วันพุธที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2563

ผูู้ว่า ฯ สิงห์บุรี ประกาศเจตนารมณ์ โครงการ "บ้านน่านอน เมืองน่าอยู่"

สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสิงห์บุรี จัดโครงการบ้านน่านอน เมืองน่าอยู่ พัฒนาที่อยู่อาศัยผู้สูงอายุ คนพิการ และประชาชนทั่วไป  เพื่อส่งเสริมความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยให้มีมาตรฐานมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมขจัดอุปสรรคและสนับสนุนให้คนพิการ ผู้สูงอายุ สามารถดำรงชีวิตประจำวันได้ โดยมีสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยที่เอื้อต่อคนพิการ ผู้สูงอายุ รวมถึงมีสุขอนามัยและความมั่นคงปลอดภัย

ตั้งเป้าภายในปี 2564 ดึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน การปกครองส่วนท้องถิ่น อสม. อพม. และหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนในจังหวัดสิงห์บุรี บูรณาการร่วมกันในหมู่บ้าน ตำบล และอำเภอ ให้ประชาชนในจังหวัดสิงห์บุรีตระหนักและให้ความสำคัญในการรักษาความสะอาดบ้านเรือนและชุมชนของตนเองให้สะอาด น่าอยู่ และปลอดภัย ครอบคลุม 7 หมื่นกว่าครอบครัว (ประชากร 208,446 คน)

ในการนี้ นายชำนาญวิทย์ เตรัตน์   ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี ขอประกาศเจตนารมณ์ โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน บ้านเป็นสถานที่สำคัญที่บุคคลในครอบครัวใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน และมีอิทธิพลต่อชีวิตความเป็นอยู่ บ้านที่สะอาด ปลอดภัย เป็นระเบียบเรียบร้อยสะท้อนความมีระเบียบวินัย ส่งผลให้ประชาชนมีสุขภาพร่างกายจิตใจที่แข็งแรง  และภายในปี 2564 จังหวัดสิงห์บุรี ประชาชนต้องมี “บ้านน่านอน เมืองน่าอยู่"









วันอังคารที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2563

โสสุโก้ เปิดตัวไอเท็มใหม่ล่าสุด กาวซีเมนต์โสสุโก้ ตอบโจทย์ช่างมืออาชีพ

กระเบื้องโสสุโก้  ภายใต้บริษัท เอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน)  ผู้สร้างสรรกระเบื้องปูพื้นและบุผนังให้มีดีไซน์หลากหลายตามสไตล์ในแบบคุณจนเป็นที่นิยมสำหรับผู้ใช้งานทั้งในประเทศและต่างประเทศ   ได้เปิดตัวสินค้าใหม่ล่าสุดเพื่อเติมเต็มความต้องการใช้งานของช่างมืออาชีพ กาวซีเมนต์โสสุโก้ใช้ปูกระเบื้องเซรามิกตั้งแต่ขนาดทั่วไป จนถึงกระเบื้องขนาดใหญ่ ที่ไซส์ 60x60 ซ.ม. จัดเต็มด้วยคุณสมบัติพิเศษที่ผสมวัสดุประสานพิเศษมีประสิทธิภาพการยึดเกาะแน่น   ติดนานทนทาน  ช่วยให้ช่างปูกระเบื้องได้ง่าย ด้วยสูตรแห้งเร็ว  ทำให้ประหยัดเวลาในการทำงาน   เป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่ช่างเล็ก ช่างใหญ่ต้องมีติดไม้ติดมือ  กาวซีเมนต์โสสุโก้ หรือที่ช่างเรียกว่ากาวซีเมนต์พี่บิ๊ก สังเกตง่ายๆ จากถุงสีชมพู มีวางจำหน่ายแล้วที่ตัวแทนจำหน่ายโสสุโก้ทั่วประเทศ             

สำหรับท่านที่สนใจสามารถดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่  http://www.sosuco2008.co.th/
หรือเฟสบุ๊คแฟนเพจ https://www.facebook.com/sosucothailand/

เผยเคล็ดลับ “สุขภาพดี” กับเหล่าศิลปิน ดารานักแสดง และเซเลบริตี้รรุ่นใหญ่ กับ One Day One Life with BAAC

วันเดียว ที่เดียว ครบเซตเรื่องสุขภาพ

 BAAC ร่วมกับ FM96.5 จัดกิจกรรมเพื่อสร้างความสัมพันธ์กับคุณผู้ฟังคลื่นวิทยุ FM96.5 ทุกท่านได้เรียนรู้จักกับ การดูแลสุขภาพในแนวทางการป้องกัน และฟื้นฟูสุขภาพ  แบบชะลอวัย Anti-Aging ภายใต้ชื่องาน “One Day One Life with BAAC วันเดียว ที่เดียว ครบเซตเรื่องสุขภาพ” 



นำโดยคุณบุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี พิธีกร และนายแพทย์บัญชา แดงเนียม เป็นวิทยากรตลอดกิจกรรม
ทั้งนี้ยังเสริมทัพด้วย คุณชรัส เฟื่องอารมย์ - คุณชลิต เฟื่องอารมย์ -คุณทูน หิรัญทรัพย์ คุณบดินทร์ ดุ๊ก และคุณเอิร์ธ สายสว่าง เรียกได้ว่าเป็นการขนเหล่าบรรดาศิลปิน ดารานักแสดง และเซเลบริตี้รุ่นใหญ่ 
มาเผยเคล็ดลับการดูแลสุขภาพให้ยังคงดูหนุ่มสาวอ่อนกว่าวัย 


สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมงานไม่น้อยกว่า 100 ท่าน โดยอยู่ภายใต้การกำกับและรักษามาตรฐานเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID-19   ณ สถานี วิทยุ

โทรทัศน์ อสมท (MCOT)



