26 มีนาคม 2563

เปิดตัว ราโด กัปตัน คุ้ก บรอนซ์ (RADO Captain Cook Bronze)

การหลอมรวมระหว่างความคลาสสิค และโมเดิร์นอย่างลงตัว  Rado ได้รับการขนานนามว่าเป็น "ผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุ" ที่มีแนวทางการปฏิวัติการผลิตนาฬิกาแบบดั้งเดิม อีกทั้งยังเป็นผู้นำในด้านการผลิตนาฬิกาด้วยการนำเอาทั้งไฮเทคเซรามิก ไฮเทคเซรามิกที่
มีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ ไฮเทคเซรามิกที่มีสีสันสดใส และ CeramosTM มาใช้ก่อนใคร อีกทั้งยังมุ่งเน้นเรื่องการออกแบบที่ Rado เป็นผู้บุกเบิกและผู้นำมาโดยตลอด ในเรื่องการสร้างมาตรฐานและการ
ยกระดับมาตรฐาน อีกทั้งยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบที่มีรางวัลอันทรงเกียรติระดับนานาชาติมากมาย และเป็นผู้ผลิตที่มีความคิดก้าวไกลมากที่สุดในอุตสาหกรรมนาฬิกาในปัจจุบัน 

ไม่ปล่อยให้สาวกราโดเลิฟเวอร์ต้องคอยอีกต่อไป เมื่อ ราโด (RADO) ส่งตรงเรือนเวลา Rado Captain Cook รุ่นใหม่จัดจำหน่ายสู่ประเทศไทย ด้วยรูปทรงอันไร้ที่ติและรูปลักษณ์ที่ สามารถดึงดูดความสนใจของ  Rado Captain Cook รุ่นใหม่ตัวเรือนผลิตจากบรอนซ์ และไฮเทคเซรามิก มาพร้อมมอบประสิทธิภาพอันถูกใจ และรูปลักษณ์ที่แข็งแกร่ง รูปทรงเท่ห์ ผสานรวมวัสดุเก่าแก่ที่สุดที่มนุษย์เคยสร้างเข้าไว้กับวัสดุ ล้ำสมัย ซึ่งเป็นแนวทางอันชัดเจนของ ราโด แสดงถึงความพยายามอย่างเต็มความสามารถ และคุณสามารถสัมผัสได้! 
จุดเด่นอันน่าประทับใจของ Captain Cook นำโทนสีเขียวชอุ่มและสีของบรอนซ์ ซึ่งเป็นสี ที่มีความเป็นธรรมชาติ และสร้างความ 'โดดเด่น’ ให้ซึ่งกันและกัน  ถือเป็นความสำเร็จแห่งการผสมผสานอย่างแท้จริง         

โดยได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ยืนหยัดได้แม้ภายใต้การทดสอบของกาลเวลาและเหนือกว่าปัจจุบัน  ตัวเรือนสมบูรณ์แบบ จากการผสมผสานตัวเรือนบรอนซ์ คริสตัลแซฟไฟร์ทรงสี่เหลี่ยม ขอบหน้าปัด สีบรอนซ์ แทรกด้วยไฮเทคเซรามิกและด้านหลังตัวเรือนที่ทำจากไทเทเนียมพร้อมกับคริสตัลแซฟไฟร์ และสายนาฬิกาหนังสีเขียวเข้มช่วยเติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้กับชิ้นงานที่ไร้ที่ติ มาพร้อมกับกลไกการเดิน ETA C07 คุณภาพสูงจากสวิส สำรองพลังงานนานถึง 80 ชั่วโมง 

ความโบราณและสมัยใหม่ วินเทจและร่วมสมัย ดั้งเดิมและนวัตกรรม ยั่งยืนและพัฒนา คำจำกัดความเหล่านี้ทำให้ Rado Captain Cook Bronze บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ ความแตกต่างอย่างแท้จริง พร้อมทั้งการออกแบบ ให้คงความงดงามตลอดอายุการใช้งาน ถือเป็นนาฬิกาคอลเลคชั่นที่ได้รับความนิยมอย่างสูงสร้างตำนานแห่งยุคด้วยความงดงาม ของบรอนซ์ซึ่งจะเปลี่ยนสีไปตามกาลเวลา และการใช้งาน เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้  แต่ละเรือน ตัดกับไฮเทคเซรามิคสีเขียวซึ่งจะเห็นความแตกต่างที่สัมผัสได้

 
• ราโด กัปตัน คุ้ก บรอนซ์ (R32504315) สนนราคา 86,100.00 บาท
 
สัมผัสเรือนเวลาอันโดดเด่นจากคอลเลคชั่นล่าสุดได้แล้ววันนี้ ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป
คิงพาวเวอร์ ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ และ Shopee
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ โทร. 02-610-0200 


โครงการ Amazing Distancing @Hotel


ททท.ร่วมสนับสนุนการทำ Social Distancing จับมือกับสมาคมโรงแรมไทย, สมาคมหอการค้าไทย
และสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย จัดโครงการ Amazing Distancing @Hotel นำเสนอแพ็กเกจห้องพักราคาพิเศษ ที่มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบครัน เพื่อตอบรับความต้องการของคนที่ต้องการที่พักที่มีความเป็นส่วนตัว สนับสนุนการทำงานแบบ Work from Home รวมถึงการเป็นที่พักในระยะสั้นๆ ระหว่างที่ยังต้องออกมานอกบ้านเพื่อทำงาน หรือบางท่านที่กังวลว่าตนเองอาจจะเสี่ยงที่จะพาหะแพร่เชื้อให้กับคนที่บ้าน

 อีกทั้งโครงการนี้ยังเป็นการสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการโรงแรมไทยในช่วงที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้รับผลกระทบจากโรคระบาด และช่วยให้พนักงานในธุรกิจโรงแรมมีงานและมีรายได้อย่างต่อเนื่อง โดยผู้ที่สนใจแพ็กเกจพิเศษนี้สามารถเข้าชมรายละเอียดได้ทาง

www.tourismthailand.org/tourismdepartmentstore
#AmazingDistancingatHotel #SocialDistancing
#อยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ

เครือโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยท์ เปิดไฟรูปหัวใจให้กำลังใจคนไทยสู้ COVID-19

 


เครือโรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์พอยท์ เปิดไฟเป็นรูปหัวใจ เพื่อส่งกำลังใจให้คนไทยช่วงวิกฤตโรคระบาด COVID-19 เพื่อเป็นการส่งกำลังใจให้กับคนไทยทุกคน นักท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่และบุคลากรทางการแพทย์ ในการรับมือกับไวรัสโคโรนา COVID-19

เพื่อสนับสนุนนโยบาย อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ เครือโรงแรมฯ ได้ออกแคมเปญ #alonetogether
ที่แม้คนไทยทุกคนแม้จะต้องอยู่ห่างกัน แต่จะก้าวผ่านวิกฤติไปด้วยกัน โดยจะมีการเปิดไฟรูปหัวใจบนอาคารโรงแรมในเครือทั้ง 5 แห่ง ประกอบด้วย โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพลินจิต โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ราชดำริ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เทอร์มินอล 21 โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุขุมวิท 55 และโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา ระหว่างเวลา 18.30 - 21.00 น. วันนี้ (26 มีนาคม 2563) ทั้งนี้ทางผู้บริหาร และพนักงาน โรงแรมฯขอให้ประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้โดยเร็ว


จากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนา COVID-19 ที่ปัจจุบันแพร่กระจายไปทั่วโลกนั้น กลุ่มโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ได้ดำเนินมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวดเพื่อความปลอดภัยของพนักงานและผู้ใช้บริการมาตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยกำชับ ให้พนักงานในกลุ่มโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสดังกล่าว

ติดตามที่ #AloneTogether #SocialDistancing #GrandeCentrePoint

ราคาเบาๆ แต่มากด้วยความอร่อยเหมือนเดิม เดลิเวอรี่-เสิร์ฟความอร่อยถึงที่



โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ จัดความอร่อยของทุกห้องอาหารบริการเสิร์ฟถึงที่บ้านกับ “Go Quik” ไม่ว่าจะเป็นอาหารนานาชาติ  ไทย จีน ญี่ปุ่น ฯลฯ เริ่มต้นเพียง 79 บาทเท่านั้น อาทิ ผัดไทยโบราณกุ้งทอดซอสมะขาม ข้าวขาหมู  ก๋วยเตี๋ยวเซี่ยงไฮ้น้ำดำหมูนุ่ม ติ่มซำ ข้าวหน้าเนื้อวากิว ซาชิมิเซ็ต ชานมไข่มุก ฯลฯ

บริการระหว่างเวลา 11.00 - 20.00 น.
โทร. 0-2290-0039 หรือ Line : Coffeeshop8413





โปรโมชั่นพิเศษ!!! ส่งฟรี เมื่อสั่ง 2 กล่องขึ้นไปภายในรัศมี 5 กม. และสั่ง 5 กล่องฟรี 1 กล่อง

คลายร้อนตลอดเมษายนนี้ ด้วยข้าวแช่สำรับเอกแห่งฤดูร้อนส่งตรงถึงบ้านคุณ

จากห้องอาหารศาลาไทย โนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต

ต้อนรับซัมเมอร์นี้กับ “ข้าวแช่”เมนูคลายร้อนสุดคลาสสิคของคนไทย ที่พร้อมเสิร์ฟให้คุณได้สดชื่น อร่อยคลายร้อนเพียงปีละหนึ่งครั้ง ตลอดเดือนเมษายน 2563 นี้ จากห้องอาหารศาลาไทย โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต

               
คลายร้อนตลอดเมษายนนี้ ด้วยข้าวแช่สำรับเอกแห่งฤด ลิ้มรสความหอม สดชื่น ที่เชฟบังอร มาลาเล็ก หัวหน้าครัวไทย พิถีพิถันนำข้าวหอมมะลิมาหุงสุกและบรรจงขัดข้าวให้ขึ้นเงา จากนั้นนำมาแช่กับน้ำลอยดอกมะลิอบควันเทียน พร้อมเครื่องเคียงถึง 9 อย่าง  กะปิชุบไข่ทอด, ปลาช่อนหวานแห้งผัด,
หัวไชโป๊ผัดหวาน, หัวไชโป๊ผัดไข่, หมูฝอย, เนื้อฝอย, หอมยัดไส้ปลาชุบแป้งทอด, พริกหยวกสอดไส้หมูกุ้ง และไข่เค็ม ปรุงอย่างพิถีพิถันตามตำรับไทย สำหรับวิธีการทานข้าวแช่กับเครื่องเคียงนั้นเริ่มจากทานลูกกะปิเป็นชิ้นแรกก่อน เคี้ยวให้ได้ลิ้มรสชาติ ตักข้าวแช่ขึ้นทานตามพร้อมน้ำข้าวแช่สักเล็กน้อย รสชาติความเข้มข้นของเครื่องเคียงจะผสมผสานกับความเย็นของข้าวแช่ ทำให้รสชาตินุ่มนวลกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้เชฟบังอร ยังพิถีพิถันแกะสลักผักสดไว้สำหรับทานแกล้มอย่างปราณีตงดงาม



               
สัมผัสความสดชื่นไปกับข้าวแช่ สำรับเอกแห่งฤดูร้อน พร้อมบริการจัดส่งถึงบ้านหรือรับกลับไปทานที่บ้านในตะกร้าหวายอันสวยงาม เหมาะสำหรับคลายร้อนในวันหยุดหรือส่งเป็นของฝากสำหรับญาติผู้ใหญ่ ในราคาชุดละ 990 บาท ตลอดเดือนเมษายนนี้



สอบถามเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่ 02-131-1111 ต่อ 1750
หรืออีเมลล์ square@novotelairportbkk.com


อีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ ที่ ผู้ประกอบการภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะ ทำร่วมกัน

สำหรับน้องๆ ผู้พิการทางสายตา!แบ่งปันปฏิทินเก่าที่เราไม่ใช้มีประโยชน์



อีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ ที่ ผู้ประกอบการภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะ ทำร่วมกันโดยการรวบรวมปฏิทินตั้โต๊ะปีเก่านำมาส่งมอบให้กับน้องๆ ได้นำมาใช้ ผลิตสื่อฝึกการอ่าน-การเขียนอักษรเบรลล์ เพื่อเสริมทักษะการเรียนรู้..โดยทีมงาน CSR อมตะฯ ได้เป็นผู้แทนส่งมอบปฏิทินที่ได้รับมาให้แก่ โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพฯ แล้วจำนวนกว่า 10,000 เล่ม

ท่านที่สนใจสามารถบริจาคเพิ่มเติมได้ที่...
มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์
420 ถนน ราชวิถี แขวง ทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400
โทร.02 354 8365

#แบ่งปัน #ปฏิทินเก่าที่เราไม่ใช้...#มีประโยชน์

บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด

ส่งมอบผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้, น้ำนมถั่วเหลือง, ซอสมะเขือเทศ, น้ำผลไม้เข้มข้น,ผลิตภัณฑ์ทาขนมปัง 

โดยคุณชนันนัทธ์ พลปัถพี รองผู้จัดการใหญ่ (ด้านขายและการตลาด) บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ร่วมส่งความห่วงใย สนับสนุนทีมแพทย์ และบุคลากรโรงพยาบาล ที่ปฏิบัติหน้าที่ อย่างทุ่มเทในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19  ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล รับมอบ ณ ตึกอำนวยการชั้น ๑ โรงพยาบาลศิริราช


นอกจากนี้ ดอยคำ ได้ส่งความห่วงใย สนับสนุนทีมแพทย์ และบุคลากรโรงพยาบาล โดยได้รับเกียรติจาก คุณรังสรรค์ ถามูลแสน รองผู้อำนวยการด้านบริหาร สถาบันบำราศนราดูร เป็นตัวแทนรับมอบ ณ สถาบันบำราศนราดูร และคุณชัชวรรณ วิชัยดิษฐ์ หัวหน้าฝ่ายโภชนาการ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
เป็นตัวแทนรับมอบ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย

สายคลีน สายสุขภาพ ยังมีที่พึ่ง สวนสามพราน เปิดบริการ Organic Express

Drive Thru  และ Delivery  เริ่มแล้ววันนี้!!


การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  ได้สร้างผลกระทบไปทั่วโลก โดยเฉพาะ ภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร รวมถึงสวนสามพราน จ.นครปฐม ซึ่งหลังจาก ปิดบริการห้องพัก ห้องอาหาร และกิจกรรมการท่องเที่ยวต่างๆ วันนี้ได้มีการปรับแผนธุรกิจสู้วิกฤติ ด้วยการเปิดให้บริการ Organic Express ทั้งแบบ Drive Thru สั่งกลับบ้าน และ Delivery โดยดึงจุดเด่นของอาหารไทยโบราณ เลื่องชื่อยาวนานกว่า 5 ทศวรรษ มาเป็นจุดขาย เน้นความอร่อย และดีต่อสุขภาพ  ปรุงด้วยวัตถุดิบอินทรีย์คุณภาพมากกว่า 70%  เริ่มให้บริการแล้ววันนี้ ทั้งในพื้นที่ นครปฐม และกรุงเทพฯ

นายอรุษ นวราช กรรมการผู้จัดการสวนสามพราน เปิดเผยว่า  เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการเมนูเพื่อสุขภาพ แม้ทางสวนสามพราน จะมีความจำเป็นต้องปิดบริการในส่วนของโรงแรม
ร้านอาหาร และกิจกรรมท่องเที่ยวต่างๆ  แต่เพื่อประคองธุรกิจสามารถเป็นที่พึ่งของทั้งพนักงาน เกษตรกรอินทรีย์ในเครือข่ายสามพรานโมเดล โดยยังสามารถให้บริการอาหารสุขภาพอาหารออร์แกนิกให้ลูกค้าได้           




ทางสวนสามพรานจึงเปิดบริการ Organic Express จำหน่ายเมนูอินทรีย์พร้อมทาน ให้ลูกค้าหิ้วกลับไปทานที่บ้าน และเปิดบริการดิลิเวอรี่  สำหรับลูกค้าที่อยู่ในรัศมี 10 กิโลเมตร โดยปรับพื้นที่บริเวณตลาด      สุขใจให้เป็นจุด Drive Thru  เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้า ไม่อยากลงจากรถ ให้สั่งอาหารจากในรถและรอรับอาหารกลับได้เลย ส่วนลูกค้าที่อยู่ในกรุงเทพ ก็สามารถแวะไปหาซื้อได้ที่ Patom Organic Living ทองหล่อ 23 ได้เช่นกัน

สำหรับเมนูอาหาร ในช่วงแรกจะเป็นเมนูยอดนิยม เช่น ผัดไทกุ้งสด ผัดไทมังสวิรัติ  ผัดกระเพรา ข้าวเหนียวหมู ข้าวแกงเขียวหวาน แกงขี้เหล็กหมูหลุมออร์แกนิกย่าง  แกงป่าไก่ตะเภาทองใส่ผักออร์แกนิก เหล่านี้ เป็นต้น โดยแต่ละเมนูใช้วัตถุดิบอินทรีย์อย่างน้อย 70 % ปรุงสดใหม่ทุกวัน


 


