22 สิงหาคม 2562

พส.ชูนิทรรศการแสดงผลงาน “หนึ่งเพียงหลวง หนึ่งผลิตภัณฑ์”


วันพฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม 2562 เวลา 12.45 น. ณ เวสต์เกตฮอล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา
เวสต์เกต อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี นางนภา เศรษฐกร อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ
เป็นประธานพิธีเปิดโครงการนิทรรศการแสดงผลงานโครงการโรงเรียนเพียงหลวง ประจำปี 2562

นางนภา กล่าวว่า กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ได้น้อมนำพระดำริทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก ครอบครัว และชุมชนในถิ่นทุรกันดาร มา
สนับสนุนการดำเนินโครงการโรงเรียนเพียงหลวงตามพระดำริ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2553 ซึ่งเป็นโรงเรียนสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ตั้งอยู่ติดแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน จำนวน 18 จังหวัด โดยมุ่งผลสัมฤทธิ์
ให้เด็กและครอบครัว เข้าถึงสิทธิสวัสดิการพื้นฐาน และพัฒนาศักยภาพอย่างรอบด้านเพื่อคุณภาพชีวิต
ที่ดีขึ้น และมีภาคีเครือข่ายที่เพิ่มขึ้นในการพัฒนาทุนมนุษย์ เพื่อสร้างพลังแห่งการให้และแบ่งปัน
ความยั่งยืนของชุมชนโรงเรียนเพียงหลวง จะเกิดขึ้นได้เมื่อบ้าน โรงเรียน และชุมชนมีส่วนร่วมในการ
คิดและทำกิจกรรมร่วมกัน กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ โดยกองหนึ่งใจ...เดียวกันฯ


จึงได้วางแนวทางให้ครอบครัวและชุมชนได้เข้ามามีบทบาทในการดำเนินกิจกรรมมาโดยตลอด ต่อมา
ในปี พ.ศ. 2560 ได้ริเริ่มดำเนิน “โครงการหนึ่งเพียงหลวงหนึ่งผลิตภัณฑ์” ซึ่งตอบโจทย์การพัฒนาคุณภาพชีวิต ด้านการมีอาชีพ การสร้างรายได้ และสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยการนำปราชญ์ชาวบ้านในชุมชนเพียงหลวงเข้ามาถ่ายทอดภูมิปัญญาในท้องถิ่น ให้กับเด็กนักเรียนและคนในชุมชนได้สืบทอด ต่อยอด รักษา และสามารถนำไปสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัวอีกด้วย

นางนภา กล่าวต่อไปว่า การจัดงานในครั้งนี้ เป็นการริเริ่มเปิดพื้นที่ให้โรงเรียนเพียงหลวง ได้นำนวัตกรรมตามโครงการ “หนึ่งเพียงหลวง หนึ่งผลิตภัณฑ์” มาจัดแสดงและจำหน่าย เพื่อสร้างอาชีพและรายได้เสริมให้เด็กนักเรียนและครอบครัว ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมศักยภาพและความสามารถของเด็ก ครอบครัว และชุมชน ในการคิด ผลิต และแสดงผลงาน ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของชุมชน อีกทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปได้รู้จักโรงเรียนเพียงหลวง และเป็นช่องทางการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพียงหลวง
สร้างรายได้ให้เด็ก ครอบครัว และชุมชนเพียงหลวง กลุ่มเป้าหมาย จำนวน 500 คน ประกอบด้วย ตัว
แทนนักเรียนและครูจากโรงเรียนเพียงหลวง 7 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนเพียงหลวง 4 ฯ จังหวัดสตูล โรงเรียนเพียงหลวง 8 ฯ จังหวัดสุรินทร์ โรงเรียนเพียงหลวง 9 ฯ จังหวัดอำนาจเจริญ โรงเรียนเพียงหลวง 10 ฯ



จังหวัดนครพนม โรงเรียนเพียงหลวง 16ฯ จังหวัดเชียงราย และโรงเรียนเพียงหลวง 17 (บ้านแส์ง) ฯ จังหวัดสะแก้ว รวมทั้งผู้ประสานงานโครงการโรงเรียนเพียงหลวง 18 จังหวัด กิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การจัดนิทรรศการแสดงผลงานของโรงเรียนเพียงหลวง ๔ ภาค กิจกรรมหัตถกรรมประดิษฐ์ (Craft Workshop) ได้แก่ ดอกกล้วยไม้จากเส้นพลาสติก พวงมาลัยผ้าขาวม้า และพวงกุญแจรูปหมวกจากผ้าใยกัญชง การแสดงพื้นบ้านเพียงหลวง 4 ภาค และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพียงหลวงที่หลากหลาย เป็นงานทำมือที่ทรงคุณค่า ชิ้นเดียวในโลก ราคาย่อมเยา



“แม้โรงเรียนเพียงหลวงจะเป็นโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในถิ่นทุรกันดาร ห่างไกลความเจริญจากในเมือง แต่เด็ก ๆ มีความสุขกับขนบธรรมเนียมประเพณีในท้องถิ่น และมีภูมิปัญญาพื้นบ้านที่เป็นเอกลักษณ์ควรแก่การอนุรักษ์ไว้มิให้สูญหาย “ผลิตภัณฑ์เพียงหลวง” จึงเป็นเครื่องมือหนึ่งในการพัฒนาเด็กจากสิ่งที่เด็กมีและเป็นอยู่ ทำให้เด็กเห็นคุณค่าในตนเอง มีความภาคภูมิใจในท้องถิ่นของตนเอง ซึ่งหวังอย่างยิ่งว่าชุมชน สังคม และองค์กรทุกภาคส่วน จะได้เข้ามามีส่วนร่วมในการส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรม ให้เด็กเกิดการเรียนรู้ที่หลากหลายและเหมาะสมตามบริบทของพื้นที่ เป็นพลังผลักดันให้เด็กในถิ่นทุรกันดารพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติให้ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนสืบไป”
นางนภาฯ กล่าวในตอนท้าย

21 สิงหาคม 2562

งานแสดงสินค้า ปริ้นท์เทคและจักรปักสัญจร ครั้งที่ 5 จังหวัด เชียงใหม่



คุณมินท์ธิตา นิธิกรกุลนันทน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วันทูวัน ครีเอชั่น จำกัด ออร์แกนไนซ์เซอร์ จับมือร่วมกับ สมาคมธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์และหอการค้าจังหวัด เชียงใหม่ จัดงานแสดงสินค้า ปริ้นท์เทคและจักรปักสัญจร ครั้งที่ 5 จังหวัด เชียงใหม่ เป็นการนำผู้ประกอบการ บริษัท ชั้นนำจากทาง กรุงเทพฯ ไปจัดแสดงสินค้าแบบยิ่งใหญ่โดยมี 4 กลุ่มอุตสาหกรรม หลักมารวมตัวกัน ได้แก่งาน

1. ด้านงานพิมพ์ เป็นงานด้านธุรกิจด้านงานพิมพ์ อาทิ เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท, เครื่องพิมพ์ดิจิตอล,
เครื่องพิมพ์มัลติฟังค์ชั่น, เครื่องถ่ายเอกสารสี ธุรกิจบริการงานป้ายโฆษณา อุปกรณ์ก่อน-หลังการ
พิมพ์ เป็นต้น

2. ด้านแอลอีดี เป็นงานธุรกิจด้านหลอดไฟแอลอีดี อาทิ ตู้ไฟ, ป้ายกล่องไฟสำเร็จรูป, เมนูบอร์ด,
กรอบป้ายกระจายแสง, งานตกแต่ง และวัสดุอุปกรณ์ป้ายไฟ เป็นต้น

3. ด้านจักรปัก พิมพ์สกรีน และสิ่งทอ เป็นธุรกิจของ กลุ่มเครื่องจักรสำหรับเสื้อผ้าสิ่งทอ อาทิ จักรปัก, พิมพ์สกรีน, เครื่องพิมพ์สกรีน, เครื่องทรานเฟอร์, สีสกรีน และอุปกรณ์งานปัก เป็นต้น

