แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ OTOP นวัตวิถี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ OTOP นวัตวิถี แสดงบทความทั้งหมด

29 พฤศจิกายน 2568

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดใหญ่ “เทศกาลเมือง (ต้อง) รอง” ชู 55 เมืองรอง

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดใหญ่ “เทศกาลเมือง (ต้อง) รอง” ชู 55 เมืองรอง ด้วย ‘Hidden Gems’ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเดินหน้ากระตุ้นท่องเที่ยวปลายปี 2568 ต่อเนื่องถึงปี 2569 ผลักดันศักยภาพ “เมืองรอง” 55 จังหวัด ผ่านงาน “เทศกาลเมือง (ต้อง) รอง” ภายใต้แนวคิด “เมืองรอง เมืองที่ทุกคน ต้องลอง” ต่อยอด จุดแข็งด้านวัฒนธรรม–ธรรมชาติ–วิถีชุมชน เพื่อนำเสนอประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีมูลค่า คาดว่าการจัดงานจะช่วย ผู้ประกอบการและชุมชนกว่า 25,000 ราย และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม กระจายรายได้สู่พื้นที่เมืองรองทั่วประเทศ


นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เดินหน้ามาตรการเร่งกระตุ้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยในช่วงที่ผ่านมาได้ดำเนินมาตรการเชิงรุก เพื่อให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล ทั้งการยกระดับมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ ให้มีความสะดวก สะอาด ปลอดภัย ตามมาตรฐานสากล ไม่ว่าจะเป็นป้ายบอกทาง ห้องน้ำสาธารณะ และสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน เพื่อสร้างภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ และสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก พร้อมรองรับการท่องเที่ยวตลอดปี



นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังเดินหน้าส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองผ่านมาตรการสำคัญ ได้แก่ โครงการเราเที่ยวด้วยกัน 2568 ที่สนับสนุนค่าใช้จ่ายท่องเที่ยวในเมืองรอง 50% โครงการ “เที่ยวดีมีคืน” ที่ให้สิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุด 30,000 บาท พร้อมบูรณาการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อยกระดับมาตรฐานบริการ ผลักดันเมืองรองให้เป็น MICE Cities รวมทั้งส่งเสริมการจัดงาน เทศกาล และประเพณีท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักในระดับประเทศ ตลอดจนสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) ผ่านมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว เพื่อช่วยฟื้นฟูภาคธุรกิจโรงแรมและบริการในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ กระทรวงฯได้ตั้งเป้าให้การท่องเที่ยวเมืองรองเป็นฟันเฟืองสำคัญของเศรษฐกิจไทย สามารถสร้างรายได้ สร้างอาชีพ และเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศอย่างยั่งยืน





สำหรับงาน “เทศกาลเมือง (ต้อง) รอง” จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “เมืองรอง เมืองที่ทุกคน ต้องลอง” ด้วยไฮไลต์สำคัญ 5 MUST DO | 5 HIDDEN GEMS | 55 DESTINATIONS รวบรวมเสน่ห์การท่องเที่ยว วิถีชีวิต และอารยธรรมจากทั้ง 5 ภูมิภาคของประเทศไทย ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ครอบคลุมเมืองรอง ทั้ง 55 จังหวัด ไว้ในงานเดียว




ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ นิทรรศการ Interactive ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการท่องเที่ยวแบบรักษ์โลก รักษ์ท้องถิ่น และการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบกิจกรรมเสวนาพิเศษ “เมืองรอง…รักษ์โลก” โดยผู้ทรงคุณวุฒิและอินฟลูเอนเซอร์ด้านท่องเที่ยว พร้อมรับชมการแสดงจากศิลปินชื่อดังที่มาสร้างสีสันและดึงดูดนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม งาน “เทศกาลเมือง(ต้อง)รอง” มุ่งหมายให้ประชาชนได้สัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวของเมืองรองในมิติที่ลึกขึ้น พร้อมกระตุ้นให้เกิดการเดินทางสู่เมืองรอง กระจายรายได้ และยกระดับคุณค่าของวัฒนธรรมท้องถิ่นสู่การรับรู้ในวงกว้าง

30 กรกฎาคม 2568

เตรียมช้อปสินค้าไฮไลท์จากพ่อค้า แม่ค้ารุ่นเยาว์

ในงาน “ตลาดนัดวัยเรียนปี 4” @ เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์ 2 สิงหาคมนี้


เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์ ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค  ร่วมสานต่อเจตนารมย์สร้างคุณค่า พร้อมสร้างสังคมและชุมชนแห่งการพัฒนาอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด MBK Care จัดงาน ตลาดนัดวัยเรียนปี 4 ชวนชาวปทุมฯ มาร่วม ช้อป ชิม ชมสินค้า โดยพ่อค้า แม่ค้ารุ่นเยาว์ ทั้ง 6 โรงเรียนในเขตพื้นที่ปทุมธานี ได้แก่ โรงเรียนชุมชนวัดเสด็จ โรงเรียนขจรทรัพย์อำรุง โรงเรียนวัดเทียนถวาย โรงเรียนชุมชนวัดบางกะดี โรงเรียนวัดบางกุฎีทอง  โรงเรียนบ้านใหม่วัฒนา โรงเรียนมัธยมลินคอล์นศึกษา พร้อมสินค้าอีกมากมายของชุมชนใกล้เคียง ในวันเสาร์ที่ 2 สิงหาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 11.00 น. – 18.00 น.ณ ลานไนน์สแควร์ นอร์ทโซน ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์ 

สำหรับสินค้าไฮไลท์ ในงานที่ไม่ควรพลาดจากพ่อค้า แม่ค้ารุ่นเยาว์  ของโรงเรียนในเขตพื้นที่ปทุมธานี
น้ำสมุนไพร คุกกี้ บราวนี่ จากโรงเรียนชุมชนวัดเสด็จกล้วยอบน้ำผึ้งธัญพืช ปังเย็นปั่น จากโรงเรียนขจรทรัพย์อำรุงไอติมหลอด ขนมชั้น เห็ดย่างเทอริยากิ โรงเรียนวัดเทียนถวายชาใต้ครีมชีส จากโรงเรียนชุมชนวัดบางกะดีผักปลอดสารพิษ น้ำอ้อยคั้นสด สลัดโรล จากโรงเรียนวัดบางกุฎีทองส้มตำ ขนมจีนน้ำพริก ทองม้วนสด จากโรงเรียนบ้านใหม่วัฒนาน้ำข้าวเกาหลี จากโรงเรียนโรงเรียนมัธยมลินคอล์นศึกษา

พร้อมเปิดพื้นที่กิจกรรมให้ร่วมสนุกกับกิจกรรมเวิร์กชอป “ขวดพลาสติกเปลี่ยนโลก” เรียนรู้การสร้างมูลค่าจากขยะ พลิกขวดพลาสติกธรรมดาให้กลายเป็น “กระเป๋าผ้ารักษ์โลก” ด้วยการแต่งแต้มระบายสี เติมเต็มจินตนาการ พิเศษสุด เมื่อ   ช้อปสินค้าภายในงานครบ 100 บาท รับฟรีข้าวรวงแก้ว 1 กิโลกรัม จากผลิตภัณฑ์จาก ข้าวมาบุญครอง อย่าพลาดโอกาสในการสนับสนุนพ่อค้าแม่ค้ารุ่นเยาว์และช้อปสนุกไปกับสินค้ากันในงาน “ตลาดนัดวัยเรียน ปี 4”



สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เอ็ม บี เค คอนแทคท์เซ็นเตอร์ 1285 พร้อมติดตามกิจกรรม และโปรโมชันดี ๆ ของศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์ ได้ที่ www.thenine.co.th/tiwanon/ หรือเฟซบุ๊กเพจ The Nine Center Tiwanon

#THENINECENTERTIWANON #เดอะไนน์เซ็นเตอร์ติวานนท์
#ตลาดนัดวัยเรียน #สินค้าชุมชน #แม่ค้าพ่อค้ารุ่นเยาว์

28 พฤษภาคม 2567

มท.ชวนเที่ยวงาน OTOP MIDYEAR 2024

"หลากหลายผลิตภัณฑ์ สีสันภูมิปัญญาไทย"
8 - 16 มิ.ย. 67  ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี 

เมื่อวันที่ 27 พ.ค. 67 เวลา 11.00 น. ที่ลาน Eden ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซนทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน OTOP MIDYEAR 2024 "หลากหลายผลิตภัณฑ์ สีสันภูมิปัญญาไทย" โดยนายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ร่วมแถลงข่าว โอกาสนี้ นายราชันย์ ซุ้นหั้ว รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาชุมชนและส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นางอรจิรา ศิริมงคล อุปนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทยและประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน คุณภาวินี ไชยสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ประชารัฐรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด และนายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงมหาดไทย นายสมชัย อัศวชัยโสภณ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายศุภชัย นพขำ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย คณะผู้บริหารกรมการพัฒนาชุมชน สื่อมวลชน และภาคีเครือข่าย ร่วมในงาน

นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า งานในวันนี้เป็นงานที่รัฐบาลชุดต่าง ๆ ให้ความสำคัญและจัดขึ้นมาเป็นเวลากว่า 20 ปี โดยรัฐบาลในปัจจุบัน ภายใต้การนำของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ขับเคลื่อนนโยบายในการ "เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ขยายโอกาส ให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศซึ่งกระทรวงมหาดไทยโดยกรมการพัฒนาชุมชน มีหน้าที่ในการพัฒนาคน ส่งเสริมให้พี่น้องคนไทยทั้งชาติได้มีอาชีพ และพัฒนาศักยภาพเพื่อไปหนุนเสริมสินค้าโอทอป"เราจัดงานมหกรรม OTOP ระดับชาติปีละ 3 ครั้ง คือ OTOP CITY, OTOP MIDYEAR และ OTOP ศิลปาชีพประทีปไทย และการจัด OTOP ระดับภูมิภาคอีก 4 ครั้ง ครอบคลุมทุกภาค



โดยในปีนี้ ตนในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยกำกับดูแลกรมการพัฒนาชุมชน ได้มอบนโยบายให้ปีนี้มีการจัดงาน OTOP ระดับกลุ่มจังหวัดตามกลุ่มจังหวัดทั้ง 18 กลุ่ม และจะแบ่งสัดส่วนสินค้าในงาน ได้แก่ OTOP 70% และผลิตภัณฑ์จากกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี 30% เพื่อจะหนุนเสริมให้บทบาทกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีในการนำเสนอสิ่งที่ดีต่อสาธารณะ รวมทั้งเสริมเรื่อง Soft Power การพัฒนาอาชีพบุคคล โดยในปีนี้ เราจะจัดประชุมพัฒนากรประจำตำบล เพื่อพัฒนาคน ซึ่งเป็นสิ่งที่เราทำมาอย่างต่อเนื่องตลอด 70 ปีของการก่อตั้งกรมการพัฒนาชุมชนควบคู่การหนุนเสริมกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีด้วย" นายเกรียง กล่าวเพิ่มเติม

นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า การจัดงาน OTOP MIDYEAR 2024 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 - 16 มิถุนายน 2567 ภายใต้แนวคิด "หลากหลายผลิตภัณฑ์ สีสันภูมิปัญญาไทย" โดยมีพื้นที่จัดงานมากกว่า 60,000 ตารางเมตร ครอบคลุมชาเลนเจอร์ 1-3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพคเมืองทองธานี ซึ่งในปีนี้เป็นปีมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ 72 พรรษา ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2567

"การจัดงาน OTOP ครั้งนี้จึงจัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติฯ ในโอกาสดังกล่าว โดยโซนแรก โซนนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สะท้อนพระมหากรุณาธิคุณ โครงการพระราชดำริต่าง ๆ แนวคิดการพัฒนาประเทศ และความรู้สึกคนไทยที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ โซนที่ 2 โซนหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงสาธารณสุข บริษัท ประชารัฐรักสามัคคี และอีกหลายหน่วยงาน มาจัดแสดงและจำหน่าย โซนที่ 3 OTOP Trader จับคู่ธุรกิจ โซนที่ 4 จำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP มากกว่า 2,000 ร้านค้า ทั้งผ้าไทย เครื่องมือ เครื่องใช้ เครื่องจักสาน อาหาร เครื่องอุปโภคบริโภคต่าง ๆ โซนที่ 5 OTOP ชวนชิม มากกว่า 160 ร้านค้า ทั้งประเภทอาหารและเครื่องดื่ม

โดยจะเพิ่มพื้นที่สำหรับผู้เที่ยวชมงานเพื่อจะได้มีที่นั่งรับประทานอาหารเพิ่มเติม นอกจากนี้ โซนศิลปิน OTOP เพื่อส่งเสริมภูมิปัญญาและอนุรักษ์ภูมิปัญญาดั้งเดิมมาให้สัมผัส โดยชูภูมิปัญญาท้องถิ่นซึ่งเป็นแกนกลางของการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ชุมชนมาให้ทุกคนที่มางานได้แสวงหาความรู้ผ่านการสาธิตต่าง ๆ ควบคู่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ รวมถึงโซนชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี แบ่งเป็น 4 ภาค ภาคเหนือ Wellness ผลิตภัณฑ์สุขภาพ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การทอผ้าการผลิตตัดเย็บผ้า ภูมิปัญญาท้องถิ่นวิถีทอผ้า ภาคกลาง หมู่บ้านขนมหวาน ที่ดึงภูมิปัญญาขนมในแต่ละจังหวัด จนกลายเป็นขนมไทย