“เคอีกรุ๊ป”จับมือ “อาลีบาบาคลาวด์”สร้าง “SKY OS” แพลตฟอร์มแรกในเอเชีย

แม้จะอยู่ต่างอุตสาหกรรมกัน ก็สามารถจับมือกันมาเขย่าวงการธุรกิจได้ ล่าสุด “เคอี กรุ๊ป” ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับชั้นนำของประเทศไทย จับมือ “อาลีบาบา คลาวด์” ผู้นำเทคโนโลยีระบบการจัดการอันดับหนึ่งของเอเชีย สร้างนิวโมเดลแพลตฟอร์มแรกในเอเชีย ภายใต้ชื่อ “SKY OS”เพื่อให้เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงธุรกิจแบบครบวงจรและทันสมัยของเมืองไทย อีกทั้งยังสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดได้หลากหลายธุรกิจ ตั้งแต่ธุรกิจค้าปลีกร้านค้าศูนย์การค้า และอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท หวังช่วยผู้ประกอบการร้านค้า และธุรกิจในประเทศไทย เพิ่มช่องทางการขายให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยไม่ต้องกังวลกับค่าใช้จ่ายการลงทุนด้านเทคโนลียี ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วจนไล่ตามไม่ทัน

“นางศุภานวิต เอี่ยมสกุลรัตน์”ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เคอี กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า ได้ร่วมมือกับ บริษัท อาลีบาบา คลาวด์ จำกัด นำโดย“นายไทเลอร์ ควิว”ผู้จัดการของอาลีบาบา คลาวด์ ประจำประเทศไทย ร่วมพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อกลุ่มค้าปลีก, ร้านค้า, ศูนย์การค้า และอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ ภายใต้ชื่อ “SKY OS” (สกาย โอเอส) เพื่อให้เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงธุรกิจแบบครบวงจรและทันสมัยของเมืองไทย อีกทั้งยังสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดได้หลากหลายธุรกิจ นอกจากแพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจค้าปลีกแล้ว ยังคาดว่าจะมีการพัฒนา“SKY OS” (สกาย โอเอส) พัฒนาระบบให้ครอบคลุมการบริหารธุรกิจเรียลเอสเตทอื่นๆ ในอนาคต



ทั้งนี้ “SKY OS” (สกาย โอเอส) ได้รับการพัฒนาบนแพลตฟอร์มของอาลีบาบา คลาวด์ (Alibaba Cloud) ซึ่งเป็นระบบดิจิทัลอัจฉริยะ และเป็นเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานหลักของอาลีบาบาซึ่งโซลูชั่นของอาลีบาบา คลาวด์ ได้ให้การสนับสนุนธุรกิจต่างๆ อย่างประสบผลสำเร็จมาแล้วมากมาย ทั้งธุรกิจอีคอมเมิร์ซ เทคโนโลยีการเงินโลจิสติกส์ สื่อดิจิทัล และ ธุรกิจบันเทิง ตลอดจนระบบจ่ายเงิน เกตเวย์ และระบบการชำระเงินแบบไร้เงินสดหรือ E-Wallet ที่สมบูรณ์ครบวงจร ทำให้มั่นใจได้ว่า ระบบ Sky OS จะเป็นระบบที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ประกอบการในประเทศไทย

จุดเด่นของ“SKY OS” (สกาย โอเอส) คือการรวบรวมแพลตฟอร์มที่สมบูรณ์แบบนี้ให้กับพันธมิตรธุรกิจ และร้านค้าต่างๆ สามารถนำไปใช้ในการบริหารงานและบริหารการขาย เพื่อเพิ่มช่องทางการขายให้มีประสิทธิภาพสูงสุด บนแพลตฟอร์มที่มีศักยภาพที่สุด โดยไม่ต้องกังวลกับการลงทุนไล่ตามเทคโนลียีที่เปลี่ยนแปลงเร็ว เนื่องจาก “SKY OS” (สกาย โอเอส) จะเป็นผู้พัฒนาระบบให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง ภายใต้สเตทออฟดิอาร์ต 5 หลักการทำงานสำคัญคือ

1. โครงสร้างสำหรับการทำระบบลอยัลตี้และแคมเปญ พัฒนาระบบให้ผู้ประกอบการทุกประเภทธุรกิจ สามารถนำบิ๊กดาต้าไปใช้ในการเพิ่มฐานข้อมูลลูกค้า เพื่อการส่งโปรโมชั่นผ่านทุกสื่อที่เข้าถึง เช่น โปรแกรมสะสมแต้ม และการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า ตลอดจนการสร้างแคมเปญที่ประสบความสำเร็จด้วยการเข้าถึงลูกค้าผ่านช่องทางต่างๆ

2. เป็นโมเดลธุรกิจแบบ O2O หรือออนไลน์ ทู ออฟไลน์ (Online to Offline) ผสมผสานระหว่างธุรกิจจากออนไลน์ไปยังออฟไลน์ โดยนำคุณภาพของออฟไลน์มาช่วยยกระดับให้กับออนไลน์ ในการขายและการทำการตลาด การโอนที่รวดเร็วและการวิเคราะห์ข้อมูลที่มีประสิทธิภาพจะช่วยสร้างความได้เปรียบให้กับผู้ค้าปลีก

3. เป็นระบบที่ทำงานร่วมกันแบบไร้รอยต่อ เพราะมีพื้นฐานมาจากโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกของอาลีบาบา คลาวด์รวมถึงมีระบบสนับสนุน ณ จุดขาย หรือ POS ซึ่งใช้งานง่ายและมีประสิทธิภาพสำหรับผู้ประกอบการ

4. แพลตฟอร์มบิ๊กดาต้า พร้อมระบบการสร้างชุมชนผู้ใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ที่พัฒนาโดยอาลีบาบา คลาวด์ จะช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงบิ๊กดาต้าและการใช้งานได้ ผู้ค้าปลีกจะสามารถสร้างชุมชนของผู้ใช้ และเข้าถึงแต่ละกลุ่มได้แม่นยำมากขึ้น

