25 พฤษภาคม 2563

เกษรวิลเลจ ‘The New Normal’ 3 หัวใจหลักแห่งศิลปะ แห่งการใช้ชีวิตในรูปแบบใหม่อย่างมีรสนิยม

เกษรวิลเลจนำเสนอ Gaysorn Back To Life, The Art of ‘The New Normal’ 3 หัวใจหลักแห่งศิลปะ แห่งการใช้ชีวิตในรูปแบบใหม่อย่างมีรสนิยม ให้ลูกค้าช้อปปิ้งอย่าง มีสไตล์ ปลอดภัย และมั่นใจกว่าที่เกสรวิลเลจ พร้อมต่อยอดนโยบาย “ย่านราชประสงค์ปลอดภัย มั่นใจไร้ COVID-19”



เกษรวิลเลจตอกย้ำความเป็นที่สุดแห่งไลฟ์สไตล์เออร์บันวิลเลจแห่งแรกและแห่งเดียวใจกลางย่านราชประสงค์จัดเเคมเปญ Gaysorn Back To Life, The Art of ‘The New Normal’ ขานรับนโยบาย “ย่านราชประสงค์ปลอดภัย มั่นใจไร้ COVID-19” ชูจุดเด่นศูนย์การค้าในพื้นที่สาธารณะที่สะอาด ปลอดภัย ด้วยหัวใจหลัก 3 มาตรการเพิ่มความมั่นใจให้ลูกค้าที่มาช้อปปิ้งในเกษรวิลเลจได้สัมผัสประสบการณ์พิเศษเหนือระดับกว่าใคร

จิรัสย์ วัฒนภัทรเศรษฐ์ รองกรรมการบริหารฝ่ายการตลาด เกษรวิลเลจ กล่าว “การระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้นพร้อมกันทั่วโลกในครั้งนี้ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้ชีวิตในรูปแบบใหม่  (The New Normal) โจทย์ของเราคือจะอยู่กับเรื่องใหม่แบบนี้ยังไงให้มีความปลอดภัยสูงสุด และมีความสุขในการใช้ชีวิต เกษรวิลเลจจึงได้สร้างสรรค์แคมเปญ Gaysorn Back To Life, The Art of ‘The New Normal’ ขึ้น โดยเลือกสรรและจัดเตรียมมาตรการความพร้อมที่ครอบคลุมและสอดคล้องกับรูปแบบและพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป  นำเสนอมุมมองใหม่ให้การใช้ชีวิตมีศิลปะมากยิ่งขึ้น ภายใต้ 3 มาตรการหลักที่มีหัวใจสำคัญคือให้ลูกค้าสัมผัสได้ถึงความปลอดภัย มั่นใจและประทับใจกว่านับตั้งแต่ก้าวแรกที่มาเยือนเกษรวิลเลจ”

1. The Art of Living: ศิลปะแห่งการใช้ชีวิตในยุคที่เปลี่ยนไป

เพราะการใช้ชีวิตท่ามกลางการระบาดของโควิด -19 เป็นเรื่องที่เกษรวิลเลจคำนึงถึงมาโดยตลอด หัวใจสำคัญอันดับแรกคือความมั่นใจที่ลูกค้าจะได้รับในทุกครั้งที่มาเยือนเกษรวิลเลจ โดยมีการแบ่งเป็นรายละเอียดดังนี้

1.1. มาตรการอากาศสะอาด (CLEANLINESS AIR) 

- จัดให้มีการอบ Ozone เพื่อลดการสะสมของเชื้อโรคที่เกิดจากอากาศภายในอาคาร

- ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ เพื่อลดฝุ่นละอองและฆ่าเชื้อโรคในอากาศ 

- ติดตั้งระบบยูวีซี (UVC) ฆ่าเชื้อโรคในระบบเครื่องปรับอากาศภายในพื้นที่ส่วนกลางแบบ Air  Handling Unit (AHU) ทุกชั้นเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าในเรื่องคุณภาพอากาศที่ผ่านการฆ่าเชื้อเป็นที่  เรียบร้อย

1.2. มาตรการความสะอาดและปลอดภัยภายในอาคาร (CLEANLINESS & HYGIENE MEASURES) 

- จัดเตรียมจุดบริการแอลกอฮอล์ล้างมือภายในอาคารอย่างทั่วถึง รวมถึงบริเวณจุดคัดกรอง และเคาน์เตอร์          คอนเซียร์จทุกจุด

- กำหนดให้มีการทำความสะอาดบริเวณห้องน้ำ ลิฟท์ ราวจับบันไดเลื่อน ปุ่มกดลิฟท์ มือจับประตู  รวมถึงจุดสัมผัสต่าง ๆ ภายในอาคารด้วยแอลกอฮอลล์ฆ่าเชื้อโรคทุก 30 นาที

- จัดบริการ พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคบริเวณพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมดทุกสัปดาห์ รวมถึงจัดให้บริการฟรีแก่ผู้เช่าในกรณีที่ต้องการให้เข้าไปทำการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคภายพื้นที่

- บริการพรมเช็ดเท้าฆ่าเชื้อที่จุดทางเข้าศูนย์ทุกจุดในกรณีฝนตก

-  พนักงาน เจ้าหน้าที่รปภ. แม่บ้านทุกคน จะต้องใส่หน้ากากอนามัยและ Face Shield ในขณะปฏิบัติหน้าที่

- กำหนดให้มี Counter Shield ที่บริเวณเคาน์เตอร์คอนเซียร์จทุกจุด

- ให้การฝึกอบรมพนักงานทุกคน รวมถึงให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับเชื้อไวรัสโควิด- 19

- ในกรณีที่พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเกษรวิลเลจ ทั้งในส่วนของศูนย์การค้าและสำนักงานให้เช่าทางอาคารจะเข้าดำเนินการพ่นยาฆ่าเชื้อโรค รวมถึงอบโอโซนในบริเวณพื้นที่เสี่ยงทันที

- เปิดให้มีสายด่วนเพื่อรับรายงานเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้นใน เกษรวิลเลจ ตามเบอร์โทร 091-770-5290

1.3. มาตรการลดการสัมผัส (‘Touch-Less’ Experience) เพิ่มความสะดวกสบาย และลดการสัมผัสเพื่อลดความเสี่ยงจากเชื้อโรคที่อาจปะปนอยู่ เกษรวิลเลจจัดให้มีบริการต่าง ๆ รองรับดังนี้

- บริการพนักงานคอยเปิดประตูทางเข้า – ออก ศูนย์ ฯ ให้กับลูกค้าที่มาใช้งาน

- อุปกรณ์กดลิฟต์ เพื่อลดความเสี่ยงในการสัมผัส

- ระบบการชำระเงินผ่านทางช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ เช่น WeChat, Alipay, Rabbit Line Pay หรือ QR Code

- Valet Parking Service: บริการรับจอดรถโดยพนังงานจากเกษรวิลเลจ ที่ให้ลูกค้ารู้สึกมั่นใจและปลอดภัยมากขึ้นกว่าเดิมด้วยการปลอกหุ้มพวงมาลัยรถยนต์ ที่เกษรจัดเตรียมไว้เพื่อลดความเสี่ยงจากการสัมผัสและเพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกค้ามากยิ่งขึ้น

1.4 มาตรการคัดกรองเข้มงวด (ARRIVAL SCREENING)

