02 กันยายน 2562

สีฟ้า ความอร่อยระดับตำนาน

 


วันนี้ Wefiethailand ขอแวบมากินเมนูต้นตำรับของ สีฟ้า ร้านนี้เป็นร้านดังของชาวไทย เรียกได้ว่า
เป็นความอร่อยแสนยาวนานกว่า 83 ปี ของความตั้งใจ พิถีพิถัน คัดสรรวัตถุดิบชั้นดี ผ่านกรรมวิธีการผลิตอันเป็นเอกลักษณ์ ปรุงด้วยสูตรต้นตำรับสีฟ้า กลายเป็นที่มาของความอร่อสีฟ้าร้านนี้ถือเป็นอีกร้านเด็ด เป็นอาหารจานโปรดของคนไทย ความใส่ใจในคุณภาพของวัตถุดิบ เครื่องเทศ และการปรุงอาหาร คือหัวใจสำคัญที่สีฟ้ายึดถืออย่าลืม…สีฟ้า…เวลาหิว... เลือกสรรวัตถุดิบชั้นดี ใส่ใจในทุกขั้นตอน  

รสชาติอันยอดเยี่ยมและความชิคมาจนถึงปัจจุบัน วัตถุดิบดีพิถีพิถันการทำ แถมโปรก็มีมาให้ตลอด สีฟ้าอยู่คู่กรุงมากว่า 83 ปี ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น อร่อยเด็ดระดับตำนาน


เรื่องบะหมี่ สีฟ้า เค้าทำเอง
อย่าถามว่าร้านไหนอร่อย?  ทานบะหมี่ที่ร้านสีฟ้า สาขาเซ็นทรัลเวิลดิ์ ที่นี่เค้ามีชื่อเรื่องบะหมี่  แอบไปสืบเคล็ดลับความอร่อย ว่าทำอย่างไรทำไม เริ่มต้นกัน ที่มื้อง่าย บะหมี่สีฟ้า - บะหมี่ไข่แท้สีเหลืองทองที่ทางสีฟ้าทำเอง ใช้ไข่เป็ดคุณภาพ ผสมให้เข้ากับแป้งสาลีอย่างดีบะหมี่เส้นเล็กเรียวสูตรดั้งเดิมของสีฟ้า บะหมี่ของที่นี่มีลักษณะเป็นเส้นเล็กๆ แบนๆ เหมือนกับเส้นทั่วๆ ไป แต่สิ่งที่แตกต่างจากที่อื่นๆ เลย คือว่าที่นี่ใช้ไข่ทำบะหมี่อย่างแท้จริง และใช้ไข่เยอะและใส่ด่างน้อยกว่าท้องตลาดทั่วไป ทำให้เวลารับประทานจะได้กลิ่นความหอมของไข่ ที่มีมานานกว่า 80 ปี ใช้ไข่เป็ดคัดเกรด คือวัตถุดิบหลักในการทำเส้นบะหมี่ที่ไม่เหมือนใคร ส่วนรสชาติก็คงตามสูตรเดิมมาตั้งแต่แรก ทำให้เส้นบะหมี่เหนียวนุ่ม สีเหลืองทอง คลุกเคล้ากับกระเทียมเจียว กลิ่นหอมเตะจมูก ชูความโดดเด่นให้เส้นบะหมี่หอมน่ารับประทาน เปลี่ยนแค่วัตถุดิบที่คุณภาพดี



แนะนำเมนู The Signature Dishes 
ขอรวมเน้นๆ กันไปเลย เอาแบบจุกๆ จัดหนักๆ กับของกินจากร้านสีฟ้า ฟ้า ให้บริการอาหาร และเครื่องดื่ม โดยเปิดให้บริการในสถานที่ ต่างๆ เช่น ศูนย์การค้า, โรงพยาบาล และแหล่งธุรกิจต่างๆ เป็นต้น โดยมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็น กลุ่มครอบครัว, วัยรุ่น, วัยทำงาน รวมถึงกลุ่มลูกค้าเก่าดั้งเดิมของสีฟ้า ราคาไม่แพง กินได้เรื่อย ๆ ไม่มีเบื่อบะหมี่แห้งอัศวินลายเสือ คือ การรวมตัวของบะหมี่แห้งอัศวิน  วันนี้เรามีเมนูยอดนิยมที่ใครได้กินแล้วต้องติดใจ มาชมกันคะ


บะหมี่แห้งอัศวิน
คำว่า “อัศวิน” มีที่มาตั้งแต่สมัยสีฟ้าบนถนนราชวงศ์  เป็นคำที่ใช้เรียกนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ในสมัยนั้น  เมื่อกลุ่มอัศวินแวะมากินที่ร้านสีฟ้า  ก็นิยมสั่งรายการเป็นพิเศษเพิ่มเครื่องเยอะๆ  อาหารชามที่อัศวินสั่งจึงแน่นไปด้วยเครื่องตั้งแต่  เซี่ยงจี้  กุ้ง  หมูแดง  หมูหวาน  ลูกชิ้นปลา  ลูกชิ้นกุ้ง  ฮื่อก้วย  เนื้อไก่  และก้ามปู  ลูกค้าอื่นเห็นแล้วอยากกินแบบที่อัศวินกินบ้าง  จึงสั่งตาม  และเป็นที่มาของอัศวินสีฟ้า เช่น เมนูบะหมี่แห้งอัศวิน เครื่องแน่นแบบสาแก่ใจ ประทับใจจานนี้มากที่สุดเพราะรสชาติเข้มข้นและมีผักสดๆ ใส่มาให้เยอะ

บะหมี่แห้งอัศวิน

บะหมี่ราชวงศ์ บะหมี่จากไข่
บะหมี่ราชวงศ์ บะหมี่จากไข่
สุดยอดบะหมี่ราชวงศ์ในตำนาน เมนูที่สีฟ้าภูมิใจ บะหมี่ชามนี้ สีฟ้าทำเองทุกอย่าง ตั้งแต่เส้นบะหมี่ที่ใช้ไข่เป็ดเป็นวัตถุดิบหลัก ทำให้เส้นเหนียวนุ่ม สีเหลืองทอง กลิ่นหอม ลูกชิ้นปลาปั้นด้วยมือ ใช้เนื้อปลาทะเลแท้ 100% ลูกชิ้นกุ้งปั้นสด สัมผัสได้ถึงเนื้อกุ้งเต็มๆ คำ ฮื่อก๊วยทอดเนื้อแน่นแบบดั้งเดิม ลูกชิ้นปลา & เกี๊ยวปลา สีฟ้าปั้นด้วยมือ เราเลือกใช้เนื้อปลาทะเลแท้ 100% ไม่มีส่วนผสมของแป้ง ซึ่งนอกจากความพิเศษที่สี เส้นเหนียวนุ่ม หม่ำคู่ลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นกุ้ง เนื้อปลาทะเล 


ก๋วยเตี๋ยวราดหน้าปลากระพง
ก๋วยเตี๋ยวราดหน้าปลากะพงจานนี้ถือเป็นน้องใหม่แต่ก็มีอายุไม่ต่ำกว่า 40 ปีแล้ว เมื่อก่อนจะมีเมนูปลากะพงน้ำแดงเป็นเมนูโต๊ะจีน  จนเริ่มเข้าสู่ยุคหม้อดินกำลังฮิตเอาใจคนชอบกินขิง ให้ความรู้สึกอุ่นชุ่มคอปลากะพงน้ำแดงหั่นเป็นชิ้นพอประมาณทอดให้เหลืองกรอบ นำมาผัดกับขิงซอย กระเทียม พริกแดง หมู เห็ดหอม ปรุงด้วยซีอิ้ว เหล้าจีน ใส่แป้งให้เหนียว นำหม้อดินมา รองชั้นล่างด้วยผักบุ้งไฟแดง ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ และปลากะพงน้ำแดงลงไป ตุ๋นบนเตาให้เดือดปุด ๆ ก่อนเสิร์ฟร้อน ๆ จะได้กลิ่นหอมฟุ้งมาแต่ไกลทีเดียว


