แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อสังหา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อสังหา แสดงบทความทั้งหมด

09 กรกฎาคม 2568

“สเตลล่า” ไม่หวั่นตลาดซบเดินหน้าเตรียมเปิดใหม่ 3 โครงการ

สเตลล่า น้องใหม่อสังหาฯ มากประสบการณ์ สามารถกวาดยอดขาย 6 เดือนแรกได้กว่า 800 ล้านบาท แม้เผชิญความท้าทายจากหนี้ครัวเรือนและการปล่อยสินเชื่อจากสถาบันการเงิน โดยมี Backlog จนถึงปลายปีอีก 500 ล้านบาท และเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว “สเตลล่า” มียอดโอนของไตรมาส 2/2568 รวม 209 ล้าน เมื่อเทียบกับยอดโอนไตรมาส 2/2567 (ยอดโอน 21.3 ล้าน) โตกว่า 10 เท่า พร้อมลุยครึ่งปีหลังเตรียมเปิดโครงการใหม่ อีก 3 โครงการทั่วกรุงเทพฯ 

นายรองฤทธิ์ ธรรมสถิต ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัท    สเตลล่า เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ STELLA เปิดเผยว่า จากแผนงานในปี 2568 ด้วยกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการขายให้กับกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการอย่างแท้จริง (Real Demand) ทำให้ได้ยอดโอนได้เกินเป้า  อัตราการปฏิเสธสินเชื่อของทางธนาคารที่มีให้กับลูกค้าลดน้อยลง โดยฉพาะอย่างยิ่งโครงการโนวา ลาดกระบัง-สุวินทวงศ์ มียอดโอนแล้วกว่า 60% จากเป้าโอนทั้งปี และในส่วนของภาคธุรกิจโรงแรมภายใต้แบรนด์เอสเตลล่า (Estella) มีรายได้เมื่อเทียบกับปี 2567 สูงขึ้นถึง 13% ในส่วนของธุรกิจบริการสนามกอล์ฟสตาร์รี่ วัลเล่ เขาใหญ่ รายได้เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนก็สูงขึ้นถึง 12% โดยภาพรวมของ “สเตลล่า” แล้ว บริษัทฯ ประสบความสำเร็จและมีรายได้เพิ่มขึ้นในทุก ๆ ธุรกิจ

ด้วยกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการที่อยู่อาศัย และการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงความสามารถในการรักษากำไร ดันยอดขายผ่านทีมขายมืออาชีพ ที่เข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของกลุ่มลูกค้าอย่างแท้จริง ควบคู่กับการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อและเข้าถึงลูกค้าได้อย่างตรงจุดทำให้ธุรกิจภาคอสังหาฯ เติบโตอย่างมีกำไร ซึ่งผู้บริหารและทีมงานทุกคนมีความมุ่งมั่นกันอย่างยิ่ง เพื่อฟันฝ่าวิกฤติการณ์รอบด้านไปให้ได้อย่างดี ซึ่งจะเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อกระแสเงินสดและฐานะทางการเงินของบริษัทฯ

ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพในทุกมิติ ตั้งแต่โครงสร้างการจัดซื้อ วัสดุก่อสร้าง ไปจนถึงกระบวนการก่อสร้าง เพื่อคงอัตรากำไรให้อยู่ในระดับที่สามารถแข่งขันได้ในระยะยาว และสำหรับครึ่งปีหลัง 2568 นี้ บริษัทฯ เตรียมเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยเพิ่มอีก 3 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท ได้แก่ 

1. โครงการแอสตร้า พระราม 2 บ้านเดี่ยวระดับลักซูรี 20 ล้าน

2. โครงการโนวา เวสเกต บ้านเดี่ยวระดับราคา 4-7 ล้านบาท 

3. โครงการสตาร์รี่ นวมินทร์-รามอินทรา คอนโดมิเนียม 8 ชั้น เริ่ม 2.4 ล้านบาท

“จากผลงานครึ่งปีที่ผ่านมานี้ บริษัทฯ ขอขอบคุณลูกค้าที่ไว้วางใจให้การตอบรับสินค้าและบริการในทุกภาคธุรกิจของเราเป็นอย่างดี  ขอบคุณทีมบริหารและพนักงานทุกคนที่ร่วมแรงร่วมใจกันแก้ไขปัญหาต่างๆจนลุล่วงด้วยดี ทำให้ภาพรวมของครึ่งปี เราสร้างยอดขายใหม่ได้เกือบ 800 ล้าน ซึ่งสวนทางกับภาพรวมของตลาดอสังหาฯ ที่มีปัจจัยลบต่าง ๆ มากมาย และ 6 เดือนที่เหลือของปีนี้ ก็จะเป็นการพิสูจน์ความสามารถเราอีกครั้งหนึ่งในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับบริษัทฯ สร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนต่อไป" นายรองฤทธิ์ กล่าว 

“สเตลล่า” ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตยุคใหม่ ด้วยการผสานแนวคิดด้านนวัตกรรม สุขภาวะ และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกันอย่างลงตัว เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้พักอาศัยและส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนของชุมชน เพิ่มพื้นที่ความสุขตั้งแต่วันนี้จนถึงอนาคต ภายใต้แนวคิด “Space For Tomorrow” ภายใต้พันธกิจ พัฒนาพื้นที่อยู่อาศัยที่ผสมผสานความหรูหรากับสิ่งแวดล้อม พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดี เพื่อส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ผ่านนวัตกรรมที่ยั่งยืน รวมถึงมุ่งมั่นอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ส่งเสริมคุณภาพชีวิต และสรรสร้างวิถีชีวิตที่ใส่ใจระบบนิเวศน์องค์รวม

01 กรกฎาคม 2568

CP LAND ปักหมุด “กังสดาล” ส่ง SOū& (โซ–แอนด์) และ RI–NÉ (รี–เน่)

ทำเลศักยภาพใกล้ ม.ขอนแก่น – ศูนย์แพทย์ฯ คอนโดฯ ใหม่ ตอบโจทย์ทั้งอยู่จริงและลงทุน

1 กรกฎาคม 2568 – ขอนแก่น, บริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND หนึ่งในผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทย เดินหน้าปักหมุดโครงการคอนโดมิเนียมน้องใหม่ใจกลางเมืองขอนแก่น SOū& Khon Kaen (โซ–แอนด์ ขอนแก่น) และ RI–NÉ Khon Kaen (รี–เน่ ขอนแก่น) บนทำเลศักยภาพย่านกังสดาล ทำเลที่มีการขยายตัวอย่างรวดเร็วและมีศักยภาพสูงในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในอนาคตที่สุดของทำเลที่อยู่อาศัยซึ่งมาพร้อมโอกาสการลงทุนที่มั่นคง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ ครอบคลุมทั้งด้านการศึกษา การแพทย์ การค้า และการบริการ ด้วยทำเลที่เชื่อมโยงความสะดวกสบาย ใกล้มหาวิทยาลัยขอนแก่นและโรงพยาบาลศรีนครินทร์ 

นาย ดำรงศักดิ์ ถุงเงิน ผู้อำนวยการอาวุโสกลุ่มงานธุรกิจที่อยู่อาศัย กล่าวว่า ขอนแก่นถือเป็นเมืองเศรษฐกิจสำคัญที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐให้เป็นศูนย์กลางของภูมิภาค ทั้งการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ รถไฟความเร็วสูง และสนามบินนานาชาติที่ขยายศักยภาพเพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ SOū& Khon Kaen (โซ–แอนด์ ขอนแก่น) และ RI–NÉ Khon Kaen (รี–เน่ ขอนแก่น) จึงได้รับการออกแบบให้เป็นทั้งศูนย์กลางการอยู่อาศัยที่สมบูรณ์แบบและโอกาสการลงทุนที่มีแนวโน้มเติบโตในระยะยาวโดยหลังจากเปิดพรีเซลอย่างเป็นทางการ CP LAND สามารถปิดการขายเฟสแรกของทั้งสองโครงการ SOū& Khon Kaen และ RI–NÉ Khon Kaen ได้เป็นที่เรียบร้อย ด้วยยอดขายรวมกว่า 650 ล้านบาท จำนวน 300 ยูนิต สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าและศักยภาพของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภาคอีสาน พร้อมเดินหน้าขยายสู่เฟสที่ 2 ต่อไป

โครงการตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ใกล้ศูนย์กลางเศรษฐกิจและแหล่งไลฟ์สไตล์ ของขอนแก่น รายล้อมด้วยสถานที่สำคัญ อาทิ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ สนามบินขอนแก่น และ เส้นทางรถไฟความเร็วสูง ที่กำลังพัฒนา นอกจากนี้ ขอนแก่นยังเตรียมเปิดตัว ศูนย์การแพทย์ระดับสากล ซึ่งจะยกระดับมาตรฐานการรักษาพยาบาล และเพิ่มศักยภาพให้เมืองกลายเป็น Medical Hub แห่งใหม่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปัจจัยเหล่านี้ช่วยหนุนมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้โครงการ SOū& Khon Kaen (โซ–แอนด์ ขอนแก่น) และ RI–NÉ Khon Kaen (รี–เน่ ขอนแก่น เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งผู้อยู่อาศัยและนักลงทุนที่มองหาโอกาสในทำเลที่มีอนาคต พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตในทุกมิติ


นาย นิธิศ สุดเกษม ผู้จัดการอาวุโสกลุ่มงานธุรกิจที่อยู่อาศัย กล่าวต่อว่า โครงการที่อยู่อาศัยทั้งสองแห่งในจังหวัดขอนแก่น ถูกออกแบบด้วยแนวคิดที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพื่อรองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยให้ความสำคัญกับดีไซน์และฟังก์ชันที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ SOū& Khon Kaen (โซ–แอนด์ ขอนแก่น) คือโครงการที่สะท้อนตัวตนของ young affluent หรือ คนรุ่นใหม่ที่มีรสนิยม ทันสมัย และใส่ใจในคุณภาพชีวิต ผ่านดีไซน์ที่สนุกสนาน แฝงความโมเดิร์น พร้อมรายละเอียดการออกแบบที่คิดมาอย่างพิถีพิถัน ไม่ว่าจะเป็นฟังก์ชันที่ยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนได้ตามการใช้งาน หรือบรรยากาศของโครงการที่มอบความเป็นส่วนตัวและสไตล์ที่แตกต่างอย่างมีรสนิยม ขณะที่ RI-NÉ Khon Kaen (รี-เน่ ขอนแก่น) เน้นเจาะกลุ่มตลาดระดับพรีเมียม ด้วยการออกแบบที่เรียบหรูและร่วมสมัยในทุกรายละเอียด ตั้งแต่วัสดุคุณภาพสูง ไปจนถึงการจัดวางพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยในระดับสูงสุด โดยเราให้ความสำคัญกับทุกมิติของการออกแบบ เพื่อให้โครงการนี้ตอบโจทย์กลุ่มคนเมืองที่ต้องการความสงบ ความสะดวกสบาย และความหรูหราในชีวิตประจำวัน และ เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ดีที่สุด CP LAND มุ่งมั่นให้บริการหลังการขายที่มีคุณภาพ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญจาก Welcome Home Club by CP LAND พร้อมรับประกันนานถึง 10 ปี* เพื่อให้ลูกค้าของเรามั่นใจในคุณภาพและความคุ้มค่าในการลงทุนครั้งนี้ ซึ่งสอดคล้องกับปรัชญาของ CP LAND ที่มุ่งมั่นส่งมอบสินค้าและบริการที่มี คุณภาพเพื่อทุกชีวิต

สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์: www.cplandproperty.com
โทร: 02-088-0999

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด ขอสงวนสิทธิ์การเปลี่ยนเเปลงโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า

#CPLAND #ซีพีแลนด์ #CPLANDคุณภาพทุกชีวิต #คุณภาพเพื่อทุกชีวิต #AccessibleCommunitiesforLife #CPLANDProperty #SOū& #RI-NÉ #โซแอนด์ #รีเน่ #CPLAND10YearsWarranty #คอนโดใหม่ใจกลางขอนแก่น #คอนโดขอนแก่น #คอนโดย่านกังสดาล #ซีพีแลนด์รับประกัน10ปี 

ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.cplandproperty.com/project_category/condominium/

08 มิถุนายน 2568

“อาเวีย พร็อพเพอร์ตี้” บุกตลาดทาวน์โฮมหรู รุกเปิด “เดอะพาร์คเลน15 สุขุมวิท-แบริ่ง”

ราคาเริ่ม 13.9 - 33.9 ลบ.* เปิดตัวครั้งแรกในงาน VVIP DAY 14-15 มิ.ย.นี้

“อาเวียพร็อพเพอร์ตี้” เจ้าตลาดโซนสุขุมวิท-แบริ่ง-สมุทรปราการ ไม่หวั่น เดินหน้าบุกตลาดทาวน์โฮมหรูอีกครั้ง เตรียมเปิดโครงการใหม่ “เดอะพาร์คเลน 15 สุขุมวิท-แบริ่ง” ทาวน์โฮม-บ้านแฝด ในสังคมสุดExclusive เพียง 16 ยูนิตเท่านั้น ราคาเริ่มต้นที่ 13.9-33.9 ล้านบาท เปิดให้ชมครั้งแรกในงาน VVIP Day พร้อมรับโปรสุดพิเศษ วันที่ 14-15 มิถุนายน 68 นี้ จองด่วน!!!

นายศุภกิจ ประมวลทรัพย์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อาเวียพร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (Avia Property Company Limited) เปิดเผยว่า อาเวียพร็อพเพอร์ตี้ เป็นผู้ประกอบการด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ท้องถิ่น ที่เชี่ยวชาญในพื้นที่ สุขุมวิท-แบริ่ง–พระประแดง–ปู่เจ้าสมิงพราย ภายใต้แนวคิด “มุ่งนำเสนอ พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ มีความหลากหลาย และตรงกลุ่มเป้าหมายเป็นสำคัญ”โดยพัฒนาโครงการเพื่อขาย จนประสบความสำเร็จ และได้รับการตอบรับด้วยดีมาแล้วหลายโครงการ อาทิ พรีเมียร์ วิลล์ สุขุมวิท - ปู่เจ้า, พรีเมียร์ แกรนด์ สุขุมวิท - ปู่เจ้าสมิงพราย, เดอะ พาร์ค เลน 22, เดอะ แคนวาส สุขุมวิท - สำโรง, พรีเมียร์ ซิตี้ สุขุมวิท-ปู่เจ้า และ พรีเมียร์ ไพร์ม ล่าสุด ได้เตรียมเปิดโครงการใหม่ภายใต้แบรนด์ “เดอะ พาร์คเลน” ซึ่งเป็นแบรนด์ Hi-end ของอาเวียที่เคยเปิดมาแล้ว 3 โครงการ ได้แก่ เดอะพาร์คเลน 12 เอกมัย, เดอะพาร์คเลน 22 เอกมัย และ เดอะพาร์คเลน 24 สุขุมวิท-ลาซาล
สำหรับโครงการใหม่ “เดอะพาร์คเลน15 สุขุมวิท-แบริ่ง” ทาวน์โฮมและบ้านแฝดหรู พัฒนาภายใต้แนวคิด THE PHILOSOPHY OF LUXURY LIVING ในราคาเริ่มต้นที่ 13.9 - 33.9 ล้านบาท* เปิดตัวครั้งแรกในงาน VVIP DAY ในวันที่ 14-15 มิถุนายน 2568 นี้ ขนาดที่ดินในโครงการอยู่ที่ 1-2-47.8 ไร่ จำนวนยูนิต 16 ยูนิต เนื้อที่เริ่มต้น 24 - 53.2 ตารางวา โดยประกอบด้วยสินค้า 3 แบบคือ
ทาวน์โฮม 4.5 ชั้น ขนาด 302 ตารางเมตร จำนวน 6 ยูนิต มาพร้อมกับ 3 ห้องนอน , 1 ห้องอเนกประสงค์ / 1 ห้องนอน , 5 ห้องน้ำ, 1 ห้องนั่งเล่น , 1 ห้องรับประทานอาหาร , 1 ห้องครัว , 3 ที่จอดรถ
ทาวน์โฮม 3.5 ชั้น ขนาด 275 ตารางเมตร จำนวน 8 ยูนิต 3 ห้องนอน , 4 ห้องน้ำ , 1 ห้องรับประทานอาหาร , 1 ห้องครัว , 3 ที่จอดรถบ้านแฝด 4.5 ชั้น ขนาด 542 ตารางเมตร จำนวน 2 ยูนิต 4 ห้องนอน , 7 ห้องน้ำ , 2 ห้องนั่งเล่น, 1 ห้องรับประทานอาหาร , 1 ห้องแม่บ้าน, 5 ที่จอดรถ

โดยตัวโครงการตั้งอยู่ในซอยแบริ่ง 15 จัดว่าเป็นทำเลศักยภาพเชื่อมต่อหลายเส้นทาง แวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ใกล้ห้างสรรพสินค้า , คอมมูนิตี้มอลล์, โรงเรียน, โรงพยาบาล เดินทางสะดวก ทั้งเข้าและออกเมืองได้หลายสาย อยู่ใกล้ทางขึ้น-ลงทางด่วน รวมถึงใกล้สถานีรถไฟฟ้า ทั้ง BTS (สถานีแบริ่ง) และ MRT (สถานีศรีแบริ่ง)
พบกันครั้งแรก ในงาน VVIP DAY 14-15 มิถุนายนนี้ กับบ้านหรูดีไซน์ใหม่ที่มีความเป็นส่วนตัวสูง ด้วย จำนวนยูนิตน้อย สงบ ให้ความเป็นส่วนตัว ที่ครบครันด้วยฟังก์ชั่นและพื้นที่ใช้สอยในตัวบ้านที่เหมาะกับการใช้ชีวิตที่ลงตัว สำหรับท่านที่จองในงานรับโปรโมชั่นพิเศษ ระบบ SCG Smart Living มูลค่า 100,000 บาท*, ระบบปรับคุณภาพอากาศให้บ้าน SCG Active AIR Quality รุ่น outdoor special ERV เพื่อสร้างอากาศคุณภาพที่ดี สะอาดและปลอดภัย
เดอะพาร์คเลน15 สุขุมวิท-แบริ่ง (The Park Lane15 Sukhumvit – Bearing) บริหารงานโดยบริษัท อาเวีย พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถรายละเอียดโครงการและโปรโมชั่นดี ๆ ก่อนใคร ผ่านช่องทางไลน์ Line id : @503xzmez หรือ คลิก https://lin.ee/2CnGvR1 หรือ โทร.094-480-6111
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

05 มิถุนายน 2568

“สเตลล่า” ประกาศแผนธุรกิจปิดดีลซื้อที่แปลงใหญ่ เตรียมซื้อที่ดินเพิ่ม

“สเตลล่า” ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มุ่งเน้นคุณภาพชีวิตและความยั่งยืน เดินหน้าแผนกลยุทธ์การขยายธุรกิจส่งต่อแนวคิด Space for tomorrow เตรียมออกหุ้นกู้ระดมทุน รองรับการพัฒนาโครงการใหม่ทั้งเพื่อการอยู่อาศัยและการลงทุนในอนาคต

นายรองฤทธิ์ ธรรมสถิต ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัท สเตลล่า เอ็กซ์ จำกัด(มหาชน) หรือ STELLA เปิดเผยว่า เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา บริษัทได้มีจัดซื้อที่ดินไว้แล้ว 1 แปลง ย่านฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ และมีแผนการซื้อที่สำหรับพัฒนาโครงการเพื่อขายในปีนี้อีก 3 แปลง เพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮม ที่มีฟังก์ชันเพื่อการอยู่อาศัยครบทุกความต้องการสำหรับลูกค้าในปัจจุบัน ตรงกับแนวทางของบริษัท พื้นที่เพื่อความสุขในวันนี้และตลอดไปการลงทุนในที่ดินครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของบริษัทในการสร้างความมั่นคงด้านสินทรัพย์ และแสดงให้เห็นกระบวนการดำเนินธุรกิจพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่โปร่งใส ตอบสนองความต้องการของตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง


                           คุณรองฤทธิ์ ธรรมสถิตผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 

นายรองฤทธิ์ ยังบอกอีกว่า บริษัทมีแผนเปิดโครงการรวมถึงการซื้อที่ดินให้ครบทั้ง 4 มุมเมือง เพื่อพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัย ทั้งนี้ เห็นได้จากยอดขายของโครงการโนวา ลาดกระบัง ทะลุ 400 ล้านบาทใน 3 เดือนแรกที่เปิดตัว มียอดรับรู้รายได้จนถึงเดือนพฤษภาคมกว่า 120 ล้านบาท และยังมีแผนเปิดโครงการอีก 2 โครงการ ในชื่อแบรนด์ แอสตร้า และ โนวา ภายในปีนี้  

นอกจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ถือเป็นรากฐานสำคัญของบริษัทแล้ว STELLA ยังได้มีการขยายการลงทุนไปยังธุรกิจที่มีแนวโน้มการเติบโตสูง โดยเริ่มต้นจาก Maga Projects ของบริษัทอย่าง “สเตลล่า โอโซน” ( STELLA OZONE ) ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรและผู้เชี่ยวชาญในส่วนของภาคธุรกิจบริการ  ด้วยกลยุทธ “ Expand Happiness” ขยายพื้นที่ความสุขให้กับทุกคนในครอบครัว

EXPAND HAPPINESS

Expand Wellness แนวคิดในการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม 

