แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ marketing แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ marketing แสดงบทความทั้งหมด

22 มิถุนายน 2569

UFM ฉลองความสำเร็จด้วยกลยุทธ์ CRM ใช้แป้งได้พอยท์ แลกของรางวัล

ผู้นำตลาดแป้งสาลี UFM เผยระบบ CRM ดันยอดสมาชิกเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จัดกิจกรรมตอบแทนลูกค้าสะสม UFM Points แลกรับของรางวัล พร้อมจัดคาราวานโรดโชว์พบลูกค้าทั่วประเทศ

นางวันทนา ทองไทย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ยูไนเต็ดฟลาวมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ UFM ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายแป้งสาลีรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย กล่าวว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ มีการปรับกลยุทธ์ทางการตลาดโดยใช้ระบบบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (Customer Relationship Management : CRM) นำข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภค การสะสมคะแนนแลกของรางวัล มาวิเคราะห์พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้ตอบโจทย์ยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการมอบสิทธิประโยชน์เพื่อคืนกำไรและสมนาคุณลูกค้าที่ให้การสนับสนุนผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ UFM  เช่น แป้งสาลีอเนกประสงค์ตราว่าว แป้งสาลีตราบัวแดง แป้งสาลีตราพัดโบก แป้งสาลีตราหงส์ขาว แป้งทอดกรอบตรายูเอฟเอ็ม แป้งหมวดพรีมิกซ์ และแป้งหมวด Master Series ด้วยดีมาโดยตลอด ทั้งนี้ ผลการดำเนินกลยุทธ์ดังกล่าว ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ทำให้ยอดสมาชิกและอัตราการซื้อซ้ำพุ่งสูงขึ้น มีผู้ประกอบการและลูกค้าเข้ามาลงทะเบียนในระบบ UFM Rewards เพิ่มขึ้นเกือบ 20% 

ดังนั้น เพื่อเป็นการตอกย้ำความสำเร็จที่เกิดขึ้น บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าอย่างต่อเนื่องผ่านกิจกรรม “ UFM Rewards ใช้แป้งได้พอยท์ แลกของรางวัล” สะสมคะแนน UFM Points และนำมาแลกรับของรางวัลมากมาย อาทิ กระเป๋ากระสอบ ตราว่าว, Gift Voucher UFM Fuji Super,  ร่มสนาม UFM,เครื่องอบโดนัท, หม้อทอดไร้น้ำมัน, เครื่องชั่งดิจิทัล และ เครื่องผสมอาหาร เป็นต้น โดยซื้อผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ UFM สแกน QR Code หรือกรอกเลขรหัสด้านในถุงแป้งหรือฉลากบนกระสอบแป้ง พร้อมลงทะเบียนชื่อ นามสกุล เบอร์โทรศัพท์  เริ่มตั้งแต่วันนี้ – 31 ธ.ค. 2569


นางวันทนา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้เดินหน้าจัดแคมเปญ “UFM ยืนหนึ่ง กรอบนานสะท้านไทย” เป็นกิจกรรมออกเดินทางสาธิตการทำอาหารจากผลิตภัณฑ์แป้งทอดกรอบตรายูเอฟเอ็ม ที่มีจุดเด่นเรื่องความกรอบนาน ไม่อมน้ำมัน คุ้มค่าเกินราคา และผสมได้ปริมาณมาก สำหรับกิจกรรมดังกล่าว จะเริ่มปักหมุดที่ภาคใต้ ตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายนนี้ ในพื้นที่จังหวัดสงขลา นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี ก่อนจะขยายกิจกรรมไปยังภูมิภาคอื่นๆ ทั่วประเทศ ซึ่งการเดินสายพบปะลูกค้าตามจังหวัดต่างๆ เพื่อมุ่งเน้นสร้างความมั่นใจว่า UFM จะเป็นแบรนด์ที่อยู่เคียงข้างลูกค้าและช่วยสร้างผลกำไรให้กับผู้ประกอบการไทยได้อย่างแท้จริง 

ทั้งนี้ผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมกับ UFM สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
LINE ID : @ufm.th และ www.facebook.com/ufmflour

11 มิถุนายน 2569

CP LAND เร่งเกมบ้านหรูภูมิภาค ต่อยอดกลยุทธ์ Premium Regional Living


CP LAND เร่งเกมบ้านหรูภูมิภาค ส่ง 'SŌLVANI' เจาะกำลังซื้อคุณภาพนครสวรรค์–พิษณุโลก ชูรับประกันโครงสร้าง 10 ปี ต่อยอดกลยุทธ์ Premium Regional Living พร้อมดึง อ.คฑา ถ่ายทอดศาสตร์ ฮวงจุ้ยเพื่อคุณภาพทุกชีวิต

ท่ามกลางการเติบโตของตลาดที่อยู่อาศัยระดับบนในหัวเมืองเศรษฐกิจสำคัญ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลายรายเริ่มขยายการลงทุนจากกรุงเทพฯ สู่ภูมิภาค เพื่อตอบรับกำลังซื้อคุณภาพที่มองหาที่อยู่อาศัยมาตรฐานสูงใกล้บ้านเกิด




บริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND หนึ่งในผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทยภายใต้เครือเจริญโภคภัณฑ์  เดินหน้าต่อยอดพอร์ตที่อยู่อาศัยแนวราบระดับพรีเมียม เปิดเกมบ้านหรูภูมิภาค 2 จังหวัด มูลค่ารวมกว่า 2,500 ล้านบาท โครงการ SŌLVANI NAKHONSAWAN (โซลวานี นครสวรรค์) และ SŌLVANI PHITSANULOK (โซลวานี พิษณุโลก) อย่างเป็นทางการ ภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงการที่เชื่อมโยงอัตลักษณ์ของแต่ละเมืองเข้ากับมาตรฐานการอยู่อาศัยสมัยใหม่ พร้อมชูจุดแข็งด้านคุณภาพการก่อสร้าง การบริการหลังการขาย และการรับประกันโครงสร้างบ้านนานถึง 10 ปี ซึ่งถือเป็นหนึ่งในมาตรฐานที่โดดเด่นของตลาดบ้านเดี่ยวในภูมิภาค