-  เพื่อเป็นการยกระดับการเฝ้าระวัง รวมถึงป้องกันการแพร่ระบาดที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ เกษรวิลเลจจึงได้จัดให้มีการคัดกรองที่เข้มงวดขึ้นนับตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าสู่เกษรวิลเลจ โดยจัดให้มีการสแกนอุณหภูมิร่างกายจากเครื่องมือตรวจจับอุณหภูมิความร้อน (Thermal Scan) ณ บริเวณประตูทางเข้าฝั่ง BTS Link และโถงลิฟต์อาคารเกษรทาวเวอร์

- การตรวจวัดอุณหภูมิโดยพนักงานจากเกษรวิลเลจ ณ บริเวณทางเข้าศูนย์การค้าทุกจุด โดยกำหนดอุณหภูมิร่างกายต้องไม่เกิน 37.5 องศา

- ลูกค้าที่มาซื้อสินค้าและใช้บริการในเกษรวิลเลจทุกท่าน ต้องสวมหน้ากากอนามัยตลาดเวลา

- มีการตรวจวันอุณหภูมิของพนักงานในร้านค้าทุก ๆ 6 ชั่วโมง

2. The Art of Socialising: ศิลปะแห่งการเข้าสังคมที่ปลอดภัย

เกษรวิลเลจใส่ใจทุกรายละเอียดโดยเฉพาะการใช้ชีวิตในแบบ New Normal แบบใหม่ให้ปลอดภัยสูงสุดจึงได้จัดเตรียมมาตรการ The Art of Socialising ขึ้น โดยมีรายละเอียดดังนี้

2.1. Space Ratio 1:16 เกษรวิลเลจให้ความสำคัญกับพื้นที่ส่วนตัว (Personal Space) ที่อัตรา 1:16 โดยจำกัดจำนวนผู้ใช้บริการภายในศูนย์ ฯ 1 คน ต่อ 16 ตรม. เพื่อเพิ่มความมั่นใจและปลอดภัยมากกว่า

2.2 มาตรการต้นแบบเว้นระยะห่างทางสังคม (“THE NEW NORMAL” PROTOCOLS) หรือ การจัดพื้นที่เว้นระยะห่างแต่ละบุคคล (Social Distancing) ตามมาตรการที่กระทรวงสาธารณะสุขเป็นผู้กำหนด โดยจัดทำป้ายและสติกเกอร์รณรงค์ตามพื้นที่ส่วนกลางตามจุดสำคัญ อาทิ ลิฟต์ บันไดเลื่อน พื้นที่ ส่วนกลางตามจุดต่าง ๆ

2.2  สนับสนุนให้ร้านอาหารร้านมี Table Shield เพิ่มความอุ่นใจให้ลูกค้าที่เข้ามาทานอาหารในเกษรวิลเลจ พร้อมแนะนำให้ร้านค้าจัดเซ็ทอาหารที่เป็น Individuals set ไว้ให้ลูกค้าเพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการทานอาหารให้ปลอดภัยจากไวรัสโควิด -19 ได้

3. The Art of New Experiences: ศิลปะแห่งประสบการณ์การช้อปปิ้งครั้งใหม่ที่พิเศษกว่าใคร

เพราะเกษรวิลเลจใส่ใจในทุกรายละเอียด จึงได้สร้างสรรค์ศิลปะแห่งการช้อปปิ้งครั้งใหม่ที่พิเศษ เหนือระดับกว่าใคร ด้วยการดูแลและบริการต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความมั่นใจ และอรรถรสในการซื้อสินค้าและบริการได้อย่างไม่มีสะดุด

3.1. Personalisation & Customisation เลือกสินค้าและบริการที่บ่งบอกสไตล์ความเป็นตัวเองได้กับ หลากหลายบริการ

3.1.1. Concierge Relation คอยให้บริการลูกค้าตามความต้องการ ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของศูนย์ ฯ  ลูกค้าก็สามารถพบกับความสะดวกสบายได้อย่างง่ายดาย

3.1.2. Private Treatment by appointment only: ลูกค้าสามารถเข้ารับบริการทรีตเม้นต์ได้โดยการจอง ผ่านช่องทางการจองที่หลากหลายจากเกษรวิลเลจ

3.1.3. New Shopping Platform: เกษรวิลเลจ เพิ่มช่องทางในการซื้อสินค้าและบริการที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น

- Gaysorn “To You” - ผู้ช่วยคนใหม่กับประสบการณ์ Bring The Gaysorn Experience To Your

Place แบบพิเศษกว่าใคร เพียงแอด LINE @GaysornVillage แล้วรับบริการซื้อสินค้าออนไลน์

โดย Gaysorn Concierge Online เพียงเท่านี้ลูกค้าก็จะได้สินค้าที่ถูกใจแบบส่งตรงถึงที่บ้าน, ที่ทำงาน หรือสถานที่อื่นๆที่ลูกค้าสะดวก ให้ความรู้สึกเสมือนมาช้อปปิ้งที่เกษรวิลเลจด้วยตัวเอง

-  Chat and Shop - สั่งซื้อสินค้าผ่าน Gaysorn Concierge Online พร้อมจัดส่งทาง Kerry Express

-  You Shop We Drop - เลือกช้อปปิ้งสินค้าผ่าน Gaysorn Concierge Online พร้อมบริการส่งของให้ถึงรถยนต์ในบริเวณจุดที่จัดไว้สำหรับให้บริการ

-  Grab for you – เกษรวิลเลจร่วมกับร้านอาหารชั้นนำในศูนย์ ฯ ส่งตรงความอร่อยถึงออฟฟิตด้วยบริการฟรีเดลิเวอรี่จาก Gaysorn Delivery Team จัดส่งภายในตึกเกษรเซ็นเตอร์ เกษรทาวเวอร์อัมรินทร์พลาซ่าเท่านั้น





เกษรวิลเลจขานรับนโยบาย “ย่านราชประสงค์ปลอดภัย มั่นใจไร้ COVID-19” ที่จัดตั้งโดยสมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ (RSTA) โดยการวางแผนแม่บท 6 ข้อ 47 มาตรการ ดูแลทั้งย่านครอบคลุม 4 โซนสำคัญ คือ พื้นที่สาธารณะ ศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน และศูนย์อาหาร ซึ่งเกษรวิลเลจเป็นศูนย์การค้าในย่านที่มีมาตรฐานใหม่ด้านสุขภาพและความปลอดภัย เพื่อสร้างความมั่นใจและอุ่นใจกว่า ด้วยมาตรการด้านต่าง ที่เตรียมไว้ต้อนรับการกลับมาเปิดศูนย์ฯอีกครั้งให้ลูกค้าทุกท่านได้สัมผัสประสบการณ์การช้อปปิ้งที่เหนือระดับกว่าใคร

สำหรับลูกค้าท่านใดที่ต้องการติดตามข่าวสารข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆ
สามารถติดตามได้ที่ www.facebook.com/GaysornVillage