Expand Activities การเพิ่มกิจกรรมสันทนาการให้ครอบคลุมทุกเพศทุกวัย

Expand Customer การเพิ่มความหลากหลายของกลุ่มลูกค้า

Expand Standard การรักษามาตรฐานและบริการระดับมืออาชีพ

Expand Events การจัดการสินทรัพย์ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น การจัดEventงานแสดงต่างๆ 

Expand Experience การส่งมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจเมื่อเข้าใช้บริการหรือสินค้า 














นอกจากนี้ บริษัทมีแผนเสนอขายหุ้นกู้ STELLA 2/2568 มูลค่ารวม 300 ล้านบาท (รอบแรก 10-12 มิ.ย.68 และรอบที่สอง 24-26 มิ.ย.68) ให้กับผู้ลงทุนสถาบัน และผู้ลงทุนรายใหญ่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อระดมทุนเพิ่มเติมสำหรับการดำเนินโครงการในระยะกลางถึงระยะยาว ทั้งนี้ ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา บริษัทประสบความสำเร็จในการออกหุ้นกู้มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อการดำเนินงานของสเตลล่า และคาดว่าการออกหุ้นกู้ครั้งนี้จะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน เนื่องจากสถานะทางการเงินของบริษัทยังคงแข็งแกร่ง มีประวัติการดำเนินงานที่โปร่งใส และสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงมาอย่างต่อเนื่อง นับเป็นการเปิดโอกาสให้ธุรกิจสามารถทำกำไรได้ดีขึ้น และสร้างความสมดุลด้านรายได้ให้กับองค์กร

 “เรามั่นใจว่าการขยายพอร์ตที่ดินและการมีแผนธุรกิจที่ชัดเจน รวมถึงการเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้ จะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับบริษัท สร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน พร้อมทั้งเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่นักลงทุนในระยะยาว” นายรองฤทธิ์ กล่าวเสริม 

“สเตลล่า”ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตยุคใหม่ ด้วยการผสานแนวคิดด้านนวัตกรรม สุขภาวะ และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกันอย่างลงตัว เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้พักอาศัยและส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนของชุมชน เพิ่มพื้นที่ความสุขตั้งแต่วันนี้จนถึงอนาคต ภายใต้แนวคิด “ Space For Tomorrow”

02 มิถุนายน 2568

CP LAND เปิดตัวสมาชิกใหม่ ‘CICI, NEWS VOICE’

 

CP LAND เปิดตัวสมาชิกใหม่ ‘CICI, NEWS VOICE’ พลิกโฉมการเล่าข่าวให้มีชีวิต ฟังง่าย เข้าถึงได้ทุกที่ ทุกเวลา 

2 มิถุนายน 2568 – กรุงเทพฯ, บริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND หนึ่งในผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทย เพิ่มสีสันให้การสื่อสารองค์กร เปิดตัว CICI, NEWS VOICE (ซีซี่ นิวส์ วอยซ์) พรีเซนเตอร์ข่าวเสมือนจริงในรูปแบบ Human Avatar ที่มาพร้อมบุคลิกสดใส น้ำเสียงมีชีวิตชีวา และรองรับหลายภาษา เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคดิจิทัลที่เชื่อมต่อกันตลอดเวลา

CICI เริ่มต้นจากบทบาทหนึ่งในมาสคอตคู่ CICI & Paul ที่สะท้อนความเป็นมิตรและเข้าใจความหลากหลาย ก่อนจะพัฒนาเป็น AI Reporter ที่ถ่ายทอดเรื่องราวขององค์กรได้อย่างเป็นธรรมชาติ เข้าถึงผู้ฟังหลากหลายช่วงวัย การพัฒนา CICI เกิดขึ้นเพื่อตอบรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในโลกการสื่อสาร ทั้งในด้านเนื้อหา ช่องทาง และพฤติกรรมผู้บริโภค ด้วยเสียงเสมือนจริง จังหวะพูดลื่นไหล และภาษาทันสมัย CICI ถ่ายทอดข้อมูลได้กระชับ เข้าใจง่าย และรองรับการเข้าถึงของกลุ่มผู้ใช้งานต่างๆ รวมถึงผู้ที่มีข้อจำกัดทางการมองเห็น

นางศศินันท์ ออลแมนด์ ผู้อำนวยการบริหาร กลุ่มงานการตลาดและสื่อสารองค์กร CP LAND เปิดเผยว่า การเปิดตัว CICI, NEWS VOICE คือการทำให้การสื่อสารขององค์กรมีชีวิต ทันสมัย และตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ เราไม่ได้มองหาแค่คนอ่านข่าว แต่ต้องการนักเล่าเรื่องที่เข้าใจคนฟัง CICI ถูกคิดและพัฒนาขึ้นจากมุมมองของเจเนอเรชัน Z จาก #TeamCPLAND เพื่อให้เป็นมากกว่าพรีเซนเตอร์ แต่เป็นเหมือนเพื่อนที่ถ่ายทอดเรื่องขององค์กรให้เข้าใจง่าย และเชื่อมโยงเเบรนด์เข้าถึงคนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นพนักงาน ลูกค้า คู่ค้า หรือคนในชุมชน

นางศศินันท์ กล่าวเสริมอีกว่า เราหวังว่าเสียงของ CICI จะเป็นเสียงที่คนรุ่นใหม่รู้สึกใกล้ชิด และช่วยให้องค์กรสื่อสารได้เร็วขึ้น เข้าใจง่ายขึ้น และจริงใจมากขึ้นในแบบที่เหมาะกับยุคนี้ การเปิดตัวครั้งนี้สะท้อนพันธกิจของ CP LAND ในการขับเคลื่อนการสื่อสารองค์กรให้รุดหน้าอย่างก้าวกระโดด ด้วยแนวทาง Work Smart & Efficiently เพื่อพัฒนารูปแบบที่ตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภค และการเปลี่ยนแปลงของแพลตฟอร์มที่รวดเร็ว โดยมีเป้าหมายเพื่อก้าวให้ทันยุคสมัย และดึงดูดความสนใจใหม่จากกลุ่มเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง

ทั้งหมดนี้คือส่วนหนึ่งของแนวคิด “Accessible Communities for Life คุณภาพเพื่อทุกชีวิต” ที่เน้นการสื่อสารอย่างเปิดกว้าง ครอบคลุม และคำนึงถึงความหลากหลายของผู้คนอย่างแท้จริง

สามารถติดตามรายการข่าวประจำสัปดาห์ “CP LAND NEWS FLASH” โดย CICI Human Avatar ได้แล้ววันนี้ ผ่านช่องทางต่อไปนี้

FB : https://bit.ly/4kGnYwR 

IG : https://bit.ly/3T10NS8 

X : bit.ly/3HgYrfu 

TikTok : https://bit.ly/3FtOaMw 

Youtube : https://bit.ly/3Z6NeEi 

Linkedin : https://bit.ly/3HvvQTC 

#CPLAND #ซีพีแลนด์ #AccessibleCommunitiesForLife #คุณภาพเพื่อทุกชีวิต #CICI #CPLANDNewsVoice #HumanAvatar #AIพรีเซนเตอร์ข่าว #VirtualPresenter #HumanAvatarAI #DigitalCommunication #ซีพีแลนด์สนับสนุนความต่างอย่างเท่าเทียม #PrideMonth2025 #แตกต่างอย่างเท่าเทียม  #TeamCPLAND







https://www.youtube.com/shorts/ZkZSAQ_2WvI

23 พฤษภาคม 2568

CP LAND คว้าตราสัญลักษณ์มาตรฐาน MICE Venue จาก TCEB ยืนยันคุณภาพการบริการไมซ์ระดับอาเซียน

สร้างประสบการณ์คุ้มค่า ภายใต้แนวคิด “คุณภาพเพื่อทุกชีวิต” 

22 พฤษภาคม 2568 - กรุงเทพ, ประเทศไทย – บริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND หนึ่งในผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทย ก้าวสู่การเป็นผู้นำวงการไมซ์ (MICE) ด้วยการเข้ารับมอบตราสัญลักษณ์รับรองมาตรฐานสถานที่จัดงาน Thailand MICE Venue Standard จาก สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB (Thailand Convention & Exhibition Bureau) CP LAND ได้รับการรับรองในสองกลุ่มธุรกิจสำคัญ ได้แก่ ธุรกิจศูนย์ประชุมและแสดงสินค้า และ ธุรกิจโรงแรม โดย ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติไคซ์ ขอนแก่น หรือ ศูนย์ประชุมฯ ไคซ์ (KICE) ได้รับการรับรองใน 3 ประเภท ได้แก่ Meeting Room, Exhibition, และ Special Event ขณะที่ โรงแรมแกรนด์ฟอร์จูน นครศรีธรรมราช ได้รับการรับรองในประเภท Meeting Room ในงาน MICE DAY 2025 ที่จัดขึ้น ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี 


นายปรมัตถ์ พูลสมบัติ ผู้อำนวยการธุรกิจสำนักงานและธุรกิจศูนย์ประชุมและแสดงสินค้าของ CP LAND กล่าวว่า การได้รับการรับรองใน 3 ประเภทสำหรับศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติไคซ์ ขอนแก่น (KICE) ไม่เพียงสะท้อนถึงความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและการให้บริการอย่างมืออาชีพเท่านั้น แต่ยังตอกย้ำถึงวิสัยทัศน์ของ CP LAND ในการยกระดับอุตสาหกรรมไมซ์ไทยสู่เวทีนานาชาติ ศูนย์ประชุมฯ ไคซ์ (KICE)  ถือเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และก้าวขึ้นสู่การเป็นศูนย์กลางการจัดกิจกรรมทางธุรกิจขนาดใหญ่ในระดับภูมิภาค ประเทศ และอาเซียน ด้วยขีดความสามารถที่ครบครัน ทั้งด้านพื้นที่ เทคโนโลยี การบริหารจัดการ และทำเลที่เชื่อมโยงได้ทั่วประเทศ จึงมีศักยภาพในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ทุกอีเวนต์ที่เกิดขึ้น ณ ศูนย์ประชุมฯ ไคซ์ (KICE) สะท้อนมาตรฐานที่ทันสมัยและความใส่ใจในทุกรายละเอียด พร้อมส่งมอบประสบการณ์ที่มีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ยั่งยืน ทั้งสำหรับผู้จัด ผู้ร่วมงาน และชุมชนโดยรอบ อีกทั้งยังมีบทบาทสำคัญในการผลักดันขอนแก่นสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งใหม่ของภูมิภาค


นายปริญญา อ่อนระหุ่ง ผู้ช่วยผู้อำนวยการกลุ่มงานธุรกิจโรงแรม CP LAND กล่าวว่า การที่โรงแรมแกรนด์ฟอร์จูน นครศรีธรรมราช ได้รับการรับรองในประเภท Meeting Room จาก Thailand MICE Venue Standard ถือเป็นการยืนยันถึงคุณภาพการบริการและมาตรฐานของห้องประชุมภายในโรงแรม ซึ่งนับเป็นความภาคภูมิใจที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในด้านการจัดประชุมและกิจกรรมทางธุรกิจได้อย่างครบถ้วน การได้รับการรับรองในครั้งนี้ยังช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและพันธมิตร ว่าโรงแรมแห่งนี้เป็นสถานที่ที่พร้อมรองรับงานในระดับสากลได้อย่างมืออาชีพ พร้อมสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้กับทั้งผู้จัดงานและผู้เข้าร่วม