4. ด้านงานพิมพ์บรรจุภัณฑ์ เป็นธุรกิจงานพิมพ์บรรจุภัณฑ์ อาทิ งานพิมพ์บรรจุภัณฑ์, เครื่องพิมพ์บนกล่อง, เครื่องพิมพ์ฉลากสินค้า, เลเบล, เครื่องพิมพ์บนบรรจุภัณฑ์ และสินค้าพรีเมี่ยม เป็นต้น

ทั้งนี้ภายในงานยังมีการจัดกิจกรรมสัมมนา ความรู้ และWorkshop จากบริษัทชั้นนำ

1. สมาคมธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ภาคเหนือ จัดกิจกรรม เสวนาในหัวข้อ “บรรจุภัณฑ์ยุค 4.0 โตได้ยังไง”
โดยกูรูที่ให้ความรู้คือ คุณธนพันธ์ ศิริโยธิพันธ์ ท่านนายกสมาคมธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ภาคเหนือ จากโรงพิมพ์ นันทพันธ์

2. “การสอนประกอบตู้ไฟสำเร็จรูป คอมโพสิต และการสอน Neonflex” จากบริษัท ติวานนท์ ปริ้นท์เซ็นเตอร์ จำกัด โดยวิทยากร คุณเพชร ทิมทอง และคุณอุดม คอมประสิทธิ์

3. “เทคโนโลยีอิงค์เจ็ทยูวี ดีจริงเหรอ” จากบริษัท ซุปเปอร์ริเออร์ อิงค์เจ็ท จำกัด โดยวิทยากร คุณพงศกร บุญใส

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆ พร้อมของรางวัลอีกมากมาย รวมไปถึงโปรโมชั่นพิเศษสุดจากผู้เข้าร่วม
จัดแสดงสินค้าในครั้งนี้
โดยทั้งหมดนี้จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 7 – 8 กันยายน 2562 
ศูนย์ประชุมนานาชาติ โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว ฮอลล์ 1-3 ตั้งแต่ 09.00-17.00 น.

20 สิงหาคม 2562

The S-curve Exponential Showcase 2562

โครงมอบเกียรติบัตร เพื่อเพิ่มองค์ความรู้ด้าน 
Branding และการใช้ Social Media 



“กองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรม” จัดงาน “The S-curve Exponential Showcase 2562” งานสัมมนาสรุปโครงการและมอบเกียรติบัตร เพื่อเพิ่มองค์ความรู้ด้าน Branding และการใช้ Social Media เพื่อการสร้างแบรนด์ คาดการณ์ยอดขายเพิ่มขึ้นต่อปีกว่า 445 ล้านบาทอย่างแน่นอน

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพ SMEs ด้วยระบบเทคโนโลยีดิจิทัล ได้จัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพทางการตลาด SMEs และผู้ให้บริการไอทีด้วย Social Media ประจำปี 2562 ขึ้น ภายใต้ชื่อหลักสูตร “The S-curve Digital Branding” เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ พร้อมให้คำปรึกษาแนะนำให้กับผู้ประกอบการในการสร้างแบรนด์ผ่านสื่อออนไลน์ และ Social Media เพิ่มศักยภาพทางการตลาดให้น่าสนใจและน่าจดจำมากยิ่งขึ้น บัดนี้ทางโครงการได้จัดการอบรมและดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของโครงการสำเร็จลงไปแล้วอย่างสมบูรณ์ จึงได้จัดงาน “The S-curve Exponential Showcase 2562 งานสัมมนาสรุปโครงการและมอบเกียรติบัตร” หลักสูตร Digital Branding สำหรับ SMEs และ Startup โดยได้รับเกียรติจาก นายเดชา จาตุธนานันท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล ณ ณ Thailand Creative Design Center (TCDC) ถนนเจริญกรุง

​นายเดชา จาตุธนานันท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพ SMEs ด้วยระบบเทคโนโลยีดิจิทัล ตามนโยบายของรัฐบาลในการขับเคลื่อน SMEs เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ได้จัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพทางการตลาด SMEs และผู้ให้บริการไอทีด้วย Social Media ประจำปี 2562 ขึ้นระหว่างเดือนมีนาคม - สิงหาคม ภายใต้ชื่อหลักสูตร “The S-curve Digital Branding” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้ พร้อมให้คำปรึกษาแนะนำให้กับผู้ประกอบการในการสร้างแบรนด์ผ่านสื่อออนไลน์และ Social Media เพื่อเพิ่มศักยภาพทางการตลาดให้น่าสนใจและน่าจดจำมากยิ่งขึ้น ซึ่งได้ทำให้เกิด Success Case ในการประยุกต์ใช้ Social Media ในธุรกิจเพื่อเพิ่มศักยภาพทางการตลาดขึ้นมาแล้วนั้น ซึ่งบัดนี้โครงการได้จัดการอบรมและดำเนินกิจกรรมต่างๆ สำเร็จลงอย่างสมบูรณ์ โดยมีผลผลิตตามรายละเอียดกิจกรรมดังนี้คือ

นายเดชา จาตุธนานันท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
 1. การจัดอบรมด้าน Digital Branding ให้กับผู้ประกอบการ SMEs และผู้ให้บริการไอที
จำนวน 3 รุ่น รวมทั้งหมด 90 ราย ได้แก่


1.1 "The S-curve Startup" หลักสูตร Digital Branding
สำหรับผู้ให้บริการไอที Startup  จำนวน 1 รุ่น 20 ราย

1.2 “The S-curve SMEs" หลักสูตร Digital Branding Bootcamp
สำหรับ SMEs  จำนวน 2 รุ่น รุ่นละ 35 ราย รวมเป็น 70 ราย

​ซึ่งผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด ได้เข้าร่วมอบรมรุ่นละ 6 ครั้ง จากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ
ในวงการการตลาดและการสร้างแบรนด์ พร้อมกับได้รับคำปรึกษาแนะนำเชิงลึกจากวิทยากรประจำ
โครงการ และมีโอกาสร่วมกิจกรรมสร้างเครือข่ายเพื่อเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการรายอื่นๆ ที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด

2. การออก Roadshow เพื่อประชาสัมพันธ์และแสดงศักยภาพของผู้ให้บริการไอทีและสตาร์ทอัพ
ผู้ให้บริการไอทีและสตาร์ทอัพที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมกิจกรรม ได้มีโอกาสไปร่วมกิจกรรม Road Show ในที่ต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ ได้มีการออกบูธในงาน Smart SME Expo ซึ่งมีผู้ร่วมชมบูธมากกว่า 300 คน และภูมิภาค ในงานสัมมนา Digital Branding 5G ซึ่งทางโครงการได้จัดขึ้นร่วมกับสมาพันธ์เอสเอ็มอี
ไทย และธนาคารกสิกรไทย ใน 3 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ สงขลา และขอนแก่น มีผู้เข้าร่วมงานทั้งหมดรวมกันมากกว่า 600 คน

​
​โดยผลลัพธ์ในการดำเนินการสร้างองค์ความรู้ด้าน Branding และ  การใช้ Social Media เพื่อการสร้างแบรนด์ ทำให้ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถพัฒนาแบรนด์ให้มีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้น   สามารถขยายตลาด
ทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีการประยุกต์ใช้ Social Media เพื่อเพิ่มศักยภาพทางการตลาด ให้เกิดยอดขายและลดต้นทุนไม่น้อยกว่า 10% และผู้ประกอบการ SMEs ร้อยละ 67.14 ที่เข้าร่วมโครงการฯ
มีพัฒนาการสื่อสารแบรนด์ผ่าน Social Media โดยสามารถเพิ่มยอดขายเดือนรวมกว่า 37 ล้านบาท
และคาดการณ์ยอดขายเพิ่มขึ้นต่อปีเป็นเงินกว่า 445 ล้านบาท



ด้วยเหตุนี้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จึงได้จัดงาน “The S-curve Exponential Showcase 2562
ง
านสัมมนาสรุปโครงการและมอบเกียรติบัตร” หลักสูตร Digital Branding สำหรับ SMEs และ Startup โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เพื่อสรุปผลการดำเนินงานและเผยแพร่องค์ความรู้และประสบการณ์ความสำเร็จของผู้ประกอบการที่ได้เข้าร่วมโครงการณ รวมถึงมอบเกียรติบัตรเพื่อเป็นการแสดงความยินดี พร้อมเปิดให้กับผู้ประกอบการ SMEs ที่สนใจได้เข้าร่วมงานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในวันพุธที่ 21 สิงหาคม 2562 เวลา 9:00 น. - 16:00 น. ณ Thailand Creative Design Center (TCDC) ถนนเจริญกรุง