พ่อแม่ต้องใส่ใจ!!ปัญหาอันตรายของแสงสีน้ำเงินที่ส่งผลต่อสุขภาพตาของเด็กยุคดิจิทัล



กรุงเทพฯ
ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรคเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) มีการแพร่ระบาดในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย รัฐบาลประกาศเลื่อนการเปิดเทอมยาวออกไป ด้วยตระหนักถึงความปลอดภัยในชีวิตของนักเรียนนักศึกษาที่จะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดดังกล่าวจึงทำให้สถานศึกษามีการปรับการเรียนการสอนเป็นในรูปแบบของการเรียนทางออนไลน์ทำให้เด็กๆต้องใช้เวลาไปกับหน้าจอดิจิทัลมากกว่าปกติเป็นเวลาหลายชั่วโมงต่อวัน ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้เป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาทางด้านสายตาและสุขภาพตาเพราะแสงสีน้ำเงิน (Blue light)จากอุปกรณ์ดิจิทัลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโน้ตบุ๊คแท็บเล็ต และสมาร์ทโฟนอาจเป็นอันตรายต่อดวงตาของเด็กๆ ทั้งสิ้น และการเล่นอุปกรณ์เหล่านี้เป็นเวลานานๆ จะนำมาซึ่งปัญหาและผลกระทบต่อเด็ก ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

ภัยที่เกิดจากการใช้อุปกรณ์ดิจิทัลที่ส่งผลต่อสายตาเด็กที่พ่อแม่อาจมองข้ามประกอบด้วยภาวะตาล้า(Digital Eye Strain)เกิดจากการจ้องจอมากเกินไปเป็นระยะเวลานานๆ ก็จะทำให้การหดตัวของกล้ามเนื้อเล็กๆ ในตาหดตัวเกือบตลอดเวลาทำให้มีอาการตาล้า จึงเป็นที่มาของการมองเห็นที่พร่ามัวชั่วคราวโรคจอประสาทตาเสื่อม (AMD)โดยแสงสีน้ำเงินจากอุปกรณ์ดิจิทัลจะกระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระ ซึ่งจะทำลายเซลล์ประสาทตา หากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานอาจเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดโรคจอประสาทตาเสื่อมได้โรคสายตาสั้นมาก (pathological myopia)การเพ่งอยู่หน้าจอเป็นระยะเวลานานกว่า 2.5 .ม ต่อวัน โดยเฉพาะในระยะน้อยกว่า 20 .ม นานกว่า 45 นาที เป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดภาวะสายตาสั้นได้เร็วและมากขึ้นในเด็กไม่เพียงภาวะสายตาสั้นเพิ่มขึ้นเร็วกว่าปกติแต่ยังเสียบุคลิกภาพ เพราะต้องหยีตาตลอด เมื่อเด็กมองไม่ชัด ซึ่งภาวะสายตาสั้นทำให้จำเป็นต้องหยีตามองสิ่งต่างๆ ที่อยู่ในระยะไกลตลอดเวลา ซึ่งมีผลต่อวิสัยทัศน์และบุคลิกภาพเพื่อเป็นการปกป้องไม่ให้สายตาของลูกเสียก่อนวัยอันควรเอสซีลอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์สำหรับดวงตาชั้นนำของโลก มีข้อแนะนำดีๆสำหรับคุณพ่อคุณแม่มาฝากกัน




เลนส์ Blue UV Capture ของเอสซีลอร์
เครดิตภาพ:เมญ่า-นนธวรรณบรามาซมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2014

เลือกใช้แว่นตาที่มีเลนส์กรองแสงสีน้ำเงิน

การเลือกใช้แว่นตาที่มีเทคโนโลยีกรองแสงสีน้ำเงิน จึงเป็นก้าวแรกในการถนอมดวงตาของเด็กและลดความเสี่ยงจากโอกาสการเกิดปัญหาทางสายตาที่รุนแรงขึ้นในอนาคตเลนส์เอสซีลอร์ Blue UV Captureนวัตกรรมกรองแสงสีน้ำเงินชนิดอันตรายในเนื้อเลนส์แต่ปล่อยช่วงแสงที่มีประโยชน์ผ่านเข้ามา เลนส์ Blue UV Capture สามารถปกป้องดวงตามากกว่าเลนส์ใสทั่วไป 3 เท่า รวมถึงป้องกันรังสียูวีทั้งด้านหน้าและด้านหลังของเลนส์มากถึง 35 เท่า เลนส์แว่นตาแม้ใช้เพียงปกป้องดวงตาโดยไม่มีค่าสายตาเพื่อแก้ไขการมองเห็น ก็ควรเลือกเลนส์คุณภาพเพื่อถนอมดวงตาของลูกน้อยในระยะยาว
·         ใช้จอคอมพิวเตอร์ที่เหมาะสมและปรับแสงสว่างหน้าจอให้พอเหมาะ
พ่อแม่ควรเลือกจอคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดมากกว่า 19 นิ้ว และเป็นจอที่กันแสงสะท้อน เพราะถ้ามีแสงสะท้อนจะทำให้รู้สึกไม่สบายตา และที่สำคัญควรปรับสภาพแวดล้อม แสงสว่างโดยรอบให้พอดี เพื่อลดความสว่างของหน้าจอไม่มืดหรือสว่างจนเกินไป และควรจัดแสงจากภายนอกให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ไม่ให้แยงตาโดยตรงเพราะจะทำให้ตาล้ามากขึ้น
·         กำหนดระยะห่างระหว่างสายตากับหน้าจอ
ระยะห่างที่พอเหมาะสำหรับอุปกรณ์ดิจิทัลจะทำให้ลูกของคุณไม่ต้องใช้กำลังโฟกัสของตามากเกินไปจนเกิดอาการล้าของตาได้ หากใช้แทบเล็ต หรือหน้าจอมือถือควรห่างประมาณ 1 ฟุต ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะควรห่างประมาณ 2 ฟุต ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ควรจัดระยะห่างให้เหมาะสม เพื่อสุขภาพสายตาที่ดีสำหรับลูกๆ รวมถึงคุณพ่อคุณแม่เองด้วย

·         ปรับขนาดตัวอักษรบนหน้าจอดิจิทัล ไม่ให้มีขนาดเล็กจนเกินไป
ขนาดตัวอักษรที่ทำให้อ่านได้สบายตาในเวลานานๆ จะต้องมีขนาดอย่างน้อย 3 เท่าของขนาดที่เล็กที่สุดที่สามารถอ่านได้ในระยะนั้น
·         พักสายตาด้วยเทคนิค 20-20-20
พ่อแม่ควรฝึกให้ลูกรู้จักพักสาตา ด้วยเทคนิค 20-20-20 คือทุก 20 นาทีในการจ้องหน้าจออุปกรณ์ดิจิทัลต่างๆ ควรพักสายตา 20 วินาที โดยมองออกไปไกล 20 ฟุต เพื่อช่วยให้ดวงตามีการเปลี่ยนระยะโฟกัสและผ่อนคลาย ซึ่งในระหว่างนี้ผู้ปกครองอาจให้เด็กๆ ได้พักจากหน้าจอลุกยืดเส้นยืดสายด้วย เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อส่วนอื่น ๆ ของร่างกายไปพร้อมกัน

นอกเหนือจากการดูแลปกป้องดวงตาของเด็กๆแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือพ่อแม่ควรพาลูกไปตรวจสุขภาพตาเป็นประจำอย่างน้อยปีละครั้งเพราะการมองเห็นคือสิ่งสำคัญ เราจึงไม่ควรมองข้ามการตรวจดวงตา เพราะโรคทางตาหลายโรคที่จะไม่แสดงอาการจนกว่าจะเข้าสู่ระยะรุนแรงแล้ว เมื่อถึงเวลานั้นก็อาจสายเกินกว่าจะรักษาให้เป็นปกติได้

สำหรับข้อมูลผลิตภัณฑ์สำหรับการดูแลสุขภาพดวงตา หรือรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถเข้าไปที่เว็บไซต์

