07 พฤษภาคม 2563

หมี่กรอบคุณแม่ By Shakira

อยู่บ้านก็ไม่เป็นปัญหา กรอบอร่อยได้คุณค่า
มาแล้วค่ะคุณพี่! วันนี้น้องมีเมนูอาหารโบราณอย่าง หมี่กรอบชาววัง มีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 นับเวลามาถึงปัจจุบันก็ราวๆ กว่าร้อยปีมาแล้ว ด้วยความปราณีตของอาหารตำหรับชาววังแบบโบราณ
หมี่กรอบคุณแม่ By Shakira  สีสันหน้าตาน่ารับประทานเก็บได้นาน  รสชาติกลมกล่อม หวาน เปรี้ยวเค็มกำลังดี เส้นหมี่กรอบไม่แฉะ เป็นขนมไทยที่อร่อยมาก นำไปเป็นของฝากที่เยี่ยมที่สุด ไม่ว่าจะฝากใครรับรองถูกใจ อร่อยจนหยุดไม่ได้ (เตือนแล้วนะ) ซื้อฝากผู้ใหญ่ ญาติพี่น้อง หรือ ทานเองทานเล่น คลายเครียดอร่อยถูกใจแน่นอน หมี่กรอบคุณแม่ By Shakira


รสชาติดั้งเดิม เปรี้ยวหวาน หอมส้มซ่า กรอบได้ใจ กล่องละ 55 บาท ขนาด 100 กรัม
ส่งได้ทั่วประเทศ คิดค่าส่งตามจริง (ส่งฟรี อ่อนนุช พัฒนาการ และบริเวณใกล้เคียง
นอกเส้นทางคิดค่าส่งตามระยะทาง)
รับรองว่า ทานแล้วติดใจจำหน่าย ราคาปลีก และ ราคาส่ง
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่
สะอาดและอร่อบไม่ต้องกังวลใจใดใดทั้งสิ้น
Call: + 66 95 892 0754
ID LINE: https://line.me/ti/p/nZrSK22FeZ
Facebook: Shakirahostel
Instagram: hostelshakira

กล่องละ 55 บาท ขนาด 100 กรัม ส่งได้ทั่วไทย คิดค่าส่งตามจริง

#ลองแล้วคุณจะติดใจ #shakirabubblemilktea #shakirahostel #shakira #foodpanda #linefood
#lineman #gradfood #milktea #coffee #ชากีร่าโฮสเทล #ชากีร่าคาเฟ่ #อ่อนนุช #ศรีนครินทร์
#ตลาดเอี่ยมสมบัติ #แยกพัฒนาการ #อุดมสุข #ชานม #กาแฟ #ขนมหวาน #ของทานเล่น
#หมี่กรอบ #ของว่างโบราณ #อร่อย #ชิฟฟ่อน #มะพร้าว #เค้ก #หมี่กรอบโบราณ #ตำรับชาววัง

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ เสนอแนวนโยบายการพัฒนา วิสาหกิจเริ่มต้นในสภาวะวิกฤต


13กลุ่มสตาร์ทอัพชงกระทรวง อว. เสนอ 5 แนวทางกู้วิกฤตสตาร์ทอัพในช่วงภาวะวิกฤตขอเงินทุนสนับสนุนทุนให้เปล่า สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพิ่มสภาพคล่องธุรกิจ
ปรับลดเงื่อนไขให้สามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้น ด้านรมว.สุวิทย์ เมษินทรีย์แนะสตาร์ทอัพพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ปรับกระบวนการคิดชี้ทางรอดต้องผนึกกำลังสร้างความเข็มแข็งธุรกิจ พร้อมแนะต้องสร้างงาน (Job Creation) ให้ตรงกับความต้องการจากประชาชน(Demand Creation)
            ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เป็นประธานในการประชุมหารือร่วมกับ13 กลุ่มวิสาหกิจเริ่มต้น (สตาร์ทอัพ)​และหน่วยงานที่อยู่ในระบบนิเวศ เพื่อหารือถึงมาตรการช่วยเหลือสตาร์ทอัพช่วงวิกฤต จากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19ประกอบด้วย 1. สมาคมไทยผู้ประกอบธุรกิจเงินร่วมลงทุน(TVCA) 2. สมาคมการค้าเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการเทคโนโลยีรายใหม่ (TTSA)3. สมาคมฟินเทคประเทศไทย (Fintech)4. สมาคมการค้าเฮลท์เทคไทย (Healthtech)5. สมาคมไทยบล็อคเชน (Blockchain)6. สมาคมโปรเกรมเมอร์ไทย (Programmer)7. กลุ่มสตาร์ทอัพด้านการศึกษา (EdTech)8. กลุ่มสตาร์ทอัพด้านดนตรี ศิลปะ และนันทนาการ (MAR Tech)9. กลุ่มสตาร์ทอัพด้านการเกษตร (AgTech)10. สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย (TCC) 11. สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI)12. สื่อด้านเทคโนโลยี (Tech Media)13. หน่วยบ่มเพาะธุรกิจที่ได้รับการรับรอง (Certified Incubator)โดยมีสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA เป็นแกนนำในการเชื่อมประสานเพื่อผลักดันให้เกิดการส่งเสริมและสนับสนุนสตาร์ทอัพอย่างเป็นรูปธรรม
            ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดเผยว่าจากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 ได้ส่งผลกระทบโดยตรงกับธุรกิจสตาร์ทอัพ โดยพบว่ากว่า 95% ประสบปัญหาสภาพคล่อง จึงอาจส่งผลกระทบให้มีการเลิกจ้างและมีการผิดนัดชำระหนี้ อันเกิดจากความผันผวนในตลาดเดิมทำให้ขาดกำลังซื้อจากผู้บริโภคบนช่องทางการขายแบบเดิม จนกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนและลดประสิทธิภาพในการระดมทุน จึงได้เสนอแนวนโยบายการพัฒนา วิสาหกิจเริ่มต้นในสภาวะวิกฤต 5 แนวทางดังนี้
          1. แนวทางการเพิ่มสภาพคล่องให้แก่วิสาหกิจเริ่มต้นขอมาตรการสนับสนุนทางการเงินและการลงทุน ได้แก่ การสนับสนุนเงินให้เปล่า(Grant)จากภาครัฐ โดยการปรับเปลี่ยนและลดเงื่อนไขให้สามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้น   มาตรการสนับสนุนสินเชื่อและดอกเบี้ยจากธนาคารภาครัฐและเอกชน

