วันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

ก้าวไปด้วยกัน ชนะไปด้วยกัน ทีเค.พาเลซ ฯ

28 ปี ทีเค.พาเลซ ฯ สร้างศักยภาพโรงแรมพร้อมก้าวสู่ผู้นำ


โรงแรมทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น ฉลองความสำเร็จ ก้าวสู่ปีที่ 28 กับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ 
เน้นความทันสมัย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม พร้อมตอกย้ำการบริการต้องเป็นเลิศ

กว่าจะมี ทีเค.พาเลซ ฯ
คุณทวีศักดิ์ พันธุ์เสงี่ยม  ประธานกรรมการทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น เล่าว่า ขอย้อนอดีตไม่คิดว่าจะมายืนตรงจุดนี้ เพราะเป็นคนที่เกเรมากตั้งแต่เรียนอยู่ที่เชียงใหม่ วันหนึ่งก็คิดอยากจะเรียนหนังสือที่กรุงเทพฯเลยตัดสินใจมาเรียนที่กรุงเทพ โดยเข้าเรียนที่โรงเรียนอำนวยศิลป์ และพักอาศัยกับน้าสาว ซึ่งเราต้องช่วยทำงานบ้านทุกอย่าง  
(คุณแม่สอนไว้ อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดายปั้นวัวปั้นควายให้ลูกท่านเล่น)  หลังจบจากมัธยมปลายที่อำนวยศิลป์ 
และสอบเข้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้


ในปีแรกที่เรียน พี่ชายก็ช่วยส่งเสียค่าเล่าเรียน แต่พอเข้าปีที่ 2 ไม่มีคนส่งเสียให้เรียน คิดว่าถ้าไม่ทำอะไรเลยคงแย่แน่ เลยไปหารุ่นพี่ (พิชัย มณีโชติ)เพื่อของานทำ ซึ่งรุ่นพี่เขาก็น่ารัก ให้เราพักอาศัยในที่ทำงาน  ช่วยดูแลออฟฟิศทำความสะอาด ให้เงินเดือนๆ ละ 800 บาท  ซึ่งอยู่มาพักใหญ่รุ่นพี่เห็นแววว่าน่าจะช่วยงานอื่นได้มากกว่าทำความสะอาดที่ทำงาน จึงได้ให้ไปเดินเอกสารในหน่วยงานราชการต่างๆ เพราะรุ่นพี่ทำบริษัทขายปุ๋ย ติดต่อกับหน่วยงานราชการกระทรวงเกษตร จนเรียนจบก็ยังช่วยรุ่นพี่เป็นเซลล์ขายปุ๋ย-ยาฆ่าแมลง ต่ออีก 2-3 ก่อนมาเปิดบริษัทเอง




ก่อนเริ่มต้นมาเป็นโรงแรมทีเค พาเลซ
 ประสบการณ์งานที่เคยได้เรียนรู้จากรุ่นพี่ มาเปิดบริษัทประมูลงาน ขายของทุกอย่างให้กับหน่วยงานราชการ จนในปี 2533 มีเงินสดในแบงค์พอสมควร เราจึงคิดว่าจะทำอสังหาริมทรัพย์ สร้างมูลค่าที่เพิ่มมากขึ้น โดยซื้อที่ดินย่านแจ้งวัฒนะทำอพาร์ทเม้นท์  ลำลูกกา ทำคอนโด และสุดท้ายหันมาทำ TK PALACE อย่างเดียว (ในตอนแรกเราคิดแค่เป็นเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ ) จนมาเป็นโรงแรมขนาดเล็กๆ

วิกฤติครั้งใหญ่
ในปี 2540 เกิดวิกฤติต้มยำกุ้ง  ต้องให้ธนาคารยึดคอนโดที่ลำลูกกา และทำแต่  TK PALACE อย่างเดียว ซึ่งเราก็ล้มลุกคลุกคลานมาตลอด ก่อนที่จะได้เพื่อนสนิทตั้งแต่เด็กช่วยเหลือ ดร.อุทัต สุวิทย์ศักดิ์ดานนท์(เฮียใหญ่)  ได้ยื่นมือเข้ามาช่วย (ประมาณ 10 กว่าปีที่ผ่านมา) ซึ่งเรามีหนี้กับแบงค์ 160 ล้านบาท  เฮียใหญ่ ได้เข้ามาปลดหนี้ตรงนี้
ให้ และช่วยเรามาโดยตลอด ทั้งให้กู้เพิ่มเพื่อสร้าง TK PALACE เพิ่ม ขยายพื้นที่เพื่อให้รองรับลูกค้าได้เพิ่มมากขึ้น  TK PALACE จากพื้นที่ 3-4 ไร่ ในวันนั้น  เป็น 10 ไร่ 5 อาคาร ในวันนี้  เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้น ด้วยการช่วยเหลือของเฮียใหญ่ ที่เป็นทั้งพี่ เพื่อน และผู้มีพระคุณ  นอกจากการช่วยเหลือของเฮียใหญ่ เรายังมีพนักงาน ที่ช่วยกันมาแต่ต้น ทุกคนทำงานอย่างขยันขันแข็ง สู้ด้วยกันมายาวนาน


