28 มิถุนายน 2565

“เจมส์ จิรายุ” พลิกบทบาทใหม่ประชัน “จีน่า ญีนา”เล่นจริง เจ็บจริง ร้องจริง ใน“พิศวาสฆาตเกมส์”

​ความชังผนึกแน่น ความทรงจำคงอยู่ ความรัก…ผลิบาน เส้นทางชีวิตที่แสนเจ็บปวด เรื่องราวความเข้มข้นที่คุณห้ามพลาด! กับ “พิศวาสฆาตเกมส์” ทางช่อง 3 ผลงานของผู้จัดคนเก่ง พี่แหม่ม ธิติมา สังขพิทักษ์ จาก บริษัท ฟีล กู๊ด เอ็นเทอร์เทนเม้นท์ จำกัด ที่ได้ จอร์จ วิศเวศ บูรณวิทยวุฒิ นั่งแท่นกำกับ พระเอกหน้าหวานตาลูกกวาง เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข และนางเอกสาวสุดฮอต จีน่า ญีนา ซาลาส มาประชันฝีมือกันครั้งแรก! และยังเป็นการพลิกบทบาทครั้งสำคัญกับความหฤโหดทั้งในจอและนอกจอ เล่นจริง เจ็บจริง เล่นเอาตัวแดงปวดบวมช้ำกลับบ้านกันทุกคน!

​พิศวาสฆาตเกมส์ ประพันธ์โดย ตุณย์ บทโทรทัศน์โดย ปารดา เป็นเรื่องราวของอุบัติเหตุที่ทำให้คนรักของเธอต้องตาย...และเขาคือต้นเหตุ! โอม(เจมส์ จิรายุ) วิศวกรอนาคตไกล กลับกลายเป็นนักโทษถึง 6  ปี แต่นั่นยังไม่สาแก่ใจของ เจติญา(จีน่า ญีนา) เมื่อเขาพ้นโทษออกมาในเวลาแค่ 3 ปี แม้ว่าโอมเองจะสูญเสียคนรักทั้งแม่และแฟนสาวไปอย่างไม่มีวันกลับในช่วงเวลาที่เขาอยู่ในคุก แต่

เจติญาก็ยังยึดมั่นจะเอาคืนเขาให้ถึงที่สุด เมื่อ “ความทรงจำ” นั้นเจ็บปวดยิ่งกว่าการถูกกักขัง “การเอาคืน” และ “การชดใช้” จึงกลายเป็นเกมแห่งการต่อสู้ โดยมี “ความรัก” เป็นเดิมพันชิ้นสำคัญ! ถ้าใครพลาด...อาจหมายถึงการสูญเสีย “หัวใจ”



เกมส์แห่งความรัก หักหลัง และความตายเมื่อใครคนหนึ่งไม่ซื่อสัตย์ต่อความรักโศกนาฏกรรมจึงเกิดขึ้น...​บอกเลยว่างานนี้คนดูจะได้เห็นการแสดงของ เจมส์ จิรายุ ที่เปลี่ยนไปจนแทบจำไม่ได้ แม้แต่เจ้าตัวยังเอ่ยปากถึงคาแรคเตอร์ของตัวเองไว้ว่า “เรื่องนี้ผมเป็นหนุ่มวิศวกรไฟแรงที่มีอนาคตสดใสมาก ๆ จนชีวิตกพลิกผัน พลิกผันแบบที่ไม่ใช่แบบหน้ามือเป็นหลังมือนะครับ แต่หน้ามือเป็นหลังเท้าเลย เมื่อเกิดอุบัติเหตุจนทำให้ต้องติดคุก เรื่องนี้ของผมมันยากตรงที่ว่า ผมไม่แน่ใจว่าผมจะเล่นแบบดราม่าได้ถึงขนาดไหน พอมาเจอเรื่องนี้คือมันเศร้ามากนะครับ เศร้าแบบเศร้าสุดๆ กับชีวิตที่พลิกผันต้องติดคุก แต่ก็เป็นความสนุกอันนึงที่ผมว่า คือมันทำให้มีเรื่องที่น่าติดตามเยอะครับ ความเศร้าของแต่ละตัวละครมันขับเคลื่อนไปด้วยความแค้น ที่เหมือนเล่นเกม”

​ด้านนางเอกสาวจีน่า ญีนา ก็ได้กล่าวว่า “คาแรคเตอร์ เจติญา จะเป็นลูกสาวนักธุรกิจ ที่มีปมในชีวิตค่อนข้างเยอะตอนเด็กก็สูญเสียคุณแม่ โตมาแฟนเราก็เสียชีวิตอีก เราเลยต้องการแก้แค้นเอาผิดกับคนที่ทำให้แฟนเราต้องเสียชีวิตนั่นก็คือโอม ด้วยปัญหาสะสมหลายอย่างทำให้เจติญามีอารมณ์หลายด้านพลิกไปพลิกมา เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย มีอาการเป็นไบโพลาร์ เป็นโรคซึมเศร้า เขาต้องต่อสู้กับตัวเองมาก เรื่องนี้จริงๆ ไม่ได้มีแค่การแก้แค้นเอาคืนอย่างเดียวนะคะ ความโรแมนติก แอคชั่น ความน่ารักก็มีให้ทุกคนได้เห็น การแสดงครั้งนี้ของจีน่าต้องบอกว่าท้าทายตัวเองมาก อยากให้คุณผู้ชมได้เห็นว่าจีน่าเติบโตขึ้น ในอีกระดับนึง ในเรื่องของการแสดง อยากให้ทุกคนติดตามชมกันนะคะ”




และนอกจากนี้แฟนๆ ต้องจับตามองไว้ให้ดีกับการพลิกบทบาทครั้งสำคัญของเธอคนนี้ น้ำหวาน ภูริตา สุปินชุมภู เตรียมปูพรมแดงให้แม่เดินได้เลยเพราะเรื่องนี้เธอมาในลุค สวย แซ่บ พร้อมฟาด! ร่วมด้วยทีมนักแสดงมากฝีมืออีกมากมาย อาทิ แคร์ ฉัตรฑริกา สิทธิพรม, เอนจอย ธิดารัตน์ ปรือทอง, เอ็ม อภินันท์ ประเสริฐวัฒนกุล, ป๊อป ธัชทร ทรัพย์อนันต์, เอ็กซ์ ธิตินันท์ สุวรรณศักดิ์, เปิ้ล ภารดี วงษ์สวัสดิ์, ฟรอยด์ ณัฏพงษ์ ชาติพงศ์ ฯลฯ ที่พร้อมมาโชว์ของทั้งคอมเมดี้ โรแมนติก ดราม่า ให้คุณต้องตะลึง

และนอกจากนี้แฟนๆ ต้องจับตามองไว้ให้ดีกับการพลิกบทบาทครั้งสำคัญของเธอคนนี้ น้ำหวาน ภูริตา สุปินชุมภู เตรียมปูพรมแดงให้แม่เดินได้เลยเพราะเรื่องนี้เธอมาในลุค สวย แซ่บ พร้อมฟาด! ร่วมด้วยทีมนักแสดงมากฝีมืออีกมากมาย อาทิ แคร์ ฉัตรฑริกา สิทธิพรม, เอนจอย ธิดารัตน์ ปรือทอง, เอ็ม อภินันท์ ประเสริฐวัฒนกุล, ป๊อป ธัชทร ทรัพย์อนันต์, เอ็กซ์ ธิตินันท์ สุวรรณศักดิ์, เปิ้ล ภารดี วงษ์สวัสดิ์, ฟรอยด์ ณัฏพงษ์ ชาติพงศ์ ฯลฯ ที่พร้อมมาโชว์ของทั้งคอมเมดี้ โรแมนติก ดราม่า ให้คุณต้องตะลึง

​เส้นทางความรักและความแค้นจะเกิดขึ้นและจบลงอย่างไร ปูเสื่อรอดูพร้อมกันได้ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.30 น. เริ่มตอนแรก 4 กรกฎาคมนี้ ดูทีวีกด 33 ดูมือถือกด 3Plus

ครูโอ๊ะ " คิกออฟ " ส่งมอบบานประตูพีวีซี" แก่ประชาชน 149 ครัวเรือน

ย้ำเป็นการนำร่องบูรณาการ ศธ. กศน. สอศ. กับ มท. ใช้การศึกษานำการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดี

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2565 นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานพิธีส่งมอบบานประตูพีวีซี ลูกบิด​และบานพับ พร้อม Kick-off ซ่อมประตู ตามกิจกรรม "กระทรวงศึกษาธิการ กศน. สอศ. ผสานพลังอำเภอบ้านสร้าง พัฒนาคุณภาพชีวิต ขจัดความยากจน ตามระบบ ThaiQM และ TPMAP" ณ หอประชุม โรงเรียนซิตใจชื่น ตำบลบ้านสร้าง อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากบริษัทในเครือบางกอกพีวีชี โดยมีนายกมล รอดคล้าย ที่ปรึกษา รมช.ศธ. นายพะโยม ชิณวงศ์ ประธานคณะทำงาน รมช.ศธ. นายชัยรัตน์ จำนงค์การ ที่ปรึกษา รมช.ศธ. นายวรพันธุ์ สุวัณณุสส์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี นางสาวทรงศรี วิระรังษิยากรณ์ รองเลขาธิการ กศน. พร้อมด้วยผู้บริหารการศึกษาภาครัฐและเอกชน สถานศึกษา ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น คณะครู และนักเรียน เข้าร่วมพิธี พร้อม Kick-off ประเดิมซ่อมประตูที่โรงเรียนชิตใจชื่นเป็นจุดแรกของการจัดกิจกรรมครั้งนี้

"กิจกรรมดี ๆ ครั้งนี้ มีจุดเริ่มต้นจากการที่สำนักงาน กศน. ได้รับข้อมูลคนพิการจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ซึ่งมีผู้พิการอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ที่ยังไม่เข้าสู่ระบบการศึกษากว่า 40,000 คน จึงได้ดำเนินโครงการ กศน.ปักหมุด โดยลงพื้นที่ค้นหาและปักหมุดบ้านคนพิการ เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษา ช่วยเหลือด้านอาชีพ และการพัฒนาคุณภาพชีวิต ประกอบกับบริษัทในเครือบางกอกพีวีชี โดยคุณอมร ประกายศรีโรจน์ และครอบครัว ได้มอบบานประตูพีวีซี พร้อมอุปกรณ์ลูกบิดและบานพับ แก่กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อส่งต่อให้กับครัวเรือนผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาส ตามตามระบบ ThaiQM และ TPMAP ในพื้นที่อำเภอบ้านสร้าง รวมจำนวนทั้งสิ้น 149 บาน ได้แก่ ครัวเรือนที่ประสบความเดือดร้อน จำนวน 20 ครัวเรือน ผู้พิการโครงการ กศน.ปักหมุด จำนวน 11 ครัวเรือน วัด จำนวน 7 วัด และหน่วยงานราชการ สถานศึกษา จำนวน 10 แห่ง 


การจัดกิจกรรมครั้งนี้ จึงถือเป็นครั้งแรกของการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต ขจัดความยากจน โดยใช้การศึกษาเป็นตัวนำ สอดคล้องตามยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายรัฐบาล และนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ โดยบูรณาการความร่วมมือและประสานพลังทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนประชาชนจิตอาสา ในการลงพื้นที่แต่ละหมู่บ้าน เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน หาแนวทางแก้ไขร่วมกันระหว่างภาครัฐ และภาคประชาชน โดยหน่วยงานและสถานศึกษา สังกัด กศน. ให้การศึกษาตามศักยภาพของบุคคล สร้างทักษะอาชีพ สร้างงานและรายได้ และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ที่เป็นฝีมือชนคนสร้างชาติ ร่วมประกอบติดตั้งบานประตู ประสานพลังกับกระทรวงมหาดไทย (มท.) ในเรื่องของความยากจน ส่วนกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จะช่วยเติมเต็มในเรื่องของคนพิการ ต่อยอดกับโครงการ กศน.ปักหมุด เพื่อมุ่งเป้าหมายการทำงานและเกิดผลรับชัดเจนจากการบูรณาการในทุกมิติร่วมกัน

ในนามรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ ขอขอบคุณภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน โดยเฉพาะบริษัทในเครือบางกอกพีวีชี ที่ให้การสนับสนุนบานประตูและอุปกรณ์จนเป็นที่มาทำให้เรามาร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตและขจัดความยากจนแก่ชาวบ้านสร้างในครั้งนี้ โดยหวังว่าจะเกิดกิจกรรมดี ๆ เช่นนี้อีกภายใต้การนำของผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี นายอำเภอบ้านสร้าง ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น ที่เป็นผู้นำด้านการพัฒนา นำความเจริญและความอยู่ดีมีสุขขยายไปยังอำเภอ ท้องถิ่น ชุมชนและหมู่บ้านในปราจีนบุรีของเราร่วมกัน" รมช.ศึกษาธิการ กล่าว



จากนั้น รมช.ศึกษาธิการ และคณะ เดินทางลงพื้นที่ซ่อมบานประตูและเยี่ยมบ้านนักศึกษาพิการ กศน. ที่หมู่ที่ 6 ตำบลบางกระเบา และหมู่ที่ 8 ตำบลบางแตน ตลอดจนบ้านผู้พิการ หมู่ที่ 8 ตำบลบางแตน และวัดบางแตน ซึ่งถือเป็นกิจกรรมดี ๆ ที่ช่วยสร้างรอยยิ้มและความอิ่มเอมใจ ทั้งจากภาคีเครือข่ายที่เป็นผู้ให้ และผู้รับทั้ง 149 ครัวเรือนในอำเภอบ้านสร้างโดยถ้วนทั่วกัน

โรงแรมเฮอริเทจเชียงรายโฮเทลแอนด์คอนเวนชั่น





ผ่านพ้นช่วงต้นปีไปอย่างรวดเร็ว หลังจากที่ทุกคนคงจะรู้สึกเหนื่อยล้าจากการทำงานอย่างตั้งอกตั้งใจเพื่อให้สามารถพิชิตเป้าหมายชีวิตของแต่ละคนให้สำเร็จ ทุ่มเทขนาดต้องให้รางวัลตัวเองกันสักนิดด้วยการออกไปสัมผัสกับบรรยากาศธรรมชาติ ทิวเขาที่เขียวขจีโอบล้อมด้วยไม้ป่านานาชนิด อากาศเย็นสบายตลอดปีที่แสนสงบสุขตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์และยังสามารถช่วยให้ทุกคนได้ผ่อนคลายความเหนื่อยล้าพร้อมสูดโอโซนบริสุทธิ์กันให้เต็มปอด 

วันนี้ Wefiethailand อยู่ที่จังหวัดเชียงราย จังหวัดอันดับหนึ่งในใจเป็นจังหวัดที่ ภูเขาสวย มีทะเลหมอกเยอะมีหลายดอยให้เราเที่ยว พร้อมคาเฟ่ พิพิธภัณฑ์ และวัดที่สวยงามติดอันดับของโลก จังหวัดเชียงราย เป็นจังหวัดมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรล้านนาแต่โบราณกาลประมาณ 750 ปีที่ผ่านมา มีอายุเก่าแก่กว่าจังหวัดเชียงใหม่ไปโดยประมาณ 50 กว่าปี มี ”คำเมือง” เป็นภาษาท้องถิ่น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งด้านศิลปะ ประเพณีวัฒนธรรมที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ในรูปแบบล้านนา ไทลื้อ ไทใหญ่ ไทเขิน จากสิบสอบปันนาผสมผสาน เข้าด้วยกัน และมีแหล่งท่องเที่ยวทั้งทางธรรมชาติ ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเป็นจำนวนมาก ซึ่งในอนาคต จังหวัดเชียงราย




“เฮอริเทจ เชียงราย โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น” พร้อมรับนักท่องเที่ยว หลังเปิดประเทศ The Heritage Chiang Rai Hotel and Convention 

ด้วยการออกแบบสไตล์โมเดิร์นล้านนา ฝีมือการตกแต่งจากศิลปินแห่งชาติ สะท้องศิลปวัฒนธรรมล้านนา ล็อบบี้โอ่โถง กว้างขวาง สะอาดสะอ้าน งดงามอย่างลงตัว ของ “โรงแรม เฮอริเทจ เชียงราย โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น”



โรงแรมเฮอริเทจ เชียงรายโฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่นเป็นโรงแรมขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดเชียงรายด้วยจำนวนห้องพัก 321 ท้อง และห้องประชุม 10 ท้องทั้งห้องประชุมขนาดใหญ่ ขนาดกลางและขนาดเล็กที่สามารถรองรับได้มากกว่า 1,500 คน มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยและครบครันที่สุด สามารถจัดงานประชุมสัมมนาจัดเลี้ยงรับรอง งานแต่งงาน งานเปิดตัวสินค้า รวมไปถึงการจัดนิทรรศการระดับนานาชาติ (MICE) โดยผ่านมาตรการความปลอดภัยด้านสุขอนามัย (SHA) และเป็นสมาชิกสมาคมโรงแรมไทย (THA)โรงแรมฯ ถูกออกแบบอย่างหรูหราได้มาตรฐานลงตัวในทุกดีไซน์ ตามระดับสากล รวมทั้งเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งสะท้อนถึงศิลปะ วัฒนธรรมล้านนา ล็อบบี้ต้อนรับอันโอ่โถง ล็อบบี้เลาจน์ออกแบบล้านนาร่วมสมัยด้วยภาพวาดสีสะท้อนถึงศิลปะพื้นบ้านของชาวเชียงรายห้องอาหารนานาชาติ ศูนย์ออกกำลังกาย สระว่ายน้ำที่ล้อมรอบด้วยต้นไม้ใหญ่ รวมถึงพื้นที่สีเขียวเหมาะแก่การพักผ่อนอย่างแท้จริง

โปรโมชั่น....
โรงแรมเฮอริเทจ เชียงราย รอต้อนรับทุกท่านด้วยการบริการที่อบอุ่นและประสบการณ์ที่น่าประทับใจทำ
ทุกวันให้เป็นวันพิเศษ ครอบครัวสายมู หรือจะพลาด ! พักโรงแรมหรู พร้อมพาเที่ยววัดชื่อดังในจังหวัดเชียงราย กับโปรโมชั่น “แฟมมิลี่ สเตย์เคชั่น” รับส่วนลดมากกว่า 70%
ฟรี ! รถรับ-ส่ง และสิทธิประโยชน์อื่นๆอีกมากมาย

ช่องทางการจอง https://bit.ly/3lolQP8

THE HERITAGE CHIANG RAI HOTEL AND CONVENTION

199 Moo 13, Paholyothing Road, Sansai, Mueang, 57000 Chiang Rai

Phone +66 5205 5888 Fax +66 5205 5999 info@heritagechiangrai.com

Line ID: theheritagechiangrai

💻 www.heritagechiangrai.com

#TheHeritageChiangRaiHotelandConvention #โรงแรมเฮอริเทจเชียงรายโฮเทลแอนด์คอนเวนชั่น #TheBiggestHotelandConvention #ChiangRai #Thailand #FamilyStaycation #FamilyTime #FamilyPackage #Promotion #toptotravel

27 มิถุนายน 2565

ทูซีทูพี พาร์ทเนอร์ อิเกียยกระดับการชำระเงินออนไลน์ เพื่อลูกค้าทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทูซีทูพี (2C2P) แพลตฟอร์มชำระเงินระดับโลก ได้รับประกาศการแต่งตั้งจากอิคาโน่ รีเทล (Ikano Retail) แฟรนไชส์ของอิเกีย (IKEA) ในฐานะพันธมิตรด้านการชำระเงินอย่างเป็นทางการ เพื่อมอบประสบการณ์การชำระเงินออนไลน์ที่ราบรื่น สำหรับลูกค้าของอิเกียในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้ง 4 ประเทศได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย

นายปิยชาติ รัตน์ประสาทพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทูซีทูพี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า จากกลยุทธ์การดำเนินงานในปีนี้ บริษัทต้องการขยายตัวเข้าสู่ตลาดใหม่ๆ มากขึ้น และเพิ่มฐานการค้าในทุกอุตสาหกรรมและทุกประเภทธุรกิจ โดยเฉพาะแบรนด์ดังระดับโลก ล่าสุดได้จับมือกับทางอิเกีย บริษัทเฟอร์นิเจอร์ชั้นนำของโลก เพื่อขยายขอบเขตการชำระเงินออนไลน์ให้กับลูกค้าอิเกียทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งนี้เนื่องจากตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีความต้องการตัวเลือกในการชำระเงินดิจิทัลที่เข้าถึงได้สะดวก และมีความปลอดภัยสูง ซึ่ง 2C2P ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในการให้บริการชำระเงินออนไลน์ จะสามารถช่วยเพิ่มความสะดวก รวดเร็วให้กับลูกค้าออนไลน์ของอิเกีย ในการชำระเงินเมื่อสั่งซื้อเฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้ในบ้าน อีกทั้งค่าจัดส่ง ผ่านวิธีการชำระเงินออนไลน์ที่ต้องการได้อย่างง่ายดาย


“ที่ผ่านมา 2C2P ได้มีประสบการณ์ร่วมงานอย่างใกล้ชิดกับ Ikano Retail ในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2018 สำหรับการขยายความร่วมมือที่มีมายาวนานในครั้งนี้ จะเป็นการมอบประสบการณ์การชอปปิงออนไลน์ที่ปลอดภัย ราบรื่น และสะดวกสบายให้กับลูกค้าของอิเกียอย่างสม่ำเสมอทั่วทั้งภูมิภาค อีกทั้งบริษัทยังมั่นใจว่าระบบชำระเงินของ 2C2P จะช่วยให้ลูกค้าของอิเกีย ได้ประสบการณ์การชำระเงินที่ปลอดภัย หลากหลาย และครอบคลุมวิธีการชำระเงินมากมายในภูมิภาค ทั้งการชำระด้วยบัตรเครดิต และการใช้ช่องทางอื่นๆ ในการชำระเงิน เช่น การโอนเงินออนไลน์ผ่านธนาคาร การผ่อนชำระแบบไม่มีดอกเบี้ย รวมถึงการชำระเงินด้วยกระเป๋าอิเล็กทรอนิกส์ และการชำระเงินผ่านเคาน์เตอร์รับชำระในรูปแบบเฉพาะของตลาดทั้งสี่ประเทศ ตัวอย่างเช่น ในสิงคโปร์ ลูกค้าสามารถชำระเงินโดยใช้การโอนเงินออนไลน์ผ่านธนาคารจากบัญชีธนาคาร ดีบีเอส โอเวอร์ซีไชนีสแบงกิ้งคอร์ปอเรชั่น สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด หรือยูโอบี ผ่าน eNETS  ส่วนในมาเลเซียลูกค้าสามารถใช้เครือข่ายการโอนเงินออนไลน์ผ่าน FPX ในไทย ลูกค้าสามารถชำระเงินโดยสแกน QR PromptPay และในฟิลิปปินส์ ลูกค้าสามารถชำระเงินโดยใช้แอปพลิเคชันมือถือยอดนิยมอย่าง Gcash เป็นต้น ซึ่งนอกเหนือจากช่องทางการชำระเงินที่ครอบคลุมแล้ว แพลตฟอร์มการชำระเงินของ 2C2P ยังสามารถตอบสนองธุรกิจที่ซับซ้อนและความต้องการด้านการดำเนินงานของ Ikano Retail โดยมีการสร้างระบบหลังบ้านให้สามารถปรับแต่งเองได้ มีการบันทึกรายการรับชำระเงินจากลูกค้าธุรกิจโดยอัตโนมัติ และส่งรายงานที่ถูกต้องแม่นยำแบบทันที” นายปิยชาติกล่าว