REVITALITE CAFÉ & THAI MASSAGE


อาหารสุขภาพจานด่วน ตอบโจทย์ทุกเมนู!
คืนสูชีวิตใหม่ รี-ไวทัล-ไลท์ ร้านที่มีจุดเริ่มต้นจากการทำอาหารสุขภาพ ส่ง ปิ่นโต คอร์ส 1-3 เดือน
ต่อมาได้ เปลียนแผน ธุรกิจจากอาหารสุขภาพ ส่งปิ่นโต ที่ไม่มี ทีนั่งในร้าน เป็นรูปแบบร้าน อาหาร
ไทย และ นวดไทย เพื่อสุขภาพรวมถึงโปรแกรม นวดเพื่อ สุขภาพ และความงาม โดยในปัจจุบันทาง
ร้านมีบริการ รับทำข้าวกล่อง อาหารกล่องหลายรูปแบบ ปรุงอย่างพิถีพิถัน จนท่านสัมผัส ถึงรสชาติ
ที่อร่อยกลมกล่อมให้ท่านลูกค้าได้เลือกสรรค


Wefiethailand เยี่ยมชมย่านซอยร่วมฤดี ถนนเพลินจิต เค้าบอกว่า “ส้มตำ(ป่า)ถาดขาหมู” ที่นี่เด็ดรสเด็ดมาก ขึ้นชื่อเรื่องความแซ่บความอร่อยสุดๆ จึงต้องรีบตามหาพิกัดร้านกันทันทีเลยค่ะ เรียกว่าเป็นร้านอาหารที่ครบเครื่องจริงๆ มีทั้งส้มตำรสแซ่ป เมี่ยงคำใบชะพลู ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น หมูสเต๊ะ ปลาแซลม่อนย่าง ขาหมูทอดกรอบ หมูแดง/หมูกรอบ ข้าวราดหน้าหมูกรอบไข่นุ่ม และเมนูอาหารชนิดอื่นอีกมากมายให้ได้ลิ้มรส อิ่มอร่อยทั้งอาหารและดื่มด่ำในบรรยากาศง่ายๆ สบายๆ แน่นอนว่าคนอีสานที่อยู่แถวนี้จะต้องคิดถึงบ้านแน่ๆ
ร้าน Revitalite Cafe’ & Thai Massage

ซอยร่วมฤดี ถนนเพลินจิต ไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้าเพลินจิต ร้านตั้งอยู่ ใน Area โรงแรม 5ดาว
หลายโรงแรมในย่านนี้ สังเกตุเห็นง่ายมากๆ เพราะจะเห็นชื่อป้ายร้านสีแดงใหญ่ๆ เด่นอยู่หน้าร้านเลยมองเผินๆ เป็นร้านขนาดใหญ่ที่เปิดหลังคาสูงโล่ง ส่วนข้างในก็มีโต๊ะอาหารตั้งอยู่เป็นระเบียบ แต่ที่เด่นคือ มีแบบโต๊ะนั่งธรรมดา แบบซุ้มต้นไม้ หรือจะเป็นโต๊ะที่จัดอยู่ห้องแอร์ก็มีนะคะ โซนเอ้าท์ดอร์
โต๊ะที่นั่งแบบธรรมดาง่ายๆ สบายๆ ใครอยากนั่งกินอาหารในบรรยากาศแบบไหนก็เลือกได้เลย



นอกจากนั้นที่นี่ยังมีมุมต้อนรับลูกค้าที่ต้องการนวด ร้านกว้างใหญ่มีที่นั่งรับรองเยอะมาก บอกเลยว่า
ไม่ธรรมดาจะเรียกว่าเป็นร้านเด่นร้านดัง

ถึงคราวเมนูอาหารตรงหน้ากันบ้าง จะว่าไปที่นี่ก็มีอาหารหลายอย่างเลย มาถึงเมนูที ทีมงานได้รับประทานกันในวันนี้ ไม่ใช่ เมนู ประจำของร้าน โดยทางร้านจะเริ่มเปิด บริการ เมนู Delivery เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ โควิด-19 โดยทางร้านเอาใจลูกค้าคนไทย จัดเป็นพิเศษเมนูพิเศษ เมนู ขึ้นใหม่ให้ถูกใจกลุ่มคนไทย อาทิ เช่น ส้มตำป่าแซบเว่อร์ เสริฟมาพร้อมของอร่อยเด็ด หลากหลายชนิด เช่น หมูกรอบ ไก่ ทอดกรอบ (วันนั้น ไม่มี) ขาหมูกรอบ หมูแดง หมูกรอบ หมูยอ/ กุ้ง/ ไข่ต้ม ผักสด
 



ขาหมู ทอดกรอบๆ นุ่มๆ 



ส้มตำถาดป่า บอกเลยว่าสีสันและความนัว เรียกว่าเป็นตำที่สามารถใส่ได้ 
ทุกอย่างที่อยากใส่ ได้ทั้งเส้นมะละกอ เครื่องเคียงจัดเต็มจัดหนัก อย่างหมูยอชิ้นโต หมูกรอบ ขาหมูทอดกรอบ
เมนู ส้มตำ ถาด ป่าแซบเว่อร มี 2 ขนาด
ขนาดใหญ่ ทานได้ประมาณ 4 -6 ท่าน
ขนาดใหญ่มาก ทานได้ประมาณ 6-8 ท่าน(เมนูส้มตำ กล่อง สำหรับ 1-2 คน ราคา 180 บาท) 
เมนูปลากระพง นึ่งมะนาว ด้วยคุณภาพและความสด ของเนื้อปลา และความนุ่มหวานของ
เนื้อปลาส่วนซ๊อส รสชาติจัดจ้านกำลังพอดี
เมนูปลา แซลมอน ย่าง จิ้มแจ่ว

เมนูปลากระพง นึ่งมะนาว

ข้าวหน้าไข่นุ่ม หมูกรอบ


ข้าวหมูกรอบ หมูแดง สำหรับคนที่ชอบทานอาหารจานด่วน ง่ายๆ ความอร่อย แน่นอน ของ
หมูกรอบ และ ความนุ่ม กำลังดี.ของ หมูแดง ที่เราตั้งใจทำให้ลงตัวของซ๊อสดำหวาน

ข้าวหน้าไข่นุ่ม หมูกรอบจานนี้ ท๊อปด้วยไข่นุ่มนิ่ม ราดข้าวทานและหมูกรอบของ สูตรเด็ด
ของทางร้านร้านทานแล้ว อร่อยอย่างลงตัว
หมูกรอบ ทานกับ ซ๊อสหวานดำ/ ซ๊อส ซีฟู้ด รีเควส ได้ จัดใส่ กล่อง เต็มๆ
ขาหมู ทอดกรอบๆ นุ่มๆ ข้างในทั้งขา ใหญ่ๆ
จัดใส่กล่อง เต็มๆกล่อง ซ๊อส ซีฟู้ด/ ซ๊อสแจ่ว

เมนูปลา แซลมอน ย่าง จิ้มแจ่ว
ต้องลองเทคโนโลยีในการย่าง ปลา แซลมอน ที อร่อยและรับรองว่าไม่มีกลิ่นคาว เนื้อปลานิ่ม
กำลังทาน ไม่แข็งกระด้าง นำน้ำจิ้มแจ่ว รสชาติอร่อย
แซ่ปแบบลงตัว รับลองติดใจแน่นอน
หมูสะเต๊ะ สูตรลับแสนอร่อย หมูสะเต๊ะ ความอร่อยระดับตำนาน จานนี้อร่อยแบบเต็มคำ เนื้อหมูนุ่มๆ
ข้าวกล่อง รวมความอร่อยของหลายเมนูมีอาหารให้เลือกหลากหลายเมนู


ท่านสามารถเลือกได้ตามความต้องการ เป็นยังไงบ้างคะกับเมนูอาหารต่างๆ ที่ wefiethailand 

พามาชิม ถูกอกถูกใจคนที่ชอบอาหารรสจัดกันหรือเปล่า ส่วน Wefiethailand ถูกใจตั้งแต่ก้าวแรกที่มาทีั่ร้านแล้วค่ะ  ยิ่งได้เข้ามาในร้านก็รู้เลยว่าเมนูแต่ละอย่างของทางร้านอร่อยแน่นอน ซึ่งก็ต้องบอกว่าอร่อยจริงสั่งกันแบบสะดวกๆ งานนี้บอกเลยว่า เอาเวลามานั่งพักผ่อน ทำงาน ดูหนัง ฟังเพลง และรอกินอาหาร
มื้อโปรดมาส่งตรงถึงหน้าบ้านดีกว่า ว่าแล้วก็เตรียมมือถือแล้วกดสั่งเดลิเวอรีกันเลย ที่ร้านมีบริการ 




Delivery จาก LINE MAN Foodpanda และ GrabFood


Delivery จาก 
LINE MAN Foodpanda และ GrabFood
Revitalite Cafe’ & Thai Massage :
รี-ไวทัล-ไลท์ โครงการร่วมฤดีวิลเลจ 20/2-5 ซอยร่วมฤดี
ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี กรุงเทพฯ 10330
โทรติดต่อสอบถาม : Tel. 092-669-6228
เปิดให้บริการทุกวัน 12.00 – 20.00 น.

24 พฤษภาคม 2563

ล็อค ปาล์ม กอล์ฟ คลับ จ.ภูเก็ต เข้ารับใบรับรองมาตรฐาน สนามกอล์ฟแห่งแรกใน จ.ภูเก็ต

สนามกอล์ฟ สะอาดปลอดภัยป้องกัน
โรค COVID-19 แห่งแรกใน จ.ภูเก็ต 


          นายธีระ วงศ์สวนนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็ม บี เค รีสอร์ท จำกัด (มหาชน)  (ซ้าย)
ในนามสนามกอล์ฟ ล็อคปาล์ม  กอล์ฟ คลับ  เข้ารับประกาศนียบัตรผ่านมาตรฐานปฎิบัติตาม
คำแนะนำ สนามกอล์ฟ สะอาดปลอดภัยป้องกันโรคโควิด -19 จากกรมอนามัย  โดยได้รับเกียรติ
จาก ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (ขวา) เป็นประธานในพิธีรับมอบ  ณ หอประชุม  อาคารคอซิมบี้ ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต เมื่อเร็ว ๆ นี้

ออมสิน ปรับลดดอกเบี้ยสอดคล้อง กนง. ลดดอกเบี้ยเงินกู้ 0.125-0.25% ไม่ปรับดอกเบี้ยเงินฝาก

ลดดอกเบี้ยเงินกู้ 0.125-0.25% ไม่ปรับดอกเบี้ยเงินฝาก
ธนาคารออมสิน ลดดอกเบี้ยสอดคล้องทิศทางนโยบายดอกเบี้ยของ กนง. ร่วมบรรเทาผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 พร้อมดูแลลูกค้ารายย่อย ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 0.125-0.25% มีผลวันที่ 25 พฤษภาคม 2563 ส่วนดอกเบี้ยเงินฝากไม่ปรับลดเพราะมุ่งส่งเสริมการออมต่อเนื่อง




ดร.ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ด้วยภารกิจหลักของธนาคารออมสินในการเป็นกลไกส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศตามนโยบายรัฐบาล ภายใต้สถานการณ์และสอดคล้องกับทิศทางดอกเบี้ยนโยบายตามประกาศของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) รวมถึงมุ่งให้ความสำคัญต่อสภาวะการดำรงชีพในการช่วยแบ่งเบาภาระลูกค้าและประชาชน ธนาคารฯ จึงได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ มีผลตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นไป

โดยอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ปรับลด 0.125-0.25% ได้แก่ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำประเภทเงินกู้ที่มีระยะเวลา หรือ MLR (Minimum Lending Rate) ปรับลดลงจาก 6.275% เป็น 6.150% (ปรับลด 0.125%) อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำประเภทเงินเบิกเกินบัญชี หรือ MOR (Minimum Overdraft Rate) ปรับลดลงจาก 6.245% เป็น 5.995% (ปรับลด 0.25%) และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี หรือ MRR (Minimum Retail Rate) ปรับลดลงจาก 6.370% เป็น 6.245% (ปรับลด 0.125%)

สำหรับดอกเบี้ยเงินฝากไม่มีการปรับลดแต่อย่างใด โดยธนาคารออมสินในฐานะสถาบันการเงินเพื่อการออม ยังคงส่งเสริมภาคการออมต่อเนื่องต่อไป หรือภายหลังจากการประชุมครั้งต่อไปของ กนง. ในวันที่ 24 มิถุนายน 2563 ซึ่งธนาคารจะมีการพิจารณาทบทวนการปรับอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง

ทั้งนี้ การปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ และยังคงอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก นั้น ธนาคารฯ ยังต้องแบกรับต้นทุนในส่วนนี้อยู่  แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างการขอลดการนำเงินสมทบเข้ากองทุนพัฒนาระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (SFIF) เช่นเดียวกับธนาคารพาณิชย์ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ผ่อนปรนให้ลดการนำเงินสมทบกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) 

ซึ่งการได้ลดเงินสมทบเข้ากองทุนฯ (SFIF) จะสามารถนำมาชดเชยค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้  จึงหวังว่าจะได้รับการผ่อนปรนในระยะอันใกล้นี้เช่นกัน

“ปัจจัยการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 มีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ และส่งผลต่อความเป็นอยู่ของประชาชน ธนาคารออมสินจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการปรับลดดอกเบี้ยในครั้งนี้จะช่วยบรรเทาผลกระทบให้ประชาชนและลูกค้าของธนาคารฯ ได้ไม่มากก็น้อย” ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวในที่สุด

21 พฤษภาคม 2563

บุ๋ม-ตรีรักจับมือเอ้-ชุติมา เป็นตัวแทนเหล่าศิลปินยุค 90 โครงการสบู่สู้ Covid-19

นำสบู่ป้องกันแบคทีเรีย เจลแอลกอฮอล์ สบู่เหลว และน้ำดื่มซัน-กรีน
มอบให้กับ รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า เพื่อใช้ระหว่างปฏิบัติหน้าที่สู้วิกฤติโควิด-19
คุณบุ๋ม ตรีรัก รักการดี (ที่ จากขวา) และคุณเอ้ ชุติมา นัยนา (ที่ จากขวา) เป็นตัวแทนของเหล่าศิลปินยุค 90
ในโครงการสบู่สู้ Covid-19 ได้นำสบู่จิ๊กซอว์ มี บูล การ์เดียน โซพ ที่มีส่วนผสมของสาระสำคัญ Chloroxylenol สามารถทำความสะอาดและลดการสะสมของแบคทีเรีย จำนวน 1,000 ก้อน มอบให้โรงพยาบาลที่สอง โดยมีพลเรือตรี ธนรักษ์ เอี่ยวสานุรักษ์ (ที่ 3 จากซ้าย) รองเจ้ากรมแพทย์ทหารเรือ โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ เป็นผู้รับมอบ และยังมีผลิตภัณฑ์ของอีก 3 บริษัทที่เป็นพันธมิตรของโครงการฯ ได้แก่ น้ำดื่มตรา ซัน-กรีนจำนวน 480 ขวด

