13 พฤษภาคม 2563

คนจนมาก ลำบากจริง ใน กทม. จำนวน 2,700 คน

กรมพํฒนาสังคมฯ และ อพม. ลุยเก็บตก     


วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 นายสุทธิ จันทรวงษ์ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เปิดเผยว่า ในสถานการณ์ที่ไวรัส Covid-19 แพร่ระบาดไปทั่วโลก รัฐบาลออกมาตรการดูแลเยียวยาคนที่ได้รับผลกระทบ ทั้งคนตกงาน คนเร่ร่อน คนไร้ที่พึ่ง ผู้ประสบปัญหาสังคม ให้เข้าถึงสิทธิสวัสดิการ แต่ยังมีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งที่ยังเข้าไม่ถึงสิทธิ รอรับการช่วยเหลือ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดย กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) ในฐานะหน่วยงานที่ดูแลทุกข์สุขของประชาชน จึงดำเนินโครงการค้นหา “คนจนมาก ลำบากจริง” ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ


โดยจัดชุดปฏิบัติการนักสังคมสงเคราะห์ 128 คน พร้อมอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์กว่า 1,800 คน แบ่งเป็น 7 ทีม ลุยพื้นที่ชุมชนทั่วกรุงเทพมหานคร 50 เขต เพื่อตามหาเป้าหมาย " คนจนมากฎ- 2,700 คน

ขั้นตอนการดำเนินงาน พส.ได้จัดประชุมชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจ แก่ อพม.จากนั้นได้วางแผนปฏิบัติการลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน โดยเริ่มส่งทีม อพม.ค้นหากลุ่มเป้าหมาย ชี้เป้า และจะส่งชุดปฏิบัติการร่วมกับ อพม.ลงเยี่ยมบ้าน สอบข้อเท็จจริงและวินิจฉัยตามกระบวนการสังคมสงเคราะห์ ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 และดำเนินการตามแผนการช่วยเหลือ เฝ้าระวังผู้ประสบปัญหาสังคม และจะจ่ายเงินสงเคราะห์ผ่านระบบ “Krungthai Corporate Online” โดยระบบจะโอนเงินไปยังผู้ประสบปัญหาทางสังคม และแจ้งผลการโอนเงินให้ อพม.รับทราบ เพื่อแจ้งแก่ผู้ประสบปัญหาทางสังคมต่อไป



หากประชาชนประสบปัญหา หรือต้องการความช่วยเหลือต่าง ๆ สามารถแจ้งมายัง
ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งทั่วประเทศ หรือ สายด่วน พม. โทร. 1300 บริการ 24 ชั่วโมง
แล้วเราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

วิริยะประกันภัย ร่วมมือสู้ภัยโควิด-19

มอบชุด PPE และอุปกรณ์การแพทย์ โรงพยาบาลในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ 

นายอัสมัน มะลี  ผู้จัดการศูนย์ปฎิบัติการสินไหมทดแทนปัตตานี พร้อมผู้บริหารและทีมงานในสังกัดฝ่ายปฎิบัติการภาค 5 (ภาคใต้) บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมมอบชุดอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยส่วนบุคคล (
Personal Protective Equipment : PPE) รวมถึงอุปกรณ์การแพทย์อื่นๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา และเพิ่มความปลอดภัยแก่บุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยในสถานการณ์การระบาดของโรค COVID-19 ให้แก่โรงพยาบาลในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลปัตตานี  จังหวัดปัตตานี , โรงพยาบาลยะลา จังหวัดยะลา ,โรงพยาบาลบันนังสตา จังหวัดยะลา
                ทั้งนี้ บริษัทฯ มีความตระหนักถึงความสำคัญในการปฏิบัติภารกิจอันยิ่งใหญ่ของบุคลากรทางการแพทย์ ที่ทุ่มเทแรงกาย แรงใจ เสียสละชีวิตของตนเองเพื่อรักษาผู้ป่วย บริษัทฯ ขอเป็นกำลังใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์ของไทยทุกท่านที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อคนไทยในการฟันฝ่าวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิค-19 ในครั้งนี้

12 พฤษภาคม 2563

คั่วกลิ้งอิ่งอ้อย เผ็ดถึงใจ น้ำลายพุ่ง ไม่เชื่อลองสั่งดู



วันนี้ Wefiethailand อยากชวนเพื่อน ๆ มาลอง เมนูอาหารใต้ ที่เป็นที่นิยมกันคั่วกลิ้งอิ่งอ้อย ปรุงสดใหม่ คั่วกลิ้ง อาหารไทยภาคใต้  วันนี้ลองชิมแล้ว เผ็ดถึงใจ น้ำลายพุ่ง  น้ำตาเล็ด ปาดเหงื่อ ไม่เชื่อลองสั่งดู
เมนูอาหารใต้ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเผ็ดร้อน อร่อยเด็ด เผ็ดขนาดที่เรียกว่า ตักกินไม่หยุด รับประทานกับอะไรก็อร่อย ใหม่สด คั่วไร้น้ำมันเยิ้ม ไม่ใส่สารกันบูด และกลิ่นหอมของใบมะกรูด Organic ที่หั่นระเอียดเรียกว่า ใส่ใจปลอดภัยในทุกขั้นตอน เลือกทานกรือปรับเปลี่ยนชนิดผักที่ชื่นชอบ ที่สำคัญคือรับประทานกับอะไรก็อร่อย  ควรเก็บในตู้เย็น อุ่นก่อนรับทาน

คั่วกลิ้งอิ่งอ้อยความเผ็ดดุ รสชาติเฉียบขาด ความอร่อยขึ้นกับรสมือที่ใช้ความละเอียดกับการผสมเครื่องปรุง มีรสชาติที่เฉพาะตัวจนเป็นอาหารใต้สูตรเด็ดของแต่ละครอบครัว

ช่องทางในการสั่งออเดอร์
FB : คั่วกลิ้งอิ่งอ้อย
FB inbox : m.me/ingaoyfood
โทร. 086-332-6464

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=123226289367846&id=105026114521197


พส. เสริมทัพ อพม. ช่วยเหลือผู้เดือดร้อนในพื้นที่กรุงเทพ

 

วันอังคารที่ 12 พฤษภาคม 2562  ณ ห้องประชุมปกรณ์อังศุสิงห์ชั้น 2 กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ  นายสุทธิ จันทรวงษ์ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เป็นประธานการประชุมชี้แจงและวางแผนปฏิบัติการลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบปัญหาเดือดร้อนพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งวัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการทุกภาคส่วนขับเคลื่อนงานตามมาตรการช่วยเหลือให้ครอบคลุมและรวดเร็วในแต่ละพื้นที่ ตรงกลุ่มเป้าหมาย และเสริมพลังผู้ได้รับผลกระทบให้เข้าถึงแหล่งทรัพยากร สามารถแก้ไขปัญหาของตนเองและครอบครัวได้ ผู้เข้าร่วมอบรม ประกอบด้วย ผู้บริหารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เจ้าหน้า
ที่กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 50 เขต เจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ รวมทั้งสิ้นจำนวน 120 คน โดยแบ่งเป็นช่วงเช้าระหว่างเวลา 09.00-12.00 จำนวน 60 คน  ในช่วงบ่ายระหว่างเวลา 13.00-16.00  จำนวน 60 คน

   
กิจกรรมในวันนี้เป็นการบรรยายการใช้เครื่องมือแบบสอบข้อเท็จจริงและการเก็บเอกสารให้ถูกต้อง พร้อมชี้แจงแนวทางการดำเนินงานแก่อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรณีการให้ความช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายคนพิการ ตลอดจนการสร้างความเข้าใจกับทีมงาน 7 ชุด และแบ่งกลุ่มจัดทำแผนปฏิบัติการลงพื้นที่









   
มาร่วมเป็นพลังสำคัญในการให้ความช่วยเหลือประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายที่ประสบปัญหาทางสังคม และเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน จิตอาสา เพื่อการช่วยเหลือสังคม อีกทั้งร่วมกันสืบสาน รักษา ต่อยอด และสร้างสุขให้กับประชาชนในสังคม ภายใต้แนวคิด เราทำความดี ด้วยหัวใจ และเป็น อพม. ที่มีหัวใจ ผู้ให้ โดยมีเป้าหมายเดียวกัน คือ สังคม ปันความสุข สอบถามรายละเอียดโทร. 0-2659-6394 กองกิจการอาสาสมัครและภาคประชาสังคม กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย

08 พฤษภาคม 2563

เฮเฟเล่ ปลดล็อกเปิด “เฮเฟเล่ ดีไซน์ สตูดิโอ สุขุมวิท 64”

พร้อมออกมาตรการป้องกันเข้ม 5 ข้อ
ดูแลความปลอดภัยลูกค้าและพนักงานทุกคน


“เฮเฟเล่ ไทยแลนด์” คลายล็อกดาวน์ ปลดล็อกเปิดโชว์รูม “เฮเฟเล่ ดีไซน์ สตูดิโอ สุขุมวิท 64”
พร้อมให้บริการแล้ว ในเวลาปกติ จันทร์ ถึง ศุกร์ 08.00–17.00 น. และเสาร์ 09.00–16.00 น. คุมเข้มออกมาตรการ ‘ESSET’ คัดกรองเข้มงวด, งดความแออัด, ติดตามให้มั่นใจ, สะอาดทุกจุดในเชิงรุก, ลดการสัมผัส 5 หัวข้อหลักปกป้องความปลอดภัยให้ลูกค้าอย่างเคร่งครัด ครอบคลุมทุกโชว์รูมครบทุกโซน
ให้มาตรฐานความปลอดภัย ที่คงความสะดวกครบครัน ตอบโจทย์ไอเดียตกแต่งบ้านและอาคารทุกความต้องการ ตามวิสัยทัศน์ของบริษัท “เฮเฟเล่ อุปกรณ์ครบจบทุกเรื่องงานอาคาร” (Complete Building Solutions)





นายโฟลเคอร์  เฮลสเติร์น  กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฮเฟเล่ (ประเทศไทย) จำกัด  เผยถึงมาตรการคลายล็อกดาวน์ของเฮเฟเล่ ว่า ช่วงเดือนที่ผ่านมา ธุรกิจหลายภาคส่วนรวมถึง เฮเฟเล่ ดีไซน์ สตูดิโอ ต้องปิดทำการชั่วคราว ตามมาตรการควบคุมการระบาดของ Coronavirus (COVID-19) ซึ่งหลังจากทุกคนได้ผ่านเวลาที่ยากลำบากนี้มาได้ ทำให้รัฐเริ่มคลายล็อกดาวน์ ให้ธุรกิจกลับมาเปิดทำการตามปกติ ภายใต้แนวทางปฏิบัติเพื่อควบคุมและป้องกันที่เข้มงวด ซึ่ง เฮเฟเล่ ประเทศไทย ก็ได้ปรับวิธีการทำงานตามแนวทางจัดสรรมาตรการรับมือโรคระบาด เพื่อให้การเยี่ยมชมโชว์รูมของลูกค้า มีมาตรฐานของความปลอดภัย แต่ยังคงความสะดวกครบครัน และพร้อมให้ “เฮเฟเล่ ดีไซน์ สตูดิโอ สุขุมวิท 64” แหล่งรวมไอเดียการตกแต่งบ้านและอาคารอย่างครบวงจร กลับมาเปิดให้บริการตามปกติอีกครั้งตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ช่วงระยะเวลาล็อกดาวน์ของรัฐ ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทำให้ เฮเฟเล่ ดีไซน์ สตูดิโอ สาขาหลัก ที่ สุขุมวิท 64 ต้องปิดทำการชั่วคราว โดยเฮเฟเล่ ได้เปลี่ยนแนวทางการทำงานไปสู่ช่องทางการขายออนไลน์ “Shopping at Home” พร้อมปรับเป็นวิถีปกติ (New Normal) ของบริษัท ให้ลูกค้าสามารถซื้อสินค้าผ่านบริการ 3 ช่องทางการช้อปใหม่ ทั้ง Call Center, Online Shop และ Chat ซึ่งตลอดระยะเวลาการล็อกดาวน์ เฮเฟเล่ ได้เข้าทำความสะอาดและพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรค ภายในดีไซน์ สตูดิโอ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อความปลอดภัยด้านสุขภาพของลูกค้า, พนักงาน และเพื่อเตรียมความพร้อมเปิดให้บริการ ทันทีที่มาตรการล็อกดาวน์สิ้นสุดลง








มาตรการเพื่อปกป้องความปลอดภัยให้ลูกค้า ที่จะใช้ใน “เฮเฟเล่ ดีไซน์ สตูดิโอ สุขุมวิท 64” หรือมาตรการ ‘ESET’ จะแบ่งออกเป็น 5 หัวข้อ โดยเน้นการสร้างมาตรฐานด้านสุขอนามัย ตามที่กระทรวงสาธารณะสุขกำหนดอย่างเคร่งครัด ได้แก่ Extra Screening, Social Distancing, Extra Cleaning และ Touchless Experience

Extra Screening - คัดกรองเข้มงวด เป็นการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายพร้อมติดสติ๊กเกอร์ให้กับลูกค้าก่อนเข้ามาใช้บริการ พร้อมดำเนินการจัดเตรียมเจลแอลกอฮอล์ล้างมือบริการตามจุดต่างๆ อีกทั้งยังควบคุมให้พนักงานในโชว์รูมและร้านอาหาร รวมถึงผู้มาใช้บริการ ต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าเสมอ

Social Distancing – งดความแออัด ดำเนินการจัดทำสัญลักษณ์การเว้นระยะห่าง 1 เมตร (Social distancing) ระหว่างรอคิวชำระเงิน และระหว่างรอรับบริการ พร้อมควบคุมจำนวนผู้ทำกิจกรรม ไม่ให้เกิดความแออัด หรือลดเวลาในการทำกิจกรรมให้สั้นลงเท่าที่จำเป็น โดยถือหลักหลีกเลี่ยงการติดต่อสัมผัสระหว่างกัน ทั้งในโชว์รูมและร้านอาหาร โดยกำหนดการนั่งรับประทานโต๊ะละไม่เกิน 2 คน

Extra Cleaning – สะอาดทุกจุดในเชิงรุก จัดมาตรการทำความสะอาดพื้น และพื้นผิวที่ถูกสัมผัสบ่อยๆ ทั้งก่อนและหลังการให้บริการ พร้อมทำการกำจัดขยะมูลฝอยทุกวัน เพื่อป้องกันความเสี่ยงการแพร่กระจายของเชื้อโรค และจัดให้มีจุดบริการเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรค ครอบคลุมทั่วบริเวณโชว์รูมและร้านอาหาร

Touchless Experience – ลดการสัมผัส ด้วยการปรับปรุงโชว์รูม ในส่วนบานประตู เป็นระบบเท้าสัมผัส และส่วนของก๊อกน้ำ เป็นระบบอัตโนมัติ ด้วยอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ของเฮเฟเล่ พร้อมปรับปรุงระบบชำระเงินแทนการใช้เงินสด และให้การแนะนำลูกค้ามาใช้ระบบชำระเงิน ด้วยการแสกน QR CR code รวมถึงงดบริการเครื่องเล่นสำหรับเด็ก

ด้านมาตรการเพื่อความปลอดภัยของพนักงาน ภายใน เฮเฟเล่ ดีไซน์ สตูดิโอ บริษัทได้จัดให้พนักงานทุกคน ตรวจสุขภาพเป็นระยะในช่วงเวลาล็อกดาวน์ เพื่อเฝ้าระวังด้านสุขภาพ รวมถึงเพื่อควบคุมไม่ให้มีการแพร่ระบาดของโรค ภายในสตูดิโอ โดยหลังจากเปิดทำการ เฮเฟเล่ได้จัดวางมาตรการให้พนักงานทุกคน สวมหน้ากากอนามัยขณะให้บริการ และสำหรับพนักงานที่อยู่ในจุดเฝ้าระวัง อาทิ แม่บ้าน, พนักงานรักษาความปลอดภัย, พนักงานต้อนรับลูกค้า ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย และ Face Shield ขณะให้บริการ อีกทั้งพนักงานทุกคนต้องบันทึกประวัติประจำวัน ระบุข้อมูลการเดินทาง ส่งเพื่อประเมินความปลอดภัย ก่อนบริษัทจะอนุญาตให้เข้าปฏิบัติงานภายในโชว์รูม

