08 เมษายน 2563

เบทาโกรยืนหยัดเคียงข้างคนไทย ร่วมฝ่าวิกฤต COVID-19

ชูโครงการ เบทาโกร #recover19 #เราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน
‘มอบอาหารคุณภาพกว่า 30,000 กิโลให้บุคลากรทางการแพทย์ 22 โรงพยาบาล’


กรุงเทพฯ 8 เมษายน 2563 - เบทาโกร ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารคุณภาพชั้นนำของประเทศไทย ตอกย้ำความ
มุ่งมั่นช่วยให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยอาหารที่มีคุณภาพ ปลอดภัยมากขึ้น ในราคาที่เป็นธรรม เปิดตัวโครงการเฉพาะกิจ ‘BETAGRO #recover19 #เราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน’ ยืนหยัดเคียงข้างสังคมไทยในวิกฤตสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เติมเต็มให้คนไทยมีสุขภาพดีผ่านอาหารคุณภาพ ปลอดภัย ในราคาที่เป็นธรรม มอบความช่วยเหลือเร่งด่วน และสนับสนุน 3 ภาคส่วนหลัก ทั้งภาคสาธารณสุข, ภาครัฐบาล และภาคประชาชน ให้สามารถก้าวข้ามผ่านวิกฤตการณ์ครั้งนี้ไปด้วยกันอย่างดีที่สุด 


นายวสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ เครือเบทาโกร กล่าวว่า “นับแต่เริ่ม
มีสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เมื่อธันวาคมที่ผ่านมา มีผู้ติดเชื้อภายในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุข และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องปฏิบัติงานกันอย่างหนัก ประกอบกับความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นทำให้สินค้าจำเป็นบางประเภทมีราคาสูงขึ้น เครือเบทาโกร ในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจอุตสาหกรรมอาหารของคนไทยที่ตระหนัก และให้ความสำคัญกับมาตรการด้านความปลอดภัยและสุขอนามัยเป็นพิเศษมาโดยตลอด เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค ตอกย้ำความมุ่งมั่นที่ต้องการช่วยให้ประชาชนและชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยอาหารที่มีคุณภาพมากขึ้น  ปลอดภัยมากขึ้น ในราคาที่เป็นธรรม จึงได้จัดทำโครงการเฉพาะกิจ ‘BETAGRO #recover19 #เราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน’ เพื่อสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้คนไทยทุกคน โดยแบ่งเป็นความช่วยเหลือเร่งด่วน และมาตรการ ดังนี้

การสนับสนุนภาคสาธารณสุข
1.มอบเงินบริจาคจำนวน 5,000,000 บาท เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ พร้อมมอบเจลแอลกอฮอล์ 5,000 ขวด ให้กับโรงพยาบาล 5 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลรามาธิบดี, สถาบันบำราศนราดูร, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

2. มอบวัตถุดิบอาหารสดแช่แข็ง กว่า 30,000 กิโลกรัม ผ่านคาราวาน BETAGRO #recover19 #เราจะผ่านวิกฤตนี้
ไปด้วยกัน เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระให้แพทย์ พยาบาล และบุคลากรด้านการแพทย์ ให้มีอาหารที่มีคุณภาพ ปลอดภัย รับประทาน โดยทยอยส่งมอบตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2563 เป็นต้นไป ให้แก่ 22 โรงพยาบาลทั่วประเทศ ได้แก่

2.1.  กรุงเทพมหานคร ได้แก่ โรงพยาบาลรามาธิบดี, โรงพยาบาลราชวิถี, โรงพยาบาลศิริราช, และสถาบันบำราศนราดูร

2.2. ภาคเหนือ ได้แก่ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์, โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ (โรงพยาบาลสวนดอก), โรงพยาบาลเกาะคา ลำปาง และโรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก