07 ตุลาคม 2564

“ชัยวุฒิ” ตรวจราชการ “ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์”

“ชัยวุฒิ” รมว.ดีอีเอส ลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต เยี่ยมชมผลสำเร็จของกระทรวงฯ ที่สั่งการดีป้า สนับสนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการควบคุมดูแลนักท่องเที่ยว และการควบคุมโควิด ในโครงการภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ เล็งต่อยอดแอปหมอชนะ หนุนแผนเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวในเฟสต่อไป
นายชัยวุฒิ  ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) 

วันนี้ (8 ต.ค. 64) นายชัยวุฒิ  ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
(ดีอีเอส) ได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.ภูเก็ต และเยี่ยมชมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการควบคุมดูแลนักท่องเที่ยว และการควบคุมโควิด ในโครงการภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ พร้อมเยี่ยมชมศูนย์ปฏิบัติการต่างๆ ที่เป็นการบูรณาการทำงานร่วมกับภาคส่วนต่างๆ เพื่อนำร่องขับเคลื่อนแผนการเปิดประเทศฟื้นฟูเศรษฐกิจที่เริ่มจากภูเก็ต ก่อนใช้เป็นต้นแบบขยายผลสู่จังหวัดอื่นๆ ที่มีความพร้อมต่อไป โดยมีนางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมด้วย




ทั้งนี้ กระทรวงดิจิทัลฯ โดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ ในการช่วยเหลือด้านเทคโนโลยีให้กับการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้ เช่น ระบบติดตามบุคคลโดยการจับใบหน้า, ระบบติดตามตัวหมอชนะ, Dash Board ที่ใช้สำหรับรายงานสถานการณ์ แจ้งเตือนในระบบ Phuket Tourism Sandbox, ระบบ Shaba Plus และระบบตรวจสอบนักท่องเที่ยวเพื่อใช้ในการกักตัว เป็นต้น 

ในโอกาสนี้ รมว.ดิจิทัลฯ ได้เยี่ยมชมการปฏิบัติงานศูนย์ Phuket Sandbox (ณ ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินแห่งชาติ 191 ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต) ซึ่งมีระบบเชื่อมโยงข้อมูลของนักท่องเที่ยวและระบบติดตามตัวนักท่องเที่ยว กับด่านตรวจคนเข้าเมือง ท่าอากาศยานภูเก็ต ด่านตรวจคนเข้าเมืองทางบก ที่ด่านท่าฉัตรไชย ด่านตรวจคนเข้าเมืองทางน้ำ ที่ท่าเรืออ่าวฉลอง ท่าเรือรัษฎา และท่าเรืออ่าวปอ) ศูนย์ประสานงานโรงพยาบาลรัฐและเอกชนสถานี ตำรวจภูธรจังหวัด ตำรวจน้ำตำรวจท่องเที่ยว ศูนย์ประสานงานโรงแรม SHA Plus Manager ศูนย์ประสานงานสถานประกอบการ SHA Plus ศรชล.จังหวัดภูเก็ต สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลภาคใต้ รวมไปถึงหน่วยงานส่วนกลาง ทั้ง ศปก. ศบค. และ ศบค.มท.


คลิป : “ชัยวุฒิ” ตรวจราชการ “ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์”

โดยนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าภูเก็ต ต้องดาวน์โหลดแอปหมอชนะ เพื่อเป็นระบบติดตามตัวซึ่งจะส่งสัญญาณโลเคชั่นที่นักท่องเที่ยวอยู่ทุกๆ ครึ่งชั่วโมงมายังศูนย์ฯ ทำให้ทราบว่านักท่องเที่ยวที่เข้ามาภูเก็ตอยู่ ณ จุดใด และหากนักท่องเที่ยวออกนอกพื้นที่ภูเก็ตระบบดังกล่าวก็จะแจ้งเตือนมายังศูนย์ฯ

“เรายังขยายผลการใช้งานแอปหมอชนะ สนับสนุนนโยบายของรัฐบาลที่จะเปิดรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในจังหวัดอื่นๆ เพิ่มเติมจากภูเก็ต ที่ผ่านมามีการตรวจสอบมาตรการของแอปฯแล้ว จากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ให้เจ้าหน้าที่ดาวน์โหลดติดตั้งแอปหมอชนะ ได้ทดสอบออกนอกพื้นที่ที่กำหนด ก็พบว่า ระบบจะแจ้งเตือนไปที่ห้องควบคุมระบบว่ามีผู้ฝ่าฝืนออกนอกพื้นที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามกลับเข้าพื้นที่ได้ ควบคู่กับการตรวจคัดกรองโควิดชาวต่างชาติก่อนเข้าพื้นที่แบบ RT-PCR 3 ครั้ง ระหว่าง
ที่ท่องเที่ยวอยู่ในพื้นที่ด้วยครับ จึงทำให้มั่นใจมากขึ้นเรื่องป้องกันความเสี่ยงแพร่เชื้อ รองรับการผลักดันการเปิดประเทศเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ให้เมืองไทยกลับมาเป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของโลกได้เหมือนเดิม ภายใต้วิถีชีวิตปกติใหม่” นายชัยวุฒิกล่าว


นอกจากนี้ ยังได้เดินทางไปเยี่ยมชมศูนย์ IOC (Intelligence Operation Center) หรือ Command Center
ซึ่งเป็นศูนย์บัญชาการและรวบรวมข้อมูลระดับเมืองของเทศบาลป่าตอง เป็นการขยายผลสู่ระดับจังหวัดที่ดำเนินการร่วมกับ จังหวัดภูเก็ต องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน โดยศูนย์ดังกล่าวมีการนำแพลตฟอร์มจัดเก็บและบริหารข้อมูลเมือง (City data Platform: CDP) มาใช้วางแผน บริหารจัดการ และแก้ไขปัญหาของเมืองที่มีความซับซ้อนให้เกิดประสิทธิภาพ

นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ดีป้า ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดดีอีเอส ได้ขับเคลื่อนและพัฒนาแพลตฟอร์มจัดเก็บและบริหารข้อมูลเมืองมาอย่างต่อเนื่อง โดยบูรณาการการทำงานกับ บริษัท ภูเก็ตพัฒนาเมือง จำกัด และ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ติดตั้งกล้องซีซีทีวีบริเวณหาดป่าตอง และทุกแยกจราจร ให้ทำงานร่วมกับโซลูชันตรวจจับใบหน้า เพื่อตรวจสอบและติดตามผู้กระทำผิด และส่งการแจ้งเตือนสู่ศูนย์ฯ ก่อนนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์และนำไปใช้วางแผน บริหารจัดการ และแก้ไขปัญหาของเมือง 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการท่องเที่ยว ด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม และด้านอสังหาริมทรัพย์ 

ขณะที่ ในระยะต่อไปวางเป้าหมายการเชื่อมโยงข้อมูลของหน่วยงานต่างๆ ในจังหวัดภูเก็ตเข้าด้วยกัน เพื่อเกิดประโยชน์ต่อประชาชนในจังหวัด ก่อนนำไปสู่การขับเคลื่อนภูเก็ตเมืองอัจฉริยะ (Phuket Smart City)

ด้านนายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต  กล่าวถึงโครงการ Phuket Sandbox ที่นำร่องทดสอบการเตรียมความพร้อมในการเปิดรับนักท่องเที่ยวเข้ามาในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นโครงการที่นำเทคโนโลยีดิจิทัลประยุกต์ในการในหลากหลายมิติ รวมถึงการติดตามตรวจสอบให้นักท่องเที่ยวในโครงการอยู่ในขอบเขตและระยะเวลาที่กำหนดผ่าน Application หมอชนะ เป็นต้น 

“ขอชื่นชม แอปหมอชนะ ซึ่งรวมถึงการนำระบบ SHABA มาใช้ขับเคลื่อน และขอบคุณทางรัฐมนตรี และทางกระทรวงดิจิทัลที่ได้จัดสรรงบประมาณในโครงการ 5G Use Case ระบบในการคัดกรองและแจ้งเตือนสำหรับ Phuket Sandbox รวมถึงระบบ Big Data เพื่อบูรณาการข้อมูลที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นจากฝั่งนักท่องเที่ยวหรือฝั่งผู้ประกอบการแรงงานเพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดเศรษฐกิจท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตอย่างเต็มรูปแบบ ทำให้จังหวัดภูเก็ตจะได้มีเครื่องไม้เครื่องมือในการดำเนินโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผลอย่างมาก” ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตกล่าว

ขอแสดงความยินดีในโอกาสย้ายมาดำรงตำแหน่ง ผอ.สพม.กท1

เมื่อเร็วๆ นี้ ท่านผอ.อนันต์ศักดิ์ ภูพลผัน (ผอ.สพม.กาญจนบุรี) และนายอนุสรณ์ กะดามัน (คณะกรรมการสมาคมครูภาษาไทยแห่งประเทศไทย ครูโรงเรียนวัดราชบพิธ) ร่วมแสดงความยินดีกับท่านผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาเชี่ยวชาญ ดร.นิยม ไผ่โสภา ในโอกาสย้ายมาดำรงตำแหน่ง ผอ.สพม.กท1

วิริยะประกันภัย รับรางวัล “Thailand's Most Admired Brand”ผู้นำกลุ่มประกันภัย ครองความน่าเชื่อถือสูงสุด 18 ปี ต่อเนื่อง

นายธนเดช กุลปิติวัน บรรณาธิการบริหารนิตยสาร BrandAge ร่วมแสดงความยินดีกับ นายดลเดช สัจจวีระกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน)  เข้ารับรางวัล “Thailand's Most Admired Brand & Why We Buy 2021” ในฐานะผู้นำกลุ่มประกันภัยที่มีแบรนด์ครองความน่าเชื่อถือสูงสุดเป็นอันดับหนึ่ง 18 ปีต่อเนื่อง จากผลสำรวจ “Thailand's Most Admired Brand และ Why We Buy?” ของนิตยสาร BrandAge ณ  Image Maker Studio ถนนเพชรบุรี เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ

​ทั้งนี้ นิตยสาร BrandAge  ได้ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำทั่วประเทศ จัดทำผลวิจัยเพื่อสำรวจความน่าเชื่อถือของแบรนด์ และปัจจัยที่ทำให้เกิดการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค โดยผลสำรวจในปี 2021 มีทั้งสิ้น 8 หมวดสินค้า 61 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ซึ่งผลปรากฏว่า บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ยังคงเป็นบริษัทประกันภัยที่ได้รับความนิยมและครองใจผู้บริโภคมากที่สุด ซึ่งผลวิจัยลำดับความสำคัญที่มีผลต่อการเลือกใช้บริการประกันภัยภัย  อาทิ มีเครือข่ายสาขาให้บริการมากมายทั่วประเทศ มีรูปแบบกรมธรรม์ที่ออกมาใหม่มาก ความมั่นคงของบริษัทประกันภัย เคลมประกันง่าย ตัวแทนประกันภัยให้บริการดี นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รับการโหวต ให้เป็น Best Brand ในด้านอื่นๆ อีกด้วย

06 ตุลาคม 2564

เปิดแล้ววันแรก “The Marche’ by STYLE Bangkok”

งานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่น หนุนเศรษฐกิจ ช่วยผู้ผลิต SMEs ไทย

กรุงเทพฯ 6 ต.ค.’64 : กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ (DITP) จัดงานแสดงสินค้า
ไลฟ์สไตล์และแฟชั่น “The Marche’ by STYLE Bangkok” หนุนผู้ประกอบการ SMEs และผู้ส่งออกไทย ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ระหว่างวันที่ 6-10 ตุลาคมนี้ รวมผู้ผลิตตัวจริง 123 ราย จัดแสดง 
120 คูหา ครอบคลุม 7 โซนสินค้า เชื่อมั่นเป็นเวทีเสริมศักยภาพ พร้อมขยายช่องทางและโอกาสทาง
การตลาด ตลอดจนสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการไทยในช่วงโควิด

นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวระหว่างพิธีเปิดงาน ซึ่งจัดขึ้น ณ ลานเซ็นทรัลคอร์ท ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ว่า “งานแสดงสินค้า The Marche’ by STYLE Bangkok 
จัดขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด ให้ยังคงสามารถเข้าถึงตลาดทั้งในและต่างประเทศ อันเป็นไปตามนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ การจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งในการผนึกกำลังของกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ร่วมกับภาคเอกชน เพื่อช่วยเหลือผู้ส่งออกจากการที่ไม่สามารถจัดงานแสดงสินค้า STYLE Bangkok ในรูปแบบปกติขึ้นได้ถึง 2 ปีเต็ม โดยได้ย่อส่วนงานฯ STYLE Bangkok มาไว้ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ในลักษณะกิจกรรมส่งเสริมการตลาดแบบไฮบริดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อเพิ่มช่องทางการส่งออกและการจัดจำหน่ายให้กับผู้ประกอบการ ถือเป็นการปรับรูปแบบงานแสดงสินค้าเข้าสู่ยุค New Normal เต็มรูปแบบ”
​ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่น ถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย เนื่องจากมีผู้ประกอบการ SME อยู่ในอุตสาหกรรมนี้กว่าร้อยละ 90 เกิดการจ้างงานกว่า 1 ล้านคนทั่วประเทศ และสำหรับภาคการส่งออก สินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นของไทยได้รับการยอมรับจากทั่วโลก จากจุดเด่นในด้านดีไซน์ ความมีเอกลักษณ์ และคุณภาพ รวมทั้งสามารถรับออเดอร์จำนวนไม่มากได้ ซึ่งตอบโจทย์รูปแบบการสั่งซื้อของผู้ซื้อต่างประเทศที่ปัจจุบันมักไม่นิยมสั่งซื้อสินค้าไว้ในคลังจำนวนมาก
 



“แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 ส่งผลให้เศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัวอย่างมาก และทำให้การส่งออกกลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นของไทยในปี 2563 ติดลบถึงร้อยละ -14.78 อย่างไรก็ดี ในปี 2564 นี้ เศรษฐกิจในประเทศที่เป็นตลาดสำคัญของไทยเริ่มกลับมาฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 หรือประมาณ 2.4 แสนล้านบาท และคาดว่าการส่งออกตลอดปี 2564 จะเติบโตถึงร้อยละ 13.48 ซึ่งจะเป็นการขยายตัวที่เพิ่มขึ้นสูงที่สุดในรอบ 10 ปี” ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าว​


​ด้านนายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า “ภายในงานแสดงสินค้า “The Marche’ by STYLE Bangkok” ซึ่งจัดภายใต้มาตรการ Covid-Free Setting ของศบค. รวบรวมสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นระดับส่งออก สินค้ามีดีไซน์ งานออกแบบระดับรางวัล ของตกแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์อีโครักษ์โลก รวมไปถึงสินค้าสปาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ มีให้เลือกสรรถึง 7 โซนสินค้า ได้แก่ Fashion & Leather สินค้าแฟชั่น เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า โซน Gifts & Premium จำหน่ายสินค้าของขวัญ ของชำร่วย ของเล่น เครื่องเขียน โซน Houseware จัดแสดงสินค้าของใช้ในบ้านมีดีไซน์ โซน Furniture รวบรวมเอาสินค้าเฟอร์นิเจอร์คุณภาพจากผู้ผลิตไทยแบรนด์ดังมาจัดแสดง โซน Home Décor จำหน่ายสินค้าของตกแต่งบ้าน และโซน Design Hall ที่รวมสินค้าที่ตอบโจทย์ทั้งดีไซน์และฟังก์ชั่นการใช้งาน”   

 
นอกจากนี้ ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีเปิดยังมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เพื่อตอกย้ำความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน โดยคาดว่าภายใต้กรอบความร่วมมือ 5 ปี จะสามารถสนับสนุนและผลักดันผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ทั้งในด้านพัฒนาผลิตภัณฑ์แก่ผู้ประกอบการ มากกว่า 300 ราย พัฒนาแบรนด์ได้มากกว่า 100 แบรนด์ รวมทั้งเชื่อมโยงการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มของกลุ่มธุรกิจเซ็นทรัลได้มากกว่า 15,000 SKU และคาดว่าจะสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีถึงกว่า 500 ล้านบาท โดยอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และ นางสาวบุษบา จิราธิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสื่อสารองค์กร กลุ่มเซ็นทรัล ร่วมลงนาม





 
The Marche’ by STYLE Bangkok เปิดให้เข้าชมระหว่างวันที่ 6-10 ตุลาคม 2564 
ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โซนอีเดน บีคอน แดซเซิล และเซ็นทรัลคอร์ท
ชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.stylebangkokfair.com เฟซบุ๊กและอินสตาแกรม Style Bangkok Fair หรือโทรสายตรงการค้าระหว่างประเทศ 1169



อนุทิน ร่วมกับคณะผู้บริหาร สาธารณสุข/ ศึกษาธิการ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการฉีดวัคซีนให้นร.


เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2564 นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  และนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข และคณะผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการฉีดวัคซีนโควิด-19 สำหรับนักเรียนอายุ 12-17 ปี  ในสถานศึกษา เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดภาคเรียนใหม่ (2/2564) ณ โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี ถนวิภาวดี เขตดินแดง กรุงเทพฯ โดยมี นางอาลัย พรหมชนะ ผู้อำนวยการโรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี และคณะครู ให้การต้อนรับ




สำหรับการวัคซีนโควิด-19  เข็มที่ 1 ให้นักเรียน อายุ 12-17 ปี ของโรงเรียนสุรศักดิ์มนตรีในวันนี้  เป็นการฉีดวัคซีน Pfizer  ให้นักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาศึกษาปีที่ 1-6 ที่เข้ารับการฉีดด้วยความสมัครใจและได้รับการยินยอมจากผู้ปกครอง จำนวนทั้งสิ้น 2,505 คน จากจำนวนนักเรียนทั้งหมด 2,929 คน คิดเป็นร้อยละ 85.52 ซึ่งการจัดกิจกรรมในวันนี้อยู่ภายใต้การเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดตามมาตรการของกรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุข



นักเรียนส่วนใหญ่ ที่เข้ารับการฉีดวัคซีนในวันนี้กล่าวว่า ถึงแม้จะได้รับคำแนะนำจากสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ในเรื่องของการเตรียมตัวให้พร้อม สำหรับการเข้ารับการฉีดวัคซีนมาเป็นอย่างดีแล้วก็ตาม  แต่ยังรู้สึกตื่นเต้นและเป็นกังวลบ้างเล็กน้อย ถึงผลข้างเคียงที่ได้รับฟังจากข่าวสารต่อๆ กันมา แต่ที่ตัดสินใจมาฉีด เพราะคิดว่า โควิด-19 คงจะอยู่ร่วมกับเราไปอีกนาน ดังนั้นมีเกราะป้องกันไว้ดีกว่าไม่มี และเชื่อว่าเมื่อฉีดแล้ว ติดโควิด-19 อาการจะไม่รุนแรง หรืออาจไม่มีอาการใดๆเลย  หากนักเรียนทุกคนได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว  โรงเรียนจะสามารถเปิดทำการสอนได้  


ด.ญ.กัลสุดา เปอะปิน นักเรียนชั้น ม. 2/3 กล่าวว่า “กราบขอบพระคุณนายกรัฐมนตรี และผู้ใหญ่ใจดี จากกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงสาธารณสุขทุกท่านนะคะ ที่จัดฉีดวัคซีน Pfizer ป้องกันโควิด-19 ให้แก่นักเรียนทุกคน พวกหนูสัญญาว่าจะเป็นเด็กดี และจะตั้งใจเรียนหนังสือค่ะ อยากให้โรงเรียนเปิดทำการสอนเร็วๆ พวกหนูอยากไปโรงเรียนแล้วค่ะ”

ก่อนกลับ นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้แวะเยี่ยมบุคลากรด่านหน้าที่มาให้บริการฉีดวัคซีน และพูดคุยให้กำลังใจนักเรียนที่รอรับการฉีดวัคซีน เพื่อให้หายตื่นเต้น และคลายความกังวล

และจากการติดตามสอบถาม นางสุมิตรา อ่าวจินดาพยาบาลวิชาชีพ จากสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ที่ประจำ ณ จุดปฐมพยาบาล และติดตามอาการนักเรียนที่ฉีดวัคซีน เมื่อเวลา 16.30 น. ซึ่งฉีดวัคซีนให้นักเรียนไปแล้ว 2,000 คน  ว่ามีผลข้างเคียงใดๆ เกิดขึ้นกับนักเรียนที่เฝ้ารอสังเกตอาการ 30 นาที ไปแล้วบ้างหรือไม่ ผลปรากฎว่ามีนักเรียนจำนวน 17 คน  มีอาการเหนื่อย  ซึ่งสันนิษฐานว่าเกิดจากการวิ่งขึ้นตึกมา ณ จุดที่ทำการฉีดวัคซีน ซึ่งอยู่บนชั้นที่ 3 ของอาคารเรียน แต่หลังจากให้นอนพัก 20-30 นาทีแล้ว ทุกคนมีอาการเป็นปกติ ส่วนนักเรียนคนอื่นๆ ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ  เกิดขึ้นเลย และได้ให้นักเรียนทยอยกลับบ้านแล้ว พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการปฏิบัติตน เมื่อกลับถึงบ้าน ซึ่งบางคนอาจมีอาการปวดหัว ตัวร้อน หรือมีไข้เล็กน้อย

05 ตุลาคม 2564

รองปลัด กระทรวงแรงงาน เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงแรงงาน

รองปลัดหญิงกระทรวงแรงงาน ถือฤกษ์ 09.00 น. เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงแรงงาน ใน
โอกาสรับตำแหน่งรองปลัดกระทรวงแรงงาน

วันที่ 5 ตุลาคม ๒๕๖๔ เวลา 09.00 น. นางสาวบุปผา เรืองสุด รองปลัดกระทรวงแรงงาน เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงแรงงาน ประกอบด้วย ประกอบด้วย พระพุทธสุทธิธรรมบพิตร พระพุทธชินราช
ศาลพ่อปู่ชัยมงคล ศาลท้าวมหาพรหมเทวฤทธิ์ และศาลพ่อปู่สุชินพรหมมา ในโอกาสรับตำแหน่งรองปลัดกระทรวงแรงงาน ณ บริเวณกระทรวงแรงงาน



สำหรับ นางสาวบุปผา เรืองสุด สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี สาขารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปริญญาโท สาขาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เคยดำรงตำแหน่ง ได้แก่ นักวิชาการแรงงานชำนาญการพิเศษ หัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรี ผู้ตรวจราชการกรมสำนักงานประกันสังคม รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน และ ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รองปลัดกระทรวงแรงงาน สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ได้แก่ เหรียญจักรพรรดิมาลา ประถมาภรณ์ช้างเผือก ประถมาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย ตริตาภรณ์ช้างเผือก และ ตริตาภรณ์มงกุฎไทย

วิริยะประกันภัยมอบเงิน 1 ล้านหนุนวิจัยและพัฒนาวัคซีนโควิด-19

คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ คณบดี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้อำนวยการ
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย พร้อมด้วย ศ.นพ.เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม ผู้อำนวยการ บริหารโครงการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ศูนย์วิจัยวัคซีน  คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ร่วมรับมอบเงินจำนวน 1,000,000 บาท จาก บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน)

โดยมี นางฐวิกาญจน์ เตชทวีทรัพย์   ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ  เป็นผู้แทนบริษัทฯมอบ  เพื่อสนับสนุนกองทุนการวิจัยและพัฒนาวัคซีนโควิด-19 เพื่อคนไทย ณ ตึกอานันทมหิดล ชั้น 6 คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

​บริษัทฯ ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนกองทุนการวิจัยและพัฒนาวัคซีนโควิด-19 เพื่อคนไทยมีวัคซีนเป็นของตนเองที่สามารถคิดค้น และพัฒนาวัคซีน ให้มีประสิทธิภาพเหมาะสำหรับคนไทยต่อไป ทั้งนี้ขอให้ประชาชนคนไทยเชื่อมั่นในศักยภาพของทีมแพทย์ไทย นับว่าเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่เรามีวัคซีน ChulaCov19 ที่คิดค้นและพัฒนาโดยคนไทย เพื่อเราผ่านพ้นวิกฤตการณ์แพร่ระบาด  เชื้อไวรัสโควิด-19
ครั้งนี้ไปด้วยกัน

04 ตุลาคม 2564

พม. เร่งช่วยเหลือครอบครัวยายป่วยหลายโรครุมเร้า ถูกน้ำท่วมซักบ้านพังทั้งหลังที่ชัยภูมิ


วันนี้ (5 ต.ค. 64) เวลา 10.00 น.  ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะพานขาว ถนนกรุงเกษม กทม. นางพัชรี อาระยะกุล ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) เปิดเผยว่า จากกรณีมีการนำเสนอข่าว คุณยายวัย 84 ปี ป่วยหลายโรครุมเร้า ถูกน้ำท่วมบ้านจนพังทั้งหลังที่จังหวัดชัยภูมิ นั้น กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชัยภูมิ 

ทีม One Home พม. จังหวัดชัยภูมิ พร้อมภาคีเครือข่าย และอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า คุณยายไม่ได้ประกอบอาชีพ เนื่องจากชราภาพ มีอาการหูตึง ยังไม่มีบัตรประจำตัวคนพิการ  มีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคหัวใจ โรคไขมันอุดตันเส้นเลือด โรคความดันโลหิตสูง และโรคหอบ อาศัยอยู่บ้านกับลูกสาว ลูกเขย ลูกชาย และหลานชาย 2 คน รวม 6 คน  อาชีพหลักของครอบครัวประกอบอาชีพ เกษตรกรรมและรับจ้างทั่วไป รายได้ไม่แน่นอน ขณะนี้ ลูกชายยังคงมีภาวะวิตกกังวล และเป็นห่วงบ้านที่ได้รับความเสียหาย 

ซึ่งครอบครัวดังกล่าวประสบเหตุอุทกภัย ตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย. 64 จนถึงปัจจุบัน น้ำท่วมบ้านได้รับความเสียหายเกือบทั้งหลัง ทำให้ประสบสภาวะยากลำบาก โดยขณะนี้อาศัยอยู่บ้านญาติ ทั้งนี้ จึงได้เร่งให้ความช่วยเหลือด้วยการมอบถุงยังชีพ หน้ากากอนามัย และผ้าห่ม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น และพิจารณาช่วยเหลือเงินสงเคราะห์ครอบครัว สำหรับกรณีบ้านได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม จะพิจารณาช่วยเหลือการปรับปรุง ซ่อมแซมที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุ  

นอกจากนี้ กระทรวง พม. ยังได้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลืออย่างครบวงจร ทั้งเรื่องการดูแลสุขภาพของคุณยาย การส่งเสริมอาชีพ การสร้างรายได้ของสมาชิกในครอบครัว  ส่งเสริมเรื่องการศึกษาของหลาน โดยมีการจัดเก็บข้อมูลกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน และนำข้อมูลเข้าบันทึกในสมุดพกครอบครัว ตามโครงการบูรณาการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่กระทรวง พม. และ อพม. ติดตามให้การช่วยเหลือดูแลอย่างต่อเนื่องรวมทั้งเทศบาลตำบลลุ่มลำชี จะติดตามให้ความช่วยเหลือต่อไป

 





นางพัชรี กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับกลุ่มเปราะบาง และประชาชนที่กำลังประสบปัญหาความเดือดร้อนจากอุทกภัย สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่ 1) ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน พม. โทร.1300 2) สายด่วนคนพิการ โทร. 1479  3) สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดทั่วประเทศ และ 4) อาสาสมัครพัฒนาสังคมฯ (อพม.) ในพื้นที่

นายกรัฐมนตรี-รมว.ศึกษาธิการ ร่วมพิธี “Kick Off สร้างเกราะป้องกันด้วยวัคซีน

เด็กปลอดภัย เรียนอุ่นใจ ต้อนรับเปิดเทอม”ประเดิมฉีดไฟเซอร์เข็มแรกให้เด็ก12-18 ปี ทุกสังกัด

(4 ตุลาคม 2564) พลเอก ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธี “Kick Off สร้างเกราะป้องกันด้วยวัคซีน เด็กปลอดภัย เรียนอุ่นใจ ต้อนรับเปิดเทอม” เพื่อฉีดวัคซีนไฟเซอร์เข็มแรกให้นักเรียนระหว่างอายุ 12-18 ปี พร้อมด้วย นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.), คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมช.ศธ), นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมช.สธ.), นายสุทธิชัย จรูญเนตร ที่ปรึกษา รมว.ศธ., นางสาวอรพินทร์ เพชรทัต เลขานุการ รมว.ศธ., นายอนุชา บูรพชัยศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง, นายกมล รอดคล้าย ที่ปรึกษา รมช.ศธ. (นางกนกวรรณ วิลาวัลย์) ตลอดจนผู้บริหารระดับสูงกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงสาธารณสุข โดยมีโรงเรียนใน 13 เขตสุขภาพทั่วประเทศ เข้าร่วมผ่านโปรแกรม Zoom Cloud Meetings ณ โรงเรียนพิบูลย์อุปถัมภ์ กรุงเทพมหานคร

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้ถือเป็นวันที่น่ายินดียิ่งที่ลูกๆหลานๆ ในโรงเรียนทั้ง 13 เขตสุขภาพทั่วประเทศ ที่มีอายุระหว่าง 12-18 ปี จะได้ฉีดวัคซีนไฟเซอร์เป็นเข็มแรก ซึ่งวัคซีนไฟเซอร์ ถือว่ามีประสิทธิภาพและได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลกหลายประเทศ อาทิ สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น แคนาดา ก็ได้อนุมัติให้ใช้วัคซีนไฟเซอร์กับเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปแล้ว ถ้าเราสามารถฉีดวัคซีนได้อย่างครบถ้วนทั้งหมด ทั้งครู นักเรียน บุคลากรการศึกษา ก็จะทำให้การเปิดภาคเรียนที่ 2 สามารถทำได้ตามแผนที่วางไว้อย่างแน่นอน แต่ในทุกวันนี้เรามี 3 สถานการณ์ที่น่าห่วงใย คือ 

1.การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 

2.ปัญหาอุทกภัย 

3.ปัญหาด้านเศรษฐกิจ 

ซึ่งรัฐบาลต้องแก้ปัญหาทุกอย่าง จึงอยากฝากไปถึงครูอาจารย์ นักเรียนทุกคน ให้เข้าใจว่าประเทศชาติเราจะอยู่ได้อย่างไร เพราะฉะนั้นวันนี้เรามีปัญหาอะไร ก็แก้ไป ทำให้ดีที่สุด จนกว่าปัญหาทุกอย่างจะเรียบร้อย ส่วนผลกระทบด้านโควิด 19 ได้รับผลกระทบไปทั่วโลก มีสถิติการติดเชื้อ และเสียชีวิตจำนวนมาก ฉะนั้นการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่รัฐบาลต้องรักษาระบบนี้ให้ได้ มีการปรับวิธีการเรียนการสอนหลายรูปแบบให้เหมาะสมหลายช่องทาง วันนี้ตนเห็นภาพผู้ปกครองนั่งเรียนกับลูกในกรณีที่เด็กอยู่บ้านเชื่อว่าไม่ใช่ภาระ ถ้ามีเวลาก็อยู่กับลูกกับหลานเป็นช่วงเวลาครอบครัวที่ได้อยู่ร่วมกัน แต่ต้องขอโทษถ้ามีหลายคนรู้สึกเป็นภาระ แต่วันนี้ต้องมีความใกล้ชิดกันในครอบครัวมากยิ่งขึ้น เพื่อมีภูมิต้านทานในการอยู่ในโลกใบนี้ต่อไป

ฉะนั้น สิ่งสำคัญที่สุดวันนี้คือเป็นการเตรียมพร้อมด้านการศึกษาให้เดินหน้าต่อไปได้อย่างปลอดภัย เพื่อให้เกิดความมั่นใจแก่ผู้ปกครองในการส่งลูกหลานมาเรียน

ในวันนี้เราต้องเดินหน้าประเทศไปข้างหน้า จะเห็นว่ารัฐบาลมีการดำเนินการมาตลอดอย่างต่อเนื่อง ในช่วงก่อนที่จะจัดหาวัคซีนมาได้ ซึ่งโลกกว่าจะคิดหาวัคซีนได้ก็นานพอสมควร และต้องรอการรับรองมาตรฐานอีก ก็ช้าไปเรื่อย ๆ สถานการณ์การแพร่ระบาดเราก็ต้องดูว่าจะเป็นอย่างไร มันเป็นการคิดอย่างเป็นระบบ เช่นเดียวกับการศึกษาอยากฝากถึงนักเรียนทุกคน ให้ช่วยกันศึกษา เรียนหนังสือ แล้วคิดว่าเราจะเรียนไปทำอะไร นั่นแหละคำตอบ คืออนาคตของท่านเองว่าวันข้างหน้าท่านจะมีงานทำไหม ในอนาคตจะสามารถเลี้ยงดูพ่อแม่ ญาติพี่น้องหรือครอบครัวได้ไหม

เพราะฉะนั้นรัฐบาลก็สร้างงานรอไว้ข้างหน้า ไม่ว่าจะการลงทุน EEC การลงทุนในเศรษฐกิจใหม่ การลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ อีกหลายอย่างด้วยกัน 

“ฝากทุกคนให้ความสนใจเรื่องเหล่านี้มากกกว่าเรื่องอื่น ๆ ว่าเราจะเรียนหนังสือไปเพื่ออะไร ไม่ใช่เรียนเพื่อให้มันจบ แต่ไม่ได้มุ่งหวังว่าจะมีงานทำหรือเปล่า การจะหางานไม่ใช่เรื่องง่ายนักในโลกปัจจุบัน ถ้าเราไม่เตรียมความพร้อมตัวเอง ทั้งความคิด หลักการต่าง ๆ มันมีปัญหามากแน่นอน ก็ขอให้ทุกคนสนใจการเรียนให้มากที่สุด สนใจสถาบันครอบครัว พ่อแม่ ญาติ พี่น้อง เพราะประเทศไทย เป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้ รวมถึงเรื่องประวัติศาสตร์ ศีลธรรม และสิ่งสำคัญสุดคือวินัยที่ต้องมีทุกคน ถ้าเราไม่มีวินัย ก็จะหย่อนยานสะเปะสะปะไปเรื่อย อยากทำอะไรก็ทำ ซึ่งบางครั้งมันก็รบกวนสมาธิคนอื่น คนเราต้องมีวินัย เพราะวินัยและกฎหมายจะทำให้ประเทศนี้อยู่รอด เป็นประเทศที่พัฒนาแล้วต่อไป”

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ด้วยสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนชาวไทยในหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการศึกษา ตามที่ได้มีการเลื่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2564 เป็นวันที่ 14 มิถุนายน รวมถึงการนำ 5 รูปแบบการศึกษามาใช้อย่างยืดหยุ่นภายใต้หลักความปลอดภัย เพื่อให้ผู้เรียนไม่พลาดโอกาสในการเรียนรู้ เรื่องความปลอดภัยเป็นสิ่งที่รัฐบาลภายใต้การนำของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยได้มีการจัดหาวัคซีนครู เพื่อเร่งสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ครู และบุคลากรทางการศึกษาให้สามารถกลัdkบมาปฏิบัติการในสถานศึกษาได้ เช่นเดียวกับการเยียวผลกระทบที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องค่าครองชีพ รัฐบาลจึงได้มีโครงการเยียวยานักเรียนคนละ 2,000 บาท ให้แก่ผู้ปกครองเพื่อแบ่งเบาภาระการใช้จ่ายด้านการศึกษา ในส่วนของผู้เรียนซึ่งเป็นหัวใจหลักในการจัดการเรียนรู้ รัฐบาลได้เล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาผู้เรียนอย่างรอบด้าน ด้วยการจัดให้ผู้เรียนสามารถกลับเข้าสู่ห้องเรียนเช่นเดียวกับสถานการณ์ปกติโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ร่วมกับ กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ได้ดำเนินโครงการ Sandbox Safety Zone in School (SSS) ในพื้นที่โรงเรียนประจำที่มีความพร้อม และสมัครใจที่จะเปิดภาคเรียนแบบผสมผสาน ทั้งการเรียนในห้องเรียน ควบคู่ไปกับการเรียนในระบบออนไลน์ พร้อมกันนี้ได้เร่งรัดให้มีการนำวัคซีนมาฉีดให้กับนักเรียนที่มีอายุระหว่าง 12-18 ปี ทั่วประเทศ จำนวนกว่า 5 ล้านคน โดยผู้ปกครองตอบรับยินยอมให้ฉีดวัคซีนแล้วร้อยละ 80 ครอบคลุมทั้งโรงเรียนรัฐและเอกชน กลุ่มอาชีวศึกษา โรงเรียนสังกัดอื่นทุกสังกัด ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 4 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป เพื่อให้นักเรียนมีความปลอดภัยเพิ่มขึ้น และสามารถเปิดภาคเรียนใหม่ได้อย่างมั่นใจควบคู่กับมาตรการควบคุมโรคที่เข้มงวด ภายใต้การพิจารณาของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด

ในการนี้ นายกรัฐมนตรี และคณะ ได้ทักทายนักเรียนโรงเรียนพิบูลย์อุปถัมภ์ และนักเรียนในโรงเรียน 12 เขตสุขภาพทั่วประเทศ พร้อมถามถึงอาชีพในอนาคตที่ฝันอยากจะเป็น และกล่าวแนะนำว่าต้องมีความพยายาม รวมทั้งอดทนที่จะก้าวไปถึงอาชีพที่มุ่งหมาย เพื่อเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีศักยภาพในการพัฒนา นำพาประเทศไปสู่การแข่งขันได้อย่างดีเยี่ยมในอนาคตอันใกล้

สำหรับโรงพิบูลอุปถัมภ์ มีนักเรียนที่แสดงความจำนงขอรับวัคซีน จำนวน 695 คนโดยเข้ารับการฉีดวัคซีนในวันที่ 4 ตุลาคมนี้ จำนวน 200 คน

อานนท์ วิชานนท์ / สรุป
ธนภัทร จันทร์ห้างหว้า / ภาพ

“เจพี ประกันภัย”ประกาศรีแบรนด์ เป็น“บริษัท เจมาร์ท ประกันภัย จำกัด (มหาชน)”

“บริษัท เจพี ประกันภัย จำกัด (มหาชน)” รีแบรนด์ครั้งใหญ่ เป็น “บริษัท เจมาร์ท ประกันภัย จำกัด (มหาชน)”ชูกลยุทธ์ Synergy ขยายบริการลูกค้าครอบคลุมทั่วไทยเสริมความแกร่ง ตั้งเป้าขึ้นแท่นผู้นำ InsurTech

นางสาววราภรณ์  พรพิทักษ์โยธิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท ประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การดำเนินงานที่ผ่านมาของ บริษัท เจพี ประกันภัย จำกัด (มหาชน) มีผู้ถือหุ้นใหญ่ คือ บริษัท เจเอ็มที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทที่อยู่ภายใต้ เจมาร์ท กรุ๊ป และเพื่อเพิ่มศักยภาพการเติบโตของธุรกิจประกันภัยในประเทศไทย ตลอดจนเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจของบริษัทฯ และเชื่อมโยงการดำเนินงานให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน บริษัทฯ จึงได้มีการรีแบรนด์และเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท เจมาร์ท ประกันภัย จำกัด (มหาชน) อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา ภายใต้สโลแกนใหม่คือ “ประกันภัยล้ำล้ำในเครือเจมาร์ท” โดยลูกค้าที่ถือกรมธรรม์ภายใต้ชื่อเดิม จะยังคงได้รับความคุ้มครองตามข้อกำหนดและเงื่อนไขในกรมธรรม์ที่ลูกค้าได้ทำประกันไว้ ซึ่งบริษัทฯ ได้นำส่งจดหมายแจ้งการเปลี่ยนแปลงชื่อบริษัทให้กับผู้เอาประกันภัยทุกท่านที่ทำประกันกับเราไว้เรียบร้อยแล้ว

“เพื่อให้สื่อถึงการเป็นบริษัทในเครือของ เจมาร์ท กรุ๊ป โลโก้ใหม่ของ เจมาร์ท อินชัวร์ จึงใช้สัญลักษณ์สามเหลี่ยม ซึ่งสื่อถึงการขับเคลื่อนแบรนด์อย่างไม่สิ้นสุด ในลักษณะ Lifestyle Shop ที่มีความสนุกสนานในการใช้ชีวิตของผู้บริโภค “Just Enjoy” ส่งมอบความสะดวกสบายให้ลูกค้าในทุกขั้นตอนการบริการ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดี พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการให้เข้าถึง Lifestyle ของผู้บริโภค โดยโทนสีแดงของโลโก้ ถือเป็น DNA ของ เจมาร์ท กรุ๊ป ที่แสดงถึงจิตวิญญาณแห่งความเป็นมิตร อีกทั้งยังสื่อถึงความมีพลัง โดดเด่น และเป็นมืออาชีพอีกด้วย” 

นางสาววราภรณ์ กล่าวต่อว่า การรีแบรนด์ในครั้งนี้จะส่งผลให้ เจมาร์ท อินชัวร์ ก้าวสู่การเป็นผู้นำ InsurTech ได้อย่างมั่นคงและสมบูรณ์แบบ ด้วยฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง รวมกว่า 697 ล้านบาท และด้วยศักยภาพของบริษัทในเครือหรือกลุ่ม Synergy ที่มีสาขาต่างจังหวัดทั่วประเทศ ทำให้เข้าใจความแตกต่างของความต้องการในแต่ละกลุ่มลูกค้า บริษัทฯ จึงมีการออกแบบผลิตภัณฑ์ตามแต่ละฤดูกาล หรือแต่ละท้องถิ่น และทันต่อสถานการณ์ที่เหมาะสมในปัจจุบัน โดยทุกผลิตภัณฑ์จะเน้นความโปร่งใส เข้าใจง่าย และไม่ซับซ้อน เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจว่าจะได้รับความคุ้มครองจาก เจมาร์ทอินชัวร์ ตามสัญญาประกันภัยอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์อุบัติเหตุ ประกันสุขภาพ ประกันภัยที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตประจำวัน โดยบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้าบุคคล (Personal Line Insurance) และกลุ่มลูกค้าองค์กรธุรกิจ เพิ่มมากขึ้น

“ปัจจุบัน บริษัทฯ มีเบี้ยประกันภัยรับ ณ. เดือน ก.ค.64 อยู่ที่ 182.78 ล้านบาท โดยมีการปรับสัดส่วนการรับประกันภัยและขยายตลาดการประกันภัยทั่วไปเพิ่มขึ้น ทำให้เบี้ยประกันภัยของบริษัทมีการเติบโตขึ้นจากการรับประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สินที่อัตรา 78% และประกันภัยอุบัติเหตุทั้งแบบกลุ่มและส่วนบุคคลก็เติบโตขึ้นจากปีก่อนมากกว่า 100% ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการขยายพอร์ตงานประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์ โดยบริษัทฯ ตั้งเป้าหมายการดำเนินงานในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ว่าจะสามารถปรับสัดส่วนการขยายพอร์ตในกลุ่มงานประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์ (Non-Motor Insurance) และประกันภัยรถยนต์ (Motor Insurance) ให้อยู่ในสัดส่วน 50:50 จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนอยู่ที่อยู่ที่ 70:30 เพื่อสร้างการเติบโตด้านความหลากหลายของผลิตภัณฑ์” 

ทั้งนี้ เจมาร์ทอินชัวร์ มีผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับสุขภาพเพิ่มมากขึ้น โดยจัดกลุ่มผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามกลุ่มลูกค้า เช่น ตามช่วงอายุ อาชีพ ฯลฯ ทั้งประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA Series) ที่รวบรวมแพ็คเกจความคุ้มครองตั้งแต่วัยใส วัยทำงาน กลุ่มครอบครัว จนถึงรุ่นใหญ่, ประกันสำหรับเด็กอย่างแพ็คเกจ BABY Smile รวมความคุ้มครองไม่ว่าจะเป็นโรคไข้หวัด โรคมือ เท้า ปาก หรือตาแดง, แพ็คเกจประกันภัยโรคจากยุง ที่คัดสรรให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ที่เสี่ยงต่อโรค, ประกันภัยโควิด-19 และแพ้วัคซีนโควิด-19, ประกันภัยรถยนต์ 2+ 3+ ที่คุ้มครองภัยน้ำท่วม มีทั้งรายเดือน และรายปี รวมถึงประกันภัยประเภท 1 จี๊ดจ๊าด ที่
เบี้ยเริ่มต้นไม่ถึงหนึ่งหมื่นบาท  

 “โดยบริษัทฯ ให้ความสำคัญในการสื่อสารกับทุกกลุ่มลูกค้า จึงได้นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริมสร้าง Customer Experience เพื่อการบริการลูกค้าให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ Touch Point ไม่ว่าจะเป็น ช่องทางเว็บไซต์ขายประกันภัยออนไลน์อย่าง Jaymart Connect ช่องทาง LINE Chatbot : @Jaymartsmartinsure และใน
ปีนี้เราได้มีการพัฒนาระบบการขายประกันออนไลน์ผ่านทาง www.jaymartinsurance.co.th  ด้วยขั้นตอนการทำรายการซื้อประกันที่ง่ายและสะดวกรวดเร็ว รวมทั้งพัฒนาระบบการขายประกันให้กับนายหน้าคู่สัญญาของบริษัทฯ ให้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น” นางสาววราภรณ์ กล่าวในตอนท้าย

โรงแรมแกรนด์ ฟอร์จูน กรุงเทพฯพร้อมเปิดให้บริการ ในวันศุกร์ที่15ตุลาคม2564 นี้

โรงแรมแกรนด์ ฟอร์จูน กรุงเทพฯ พร้อมเปิดให้บริการในวันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม 2564 นี้ ในรูปโฉมใหม่
และเรายึดมั่นในการเพิ่มมาตรฐานโรงแรมปลอดเชื้อในระดับสูงสุด ด้วยการติดตั้ง เครื่องไบโอโซน (BIOZONE)

เพื่อกำจัดเชื้อโรค ไวรัส แบคทีเรีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฆ่าเชื้อโควิด19 ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานจาก BCS Laboratories, INC – Gaineville, Florida ซึ่งได้ติดตั้งในห้องพัก ห้องอาหาร ห้องประชุม ฟิตเนส ลิฟต์โดยสาร และพื้นที่ส่วนกลางต่างๆ ทั้งนี้โรงแรมฯ จะยังคงให้ความสำคัญและเน้นย้ำในเรื่องของมาตรฐาน SHA จากกระทรวงสาธารณสุข และมาตรการ D-M-H-T-T การป้องกันการติดเชื้อโควิด19 ที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด รวมถึงการเร่งฉีดวัคซีนให้กับพนักงานทุกคนครบ 2 เข็ม เพื่อสร้างความมั่นใจ
ให้ลูกค้าในการใช้บริการในส่วนต่างๆของโรงแรมฯ

นอกจากนี้ โรงแรมฯ ยังมีข้อเสนอสุดพิเศษอีกมากมายไว้รอต้อนรับลูกค้าทุกท่านได้ง่ายๆ เพียงเป็นเพื่อน
กับเราใน Line Official, Facebook และ Instagram คุณจะไม่พลาดโปรดีๆ ราคาโดนใจอย่างแน่นอน


Line ID: @GrandFortuneBKK
Facebook: GrandFortuneHotelBangkok
Instagram: GrandFortuneHotelBangkok