โดยภายในงานประกอบด้วย การแถลงผลการจัดอบรมและกิจกรรมของโครงการฯ และพิธีมอบเกียรติบัตรให้กับผู้เข้าร่วมโครงการฯ ส่วนในภาคบ่ายเป็นการบรรยาย โดยวิทยากร คุณเตฌิณ โสมคำ ในหัวข้อ "Branding Exponential SME" พร้อมการเสวนา Success Story จากตัวแทนผู้เข้าร่วมโครงการ ที่ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจอันเกิดจากการประยุกต์ใช้สิ่งที่ได้เรียนรู้จากโครงการนี้อย่างประสบความสำเร็จ


กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่ากิจกรรมนี้ จะมีส่วนในการสร้างความเข้มแข็งให้กับ SMEs (Strong SMEs) และสร้างให้เกิดผู้ประกอบการใหม่เชิงสร้างสรรค์และนวัตกรรม (New Warriors) ในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม นายเดชา จาตุธนานันท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวปิดท้าย

คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ บริษัท อะเมริ–เอเชีย เมด จำกัด ร่วมลงนามข้อตกลงสนับสนุนทุนวิจัย


วันจันทร์ที่ 19 สิงหาคม 2562 เวลา 16.45 น. ห้องประชุมยาใจ ณ สงขลา ชั้น 25
อาคารหอพักและพัฒนาคณาจารย์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ คณบดี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ Mr.Sergei Mileidievich Millian บริษัท อะเมริ – เอเชีย เมด จำกัด ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงสนับสนุนทุนวิจัย ระหว่าง คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ บริษัท อะเมริ – เอเชีย เมด จำกัด
โดยมี รศ.พญ.บุรณี กาญจนถวัลย์ รองคณบดีฝ่ายบริหาร ศ.นพ.วรศักดิ์ โชติเลอศักดิ์ รองคณบดีฝ่าย
วิจัย ศ.นพ.สมรัตน์ จารุลักษณานันท์ หัวหน้าภาควิชาวิสัญญีวิทยา และ คณาจารย์ คณะแพทย์จุฬาลงกรณ์ เข้าร่วมพิธี
ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ คณบดี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ที่มาของการลงนามบันทึกข้อตกลงสนับสนุนทุนวิจัย
เนื่องจาก บริษัท อะเมริ- เอเชีย เมด จำกัด  มีความสนใจเรื่องการรักษามะเร็งและมีแผนที่จะสร้างโรงพยาบาลรักษามะเร็ง ที่ทันสมัยในประเทศไทย จึงเห็นว่าการวิจัยของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะก่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนคนไทยและประชากรโลก โดยการวิจัยจากสมุนไพรไทย โดยทั้งสองฝ่ายมีความประสงค์ที่จะร่วมมือสนับสนุนทุนวิจัยร่วมกัน



“เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู” อินเตอร์แอคทีฟ อาร์ตสเตชั่น” ครั้งแรกในประเทศไทย ณ สถานีรถไฟฟ้า MRT สถานีวัดมังกร

ยิ่งใหญ่ตระการตา! “เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู” 
เนรมิตอินเตอร์แอคทีฟ อาร์ตสเตชั่นครั้งแรกในไทย


“สถานีวัดมังกร” แลนด์มาร์กแห่งใหม่ใจกลางเยาวราช ไชน่าทาวน์ในกรุงเทพฯ  เปิดตัวงานศิลปะผ่านแก้ว
กาแฟสไตล์จีนร่วมสมัยสุดชิคผสานเทคโนโลยีเออาร์ ชวนแชร์รูปปั๊วะปังรัวๆ
เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู กาแฟปรุงสำเร็จอันดับหนึ่งของโลก สร้างปรากฏการณ์ เปิดตัว
“อินเตอร์แอคทีฟ  อาร์ตสเตชั่น” ครั้งแรกในประเทศไทย ณ สถานีรถไฟฟ้า MRT สถานีวัดมังกร
อย่างยิ่งใหญ่อลังการ ซึ่งเป็นสถานี แห่งใหม่ประตูสู่เยาวราช ย่านไชน่าทาวน์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู นำเสนอคอลเลคชั่นผลงานศิลปะสุดยิ่งใหญ่ โดย ยูน–ปัณพัท เตชเมธากุล ศิลปินนักวาดชาวไทยผู้เคยร่วมงานกับแบรนด์ชั้นนำระดับโลก อย่างกุชชี่มาแล้ว ซึ่งได้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะผ่านแก้วกาแฟสไตล์จีนร่วมสมัยที่เปี่ยมไปด้วยสีสันสดใสและภาพ วาดสามมิติผสานเทคโนโลยีเออาร์ (Augmented Reality) สุดล้ำกระจายอยู่ทั่วสถานีภายใต้คอนเซ็ปท์ “ดินแดนหอม
หมื่นลี้” ที่เชื่อมความผูกพันของกาแฟและศิลปะจีนร่วมสมัยเข้าด้วยกันอย่างลงตัว สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเนสกาแฟ  ในการสร้างสรรค์กาแฟที่มีกลิ่นหอมกรุ่นและรสชาติที่ดีเยี่ยมมาเป็นสื่อกลางการเชื่อมทุกความผูกพันให้กับคนไทย มานานกว่า 46 ปี พร้อมมอบความสุขให้แก่ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า MRT นับล้านคนที่สัญจรผ่านสถานีวัดมังกร และ มาร่วมชื่นชม เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู อินเตอร์แอคทีฟ อาร์ตสเตชั่น สุดตระการตา




งานเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู อินเตอร์แอคทีฟ อาร์ตสเตชั่น ที่สถานี
วัดมังกร นำโดย นายวิคเตอร์ เซียห์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เนสท์เล่ อินโดไชน่า พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจากบริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ได้แก่ นายโจโจ้ เดลา ครูซ ผู้อำนวยการบริหารธุรกิจผลิตภัณฑ์กาแฟและครีมเทียมนางสาวนาริฐา วิบูลยเสข ผู้จัดการธุรกิจกาแฟปรุงสำเร็จ
และ นายณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แบงคอก เมโทร เน็ทเวิร์คส์ จำกัด นางสาวปัณพัท เตชเมธากุล ศิลปินนักวาดชื่อดัง พร้อมด้วย นายจิรายุ ตั้งศรีสุข แบรนด์แอมบาสเดอร์ เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู นายธนภพ ลีรัตนขจร แบรนด์แอมบาสเดอร์ เนสกาแฟ อเมริกาโน่ โดยมีเหล่าดารา
นักแสดงและเซเลบริตี้ชั้นนำของเมืองไทยผู้หลงใหลในงานศิลปะมาร่วมเดินพรมแดงในงานเปิดตัวและสัมผัสงานศิลปะสไตล์อินเตอร์แอคทีฟอย่างคับคั่ง อาทิ มารี เบิร์นเนอร์ ออกแบบ-ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง เจมส์–ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ พร้อมด้วย วาริธร–วารีนิธิ กันท์ไพบูลย์ วฤธ–ฐณส หงสนันทน์ อัชฌา เจริญรัศมีเกียรติ ณิชชา บุณยากร ภัคญดา ชุติดนัยกุล ปุญญพัฒน์ ถนอมกุล สะคราญกมล อุทัยศรี ภัทร์ ฉัตรบริรักษ์ และ วรวุฒิ โตวิรัตน์






