วันพฤหัสบดีที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2562

w e l c o m e • t o • c o l l e c t o r s • c a f e

โฮมเมดคาเฟ่ ที่เช็คอินของฮิปสเตอร์


Collectors'Café  คาเฟ่ที่ผสมผสานกับไลฟ์สไตล์ของเล่นของสะสม มาย้อนวัยไปกับของเล่นคิ้วท์ๆ ร้านสุดน่ารักในย่านแจ้งวัฒนะ ข้างในร้านจะพบกับของเล่นชิ้นน้อยใหญ่มากมาย พร้อมสัมผัสกับความน่ารักของบอสของร้านตัวจริง อย่างเจ้าโพรฟิท สุนัขพันธุ์เฟรนช์บลูด็อก ที่จะคอยอยู่ต้อนรับลูกค้าที่ผ่านไปผ่านมาในทุกวัน  ส่วนเมนูต่างๆของร้าน พัฒนามาจากร้านไอศกรีมคัฟ แอนด์ โคน ซึ่งยังคงเน้นเมนูโฮมเมดคุณภาพ ไม่ว่าจะของคาว ของหวาน และเครื่องดื่ม ที่ให้เราฟินไปกับท่ามกลางบรรยากาศร้านสุดร่มรื่นสุดแนว ที่ตรงเอาท์ดอร์โดดเด่นด้วยกำแพงเพนท์ลายตัวการ์ตูนน่ารักๆ ตัดกับสีเขียวสดใสของสนามหญ้า



เริ่มต้นเบาๆ กับร้าน  คอลเลคเตอร์ คาเฟ่ อาจไม่ใช่คำตอบอันดับต้นๆ ที่ทุกคนนึกถึง เพราะที่นี่ไม่ได้อยู่ในย่าน... ที่อยู่กลางสวยสวยมีมุมเก๋ๆ หลากหลาย รอบล้อมด้วยหน้าต่างกระจกบานใหญ่ เอาใจสายสะสมงาน Art Toy ตุ๊กตาและของเล่นสุดชิคที่มีคาแรคเตอร์เท่ๆ หากต้องการตุ๊กตาตัวไหนลองพูดคุยขอคำปรึกษากับทางร้านได้เลย

สำหรับคนที่ชอบกินอาหารพร้อมสัมผัสบรรยากาศ Collectors Cafe เป็นเสมือนบ้านแบร์บริค เป็นร้านที่เริ่มต้นมาจากความหลงใหลตุ๊กกตา ดีไซน์ที่มีขนาดเล็กเท่ากันก็จะตั้งโชว์อยู่ในชั้นวางโดยแบ่งเป็นช่องไว้เพื่อให้ง่ายต่อการชื่นชม ภายในร้านมีการจัดวางตุ๊กตาใส่ในตู้กระจกใสที่แบ่งเป็นช่องๆ เพื่อให้มองเห็นรายละเอียดของผลงานศิลปินได้เป็นอย่างดี จนกลายมาเป็นไอเดียในการสร้างสรรค์ เมนูเครื่องดื่ม ขนมหวาน ไฮศครีมโฮมเมด และอาหารคาวที่มีรสชาติเฉพาะตัว อีกทั้งยังดีต่อสุขภาพ เพื่อใช้เสิร์ฟในรูปแบบของคาเฟ่ที่มีเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย


เริ่มต้นเบาๆ กับร้าน  คอลเลคเตอร์ คาเฟ่ อาจไม่ใช่คำตอบอันดับต้นๆ ที่ทุกคนนึกถึง เพราะที่นี่ไม่ได้อยู่ในย่านแจ้งวัฒนะ บรรยากาศด้านนอกกลางสวยสวย มีมุมเก๋ๆ หลากหลาย รอบล้อมด้วยหน้าต่างกระจกบานใหญ่ เอาใจสายสะสมงาน Art Toy ตุ๊กตาและของเล่นสุดชิคที่มีคาแรคเตอร์เท่ๆ หากต้องการตุ๊กตาตัวไหนลองพูดคุยขอคำปรึกษากับทางร้านได้เลย

สำหรับคนที่ชอบกินอาหารพร้อมสัมผัสบรรยากาศ Collectors Cafe ที่เป็นเสมือนบ้านแบร์บริค เป็นร้านที่เริ่มต้นมาจากความหลงใหลตุ๊กกตา ดีไซน์ที่มีขนาดเล็กเท่ากันก็จะตั้งโชว์อยู่ในชั้นวางโดยแบ่งเป็นช่องไว้เพื่อให้ง่ายต่อการชื่นชม ภายในร้านมีการจัดวางตุ๊กตาใส่ในตู้กระจกใสที่แบ่งเป็นช่องๆ เพื่อให้มองเห็นรายละเอียดของผลงานศิลปินได้เป็นอย่างดี จนกลายมาเป็นไอเดียในการสร้างสรรค์ เมนูเครื่องดื่ม ขนมหวาน ไฮศครีมโฮมเมด และอาหารคาวที่มีรสชาติเฉพาะตัว อีกทั้งยังดีต่อสุขภาพ เพื่อใช้เสิร์ฟ
ในรูปแบบของคาเฟ่ที่มีเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย


ส่วนภายในร้านดูเรียบแต่มีสไตล์ด้วยการตกแต่งCollector's Cafe คาเฟ่กึ่งร้านขายของเล่นในย่านถนนแจ้งวัฒนะ ความเก๋ของคาเฟ่แห่งนี้ นับตั้งแต่เดินเข้ามาภายในร้าน ที่เด่นชัดที่สุด  คือการคุมธีมของการตกแต่ง โดยเน้นสร้างบรรยากาศให้ดูอบอุ่น สำหรับเมนูของ Collector Cafe’ จะเน้นไปทางขนมหวาน เครื่องดื่ม และอาหารคาวเบาๆ ยิ่งถ้าเป็นสายเฮ้ลท์ตี้ด้วยแล้ว ต้องติดใจกับร้านนี้แน่นอน เพราะรสชาติองอาหารจะไม่จัดจ้าน ใครที่ควบคุมน้ำหนักอยู่ แต่อยากกินของอร่อยๆ รับรองว่าหายห่วง





พลอย (วริษฐา ตันวิไล ) เจ้าของและผู้บริหาร c o l l e c t o r s • c a f e ก่อนเปิดร้านนี้ทำงานออฟฟิศ
คือ ตั้งใจเริ่มต้นทำธุรกิจร้านกาแฟของตัวเอง โดยเริ่มต้นมีหุ้นส่วนสอง สามคนกับเพื่อนรัก เพื่อนทั้งคู่ทำงานออฟฟิศมาก่อน และอยากมีธุรกิจของตัวเอง เราเริ่มต้นจากความคิดอยากได้ร้านแบบสนุกๆ สวยๆ นั่งสบายๆ  และไปเรียนทำไอศกรีม เป็นที่มาของร้านจึงทำไอศกรีมเองทั้งหมด  ร้านนี้ไม่ใช่ร้านแรก ที่ร้านเเก่าเน้นขายไอศครีมโฮมเมด จนในปัจจุบันปรับเปลี่ยนจากร้านเดิม ร้านเดิมเป็นร้านที่เช่า และพลอยคิดว่า อยากทำร้านใกล้ๆ บ้าน  ปกติทำงานในเมืองเราก็รู้สึกว่าไม่เวิร์คไลฟ์บลานซ์ พอออกมาทำธุรกิจเอง จึงคิดว่าอยากจะอยู่ใกล้ที่บ้านที่สุด  ร้านเก่าพลอยตกแต่งเป็นสวนสวย สไตล์อังกฤษ แต่เราคิดว่ายังไม่ใช่ตัวตนของเราขนาดนั้น เหมือนกับเป็นสไตล์ผู้หญิง เมื่อมาทำร้านนี้จึงนำความชอบส่วนตัวมากๆ และพลอยเองเป็นคนที่ชอบของสะสมจริงๆ โดยของสะสมแต่ละชิ้นมีมูลค่า ทางใจ  เหมือนกับว่า บางตัวเราซื้อมาสองถึงสามพันในตอนแรก ผ่านมา 2-3 ปี มูลค่าเพิ่มขึ้น รวมทั้งของสะสมบางชิ้นส่วนหนึ่ง มีจำหน่ายด้วย พอมีของเล่นของสะสมเยอะเลย  พลอยตั้งใจอยากตกแต่งร้านให้เป็นไลฟ์สไตล์ จึงเป็นที่มาของคอนเซ็ปต์ของร้าน Collectors Cafe


Collector Café  มาจากคำว่า คาเฟ่ของนักสะสม เพราะมาจากความรักของตกแต่ง ไม่ได้จำเป็นว่าจะต้องเป็นแค่ของเล่น เคยมีมาจัดมีตติ้ง สะสมภาพวาดก็มาที่ร้าน จริงๆ แล้วไม่ได้ซีเรียส ว่ากลุ่มเป้าหมายต้องเป็นใคร เพราะที่ร้าน setting เป็นแบบบุคคลทั่วไปมาเดทได้ Family พาเด็กมาก็มีเยอะ เพราะเรามีของเล่นกล่องเซอร์ไพรส์ ที่เด็กๆ ชอบ ก็มีขายด้านอาหาร  จากตอนแรกที่ขายกาแฟและของหวานอย่างเดียว ที่ร้านใช้น้ำส้มแท้ 100% ให้ความสดชื่น ที่สำคัญยัง low calories และ ดีต่อสุขภาพ ซึ่งเราพยายามทำเองทุกอย่าง ตั้งแต่ไอศกรีม แป้งแพนเค้ก แป้งวาฟเฟิล แต่ตอนหลังลูกค้าเริ่มคอมเม้นท์ว่า ขับรถมาอยากจะจบที่เดียว คือ ให้ทานให้ครบเลยตั้งแต่ ของคาว ของหวาน กาแฟ ให้จบแบบ One Stop Service เราจึงเริ่มดูสูตรอาหาร พอดีมีเพื่อนที่ทำกระดูกหมูทำส่งร้านอาหารอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นกระเพราจะทำสดใหม่ทุกจาน สูตรจะคิดกันเอง ทำตั้งแต่น้ำซอสเองเลย


มาถึงเมนูสำคัญของ c o l l e c t o r s • c a f e 
ตอนนี้กำลังเพิ่มเมนูอาทิตย์ละหนึ่งเมนู แต่เวลาทำเมนูเพิ่มต้องทำหลายอย่าง จึงต้องค่อยๆ ทำ
กะเพรา ไม่ใช่ข้าวขาวแต่ผัดกับซอสและใบกะเพราะไปเลย และเนื้อแยกมามีน้ำพริกกากหมู มีข้าวโพดผัดเนย แต่ครัวด้านหลังไม่ใช่สร้างขึ้นมาเพื่อครัวร้อน เป็นครัวขนมหวานจึงต้องปรับเปลี่ยนกันไป เช่น
ไข่ดาวกรอบ ที่ออกมาเป็นแบบอเมริกันเบรกฟาสต์

เมื่อเข้ามาเมนูแนะนำคือ ข้าวกระเพรามีทั้งเนื้อหรือหมู หมูเราใช้เบทาโกรอย่างดี ข้าวหมูย่างกิมจิ และข้าวหมูก้อนทอด เพิ่งเพิ่มมา และข้าวซี่โครงหมูขลุกขลิก เครื่องดื่มจะมี 7 Heaven ซึ่งที่ร้านคิดสูตรเองเป็นโกโก้ มิ้นต์ หรือถ้าไม่ชอบทานเป็นนมก็มี Summer Paradise lส่วนผสมจะมีชา พีซ สตอรเบอรี่ใส่มะนาวนิดๆ ทำให้สดชื่นของหวาน แป้งแพนเค้ก วาฟเฟิล ไอศกรีม ก็ทำเอง เพราะฉะนั้นของหวานก็จะเป็นไอศกรีมชานมไข่มุก ที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ เป็นไอศกรีมเป็นรสชานม วาฟเฟิลขายดีจะเป็นสตรอเบอร์รี่ กล้วย แพนเค้ก กับวานิลลาชีส แพนเค้ก ไอศกรีมเดี่ยวมีหลายรส สลับทำกัน แต่ยืนพื้นจะมีวานิลลา ช็อคโกแลต ฮอกไกโดมิลค์ หรือถ้าชอบแบบสดชื่นเปรี้ยวนิดๆ แนะนำ  Blue Sky Lemon รสชาดออกเปรี้ยวเป็นเหมือนน้ำบลูโซดาแต่ทำเป็นไอศครีมแทนยาคูลท์ ปีโป้ แล้วแต่วัตถุดิบ อย่างยาคูลท์ก็ต้องรอสาวยาคูลท์มา ซึ่งแล้วแต่วัตถุดิบที่มี เสาร์อาทิตย์จะมีเยลลี่กาแฟเพิ่มขึ้นมา  ตอนนี้ยอดขายก็ดีขึ้น โดยเฉพาะเมนูข้าว มีบริการเดลิเวอรี่

Collectors Cafe ร้านคาเฟ่เล็กๆ มานั่งหรือสั่งกลับไปทานที่บ้าน  ได้ดูของเล่นสะสมน่ารักๆ มีทั้งของคาว  มาชม มาชิม สักครั้ง ไม่ผิดหวังอย่างแน่นอนคะ



Collector’s Cafe
ภายในหมู่บ้านสหกรณ์การบินไทย แจ้งวัฒนะ
https://goo.gl/maps/xCk7NJEaMj82
เปิดทุกวัน 10.00 – 19.00 น. (หยุดวันพุธ)
โทร : 090-6494564 / 092-9495114
FB: Collectors' Cafe
32/24 ซอย หมู่บ้านสหกรณ์การบินไทย, กรุงเทพมหานคร 11120

#collectorscafe #คาเฟ่น่ารัก #คาเฟ่ของเล่น #cute

Viu และ Wattpad ผนึกกำลังด้านคอนเทนต์

PCCW (SEHK:0008) – กรุงเทพฯ 29 สิงหาคม 2562 – วันนี้ Wattpad ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกที่ผู้
เผยแพร่นิยายออนไลน์ผ่านมัลติแพลตฟอร์มและ Viu ผู้ให้บริการ OTT ยักษ์ใหญ่ระดับภูมิภาคจากกลุ่ม
บริษัทพีซีซีดับเบิลยู มีเดีย ได้ประกาศร่วมมือกันในการพัฒนาซีรีส์ Viu Original และภาพยนตร์จากเรื่อง
ราว
ที่เขียนอยู่บน Wattpad
Viu ผู้ให้บริการคอนเทนต์เอเชียสุดพรีเมียม มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์คอนเทนต์ผ่าน Viu Original ที่กำลังเติบโต ด้วยความร่วมมือนี้ Viu จะทำงานร่วมกับ Wattpad เพื่อพัฒนารายการสำหรับวัยรุ่นในประเทศที่มีบริการ Viu โดยจะใช้เทคโนโลยี Story DNA Machine Learning ของ Wattpad ในการเสาะหานิยายออนไลน์ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่ผู้อ่านและนำมาเข้าสู่กระบวนการพัฒนาต่อไป
Wattpad โด่งดังในแง่ของการเป็นแหล่งรวบรวมนิยายออนไลน์จำนวนมากและมีความหลากหลายซึ่งโดนใจผู้อ่านทั่วทุกหนทุกแห่ง Wattpad กลายเป็นพื้นที่สำหรับบริษัทด้านความบันเทิงระดับโลกเข้ามาค้นหาแรงบันดาลใจเพื่อมาสร้างเป็นภาพยนตร์ ละคร หรือซีรีส์ยอดฮิตสำหรับผู้ชมวัยหนุ่มสาว เรื่อง After ของ Anna Todd ซึ่งเป็นเรื่องราวที่มีกลิ่นอายระดับสากลได้ตรึงใจผู้อ่านกว่าพันล้านครั้งบน Wattpad และกลายมาเป็นหนังสือขายดีรวมถึงภาพยนตร์สุดฮิต ภาพยนตร์ After เปิดตัวเป็นอันดับหนึ่งใน 17 ประเทศ อีกทั้งยังเป็นภาพยนตร์อิสระที่ทำรายได้สูงสุดในปี 2019 และได้รับรางวัล Teen Choice Awards ถึงสามรางวัลอีกด้วย