ตลอดจนการระดมทุนจากแหล่งต่างๆ อาทิ โครงการนวัตกรรมดีไม่มีดอกเบี้ย เป็นต้น ผ่านกลไกที่ NIA ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการสนับสนุนให้เกิดการใช้งานของแพลตฟอร์มสตาร์ทอัพไทย สนับสนุนเรื่องของเงินเดือนพนักงานเพื่อรักษากำลังคนที่มีคุณภาพและธุรกิตให้สามารถดำเนินต่อไปได้
            2. แนวทางการเสริมสภาพคล่องของตลาดและการพัฒนาตลาดใหม่เชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้บริโภค และกลุ่มสตาร์ทอัพด้วยการจัดทำ Marketplace สร้างการรับรู้และให้เข้าถึงบริการของสตาร์ทอัพให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้า B2B, B2C ตลอดจนสนับสนุนบริการของสตาร์ทอัพไทย และการพัฒนาการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐสำหรับสตาร์ทอัพที่ NIA ดำเนินการอยู่ เพื่อสนับสนุนให้หน่อยงานภาครัฐและภาคเอกชนใช้บริการสตาร์ทอัพมากขึ้น
           3. แนวทางการสนับสนุนในการดำเนินธุรกิจ (Ease of Doing Business)ขอมาตรการสนับสนุนทางการคลัง อาทิ นิติบุคคลที่ซื้อบริการจากสตาร์ทอัพสามารถหักภาษีนิติบุคคล 200% สร้างมาตรการทางภาษีสนับสนุนการใช้งานของสตาร์ทอัพไทย เช่น บุคคลที่ซื้อบริการจากสตาร์ทอัพสามารถลดหย่อนภาษีไม่เกิน 15,000 บาท ลดข้อจำกัดบางประการของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ ให้สตาร์ทอัพมีโอกาสเข้าถึงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐช่วยเจรจากับผู้ให้บริการเรื่องการลดราคาในส่วนที่กระทบกับค่าใช้จ่ายของสตาร์ทอัพ ในช่วงนี้ และผลักดันกฎหมายเพื่อสนับสนุนการให้บริการของสตาร์ทอัพ เช่น เรื่อง Telemedicine ให้สามารถนำไปใช้ให้เกิดการพัฒนาบริการได้
            4. แนวทางการส่งเสริมความรู้และการพัฒนาวิสาหกิจเริ่มต้นรายใหม่พัฒนาองค์ความรู้การบริหารจัดการองค์กรในสภาวะวิกฤต ทั้งการปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ การบริหารบุคลากร รายได้และต้นทุน การบริหารจัดการคู่ค้า เป็นต้น พัฒนาศักยภาพของสตาร์ทอัพรายใหม่เพื่อทดแทนสตาร์ทอัพที่ปิดกิจการไป เช่น การ Re-skill และ Upskill เพื่อช่วยพัฒนาความสามารถของกำลังคนที่มีศักยภาพ
            5.แนวทางด้านโครงสร้างพื้นฐานและสร้างแนวทางใหม่สนับสนุนเรื่องโครงสร้างพื้นฐานเพื่อช่วยให้สตาร์ทอัพสามารถดำเนินธุรกิจได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จัดทำ Thailand National Startup Team เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่นักลงทุน และเป็นตัวเลือกในการพิจารณาของหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงการสร้างอุตสาหกรรมใหม่เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขัน เช่น อุตสาหกรรมคอนเทนท์เป็นต้น
            อย่างไรก็ดี จากข้อเสนอที่กลุ่มสตาร์ทอัพเสนอมานั้น กระทรวง อว. พร้อมรับไว้พิจารณา และทาง ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ ได้ให้นโยบายและชวนกลุ่มสตาร์ทอัพให้คิดถึงอนาคตในการสร้าง “Post-COVID Startup Movement” เพื่อสร้างความต้องการจากประชาชน (Demand Creation) อันจะเป็นการสร้างงานสร้างอาชีพแห่งอนาคต (Job Creation) ต่อไปโดยจะมุ่งเน้นในการพิจารณาในการเยียวยาเพิ่มสภาพคล่องเพื่อหยุดเลือด พร้อมทั้งต้องพลิกวิกฤตเป็นโอกาสด้วยการผนึกกำลังในกลุ่มสตาร์ทอัพเพื่อสร้างความ เข้มแข็งให้อยู่รอดได้ หรือร่วมมือระหว่างเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพ โดยรวมกลุ่มสร้างพลังของสตาร์ทอัพไทยในรูปแบบสหภาพ (Consortium) เพื่อไปทำงานสนับสนุนพัฒนาเอสเอ็มอีไทย ไปเติมในสิ่งที่เอสเอ็มอีขาดในลักษณะการทำงานร่วมกัน รวมทั้งสามารถรวมกลุ่มเป็นสหภาพไปทำงานกับบริษัทใหญ่ได้ด้วย เป็นการแสดงศักยภาพที่แท้จริงของสตาร์ทอัพไทย นอกจากนั้นขอให้กลุ่มสตาร์ทอัพช่วยกันนำเสนอไอเดียใหม่ในการพัฒนาประเทศไทยในลักษณะส่งเสริมการพัฒนาขนาดใหญ่ (Big Push) ในหัวข้อสำคัญๆ เช่น การเปลี่ยนผ่านประเทศไทยไปสู่ สังคมไร้เงินสด (Touchless/Cashless Society), ระบบการแพทย์ทางไกล(Telemedicine) , การทำงาน/เรียนจากที่บ้าน (Work/Study from Home)หรือ การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคปัญญาประดิษฐ์ (Transformation to AI Economy)เป็นต้น โดยอยู่ในฐานของ BCG Economy Model (ครอบคลุมกลุ่มอุตสาหกรรมเพื่อความมั่นคงของประเทศในโลกหลังโควิด ได้แก่ เกษตร/อาหาร, การแพทย์/สุขภาพ, พลังงาน, ท่องเที่ยว/เศรษฐกิจสร้างสรรค์)
            “จากการประชุมวันนี้ ผมมั่นใจว่ากลุ่มสตาร์ทอัพไทยมีความสามารถ และมีส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศไทยในโลกหลังโควิด ที่แต่ละประเทศจะเน้นการพัฒนาความเข้มแข็งภายในประเทศ ดังนั้น เราต้องช่วยกันส่งเสริม เศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Economy)และเศรษฐกิจระดับท้องถิ่น (Local Economy)เติมพลังให้กับส่วนล่างของปิระมิดเสริมความเข้มแข็งยกระดับไปสู่ยอดของปิระมิดต่อไปครับ” ดร.สุวิทย์ กล่าว