การเปิดตัว SŌLVANI ทั้งสองโครงการ สะท้อนทิศทางการเติบโตของ CP LAND ในตลาดบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียม โดยมุ่งตอบโจทย์ทั้งผู้ประกอบการ เจ้าของธุรกิจ ผู้บริหาร บุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงครอบครัวรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพการอยู่อาศัย ความเป็นส่วนตัว สภาพแวดล้อม และมูลค่าของทรัพย์สินในระยะยาว 

คุณดำรงศักดิ์ ถุงเงิน ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มงานธุรกิจที่อยู่อาศัย กล่าวว่า “ตลาดบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียมในหัวเมืองเศรษฐกิจมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากกำลังซื้อของผู้ประกอบการ เจ้าของธุรกิจ และครอบครัวรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตมากขึ้น การตัดสินใจเลือกบ้านในปัจจุบันไม่ได้พิจารณาเพียงทำเลหรือขนาดพื้นที่ แต่ให้ความสำคัญกับฟังก์ชันการอยู่อาศัย คุณภาพงานก่อสร้าง การบริการหลังการขาย และความมั่นใจในระยะยาว นครสวรรค์และพิษณุโลกเป็น 2 เมืองเศรษฐกิจสำคัญของภาคเหนือตอนล่างที่มีฐานผู้ประกอบการท้องถิ่น เจ้าของธุรกิจ บุคลากรทางการแพทย์ และกลุ่มครอบครัวกำลังซื้อสูงเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่ซัพพลายบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียมในตลาดยังมีจำกัด ส่งผลให้ทั้งสองจังหวัดเป็นทำเลยุทธศาสตร์ในการขยายพอร์ตที่อยู่อาศัยระดับบนของ CP LAND”

CP LAND จึงพัฒนา SŌLVANI ภายใต้แนวคิด Premium Regional Living โดยนำมาตรฐานการพัฒนาโครงการจากประสบการณ์กว่า 37 ปี มาต่อยอดสู่บ้านเดี่ยวระดับพรีเมียมในภูมิภาค ผ่าน 4 มาตรฐานสำคัญ ได้แก่ Functional Design, Construction Quality, After-Sales Service และ Long-Term Warranty เพื่อสร้างคุณค่าการอยู่อาศัยที่ยั่งยืนให้กับลูกค้า"



"จุดเด่นสำคัญของ SŌLVANI คือการนำเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละเมืองมาตีความเป็นงานสถาปัตยกรรมร่วมสมัย โดยนครสวรรค์สะท้อนแนวคิด Modern Chinese ขณะที่พิษณุโลกถ่ายทอดเสน่ห์ล้านนาผ่านแนวคิด A Touch of LANNA Charm เพื่อสร้างความภาคภูมิใจและความผูกพันระหว่างผู้อยู่อาศัยกับเมืองที่ตนเองเติบโต"

นอกจากคุณภาพโครงการและการรับประกันโครงสร้าง 10 ปี ลูกบ้าน SŌLVANI ยังได้รับสิทธิประโยชน์ผ่าน Pri-d Loyalty Program ซึ่งเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตรกว่า 50 แบรนด์ และสิทธิประโยชน์มากกว่า 90 รายการ ครอบคลุมทั้งด้านอาหาร ไลฟ์สไตล์ สุขภาพ และบริการต่าง ๆ เพื่อยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัยในระยะยาว” คุณดำรงศักดิ์ กล่าวในตอนท้าย

อีกหนึ่งไฮไลต์ของการเปิดตัวโครงการ คือการได้รับเกียรติจาก อาจารย์คฑา ชินบัญชร ผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์ฮวงจุ้ยและการออกแบบพื้นที่เพื่อความเป็นสิริมงคล กล่าวว่า "บ้านที่ดีควรเป็นพื้นที่ที่สร้างความสมดุลทั้งด้านการใช้ชีวิต ความสัมพันธ์ในครอบครัว และสภาพแวดล้อมโดยรอบ การออกแบบที่คำนึงถึงทิศทาง แสง ลม และการจัดวางพื้นที่ใช้งานอย่างเหมาะสม จะช่วยส่งเสริมพลังงานที่ดี ความสุข และคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยในระยะยาว"

"สิ่งที่น่าสนใจของ SŌLVANI คือ การนำแนวคิดการออกแบบสมัยใหม่มาผสานกับรายละเอียดที่สะท้อนอัตลักษณ์ของพื้นที่ ทำให้บ้านไม่ได้เป็นเพียงที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับรากฐานทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของเมืองนั้น ๆ"



นอกจากการออกแบบที่สะท้อนเอกลักษณ์ของแต่ละเมืองแล้ว ทั้งสองโครงการยังพัฒนาพื้นที่ส่วนกลางภายใต้แนวคิด Sol Facilities เพื่อรองรับการใช้ชีวิตของสมาชิกทุกช่วงวัย ประกอบด้วย Sol Lounge, Sol Living Co-Working Space, Sol Fitness, Kids Yard, Senior Yard และ Swimming Pool ที่เชื่อมโยงการพักผ่อน สุขภาพ การทำงาน และกิจกรรมของครอบครัวเข้าไว้ด้วยกัน พร้อมการดูแลความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง และระบบควบคุมการเข้าออกโครงการตามมาตรฐานบ้านระดับพรีเมียม

การเปิดตัว SŌLVANI นครสวรรค์ และ SŌLVANI พิษณุโลก ในครั้งนี้ จึงสะท้อนวิสัยทัศน์ของ CP LAND ในการยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยของเมืองภูมิภาค ผ่านการพัฒนาโครงการที่ผสานคุณภาพ การออกแบบ และประสบการณ์การอยู่อาศัยเข้าไว้ด้วยกัน ภายใต้แนวคิด “คุณภาพเพื่อทุกชีวิต” เพื่อสร้างคุณค่าให้กับผู้อยู่อาศัย ครอบครัว และชุมชนในระยะยาว



ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมโครงการ SŌLVANI นครสวรรค์ และ SŌLVANI พิษณุโลก พร้อม
สอบถามรายละเอียดแบบบ้าน ราคา และข้อเสนอพิเศษได้ที่สำนักงานขายโครงการ หรือช่องทาง CP LAND Residential โทร. 02-088-0999 / Line: @cpland / Website: https://www.cplandresidential.com

30 มีนาคม 2569

ทาโร x สำนักหอสมุดกลาง มศว จัดเวิร์กชอปครูนิวเทรนด์จาก 100 โรงเรียนทั่วประเทศ

ทาโร x สำนักหอสมุดกลาง มศว  จัดเวิร์กชอปครูนิวเทรนด์จาก 100 โรงเรียนทั่วประเทศ
สร้างสรรค์บอร์ดเกมเพื่อการเรียนรู้ยุคใหม่ ตอบโจทย์การพัฒนาเด็กเจนแอลฟาแบบรอบด้าน

ทาโร ผนึกความร่วมมือกับ สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว)) สำนักหอสมุดกลาง มศว เดินหน้าสร้างสรรค์โลกแห่งการเรียนรู้ ยกระดับห้องเรียนยุคใหม่ในรูปแบบ Edutainment  ภายใต้โครงการ “บอร์ดเกม นวัตกรรมเสริมทักษะ สอนสนุก สำหรับครูนิวเทรนด์” เปลี่ยนห้องเรียนให้ “สนุก คิดเป็น ทำเป็น” สไตล์ Active Learning  มอบบอร์ดเกมเพื่อการเรียนรู้100 โรงเรียนทั่วประเทศ  พร้อมจัดกิจกรรมเวิร์กชอป เสริมไอเดียคุณครู เสริมทักษะพร้อมสุขภาพที่ดี สอดแทรกแนวคิดรักษ์โลกรับกระแสโลกร้อน พร้อมเปิดเวทีเสวนาบอร์ดเกมกับการศึกษาในศตวรรษที่ 21 ตอบโจทย์การพัฒนาเด็กเจนแอลฟาแบบรอบด้าน

นางสาวรุ่งนภา ดีพยุงศักดิ์ รองกรรมการผู้จัดการงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ทาโร” (TARO)  ผู้นำขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพที่อยู่คู่กับคนไทยมากว่า 40 ปี มุ่งสร้างสรรค์นวัตกรรมขนมขบเคี้ยวที่ทำมาจากปลาทะเลแท้ ๆ ที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทาโรได้ดำเนินกิจกรรมที่สอดแทรกทั้งสารประโยชน์และความสนุกสนานไปยังกลุ่มเด็ก ๆ และยังคงเดินหน้าพัฒนาทักษะด้านต่าง ๆ ของเด็กและเยาวชนไปพร้อมกับการมีสุขภาพที่ดีอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ทาโร ได้ผนึกความร่วมมือกับ สำนักหอสมุดกลาง มศว จัดโครงการ “บอร์ดเกม นวัตกรรมเสริมทักษะ สอนสนุก สำหรับครูนิวเทรนด์” ขึ้น โดยมีคุณครูจากโรงเรียนทั่วประเทศให้ความสนใจสมัครเข้ามาจนเต็มโควตา 100 โรงเรียน ภายใน 3 ชั่วโมง สะท้อนถึงความสำคัญในการพัฒนาห้องเรียนยุคใหม่ในรูปแบบ Edutainment เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ที่สนุกสนาน สอดรับแนวทางการพัฒนาเด็กยุคดิจิทัล         


“ท่ามกลางเทคโนโลยีที่หมุนเร็ว เด็ก ๆ ในปัจจุบันอาจใช้เวลากับ  Gadget มากเกินไปจนทำให้เกิด ภาพเด็กๆ ก้มหน้าอยู่กับจอมือถือ หรือแท็บเล็ต จนขาดการปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ส่งผลไปถึงปัญหาสุขภาพตา ตลอดจนปัญหาสมาธิสั้นที่เพิ่มขึ้นทุกวัน บอร์ดเกมเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยเปลี่ยนบทเรียนยาก ๆ หรือเรื่องที่น่าเบื่อให้สนุกและเข้าใจได้ง่ายขึ้น ช่วยให้การเรียนการสอนน่าสนใจมากขึ้น รวมทั้งช่วยลดช่องว่างระหว่างครูและเด็กไปพร้อม ๆ กัน” นางสาวรุ่งนภา กล่าว

ชู Edutainment สอดแทรกความรู้ด้านสุขภาพ-สิ่งแวดล้อม 
นางสาวจิราภรณ์ แสงอรุณ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) ให้ข้อมูลว่า เพราะสุขภาพที่ดีมาจากการเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ในปริมาณที่เหมาะสม เนื้อหาสำคัญในสื่อบอร์ดเกม สารอาหาร เชื่อมร่าง สร้างอวัยวะ (Nutrition Pathway) ที่พัฒนาขึ้น จึงสอดแทรกสาระเรื่องสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย เชื่อมโยงถึงประโยชน์ในการซ่อมแซม และการสร้างความแข็งแรงให้กับอวัยวะต่าง ๆ ส่งผลต่อการเลือกกินอาหารที่ถูกต้องตามโภชนาการ ปริมาณที่เหมาะสม เพื่อพัฒนาการที่ดีของเด็ก  ๆ ตอกย้ำจุดยืนของเราที่ต้องการให้ผู้บริโภคมีสุขภาพที่ดี   