สำหรับ “เฮเฟเล่ ดีไซน์ สตูดิโอ สุขุมวิท 64” พร้อมเปิดให้บริการในวันและเวลาทำการปกติ คือ วันจันทร์ ถึง วันศุกร์ เวลา 08.00–17.00 น. และวันเสาร์ เวลา 09.00–16.00 น. โดยจะเปิดให้บริการเป็นปกติ ในโชว์รูมทุกโซน ทั้ง Smart Hotel การจัดการห้องพักอย่างอัจฉริยะ เพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจโรงแรม, Elder Care โซนออกแบบห้องเพื่อผู้สูงอายุ เพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัย ประหยัดพื้นที่และประหยัดแรง, Smart Apartment การจัดการอพาร์ทเม้นท์ให้เช่าขนาดต่างๆ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจ, Smart Kitchen สร้างมิติใหม่แห่งห้องครัว ด้วยฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน ทันสมัย, DIY Room ห้องต้นแบบที่นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้หลากหลายและครบถ้วน อีกทั้งยังมีโซนอุปกรณ์ชนิดต่างๆ ทั้ง อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ อุปกรณ์เฟอร์นิเจอร์ฟิตติ้ง เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ในห้องน้ำ ระบบควบคุมการเข้าออกอาคาร อุปกรณ์ล็อคอิเล็กทรอนิกส์ และอื่นๆ ที่ช่วยตอบโจทย์ไอเดียการตกแต่งบ้านและอาคารครบทุกความต้องการ ตามวิสัยทัศน์ของบริษัท ที่ว่า “เฮเฟเล่ อุปกรณ์ครบจบทุกเรื่องงานอาคาร” (Complete Building Solutions)

ผู้ที่สนใจเข้าเยี่ยมชม “เฮเฟเล่ ดีไซน์ สตูดิโอ สุขุมวิท 64” สามารถเข้าใช้บริการได้ตามปกติ
ในวันและเวลาทำการ วันจันทร์ ถึง วันศุกร์ เวลา 08.00–17.00 น. และวันเสาร์ เวลา 09.00–16.00 น. สอบถามรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-741-7171

ช่อง 3 และ มูลนิธิครอบครัวข่าว

รับพลังน้ำใจจากคนไทยท่วมท้น เพื่อจัดส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลร่วมต้านโควิด

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย ช่อง 3 และ มูลนิธิครอบครัวข่าว ตระหนักถึงความสำคัญของความร่วมมือกันของทุกภาคส่วนในสังคม ที่จะช่วยกันควบคุมการระบาดนี้ไม่ให้แพร่กระจายต่อไป รวมถึงความปลอดภัยและการป้องกันการติดเชื้อไปสู่บุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นด่านหน้าในการรับมือการแพร่ระบาดในครั้งนี้ ซึ่งรวมถึง แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุข เจ้าหน้าที่ผู้คัดกรองโรค ตลอดจนบุคลากรจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยที่ติดเชื้อทุกคน ช่อง 3 ในฐานะสื่อ ได้เปิดโครงการ “ช่อง 3 เคียงข้างคนไทยฝ่าภัยโควิด-19” เชิญชวนคนไทยร่วมสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลที่ให้การรักษาและคัดกรองผู้ป่วยโควิด-19 นอกจากนี้ยังมีการจัดถุงยังชีพส่งให้กับประชาชนผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการดำรงชีวิตในช่วงนี้อีกด้วย โดยตั้งแต่เปิดโครงการมา ในช่วงวันที่ 31 มีนาคม จนถึง วันที่ 26 เมษายน 2563 ได้มีประชาชนผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมสมทบทุนผ่าน บัญชี มูลนิธิครอบครัวข่าว เป็นจำนวนมากโดยมียอดเงินสมทบทุนเข้ามารวมเป็นเงินทั้งสิ้น  43,288,485.98 ล้านบาท
มูลนิธิครอบครัวข่าว และช่อง 3 ได้เริ่มจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีความจำเป็นสำหรับโรงพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยโควิด เพื่อเป็นการช่วยแพทย์ พยาบาล และบุคคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อจากภาระหน้าที่รักษาผู้ป่วย เพื่อให้พวกเขาได้มีอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อให้ดีที่สุด หรืออย่างน้อยก็ช่วยลดความเสี่ยงจากการปฏิบัติงาน อาทิ ชุดป้องกันการติดเชื้อ ซึ่งมีตั้งแต่ ชุดPPE ซึ่งเป็นชุดปลอดภัยสูงสุดใช้เมื่อต้องปฏิบัติการรักษาผู้ป่วย ชุด Isolate Gown รวมถึงชุดป้องกันที่ใช้ในส่วนต่าง ๆ ของโรงพยาบาลเพื่อลดการสัมผัสผู้ป่วยโดยตรง นอกจากนี้ยังจัดซื้อ หน้ากาก N95 ซึ่งมีความจำเป็นอย่างมาก สำหรับบุคคลกรทางการแพทย์ รวมถึง Face Shields และตู้อบ UV เพื่อนำหน้ากากมาฆ่าเชื้อและสามารถนำไปใช้ซ้ำได้ นอกจากนี้ยังจัดซื้ออุปกรณ์สำหรับใช้ในการรักษาผู้ป่วย อาทิ เครื่องช่วยหายใจ เครื่องวัดอุณหภูมิ เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว รวมถึง แอลกอฮอล์เจล และแท่นเครื่องจ่ายแอลกอออล์เจลแบบใช้เท้าเหยียบ โดยคณะทำงานของมูลนิธิฯ ได้ทำการทยอยจัดส่ง เวชภัณฑ์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ดังกล่าว ให้กับ โรงพยาบาลกว่า 200 แห่ง ใน 60 จังหวัด ทั่วประเทศ และกำลังทยอยนำส่งต่อไปอย่างต่อเนื่อง