ข้าวมาบุญครองลงพื้นที่มอบอาหาร ผ่านกิจกรรมวันสร้างสุข สู้ภัยโควิด-19


นางสาวพรพิมล กิริวรรณา ผู้อำนวยการสายการตลาด (ขวาสุด)  พร้อมด้วยนางสาวมัลลิกา บุระขันธ์ 
ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารการตลาด บริษัท ปทุมไรซมิล แอนด์ แกรนารี จำกัด (มหาชน) (ซ้ายสุด)  ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายข้าวสารบรรจุถุง ตราข้าวมาบุญครอง ร่วมกับช่อง one31 ลงพื้นที่มอบข้าวกล่องพร้อมทานที่ผ่านการรังสรรค์เมนูจากเชฟยอดฝีมือ ของรายการท็อป เชฟไทยแลนด์ และมอบผลิตภัณฑ์ข้าวขาว 100% คัดพิเศษ จากข้าวมาบุญครอง เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ภายในชุมชนสามัคคีพัฒนา และชุมชนคลองเตยบน กว่า 500 หลังคาเรือน ณ ศาลากิจกรรมชุมชนสามัคคีพัฒนา ข้าวมาบุญครองขอมีส่วนร่วมในการเติมพลังกาย ให้ทุกท่านมีกำลังใจ เพื่อผ่านวิกฤติที่ยากลำบากนี้ไปได้ด้วยดี เมื่อเร็ว ๆ นี้

ธนชาตประกันภัย

เพิ่มความสะดวกลูกค้าช่วงโควิด จ่ายเบี้ยต่ออายุผ่านไลน์
ทั้งเงินสดหรือผ่อนผ่านบัตรเครดิต 0% นานสูงสุด 10 เดือน


ธนชาตประกันภัย เพิ่มความสะดวกให้ลูกค้าต่ออายุประกันภัย สามารถจ่ายค่าเบี้ยประกันผ่านช่องทาง “ไลน์ Official Account ธนชาตประกันภัย” ทั้งการจ่ายเงินสดและผ่อนชำระ 0% สูงสุด 10 เดือน ผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ หวังช่วยลดความเสี่ยงในการออกมาทำธุรกรรมนอกบ้านและแบ่งเบาภาระรายจ่ายให้แก่ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคโควิด-19 ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 มิถุนายน 2563