นอกจากนี้ยังมีอาหารทานเล่น ขนมหวาน เลิศรสสูตรลับเฉพาะสวนสามพราน เช่น ขนมครก  สาคูไส้หมู ข้าวเกรียบปากหม้อ ขนมถ้วย ขนมตะโก้  ขนมกล้วย ขนมสอดไส้ เค้กต่างๆ  ฯลฯ  นอกจากนี้ ยังมีพืชผัก ออร์แกนิก เก็บสดจากปฐมออร์แกนิกฟาร์มมามาจำหน่าย เช่น ไข่เป็ด ไข่เค็ม รวมถึงสินค้าอินทรีย์อื่นๆ    ที่จำเป็นต่อการอุปกโภคบริโภค เช่น ธัญพืช ต่างๆ ดาร์กช็อกโกแลต  เจลล้างมือ ฯลฯ และสินค้าแปรรูปจาก ร้าน SE สุขใจออร์แกนิก อีกหลากหลาย ให้เลือกช้อป

ทั้งนี้ สวนสามพรานมีมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดอย่างเข้มงวด  ทั้งการตรวจวัดอุณหภูมิ พ่อครัว แม่ครัว เจ้าหน้าที่ให้บริการ รวมถึงมีจุดคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิลูกค้าที่ขับรถเข้ามาในบริเวณสวนสามพรานทุกคน  เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19

ย้ำ!! เปิดจำหน่ายทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-18.00น. ณ บริเวณตลาดสุขใจ โดยพ่อครัวและแม่ครัวไทย      ของสวนสามพรานยกทีมมาปรุงสดใหม่ทุกเมนู สำหรับบริการ Delivery จะให้บริการในรัศมี 10 กิโลเมตร จากสวนสามพราน โดยคิดค่าบริการตามระยะทาง เริ่มจาก 1 กิโลเมตรแรก 50 บาท ส่วนกิโลเมตรถัดไปคิดกิโลเมตรละ 10 บาท
สั่งอาหารและสอบถามรายละเอียดต่างๆ โทร.081 359 5974 081 359-5975


สำหรับลูกค้าในกรุงเทพ ก็มีบริการ  Organic Express  ผ่านร้าน Patom Organic Living ซอยทองหล่อ 23 มีครบทั้ง Delivery Take home และDrive Thru รวมถึงสามารถสั่งผ่าน wong Nai และ grabรายละเอียดโทร. 098-259-7514, 02-0848649



เบเยอร์เดินสายกระตุ้นแคมเปญรับหน้าร้อน



ดวงรัตน์ เทียนสุวรรณ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท เบเยอร์ จำกัด ผู้นำนวัตกรรมสีรักษ์โลก นำทีมพนักงานร่วมเดินสายกระตุ้นแคมเปญการตลาด แนะนำผลิตภัณฑ์ สีเบเยอร์คูล ไดมอนด์ชิลล์ พลัส (Beger Cool Diamond Shield Plus) สีทาอาคารรับหน้าร้อน ด้วยสุดยอดนวัตกรรม ไมโครสเฟียร์ เซรามิก นวัตกรรมที่มีเฉพาะสีเบเยอร์ ที่สามารถสะท้อนความร้อนสูงสุด 97% และยังมีพันธะเพชรที่ช่วยเพิ่มพลังการยึดเกาะของเนื้อสี ทำให้ฟิล์มสีแข็งแกร่ง ให้บ้านของคุณ เย็น ทนทาน สวยนาน 15 ปี โดยทีมงานฝ่ายการตลาด และฝ่ายขาย ได้ร่วมกิจกรรมเดินสายเข้าพบร้านค้าตัวแทนจำหน่าย พร้อมแนะนำข้อมูลผลิตภัณฑ์ให้แก่ร้านค้ากว่า 30 ร้าน เมื่อเร็ว ๆ นี้ 




ดูข้อมูลเพิ่มเติม www.beger.co.th

24 มีนาคม 2563

สถาบันฯสิ่งทอเปิดตัวฉลากคุณภาพหน้ากากผ้า Smart Fabric


สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ออกฉลากคุณภาพหน้ากากผ้า Smart Fabric ดึงเกณฑ์มาตรฐานสากล ประยุกต์พัฒนาหลักเกณฑ์ เน้นการดักจับฝุ่นและละอองไอจาม การซึมผ่านได้ของอากาศ ความคงทนของสี คุณภาพของสีที่ใช้ย้อมรวมทั้งผ้าที่ใช้ต้องไม่เป็นสารก่อมะเร็ง และการสะท้อนน้ำ รวม 5 เกณฑ์หลักสำคัญ รับรองและตรวจสอบโดยสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ หน่วยงานเครือข่ายกระทรวงอุตสาหกรรม

(25 มี.ค.63) ดร.ชาญชัย สิริเกษมเลิศ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่กระจายของเชื้อไวรัส Covid-19 ในประเทศไทยที่เพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบให้หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ และหน้ากากอนามัยทั่วไป ที่ใช้วัสดุชนิด ผ้าไม่ทอ ไม่ถักที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Non woven) มีความต้องการใช้สูง มีราคาสูงขึ้นและขาดตลาด ส่งผลให้ประชาชนหันมาใช้หน้ากากผ้าซึ่งเป็นวัสดุทางเลือก และเกิดความต้องการอย่างทวีคูณ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ในฐานะหน่วยงานเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม มีภารกิจสนับสนุนและส่งเสริมองค์ความรู้ในด้านอุตสาหกรรมสิ่งทอ ได้จัดเสวนากลุ่ม (Focus group) โดยเชิญหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนในอุตสาหกรรมสิ่งทอ รวมทั้งสมาคม และสถาบันการศึกษาที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมหารือทิศทางการพัฒนาเกณฑ์ข้อกำหนดประสิทธิภาพหน้ากากผ้าสำหรับภาคประชาชน เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2563 เพื่อเสนอคณะกรรมการบริหารเครื่องหมายคุณภาพสิ่งทอไทย โดยคณะกรรมการได้มีมติเห็นชอบในหลักเกณฑ์และอนุมัติให้ใช้เครื่องหมาย Smart Fabric หน้ากากผ้าเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2563  โดยต้องผ่านการทดสอบและมีประสิทธิภาพสามารถใช้งานซ้ำและผ่านการซักล้างอย่างน้อย 10 ครั้งขึ้นไป ดังนี้