5. สร้างสังคมไร้เงินสด ช่วยสร้างสังคมไร้เงินสด ผ่าน กระเป๋าเงินออนไลน์ คูปองและ voucher ออนไลน์ และมีระบบสะสมแต้มและแลกคะแนนสะสม ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ค้าปลีกได้แทบทุกรูปแบบที่ธุรกิจต้องการ 


“SKY OS” (สกาย โอเอส) จะเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยยกระดับอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมด รวมถึง โครงการหมู่บ้าน คอนโดมิเนียม สำนักงาน โรงแรม อพาร์ทเมนต์ ตลาด และค้าปลีก โดยอำนวยความสะดวกในทุกด้านที่ธุรกิจต้องการ และเป็นท่าเชื่อมต่อไปยังบริการด้านบัญชี แพลตฟอร์มข้อมูลลูกค้า การเก็บและจ่ายเงิน บริการออนดีมานด์ ประกัน และอีกมากมาย บริการเหล่านี้มีเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพคอยรองรับ โดยมีราคาที่เข้าถึงได้

ทั้งอาลีบาบา คลาวด์ และเคอี กรุ๊ป ต่างเห็นพ้องว่า แพลตฟอร์ม“SKY OS” (สกาย โอเอส)มีโอกาสทางการตลาดสูง และมีประโยชน์อย่างมากในเทรนด์ของโลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว โดยแพลตฟอร์มนี้ถือเป็นครั้งแรกในไทยและเอเชีย และจะเริ่มเปิดให้บริการภายในปลายปีนี้ สำหรับลูกค้าและร้านค้าของศูนย์การค้า ภายใต้การบริหารของกองรีท BKER ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้แก่ ศูนย์การค้า คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (CDC), เดอะคริสตัล เอกมัย รามอินทรา-ราชพฤกษ์-ชัยพฤกษ์, เดอะซีน, เพลินนารี, อมอรินี, สัมมากร เพลส ราชพฤกษ์-รามคำแหง-รังสิต และแอมพาร์คจุฬา 

ในระหว่างนี้ หากมีผู้ประกอบการร้านค้าประเภทธุรกิจทั้งขนาดใหญ่และเล็ก แม้ไม่ได้อยู่ในกองรีท BKER ก็สามารถเข้าร่วมในแพลตฟอร์ม“SKY OS” (สกาย โอเอส)ได้ อีกทั้งยังมั่นใจได้เพราะพัฒนาโดยอาลีบาบา คลาวด์ ซึ่งมีความเสถียร และพิสูจน์แล้วจากการทำงานให้กับธุรกิจในหลายภูมิภาค

“นางศุภานวิต”กล่าว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้จะส่งเสริมให้เกิดการใช้เทคโนโลยีมากขึ้นในประเทศไทย เพื่อเสริมกลยุทธ์ในการแข่งขันทางธุรกิจ และเพิ่มศักยภาพในการค้าขายอย่างมีประสิทธิภาพด้วยศักยภาพของอาลีบาบา คลาวด์ ที่เป็นอันดับหนึ่งในเอเชีย เทคโนโลยีนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญทางธุรกิจในการช่วยสร้างยอดขาย เพิ่มฐานลูกค้า ให้ธุรกิจก้าวไปข้างหน้า รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดการใช้บริการคลาวด์มากขึ้นในประเทศไทย รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านในอนาคต”

“SKY OS เป็นนวัตกรรมใหม่สำหรับทั้งร้านค้าและผู้เช่า เรามั่นใจว่าด้วยเครื่องมือต่างๆ ของอาลีบาบา คลาวด์ จะตอบโจทย์ความต้องการที่ซับซ้อนของเจ้าของธุรกิจได้ ด้วยประสบการณ์จากการทำงานให้กับธุรกิจค้าปลีกทั่วโลกมาแล้วมากมาย 

“SKY OS” (สกาย โอเอส) มีคุณสมบัติหลักที่พิเศษในด้านการสร้างโปรแกรมลอยัลตี้ ที่ร้านค้าและศูนย์การค้าในไทยสามารถนำไปใช้ได้โดยไม่ต้องลงทุนในการสร้างระบบพื้นฐานขึ้นมาใหม่ด้วยตนเอง โดยมีสิ่งที่พิเศษกว่าแอปพลิเคชั่นอื่นๆ ดังนี้

1. การให้สิทธิประโยชน์ที่มากกว่าซึ่งปกติร้านค้าอาจไม่สามารรถทำได้ และสามารถร่วมกับร้านค้าอื่นๆ ในการร่วมมือหรือแลกเปลี่ยนสิทธิประโยชน์ผ่านแพลตฟอร์มนี้

2. การสะสมคะแนนของทุกร้านค้าและทุกธุรกิจลูกค้าทุกท่านที่สมัครเป็นสมาชิก สามารถสะสมคะแนน หรือแลกเปลี่ยนแต้มได้จากทุกร้านค้าในระบบ “สกาย โอเอส”

3. การทำโปรโมชั่นแบบแลกเปลี่ยนกันระหว่างร้านค้า หรือธุรกิจ หรือรูปแบบอื่นๆร้านค้าสามารถทำโปรโมชั่นการตลาดข้ามหมวดหมู่ธุรกิจได้ ทำให้ลูกค้าสามารถสะสมคะแนนผ่านกิจกรรม อาทิ การทำกิจกรรมร่วมการเล่นเกมส์ และการถ่ายรูป ซึ่งระบบสามารถจัดเป็นการสะสมคะแนนได้ทุกรูปแบบ 

โดยร้านค้าภายในศูนย์การค้า สามารถใช้เพียงโทรศัพท์มือถือเป็นอุปกรณ์ในการยืนยันการสะสมแต้มให้ลูกค้า และยืนยันการใช้สิทธิพิเศษ ร้านค้ายังสามารถนำแพลตฟอร์มนี้ไปเป็นแพลตฟอร์มของร้านค้าได้ เพียงปรับอินเทอร์เฟซการใช้งานของfront-end หรือหน้าจอให้เป็นของร้านค้านั้น รวมถึงประยุกต์ให้เข้ากับโปรแกรมสะสมคะแนนของทางร้าน และไม่ว่าร้านค้า หรือผู้ประกอบการจะไม่ได้อยู่ภายในศูนย์การค้าในเครือ BKER ก็สามารถใช้บริการได้ ในต้นทุนที่ต่ำกว่าการพัฒนาแพลตฟอร์มใหม่ขึ้นมาเองอย่างมาก อีกทั้งสามารถปรับฟีเจอร์การใช้งานต่างๆ ได้ง่าย.