นายวิคเตอร์ เซียห์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เนสท์เล่ อินโดไชน่า กล่าวว่า
“เนสกาแฟ เป็นกลุ่มธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดของเนสท์เล่ในประเทศไทย เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เราได้
เปิดตัว เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู ใหม่ ผสานกาแฟคั่วบดละเอียด 2 สายพันธุ์ อาราบิก้าและโรบัสต้า ภายใต้คอนเซ็ปท์ Bond to be the Best เพื่อมอบประสบการณ์กาแฟที่เข้มนุ่มลงตัว ซึ่งประสบความ
สำเร็จอย่างล้นหลามด้วยกระแสตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคนับล้านคนทั่วประเทศ ทำให้เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู ตอกย้ำการเป็นกาแฟปรุงสำเร็จอันดับหนึ่งในประเทศไทยและก้าวเป็นแบรนด์กาแฟปรุงสำเร็จอันดับหนึ่งของโลกอีกด้วย เพื่อต่อยอดความสำเร็จดังกล่าว เราจึงเปิดตัว “เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู อินเตอร์แอคทีฟ อาร์ตสเตชั่น” ครั้งแรกในประเทศไทยที่สถานีรถไฟฟ้าวัดมังกร เราได้พลิกโฉมสถานีรถไฟฟ้า MRT ให้เป็น ‘ดินแดนหอมหมื่นลี้’ นำเสนอผลงานศิลปะจีนอันงดงาม ผสานเทคโนโลยีเออาร์ที่ทันสมัย เพื่อให้ผู้คนได้ดื่มด่ำกับประสบการณ์ที่แปลกใหม่เมื่อเดินทางด้วยรถไฟฟ้า MRT มาเยือนเยาวราช ซึ่งนับเป็นการเชื่อมวัฒนธรรมการดื่มกาแฟเข้ากับผลงานศิลปะจีนร่วมสมัยได้อย่างลงตัว
ด้วยความงดงามตระการตาของ เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู อินเตอร์แอคทีฟ อาร์ตสเตชั่น จะสร้าง
แรงบันดาลใจให้ผู้คนเกิดกระแสแชร์ภาพที่งดงามของสถานีนี้ทางโซเชียลมีเดียมากมาย เราเชื่อว่า สถานีรถไฟฟ้าวัดมังกรจะเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ในเยาวราช ที่มอบความสุขให้กับผู้มาเยือนทั้งในประเทศและจากทั่วทุกมุมโลก”


เนสกาแฟ เยาวราช และวัดมังกร มีค่านิยมในการเชื่อมความผูกพันของผู้คนเข้าด้วยกัน “ถนนเยาวราช” หรือที่ขนานนามว่า “เส้นทางแห่งพญามังกร” เป็นจุดศูนย์รวมของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีน โดยเป็นถนนแห่งการค้าขายอันรุ่งโรจน์มากว่า 128 ปี วัดมังกรเป็นวัดของชาวพุทธเชื้อสายจีนที่สำคัญและใหญ่ที่สุดในเยาวราช ทั้งยังเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีนและดึงดูดผู้คนนับล้านจากทั่วโลกให้มาเยือนเป็นเวลานานกว่า 148 ปี เช่นเดียวกับเนสกาแฟที่เชื่อมทุกความผูกพันด้วยกาแฟที่หอมกรุ่นและรสชาติที่ดีเยี่ยมมาตลอดระยะเวลากว่า 46 ปี

ชุมชนคนไทยเชื้อสายจีนจากรุ่นสู่รุ่นต่างมีความผูกพันกับเยาวราชมาช้านาน ด้วยมนต์เสน่ห์ของถนนสายมังกรที่คึกคัก ตลอดจนวัดอันศักดิ์สิทธิ์ อาหารเลิศรสขึ้นชื่อ และแหล่งพบปะสังสรรค์ในหมู่เพื่อนฝูงมากมาย โดยการดื่ม “กาแฟ” เพื่อเชื่อมความผูกพัน นับเป็นสิ่งที่ผู้คนในเยาวราชสืบทอดกันมายาวนาน วัฒนธรรมการดื่มกาแฟในทุกๆ เช้า เริ่มต้นขึ้นที่สภากาแฟซึ่งเป็นแหล่งรวมเพื่อนและผู้คนหลากหลายมาพบปะพูดคุยและแบ่งปันเรื่องราวดีๆ ระหว่างดื่มด่ำกาแฟแก้วโปรด


นางสาวนาริฐา วิบูลยเสข ผู้จัดการธุรกิจกาแฟปรุงสำเร็จ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด กล่าวว่า
“เรารู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้นำประสบการณ์อินเตอร์แอคทีฟ อาร์ตสเตชั่น ครั้งแรกในประเทศไทยที่สถานีวัดมังกร มาให้คนไทยได้สัมผัส เราเลือกสถานีวัดมังกรเป็นโลเกชั่นของโปรเจคนี้ เพราะเนสกาแฟ
เบลนด์ แอนด์ บรู เยาวราชและวัดมังกรมีค่านิยมเดียวกันในการเชื่อมทุกความผูกพันของผู้คน เราจึง
ได้เชิญคุณยูน-ปัณพัท ศิลปินนักวาดภาพที่มีพรสวรรค์ และเคยร่วมงานระดับอินเตอร์กับกุชชี่มาร่วมสร้างสรรค์ผลงานศิลปะผ่านแก้วเนสกาแฟในแบบอินเตอร์แอคทีฟทั่วทั้งสถานี โดยใช้ลายเส้นที่เป็นเอกลักษณ์ของคุณยูนมาถ่ายทอดงานศิลป์ภายใต้ธีม ‘ดินแดนหอมหมื่นลี้’ เริ่มต้นจากสรรพสัตว์ทั้งหลายได้นำเมล็ดกาแฟ 2 สายพันธุ์ของเนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู มารวมกันและผ่านการคั่วจาก
เปลวไฟของมังกร ด้วยความหอมกรุ่นของกาแฟได้นำพาให้ทุกคนมาดื่มด่ำกาแฟร่วมกัน เราได้เชื่อมวัฒนธรรมการดื่มกาแฟเข้ากับงานศิลปะสไตล์จีนผสานเทคโนโลยีเออาร์ที่ทันสมัย เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ ของเนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู ซึ่งเป็นกาแฟปรุงสำเร็จอันดับหนึ่งขวัญใจคนไทย เราคาดหวัง
ว่าจะมีผู้มาชื่นชม เนสกาแฟ อินเตอร์แอคทีฟ อาร์ตสเตชั่น กว่า 12 ล้านคนต่อปี หรือ 30,000 คนต่อวัน”

นอกจากนี้ เนสกาแฟยังจัดทำคอลเลคชั่นของที่ระลึกชุดพิเศษ ซึ่งเป็นลิมิเต็ดเอดิชั่นในสไตล์จีนร่วมสมัยที่งดงาม ซึ่งได้รับการดีไซน์โดยคุณยูน ปัณพัท ประกอบด้วย แก้วเนสกาแฟ กระเป๋า สมุดโน้ต ผ้าพันคอ และเสื้อยืด ซึ่งจะวางขายเป็นพิเศษเฉพาะที่สถานีวัดมังกรเท่านั้น ตั้งแต่เดือนกันยายนนี้เป็นต้นไป

นายณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แบงคอก เมโทร เน็ทเวิร์คส์ จำกัด กล่าวว่า
“เราดีใจมากครับที่เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู เป็นผู้ริเริ่มนำเสนอประสบการณ์อินเตอร์แอคทีฟ อาร์ต
สเตชั่นบนสถานีรถไฟฟ้า MRTเป็นรายแรกในประเทศไทย และชื่นชมแนวคิดของการเชื่อมความผูก
พันของเนสกาแฟ ในส่วนของ MRT เองก็มีเป้าหมายในการเชื่อมคนนับล้านจากทั่วทั้งกรุงเทพฯ
เข้าด้วยกัน ล่าสุดเราได้เปิดให้บริการสถานีรถไฟฟ้าวัดมังกร เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้คน และสามารถสัมผัสกับอินเตอร์แอคทีฟ อาร์ตสเตชั่นอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมตั้งแต่
ช่วงทดลองเปิดให้บริการ ผมเชื่อว่า สถานีวัดมังกรจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว และกลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของคนไทยและนักท่องเที่ยวอีกด้วยครับ”

