วันอาทิตย์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2561

โครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี จังหวัดระนอง

ระนอง จัดโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีกิจกรรมสร้างการรับรู้ขับเคลื่อนชุมชนท่องเที่ยวนวัตวิถีระดับจังหวัด

Wefiethailand กลับมาจาก จังหวัดระนอง เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นี่คือการไปจังหวัดระนองครั้งแรก “ระนอง” เป็นจังหวัด ที่มีสโลแกนว่า เมืองฝนแปดแดดสี่ หมายความว่า สภาพอากาศคาดการณ์ตลอดในหนึ่งปีนั้น คือฝนตกแปดเดือน และแดดออกอีกสี่เดือน

ซึ่งการเดินทางครั้งนี้ มีโอกาสได้ท่องเที่ยวชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี และก็แอบลุ้นๆ อยู่ว่าจะตกกี่วัน และเหตุผลที่มาครั้งนี้ก็ เพราะว่า ระนองเป็นเมืองที่มีครบทุกอย่างในด้านการท่องเที่ยว ด้านขวาของจังหวัดล้อมรอบด้วยภูเขาสูง ภายในมีทั้งป่าและน้ำตก ส่วนฝั่งซ้ายลาดลงไปสู่ทะเลอันดามัน และสามารถข้ามไปเกาะสวยๆ  มากมาย
 






จังหวัดระนอง จังหวัดที่เหมาะสมต่อการต่อยอดเป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพ เชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวแต่ละท้องถิ่น ครั้งนี้ทางจังหวัด ได้เผยแพร่และประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อมวลชน เสริมสร้างชุมชนให้
มีความเข็มแข็ง  
เพิ่มรายได้ชุมชน เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวชุมชนเสน่ห์ของวิถีชุมชน อาหาร การแต่งกาย ที่อยู่อาศัย ประเพณี ภาษา อาชีพ ความเชื่อ ศิลปะพื้นถิ่น OTOP นวัตวิถี ระนอง เน้นให้ทุกท่านได้สัมผัสรายละเอียดของแต่ละภาพจะสะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตพื้นบ้านที่เรียบง่ายของชาวจังหวัดระนอง

โครงการ “ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี” ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการรวมตัวของการท่องเที่ยวระดับชุมชน ‘แอ่งเล็ก’ สร้างเป็นอาชีพที่ยั่งยืน โดยใช้นวัตกรรมบวกกับวิถีชีวิตของชุมชน ยกเสนห์ความงดงามของท้องถิ่น ด้านทรัพยากรธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยว ภูมิปัญญา วัฒนธรรม ประเพณี และอาหาร พัฒนาเป็น    อัตลักษณ์ของชุมชน เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวซื้อสินค้าในชุมชน ทำให้รายได้กระจายอยู่ในชุมชน

จัดขึ้นระหว่าง  วันที่ 20-21 กันยายน 2561 เพื่อประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ข่าวสารการดำเนินงาน ชุมชนท่องเที่ยว OTOP  นวัตวิถี ของจังหวัดระนองโดยสื่อมวลชนที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ประกอบด้วย สื่อส่วนกลางและสื่อท้องถิ่น เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมเปิดหมู่บ้านOTOP นวัตวิถี   “บ้านเหนือ หมู่ 2
ต.กำพวน อ.สุขสำราญ “  พื้นที่ป่าชายเลนของจังหวัดระนอง เป็นมรดกโลกให้แล้วเสร็จภายในปี 2563
ทั้งนี้ รัฐบาลให้ความสำคัญการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ในการดำเนินโครงการชุมชนท่องเที่ยว
OTOP นวัตวิถี เพื่อสร้างชุมชนเข้มแข็ง ยกระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของจังหวัดระนอง


ขณะนี้อยู่ในระหว่างการทำ ประชาพิจารณ์ ชมบรรยากาศและศึกษาชีวิตชายฝั่ง ป่าชายเลนมรดก
เชคอินสะพานแขวนบ้านเหนือ ที่สวยงามกลางลำน้ำ รับประทานอาหารทะเลสดๆ   เช่นหอยลักไก่ ปูม้า เยี่ยมชมจุดชมวิว เขาฝาชี ในพื้นที่บ้าน อำเภอละอุ่น ชมศิลปวัฒนธรรมการแสดงพื้นบ้าน “ลิเกป่า”  และเยี่ยมชมหมู่บ้าน”บ้านพรรั้ง” อำเภอเมืองระนองที่สืบทอดเชื้อสายชาวฮินดู และบ่อน้ำแร่พุหลุมพี ของชาวชุมชน เพื่อการเผยแพร่ประชา สัมพันธ์เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวหมู่บ้าน OTOP นวัตวิถี จังหวัดระนอง
ให้นักท่องเที่ยวได้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง








ชุมชนท่องเที่ยวหมู่บ้านOtopนวัตวิถี​ บ้านพรรั้ง​ จังหวัดระนอง
โดยสื่อมวลชนที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ประกอบด้วย สื่อส่วนกลางและสื่อท้องถิ่น

เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมเปิด 
 หมู่บ้าน OTOP นวัตวิถี  บ้านเหนือ 
หมู่ 2 ต.กำพวน อ.สุขสำราญ “ ล่องคลอง ท่องเล สเน่ห์พื้นที่ป่าชายเลนของจังหวัดระนอง เป็นมรดกโลก  โดยมรปีนี้เน้นสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวและสร้างเศรษฐกิจชุมชน สร้างความมั่นคงให้กับเศรษฐกิจโดยได้รับความสนใจจากสื่อทั้งในและนอกพื้นที่ ร่วมกิจกรรมสัมผัสวิถีชุมชนตลอดกิจกรรมเป็นอย่างดี