“การสรรค์สร้างชีวิตที่ดีกว่าในทุกๆ วัน ให้กับผู้คนทั่วไป คือสิ่งที่อิเกียให้บริการทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อยู่นั้น หมายถึง การเข้าใจในความคาดหวังและความชอบของลูกค้าในการซื้อสินค้า รวมทั้งการชำระเงิน โดยลูกค้าของอิเกียคาดหวังประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมในการใช้บริการทั้งทางออนไลน์และที่สโตร์อยู่เสมอ ทำให้อิเกียมองหาวิธีที่ดีขึ้นอยู่ตลอดเวลา เพื่อต้องการให้ลูกค้ามีทางเลือกในสินค้าตกแต่งบ้านและสำนักงานที่มีประสิทธิภาพ เรียบง่าย และไร้รอยต่อ ด้วยเวลาที่สั้น ให้ความรู้สึกความปลอดภัยและหมดกังวล” โครีนา โฮลแมน (Corrina Holman) ผู้จัดการด้าน Customer Journey ของอิเกียโดย บริษัท อิคาโน่ รีเทล เอเชีย จำกัด กล่าว

แอกเนส ฉัว (Agnes Chua) กรรมการบริหารของ 2C2P กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันลูกค้าในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความต้องการตัวเลือกในการชำระเงินที่หลากหลาย ทั้งด้านความเร็วและความสะดวกเท่าๆ กับประสบการณ์ดิจิทัลที่มีมา ด้วยการนำเสนอโซลูชั่นแบบครบวงจรที่ผสานรวมวิธีการชำระเงินที่แตกต่างกันในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งทูซีทูพีหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นพาร์ทเนอร์ที่มีส่วนร่วมส่งเสริมให้กับอิเกีย มีความได้เปรียบทางการแข่งขันด้านการค้า และช่วยให้อิเกียก้าวทันกับความต้องการและการเปลี่ยนแปลงในการชำระเงินของลูกค้า

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีการเติบโตอย่างรวดเร็วในใช้จ่ายผ่านอีคอมเมิร์ซ ด้วยแรงกระตุ้นจากการชำระเงินทางดิจิทัล จากรายงานของ IDC InfoBrief ที่ได้รับมอบหมายจาก 2C2P คาดว่า การใช้จ่ายด้านอีคอมเมิร์ซจะเพิ่มขึ้น 162% สู่ระดับ 179.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2025 ทั่วทั้งภูมิภาค โดย 91% ของการชำระเงินอีคอมเมิร์ชทั้งหมดเป็นการชำระเงินทางดิจิทัล ผู้ใช้บริการธนาคารบนมือถือและกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ คาดว่าจะเติบโต 97% และ 162% ตามลำดับ ระหว่างปี 2563 -2568

สสว.ร่วมออกบูธในงาน FTI Expo 2022 วันที่ 29 มิ.ย.- 3 ก.ค.65 ศูนย์ประชุมนานาชาติเชียงใหม่

 

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว.ร่วมออกบูธในงาน FTI Expo 2022 เพื่อนำเสนอบริการและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ประกอบการในงาน รวมทั้งให้คำแนะนำปรึกษาและสมัครสมาชิก สสว. อีกด้วย  สำหรับงานFTI Expo 2022 ท่านจะได้พบสุดยอดผู้นำและ CEO จากภาครัฐและเอกชนกว่า 25 ท่าน ตลอด 5 วัน เข้มข้นด้วยวิสัยทัศน์และแนวคิดด้านธุรกิจและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ใน FTI Future Forum  

พบกับบูธสสว. หมายเลขP-01 และบูธTHAI SME-GP หมายเลข A302-Aภายในงาน FTI Expo 2022  ระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน - 3 กรกฎาคม 2565 เวลา 10.00 - 20.00 น.

ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติฯ เชียงใหม่
ดูรายละเอียดงานเพิ่มเติมได้ที่ https://ftiexpo.com/forum/

SUSUNN ขานรับกระแสตลาดรถยนต์ไฟฟ้าพุ่ง เปิดตัวสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าพร้อมชูบริการใหม่ แบบครบชุด

SUSUNN (ซูซัน) ตอกย้ำความสำเร็จในการเป็นผู้ให้บริการ (Solution Provider ) ด้านวิศวกรรม พลังงาน และนิคมอุตสาหกรรม ในระดับอาเซียนด้วย ดิจิตอลเทคโนโลยี จากรางวัลการันตีทั้งจากใน และต่างประเทศ อาทิ Thailand Energy Award และ ASEAN Energy Award หลายปีซ้อน เพื่อให้ลูกค้าได้รับบริการที่ครอบคลุมทุก Solution พร้อมเปิดตัว SUSUNN Solar Carport and EV Charging Solution  หรือ โรงจอดรถพลังงานแสงอาทิตย์พร้อมสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ด้วยบริการแบบครบจบที่เดียว รวมถึงการให้บริการดูแลรักษาตลอดการใช้งาน ตอบรับกระแสการขยายตัวสูงสุดของตลาดรถยนต์นั่งไฟฟ้าทุกกลุ่มที่คาดการณ์ว่า ในปีนี้จะพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากอานิสงส์มาตรการส่งเสริมการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ ตามกระแสความนิยมยานยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคทั่วโลกในด้านราคา และเทคโนโลยีแบตเตอรี่ รวมถึงราคาน้ำมันดิบที่อยู่ระดับสูงต่อเนื่อง โรงจอดรถพร้อมสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า จึงนับเป็นธุรกิจการให้บริการต่อเนื่องที่มีความสอดคล้องกับการขยายตัวของรถยนต์ไฟฟ้าในอันดับต้น ๆ  การเปิดให้บริการสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าพร้อมบริการครบครันทั้งกระบวนการ จาก SUSUNN (ซูซันน์) นอกจากจะช่วยให้ผู้ประกอบการเจ้าของพื้นที่ ที่มีผู้เข้ามาติดต่อใช้บริการจำนวนมาก หรือกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม ที่กำลังวางแผน จัดเตรียมพื้นที่เพื่อรองรับรถยนต์ไฟฟ้าที่จะออกมาใช้งานจริง ได้รับความสะดวกสบายเพิ่มมากขึ้นแล้ว การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ยังนับเป็นพลังงานทางเลือกที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ทั้งในด้านการลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และผลตอบแทนด้านการลงทุนด้วย ทั้งนี้ SUSUNN ยังเปิดให้ ผู้ที่สนใจสามารถเข้ามาศึกษาหรือใช้บริการได้ที่ SUSUNN Solar Carport and EV Charging Station สถานีต้นแบบที่ตั้งอยู่ภายในนิคมอุตสาหกรรมหนองแค จ.สระบุรี