Viu ให้บริการแก่ผู้ชมใน 17 ประเทศทั่วโลก ทั้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตะวันออกกลาง อินเดีย และแอฟริกาใต้ โดยผู้ชม Viu จะใช้เวลาบนแพลตฟอร์ม 1.2 ถึง 1.8 ชั่วโมงต่อวันโดยเฉลี่ย ในขณะเดียวกัน Wattpadมีผู้ใช้งานกว่า 80 ล้านคนทั่วโลก โดยมีผู้ใช้งานมากกว่า 22 ล้านคนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ใช้เวลากว่าพันล้านนาทีบนแพลตฟอร์มทุกเดือน ร้อยละเก้าสิบของผู้ใช้งาน Wattpad นั้นเป็นคนรุ่นใหม่อย่างเจเนอเรชัน ซี (Gen Z) หรือมิลเลนเนียล
คุณเฮเลน ซาว รองประธานอาวุโส สายงานดิจิทัลมีเดีย กลุ่มบริษัทพีซีซีดับเบิลยู มีเดีย กล่าวว่า “วัยรุ่นหลายล้านคนทั่วโลกใช้เวลาหลายพันล้านนาทีในการอ่านและเขียนเรื่องราวทุกประเภทที่สามารถจินตนาการได้บน Wattpad เราจะเดินหน้าลงทุนในคอนเทนต์แบบฉบับของเราเองเพื่อพัฒนาระบบนิเวศทางธุรกิจที่ยั่งยืนร่วมกับผู้สร้างสรรค์เนื้อหาในแต่ละประเทศ และให้พวกเข้าได้มีแพลตฟอร์มในการเผยแพร่เนื้อหาเหล่านั้นWattpad เข้าใจพฤติกกรรมของเหล่าวัยรุ่นเป็นอย่างดี ดังนั้นจากการร่วมมือครั้งนี้ เราจะทำให้คนรุ่นใหม่สามารถเชื่อมต่อกับผู้ชมทั่วโลกผ่านแพลตฟอร์ม Viu ซึ่งผู้ชมมีส่วนร่วมสูงได้”
คุณอารี คาเดอร์-คู กรรมการผู้จัดการประจำประเทศฟิลิปปินส์ของ Viu กล่าวว่า “Gen Z และ Millennial นั้นเป็นผู้บริโภคที่ชื่นชอบในการอ่านเนื้อหาบนแพลตฟอร์มออนไลน์เป็นอย่างมาก เราทราบดีว่าผู้ชม Viu ที่เป็นวัยรุ่นนั้นไม่ได้ฟังแต่เพลงป๊อปและดูละครวัยรุ่นเท่านั้น แต่พวกเขายังสร้างสรรค์และอ่านเรื่องราวของนักเขียนวัยรุ่นคนอื่น ๆ บน Wattpad อีกด้วย ดังนั้น เราจึงร่วมมือกับ Wattpad ในการเปลี่ยนเรื่องราวเหล่านั้นที่พวกเขาหลงรักให้กลายเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งไม่เพียงแต่เข้าถึงผู้ชมที่รับชมเนื้อหาวิดีโอเป็นหลักเท่านั้น แต่ยังเป็นการป่าวประกาศเนื้อหาที่วัยรุ่นเหล่านี้ได้สร้างสรรค์ขึ้นมาให้ผู้คนรับรู้อีกด้วย”
คุณอัลเลน เลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งร่วมของ Wattpad กล่าวว่า “Viu เป็นผู้นำในการนำความบันเทิงที่มีความหลากหลายและคุณภาพสูงมาสู่หน้าจอของผู้ชมไปพร้อม ๆ กับการสร้างสรรค์โมเดลใหม่ ๆ เพื่อให้ผู้ชมได้สัมผัสถึงการเล่าเรื่องที่ยอดเยี่ยม Viu รู้ว่าผู้คนชอบดูอะไร และวิธีต่าง ๆ ที่ทำให้ Viu ไม่หยุดพัฒนาก็เป็นสิ่งที่ทำให้ Viu เป็นพันธมิตรในอุดมคติสำหรับเรา เราตื่นเต้นมากที่จะได้ทำงานร่วมกับ Viu ในการนำนิยายออนไลน์บน Wattpad มาสู่หน้าจอทั่วโลก”
คุณเดกซ์เตอร์ ออง หัวหน้าประจำภูมิภาคเอเชียของ Wattpad Studios กล่าวว่า “สิ่งที่เราจะสื่อถึงอุตสาหกรรมความบันเทิงทั่วโลกนั้นเรียบง่าย นั่นคือ ‘การเล่าเรื่องที่ดีนั้นขยายขอบเขตทั้งด้านภาษา และประเภทของคอนเทนต์’ Viu เล็งเห็นถึงโอกาสที่ยิ่งใหญ่ที่จะก้าวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเทรนด์ระดับโลกในการบอกเล่าเรื่องราว และการทำให้นิยายเหล่านั้นมีชีวิตขึ้นมาในรูปแบบใหม่”
Viu ขยายการให้บริการเนื้อหาแบบออริจินัลในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งของความสำเร็จของ Viu ได้แก่ The Bridge ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ระดับโลกที่สามารถรับชมได้บนช่องและบริการต่าง ๆ ของ HBO Asiaทั่วโลก รวมถึงรูปแบบรายการใหม่ระดับภูมิภาคอย่าง No Sleep, No FOMO ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมากจนได้ร่วมมือกับช่อง Discovery ในการขยายฐานกลุ่มผู้ชม

วันพุธที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2562

“แม็งโกทรี” เร่งเครื่องขยายธุรกิจ แตกไลน์บริการอาหารจานด่วน ตั้งเป้า 100 สาขาทั่วโลกในปี 2568

“แม็งโกทรี” (Mango Tree) ร้านอาหารในเครือบริษัท โคคา โฮลดิ้ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด 
(Coca Holding International Co., Ltd.) 

ผู้ประกอบการร้านอาหารไทยชั้นนำของไทย เผยแผนการขยายธุรกิจ เตรียมเปิดร้านอาหารไทยใหม่กว่า 50
แห่งในหลากหลายทำเลทั่วโลก 
หลังจากที่ได้เฉลิมฉลองเปิดตัว “แม็งโกทรี บิสโทร ฮากาตะ”
(Mango Tree Bistro Hakata) ในเมืองฟูกุโอกะเมื่อไม่นานนี้ ซึ่งเป็นร้านแมงโก้ทรีคอนเซปบิสโทรสาขาแรกในญี่ปุ่น
และเป็นร้านอาหารไทยลำดับที่ 45 ของเครือฯ  แม็งโกทรีก็มีแผนเตรียมขยายเพิ่มอีกเป็น 50 สาขาภายใน
สิ้นปี พ.ศ. 2562 นี้ และตั้งเป้าที่จะเพิ่มเป็นสองเท่าเป็น 100 สาขา ภายในปี พ.ศ. 2568

เครือแม็งโกทรี ประกอบด้วยแบรนด์ร้านอาหารที่หลากหลาย ตั้งแต่ “ภัตตาคารแม็งโกทรี” (Mango Tree restaurants)
ที่ให้บริการอาหารเต็มรูปแบบ ไปจนถึง “แม็งโกทรี คาเฟ่” (Mango Tree Cafe) และ “แม็งโกทรี บิสโทร” Mango
Tree Bistro ซึ่งเป็นบาร์และร้านอาหารไทยร่วมสมัยที่ให้บริการอาหารและเป็นแหล่งสังสรรที่มีชีวิตชีวา อย่างไรก็
ตาม การขยายตัวของเครือฯ ส่วนใหญ่จะได้รับแรงหนุนจากแบรนด์ “แม็งโกทรี คิทเช่น” (Mango Tree Kitchen)
และ “แม็งโกทรี แกร็บ แอนด์ โก” (Mango Tree Grab & Go) ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การให้บริการอาหารนอกสถานที่ในพื้น
ที่ที่มีการเดินเท้าสูง รวมถึงศูนย์กลางการขนส่ง ความหลากหลายนี้ยังช่วยให้บริษัทสามารถขยายสู่ตลาดทุกกลุ่ม
ตั้งแต่เมืองขนาดใหญ่ไปจนถึงจุดหมายปลายทางที่เกิดขึ้นใหม่ทั่วโลก



แนวคิดร้านอาหารจานด่วนเพื่อตอบโจทย์ความสะดวกสบาย มุ่งเน้นไปที่เมนูอาหารจานเดียว อาทิ ผัดกระเพรา
เนื้อสับราดข้าวและไข่ดาว, ข้าวมันไก่, ผัดไทย ฯลฯ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเมนูที่มีชื่อเสียงของประเทศไทย เหมาะ
สำหรับจำหน่ายในสนามบินและสถานีรถไฟ ร้านอาหารแบบนำกลับบ้านให้บริการอาหารไทยที่ปรุงสดใหม่พร้อม
กล่องสำหรับนักเดินทางที่สะดวกสบาย โดยสาขาที่เปิดให้บริการแล้ว ได้แก่ สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ
กรุงเทพฯ สถานีโตเกียว และอีก 5 แห่งในประเทศญี่ปุ่น

นายเทรเวอร์ แม็กเคนซี กรรมการผู้จัดการ แม็งโกทรี เวิลด์ไวด์ กล่าวว่า “แม็งโกทรีเป็นตัวแทนของอาหารไทย
ทั่วโลก ดังนั้น เราจึงมีวิสัยทัศน์ที่ดีเกี่ยวกับโอกาสในการเติบโต โดยคาดว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 40 ล้านคน
ที่จะหลั่งไหลเข้ามาประเทศไทยในปีนี้ ส่วนใหญ่จะกลับไปพร้อมความคิดถึงอาหารที่ขึ้นชื่อของประเทศไทย ซึ่งสิ่งนี้สร้างโอกาสที่ยอดเยี่ยมให้กับเรา ด้วยการนำเสนออาหารไทยต้นตำรับที่มีรสชาติเหมือนกับที่ทำในประเทศไทยให้กับพวกเขาเหล่านั้นนั่นเอง




“ปัจจุบันอาหารไทยไม่จำเป็นต้องเป็นมื้อพิเศษอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นอาหารสำหรับทุกวันที่สามารถเข้ากับชีวิตประจำวันได้ ไม่ว่าจะเป็น ความสดใหม่ ไม่หนักท้องจนเกินไป มีกลิ่นที่หอมกรุ่น และยังเป็นตัวเลือกที่ดีต่อสุขภาพมากกว่าอาหารจานด่วนแบบดั้งเดิม เหมาะสำหรับพนักงานออฟฟิศและผู้ที่มีไลฟ์สไตล์เร่งรีบ เราหวังว่า แบรนด์ร้านอาหารไทยชั้นนำของเราจะได้เสิร์ฟอาหารที่ดีให้กับทุกคนและทุกที่” นายเทรเวอร์กล่าว

จากผลสำรวจของสมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transport Association หรือ IATA)
ระบุว่า จะมีผู้โดยสารเดินทางโดยเครื่องบินในปี พ.ศ. 2578 จำนวน 8.2 พันล้านคนต่อปี หรือเพิ่มขึ้น 86% เมื่อเทียบกับปี พ.ศ. 2561โดยภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะเติบโตเร็วที่สุด การขนส่งทางรถไฟในภูมิภาคก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน โดยเฉพาะการเปิดตัวรถไฟความเร็วสูงสายใหม่ ๆ หลายประเทศในเอเชีย ดังนั้น แนวคิดของ “แม็งโกทรี คิทเช่น” และ “แม็งโกทรี แกร็บ แอนด์ โก” จะส่งมอบอาหารไทยที่แสนอร่อยและสะดวกสบายให้กับนักเดินทางทุกคนทั่วโลก ทั้งนี้ แม็งโกทรีได้รับความสนใจจากผู้เชี่ยวชาญศูนย์กลางการท่องเที่ยวระหว่างประเทศอย่าง HMSHost, Lagadere และ SSP ซึ่งดำเนินกิจการหลายสาขาในสนามบินหลัก และศูนย์กลางการท่องเที่ยวทั่วเอเชียแปซิฟิก