ขากลับเรากลับทางเดิมมุ่งหน้าสู่สนามบินระนอง
ทริปนี้ขอบคุณ : พช.จังหวัดระนอง

วันศุกร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2561

THE WORLD CLASS RETAIL & ENTERTAINMENT PHENOMENON

อินเตอร์ไพร์มมีเดียฯ" สื่อยักษ์ใหญ่ด้านธุรกิจบันเทิง
จับมือกับ เดอะมอลล์ กรุ๊ป


อินเตอร์ไพร์มมีเดียฯ"และเดอะมอลล์ กรุ๊ป ร่วมเป็นพาร์ทเนอร์ยักษ์ใหญ่จัดงานใหญ่ระดับเวิลด์คลาสฯ
"อินเตอร์ไพร์มมีเดียฯ" สื่อยักษ์ใหญ่ด้านธุรกิจบันเทิงจับมือกับ เดอะมอลล์ กรุ๊ป ร่วมงานสานโปรเจ็คความบันเทิงนับหมื่นล้านภายใต้สโลแกน "THE WORLD CLASS RETAIL & ENTERTAINMENT PHENOMENON "

เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2561 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์การค้า สยามพารากอน เดอะมอลล์ กรุ๊ปได้จัดงานแถลงข่าวความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ AEG ยักษ์ใหญ่ด้านกีฬาบันเทิงจากสหรัฐอเมริกา เดอะมอลล์ กรุ๊ป เจ้าของและผู้พัฒนาโครงการค้าปลีกชั้นแนวหน้าของไทย ได้ประกาศความร่วมมือกับ AEG ผู้ประกอบธุรกิจบันเทิงและกีฬาระดับโลกผู้อยู่เบื้องหลังมหกรรมความบันเทิงต่างๆ มากมาย ในการลงทุนกว่า 10,000 ล้านบาท สร้าง EM LIVE และ BANGKOK ARENA ให้เป็น World Class Arena แห่งใหม่
ซึ่งจะมีส่วนช่วยในการพัฒนาเศรษฐกิจชาติ และยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางธุรกิจความบันเทิง การท่องเที่ยว และธุรกิจ MICE ของภูมิภาคเอเชีย กำหนดเปิดตัวในปี 2564-2565 
โปรเจ็คยักษ์ใหญ่ต่างๆได้แก่


- เดอะมอลล์ กรุ๊ป จับมือ AEG เปิดห้างใหญ่หมื่นล้าน

- ครั้งแรกของ AEG ที่ลงทุนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยงบประมาณสูงถึง 10,000 ล้านบาท

- โดยโครงการนี้จะมี EMLIVE ณ THE EMSPHER หนึ่งในศูนย์การค้าล่าสุด ภายใต้โครงการ THE EM DISTRICT ประกอบด้วยศูนย์การค้าระดับโลกอีกสองแห่ง THE EMPORIUM และ THE EMQUARTIER

- BANGKOK ARENA ณ BANGKOK MALL โครงการระดับแฟล็กชิพของเดอะมอลล์ กรุ๊ป


นางสาวศุภลักษณ์ อัมพุช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด  กล่าวถึงการร่วมมือ
ในครั้งนี้ว่า  "วิสัยทัศน์ของเดอะมอลล์ กรุ๊ป คือ การยกระดับมหานครกรุงเทพและประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางทางด้านธุรกิจการค้า และการท่องเที่ยวที่สำคัญของภูมิภาคอาเซียนและของโลก  เพียบพร้อมไปด้วย ย่านธุรกิจ ตลอดจนสถานที่ท่องเที่ยวและบันเทิงที่ทันสมัย  หลังจากบริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการสร้างศูนย์การค้าสยามพารากอนให้เป็น THE WORLD CLASS RETAIL & ENTERTAINMENT PHENOMENON ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวสูงที่สุดในประเทศไทย  รวมถึงศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรี่ยม  และ ดิ เอ็มควอเทียร์ ย่านธุรกิจการค้าที่ทันสมัยศูนย์กลางความบันเทิง  และไลฟ์สไตล์ใจกลางย่านสุขุมวิท  และกรุงเทพมหานคร  ในวันนี้เดอะมอลล์ กรุ๊ป  พร้อมแล้วที่จะสร้างปรากฎการณ์ครั้งใหม่อย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน


ล่าสุดเดอะมอลล์ กรุ๊ป ได้เตรียมสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญในประเทศไทย  ด้วยการจับมือกับ บริษัท AEG จำกัด  ผู้ประกอบการธุรกิจบันเทิงและกีฬาอันดับหนึ่งของโลก  ใช้งบประมาณกว่า 1,000 ล้านบาท  สร้าง WORLD-CLASS ARENA ขึ้น 2 แห่งพร้อมๆ กัน EM LIVE ซึ่งจะตั้งอยู่ที่ศูนย์การค้า ดิ เอ็มสเฟียร์ (THE EMSPHERE) มีความจุ 6,000 ที่นั่ง  ด้วยสถาปัตยกรรมระดับ STATE-OF-THE-ART พร้อมเทคโนโลยีที่ทันสมัย  และ BANGKOK ARENA ตั้งอยู่ที่โครงการ แบงค็อก มอลล์ (BANGKOK MALL) ที่จะเป็นโครงการระดับแฟล็กชิพ (Flagship Project) เป็น GRAND STATEMENT ของเดอะมอลล์ กรุ๊ป บนสุดยอดทำเลที่ดีที่สุด ณ จุดตัดถนนบางนา-ตราด กับสุขุมวิท  อันเป็นประตูสู่ภาคตะวันออก  ด้วยความจุ 16,000 ที่นั่ง  โดยทั้ง 2 แห่งจะเป็น ARENA ที่ทันสมัยและมีมาตรฐานเดียวกับ ARENA สำคัญๆ ที่ใช้จัดคอนเสิร์ต  และ WORLD-CLASS EVENT ในระดับโลก


ซึ่ง ARENA ทั้ง 2 แห่งจะกลายมาเป็น ICONIC LANDMARK ที่สำคัญในการดึงดูดลูกค้าทั้งไทยและต่างประเทศรวมถึงทั่วโลก  และเป็นศูนย์กลางของ LIVE PERFORMANCE รวมถึงการประชุมสำคัญของไทยในอนาคต  และความหวังให้ EM LIVE กับ BANGKOK ARENA ได้ต้อนรับศิลปินชื่อดังจากทั่วโลก  และ ARENA ทั้ง 2 จะเปิดให้บริการในปี 2564-2565 เรียกได้ว่าเป็นเส้นทางอนาคตที่น่าสนใจสำหรับ เดอะมอลล์ กรุ๊ป ที่น่าจะช่วยยกระดับของเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และยกระดับธุรกิจบันเทิง
ของไทยไปสู่สากล