โดยคุณวรพรรณ สินธุโสภณ (ที่
2 จากขวา)
กรรมการผู้จัดการ บริษัท เค.จี.เอ็น. วอเตอร์ จำกัด, เจลแอลกอฮอล์ จำนวน 28 ลิตร โดยคุณณภัชชา จีโชตินันท์ (ที่ 1 จากขวา) ประธานการบริหารการเงิน บริษัท วธูธร จำกัด
และ
SRS เจลแอลกอฮอล์ จำนวน 50 หลอด และเซริเซ่ สบู่เหลว จำนวน 18 ขวด โดยคุณศิริญญา พงษ์ประยูร ประธานกรรมการ บริษัท เซริเซ่ แมนนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมนำของมามอบให้กับโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า เพื่อให้คุณหมอ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ นำไปใช้ทำความสะอาดล้างมือและอาบน้ำหลังจากเสร็จจากวอร์ด Covid-19 และได้ดื่มน้ำสะอาดมีคุณภาพระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในช่วงที่เกิดวิกฤติการระบาดไวรัสโควิด-19


กองทัพเรือ รับมอบสิ่งของและอุปกรณ์ทางการแพทย์


วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 เวลา 13.30 น. พลเรือเอก สิทธิพร มาศเกษม เสนาธิการทหารเรือ และผู้อำนวยการศูนย์ตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน COVID-19 กองทัพเรือ รับมอบสิ่งของ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ จาก บริษัท Prodigy Generation จำกัด บริษัทเอเจ แอดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด(มหาชน) นักศึกษาหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหารกองทัพเรือรุ่นที่ 17  กลุ่มบริษัทในเครือ AJ GROUP และ กลุ่มนักธุรกิจไทย-จีน ณ ห้องรับรอง ชั้น 2 กองบัญชาการกองทัพเรือ ในพื้นที่วังนันทอุทยาน 

โดยมีคุณ ปวีณ ปานบุญห้อม กรรมการบริหาร บริษัท Prodigy Generation จำกัด มอบเครื่อง Temperature Screening Station จำนวน 2 เครื่อง และ ดร.ภูวิช ปัญญาสิทธิ์ กรรมการอิสระ และกรรมการตรวจสอบ บริษัทเอเจ แอดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด(มหาชน) เป็นผู้แทนกลุ่มบริษัทในเครือ AJ GROUP และกลุ่มนักธุรกิจไทย-จีน ได้แก่ Best Logistics Technology (Thailand) Co.,Ltd (Best Express), Vip Cigar & Whisky Co.,Ltd, ภัตตาคารเสฉวน และภัตตาคารอาหารกวางตุ้ง และนักศึกษาหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหารกองทัพเรือรุ่นที่ 17  มอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ ได้แก่ สเปรย์ทำความสะอาดมือ AJ Alcohol Spray 95 ml. จำนวน  2,000 ขวด  หน้ากากอนามัย Disposable Face Mask 5,000 ชิ้น และเครื่องวัดอุณหภูมิร่างกาย (Infrared Thermometer) AJ รุ่น IT-888 จำนวน 100 เครื่อง



ปัจจุบันทางโรงพยาบาลในสังกัดกองทัพเรือ มีความต้องการอุปกรณ์ทางการแพทย์ในการปฏิบัติงาน จึงขอเชิญชวนร่วมบริจาคอุปกรณ์ทางการแพทย์ในการสนับสนุนการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ของกองทัพเรือ โดยสามารถติดต่อสอบถามกับศูนย์ประสานงานในการรับบริจาค กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ โทร.0 2475 5879 และ 08 9815 6900 ศูนย์รับบริจาคกรมแพทย์ทหารเรือ โทร.0 2475 2572 และ 08 6789 9202




ศูนย์รับบริจาคโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า โทร.0 2475 2576 และ 08 1658 1237 ศูนย์รับบริจาคโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ โทร.0 2466 1180 ต่อ 69905 และ08 5395 2248 ศูนย์รับบริจาคโรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ โทร.0 2466 1180 ต่อ 73031 และ 08 6378 7853 และศูนย์รับบริจาคโรงพยาบาลทหารเรือกรุงเทพ โทร.0 2475 2403 และ 08 1551 1196




20 พฤษภาคม 2563

โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ จัดโปรโมชั่นห้องประชุมยุค New Normal

สนองรัฐปลดล็อคระยะสอง เพื่อธุรกิจไม่มีสะดุด โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ จัดโปรโมชั่นบริการห้องประชุมยุค New Normal ตอบสนองนโยบายรัฐบาลที่ปลดล็อคมาตรการผ่อนปรนในระยะที่ 2 ซึ่งอนุญาตให้จัดประชุมขององค์กรหรือหน่วยงาน (meeting) ลักษณะนั่งประชุมแบบจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมได้ในห้องประชุมของโรงแรมหรือศูนย์ประชุม เพื่อให้องค์กรธุรกิจทั้งหลายขับเคลื่อนต่อไปอย่างไม่มีสะดุด





บริการห้องประชุมยุค New Normal ของโรงแรมในกลุ่ม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เริ่มตั้งแต่ตั้งจุดตรวจวัดอุณหภูมิผู้เข้าร่วมงานพร้อมบริการแอลกอฮอล์ตรงจุดลงทะเบียน ขอความร่วมมือลงทะเบียนออนไลน์ผู้เข้าร่วมงานเผื่อกรณีตรวจสอบประวัติผู้เข้าร่วมงาน ขอความร่วมมือผู้เข้าร่วมประชุมสวมใส่หน้ากากอนามัย จัดโต๊ะสำหรับการประชุมให้มีระยะห่างระหว่างกันอย่างน้อย 1 เมตร จัดเสิร์ฟอาหารว่างและอาหารกลางวันแบบ 1 ท่านต่อ 1 ชุด (Individual Set) และจัดที่นั่งรับประทานอาหารให้มีระยะห่าง พนักงานบริการทุกคนใส่หน้ากาก ถุงมือ ตลอดเวลา มีการพ่นฆ่าเชื้อห้องประชุมหลังการใช้งานและทำความสะอาดอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกันทุกครั้ง เช่น ไมโครโฟน แผ่นรองเขียน โต๊ะประชุม รวมทั้งเช็ดทำความสะอาดบริเวณจุดที่มีการสัมผัสบ่อย ทุก 30 นาที นอกจากนี้ โรงแรมในกลุ่ม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ยังคงเน้นย้ำมาตรการด้านความปลอดภัยและความสะอาดอย่างเต็มที่ทั่วทั้งโรงแรม ทั้งในส่วนของห้องพัก พื้นที่ส่วนกลาง รวมถึงสุขอนามัยของพนักงานทุกคน

โรงแรมในกลุ่ม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ มีอยู่ด้วยกันหลายแห่งในทำเลย่านธุรกิจใจกลางเมืองที่เดินทางสะดวกสบายทั้งในกรุงเทพฯ และพัทยา พร้อมให้บริการห้องประชุมยุค New Normal ตามนโยบายภาครัฐในราคาประชุมเต็มวันสุดพิเศษ ได้แก่ โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพลินจิต เพียงท่านละ 1,400 บาทเนต โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เทอร์มินอล 21 เพียงท่านละ 1,500 บาทเนต โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ราชดำริ เพียงท่านละ 1,200 บาทเนต โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุขุมวิท 55 เพียงท่านละ 1,200 บาทเนต และโรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา เพียงท่านละ 1,300 บาทเนต

โปรโมชั่นห้องประชุมราคาพิเศษนี้ ใช้ได้ถึง 31 สิงหาคม 2563
สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม
 www.gcpmeeting.com #gcpnewnormal

ภาพยนตร์สยองขวัญที่ต้องลุ้นทุกนาที “มันอยู่ในกระจก (Mirrors)” บอกเลยสายสยองขวัญต้องชม!!