การปรับเปลี่ยนเพื่อความทันสมัย
จากอดีตโรงแรมเล็ก ๆ วันนี้ TK PALACE ขยายหลายเท่าตัว เรามีการพัฒนาทุกรูปแบบ ซึ่งรูปแบบของดีไซน์ ก็เน้นความทันสมัย สวยหรู เมื่อลูกค้ามาแล้วต้องชอบ นอกจากดีไซน์ การบริการ เป็นสิ่งสำคัญ ทำอย่างไรให้ลูกค้ามาแล้วประทับใจ ทั้งเรื่องของความสะอาด มารยาท การต้อนรับ รวมถึงอาหาร สิ่งสำคัญมากเช่นกัน อาหารของโรงแรม ต้องสะอาดและดี รสชาติต้องถูกปากลูกค้า นอกจากบุฟเฟต์ ที่ขายรวมกับห้องพักและงานสัมมนา เรายังมีร้าน WYNN CAFEE & BISTRO กำลังเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้า มีทั้งอาหารทานเล่น อาหารจานหลัก และเครื่องดื่ม สำหรับกาแฟสดนั้น เราใช้กาแฟของดอยช้าง  เรียกได้ว่าเราเป็นโรงแรมที่สมบูรณ์แบบในย่านแจ้งวัฒนะ 
คุณธีระพัฒน์ พันธุ์เสงี่ยม รองประธานกรรมการทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น กล่าวว่า หลังจากที่คุณพ่อ (ทวีศักดิ์ พันธุ์เสงี่ยม) ได้สร้างโรงแรม ทีเค พาเลซ แอน์ คอนเวนชั่น มา ในฐานะลูกชายที่ต้องสานงานตามรอยคุณพ่อ ซึ่งก็เห็นท่านลุยงานคลุกคลีกับลูกน้องมาโดยตลอด ทุกคนก็ทำงานกันอย่างเต็มที่ คือ ที่นี่เราทำงานกันอย่างพี่น้อง มีความเป็นประชาธิปไตย มีถูก มีผิด ผมก็จะรับฟังความคิดเห็นของลูกน้องเช่นกัน  
ผมอยากให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาเพิ่มมากขึ้น มีการอบรมเรียนรู้เพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขา ซึ่งมองว่าการที่เราไม่หยุดที่จะเรียนรู้และพัฒนา เพื่อศักยภาพให้กับบุคลากรของโรงแรมให้เติบโตขึ้น




ปั้นแบรนด์ WYNN CAFÉ & BISTRO
ร้าน WYNN CAFÉ & BISTRO  ร้านอาหารสไตล์ฟิวชั่น บรรยากาศของร้านต้องสบาย ๆ ดูโล่ง สะอาดตา ทันสมัย ในส่วนของอาหาร รสชาติต้องดี ทุกอย่างต้องตรงตามสูตร  ซึ่งรับรองได้เมื่อใครได้มารับประทานอาหารที่ร้าน แล้วจะต้องติดใจ นอกจากลูกค้าที่มาทานอาหารที่ร้าน WYNN CAFÉ & BISTRO แล้วชอบอยากสั่งมาทานที่บ้าน 
เราจะมีบริการส่งถึงบ้าน ผ่านวงใน-ไลน์แมน ฟู้ดแพนด้า

หาสถานที่แต่งงานต้อง ทีเค พาเลซ ฯ
อีกหนึ่งงานที่อยากนำเสนอ คือการจัดงานแต่งงาน โรงแรมมีสถานที่พร้อมมากสำหรับงานแต่งงาน มี Wedding Planner ให้คำปรึกษา  มีห้องให้ลูกค้าเลือกตั้งแต่งานทำบุญเลี้ยงพระเช้า งานเลี้ยงฉลองมงคลสมรส มีห้องตั้งแต่ขนาด 100-1,000 คน  หลายคู่ที่มาจัดที่นี่ เกิดความประทับใจ ซึ่งเราคาดว่าในอนาคตอันใกล้ ทีเค พาเลซ ต้องเป็นหนึ่งในสถานที่เมื่อพูดถึงเรื่องการจัดงานแต่งงาน
ที่ลูกค้าพูดถึงสถานที่แต่งงาน




ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าจาก โรงแรมเล็ก ๆ เมื่อ28 ปีก่อน จนวันนี้ โรงแรมทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น เป็นโรงแรมที่ถูกพูดถึงความเปลี่ยนแปลง จนต้องจับตามอง ซึ่งทุกเรื่องเราใส่ใจในทุกรายละเอียด อยากให้ลูกค้าที่มาใช้บริการประทับใจ และคิดถึงโรงแรมทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น ตลอดไป

สามารถเข้าดูข้อมูลได้ที่ 
www.facebook.com/TKPALACEHOTELLine : tkpalace  โทร: 02 574 1588



วันศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

เวิร์คช็อปออร์แกนิกมอบสุขภาพดีให้พ่อได้ผ่อนคลาย

เวิร์คช็อปออร์แกนิกมอบสุขภาพดีให้พ่อได้ผ่อนคลาย

วันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันพ่อแห่งชาติ ว่าแต่ปีนี้จะพาพ่อไปเที่ยวที่ไหน หรือจะหาของขวัญมามอบให้พ่อ แทนคำขอบคุณพ่อผู้มีพระคุณ ดีหนอ หลายคนอาจคิดไม่ออก และหากถามพ่อไปตรงๆ ก็อาจจะได้รับคำตอบ…“ไม่ต้องหรอกลูก พ่อไม่ต้องการอะไร” อย่างไรก็ตามจากการเปิดพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลง ให้ทุกครอบครัวมาทำกิจกรรมร่วมกัน สวนสามพราน พบว่า ของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนในครอบครัว ก็คือ “การได้มีเวลาและใช้เวลาร่วมกันอย่างมีคุณภาพ” ซึ่งนอกเหนือจากทานอาหารร่วมกันแล้ว การที่คนในครอบครัวมีช่วงเวลาพิเศษสร้างสรรค์กิจกรรมร่วมกัน ที่ช่วยสร้างบรรยากาศแห่งความสุข เสียงหัวเราะ เรียนรู้ ส่งต่อคุณค่า เปิดรับความเห็นของกันและกัน นั้นมีความสำคัญมากๆ