หนึ่งในพาร์ทเนอร์ยักษ์ใหญ่ที่ได้ร่วมอภิมหาโปรเจ็คนี้คือบ."อินเตอร์ไพร์มมีเดียฯโดย นายพาที สารสิน และดร.จักรพันธ์ ประจวบเหมาะ สองผู้บริหารมือทองที่มุ่งผลิตธุรกิจสื่อโฆษณาและจัดงานคอนเสิร์ตยักษ์ใหญ่ทั้งไทยและต่างประเทศที่ได้รับเกียรติมาร่วมแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสพิเศษเช่นนี้

"ดร.จักรพันธ์ กล่าวว่า ทางอินเตอร์ไพร์มฯ มีสายสัมพันธ์ที่ดีกับทางเดอะ มอลล์ กรุ๊ปเราเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจทั้งในส่วนป้ายโฆษณา-อีเว้นท์-คอนเสิร์ตต่างๆมายาวนาน และอินเตอร์ไพร์มเชื่อว่าโปรเจคยักษ์ใหญ่นี้จะประสบความสำเร็จและจะสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยได้เป็นอย่างมาก ทั้งนี้เราได้เตรียมคอนเสิร์ตคุณภาพมากมายที่พร้อมจะเสริฟให้หลังโปรเจคเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ทั้งคอนเสิร์ตไทย เกาหลี จีน และฝั่งยุโรป รวมถึงโชว์ต่างๆ ซึ่งจะทยอย หมุนเวียนเปลี่ยนไปทั้งคอนเสิรตไทยและเทศทุกๆเดือน ซึ่งขณะนี้ทางเราก็มีหลายคอนเสิร์ตใหญ่เตรียมไว้ในช่วงไฮซีซั่นปลายปี เช่น เดือน พย.พบกับ.Mel C (Spice Girls) เดือน ธค. เรามีคอนเสิร์ตคาราบาว เฟสติวัล ถือเป็นงานใหญ่ที่จะเริ่มทำการแสดงตั้งแต่เที่ยงวัน-เที่ยงคืน และศิลปินรับเชิญกว่า10ท่าน สำหรับในส่วนของเดอะ มอลล์
เรามีคอนเสิร์ต ร็อคอย่าง Madly Metal ที่จะแสดงในวันที่ 1 ธ.ค.นี้ ที่เดอะมอลล์งามวงศ์วาน


โปรดติดตามตอนต่อไป ท่านสามารถอัพเดทกิจกรรมต่างๆ ทั้งแจกบัตรคอนเสิร์ต 
หรือตารางทัวร์ของศิลปินได้ที่เพจ https://www.facebook.com/InterprimeMedia/

ยิ่งใหญ่กว่าเดิม เพิ่มเติมคือ เปลี่ยนจาก โฮมเวิร์คเอ็กซ์โป เป็น บ้านแอนด์บียอนด์เอ็กซ์โป

BAAN&BEYOND EXPO 2018 ระหว่าง 28 ก.ย.-7 ต.ค. 2561

Homeworks EXPO ส่งต่อความยิ่งใหญ่ภายใต้ชื่อใหม่ baan&BEYOND EXPO 2018
ที่สุดของมหกรรมสินค้าบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า บริการ ทุกทางออกเรื่องบ้าน 
ลดสูงสุด 80% ครบ ถูก คุ้ม เกินความคาดหมาย 28 ก.ย.-7 ต.ค.61 ที่ ไบเทค บางนา 

                                           

โฮมเวิร์คเอ็กซ์โป ส่งต่อความยิ่งใหญ่ภายใต้ชื่อใหม่ บ้านแอนด์บียอนด์เอ็กซ์โป ผนึกกำลัง บริษัทในกลุ่มเซ็นทรัล พาวเวอร์บาย ซูเปอร์สปอร์ต ออฟฟิศเมท ซีเอ็มจี  และบัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน  สร้างปรากฎการณ์ใหม่ของที่สุดมหกรรมสินค้าบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์กีฬา สินค้าแฟชั่น และ บริการ
ทุกทางออกเรื่องบ้าน ครบ ถูก และคุ้มกว่าทุกงาน ส่งท้ายปี 2561 ยกขบวนกว่า 500 แบรนด์ดัง ลดสูงสุดถึง 80% จัดโปรแรงช้อป 10,000 ลด 10,000 ช้อปครบรับเพิ่มทองคำสูงสุด 5 บาทหรือคูปองเงินสด 100,000 ลด+รับเพิ่ม สูงสุด 47% กับบัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน และลุ้นบินทริปยุโรปฟรี มูลค่ากว่า 100,000 บาท
 

นายสุทธิสาร จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจวัสดุก่อสร้างและสินค้าตกแต่งบ้าน บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด ในกลุ่มเซ็นทรัล ผู้ดำเนินธุรกิจ "บ้านแอนด์บียอนด์" เปิดเผยว่า สำหรับงาน"บ้านแอนด์บียอนด์เอ็กซ์โป" นับเป็นครั้งแรกที่ได้จัดขึ้นหลังจากที่ได้รีแบรนด์จากโฮมเวิร์คมาสู่บ้านแอนด์บียอนด์ โดยยังคงคุณภาพและความคุ้มค่าของราคาสินค้าภายในงานอย่างครบครัน พร้อมเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ ระหว่างวันที่ 28 ก.ย. – 7 ต.ต. 2561 โดยในวันที่ 28 ก.ย. คือวัน Grand Opening เราได้เชิญพิธีกรมากความสามารถ คุณ กันต์ กันตถาวร มาร่วมแชร์เทคนิคดีๆ ในการเลือกของตกแต่งบ้านสำหรับคู่รักที่กำลังจะสร้างครอบครัว โดยภายในงานตลอด 10 วัน เราได้ยกขบวนสินค้าของตกแต่งบ้านห้องน้ำ ห้องครัว ห้องนอน ของตกแต่งรวมถึงอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้าน กว่า 500 แบรนด์ดังบนพื้นที่ 30,000 ตารางเมตร ทั้งลด ทั้งแจก ทั้งแถม ตลอดทั้งงาน พร้อมกิจกรรมสนุกๆบนเวที มีมินิคอนเสิร์ตของ ฮั่น The Star ในวันเสาร์ 29 ก.ย.และ ริท The Star ในวันเสาร์ที่ 6 ต.ค. รวมถึงมีกิจกรรมให้ลุ้นสนุกอัดแน่นตลอดทั้งวัน อาทิช่วง Powerbuy Shocked Price ที่ขนเครื่องใช้ไฟฟ้ามาลดหนัก จัดเต็มทุกวัน กิจกรรม Workshop ที่จะเชิญชวนให้ผู้เข้าร่วมงานทำกิจกรรม DIY สนุกๆ พร้อมความรู้การตกแต่งบ้านง่ายๆ รวมถึงช่วง Game on Stage และจับรางวัลลุ้นทองคำ 2 รอบต่อวันสมนาคุณลูกค้าอย่างเต็มที่ เรียกได้ว่ามางานนี้เพียงงานเดียวทั้งช้อปสนุก ลุ้นของรางวัลกลับบ้านอย่างเต็มอิ่ม 

นอกจากนี้ ไฮไลท์ของงานบ้านแอนด์บียอนด์เอ็กซ์โป ได้จัดโซนช้อปปิ้งไว้ 11 โซนด้วยกัน คือ
โซนที่ 1 baan&BEYOND รวบรวมสินค้าคุณภาพ ราคาสบายกระเป๋า เพื่อการตกแต่งบ้าน ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องนอน รวมถึงอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านซ่อมแซมครบวงจร ลดสูงสุดถึง 80%
โซนที่ 2 vFIX บริการวีฟิกซ์ ช่างมือ1 ที่จะมาให้คำปรึกษาทุกข้อสงสัยเรื่องบ้าน และบริการออกแบบ ฟรี! ด้วยโปรแกรม 3D ที่ช่วยแก้ทุกปัญหาเรื่องบ้าน ทั้งการตกแต่งและปรับปรุงบ้าน
โซนที่ 3 baan&BEYOND E-commerce เปิดตัวครั้งแรกกับ www.baanandbeyond.com  เว็บไซต์ Online shopping สินค้าเพื่อบ้าน เปิดให้ทดลองช้อปออนไลน์ชิลล์ๆ พร้อมส่วนลดสุดคุ้มสำหรับสมัครสมาชิกครั้งแรกในงานนี้


Homeworks EXPO ส่งต่อความยิ่งใหญ่ ภายใต้ชื่อใหม่ baan&BEYOND EXPO 2018
โฮมเวิร์คเอ็กซ์โป ส่งต่อความยิ่งใหญ่ภายใต้ชื่อใหม่ บ้านแอนด์บียอนด์เอ็กซ์โป ผนึกกำลัง บริษัทในกลุ่มเซ็นทรัล พาวเวอร์บาย ซูเปอร์สปอร์ต ออฟฟิศเมท ซีเอ็มจี  และบัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน  สร้างปรากฎการณ์ใหม่ของที่สุดมหกรรมสินค้าบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์กีฬา สินค้าแฟชั่น และ บริการทุกทางออกเรื่องบ้าน ครบ ถูก และคุ้มกว่าทุกงาน ส่งท้ายปี 2561 ยกขบวนกว่า 500 แบรนด์ดัง ลดสูงสุดถึง 80% จัดโปรแรงช้อป 10,000 ลด 10,000 ช้อปครบรับเพิ่มทองคำสูงสุด 5 บาทหรือคูปองเงินสด 100,000 ลด+รับเพิ่ม สูงสุด 47% กับบัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน และลุ้นบินทริปยุโรปฟรี มูลค่ากว่า 100,000 บาท ระหว่างวันที่ 28 ก.ย. – 7 ต.ค. 2561 ณ ไบเทค บางนา Hall 101-104



นายสุทธิสาร จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจวัสดุก่อสร้างและสินค้าตกแต่งบ้าน บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด ในกลุ่มเซ็นทรัล ผู้ดำเนินธุรกิจ "บ้านแอนด์บียอนด์" เปิดเผยว่า สำหรับงาน"บ้านแอนด์บียอนด์เอ็กซ์โป" นับเป็นครั้งแรกที่ได้จัดขึ้นหลังจากที่ได้รีแบรนด์จากโฮมเวิร์คมาสู่บ้านแอนด์บียอนด์ โดยยังคงคุณภาพและความคุ้มค่าของราคาสินค้าภายในงานอย่างครบครัน พร้อมเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ ระหว่างวันที่ 28 ก.ย. – 7 ต.ต. 2561 โดยในวันที่ 28 ก.ย. คือวัน Grand Opening เราได้เชิญพิธีกรมากความสามารถ คุณ กันต์ กันตถาวร มาร่วมแชร์เทคนิคดีๆ ในการเลือกของตกแต่งบ้านสำหรับคู่รักที่กำลังจะสร้างครอบครัว โดยภายในงานตลอด 10 วัน เราได้ยกขบวนสินค้าของตกแต่งบ้านห้องน้ำ ห้องครัว ห้องนอน ของตกแต่งรวมถึงอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้าน กว่า 500 แบรนด์ดังบนพื้นที่ 30,000 ตารางเมตร ทั้งลด ทั้งแจก ทั้งแถม ตลอดทั้งงาน พร้อมกิจกรรมสนุกๆบนเวที มีมินิคอนเสิร์ตของ ฮั่น The Star ในวันเสาร์ 29 ก.ย.และ ริท The Star ในวันเสาร์ที่ 6 ต.ค. รวมถึงมีกิจกรรมให้ลุ้นสนุกอัดแน่นตลอดทั้งวัน อาทิช่วง Powerbuy Shocked Price ที่ขนเครื่องใช้ไฟฟ้ามาลดหนัก จัดเต็มทุกวัน กิจกรรม Workshop ที่จะเชิญชวนให้ผู้เข้าร่วมงานทำกิจกรรม DIY สนุกๆ พร้อมความรู้การตกแต่งบ้านง่ายๆ รวมถึงช่วง Game on Stage และจับรางวัลลุ้นทองคำ 2 รอบต่อวันสมนาคุณลูกค้าอย่างเต็มที่ เรียกได้ว่ามางานนี้เพียงงานเดียวทั้งช้อปสนุก ลุ้นของรางวัลกลับบ้านอย่างเต็มอิ่ม 



นอกจากนี้ ไฮไลท์ของงานบ้านแอนด์บียอนด์เอ็กซ์โป ได้จัดโซนช้อปปิ้งไว้ 11 โซนด้วยกัน คือ
โซนที่ 1 baan&BEYOND รวบรวมสินค้าคุณภาพ ราคาสบายกระเป๋า เพื่อการตกแต่งบ้าน ห้องน้ำ
ห้องครัว ห้องนอน รวมถึงอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านซ่อมแซมครบวงจร ลดสูงสุดถึง 80%
โซนที่ 2 vFIX บริการวีฟิกซ์ ช่างมือ1 ที่จะมาให้คำปรึกษาทุกข้อสงสัยเรื่องบ้าน และบริการออกแบบ ฟรี! ด้วยโปรแกรม 3D ที่ช่วยแก้ทุกปัญหาเรื่องบ้าน ทั้งการตกแต่งและปรับปรุงบ้าน
โซนที่ 3 baan&BEYOND E-commerce เปิดตัวครั้งแรกกับ www.baanandbeyond.com  เว็บไซต์ Online shopping สินค้าเพื่อบ้าน เปิดให้ทดลองช้อปออนไลน์ชิลล์ๆ พร้อมส่วนลดสุดคุ้มสำหรับสมัครสมาชิกครั้งแรกในงานนี้

โซนที่ 4 baan&BEYOND Lounge สำหรับลูกค้าคนพิเศษที่มียอดใช้จ่าย 5,000 บาทขึ้นไป สามารถนำใบเสร็จ
มาแสดงเพื่อรับสิทธิพิเศษเข้าใช้ห้องรับรองได้ พร้อมบริการอาหารว่างและเครื่องดื่มฟรี
โซนที่ 5 Power Buy รวบรวมสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ แบรนด์ดังอัพเดตเทรนด์ไม่ตกยุค ลดสุดๆ 80%
โซนที่ 6 Supersports โซนที่รวบรวมอุปกรณ์กีฬา เสื้อผ้า รองเท้า จากแบรนด์ดังลดสูงสุด 70 %
           โซนที่ 7 Officemate ที่รวบรวมอุปกรณ์และเครื่องใช้สำนักงานทุกประเภทมาลดสูงสุด 60 %
โซนที่  8 CMG เอาใจแฟชั่นนิสต้ากับเครื่องสำอาง เสื้อผ้า นาฬิกา สินค้าแฟชั่นแบรนด์ชั้นนำ ที่นำมาลดหนักจัดเต็ม 80%
           โซนที่ 9 Food Zone อิ่มอร่อยกับอาหารและเครื่องดื่มจากหลากหลายร้านอาหารชื่อดัง 
โซนที่ 10 Activities Zone พบกับกิจกรรมเวิร์คชอป D.I.Y. เฟอร์นิเจอร์งานไม้ การสาธิตการทำอาหารจากกูรู
โซนที่ 11 Garden Zone เพลิดเพลินไปกับต้นไม้ ไม้ดอก ไม้ประดับ สินค้าตกแต่งสวนสวยหลากหลายสไตล์

พิเศษยิ่งขึ้น!! กับโปรโมชั่นที่บ้านแอนด์บียอนด์เอ็กซ์โปจัดให้อย่างจุใจที่สุด 5  คุ้มเน้นๆ ตลอด 10 วัน
คุ้มที่สุด 1 ช้อป 10,000 ลด 10,000
คุ้มที่สุด 2 ช้อปครบ รับเพิ่มสูงสุด ทองหนัก 5 บาท หรือ บัตรกำนัลเงินสด 100,000 บาท
คุ้มที่สุด 3 ช้อปลุ้นเที่ยวอิตาลี-สวิตเซอร์แลนด์  7 วัน  4 คืน มูลค่ารางวัลกว่า 100,000.-
คุ้มที่สุด 4 คะแนน The 1 Card มีค่าแลกรับส่วนลดสูงสุด 18 %
คุ้มที่สุด 5 ลด+รับเพิ่ม สูงสุด 47% กับบัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน
นอกจากนี้ยังจับมือพันธมิตรบัตรเครดิตชั้นนำอื่นๆ ที่ร่วมรายการ อัดโปรโมชั่นสิทธิพิเศษมากมาย
ทั้งรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 50,000 บาท ผ่อน 0% นานสูงสุด 24 เดือน หรือเลือกรับส่วนลดคะแนน
และของสมนาคุณอีกเพียบ (ตามเงื่อนไขที่กำหนด)



พลาดไม่ได้กับที่สุดของมหกรรมสินค้าเพื่อบ้านที่ยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี 2561
ระหว่างวันที่ 28 ก.ย. – 7 ต.ค. 2561 ตั้งแต่เวลา  10.00 – 22.00 น. (เสาร์ – อาทิตย์สุดท้ายขยายเวลาถึงเที่ยงคืน) ณ ไบเทค บางนา Hall 101-104

พบกับสินค้าราคาพิเศษและโปรโมชั่น ครบ ถูก คุ้ม กว่าทุกงาน
ได้ในงาน HomeWorks Expo วันนี้ - 7 ตุลาคม 2556 ที่ไบเทค บางนา
http://www.baanandbeyond.com/

วันพุธที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2561

โนโวเทล สุวรรณภูมิ ฉลองครบรอบ 12 ปี ขอทำดีเพื่อเด็ก

 12 ปี โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต


เนื่องในโอกาสครบรอบ 12 ปี โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต พร้อมกันนี้ทางโรงแรมฯ ได้จัดกิจกรรมสันทนาการ ได้แก่ การแสดงมายากล ตัวตลกโบโซ่บิดลูกโป่ง รวมถึงมอบตุ๊กตาของขวัญให้กับนักเรียน และยังมีแขกรับเชิญพิเศษได้แก่ จุฑาทิพย์ ศรีธำรงวัชร์ MISS DEAF THAILAND 2018, วิทวัส แว่นแก้ว MISSTER DEAF THAILAND 2018 และชุติมา เนตรสุริวงค์ MISS DEAF WORLD 2017 & MISS DEAF THAILAND 2017 มามอบแรงบันดาลใจให้แก่เด็กๆในงาน 