นางสาวรุ่งนภา กล่าวเสริม นอกจากนี้ ทาโร ได้ต่อยอดพันธกิจในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ภายใต้กิจกรรม  “ทาโร รักษ์โลก กับการ์ดเกม 3R จับคู่กู้โลกกับทาโร” ด้วยการส่งเสริมการเรียนรู้เรื่อง 3R (Reduce, Reuse และ Recycle) โดยใช้การ์ดเกมเป็นสื่อการเรียนรู้ที่เข้าใจได้ง่าย สนุก และสามารถนำไปต่อยอดสร้างพฤติกรรมการจัดการขยะให้ถูกวิธี ช่วยลดปัญหาขยะ สร้างมูลค่าเพิ่มให้ขยะ ลดโลกร้อน ลดมลภาวะได้อย่างยั่งยืน  บอร์ดเกมของเราได้รับการพัฒนาและออกแบบมาให้เป็นเครื่องมือที่ตอบโจทย์ Edutainment ที่สนุก และมีสาระสอดแทรกไปพร้อมกัน ตลอดจนกระตุ้นให้เด็กๆ รู้จัก สังเกต คิด วิเคราะห์ วางแผน รวมถึงการเล่นเป็นทีม จึงมั่นใจว่าโครงการนี้จะช่วยทำให้ครูนิวเทรนด์มีเครื่องมือสำหรับช่วยการเรียนการสอนที่สนุก มีประสิทธิภาพ ไม่จำเพาะเจาะจงเนื้อหาพื้นฐาน แต่จะยังพัฒนาศักยภาพเด็กไทยให้มีทักษะรอบด้าน พร้อมวิ่งไปในโลกที่หมุนเร็วขึ้นใบนี้ได้” 


สำนักหอสมุดกลางมศว ย้ำภารกิจหนุนครูนิวเทรนด์ พร้อมสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์วรพล อร่ามรัศมีกุล ผู้อำนวยการสำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้ชูจุดยืนหอสมุดสีเขียว ของ มศว ที่เป็นศูนย์รวม e-book มากมายที่นิสิตนักศึกษาสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลความรู้ได้โดยง่าย ลดการใช้กระดาษ ลดต้นทุนการดูแลรักษา ภายใต้บรรยากาศหอสมุดที่เป็น Green Library โดยเราใช้ไฟฟ้าที่ผลิตด้วย Solar cell ครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ ที่มีการจัดแบ่งโซนนิ่งสำหรับ Multimedia มี Netflix ให้ดู มีเกมส์ให้เล่น มีห้องคาราโอเกะให้ผ่อนคลาย มีโซน co-space ในการประชุม ทำงานกลุ่ม รวมถึงมีโซนบอร์ดเกมมากมายหลากหลายประเภท หอสมุดกลางวันนี้จึงเป็น Safe zone ของนิสิตของเรา 

ทางด้าน อาจารย์ ดร.ชิษณุพงศ์ อินทรเกษม รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารและยุทธศาสตร์ สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวว่า ท่ามกลางการเติบโตทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ประกอบกับพฤติกรรมของเด็กในเจนแอลฟา ที่เติบโตในยุคดิจิทัล “ครูนิวเทรนด์” หรือ ครูยุคใหม่ จึงต้องปรับบทบาทในการพัฒนาการเรียนการสอน ด้วยการหาเครื่องมือหรือตัวช่วยต่าง ๆ ที่สามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้ที่สนุกและมีสาระ (Our Edutainment Community) เพื่อช่วยให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้อย่างสนุก รู้จักการทำงานเป็นทีม สร้างการมีส่วนร่วมกับคลาสเรียน  สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาเด็กและเยาวชนทั้ง 4 ด้าน ทั้งพัฒนาการด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม

สำนักหอสมุดกลาง มศว มีบทบาทเป็นสถาบันทางวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง มุ่งเน้นการเป็นมหาวิทยาลัยแห่งการเรียนรู้เพื่อสังคม อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ โครงการห้องสมุดสีเขียว ที่มุ่งเน้นจัดการสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์พลังงาน ผ่านมาตรการต่าง ๆ ด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การบริหารจัดการขยะ ด้วยการส่งเสริมพฤติกรรมการแยกขยะให้กับอาจารย์ นักศึกษา และบุคลากร สอดคล้องกับพันธกิจ “ทาโร รักษ์โลก” ซึ่งมีกิจกรรมสนับสนุนด้านสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด ดังนั้น จึงเชื่อมั่นว่า ความร่วมมือ ระหว่าง ทาโร และ หอสมุดกลาง มศว ในครั้งนี้ จะเป็นหนึ่งในแนวทางสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ  สู่สังคม ร่วมเพาะบ่มความรู้ความเข้าใจด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมไปยังเยาวชนรุ่นใหม่ อันเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาที่ยั่งยืน     





เวิร์กชอปบอร์ดเกม จุดประกายไอเดียครู 100 โรงเรียนทั่วประเทศ
โครงการ “บอร์ดเกม นวัตกรรมเสริมทักษะ สอนสนุก สำหรับครูนิวเทรนด์”  จัดขึ้นที่ สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (ประสานมิตร) มีคุณครูจาก 100 โรงเรียนทั่วประเทศ อาทิ โรงเรียนเตรียมอุดมน้องเกล้า, โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี, โรงเรียนหัวหินวิทยา, โรงเรียนอนุบาลสารคาม, โรงเรียนเซนต์โยเซฟระยะอง เป็นต้น เข้าร่วมเวิร์กชอปสื่อการสอนผ่านบอร์ดเกมและเกมการ์ด ภายใต้บรรยากาศการเรียนรู้ที่สนุกสนาน ผ่านการคิดและทดลองเล่นจริง พร้อมรับใบประกาศนียบัตรที่รับรองร่วมกันจากทาโร และสำนักหอสมุดกลาง มศว นอกจากนั้นทุกโรงเรียนยังได้รับสื่อบอร์ดเกมเพื่อการเรียนรู้ เพื่อนำไปต่อยอดในห้องเรียนได้ทันที   ภายในงานยังได้เปิดเวทีเสวนาพิเศษ "การเรียนรู้ผ่านนวัตกรรมบอร์ดเกมการศึกษา" เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดและประสบการณ์ระหว่างภาคการศึกษาและภาคเอกชน เกี่ยวกับการนำบอร์ดเกมมาเป็นสื่อการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 โดยได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์วรพล อร่ามรัศมีกุล ผู้อำนวยการสำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ , อาจารย์ ดร.ชิษณุพงศ์ อินทรเกษม รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารและยุทธศาสตร์ สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ นอกจากนั้น ยังมีการบรรยายพิเศษในหัวข้อ "เตรียมความพร้อมสู่โลกบอร์ดเกมการศึกษา" โดย อาจารย์ ดร. ไตร อัญญโพธิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาหลักสูตรและการสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  โดยได้บรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับแนวคิดของบอร์ดเกมเพื่อการศึกษา เทคนิคการใช้เกมเป็นเครื่องมือส่งเสริมการเรียนรู้ เพื่อให้คุณครูที่เข้าร่วมเวิร์กชอปในครั้งนี้นำไปประยุกต์ใช้กิจกรรมรมการเรียนการสอนต่อไป  ร่วมด้วย นางสาวรุ่งนภา ดีพยุงศักดิ์ รองกรรมการผู้จัดการงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด และ นางสาวจิราภรณ์ แสงอรุณ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) ในฐานะภาคเอกชน ที่ร่วมสนับสนุนโครงการนี้   