โดยทั่วไป หากธุรกิจต้องการพัฒนาแอปพลิเคชั่นขึ้นมาด้วยตนเอง จะมีค่าใช้จ่ายในการพัฒนาแพลตฟอร์มราว 800,000-5,000,000 บาท สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง แต่หากใช้บริการพัฒนาแอปพลิเคชั่นของ “SKY OS” (สกาย โอเอส)จะค่าใช้จ่ายราว 300,000-1,000,000 บาทเท่านั้น โดยขึ้นอยู่กับความยากง่าย ดังนั้นสกาย โอเอส จึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับผู้ประกอบการในการสร้างฟีเจอร์พื้นฐานที่ครบถ้วนสำหรับบริหารจัดการโปรแกรมลอยัลตี้และแคมเปญต่าง การทำการตลาดแบบอัตโนมัติ และการวิเคราะห์บิ๊กดาต้าสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ โดยธุรกิจสามารถเลือกที่จะเป็นผู้ดูแลระบบหลังบ้านเอง หรือว่าจ้างให้ผู้เชี่ยวชาญดูแลระบบได้ 

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาแอปพลิเคชั่น คือความเสถียร ความเร็ว การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า และหน้าจอการใช้งานที่น่าใช้ สิ่งเหล่านี้ล้วนมีค่าใช้จ่ายในการปรับปรุง และดูแลระบบความปลอดภัยและภาษาของโปรแกรม ซึ่งอาจพบปัญหาได้หากใช้ผู้พัฒนาที่ไม่ใช้โปรแกรมภาษาล่าสุดในการพัฒนา และจะทำให้เกิดค่าใช้จ่ายในการลงทุนเพิ่มเติม  ซึ่งแพลตฟอร์มสกาย โอเอส ที่พัฒนาโดยอาลีบาบา คลาวด์ จะทำให้เจ้าของธุรกิจก้าวข้ามความเสี่ยงเหล่านี้ และสร้างธุรกิจที่ยั่งยืนได้ทั้งออฟไลน์และออนไลน์

ท่องเที่ยวเชิงเกษตร ร่วมทำ CSR ทำบุญสร้างหลังคาพระอุโบสถ


การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ททท.โดยคุณสมชาย ชมภูน้อย ผ.อ.ภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้การสนับสนุน และบริษัทจักรวาล แอนด์ ซัลไลน์ ทรานสปอร์ต จำกัด ร่วมกับสถานีวิทยุเสียงสามยอด โดยมีคุณชดา บูรณะพิมพ์ ผจก.ทั่วไป บ.เทรเชอร์ มาร์เก็ตติ้ง ประสานงานนำคณะสื่อมวลชนและคณะร่วมบุญเดินทางสู่วัดดงพญาเย็น ปากช่อง นครราชสีมา

คณะสื่อและผู้ร่วมบุญ พร้อมเดินทางออกจากสวนลุมรัชดาฯ พร้อมอาหารเช้าบนรถสู่จุดหมายแรก พร้อมรับประทานอาหารกลางวัน ที่บิ๊คโจ๊ย รีสอร์ต  มวกเหล็ก สระบุรี โดยการสนับสนุนของ การท่องเที่ยวสำนักงานอยุธยา-สระบุรี โดยคุณบิ๊คโจ้ย ให้การต้อนรับ จากนั้นเดินทางต่อไปท่องเที่ยวเชิงเกษตร ชมเขื่อนลำตะคลอง เขายายเที่ยง และฟาร์มเกษตร ก่อนเข้าสู่ที่พัก 360  องศา รีสอร์ต เขาใหญ่ และช่วงเย็นร่วมรับประทานอาหาร พร้อมกล่าวต้อนรับจาก ผ.อ.สมชาย ชมภูน้อย แบบ Callfaren เนื่องจากท่านติดภาระกิจ พร้อมกับทีมน้องศิลปินดาราอีกสามคนที่มาให้ความบันเทิงตลอดทั้งคืนก่อนเข้าพักผ่อนตามอัธยาศัย



หลังจาก รับประทานอาหารเช้าที่พักออกเดินทางสู่ไร่สุวรรณ ชมไร่ข้าวโพด จากนั้นเดินทางต่อไปทำ CSR ที่วัดดงพญาเย็นปากช่อง เริ่มงานบุญ ร่วมถวายสังฆทาน มอบเงินร่วมสร้างพระอุโบสถ เสร็จพิธีร่วมรับประทานอาหารเที่ยงที่วัด ก่อนออกเดินทางต่อไปชมฟาร์มโคนม ไทย-เดนมาร์ค และชม ไร่องุ่นศิริวัฒน์ 


วันจันทร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2563

งาน "มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 25 “No กองดอง” นวัตกรรมการอ่านวิถีใหม่

สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) ผู้ผลักดันและส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่านให้เกิดขึ้นในสังคมไทยได้อย่างยั่งยืน  จัดงาน “มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 25” (Book Expo Thailand 2020) ภายใต้คอนเซ็ปต์ “No กองดอง” เพื่อส่งเสริมการอ่าน สร้างนวัตกรรมการอ่านใหม่ ๆ ตลอดจนกระตุ้นให้เกิดกระแสการอ่านในทุกเพศ ทุกวัย พร้อมตอบโจทย์การใช้ชีวิตในวิถีใหม่ หรือ New Normal โดยจัดกิจกรรมในรูปแบบของไฮบริดอีเว้นท์ (Hybrid Event) ผสมผสานระหว่างความเป็นออนกราวด์ (On Ground) และออนไลน์ (Online) ผ่านทางเว็บไซต์ ThaiBookFair.com ควบคู่กัน โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 กันยายน – 11 ตุลาคม 2563 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี 