 

โดยพร้อมกันนี้ อาจารย์ประกิต อัญชลีเวช รองผู้อำนวยการโรงเรียนฯ ได้เป็นตัวแทนกล่าวขอบคุณและมอบของที่ระลึกให้กับทางโรงแรมฯ ณ ห้องสุวรรณภูมิแกรนด์บอลลูม โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต




เมื่อเร็วๆ นี้ โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต นำโดย คริสตอฟ เจอร์โฟรย์ ผู้จัดการทั่วไป ร่วมกับ กิจการร่วมค้า ยูนิเวอร์แซล ฮอสพิแทลลิที นำโดย พรรณพิมล วงศ์ทองศรี  ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ จัดงานเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กผู้มีความพกพร่องทางการได้ยิน จำนวนกว่า 200 คน  จากโรงเรียนเศรษฐเสถียร ในพระราชูปถัมภ์

วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561

สมาคมศิษย์เก่าสาธิตปทุมวัน จัดแข่งขันแรลลี่การกุศลสาธิตปทุมวัน ครั้งที่ 24

ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ 
สยามบรมราชกุมารี



เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2561 ที่ผ่านมา ที่ โรงเรียนสาธิต มศว ปทุมวัน โดยสมาคมศิษย์เก่าสาธิตปทุมวัน ได้จัดงานแถลงข่าวการแข่งขันแรลลี่การกุศลสาธิตปทุมวัน ครั้งที่ 24 โดยมีนางสาวศาลินา พุ่มไม้ทอง อุปนายกสมาคมศิษย์เก่าสาธิตปทุมวัน เป็นประธานจัดงานแถลงข่าวการแข่งขันแรลลี่การกุศลสาธิตปทุมวัน ครั้งที่ 24 ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี


พร้อมด้วย ผศ.ชัยศักดิ์ลีลาจรัสกุล ผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตมศวปทุมวัน และ นายรังษีเทพ สวัสดีสิงห์ ประธานจัดการแข่งขันในปีนี้ ร่วมในงานแถลงข่าว ณ โรงเรียนสาธิต มศวปทุมวัน

โดยการแข่งขันแรลลี่การกุศลสาธิตปทุมวัน ครั้งที่ 24 จะทำการแข่งขันในวันที่ 29-30 กันยายน 2561นึ้ เส้นทางกรุงเทพ-เขาใหญ่ ณ เดอะกรีนเนอรี่ เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมความสามัคคีระหว่าง ศิษย์เก่า นักเรียนปัจจุบัน ผู้ปกครอง และคณาจารย์ของโรงเรียนสาธิต มศว ปทุมวัน โดยรายได้ที่ได้รับจากการจัดกิจกรรมส่วนหนึ่ง  จะทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย และอีกส่วนหนึ่งจะมอบให้กับโรงเรียนสาธิต มศว ปทุมวันเพื่อใช้ในการสนับสนุนกิจกรรมการเรียนการสอน สมทบเข้ากองทุนทดแทนพระคุณครูและส่งเสริมกิจกรรมของสมาคม

ผู้สนใจสมัครเข้าร่วมการแข่งขันได้แล้วตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปในราคาทีมละ 7,000 บาท หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อสมาคมศิษย์เก่าสาธิตปทุมวัน

โทร. 02-252-0781 ในวันและเวลาราชการ
ดาวน์โหลดเอกสารใบสมัครได้ที่
www.satitpatumwan.com หรือ LINE ID : @pdsrally

Vachamon Awards 2018

วัชมนฟู้ด จัดงานยิ่งใหญ่มอบรางวัล “Vachamon Awards 2018” 


“วัชมนแจกโชค 3 ชั้น ส่งท้ายปี 61”


รวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท มั่นใจพิชิตเป้ารายได้สิ้นปี 3.5 พันล้านบาท

บริษัทวัชมนฟู้ด จำกัดผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลไม้รายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ด้วยประสบการณ์อันยาวนานกว่า 30 ปีตอกย้ำตัวจริงเรื่องผลไม้ เดินหน้าสร้างปรากฏการณ์ใหม่แห่งวงการผลไม้นำเข้าของไทยอีกครั้งด้วยการจัดงานมอบรางวัลครั้งยิ่งใหญ่ครั้งแรกในประเทศไทยคือ รางวัล Vachamon Awards 2018 เพื่อขอบคุณคู่ค้าพันธมิตรที่ร่วมกันขับเคลื่อนธุรกิจผลไม้นำเข้าให้ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

ส่งผลให้ผู้บริโภคทั่วประเทศไทยสามารถซื้อหาผลไม้นำเข้าเกรดพรีเมียมได้ในราคาที่สมเหตุสมผล พร้อมจัดเต็มโปรโมชั่นเด็ด “วัชมนแจกโชค 3 ชั้น ส่งท้ายปี 61” รวมมูลค่าสูงสุดกว่า 10 ล้านบาทมั่นใจส่งผลยอดรายได้แตะ 3.5 พันล้านบาทภายในสิ้นปีตามเป้าได้



บริษัทวัชมนฟู้ด จำกัดผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลไม้รายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ด้วยประสบการณ์อันยาวนานกว่า 30 ปีตอกย้ำตัวจริงเรื่องผลไม้ เดินหน้าสร้างปรากฏการณ์ใหม่แห่งวงการผลไม้นำเข้าของไทยอีกครั้งด้วยการจัดงานมอบรางวัลครั้งยิ่งใหญ่ครั้งแรกในประเทศไทยคือ รางวัล Vachamon Awards 2018 เพื่อขอบคุณคู่ค้าพันธมิตรที่ร่วมกันขับเคลื่อนธุรกิจผลไม้นำเข้าให้ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง 

ส่งผลให้ผู้บริโภคทั่วประเทศไทยสามารถซื้อหาผลไม้นำเข้าเกรดพรีเมียมได้ในราคาที่สมเหตุสมผล พร้อมจัดเต็มโปรโมชั่นเด็ด “วัชมนแจกโชค 3 ชั้น ส่งท้ายปี 61” รวมมูลค่าสูงสุดกว่า 10 ล้านบาทมั่นใจส่งผลยอดรายได้แตะ 3.5 พันล้านบาทภายในสิ้นปีตามเป้าได้