นอกจากนั้น “แม็งโกทรี” ยังมีแผนยกระดับบาร์และร้านอาหารไทยสุดหรู เพื่อรองรับกลุ่มไฮเอนด์ในเมืองใหญ่ ๆ ได้แก่ “แม็งโกทรี กวางโจว” (Mango Tree Guangzhou) ตั้งอยู่ในศูนย์การเงิน CTF เมืองกวางโจว ประเทศจีน (Guangzhou CTF Finance Centre) บนอาคารสูง 530 เมตร ซึ่งได้รับรางวัลมิชลินเพลท (Michelin Plate) ในปีนี้ และ “แม็งโกทรี มุมไบ” (Mango Tree Mumbai) ประเทศอินเดีย ซึ่งได้รับเลือกให้เป็น "ร้านอาหารไทยที่ดีที่สุด" ของเมืองในงาน Times Food and Nightlife 2019 โดยจีนและอินเดียยังคงเป็นตลาดเป้าหมายหลักของบริษัท เช่นเดียวกับฟิลิปปินส์และญี่ปุ่น รวมถึงได้ตั้งเป้าหมายขยายสาขาในทำเลศูนย์กลางการขนส่งที่สำคัญในภูมิภาคยุโรป และอยู่ในระหว่างเจรจาเพื่อขยายตลาดในตะวันออกกลาง ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และซาอุดิอาระเบีย

แม็งโกทรีได้รับการยอมรับจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (Department of International Trade & Promotion หรือ DIPT) ของรัฐบาลไทย ซึ่งนับเป็นการตอกย้ำมาตรฐานอาหารไทยระดับโลกของ โดยเป็นผลจากความมุ่งมั่นในการพัฒนาผลงาน พร้อมกันนั้นยังจัดให้มีทริปพ่อครัวทั่วโลกของเครือร้านอาหารแม็งโกทรีได้เดินทางมายังประเทศไทยเป็นประจำทุกปี เพื่อให้พวกเขาได้พบปะกับผู้ผลิตในท้องถิ่น และเรียนรู้แก่นแท้ของอาหารไทย โดยล่าสุดได้เดินทางไปยังจังหวัดสุราษฎร์ธานีและนครศรีธรรมราช ก่อนจะเปิดตัวเมนูใหม่ในทั่วโลกด้วยอาหารใต้ของไทย

ปัจจุบันแม็งโกทรีดำเนินงานใน 14 ประเทศ ซึ่งนับเป็นผู้ส่งออกอาหารไทยที่ใหญ่ที่สุดในโลก และด้วยแผนการขยายตัวอย่างรวดเร็วในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ จะช่วยเปิดประสบการณ์ให้แก่นักชิมทั่วโลกได้รู้จักกับความเลิศรสของอาหารไทยทั้งรสชาติและกลิ่นอันหอมกรุ่นอย่างแท้จริง

วันอังคารที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2562

แพ็กเกจ 10 ธีม เที่ยวหน้าฝน พร้อมโปรโมชั่นตั๋วเครื่องบิน, ที่พัก, รถทัวร์ ราคาพิเศษ


ททท.ร่วมกับ การบินไทย, ไทยสมายล์, นกแอร์, ไทยเวียตเจ็ทแอร์, ทราเวลไอโกและนครชัยแอร์ 
จัดแพ็กเกจ 10 ธีม เที่ยวหน้าฝน พร้อมโปรโมชั่นตั๋วเครื่องบิน, ที่พัก, รถทัวร์ ราคาพิเศษ ต้อนรับ
หน้าฝน ให้เที่ยวกระหน่ำ  ที่สำคัญให้ลุ้นรางวัล รถยนต์ Toyota  Fortuner  อีกด้วย



ผอ.อภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง กล่าวว่า สำหรับนักเดินทางที่รักฝน 
ฤดูฝน คือ ความสุข ททท. ร่วมกับพันธมิตร จัดแพ็กเกจ 10 ธีม ทริปมหัศจรรย์แห่งสายฝน 
ได้แก่
1. The Rain Adventure  ผจญฟ้า ท้าตะลุยฝน
2. Rain therapy  หมดไฟ ต้องพักแล้วไปนอนฟังฝน
3. Let the rain heal your heart  อกหักให้ฝนรักษาใจ
4. Romance in the rain    เดทหน้าฝนสุดโรมานซ์
5. Dream trip in the rain  ทริปในฝันกลางฤดูฝน
6. Hello Rainy   ครอบครัวลั้นลาเที่ยวหน้าฝน
7. Selfie in The Rain  เซลฟี่กับสายฝน
8. Solo in the rain  ฉายเดี่ยวเที่ยวกับฝน
9. ทัวร์พุงแตก  กินแหลกหน้าฝน
10. Senior Storm  รุ่นใหญ่ ไม่กลัวฝน

ทั้ง 10 Themes Trip มีการจัดแพ็กเกจตั๋วเครื่องบินและที่พักของแต่ละธีมให้คนรักฝน
เลือกมากมาย  นอกจาก นี้ยังมีข้อเสนอสุดพิเศษจาก พันธมิตรมากมาย ตัวอย่างเช่น

• ธีม Rain Therapy หมดไฟ ต้องพักแล้วไปนอนฟังฝน ทราเวลไอโก จัดแพ็กเกจ ตั๋วเครื่องบิน
พร้อมที่พักวิวท้องนา ราคาเริ่มต้นที่ 3,000 บาท และ นครชัยแอร์ ขอชวนคนทำงานที่หมดไฟ
ไปเที่ยวท้องนาหน้าฝน เดินทาง โดยรถทัวร์ ไป-กลับ พร้อมโรงแรม 2 วัน 1 คืน 
ราคาเริ่มต้นที่ 1,788 บาท


• ธีม อกหักให้ฝนรักษาใจ ทราเวลไอโก จัดแพ็กเกจตั๋วเครื่องบินพร้อมที่พัก ให้คุณหนีไปอยู่เงียบๆ
นอนฟังเสียงฝนให้หายเศร้า ราคาเริ่มต้นที่ 3,050 บาท 



• ธีม Solo in The rain ฉายเดี่ยวเที่ยวกับฝน แพ็กเกจตั๋วเครื่องบินไทยเวียตเจ็ทแอร์พร้อมที่พัก 
ราคาเริ่มต้นที่ 2,886 บาท


• ธีม Dream trip in the rain ทริปในฝันกลางฤดูฝน รอยัล ออร์คิด ฮอลิเดย์ แพ็กเกจตั๋ว
และที่พัก 2 วัน 1 คืน ราคาเริ่มต้นที่ 2,600 บาท


• ธีม Senior Storm รุ่นใหญ่ ไม่กลัวฝน การบินไทยและไทยสมายล์ จัดแพ็กเกจตั๋วเครื่องบิน
พร้อมที่พัก เชียงใหม่ 2 วัน 1 คืน 4,733 บาท และ สำหรับ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป บินกับไทยสมายล์
ลดราคาพิเศษ 15-25%


นักเดินทางที่สนใจแพ็กเกจ 10 ธีมทริปมหัศจรรย์แห่งสายฝน 
จองได้ที่ www.เที่ยวลุ้นลุ้น http://xn--q3c3c.com/ 
พร้อมรับสิทธิจับฉลากลุ้นรางวัลใหญ่หลักล้าน รถยนต์ Toyota 
รุ่น Fortuner 2.4G 2WD AT มูลค่า 1,300,000 บาท 
รางวัลอื่นๆ มูลค่ารวมทั้งสิ้น 1,578,100 บาท

ปิดไทม์ไลน์ “เซ็นทรัล วิลเลจ”


ไทม์ไลน์ “เซ็นทรัล วิลเลจ” ได้รับอนุญาตและก่อสร้างถูก
ต้องตามกฎหมายทุกขั้นตอน ปลอดภัยตามหลักการบิน วอนภาครัฐช่วยคลี่คลายสถานการณ์ เพื่อเปิดให้บริการตามกำหนดเดิม
กรุงเทพฯ – บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ็น ผู้บริหารและพัฒนาโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ ประกาศยืนยันว่า ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2558-2562) ในการพัฒนาโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ บริษัทฯ ได้ดำเนินการทุกอย่างตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง และได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและมีอำนาจรับผิดชอบโดยตรง มีความโปร่งใสพร้อมให้ตรวจ
อบ ดังนี้