นางสาวปัณพัท เตชเมธากุล ศิลปินผู้ออกแบบผลงานศิลปะภายในสถานีวัดมังกร กล่าวว่า “รู้สึกดีใจมากที่ได้ร่วมงานกับเนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู โดยรถไฟฟ้า MRT สถานีวัดมังกร ตั้งอยู่ในเยาวราช ที่ถือเป็นหัวใจของการค้าขายของชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีน ซึ่งยูนก็คุ้นเคยและมีความผูกพัน เนื่องจากครอบครัวได้มีโอกาสมาไหว้ขอพรที่วัดมังกรอยู่บ่อยๆ  ผลงานภาพวาดของยูนบอกเล่าเรื่องราวดีๆ ของเนสกาแฟและวัดมังกรที่เชื่อมความผูกพันของผู้คนเข้าด้วยกัน โดยมีสภากาแฟเป็นศูนย์รวมของการดื่มกาแฟ ซึ่งเป็นสื่อกลางในการสานความรัก มิตรภาพ และความผูกพัน หากลองมองเข้าไปในดวงตาของมังกรในภาพวาด จะพบว่า มังกรเหล่านั้นกำลังส่งยิ้มให้ เหมือนกับจะบอกให้เราเริ่มต้นทุกวันด้วยรอยยิ้มและเริ่มต้นวันดีๆ ด้วยการดื่มกาแฟ อย่าลืมถ่ายรูปเซลฟี่กับมังกรด้วยนะคะ”


ชวนแชร์รูปปั๊วะปังรัวๆ! มาเป็นคนแรกที่ได้ถ่ายและโพสต์รูปสุดปังของแลนด์มาร์กแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ ก่อนใคร เพียงขึ้นรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินแล้วลงที่สถานีวัดมังกร เพื่อสัมผัสความงดงามตระการตาของ “เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู อินเตอร์แอคทีฟ อาร์ตสเตชั่น” ได้แล้ววันนี้!







18 สิงหาคม 2562

ทำไมต้องลงทุนทองคำ จาก บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน

ทำไมต้องลงทุนทองคำ?



นี่อาจเป็นคำถามที่นัก(อยาก)ลงทุนหลายคนเคยตั้งคำถามและหาคำตอบกันอยู่บ่อยครั้ง เป็นที่รู้กันดีว่าทองคำเป็นทรัพย์ที่มีมูลค่าเสมอ มีสภาพคล่องสูงสามารถแปรเป็นเงินสดหรือทรัพย์สินอื่นได้ง่าย แต่ในขณะเดียวกันทองคำก็มีความผันผวนของราคา วายแอลจี บูลเลี่ยน อันดับหนึ่งด้านการลงทุนทอง มี 8 คำตอบง่ายๆ มาให้นัก(อยาก)ลงทุนทองคำ ได้ใช้ประกอบการตัดสินใจเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นในการลงทุน

1.     ทองคำ มีมูลค่ามากเสมอ ถูกใช้เป็นของขวัญ ประกอบพิธีแต่งงาน งานมงคล เครื่องประดับ
และการลงทุน มาเนิ่นนาน
2.  จีน และอินเดีย นิยมบริโภคทองคำมากที่สุดในโลก แต่จริงๆ แล้วทองคำได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก
จากนักลงทุนทั่วทุกมุมโลก
3.   ทองคำ แตกต่างจากเงินกระดาษ ตรงที่ไม่สามารถพิมพ์เพิ่มได้ และมีอยู่อย่างจำกัดบนโลก
4.    ทองคำ สามารถป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ และการอ่อนค่าของสกุลเงินได้
5.    การถือทองคำ ช่วยรักษาความมั่งคั่ง ไปพร้อมๆ กับการป้องกันความเสี่ยง
6.    ทองคำมักจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางตรงกันข้ามกับสินทรัพย์อื่นๆ โดยเฉพาะตลาดหุ้น
7.     นักลงทุนทั่วโลกนิยมลงทุนทองคำ จนทำให้ทองคำมีมูลค่าการซื้อขายของตลาดทองคำทั่วโลกอยู่ในอันดับต้นๆ
8.      แบงค์ชาติทั่วโลก นิยมถือทองคำไว้เป็นส่วนหนึ่งของทุนสำรองระหว่างประเทศ





นี่น่าจะเป็น 
8 คำตอบง่ายๆ ที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ที่สนใจอยากจะลงทุนทองคำได้ และเพื่อไม่ให้พลาดทุกความอัพเดทเรื่องทอง คลิกเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ylgbullion.co.th

แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดตัวแพล็ตฟอร์มการท่องเที่ยวแบบใหม่ All-Inclusive

ผนวกความยิ่งใหญ่ ครอบคลุมทุกแบรนด์
ในเครือเพื่อยกระดับการบริการที่ทั่วโลกไว้วางใจ



ตั้งเป้าเติบโตในตลาดการท่องเที่ยวแบบเหมาจ่าย all-inclusive โดยใช้ โปรแกรม “แมริออท บอนวอย” และ แบรนด์ขึ้นหิ้งอย่าง เดอะ ริตซ์-คาร์ลตัน และเวสทิน โฮเท็ล แอนด์ รีสอร์ท  แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล เตรียมเข้าบริหารรีสอร์ทแบบ all inclusive  5 แห่ง ที่มีห้องพักรวมกันกว่า 2,000 ห้อง
เป็นเม็ดเงินลงทุนกว่า 2.5 หมื่นล้านบาท

แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล อิงค์ (NASDAQ: MAR) ประกาศเปิดตัวแพล็ตฟอร์การท่องเที่ยวแบบ
เหมาจ่าย (all-inclusive) เพื่อตอบรับกระแสความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องของผู้บริโภคทั่วโลกที่กำลังมองหาการท่องเที่ยวและที่พักระดับพรีเมี่ยมในรูปแบบการจ่ายครั้งเดียวจบ (all-inclusive) เพื่อความสบายใจ ไร้กังวล ซึ่งตลาดการท่องเที่ยวในแนวนี้ นับวันยิ่งได้รับความนิยมและเติบโตมากขึ้นเป็นลำดับ พร้อมกันนี้ ทางบริษัทฯ ยังได้ประกาศการลงนามในสัญญาบริหารร่วมกับนักพัฒนาโรงแรมที่มีแผนจะสร้างรีสอร์ทใหม่ถึง 5 แห่งเพื่อรองรับการท่องเที่ยวในแบบ all-inclusive ด้วยเงินลงทุนกว่า 800 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 2.5 หมื่นล้านบาท) เป็นการแสดงถึงความเชื่อมั่นในความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการ โปรแกรมลอยัลตี้ และความยิ่งใหญ่ของแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล โดยรีสอร์ทเหล่านี้จะทยอยเปิดให้บริการในระหว่าง พ.ศ. 2565 ถึง พ.ศ. 2568 เป็นต้นไป


“ที่พักแบบ all-inclusive ใหม่ของเราเป็นอีกหนึ่งก้าวเพื่อการตอบโจทย์ที่ลงตัวของแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล” นายโทนี่ คาปูอาโน่ รองประธานบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาระดับสากลของ
แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าว “มันจะช่วยให้กลุ่มผู้ลงทุนสามารถสร้างมูลค่าให้กับรีสอร์ทหรูระดับพรีเมี่ยมของพวกเขาได้ในรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน  ในขณะเดียวกัน แขกก็จะมีทางเลือกใหม่ๆ ในการท่องเที่ยวและพักแรมกับแบรนด์ที่พวกเขาวางใจ”

ทั้งนี้ แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ยังมีแผนที่จะขยายแนวคิด all-inclusive นี้ไปยังสถานที่ท่องเที่ยวในเชิงพักผ่อนหย่อนใจที่ได้รับความนิยมทั่วโลก ทั้งกับสถานที่ที่จะสร้างขึ้นใหม่และปรับใช้กับรีสอร์ทเดิมที่มีอยู่แล้ว รวมถึงที่พักต่างๆ ที่อยู่ภายใต้พอร์ตโฟลิโอของ แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ในปัจจุบันด้วย แพล็ตฟอร์มใหม่นี้จะช่วยให้สมาชิกแมริออท บอนวอย (Marriott Bonvoy) จำนวน 133 ล้านคนมีทางเลือกเพิ่มขึ้นในการสะสมและใช้แต้มที่มีภายใต้แนวคิดแบบจ่ายครั้งเดียวจบที่สุดแสนสะดวกนี้ทันที