นางสาววิภาวี วัชรากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วัชมนฟู้ด จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลไม้เกรดพรีเมี่ยมรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลอดกว่า 30 ปีที่เรามุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจนำเข้าผลไม้เกรดพรีเมี่ยมและพัฒนาตลาดผลไม้พรีเมี่ยมในประเทศไทยให้ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ได้คำนึงถึงแต่กำไรเพียงอย่างเดียว ทว่าเราได้คำนึงถึงความต้องการของผู้บริโภคในวงกว้าง เพราะเราอยากให้คนไทยทุกคนได้รับประทานผลไม้คุณภาพดีที่นำเข้าจากต่างประเทศในราคาที่ สมเหตุสมผล โดยเราได้มีการเจรจากับพันธมิตรคู่ค้าที่เป็นซัพพลายเออร์ชั้นนำในต่างประเทศเพื่อจัดหาสินค้าที่มีคุณภาพ ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคชาวไทย ในราคาที่ทุกคนสามารถจ่ายได้ ซึ่งนับเป็นการพลิกกลยุทธ์ครั้งสำคัญ โดยเราให้ความสำคัญกับการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในวงกว้างเป็นหลักส่งผลให้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เราได้นำเข้าสินค้าผลไม้เกรดพรีเมียมหลากหลายชนิด อาทิ แอปเปิ้ล, องุ่น, ส้ม, สตรอว์เบอร์รี่ เชอร์รี่ และอื่นๆ อีกมากมาย มาจัดจำหน่ายในราคาที่ไม่แพงเหมือนในอดีต ซึ่งแต่ก่อนมีราคาแพงมากจนมีเพียงผู้มีฐานะดีจำนวนไม่มากเท่านั้นที่จะสามารถหาซื้อรับประทานกันได้ แต่ปัจจุบันนี้
เราต้องขอบคุณพันธมิตรคู่ค้าของเราที่อยู่กันมาอย่างเหนียวแน่นและได้ร่วมกันฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ มาด้วยกันจนทำให้เราสามารถสร้างปรากฏการณ์ให้เกิดขึ้นได้ และทำให้เรามียอดขายเพิ่มขึ้นในทุก ๆ ปี
นางสาววิภาวี วัชรากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วัชมนฟู้ด จำกัด
“และในวันนี้ เพื่อเป็นการขอบคุณพันธมิตรของเรา เราจึงได้จัดพิธีมอบรางวัล Vachamon Awards 2018 ซึ่งเป็นการจัดขึ้นเป็นครั้งแรก โดยจะมอบรางวัลให้แก่ลูกค้า (ร้านค้าผลไม้) ที่มียอดซื้อกับวัชมนฟู้ดดีเยี่ยมในปี 2017ซึ่งเราตั้งใจจะจัดเป็นประจำทุกปีเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ อีกทั้งยังเป็นการกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างเรากับพันธมิตร และเป็นการสื่อสารแคมเปญการตลาดทั้งนี้ ทางบริษัทได้เชิญแขกกิตติมศักดิ์ อาทิ เอกอัครราชทูตประจำประเทศไทยจากประเทศที่บริษัทฯ ทำธุรกิจด้วย รวมทั้งคู่ค้าทางธุรกิจที่ยินดีเป็นผู้สนับสนุนงานอย่างเป็นทางการกว่า 10 แบรนด์จากหลายประเทศทั่วโลก พร้อมจัดการบรรยายจากอาจารย์ธงชัย นักโหราศาสตร์ชื่อดังในหัวข้อ "รวยสวนกระแส" และมีการจับฉลากรางวัลมอบให้กับผู้โชคดีที่มาร่วมงานอีกด้วย” นางสาววิภาวี กล่าวเพิ่มเติม


สำหรับเป้าหมายที่วัชมนฟู้ดต้องการทำรายได้แตะ3.5 พันล้านบาทในสิ้นปีนี้นั้นทางบริษัทได้จัดโปรโมชั่นเด็ด “วัชมนแจกโชค 3 ชั้น ส่งท้ายปี 61” โชคชั้นที่ 1– แจกกระจุย แถมกระจาย กับคู่ค้าสุดคูล, โชคชั้นที่ 2– รับทอง 1 บาทง่าย ง่ายทุกเดือน เดือนละ 10 รางวัล, โชคชั้นที่ 3– โปรเดิมที่คุ้นเคยรวมมูลค่าเงินรางวัลสูงสุดกว่า 10 ล้านบาท เพื่อเป็นกระตุ้นยอดขาย

โดยลูกค้าของบริษัทสามารถเข้าร่วมแคมเปญนี้ และติดตามกิจกรรมดีๆ
วัชมนฟู้ดได้ที่ Facebook Fanpage: Vachamon Food

วันจันทร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2561

“เอซเก้” ผุดโปรเจ็คยักษ์ ลงนามตั้ง Drop Point Plus ศูนย์บริการครบวงจร

ต่อยอด E-Commerce พร้อมเพิ่มธุรกิจทางเลือกแก่ชุมชน


บริษัท เอซเก้ จำกัด ร่วมกับบริษัทโลจิสติกส์ชั้นนำของไทย ทั้ง ไปรษณีย์ไทย, DHL, TNT, CJ Logistics ผนึกกับองค์กรธุรกิจแถวหน้า ร่วมลงนามในพิธีลงนามความร่วมมือการเปิดศูนย์บริการ Drop Point Plus (DPP) ศูนย์บริการครบวงจรแห่งแรกของไทย ผลักดันธุรกิจ E-Commerce ผ่านโมเดลธุรกิจ LPDE (Logistic Pay station Drop point E-Commerce) รวมทุกค่ายมาอยู่ที่เดียวกัน เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้ใช้บริการเลือกใช้งาน พร้อมขยายศูนย์ DPP สร้างธุรกิจทางเลือกแก่ชุมชน มุ่งเป้าขยาย 600 สาขาทั่วประเทศในปี 2562