ซึ่งในวันที่ 30 กันยายนศกนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในพิธีเปิดงาน เวลา 12.45 – 14.30 น. ณ เวทีกลาง อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี 

นอกจากนี้ภายในงานยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจหลังเปิดงานอีกมากมาย อาทิ กิจกรรมสัมภาษณ์พิเศษ “การแลกเปลี่ยนทางธุรกิจของอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ระหว่างจีนและไทย” โดย นายอนุรักษ์ กิจไพบูลทวี ผู้แทน บริษัท   เซี่ยเหมิน อินเตอร์เนชั่นแนล บุ๊ก จำกัด (Xiamen International Book Company Limited) ประจำประเทศไทย และ กิจกรรมเปิดตัวหนังสือ “คิดต่างสร้างการเปลี่ยนแปลง” โดย ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เจ้าของฉายา The Disruptor เมืองไทย


วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2563

ทีเส็บ จับมือ อีอีซี และเมืองพัทยา เริ่มเดินหน้า “ไทยแลนด์ ล็อก-อิน อีเวนท์”


ทีเส็บเร่งฟื้นฟูอุตสาหกรรมไมซ์ด้วยงานแสดงสินค้านานาชาติผ่านแผนแม่บท 3 ปี “ไทยแลนด์ ล็อก-อิน อีเวนท์” มุ่งเน้นการสร้างงานใหม่และการขยายงานลงสู่พื้นที่พันธมิตรหลักอย่าง อีอีซี ในฐานะจุดหมายปลายทางใหม่สำหรับนักลงทุนทั่วโลก และเมืองพัทยา ในฐานะไมซ์ซิตี้แห่งแรกของประเทศไทย

นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ นำคณะสื่อมวลชนเข้าร่วมกิจกรรมเสวนาภายใต้แผนแม่บทอุตสาหกรรม ไทยแลนด์ ล็อก-อิน อีเวนท์ แผนแม่บทส่งเสริมการจัดงานแสดงสินค้านานาชาติภายใต้แคมเปญฟื้นฟูอุตสาหกรรมไมซ์ กระตุ้นผู้ประกอบการให้กลับมาจัดงานอีกครั้งด้วยการสนับสนุนด้านต่าง ๆ จากทีเส็บ ทั้งในด้านของการสนับสนุนทางการเงินและสิทธิประโยชน์อำนวยความสะดวกในการจัดงาน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เดินหน้าอีกครั้งหลังผ่านพ้นสถานการณ์โควิด-19 ใต้แผนแม่บทอุตสาหกรรม ไทยแลนด์ ล็อก-อิน อีเวนท์ แผนแม่บทส่งเสริมการจัดงานแสดงสินค้านานาชาติภายใต้แคมเปญฟื้นฟูอุตสาหกรรมไมซ์ กระตุ้นผู้ประกอบการให้กลับมาจัดงานอีกครั้งด้วยการสนับสนุนด้านต่าง ๆ จากทีเส็บ ทั้งในด้านของการสนับสนุนทางการเงินและสิทธิประโยชน์อำนวยความสะดวกในการจัดงาน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เดินหน้าอีกครั้งหลังผ่านพ้นสถานการณ์โควิด-19







กิจกรรมเสวนาในครั้งนี้ทีเส็บมาพร้อมกับวิทยากรรับเชิญที่มาร่วมพูดคุยถึงความพร้อมและความคืบหน้าของแผนแม่บทดังกล่าว ได้แก่ ดร.คเณศ วังส์ไพจิตร ผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี, คุณรัตนชัย สุทธิเดชานัย ที่ปรึกษาเมืองพัทยาด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม และ คุณธเนศ จันทร์เจริญ คณะทำงาน บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด หรือ ยูทีเอ / หัวหน้าคณะทำงานด้านวางแผนกลยุทธ์ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เมื่อวันศุกร์ที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา ณ โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา โดยมีคณะสื่อมวลชนให้ความสนใจเข้าร่วมกว่า 30 สำนัก

นายจิรุตถ์ กล่าวถึงนโยบายของทีเส็บในการเร่งฟื้นฟูอุตสาหกรรมไมซ์ผ่านแคมเปญส่งเสริมการจัดงานไมซ์ เพื่อกระตุ้นให้เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งหลังสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยคลี่คลายลง และช่วยเหลือผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมไมซ์ให้กลับมาเดินหน้าต่อไปได้ผ่านการกระตุ้นด้วยแผนแม่บท ไทยแลนด์ ล็อก-อิน อีเวนท์ โดยมุ่งเน้นไปที่การสนับสนุนด้านงานแสดงสินค้านานาชาติเป็นหลักผ่านการประสานประโยชน์กับพันธมิตรหลักอย่าง อีอีซี และ เมืองพัทยา ในการสนับสนุนด้านต่าง ๆ เช่น การสนับสนุนด้านการเงินในการจัดงานแบบปกติใหม่ (new normal) การสนับสนุนค่าใช้จ่ายสำหรับการสำรวจพื้นที่ ค่าประชาสัมพันธ์งาน รวมไปถึงสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับการอำนวยความสะดวกเมื่อเจ้าของงานเลือกสร้างงานใหม่หรือขยายงานเดิมมาลงยังพื้นที่ อีอีซี และ พัทยา

นายจิรุตถ์กล่าวเสริมว่า แผนแม่บทนี้จะช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมงานแสดงสินค้านานาชาติ ภายใต้การจัดงานงานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ โครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรมการบิน และอุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่ อีอีซี ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร และ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ การจัดการภัยธรรมชาติ และการรับมือโรคระบาด รองรับผู้ประกอบการด้วยสิทธิประโยชน์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้การจัดงานประสบความสำเร็จ