CP LAND มุ่งมั่นในการสร้างสรรค์บริการที่มีคุณภาพเพื่อทุกชีวิต ด้วยการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด ทั้งผู้จัดงาน ผู้เข้าร่วม และชุมชนที่เกี่ยวข้อง ด้วยหลักการ 'คุณภาพเพื่อทุกชีวิต' เราตั้งใจที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตในทุกมิติ เพื่อให้บริการที่มีคุณค่าและยั่งยืนแก่ทุกภาคส่วน

#CPLAND #AccessibleCommunitiesForLife #คุณภาพเพื่อทุกชีวิต #KICE #ศูนย์ประชุมไคซ์ #ไคซ์ #ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติขอนแก่น #ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้าระดับนานาชาติ #GrandFortuneHotel #โรงแรมแกรนด์ฟอร์จูน  #โรงแรมแกรนด์ฟอร์จูนนครศรีธรรมราช #นครศรีธรรมราช #มาตรฐานการบริการ #MICEVenue #ThailandMICE

19 มีนาคม 2568

อสังหาฯ คึกคัก! มหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 47

เปิดฉาก ย้ำบทบาทฟันเฟืองเศรษฐกิจไทย ท่ามกลางมาตรกา  อสังหาฯ คึกคัก! มหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 47 ปลุกกำลังซื้อต้นปี 2568



มหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 47 เปิดฉากยิ่งใหญ่ รวมโครงการที่อยู่อาศัยกว่า 1,000 โครงการจากผู้ประกอบการชั้นนำกว่า 150 ราย พร้อมด้วยสถาบันการเงินชั้นนำ ผนึกกำลังกระตุ้นกำลังซื้อต้นปี 2568 ท่ามกลางปัจจัยหนุนจากมาตรการภาครัฐที่เตรียมออกมากระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ คาดเงินสะพัด 4,000ล้านบาท โดยได้รับเกียรติจาก นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานในพิธีเปิดงาน โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 - 23 มีนาคม 2568 เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ ฮอลล์ 5 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภาครัฐ-เอกชนร่วมกระตุ้นตลาด มาตรการลดภาระผู้ซื้อบ้านจ่อคลอดเร็วๆ นี้


นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานพิธีเปิดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 47 กล่าวว่า อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ถือเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจไทย ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนสูงและเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน การจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ไม่เพียงเป็นโอกาสทองของผู้บริโภคในการเลือกซื้อที่อยู่อาศัย แต่ยังเป็นตัวเร่งสำคัญที่ช่วยกระตุ้นตลาดโดยรวม ล่าสุด 3 สมาคมอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร สมาคมอาคารชุดไทย และสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย ได้เสนอ 4 มาตรการต่อภาครัฐเพื่อจารณา หวังผลักดันให้ประชาชนสามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น โดยหนึ่งในมาตรการสำคัญคือ การลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% สำหรับบ้านและคอนโดมิเนียมราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยลดภาระผู้ซื้อและกระตุ้นการโอนกรรมสิทธิ์ที่ชะลอตัวในช่วงที่ผ่านมา หากมาตรการนี้ได้รับการอนุมัติ คาดว่าจะสร้างแรงกระตุ้นต่อภาคอสังหาฯ ทันที

นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอ ให้ผ่อนคลายมาตรการ LTV (Loan-to-Value) ชั่วคราวเป็นเวลา 2 ปี เพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถขอสินเชื่อได้ง่ายขึ้น รวมถึงมาตรการปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำผ่านธนาคารของรัฐ เช่น ธอส. วงเงินรวม 1.2 แสนล้านบาท เพื่อช่วยให้ผู้มีรายได้น้อยและปานกลางสามารถมีบ้านได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังมีการหารือเกี่ยวกับการลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างลง 50% ในปี 2568 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงมหาดไทย ต้องติดตามกันต่อ

อสังหาฯ รับอานิสงส์ดอกเบี้ยลด-มาตรการอัดยาแรงจากภาครัฐ คาดยอดซื้อพุ่งรับต้น-กลางปี
ดร.ดลพิวัฒน์ ปรีดาวิภาต รองเลขาธิการสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และประธานคณะกรรมการจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 47 เปิดเผยว่า นอกจากมาตรการกระตุ้นของภาครัฐแล้ว ล่าสุดคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) พร้อมสถาบันการเงินชั้นนำได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่ม ส่งผลให้ตลาดที่อยู่อาศัยกลับมาคึกคักมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้ซื้อที่ชะลอการตัดสินใจจากปีก่อนและผู้ที่กำลังรอโอน

“การที่ภาครัฐและภาคเอกชนร่วมมือกันในครั้งนี้ ถือเป็นจังหวะที่ดีในการฟื้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ ประกอบกับการลดดอกเบี้ยที่เพิ่งเกิดขึ้น ยิ่งเป็นตัวเร่งสำคัญให้กำลังซื้อกลับมา ผู้บริโภคจะได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด ทั้งจากผู้พัฒนาโครงการและจากสถาบันการเงิน ทำให้งานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 47 ในปีนี้ คาดว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดตามเป้าที่ตั้งไว้ 4,000 ล้านบาท” ดร.ดลพิวัฒน์ กล่าว

ที่สุดของข้อเสนอพิเศษ ครบทุกทำเล ทุกช่วงราคา มีเฉพาะที่มหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 47 ปีนี้ โดยปีนี้ผู้จัดงานชูเทรนด์แนวคิด “Sustainable Living For Better Life” เพื่อคุณ เพื่อโลก เพื่อความยั่งยืน โดยภายในงานรวบรวมโครงการบ้านและคอนโดจากทั่วประเทศกว่า 1,000 โครงการ ที่รองรับทุกดีมานด์ ครอบคลุมตั้งแต่สินค้าประเภทบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม คอนโดมิเนียม ไปจนถึงอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษจากธนาคารและสถาบันการเงินชั้นนำ เช่น ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย รวมถึงบริษัทบริหารสินทรัพย์ชั้นนำ ที่ร่วมกันจัดแพ็กเกจสินเชื่อพิเศษและอัตราดอกเบี้ยต่ำเฉพาะในงานนี้เท่านั้น

นอกจากนี้ผู้จัดงานยังเตรียมของรางวัลและสิทธิพิเศษมากมาย สำหรับผู้ที่จองซื้อที่อยู่อาศัยภายในงาน มีสิทธิ์ลุ้นรับส่วนลดเงินสดและเครื่องใช้ไฟฟ้า รวมมูลค่ากว่า 800,000 บาท ตลอดระยะเวลาการจัดงาน 4 วันเต็ม  ผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัย หรือต้องการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ งานนี้ถือเป็นโอกาสดีต้นปี 2568 ที่ห้ามพลาด มาพบกับข้อเสนอสุดคุ้มได้ในระหว่างวันที่ 20 – 23 มีนาคม 2568 ณ ฮอลล์ 5 ชั้น LG ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ลงทะเบียนล่วงหน้าพร้อมรับข้อมูลพิเศษได้ที่:

เว็บไซต์: www.housecondoshow.com

เฟซบุ๊ก: housecondoshow – งานมหกรรมบ้านและคอนโด  

อินสตาแกรม: housecondoshow

ไลน์: @housecondoshow

05 มีนาคม 2568

มอนท์เอซัวร์ เปิดบทใหม่แห่งการลงทุน บนทำเลใจกลางหาดกมลา ภูเก็ต

มอนท์เอซัวร์ จัดงาน ‘Investment Chronicle’ เปิดบทใหม่แห่งการลงทุน กับ MGallery Residences MontAzure บนทำเลศักยภาพใจกลางหาดกมลา ภูเก็ต พร้อมข้อเสนอสุดเอ็กซ์คลูซีฟในงาน ตั้งแต่วันนี้ถึง 16 มีนาคมนี้ ณ ห้างเอ็มโพเรียม

มอนท์เอซัวร์ (MontAzure) อาณาจักรมิกซ์ยูสซูเปอร์ไฮเอนด์ บนทำเลอันเป็นเอกลักษณ์ของหาดกมลา ภูเก็ต มอบประสบการณ์การพักผ่อนระดับโลกสำหรับผู้ที่มองหาที่พักตากอากาศเหนือระดับ ท่ามกลางทัศนียภาพอันงดงามของพระอาทิตย์อัสดง พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษภายในงาน “Investment Chronicle” เปิดบทใหม่แห่งการลงทุนกับ MGallery Residences MontAzure (เอ็มแกลเลอรี เรสซิเดนซ์ มอนท์เอซัวร์) โดยถือเป็น ‘เอ็มแกลเลอรี เรสซิเดนซ์’ แห่งแรกในประเทศไทย ที่ได้รับการบริหารโดยกลุ่มโรงแรมชื่อดังระดับโลกอย่าง แอคคอร์ (Accor) บนทำเล Ultimate Beachfront Community ที่มีศักยภาพการเติบโตสูงของภูเก็ต ตอบโจทย์ทั้งนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์และผู้ที่มองหาบ้านพักตากอากาศหลังที่สองสำหรับการอยู่อาศัย ซึ่งโครงการมีกำหนดทยอยแล้วเสร็จและพร้อมโอนกรรมสิทธิ์ตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป ราคาพิเศษเฉพาะในงาน เริ่มต้นเพียง 9.29 ล้านบาท ณ ห้างสรรพสินค้าเอ็มโพเรียม ตั้งแต่วันที่ 11 – 16 มีนาคมนี้ เท่านั้น

MGallery Residences MontAzure ประกอบด้วยห้องชุดสุดหรูจำนวน 227 ยูนิต ขนาดตั้งแต่ 47 ตร.ม. ขึ้นไป มีทั้งยูนิตแบบสตูดิโอ และ 1 ห้องนอน ให้เลือกทั้งวิวทะเลสาบและทิวเขา ห้องชุดทุกยูนิตได้รับการตกแต่งอย่างพิถีพิถันแนวร่วมสมัยที่เปี่ยมด้วยสุนทรียภาพและเอกลักษณ์ที่โดดเด่น เพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์เครื่องใช้ที่ทันสมัยครบครัน เสริมด้วยบริการระดับพรีเมียม ให้ประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ในแบบลักชัวรี เจ้าของห้องชุดยังจะได้รับสิทธิประโยชน์และข้อเสนอระดับวีไอพีของแอคคอร์ผ่าน Accor Ownership Benefits Program ซึ่งสามารถใช้บริการได้ตามโรงแรมและรีสอร์ตในเครือทั่วโลก และได้รับเชิญเข้าร่วมเป็นสมาชิกไดมอนด์ของ Le Club AccorHotels ซึ่งเป็น Loyalty Program ระดับสูงสุดของแอคคอร์โดยสมาชิกจะได้รับการดูแลในแบบเอ็กซ์คลูซีฟที่สุดและพร้อมสิทธิพิเศษมากมายจากโรงแรมในเครือ