นายพีระพัฒน์ เมฆสิงห์วี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ด้วยสถานการณ์โรคโควิด-19 ยังไม่คลี่คลาย ประกอบกับเพื่อลดความเสี่ยงลูกค้าในการเดินทางออกมาทำธุรกรรมนอกบ้าน บริษัทฯ จึงพัฒนาช่องทางบริการชำระเงินออนไลน์ใหม่ จากเดิมสามารถจ่ายผ่านสาขาธนาคาร เคาน์เตอร์เซอร์วิสใน 7-11 แอปพลิเคชันของธนาคาร และจ่ายกับบัตรเครดิตบนเว็บไซต์ธนชาตประกันภัย  www.thanachartinsurance.co.th ล่าสุดได้เพิ่มช่องทางชำระเงินผ่านทางไลน์ “Official Account ธนชาตประกันภัย” ซึ่งเป็นระบบชำระเบี้ยประกันภัยออนไลน์ เพื่ออำนวยความสะดวกลูกค้าต่ออายุประกันภัย สามารถจ่ายเบี้ยประกันภัยได้ทันที ทุกที่ ตลอด 24 ชั่วโมง ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด โดยระบบจะแสดงรายการกรมธรรม์ที่ใกล้จะหมดอายุและจำนวนค่าเบี้ยประกันภัย สามารถจ่ายได้ทั้งเงินสดและผ่อนชำระผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ออกมาตรการช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ช่วยแบ่งเบาภาระรายจ่าย และเป็นอีกทางเลือกในการรักษาสภาพคล่องทางการเงินช่วงโควิด-19 ของลูกค้าต่ออายุประกันภัย สามารถผ่อนชำระผ่านบัตรเครดิตได้ 0% นานสูงสุด 10 เดือน อีกด้วย โดยลูกค้าประกันภัยรถยนต์ชั้น1 เบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป ผ่อนชำระได้ 0% สูงสุด 6 เดือน ประกันภัยรถยนต์ประเภทอื่นๆ เบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป ผ่อนชำระได้ 0% สูงสุด 10 เดือน ส่วนลูกค้าประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล ประกันภัยโรคมะเร็ง ประกันภัยบ้านและประกันอัคคีภัย เบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป ผ่อน 0% สูงสุด 6 เดือน แต่หากเบี้ยประกันภัย 5,000 บาทขึ้นไป สามารถผ่อนชำระ 0% ได้สูงสุด 10 เดือน กับบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ

ทั้งนี้ ลูกค้าที่จะชำระค่าเบี้ยทั้งเงินสดและผ่อนชำระสามารถทำรายการผ่านทางไลน์
 “Official Account    ธนชาตประกันภัย” ได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 มิถุนายน 2563
สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร 02-308-9300

05 พฤษภาคม 2563

ททท.ชวนส่งใจถึงกันผ่านกิจกรรมของคนชอบเที่ยว กับ เทศกาลนี้ "พี่ชอบชอบ"


ง่ายๆ เพียงแค่แชร์กิจกรรมเทศกาล หรืองานประเพณีในดวงใจ ไม่ว่าจะเคยไป หรืออยากจะไป ให้เพื่อนๆ หรือผู้ที่ติดตามในเฟซบุ๊คส่วนตัว ก็ลุ้นรับแพ็คเกจที่พักสุดพิเศษจากโครงการได้ทันที

หากใครสนใจ กติกาการร่วมสนุกคือ เข้าไปกดไลก์ที่แฟนเพจ Thailand Festival
จากนั้นคอมเมนต์งานเทศกาล หรือ "ประเพณีในดวงใจ" พร้อมเหตุผลที่ชื่นชอบเทศกาล หรือกิจกรรมนั้นๆ เสร็จแล้วแชร์โพสต์กิจกรรมไปยัง Facebook ส่วนตัว และHash Tag

#ThailandFestival
#เทศกาลนี้พี่ช๊อบชอบ 

พร้อมเปิดเป็นสาธารณะ เท่านี้ก็มีลุ้นลุ้นรับแพ็คเกจที่พัก ฟรี!

สามารถร่วมสนุกได้

ตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคม นี้

โครงการจะประกาศรายชื่อผู้โชคดีในวันที่ 9 มิถุนายน
พ.ศ. 2563

สนใจร่วมสนุกกับกิจกรรม
คลิกเลย :~

https://bit.ly/2WmBbl8

Hydro C สกินแคร์ในรูปแบบ “สเปรย์”

ผลิตภัณฑ์เสริมคุณภาพผิว สัมผัสใหม่ ของการบำรุงผิวหน้า Hydro C สกินแคร์ในรูปแบบ 
“สเปรย์” บำรุงได้ล้ำลึก ซึมไว ไม่เหนอะหนะผิว



ก่อนหน้านี้ต้องออกจากบ้าน และแต่งหน้าไปข้ทำงานนอกบ้านทุกวัน พอได้หยุดทำงานที่บ้านบ้าน เลยเลือกที่จะไม่ทาอะไรลงบนผิวหน้าเลย เพราะคิดว่าไม่ได้ออกไปไหน แต่รู้หรือไม่ว่าถึงแม้เราจะอยู่แต่ในบ้าน พบเจอได้ทั้งแสง UV ที่ลอดผ่านโทรศัพท์มือถือ หน้าจอคอมพิมเตอร์ เข้ามา หรือจะเป็นฝุ่นควัน มลพิษที่ลอยเข้ามาใน

มาดูตัวช่วยความเบาสบายที่มีคุณสมบัติพิเศษเช่น
- Acmella เป็นโบท็อกซ์จากธรรมชาติช่วยให้ผิวกระชับ เต่งตึง รูขุมขนกระชับ
- เติมเต็มความชุ่มชื่น แต่ไม่ทำให้หน้ามัน
- ช่วยลดฝ้า กระ จุดด่างดำบำรุงที่ปกป้องความชุ่มชื้นของผิว และยังช่วยปรับผิวให้เรียบเนียน
- ช่วยต้านอนุมูลอิสระ และปกป้องผิวจากมลภาวะ
- ช่วยให้ผิวแลดูกระจ่างใส อ่อนเยาว์มาปกป้องผิวหน้าไว้ก่อนดีกว่า

อายุเพิ่มขึ้น และปัจจัยภายนอกที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่งผลให้ผิวแลดูเหนื่อยล้า เสื่อมโทรม และมองเห็นถึงปัญหาผิว สาเหตุที่ทำให้เกิดริ้วรอย ความหมองคล้ำ และจุดด่างดำ ที่มองเห็นจากภายนอก