กว่า 2,000 ห้องพักเตรียมเปิดให้บริการ ไม่นานเกินรอ
สัญญาบริหารฉบับล่าสุดที่ทางแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนลได้ลงนามนี้ระบุไว้ว่าจะมีการส่งมอบที่พักในแบบ all-inclusive ห้าแห่งในแถบลาตินอเมริกาและแคริบเบียน ซึ่งเมื่อนับรวมทั้งหมดแล้วจะมีขนาดจำนวนห้องพักกว่า 2,000 ห้อง

รีสอร์ทที่อยู่ภายใต้แผนงานนี้ได้แก่ ปุนตากานา สาธารณรัฐโดมินิกัน
รีสอร์ท ออโต้กราฟ คอลเลคชั่น (Autograph Collection) ขนาด 650 ห้อง (คาดว่าจะเปิดในปี 2565)
ไนอา ริเวียร่านายาริต ประเทศเม็กซิโก
รีสอร์ท เดอะ ริทซ์ คาร์ลตัน (The Ritz-Carlton) ขนาด 240 ห้อง (คาดว่าจะเปิดในปี 2566)
รีสอร์ท เวสทิน โฮเท็ลส์ (Westin Hotels) ขนาด 400 ห้อง (คาดว่าจะเปิดในปี 2566)
รีสอร์ท ออโต้กราฟ คอลเลคชั่น (Autograph Collection) ขนาด 300 ห้อง (คาดว่าจะเปิดในปี 2568)
รีสอร์ท แมริออท โฮเท็ลส์ (Marriott Hotels) ขนาด 500 ห้อง (คาดว่าจะเปิดในปี 2568)


บริษัท อาร์ธา แคปิตัล (Artha Capital) ซึ่งเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และบริษัทเงินทุนเอกชนชั้นนำในกรุงเม็กซิโก
มีแผนที่จะสร้างไนอา (NIA) ให้เป็นหนึ่งในเรือธงแห่งสุดยอดจุดหมายปลายทางสำหรับการท่องเที่ยวในแบบ all-inclusive ซึ่งจะมีที่พักภายใต้แบรนด์หรูสุดพรีเมี่ยมของแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนลอยู่รวมกันถึงสี่แห่งในบริเวณริเวียร่านายาริตของเม็กซิโก โครงการนี้จะตั้งตระง่านอยู่บนพื้นที่ 220 เอเคอร์ (หรือกว่า 556 ไร่) ในดินแดนทรอปิคอลเลียบแนวชายฝั่งแปซิฟิก

 “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล เพื่อสร้างสรรค์สุดยอดจุดหมายปลายทางแห่งการท่องเที่ยวที่น่าตื่นตาตื่นใจ และเป็นหนึ่งเดียวไม่ซ้ำใครในเขตริเวียร่านายาริตของเม็กซิโก ที่จะสามารถมอบประสบการณ์
อันแตกต่างจากสี่แบรนด์ดังที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว” นายเจอราร์โด เฟอร์นานเดซ กรรมการผู้จัดการฝ่ายแพล็ตฟอร์ม  สถานบริการแห่งอาร์ธา แคปิตัล กล่าว “การรวบรวมแบรนด์ระดับพรีเมี่ยมที่มีความหรูหรามาผสานเข้ากับความงดงามของพื้นที่บริเวณชายฝั่งมหาสมุทรนี้ เปิดโอกาสให้เราสามารถสร้างนิยามใหม่ให้กับคำว่า ‘all-inclusive vacationing’ ได้อย่างแท้จริง เราเชื่อมั่นในแบรนด์แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล และโปรแกรมลอยัลตี้ในเครือ และเราเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า โครงการนี้จะต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน”



“เราตื่นเต้นมากที่จะได้พัฒนารีสอร์ทแบบ all-inclusive ภายใต้ชื่อ ออโต้กราฟ คอลเลคชั่น ในสาธารณรัฐโดมินิกันร่วมกับทางแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล” นายมิฮาร์อิล โปปอฟ ประธานบริหาร
ของ DIT Hotels ประจำกรุงโซเฟีย สาธารณรัฐบัลแกเรีย กล่าว “การได้ร่วมงานกับแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล หมายความว่า เราจะได้เข้าถึงความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจ การออกแบบและการสร้างแบรนด์
ไปพร้อมๆ กับการพัฒนารีสอร์ทในปุนตากานา และทันทีที่เราเปิดให้บริการ เราก็จะได้รับประโยชน์จากความเป็นเลิศในการบริหารงานของบริษัทฯ และมีฐานลูกค้าที่เป็นสมาชิกแมริออท บอนวอยทันที
ซึ่งคนกลุ่มนี้มักมองหารูปแบบของประสบการณ์ที่แปลกใหม่อยู่เสมอ”



แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนลยกระดับแบรนด์จับส่วนตลาดการท่องเที่ยวแบบเหมาจ่าย
เมื่อความต้องการในส่วนตลาดการท่องเที่ยวและที่พักแบบเหมาจ่ายระดับพรีเมี่ยมเติบโตสูงขึ้น
แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล จึงมีแผนสร้างแพล็ตฟอร์มนี้ขึ้นมา โดยต่อยอดจากชื่อเสียงอันโด่งดังของแบรนด์ที่พักหรูระดับฟูลเซอร์วิสในเครือ ไม่ว่าจะเป็น เดอะ ริทซ์ คาร์ลตัน (The Ritz-Carlton), ลักซ์ชูรี คอลเลคชั่น (Luxury Collection), แมริออท โฮเท็ลส์ (Marriott Hotels), เวสทิน โฮเท็ลส์ (Westin Hotels), ดับเบิ้ลยู โฮเท็ลส์ (W Hotels) , ออโต้กราฟ คอลเลคชั่น (Autograph Collection) และเดลต้า บาย แมริออท (Delta by Marriott) แขกที่มาพักจะได้รับประโยชน์จากประสบการณ์การพักผ่อนในรูปแบบจ่ายครั้งเดียวจบ พร้อมไปกับการได้อิ่มเอมกับความงามของการออกแบบตกแต่ง ความอร่อยของอาหารรสเลิศ และความสบายจากสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็จะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำกัน ให้เลือกได้ตามต้องการ เช่น รีสอร์ทแบบเหมาจ่ายภายใต้แบรนด์แมริออท โฮเท็ลส์ จะเน้นกลุ่มลูกค้าที่เป็นครอบครัว ในขณะที่ ถ้าเป็นรีสอร์ทภายใต้แบรนด์ดับเบิ้ลยู โฮเท็ลส์ จะเหมาะ
กับผู้ใหญ่ทั่วๆ ไปมากกว่า

“ความหลากหลายและความเป็นสากลของแบรนด์ของเราช่วยให้แขกมีโอกาสเลือกรับประสบการณ์ได้อย่างที่ต้องการจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวในรูปแบบใด หรือที่ใด” ทีน่า เอ็ดมุนด์สัน เจ้าหน้าที่ฝ่ายแบรนด์ระดับสากล ของแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าว “การเพิ่มทางเลือกใหม่นี้เข้ามาในพอร์ตโฟลิโอของเรา ช่วยให้เราสามารถมอบโอกาสใหม่ๆ ให้กับนักท่องเที่ยว ให้มีโอกาสเข้ามาสัมผัสกับประสบการณ์อันน่าทึ่งในแบรนด์ของเรา ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ในแบบเวสทิน หรือในแบบดับเบิ้ลยู คุณก็สามารถเข้าถึงได้ด้วยการท่องเที่ยวแบบเหมาจ่าย”

รีสอร์ทต่างๆ บนแพล็ตฟอร์มเหมาจ่ายของแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่หลากหลาย อาหารมากมายให้เลือกลิ้มลอง และตอบโจทย์นักท่องเที่ยวทุกวัยในรูปแบบจำเพาะของแต่ละแบรนด์ สำหรับผู้ใหญ่ทั่วไป โปรแกรมเหมาจ่ายอาจจะรวมถึงฟิตเนสและสปา สิทธิ์ในการเข้ารับประทานอาหารในภัตตาคารหรูโดยไม่ต้องมีการจองล่วงหน้า สระว่ายน้ำและบาร์สำหรับผู้ใหญ่โดยเฉพาะ รูมเซอร์วิสตลอด 24 ชั่วโมง ไนต์คลับในที่พัก และโปรแกรมเครื่องดื่มพรีเมี่ยมแบบไม่จำกัด สำหรับรีสอร์ทที่เน้นครอบครัว โปรแกรมเหมาจ่ายอาจจะรวมกีฬาทางน้ำหรือกิจกรรมกีฬาอื่นๆ คลับนวัตกรรมสำหรับเด็กและเยาวชน และสถานที่เพื่อความบันเทิงและสันทนาการอื่นๆ อีกมากมาย

แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนลเปิดรับประสบการณ์อันทรงคุณค่าของส่วนตลาดการท่องเที่ยวในแบบ
เหมาจ่ายหลังจากการเข้าซื้อธุรกิจของกลุ่มโรงแรมและรีสอร์ทสตาร์วูดในปี 2559 และเข้าบริหารงานที่พักที่มีแนวคิดแบบ all-inclusive เป็นครั้งแรกซึ่งก็คือที่ เวสทิน กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ สปา ด้วย
ขนาด 406 ห้องพัก ในปลายาคอนชัล ประเทศคอสตาริกา

แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล อิงค์ (NASDAQ: MAR) ตั้งอยู่ที่เบเธสดา รัฐแมรี่แลนด์ สหรัฐอเมริกา บริษัทฯ มีโรงแรมในเครือกว่า 7,000 แห่งภายใต้แบรนด์ชั้นนำ 30 แบรนด์ ครอบคลุมถึง 132 ประเทศ แมริออทบริหารและจัดการแฟรนไชส์โรงแรม ตลอดจนการจดทะเบียนรีสอร์ทเพื่อการพักผ่อนทั่วโลก ปัจจุบัน แมริออทสามารถมอบโปรแกรมสิทธิประโยชน์แห่งการท่องเที่ยวที่เป็นหนึ่งเดียว นั่นคือ แมริออท บอนวอย (Marriott Bonvoy™) ซึ่งจะมาแทนที่โปรแกรมแมริออท รีวอร์ดส (Marriott Rewards®) เดอะ ริทซ์ คาร์ลตัน รีวอร์ดส (The Ritz-Carlton Rewards®) และสตาร์วูด พรีเฟอร์ เกสต์ (Starwood Preferred Guest® หรือSPG) สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราที่ www.marriott.com และสามารถดูข่าวสารล่าสุดของบริษัทฯ ได้ที่ www.marriottnewscenter.com นอกจากนี้ ยังสื่อสารกับเราได้ทาง Facebook และ @MarriottIntl ทาง Twitter และInstagram

17 สิงหาคม 2562

สุดว้าว! วอนจินประเทศไทย จัด 2 โปรโมชั่น

อยากสวย อยากหล่อ โปรฯ V LOCK ล็อคหน้าเรียว และ โปรฯ  Jinny Injection 
หน้าเงาใสราวกระจกตั้งแต่วันนี้ -31 สิงหาคม 2562





• โปรฯ V Lock ล็อคหน้าเรียว 
วอนจิน  ประเทศไทย  เอาใจคนอยากหน้าเรียว แบบ V- Shape โดยไม่ต้องผ่าตัดในราคาสุดคุ้ม เพียง 29,900 จาก 49,000 บาท*   ด้วยโปรแกรม V Lock ยอดนิยมจากวอนจิน ล็อคกรอบหน้าให้เรียวด้วยเลเซอร์แบบไม่จำกัดช็อต ด้วย   W-Ultra เลเซอร์ที่ช่วยยกกระชับใบหน้าให้ดูกระชับและเล็กลง  กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ พร้อมช่วยสลายไขมันในบริเวณที่ไม่ต้องการ  และเพื่อทำให้ใบหน้าเรียวมากยิ่งขึ้น โปรฯ V Lock ยังรวมฉีดโบแบบเหมาบริเวณกรามอีกด้วย!!!

• โปรฯ Jinny Injection หน้าเงาใสราวกระจก ลด 50%
อยากผิวโกลว์ เงาใส ฉ่ำเด้ง มีออร่า เหมือนสาวเกาหลี.... ไม่ยาก เคล็ดลับพบได้ที่ วอนจิน  ประเทศไทย     ด้วยโปรฯ Jinny Injection ในราคาพิเศษลด 50% เหลือเพียง 10,000 บาทเท่านั้น โปรแกรมพิเศษที่ใช้สารสกัดที่มีคุณสมบัติช่วยซ่อมแซมผิว กระตุ้นการไหลเวียนโลหิตให้ทำงานอย่าง
มีประสิทธิภาพ จึงทำให้ผิวแลดูสุขภาพดี เงาใส ไม่แห้งกร้าน และชุ่มชื่นจนใสดูราวกระจก พร้อมเปิดประกายให้ผิวดูมีเสน่ห์กว่าที่เคย

#ให้วอนจินสร้างรอยยิ้มให้กับคุณคนใหม่นะคะ
#ศัลยกรรมเกาหลี #วอนจิน #วอนจินประเทศไทย #wonjin #VLOCK #JinnyInjection

แอดไลน์ เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมของวอนจินได้ฟรี >> Line ID: @wonjinthailand
WONJIN THAILAND :
ชั้น 10 กษรวิลเลจ 999 ถนนเพลินจิต ลุมพินี ปทุมวัน กรุงเทพฯ
Tel : 02-023-7049, 097-251-5683,  081 578 5558,
www.wonjinthailand.com

ประกาศแล้ว! ไทยแลนด์ พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ดส์ ครั้งที่ 14

สุดยอดรางวัลวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยแห่งปี



  “พร็อพเพอร์ตี้กูรู ไทยแลนด์ พร็อพเพอร์ตี้ วอร์ดส์” (PropertyGuru Thailand Property Awards)
 สุดยอดเวทีเฟ้นหานักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของประเทศไทย และเป็นรางวัล
ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดแห่งวงการอสังหาริมทรัพย์ในภูมิภาคเอเชีย ประกาศผลรางวัล
ครั้งยิ่งใหญ่ นักอสังหาฯ ไทยร่วมงานกว่า 1,000 คน






ไซมิสแอสเสท (Siamese Asset) คว้ารางวัล Best Developer (Thailand) หรือ “สุดยอดนักพัฒนา (ประเทศไทย)” พร้อมกวาดอีก 9 รางวัล ด้วยฝีมือพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสไซมิส พระราม 9 (Siamese Rama 9) ที่ผสมผสานฟังก์ชั่นการใช้งานเข้ากับพื้นที่ได้อย่างชาญฉลาด เพื่อให้ตอบโจทย์กับการใช้
ชีวิตยุคมิลเลนเนียลที่ลงตัว นับเป็นสัญลักษณ์ของย่านธุรกิจใหม่ ผ่านการออกแบบเชิงกลยุทธ์และสถาปัตยกรรม เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงแก่นแท้ของสถานทีได้อย่างแท้จริง

“ฮาบิแทท กรุ๊ป”​ (Habitat Group) หนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เคยได้รับรางวัลถึง 9 สาขาในปี 2018 ในปีนี้กลับมาคว้ารางวัล “Best Boutique Developer” (สุดยอดนักพัฒนาโครงการบูติค) กับโครงการรามาดา บาย วินด์แฮม มิรา พัทยาเหนือ (Ramada by Wyndam Mira North Pattaya) และ
วาลเด้น สุขุมวิท 39 (Walden Sukhumvit 39) พร้อมกวาดอีก 9 รางวัล ซึ่งรวมถึงรางวัล Best Digital Performance Hotel Residence by Wise Sight (โครงการโฮเทลเรสซิเด้นซ์ทีมีความสามารถด้านดิจิทัล
ดีที่สุด) รางวัลพิเศษใหม่ในปีนี้ สนับสนุนโดย บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านสมาร์ทโซลูชั่น