- ในปี พ.ศ. 2558 บริษัทฯ ได้ทำการตรวจสอบที่ดินว่า ที่ดินดังกล่าวนั้นสามารถพัฒนาโครงการเซ็นทรัล วิลเลจได้ตาม พ.ร.บ. ผังเมือง และที่ดินติดถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 370 ไม่ใช่ที่ดินตาบอดแต่อย่างใ
- ในวันที่ 22 ธ.ค. 2559 บริษัทฯ ได้รับหนังสือรับรองการใช้ประโยชน์ที่ดินตาม พ.ร.บ. ผังเมือง ว่า พื้นที่
สีเขียวบริเวณ ก1-10 ของผังเมืองสมุทรปราการ ยังมีพื้นที่เพียงพอให้บริษัทฯ สร้างโครงการนี้ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
- ในวันที่ 30 ม.ค. 2560 และ 25 ก.ค. 2562 บริษัทฯ ได้รับใบอนุญาตก่อสร้างและแบบปรับปรุง ภายในเขตปลอดภัยในการเดินอากาศ จากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.)
- ในวันที่ 24 เม.ย. 2561 ได้ใบอนุญาตการก่อสร้างอาคาร (อ1) จาก อบต. บางโฉลง
- ในวันที่ 24 เม.ย. 2561 บริษัทฯ ได้แถลงข่าวเปิดตัวครั้งแรกโครงการต่อสาธารณชน
- ในวันที่ 10 เม.ย. 2562 กรมทางหลวงได้อนุญาตให้การประปา ใช้พื้นที่ไหล่ทางในการดำเนินการวางท่อเข้าโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ
- ในวันที่ 24 ก.ค. 2562 กรมทางหลวงได้อนุญาตให้ทำทางเชื่อมเข้าออก ขยายผิวจราจร และปรับปรุงทางเท้า ซึ่งรวมไปถึงไหล่ทางด้วย เช่นเดียวกับที่เคยได้อนุมัติเชื่อมทางให้กับผู้ร้องขอรายอื่นบนถนนสายนี้ทั้งสิ้น 37 ราย รวมถึง ทอท. ก็เป็นหนึ่งในผู้ที่เคยขออนุญาตจากกรมทางหลวงมาโดยตลอด และล่าสุดเมื่อ 14 พ.ค. 2562 ได้มีหนังสือจากกรมทางหลวงอนุญาตให้ ทอท. เดินท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดิน
ละบ่อพัก ทั้งนี้ ไม่ปรากฏว่าเคยมีผู้ใช้ประโยชน์รายใด ยื่นขออนุญาตเชื่อมทางจาก ทอท. เลย
- ในวันที่ 14 ส.ค. 2562 บริษัทฯ ได้รับใบอนุญาตเปิดใช้อาคาร (อ6) จาก อบต. บางโฉลง
- ในวันที่ 22 ส.ค. 2562 ทอท. มาปิดกั้นทางเข้าออก หน้าโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ
- ในวันที่ 31 ส.ค. 2562 มีกำหนดเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ
ดังนั้น บริษัทฯ ได้ใบอนุญาตอย่างถูกต้องทุกขั้นตอนตลอด 5 ปีที่ผ่านมา สำหรับประเด็นที่อาจมีความเข้าใจผิด ทางซีพีเอ็นขอชี้แจงให้เกิดความเข้าใจอย่างถูกต้อง 3 ประเด็น ได้แก่
1. พื้นที่โครงการมีการเชื่อมทางเข้าออกอย่างถูกต้อง ไม่มีการรุกล้ำที่ดินของภาครัฐ (ที่ดินราชพัสดุ ลำรางสาธารณะ) และไม่ได้เป็นที่ดินตาบอด
• ที่ดินที่ราชพัสดุได้จัดหาและมอบให้กรมทางหลวงสร้างเป็นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 370 และให้กรมทางหลวงเป็นผู้ดูแล เป็นพื้นที่คนละส่วนกับที่ดินที่เวนคืนของสนามบินสุวรรณภูมิที่ ทอท. ดูแล
• โดยโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ ตั้งอยู่บนที่ดินที่ติดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 370 จึงมีการขออนุญาตโดยตรงจากกรมทางหลวง ซึ่งมีอำนาจเต็มในการอนุมัติการเชื่อมทางแต่ผู้เดียวเท่านั้น
• และพื้นที่ที่กรมทางหลวงดูแลรับผิดชอบ หมายรวมถึง เขตทาง และไหล่ทาง ซึ่งติดกับที่ดินของเอกชน 2 ข้างถนน ซึ่งที่ดินของโครงการมีแนวเขตแนบสนิทต่อเนื่องกับเขตทางของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 370 ดังนั้น ที่ดินของโครงการจึงไม่ใช่ที่ดินตาบอด

2. บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามกฎหมายผังเมืองอย่างเคร่งครัด
• โครงการนี้ได้ปฏิบัติตามและได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องในการก่อสร้างในพื้นที่สีเขียว บริเวณ ก1-10 
ไม่เกินร้อยละ 10 ของที่ดินพื้นที่สีเขียวบริเวณดังกล่าว โดยโครงการได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายผังเมือง ไม่ได้มีการขอปรับผังเมืองแต่อย่างใด

3. บริษัทฯ ได้ขออนุญาตก่อสร้างในบริเวณพื้นที่เขตปลอดภัยในการเดินอากาศ จากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย อย่างถูกต้อง
• มีความปลอดภัยต่อการบิน ไม่ได้ละเมิดกฏใดๆ ทั้งความสูง ไม่มีกิจกรรมใดๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานสนามบิน หรือรบกวนการบินแต่อย่างใด โดยแบบมีความสูงที่ถือว่าต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนด ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) จึงไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับการติดธงแดงตามที่มีการกล่าวอ้าง

จากที่ได้กล่าวข้างต้น เป็นข้อมูลที่ได้มีการเปิดเผย และยินดีให้มีการตรวจสอบจากภาครัฐ เพื่อแสดงความจริงใจ และซีพีเอ็นยินดีให้ความร่วมมือ ชี้แจงในทุกประเด็น บริษัทฯ มั่นใจว่า ภาครัฐจะสามารถช่วยคลี่คลายสถานการณ์นี้ เพื่อให้การร่วมมือครั้งนี้นำไปสู่ประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว
ของประเทศ เพื่อร่วมกันเดินหน้าประเทศ
ไทย และเพื่อให้บริษัทฯ ร้านค้ากว่า 170 ร้านค้า และพนักงานกว่า 1,000 คน พร้อมเปิดให้บริการตามกำหนดการเดิม

คุณพธู ณ สงขลาผู้บริหาร ทรู เวิลด์ ทราเวล

มิติใหม่ของการท่องเที่ยวเกาะเชจู....
หนึ่งประสบการณ์ได้อะไรกว่าที่
คิด



เกาะเชจู  อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวมิติใหม่ที่อยากให้ทุกคนได้มาเยือน จากการประกอบธุรกิจทัวร์เกาหลีใต้มานานกว่า 7 ปี จนกระทั่งปัจจุบัน บริษัท ทรู เวิลด์ ทราเวล เป็นเพียงหนึ่งเดียวในเมืองไทย
ที่ทำ MOU กับสายการบินเจจูแอร์ นำนักท่องเที่ยวชาวไทยบินตรงจากสุวรรณภูมิสู่เกาะเจจูแบบเหมาลำ ซึ่งเพิ่งเปิดตัวไปเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานี้เอง ....นี่กระมังที่ทำให้ บริษัทฯ สามารถทำราคาการท่องเที่ยวได้อย่างมหัศจรรย์ โดยเฉพาะที่ผ่านมากับการทำทัวร์โปรตาแตกช่วงโปรโมชั่นในงาน ไทยเที่ยวไทย ไปทั่วโลก ในราคา 3999 บาท เรามารู้จักกับเธอเลย

คุณปลาทู - พธู ณ สงขลา  ธุรกิจท่องเที่ยวเป็นธุรกิจที่ไม่มีวันตาย” คุณปลาเริ่มเล่าให้ฟังถึงที่มาของประกอบธุรกิจทัวร์ “เรื่องการท่องเที่ยวเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่มนุษย์ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว คู่รัก เพื่อนฝูง ทุกคนอยากพักผ่อน อยากท่องเที่ยว จึงมองว่าธุรกิจนี้เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่สำคัญมาก รวมถึงมีศักยภาพอยู่แล้วจึงอยากทำโปรเจคขึ้นมา

สุดยอดแลนด์มาร์กของเกาเชจู
คุณ​ พธู ณ สงขลา ผู้บริหารบริษัท ทรู เวิลด์ ทราเวล กล่าวว่า เชิญชวนให้ไปสัมผัสเกาะเชจู ของเกาหลีใต้ ซึ่งเป็น 1 ใน7 ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกด้านธรรมชาติ  สิ่งที่ คุณพธูมอง คือเรื่องของการเดินไปเที่ยวประเทศเกาหลี ต้องเตรียมตัวอย่างไร?

บริษัท ทรู เวิลด์ ทราเวล  ตอบโจทย์ลูกค้าอย่างไรให้เลือกใช้บริการ ของทรู เวิลด์ ทราเวล อันดับแรก คือ ทัวร์ต้องนำเสนอสิ่งที่ใหม่ แปลก ไม่เหมือนใคร และปัจจัยหลักที่สุดของการตัดสินใจซื้อทัวร์ในการท่องเที่ยว คือ ราคา การทำราคาได้เราต้องมีศักยภาพเพียงพอ เรื่องของเครื่องบิน สิ่งที่เราลงทุนสูงมาก เพื่อให้ราคาค่าทัวร์เราต่ำลง คือเรื่องเครื่องบินที่เราเหมาลำ เกาะเชจูเป็นสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ ขนาดคนเกาหลียังถือว่าใหม่ เพราะเขาเป็น New 7 Wonder of Nature ด้วย ขึ้นทะเบียนมรดกโลกด้วย เป็นจุดที่ครั้งหนึ่งในชีวิต คนเกาหลีต้องมา คุณพธู มองว่า 1 เป็นที่ท่องเที่ยวใหม่ 2 อินเทรนด์
เพราะประเทศเกาหลีใต้กำลังมาแรงมาก เมื่อมองว่าเกาะเชจูปุ๊บก็เริ่มมาเซอร์เวย์ว่า เขามีอะไรบ้างที่น่าสนใจ แปลกใหม่ จึงตัดสินใจว่า ที่นี่คือจุดที่เราจะทำต่อ มีรถโค้ช 40 ที่นั่ง มีไกด์นำเที่ยว การเที่ยวกับบริษัทฯ เรา เป็นทัวร์เต็มรูปแบบ ไม่ต้องกลัวลำบาก ได้พักกับโรงแรมระดับ 3 ดาว+ อาหารการกิน
และที่ีสำคัญคนพานำเที่ยวต้องน่ารักอธยาศัยดี