นายอรุษ นวราช กรรมการผู้จัดการ สวนสามพรานเล่าว่า กิจกรรมที่ครอบครัวนิยมมาใช้เวลาร่วมกันที่สวนสามพรานในปัจจุบันนั้นมีหลากหลาย เช่น การนั่งเรือข้ามฟากไปฝั่งปฐม ออร์แกนิก ฟาร์ม เรียนรู้วิถีการทำเกษตรอินทรีย์ ที่ไม่เพียงทำให้รู้ว่า แหล่งที่มาของพืชผักนั้นมีความสำคัญ ยังมีกิจกรรมเรียนรู้ ลงมือทำปัจจัยการผลิต การเก็บผลผลิตอินทรีย์ในสวนมาแปรรูป รวมถึงมีครัวไทยให้ลงมือทำอาหารเมนูอินทรีย์ง่ายๆแล้วรับประทานร่วมกันในบรรยากาศแบบธรรมชาติ ขณะที่หลายครอบครัวตั้งใจมาเรียนรู้ศิลปหัตถกรรม รวมถึงเรียนรู้วิถีชีวิตแบบไทย การกิน-อยู่ การดูแลสุขภาพ ผ่านกิจกรรมตามเส้นทางวัตถุดิบ ใน ปฐม ออร์แกนิก วิลเลจ ที่มีให้เลือกทำมากกว่า 12 ฐาน และท่ามกลางสภาพแวดล้อมในสวนสามพราน ที่มีความร่มรื่น แวดล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่ มีการออกแบบพื้นที่อย่างมีมิติ สวยงาม ทำให้การทำกิจกรรมร่วมกันของครอบครัวเป็นไปอย่างผ่อนคลาย สบายๆ ไม่เครียด ไม่อึดอัด เรียกว่าทุกกรุ๊ปที่มา มีแต่เสียงหัวเราะ รอยยิ้มและความประทับใจ และถือเป็นโอกาสดีในการจะกระชับสัมพันธ์และเพิ่มความอบอุ่นให้กับครอบครัว




สำหรับในช่วงวันหยุดพิเศษ โอกาสวันพ่อแห่งชาติ เดือนธันวาคม สวนสามพรานได้เตรียมกิจกรรมพิเศษ และแพคเกจวันพ่อ ไว้รองรับความสนใจของครอบครัว โดยเฉพาะวันที่ 5 ธันวาคม 2562 ที่จะมีกิจกรรมเวิร์คช็อปสมุนไพรออร์แกนิกเปิดให้ผู้ที่มาทำกิจกรรมในสวนสามพราน ได้ทำร่วมกับพ่อ ประกอบด้วย
1. สครับเท้าสมุนไพรออร์แกนิก เมื่อเลือกแพคเกจกิจกรรมที่ปฐม ออร์แกนิก ฟาร์ม ลูกและพ่อจะได้ลงมือทำสคับเท้าด้วยตัวเอง ได้เรียนรู้ประโยชน์ ส่วนประกอบ และลงมือปรุงตามสูตรที่ ปฐม ออร์แกนิก ฟาร์ม คิดค้นขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อช่วยผ่อนคลายเท้าที่ถูกใช้งานมาอย่างหนักในแต่ละวัน โดยส่วนผสมในสครับจะประกอบด้วย สมุนไพรออร์แกนิก ชนิดต่างๆเช่น ไพล ข่า ใบฝรั่ง เปปเปอร์มิ้น และเกลือ ที่มีสารออกฤทธิ์ ช่วยบำรุง และ ช่วยให้ผ่อนคลาย

2. น้ำมันนวดสมุนไพรออร์แกนิก เมื่อเลือกแพคเกจกิจกรรมที่ ปฐม ออร์แกนิก วิลเลจ ความพิเศษของน้ำมันนวด คือ ใช้สมุนไพรที่ผลิตในระบบอินทรีย์ ทั้งไพล พิมเสน การบูรและ เมนทอล ซึ่งมีสรรพคุณเย็น ทำให้ช่วยผ่อนคลาย รวมถึงช่วยในเรื่องของการคลายกล้ามเนื้อ ลดอาการอักเสบ แมลงสัตว์กัดต่อย ที่สำคัญ เป็นสูตรพิเศษเฉพาะของปฐมที่ให้ความหอมนาน มีขั้นตอนไม่ยุ่งยาก สามารถนำความรู้กลับไปทำใช้เองได้ที่บ้าน
ทั้งสองกิจกรรมพิเศษนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และลูกๆ ยังสามารถนำผลิตภัณฑ์ที่ทำเสร็จแล้วกลับไปใช้ที่บ้าน ทำสครับเท้า หรือใช้น้ำมันนวด นวดคอ บ่าไหล ให้พ่อได้พักผ่อนคลาย ถือเป็นของขวัญพิเศษทีมีคุณค่าและดีต่อใจยิ่ง


นอกจากนี้ในเดือนธันวาคม สวนสามพราน ยังได้เตรียมกิจกรรมพิเศษเพิ่มเติมให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้เพื่อให้เดือนที่มีความหมายนี้อบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งความสุข ความอบอุ่นของครอบครัว โดยที่ปฐม ออร์แกนิก วิลเลจ ซึ่งเป็นหมู่บ้านแปรรูปสินค้าออร์แกนิกตามวิถีชีวิตแบบไทย ที่ยึดหลักปัจจัย 4 ผ่านการทำกิจกรรมตามเส้นทางวัตถุดิบ เช่น กล้วย สมุนไพร และข้าว จะมีกิจกรรมเกี่ยวข้าวในหมู่บ้าน ที่เปิดให้ครอบครัว ที่สนใจมาทำกิจกรรม ได้ร่วมเกี่ยวข้าว ระหว่างวันที่ 5-8 ธันวาคม 2562 และในส่วนของปฐม ออร์แกนิก ฟาร์มแหล่งผลิตวัตถุดิบอินทรีย์บนพื้นที่ 30 ไร่ ของสวนสามพรานที่เปิดให้เรียนรู้วงจรฟาร์มอินทรีย์ ยังมีกิจกรรม เวิร์คช็อป สนุกๆ อาทิ ปลูกผักในเปลือกไข่ เรียนรู้เรื่องประเภทของดิน สาธิตการเก็บเมล็ดพันธุ์ การทำน้ำหมัก และดูการเลี้ยงไส้เดือน รวมถึงกิจกรรมชิมชาสมุนไพรออร์แกนิก เช่น บัวหลวง ตะไคร้ ใบเตย ใบหม่อน ที่ทุกคนจะเห็นทุกขั้นตอนของการทำชาสมุนไพร รวมถึงได้ทดลองคั่วเอง ชงเอง ชิมเองด้วย ซึ่งเป็นกิจกรรมตามฤดูกาล ที่จัดเตรียมไว้ตลอดเดือนธันวาคม 2562