ด้าน “แมกโนเลีย” (Magnolia Quality Development Corporation Limited หรือ MQDC) เจ้าของ
รางวัล “Best Developer” ปีที่ผ่านมา ในปีนี้ได้รับรางวัลถึง 17 รางวัลในหลายสาขา อาทิ Best Ultra Luxury Condo (คอนโดระดับอัลตร้าลักซ์ชัวรี่ที่ดีที่สุด), Smart Home (โครงการบ้านอัจฉริยะ), Best Senior Living (โครงการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุที่ดีที่สุด), Best Green (โครงการสีเขียวที่ดีที่สุด), Best Universal Design Development (โครงการที่มีการออกแบบมาตรฐานสากลดีที่สุด) และ Special Recognition for Design and Construction (โครงการที่ได้รับยกย่องด้านการออกแบบและการก่อสร้าง) นอกจากนั้น ยังได้รับเลือกจาก “ไรท์ ทู เพลย์” (Right To Play) พันธมิตรด้านการกุศลอย่างเป็นทางการของ พร็อพเพอร์ตี้กูรู ไทยแลนด์ พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ดส์ ให้ได้รับรางวัล “Community Projects Award” (โครงการเพื่อสังคม) ในฐานะนักพัฒนาที่มีความพยายามอย่างยอดเยี่ยมในการสร้างชุมชนนอกเหนือการพัฒนาของตนเอง

รางวัลไฮไลท์อีกหนึ่งสาขา ได้แก่ “บุคคลของวงการอสังหาริมทรัพย์แห่งปี” หรือ “Real Estate Personality of the Year” ซึ่งในปีนี้เป็นของ นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จํากัด (มหาชน) จากผลงานความเป็นผู้นำและการมีส่วนร่วมในโครงการ
Thailand 4.0


ในปีนี้   เป็นอีกปีที่สำคัญของ พร็อพเพอร์ตี้กูรู ไทยแลนด์ พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ดส์ ซึ่งได้รับเกียรติจาก ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานเปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ นอกจากนี้ การแข่งขันครั้งที่ 14 ได้มีการประกาศรางวัลทั้งสิ้น 64 รางวัล ซึ่งเพิ่มมาจากเดิม 52 รางวัลในปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่แข็งแกร่งของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย รวมไปถึงประเภทรางวัลใหม่ที่เปิดตัวในปีนี้ ได้แก่ Best Hotel Residence (โครงการโฮเทลเรสซิเดนซ์ที่ดีที่สุด) Best Senior Living Architectural Design (โครงการที่มีการออกแบบสถาปัตยกรรมที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุ
ที่ดีที่สุด), Best Smart Home Development (โครงการสมาร์ทโฮมที่ดีที่สุด) และ Special Recognition for Public Facility for the Deep Excavation and Completion (โครงการสาธารณะที่เป็นที่ยกย่องพิเศษ)
 ซึ่งได้แก่ รถไฟฟ้าใต้ดินสถานีสนามไชย โดย การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย และ อาคารเทียบเครื่องบิน 1 ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ โดย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด

นายแฮรี่ วี คริสฮาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร็อพเพอร์ตี้กูรูกรุ๊ป กล่าวว่า “ขอแสดงความยินดีกับ
ผู้ชนะทุกท่านและทุกบริษัทที่เข้าร่วมชิงรางวัลอันยิ่งใหญ่นี้ เรามีความยินดีที่ผู้ชนะทั้ง 64 รางวัลจะเป็นตัวแทนของภาคอสังหาริมทรัพย์ที่แข็งแกร่ง พร้อมการเสนออสังหาริมทรัพย์คุณภาพสูงสำหรับผู้บริโภคและนักลงทุน”

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม อีเมล awards@propertyguru.com
เยี่ยมชมเว็บไซต์ AsiaPropertyAwards.com/thailand-property-awards/

อยากหุ่นสวย-รูปร่างดีในพริบตามั้ยกันคะ?

Slim Up Center
ตอกย้ำความเป็นที่หนึ่งของสถาบันกระชับสัดส่วน 



Slim Up Center  จัดงาน Magic make me Slim by Slim Up Center เปิดตัวพรีเซนเตอร์อย่างเป็นทางการ “อรอนงค์ ปัญญาวงศ์” สาวสวยสุดสตรองดีกรีนางสาวไทย กลับมาอีกครั้งกับรูปร่างที่
เพอร์เฟ็คกว่าเดิม มาพร้อมความมั่นใจ อดีตพรีเซนเตอร์ Slim Up Center อรอนงค์ เปลี่ยนหุ่นเสียให้เป็นหุ่นสวย ในแบบผู้หญิงยุคใหม่ แม้ไม่มีเวลาแต่ก็ยังคงดูแลสุขภาพและรูปร่าง ไม่ปล่อยให้กาลเวลาทำอะไรเธอได้ พร้อมเหล่านักแสดงและศิลปินอีกมากมายเข้าร่วมงาน อาทิ “พุฒ พุฒิชัย เกษตรสิน” และ
” นุ้ย ธนวัฒน์ ประสิทธิสมพร”

ในวันที่ 17 ส.ค. “มาสุ จรรยางค์ดีกุล”
ในวันที่ 18 ส.ค.  มามอบความสนุกกับมินิคอนเสิร์ต และร่วมพูดคุยถึงเคล็ดลับการดูแลสุขภาพ
และรูปร่างให้ฟิตแอนด์เฟิร์มอยู่เสมอ


#SlimUpCenter

09 สิงหาคม 2562

หุ่นขี้ผึ้ง “เลย์ EXO” บุกมาดามทุสโซ กรุงเทพฯ

 ต้อนรับคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกในไทย!


มาดามทุสโซ กรุงเทพฯ เปิดตัวหุ่นขี้ผึ้งใหม่ล่าสุด “จาง อี้ชิง” (Zhang Yixing) หรือที่รู้จักกันในนามของ “เลย์” (Lay Zhang) ศิลปินชื่อดังมากความสามารถ หนึ่งในสมาชิกวงบอยแบนด์จากเกาหลีใต้ ‘เอ็กซ์โซ’ (EXO) และ ‘เอ็กซ์โซ-เอ็ม’ (EXO-M) ซึ่งกำลังจะมีคอนเสิร์ตเดี่ยวเป็นครั้งแรกในประเทศไทยวันที่ 25 สิงหาคม นี้ เพื่อให้แฟนคลับได้สัมผัสประสบการณ์ใกล้ชิด กระทบไหล่ศิลปินในดวงใจได้ก่อนใคร ณ มาดามทุสโซ กรุงเทพฯ ได้ตั้งแต่วันนี้ถึงกลางเดือนกันยายน 2562 นี้เท่านั้น





โดยหุ่นขี้ผึ้ง ‘จาง อี้ชิง’ นั้นมาในท่าโพสต์สุดเท่ พร้อมลุคสบายๆ สีชมพูพาสเทลทั้งชุด ลุคเดียวกับที่เคยปรากฏในงานแสดงส่งท้ายปี ‘Hunan TV New Year Countdown 2019’ ณ ประเทศจีน ซึ่งสร้างความตื่นเต้นให้บรรดาเหล่าแฟนคลับที่ตั้งตารอคอยการปรากฎตัวของเขาในอัลบั้มรีแพ็คเกจชุดที่ 5 ของวงเอ็กซ์โซ เลิฟ ซ็อต (Love Shot) พร้อมด้วยเซ็ตฉากหลังพิเศษที่จัดทำขึ้นโดยเฉพาะ ให้แฟนๆ ได้มาถ่ายรูปสามมิติกับหุ่น จาง อี้ชิง ราวกับกำลังอยู่ในคอนเสิร์ตของเขาจริงๆ


จาง อี้ชิง นักร้องและนักแสดงสัญชาติจีน เป็นที่รู้จักครั้งแรกในการประกวด Star Academy ทางช่องหูหนานทีวี ซึ่งเขาได้รับรางวัลอันดับที่ 3 จากนั้นได้เข้ามาเป็นนักร้องฝึกหัดในค่ายเพลงเอสเอ็มเอนเตอร์เทนเมนต์ ของประเทศเกาหลีใต้ และได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในฐานะสมาชิกวงเอ็กซ์โซในปี 2012รวมทั้งฝากผลงานเพลงและภาพยนตร์ไว้ให้แฟนๆ ได้ติดตามกันมากมาย

รีบมากระทบไหล่ศิลปินในดวงใจได้แล้ววันนี้ ไปจนถึง กลางเดือนกันยายน 2562 นี้เท่านั้น


 มาดามทุสโซ กรุงเทพฯ ชั้น 4 สยามดิสคัฟเวอรี่