อีหมี่ ครั้งหนึ่งเคยถูกเรียกว่า อีหมี่ 15 นาที
ด้วยความอร่อยที่คุ้มค่าแก่การรอคอย ใครห้ามย่างก้นหม้อ บะหมีจะกรอบๆไหม้นิดๆ ห้อมหอม 

นำเส้นไปทอดกรอบ แล้วอบพร้อมน้ำซุปในหม้อดิน ทำให้เส้นชุ่มฉ่ำนุ่มเหนียว ตัดกับความกรอบของเส้นที่ก้นหม้อดิน โรยหน้าด้วยแฮมและไก่ฉีก เสิร์ฟในหม้อดินที่เก็บความร้อนได้ดี มีซอสเปรี้ยวให้ปรุงเพื่อความอร่อยจานนี้เป็นเมนูโปรดสุดของ โวยวาย เมื่อมองภายนอกก็แบบไม่มีอะไร แท้จริงแล้วความเด็ดมันอยู่ที่ก้นหม้อ สะใจมากก เติมพริกไทย อร่อยเหาะเหมือนเดิม  ‘อีหมี่’ ก็เหมือนกัน สูตรจะคล้ายกัน แต่ต่างจากเส้นบะหมี่ตรงที่ว่า ส่วนผสมของเส้นอีหมี่จะไม่ใส่ด่าง และตัวเส้นจะโตกว่า เพื่อสร้างความหลากหลายในคุณสมบัติของตัวเส้นแต่ละแบบนั่นเอง ทำให้คุณได้รสสัมผัสที่แตกต่างกัน


หมูสะเต๊ะสูตรต้นตำรับ 
หมูสะเต๊ะเนื้อหนานุ่มนิ่มมากๆ และที่รู้สึกชอบและพิเศษกว่าร้านอื่นๆ คือ หมูของร้านนี้ไม่ค่อยมีมัน นุ่มหอมอร่อยในตัวเอง เมนูที่มีมาตั้งแต่ยุคเริ่มแรกของสีฟ้าที่ใช้เนื้อหมูสันนอกพอติดมันนิดๆ หมักเครื่องเทศเสียบไม้แบบหนานุ่มเต็มชิ้น ย่างกับไฟแรงพร้อมชโลมกะทิสดไปด้วย กินคู่กับน้ำจิ้มหมูสะเต๊ะ
สูตราสุดเข้มข้น



เป็ดย่างสีฟ้า 
หนังบางเนื้อนุ่มๆ ชุ่มด้วยน้ำราดรสหวานนำตัดเปรี้ยวเค็มด้วยน้ำจิ้ม เนื้อเป็ดค่อนข้างหนา ไม่มีกลิ่นสาบและไม่แห้ง คลุกเคล้ากับน้ำปรุงรสสูตรเฉพาะต้นตำรับกวางตุ้งแท้ เนื้อนุ่มกลิ่นห้อมหอม สีจะออกดำนิดๆ ทีเด็ดอยู่ที่น้ำราดและน้ำจิ้ม รสชาติกำลังดี



ขนมจีบปั้นสด/ขนมจีบทอด
ขนมจีบแป้งเกี๊ยวกรอบอร่อยเห็นลูกเล็กๆ แบบนี้ แต่ความอร่อยไม่เป็นสองรองใคร ทั้งไส้ที่อัดแน่นไปด้วยหมู กุ้ง หน่อไม้ และต้นหอมและการปั้นที่ทำสดใหม่จานต่อจาน
อยากกินขนมจีบกุ้ง หมู หากเป็นที่อื่นคงจะต้องสั่งแยกเป็นอย่างๆ แต่สีฟ้าได้รวมเอาทั้งหมูเนื้อนุ่ม และเนื้อกุ้งสดกรอบสับมารวมไว้ในลูกเดียว บดคลุกเคล้ากับหน่อไม้และต้นหอม ปรุงรสด้วยเครื่องเทศตำหรับพิเศษสูตรเฉพาะของสีฟ้าที่บอกต่อกันมายาวนานตั้งแต่สมัยราชวงศ์ ห่อด้วยแป้งห่อเกี๊ยวที่มีสัดส่วนของไข่สดมากกว่าแป้งหลายเท่า เมื่อนึ่งออกมาแล้ว แป้งไข่แผ่นหนาจะละลายเคลือบขนมจีบทั้งลูก ให้สัมผัสที่หนา นุ่ม รสชาติที่เข้มข้นจากน้ำเครื่องเทศของใส้ที่ละลายเคล้ากันอย่างลงตัว แซมด้วยกลิ่นหอมของแป้งไข่สด ไม่เหม็นหืน หรือถ้าจะทอด ก็จะได้ขนมจีบแป้งเกี๊ยวกรอบอร่อย ที่สำคัญขนมจีนสีฟ้าของแท้ต้องลูกเล็กพอดีคำ


เกี๊ยวกรอบ
ขอยกให้เป็นเมนูธรรมดาที่ไม่ธรรมดาที่สุดของสีฟ้า สำหรับเกี๊ยวกรอบที่ละลายในปากแต่ไม่ละลายในมือ ด้วยความกรอบเบาอร่อยของแป้งเกี๊ยวจากแป้งบะหมี่ที่ทำจากไข่ล้วนๆ กับความหอมของไข่ที่เผลอแป๊บเดียวก็หยิบจิ้มกับน้ำจิ้มบ๊วยสูตรพิเศษจนหมดจาน เกี๊ยวกรอบ ที่ไม่ได้มีแค่ความกรอบเพราะแป้งที่ใช้ทำเกี๊ยวนั้นคือแป้งชนิดเดียวกับแป้งบะหมี่ของสีฟ้า มีส่วนผสมที่ทำจากไข่เป็นส่วนใหญ่ ตัวแป้งจึงมีความนุ่มละมุน ต่างจากเกี๊ยวกรอบทั่วไป เกี๊ยวกรอบสีฟ้า กรอบอร่อย ชิ้นเดียวไม่เคยพอ


คาวแล้วต้องตามด้วยหวาน 
ร้านนี้จัด ไอศกรีมกล้วยไข่เชื่อม เรื่องกล้วยๆ แต่วิธีทำไม่กล้วยเหมือนชื่อนะคะ กล้วยไข่เชื่อมของ
สีฟ้า เลือกมาต้องเป็นกล้วยไข่ที่แก่จัด เชื่อมด้วยน้ำเชื่อมเข้มข้น ทำให้เนื้อสัมผัสของกล้วยไข่เชื่อม
เนื้อกล้วยเชื่อม มีความนุ่มหนึบ ราดด้วยหัวกะทิรสชาติเค็มเล็กน้อยเพื่อตัดหวาน ทำให้มีรสชาติกลมกล่อม กำลังดี ฟินสุดๆ





ใกล้ สีฟ้าที่ไหนไปที่นั่น  มีสาขาทั้งหมด 20 สาขา

ร้านนี้ราคากับคุณภาพถือว่าไปในทิศทางเดียวกันดี สีฟ้า มีหลายสาขาเลย บริการอาหารและเครื่องดื่ม
สีฟ้า บริการอาหารและเครื่องดื่ม มีสาขาทั้งหมด 20 สาขา  สยาม, ธนิยะ, เมเจอร์รัชโยธิน, ทองหล่อ, แฟชั่นไอส์แลนด์, โลตัสพระราม 4, โลตัสพระราม 3, เทอร์มินัล 21, โลตัสประชาชื่น, โลตัสลาดพร้าว,
ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต, เซ็นทรัลเวิลด์, เอสพลานาด รัชดา, เอสพลานาด งามวงศ์งาน-แคราย, เดอะเซอร์เคิล ราชพฤกษ์, โรงพยาบาลรามาธิบดี, สาธร, เมกาบางนา,เซ็นทรัลพลาซา พระราม 3, เซ็นทรัลพลาซ่า เวสต์เกต 


สำหรับ โปรโมชั่น!
เมื่อสั่งเมนู The Signature Dishes เพิ่มความอร่อยด้วยเมนู Signature Snackเพียง 59.- เท่านั้น!