สำหรับครอบครัวที่อยากชวนคุณพ่อ คุณแม่มาทานอาหาร ในเดือนธันวาคม ที่ห้องอาหาร อิน-จัน ในสวนสามพรานที่เปิดมากว่า 57 ปี ยังเตรียมอาหารไทยเลิศรสหลากหลายเมนูไว้บริการ อาทิ จู้ขิงไก่โคราช ออร์แกนิก แกงหน่อไม้ใส่กุ้งออร์แกนิก และอื่นๆ ซึ่งทุกเมนูปรุงด้วยวัตถุดิบอินทรีย์มากกว่า 70 % ที่ส่งตรงมาจากเกษตรกรอินทรีย์ในเครือข่ายสามพรานโมเดล ที่สำคัญล่าสุดห้องอาหาร อิน-จัน ยังคว้ารางวัลGreen Restaurant อีกด้วย

“เชื่อว่า บรรยากาศผ่อนคลายเต็มไปด้วยความสุข ที่คนในครอบครัวจะได้มีโอกาสมาเรียนรู้ร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ เป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ปรารถนา แต่ทว่า ในสังคมปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ ช่วงวันธรรมดาเด็กๆ ก็มีการบ้านเต็มไปหมด เมื่อถึงวันหยุด เราจึงอยากชวนให้ทุกคนได้แวะมาพักผ่อนที่สวนสามพราน มาทำกิจกรรมดีๆและใช้เวลาคุณภาพร่วมกัน”นายอรุษ กล่าว

วันพ่อปีนี้ อย่าลืม!!! ….ชวนพ่อมาพักผ่อนใกล้กรุงมาร่วมแบ่งปันความสุข และใช้เวลาคุณภาพทำกิจกรรมดีๆ ร่วมกัน เพื่อกระชับสัมพันธ์และเติมความอบอุ่นให้กับครอบครัว มอบเป็นของขวัญให้กับพ่อในวันสำคัญแห่งปี 

สำหรับผู้สนใจสอบถามรายละเอียด และสำรองกิจกรรม 
ได้ที่โทร 081-359-5976 และ 034 322588 หรือ คลิก www.saunsampran.com
FB: saunsampran

ห้ามพลาด! “PHOTO FAIR 2019” เริ่มปลุกกระแสแล้ว...

เปิดงาน PHOTO FAIR 2019 ยิ่งใหญ่ มาช้อป และไปแชะกัน !!
ชมนิทรรศการผลงานภาพถ่ายศิลปินนักถ่ายภาพไทย ปี 2562

สมาคมธุรกิจการถ่ายภาพ เปิดงาน PHOTO FAIR 2019 งานมหกรรมการถ่ายภาพครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี ครั้งที่ 30 ภายใต้แนวคิด “Share Your Wonder แชร์ความมหัศจรรย์แห่งโลกของภาพถ่าย” 

ร่วมลุ้นรางวัลใหญ่รถยนต์ กล้องถ่ายภาพ และโปรโมชั่นเสริมนับล้านจากสมาคมฯ พร้อมชมนิทรรศการผลงานภาพถ่ายศิลปินนักถ่ายภาพไทย ปี 2562 กิจกรรมเสวนากลยุทธ์การตลาดกับกูรูชื่อดัง และเชิญชวนผู้ที่มีกล้องอยู่แล้วร่วมส่งผลงานภาพถ่ายในกิจกรรมทุกพื้นที่ภายในงาน ร่วมประกวดชิงรางวัลรวมมูลค่ากว่า 70,000 บาท เริ่มปลุกกระแสแล้ว...วันนี้ ภายใต้ความร่วมมือโดยพันธมิตรแบรนด์ดังกว่า 80 บูธ ที่มาพร้อมโปรโมชั่นแรงๆ งานเดียวที่คุ้มที่สุดแห่งปี



ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค – 27 พฤศจิกายน 2562 – นางณริภา ศรีสว่างวัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจการถ่ายภาพ ประธานจัดงานโฟโต้แฟร์ “PHOTO FAIR 2019” กล่าวว่า งาน PHOTO FAIR 2019 เปิดให้เข้าชม ช้อป ร่วมสนุกกับโปรโมชั่นร้อนแรงส่งท้ายปีอย่างเป็นทางการแล้ว...วันนี้ ภายใต้ความร่วมมือกับพันธมิตรแบรนด์ดังกว่า 80 บูธ ประกอบ บริษัท โซนี่ไทย จำกัด, บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท อิสท์ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด, ห้างหุ้นส่วนจำกัด เดอะดิจิตอลเอสทีเอ็ม, บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ไซโน พรอมมิส (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท บิ๊ก คาเมร่า คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) , บริษัท เวิลด์คาเมร่า กรุ๊ป จำกัด , บริษัท พาราโบล่า จำกัด, บริษัท แอดวานซ์โฟโต้ซีสเทมส์ จำกัด , ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอกศิลป์อุตสาหกรรม, บริษัท พิกซ์โปรส์เฮ้าส์ เซลส์ จำกัด และอีกมากมาย