1. สามารถกรองฝุ่นละอองขนาดเล็ก 0.5 ไมครอน ไม่น้อยกว่า 65% โดยคุณสมบัติดังกล่าวยังสามารถกัน PM 2.5 ได้ (หัวข้อทดสอบ Sub-micron particulate filtration efficiency at 0.5 micron โดยข้อกำหนดด้านประสิทธิภาพ คือ >65%)
2. การซึมผ่านได้ของอากาศ (1 – 50 ซีซี ต่อพื้นที่ตารางเซนติเมตรต่อวินาที) โดยหากอากาศยิ่งผ่านได้มากประสิทธิภาพการป้องกันฝุ่นละอองไอจามก็จะยิ่งน้อย (หัวข้อทดสอบการผ่านได้ของอากาศ โดยข้อกำหนดด้านประสิทธิภาพ คือ 1 < X <50)
3. ความคงทนของสีต่อการซักอยู่ระดับปานกลาง (หัวข้อการทดสอบ ความคงทนของสีต่อการซัก อ้างอิงมาตรฐานสากลโดยใช้เกณฑ์ลำดับที่ 1 สีตกมากจนถึงลำดับที่ 5 คือสีไม่ตกเลย) โดยข้อกำหนดด้านประสิทธิภาพคือ >3
4. คุณภาพของสีสารเคมีที่ใช้ย้อมและคุณภาพผ้าต้องปลอดภัยไม่มีสารก่อมะเร็ง (หัวข้อการทดสอบ ปริมาณสีเอโซ และการทดสอบฟอร์มัลดีไฮด์)
5. การสะท้อนน้ำ เพื่อสร้างความมั่นใจอีกหนึ่งขั้นของการสวมใส่ (หัวข้อการทดสอบการสะท้อนน้ำ)





“โดยจะมีกระบวนการทดสอบและตรวจสอบสถานที่ผลิต สุ่มตัวอย่าง จะใช้เวลาประมาณ 7 วันทำการ เมื่อผู้ประกอบการได้ทดสอบผ่านหลักเกณฑ์ดังกล่าว และได้รับการอนุมัติให้ใช้สัญลักษณ์คุณภาพ Smart Fabric ผู้ประกอบการมีสิทธิ์ในการใช้ป้ายแขวน (Hang tag) Smart Fabric แสดงการทดสอบและคุณสมบัติพิเศษที่ได้ผ่านการรับรอง บนผลิตภัณฑ์หน้ากากผ้า หรือบนบรรจุภัณฑ์ แผ่นโฆษณา และการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์บนสื่อต่าง ๆ ได้ เพื่อเป็นการสื่อสารถึงผู้บริโภค และสร้างความเชื่อมั่นในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์หน้ากากผ้าที่มีความปลอดภัย โดยทันทีที่ผลการทดสอบออกสถาบันฯ จะเร่งประชาสัมพันธ์เผยแพร่ใน เวปไซต์ www.thaitextile.org   facebook : Thailand Textile Institute ซึ่งเป็นช่องทางหลัก รวมทั้งช่องทางอื่น ๆ” ดร.ชาญชัย กล่าว



สำหรับสัญลักษณ์คุณภาพ Smart Fabric เป็นสัญลักษณ์ภาคสมัครใจ และได้พัฒนาต่อยอดจากข้อแนะนำคุณลักษณะผ้าที่ใช้ในการผลิตหน้ากากอนามัยสำหรับประชาชนเพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโรคติดเชื่อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา  สถาบันฯสิ่งทอ จึงขอเชิญชวนผู้ประกอบการ นำผ้าที่จะนำไปผลิตหน้ากากมาทดสอบ เพื่อสร้างความมั่นใจต่อประชาชน ว่าจะมีความปลอดภัยต่อผู้สวมใส่ ไม่ส่งผลต่อสุขภาพในอนาคต โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หน่วยบริการ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ โทร. 0 2713 5492 – 9 ต่อ 512-4 , 712 หรือดูรายละเอียดได้ที่ www.thaitextile.org/smartfabric  


โคคา สุกี้” ยกระดับบริการ COCA Delivery รับวิกฤตโควิด-19 ย้ำจุดแข็ง ด้วยวัตถุดิบพรีเมี่ยม ปลอดสาร ไร้สารเคมี เสริมสุขภาพดีให้ผู้

ย้ำจุดแข็ง ด้วยวัตถุดิบพรีเมี่ยม |
ปลอดสาร ไร้สารเคมี เสริมสุขภาพดีให้ผู้บริโภค



COCA Restaurant หรือที่เรารู้จักกันชื่อ “โคคา สุกี้” ความอร่อยคู่คนไทยมากว่า 62 ปี สู้วิกฤตโควิด-19 เสิร์ฟความอร่อยถึงบ้าน “COCA Delivery” ด้วยคุณภาพอาหาร วัตถุดิบแบบพรีเมี่ยมทุกชนิด ทั้งปลอดสาร และไร้สารเคมีเป็นหลัก ผักและข้าวปลูกเองที่ “บูทีคฟาร์ม” ของบริษัท แบบออร์แกนิค พร้อมเสิร์ฟกว่า 80 เมนู COCA ร่วมสนับสนุนคนไทยผ่านวิกฤตโควิด-19 กินร้อน ช้อนใครช้อนมัน ด้วยโปรโมชั่นพิเศษเมนู สุกี้น้ำโคคา ไก่/หมู ซื้อ 1 แถม 1 ราคา 68 บาท (จาก 136 บาท) สามารถสั่งซื้อพร้อมเมนูอื่นๆ ผ่าน COCA Delivery ได้ผ่านช่องทางไลน์ @cocarestaurant และแอพพลิเคชั่น Food Delivery ทุกผู้ให้บริการ หรือ โทร. 02-236-0107, 02-236-9323