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
https://lin.ee/hhmv4nd
Call center : 064 2829 888



ไวตามิ้ลค์ + วีซอย ผนึกกำลัง 3 โลจิสติกซ์ ส่งกำลังใจสู่บุคลากรทางการแพทย์ ฐานทัพเรือสัตหีบ



ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 หนึ่งในสิ่งที่เราได้เห็นคือการร่วมแรงร่วมใจของคนไทยในการให้ความร่วมมือตามนโยบายของรัฐ และเรายังได้พบมิติใหม่ของการร่วมมือกันระหว่างภาคเอกชน ที่ต่างขันอาสาลงแรงกายและแรงใจของทีมงานเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อย่างทันท่วงที

ล่าสุดไวตามิ้ลค์ และวีซอย แบรนด์ผู้ผลิตและจำหน่ายนมถั่วเหลือง ได้ร่วมกับ 3 บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการขนส่งสินค้า อย่าง บริษัท ดีเอชแอล ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ก.เกียรติชัยพัฒนาขนส่ง จำกัด และ ห้างหุ้นส่วนจำกัด แสงทรัพย์โลจิสติคส์ ที่ร่วมมือเป็นพันธมิตร ทำในสิ่งที่ตนเองถนัด ช่วยกันส่งเสบียง ไวตามิ้ลค์ และวีซอย ไปยังโรงพยาบาล และหน่วยงานทั่วประเทศ  ภายใต้แคมเปญ #กายพร้อมใจพร้อมเราทำได้

ความเชี่ยวชาญในพื้นที่ การจัดส่งที่รวดเร็ว และการวางแผนการขนส่งที่รัดกุม ทำให้ภารกิจการจัดส่งเสบียงล็อตแรกจำนวนกว่า 500,000 กล่องให้แก่โรงพยาบาล 46 แห่งทั่วประเทศ ประสบความสำเร็จ และ ล่าสุดได้ส่งมอบไวตามิ้ลค์ และวีซอยให้กับผู้กักตัวตามนโยบาย State Quarantine ณ โรงพยาบาลอาภากร ฐานทัพเรือสัตหีบ

 นอกจากการส่งมอบผลิตภัณฑ์นมถั่วเหลืองแล้ว ทางพนักงานไวตามิ้ลค์ และวีซอย  ยังได้ร่วมใจกันเขียนการ์ดเพื่อส่งมอบกำลังใจพร้อมแสดงความขอบคุณในความเสียสละของบุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ปฏิบัติงานกันอย่างหนักแบบไม่มีหยุดพัก เพื่อเป็นการเติมพลังกาย พลังใจให้แก่ทัพหน้าเพื่อรับมือกับ Covid-19 ได้อย่างเต็มที่






Work from Hotel @ เรสซิเดนซ์ ฦทธิ์ กรุงเทพ

“Work from Home” เป็น “Work from Hotel”
กับ เรสซิเดนซ์ ฦทธิ์ กรุงเทพ 

กรุงเทพมหานคร, พฤษภาคม 2563 - เปลี่ยนบรรยากาศจากการ “Work from Home” เป็น “Work from Hotel” กับ เรสซิเดนซ์ ฦทธิ์ กรุงเทพ ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองย่านสยามสแควร์ เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า หรือรถส่วนตัว พร้อมอุปกรณ์การสื่อสาร และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เพื่อประสิทธิภาพในการทำงานอย่างสร้างสรรค์ สงบและปลอดภัย ด้วยการรักษาความสะอาด และการบริการที่ได้มาตรฐาน



เรสซิเดนซ์ ฦทธิ์ กรุงเทพ ขอมอบบริการห้องแบบ Day Use 10 ชั่วโมง ราคาพิเศษ เพียง 1,299 บาท หรือพักค้างคืนในราคาเพียง 2,499 บาท ต่อคืน พร้อมอาหารเช้าในห้องพัก และสิทธิพิเศษอีกมากมาย

สำรองห้องพักหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 612 3456 หรืออีเมล reservation@litbangkok.com


5.5 Super Sales Promotion ห้องพักสุดหรู ในราคาพิเศษ

โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์   


กลุ่มโรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ มอบทางเลือกสำหรับวันพักผ่อนให้คุณด้วยบัตรกำนัลห้องพักโรงแรมใจกลางกรุงเทพฯ และเมืองพัทยา ในราคาสุดพิเศษ ให้คุณเก็บไว้ใช้ได้ยาวนานถึงเดือนธันวาคม 2563 ด้วยโปรโมชั่นห้องพักราคาพิเศษสำหรับโรงแรมในเครือทั้ง 5 แห่ง   “โปรโมชั่น 5.5 Super Sales” เปิดจำหน่าย 5 วันเท่านั้น!!! ตั้งแต่วันที่ 5 - 9 พฤษภาคม 2563 สามารถเข้าพักได้ทุกวันตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 23 ธันวาคม 2563

โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพลินจิต  ห้องพัก Deluxe ขนาด 38 ตร.ม. พร้อมอาหารเช้า 2 ท่าน ราคา 2,888 บาทเนต/ คืน
โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ราชดำริ ห้องพัก Grande Deluxe ขนาด 44 ตร.ม. พร้อมอาหารเช้า 2 ท่าน ราคา 2,999 บาทเนต/ คืน
โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เทอร์มินอล 21 ห้องพัก Deluxe Premium ขนาด 40 ตร.ม. พร้อมอาหารเช้า 2 ท่าน 3,199 บาทเนต/ คืน
โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุขุมวิท 55 ห้องพัก Signature Deluxe ขนาด 40 ตร.ม. พร้อมอาหารเช้า 2 ท่าน  ราคา 2,888 บาทเนต/ คืน
โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา ห้องพัก Superior ขนาด 34 ตร.ม.  พร้อมอาหารเช้า 2 ท่าน ราคา2,999* บาทเนต/ คืน (*ชำระเพิ่ม 1,500 บาท สำหรับคืนวันเสาร์และวันหยุดต่อเนื่อง)

 



ซื้อบัตรกำนัลห้องพักราคาพิเศษได้ที่  https://voucher.grandecentrepointhotels.com
โปรโมชั่นนี้ สำหรับการซื้อออนไลน์เท่านั้น! 


ทั้งนี้ทางโรงแรมยังคงเน้นย้ำเรื่องความสะอาดปลอดภัยขั้นสูงสุดของผู้เข้าพัก ห้องพักทุกห้องจะได้รับการทำความสะอาดเป็นพิเศษแบบ Deep Clean ในจุดต่าง ๆ เช่น สวิทช์และแผงควบคุมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ลูกบิดและมือจับต่าง ๆ พื้นผิวหลัก ๆ ในห้องน้ำ แผงควบคุมเครื่องปรับอากาศ โทรศัพท์ รีโมท และนาฬิกา เตียงและเครื่องนอนทุกชิ้น อุปกรณ์ในห้องน้ำทุกชนิด พื้นผิวโต๊ะเก้าอี้ รวมไปถึงอุปกรณ์ต่าง ๆ ในตู้เสื้อผ้า 

รายละเอียดเพิ่มเติม www.grandecentrepointhotels.com

“เรือนแม่หลุย” เปิดบริการเดลิเวอรี่ส่งอาหารไทย 4 ภาค รสต้นตำรับถึงหน้าบ้าน


อาหารไทยรสดีเครื่องแกงเข้มข้นหากได้รับประทานที่ไหนก็มีความสุข โดยเฉพาะช่วงที่ต้องช่วยกันอยู่กับบ้านแบบนี้ เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9  ขอแนะนำสารพัดเมนูเด็ดจากร้าน “เรือนแม่หลุย”  กับหลากหลายเมนูอาหารไทย  4 ภาค พร้อมส่งตรงถึงหน้าบ้านได้ทุกวันแบบไม่ซ้ำเมนู อาทิ  ปลากะพง ปลาทับทิมทอดหรือนึ่งมะนาว  น้ำพริกกุ้งสด แกงไตปลา      แกงส้มไข่ปลาเรียวเซียว แกงเหลืองยอดมะพร้าว แกงเขียวหวาน คั่วกลิ้งกระดูกอ่อน สะตอกุ้งผัดกะปิ  ปูผัดผงกะหรี่ หมูฮ้อง  ขนมจีนแกงไตปลา ขนมจีนปู  เมนูยำและตำแซ่บๆ อีกมากมาย




โดยร้านอาหารเรือนแม่หลุย สาขา เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 ชั้น 2   เปิดรับออเดอร์หน้าร้านและเดลิเวอรี่ทุกวัน  ตั้งแต่เวลา 09.00 น .-20.00 น.   พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ เมื่อสั่งครบ 1000 ขึ้นไป ส่งฟรี! ในรัศมี 20 กิโลเมตร หรือ โทรสั่งอาหารล่วงหน้าแล้วเดินทางมารับด้วยตัวเองได้ โดยจะมีพนักงานอำนวยความสะดวกส่งอาหารให้ถึงรถทันทีที่มาถึง สามารถดูเมนูอาหารเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : เรือนแม่หลุย Ruan Mae loui  ก่อนโทรสั่งอาหาร ได้ที่   02-056-7888 , 095-362-6446 และ 061-882-9382

สำหรับศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 ยังคงดำเนินการรักษามาตรการทำความสะอาดตามจุดสัมผัสสาธารณะ บริการเจลล้างมือ และ จัดที่นั่งในส่วนกลางแบบรักษาระยะห่าง โซเชียล ดิสแทนซิ่ง อย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้มาใช้บริการพร้อมดำเนินการยกเลิกค่าจอดรถให้กับลูกค้าทุกท่าน และอำนวยความสะดวกในการจัดสถานที่จอดรถไว้รองรับผู้ให้บริการฟู้ด เดลิเวอรี่ได้จอดรถรอรับ-ส่ง อาหารอร่อยๆ ได้ฟรี อีกด้วย

30 เมษายน 2563

ธนชาตเปิดประมูลหนี้สินเชื่อไม่มีหลักประกัน ไตรมาส 2 กว่า 177 ล้านบาท



ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) เปิดประมูลซื้อสิทธิเรียกร้องในหนี้สินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน สินเชื่อบุคคล สินเชื่อบัตรเครดิต และบัตรสินเชื่อบุคคลของธนาคาร ไตรมาสที่ 2/2563 จำนวนรวม 4,314 
บัญชี ยอดหนี้เงินต้นรวม 177,701,638.21 บาท รูปแบบการประมูลแบบรายกลุ่ม โดยระบุราคาแต่ละรายลูกหนี้ ตามแบบฟอร์มการยื่นซองประมูลราคาโดยวิธีปิดซอง ณ ที่ทำการ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) เปิดจำหน่ายเอกสารประกอบการประมูลและซีดีรอม

ตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน ถึง 12 พฤษภาคม 2563 และยื่นซองประมูลเสนอราคาซื้อ
ในวันที่ 12 พฤษภาคม 2563

ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายกลยุทธ์และแผนงาน ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) อาคารเพชรบุรี ชั้น 9 หมายเลขโทรศัพท์ 0-2208-6296 และ 0-2208-5751

เอสซีจี เซรามิกส์ แถลงผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2563

กำไรเทียบปีลด 4% 
เตรียมรับมือตลาดหลังโควิด ลุยออนไลน์ เน้นสุขอนามัย ระบบติดตั้ง DIY 

เอสซีจี เซรามิกส์ แถลงผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2563 เทียบปีก่อนกำไรลด 4% เร่งปรับเปลี่ยนรูปแบบการขายให้สอดคล้องกับพฤติกรรมลูกค้า ชูจุดแข็งด้านเทคโนโลยีพัฒนาผลิตภัณฑ์  ส่งกระเบื้อง “ไฮจีนิค” ตอบโจทย์สุขอนามัย พร้อมแผ่นปูพื้นและระบบติดตั้งอย่างง่ายทำได้เอง

นายนำพล มลิชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ COTTO ผู้ผลิตและจำหน่ายกระเบื้องภายใต้แบรนด์คอตโต้ (COTTO) โสสุโก้ (SOSUCO) และ คัมพานา (CAMPANA) เปิดเผยถึงงบการ เงินรวมก่อนสอบทาน ของ COTTO ในไตรมาสที่ 1 ปี 2563 ว่าบริษัทฯ มีรายได้จากการขาย 2,523 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 16 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน จากปริมาณการขายลดลง
และรายได้จากการขายที่ดินลดลง

โดยบริษัท มีกำไรสำหรับงวด 125 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 4 ทั้งนี้ หากไม่รวมกำไรจากการขายที่ดินใน
ปีก่อน กำไรจะเพิ่มขึ้นร้อยละ128 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากควบคุมค่าใช้จ่ายด้านการบริหารและการผลิตได้ดีขึ้น จากการปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องจักรและลงทุนขยายช่องทางการจัดจำหน่าย   ประกอบกับต้นทุนพลังงานที่ลดลงจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่ลดลง

“รายได้จากการขายในไตรมาสนี้ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เกิดจากยอดขายในประเทศที่ลดลงตามความต้องการของตลาดในประเทศโดยรวม ในช่วงต้นไตรมาส ปัจจัยลบต่าง ๆ มาจากภาคอสังหาริมทรัพย์ และสิ่งก่อสร้างหดตัวลงตามกำลังซื้อซึ่งเป็นผลของมาตรการ LTV และความเข้มงวดในการปล่อย สินเชื่อของสถาบันการเงิน ตลอดจนสถานการณ์ภัยแล้ง ฝุ่น ควัน ส่วนในช่วงท้ายไตรมาส เกิดจากสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงและปัญหาโควิด-19 อย่างไรก็ตาม  ยอดขายสินค้าไปยังตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศในกลุ่ม CLM โดยรวมสามารถรักษาระดับปริมาณขายได้ใกล้เคียงกับปีก่อน” นายนำพล กล่าว

นายนำพล เปิดเผยว่า ในช่วงภาวะวิกฤติโควิด-19 ซึ่งทางภาครัฐได้มีการประกาศใช้นโยบายต่าง ๆ
เพื่อควบคุมสถานการณ์การระบาดในประเทศ มีผลกระทบกับ ผู้บริโภคและบริษัทฯ ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้ใช้เทคโนโลยีและการสื่อสารออนไลน์เข้ามาช่วยในการทำงานให้มากขึ้น โดยเฉพาะการขายสินค้าผ่าน ช่องทางออนไลน์ เวปไซต์ www.cottolife.com เฟซบุ๊กเพจสินค้า ทั้งแบรนด์คอตโต้ คัมพานา และโสสุโก้ รวมถึง คลังเซรามิค ตลอดจนปรับตัวและ ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานเพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของลูกค้า โดยบริหารจัดการพนักงานที่ขายหน้าร้านมาเสริมทีมขายออนไลน์ เพื่อให้ทันกับความ ต้องการของลูกค้าด้วย

“ช่องทางขายออนไลน์ได้กลายเป็นช่องทางหลักในการขายสินค้าให้กับคอตโต้ไลฟ์ โดยเฉพาะช่วงที่มีการล็อคดาวน์ ยอดขายส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้มาจาก การขายสินค้าออนไลน์โดยตรง และจาก Omni-Channel คือ เริ่ม จากออนไลน์นำไปสู่การติดต่อพูดคุย ขายสินค้ากับลูกค้าทางโทรศัพท์ 
นอกจากนี้ การ Live ขายสินค้าทางเฟซบุ๊กเพจ ของ คลังเซรามิค ก็ได้รับการตอบรับที่ดีมากลูกค้ามีการ
สั่งซื้อเข้ามาทุกครั้ง ถือได้ว่ายอดขายจากทุกช่องทาง  ออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็น New High เห็นได้ชัดว่ากลุ่มลูกค้าของเราที่มีพฤติกรรมการใช้ดิจิทัล เทคโนโลยี มีเป็นจำนวนไม่น้อย” นายนำพล กล่าว