พบกับตลาดกล้องเก่า กล้องเลนส์มือสอง เลนส์มือหมุน สินค้ามือสองที่เกี่ยวกับกล้องทุกไอเท็มที่คุณต้องการ งานกล้องที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ที่ต้องมาช้อปและไปแชะกัน เพราะนอกจากจะร่วมลุ้นรางวัลใหญ่รถยนต์ กล้องถ่ายภาพ ภายในงานยังมีกิจกรรมการเสวนากลยุทธ์การตลาดกับกูรู อ.ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย, เสวนา เวิร์กชอป เทคนิคกระบวนการทำงานระดับมืออาชีพ เกี่ยวกับการถ่ายภาพ พบกับช่างภาพชื่อดังในสายงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพบุคคล การถ่ายภาพสินค้า อาหารโฆษณาต่างๆ มีให้ได้ศึกษาเพิ่มเติมความรู้ และเทคนิคเพื่อไปปรับใช้ในการถ่ายภาพ และชมนิทรรศการผลงานการถ่ายภาพศิลปินนักถ่ายภาพไทย ปี 2562 เพื่อจุดประกายแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ และอีกไฮไลท์ แฟชั่นโชว์พิเศษ จาก Penthouse และ PlayBoy




ห้ามพลาด! “PHOTO FAIR 2019” เริ่มปลุกกระแสแล้ว...
วันนี้ 27 พฤศจิกายน - 1 ธันวาคม 2562 เวลา 10.30 – 21.00 น. 
ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา
สามารถเข้าชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 
FB: @PhotoFairThailand

วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

โครงการ Amazing 4 Stations 4 All เพื่อการส่งเสริมการท่องเที่ยวกรุงเทพฯ


Amazing 4 Stations 4 All สัมผัสแหล่งท่องเที่ยวโดยรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย
ณ ศูนย์ประชุมฯไบเทค กรุงเทพฯ : 27 พฤศจิกายน 2562 เวลา16.00 น. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย และบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพจำกัด (มหาชน) ร่วมกันจัดกิจกรรมโครงการ Amazing 4 Stations 4 All เพื่อการส่งเสริมการท่องเที่ยวกรุงเทพฯ โดยใช้ระบบขนส่งมวลชนแบบสะดวก ปลอดภัย ใส่ใจลดมลภาวะ และสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวใกล้สถานีรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย โดยได้เชิญพันธมิตรภาคเอกชน อาทิ สมาพันธ์สมาคมธุรกิจการถ่ายภาพแห่งประเทศไทย และสมาคมธุรกิจการถ่ายภาพ เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 คุณรติวัณณ บุญประคอง ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. สำนักงานกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคุณสวัสดิ์ ปฏิภาณประเสริฐ ประธานสมาพันธ์สมาคมการถ่ายภาพแห่งประเทศไทย และคุณณริภา ศรีสว่างวัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจการถ่ายภาพและผู้จัดงาน PHOTO FAIR 2019 ร่วมกันแถลงข่าวเปิดตัวกิจกรรมการถ่ายภาพโครงการ Amazing 4 Stations 4 All บริเวณเวทีกลาง ภายในงานโฟโต้แฟร์ 2019 ณ ศูนย์ประชุมไบเทค บางนา


โครงการ Amazing 4 Stations 4 All ดังกล่าว เป็นโครงการในการส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยการร่วมกิจกรรมการถ่ายภาพ บริเวณโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ทั้ง 4 แห่ง คือ สถานีอิสรภาพ สถานีสนามไชย สถานีสามยอด และสถานีวัดมังกร โดยเส้นทางรถไฟฟ้าดังกล่าวได้วิ่งผ่านย่านที่อยู่อาศัยที่มีมนต์เสน่ห์ สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญทางภูมิทัศน์ สถาปัตยกรรม วัฒนธรรมประเพณี และประวัติศาสตร์ ตลอดจนพื้นที่ที่เป็นย่านเศรษฐกิจการค้าสำคัญๆ อาทิ ชุมชนย่านเพชรเกษม ชุมชนธนบุรี ปากคลองตลาด เยาวราช และสถานที่สำคัญรอบเกาะกรุงรัตนโกสินทร์ โดยเปิดโอกาสให้ทั้งไทย และเทศ ทุกกลุ่มได้ท่องเที่ยวอย่างทั่วถึง ( Tourism for all )



โดยกิจกรรมครั้งนี้จะเป็นการเชิญชวนให้นักถ่ายภาพ นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมการถ่ายภาพบริเวณสถานีรถไฟฟ้าทั้ง 4 สถานี และนำภาพถ่ายที่ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมาจัดแสดง และประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ของรถไฟฟ้า MRT โดยภาพของผู้ที่ได้รับการคัดเลือกทั้ง 4 สถานี ทางผู้จัดงานฯ จะมีการมอบของกำนัลพิเศษที่ทรงคุณค่า คือ เหรียญตรามงคลที่ระลึกแบบชุด องค์เสด็จพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ 5 “ พระบิดาแห่งการถ่ายภาพไทย ” ให้ไว้เป็นเกียรติแก่วงตระกูล พร้อมของรางวัลอื่นๆ
ท่านใดที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม Amazing 4 Stations 4 All ดังกล่าว สามารถติดตาม และหรือสอบถามรายละเอียดได้ที่
Website : http://www.phototechthailand.com/articles/1286
Page : Phototech Magazine
Tel. 097 921 2929, 095 950 1559