ภาคใต้ เน้นงาน craft เครื่องถมเงิน ถมทอง และโซน First Lady นวัตกรรมสินค้าต่าง ๆ โดยผู้เลือกซื้อสินค้าจะได้ร่วมชิงโชค และพบกับสินค้านาทีทอง และในงานมีการแสดงบนเวทีซึ่งมีศิลปินหลากหลาย ศิลปินที่มีชื่อเสียงในยุคปัจจุบัน ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาแสดงบนเวทีตลอดการจัดงาน" นายสยาม กล่าวเพิ่มเติม

นายสยาม กล่าวเน้นย้ำว่า โซนไฮไลท์ของการจัดงานครั้งนี้ คือ "โซนผ้าไทยใส่ให้สนุก" ซึ่งเป็นการนำเสนอผลงานแห่งการน้อมนำพระกรุณาคุณของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงมุ่งมั่นในการสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธานของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยทรงต่อยอดด้วยพระอัจฉริยภาพด้านแฟชั่น เพื่อทำให้ผ้าไทยใส่ได้ทุกเพศ ทุกวัย ทุกเวลา ทั้งลวดลายผ้า รูปแบบ กระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่งผลทำให้เกิดรายได้จากพระกรุณาคุณที่พระราชทานพระดำรินับเป็นเวลา 3 ปีกว่า ผู้ประกอบการมีรายได้รวมทั้งประเทศมากกว่า 70,000 ล้านบาท

ซึ่งในปีนี้จะมีผ้าลายสิริวชิราภรณ์ และลายพระราชทานอื่น ๆ ตลอดจนผลงานที่ได้รับการพัฒนาฝีไม้ลายมือมาให้เลือกซื้อเลือกหาเป็นจำนวนมาก ซึ่งเมื่อพวกเราเลือกซื้อเลือกหาผ้าไทย แน่นอนว่าความภาคภูมิใจประการหนึ่ง คือ เม็ดเงินก็จะหมุนเวียนอยู่ในครอบครัวพี่น้องประชาชนเกษตรกรและผู้ประกอบการคนไทยด้วยกัน ไม่รั่วไหลไปต่างประเทศ และประการที่สำคัญ ในปีนี้เรานำเสนอผลิตภัณฑ์อันเนื่องจากพระดำริ Sustainable Fashion หรือแฟชั่นแห่งความยั่งยืน ซึ่งเป็นเทรนของประเทศต่าง ๆ บนโลกนี้ และงานในครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกของโลกที่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้นำผลิตภัณฑ์ OTOP ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาจัดจำหน่ายนายสยาม กล่าวในช่วงท้ายว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายเกรียง กัลป์ตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เน้นย้ำให้กรมการพัฒนาชุมชน พัฒนากระบวนงาน OTOP ให้ประชาชนได้เลือกซื้อเลือกหาสินค้าที่มีคุณภาพมากขึ้น ควบคู่กับการทำให้ผู้ประกอบการได้พัฒนาศักยภาพตนเองเพื่อให้สินค้ามีมาตรฐานในระดับสูงขึ้น

ดังนั้น การคัดเลือกผลิตภัณฑ์ OTOP มาจำหน่ายในงานครั้งนี้ เราจะเข้มงวดการคัดเลือกสินค้าตั้งแต่ 3 - 5 ดาว เพื่อให้พี่น้องคนไทยได้รับประสบการณ์ที่ดี เข้าถึงผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ซึ่งจะเกิดประโยชน์ในลักษณะเปรียบเสมือนเหรียญ 2 ด้าน คือ 1) คนที่มาเที่ยวจะได้ชม ได้เห็นผลิตภัณฑ์และซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรการสูงยิ่งขึ้น และ 2) พี่น้องชาว OTOP ก็จะต้องปรับตัวในการพัฒนาฝีไม้ลายมือและผลงานให้มีมาตรฐานสินค้าเพิ่มมากขึ้น กล่าวคือ ผู้บริโภคได้สินค้าที่ดีมีมาตรฐาน ผู้ประกอบการได้รับการพัฒนา

"ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน และแฟนคลับ OTOP เที่ยวงาน OTOP MIDYEAR 2024 "หลากหลายผลิตภัณฑ์ สีสันภูมิปัญญาไทย" ระหว่างวันที่ 8 - 16 มิถุนายน 2567 ตั้งแต่เวลา 10.00 - 21.00 น. ณ ชาเลนเจอร์ 1-3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ชม ช็อป ชิม แช๊ะ แชร์ การจัดงานแห่งความภาคภูมิใจของคนไทย ร่วมอุดหนุนสินค้าไทย เม็ดเงินหมุนเวียนในประเทศไทย ด้วยความร่วมไม้ร่วมมือร่วมแรงร่วมใจของพวกเราคนไทยไปด้วยกัน"

ด้าน นางสาวณัฏฐ์ณรัณกร แตงเอี่ยม ตัวแทน Excellent Creft by อุไรเบญจรงค์ จากโซนศิลปิน OTOP กล่าวว่า   ผลงานที่นำมาโชว์ผลิตภัณฑ์ครั้งนี้คือองค์พระพิคเณศวร ปางประทานพร ทรงเครื่องจักรพรรดิ เป็นการหล่อองค์พระพิคเณศขึ้นมาใหม่ ใหญ่ที่สุดที่ทำมาจากเซรามิค โดยเป็นการนำน้ำทองวาดลวดลายเป็นลายเบญจรงค์ และวาดลงบนความนูนของลายทรงจักรพรรดิ ทรงเครื่อง ด้วยน้ำทองคำแท้ และลงสีองค์ด้วยสีแดงและตกแต่งด้วยยลายดอกไม้หลากสีจักรี ทรงเครื่อง ปางเสวยสุขประทานพร ใช้เวลา 1 ปี ในการปั้นและการทำลวดลายน้ำทองคำ มีขนาดกว้าง 16 นิ้ว สูง 29 นิ้ว ซึ่งจัดแสดงในโซนศิลปิน OTOP และเป็นการเปิดตัวเบญจรงค์ลายกางเกงช้าง เบญจรงค์ GEN ใหม่ ซึ่งลวดลายบนเครื่องเบญจรงค์นี้  สามารถนำศิลปะที่เป็นอัตลักษณ์ของแต่ละจังหวัดมาวาดลงบนจาน ซึ่งมีหลายขนาด สามารถรังสรรค์งานในสไตล์ที่เป็นตัวเองได้ โดยในงานจะมีการรับออกแบบเทรนด์กางเกงช้างประจำจังหวัดใส่บนภาชนะที่ต้องการได้  ได้รับการให้โอกาสแสดงงานโดย คุณริตยา รอดนิ่ม ผอ.กลุ่มงานส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น กรมการพัฒนาชุมชนเป็นครั้งแรกที่นำมาจัดแสดง"

13 กุมภาพันธ์ 2567

เปิดแล้ว งานแพรพรรณลุ่มภูสู่สากล” ระดับภูมิภาค ครั้งที่ 2

โครงการส่งเสริมและสร้างเครือข่ายเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการ และ สถาบันทางด้านการเกษตรให้มีความเข้มแข็ง

เมืองลุ่มภู ขนทัพสินค้าด้านผ้าทอ และสินค้า OTOP บุกเมืองกรุง งานแพรพรรณลุ่มภู สู่สากล ระดับภูมิภาค ครั้งที่ ๒ ชม ช้อป ชิม ผลิตภัณฑ์ชุมชนจากจังหวัดหนองบัวลำภู ระหว่างวันที่  ๑๒ – ๑๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๗ ณ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคารB) ชั้นที่ ๑ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร

นายศศิน พัฒนภิรมย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู เป็นประธานในพิธีเปิดงานแพรพรรณลุ่มภูสู่สากล ระดับภูมิภาค ครั้งที่ 2 ภายใต้โครงการส่งเสริมและสร้างเครือข่ายเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการและสถาบันทางด้านการเกษตรให้มีความเข้มแข็ง โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานเอกชน สื่อมวลชน และประชาชนร่วมเป็นเกียรติในงาน



นายศศิน พัฒนภิรมย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวว่า จังหวัดหนองบัวลำภู ได้วางเป้าหมายในการพัฒนาจังหวัด “เกษตรเพิ่มมูลค่า เมืองผ้า น่าอยู่ น่าเที่ยว” โดยมุ่งพัฒนาจังหวัดหนองบัวลำภู ให้เป็นเมืองเกษตรผสมผสาน และเป็นศูนย์กลางเมืองผ้า โดยพัฒนากระบวนการผลิตผ้าตั้งแต่กระบวนการ ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน มีลวดลายเป็นอัตลักษณ์ที่โดดเด่นของจังหวัด ยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น