นอกจากอุปกรณ์ทางการแพทย์แล้ว ยังมีการจัดทำถุงยังชีพเพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ประสบความลำบากในการดำรงชีวิตเนื่องจากไม่สามารถประกอบอาชีพได้ในช่วงการล็อคดาวน์ ขาดรายได้ที่ใช้จุนเจือครอบครัว โดยคณะทำงานได้เริ่มดำเนินการส่งถุงยังชีพไปแล้วกว่า 2,000 ชุด ให้กับประชาชนในจังหวัดภูเก็ตและยะลา และจะยังคงทำต่อไปอย่างต่อเนื่องอีก 6 เดือน




จากน้ำใจคนไทยที่ได้ร่วมสมทบทุนผ่านทาง มูลนิธิครอบครัวข่าว เข้ามาอย่างมากมาย ในครั้งนี้ นายชาคริต ดิเรกวัฒนชัย รองกรรมการผู้อำนวยการ สำนักกิจการองค์กร บมจ. บีอีซี เวิลด์ ในฐานะ กรรมการและเลขานุการ มูลนิธิครอบครัวข่าว กล่าวว่า “มูลนิธิครอบครัวข่าวต้องขอขอบคุณประชาชนทุกท่านที่ร่วมสมทบทุนสำหรับโครงการนี้ เพื่อนำไปเป็นทุนจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ มาสนับสนุนให้เหล่าแพทย์ พยาบาล และผู้ปฏิบัติงานในแนวหน้า ให้มีความพร้อมในการรักษาผู้ป่วยได้อย่างเต็มที่ และเพื่อปกป้องพวกเขาจากการติดเชื้อในระหว่างปฏิบัติงานอีกด้วยครับ นอกจากนี้ทางมูลนิธิต้องขอขอบคุณผู้จัดละครของช่อง 3 ทุกท่าน รวมถึงเหล่านักแสดงจิตอาสาของเราที่เป็นตัวจักรสำคัญในการดำเนินโครงการนี้ด้วยความห่วงใยเหล่าบุคคลกรทางการแพทย์ ตั้งแต่การจัดหา จัดซื้อ และจัดส่งอุปกรณ์ไปยังโรงพยาบาล ซึ่งขณะนี้แม้มูลนิธิฯ จะปิดการร่วมสมทบทุนเพราะเห็นว่าสถานการณ์มีแนวโน้มในทางดีขึ้น แต่พวกเรา ยังมีหน้าที่ที่จะเร่งซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ส่งไปยังโรงพยาบาล เพื่อจะได้ใช้อย่างทันท่วงที ตามเจตนาของผู้มีจิตศรัทธารวมถึงการเตรียมถุงยังชีพเพื่อจัดส่งให้กับชุมชนที่มีความต้องการให้เร็วที่สุดอีกด้วยครับ”  