กติกา และเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ
4 สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน 4 คือ สถานีอิสรภาพ สถานีสนามไชย สถานีสามยอด สถานีวัดมังกร
ภาพที่ร่วมกิจกรรม ต้องเป็นภาพถ่ายภายในสถานี และภายนอกสถานี เป็นภาพแห่งความงามทางภูมิทัศน์ สถาปัตยกรรม วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต รวมถึงแหล่งอาหารอร่อย และแหล่ง Shopping ในสถานที่ต่างๆ ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าใต้ดิน สายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายของสถานีที่ร่วมกิจกรรม
1. เปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมกิจกรรม วันที่ 27 - 30 พฤศจิกายน 2562 จำนวน 150 ท่าน ค่าเข้าร่วมกิจกรรมท่านละ 49 บาท ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่ http://www.phototechthailand.com/articles/1286
2. ประกาศรายชื่อผู้เข้าร่วมกิจกรรม วันที่ 2 ธันวาคม 2562 ติดตามได้ที่ Page : Phototech Magazine หลังจากนั้นผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะต้องชำระค่าเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 49 บาท พร้อมส่งหลักฐานมาที่ E-mail : phototechthailand@gmail.com ภายในวันที่ 4 ธันวาคม 2562
3. ภาพที่ส่งเข้าร่วมกิจกรรมต้องเป็นภาพถ่ายที่ถ่ายด้วยสมาร์ทโฟน กล้องดิจิตอล กล้องชนิดอื่น ๆ และส่งเป็นไฟล์ Jpg. ภาพที่ส่งเข้ามาต้องมีความละเอียดไม่ต่ำกว่า 5 ล้านพิกเซล
4. ผู้ส่งภาพเข้าร่วมกิจกรรมสามารถใช้เทคนิคการถ่ายภาพได้อย่างอิสระ สามารถปรับสี ตกแต่งแก้ไขในด้านเทคนิคตามที่ผู้ถ่ายเห็นสมควร เพื่อให้มีคุณภาพที่ดีขึ้น แต่ทั้งนี้ภาพถ่ายยังต้องดูเป็นธรรมชาติ และไม่ผิดไปจากความเป็นจริง
5. ผู้ส่งภาพเข้าร่วมกิจกรรม 1 ท่าน มีสิทธิ์ส่งภาพได้ไม่เกิน 4 ภาพ (สถานีละ 1 ภาพ) พร้อมระบุชื่อสถานีที่เข้าร่วมกิจกรรมให้ชัดเจน
6. ผู้ส่งภาพต้องเป็นผู้ถ่ายภาพด้วยตนเองเท่านั้น ห้ามมิให้นำผลงานของผู้อื่นมาส่งแทน และห้ามมิให้ส่งผลงานในนามของผู้อื่น หากตรวจพบจะถูกตัดสิทธิ์จากการตัดสินทันที
7. ระยะเวลาการถ่ายภาพและส่งภาพได้ตั้งแต่ วันที่ 5 ธันวาคม 2562 – 5 มกราคม 2563 ผลงานที่ส่งเข้าร่วมกิจกรรรมต้องเป็นเรื่องราวในเชิงบวก ไม่ลบหลู่ต่อสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และไม่ใช้ท่าทางที่เป็นการดูถูก ดูหมิ่น หยาบคาย เสียดสี ก่อให้เกิดความเสียหาย ต่อแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่ทางสังคมนั้น ๆ
8. ภาพที่ส่งจะต้องเป็นผลงานที่สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ และไม่เคยได้รับรางวัลจากการประกวด หรือแสดงในที่ใด ๆ มาก่อน
และผู้ส่งผลงานเข้าร่วมกิจกรรมเป็นผู้รับผิดชอบต่อลิขสิทธิ์ของข้อมูล ได้แก่เนื้อหาภาพ บุคคล หรืออื่นใด ที่ใช้ในการส่งภาพเข้าร่วมกิจกรรม โดยต้องไม่ละเมิดกฎหมายว่าด้วยเรื่องลิขสิทธิ์ หรือทรัพย์สินทางปัญญา และมีการอ้างอิงถึงแหล่งที่มาอย่างชัดเจน ททท., รฟม., BEM, พันธมิตร และผู้ดำเนินการจัดกิจกรรม ไม่มีส่วนในการรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น
9. ผลงานที่ส่งเข้าร่วมกิจกรรม และไฟล์ต้นฉบับ ให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ ของ ททท., รฟม., BEM, พันธมิตร และผู้ดำเนินการจัดกิจกรรม สามารถนำไปใช้ในภารกิจ การประชาสัมพันธ์ ให้ถือเป็นลิขสิทธิ์ร่วม ททท., รฟม., BEM, ผู้ดำเนินการจัดกิจกรรม และผู้สร้างสรรค์ผลงาน (ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 18)
10. ภาพถ่าย 150 ภาพ ที่ได้รับการคัดเลือกจะได้รับการเผยแพร่บนสื่อรถไฟฟ้าใต้ดิน จัดแสดงนิทรรศการ หรือสื่อประชาสัมพันธ์อื่น ๆ ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทนแก่เจ้าของภาพ
11. คณะกรรมการตัดสินภาพ มีสิทธิ์กำหนดวิธีการตัดสิน และการตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุดจะอุทธรณ์มิได้
12. ผู้ส่งภาพมีสิทธิ์ได้รับรางวัลชนะเลิศพร้อมของรางวัลพิเศษ เพียงรางวัลเดียวเท่านั้น
13. ส่งภาพได้ที่ E-mail : phototechthailand@gmail.com
14. รายละเอียดเพิ่มเติม
Website : http://www.phototechthailand.com/articles/1286
Page : Phototech Magazine
Tel. 097 921 2929, 095 950 1559
หมายเหตุ เมื่อผู้สมัครปฏิบัติตามกฎกติกาอย่างถูกต้อง ภาพ 150 ภาพ จะได้รับการเผยแพร่บนนรถไฟฟ้า MRT, ได้รับบัตรโดยสารรถไฟฟ้า MRT มูลค่า 200 บาท รุ่น Limited Edition (จัดส่งภายหลัง) พร้อมทั้งมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลชนะเลิศของแต่ละสถานี (ผู้ร่วมกิจกรรมมีสิทธิ์ได้รับเพียงรางวัลเดียวเท่านั้น)