นายเทิดไท แก้วพิชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอซเก้ จำกัด เปิดเผยว่า เอซเก้ ได้ลงนามความร่วมมือการเปิดศูนย์บริการ Drop Point Plus (DPP) ร่วมกับ บริษัทโลจิสติกส์ชั้นนำอย่าง ไปรษณีย์ไทย, DHL, TNT, CJ Logistics รวมถึงยังได้ผนึกกับองค์กรธุรกิจแถวหน้าของประเทศอย่าง บมจ.ธนาคารไทยพาณิชย์, แอดวานซ์ เอ็มเปย์, บมจ. ไทยเศรษฐกิจประกันภัย และแอดไวซ์ ซึ่งการลงนามในครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับธุรกิจ E-Commerce ไทยให้ก้าวไปอีกขั้น ด้วยศูนย์บริการครบวงจรที่จะอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการ รวมถึงผู้บริโภคครบทุกขั้นตอน ด้วยโมเดล LPDE (Logistic Pay station Drop point E-Commerce) ตั้งแต่บริการขนส่งสินค้าทั้งภายในและนอกประเทศ จุดบริการชำระเงินที่สะดวกครอบคลุม จุดรับสินค้าออนไลน์ที่เข้าถึงง่าย อีกทั้งยังเป็น จุดบริการ Micro Insurance ประกันความปลอดภัย Non Life สร้างความอุ่นใจ ปลอดภัยทุกการขนส่ง



“การโลดแล่นอยู่ในแวดวงธุรกิจไอทีมาร่วม 16 ปี ทำให้เรามองเห็นการเติบโตของตลาดออนไลน์อย่างใกล้ชิด รวมไปถึงโอกาสในการสร้างแพลตฟอร์มให้ผู้บริโภคได้เลือกช่องทางการขนส่งที่หลากหลายมากขึ้น อยู่ใกล้กับชุมชน ให้การบริการที่ครอบคลุม ซึ่งสิ่งที่สามารถตอบโจทย์แนวทางของเราได้คือแพลตฟอร์ม Drop Point Plus (DPP) นายเทิดไท กล่าว

Drop Point Plus หรือ DPP เป็นศูนย์บริการครบวงจรแห่งแรกของไทย โดย บริษัท เอซเก้ จำกัด ก่อตั้งขึ้นด้วยแนวคิดการยกระดับ E-Commerce ในไทย ซึ่งศูนย์บริการ DPP จะให้บริการภายใต้โมเดล LPDE (Logistic Pay station Drop point E-Commerce) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์ทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็น L-Logistic ที่สามารถเลือกเซอร์วิส เลือกบริการขนส่งที่หลากหลาย ทั้งภายในและนอกประเทศ โดยทำการขนส่งร่วมกับบริษัทโลจิสติกส์ชั้นนำอย่าง ไปรษณีย์ไทย, DHL, TNT และ CJ Logistics ภายใต้ค่าบริการตามจริง ไม่มีการบวกราคาเพิ่ม สะดวก รวดเร็ว และประหยัดทั้งเงินและเวลา, P-Pay station จุดชำระเงินครบวงจร ทั้งบริการจ่ายบิล ชำระค่าสินค้า เติมเงินโทรศัพท์ ชำระค่าน้ำค่าไฟ จากผู้ให้บริการแถวหน้าของประเทศอย่าง mPAY, D-Drop point กับบริการ Click and Collect สั่งสินค้าออนไลน์ แล้วสามารถไปรับสินค้าตามจุดต่างๆ ของศูนย์บริการ DPP และสุดท้ายกับบริการ E-Commerce ด้วยการประกันภัยออนไลน์รูปแบบ Micro Insuranc อาทิ ประกันอัคคีภัย ประกันการเดินทาง และประกันการขนส่ง

“DPP นอกจากจะเป็นทางเลือกใหม่ให้กับผู้ประกอบการสินค้าออนไลน์แล้ว เรายังมุ่งมั่นพัฒนาให้ศูนย์บริการนี้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของธุรกิจชุมชนด้วยงบลงทุนขั้นต่ำเพียง 29,900 บาท ทำให้ DPP เหมือนเป็น Social Enterprise แบบกลายๆ ที่ให้คนในชุมชนชนมีรายได้เพิ่มขึ้น นายเทิดไท กล่าวเพิ่มเติม

ปัจจุบันนี้ศูนย์บริการ DPP มีทั้งสิ้น 170 สาขา โดยมีศูนย์บริการระดับภาค 15 แห่ง และภายในสิ้นปี 2561 นี้ เราวางเป้าขยาย DPP เพิ่มเป็น 200 สาขา และมุ่งให้ครบ 600 สาขา ภายในปี 2562 พร้อมมุ่งเป้าขยายสาขาครอบคลุมทั่วประเทศ 1,000 จุด ภายในระยะเวลา 5 ปี และจะมีการเพิ่มเติมบริการต่างๆ ที่สามารถทำได้ผ่านการพัฒนา Application ร่วมกับผู้ให้บริการทุกประเภท ให้สาขาสามารถเป็น "จุดสารพัดบริการในที่สุด"

นอกเหนือจากบริการโมเดล LPDE แล้ว DPP ยังวางแผนที่จะเปิดบริการเพิ่มเติมรวมถึงร่วมงานกับพาร์ทเนอร์อีกร่วม 20 รายในอนาคต เพื่อให้ผู้ประกอบการได้รับความสะดวกและตรงตามแนวคิดสารพัดบริการให้มากที่สุด อาทิ การร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับ DeeMoney ผู้ให้บริการโอนเงินสู่ต่างประเทศ ซึ่งจะทำให้ผู้ให้บริการสามารถขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศได้ง่ายขึ้น รวมทั้งยังเป็นการผลักดันให้สินค้าสัญชาติไทยเป็นที่รู้จักในสากล

“ตลาดสินค้าออนไลน์และตลาดโลจิสติกส์ที่เติบโตอย่างรวดเร็วนี้ จะเป็นฟันเฟืองสำคัญที่หมุนให้เศรษฐกิจไทยเดินทางไปข้างหน้า ยุคนี้ได้กลายเป็นยุคของการขนส่งจากผู้ผลิต ส่งตรงถึงผู้ซื้อโดยตรง และต้องมีการบริการแบบครบวงจรในจุดที่ผู้บริโภคสะดวกสบายที่สุด ซึ่ง DPP จะเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะมาเสริมในจุดนี้  นายเทิดไท กล่าวทิ้งท้าย