สำหรับคณะทำงานในการจัดซื้อและแพ็คอุปกรณ์ทางการแพทย์ เป็นการระดมความร่วมมือของผู้จัดละครและนักแสดงที่ได้อาสามาช่วยกันในครั้งนี้ คุณชุดาภา จันทรเขตต์ หนึ่งในคณะอนุกรรมการจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ ขอเป็นตัวแทนทั้งผู้จัด นักแสดง และคณะทำงาน กล่าวว่า “เรารู้สึกตื้นตันใจมากค่ะ ซึ่งต้องขอย้ำเลยว่า มีแค่เฉพาะคนไทยเท่านั้นนะคะ ที่เมื่อประเทศชาติมีภัย คนไทยจะร่วมทุ่มเทช่วยเหลือไม่เคยทิ้งกันซักครั้งเดียว เราจะเห็นได้จากหลายเหตุการณ์ที่ผ่านมา ส่วนยอดบริจาคที่ผู้มีน้ำใจร่วมกันสมทบเข้ามาทางมูลนิธิครอบครัวข่าวในโครงการนี้ ก็ถือว่าเกินความคาดหมายเช่นกัน พวกเรารู้สึกดีใจมาก มันทำให้การวางแผนในการช่วยเหลือปกป้องหมอและบุคลากรทางการแพทย์ทำได้อย่างเต็มที่ สามารถจัดส่งได้ครบตามที่ระบุมาเลยค่ะ และทุกบาททุกสตางค์เราใช้อย่างคุ้มค่าที่สุดให้สมกับที่ประชาชนไว้วางใจ”



ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่เริ่มโครงการ คณะทำงานได้เร่งจัดซื้อจัดหาเพื่อนำส่งทันที ตั้งแต่ วันพุธที่ 8 เมษายน 2563 เป็นต้นมา และได้แบ่งจำนวนเงินที่ได้มาจากการร่วมสมทบทุน ไปซื้อเครื่องเครื่องช่วยหายใจ KMITL Go Life Ventilators Fight Covid-19 ที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) สร้างขึ้น ซึ่งเครื่องนี้มีประโยชน์อย่างมากในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉิน และยังป้องกันบุคลากรทางการแพทย์ไม่ให้สัมผัสกับผู้ป่วยโดยตรง และได้ทยอยจัดส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์ไปแล้ว 5 ครั้ง ซึ่ง ช่อง 3 ได้ระดมกำลังทั้งผู้บริหาร ผู้จัด นักแสดง ทีมงานของมูลนิธครอบครัวข่าว ช่วยกันแพ็คอุปกรณ์ทางการแพทย์ ครั้งที่ 1 ส่งให้กับ 50 โรงพยาบาล ใน 40 จังหวัด และได้ทยอยนำส่งต่อไปตามลำดับ ต่อมาครั้งที่ 2 ร่วมแพ็คอุกรณ์ทางการแพทย์ส่งมอบให้กับ 108 โรงพยาบาล ใน 60 จังหวัด ที่แสดงความจำนงค์ขอความช่วยเหลือเข้ามา ครั้งที่ 3 ร่วมแพ็คอุปกร์ทางการแพทย์ ตามที่ได้รับแจ้งขอเข้ามาอย่างเร่งด่วน ให้กับ แพทย์ พยาบาล ร่วม 200 โรงพยาบาล ครั้งที่ 4 แพ็คด่วนเพื่อส่งให้กับ ด่านชายแดนใต้ 4 จังหวัด โดยมี ยะลา, สงขลา, นาราธิวาส และสตูล เพื่อช่วยในการป้องกันให้กับหน่วยคัดกรอง และ อีก 100 โรงพยาบาล ครั้งที่ 5 ได้แพ็คถุงยังชีพ ร่วม 1,000 ถุง โดยส่งไปให้กับ จังหวัดยะลา 500 ถุง และทั่วไปในแต่ละจังหวัดที่ต้องการอีก 500 ถุง และจะยังทยอยนำส่งทั้งอุปกรณ์ทางการแพทย์ พร้อมทั้งถุงยังชีพต่อไปอย่างต่อเนื่อง
                