นางสาวนัฐธารี พันธุ์เพ็ญโสภณ ประธานเจ้าหน้าที่ บริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท โคคา โฮลดิ้ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า บริการ COCA Delivery มีจุดเริ่มต้นในปี 2019 เพื่อขยายร้านอาหารให้ใกล้ชิดกับลูกค้ามากขึ้น อีกทั้งเรายังขายคาแรคเตอร์ของ โคคา สุกี้ เข้าหาลูกค้าผ่านดิลิเวอรี่ ชูจุดแข็งของจานอาหารที่หลากหลาย พรีเมี่ยม ปรุงสดทุกจาน มีหน้าตาและรสชาติที่ไม่จำเจ ให้ลูกค้าได้ทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ สะอาด ปลอดภัย เสมือนยกโคคาไปไว้ที่บ้านของตัวเอง ที่สำคัญโคคาจะยังคอนเซปต์ยกหม้อสุกี้ถึงที่บ้านลูกค้า พร้อมเน้นความเป็นออริจินัลคราฟต์เป็นหลัก คือทุกจานจะถูกปรุงขึ้นสดๆ ด้วยเชฟมืออาชีพ จุดนี้ลูกค้าจะรู้สึกถึงคุณภาพของอาหาร ที่ต่างกันเพียงสถานที่ทานเท่านั้น

การเสริมพอร์ตอย่างตรงจุด เพื่อขยับตัวเข้าหาพฤติกรรมของผู้บริโภค ทำให้ COCA Delivery กลายเป็นจุดแข็งใหม่ที่ได้รับการตอบสนองอย่างรวดเร็ว จากสัดส่วนรายได้ถึง 25% ในปีแรกที่ให้บริการ แต่จุดเปลี่ยนที่ทำให้การเติบโตของดิลิเวอรี่ ขยายตัวสู่ความความสำเร็จอย่างรวดเร็ว คงหนีไม่พ้นเหตุการณ์ ‘โควิด-19’ ในปี 2020 นี้ ที่ผู้บริโภคต่างหันหน้าเข้าบริการดิลิเวอรี่ อย่างพร้อมเพรียงกัน ส่งผลให้ COCA Delivery ได้รับอานิสงค์มาแบบเต็มๆ แต่ในอีกมุม ก็ถือเป็นโอกาสประกาศจุดแข็ง ‘สุกี้เพื่อสุขภาพ’ ปรุงสุก สะอาด ไร้สารเคมี เสริมสร้างสุขภาพที่ดี ในช่วงเวลาที่ผู้บริโภคต้องการภูมิต้านทานมากขึ้น

“วิกฤตของไวรัสโควิด-19 ทำให้พฤติกรรมการทานอาหารของผู้บริโภคเปลี่ยนไป สิ่งแรกคือพวกเขาจะใช้บริการดิลิเวอรี่เพิ่มมากขึ้น ต่อมาคือความต้องการอาหารเพื่อสุขภาพ เพื่อสร้างภูมิต้านทานให้แข็งแรง และที่สำคัญคือต้องไม่ให้ข้อจำกัดของดิลิเวอรี่ มาสร้างความจำเจให้เมนูอาหาร ซึ่งประจวบเหมาะกับจุดแข็งของ COCA Delivery เข้ามาตอบโจทย์ในสถานการณ์นี้พอดี ทั้งแง่ที่เมนูดิลิเวอรี่มีเหมือนกับในร้านทุกอย่าง รสชาติเหมือนนั่งทานที่ร้าน รองรับทั้งแบบทานคนเดียว ทานเป็นคู่ แบบครอบครัว และเราอยากให้ทุกคนได้ทานสุกี้ช้อนใครช้อนมันอร่อยเหมือนทานที่ร้าน เป็นการเว้นระยะห่างจากกันเพื่อดูแลสุขอนามัยของตัวเอง พร้อมสร้างภูมิต้านทานที่ดีในสไตล์อาหารของ COCA Feel Good” นางสาวนัฐธารี กล่าว


COCA Delivery ให้บริการสั่งซื้อผ่านช่องทางไลน์ @cocarestaurant พร้อมร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่น Food Delivery เจ้าใหญ่ครบทุกเจ้า ได้แก่ Grab, GET, LINE MAN และ Foodpanda โดยมีพื้นที่บริการครอบคลุมทั้ง 7 สาขา ทั่วกรุงเทพมหานครฯ โดยแต่ละแอพพลิเคชั่น จะมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน อาทิ ลดราคาพิเศษ 50 บาท ใน Grab, ซื้อ 1 แถม 1 ใน GET หรือ ค่าส่งเริ่มต้น 10 บาท จาก LINE MAN และในสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 การให้บริการ COCA Delivery ผ่าน @cocarestaurant โดยตรง จะคิดค่าจัดส่งตามระยะทางจริง และเว้นระยะห่างในการจัดส่งแบบ Social Distancing อีกทั้งเงินค่าจัดส่งทั้งหมดจะมอบให้กับพนักงานจัดส่งของร้าน หรือ โคคาแมน ทุกบาททุกสตางค์