นอกจากนี้ บริษัท ฯ ยังได้เฝ้าติดตามพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปและเร่งพัฒนาตอบสนอง
ให้สอดคล้องและรวดเร็วที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเทรนด์เรื่อง “สุขอนามัย” ที่จะเป็นเรื่องสำคัญต่อไปในอนาคต หรือเทรนด์ “การใช้ ชีวิตติดบ้าน”  บริษัทฯ ได้พัฒนาสินค้าที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้ที่ต้องการปรับแต่งพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านแบบง่ายและสะดวก ได้ด้วยตนเอง



“คอตโต้ (COTTO) ได้ใช้ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีพัฒนาผลิตภัณฑ์ กระเบื้อง Hygienic Tile
(ไฮจีนิก ไทล์) มาตรฐานอุตสาหกรรมประเทศญี่ปุ่น  JIS Z-2801 ซึ่งมีคุณสมบัติในการป้องกันและยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียเพื่อตอบรับเทรนด์ของผู้บริโภคที่มีความกังวลและต้องการความปลอดภัยทางด้านสุขภาพ อนามัย  ที่สำคัญ การที่ลูกค้าต้องใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ เราจึงได้พัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์ในการปรับแต่งพื้นที่แบบง่ายและสะดวกได้ด้วยตนเอง คือ “COTTO Quick” ซึ่งเป็นระบบพื้นกระเบื้องที่ติดตั้งไวและง่าย  ซึ่งลูกค้าสามารถปูเองได้ โดยไม่ต้องใช้กาวซีเมนต์ 


ล่าสุด ยังได้ออกสินค้าใหม่ คือ แผ่นปูพื้น Smart Flexible by COTTO ที่มาพร้อมระบบคลิกล็อกจากประเทศสวีเดนซึ่งติดตั้งง่ายและสะดวก ลูกค้าสามารถ ติดตั้งด้วยตนเองได้โดยใช้เวลาเพียง 1-2 วันเท่านั้นสำหรับพื้นที่อยู่อาศัย” นายนำพล กล่าว

“ในส่วนของการบริหารต้นทุน บริษัทฯ ยังคงดำเนินการตามแผนงานเพื่อลดต้นทุนด้านพลังงานซึ่งเป็นต้นทุนหลักในการผลิต ควบคู่ไปกับการปรับปรุงเครื่องจักรเพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพ แม้ว่าในภาวะที่บริษัทจะต้องควบคุมต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่าย แต่บริษัท ฯ ยังคงมุ่งเน้นการรักษาคุณภาพสินค้าและบริการให้ได้มาตรฐานโดยมั่นใจว่าจะสามารถปรับตัวรับมือกับสถานการณ์หลังจากนี้และยังสามารถรักษาความแข็งแกร่งของการดำเนินธุรกิจในประเทศ ไว้ได้”  นายนำพล กล่าวสรุป

บริษัทเอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ COTTO
 ก่อตั้งเมื่อเดือน สิงหาคม 2561 จากการควบ 5 บริษัทย่อยภายในเครือ SCG (The Siam Cement Group) ได้แก่ (1) บริษัทเซรามิคอุตสาหกรรมไทย จำกัด
(“TCC”) (2) บริษัทเดอะ สยาม เซรามิค กรุ๊ป อินดัสทรี่ส์ จำกัด (“SGI”) (3) บริษัทโสสุโก้ แอนด์ กรุ๊ป (2008) จำกัด (“SSG”) (4)  บริษัทไทย-เยอรมัน เซรามิค อินดัสทรี่ จำกัด (มหาชน) และ (5) บริษัทเจมาโก จำกัด (“GMG”) ส่งผลให้เอสซีจี เซรามิกส์ กลายเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมกระเบื้องปูพื้นและ
บุผนังของประเทศ โดยมีฐานการผลิต ทั้งหมด 4 แห่งตั้งอยู่ที่จังหวัดสระบุรี มีกำลังการผลิตกระเบื้องสูงสุดรวมกันถึงปีละ 94 ล้านตารางเมตร  ภายใต้ 3 แบรนด์หลัก คือ แบรนด์คอตโต้ (COTTO) โสสุโก้ (SOSUCO) และ คัมพานา (CAMPANA)

วิริยะประกันภัย ร่วมใจสู้ภัยโควิด มอบชุด PPE บุคลากรแพทย์ โรงพยาบาลในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันตก



นายภาณุตร์ เหรียญประยูร ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการภาค 4 (ภาคกลางและภาคตะวันตก) บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) พร้อมผู้บริหารและพนักงานในสังกัดฝ่ายปฏิบัติการภาค 4 ร่วมมอบชุดอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยส่วนบุคคล (
Personal Protective Equipment : PPE) รวมถึงอุปกรณ์การแพทย์อื่นๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา และเพิ่มความปลอดภัยแก่บุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยในสถานการณ์การระบาดของโรค COVID-19 ให้แก่โรงพยาบาลในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันตก จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลนครปฐม จังหวัดนครปฐม โรงพยาบาลสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร และโรงพยาบาลมะการักษ์  จังหวัดกาญจนบุรี
สำหรับการดำเนินการมอบชุดอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัย
PPE ด้วยบริษัทฯ มีความตระหนักถึงความสำคัญในการปฏิบัติภารกิจอันยิ่งใหญ่ของบุคลากรทางการแพทย์ ที่ทุ่มเทแรงกาย แรงใจ เสียสละชีวิตของตนเองเพื่อรักษาผู้ป่วย ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอเป็นกำลังใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์ของไทย และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยให้สังคมก้าวผ่านสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ไปด้วยกัน