ติดตามข่าวสารและกิจกรรมดี ๆ จากจากทาโรได้ที่
Facebook:ทาโร กินสนุกดี https://www.facebook.com/Tarokinsanookdee 

#บอร์ดเกม #การ์ดเกม #ทาโรกินสนุกดี #ทาโรปลาเส้นแซ่บ #ทาโรปลาแผ่นแซ่บ 

15 มีนาคม 2569

โบลท์ เปิดตัวแคมเปญ “Don’t Drink and Drive เมาไม่ขับกลับกับโบลท์” ส่งเสริมการเดินทางปลอดภัยยามค่ำคืน

กรุงเทพฯ, 12 มีนาคม 2569 - ท่ามกลางการเติบโตของเศรษฐกิจยามค่ำคืนในประเทศไทย โบลท์ (Bolt) เดินหน้ายกระดับมาตรฐานความปลอดภัยบนท้องถนน เปิดตัวแคมเปญ “Don’t Drink and Drive เมาไม่ขับกลับกับโบลท์” ผลักดันให้ผู้คนหลีกเลี่ยงการขับรถหลังดื่มแอลกอฮอล์ และหันมาใช้บริการเรียกรถเพื่อลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน

 

แคมเปญดังกล่าวต่อยอดจากผลการสำรวจพฤติกรรมการเดินทางยามค่ำคืน (Night-Time Mobility Survey) ปี 2568 ที่จัดทำโดยโบลท์ ร่วมกับ IPSOS สะท้อนพฤติกรรมการเดินทางของผู้คนในช่วงเย็นและช่วงเวลากลางคืน โดยผลสำรวจพบว่า:

       52% ใช้บริการเมื่อรู้สึกเหนื่อยล้าหรือหลังดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

       63% เลือกใช้บริการเมื่อเดินทางตอนกลางคืน หรือเดินทางในพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคย

       96% เชื่อว่าบริการเรียกรถผ่านแอปฯ มีส่วนช่วยลดอุบัติเหตุจากการดื่มแล้วขับ

       92% เคยใช้บริการเรียกรถให้เพื่อนหรือสมาชิกในครอบครัวเดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย

 ผลสำรวจยังชี้ให้เห็นว่า บริการเรียกรถผ่านแอปไม่ได้ตอบโจทย์เพียงความสะดวกสบาย แต่ยังมีบทบาทในการช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์และช่วงเวลากลางคืน

 ขณะเดียวกัน การขยายตัวของธุรกิจสถานบันเทิง การท่องเที่ยว และภาคบริการ รวมถึงรูปแบบการทำงานในช่วงเวลากลางคืนทีเพิ่มขึ้นได้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจ ส่งผลให้ความต้องการระบบขนส่งที่เชื่อถือได้ในช่วงเวลา 22.00 น. ถึง 04.00 น. มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 ด้วยเหตุนี้ บริการ Shared Mobility หรือการเดินทางร่วมกัน จึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการดื่มแล้วขับ

 แคมเปญ “Don’t Drink and Drive เมาไม่ขับกลับกับโบลท์” จึงมอบสิทธิประโยชน์แก่ผู้ใช้งาน ระหว่างวันที่ 12 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2569 โดยมุ่งส่งเสริมการเดินทางอย่างปลอดภัยในช่วงเวลากลางคืนซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีความเสี่ยงจากการดื่มแล้วขับสูง แคมเปญนี้ประกอบด้วย:

       ส่วนลด 20% สูงสุดถึง 120 บาทต่อเที่ยว ผ่านรหัสโปรโมชั่นพิเศษ
สำหรับการเดินทางทุกวันศุกร์-เสาร์ ตั้งแต่เวลา 22:00 น. ถึง 05:00 น.

       ระบบแจ้งเตือนจากแอปในช่วงเวลากลางคืน เพื่อกระตุ้นให้ผู้ใช้ตัดสินใจเลือกการเดินทางที่ปลอดภัยมากขึ้น

โบลท์มุ่งหวังเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการเดินทางที่ปลอดภัยและเข้าถึงง่ายสำหรับผู้ใช้งาน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่การเดินทางมีความเสี่ยงสูง

 “โบลท์ยึดถือความปลอดภัยเป็นหัวใจสำคัญในทุกการให้บริการ” นายณัฐดนย์ สุขศิริฐานันท์ ผู้จัดการประจำ โบลท์ ประเทศไทย กล่าว “ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่า ผู้คนมองการเรียกรถผ่านแอปเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยในการเดินทางกลับบ้านหลังจากเที่ยวกลางคืน แคมเปญนี้จึงเป็นอีกหนึ่งความพยายามของโบลท์ในการสนับสนุนพฤติกรรมการเดินทางอย่างมีความรับผิดชอบ และช่วยให้การเดินทางยามค่ำคืนปลอดภัยมากยิ่งขึ้น”

โบลท์ ยังคงเดินหน้าพัฒนาฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยในแอปพลิเคชันอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นระบบติดตามการเดินทางแบบเรียลไทม์และการแจ้งเตือนเพื่อส่งเสริมการเดินทางอย่างมีความรับผิดชอบทั้งผู้ใช้บริการและผู้ขับขี่ โดยแคมเปญนี้ยังตอกย้ำจุดยืนของโบลท์ที่ให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยมาเป็นอันดับแรก ผ่านการพัฒนาเทคโนโลยี การยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้บริการ และการสร้างความตระหนักรู้เพื่อส่งเสริมสภาพแวดล้อมการเดินทางที่ปลอดภัยอย่างยั่งยืน