จากนั้นเดินทางสู่ โรงแรมดุสิตธานี พัทยา และเข้าร่วมงานดินเนอร์ทอล์คริมชายหาด เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากทีเส็บ โรงแรมดุสิตธานี และ  องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) ในการเชื่อมโยงการท่องเที่ยว และการนำเสนอสินค้าชุมชนเข้ากับกิจกรรมของทีเส็บโดยเย็นวันนี้ มีตัวอย่างของดีชุมชนในพัทยามาจัดแสดง ให้ชม ชิม ช้อป และร่วมลองทำด้วยตัวเองอีกด้วย

อาทิ การสาธิตการทำพวงมโหตร ชมรมผู้สูงอายุตำบลบางเสร่ , เวิร์คช้อปหน้ากากงิ้ว จากชุมชนจีนโบราบ้านชากแง้ว , กุยช่ายไส้ผัก-ฮ่อยจ๊อปู เมนูอร่อย ชุมชนบ้านชากแง้ว , สลัดโรลดอกไม้ เมนูจากผักออร์แกนิค โดยชุมชนวังน้ำดำ อ.บ้านบึง , สาธิตทำผ้าบาติก จากชุมชนบ้านเก่า ตลาดบางเสร่ อ.สัตหีบ

นับเป็นการผสานความพร้อมของศักยภาพที่มีในพื้นที่ เพื่อเตรียมเดินหน้าทันทีหลังสถานการณ์ณ์แพร่ระบาดโควิด-19 คลี่คลายลง ซึ่งถือเป็นมิติแห่งความร่วมมือ ที่สามารถดึงพลังของแต่ละหน่วยงานออกมาเพื่อผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เดินหน้าต่อไป โดยมุ่งหวังให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับทุกภาคส่วน





สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมของแคมเปญสนับสนุนและแผนแม่บท ไทยแลนด์ ล็อก-อิน อีเวนท์ จากทีเส็บได้ที่ exhibitions@tceb.or.th 

วันเสาร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2563

ลดาวัลลิ์ นั่งหัวหน้าพรรค เสมอภาค ชูแนวบริหาร ผสานรุ่นเก่า/ใหม่ สร้างการเมืองไร้ความขัดแย้ง

“ลดาวัลลิ์” นั่งหัวหน้าพรรค “เสมอภาค”  ดร.นิติธร นั่งเลขาธิการพรรค คณะกรรมการบริหารพรรคผสมผสานระหว่างคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ ประกาศอุดมการณ์เป็นการเมืองมิติใหม่ที่ขาวสะอาด ไร้ความขัดแย้ง มุ่งเน้นการสร้างความเสมอภาคด้านการเมือง ด้านเศรษฐกิจ และด้านสังคม

วันเสาร์ ที่ 26 กันยายน 2563  13:30 น. ที่ห้องประชุม อัลตร้า อารีน่า ชั้น 5 ห้างสรรพสินค้า โชว์ ดีซี (Show DC) พรรค “เสมอภาค” ได้จัดประชุมผู้ร่วมกันจัดตั้งพรรค เพื่อพิจารณาเลือกหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรค รวมถึงพิจารณาคำประกาศอุดมการณ์ นโยบาย และข้อบังคับพรรค โดยมีผู้ร่วมประชุมกว่า 400 คน เป็นผู้ร่วมก่อตั้งพรรค โดยก่อนเข้าประชุมได้มีการตรวจอุณหภูมิ วัดไข้ แจกหน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอล์ และมีการเว้นระยะห่างทางสังคมทั้งในและนอกห้องประชุม เพื่อป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ตามนโยบายของรัฐบาล

หลังจากนั้น ได้มีการคัดเลือกคณะกรรมการบริหารพรรค สรุปรายชื่อได้ 19 คน ดังนี้ 1. นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ หัวหน้าพรรค 2. ดร. นิติธร สีเชียว เลขาธิการพรรค 3. นางสาวชริตา พลพานิชย์ เหรัญญิกพรรค 4.นายณัฐพล ปัญญากอง ทะเบียนสมาชิกพรรค 5. กรรมการบริหารอื่นของพรรค จำนวน 15 คน  อาทิเช่น  นายสถิตย์พันธ์ ธรรมสถิตย์ อดีตรอง ผอ. การยางแห่งประเทศไทย  พลตรี ถิรเดช  ทรัพย์เขื่อนขันธ์ ตัวแทนสภาแพทย์แผนไทย พลตรี รัชพล สุทนต์ อดีต ผอ สารวัตรทหารบก นางรัตนจันทร์ ศีลสัมฤทธิ์ 



นอกจากนี้ ได้ประกาศอุดมการณ์ทางการเมืองของพรรค คือ “มุ่งเน้นการสร้างความเสมอภาคด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม” โดยต้องการพัฒนาด้านการเมืองไทยให้ก้าวไปสู่การเมืองภาคประชาชน โดยประชาชนร่วมเป็นเจ้าของพรรค ร่วมตัดสินใจในเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องกับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนและความมั่นคงของประเทศ เพื่อสร้างสังคมให้มีความเสมอภาค ลดความเหลื่อมล้ำ เป็นสังคมแห่งความดีงามและถูกต้อง อันจะนำความสงบสุขให้กลับคืนมาสู่ประเทศชาติ และจะเป็นผลให้ประชาชนทั่วไป มีสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้นและมีความสุข โดยยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์  





นางลดาวัลลิ์ กล่าวต่อที่ประชุม หลังได้รับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเสมอภาค ว่า ขอขอบคุณผู้ร่วมกันจัดตั้งพรรคเสมอภาคทุกๆ ท่านที่สละเวลามาช่วยกันสร้างพรรค ทุกคนมาด้วยความตั้งใจที่จะสร้างพรรคการเมืองที่เป็นพรรคการเมืองของประชาชนคนไทยอย่างแท้จริง ทุกคนมาด้วยเจตนามุ่งมั่นที่จะทำงานการเมืออย่างสร้างสรรค์  มุ่งสร้างการเมืองมิติใหม่