ปัจจุบัน MGallery Residences MontAzure ราคาเริ่มต้นที่ 9.29 ล้านบาท ให้กรรมสิทธิ์ถือครองแบบFreehold พร้อมมอบโปรแกรมการบริหารปล่อยเช่าห้องชุดซึ่งให้ผลตอบแทนสูง

ข้อเสนอสุดพิเศษภายในงานกับโอกาสการลงทุนสุดเอ็กซ์คลูซีฟ! เป็นเจ้าของ MGallery Residences MontAzure พร้อมสิทธิประโยชน์เหนือระดับ อาทิ

News-Full-28-Chidlom

ราคาสุดพิเศษ – ส่วนลดเงินสดสูงสุด 1 ล้านบาท*

ยูนิตราคาพิเศษ เริ่มต้นเพียง 29 ล้านบาท*

ฟรี! แพ็กเกจเฟอร์นิเจอร์ครบชุด

ฟรี! ค่าบำรุงรักษา 1 ปี

ฟรี! ค่ากองทุนแรกเข้า

ฟรี! ค่าโอนกรรมสิทธิ์

ฟรี! MontAzure Card และ สมาชิก Accor Diamond

ฟรี! ทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟสู่ภูเก็ต

รับบัตรกำนัล Emporium มูลค่า 50,000 บาท

เอกสิทธิ์เหนือระดับทั้งหมดนี้สำหรับผู้ลงทะเบียนล่วงหน้าและจองภายในงานเท่านั้น

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด ขึ้นอยู่กับยูนิตที่มีเพื่อการขาย​

ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าได้ทาง https://montazure.com/mgallery-event/register/en

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือนัดชมโครงการ
โปรดเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.montazure.com
อีเมล sales@montazure.com หรือโทร 093 624 8800

23 มกราคม 2568

CP LAND เดินหน้าสร้างองค์กรแห่งคุณค่า ผลักดันความหลากหลาย เพื่อสังคมที่เท่าเทียม

23 มกราคม 2568, กรุงเทพฯ – บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทยตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างสังคมที่เปิดกว้างและเท่าเทียมด้วยการสนับสนุนความหลากหลายทางเพศ (Diversity) และส่งเสริมความเสมอภาคทางโอกาส (Equality)
ภายในองค์กร พร้อมขับเคลื่อนการลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย

นาย ณรงค์ ธรรมชน ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ บริษัท ซี.พี. แลนด์ จํากัด (มหาชน) หรือ CP LAND กล่าวว่า การอนุญาตให้มี 'การสมรสเท่าเทียม' ในประเทศไทยเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงการยอมรับความหลากหลายทางเพศในสังคมอย่างเป็นทางการ ถือเป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริมความเสมอภาคทางโอกาสภายในองค์กร CP LAND เชื่อว่าความก้าวหน้านี้จะช่วยให้พนักงานทุกเพศสามารถเติบโตและพัฒนาในอาชีพของตนได้อย่างเท่าเทียม อีกทั้งยังช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เป็นมิตรและสนับสนุนให้พนักงานสามารถแสดงตัวตนได้อย่างมั่นใจ โดยปราศจากการเลือกปฏิบัติ

CP LAND สนับสนุนความหลากหลายและความเท่าเทียมภายในองค์กร โดยไม่มีข้อจำกัดทางเพศสภาพหรืออัตลักษณ์ทางเพศ เช่น การเปิดโอกาสในการจ้างงานอย่างเท่าเทียมสำหรับบุคลากรจากทุกกลุ่มที่มีความสามารถและศักยภาพในการทำงาน การสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและเป็นมิตร รวมถึงการสนับสนุนสวัสดิการที่ครอบคลุมทุกเพศ และมีศึกษาการขยายสวัสดิการให้ครอบคลุมคู่สมรสเพศเดียวกัน นอกจากนี้ CP LAND ยังจัดกิจกรรมส่งเสริมความเท่าเทียม เช่น การเฉลิมฉลอง Pride Month เพื่อสร้างความเข้าใจและเคารพความหลากหลายทางเพศในที่ทำงาน



CP LAND ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนความหลากหลายและความเท่าเทียมในสังคมไทยเรามุ่งมั่นสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เปิดกว้าง ให้ทุกคนสามารถเป็นตัวเองได้อย่างมั่นใจพร้อมส่งเสริมโอกาสที่เท่าเทียม และสนับสนุนสิทธิของพนักงานทุกเพศอย่างเป็นธรรมเพราะเรายึดมั่นในคุณค่าของความหลากหลาย เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคตที่ยั่งยืน

#CPLAND #AcesssibleCommunitiesForLife #ซีพีเเลนด์ #คุณภาพเพื่อทุกชีวิต #สมรสเท่าเทียม #SameSexMarriage #Pride #MarriageForAll #marriageequality #lovewins #lgbtqia #จดทะเบียนสมรส

28 พฤศจิกายน 2567

CP LAND ส่ง ‘Solar Cell for Life’ นำร่อง อสังหาฯ

CP LAND ส่ง ‘Solar Cell for Life’ นำร่อง อสังหาฯ ไทยรายแรกคว้ารางวัลระดับเอเชีย ‘Community Initiative Award’ ด้านความยั่งยืนเพื่อชุมชน จาก ACES Awards 2024

28 พฤศจิกายน - กรุงเทพฯ, บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทย ได้รับรางวัล Community Initiative Award ในงาน Asia’s Corporate Excellence & Sustainability (ACES) Awards 2024  จัดโดย MORS Group รางวัลนี้มอบให้เเก่องค์กรที่ดำเนินโครงการหรือกิจกรรมที่สร้างประโยชน์ต่อชุมชนพร้อมทั้งส่งเสริมความยั่งยืนในระดับอุตสาหกรรมและทั่วทั้งภูมิภาคเอเชีย โดย CP LAND เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยรายแรกที่คว้ารางวัลอันทรงเกียรตินี้ รางวัลดังกล่าวได้รับจากโครงการ "Solar Cell for Life ความสุขเดินทางได้" โครงการต้นแบบชุมชนคีรีวง ตำบล กำโลน อำเภอ ลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นโครงการที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนในพื้นที่ชนบทผ่านการติดตั้งไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์ในพื้นที่ที่ขาดแคลนแสงสว่าง โดยโครงการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้ชุมชนมีความปลอดภัยมากขึ้น แต่ยังส่งเสริมความยั่งยืนด้านพลังงานและช่วยลดการใช้ทรัพยากรไฟฟ้าอีกด้วย

นายกีรติ ศตะสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทย กล่าวว่า โครงการ "Solar Cell for Life" สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ CP LAND ในการยกระดับความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตในพื้นที่ชนบทรวมถึงส่งเสริมความยั่งยืนในระยะยาว ตามแนวทางการตอบแทนสังคม (Social Contribution) ภายใต้ปรัชญาพื้นฐาน ‘คุณภาพเพื่อทุกชีวิต’ หรือ ‘Accessible Communities for Life’ ของ CP LAND ที่ต้องการส่งมอบความสุขให้แก่ชุมชนที่ห่างไกล “แม้ในพื้นที่ ที่ห่างไกล ความสุขก็จะไปเป็นแสงสว่าง” รางวัล Community Initiative Award จาก Asia’s Corporate Excellence & Sustainability (ACES) Awards 2024 ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความเป็นผู้นำของ CP LAND ในด้านความรับผิดชอบต่อสังคม เรามุ่งมั่นที่จะมีส่วนร่วมในการสร้างประโยชน์ที่ยั่งยืนต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมในระยะยาวอย่างต่อเนื่อง ความสำเร็จนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ CP LAND ในการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ เพื่อชุมชนและสังคม พร้อมทั้งเป็นตัวอย่างของการพัฒนาโครงการที่ผสานการเติบโตทางธุรกิจเข้ากับความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างแท้จริง

นางศศินันท์ ออลแมนด์ กรรมการยุทธศาสตร์ ฝ่ายการตลาดและสื่อสารองค์กร บริษัท ซี.พี. แลนด์ จํากัด (มหาชน) หรือ CP LAND เปิดเผยว่า “โครงการ Solar Cell for Life ความสุขเดินทางได้ ถือกำเนิดจากวิสัยทัศน์ของผู้บริหารที่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการตอบแทนและพัฒนาชุมชนด้วยการสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืน ผ่านโครงการที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความสุขให้กับผู้คนในพื้นที่ห่างไกล CP LAND ได้ริเริ่มโครงการแรกใน ชุมชนคีรีวง ตำบลกำโลน อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรกรรมที่มีชื่อเสียงด้านผลผลิตทางการเกษตร แต่ยังประสบปัญหาขาดแคลนแสงสว่างในบางพื้นที่ ด้วยการผสานความร่วมมือจากชุมชนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐ และพันธมิตรเอกชนได้นำทรัพยากรและความเชี่ยวชาญมาทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ จนสามารถติดตั้งไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์จำนวน 80 ดวง ครอบคลุมระยะทางกว่า 5 กิโลเมตร ซึ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับชีวิตและทรัพย์สินของชุมชน ส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่นด้านการขนส่งและการค้า รวมถึงเปิดโอกาสพัฒนาการท่องเที่ยวในพื้นที่ นอกจากนี้โครงการ Solar Cell for Life ครั้งนี้ยังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับนโยบายของ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) ที่มุ่งสู่เป้าหมายการ เป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2030 และ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 ด้วยผลสำเร็จที่เกิดขึ้น โครงการ "Solar Cell for Life" ได้รับการยอมรับในระดับสากลจนสามารถคว้ารางวัล Community Initiative Award จากเวที ACES Awards 2024 ซึ่งเป็นรางวัลระดับเอเชียที่ยกย่องโครงการด้านความยั่งยืนเพื่อชุมชน นอกจากนี้ เราได้นำเสนอส่วนหนึ่งของโครงการเข้ากับภาพยนตร์โฆษณาชุด "ความสุขเกิดขึ้นได้ทุกที่รอบตัวคุณ" ซึ่งนำแสดงโดย คุณสิงโต นำโชค ศิลปินและนักร้องชื่อดัง โฆษณาชุดนี้เผยแพร่ผ่านทุกช่องทางโซเชียลมีเดียในปี 2565 โดยคุณสิงโตได้สื่อถึงความตั้งใจในการส่งต่อความสุขให้กับชุมชนผ่านการติดตั้งเสาไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เนื้อหาภาพยนตร์โฆษณาส่วนนี้เน้นย้ำบทบาทของ CP LAND ในการส่งมอบพลังงานสะอาดที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในพื้นที่ห่างไกล ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่คำนึงถึงชุมชน พร้อมสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ” นาง ศศินันท์ กล่าว 