ทรู เวิลด์ ทราเวล ถือเป็นสุดยอดการให้บริการเพื่อตอบโจทย์
ทุกรูปแบบการท่องเที่ยวระดับประเทศ

หลังจากนั้นการเริ่มต้นหาข้อมูลและการตลาดเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าก็เริ่มขึ้น
คุณพธู เล่าว่า “พอตกลงว่าจะลุยตลาดเกาะเชจู ก็เข้าไปเซอร์เวย์ เพื่อดูว่าจะทำอย่างไรให้ตอบโจทย์กับลูกค้าที่มาท่องเที่ยวกับเรา หนึ่งคือเหมาลำเครื่องบิน จึงเกิดเป็นโปรเจคในการเหมาลำเครื่องบิน ซึ่งแตกต่างกันเรื่องราคา เมื่อเหมาเครื่องบินก็สามารถนำเครื่องบินลำนั้นมาบริหารจัดการให้ตอบโจทย์ลูกค้าได้ดีที่สุด

การท่องเที่ยวในเกาะเชจู ถือว่าเหมาะกับคนในทุกกลุ่ม ทั้งครอบครัว ทั้งหมู่คณะในรูปแบบบริษัท ทั้งเพื่อนฝูง หรือคู่รัก อีกทั้งในช่วงเวลา ก็มีการท่องเที่ยวในฤดูร้อนและฤดูหนาว
และที่เพิ่งทำโปรแกรมและได้รับความสนใจเป็นอย่างมากคือการเที่ยวเกาหลีใต้ใน 3 เมือง ในคราวเดียว คือเกาะเชจู ปูซาน โซล รายละเอียดสามารถติดตามได้ทาง Facebook Fanpage : True World Travel และเมื่อมาถึงแล้ว มั่นใจว่า ใครที่ได้มาเที่ยวเชจู จะได้รับสิ่งที่ตอบแทนคืนมามากกว่าค่าใช้จ่ายแน่นอนคะ”

“ที่นี่เน้นความเป็นธรรมชาติ  บริการครบจบได้ในราคาถูก โปรแกรมการท่องเที่ยวมีครบ  ชิม ช๊อปปิ้งกันแบบจุใจ พร้อมไกด์มืออาชีพให้บริการ ขากลับเรื่องน้ำหนักกระเป๋าเราดูแลให้   อย่างบางคนที่เคยไปเที่ยวโซล จะได้ความเจริญ ความสมัยใหม่เรื่องของการช้อปปิ้ง แต่ที่เชจูสิ่งที่ได้ คือ ธรรมชาติ ปล่องภูเขาไฟที่เป็นซิกเนเจอร์ เป็นปล่องภูเขาที่สมบูรณ์มากและสามารถขึ้นไปเหยียบปล่องได้ ท้องทะเลของเกาะเชจูเป็นสีดำไม่เหมือนใคร....เป็นหนึ่งประสบการณ์ที่ทุกคนอยากมาเยือน”

เกาะเชจูเป็นเมืองท่องเที่ยว ไม่ใช่เมืองอุตสาหกรรม คนเดินทางไปเชจูเป็นนักท่องเที่ยว 95% จึงไม่มีปัญหาในการเข้าเมือง ทรูเวิลด์ ทราเวล เป็นบริษัทใหญ่ที่ดำเนินการ ส่งนักท่องเที่ยวไปวันละมากกว่า 100 คน มีการคัดกรองนักท่องเที่ยวด้วยการติดสติกเกอร์ให้เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) รับรู้

 

ติดตามข้อมูลท่องเที่ยวเพิ่มเติมได้จากเวบไซต์ของบริษัทTrue World Travel 
โทร.02-286-2732 ,ทางเฟซบุ๊คแฟนเพจได้ True World Travel
True World Travel #toptotravel

วันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2562

สำนักงาน กสทช. จัดกิจกรรมเพื่อสร้างเสริมศักยภาพเครือข่ายภาคประชาชน

ระดับอำเภอด้านการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม ครั้งที่ 1 จังหวัดอุดรธานี

สำนักงาน กสทช. โดยสำนักรับเรื่องร้องเรียนและคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (รท.) ไจัดกิจกรรมเพื่อสร้างเสริมศักยภาพเครือข่ายภาคประชาชนระดับอำเภอด้านการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและตอนกลาง ณ ห้องฟ้าหลวง 5 โรงแรมนภาลัย อำเภอเมืองอุดรธานี

โดยได้รับเกียรติจาก นายวันชัย จันทร์พร รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานเปิดการจัด
กิจกรรมฯ และ นายชุติเดช บุญโกสุมภ์ ผู้อำนวยการสำนัก รท. ร่วมงานบรรยายในหัวข้อ “บริบทกิจการโทรคมนาคมไทยและการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม ในยุคไทยแลนด์ 4.0” ให้แก่ผู้นำเครือข่ายระดับจังหวัด และระดับอำเภอ ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและตอนกลาง รวม 11 จังหวัด ได้แก่ กาฬสินธุ์ ขอนแก่น นครพนม บึงกาฬ มหาสารคาม มุกดาหาร เลย สกลนคร หนองคาย หนองบัวลำภู และอุดรธานี จำนวนกว่า 300 คน


สำหรับการจัดกิจกรรมฯ ในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความเข้าใจในประเด็นใหม่ๆ ที่เกี่ยวกับการ
ใช้บริการโทรคมนาคม รวมถึงการสร้างความร่วมมือกับผู้นำเครือข่ายภาคประชาชนให้มีความเข้าใจ
ในสิทธิของผู้บริโภคอย่างถูกต้อง เพื่อจะนำความรู้ที่ได้รับในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ไปเผยแพร่ให้กับสมาชิกในพื้นที่และชุมชนของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ชี้แจงกรณี นำเสนอข่าว

"สาวร้อง แจ้งสายด่วนรัฐช่วยยายเร่ร่อนขาบวม
เจอโยนเรื่อง แถมให้พาส่งตำรวจ"

นางงามจิต แต้สุวรรณ ผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง กรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า จากกรณีสื่ออนไลน์ นำเสนอข่าว “สาวร้อง แจ้งสายด่วนรัฐช่วยยายเร่ร่อนขาบวม เจอโยนเรื่อง แถมให้พาส่งตำรวจ” โดยผู้ใช้เฟซบุ๊ก A (นามสมมุติ) เล่าว่า ไปเจอกับหญิงสูงวัยน่าเวทนารายหนึ่งนั่งอยู่ที่ริมถนน ยายมีสภาพเจ็บป่วยทางร่างกาย เธอเห็นแล้วรู้สึกสงสารจึงโทรไปที่เบอร์ 1300 สายด่วน ศ
ูนย์ช่วยเหลือสังคม นั้น
นางงามจิต กล่าวต่อว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 23 สิงหาคม 2562 เวลา 14.00 น. เจ้าหน้าที่บ้านมิตรไมตรี อ่อนนุช ได้ลงพื้นที่ทันทีตามที่ได้รับแจ้งจาก 1300 ณ บริเวณ คอนโด Ideo ซอยอุดมสุข 3 เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงแต่ไม่พบยายลักษณะดังกล่าว จึงได้สอบถามแม่ค้าขายไส้กรอก ทราบข้อมูลว่า วันนี้ยังไม่เห็นยายคนดังกล่าวมานั่งตรงบริเวณที่ได้รับแจ้ง ซึ่งที่ผ่านมาจะพบว่ายายไปๆมาๆ แต่ไม่ได้มาที่บริเวณนี้ทุกวัน ในเวลาต่อมา เวลา 14.30 น. เจ้าหน้าที่ได้โทรศัพท์ไปหาพลเมืองดี เพื่อแจ้งผลการลงพื้นที่เบื้องต้นว่าไม่พบหญิงชรารายดังกล่าว และได้สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับผู้ประสบปัญหาทางสังคมเพิ่มเติม ซึ่งผู้แจ้ง ๆ ว่ายายคนดังกล่าวมีอาการขาบวมและเป็นแผลจากอาการของโรคเบาหวาน มีความประสงค์อยากให้ช่วยนำยายไปรักษา ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จึงได้ลงพื้นที่อีกครั้งพร้อมกับผู้แจ้ง เพื่อจะได้ตรวจสอบและดำเนินการตามกระบวนการเพื่อให้การคุ้มครองยายได้อย่างเหมาะสม แต่การลงพื้นที่ครั้งนี้ก็ไม่พบบุคคลดังกล่าว

จึงได้สอบถามแม่ค้าขายพวงมาลัยบริเวณนั้น ทราบว่า ยายอาศัยอยู่กับแม่ชีที่วัด (แม่ค้าไม่ทราบชื่อวัด) และวันนี้ยังไม่พบยายคนดังกล่าว ซึ่งโดยปกติยายจะนั่งขายลูกอมที่อยู่ในตะกร้า ซึ่งผู้สัญจรไปมาก็อุดหนุนบ้าง บางรายก็เอาเงินใส่ในตะกร้าโดยที่ไม่รับสิ่งของ
กรณีคุณยายรายดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่จะเร่งติดตาม และทันทีที่พบ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ
จะดำเนินการบูรณาการให้ความช่วยเหลือคุณยาย และให้การคุ้มครองตามกฎหมาย โดยจะประสานโรงพยาบาลเพื่อให้คุณยายได้รับการรักษา และดำเนินการให้ความช่วยเหลือด้านต่างๆ ตามความเหมาะ
สมต่อไป