เลือกรับความอร่อยจากเมนู Signature Appetizer
เกี๊ยวกรอบ (ราคาปกติ 70.-)
ขนมจีบนึ่ง (ราคาปกติ 85.-)
ปอเปี๊ยะสด (ราคาปกติ 80.-)

โปรโมชั่นเริ่ม ตั้งแต่วันนี้ - 30 กันยายน 2562
โปรดติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่http://seefah.com/the-signature-appetizer-59-baht/



อิ่มอร่อยได้ที่ร้านสีฟ้า ทุกสาขาใกล้บ้านคุณ
#อย่าลืมสีฟ้าเวลาหิว
#5TheSignature #SEEFAHTheSignat

01 กันยายน 2562

หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านโรคตับ รพ.จุฬาฯ เผยวิกฤตโรคตับ


โรคตับเป็นปัญหาสำคัญของประเทศไทยประชาชนไทย เชื่อหรือไม่ คนไทยทุก ๆ สิบคน มีโรคตับอักเสบเรื้องรังแอบซ่อนอยู่อย่างน้อยหนึ่งคน โดยเจ้าของตับไม่มีโอกาสรู้ หากไม่ได้รับการตรวจที่เหมาะสม ทำให้เสียโอกาสในการป้องกันและรักษาตั้งแต่เริ่มต้น หากมีการให้ความรู้ที่ถูกต้องถึงความเสี่ยง ระยะเวลาการดำเนินของโรค การป้องกันการเฝ้าระวังและวิธีดูแลรักษา จะทำให้สามารถป้องกัน ลดภาวะความรุนแรงหรือรักษาโรคให้หายได้ ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านโรคตับ รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เตรียมจัดงานเสวนารู้ทันโรคตับ ตอนไวรัสตับอักเสบบี ซี ไขมันตับ มะเร็งตับ “กัญชาหรือยาหมอ”

ในวันอาทิตย์ที่
20 ตุลาคม 2562 เวลา 08.00-16.30 น ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย





รศ.นพ.ดร.ปิยะวัฒน์ โกมลมิศร์ หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านโรคตับ รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ..... เปิดเผยว่า
“ ปกติแล้ว ศูนย์ฯ นอกจากให้การรักษาบริการด้านการแพทย์โรคตับแล้ว ยังมีนโยบายการสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชนเกี่ยวกับโรคตับ ในทุกปีจะมีการจัดงานเสวนาใหญ่เพื่อประชาสัมพันธ์ด้านโรคตับ และในแต่ละปีเราใช้คำว่า “งานเสวนารู้ทันโลกตับ” แต่ธีมส์ในการเสวนาจะเปลี่ยนไปในทุก ๆ ปี ระยะหลังจะจัดงานค่อนข้างใหญ่ขึ้น ที่หอประชุมใหญ่ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย เป็นที่เดียวกับที่นิสิตจะรับปริญญา จุคน 1500 คน ประชาชนที่เข้ามา ก็มาอย่างตั้งใจเพราะมีค่าใช้จ่ายในกาเข้าร่วมประชุมมากกว่า 1500 คน ต่อปีต่อครั้ง”


และในปีนี้จัดงานขึ้น 20 ตุลาคม 8.00-16.00 น. โดยใช้ชื่อ เสวนารู้ทันโรคตับไวรัสตับอีกเสบบี ซี ไขมันพอกตับ มะเร็งตับ และยังมี “กัญชาหรือยาหมอ “ เป็นไฮไลท์ของปีนี้ ...เมื่อรู้ทันโรคตับแล้ว จะเลือกกัญชาหรือยาหมอ เป็นจุดสำคัญ ศ.นพ. ธีรวัฒน์ เหมะจุฑา เป็นวิทยากร

ความเข้าใจผิดอุปสรรคใหญ่ในการรักษา

หัวหน้าศูนย์ฯ กล่าวต่อถึงกิจกรรมภายในงานว่า ตั้งแต่เช้าจะเน้นเรื่องของ โรคตับชนิดต่าง ๆ โดยเฉพาะ ไวรัสตับ บี ซี แอลกอฮอลล์ ไขมันพอกตับ ที่สำคัญกว่านั้นคือปัจจุบันการรักษาโรคเหล่านี้ เปลี่ยนแปลงไป ไวรัสซี สามารถรักษาได้หายขาดเกือบ 100 % และนโยบายของรัฐเอง คนทุกคนที่เป็นไวรัสตับอักเสบซี สามารถเข้ารับการรักษาได้ ไวรัสบีเองก็มียาที่ดีมากร่วมยี่สิบปีแล้ว นอกจากนี้ยังจะมีการสร้างความเข้าใจในด้านไขมันฟอกตับ อีกประการหนึ่ง คนที่เป็นโรคตับนอกจากความเข้าใจผิดแล้ว อีกเรื่องหนึ่งคือกำลังใจ การดูแลตัวเอง กำลังใจที่จะกินยารักษา พลังใจที่จะลดน้ำหนัก ควบคุมอาหาร พลังใจที่เมื่อรู้ว่าตัวเองเป็นตับแข็งเป็นมะเร็งตับแล้วจะมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างไร ทั้งที่โรคเหล่านี้หายขาดได้ แต่กำลังใจพังไปซะก่อนที่ตับจะพัง คำว่ากำลังใจนี้สำคัญ โดยจะมีผู้ป่วยโรคตับที่ได้รับการเปลี่ยนตับไปแล้ว จะดูแลตัวเองอย่างไร คนที่ตับแข็งไปแล้ว เขาปรับชีวิตไปเป็นนักกีฬามาราธอน ทำอย่างไรที่จะควบคุมอารมณ์จนโรคตับหายไป 

นอกจากนั้นภายในงาน ยังได้เชิญ คุณนวลพรรณ  ล่ำซำ ท่านไม่ได้เป็นโรคตับ แต่ถือว่าเป็นบุคคลที่สำคัญในหลาย ๆ ด้าน ที่สำคัญคือเป็นผู้นำเยาวชนในการออกกำลังกาย ความใส่ใจ ความสนใจในการออกกำลังกาย เล่นฟุตบอลต่างๆ ซึ่งเป็นจุดสำคัญว่าเราจะต้าน โรคไขมันพอกตับได้อย่างไร ในงานของการเสวนาเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก


รศ.นพ.ดร.ปิยะวัฒน์ โกมลมิศร์ 


รศ.นพ.ดร.ปิยะวัฒน์ โกมลมิศร์ กล่าวด้วยว่า หลังเสวนา ช่วงท้ายจะมี ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสตับอักเสบและเป็นผู้นำด้านการรักษาโรคคนหนึ่ง ท่านจะมาคุยโรคเราจะได้ยิน WHO ว่า
ไวรัสสับอักเสบจะหมดไปใน
2030 อีกสิบปีข้างหน้าประเทศไทยจะจัดการไวรัสตับอักเสบได้หมดไป
ตามนโยบายขององค์การอนามัยโรคจริงหรือไม่ ซึ่งจะมีข้อมูลจากงานวิจัยมาให้ประชาชนได้รับทราบและวางแผนในการใช้ชีวิต หลายคนที่เข้ามาในการประชุมต้องการรู้มากว่า 


ตอนนี้ไวรัสซี มียาที่หายขาดหรือไม่ ไวรัสบีมียาที่รักษาให้ตับแข็งหายแข็งได้แล้ว ตับคนไข้นั้น เรารอ
จนกระทั่งตับหายแข็งไปเลยมี แต่ความเชื่อของคนไทยเป็นอุปสรรคต่อการรักษา เพราะฉะนั้นคนที่ต้องการจะรู้เกี่ยวกับการรักษาไวรัสที่ว่ามานี้ ต้องมาในงานนี้ ปัญหาคือคนที่เป็นโรคตับกว่าจะถึงระยะสุดท้ายต้องใช้เวลา
20-30 ปี โดยที่เจ้าตัวไม่รู้เลยว่ามีโรคตับแอบแฝงอยู่ ในนี้ ( กลุ่มสื่อมวลชนที่สัมภาษณ์) ใน 10 คนไม่รู้เลยว่ามี คนที่เป็นโรคตับแอบแฝงอยู่ เพราะฉะนั้นคนที่จะเป็นตับแข็งอีกยี่สิบปีจึงจะรู้หากไม่ไปตรวจร่างกาย แต่โรคตับจะมาเหมือนกับตกเหวเลยทีเดียว ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะมาเมื่อมีปัญหามากแล้ว มีน้ำโต ท้องมาร อาเจียนเป็นเลือด ชีวิตจริงของจริง จะมีผู้ป่วยที่เป็นโรคตับมาแสดง
จริงว่าเราจะทำอย่างไรกันบ้าง ที่จะหยุดโรคนั้น




มะเร็งตับรักษาได้
หัวหน้าศูนย์ ฯ กล่าวต่อไปว่า “ชั่วโมงสุดท้ายมีการพูดถึงเรื่องมะเร็งตับว่าสามเดือนสุดท้ายเมื่อเป็นมะเร็งตับเตรียมตัวตาย แต่จริงๆ แล้วปัจจุบันเราสามารถตรวจจับมะเร็งได้ตั้งแต่ระยะต้น ผ่าตัดได้
เปลี่ยนตับได้ หายขาดได้ แต่ถ้าใครที่ปล่อยตัวเองไปจนกระทั่งถึงเป็นมากแล้ว เรายังมีวิทยาการต่างๆ
ที่จุฬาฯ เองสามารถจี้ด้วยความร้อน อุด ใช้ไมโครเวฟ ใช้แอลกอฮอลล์ ใช้รังสีทำลายมะเร็งหรือหยุด
โรคมะเร็งได้ แต่ถ้ามะเร็งยังก้าวต่อไปเรายังมียาปัจจุบันที่ไปยับยั้งในเรื่องของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงตัวมะเร็ง ยับยั้งตัวมะเร็งเองไม่ให้โตขึ้น มีหลายชนิด มีคนใช้อยู่เยอะ ได้ผลประโยชน์จากยาเยอะ แต่ที่ไปไกลกว่านั้นคือเดี๋ยวนี้เราเปลี่ยนวิทยาการรักษาไปถึงขั้นเราไม่ได้รักษาด้วยเคมีบำบัด ไม่ได้รักษาด้วยยาหยุดมะเร็งเราใช้ภูมิต้านทานในการหยุดมะเร็ง ซึ่งก็เปลี่ยนไป เราได้ยินคำว่า เคมีบำบัด เดี๋ยวนี้เปลี่ยนเป็นยามุ่งเป้า การรักษายามุ่งเป้าจับในเซลล์มะเร็งโตไม่ได้ แต่ยุคนี้เปลี่ยนไปอีกไม่ได้ใช้ยามุ่งเป้าแล้ว แต่เป็นยาที่ไปกระตุ้นภูมิต้านทานของตนเองไปรู้จักว่ามะเร็งแอบอยู่ในร่างกายตรงไหน เรามีตัวอย่างมากมาย ใครสนใจในการรักษา มะเร็งตับในวิธีใหม่ๆ น่าจะเข้ามาฟัง





สถานการณ์การเป็นมะเร็งตับในคนไทย

หัวหน้าศูนย์ ฯ เผยถึงสถานการณ์การเป็นมะเร็งตับในประเทศไทยว่า ต้องใช้คำว่า ครองโลกมนุษย์
เป็นอันดับหนึ่งของมะเร็งทั้งปวง ในผู้ชายอันดับหนึ่งคือ มะเร็งตับ รองลงมาคือมะเร็งลำไส้ มะเร็งต่าง ๆ ผู้หญิงก็อาจจะมีมะเร็งเต้านม ปากมดลูก นำหน้าขึ้นมานิดหนึ่งแต่อันดับสามก็ยังคงเป็นมะเร็งตับ

ทำไมเป็นมะเร็งตับ เพราะมะเร็งตับมองสองแบบ หนึ่งมะเร็งท่อน้ำดี เราเป็นเมืองหลวงของมะเร็งท่อ
น้ำดีของโลก อีสานบ้านเรามีผู้ป่วยเยอะมาก เป็นของคนยุคเจนเนอเรชั่นเก่า ที่กินปลาส้ม ปลาร้า ที่ก่อให้เกิดพยาธิใบไม้ทำให้ท่อน้ำดีอักเสบเรื้อรังจนกระทั่งกลายเป็นมะเร็งท่อน้ำดี


ปัจจุบันเริ่มลดลง เพราะประเทศพัฒนาขึ้น ส่วนมะเร็งที่ยังนำหน้าอยู่คือมะเร็งตับ โดยตรง ภาวะเสี่ยงที่ไปถึงตรงนั้น ไวรัสตับอักเสบบี ซี อัลกอฮอลล์ ไขมันพอกตับ จะเป็นเยอะมาก นอกจากนั้นเป็นโรคอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดเรื้อรัง เช่นโรคแพ้ภูมิตัวเอง ทำให้ตับเรื้อรังได้ กว่าคนเราจะตับแข็ง ติดเชื้อวันนี้ ดื่มเหล้า
วันนี้ กว่าจะถึงขั้นตับแข็งใช้วเลาสิบถึงสามสิบปี เป็นโรคโดยไม่รู้ตัว เราจึงได้ข่าวว่า คนที่เป็นมะเร็งตับเพราะมะเร็งโตขึ้นจนเต็มตับแต่เจ้าตัวไม่รู้ หรือเป็นตับแข็งหรือตับวายมาแต่เจ้าตัวไม่รู้ ถ้าเรามองภาพ
ว่า เด็กหรือผู้ใหญ่ต่ำกว่า
30 ปี จะหลุดจากภาวะนั้น แต่ถ้ามากกว่า 30 ปี ขึ้นไปต้องตรวจ
ปัญหาเรื่องโรคตับ

เมื่อถามถึงการสังเกตุอาการก่อนจะเป็นโรคตับ หัวหน้าศูนย์ ฯ กล่าวว่า “ต้องเดินเข้าไปตรวจอย่างเดียว เช็คดูค่าการอักเสบของตับ บอกหมอได้เลยว่าขอเช็คไวรัสบี ไวรัสซี คัดกรอง เสียค่าใช้จ่ายหลักร้อยเท่านั้น อัลตราซาวน์ควรจะทำสักครั้งว่าจะมีก้อนอะไรอยู่ในตับหรือไม่ ควรรู้พื้นฐานก่อน ใครก็ตามที่มีญาติพี่น้องเป็นตับแข็ง ต้องตรวจ อาจเป็นพันธุกรรม ซึ่งรักษากันแต่เนิ่น ๆ ไวรัสซี เมื่อ 35 ปีที่แล้ว เราไม่รู้จัก ใครที่ได้รับเลือด ยุคนั้นสมัยที่เรายังเป็นนักเรียนในยุคนั้น คนทางเหนือตอนล่างที่พิษณุโลก หล่มสัก เพชรบูรณ์ น่าจะเป็นดงของไวรัสตับซี จะเป็นเพราะยุคสงคราม หมู่บ้านหนึ่งไปสำรวจ มีไวรัสซีซ่อนอยู่ถึง 16 คนใน 100 คน ทั่วประเทศไทย เฉลี่ย 2 %

ด้านความแตกต่างของไวรัสตับแต่ละตัว

หัวหน้าศูนย์ ฯ กล่าวถึง อาการของไวรัสตับในแต่ละตัวว่า พอจะแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ด้วยกัน คือ

1. โรคตับอักเสบเฉียบพลัน ซึ่งมีสาเหตุจากเชื้อไวรัสตับอักเสบหลายชนิด เช่น เอ บี ซี ดี อี และเชื้อไวรัสตัวอื่น ๆ รวมทั้งยาหรือสารมีพิษต่าง ๆ ที่พบได้บ่อยคือ การทานยาทุกชนิด ทั้งแผนปัจจุบัน ยาไทย ยาสมุนไพร ยาจีน ยาต้มยาหม้อ วิตามิน อาหารเสริม ซึ่งในระยะหลัง ส่วนใหญ่ใช้โดยได้รับการโฆษณาชวนเชื่อผ่านทางสื่อออนไลน์ โรคตับอักเสบเฉียบพลันส่วนใหญ่มีอาการ รอจนเป็นผู้ป่วยอาจจะมีอาการของโรคตับคือ ตาเหลือง อ่อนเพลีย ส่วนมากแล้วหากอาการไม่รุนแรงจะหายเองในระยะ 6 เดือน

2.โรคตับอักเสบเรื้อรัง เป็นโรคตับจากสาเหตุต่าง ๆ ที่ไม่หายไปเองภายในเวลาหกเดือน ผู้ป่วยมักจะ
ไม่มีอาการให้รู้ โรคตับจะเป็นต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ หากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม โรคจะดำเนินต่อไปจนเกิดภาวะตับแข็ง และค่อย ๆ เป็นมากขึ้นจนเริ่มมีอาการของภาวะตับวาย เช่น ขาบวม ท้องโต อาเจียนเป็นเลือด ซึมสับสน และ เสียชีวิตในที่สุด หรือมีมะเร็งตับแทรกซ้อน ส่วนใหญ่ในบ้านเราจะมีสาเหตที่สำคัญคือ เชื้อไวรัสตับอักเสบบี ซี แอลกอฮอล์ และไขมันพอตับ ซึ่งมักจะเกิดในคนที่มีน้ำหนักเกิน อ้วน และเบาหวาน


3.เนื้องอกในตับ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเนื้อที่ดี ไม่ใช่เนื้อร้ายไม่มีอันตราย เพียงขอให้แพทย์ได้พิสูจน์เพื่อความมั่นใจเสียก่อนเพื่อความสบายใจ ส่วนมะเร็งตับมีทั้งมะเร็งท่อน้ำดี และมะเร็งจากเนื้อตับ ในประเทศไทยมะเร็งจากเนื้อตับพบมากเป็นอันดับหนึ่งในมะเร็งทั้งหมด มักจะเกิดขึ้นผู้ป่วยที่มีโรคตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็งจากสาเหตุข้างต้น
วิถีการกิน วิถีการเกิดโรค




หัวหน้าศูนย์ฯ เผยถึงเรื่องที่น่าตกใจ และถือเป็นเรื่องใหญ่ในสังคมไทย คือการกินยา “ เราเปลี่ยนไปทุก ๆ ปีตามความนิยม ยุคก่อนเป็นยุคโอท้อปก็เป็นกระชายดำ ยุคของการสารเพื่อรักษาเบาหวาน บอระเพ็ด มะรุม ซึ่งโฆษณากันเยอะมาก เป็นมะรุมแคปซูล เมื่อปีที่แล้วเป็นยุคเห็ดหลินจือผง สปอร์ทั้งหลาย เราเจอคนไข้ที่มาในสภาพตับอักเสบน้อยไปจนถึงเสียชีวิตเยอะในปีที่ผ่านมา 

เมื่อปีกว่าที่ผ่านมา จะเป็นยุคที่ไปกินโปรตีนสังเคราะห์หรือโปรตีนอาหารเสริมต่าง ๆ บอกยี่ห้อไม่ได้ แต่ก็มีบางยี่ห้อที่มีอันตราย ไปกินคอลลาเจน คอลลาเจนเฉย ๆ หรือที่ขายตรงก็มักจะผสมอะไรก็ไม่รู้ เพราะฉะนั้นเราจะเจอคนที่กินคอลลาเจนรักษาผิวมาด้วยตับอักเสบเยอะมาก ในยุคปีที่ผ่านมา ถั่งเช่าตัวมันเองอาจจะรักษานู่นนี่ แต่ก็มีคนที่ทานแล้วมีผลกระทบ เป็นสารที่ผสมกับถั่งเช่า คอลลาเจนตอนนี้มาแรงมาก ซึ่งไม่มีงานศึกษาวิจัยที่ชัดเจนว่าสามารถรักษาไวรัสตับได้
ส่วนของกัญชา

ดูเหมือนจะกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สร้างความวิตกให้กับแพทย์ นั่นคือ การใช้กัญชาในการรักษา หัวหน้าศูนย์ ฯ เล่าว่า “ตอนนี้ปัญหาใหญ่คือคนไข้ในคลินิก 1000 คนมากกว่า 50 % รองใช้กัญชามาแล้วทั้งนั้น เพราะฉะนั้นคนไข้ไวรัสตับอักเสบก็คิดว่ากัญชาจะช่วยให้ไวรัสหายได้ ไขมันหายได้ มะเร็งตับ มากกว่า 80 % หยอดกัญชามาแล้วทั้งนั้น มีข้อมูลจากผมเองที่เห็นคนไข้ที่ไปได้รับกัญชาแล้วทรุดลง อาจจะไม่บริสุทธิ์ หรือคนที่ตับแข็งระยะสุดท้ายได้รับกัญชาไปแล้วไม่ตื่น เพราะวิธีการใช้ เพราะขนาด เพราะโดรส เขาไปนำกัญชานอกระบบมาใช้ แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เป็นปัญหามากนัก แต่ว่า การเสวนานี้จะบอกว่า เมื่อคนไข้เลี่ยงไม่ได้ในการใช้กัญชา ก็ต้องใช้ให้เป็น



แนวทางการป้องกัน หัวหน้าศูนย์ฯ กล่าวว่า ผมมักจะสอนเสมอว่า วิธีการตรวจโรคตับหรือไปจนถึงระยะตับแข็งแล้ว จะไม่มีอาการบวม แต่ถ้าไปดูฝ่ามือ เขาจะมีอุ้งมือด้านใต้นิ้วโป้งกับนิ้วก้อยจะแดงกว่าตรงอื่น เรียกว่าฝ่ามือแดง เมื่อมาตรวจกับผม ฝ่ามือแดงผมบอกได้เลยว่าอีกสิบปีคุณเสียชีวิต หรือผื่นแมงมุมจะเห็นได้ตาม หน้าอก หลัง แขน คอ ไม่ได้อยู่ส่วนหน้าของร่างกาย จะมีขาเหมือนแมงมุมแดง ๆ ใครที่ดื่มอัลกอฮอลล์เยอะจะเห็นและก็จะบอกได้เลยว่าอีกสิบปีเสียชีวิตน่าจะมีตับแข็งอยู่ ใครเจอว่าตัวเองตัวเหลือง ให้ดูที่ตาขาวสีเหลือง ปัสสาวะสีเหลืองเข้มขึ้นเวลาเกิดตับอักเสบ ซึ่งที่ผมพูดมาทั้งหมด ตับอักเสบ ตับแข็ง ไปดูอย่างนั้นช้าไป มักไปถึงสุดท้ายแล้วค่อยโชว์ แต่คนที่กินคอลลาเจนตับอักเสบแบบเฉียบพลัน บางทีมาด้วยเหลือง สังเกตที่ตา ปัสสาวะ อาการเพลีย เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญก็คือ ต้องตรวจสุขภาพ


“...เราเป็นสถานที่อบรมแพทย์เฉพาะทางโรคตับ การบริการเราสอนนักเรียนเพื่ออกไปให้ความรู้และดูแลประชาชน แต่สำหรับประชาชนทั่วไป หาข้อมูลได้จากเว็บไซต์ของทางศูนย์ฯแต่ผมแนะนำว่า ใครที่รู้หรือสงสัยว่าจะเป็นให้ไปที่โรงพยาบาลใกล้บ้านก่อน เชื่อว่าหมออายุรแพทย์รุ่นใหม่จะสามารถคัดกรองโรคได้ เมื่อถึงจุดหนึ่งก็จะคัดกรองว่าคนไข้คนนั้นจะเข้าสู่ศูนย์ฯ ในภาคนั้น เมื่อภาคนั้นรักษาไม่ไหวก็จะมาที่ภาคกลางก็จะมีโรงเรียนแพทย์หลายๆ แห่ง ที่ศูนย์ ฯ ปัจจุบันแห่งนี้ มีเครื่องมือพิเศษ อัลตราซาวด์พิเศษที่อื่นอาจจะยังไม่มี เป็นวิทยาการที่ใหม่ มีเครื่องฉายรังสีเฉพาะจุด เราหมอผ่าตัดที่ชำนาญ มีทีมงานแพทย์ที่จะดูแล แต่ถ้ามาทั้งประเทศไม่ไหว แต่เราก็มีแพทย์ที่เราสอนทั้งยี่สิบรุ่น ได้กระจายไปตามจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ เขาก็จะคัดกรองและส่งต่อ”  รศ.นพ.ดร.ปิยะวัฒน์ 

วิจารณญาณในการเสพสื่อออนไลน์

การเสพข้อมูลของคนเราปัจจุบันเปลี่ยนไป ไม่ว่าตั้งแต่การรักษาตัวไปยันการเมือง เราเสพอะไรที่ผิดแล้ว เราจะเห็นว่าผิดตั้งแต่การเมืองยันไม่เมือง พอการไม่เมืองเสร็จโดยเฉพาะสาธารณสุข เฉพาะโรคตับเฉยๆ เยอะมาก เพราะคนปัจจุบันมีแนวโน้มไปสนใจเรื่องอาหารเสริมมากกว่า วิตามิน คอลลาเจน ถั่งเช่า การทานคลีน ซึ่งหลายๆ คนทานคลีนตับอาจจะหายไปเลยก็ได้ เพราะฉะนั้นข้อมูลเหล่านี้บอกยาก ผมอยากให้ใช้วิจารณญาณ โดยปกติแล้ว ข้อมูลจากออนไลน์เมื่อมีการอัพข้อมูลแล้วจะตบท้ายว่า แหล่งที่มาของข้อมูลนั้นมาจากไหน ถือว่าสำคัญที่สุด ความน่าเชื่อถือของแหล่งที่มา หรือหากประชาชนกลัวจริง ๆ หลังจากได้ยาหรือวิตามินนั้นไปสักสองอาทิตย์หรือหนึ่งเดือนมักจะเกิดไวรัสตับอักเสบ ก็ไปตรวจร่างกาย” หัวหน้าศูนย์ ฯ กล่าวในท้ายสุด



สำหรับผู้ที่สนใจเข้าฟังการเสวนาในครั้งนี้จะรับจำนวนจำกัดเพียง 1,000 คนเท่านั้น
โดยสมัครลงทะเบียนผ่านทาง
QR Code ตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน – 11 ตุลาคม 2562
โดยเสียค่าสมัครคนละ 400 บาท พร้อมรับหนังสือ ของว่าง อาหารกลางวัน

รายได้ทั้งหมดบริจาคเข้าสมทบทุนผู้ป่วยโรคตับ มูลนิธิคณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือสอบถามข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
โทร.
0-2256-4691, 062-362-4348 โทรสาร 0-2256-4000 ต่อ 3467
ID Line:@liverunit e-mail:chulaliverunit@gmail.com



สาวกไบค์เกอร์ แห่ร่วมงาน "“XSR155 Sport Heritage District”

สัมผัสประสบการณ์สุดเฮอริเทจ  ณ ล้ง 1919

ทุ่มทุนสร้างอีกครั้ง! เมื่อบริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด นำโดย วราธร เจนจรัสสกุล ผู้จัดการทั่วไปการตลาดกลุ่มสินค้ารถสปอร์ต จัดใหญ่รวมพลเหล่าไบค์เกอร์รุ่นใหม่นับพันที่หลงรักความทันสมัยและหลงใหลความเฮอริเทจร่วมงาน  “
XSR155 Sport Heritage District”  โดยจำลองกลิ่นอายย่านเมืองเก่าพร้อมกิจกรรมสุดชิคมากมาย  ให้สาวกสองล้อสายสปอร์ตได้ลองสัมผัสประสบการณ์สุดเฮอริเทจ  ณ ล้ง 1919



ภายในงาน  “XSR155 Sport Heritage District”   เปิดงานให้ชาวสองล้อได้เพลิดเพลินกับกิจกรรมในโซนต่างๆ ของงาน  ไม่ว่าจะเป็นโซนแกลอรี่โชว์รถจักรยานยนต์ในโซน Custom Bike Display  ที่นำรถ All New Yamaha XSR155 Sport Heritage  ที่ถูกโมดิฟายด์เป็นรถแต่งสุดเท่ห์ในแบบเฉพาะตัวมาโชว์  งานนี้เหล่าไบค์เกอร์ต่างก็แห่เข้าไปร่วมชมมากมาย  แถมไม่พลาดงัดเอากล้องถ่ายรูปและมือถือมาถ่ายรูปเก็บไว้เป็นแถว   



นอกจากนี้แฟนๆ ยังได้อิ่มอร่อยไปกับอาหารและเครื่องดื่มรสชาติเยี่ยมในโซนบาร์ยุค 70-80   และได้ช้อปปิ้งอย่างจุใจกับร้านแฟชั่นเสื้อผ้าสไตล์เฮอริเทจ  ก่อนจะถึงเวลาอันน่าตื่นเต้นกับ XSR155 Fashion Runway ยกทัพนางแบบนายแบบมาอวดโฉมความปังหลากหลายสไตล์แฟชั่น พร้อมด้วยสาวสวย ฟ้าใส-ปวีณสุดา ดรูอิ้น มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2562  ที่มาสร้างสีสันบนรันเวย์  พร้อมกับการเปิดตัว ALL NEW YAMAHA XSR155 ตกแต่งพิเศษจัดเต็ม สไตล์ Custom ตัวจริง   เรียกเสียงปรบมือเกรียวกราว  



ต่อด้วยช่วงสัมภาษณ์พิเศษ ร้านแต่งรถชั้นนำอย่าง ZEUS Custom และ K-Speedถึงแรงบันดาลใจ และที่มาของการแต่งรถ All New Yamaha XSR155 ในแบบสุดเท่ห์จัดเต็ม  รวมถึงพูดคุยกับผู้นำสายแฟชั่นถึงเทรนใหม่มาแรงที่ได้แรงบันดาลใจมาจากความเฮอริเทจ  และแนวคิดด้านความเป็นสปอร์ตเฮอริเทจ  ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากความสำเร็จของรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าในตำนาน  สู่รถจักรยานยนต์สปอร์ตรุ่นใหม่ล่าสุด All New XSR155 จากยามาฮ่า  


จากนั้นมาสนุกกันต่อกับมินิคอนเสิร์ตปิดท้ายงานจากศิลปินชื่อดัง แมว-จีระศักดิ์ ปานพุ่ม พร้อมกับน้องพิม-ฐิติยากร The Voice นักร้องสาวเสียงใสคัฟเวอร์เพลง ช้ำคือเรา ที่มียอดวิวทะลุ 200 ล้านวิว  และดีเจแบทเทิลระหว่าง ดีเจหมึกและดีเจแม็พ ที่ขนเพลงฮิตในอดีตมาผสมผสานกับดนตรียุคใหม่  ทำเอาทุกคนที่มาร่วมงานในวันนี้ฟินกันถ้วนหน้า


Sport Heritage
เรียกว่ายามาฮ่าได้จัดอีเว้นท์สร้างความสุขและความสนุกให้กับเหล่าไบค์เกอร์รุ่นใหม่หัวใจเฮอริเทจ แบบจัดเต็ม  รับรองว่าครั้งต่อไป
มีงานดีๆ มาเซอร์ไพร์สกันอีกแน่นอน   สามารถติดตามข่าวสารกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ www.yamaha-motor.co.th และ Facebook Fan Page: Yamaha society Thailand และเตรียมพบกับ  All New Yamaha XSR155 Sport Heritage  พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษได้ที่ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าทั่วประเทศ




“GALDERMA Local Mentor Trainer APAC 2019”

ประเทศไทย เป็นเจ้าภาพจัดงานระดับนานาชาติครั้งแรก  

“GALDERMA Local Mentor Trainer APAC 2019”   งานฝึกอบรม และคัดเลือกแพทย์ที่จะมาเป็นวิทยากรหรือครูแพทย์ ผู้สอนฉีดสารเติมเต็ม หรือฟิลเลอร์ ณ ณ โรงแรม hyatt regency ถ.สุขุมวิท 13 เมื่อเร็วๆ นี้


นพ.พุฒิพงศ์ ภูมิสุวรรณ ผู้อำนวยการ AIC Clinic แพทย์วิทยากรตำแหน่ง CMT หรือครูแพทย์ผู้สอนฉีดสารเติมเต็มระดับประเทศ 

นพ.พุฒิพงศ์ ภูมิสุวรรณ ผู้อำนวยการ AIC Clinic แพทย์วิทยากรตำแหน่ง CMT หรือครูแพทย์ผู้สอนฉีดสารเติมเต็มระดับประเทศ ตัวแทนแพทย์ไทยที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้ เผยว่า “GALDERMA Local Mentor Trainer APAC 2019” เป็นงานฝึกอบรม และคัดเลือกแพทย์ที่จะมาเป็นวิทยากรหรือครูแพทย์ผู้สอนฉีดสารเติมเต็ม หรือฟิลเลอร์ โดยมีผู้เข้าประชุมเป็นแพทย์ความงามที่ได้รับการคัดเลือกมาแล้วจากประเทศต่าง ๆในเขตเอเชียแปซิฟิกประมาณ 30 ท่าน และมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากยุโรปมาที่มาสอน และเป็นกรรมการอีก 7-8 ท่าน ตัวผมเองมาช่วยสอนและเป็นหนึ่งในคณะกรรมการเช่นกัน



โดยการจัดงานที่เลือกไทยเป็นเจ้าภาพจัดครั้งแรกนั้น อันที่จริงเมืองไทยเป็นศูนย์กลางของเขตเอเชียแปซิฟิก มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วน เหมาะกับการขัดประชุมและท่องเที่ยว เมืองไทยมีการจัดประชุมแพทย์บ่อย ปีละหลายๆครั้ง แต่การประชุมเพื่อสอนและคัดเลือกแพทย์วิทยากรแบบนี้เพิ่งมีครั้งแรก ด้วยการสนับสนุนจาก บริษัท กัลเดอร์มา  ซึ่งเป็นบริษัทผู้นำเข้าฟิลเลอร์อันดับ 1 ของไทย

ซึ่งประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับเมืองไทยคือ ได้ประโยชน์ทั้งตัวแพทย์ความงามของไทย และคนไข้  เพราะการมีแพทย์วิทยากรหรือครูแพทย์ผู้สอนที่มีมาตรฐาน จะช่วยถ่ายทอดความรู้ที่ถูกต้องให้แพทย์ท่านอื่น ๆต่อไปได้ ประโยชน์ก็จะตกกับคนไข้ เพราะปัญหาการรักษาที่ผิดพลาด หรือผลเสียจากการรักษาก็จะลดลง  สังเกตุดูจะพบว่าข่าวการพบผลข้างเคียงจากการฉีดฟิลเลอร์ในเมืองไทยค่อยๆลดน้อยลง อันนี้เฉพาะที่ฉีดจากแพทย์จริง ๆเท่านั้น



นพ.พุฒิพงศ์ กล่าวด้วยว่า ในยุคที่สถานเสริมความงามเกิดขึ้นราวกับดอกเห็ด การแข่งขันทางธุรกิจที่รุนแรง การใช้กลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อมาหลอกล่อลูกค้าจึงมีมากขึ้น และอีกหนึ่งกลยุทธ์ก็คือ การอ้างตัวเองว่าเป็นอาจารย์แพทย์ แพทย์วิทยากร หรือครูแพทย์ผู้สอนแพทย์ท่านอื่น เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้ตัวเอง ในการหลอกล่อให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการ ซึ่งนอกจากตัวคนไข้เองจะเสียผลประโยชน์แล้ว แพทย์ความงามท่านอื่น ๆก็อาจถูกหลอกเช่นกัน เพราะหากหลงเชื่อไปเข้ารับการอบรมจากแพทย์วิทยากรที่ไม่ได้มาตรฐาน ก็ทำให้ได้รับการถ่ายทอดความรู้ที่ไม่ถูกต้องมา อันอาจส่งผลให้การรักษาเกิดข้อผิดพลาด และเกิดผลเสียกับคนไข้อื่น ๆต่อไป 

“การที่แพทย์ที่ไม่ได้มีคุณสมบัติที่ถูกต้อง แต่อ้างว่าตัวเองนั้นเป็นถึงระดับอาจารย์แพทย์ เป็นแพทย์วิทยากร แพทย์ผู้สอนแพทย์อื่น แล้วนำความรู้ที่มีไปเผยแพร่ต่อแบบไม่ถูกต้องตามหลักการ อาจจะเป็นการโฆษณาที่เกินจริง และทำให้ผิดกฎหมายทางการแพทย์ได้ อีกทั้งยังจะเป็นการส่งต่อข้อมูลผิดๆ ทำให้แพทย์ท่านอื่นได้รับการถ่ายทอดความรู้ที่ไม่ถูกต้อง อันอาจส่งผลให้การรักษาเกิดข้อผิดพลาดและส่งผลกระทบตามมากับคนไข้ได้ เช่นข่าวที่ได้ยินบ่อยครั้งว่าฉีดฟิลเลอร์แล้วตาบอด เกิดการอักเสบเนื้อตาย หรือผ่าตัดแล้วผิดพลาดทำให้เสียโฉม เป็นต้น”



ในการจัดงานครั้งนี้ คุณหมอพุฒิพงศ์ถือว่าเป็นแพทย์วิทยากรตำแหน่ง CMT หรือครูแพทย์ผู้สอนฉีดสารเติมเต็มฟิลเลอร์ ระดับประเทศเพียงคนเดียวในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้ขึ้นบรรยาย และร่วมเป็นหนึ่งในคณะกรรมการ เพื่อฝึกอบรมให้กับแพทย์ความงามที่ได้รับคัดเลือกจากประเทศต่างๆในเขตเอเชียแปซิฟิก ในงาน Galderma LMT Training Program ซึ่งจัดขึ้นที่ Hyatt Regency สุขุมวิท และ ที่ศูนย์การเรียนรู้และฝึกอบรมแพทย์ CIMET คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช 
นพ.พุฒิพงศ์ ภูมิสุวรรณ ผู้อำนวยการ AIC Clinic แพทย์วิทยากรตำแหน่ง CMT  และ ภสัชกรพิรพัฒน์ ศรีวัฒนวงศ์ ผู้อำนวยการธุรกิจความงาม บริษัทกัลเดอร์มา ประเทศไทย จำกัด
ทั้งนี้  มีแพทย์เข้าฝึกอบรมทั้งหมด 30 คน และเป็นแพทย์ไทยจำนวน 6 คน เพื่อมาเป็นแพทย์วิทยากร หรือครูผู้สอนฉีดสารเติมเต็ม ระดับท้องถิ่น ต่อไป ด้วยการสนับสนุนจากกัลเดอร์มาภาคพื้นยุโรป  และเป็นผู้ที่นำนวัตกรรมการฉีดสารเติมเต็ม หรือฉีดฟิลเลอร์ด้วยเข็มปลายทู่มาใช้เป็นคนแรกๆของเมืองไทย และยังเป็นผู้ริเริ่มการฉีดฟิลเลอร์แบบสัมผัสกระดูกในเมืองไทยด้วย โดยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ได้สอนการฉีดฟิลเลอร์ให้แพทย์ไทย และแพทย์ต่างชาติไปแล้วมากกว่า 1,000 คน