ดร.ชางการี บาลาคริชแนน ประธานคณะกรรมการตัดสินรางวัล ACES AWARD กล่าวว่า โครงการ "Solar Cell for Life" เป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรที่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงในชีวิตของผู้คนได้อย่างแท้จริง ด้วยการผสานนวัตกรรมและความยั่งยืนเข้าด้วยกัน เพื่อส่งมอบประโยชน์ที่ยั่งยืนให้กับชุมชนจำนวนมาก ความริเริ่มที่น่าประทับใจนี้สะท้อนถึงความเป็นผู้นำของ CP LAND ในการพัฒนาชุมชนให้ปลอดภัยและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งแสดงให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของ CP LAND ในการสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกที่ทรงพลังในสังคม

สำหรับวิธีการวัดเกณฑ์การพิจารณาจาก 8 ส่วนทั้งในด้านการเริ่มต้นโครงการ (Program Initiation) การมีส่วนร่วมของพนักงาน (Employee Involvement) ผลกระทบต่อชุมชน (Community Impact) การบูรณาการเชิงกลยุทธ์ (Strategic Integration) การจัดสรรทรัพยากร (Resource Allocation) การประเมินผลกระทบ (Impact Assessment) ความร่วมมือระหว่างพันธมิตร (Partnership Collaboration) ความสำเร็จของโครงการ (Project Success) จากเกณฑ์พิจารณาดังกล่าวของดังกล่าว ทำให้ CP LAND สามารถคว้ารางวัลความยั่งยืนระดับเอเชีย Community Initiative Award ในงาน Asia’s Corporate Excellence & Sustainability (ACES) Awards 2024

ในปี 2567 โครงการ "Solar Cell for Life ความสุขเดินทางได้" ของ CP LAND สานต่อความสำเร็จสู่ปีที่ 2 ด้วยการขยายกิจกรรมสู่ ชุมชนเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก และ ชุมชนสีชมพู จังหวัดขอนแก่น โดยยังคงมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนในพื้นที่ชนบทผ่านการติดตั้งไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ CP LAND ยังมีแผนขยายโครงการดังกล่าวไปยังพื้นที่ชนบทอื่น ๆ ทั่วประเทศไทย เพื่อตอบสนองเป้าหมายด้านความยั่งยืนในระยะยาว พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีสีเขียวมาใช้ในโครงการอสังหาริมทรัพย์และการพัฒนาชุมชนโดยรอบ เช่น การอนุรักษ์น้ำ การลดปริมาณขยะ การเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการออกแบบที่คำนึงถึงความยั่งยืน ด้วยวิสัยทัศน์ คุณภาพเพื่อทุกชีวิต CP LAND ยังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์โครงการที่มีส่วนช่วยพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่ออนาคตที่ดีขึ้นสำหรับชุมชนและประเทศชาติในทุกมิติ

#CPLAND #ซีพีแลนด์ #CPLANDคุณภาพทุกชีวิต #คุณภาพเพื่อทุกชีวิต #สุขจริงทุกจินตนาการ #โซลาร์เซลล์ #AccessibleCommunitiesforLife #ความสุขเดินทางได้ #แม้ในพื้นที่ที่ห่างไกลความสุขก็จะไปเป็นแสงสว่าง #SolarCellForLife #SolarCell #ACESAwards2024  #ACES  #CommunityInitiativeAward #SustainabilityAward #แม้ในพื้นที่ที่ห่างไกลความสุขก็จะไปเป็นแสงสว่าง #นวัตกรรมเสาไฟส่องสว่างพลังงานแสงอาทิตย์ #การตอบแทนสังคม #SocialContribution 

26 พฤศจิกายน 2567

โครงการ RI-NÉ (รี-เน่) จาก CP LAND ขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่ม “Young Affluent”


26 พฤศจิกายน 2567 – ขอนแก่น, RI-NÉ (รี-เน่) คอนโดมิเนียมระดับพรีเมียม บนทำเลศักยภาพ ใจกลางเมืองขอนแก่น แบรนด์ใหม่ล่าสุดจาก บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทย ประกาศความร่วมมือครั้งแรกกับบริษัท สกาย ออโต้เฮ้าส์ จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์แบรนด์ Mini Cooper รายแรกในขอนแก่น เจาะกลุ่ม “Young Affluent” หรือ “ผู้มีกำลังซื้อยุคใหม่อายุน้อย” 




นายดำรงศักดิ์ ถุงเงิน ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายขายและการตลาดโครงการ บริการหลังการขายและลูกค้าสัมพันธ์ CP LAND เปิดเผยว่า โครงการ RI-NÉ (รี-เน่) จาก CP LAND เป็นโครงการคอนโดมิเนียมระดับพรีเมียม แบรนด์ใหม่ที่ทาง CP LAND ตั้งใจเปิดตลาด ขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่ม “Young Affluent” หรือ “ผู้มีกำลังซื้อยุคใหม่อายุน้อย” ที่มีอายุตั้งแต่ 25-40 ปี ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว มีกำลังซื้อสูง ในโซนหัวเมืองนำร่องที่จังหวัดขอนแก่นเป็นโครงการแรก ในอนาคตมีแนวโน้มจะพัฒนาและต่อยอดไปยังพื้นที่ภาคอื่นๆ และกรุงเทพมหานคร ตามแผนธุรกิจของบริษัท การลงนามในสัญญาความร่วมมือ (MOU) ในครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อองค์กรและลูกค้า ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึง ความมุ่งมั่นในด้านสร้างเครือข่ายใหม่ต่อกันที่จะร่วมกันส่งต่อสิทธิประโยชน์ให้กับกลุ่มลูกค้า “Young Affluent” ของทั้งสองแบรนด์ วัตถุประสงค์สำคัญของ MOU ครั้งนี้ คือ การทำกิจกรรมทางการตลาดร่วมกัน (Co – Campaign) เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของ “Young Affluent” โดย Sky Autohaus ผู้จำหน่ายรถยนต์แบรนด์ Mini Cooper ได้มอบสิทธิพิเศษ อาทิ ส่วนลดในการซื้อรถยนต์ ส่วนลดค่าอะไหล่ และอื่นๆ ให้แก่ลูกบ้านโครงการ RI-NÉ (รี-เน่) ขอนแก่น นอกจากนี้โครงการ RI-NÉ (รี-เน่) ขอนแก่น จาก CP LAND ได้มอบสิทธิพิเศษ อาทิ ส่วนลดในการซื้อคอนโด และของแถมพิเศษให้กับลูกค้าเจ้าของรถยนต์ Mini Cooper ที่ออกรถกับทาง Sky Autohaus อีกด้วย



นางกฤษณา  ยิ้มศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สกาย ออโต้เฮ้าส์ จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์แบรนด์ มินิ คูเปอร์มินิรายแรกที่ให้บริการครบวงจรอย่างเป็นทางการของจังหวัดขอนแก่น กล่าวเสริมว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งเนื่องจากเป็นครั้งแรกที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับทาง CP LAND ในการส่งต่อผลประโยชน์ สิทธิพิเศษต่างๆให้กับกลุ่มลูกค้า Mini Cooper ตนรู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ทั้งสองบริษัทจะได้ผนึกกำลังร่วมกันในการทำธุรกิจ และหากในอนาคตมีโครงการใหม่ๆ ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะได้รับการร่วมมือกันในฐานะพันธมิตรเช่นครั้งนี้


RI-NÉ (รี-เน่) สร้างขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่ม Young Affluent หรือ ผู้มีกำลังซื้อยุคใหม่อายุน้อย ที่มองหาที่อยู่อาศัยซึ่งสะท้อนถึงไลฟ์สไตล์ทันสมัย เรียบหรู และความสะดวกสบายในทุกมิติของชีวิต โครงการ RI-NÉ ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันพร้อมเน้นประสบการณ์การอยู่อาศัยที่เหนือระดับ ด้วยส่วนกลางลอยฟ้าสุดหรู ที่ครบครันไปด้วยฟังก์ชันและบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ได้แก่


- Sky Lounge พื้นที่สำหรับพักผ่อนและสังสรรค์ ชมวิวเมืองมุมสูง

- Olympic-Sized Swimming Pool สระว่ายน้ำความยาวถึง 51 เมตร เหมาะสำหรับการออกกำลังกายและพักผ่อน

- Sunket Seat ที่นั่งพักผ่อนริมน้ำ เติมเต็มความสงบในวันสบาย

- Gym และ Sauna พื้นที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์คนรักสุขภาพ

- Game Room สเปซสำหรับความสนุกและความบันเทิงที่ทันสมัย

- BBQ Yard และ Party Zone พื้นที่สังสรรค์ที่เหมาะสำหรับการใช้เวลาร่วมกับครอบครัวและแก็งค์เพื่อน

- Sunset Garden และ Sunset Lounge สวนและเลานจ์ ที่ออกแบบมาเพื่อให้คุณได้สัมผัสความงามของธรรมชาติและบรรยากาศโรแมนติกพร้อมดื่มด่ำกับบรรยากาศชมพระอาทิตย์ตกดิน 

RI-NÉ โครงการคอนโดมิเนียมระดับพรีเมียม มุ่งเน้นการสร้างสมดุลระหว่างฟังก์ชันการใช้งานและความสวยงาม สะท้อนถึงรสนิยมและตัวตนของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการที่อยู่อาศัยที่เป็นมากกว่าพื้นที่พักผ่อน ตอบโจทย์ Young Affluent ได้อย่างลงตัว 

ติดตามข้อมูลข่าวสารและสอบถามรายละเอียดของโครงการเพิ่มเติมได้ที่โทร 02-088-0999 

#CPLAND #ซีพีแลนด์ #CPLANDคุณภาพทุกชีวิต #คุณภาพเพื่อทุกชีวิต #ความสุขเดินทางได้ #สุขจริงทุกจินตนาการ #AccessibleCommunitiesforLife #คอนโดใหม่ใจกลางขอนแก่น #คอนโดขอนแก่น #คอนโดย่านกังสดาล #RI-NÉ #รีเน่ #MINIThailand #MINI #คอนโดสูงขอนแก่น #คอนโดขอนแก่น #คอนโดใหม่ขอนแก่น #คอนโดสูงระฟ้า #คอนโดมิเนียมระดับพรีเมียม

10 กันยายน 2567

VISION OF LIFE ปรัชญาการดำเนินธุรกิจของ MBK Real Estate

VISION OF LIFE ปรัชญาการดำเนินธุรกิจของ MBK Real Estate ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในเครือ MBK ผู้ดำเนินธุรกิจพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยทั้งแนวราบและแนวสูง ในกรุงเทพฯและเมืองท่องเที่ยวมากว่า 20 ปี มุ่งมั่นส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ทรงคุณค่า มีความน่าอยู่และมีคุณค่าเพิ่มขึ้นในระยะยาว ตอบโจทย์วิสัยทัศน์มองการณ์ไกลเรื่องที่อยู่อาศัยของลูกค้า 