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้อธิบายถึงกระบวนการทำงานตามภารกิจของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิ
การ รวมถึงให้ความรู้ด้านกฎหมาย โดยได้อธิบายว่า กรณีทั่วไปหากพบผู้ที่มีพฤติการณ์อันแสดงออก
ว่าเป็นการขอทานตามกฎหมายมาตรา 13 จะถือว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมการขอทาน
พ.ศ. 2559 -นางงามจิต กล่าวในตอนท้าย

ทั้งนี้ หากพบเห็นคนไร้ที่พึ่ง ผู้ทำการขอทาน สามารถแจ้งได้ที่
สายด่วน 1300 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง 

วันพฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2562

พม. สานต่อพลังยุวอาสา แสดงผลงานโครงการ

“พัฒนาเพื่อการแบ่งปันที่ยิ่งใหญ่
Shift and Share” 
ประจำปี 2562




วันนี้ (22 ส.ค. 62) เวลา 13.30 น. ที่เวสต์เกต ฮอลล์ ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต
จังหวัดนนทบุรี

นายยุพ นานา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธาน
เปิดนิทรรศการแสดงผลงาน โครงการ “พัฒนาเพื่อการแบ่งปันที่ยิ่งใหญ่ Shift and Share” ภายใต้โครงการปาฏิหาริย์แห่งชีวิต (Miracle of Life) ประจำปี 2562 ตามกรอบแนวคิด “พลังจิตอาสา พัฒนาสังคมและสวัสดิการ” เพื่อให้ทุกคนร่วมเป็นจิตอาสาในการช่วยเหลือสังคมโดยไม่หวังผลตอบแทน



นายยุพ นานา กล่าวว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดย กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) ได้น้อมนำพระดำริทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี มาดำเนินโครงการปาฏิหาริย์แห่งชีวิต (Miracle of Life) ตั้งแต่ปี 2552 จนถึงปัจจุบัน

โดยบูรณาการกับภาคีเครือข่าย อาทิ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานระดับท้องถิ่นต่างๆ ร่วมกันพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชน สู่การเป็นยุวอาสา เพื่อชี้เป้าเฝ้าระวัง มีส่วนร่วมป้องกัน แก้ไข และพัฒนา ผ่านโครงการสร้างสรรค์เชิงนวัตกรรมทางสังคม โดยในปี
2562 ได้ดำเนินการ ในพื้นที่ 11 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ลำพูน ลำปาง เพชรบูรณ์ ลพบุรี หนองบัวลำภู นครพนม อำนาจเจริญ ตรัง และ กระบี่






นายยุพ นานา กล่าวต่อไปว่า การจัดนิทรรศการแสดงผลงานโครงการ “พัฒนาเพื่อการแบ่งปันที่ยิ่งใหญ่ Shift and Share” ภายใต้โครงการปาฏิหาริย์แห่งชีวิต (Miracle of Life) ประจำปี 2562 เป็นโครงการที่เปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนได้แสดงความสามารถ รวมถึงการสร้างการมีจิตอาสาใน
การช่วยเหลือสังคมโดยไม่หวังผลตอบแทน รู้และเข้าใจบทบาทหน้าที่ของตนเอง ซึ่งถือได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนสู่สังคมแห่งการให้ (Shift & Share)  ซึ่งมีความสอดคล้องกับโครงการจิตอาสาพระราชทานตาม แนวพระราชดำริ “เราทำความดีด้วยหัวใจ” ของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้วยทรงมุ่งหวังให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่า มีความสมัครสมานสามัคคี ร่วมมือร่วมใจประกอบกิจกรรมสาธารณะ เพื่อประโยชน์สุขของชุมชนส่วนรวมโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ทั้งนี้ มีโครงการชนะเลิศผ่านเข้ารอบระดับประเทศ ประจำปี 2562 จำนวน 12 โครงการ ได้แก่

1) โครงการ “เตาลำไย ด้อยโอกาส” โรงเรียนเทศบาล 1 บ้านกลาง จังหวัดลำพูน
2) โครงการ “สวดไห้ ไส้หวด” โรงเรียนประชาราชวิทยา จังหวัดลำปาง
3) โครงการ “ถังกรองขยะเปียก” ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์
4) โครงการ “โถ” โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย กรุงเทพมหานคร
5) โครงการ “ปั๊มถ้วย...ช่วยรักษ์โลก” โรงเรียนคำแสนวิทยาสรรค์ จังหวัดหนองบัวลำภู
6) โครงการ “App SMS (Sex Must Say)” โรงเรียนศรีบัวบานวิทยาคม จังหวัดนครพนม
7) โครงการ “เท้าสาวไหม” โรงเรียนคึมใหญ่วิทยา จังหวัดอำนาจเจริญ 
โครงการ “Genius Bed”  โรงเรียนอำนาจเจริญพิทยาคม จังหวัดอำนาจเจริญ 9)
โครงการ “Poopy Paper” โรงเรียนอ่าวลึกประชาสรรค์ จังหวัดกระบี่ 10) โครงการ “พี่ยิ้มแฉ่ง
ชวนน้องฟันสวยด้วยมะม่วงหิมพานต์” โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัยกระบี่ 11)
โครงการ “กล่องสร้างสรรค์ สานฝันให้เพียงหลวง”  โรงเรียน เพียงหลวง 9 ในทูลกระหม่อมหญิง
อุบลรัตนราชกัญญาฯ จังหวัดอำนาจเจริญ และ 12) โครงการ   “Phaingluang 10'S SEED”
โรงเรียนเพียงหลวง 10 ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯ จังหวัดนครพนม

นายยุพ นานา กล่าวเพิ่มเติมว่า ยังมีโครงการที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2556-2561
ที่ผ่านเข้ารอบระดับประเทศ  จำนวน 5 โครงการ  ได้แก่

1) โครงการ “หุ่นละครมือสื่อสร้างสรรค์” โรงเรียนโนนสูงศรีธานี จังหวัดนครราชสีมา
2) โครงการ“Hello Massage” โรงเรียนถนนหักพิทยาคม จังหวัดบุรีรัมย์
3) โครงการ “หุ่นกระบอก 1300 แจ้งภัย ใส่ใจชุมชน” โรงเรียน หนองโสนพิทยาคม จังหวัดพิจิตร
4) โครงการ “Smart Gens” โรงเรียนบ้านกลางพิทยาคม จังหวัดพิษณุโลก
5) โครงการ “จิ๋วแจ๋วพิทักษ์โรค” โรงเรียนบ้านหินช้าง จังหวัดระนอง และภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย ประกอบด้วย กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ผ่านผลงานโครงการที่ชนะเลิศระดับจังหวัด “Innovation Land ตะลุยแดนนวัตกรรม”


อีกทั้งโครงการที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ ปี 2556 ทั้งสิ้น 52 โครงการ รวมทั้งกิจกรรมจากบูทสู่ความเป็นเลิศในชีวิต ทั้งบูท Design Thinking กับการพัฒนาศักยภาพเยาวชน  โดยกลุ่มนวัตกรรมเยาวชนเพื่อสังคม บูทนักจัดกิจกรรมเยาวชนต้นแบบ โดย  กลุ่มผู้นำนักจัดกิจกรรมด้านเด็กและเยาวชนต้นแบบ (Youth Leader Transformation)บูทเกลานิสัยเปลี่ยนชีวิต โดย Peace Gen

“ทั้งนี้ กระทรวง พม. พร้อมขับเคลื่อนโครงการปาฏิหาริย์แห่งชีวิต (Miracle of Life) เพื่อเสริมสร้างพลังจิตอาสา ในการ บ่มเพาะเมล็ดพันธุ์เล็กๆ  ให้เติบโตขึ้นเป็นต้นไม้แห่งการให้ แผ่กิ่งก้านสาขาการ
มีจิตอาสา ครอบคลุมทุกพื้นที่และหวังให้พลังของเด็กและเยาวชนเป็นกลไกสำคัญในการช่วยเหลือและพัฒนาสังคม เพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข การช่วยเหลือเกื้อกูล แบ่งปันกัน มีความร่วมมือซึ่งกันและกันในสังคม การปลูกจิตสำนึกให้เด็กและเยาวชนคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมและปลูกฝังการเป็น“ผู้ให้” พร้อมทั้งให้ทุกภาคส่วนได้เห็นถึงศักยภาพ ร่วมสนับสนุนและให้โอกาสในการทำกิจกรรมของเด็กเพิ่มยิ่งขึ้น เพื่อร่วมกันสร้าง “คนดี เก่ง และมีคุณภาพ” และขอขอบคุณทุกภาคส่วน ที่มีส่วนร่วมในการช่วยกันพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนสู่การเป็น “ผู้ให้” ตามพระดำริทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ร่วมเป็นเครือข่ายการทำงานด้านสังคมในระดับพื้นที่ สร้างสรรค์โครงการเพื่อให้ชุมชน สังคมเกิดความเข้มแข็งและยั่งยืน ต่อไป”  นายยุพ นานา กล่าวในตอนท้าย

พส.ชูนิทรรศการแสดงผลงาน “หนึ่งเพียงหลวง หนึ่งผลิตภัณฑ์”


วันพฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม 2562 เวลา 12.45 น. ณ เวสต์เกตฮอล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา
เวสต์เกต อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี นางนภา เศรษฐกร อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ
เป็นประธานพิธีเปิดโครงการนิทรรศการแสดงผลงานโครงการโรงเรียนเพียงหลวง ประจำปี 2562

