic เป็นคลินิกเดี่ยว Stand alone ให้บริการเฉพาะลูกค้าที่นัดหมายล่วงหน้าเท่านั้น
และจำกัดจำนวนลูกค้าต่อวัน ไม่แออัด และมีมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้ออย่างเคร่งครัด ทำให้มั่นใจได้ว่าปลอดภัยจากการปนเปื้อนเชื้อจากภายนอก

08 เมษายน 2563

เบทาโกรยืนหยัดเคียงข้างคนไทย ร่วมฝ่าวิกฤต COVID-19

ชูโครงการ เบทาโกร #recover19 #เราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน
‘มอบอาหารคุณภาพกว่า 30,000 กิโลให้บุคลากรทางการแพทย์ 22 โรงพยาบาล’


กรุงเทพฯ 8 เมษายน 2563 - เบทาโกร ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารคุณภาพชั้นนำของประเทศไทย ตอกย้ำความ
มุ่งมั่นช่วยให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยอาหารที่มีคุณภาพ ปลอดภัยมากขึ้น ในราคาที่เป็นธรรม เปิดตัวโครงการเฉพาะกิจ ‘BETAGRO #recover19 #เราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน’ ยืนหยัดเคียงข้างสังคมไทยในวิกฤตสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เติมเต็มให้คนไทยมีสุขภาพดีผ่านอาหารคุณภาพ ปลอดภัย ในราคาที่เป็นธรรม มอบความช่วยเหลือเร่งด่วน และสนับสนุน 3 ภาคส่วนหลัก ทั้งภาคสาธารณสุข, ภาครัฐบาล และภาคประชาชน ให้สามารถก้าวข้ามผ่านวิกฤตการณ์ครั้งนี้ไปด้วยกันอย่างดีที่สุด 


นายวสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ เครือเบทาโกร กล่าวว่า “นับแต่เริ่ม
มีสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เมื่อธันวาคมที่ผ่านมา มีผู้ติดเชื้อภายในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุข และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องปฏิบัติงานกันอย่างหนัก ประกอบกับความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นทำให้สินค้าจำเป็นบางประเภทมีราคาสูงขึ้น เครือเบทาโกร ในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจอุตสาหกรรมอาหารของคนไทยที่ตระหนัก และให้ความสำคัญกับมาตรการด้านความปลอดภัยและสุขอนามัยเป็นพิเศษมาโดยตลอด เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค ตอกย้ำความมุ่งมั่นที่ต้องการช่วยให้ประชาชนและชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยอาหารที่มีคุณภาพมากขึ้น  ปลอดภัยมากขึ้น ในราคาที่เป็นธรรม จึงได้จัดทำโครงการเฉพาะกิจ ‘BETAGRO #recover19 #เราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน’ เพื่อสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้คนไทยทุกคน โดยแบ่งเป็นความช่วยเหลือเร่งด่วน และมาตรการ ดังนี้

การสนับสนุนภาคสาธารณสุข
1.มอบเงินบริจาคจำนวน 5,000,000 บาท เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ พร้อมมอบเจลแอลกอฮอล์ 5,000 ขวด ให้กับโรงพยาบาล 5 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลรามาธิบดี, สถาบันบำราศนราดูร, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

2. มอบวัตถุดิบอาหารสดแช่แข็ง กว่า 30,000 กิโลกรัม ผ่านคาราวาน BETAGRO #recover19 #เราจะผ่านวิกฤตนี้
ไปด้วยกัน เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระให้แพทย์ พยาบาล และบุคลากรด้านการแพทย์ ให้มีอาหารที่มีคุณภาพ ปลอดภัย รับประทาน โดยทยอยส่งมอบตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2563 เป็นต้นไป ให้แก่ 22 โรงพยาบาลทั่วประเทศ ได้แก่

2.1.  กรุงเทพมหานคร ได้แก่ โรงพยาบาลรามาธิบดี, โรงพยาบาลราชวิถี, โรงพยาบาลศิริราช, และสถาบันบำราศนราดูร

2.2. ภาคเหนือ ได้แก่ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์, โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ (โรงพยาบาลสวนดอก), โรงพยาบาลเกาะคา ลำปาง และโรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก