26 กุมภาพันธ์ 2565

เทวี ฤาชนก มีแสง คว้าตำแหน่ง Miss International Beauty Peagant 2022 สู่เวทีระดับโลก

วัฒนธรรมต่างชาติที่เข้ามามีอิทธิพลต่อวัยรุ่นในปัจจุบันทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางค่านิยม วิถีชีวิต
จนมีการมองวัฒนธรรมไทยเป็นวัฒนธรรมที่ล้าหลัง ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนควรที่จะช่วยกันอนุรักษ์ คุณค่านั้นไว้  โครงการ ” ท่องเที่ยววัฒนธรรมกับนางงามไทย ” เป็นโครงการหนึ่งที่ต้องการสนับสนุน และส่งเสริมวัฒนธรรมไทยโดยการสร้างค่านิยมให้คนรุ่นใหม่ได้หันมานิยมไทยใช้ของไทยด้วยการสอดแทรกไปกับการท่องเที่ยวภายในประเทศที่มีคุณสมบัติ ความงาม 4S (smart spirit service mind and simplicity) ผู้ที่มีความพร้อมความสามารถสมกับตำแหน่ง และมงกุฎที่มีตราสัญลักษณ์แห่งคุณงามความดี  ดอก “Fleur de Lis” จึงนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์ของกองประกวด ” Miss Heritage Thailand “
ในครั้งนี้





“เวทีนี้มีมากกว่าความสวย“  มีส เฮอริเทจ ไทยแลนด์ จัดโดย บริษัท สยามนาการา จำกัด  นำโดยกรรมการผู้จัดการ นางสรีรพัฒน์ อินทรศิริ จากประสบการณ์ที่ได้จัดประกวดนางสาวไทย เมื่อปี 2562  เภสัชกรหญิงสิรีธร ลีห์อร่ามวัฒน์  นางสาวไทยได้เป็นตัวแทนประเทศไทยประกวดบนเวทีอันดับโลก ชนะเลิศครั้งแรกของประเทศไทย ใน รอบ 59 ปีของ Miss International Beauty Pageant จากประเทศญี่ปุ่น   โดยในครั้งนี้ จะเป็นผู้ทำการคัดเลือกตัวแทน ที่จะมาเป็นผู้นำเสนอ อัตลักษณ์ ความเป็นไทยสู่ สายตาชาวโลก อีกครั้งหนึ่ง ในฐานะ ผู้ถือลิขสิทธิ์ การส่งตัวแทนเข้าประกวด เวที Miss International Beauty Pageant ปีที่ 60 พร้อมคณะกรรมการ ผู้มากประสบการณ์และทรงคุณวุฒิ โดยมี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรี กระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธี



อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกของโลกนี้ ที่ก่อกำเนิด หลักสูตร “นางงามลูกเสือ มีสเฮอริเทจ ไทยแลนด์ “ ให้นางงามได้อบรมเสริมจากกิจกรรมเก็บตัวทั่วไป ซึ่งจะทำให้ได้ ตัวแทนที่พร้อมสะพรั่งทั้งทางความงาม และจริยธรรม ตลอดจนสำนึกของความเป็นไทย

นอกจากนี้ เวที Miss Heritage Thailand เป็นเวทีที่แตกต่างกับเวทีจัดประกวดนางงามทั่ว ๆ ไป เพราะเป็นเวทีที่  “คัดเข้าไม่คัดออก “  ตัวแทนของแต่ละจังหวัด จะเป็นผู้นำของจังหวัดตน ดำรงตำแหน่ง Miss Heritage Thailand นำร่องการท่องเที่ยววัฒนธรรมกับนางงามไทย ทำหน้าที่เป็น Influencer นำเสนอทุก
มิติในทุกช่องทาง ผ่านทาง Website และ Social Media เพื่อสร้างกระแสนิยมให้คนรุ่นใหม่ได้เห็นคุณค่าของวัฒนธรรมไทย

เทวี ฤาชนก มีแสง  Miss Heritage Thailand 2022 และ Miss International Thailand 2022

สาวเมืองชลฯ คว้ามงกุฎ Miss Heritage Thailand 2022 / Miss International 2022

เทวี ฤาชนก มีแสง  Miss Heritage Thailand 2022 และ Miss International Thailand 2022

เธอจะเป็นตัวแทน ประเทศไทย เข้าร่วมประกวด The 60th Miss International 2022 ที่ญี่ปุ่นปลายปีนี้

สาวเมืองชลฯ คว้ามงกุฎ Miss Heritage Thailand 2022 / Miss International 2022

ผลประกวด Miss Heritage Thailand 2022  ได้แก่

รองชนะเลิศอันดับ 4 คือนางสาวปฏิมา ศรีทวีกุล จากสงขลา

รองชนะเลิศอันดับ 3 คือนางสาวอาทิตยา อุตมูล จากบุรีรัมย์

รองชนะเลิศอันดับ 2 คือ
นางสาว สุภาวดี มั่นชาวนา จากสมุทรปราการ

รองชนะเลิศอันดับ 1 คือนางสาววาริศา ศรีนุกูล จากเพชรบูรณ์

การคัดเลือก Miss Heritage Thailand 2022 

กำหนดงาน วันเสาร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 18.30 - 22.00 น.
ณ หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ชั้น 3 ห้องรักตะกนิษฐ์

25 กุมภาพันธ์ 2565

ออฟฟิศเมท ชวน WorkFromHome แบบสุขภาพดี

ออฟฟิศเมท ชวน WorkFromHome แบบสุขภาพดี
จัดแคมเปญเฟอร์นิเจอร์ Furradec Ergonomic ลดสูงสุด 60%
             ออฟฟิศเมท ในเครือเซ็นทรัล รีเทล พร้อมเคียงข้างผู้ประกอบการและชาวออฟฟิศให้ทำงานที่บ้านอย่างปลอดภัย สุขภาพดี และมีความสุข เพราะเรารู้ดีว่า “ออฟฟิศซินโดรม” ไม่ได้เกิดแค่ใน “ออฟฟิศ” ออฟฟิศเมทจึงจัดแคมเปญ “Furradec Ergonomic ลดสูงสุด 60%” พร้อมโปรโมชั่นผ่อน 0% นาน 3 เดือน* (ตามกำหนด)…16 ก.พ. 65 – 15 มี.ค. 65  นี้ พบกับเฟอร์นิเจอร์เพื่อสุขภาพ ที่ลดราคาจัดเต็มเอาใจผู้ที่ต้องนั่งทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ ทั้งโต๊ะทำงานปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้า เก้าอี้เพื่อสุขภาพนั่งสบายทุกสรีระซึ่งปรับได้ลงตัวทุกสัดส่วน เก้าอี้จักรยานสุดอินเทรนด์ ให้คุณใช้เวลาอย่างคุ้มค่า สามารถออกกำลังกายไปพร้อมกับการทำงาน ประชุม หรือพักผ่อน
สัมผัสและทดลองสินค้าเฟอร์นิเจอร์ได้ที่ร้านออฟฟิศเมททุกสาขา และช้อปได้ง่ายๆ ผ่านออนไลน์ตลอด 24 ชม.  บริการจัดส่งและประกอบฟรีเมื่อช้อป 499.-* (ตามที่บริษัทฯ กำหนด) ช้อปเลยที่ OfficeMate Mobile App หรือเว็บไซต์ https://bit.ly/3h6s02M และ Chat & Shop ที่ Line: @OfficeMate พร้อมรับส่วนลด On Top สุดคุ้มสำหรับช้อปสินค้า Furradec Ergonomic ช่องทางออนไลน์ (16 ก.พ. 65 – 15 มี.ค. 65) รีบเลย! จำนวนจำกัด                - ใส่โค้ด ERGO1000 ลดเพิ่ม 1,000.- เมื่อช้อปครบ 12,000.- ขึ้นไป/ใบเสร็จ*                - ใส่โค้ด ERGO300 ลดเพิ่ม 300.- เมื่อช้อปครบ 3,000.- ขึ้นไป/ใบเสร็จ*

เริ่มแล้ว! “กาดดอยตุง” ปี 5 พาม่วนใจ๋ เนรมิต 4 โซนชอปปิ้งสุดคูลสไตล์คนดอย สร้างสุขให้ใจกลางกรุง

ยกความสุขสไตล์ดอยตุงกลับมาให้นักชอปคนเมืองได้เช็กอิน ชิม ชิล แชร์ กันอีกครั้งในงาน “กาดดอยตุง” ที่ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลในเครือเซ็นทรัล รีเทล 

จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 เพื่อให้คนเมืองได้ใกล้ชิดวิถีชีวิตชาวดอยตุงมากขึ้น จัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 6 มีนาคม 2565 เวลา 10.00 – 22.00 น. ณ ดิ อีเวนต์ฮอลล์ ชั้น 3 ห้างเซ็นทรัลชิดลม รายได้จากการขายสินค้าและงานในครั้งนี้จะช่วยต่อยอดการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนในพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงราย





งานกาดดอยตุงในปีนี้มาในธีม Urban Park นำบรรยากาศชวนพักผ่อนหย่อนใจบนดอยสูงมาไว้กลางเมือง จัดเต็ม 4 โซนชอปปิ้งสุดปังครบทุกมิติแห่งความสุข  เริ่มด้วย “โซนบาริสโต” คาเฟ่ ดอยตุง ต้อนรับนักชอปด้วยเครื่องดื่มสูตรพิเศษ อาทิ กาแฟเอสเปรสโซหมักกับน้ำผึ้งผสมโซดา ต่อด้วยน้องใหม่อย่าง น้ำผึ้งหมักสุดเข้มข้นและหอมหวาน 4 รส 4 สไตล์ ทั้งเลมอนและกลีบกุหลาบ ผลไม้รวมตระกูลเบอร์รีและเปปเปอร์มินต์ ช็อตกาแฟเอสเปรสโซ และกาแฟสกัดเย็นเข้มข้น น้ำเชื่อมวานิลลา โฮมเมดที่ผลิตจากวานิลลาคุณภาพพันธุ์ Planifolia ปลูกในพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุงฯ เพิ่มรสชาติให้เมนูเครื่องดื่มและขนมที่ชื่นชอบ แถมด้วยเวิร์กชอปที่หลายคนรอคอย สร้างสรรค์เครื่องดื่มเมนูพิเศษด้วยตัวเองพร้อมกับบาริสต้ามืออาชีพจากดอยตุง    


จากนั้นไปต่อกันที่ “โซนโตโกกรีน” เอาใจคนรักต้นไม้ที่ต้องการเติมโอโซนและพื้นที่สีเขียวรอบตัวด้วยกล้วยไม้รองเท้านารี เอกลักษณ์ของดอยตุง นอกจากนี้ยังมีไม้มงคลไม้แฟชั่นยอดฮิตอย่างต้นคล้า ไม้ใบลวดลายสวย อีกทั้งยังมีประโยชน์ช่วยฟอกอากาศ ต้นยางอินเดีย ไม้หัวเลี้ยงง่าย แคคตัสและไม้อวบน้ำต้นจิ๋ว ฯลฯ  และผักผลไม้สด ราคาน่ารักที่คนรักสุขภาพต้องปลื้มมาให้เลือกชอปทุกวัน  





สำหรับคนรักการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรมต้องไม่พลาดโปรโมชันสุดเย้ายวนชวนให้เดินทางขึ้นเหนือไปสัมผัสธรรมชาติบนดอยตุง อาทิ ชวนเปลี่ยนบรรยากาศ work from home มาทำงานชิวๆ บนดอย 5 วัน หรือท่องเที่ยวสั้นๆ แบบ 2 วัน 1 คืน หรือ ครึ่งวันสุดคุ้ม ชวนจิบน้ำชา ฟังเสียงนกร้อง ท่ามกลางดอกไม้ในสวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวง รายล้อมด้วยวิวสูงสุดบนเทือกเขานางนอน หรือจะเลือกไปเที่ยวชมหอฝิ่น อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ หรือจุดชมวิวแม่น้ำโขงบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ พร้อมไหว้พระขอพรที่วัดพระธาตุเจดีย์หลวง

แฟชั่นนิสต้าและคนรักงานศิลปะห้ามพลาดสินค้าหัตถกรรมดอยตุงที่ออกแบบตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอนการผลิตใน “โซนโตคราฟต์” นำงานคราฟต์มาให้เลือกมากมาย  อาทิ สินค้าไอเท็มพิเศษมีเพียงชิ้นเดียวในโลก เสื้อผ้าคอลเล็กชั่น Pha Khao Ma แรงบันดาลใจจากผ้าขาวม้าที่เป็นเอกลักษณ์ท้องถิ่นไทยแต่โบราณ รังสรรค์มาเป็นเสื้อผ้าสไตล์เวิร์กเเวร์ (Workwear) จากเส้นใยพลาสติกรีไซเคิล  และครั้งแรกกับการใช้เทคนิคอัดจีบด้วยความร้อน! การันตีด้วย 3 รางวัลงานดีไซน์ระดับประเทศ Demark 2021, Gmark 2021, PM Award 2021 และยังได้ไปเผยโฉมในเวทีระดับโลกอย่างงาน MQ Vienna Fashion Week 2021

ภายในงานยังมีเซรามิกชิ้นพิเศษจากงาน Bangkok Design Week 2022 Agritecture DoiTung  
“คิดสร้างดิน” จาก 13 ศิลปินและสตูดิโอเซรามิกชื่อดังของเมืองไทย อาทิ ชุดจานเซรามิกคอลเล็กชั่น Zhangri-La ผลงานสร้างสรรค์จำนวนจำกัดระหว่าง DoiTung x Whattadish by Dinfi & Q บรรจุในกล่องกระดาษสาจากดอยตุง สื่อถึงดินแดนอันสงบสุขและอุดมสมบูรณ์ในแบบศิลปะพื้นบ้าน (Folk Art) โดดเด่นด้วยสีน้ำเงินขาวของเครื่องลายครามผสานทองคำแท้ มาพร้อมนวัตกรรมใหนำเข้าไมโครเวฟได้ สั่งจองได้ในราคาชุดละ 2,990 บาท

​หลังจากชอปปิ้งกันจนเหนื่อย เชิญแวะ “โซนเชฟโต” ชิมอาหารเหนือทั้งเมนูฟิวชั่นและชนเผ่าดั้งเดิมเมนูเด็ดจากครัวตำหนัก อาทิ ข้าวอบซุปไก่ดำตุ๋นยาจีน เฟตตูชินีแกงฮังเลหมู ยำบะหมี่เหลืองน้ำพริกกากหมู ส่วนใครที่ชอบไส้กรอกและแฮมรสชาติพรีเมียมแนะนำ Sloane's X DoiTung เมนูพิเศษจาก ‘หมูดำดอยตุง’ ที่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ส่งเสริมให้ชุมชนดอยตุงเลี้ยงเพื่อเพิ่มรายได้ในครัวเรือน ปิดท้ายด้วยของหวานอย่าง ข้าวปุ๊กน้ำตาลอ้อย ของหวานชนเผ่าเสิร์ฟพร้อมชาอู่หลงยอดน้ำค้าง ครัมเบิ้ลสับปะรดภูแล เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมวานิลลาดอยตุง



พบความสุขในงาน “กาดดอยตุง” ภายใต้มาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ตามขั้นตอนของกระทรวงสาธารณสุข ระหว่าง 24 กุมภาพันธ์ - 6 มีนาคม 2565 เวลา 10.00 – 22.00 น. ณ อีเวนต์ฮอลล์ ชั้น 3 ห้างเซ็นทรัลชิดลม และติดตามข่าวสารงาน “กาดดอยตุง” ได้ที่ www.facebook.com/DoiTungClub และ www.facebook.com/CentralDepartmentStore

 #กาดดอยตุง2022 #DoiTungMarket2022 

24 กุมภาพันธ์ 2565

ซีพีเอฟสร้างโอกาสคู่ค้า SMEs โตแกร่งสู้โอมิครอน ขยายการให้เครดิตเทอมภายใน 30 วันถึงกลางปี 65

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ประกาศเดินหน้าขยายเวลาโครงการให้เครดิตเทอม 30 วันถึงมิถุนายนปี 2565 ช่วยเสริมความแข็งแรงทางการเงินคู่ค้าธุรกิจผู้ประกอบการเอสเอ็มอีควบคู่เพิ่มความรู้สร้างโอกาสเอสเอ็มอีเติบโตต่อเนื่องท่ามกลางความเสี่ยง หวังหนุนการฟื้นฟูเศรษฐกิจของไทย  

นางสาวธิดารัตน์ เดชายนต์บัญชา รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านจัดซื้อพัสดุครุภัณฑ์ ซีพีเอฟ กล่าวว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าได้ประกาศการปฏิบัติทางการค้าที่เป็นธรรมเกี่ยวกับระยะเวลาการให้สินเชื่อการค้า 30-45 วัน ส่งผลดีกับธุรกิจเอสเอ็มอีของไทยเติบโตอย่างยั่งยืน อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ตระหนักถึงสภาวะเศรษฐกิจมีปัจจัยเสี่ยงมาก จากการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ยังไม่ยุติ เป็นอุปสรรคการฟื้นตัวและการอยู่รอดของคู่ค้าธุรกิจเอสเอ็มอี ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญในห่วงโซ่การผลิตอาหาร ประกอบกับผลการดำเนินโครงการฯ ในปีที่ผ่านมาคู่ค้าเอสเอ็มอีมีสถานะทางการเงินแข็งแรงขึ้นสามารถขยายธุรกิจหาตลาดใหม่เพื่อเพิ่มรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทฯ จึงเดินหน้าช่วยเหลือคู่ค้าเอสเอ็มอีต่อเนื่อง ทั้งการเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน โดยประกาศต่อเวลาการดำเนินโครงการ Faster Payment โดยให้เครดิตเทอมภายใน 30 วันต่อไปอีกถึงมิถุนายน 2565 นี้ มุ่งช่วยคู่ค้าเอสเอ็มอี สามารถบริหารจัดการเงินในดำเนินดำเนินธุรกิจต่อเนื่อง และหนุนเอสเอ็มอีสามารถปรับตัวตอบรับแนวโน้มต้นทุนการผลิตที่อยู่ในระดับสูง ควบคู่กับการถ่ายทอดองค์ความรู้ช่วยพัฒนาศักยภาพและสร้างโอกาสการเติบโตให้แก่คู่ค้าเอสเอ็มอี



"การขยายเวลาการให้เครดิตเทอมภายใน 30 วัน  จะช่วยเอสเอ็มอีปลดล็อคปัญหาการขาดสภาพคล่อง ได้ มีเงินหมุนเวียนได้เร็วขึ้น สามารถบริหารจัดการเงินสดในการดำเนินธุรกิจได้ดีขึ้น ช่วยสร้างโอกาสในการลงทุนเพิ่ม ช่วยลดภาระดอกเบี้ยจากเงินกู้ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังหนุนให้เอสเอ็มอีปรับตัวพัฒนาธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน ตอบรับกระแสการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมพิจารณาต่อเวลาการดำเนินโครงการฯ ออกไปอีก " นางสาวธิดารัตน์กล่าว

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ซีพีเอฟได้ดำเนินโครงการ Faster Payment  ลดระยะเวลาการจ่ายค่าสินค้าและบริการ (เครดิตเทอม) ภายใน 30 วันให้แก่ธุรกิจคู่ค้าที่เป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ตั้งแต่ตุลาคม 2563 ต่อเนื่องเป็นเวลาร่วม 2 ปี เพื่อช่วยรักษาสภาพคล่องทางการเงิน และลดภาระหนี้จากการกู้เพิ่มเติมของคู่ค้าเอสเอ็มอีของซีพีเอฟประมาณ​ 6 พันราย ส่งผลให้สามารถรักษากิจการให้อยู่รอด และมีกำลังรักษาการจ้างงานได้ต่อเนื่อง ช่วยฝ่าสถานการณ์ที่ยากลำบากไปด้วยกัน


นอกจากการช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงินให้ธุรกิจคู่ค้าเอสเอ็มอี ในปีนี้ ซีพีเอฟยังเดินหน้าสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนให้คู่ค้าเอสเอ็มอี ด้วยการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ เพื่อ เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้ดำเนินธรุกิจต่อเนื่องไม่หยุดชะงัก นำไปสู่โอกาสการพัฒนาและเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นการพัฒนาผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมอาหารให้เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน./

TQM โตดีสวนกระแส โกยกำไรปี ’64 พุ่งกว่า 27%เผยหุ้น TQM เนื้อหอม ต่างชาติเข้าถือในสัดส่วนสูงขึ้น

บมจ. ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น หรือ TQM เปิดผลประกอบการประจำปี 2564 รับกำไรสุทธิ 891.8 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 27% สถานการณ์โอมิครอนส่งผลให้ผู้บริโภคซื้อประกันสุขภาพเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ประกันรถยนต์ที่เป็นยอดขายหลักลูกค้ามองเป็นเรื่องจำเป็นยังคงเติบโตดี หนุนเบี้ยประกันภัยทั้งปีทะลุเป้าที่ 17,505 ล้านบาท ชี้ในปีที่ผ่านมาหุ้น TQM  โชว์ความโดดเด่นท่ามกลางมรสุมโควิด นับตั้งแต่ IPO ที่ไม่มีผู้ถือหุ้นที่เป็นกองทุนต่างชาติ จนปัจจุบัน มีสัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติประมาณ 16% ของหุ้นทั้งหมด สะท้อนความเชื่อมั่นในสายตานักลงทุน เปิดแผนกลยุทธ์ปี 2565 ต่อยอดการเติบโตในทุกมิติ เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจใหม่ ‘TQC’ ที่ให้บริการด้านบริหารสินไหมประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุแก่บริษัทประกัน และ ‘อีซี่เลนดิ้ง’ ให้บริการด้านสินเชื่อส่วนบุคคลและการเงิน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและขยายฐานลูกค้า มุ่งลงทุนด้านเทคโนโลยีดิจิทัลกับบริษัทในเครือเพื่อนำมาใช้พัฒนานวัตกรรมและการให้บริการด้านประกันภัย ส่งมอบประสบการณ์ใหม่และสร้างโอกาสการเข้าถึงลูกค้ามากยิ่งขึ้น เดินหน้าผนึกพันธมิตรบริษัทประกันภัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่กว่า 15 ผลิตภัณฑ์ประกัน บุกชิงตลาดทุก segment พร้อมขยายช่องทางการขายเพิ่มทั้งออนไลน์-ออฟไลน์เต็มรูปแบบ ตั้งเป้ายอดเบี้ยประกันรวมปี 2565 ไว้ที่ 19,011 ล้านบาท ขณะที่ที่ประชุมบอร์ดฯ มีมติชงผู้ถือหุ้นจ่ายปันผล 0.50 บาทต่อหุ้น ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงขึ้น 

ดร.อัญชลิน พรรณนิภา ประธานบริษัท ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจ TQM ในปี 2564 ท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของโควิดแต่ TQM ก็ยังสามารถสร้างผลการดำเนินงานออกมาได้ดี ผู้บริโภคตระหนักถึงความสำคัญในการป้องกันความเสี่ยงภัยด้านปัญหาสุขภาพ จึงทำให้ยอดขายประกันสุขภาพของ TQM เติบโตขึ้น โดยเฉพาะการสั่งซื้อเข้ามาผ่านช่องทางออนไลน์ ขณะที่ยอดขายจากประกันภัยรถยนต์ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทยังคงเป็นไปตามเป้า ส่งผลให้ผลการดำเนินงานปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 3,427 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.3% โดยเป็นรายได้จากการให้บริการ เป็นจำนวน 3,273.6 ล้านบาท และรายได้อื่น 153.4 ล้านบาท ภายใต้การบริหารจัดการการทำงานและควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรเพิ่มสูงขึ้น โดยกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 1,729 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 164 ล้านบาท คิดเป็น 10.5 % ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 891.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 189.8 ล้านบาท คิดเป็น 27%

“ในปีที่ผ่านมาหุ้น TQM ได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติเข้าถือหุ้นในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพและความโดดเด่นของ TQM ในมุมมองของนักลงทุนต่างชาติ รวมถึงที่ผ่านมา TQM ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพการเติบโตของธุรกิจทั้งในด้านรายได้และกำไรสุทธิที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง   เป็นแรงกระตุ้นให้เกิดความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ โดยการถือหุ้นของต่างชาติที่เพิ่มขึ้นนี้จะเป็นการเพิ่มความน่าเชื่อถือของหุ้น และนำไปสู่การดึงดูดให้นักลงทุนไทยให้ความสนใจมาลงทุนในหุ้น TQM ต่อไป”

ทั้งนี้ จากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 มีมติจ่ายเงินปันผล 0.50 บาทต่อหุ้น ซึ่งกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นได้รับสิทธิ (RD) วันที่ 11 มีนาคม 2565 และจ่ายเงินปันผลในวันที่ 12 พฤษภาคม 2565

ด้านดร.นภัสนันท์ พรรณนิภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สำหรับกลยุทธ์ในการขยายการเติบโตของ TQM ในปี 2565 ได้วางแผนหลักไว้ดังนี้ 

Insurance ecosystem enhancement ยกระดับและขับเคลื่อนงานบริการของ TQM ในธุรกิจใหม่ เช่น บริษัท ทีคิวซี จำกัด ที่ให้บริการด้านบริหารสินไหมประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุ แก่บริษัทประกัน และบริษัท อีซี่เลนดิ้ง จำกัด ที่ให้บริการด้านสินเชื่อส่วนบุคคลและการเงิน เพื่อเพิ่มศักยภาพของ TQM และขยายฐานลูกค้า 

Digital strategy implementation เน้นลงทุนในธุรกิจที่ให้บริการด้านเทคโนโลยีของบริษัทในกลุ่ม เช่น บริษัท ทีคิวดี จำกัด และบริษัท ชัวร์ครับ จำกัด เพื่อนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสร้างนวัตกรรมและส่งมอบประสบการณ์ใหม่ๆ เพิ่มความสะดวกสบายในการรับบริการด้านประกันภัยให้แก่ลูกค้า TQM 

Product line and channel expansion ร่วมกับพันธมิตรบริษัทประกันภัยในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยใหม่กว่า 15 ผลิตภัณฑ์ เตรียมออกสู่ตลาดภายในปี 2565 อาทิ ประกันรถยนต์ ประกันสุขภาพ ประกันบ้าน ประกันอุบัติเหตุ ประกันชีวิต และอื่นๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคทุกกลุ่มครอบคลุมทุก เจนเนอร์เรชั่น พร้อมกับการขยายช่องทางการขายทั้งช่องทางออนไลน์ในทุกแพลตฟอร์ม และช่องทางออฟไลน์ที่ใช้กลยุทธ์ในการเพิ่มการมองเห็นเพื่อให้ลูกค้าเกิดการจดจำและทำให้ TQM กลายเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในใจ คนไทย ดร.นภัสนันท์ กล่าว

สำนักงาน กกพ. เปิดยอดผู้สนใจกว่า 500 ราย ทั่วประเทศ ตอบรับโครงการประกวดกองทุนพัฒนาไฟฟ้า อวอร์ด 2565

โค้งสุดท้ายสำหรับการเปิดรับสมัครผลงานเข้าร่วมโครงการประกวดกองทุนพัฒนาไฟฟ้า อวอร์ด 2565 โดย นางฤดี ภริงคาร รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือสำนักงาน กกพ. เปิดเผยว่า หลังนำทีมจัดกิจกรรมโรดโชว์ลงพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อประชาสัมพันธ์หลักเกณฑ์การประกวดและรับสมัครผลงานเข้าร่วมการประกวด ผลปรากฏว่าผู้ได้รับจัดสรรเงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ประกาศสนใจเข้าร่วมฟังรายละเอียดและลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ กว่า 500 ราย ซึ่งในขั้นตอนลำดับต่อไปจะเป็นการประมวลผลเพื่อพิจารณาคัดเลือกผู้สมัครรอบแรกในวันที่ 9 มีนาคม 2565 เป็นต้นไป


สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯ ยังสามารถสมัครและส่งเอกสารการสมัครเพื่อส่งผลงานเข้าร่วมประกวดในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนปิดรับสมัครได้ถึงวันที่ 4 มีนาคม นี้

โดยรายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่เพจ Facebook: PDF Awards หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1204

โลตัส ยกทัพแฟรนไชส์สัญจร จ.ขอนแก่น ขยายแพลตฟอร์มแห่งโอกาสสู่ SME สร้างรายได้สู่ภูมิภาค

โลตัสผนึกความร่วมมือหอการค้าจังหวัดขอนแก่น จัดทัพแฟรนไชส์ที่มีศักยภาพ ราคาลงทุนเริ่มต้นเพียงหลักหมื่น อาทิ แฟรนไชส์อาหารเครื่องดื่ม ตู้หยอดเหรียญอัตโนมัติ แฟรนไชส์ร้านจำหน่ายสินค้าเบ็ดเตล็ด แฟรนไชส์บริการ เสิร์ฟพร้อมทำเลทองในโลตัสทั่วประเทศ  สัญจรเยือนจังหวัดขอนแก่น ด้วยการจัดงานต่อเนื่องตลอดทั้ง 4 วัน ระหว่างวันที่ 24-27 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 09.00-20.00 น.  ณ โลตัสขอนแก่น บ้านศิลา  จังหวัดขอนแก่น  ขยายแพลตฟอร์มแห่งโอกาสสำหรับผู้ประกอบการ SME จุดประกายแนวคิดธุรกิจ คนในพื้นที่ให้เห็นลู่ทางในการสร้างธุรกิจใหม่  อันเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เข้มแข้ง สร้างรายได้ให้คนในพื้นที่เติบโตอย่างยั่งยืน  

นายปรากรม กีรตวนิชเสถียร ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารพื้นที่เช่า กล่าวว่า  "การจัดงานแสดงธุรกิจแฟรนไซส์สัญจร ณ จังหวัดขอนแก่น  ถือเป็นการร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง โลตัส และหอการค้าจังหวัดขอนแก่น และผู้ประกอบการแฟรนไชส์ชื่อดัง ยกทัพธุรกิจหลากหลายประเภทที่ประสบความสำเร็จและเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้าและประชาชน มาจุดประกายทางธุรกิจสู่ภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นครั้งแรก  เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยหรือผู้ที่สนใจ สามารถเริ่มต้นเป็นเจ้าของธุรกิจของตนเองได้ง่าย ๆ ภายใต้แบรนด์ที่น่าเชื่อถือและได้รับการสนับสนุนจากเจ้าของแฟรนไชส์ ซึ่งจะนำไปสู่การช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของภูมิภาค  สร้างงาน สร้างอาชีพ ให้คนในท้องถิ่น และช่วยให้ลูกค้าและประชาชนเข้าถึงสินค้าและบริการคุณภาพได้อีกด้วย   ตามความมุ่งมั่นของเครือเจริญโภคภัณฑ์และโลตัส ในการเป็น “แพลตฟอร์มแห่งโอกาส” สำหรับผู้ประกอบการ SME และเกษตรกร ช่วยให้คนตัวเล็กได้เข้าถึงช่องทางการจำหน่ายที่กว้างขึ้นผ่านสาขาและช่องทางออนไลน์ของโลตัส ซึ่งใน ปี 2565 โลตัสมีแผนงานสนับสนุนผู้ประกอบการ SME และเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการให้ความรู้และพัฒนาศักยภาพ การเปิดพื้นที่ในศูนย์การค้าให้ผู้ประกอบการรายย่อยได้ทดลองตลาด ไปจนถึงการจำหน่ายสินค้าในห้างและบนแพลตฟอร์มออนไลน์ของโลตัส โดยเราร่วมงานกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ เพื่อช่วยสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับผู้ประกอบการ SME”   


คุณชาญณรงค์ บุริสตระกูล   ประธานหอการค้า จังหวัดขอนแก่น กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “การจัดงานแสดงธุรกิจแฟรนไซส์สัญจร ณ จังหวัดขอนแก่น โดยโลตัส เป็นอีกบทบาทหนึ่งที่หอการค้าขอนแก่น ร่วมกับโลตัส ในการสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย.ในพื้นที่ ให้สามารถสร้างธุรกิจใหม่ๆได้ง่ายขึ้น ด้วยการสนับสนุนจากเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ และโลตัส ซึ่งได้นำพื้นที่ในแต่สาขาทั่วประเทศ มานำเสนอเพื่อให้แก่ผู้ที่สนใจทำธุรกิจใหม่ ด้วยทำเลที่ดีและข้อเสนอการเช่าพื้นที่ในราคาพิเศษ โดยเรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่มีการจัดงานนี้ที่จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพ และอยากให้โครงการดีๆ อย่างนี้ได้ดำเนินกิจกรรมไปทั่วทุกภูมิภาค เพื่อเป็นหนึ่งกลไกที่ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ  ให้ผ่านพันวิกฤตโควิด-19  และสร้างศักยภาพการแข่งขันให้ผู้ประกอบการไทยได้อย่างยั่งยืน”

สำหรับรูปแบบการจัดงานแสดงธุรกิจแฟรนไซส์สัญจร ณ จังหวัดขอนแก่น ในครั้งนี้ คุณอนงค์ กระอาจน์
ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจค้าปลีกเขตจังหวัดขอนแก่น  ให้รายละเอียดว่า “ภายในงานรวบรวมแฟรนไชส์ชั้นนำ 16 แบรนด์ดัง ลงทุนเริ่มต้นหลักหมื่น เสิร์ฟพร้อมทำเลทองทั่วประเทศให้แก่ผู้สนใจ ได้แก่ ร้านสะดวกซัก Otteri, ร้านจำหน่ายอุปกรณ์มือถือ- เครื่องใช้ในสำนักงาน และ Gadget แบรนด์ Remax , ตู้กาแฟหยอดเหรียญอัตโนมัติ 24 Twenty Four Coffee Plus, ร้านจำหน่ายสินค้าเบ็ดเตล็ด Hana, ร้านจำหน่ายสินค้า Bata, โอจังลูกชิ้น, โอข้าวมันไก่, เฮียลิ้มบะหมี่เกี๊ยว, ชานม Am Tea, ลูกชิ้นเจ้พงษ์, เตี๋ยวตุ๋นหม้อไฟ Indy, ชานมไข่มุกมาจิเมะ, พิซซ่ามานา, มะพร้าวน้ำหอมปั่นนมสด COCO Walk และ ธุรกิจสะดวกซักลอนดรี้บาร์ 


งานแสดงธุรกิจแฟรนไซส์สัญจร ณ จังหวัดขอนแก่น โดยโลตัส มีการจัดงานอย่างต่อเนื่องตลอดทั้ง 4 วัน จึงขอเชิญชวนพ่อแม่พี่น้องชาวขอนแก่นและจังหวัดใกล้เคียงที่สนใจ กำลังมองหาธุรกิจ หรือต้องการจุดประกายไอเดียธุรกิจใหม่ให้กับตนเอง มาเดินช้อปแฟรนไชส์ที่ถูกใจภายในงาน พร้อมกับทำเลทองที่คุณสามารถเลือกสรรได้ตามความต้องการทั่วประเทศ   

อย่าพลาด !!  วันที่ 24-27 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 09.00-20.00 น. 
ณ โลตัสขอนแก่น บ้านศิลา  จังหวัดขอนแก่น

เปิดภารกิจมูลนิธิทันตนวัตกรรม10 ปีแห่งการค้นคว้าปฏิบัติและพัฒนา

มูลนิธิทันตนวัตกรรม ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดภารกิจ 3 ด้านสืบสานพระราชกระแสในหลวงรัชกาลที่ 9 ดำเนินงานด้านทันตนวัตกรรมเน้นหลักการ ค้นคว้า ปฏิบัติ และพัฒนา 10กว่าปีที่ผ่านมาสามารถช่วยเหลือประชาชนผ่านหน่วยทันตกรรมพระราชทานฯ ทั้ง 8 หน่วยได้มากกว่า 5 แสนคน คิดค้นนวัตกรรมด้านทันตกรรมผลิตใช้ได้เองภายในประเทศทดแทนการนำเข้า ช่วยภาครัฐประหยัดเงินได้มหาศาล ล่าสุด ร่วมกับภาคีเครือข่าย กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พัฒนาบริการนวัตกรรมทางด้านทันตกรรม (Digital Dentistry) ตั้งเป้าดูแลผู้สูงอายุ ให้มีสภาวะสุขภาพช่องปากที่ดีขึ้นต่อไป


นายวรวุฒิ กุลแก้ว เลขาธิการมูลนิธิทันตนวัตกรรม ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยในโอกาสจัดกิจกรรม “มูลนิธิทันตนวัตกรรมฯ พบสื่อมวลชน” ว่าในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมานับตั้งแต่มีการจัดตั้งมูลนิธิฯ ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2552 มูลนิธิฯ ได้สนับสนุนการให้บริการด้านทันตกรรมแก่ประชาชนผ่านหน่วยทันตกรรมพระราชทาน ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ไปแล้วประมาณ500,000 คนรวมทั้งมีโครงการที่ทำให้ประชาชนเข้าถึงนวัตกรรมที่ผลิตได้ภายในประเทศ โดยให้เครือข่ายนำไปใช้ช่วยเหลือประชาชน อย่างเช่น โครงการรากฟันเทียเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9
ได้มากกว่า30,000 คน

นายวรวุฒิ กุลแก้ว เลขาธิการมูลนิธิทันตนวัตกรรม ในพระบรมราชูปถัมภ์ 



มูลนิธิทันตนวัตกรรม ในพระบรมราชูปถัมภ์ เดิมเป็นหน่วยงานหนึ่งในหน่วยทันตกรรมพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ต่อมามีการจัดตั้งเป็นมูลนิธิฯ เมื่อปี พ.ศ. 2552 ตามพระราชกระแส ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่ว่าทันตแพทย์ไม่ควรจะทำการรักษาอย่างเดียว
ควรจะได้มีการคิดค้น พัฒนาวิจัย และพัฒนา เพื่อที่จะผลิต วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ขึ้นมาใช้เอง
ในประเทศด้วย 

ศาสตราจารย์พิเศษ ทันตแพทย์หญิง ท่านผู้หญิงเพ็ชรา เตชะกัมพุช
ผู้อำนวยการหน่วยทันตกรรมพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9

โดยมีศาสตราจารย์พิเศษ ทันตแพทย์หญิง ท่านผู้หญิงเพ็ชรา เตชะกัมพุช ผู้อำนวยการหน่วยทันตกรรมพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เป็นผู้ดำเนินการเลขาธิการมูลนิธิทันตนวัตกรรม ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวต่อว่า สำหรับภารกิจของมูลนิธิฯ มีหน้าที่หลักอยู่ 3ประการ คือ

ภารกิจส่วนแรก เป็นฝ่ายเลขานุการของหน่วยทันตกรรมพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่9 ซึ่งมีหน่วยบริการอยู่ทั้งหมด 8 แห่ง คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โดยมูลนิธิฯ สนับสนุนเรื่องวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือในการออกให้บริการประชาชน ซึ่งแต่ละปีสามารถให้บริการประชาชนได้ประมาณ 50,000 คน ภายใน 10 ปี มียอดรวมประมาณ 500,000 กว่าคน


ภารกิจส่วนที่ 2 คือทำการวิจัยและพัฒนา เพื่อให้เกิดนวัตกรรมสำหรับนำไปรักษา แก้ไข ฟื้นฟู ป้องกัน ทางทันตกรรมให้กับประชาชน ปัจจุบันนี้มีผลิตผลซึ่งเกิดจากการวิจัยและพัฒนาของมูลนิธิฯ 3 กลุ่ม คือ กลุ่มอาหารทางการแพทย์ เช่น เจลลี่โภชนา อาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็งช่องปาก วุ้นชุ่มปาก หรือนวัตกรรมน้ำลายเทียมชนิดเจลสำหรับผู้ที่มีภาวะปากแห้ง น้ำลายน้อย หรือ ผู้สูงอายุ ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เข้าถึงประชาชนผู้ใช้ได้ประมาณ240,000 คน ในช่วงเวลา 10 กว่าปีที่ผ่านมา กลุ่มเครื่องมือแพทย์มี รากฟันเทียมสำหรับผู้สูญเสียฟัน ฟันเทียมทั้งปาก ซึ่งฟันเทียมประเภทนี้จำเป็นมากสำหรับผู้สูงอายุซึ่งจะต้องได้ใส่ฟันเทียมเพื่อที่จะได้มีฟันเทียมเคี้ยวอาหาร



นอกจากนี้ยังมีสารผนึกหลุมร่องฟันเรซิน เอาไว้สำหรับป้องกันฟันผุ กรณีผู้ที่ที่มีปัญหาหลุมร่องฟันซึ่งจะ
นำไปสู่ปัญหาฟันผุ ล่าสุดผลงานที่สำคัญคือ งานวิจัยและพัฒนาผลิตน้ำยาบ้วนปากฆ่าเชื้อในช่องปากจากหญ้าแฝกตามแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งที่ผ่านมาใช้ประโยชน์จากหญ้าแฝกในการอนุรักษ์ดินและน้ำเป็นหลัก

ภารกิจส่วนที่ 3 คือร่วมกับภาคีเครือข่ายในการให้บริการกับประชาชน เกิดโครงการต่างๆ ที่ทำให้ประชาชนเข้าถึงนวัตกรรม และเทคโนโลยีขั้นสูง เช่นโครงการรากฟันเทียมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ซึ่งปกติแล้วรากฟันเทียมหนึ่งซี่ราคาแพงแต่ในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมาประชาชนได้รับบริการฟรีไปแล้วประมาณ 30,000 กว่าคนคิดเป็นมูลค่าในการประหยัดเงินได้มหาศาล



เลขาธิการมูลนิธิทันตนวัตกรรม ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า มูลนิธิทันตนวัตกรรม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 พระราชทานสิ่งสำคัญไว้หลายประการ แต่สิ่งสำคัญประการหนึ่งก็คือเรื่องที่มีแนวพระราชกระแสเกี่ยวกับการค้นคว้า ปฏิบัติ พัฒนา ซึ่งทำให้การดำเนินงานของมูลนิธิฯมีทิศทางที่ชัดเจน และเนื่องจากในเวลานี้เป็นยุคดิจิทัล เป็นกระแสของโลก ในปี 2565 ถึงปี 2570 มูลนิธิฯ จึงได้ร่วมมือกับกรมอนามัยกระทรวงสาธารณสุข ในการดำเนินการวิจัยและพัฒนาเพื่อเปลี่ยนระบบการให้บริการทันตกรรมเดิมที่เรียกว่า Analog ไปสู่ Digital Systemเพื่อทำให้ประชาชนนับสิบล้านคนเข้าถึงการให้บริการรวมทั้งเข้าถึงนวัตกรรม และเทคโนโลยีขั้นสูงที่เกิดจากการวิจัย พัฒนาของมูลนิธิฯ



“เราให้ความสำคัญกับวิจัยและพัฒนา ซึ่งยังมีหลายเรื่องที่อยู่ระหว่างดำเนินการให้แล้วเสร็จ รวมทั้งเรื่อง
ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 รับสั่งไว้เป็นพระราชกระแส เป็นรับสั่งสุดท้ายก่อนสวรรคตว่า ผู้สูงอายุอย่างเรามีจำนวนมาก ทันตแพทย์ต้องช่วยดูแล ซึ่งผู้สูงอายุปัจจุบันมีเพิ่มขึ้นถึง 14 ล้านคน อันนี้ก็เป็นโจทย์สำคัญ
ที่มูลนิธิฯและภาคีเครือข่ายจะต้องหากรรมวิธีที่จะดำเนินการที่จะทำให้ผู้สูงอายุเหล่านั้นได้รับการดูแลรักษาทางด้านทันตกรรมให้เหมาะสมและมีสภาวะสุขภาพช่องปากที่ดีขึ้นต่อไป”เลขาธิการมูลนิธิทันตนวัตกรรม ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าว