พส. เดินหน้าเปิดศูนย์ประสานงาน อพม. เขตบางคอแหลม และเขตประเวศ พร้อมบูรณาการงานระดับพื้นที่



วันพุธที่ 27 พฤศจิกายน 2562 เวลา 13.30 น. นายชูรินทร์ ขวัญทอง รองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เป็นประธาน ในพิธีเปิดศูนย์ประสานงานอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์กรุงเทพมหานคร เขตบางคอแหลม ณ มัสยิดอัลอะติ๊ก ถนนเจริญกรุง 103 แขวงบางคอแหลม เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร และวันพฤหัสบดีที่ 28 พฤศจิกายน 2562 เปิดศูนย์ประสานงานอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์กรุงเทพมหานคร เขตประเวศ ณ ชุมชนริมคลองประเวศฝั่งเหนือ แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร


นายชูรินทร์ กล่าวว่า กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ขับเคลื่อนภารกิจการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครและเครือข่าย สานพลังประชารัฐ ดำเนินการจัดตั้งศูนย์กลางการประสานงานส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนางานด้านอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมทั้งประสานความร่วมมือของเครือข่ายและภาคประชาสังคม ให้ได้รับสวัสดิการจากภาครัฐ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากร ซึ่งเน้นประโยชน์สูงสุดของประชาชนเป็นสำคัญ และบูรณาการงานตามแนวทางประชารัฐเพื่อสังคม ซึ่งอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) คือ หนึ่งในเครือข่ายสำคัญในการขับเคลื่อนงานของกระทรวง พม. ในด้านการพัฒนาสังคมและการจัดสวัสดิการสังคม การมีส่วนร่วมทางสังคม ให้คำแนะนำปรึกษา ประสานการช่วยเหลือ/ส่งต่อ ผู้ประสบปัญหาความเดือดร้อน ติดตาม เฝ้าระวัง ป้องกัน และแก้ไขปัญหากลุ่มเป้าหมายในทุกระดับ เพราะพลังอาสาสมัคร คือ พลังของแผ่นดิน ปัจจุบัน เขตบางคอแหลม มี อพม. จำนวน 22 คน และ เขตประเวศ มี อพม. จำนวน 50 คน การทำงานที่ผ่านมามีรูปแบบการทำงานเป็นทีม มีการสร้างและขยายเครือข่ายการทำงานระดับพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดย อพม. ได้เข้ามาดำเนินงานเพื่อช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายที่ประสบปัญหา ทางสังคม ทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยมีการจัดชุด อพม. ปฏิบัติงานตามกลุ่มเป้าหมาย ทั้ง 5 กลุ่ม ตามภารกิจของ พม. ได้แก่ ผู้ยากไร้ ผู้พิการ ผู้สูงอายุ สตรี เด็กและเยาวชน คณะอนุกรรมการส่งเสริมงานอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้จัดประชุมหารือ เรื่องแนวทางการจัดตั้งศูนย์ประสานงาน อพม. ระดับเขต ซึ่งผลการประชุมฯ ดังกล่าว มีมติเห็นชอบให้มีการจัดตั้งศูนย์ประสานงานอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรุงเทพมหานคร ขึ้น เพื่อใช้เป็นศูนย์กลาง การขับเคลื่อนงานด้าน อพม. ตามบทบาทและภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ตลอดจนใช้เป็นศูนย์กลางการดำเนินงาน ด้านอาสาสมัครเชิงบูรณาการ ระหว่างพื้นที่กับหน่วยงานในระดับเขตและเครือข่ายต่างๆ


ในโอกาสนี้นายชูรินทร์ ขวัญทอง รองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ พร้อมด้วย นางณัฐชา ทาวรมย์ ผู้อำนวยกองกิจการอาสาสมัครและภาคประชาสังคม และภาคีเครือข่าย ได้ลงพื้นที่เยี่ยมผู้อยู่ในสภาวะยากลำบากที่เขตบางคอแหลม เป็นหญิง อายุ 57 ปี ได้ประสบอุบัติเหตุรถชน โดยทำให้ตนเองมีปัญหาทางด้านการเคลื่อนไหวจึงทำให้เป็นอุปสรรคต่อการทำงาน ซึ่งเป็นผู้ดูแลและหาเลี้ยงครอบครัวเพียงคนเดียว จึงทำให้รายได้ที่ได้รับไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพ และที่เขตประเวศ เป็นหญิง อายุ 54 ปี ป่วยเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือด (ลูคีเมีย) แต่ต้องทำงานเพื่อหาเงินมาเลี้ยงดูมารดา โดยประกอบอาชีพขายก๋วยเตี๋ยวมีรายได้น้อยและไม่แน่นอน ซึ่งไม่เพียงพอในการดำรงชีวิตและค่าใช้จ่ายในการรักษา และยังไม่เคยมีหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือ ทั้งนี้จะได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการยกระดับคุณภาพชีวิต โดยบูรณาการการทำงานภายในกระทรวงและภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ต่อไป

อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานของศูนย์ประสานงาน อพม. เขตบางคอแหลม และเขตประเวศ จะสามารถขับเคลื่อนและดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่นั้น ต้องอาศัยความร่วมมือของพี่น้อง อพม. ทุกท่าน ที่ต้องมีส่วนร่วมในการปฏิบัติหน้าที่ในงานด้านจิตอาสาอย่างเต็มศักยภาพ มีความเสียสละและสามัคคี ตลอดจนสามารถเชื่อมโยงการทำงานระหว่างชุมชนและหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นายชูรินทร์ กล่าวในตอนท้าย