นายนำพล มลิชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซูซันน์ สมาร์ทโซลูชั่น ผู้ให้บริการ การบริหารจัดการพลังงาน ภายใต้การบริหารงานของบริษัท เอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ดำเนินธุรกิจให้คำปรึกษา ออกแบบ จัดจำหน่าย และติดตั้งระบบผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน ซึ่งเป็นพลังงานสะอาดหลากหลายประเภท โดยเฉพาะระบบโซล่าเซลล์ รวมทั้งบริการด้านการจัดการพลังงาน การตรวจรับรองและวิเคราะห์การใช้พลังงาน ตลอดจนพัฒนาระบบพลังงานทดแทนและระบบอนุรักษ์พลังงานภาคอุตสาหกรรม ถือว่าสอดคล้องกับเทรนด์การเติบโตของตลาดธุรกิจพลังงานสะอาดในประเทศที่มีมูลค่าประมาณ 20,000 ล้านบาทและคาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าในปีนี้ จะมีการขยายตัวสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทั้งจากมาตรการส่งเสริมการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ รวมถึงมาตรการกระตุ้นยอดขายจากฝั่งผู้ผลิตในช่วงที่เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว ส่งผลให้ราคาขายปลีกรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศจับต้องได้มากขึ้น ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบที่อยู่ระดับสูงต่อเนื่อง รวมถึงการตื่นตัวต่อภาวะโลกร้อนที่กลายเป็นจุดเปลี่ยนให้รถยนต์ไฟฟ้าเข้ามามีบทบาทมากขึ้น และอาจส่งผลให้เป็นตลาดที่มีศักยภาพเติบโตสูงในระยะต่อไป 

การเปิดตัว SUSUNN Solar Carport and EV Charging Solution  หรือ โรงจอดรถพลังงานแสงอาทิตย์พร้อมสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า โดยการออกแบบ Solar Carport และ EV Charging Solution ดำเนินการโดยทีมวิศวกรผู้ชำนาญการจากทีม SUSUNN พร้อมให้คำแนะนำออกแบบ ติดตั้ง บำรุงรักษา และให้บริการขออนุญาตกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกขั้นตอน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ากลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม และภาคธุรกิจอื่นๆ ทั่วประเทศ ที่กำลังมองหาผู้เชี่ยวชาญในการให้บริการจัดตั้งสถานีชาร์จไฟฟ้า เพื่อรองรับการขยายตัวของรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มปริมาณมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ในอนาคตอันใกล้ และส่วนใหญ่ยังกระจุกแต่ในพื้นที่เขตเมืองเป็นหลัก” 

นายนำพล มลิชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซูซันน์ สมาร์ทโซลูชั่น 

“นอกจากนี้ SUSUNN ยังเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจ สามารถเข้ามาศึกษาหรือใช้บริการได้ที่ SUSUNN Solar Carport and EV Charging Station นิคมอุตสาหกรรมหนองแค ซึ่งประกอบด้วยระบบผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ขนาดประมาณ 6 kWp ที่สามารถช่วยลดค่าไฟได้ถึง 30,000 บาทต่อปี และช่วยลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 4,400 kgCO2 ต่อปี สามารถจอดรถได้ 2 คัน ซึ่งระบบ Solar Carport ออกแบบให้ติดตั้งได้อย่างรวดเร็ว และมีระบบป้องกันน้ำรั่วซึมระหว่างแผงเป็นอย่างดี ส่วน EV Charger มีทั้งรุ่น DC Fast Charge ขนาด 100 kW ที่สามารถชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าได้จนเต็มภายในระยะเวลา 30-45 นาที และรุ่น AC Charger ขนาด 22 kW รองรับหัวชาร์จประเภท CCS2, CHAdeMO และ AC Type 2 ซึ่งคลอบคลุมรถยนต์ไฟฟ้าทุกยี่ห้อที่มีจำหน่ายในประเทศไทยในปัจจุบัน ทั้งนี้ หากท่านใดสนใจ ก็สามารถเข้ามาศึกษาหรือใช้บริการได้ที่ SUSUNN Solar Carport and EV Charging Station สถานีต้นแบบที่ตั้งอยู่ภายในนิคมอุตสาหกรรมหนองแค จ.สระบุรี ของเราได้ด้วย”นายนำพลกล่าวสรุป

สำหรับท่านที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
www.susunn.scgceramics.com และ FB page : susunnenergy หรือโทร 065-982-9040

บริษัท สยามซีเพลน จำกัด ร่วมมือกับภาครัฐและเอกชนร่วมหารือถึงประโยชน์ของเครื่องบินทะเลในประเทศไทยในหลากหลายมิติ



24 มิถุนายน 2565, กรุงเทพฯ ประเทศไทย -- H.E., Mr. Ahmed Zuhair รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมและการบินพลเรือนแห่งสาธารณรัฐมัลดีฟส์ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานสัมมนาเกี่ยวกับประโยชน์ของเครื่องบินทะเลที่มีต่อประเทศไทย เพื่อให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมการบินทั้งภาครัฐและภาคเอกชนได้ประชุมหารือ โดยมี วรกัญญา สิริพิเดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท สยาม ซีเพลน จำกัด ซึ่งเป็นผู้ให้บริการเครื่องบินทะเลมาตรฐานสูงแห่งแรกของประเทศไทยให้การต้อนรับ

ณ โรงแรมสวิสโซเทล กรุงเทพ รัชดาเมื่อวันก่อน



ลิกซิลประกาศผู้ชนะรางวัล และเดินหน้าสนับสนุนโครงการ Asia Pacific Property Awards 2022-23 แบรนด์โกรเฮ่และอเมริกันสแตนดาร์ดภายใต้ลิกซิล

ร่วมฉลองความเป็นเลิศของอุตสาหกรรมในงาน International Property Awards รวมทั้งลงนามสนับสนุนโครงการต่อเนื่องอีก 3 ปี

ลิกซิล (LIXIL) ผู้บุกเบิกผลิตภัณฑ์เพื่อการจัดการน้ำและที่อยู่อาศัย ได้ประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัล Asia Pacific Property Awards 2022-23 ผ่านแบรนด์ผู้สนับสนุนอย่างโกรเฮ่และอเมริกันสแตนดาร์ดในงาน International Property Awards (IPA) ซึ่งเป็นงานกาลาที่จัดขึ้น ณ กรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2565 โดยรางวัล Asia Pacific Property Awards จัดขึ้นเพื่อเชิดชูความสำเร็จระดับสูงสุดในด้านสถาปัตยกรรม การออกแบบภายใน อสังหาริมทรัพย์ และการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในภูมิภาคดังกล่าว ซึ่งลิกซิลยังคงยืนยันร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน IPA ผ่านการลงนามสนับสนุนครั้งใหม่เป็นเวลาอีกสามปีติดต่อกัน