เมื่อเร็ว ๆ นี้ MBK Real Estate เปิดบ้านเดี่ยวระดับ Ultra Luxury ต้อนรับตัวแทนจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทยกว่า 30 ท่านในงาน Agent Day โครงการ QUARITZ พระราม 9 โดยมี นายกาจพงศ์ พงศ์พนรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัท เอ็ม บี เค ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วย นายเปล่งศักดิ์ ศรีบัว กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็ม บี เค ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด และ นางณัฐกาณจน์ ภุมารินธนกาญน์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอ็ม บี เค แอสเซท โซลูชั่น จำกัด ร่วมให้ข้อมูลความโดดเด่นของโครงการ และข้อเสนอสุดพิเศษ

ควาริทซ์ (QUARITZ) เป็นโครงการบ้านหรูที่ดึงความหลงใหล (Passion) ของผู้อยู่อาศัย ที่อยากมีบ้านอยู่ใจกลางเมือง บ่งบอกความเป็นตัวตนของลูกค้าที่สะท้อนผ่านรูปแบบของสถาปัตยกรรมร่วมสมัย (Vertical Modern Architecture) ออกแบบโดย สมิทธิ์ โอบายวาทย์ สถาปนิกชื่อดังเป็นผู้ออกแบบบ้านที่มีคาแรคเตอร์แตกต่างกันถึง 3 Types ให้เป็นศูนย์กลางความสุขของสมาชิกในครอบครัว ดีไซน์มีความโดดเด่นและมีความเป็นส่วนตัวเพียง 8 หลังอยู่ในโซนเดียวกัน (Private Community) ซึ่งปัจจุบัน ว่างเพียง 1 หลังสุดท้ายของโครงการเท่านั้น

สำหรับเอกสิทธิ์สุดท้ายของโครงการ ควาริทซ์ (QUARITZ) เป็นแบบบ้าน Type B มีพื้นที่ใช้สอย 532 ตร.ม. มี 3 ชั้น พร้อมลิฟท์ส่วนตัว 4 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 2 ห้องอเนกประสงค์ และ 4 ที่จอดรถ ซึ่งมี Carport ที่จอดรถติดแอร์สำหรับรถซูเปอร์คาร์คันโปรด โดยลักษณะบ้าน Type B เป็นตัวซี (C Shape) ออกแบบภายในให้ผู้อยู่อาศัยสัมผัสความรู้สึกโปร่ง โล่ง สบาย คัดสรรวัสดุที่มีคุณภาพและราคาสูง เช่น ใช้หินจากธรรมชาติ ผนังแบบ Double Wall กระจกแบบ Insulated พร้อม Air Gap มีความหนาหลายชั้น ทำให้ตัดเสียงรบกวนจากภายนอกหรือทางด่วน ภายในบ้านเงียบสงบและมีช่องรับแสง แต่ไม่ได้ทำให้บ้านร้อนอบอ้าว ซึ่งตอบโจทย์สภาพอากาศที่มีอุณหภูมิสูงขึ้น นอกจากนี้ยังออกแบบให้เชื่อมต่อกับพื้นที่สีเขียวภายนอกอย่างลงตัวมีสวน Courtyard กลางบ้าน สามารถชมวิวธรรมชาติได้จากทุกห้องภายในบ้าน

ฟังก์ชันของบ้านยังมีความโดดเด่นของการเป็น Multi-generational Living Space ที่พร้อมเติมเต็มทุกการเติบโตของสมาชิกในครอบครัวและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เพื่อชีวิตคุณภาพของทุกวัย เช่น ชั้นล่างของบ้านสามารถตกแต่งเป็นห้องผู้สูงอายุ ชั้น 3 เหมาะสำหรับเป็นห้องของลูก ๆ เพราะมีพื้นที่ระเบียงขนาดใหญ่ (Semi-Outdoor Relaxing Area) มีช่องแสงส่องลงมา ออกแบบให้สามารถออกมารับลมชมวิวดื่มด่ำธรรมชาติและจัดกิจกรรมสังสรรค์ปาร์ตี้ หรือ เลี้ยงสุนัข ได้


โครงการ QUARITZ พระราม 9 ยังมีความโดดเด่นของทำเลที่ตั้งใจกลางเมือง เชื่อมต่อการคมนาคมอำนวยความสะดวกในการเดินทางที่สามารถเข้า-ออกได้ 4 เส้นทางจากถนนพระราม 9 ทางด่วนศรีนครินทร์ ถนนถาวรธวัช ถนนรามคําแหง 24 ใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วน สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ แอร์พอร์ตลิงค์ ถนนมอเตอร์เวย์ ใช้เวลาเพียง 10 นาทีถึงทองหล่อ และ 15 นาทีถึงเอกมัย นอกจากนี้ตัวโครงการยังรายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิต อาทิ ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 ตลาดเสรี มาร์เก็ต โรงเรียนนานาชาติเซนต์มาร์ค โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ เป็นต้น 

MBK Real Estate ขอมอบ Exclusive Privilege สำหรับเอกสิทธิ์สุดท้ายของโครงการ ควาริทซ์ (QUARITZ) พระราม 9 บ้านเดี่ยวระดับ Ultra Luxury บนทำเลศักยภาพใจกลางเมือง ในราคาสุดพิเศษ 65 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีที่ดินเปล่าแปลงสวย ติดศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 ตอบโจทย์วิสัยทัศน์แห่งความสุขและคุณค่าในการใช้ชีวิตสำหรับวันนี้และอนาคต เพื่อสมาชิกทุกคนในครอบครัว

10 สิงหาคม 2567

THANA ส่งแบรนด์ “ธนาพาร์ค พรีเว่” ต่อเนื่อง

บ้านแฝดหลังใหญ่ในอารมณ์บ้านเดี่ยว พร้อมความเป็นสังคมส่วนตัว เริ่ม 5.89 ลบ.

   THANA รับเรียลดีมานด์ย่านนครอินทร์-ปิ่นเกล้าร้อนระอุ มูลค่าที่ดินขยับสูงขึ้นทุกปี เหมาะพัฒนาที่อยู่อาศัยคุณภาพ เพียบพร้อมด้วยศักยภาพการคมนาคมรอบด้าน ส่งแบรนด์ “ธนาพาร์ค พรีเว่” ลุยต่อเนื่อง ในชื่อ “ธนาพาร์ค พรีเว่ 2 นครอินทร์-ปิ่นเกล้า” เจาะกลุ่มลูกค้าสังคมส่วนตัวสูง ที่ชอบความเป็นธรรมชาติ สงบ ร่มเย็น 

 นายสุทธิรักษ์ เสถียรภาพอยุทธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนาสิริ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (THANA) กล่าวถึงการเปิดขายโครงการธนาพาร์ค พรีเว่ 2 นครอินทร์-ปิ่นเกล้า มูลค่ากว่า 230 ล้านบาท ซึ่งจะพรีเซลภายในสิงหาคมนี้ เป็นการพัฒนาโครงการต่อเนื่อง ภายใต้แบรนด์ “ธนาพาร์ค พรีเว่” มุ่งเน้นการออกแบบสไตล์โมเดิร์นทรอปิคัลที่รายล้อมด้วยธรรมชาติสีเขียวรอบบริเวณบ้าน ภายใต้แนวคิด “ธรรมชาติที่บริสุทธิ์ กับ ชีวิตใหม่ที่เต็มไปด้วยความสงบ (Natural With New Life Of Peaceful)” ในราคาเริ่ม 5.89 ล้านบาท*

   "โครงการธนาพาร์ค พรีเว่ 2 นครอินทร์-ปิ่นเกล้า ตั้งอยู่ในศูนย์กลางธุรกิจที่สำคัญของย่านนครอินทร์-ปิ่นเกล้า มีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมสรรพในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาล โรงเรียนชั้นนำ ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ไปจนถึงหน่วยงานที่คอยให้บริการขั้นพื้นฐานต่างๆ ทั้งยังเพียบพร้อมด้วยศักยภาพการคมนาคมรอบด้านที่เชื่อมต่อครบทุกโครงข่าย เหมาะสำหรับการพัฒนาที่อยู่อาศัยคุณภาพ โดยความได้เปรียบของที่นี่ คือ มีบ้านจำนวน 34 หลังเท่านั้น ทำให้การอยู่อาศัยไม่หนาแน่น สอดรับกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายวัย 28-40 ปี ที่เน้นความเป็นสังคมส่วนตัว อยู่ในวัยทำงานที่ใช้ชีวิตอิสระ รวมถึงกลุ่มคนโสด หรือแต่งงานแล้วแต่ยังไม่มีลูกที่ต้องการความสงบ หรือกลุ่มทำงานที่บ้าน (Work from home) กับไลฟ์สไตล์ที่ใช้ชีวิตในบ้านเป็นหลัก” 

“ธนาพาร์ค พรีเว่ 2 นครอินทร์-ปิ่นเกล้า” พรีเซลภายในสิงหาคมนี้ ในราคาเริ่มเพียง 5.89 ล้านบาท* พร้อมได้เลือกแปลงสวยโซนหน้าโครงการพร้อมอยู่ก่อนใคร โดยตลอดเดือนสิงหาคมนี้ เพียงจอง และโอนกรรมสิทธิ์ รับฟรีเครื่องปรับอากาศทั้งหลัง ตลอดจนฟรีทุกค่าใช้จ่ายวันโอนกรรมสิทธิ์ พร้อมสวนสวยรอบบริเวณบ้าน สอดรับกับไลฟ์สไตล์ความเป็นส่วนตัวที่ผสมผสานความเป็นธรรมชาติในการอยู่อาศัย ภายใต้ร่มเงาต้นไม้ขนาดใหญ่ที่มีทุกบ้าน ซึ่งการปลูกต้นไม้ ช่วยให้ลดอุณหภูมิลงได้ถึง 3-5 องศาเซลเซียส ทำให้อากาศสดชื่น ร่มเย็น และเพิ่มความสุขให้กับผู้อยู่อาศัยได้ในทุกครอบครัว

โดยที่นี่มีบ้านเพียง 34 หลัง ตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 6 ไร่ ประกอบด้วยบ้านขนาดใหญ่ บนที่ดิน 55-80 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 185-233 ตร.ม. จำนวน 6 หลัง และบ้านขนาดกลาง บนที่ดิน 35-49 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 155 ตร.ม. จำนวน 28 หลัง กับการออกแบบสไตล์โมเดิร์นทรอปิคัล เน้นความโปร่งโล่งสบาย ผสมผสาน Modern กับเส้นสายที่เรียบง่ายมาตกแต่ง ส่วนทรอปิคัลเป็นการออกแบบที่เน้นการเลือกใช้วัสดุที่มีความเป็นธรรมชาติ และโทนสีอบอุ่น เพื่อช่วยสร้างบรรยากาศความเป็นส่วนตัว และให้ความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ

ขณะเดียวกัน เพิ่มความสะดวกสบายด้วย Home Automation ระบบรักษาความปลอดภัยที่นำเทคโนโลยีที่มีความทันสมัยมาใช้ภายในบ้าน และโครงการ โดยคำนึงถึงการใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัยอยู่อย่างสบายใจ เพิ่มคุณค่าให้กับโครงการตั้งแต่บริเวณทางเข้า-ออก ตลอดจนดูแลใส่ใจรายละเอียดการใช้ชีวิตภายในบ้านของคนทุกวัย ภายใต้แนวคิด ธนาสิริ ... เราดูแล

23 พฤษภาคม 2567

ก้าวสู่ปีที่ 9 “รีโว กรุ๊ป” กับการเติบโตอย่างต่อเนื่อง มั่นคง เพื่อความสุขที่ยั่งยืน

ปีนี้เปิดเพิ่มอีก 2 โครงการ ย่านเพชรเกษม และพระราม 2 รวมมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท

รีโว กรุ๊ป  อสังหาฯ เล็กพริกขี้หนู ก้าวสู่ปีที่ 9 เติบโตอย่างต่อเนื่อง กับการพัฒนา 9 โครงการที่เน้นการสร้างที่อยู่อาศัยเพื่อสร้างสังคมที่มีคุณภาพ มีความเป็นส่วนตัว สงบ ปลอดภัย ที่มาพร้อมการบริหารจัดการดูแลอย่างใกล้ชิด เผยแผนปี 67 ขยายโซน เปิดทำเลใหม่ เปิดเพิ่มอีก 2 โครงการในย่านเพชรเกษม และพระราม 2 รวมมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท 


นางสาวสุทธิสินี อยู่สวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการ รีโว กรุ๊ป กล่าวว่า บริษัท รีโว ก่อตั้งเมื่อปี 2557 โดยกลุ่มผู้บริหารที่มีประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญด้านพัฒนาบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับแนวหน้าของประเทศ หลังจากบ่มเพาะประสบการณ์การพัฒนาที่อยู่อาศัยทั้งแนวราบ และแนวสูงทุกรูปแบบมามากกว่า 20 ปี จากนั้นจึงนำความรู้ความสามารถออกมาพัฒนาโครงการที่พักอาศัยเป็นของตัวเอง โดยบริษัทในเครือ มีทุนจดทะเบียนร่วมกันกว่า  338  ล้านบาท ประกอบด้วย 

1. บริษัท รีโว เอสเตท จำกัด 

2. บริษัท รีโว ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (ร่วมทุนระหว่างบริษัท รีโว เอสเตท จำกัด , บมจ.พรีบิลท์  (PREB) และบริษัท เค.อาร์.ซี เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด)

3. บริษัท รีโว พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด 

4. บริษัท รีโว ซีอาร์ส โฮม จำกัด (ร่วมทุนระหว่างบริษัท รีโว เอสเตท และ บริษัท ซีอาร์ส โฮม จำกัด (ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำในประเทศญี่ปุ่น) )

สำหรับการพัฒนาสินค้าของ รีโว กรุ๊ป ภายใต้ 3 แบรนด์หลัก เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า 3 กลุ่ม คือ 

แบรนด์ เรซิโอ โฮม (RESEO HOME) ตอบโจทย์สำหรับลูกค้าเพิ่งเริ่มทำงาน เริ่มสร้างฐานะ เป็นทาวน์โฮม 2 ชั้น และชั้นลอย  ราคาเริ่มต้น  2 – 3.9 ล้านบาท   

แบรนด์ ไอเจ้นท์ (EIGEN PREMIUM TOWNHOME) สำหรับกลุ่มลูกค้าวัยทำงาน เริ่มเป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัว เป็นทาวน์โฮม 3 ชั้น และชั้นลอย  ราคาเริ่มต้น  4 – 6 ล้านบาท 

แบรนด์ อาร์โค่ (ARCO HOME OFFICE ) สำหรับกลุ่มเจ้าของธุรกิจ  ธุรกิจSME  ทำธุรกิจเป็นของตัวเองและใช้เวลากับครอบครัวไปพร้อมๆกัน  ฟังก์ชั่นตอบโจทย์เป็นออฟฟิศและพักอาศัยที่ผสมผสานได้อย่างลงตัว เป็นโฮมออฟฟิศ 4 ชั้น ราคาเริ่มต้น  10 - 30 ล้านบาท


โดยโครงการของ รีโว กรุ๊ป  ที่พัฒนาทั้งสิ้นรวมมูลค่ากว่า 3,620 ล้านบาท ได้แก่ 

โครงการเดอะ รีโว ลาดพร้าว48 โครงการคอนโดมิเนียมที่ถือเป็นโครงการแรกของทางบริษัทฯที่ประสบความสำเร็จได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นจำนวนมาก 

โครงการ ARCO (Home.Office.Life) เอกมัย-รามอินทรา เป็นโฮมออฟฟิศดีไซน์ หรูหรา ทันสมัย ความสมดุลระหว่างชีวิต การทำงานและครอบครัวในแบบ Modern Luxury

โครงการ เรซิโอ โฮม (วงแหวน-รามอินทรา) , โครงการ เรซิโอ โฮม (รามอินทรา–จตุโชติ) , โครงการ เรซิโอ โฮม (เวสต์เกต) และ โครงการใหม่ เรซิโอ โฮม (เพชรเกษม) ทาวน์โฮมที่ผสานแนวคิดและนวัตกรรมการใช้ชีวิตแบบญี่ปุ่น “ FUSION JAPANESE URBAN ”

โครงการ ไอเจ้นท์ พรีเมียม ทาวน์โฮม (พัฒนาการ) , โครงการ EIGEN  พรีเมียม ทาวน์โฮม (พระราม 9) และโครงการใหม่ ไอเจ้นท์ พรีเมียม ทาวน์โฮม (พระราม2)  ทาวน์โฮมสมาร์ตฟังก์ชั่น ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์เพี่อความสุขของสมาชิกในครอบครัว Integrated Function Friendly 




โดยการพัฒนาโครงการทั้งหมด ทีมงานได้มีการศึกษาถึง Consumer Insight และความต้องการที่อยู่อาศัยที่แท้จริงของผู้บริโภค มาใช้ในการออกแบบ และพัฒนาโครงการเพื่อให้ตอบโจทย์และตรงใจผู้บริโภคมากที่สุด รวมถึงยังได้พันธมิตรทางธุรกิจที่เชี่ยวชาญเรื่องการก่อสร้าง ออกแบบ งานเฟอร์นิเจอร์ (Built – In)บริหารงานก่อสร้าง และควบคุมคุณภาพงานก่อสร้างที่มืออาชีพในแต่ละสาขา มาร่วมกันพัฒนาเพื่อให้มั่นใจว่า จะได้โครงการที่มีคุณภาพ สมกับระดับราคา และความตั้งใจจริงของทีมบริหาร 

“ก้าวเข้าสู่ปีที่ 9  รีโว กรุ๊ป เราเติบโตอย่างต่อเนื่องและมั่นคง  ทุกโครงการได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าเสมอมา เพราะเราใส่ใจ ออกแบบและพัฒนาที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตจริงและลงตัวสำหรับทุกครอบครัวในแต่ละโครงการ  เน้นการสร้างที่อยู่อาศัยเพื่อสร้างสังคมที่มีคุณภาพ มีความเป็นส่วนตัว สงบ ปลอดภัย ที่มาพร้อมการบริหารจัดการดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างสังคมที่อบอุ่น ทุกโครงการเรามุ่งเน้นตอบโจทย์ในสิ่งที่ลูกค้าต้องการ เราดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด ใส่ใจในทุกคำแนะนำและพร้อมรับฟังว่าลูกค้าต้องการอะไร จากนั้นเรานำมาต่อยอดในการออกแบบ และพัฒนาเพื่อเป็นบ้านที่มีฟังก์ชั่นครบครัน ตอบโจทย์การใช้ชีวิต คุ้มค่า ในราคาที่ลูกค้าสามารถจ่ายได้ เราพิถีพิถันในทุกรายละเอียดและให้ความสำคัญกับการส่งมอบบ้านที่ดีให้กับลูกค้า และพร้อมเป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำเรื่องสินเชื่อ เพื่อทำให้การมีบ้านของลูกค้าเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น 

รีโว กรุ๊ป ให้ความสำคัญกับการออกแบบบ้าน นอกจากรูปแบบบ้านและฟังก์ชั่นการใช้งานภายในบ้านแล้ว ยังให้ความสำคัญในการเลือกใช้วัสดุทั้งภายนอกและภายใน เพราะทุกนวัตกรรมที่ใช้นั้น เป็นผลผลิตจากการตกผลึก ค้นคว้า ศึกษาพฤติกรรมของผู้อยู่อาศัย รวมถึงปัจจัยแวดล้อมรอบด้านที่เกิดขึ้น ทั้งภายในและภายนอก ทั้งด้านกายภาพและด้านความรู้สึก รวมถึงด้านสิ่งแวดล้อม จนเกิดเป็นที่มาแนวคิด New Normal Innovatech นวัตกรรมสำหรับเทรนด์การใช้ชีวิตเมืองยุคใหม่โดยเฉพาะ ที่ รีโว กรุ๊ป ประสบความสำเร็จ คือ การออกแบบพื้นที่ใช้สอยและฟังก์ชั่นต่างๆได้อย่างลงตัว ความใส่ใจ ก่อนที่จะส่งมอบบ้าน  เพื่อส่งมอบบ้านที่มีคุณภาพให้ลูกค้า รวมถึงการบริการหลังการขาย ที่เราพร้อมดูแลอย่างเต็มที่

“สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2567 รีโว กรุ๊ป วางแผนเปิดโครงการเพิ่มอีก 2 โครงการ คือ ย่านถนนเพชรเกษม และย่านถนนพระราม 2  ซึ่งในการออกแบบทั้ง 2 โครงการนี้ รีโว กรุ๊ป ได้นำทั้งศาสตร์และศิลป์ นวัตกรรมบ้านใหม่ ๆ รวมถึงศาสตร์แห่งฮวงจุ้ย  มีการวางแผนผังทางเข้าโครงการเป็นทิศที่ส่งเสริมพลังความเจริญรุ่งเรืองความมั่นคงและโชคลาภทรัพย์สินเงินทอง เพื่อก้าวเข้าสู่ยุค 9 เข้ามาใช้ผสมผสาน เพื่อเป้าหมายในการส่งมอบความสุข และมีคุณภาพชีวิตที่ดีให้ลูกค้าของเรา  ซึ่งอยู่ระหว่างการเตรียมการเพื่อเปิดตัวในเร็วๆ นี้”  กรรมการผู้จัดการ กล่าวปิดท้าย