ในขณะที่บริการ Shared Mobility กลายเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางในชีวิตประจำวันมากขึ้น โบลท์ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาบริการและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการในทุกเส้นทาง

12 มีนาคม 2569

“COMMART GAMEFORCE 2026” มหกรรมไอทีต้นปี ’69 กระแสแรง กวาดยอดขายตามเป้า

บมจ.เออาร์ไอพี ผู้จัดงาน “COMMART GAMEFORCE ” มหกรรมสินค้าไอทีต้นปี 2569 ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย นักช้อปเนืองแน่น ตลอด 4 วัน ระหว่างวันที่ 5-8 มีนาคม  2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค และสินค้าที่ขายดีประกอบด้วย Laptop / โน้ตบุ๊ก  และ คอมพิวเตอร์ประกอบ (ComSet / DIY) ตอกย้ำความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ให้ความสนใจงานคอมมาร์ตอย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าจัดงานคอมมาร์ต กลางปีต่อไป วันที่ 2-5 กรกฎาคม 2569  ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคที่เดิม    

นายพรชัย จันทรศุภแสง ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อไอซีทีและการจัดงาน บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า งาน “COMMART GAMEFORCE” ไม่เพียงเป็นมหกรรมแสดงสินค้าไอทีเท่านั้น แต่ยังเป็น “ดัชนีชี้วัด” สำคัญที่สะท้อนความแข็งแกร่งของกำลังซื้อในกลุ่มสินค้าเทคโนโลยีของผู้บริโภคไทย โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดกำลังเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI PC อย่างเต็มรูปแบบ จึงกระตุ้นให้เกิดรอบการอัปเกรดคอมพิวเตอร์ครั้งใหม่ ทั้งนี้ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการลงทุนในอุปกรณ์ไอทีคุณภาพสูงมากขึ้น และมักรอจังหวะการซื้อในช่วงที่มีโปรโมชั่นคุ้มค่า




โดยภายในงานพบว่ากลุ่มสินค้า Com Set / DIY และ Gaming Gear ได้รับแรงหนุนสำคัญจากการเปิดตัวการ์ดจอซีรีส์ใหม่ล่าสุด GeForce RTX™ 50 Series ที่เหล่าเกมเมอร์ทั่วโลกต่างตั้งตารอ

ขณะเดียวกัน งาน Commart ยังก้าวสู่การเป็นคอมมูนิตี้เกมเมอร์ ด้วยกิจกรรมทดลองเล่นเกมระดับโลกบนเครื่องที่สเปกแรงที่สุด เช่น Resident Evil Requiem พร้อมกันนี้ยังมีกิจกรรมส่งเสริมการขายภายในงาน อาทิ Commart on Top, Commart วัดดวง และ Commart Big Bonus ที่ช่วยกระตุ้นให้ผู้เข้าชมงานตัดสินใจซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดจุดรับทิ้ง E-Waste เพื่อส่งเสริมการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างเหมาะสม สะท้อนถึงความใส่ใจของผู้จัดงานที่มุ่งสร้างประสบการณ์ (Experience) ที่ดีให้กับผู้เข้าชมงาน ควบคู่กับการสนับสนุนแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

โดยสินค้าขายดียังเป็น Laptop โน้ตบุ๊ก 49%, คอมพิวเตอร์ประกอบ (Com Set DIY) 20%, สมาร์ทโฟน 13%, Gaming Gear (อุปกรณ์เสริมสำหรับเกม) 10% และ GPU การ์ดจอ 8% และในส่วนของแบรนด์สินค้าที่ขายดีในงาน ได้แก่ Acer / AMD / Apple / Asus / Galax / Gigabyte / Hp / Intel / Lenovo และ MSI 



 ร้านค้าปลีกที่ขายดี ได้แก่  Banana / IT CITY / JIB / Speed และ SPVi  โอกาสนี้ในฐานะผู้จัดงานขอบคุณทุกฝ่ายที่เป็นส่วนหนึ่งในพลังที่ทำให้งาน  “COMMART GAMEFORCE” ประสบความสำเร็จ 

เพื่อเป็นการขอบคุณทางผู้จัดงานได้จับรางวัลในกิจกรรม Commart Bonus สิทธิ์ในการลุ้นรางวัล Gadget เก๋ๆ ซึ่งมีการจับสลากผู้โชคดีแบบรายวันไปเรียบร้อยแล้ว สามารถติดตามผลรางวัลได้ที่ www.commartThailand.com, www.facebook/commartThailand

11 มีนาคม 2569

S2O” (เอสทูโอ) เทศกาลดนตรีสงกรานต์สัญชาติไทยที่สร้างชื่อในระดับนานาชาติ


S2O” (เอสทูโอ) เทศกาลดนตรีสงกรานต์สัญชาติไทยที่สร้างชื่อในระดับนานาชาติ กลับมาอีกครั้งแบบสุดปังภายใต้ชื่อ “Singha Life presents S2O Songkran Music Festival” เดินหน้าสู่ปี 2569 ด้วยการยกระดับครั้งสำคัญ ทั้งการเปิดพื้นที่จัดงานใหม่ภายใต้ชื่อ “S2O LAND” บนถนนรัชดาภิเษก การเปิดตัวพันธมิตรระดับประเทศและระดับโลกเพื่อต่อยอดประสบการณ์แบบรอบด้าน และการเดบิวต์ “K2O” (เคทูโอ) เทศกาลสงกรานต์ดนตรีเกาหลีครั้งแรกของประเทศไทย สะท้อนทิศทางการเติบโตของแบรนด์จากเทศกาลดนตรีไอคอนิก สู่แพลตฟอร์มความบันเทิงและประสบการณ์ที่มีศักยภาพระดับโลก