เภสัชกรพิรพัฒน์ ศรีวัฒนวงศ์ ผู้อำนวยการธุรกิจความงาม บริษัทกัลเดอร์มา ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “เรื่องสารเติมเต็มในประเทศไทย มีทั้งคุณประโยชน์และมีทั้งโทษ ถ้าเราเลือกไม่ถูกต้อง และสำคัญอย่างยิ่งคือ ฝีมือของแพทย์มีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นคนไข้ถ้าอยากจะได้ผลลัพธ์ตามต้องการ จะต้องทำการบ้านมากหน่อย คือ เลือกแพทย์ เลือกโพรดักส์ที่ถูกต้อง ก็จะสวยสมความตั้งใจ บางครั้งการเลือกของที่ถูกที่สุด อาจจะเป็นบทเรียนที่แพงที่สุดของเราได้

การอบรมแพทย์วิทยากร เป็นการเพิ่มพูนความรู้ให้กับแพทย์ในกลุ่มของแพทย์เสริมความงาม เพราะสุดท้ายแล้ว ประโยชน์ที่ได้กับคนไข้คือ ความสวยงามและปลอดภัย”






อพส. เปิดงาน “17 ปี มิติใหม่แห่งการพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืน”

พร้อมประกาศเกียรติคุณแก่บุคคลและหน่วยงานด้านสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการสังคมดีเด่น

วันนี้ (1 ก.ย. 2562) เวลา 09.45 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 2 กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรุงเทพฯ นางนภา เศรษฐกร อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “17 ปี มิติใหม่แห่งการพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืน” พร้อมมอบโล่เกียรติคุณใบประกาศเกียรติคุณและรางวัลเพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติ สร้างขวัญกำลังใจแก่ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ภาคีเครือข่ายด้านการจัดสวัสดิการสังคมและสังคมสงเคราะห์ พร้อมทั้งมอบเข็มและใบรับรองมาตรฐานแก่นักสังคมสงเคราะห์ และทุนการศึกษามูลนิธิลูกประชาสงเคราะห์ โดยมี    นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และคณะผู้บริหารกระทรวง พม. ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และผู้เกี่ยวข้องร่วมเป็นเกียรติ






 นางนภา กล่าวว่า วันที่ 1 กันยายน ของทุกปี เป็นวันสถาปนากรมประชาสงเคราะห์ ซึ่งปัจจุบัน คือ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มีการขับเคลื่อนภารกิจด้านสวัสดิการสังคมเป็นระยะเวลากว่า 17 ปี โดยมุ่งมั่นในการพัฒนาสังคมและจัดสวัสดิการสังคมแก่ผู้ประสบปัญหาทางสังคม คนไร้ที่พึ่ง ผู้ทำการขอทาน สมาชิกนิคมสร้างตนเอง ราษฎรบนพื้นที่สูง และกลุ่มเป้าหมายพิเศษ ด้วยการขับเคลื่อนองค์ความรู้ นวัตกรรมการพัฒนาสังคมและสวัสดิการใหม่ๆ อาทิ Productive Welfare สวัสดิการเพื่อการพัฒนาและพึ่งตนเองอย่างยั่งยืน Family Data เปิดประตูเยี่ยมบ้านสร้างสะพาน สู่สวัสดิการสังคม และการสร้างความร่วมมือภาคเอกชนและภาคประชาชน เช่น การจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจ (CSR) การขับเคลื่อนกิจการเพื่อสังคม (SE) การขับเคลื่อนงาน อพม. และการสร้างจิตอาสาแก่ประชาชน เพื่อให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมกัน “เหลียวหลังแลหน้า สร้างสรรค์คุณภาพชีวิต และความมั่นคงอย่างยั่งยืน”





นางนภา กล่าวต่อไปว่า สำหรับปี 2562 กระทรวง พม. โดย พส. ได้กำหนดจัดงาน “17 ปี มิติใหม่แห่งการพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืน” เพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ภารกิจด้านสวัสดิการสังคมของ พส. ตลอดจนนวัตกรรมทางสังคมที่สำคัญในการขับเคลื่อนงานด้านการพัฒนาสังคมและการจัดสวัสดิการสังคมไปสู่การพัฒนาสังคมที่ยั่งยืน โดยมีการจัดพิธีมอบโล่เกียรติคุณ ใบประกาศเกียรติคุณ และรางวัล เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติ สร้างขวัญกำลังใจแก่ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ภาคีเครือข่ายด้านการจัดสวัสดิการสังคมและสังคมสงเคราะห์

ประกอบด้วย 1) การมอบรางวัล “คนดี ศรี พส.” ประจำปี 2562 จำนวน 3 รางวัล ให้แก่ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ และพนักงานราชการ พส. ซึ่งเป็นผู้มีคุณธรรมจริยธรรมและความซื่อสัตย์สุจริตจนเป็นที่ประจักษ์ 2) การมอบโล่เกียรติคุณข้าราชการและลูกจ้างประจำดีเด่น ประจำปี 2561 จำนวน 10 รางวัล ซึ่งเป็นผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความวิริยะอุตสาหะด้วยผลงานเป็นที่ประจักษ์และเกิดประโยชน์ต่อองค์กรและกลุ่มเป้าหมาย และ 3) การมอบโล่และใบประกาศเกียรติคุณแก่ผู้แทนองค์การสวัสดิการสังคมที่ผ่านการรับรองมาตรฐานการปฏิบัติงานด้านการจัดสวัสดิการสังคม จำนวน 7 องค์กร





นอกจากนี้ ยังมีการมอบเข็มและใบรับรองมาตรฐานแก่นักสังคมสงเคราะห์ที่ผ่านการประเมินมาตรฐานการปฏิบัติงานด้านการจัดสวัสดิการสังคม จำนวน 53 คน และการมอบทุนการศึกษามูลนิธิลูกประชาสงเคราะห์ ประจำปี 2562 ให้แก่บุตรของเจ้าหน้าที่ พม. จำนวน 124 ทุน


“ทั้งนี้ ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมเป็นจิตอาสาพัฒนาสังคม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการก้าวย่างสู่ “17 ปี มิติใหม่ แห่งการพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืน” เนื่องจากกระทรวง พม. มิอาจสร้างสังคมคุณภาพได้โดยลำพัง จำเป็นต้องอาศัยการมีส่วนร่วมจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม รวมทั้งประชาชน โดยการเป็นเจ้าของสังคมร่วมกันและเป็น “วิศวกรทางสังคม” เพื่อร่วมกันออกแบบซ่อมและสร้างสรรค์สังคมที่เปรียบเสมือนบ้านให้มีความน่าอยู่และเข้มแข็งอย่างยั่งยืน เพื่อคลอบคลุมประชาชนทุกคนทุกกลุ่มเป้าหมาย ต่อไป นางนภา กล่าวในตอนท้าย