ในเวลานี้ถึงแม้ปิดรับเงินสมทบทุนไปแล้ว แต่คณะทำงานจะยังคงดำเนินการส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์ และสิ่งของที่มีความจำเป็นต่อไปให้ครอบคลุมไปถึงในช่วงตลอดหน้าฝนเพื่อป้องกันและระวังการติดเชื้อไวรัส โควิด-19 ที่อาจเพิ่มขึ้น


หมายเหตุ ภาพบางส่วนจากโรงพยาบาลที่ได้รับอุปกรณ์ทางการแพทย์จากช่อง3และมูลนิธิครอบครัวข่าว

07 พฤษภาคม 2563

MATA Fruitland รับซื้อผลไม้หวังช่วยชาวสวนมีรายได้รับมือวิกฤติโควิด-19


MATA Fruitlandรับซื้อผลไม้ฤดูกาลจากเกษตรกรในปี 2563 เพิ่มจากปีก่อน 30% หวังช่วยชาวสวนให้เกิด
รายได้ และบรรเทาผลผลิตล้นตลาดจากสถานการณ์โควิด-19
นางจิตตรา ปัญญาชัยเจ้าของกิจการMATA Fruitlandเปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 บรรดาโรงคัดบรรจุผลไม้ (ล้ง) ต่างๆ ในแต่ละพื้นที่ต่างชะลอการรับซื้อเพราะการส่งออกไปยังต่างประเทศหยุดชะงัก ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรล้นตลาด โดยเฉพาะผลไม้ฤดูกาลซึ่งมีผลผลิตเหลือเป็นจำนวนมาก ทาง MATA Fruitlandโรงคัดบรรจุผลไม้ของคนไทย (ล้งไทย) ที่สนับสนุนผลผลิตเกษตรกรไทยมาโดยตลอด จึงได้รับซื้อผลไม้จากชาวสวนเพิ่มขึ้นจากเดิม ไม่ว่าจะเป็น มะม่วง ลำไยทุเรียน ลิ้นจี่ และสับปะรดภูแลเป็นต้น




ทั้งนี้ยังมีผลไม้เกรดส่งออกซึ่งมีความพิเศษเป็นผลไม้ที่สามารถปลูกได้ในโซนภาคเหนือเท่านั้น อาทิ“มะม่วงงาช้างแดง”รูปทรงของผลใหญ่สวยงาม ปลายผลงอน ดูคล้ายกับงาช้าง ผลสุกจะมีเนื้อในสีเหลืองอมส้มรสชาติหวานหอมเม็ดเล็ก ไม่มีเสี้ยนและ“มะม่วงแดงจักรพรรดิ์”ผลมีขนาดใหญ่สีม่วงแดงผลดิบหรือห่ามรสจะมันอมเปรี้ยวนิดๆผลสุกเนื้อในจะเป็นสีเหลืองเข้มเนื้อไม่เละไม่มีเสี้ยนรสชาติหวานหอม เป็นต้น 

“ในภาวะเช่นนี้ต้องช่วยกัน ทาง MATA Fruitlandขอเป็นอีกหนึ่งแรงใจในการสนับสนุนชาวสวนด้วยการรับซื้อผลไม้และกระจายผลผลิตเพื่อไม่ให้เกิดภาวะล้นตลาดส่งผลให้ราคาสินค้าตกต่ำ โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือ หวังจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรไทยในสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ให้มีรายได้และมีช่องทางในการจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาเป็นธรรมซึ่งทาง MATA Fruitlandพร้อมเป็นตัวกลางในการจำหน่ายผลไม้ไปทั่วประเทศเพื่อให้คนไทยช่วยกันอุดหนุนผลผลิตของชาวสวน” นางจิตตรา กล่าวทิ้งท้าย








ขอเชิญชวนคนไทยมาช่วยกันอุดหนุนผลไม้จากกลุ่มเกษตรกรไทย
สอบถามโทร088-269-1596, 063-532-1058, 081-530-6583, 084-948-9722
Line : Khwanofficialและhttps://www.facebook.com/matafruitsland/

โดยสามารถสั่งซื้อแล้วมารับสินค้าได้ตนเองที่ MATA Fruitland
เลขที่ 88/8 ม.1 ต.สันทราย อ.สารภี จ.เชียงใหม่ 50140
รวมทั้งบริการส่งเดลิเวอรี่ทั่วประเทศ