รางวัล Asia Pacific Property Awards เป็นหนึ่งในรางวัลที่ใหญ่ที่สุดและเป็นที่ยอมรับมากที่สุดในอุตสาหกรรมนี้ โดยมีการส่งผลงานเข้าประกวดกว่า 1,200 รายการจากประเทศต่าง ๆ ทั่วทั้งภูมิภาค ซึ่งรางวัลนี้ได้รับการสนับสนุนจาก LIXIL Asia ผ่านแบรนด์ชั้นนำอย่าง โกรเฮ่ และ อเมริกันสแตนดาร์ดเป็นปีที่สี่แล้ว โดยถือเป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุดของ International Property Awards (IPA) โดยผู้ชนะรางวัล IPA จะได้รับการพิจารณาและตัดสินอย่างเข้มงวดจากบรรดาเพื่อนร่วมงาน และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมกว่า 100 คน ที่ต่างมีความเชี่ยวชาญทั้งในด้านการออกแบบ คุณภาพ การบริการ นวัตกรรม ความคิดริเริ่ม และความมุ่งมั่นสู่ความยั่งยืน ทั้งนี้ผู้ชนะรางวัล IPA ถือเป็นแบบอย่างของอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในด้านความมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศและการทำงานหนัก



งานประกาศผลรางวัล IPA ได้รับการต้อนรับด้วยความกระตือรือร้นจากผู้ชนะรางวัลและผู้เข้าร่วมจากหลายภาคส่วน หลังจากห่างหายไปถึงสองปีเนื่องมาจากโรคระบาดที่เกิดขึ้นทั่วโลก โดยในงานนี้ผู้เข้าร่วมมีโอกาสที่จะสร้างเครือข่ายและเยี่ยมชมบูธสุดเอ็กซ์คลูซีฟของลิกซิลซึ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์และโซลูชันใหม่ล่าสุดจากอเมริกันสแตนดาร์ดและโกรเฮ่ อย่างไรก็ตาม ในปีนี้มีผู้ชนะรางวัลทั้งหมด 594 รายจากทั่วเอเชียแปซิฟิก ในหมวดสถาปัตยกรรม การออกแบบภายใน อสังหาริมทรัพย์ และการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยประเทศจีนมีผู้ได้รับรางวัลจำนวนมากที่สุด (273 ราย) รองลงมาคือประเทศไทย (55 ราย) ตามมาติด ๆ ด้วยสิงคโปร์ (32 ราย) ในขณะที่ตลาดอื่น ๆ ที่สำคัญอย่างเช่น ออสเตรเลีย (31 ราย), อินเดีย (23 ราย), ฟิลิปปินส์ (23 ราย) และอินโดนีเซีย (15 ราย) ซึ่งพวกเขาก็สามารถทำได้ดีในปีนี้เช่นกัน (โปรดดูในลิงก์รายชื่อผู้ชนะทั้งหมด https://propertyawards.net/winners/)

ซาโตชิ โคนาไก (Satoshi Konagai) ลีดเดอร์ LIXIL Water Technology ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ได้กล่าวว่า "ลิกซิลรู้สึกเป็นเกียรติ ที่ได้เป็นพันธมิตร และเป็นผู้สนับสนุนหลักเป็นปีที่สี่ติดต่อกัน สำหรับรางวัล International Property Awards โดยทางเรายังคงเน้นย้ำถึงผลงานที่โดดเด่น รวมทั้งความสามารถของนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สถาปนิก และนักออกแบบที่ดีที่สุดทั่วเอเชียแปซิฟิก ซึ่งผมขอแสดงความยินดีอย่างสุดซึ้งกับผู้ชนะทุกคน ในความสำเร็จที่ท่านสมควรได้รับในครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ภูมิภาคแห่งนี้ได้เปลี่ยนไปสู่โลกหลังการแพร่ระบาดแล้ว แต่ผู้บริโภคต่างก็ยังคงใช้เวลาในบ้านมากขึ้นเรื่อย ๆ และห้องน้ำก็กลายเป็นสถานที่พักผ่อนส่วนตัว ที่พวกเขาใช้ปลีกวิเวกจากโลกภายนอก และเนื่องจากพวกเขาต่างต้องการดูแลสุขภาพ และสภาพความเป็นอยู่ของตนมากขึ้นนั่นเอง ดังนั้นห้องน้ำจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่พื้นที่ ที่มีไว้สำหรับเพียงแค่การดูแลสุขอนามัยส่วนตัวเท่านั้น แต่ต่อจากนี้ไป อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ของภูมิภาคนี้ จะต้องจัดการกับแนวโน้มอันสำคัญอันนี้ รวมทั้งความท้าทายใหม่ ๆ ที่จะตามมา นอกจากนี้ยังต้องปรับปรุงพื้นที่อเนกประสงค์ของห้องต่าง ๆ ที่มีอยู่ในทุก ๆ พื้นที่ด้วย โดยลิกซิลเองก็ทำงานอย่างใกล้ชิดกับอุตสาหกรรมและชุมชนมากขึ้นด้วย เพื่อสร้างและแนะนำผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ๆ และเป็นผู้บุกเบิกที่คอยตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในทุกจังหวะเวลาของชีวิต”

ออดรีย์ โหย่ว (Audrey Yeo) ลีดเดอร์ บริษัท ลิกซิล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีการใช้น้ำเอเชียแปซิฟิก (LWT APAC) ได้กล่าวเสริมว่า "เราได้เฉลิมฉลองร่วมกับผู้ชนะรางวัล IPA ในขณะที่พวกเขาเองก็ได้มีส่วนกระตุ้นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ นักออกแบบ และชุมชนสถาปนิก ให้มุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศในงานของพวกเขา เพื่อส่งมอบผลงานที่ดีแก่ผู้บริโภค  ผลงานของผู้ได้รับรางวัล IPA ทั้งในอดีตและปัจจุบันต่างเป็นที่ยอมรับในระดับโลกและอุตสาหกรรมนี้กำลังได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้นซึ่งส่งผลให้พาร์ทเนอร์ทางธุรกิจและผู้บริโภคสามารถระบุความต้องการที่จะทำงานกับบริษัทที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรมนี้ได้ด้วยตัวเอง ลิกซิลมีความยินดีที่จะเดินหน้าให้การสนับสนุนรางวัล IPA ด้วยการลงนามเซ็นสัญญาใหม่เป็นเวลาอีก 3 ปีต่อเนื่องกัน และเราจะมุ่งยกระดับวงการสถาปัตยกรรม รวมทั้งภาคการออกแบบตกแต่งภายใน อสังหาริมทรัพย์ และการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในภูมิภาคนี้ด้วย พวกเรากำลังตั้งตารอที่จะได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรของเรา เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่เป็นเลิศในระดับโลก จากผลิตภัณฑ์ในพอร์ตของเรา โดยมุ่งเน้นที่จะเนรมิตบ้านที่ดีกว่าเดิมให้กับทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในโลก”

แพทริก สเป็ก (Patrick Speck) ลีดเดอร์ LIXIL Global Design, EMENA กล่าวว่า “ความร่วมมือกับผู้นำในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์นับเป็นตัวเร่งให้แบรนด์ที่อยู่ในพอร์ตโฟลิโอของลิกซิลเน้นแนวคิดการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลางมากยิ่งขึ้น ลิกซิลและพาร์ทเนอร์ของเรามีโอกาสได้ใกล้ชิดกับลูกค้า ตลอดจนวัฒนธรรม สังคม และชุมชนที่ธุรกิจของเราดำเนินกิจการอยู่มากยิ่งขึ้นหลังจากที่ได้ทำงานร่วมกัน ในส่วน global design team ของลิกซิลเองนั้นเรารวบรวมข้อมูลต่าง ๆ จากการทำวิจัยผู้บริโภคเชิงลึกอย่างถี่ถ้วนเพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่มีความเกี่ยวข้องและเอื้อประโยชน์ต่อการใช้งานเพื่อช่วยแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันและเพิ่มมูลค่าที่จับต้องได้ให้แก่ผู้บริโภคตลอดจนอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์”

ในฐานะผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีการจัดการน้ำ ลิกซิลส่งมอบบริการให้แก่ผู้บริโภคมากกว่า 1 พันล้านคนทั่วโลกด้วยผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์โกรเฮ่และอเมริกันสแตนดาร์ด โกรเฮ่ยังคงยึดมั่นในปณิธานอย่างแน่วแน่ทั้งแนวคิดของความยั่งยืนและนวัตกรรมใหม่ ๆ โดยนำเสนอ 4 ผลิตภัณฑ์ที่ขายดีที่สุดด้วยการมุ่งเน้นการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่จะไม่สร้างของเสีย เน้นการใช้พลังงานหมุนเวียน (Cradle to Cradle) จนได้รับการรับรองในระดับ (Gold Product standard) ซึ่งโกรเฮ่มีส่วนช่วยกำจัดขยะพลาสติกเป็นจำนวนถึง 37 ล้านชิ้นต่อปีในเส้นทางที่มุ่งสู่การปลอดขยะพลาสติกสำหรับบรรจุภัณฑ์ ตลอดจนสร้างนิยามใหม่ในการส่งมอบประสบการณ์ให้แก่ลูกค้าผ่านทางแพลตฟอร์ม GROHEX ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ย้อนกลับไปเกือบ 150 ปีแห่งความเป็นตำนานของผู้บุกเบิก อเมริกันสแตนดาร์ดยังคงเป็นแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักกันดีหากกล่าวถึง เทคโนโลยี HygieneClean System ซึ่งเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมสำหรับความปลอดภัยด้านสุขอนามัยภายในห้องน้ำ ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีทั้ง 4 ด้านเข้าไว้ด้วยกันไม่ว่าจะเป็นระบบการชำระล้างอันทรงพลัง การออกแบบโถสุขภัณฑ์แบบไร้ขอบขั้นสูง อะควา เซรามิก นวัตกรรมอันล้ำสมัยของสารเคลือบผิว และเทคโนโลยีต่อต้านแบคทีเรียอย่าง ComfortClean อันทรงประสิทธิภาพ  อเมริกันสแตนดาร์ด

ยังคงทำงานอย่างใกล้ชิดกับสถาปนิก นักออกแบบ และนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เพื่อพัฒนาการออกแบบให้ตอบโจทย์การใช้งานได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งคอยดูแลจัดการโซลูชันห้องน้ำแบบครบวงจร โดยเฉพาะสำหรับภูมิภาคที่มีความหลากหลาย และกำลังพัฒนารุดหน้าไปอย่างรวดเร็วเช่นภูมิภาคแห่งนี้


เอ็ม บี เค บริหารจัดการน้ำเสียอย่างมีคุณค่า ประหยัดน้ำ ลดการใช้พลังงาน สร้างความยั่งยืนในมิติสิ่งแวดล้อม

อย่างที่ทราบกันดีว่า “น้ำ” มีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันตลอดจนการการดำเนินธุรกิจทั้งในกระบวนการผลิตและบริการรวมถึงการอุปโภคบริโภค แต่ผลที่ตามมานั้น คือ “ปัญหาน้ำเสีย” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ

บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ พาราไดซ์ พาร์ค เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 และเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์ รวมถึงธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจอาหาร ธุรกิจสนามกอล์ฟ              ธุรกิจการประมูล และธุรกิจการเงิน ตระหนักและใส่ใจถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม และให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ และต้องตอบโจทย์กับการดำเนินงานในทุกกลุ่มธุรกิจ ที่สำคัญต้องไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน และสอดคล้องกับกฎหมาย

              นายประหยัด  บุญคำ ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรม บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นนโยบายหลักที่ เอ็ม บี เค มุ่งมั่นและดำเนินการมาโดยตลอด เพราะทุกกิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละธุรกิจ ล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมทั้งสิ้น โดยเฉพาะ “การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ” เพราะน้ำมีความสำคัญในการดำรงชีวิตและทุกชุมชนจำเป็นต้องใช้ร่วมกัน ซึ่ง เอ็ม บี เค มีการวางแผนดำเนินการอย่างบูรณาการ  โดยเริ่มจากการสำรวจสภาพแวดล้อมแหล่งน้ำ การวิเคราะห์สภาพค่าความสกปรกของน้ำ ได้แก่ ค่าบีโอดี  ซึ่งจะสัมพันธ์กับการเลือกวิธีปรับปรุงคุณภาพน้ำเสียได้อย่างเหมาะสมและเป็นระบบโดยคำนึงถึงส่วนรวมเป็นหลัก ทั้งการจัดการน้ำผ่านระบบบำบัด การนำน้ำทิ้งที่ผ่านระบบน้ำเสีย ตามพรบ.การส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ไปดำเนินการให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่า เป็นต้น


              สำหรับระบบบำบัดน้ำเสียที่ธุรกิจในเครือ เอ็ม บี เค ใช้ในกระบวนการบำบัดน้ำเสีย ได้แก่ ระบบบำบัดน้ำเสียด้วยวิธีทางชีวภาพ Activated Sludge แบบใช้จุลินทรีย์และออกซิเจนเป็นตัวช่วยย่อยสลายสิ่งปนเปื้อนในน้ำ เพื่อปรับสภาพน้ำเสียให้กลับมาเป็นน้ำที่มีคุณสมบัติเหมาะสมตามที่กฎหมายกำหนดก่อนที่จะปล่อยออกสู่สาธารณะ ขณะที่  ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์          มีการติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียแบบเติมอากาศตามแนวดิ่ง Deep Shaft ซึ่งมีประสิทธิภาพในการเพิ่มปริมาณออกซิเจนในนํ้าที่สูง ซึ่งมีข้อดี คือ ประหยัดพื้นที่ แม้จะมีการใช้พลังงานในการเติมอากาศอยู่บ้าง แต่ยังคงคุณสมบัติการบำบัดน้ำเสียให้ได้คุณภาพน้ำที่เหมาะสมก่อนจะปล่อยออกสู่สาธารณะ โดยทางศูนย์การค้าฯ มีการพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่องและสามารถควบคุมและลดการใช้พลังงานได้ถึง 240,000 หน่วย/ปี

              นายประหยัด กล่าวเพิ่มเติมว่า “ในการควบคุมดูแลระบบบําบัดนํ้าเสีย จะมีการตรวจสอบ ติดตามรายงานผลการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อบริหารจัดการกลิ่นจากสลัดจ์น้ำเสีย มีการตรวจวัดค่าก๊าซไฮโดรเจน ซัลไฟด์ทุกวัน มีการเก็บตัวอย่างนํ้าเสียส่งห้องปฏิบัติการเป็นประจําทุกเดือน เพื่อตรวจสอบคุณภาพนํ้าก่อนที่จะทิ้งลงท่อสาธารณะ รวมทั้งมีผู้เชี่ยวชาญจากรมควบคุมมลพิษกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาทำการตรวจวัดค่าระดับน้ำเสียอย่างเป็นประจำ เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำที่ปล่อยออกไปเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดในกฏหมาย และในส่วนที่เป็นกากของเสียที่เกิดขึ้นจากกระบวนการบําบัดนํ้าเสีย ได้ดําเนินการขนย้ายไปทิ้งอย่างถูกสุขลักษณะ หรืออย่าง โรงแรมทินิดีโฮเต็ล บางกอก กอล์ฟ คลับ ที่เปิดเป็น Hospitel เพื่อรองรับการรักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ระบบสามารถบำบัดน้ำเสียให้คุณภาพน้ำมีความใสสะอาดไม่มีเชื้อโรคหรือสารปนเปื้อนก่อนปล่อยลงสู่แหล่งน้ำในสนามกอล์ฟ บางกอก กอล์ฟ คลับ ช่วยทำให้สมดุลทางธรรมชาติกลับสู่ภาวะปกติดังเดิม และสามารถนำน้ำดังกล่าวมาใช้ในการรดน้ำต้นไม้อีกด้วย”