นางสาวนัฐธารี ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า การให้บริการ COCA Delivery ในช่วงวิกฤตของโควิด-19 อาจส่งผลกระทบบ้างสำหรับสาขาที่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า ที่มีมาตรการปิดเพื่อควบคุมการระบาด ในช่วงวันที่ 22 มีนาคม ถึง 13 เมษายน อย่างไรก็ตาม ด้วยอีกหนึ่งจุดแข็งของโคคา สุกี้ ที่มีสาขา stand alone เป็นของตัวเอง ทำให้เราสามารถรองรับลูกค้ากลุ่มที่อยู่บ้านได้ และยังควบคุมคุณภาพอาหารแบบไม่ตกหล่น ที่สำคัญ นอกเหนือจากแบรนด์โคคา เรายังมีเมนูของแบรนด์ ‘Mango Tree’ ที่เป็นอาหารไทยร่วมสมัย คัดสรรวัตถุดิบพื้นบ้านที่มีชื่อเสียงจากจังหวัดต่างๆ ในประเทศไทย รวมถึงแบรนด์ ‘ข้าวหม้อใหม่’ ที่มากับคอนเซปต์สตอรี่ ข้าวทุกจานปลูกจากข้าวไร้สารของชาวนารุ่นใหม่ เพื่อสนับสนุนรายได้ให้กับชาวนา โดยคงรสชาติความอร่อยในแบบโคคาไว้ครบถ้วน


“โคคาค่อนข้างโชคดีที่มีบริการ COCA Delivery เข้ามารองรับวิกฤตในครั้งนี้พอดี และคงปฏิเสธไม่ได้ว่า สถานการณ์ที่ผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรมมาใช้บริการดิลิเวอรี่มากขึ้น จะส่งผลให้ COCA Delivery โตขึ้นจากสัดส่วนรายได้เดิมที่ 25% คาดการณ์เป็น 50% ในปีนี้ แต่อย่างไรก็ตาม เรารับรู้ดีว่าวิกฤตการณ์ไม่ได้หมายถึงช่วงเวลากอบโกย สิ่งที่ร้านอาหารควรคำนึงถึง คือความปลอดภัยของกระบวนการเตรียมวัตถุดิบ กระบวนการปรุง ไปจนถึงขั้นตอนการจัดส่ง ให้มีมาตรฐานสูงอย่างที่เราทำเสมอมา สุดท้ายแล้วความใส่ใจในโภชนาการของลูกค้า ก็จะเปลี่ยนกลับมาเป็นตัวเลขออร์เดอร์และการเติบโตที่มากขึ้นเองในที่สุด” นางสาวนัฐธารี กล่าวทิ้งท้าย

COCA Delivery สนับสนุนคนไทยผ่านวิกฤตโควิด-19 กินร้อน ช้อนใครช้อนมัน ด้วยเมนู สุกี้น้ำโคคา หมู/ไก่ ซื้อ 1 แถม 1 ในราคาโปรโมชั่นพิเศษ 68 บาท (จาก 136 บาท) พร้อมด้วยเมนูยอดฮิต อาทิ ข้าวหนำเลี๊ยบหมูสับ, บะหมี่ต้มยำแห้ง, โกยซีหมี่, เส้นหมี่ผัดพริกเผาหมูกรอบ, เส้นใหญ่ราดหน้าหมู/ไก่, ข้าวผัดหมู/ไก่ และยังมีเมนูอาหารอีกกว่า 80 เมนูให้เลือก พร้อมเครื่องดื่มอีกมากมาย

สามารถสั่งซื้อพร้อมเมนูอื่นๆ ผ่าน COCA Delivery ได้ผ่านช่องทางไลน์ @cocarestaurant และแอพพลิเคชั่น Food Delivery ทุกผู้ให้บริการ ติดตามข่าวสาร และโปรโมชั่นต่างๆ ของ COCA Delivery www.coca.com หรือโทร. 02-236-0107, 02-236-9323

"มะเร็งเต้านม" แนะผู้หญิงอายุ 35 ปีขึ้นไป หมั่นตรวจคัดครอง รู้ก่อน รักษาก่อน


ภัยเงียบของผู้หญิง ไร้ซึ่งสัญญาณเตือนล่วงหน้า 
มะเร็งเต้านม นับเป็นภัยเงียบของผู้หญิงเพราะมักมาโดยไม่มีสัญญาณเตือน โดยเป็นโรคร้ายอันดับ 1 ที่คร่าชีวิตผู้หญิงไทย คิดเป็น 20-30 % ของมะเร็งทั้งหมดในผู้หญิง ซึ่งโรคนี้ไม่ได้เป็นปัญหาแต่เพียงในประเทศไทยเท่านั้น เรียกได้ว่าเป็นปัญหาผู้หญิงทั่วโลกเลยทีเดียว

ผู้ชายก็เป็นมะเร็งเต้านมได้
หลายคนอาจคิดว่ามะเร็งเต้านมมักเกิดขึ้นกับผู้หญิงเท่านั้น แต่มีข้อมูลที่น่าสนใจพบว่า ผู้ชายก็สามารถเป็นมะเร็งเต้านมได้เช่นกัน จากสถิติพบว่าเมื่อมีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่เพิ่มขึ้นมา จะเป็นผู้ป่วยเพศหญิงกว่า 100 คน และจะเป็นผู้ชายจำนวน  1 คน  หรือคิดเป็นไม่เกิน 1% ของผู้ป่วยมะเร็งทั้งหมด

ผู้หญิงอายุ 50 ปี กลุ่มเสี่ยงสูง


นายแพทย์สุชาติ กฤตสิงห์ ศัลยแพทย์ เฉพาะทางศัลยศาสตร์ทั่วไป แพทย์ประจำโรงพยาบาล พริ้นซ์ ปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ ได้ให้ข้อมูลว่า มะเร็งของเต้านม เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ที่มีการกลายพันธุ์ของยีนส์ ซึ่งเกิดได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นอายุที่มากขึ้น ประจำเดือน กรรมพันธุ์ ลักษณะของการใช้ชีวิตประจำวัน การมีบุตรช้า การไม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และการใช้ยาต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะสัมพันธ์กับฮอร์โมน ดังนั้น ฮอร์โมนเป็นตัวกระตุ้นหนึ่งที่ทำให้เกิดการกลายพันธุ์ได้เร็วขึ้น ผู้หญิงจัดว่าเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะในวัย 50 ปี จึงควรหลีกเลี่ยงในปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรค เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการไม่ออกกำลังกาย