นางลดาวัลลิ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่ทุกคนถามมาเป็นจำนวนมาก เมื่อเราได้ประกาศจะจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่ คือ พรรคที่จะจัดตั้งนี้ จะอยู่ฝ่ายไหน เหมือนจะบอกให้เราเป็นพวกกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ที่มีความขัดแย้งกันอยู่ ตนจึงขอใช้เวทีนี้ประกาศว่า พรรคเสมอภาค จะไม่ใช่พรรคของฝ่ายใดเป็นอันขาด เราเป็นพรรคการเมืองของประชาชน ไม่ขอไปร่วมอยู่ในความขัดแย้งใดๆ  เราตั้งใจจัดตั้งพรรคเสมอภาค เพื่อเป็นพรรคมิติใหม่ที่จะเปลี่ยนการเมืองไทยให้เป็นการเมืองที่ขาวสะอาด ปราศจากการทุจริตคอร์รัปชั่น เป็นพรรคที่เป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง

นางลดาวัลลิ์ กล่าวต่ออีกว่า ขณะนี้บ้านเมืองเรากำลังประสบปัญหา มหาวิกฤตในหลายด้าน สังคมแตกแยก เศรษฐกิจตกต่ำ คนตกงาน ขาดรายได้ การทำมาหากินเต็มไปด้วยความยากลำบาก กฎหมายหลายอย่างยังล้าสมัยไม่สอดคล้องกับสภาวะการณ์ของโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ภาคการเกษตรมีปัญหาเรื่องการบริหารจัดการน้ำ ตลอดจนการศึกษาของเยาวชนที่ไม่สอดคล้องกับอาชีพที่เปลี่ยนแปลงไป สิ่งเหล่านี้ต่างหาก คือภารกิจของพรรคเสมอภาค ที่จะเร่งดำเนินการและเข้ามาแก้ไขปัญหา



สุดท้าย ดร. นิติธร  เลขาธิการพรรค ได้กล่าวอธิบายถึงสัญลักษณ์พรรค "เสมอภาค" ว่า พรรคเสมอภาค ใช้เครื่องหมายมีลักษณะเป็นสัญลักษณ์ “เท่ากับ” ที่มี “วงกลม”ล้อมรอบและมีตัวอักษรคำว่า “เสมอภาค” ปรากฏอยู่ด้านของล่างของวงกลมดังกล่าว โดยสัญลักษณ์ “เท่ากับ” ที่เป็นแถบสีน้ำเงินอยู่ตรงกลางวงกลม เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความเสมอภาคของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ  แถบสีชมพูและแถบสีฟ้า ที่เป็นสีแถบของวงกลมที่แบ่งครึ่งกันอย่างสมดุล แสดงถึงความเท่าเทียมกันของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ โดยแถบสีชมพูเสมือนเป็นตัวแทนของผู้หญิงและแอลจีบีที(LGBT) ที่เป็นผู้หญิง ส่วนแถบสีฟ้าเสมือนเป็นตัวแทนของผู้ชายและแอลจีบีที(LGBT) ที่เป็นผู้ชาย ที่มีสิทธิ ความเสมอภาค เท่าเทียมกัน 

ส่วนสัญลักษณ์ “วงกลม” ที่เป็นแถบสีชมพูและแถบสีฟ้า เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความสามัคคี ความร่วมมือ ความกลมเกลียว เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ รวมกันเป็นพลังอันยิ่งใหญ่เข้มแข็ง ที่พร้อมจะช่วยกันผลักดันขับเคลื่อนประเทศไทยให้มีความเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้ามั่นคงและยั่งยืน ดั่งกงล้อที่พร้อมจะหมุนไปอย่างไม่มีวันหยุดนิ่ง

วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2563

“XSPACE Art Gallery” พื้นที่จุดตัดทางความคิดแห่งใหม่

เส้นทางสู่ธุรกิจสร้างสรรค์ งานศิลปะไร้ขีดจำกัด
ใจกลางกรุงเทพฯ


ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย ทำให้ปัจจุบันนี้มี ‘คอมมูนิตี้’ หรือ ‘โค เวิร์กกิ้ง สเปซ’
เกิดขึ้นมากมาย เพราะสามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนยุคนี้ได้เป็นอย่างดี ซึ่งคนส่วนใหญ่ต้องการทั้งสถานที่ทำงาน พื้นที่โชว์ศิลปะและงานดีไซน์ หรือแม้แต่คาเฟ่เก๋ๆ ชิคๆ ที่สามารถนั่งทำงานได้ ถ่ายรูปอัพลงโซเชียลมีเดียได้ ก็ล้วนตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี

ล่าสุด! “เวอร์ค่อน” ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบพื้นที่สำนักงานและพื้นที่สาธารณะยุคใหม่ นำโดย สิริมาดา ศุภองค์ประภา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เวอร์ค่อน (ประเทศไทย) จำกัด จับมือร่วมกับศิลปิน, ดีไซเนอร์ และ Art Curator ชื่อดังของเมืองไทย ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จอย่าง ภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์, สุภิตา เจริญวัฒนมงคล และภูวิชญ์ แห่งธานีราเมศ เปิดตัว “XSPACE Art Gallery” รวมทั้งเปิดตัวเว็บไซต์ www.xspace.gallery อย่างเป็นทางการ  ภายใต้คอนเซ็ปต์ “XSPACE–THE XPERIENCE” จุดตัดทางความคิดแห่งใหม่ ผ่านเส้นทางสู่ธุรกิจสร้างสรรค์งานศิลปะไร้ขีดจำกัด โดยมีเหล่าศิลปิน, art curator, art gallery ผู้คร่ำหวอดในวงการศิลปะร่วมงานคับคั่ง อาทิ  สันติ ลอรัชวี,  สนิทัศน์ ประดิษฐ์ทัศนีย, วิชชุลดา ปัณฑรานุวงศ์, เนียม มะวรคนอง เป็นต้น