              นอกจากนี้ยังได้มีการส่งเสริมพัฒนาทักษะให้กับบุคลากร โดยมีการอบรมด้านการจัดการคุณภาพน้ำ เพื่อนำแนวความรู้ทางด้านเทคนิค หรือเทคโนโลยี นวัตกรรมใหม่ มาประยุกต์ใช้กับระบบบำบัดน้ำเสียของทุกธุรกิจ หรือต่อยอดให้เกิดประโยชน์สูงสุด

              นับเป็นอีกหนึ่งความตั้งใจและความมุ่งมั่นของ เอ็ม บี เค ที่ไม่ได้มองแค่การเติบโตทางธุรกิจ แต่ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์สังคม ชุมชนแห่งความสุข  และสร้างเสริมเศรษฐกิจไทยให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืน (Sustainability) ในทุกมิติอย่างต่อเนื่องและตลอดไป

ดีพร้อม ปลื้มสิ่งทอไตรมาสแรกมูลค่าส่งออกพุ่งกระตุ้นมูลค่าเศรษฐกิจเพิ่ม


      กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) เปิดสถานการณ์ การส่งออกผลิตภัณฑ์สิ่งทอไทยเพิ่มสูงขึ้นในไตรมาสแรกของปี 2565 จากปัจจัยการฟื้นตัวของประเทศคู่ค้าหลักของไทย เตรียมร่งพิจารณารับรองมาตรฐานด้วยฉลากคุณภาพผลิตภัณฑ์สิ่งทอไทย หรือ Thailand Textiles Tag ปี 65 ซึ่งมีผู้ผ่านการรับรอง 26 กิจการ 43 ผลิตภัณฑ์ ตั้งเป้ากระตุ้นมูลค่าทางเศรษฐกิจการค้า ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20

        นายภาสกร ชัยรัตน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นประธานในงานพิธีเปิด  กิจกรรม “ดีพร้อมพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์สิ่งทอเข้าสู่มาตรฐานอุตสาหกรรม” ปีงบประมาณ 2565 เมื่อวันจันทร์ที่ 27 มิถุนายน  2565 ที่ Quartier Avenue (ควอเทียร์ อเวนิว) ชั้น จี ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ และมี ว่าที่ร้อยตรีพงษ์ศักดิ์ เรืองศรีใส ผู้อำนวยการกองพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ กล่าวรายงาน

        ทาง ดีพร้อม “DIProm” ได้ยกทัพผู้ประกอบการ “ฉลากคุณภาพผลิตภัณฑ์สิ่งทอไทย” จัดแสดงผลงานและจำหน่ายสินค้าสิ่งทอคุณภาพ ภายใต้แนวคิด “Thailand Textiles Tag : The Power to Drive the Textiles industry in the Future” (ฉลากคุณภาพผลิตภัณฑ์สิ่งทอไทย : พลังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสิ่งทอในอนาคต) พร้อมมอบใบประกาศนียบัตรแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่ผ่านหลักเกณฑ์ตามมาตรฐานการทดสอบ

   นอกจากนี้ยังมี การแสดงมินิแฟชั่นโชว์ รูปแบบ contemporary show ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบและการตรวจสอบสถานที่ผลิตตามหลักเกณฑ์ ภายใต้ Thailand Textiles Tag จากนายแบบนางแบบ และ “น้ำตาล” ชลิตา ส่วนเสน่ห์ มิสยูนิเวอร์ส ไทยแลนด์ 2016



 นายภาสกร ชัยรัตน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า จากภาพรวมการค้าระหว่างประเทศ ในกลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทย ปี 2565 ไตรมาส 1  มีความคึกคักและมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยอุตสาหกรรม สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มมีการส่งออกมูลค่า 1,784.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้วยปัจจัยจากการฟื้นตัวของประเทศคู่ค้าหลักของไทย ทั้งสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และประเทศในกลุ่มอาเซียน ส่งผลต่อปริมาณความต้องการที่เพิ่มขึ้นและทำให้ภาคการส่งออกของอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  

     “ในขณะที่ภาพรวมการนำเข้า ปี 2565 ไตรมาส 1 พบว่ามีมูลค่า  1,373.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ภาพรวมเกิดดุลการค้าเกินดุล ซึ่งคิดเป็นมูลค่า 410.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จึงถือเป็นโอกาสสำคัญในการเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม โดยทาง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้มอบหมายให้ ดร.ณัฐพล รังสิตผล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เร่งการรับรองมาตรฐานสิ่งทอที่มีคุณภาพเพื่อกระตุ้นการส่งออกให้เพิ่มมากขึ้น”

     “กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) จึงได้ขยายผลการดำเนินกิจกรรมพัฒนาคุณภาพ ผลิตภัณฑ์สิ่งทอเข้าสู่มาตรฐานอุตสาหกรรม ภายใต้นโยบายดีพร้อมแคร์ (DIPROM CARE) ที่สะท้อนการส่งเสริม

เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับสินค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอ (C-Customization) ผ่านการรับรองมาตรฐาน ด้วยฉลากคุณภาพผลิตภัณฑ์สิ่งทอไทย หรือ Thailand Textiles Tag”

    “โดยในปีนี้ มีผู้ประกอบการสนใจยื่นขอ

การรับรองเครื่องหมาย Thailand Textiles Tag และพัฒนาผลิตภัณฑ์จนได้การรับรองตามหลักเกณฑ์ รวมทั้งสิ้น 26 กิจการ 43 ผลิตภัณฑ์ ซึ่งยอดรวมการดำเนินงานทั้งหมด 3 ปีที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการและผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรองทั้งสิ้น 104 กิจการ 193 ผลิตภัณฑ์ โดยภาพรวมสามารถผลักดันมูลค่าเศรษฐกิจการค้าให้กับอุตสาหกรรมสิ่งทอ ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20”

     “สำหรับผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการฯ นอกจากจะได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์แล้ว ยังได้รับคำแนะนำเชิงลึกในด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีการผลิต ด้านการประกันคุณภาพ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมถึงการตรวจสอบคุณภาพโดยห้องปฏิบัติการ เพื่อสร้าง

ความน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนา พร้อมกันนี้ ยังได้ปรับปรุงเว็บไซต์ www.thailandtextilestag.com ให้สามารถค้นหาผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรอง รวมทั้งยื่นขอคำรับรองฉลากฯ ได้สะดวกมากยิ่งขึ้นรองรับการใช้งานผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ” 






       “อย่างไรก็ดี ฉลากคุณภาพผลิตภัณฑ์สิ่งทอไทย หรือ Thailand Textiles Tag มุ่งเน้นให้ความสำคัญ กับคุณภาพของเนื้อผ้า ความคงทนของสี และความปลอดภัยจากสารเคมีตกค้าง รวมถึงวัตถุดิบที่ใช้และพิจารณา จากแหล่งกำเนิดของสินค้า กระบวนการผลิตที่เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยยึดตามหลักมาตรฐานสากล เพื่อกระตุ้น การพัฒนาสินค้าอย่างมีคุณภาพ สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค ทั้งยังลดการนำเข้าวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์สิ่งทอเครื่องนุ่งห่มจากต่างประเทศ อีกทั้ง ยังสนับสนุนและส่งเสริมผู้ผลิตภายในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ผู้บริโภคหันมาใส่ใจผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและความปลอดภัยมากขึ้น สินค้าสิ่งทอไทยจึงต้องมีศักยภาพเพื่อเข้าถึงโอกาสในการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น”