ด้านนายเสฏฐชัย ยุทธเศรษฐสิริ พัฒนาการจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวเพิ่มเติมว่า “แพรพรรณลุ่มภูสู่สากล ระดับภูมิภาค ครั้งที่ ๒” เป็นการจัดกิจกรรมภายใต้โครงการโครงการส่งเสริมและสร้างเครือข่ายเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการ และสถาบันทางด้านการเกษตรให้มีความเข้มแข็ง โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมช่องทางการตลาดให้กับผลิตภัณฑ์ชุมชนของจังหวัดหนองบัวลำภู ให้เป็นที่รู้จักในระดับภูมิภาค และ เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับผู้ผลิต ผู้ประกอบการ จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน “แพรพรรณลุ่มภูสู่สากล ระดับภูมิภาค ครั้งที่ 2” จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๒ – ๑๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๗  ระยะเวลารวม ๕ วัน
ณ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคารB) ชั้น ๑ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร







กิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย

๑. การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน สินค้าเด่นของจังหวัดหนองบัวลำภู มากกว่า 80 ร้านค้า
และภาคีเครือข่าย 

๒. การจัดแสดงนิทรรศการภายใต้ Concept
“เสน่ห์ อัตลักษณ์ ภูมิปัญญาท้องถิ่น อัศจรรย์แพรพรรณ ฝ้ายทอมือ”

๓. กิจกรรมสาธิตชุมชน

๔. การแสดงมินิคอนเสิร์ตศิลปินที่มีชื่อเสียง และการแสดงศิลปวัฒนธรรม แสดงแต่ละวัน

๕. กิจกรรมส่งเสริมการขาย เพื่อเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนมาร่วมกันอุดหนุนสินค้า

ตลอดจนประชาสัมพันธ์การจัดงาน พร้อมลุ้นกับของรางวัลมากมายตลอดการจัดงาน


25 กันยายน 2566

มท.1 เปิดงาน OTOP Midyear 2023 “ที่สุดแห่งภูมิปัญญา รังสรรค์จากการพัฒนา เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจไทย”


ชวนพี่น้องคนไทย ชิม ช้อป ใช้ สินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ หนุนยกระดับ OTOP สู่สากล เปิดช่อง
ทาง ขยายโอกาส สร้างรายได้สู่ชุมชน คาดมีเงินหมุนเวียนกว่า 300 ล้านบาท  โดยจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน – 1 ตุลาคม 2566 ณ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 2-3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมมแพ็ค เมืองทองธานี




วันจันทร์ที่ 25 กันยายน 2566 เวลา 15.00 น. ณ เวทีกลางอาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัด นนทบุรี  นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงาน OTOP Midyear 2023 ภายใต้แนวคิด “ที่สุดแห่งภูมิปัญญา รังสรรค์จากการพัฒนา เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจไทย” มีนายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย คณะทูตานุทูต คณะผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย หน่วยงานภาคี ผู้ประกอบการ OTOP และประชาชนจำนวนมากเข้าร่วมงาน โดยมี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวรายงาน 




นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญในการขยายผลและสนับสนุนโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ และมีการพัฒนายกระดับผลิตภัณฑ์ OTOP โดยการพัฒนาผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และเพิ่มช่องทางการตลาดให้มากยิ่งขึ้น จะเป็นโอกาสที่ดีที่ประเทศไทยจะได้แสดงให้ชาวไทย และชาวต่างชาติได้เห็นถึงความก้าวหน้าในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP และคาดหวังว่าการจัดงานครั้งนี้จะช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ให้ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ตลอดจนสมาชิกกลุ่มต่าง ๆ เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศและเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เป็นการเพิ่มรายได้ และเพิ่มช่องทางในจำหน่ายสินค้า OTOP และผลิตภัณฑ์ของชุมชน รวมถึงเพื่อให้ประชาชนสามารถเลือกซื้อสินค้าชุมชนที่ดีที่สุด ที่เป็นผลิตภัณฑ์จากชุมชนที่มีคุณค่า เป็นผลิตภัณฑ์ฝีมือคนไทย อีกทั้งตอบสนองนโยบายรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้ดีขึ้น ทั้งนี้รัฐบาลได้ให้ความสำคัญในการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ของประชาชนด้วยโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) และมีการพัฒนายกระดับผลิตภัณฑ์ OTOP โดยการพัฒนาผู้ผลิตผู้ประกอบการ ยกระดับคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์ระดับ 3-5 ดาว ได้ขยายช่องทางตลาด ยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนไปสู่สากล



“ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนเข้าร่วมงาน เพื่อสนับสนุนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ อันทรงคุณค่า และสุดยอดผลิตภัณฑ์ OTOP จากชุมชนต่าง ๆ เพื่อเป็นการร่วมแรงร่วมใจพลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศไทยให้เข็มแข็งและก้าวเดินต่อไป” นายอนุทินกล่าว  


นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลได้กำหนดนโยบายในการส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก เพื่อเพิ่มรายได้และลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน โดยมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชน เป็นหน่วยงานขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว ผ่านโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ซึ่งเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย ที่สามารถกระจายรายได้ไปสู่พื้นที่ชนบท ได้อย่างแท้จริง กิจกรรมสำคัญภายใต้โครงการดังกล่าวประกอบด้วย การพัฒนาศักยภาพผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP การพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP การส่งเสริมชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี และการส่งเสริมช่องทางการตลาด


การจัดงาน "OTOP Midyear 2023" ในครั้งนี้ ถือเป็นการส่งเสริมการตลาดสินค้า OTOP และกระตุ้นเศรษฐกิจกลางปีที่สำคัญงานหนึ่งของประเทศไทยคาดว่าจะสามารถขยายตลาด และสร้างการรับรู้ให้กับงานศิลปหัตถกรรมจากภูมิปัญญาของ คนไทยให้สามารถแพร่หลายและตรงกับความต้องการของผู้บริโภค ทั้งชาวไทย และต่างประเทศได้มากยิ่งขึ้น เนื่องจากตลอดระยะเวลาที่ผ่านมากรมกาพัฒนชุมชนได้มีการนำนวัตกรรมด้านต่างๆ มาพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคอยู่ตลอดเวลา อาทิ การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้มีความสวยงาม คงทน ง่ายต่อการเก็บรักษาและการขนส่ง, การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีอายุยาวนานขึ้น มีความทันสมัยเหมาะแก่การใช้งานมากยิ่งขึ้น เป็นต้น โดยการนำนวัตกรรมเหล่านั้นมาเสริมให้ผลิตภัณฑ์ OTOP น่าสนใจมากยิ่งขึ้น และสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ตรงกับ ความต้องการของคนในยุคปัจจุบันได้อย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องจะสามารถเป็นการเพิ่มรายได้ และยกระดับความเป็นอยู่ของผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ให้ดียิ่งขึ้น เพราะผลิตภัณฑ์งานหัตถกรรมเหล่านั้นนอกจาก จะสามารถเพิ่มฐานลูกค้าในประเทศได้แล้วยังสามารถนำไปสู่ การขายตลาดส่งออกไปยังต่างประเทศได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าและสร้างรายได้ให้กับประเทศ ส่งผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยต่อไปในอนาคต