ปี 2569 ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของ S2O โดยหัวใจของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คือการเข้ามาของ Singha Life (สิงห์ไลฟ์) ในฐานะผู้สนับสนุนหลักของงานในปีที่ 11 สะท้อนความเชื่อมั่นของแบรนด์ไทยชั้นนำที่มีต่อศักยภาพของ S2O และตอกย้ำการเติบโตของเทศกาลในฐานะแพลตฟอร์มความบันเทิงที่เป็นซอฟต์พาวเวอร์ ที่เชื่อมโยงแบรนด์ไทยกับผู้บริโภคทั้งในประเทศและทั่วโลก ขณะเดียวกันยังได้ร่วมมือกับแบรนด์ชั้นนำอย่าง Dewars’ Club, Crocs และ Amazing Thailand เพื่อร่วมสร้าง ecosystem ของเทศกาลให้ครบวงจร ในด้านไลฟ์สไตล์ แฟชั่น การท่องเที่ยว และประสบการณ์ภายในงาน ช่วยเพิ่มความหลากหลายของงาน และเข้าถึงผู้บริโภคหลากหลายกลุ่ม

การปักหมุด ณ “S2O LAND” (เอสทูโอแลนด์) พื้นที่จัดงานแห่งใหม่ใจกลางเมืองย่านรัชดาภิเษก ยังเป็นก้าวสำคัญที่ตอบโจทย์ทั้งขนาดพื้นที่ ความยืดหยุ่นในการออกแบบประสบการณ์ และความสะดวกในการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะอย่าง MRT ช่วยยกระดับงานจากเทศกาลดนตรีประจำปี สู่การเป็นจุดหมายปลายทางแห่งเฟสติวัล (festival destination) ที่รองรับการเติบโตในระยะยาว

คุณวู้ดดี้ วุฒิธร มิลินทจินดา ผู้ก่อตั้งเทศกาลดนตรี S2O กล่าวว่า “ปี 2569 เป็นปีที่ S2O มีความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทั้งเรื่องสถานที่ใหม่ที่ใหญ่ขึ้น อยู่ใจกลางเมือง เดินทางสะดวกมากขึ้น และการลงทุนอย่างจริงจังเพื่อทำให้ S2O LAND กลายเป็นสถานที่เฉลิมฉลองสงกรานต์ที่เต็มประสบการณ์ที่สุดสำหรับผู้ชม เราตั้งใจยกระดับทุกองค์ประกอบของงานให้สนุก มัน และน่าจดจำยิ่งกว่าเดิม รวมถึงเรายังได้ยังประกาศความร่วมมือกับพันธมิตรใหม่ทั้งในระดับประเทศและระดับโลก โดยมี Singha Life เข้าร่วมเป็นผู้สนับสนุนหลักใหม่ในปีที่ 11 ของเทศกาล ซึ่งนับเป็นอีกก้าวสำคัญของการผนึกพลังระหว่างแบรนด์ไทยชั้นนำกับเทศกาลไทยที่มีชื่อเสียงในระดับนานาชาติ ขยายไปสู่การร่วมสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับผู้ร่วมงาน และการผลักดันภาพลักษณ์ของแบรนด์ไทยสู่ตลาดต่างประเทศร่วมกัน”

นอกจากนั้น ในปีนี้ S2O ยังเดินหน้าสร้างความแข็งแรงของแบรนด์ผ่านไลน์อัปศิลปินระดับโลกที่ตอกย้ำสถานะของเทศกาลในระดับสากล ไม่ว่าจะเป็นไฮไลต์อย่าง Alan Walker b2b Steve Aoki ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกของโลก รวมถึงการกลับมาของศิลปินระดับแถวหน้าของวงการ EDM อย่าง Kygo ซึ่งสะท้อนความมุ่งมั่นของผู้จัดในการรักษามาตรฐานโปรดักชัน การคัดเลือกศิลปิน และการส่งมอบประสบการณ์ที่แตกต่างให้กับแฟน S2O อย่างจัดเต็ม โดยไฮไลต์โต๊ะแพงที่สุดในปีนี้อยู่ที่ ราคา 1,500,000 บาทต่อวัน

อีกหนึ่งก้าวสำคัญของปีนี้คือการเปิดตัว “K2O Songkran Music Festival” ภายใต้จักรวาล S2O ซึ่งถือเป็นการแตกแบรนด์ครั้งแรกเพื่อขยายฐานผู้ชมไปยังกลุ่มแฟน K-content และ K-Pop ที่เติบโตต่อเนื่องในประเทศไทยและภูมิภาค โดย K2O จะนำเสนอประสบการณ์สงกรานต์ในแบบที่ยังคง DNA ของ S2O ทั้งความเปียก ความสนุก ความอลังการ และความเป็นไทย แต่ผสานเข้ากับพลังของโชว์สไตล์เกาหลี เพื่อสร้างเทศกาลใหม่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยในเชิงกลยุทธ์ บริษัทมองว่า S2O และ K2O จะช่วยเสริมพอร์ตโฟลิโอซึ่งกันและกันมากกว่าการแข่งขันกันเอง โดย S2O จะยังคงจับกลุ่มผู้ชมหลักที่มองหาประสบการณ์มิวสิคเฟสติวัลระดับพรีเมียม เต็มไปด้วยพลัง ความมัน และบรรยากาศการเฉลิมฉลองในช่วงสงกรานต์ ขณะที่ K2O จะเปิดรับฐานผู้ชมรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และแฟนวัฒนธรรมเกาหลีที่มองหาประสบการณ์สดใหม่และเข้าถึงง่ายขึ้นในอีกมู้ดหนึ่งของแบรนด์  ไฮไลต์ K2O คือไลน์อัพการแสดงจากศิลปินแถวหน้าของวงการ ได้แก่ RIIZE, KISS OF LIFE, LNGSHOT, FIFTY FIFTY และศิลปิน T-POP ชาวไทยอย่าง DAOU ที่มาพร้อม Special Guest OFFROAD มาร่วมสร้างสีสันบนเวทีเดียวกัน

คุณปุลิน มิลินทจินดา กรรมการผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ ผู้ร่วมก่อตั้ง S2O กล่าวว่า “การเปิดตัว K2O สะท้อนวิสัยทัศน์ของบริษัทที่ต้องการขยายฐานแฟนและต่อยอดจักรวาลของแบรนด์อย่างมีทิศทาง เรามองเห็นศักยภาพของตลาด K-content และ K-Pop ในไทยซึ่งแข็งแรงมาก และเชื่อว่าการนำเสนอในคอนเซ็ปต์สงกรานต์แบบ S2O จะทำให้ K2O เป็นประสบการณ์ใหม่ที่แตกต่างและน่าตื่นเต้นสำหรับตลาด”