สิริมาดา ศุภองค์ประภา กรรมการผู้จัดการ เผยว่า XSPACE Art Gallery คือพื้นที่ที่เป็นจุดตัดทางความคิดแห่งใหม่ที่งานสร้างสรรค์หลากสื่อต่างแขนงสามารถเดินทางมาบรรจบพบกัน บนพื้นที่แห่งนี้ซึ่งเป็นเสมือนประตูที่เปิดสู่เส้นทางใหม่ๆ ของพรมแดนแห่งการสร้างสรรค์ โดยเป็นทั้งพื้นที่แสดงงานศิลปะและงานดีไซน์ร่วมสมัย, พื้นที่แสดงผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์ดีไซน์, งานออกแบบผลิตภัณฑ์ และงานสถาปัตยกรรม ไปจนถึงเป็นพื้นที่ทางวัฒนธรรมร่วมสมัย ที่เปิดโอกาสให้มีกิจกรรมสร้างสรรค์ในรูปแบบต่างๆ หลากหลายสไตล์แบบไร้ขีดจำกัด

“XSPACE Art Gallery เกิดจากการเสาะแสวงหาความเป็นไปได้ใหม่ๆ ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของงานศิลปะ  งานออกแบบ เฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ งานออกแบบตกแต่งภายใน และสถาปัตยกรรม เพื่อเป็นการเปิดเส้นทางใหม่ของธุรกิจสร้างสรรค์ เพราะบางครั้ง สุนทรียะความงาม กับประโยชน์ใช้สอย ก็ไม่จำเป็นต้องแยกขาดจากกัน หากแต่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน”

องค์ประกอบภายในของ XSPACE Art Gallery มีจุดเด่นที่น่าสนใจคือ ที่นี่เป็นพื้นที่สำหรับจัดแสดงงานสร้างสรรค์หลากสื่อหลายแขนง ทั้งงานศิลปะ งานดีไซน์ และงานเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ โดยผลงานของศิลปินที่นำมาจัดแสดงภายใน XSPACE นี้ อาทิ ผลงานของ สันติ ลอรัชวี, ธิดารัตน์ จันทเชื้อ, เนียม มะวรคนอง, สนิทัศน์ ประดิษฐ์ทัศนีย์, ภาวิษา มีศรีนนท์, เต็มใจ ชลศิริ, ศุภชัย เกศการุณกุล,ไทวิจิต พึ่งเกษมสมบูรณ์, อดิวิศว์ อังศธรรมรัตน์ และวิชชุลดา ปัณฑรานุวงศ์ เป็นต้น รวมถึงยังมี Art x Design Store ซึ่งเป็นที่จัดจำหน่ายงานศิลปะ, งานดีไซน์, หนังสือ และสื่อสร้างสรรค์คุณภาพเยี่ยม ที่ผ่านการคัดสรรจาก Art Curator มืออาชีพให้ผู้ที่สนใจและรักงานศิลปะได้เลือกชมเลือกช้อปกันด้วย

ที่สำคัญ XSPACE ยังเป็นโชว์รูมเฟอร์นิเจอร์ที่พร้อมสรรพด้วยงานเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์หลากหลายรูปแบบ เหมาะสำหรับโครงการต่างๆ เช่น สำนักงาน, สถานศึกษา, สถานพยาบาล, คาเฟ่, ร้านอาหาร โรงแรมต่างๆ รวมถึงยังมีพื้นที่ XCafé ที่ให้บริการอาหารและเครื่องดื่มรสชาติเลิศ ท่ามกลางบรรยากาศอาร์ตแกลลอรี่สุดชิลล์  ที่สามารถรองรับผู้ใช้บริการได้กว่า 40 ที่นั่ง พร้อมลานจอดรถที่มีไว้คอยบริการ แล้วทางร้านยังเปิดรับจองสำหรับการจัดเลี้ยงหรือจัดกิจกรรมต่างๆ อีกด้วย




นอกจากพื้นที่ของ XSPACE แล้ว ยังมีการเปิดตัว www.xspace.gallery เว็บไซต์แรกที่เป็นแพลตฟอร์มสำหรับองค์กรธุรกิจศิลปะออนไลน์ ซึ่งเปรียบเสมือนคลังข้อมูลสำคัญของการสืบค้นผลงานของศิลปินไทยอิสระและแกลลอรี่พันธมิตร ครบเครื่องในเรื่องข้อมูลผลงานที่ชัดเจน การบริการ (Service) ที่ครบวงจร ไปจนถึงการปิดการขาย การนำส่งงานศิลปะถึงลูกค้า และการคัดเลือกผลงานที่เหมาะสมให้ลูกค้า ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการทำงานของเว็บไซต์ที่มีประสิทธิภาพ นอกจากเรื่องการขายงานแล้ว เว็บไซต์นี้ยังมีคอนเทนท์สร้างสรรค์ ซึ่งเป็นการช่วยผลักดันกลุ่มศิลปินและแกลลอรี่พันธมิตรในโลกสังคมออนไลน์ อาทิ ข้อมูลเกี่ยวกับศิลปะที่น่าอ่าน เรื่องเกี่ยวกับงานดีไซน์ รวมทั้งมีหนังสือศิลปะไว้จำหน่ายด้วยเช่นกัน



พบกับความตื่นตาตื่นใจของ XSPACE Art Gallery พื้นที่ซึ่งเป็นจุดตัดทางความคิดแห่งใหม่ ผ่านเส้นทาง
สู่ธุรกิจสร้างสรรค์งานศิลปะไร้ขีดจำกัด ได้แล้ววันนี้ที่อาคาร XSPACE Art Gallery ตั้งอยู่ในซอยปรีดีพนมยงค์ 14 ถนนสุขุมวิท 71

#XSPACE