การันตีความหลอนด้วยฝีมือผู้กำกับ “อเล็กซานเดอร์ เอจา”
           

แฟนช่อง 3 ใครเป็นสายโหดชอบภาพยนตร์แนวสยองขวัญชวนขนหัวลุกต้องห้ามพลาดกับภาพยนตร์
“มันอยู่ในกระจก (Mirrors)” ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่ได้กระแสตอบรับจากแฟน ๆ คอหนังสยองขวัญมากมายในปี 2008 เรื่องนี้เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งผลงานของผู้กำกับที่แฟน ๆ ภาพยนตร์สยองขวัญต้องรู้จักกันดีนามเขาคือ “อเล็กซานเดอร์ อาจา” ผู้ที่เชี่ยวชาญด้านหนังสยองขวัญระดับแถวหน้าของวงการ ที่เคยฝากผลงานภาพยนตร์สยองขวัญมาแล้วมากมาย ซึ่งผลงานล่าสุดที่เพิ่งผ่านสายตาผู้ชมไปในเมื่อปี 2019 ที่ผ่านมาก็คือภาพยนตร์เรื่อง “คลานขย้ำ CRAWL” หนังสยองที่เกี่ยวกับสัตว์ร้ายในน้ำอย่างจระเข้ เรียกได้ว่าเป็นสุดยอดผู้กำกับที่แฟน ๆ สายสยองขวัญต้องจับตามองอีกคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ ส่วนในภาพยนตร์ “มันอยู่ในกระจก (Mirrors)” ผู้กำกับอย่าง “อเล็กซานเดอร์ อาจา” ก็ได้คว้านักแสดงตัวท็อปฝีมือระดับเทพมากมาย อาทิ คีเฟอร์ ซูเธอร์แลนด์, พอลลา แพ็ทตัน, แคเมอรอน บอยซ์ และเอมี่ สมาร์ท
         
เรื่องราวอันน่าขนหัวลุกของ “มันอยู่ในกระจก (Mirrors)” เริ่มขึ้นเมื่ออดีตนายตำรวจผู้มีประวัติอันเจ็บปวด และความพยายามกอบกู้ชีวิตที่แตกเป็นเสี่ยงๆของเขา  เขาจึงรับงานประจำเป็นผู้ดูแลความปลอดภัยห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งที่ถูกเพลิงไหม้ แต่ภาพหลอนสุดสยองที่เขาเห็นผ่านกระจกซึ่งใช้ตกแต่งอาคารใหม่ที่กำลังสร้างอยู่ ได้นำเขาสู่การสืบสวนชวนขนลุกเพื่อค้นหาประวัติความเป็นมาของห้างแห่งนี้ ก่อนสิ่งที่อธิบายไม่ได้ด้วยวิทยาศาสตร์จะทำลายทุกชีวิตในครอบครัวเขา
         
หากคุณชอบหนังสยองขวัญที่พร้อมจะกระตุกขวัญ และปล่อยความหลอนใส่คุณ จนอาจทำให้คุณไม่กล้าส่องกระจกในตอนกลางคืน ต้องติดตามภาพยนตร์ “มันอยู่ในกระจก (Mirrors)”

ในคืนวันเสาร์ที่  23 พฤษภาคม 2563
เวลา 22.48 – 01.15 น. ทางช่อง 3 กด 33

คิวรอน เติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจโควิด

ยอดขายออนไลน์พุ่ง ตั้งเป้าปี 63 เติบโต 100 ล้านบาท 



เดินหน้าโกยยอด จับมือช้อปปี้จัด   “ช้อปปี้ ซูเปอร์แบรนด์เดย์ เลอซาช่า แกรนด์ เซล” 
ผนึกกำลังส่งมอบผลิตภัณฑ์ความสวยความงามให้หญิงไทย ขนทัพสินค้า อัดโปรลดจัดหนักกว่าทุกปี
เตรียมช้อปรับความสวยงาม พร้อมกันทั่วประเทศวันที่ 23  พฤษภาคมนี้ วันเดียวเท่านั้น!!!

บริษัท คิวรอน จำกัด (Kuron Co.,Ltd.) ผู้นำด้านอุปกรณ์สุขภาพและความงาม จับมือ ช้อปปี้  ผู้นำแพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน ร่วมแคมเปญใหญ่   “ช้อปปี้ แบรนด์ส เฟสติวัล”   เอาใจคุณผู้หญิง คืนกำไรให้ลูกค้า ช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย พร้อมสวยมั่นใจสู้ภัยวิกฤตโควิด-19 ด้วยโปรโมชั่นพิเศษ  และดีลสุดคุ้มใน “ช้อปปี้ ซูเปอร์แบรนด์เดย์ เลอซาช่า แกรนด์ เซล”
ลดจัดหนักกว่าทุกครั้ง กับกองทัพสินค้าเพื่อความสวยความงาม เลอซาช่า และสินค้าในเครือคิวรอน อาทิ สปาร์คเคิล, คิวรอน, เจสันฯลฯ 


ช้อปสุดคุ้มราคาสบายกระเป๋า รับส่วนลดสูงสุดถึง 70% พร้อมแจกโค้ดรับเงินคืนเพิ่มอีกสูงสุด 60%    สินค้าดีราคาเด็ดจัดให้ช้อปได้วันที่ 23 พฤษภาคมนี้ เพียงวันเดียวเท่านั้น คาดแคมเปญนี้จะสร้างยอดขายให้คิวรอนมีการเติบโตของการขายสินค้าผ่านทางออนไลน์เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 100%”




นายธิติ รัตตมณี กรรมการผู้จัดการ บริษัท คิวรอน จำกัด เปิดเผยถึงความร่วมมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับช้อปปี้ ว่า “ช้อปปี้ ถือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ที่เป็นผู้นำแพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน เป็นอีคอมเมิร์ซแพลทฟอร์มอันดับหนึ่งที่ครองใจทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย คิวรอนและช้อปปี้เราเป็นพันธมิตรที่เหนียวแน่นมากว่า 3 ปี ปัจจุบันลูกค้าของคิวรอนมีการสั่งซื้อสินค้าในเครือคิวรอนผ่านช่องทางออนไลน์ในจำนวนที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะแบรนด์เลอซาช่าที่มียอดการสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์สูงสุดอันดับหนึ่งของคิวรอน ซึ่งช้อปปี้ถือเป็นหนึ่งช่องทางในการขายสินค้าผ่านทางออนไลน์ของเรา และด้วยสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจเป็นวงกว้าง ทำให้พฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด คิวรอนเองถึงแม้จะได้รับผลกระทบจากการปิดสถานประกอบการต่างๆ โดยเฉพาะศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า ซึ่งเป็นช่องทางหลักของการจำหน่ายสินค้าหน้าร้าน แต่เรายังมีช่องทางการจำหน่ายทางออนไลน์ 