สำหรับทิศทางระยะยาว บริษัทระบุว่าจะเดินหน้าขยายแบรนด์อย่างมั่นคง โดย K2O จะเป็นบทพิสูจน์สำคัญของการต่อยอดรูปแบบใหม่ภายใต้แนวคิดเดียวกัน ก่อนพิจารณาความเป็นไปได้ของแบรนด์หรือเทศกาลในแนวดนตรีอื่น ๆ ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็น POP, ROCK หรือ T-POP ตามโอกาสและความต้องการของตลาด รวมถึงแผนการยกระดับ S2O สู่การเป็นแบรนด์ไทยที่ส่งออกสู่ต่างประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยล่าสุด S2O Australia ที่เมือง Brisbane ถือเป็นอีกหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำศักยภาพของแบรนด์ในการขยายสู่ตลาดนานาชาติ ขณะเดียวกันก็ยังคงใช้ “สงกรานต์ไทย” เป็นจุดขายหลักในการสื่อสารกับผู้ชมทั่วโลก เชื่อมโยงเทศกาลดนตรีเข้ากับภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมร่วมสมัย

คุณวู้ดดี้กล่าวปิดท้ายว่า “สิ่งที่เราให้ความสำคัญที่สุดคือประสบการณ์ของคนที่มางาน ทุกคนที่มาร่วม S2O จะสัมผัสได้ถึงไวบ์และความสนุกที่แตกต่างจริง ๆ เราไม่ลดคุณภาพทั้งเรื่องโชว์ โปรดักชัน ศิลปิน การบริหารจัดการ ไปจนถึงรายละเอียดเล็ก ๆ เพราะเราต้องการให้ผู้ร่วมงานรู้สึกคุ้มค่าและมีความสุขที่สุด และสิ่งนี้เองที่ทำให้ S2O มีโอกาสเติบโตในต่างประเทศ คือความเป็นเอกลักษณ์ของสงกรานต์ไทยที่ทั้งสนุก และไม่เหมือนใคร เราอยากให้คนทั่วโลกได้รู้จักบรรยากาศแบบไทย และหวังว่าประสบการณ์จาก S2O ในต่างประเทศจะพาให้ผู้คนอยากกลับมาเที่ยวประเทศไทย เพื่อสัมผัสต้นฉบับของความสนุกนี้ด้วยตัวเอง ”

“Singha Life presents S2O Songkran Music Festival” จะจัดขึ้นในวันที่ 11-13 เมษายน 2569 ต่อด้วย “K2O Songkran Music Festival” ในวันที่ 14 เมษายน 2569 ณ S2O LAND ถนนรัชดาภิเษก นี้

จำหน่ายบัตรแล้ววันนี้บนเว็บไซต์ Eventpop และสำหรับใครที่ต้องการความเหนือระดับ
สามารถสอบถามข้อมูลแพ็คเกจ VVIP ได้ทาง LINE Official @S2OVVIP
ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.s2ofestival.com

 

27 กุมภาพันธ์ 2569

Pullman Khon Kaen รีแบรนด์สู่ “The Heritage Grand Khon Kaen” 1 มี.ค.นี้

โรงแรม Pullman Khon Kaen เตรียมก้าวสู่บทใหม่อย่างเป็นทางการในชื่อ The Heritage Grand Khon Kaen Hotel and Convention ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป โดยการรีแบรนด์ครั้งนี้ไม่เพียงเปลี่ยนชื่อ แต่เป็นการปรับภาพลักษณ์และประสบการณ์การบริการครั้งใหญ่ เพื่อยกระดับมาตรฐานโรงแรมสัญลักษณ์ Iconic Hotel คู่เมืองขอนแก่น ให้สอดรับกับทิศทางการเติบโตของเมือง ตอกย้ำจิตวิญญาณทางวัฒนธรรมอีสาน พร้อมจุดแข็งเจาะตลาด MICE ในเขตอีสาน ด้วยห้องคอนเวนชั่นใหญ่ที่สุด จุคนได้มากว่า 1,800 คน, Kronen Brauhaus ต้นตำรับเบียร์แบบไมโครบริวรายแรกในอีสาน และยกเครื่องระบบภายในโรงแรมทั้งหมด เพื่อมุ่งสู่การเป็น “โรงแรมสีเขียว” (Green Hotel) 



ดร.สุนทร และดร.อารยา อรุณานนท์ชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการกลุ่มบริษัทน้ำตาลราชบุรี, บริษัท เอส แอนด์ เอ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด และผู้บริหารโรงแรม The Heritage Grand Khon Kaen & Convention ได้แถลงถึงการรีแบรนด์ “โรงแรมพูลแมน ขอนแก่น” ในนามใหม่ “โรงแรม เดอะ เฮอริเทจ แกรนด์ ขอนแก่น โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น” ว่า 

“การรีแบรนด์ครั้งนี้ไม่เพียงเปลี่ยนชื่อโรงแรม นับแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป แต่ยังเป็นการปรับตำแหน่งทางการตลาด (Re-positioning) สู่ตลาด MICE ซึ่งเป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการปรับปรุง “โครงสร้างหลักของอาคาร”และสะท้อนวิสัยทัศน์ใหม่ในการพัฒนาโรงแรมให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์ท้องถิ่น และไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ พร้อมเสริมศักยภาพด้านการจัดประชุม สัมมนา และอีเวนต์ขนาดใหญ่ รองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวของจังหวัดขอนแก่นในอนาคต ในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 







ทั้งนี้ The Heritage Grand Khon Kaen Hotel and Convention ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพบริการอย่างต่อเนื่อง และให้ความสำคัญกับการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ทั้งในด้านการศึกษา การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และโครงการด้านสิ่งแวดล้อม ภายใต้การบริหารของกลุ่มธุรกิจในเครือกลุ่มน้ำตาลราชบุรี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับมาตรฐานโรงแรมระดับภูมิภาคให้เติบโตอย่างยั่งยืน