โดยภายในงานมีการจัดกิจกรรมที่ความหลากหลายประกอบด้วย 1.โซนนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 2.โซนแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP 3-5 ดาว กว่า 1,200 บูธ 3.โซน OTOP ชวนชิม มากกว่า 160 ร้านค้าทั่วประเทศ 4. โซน OTOP Trader ประเทศไทย และ OTOP Trader จังหวัด : เป็นการจัดแสดงผลงานการจัดหาช่องทางการตลาดสินค้า OTOP ทั้งในประเทศและต่างประเทศ และโซนไฮไลท์ภายในงานที่ไม่อยากให้ทุกท่านพลาด ได้แก่ โซน ศิลปิน OTOP จัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากศิลปิน OTOP กว่า 40 รายที่อนุรักษ์และสืบทอดไว้ซึ่งภูมิปัญญาของคนไทยจากรุ่นสู่รุ่น ถ่ายทอดออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ ที่ทรงคุณค่า อาทิ ศิลปิน OTOP จากจังหวัดนนทบุรี, จังหวัดระยองจังหวัดนครศรีธรรมราช, จังหวัดชุมพร, จังหวัดสุรินทร์, จังหวัดขอนแก่น, จังหวัดเชียงใหม่, จังหวัดสุโขทัย, จังหวัดอุทัยธานี และจังหวัดแพร่ เป็นต้น โซนชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีและผลิตภัณฑ์ในหมู่บ้าน OTOP นวัตวิถี จัดแสดงความสำเร็จของชุมชนนวัตวิถีและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากหมู่บ้าน OTOP นวัตวิถี จากบ้านแม่ตาว อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก นำเสนอเรื่องงราวของวัฒนธรรมชาติพันธุ์ และบ้านหัวคลาด อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี นำเสนอเรื่องราวสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวประมงที่น่าสนใจ โซนผ้าไทยใส่ให้สนุก จัดสรรพื้นที่สำหรับโซน First Lady เพื่อจัดแสดงผ้าที่มีอัตลักษณ์และเอกลักษณ์ของแต่ละจังหวัด ที่มีดีไซน์ทันสมัยเหมาะกับคนทุกรุ่น ทุกเพศ และทุกวัย เช่น จากศูนย์เรียนรู้และออกแบบขวัญตา จังหวัดหนองบัวลำภู เป็นต้น รวมถึง นิทรรศการเส้นไหม  มีการแสดงและจำหน่ายเส้นไหมและเส้นใยธรรมชาติเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้เฉพาะพื้นถิ่น ผ่านการจัดแสดงฝ้ายย้อมสีธรรมชาติและการทอผ้าของผู้ประกอบการ ที่สำคัญพลาดไม่ได้กับโซนพิเศษภายในการจัดงานครั้งนี้ คือ โซน Health & SPA  ที่ได้สร้างสรรค์พื้นที่ภายในงานให้ทุกท่านได้พักผ่อนหย่อนใจภายในงานไปกับบรรยากาศที่ผ่อนคลายสไตล์ สปาไทย มีทั้งการนวดเพื่อสุขภาพ นวดเพื่อผ่อนคลาย และการนวดเพื่อความงาม นอกจากนี้ภายในโซนยังมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรคุณภาพดีให้ทุกท่านได้เลือกชอป สำหรับท่านที่ต้องการเลือกซื้อสินค้าประเภทความงามและสุขภาพอีกด้วย อาทิ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านต้นไทร จังหวัดจันทบุรี, ร้านเกลือสปากังหันทอง จังหวัดเพชรบุรี, ร้านทองน้ำหนึ่งนวดเพื่อสุขภาพ จังหวัดเชียงใหม่ และกลุ่มสมุนไพรชญานิน จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นต้น           



นอกจากนี้ภายในงานยังมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายตลอดการจัดงานอีกมากมาย อาทิ คาราวาน OTOP ช็อปสนุก สุขทุกวัน เพียงทุกท่านช้อปสินค้า ภายในงาน เราก็พร้อมแจกของรางวัลให้ติดไม้ติดมือได้กลับบ้าน  รวมถึงการแสดงคอนเสิร์ตจากนักร้องศิลปินที่มีชื่อเสียง อาทิ แช่ม แช่มรัมย์, ไรอัล ไมค์หมดหนี้, ตรี ชัยณรงค์, เต๋า ภูศิลป์, หญิง ธิติกานต์ และป็อป ปองกูล รวมถึงการจับสลากรางวัลชิงโชคไม่น้อยกว่า 20 รางวัล และในวันสุดท้ายของการจัดงานร่วมลุ้นรับรางวัลใหญ่ทองคำ มูลค่ากว่า 200,000 บาท และสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานผ่านระบบออนไลน์ ลุ้นรับของที่ระลึกภายในงานตลอดการจัดงานทั้ง 9 วัน



“ขอเชิญชวนทุก ๆ ท่านร่วมสนับสนุนสินค้าจากผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ภายในงาน OTOP Midyear 2023 “ที่สุดแห่งภูมิปัญญา รังสรรค์จากการพัฒนา เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจไทย” เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยสนับสนุนในการสร้างโอกาส สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ให้พี่น้องผู้ผลิต ผู้ประกอบการ มา ช้อป ชิม ลิ้มรสกันอย่างเพลิดเพลิน อัดแน่นจัดเต็มจากสารพัดผลิตภัณฑ์าจากฝีมือคนไทยที่ได้ผ่านการรังสรรค์จากภูมิปัญญาของคนไทยจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งพร้อมใจกันยกขบวนผลิตภัณฑ์ จากทุกจังหวัดทั่วประเทศกว่า 1,200 ร้านค้า มารอให้ทุกท่านได้เลือกซื้อกันตั้งแต่ วันที่ 23 กันยายน – 1 ตุลาคม 2566 รวม 9 วัน ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 2 - 3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี” นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์กล่าว