ซึ่งคิวรอนยังคงสร้างยอดขายจากช่องทางออนไลน์เติบโตขึ้นสวนกระแสภาวะเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามเมื่อพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป รวมถึงการซื้อขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มีแนวโน้มสูงขึ้น  ภาคธุรกิจจึงต้องปรับแผนการตลาดเพื่อให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้  คิวรอนเองเราก็มีการปรับแผนงานกลยุทธ์ทางการตลาด เพื่อตอบรับและตอบโจทย์ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของเรา ซึ่งเราให้ความสำคัญในการสร้างความพึงพอใจสูงสุดและความภักดีต่อแบรนด์ของลูกค้าเราเป็นหลัก โดยในปี 2563 นี้ คิวรอนตั้งเป้าบุกตลาดออนไลน์ และยังคงจับมือ   ช้อปปี้ พันธมิตรหลักแพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ดำเนินธุรกิจสร้างความแข็งแกร่งในการทำตลาดออนไลน์ร่วมกัน ภายใต้กลยุทธ์ “Beauty Smart Living” เพื่อยกระดับให้กับคนไทย ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่ๆ จากแบรนด์หลักในเครือคิวรอน อาทิ เลอซาซ่า (LESASHA), สปาร์คเคิล (SPARKLE), เจสัน (JASON) และยังมีแบรนด์น้องใหม่ แบร์ (BEAR) ชุดเครื่องครัวแบรนด์อันดับหนึ่งจากประเทศจีน, ไอออนนี่ (IONIE) เครื่องฟอกอากาศพกพา จากประเทศเกาหลี และ สมูท สกิน IPL กำจัดขน จากประเทศอังกฤษ เป็นต้น เราเดินหน้ารุกการขายผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้น ดึงผู้บริโภคสู่อีคอมเมิร์ซ สร้างการสื่อสารในรูปแบบต่างๆ เพื่อการเข้าถึงลูกค้า พร้อมสร้างการรับรู้ไปสู่ลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ เพื่อเป็นการขยายฐานลูกค้าใหม่เพิ่มมากขึ้น  และจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขาย เพื่อสร้างยอดขายให้เติบโตขึ้นเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ ซึ่งในปี 2563 นี้ เราตั้งเป้าเติบโตไว้ที่ 100 ล้านบาทเมื่อจบสิ้นปี มั่นใจว่าเราสามารถสร้างยอดขายได้ตามเป้าแน่นอน”   



นายเดชฤทธิ์ ณ ตะกั่วทุ่ง รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายโอเปอเรชั่น บริษัท คิวรอน จำกัด ได้กล่าวเสริมว่า “สำหรับกิจกรรม ‘ช้อปปี้ ซูเปอร์แบรนด์เดย์ เลอซาช่า แกรนด์ เซล’  ที่คิวรอนได้ขยายความร่วมมือกับ ช้อปปี้ มาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ในปีนี้ คิวรอนยกทัพขบวนสินค้ามาเอาใจสาวๆ พร้อมคืนกำไรให้ลูกค้า ลดจัดหนักกว่าทุกครั้งด้วยโปรโมชั่นพิเศษลดสูงสุดถึง 70% พร้อมแจกโค้ดรับเงินคืนเพิ่มอีกสูงสุด 60%  และดีลสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากผลิตภัณฑ์สินค้าในเครือคิวรอน อาทิ เลอซาซ่า (LESASHA), สปาร์คเคิล (SPARKLE), เจสัน (JASON), คิวรอน (KURON), แบร์ (BEAR) ,ไอออนนี่ (IONIE) ฯลฯ  เตรียมช้อปพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 23 พฤษภาคมนี้ เพียงวันเดียวเท่านั้น!!! เราคาดว่าแคมเปญนี้จะสร้างยอดขายให้คิวรอนมีการเติบโตของการขายสินค้าผ่านทางออนไลน์เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 100%” 
ด้านนายศิวกร สิริวงศ์ภาณุพงศ์ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ช้อปปี้ (ประเทศไทย) ได้กล่าวถึงความร่วมมือกับคิวรอนในครั้งนี้ว่า “จากสถานการณ์ปัจจุบันทำให้การจับจ่ายผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยพบว่าผู้ซื้อใช้เวลาบนแพลทฟอร์มช้อปปี้นานขึ้นเฉลี่ย 20% ต่อสัปดาห์ ประกอบกับสินค้าประเภทความงามและของใช้ส่วนตัวยังคงเป็นหมวดหมู่ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจากนักช้อปชาวไทย ด้วยเหตุนี้ช้อปปี้จึงรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ขยายความร่วมมือกับคิวรอน       แบรนด์พันธมิตรชั้นนำต่อเนื่องเป็นปีที่ 3  และในโอกาสเฉลิมฉลองแคมเปญ “ช้อปปี้ แบรนด์ส เฟสติวัล” นี้ ทั้งสองพันธมิตรได้ร่วมกันจัดกิจกรรม “ช้อปปี้ ซูเปอร์แบรนด์เดย์ เลอซาช่า แกรนด์ เซล”
ที่มอบโปรโมชั่น และดีลสุดพิเศษ พร้อมเปิดช่องทางให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงสินค้ายอดนิยมจากแบรนด์ในเครือคิวรอน อาทิ เลอซาช่า, สปาร์คเคิล, และเจสัน ได้อย่างสะดวกสบายและคุ้มค่าจากที่บ้าน ภายใต้แนวคิด #ShopeeFromHome  #อยู่บ้านก็ช้อปปี้ได้”

“ในฐานะอีคอมเมิร์ซแพลทฟอร์มอันดับหนึ่งที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้งานทั่วประเทศ ประกอบกับความเป็นแบรนด์ไทยชั้นนำในกลุ่มสินค้าประเภทอุปกรณ์เสริมความงามของคิวรอน ที่ได้รับความนิยมสูงจากผู้ใช้งานช้อปปี้ และเปี่ยมด้วยศักยภาพในการผลิตและนำเข้าผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพหลากหลายเทียบเท่าอินเตอร์แบรนด์ ‘ช้อปปี้’ เชื่อมั่นว่าแคมเปญนี้จะประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ตอกย้ำเจตนารมณ์ที่มุ่งมั่นสนับสนุนแบรนด์และผู้ประกอบการให้สามารถสร้างการเติบโตทางธุรกิจผ่านโลกอีคอมเมิร์ซ โดยทั้งสองพันธมิตรจะยังคงเดินหน้าขยายร่วมมืออย่างต่อเนื่อง 


เพื่อส่งมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งออนไลน์ที่ดีที่สุดให้แก่ผู้ใช้งานทุกคนตลอดไป” 
นายศิวกร กล่าว  เตรียมช้อปกันแบบนอนสต็อปตลอด 24 ชั่วโมง ในวันที่ 23 พฤษภาคมนี้ ลดจัดหนักกว่าทุกครั้ง วันเดียวและครั้งเดียวในรอบปีกับ “ช้อปปี้ ซูเปอร์แบรนด์เดย์ เลอซาช่า แกรนด์ เซล”

ได้ที่ https://shopee.com/sbd-kuron

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Lesasha Official Shop บน Shopee: https://shopee.co.th/kuron_beaut