นางนภา กล่าวว่า กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ได้น้อมนำพระดำริทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก ครอบครัว และชุมชนในถิ่นทุรกันดาร มา
สนับสนุนการดำเนินโครงการโรงเรียนเพียงหลวงตามพระดำริ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2553 ซึ่งเป็นโรงเรียนสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ตั้งอยู่ติดแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน จำนวน 18 จังหวัด โดยมุ่งผลสัมฤทธิ์
ให้เด็กและครอบครัว เข้าถึงสิทธิสวัสดิการพื้นฐาน และพัฒนาศักยภาพอย่างรอบด้านเพื่อคุณภาพชีวิต
ที่ดีขึ้น และมีภาคีเครือข่ายที่เพิ่มขึ้นในการพัฒนาทุนมนุษย์ เพื่อสร้างพลังแห่งการให้และแบ่งปัน
ความยั่งยืนของชุมชนโรงเรียนเพียงหลวง จะเกิดขึ้นได้เมื่อบ้าน โรงเรียน และชุมชนมีส่วนร่วมในการ
คิดและทำกิจกรรมร่วมกัน กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ โดยกองหนึ่งใจ...เดียวกันฯ


จึงได้วางแนวทางให้ครอบครัวและชุมชนได้เข้ามามีบทบาทในการดำเนินกิจกรรมมาโดยตลอด ต่อมา
ในปี พ.ศ. 2560 ได้ริเริ่มดำเนิน “โครงการหนึ่งเพียงหลวงหนึ่งผลิตภัณฑ์” ซึ่งตอบโจทย์การพัฒนาคุณภาพชีวิต ด้านการมีอาชีพ การสร้างรายได้ และสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยการนำปราชญ์ชาวบ้านในชุมชนเพียงหลวงเข้ามาถ่ายทอดภูมิปัญญาในท้องถิ่น ให้กับเด็กนักเรียนและคนในชุมชนได้สืบทอด ต่อยอด รักษา และสามารถนำไปสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัวอีกด้วย

นางนภา กล่าวต่อไปว่า การจัดงานในครั้งนี้ เป็นการริเริ่มเปิดพื้นที่ให้โรงเรียนเพียงหลวง ได้นำนวัตกรรมตามโครงการ “หนึ่งเพียงหลวง หนึ่งผลิตภัณฑ์” มาจัดแสดงและจำหน่าย เพื่อสร้างอาชีพและรายได้เสริมให้เด็กนักเรียนและครอบครัว ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมศักยภาพและความสามารถของเด็ก ครอบครัว และชุมชน ในการคิด ผลิต และแสดงผลงาน ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของชุมชน อีกทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปได้รู้จักโรงเรียนเพียงหลวง และเป็นช่องทางการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพียงหลวง
สร้างรายได้ให้เด็ก ครอบครัว และชุมชนเพียงหลวง กลุ่มเป้าหมาย จำนวน 500 คน ประกอบด้วย ตัว
แทนนักเรียนและครูจากโรงเรียนเพียงหลวง 7 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนเพียงหลวง 4 ฯ จังหวัดสตูล โรงเรียนเพียงหลวง 8 ฯ จังหวัดสุรินทร์ โรงเรียนเพียงหลวง 9 ฯ จังหวัดอำนาจเจริญ โรงเรียนเพียงหลวง 10 ฯ



จังหวัดนครพนม โรงเรียนเพียงหลวง 16ฯ จังหวัดเชียงราย และโรงเรียนเพียงหลวง 17 (บ้านแส์ง) ฯ จังหวัดสะแก้ว รวมทั้งผู้ประสานงานโครงการโรงเรียนเพียงหลวง 18 จังหวัด กิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การจัดนิทรรศการแสดงผลงานของโรงเรียนเพียงหลวง ๔ ภาค กิจกรรมหัตถกรรมประดิษฐ์ (Craft Workshop) ได้แก่ ดอกกล้วยไม้จากเส้นพลาสติก พวงมาลัยผ้าขาวม้า และพวงกุญแจรูปหมวกจากผ้าใยกัญชง การแสดงพื้นบ้านเพียงหลวง 4 ภาค และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพียงหลวงที่หลากหลาย เป็นงานทำมือที่ทรงคุณค่า ชิ้นเดียวในโลก ราคาย่อมเยา



“แม้โรงเรียนเพียงหลวงจะเป็นโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในถิ่นทุรกันดาร ห่างไกลความเจริญจากในเมือง แต่เด็ก ๆ มีความสุขกับขนบธรรมเนียมประเพณีในท้องถิ่น และมีภูมิปัญญาพื้นบ้านที่เป็นเอกลักษณ์ควรแก่การอนุรักษ์ไว้มิให้สูญหาย “ผลิตภัณฑ์เพียงหลวง” จึงเป็นเครื่องมือหนึ่งในการพัฒนาเด็กจากสิ่งที่เด็กมีและเป็นอยู่ ทำให้เด็กเห็นคุณค่าในตนเอง มีความภาคภูมิใจในท้องถิ่นของตนเอง ซึ่งหวังอย่างยิ่งว่าชุมชน สังคม และองค์กรทุกภาคส่วน จะได้เข้ามามีส่วนร่วมในการส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรม ให้เด็กเกิดการเรียนรู้ที่หลากหลายและเหมาะสมตามบริบทของพื้นที่ เป็นพลังผลักดันให้เด็กในถิ่นทุรกันดารพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติให้ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนสืบไป”
นางนภาฯ กล่าวในตอนท้าย

วันพุธที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2562

งานแสดงสินค้า ปริ้นท์เทคและจักรปักสัญจร ครั้งที่ 5 จังหวัด เชียงใหม่



คุณมินท์ธิตา นิธิกรกุลนันทน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วันทูวัน ครีเอชั่น จำกัด ออร์แกนไนซ์เซอร์ จับมือร่วมกับ สมาคมธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์และหอการค้าจังหวัด เชียงใหม่ จัดงานแสดงสินค้า ปริ้นท์เทคและจักรปักสัญจร ครั้งที่ 5 จังหวัด เชียงใหม่ เป็นการนำผู้ประกอบการ บริษัท ชั้นนำจากทาง กรุงเทพฯ ไปจัดแสดงสินค้าแบบยิ่งใหญ่โดยมี 4 กลุ่มอุตสาหกรรม หลักมารวมตัวกัน ได้แก่งาน

1. ด้านงานพิมพ์ เป็นงานด้านธุรกิจด้านงานพิมพ์ อาทิ เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท, เครื่องพิมพ์ดิจิตอล,
เครื่องพิมพ์มัลติฟังค์ชั่น, เครื่องถ่ายเอกสารสี ธุรกิจบริการงานป้ายโฆษณา อุปกรณ์ก่อน-หลังการ
พิมพ์ เป็นต้น

2. ด้านแอลอีดี เป็นงานธุรกิจด้านหลอดไฟแอลอีดี อาทิ ตู้ไฟ, ป้ายกล่องไฟสำเร็จรูป, เมนูบอร์ด,
กรอบป้ายกระจายแสง, งานตกแต่ง และวัสดุอุปกรณ์ป้ายไฟ เป็นต้น

3. ด้านจักรปัก พิมพ์สกรีน และสิ่งทอ เป็นธุรกิจของ กลุ่มเครื่องจักรสำหรับเสื้อผ้าสิ่งทอ อาทิ จักรปัก, พิมพ์สกรีน, เครื่องพิมพ์สกรีน, เครื่องทรานเฟอร์, สีสกรีน และอุปกรณ์งานปัก เป็นต้น

4. ด้านงานพิมพ์บรรจุภัณฑ์ เป็นธุรกิจงานพิมพ์บรรจุภัณฑ์ อาทิ งานพิมพ์บรรจุภัณฑ์, เครื่องพิมพ์บนกล่อง, เครื่องพิมพ์ฉลากสินค้า, เลเบล, เครื่องพิมพ์บนบรรจุภัณฑ์ และสินค้าพรีเมี่ยม เป็นต้น

ทั้งนี้ภายในงานยังมีการจัดกิจกรรมสัมมนา ความรู้ และWorkshop จากบริษัทชั้นนำ

1. สมาคมธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ภาคเหนือ จัดกิจกรรม เสวนาในหัวข้อ “บรรจุภัณฑ์ยุค 4.0 โตได้ยังไง”
โดยกูรูที่ให้ความรู้คือ คุณธนพันธ์ ศิริโยธิพันธ์ ท่านนายกสมาคมธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ภาคเหนือ จากโรงพิมพ์ นันทพันธ์

2. “การสอนประกอบตู้ไฟสำเร็จรูป คอมโพสิต และการสอน Neonflex” จากบริษัท ติวานนท์ ปริ้นท์เซ็นเตอร์ จำกัด โดยวิทยากร คุณเพชร ทิมทอง และคุณอุดม คอมประสิทธิ์

3. “เทคโนโลยีอิงค์เจ็ทยูวี ดีจริงเหรอ” จากบริษัท ซุปเปอร์ริเออร์ อิงค์เจ็ท จำกัด โดยวิทยากร คุณพงศกร บุญใส

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆ พร้อมของรางวัลอีกมากมาย รวมไปถึงโปรโมชั่นพิเศษสุดจากผู้เข้าร่วม
จัดแสดงสินค้าในครั้งนี้
โดยทั้งหมดนี้จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 7 – 8 กันยายน 2562 
ศูนย์ประชุมนานาชาติ โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว ฮอลล์ 1-3 ตั้งแต่ 09.00-17.00 น.