วันพุธที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

ตู้ไปรษณีย์แห่งเดียวของประเทศไทย ที่วาดภาพศิลปะลงบนตู้ไปรษณีย์

 “ศิลปะบนตู้ไปรษณีย์”


บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ร่วมกับสมาคมขัวศิลปะเชียงราย จัดทำโครงการตู้ไปรษณีย์เพื่อบริการประชาชน ด้วย QR code “ศิลปะบนตู้ไปรษณีย์”
​การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักงานเชียงราย ได้ร่วมกับ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด(ปณท) และสมาคมขัวศิลปะ กำหนดจัดแถลงข่าวเปิดตัวโครงการตู้ไปรษณีย์เพื่อบริการประชาชนด้วย QR Code “ศิลปะบนตู้ไปรษณีย์” โดย อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ นางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ ปณท และนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. และผู้บริหาร ปณท และ ททท. ในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 และจัดนิทรรศการต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 10 ธันวาคม 2562 ณ วัดร่องขุ่น อ.เมือง จ.เชียงราย ตู้ไปรษณีย์ทั้งหมดเป็นโครงการที่จัดทำขึ้นโดย ปณท ร่วมกับสมาคมขัวศิลปะเชียงราย ภายใต้ชื่อโครงการตู้ไปรษณีย์เพื่อบริการประชาชน ด้วย QR code เพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว ร้านอาหารและเครื่องดื่ม แหล่งเรียนรู้วิถีชีวิต แหล่งเรียนรู้คู่ชุมชน ของดีของเด่นและของฝากท้องถิ่น ผ่าน QR Code ที่ติดอยู่บนตู้ไปรษณีย์ ตามนโยบายเชิงยุทธศาสตร์ในการเป็นไปรษณีย์ไทย 4.0 และเพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั่วไป รับทราบข้อมูลที่น่าสนใจของพื้นที่นั้นๆ โดยตู้ไปรษณีย์ในส่วนของจังหวัดเชียงรายได้ร่วมกับศิลปินชาวเชียงรายจากสมาคมขัวศิลปะวาดภาพงานศิลปะลงบนตู้ไปรษณีย์ จำนวน 15 ตู้ 15 แบบ สะท้อนอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ ซึ่งจะติดตั้งตามสถานที่ท่องเที่ยว และสถานที่สำคัญที่เป็น Landmark ของจังหวัดเชียงราย





​นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. กล่าวว่า โครงการตู้ไปรษณีย์เพื่อบริการประชาชนด้วย QR Code “ศิลปะบนตู้ไปรษณีย์” ดังกล่าว สามารถกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวของนัตู้ไปรษณีย์แห่งเดียวของประเทศไทย ที่วาดภาพศิลปะลงบนตู้ไปรษณีย์กท่องเที่ยวมาสู่จังหวัดเชียงรายได้ และตู้ไปรษณีย์เหล่านี้ถือเป็นผลงานศิลปะระดับ Master Piece ของจังหวัดเชียงราย เนื่องจากแต่ละตู้เป็นชิ้นงานที่รังสรรค์จากศิลปินเชียงราย และยังสะท้อนอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ในจังหวัดเชียงราย   

ทั้งนี้ ททท. สำนักงานเชียงราย ยังมีแผนดำเนินการประชาสัมพันธ์ตู้ไปรษณีย์และทำการตลาดส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวเดินทางเที่ยวชมตู้ไปรษณีย์ “ศิลปะบนตู้ไปรษณีย์” ตามสถานที่ตั้งต่างๆ และให้นักท่องเที่ยวร่วมสนุกโดยการเช็คอินถ่ายภาพคู่กับตู้ไปรษณีย์ 5 ตู้ ต่างสถานที่กัน และต้องเป็นตู้ไปรษณีย์ที่อยู่ต่างอำเภอกันอย่างน้อย 2 อำเภอ และแชร์ผ่านโซเชียลมีเดีย แล้วรับรางวัลจาก ททท. สำนักงานเชียงราย และ ปณท  ระหว่างวันที่ 15 ธันวาคม 2562 จนถึงวันที่ 31 มกราคม 2563







​สำหรับตู้ไปรษณีย์ดังกล่าวหลังจากการจัดนิทรรศการนี้จบลง ทาง ปณท จะได้นำไปติดตั้ง
ตามสถานที่ท่องเที่ยว และสถานที่สำคัญทั่วจังหวัดเชียงราย เพื่อใช้งานจริง ได้แก่

1. วัดร่องขุ่น
2. สิงห์ปาร์คเชียงราย
3. หอนาฬิกาเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ (หอนาฬิกาพุทธศิลป์)
4. ตลาดไนท์บาร์ซ่า
5. อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช
6. สวนตุงและโคมเฉลิมพระเกียรติ
7. พระตำหนักดอยตุง
8. สามเหลี่ยมทองคำ
9. จุดผ่านแดนถาวรแม่สาย (วัดพระธาตุดอยเวา)
10. วัดห้วยปลากั้ง
11. พิพิธภัณฑ์บ้านดำ
12. ไร่ชาฉุยฟง
13. ตลาดเชียงของ (ชายแดนไทย-สปป.ลาว)
14. วัดแสงแก้วโพธิญาณ
15. ศูนย์วิปัสสนาสากลไร่เชิญตะวัน





​หากมีข้อมูลสอบถาม ติดต่อได้ที่ ททท. สำนักงานเชียงราย
โทร. 0 5371 7433, 0 5374 4674-5 ปณท เชียงราย โทร. 0 5371 1616 ต่อ 11