คลำเจอก้อนที่เต้านมรีบพบแพทย์
 อันดับต้น ๆ ของผู้ที่มาพบแพทย์ มักจะมาด้วยสาเหตุที่ว่า คลำเจอก้อนที่เต้านม นอกจากนี้ ยังมาด้วยพบเลือดออก หรือ มีน้ำผิดปกติออกจากหัวนม ซึ่งไม่ได้มาจากการตั้งครรภ์และให้นมบุตร  บางรายมีอาการเจ็บหรือปวดที่บริเวณเต้านม ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นอาการเบื้องต้น  หากคลำเต้านมด้วยตนเองแล้วพบอาการดังกล่าวควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจอย่างละเอียด


หมั่นตรวจคัดกรอง รู้ก่อน รักษาก่อน 
ปัจจุบัน ความก้าวหน้าทางการแพทย์ทำให้สามารถวินิจฉัยได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก  มีวิธีการรักษาที่ดี ทำให้อัตราการเสียชีวิตลดน้อยลง ดังนั้น ควรหมั่นตรวจเช็คคัดกรองมะเร็งเต้านมอย่างสม่ำเสมอ โดยผู้ที่มีประวัติอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสามารถตรวจคัดกรองได้เมื่อมีอายุ 35 ปีขึ้นไป  ส่วนผู้ที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสามารถตรวจคัดกรองโดยเริ่มตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป ด้วยวิธีการเอกซเรย์เต้านม

วิธีการตรวจเต้านมด้วยตนเอง
ในเบื้องต้นสามารถตรวจด้วยตนเองได้  และช่วงเวลาที่เหมาะสมในการตรวจ คือ 7 วันก่อนและหลังมีประจำเดือน  โดยมี ท่านอนราบ นอนราบในท่าสบาย ใช้ผ้าขนหนูม้วนหรือใช้หมอนรองที่บริเวณหลังและไหล่ข้างที่จะตรวจ  ยกแขนข้างที่จะตรวจขึ้นเหนือศีรษะ แล้วใช้มืออีกข้างคลำให้ทั่วบริเวณเต้านมและรักแร้ ท่ายืนหน้ากระจก ปล่อยแขนไว้ข้างลำตัวตามสบาย สังเกตเปรียบเทียบเต้านมทั้ง 2 ข้าง      ยกแขนขึ้น 2 ข้างประสานกันเหนือศีระษะ สังเกตรอยดึงรั้ง หรือรอยบุ๋ม มือท้าวเอวแล้วโน้มตัวไปข้างหน้า 

ส่วนทิศทางการคลำ สามารถคลำแบบก้นหอยหรือแบบตามเข็มนาฬิกา  คลำจากบริเวณหัวนม วนออกตามเข็มนาฬิกา ไปจนถึงบริเวณรักแร้ คลำแบบแนวนอนขึ้นลงขนานกับลำตัว คลำโดยใช้นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนาง คลำสลับขึ้นลงไปมาทีละแถว ให้ทั่วทั้งเต้านม คลำแบบรัศมีรอบเต้านมหรือคลำแนวคลื่น เริ่มคลำจากส่วนบนของเต้านมเข้าหาฐานหัวนม และทำซ้ำเป็นรัศมีรอบเต้านม

นอกจากการตรวจด้วยตนเองแล้ว ยังมี การตรวจอัลตราซาวด์เต้านม ใช้คลื่นความถี่สูง  เหมาะสำหรับคนอายุน้อย หากตรวจพบว่ามีก้อนเนื้อ สามารถบอกได้ว่าก้อนเนื้อนั้นมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมหรือไม่  และการตรวจเต้านมด้วยเครื่องดิจิตอลเมมโมแกรม เป็นการตรวจทางรังสีชนิดพิเศษ  สามารถตรวจหาเนื้อเยื่อที่ผิดปกติได้อย่างละเอียด ทำให้ค้นพบมะเร็งระยะเริ่มแรกได้รวดเร็ว  เหมาะสำหรับผู้ที่มีเนื้อเยื่อเต้านมที่มีลักษณะเฉพาะ ซึ่งอาจดูกลมกลืนกับเนื้อร้าย



เสริมหน้าอกไม่เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านม 
การผ่าตัดเสริมหน้าอก ไม่ได้ส่งผลกระตุ้นให้เกิดมะเร็งเต้านม  ซึ่งผู้ที่เสริมหน้าอกสามารถตรวจคัดกรองได้ตามปกติ ด้วยการเอกซเรย์โดยวิธีเมมโมแกรม แต่อาจจะตรวจละเอียดกว่าผู้ที่ไม่ได้เสริมหน้าอก เนื่องจากมีซิลิโคนขวางอยู่

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านม  หรือเรื่องสุขภาพอื่น ๆ สามารถขอคำปรึกษาจาก ทีมแพทย์โรงพยาบาลในเครือบริษัท พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ จำกัด ได้ทั้ง 9 แห่ง ใน 8 จังหวัด ได้แก่ โรงพยาบาล พริ้นซ์ สุวรรณภูมิ  จังหวัดสมุทรปราการ  โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ 1  และโรงพยาบาล พริ้นซ์ ปากน้ำโพ 2จังหวัดนครสวรรค์  โรงพยาบาลพริ้นซ์ อุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี  โรงพยาบาลพิษณุเวช จังหวัดพิษณุโลก โรงพยาบาลพิษณุเวช อุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์   โรงพยาบาลพิษณุเวช พิจิตร จังหวัดพิจิตร โรงพยาบาลศิริเวชลำพูน จังหวัดลำพูน และโรงพยาบาลวิรัชศิลป์ จังหวัดชุมพร

สามารถติดตามสาระดี ๆ เกี่ยวกับการแพทย์ได้ที่เฟซบุ๊ก: Principal Healthcare Company