แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สุขภาพและความงาม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สุขภาพและความงาม แสดงบทความทั้งหมด

15 ธันวาคม 2568

การประชุมวิชาการ 10th ABLS in AEC Symposium

เมื่อเร็วๆนี้ สมาคมแพทย์เลเซอร์ผิวหนังและชะลอวัยในอาเซียน (ABLS in AEC) จัดการประชุมวิชาการประจำปีครั้งที่ 10 เพื่ออัปเดตองค์ความรู้ด้านเลเซอร์ เวชศาสตร์ชะลอวัย และนรีเวชเพื่อความงาม โดยรวมผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศและระดับอาเซียนมาร่วมแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีล่าสุดและมาตรฐานความปลอดภัยในการรักษา

นายแพทย์สถาพร จินารัตน์   ผู้อำนวยการจัดงานกล่าวว่า  "การสัมนาครั้งนี้มุ่งเน้น 4 สาขาหลัก ได้แก่ หัตถการเลเซอร์ผิวหนัง, การชะลอวัย, นรีเวชเพื่อความงาม, และ การเพิ่มศักยภาพทางเพศ ผ่านหัวข้อบรรยายที่ครอบคลุมทั้งเทคโนโลยีปัจจุบัน งานวิจัยใหม่ และแนวทางการดูแลผู้ป่วยอย่างมีประสิทธิภาพ

ไฮไลต์เนื้อหาวิชาการ

-เลเซอร์ผิวหนัง (Laser Skin Procedures)

อัปเดตการเลือกใช้เลเซอร์ที่เหมาะกับผิวชาวเอเชีย การดูแล before/after treatment ลดความเสี่ยงการเกิดรอยดำ–รอยขาว พร้อมเทคนิคเปรียบเทียบระหว่าง fractional, ablative และ non-ablative รวมถึงการรักษารอยแผลเป็น คีลอยด์ รอยสิว และการกำจัดขนอย่างปลอดภัย

-เวชศาสตร์ชะลอวัย (Anti-Aging Medicine)

เจาะลึกกลไกระดับเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับผิวเสื่อมวัย การใช้หัตถการกึ่งบุกรุก เช่น ร้อยไหม, Microneedling, RF, HIFU ตลอดจนความปลอดภัยของฟิลเลอร์และโบทูลินัมท็อกซิน นอกจากนี้ยังนำเสนอเทรนด์ใหม่ เช่น สเต็มเซลล์ เอ็กโซโซม และเปปไทด์

 -นรีเวชเพื่อความงาม (Aesthetic Gynecology)

ครอบคลุมการฟื้นฟูช่องคลอดด้วยเลเซอร์ CO₂, Er:YAG, RF และ HIFU การศัลยกรรมตกแต่งอวัยวะเพศ เทคนิคผ่าตัดและไม่ผ่าตัด การเลือกผู้ป่วย รวมถึงการแก้ปัญหาภาวะฝ่อและการกระชับอุ้งเชิงกรานแบบสหสาขา"




งานประชุม 10th ABLS in AEC Symposium ถือเป็นเวทีสำคัญสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ในการพัฒนาทักษะ อัปเดตนวัตกรรม และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการรักษาคนไข้ในยุคที่เทคโนโลยีการแพทย์ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว

01 ธันวาคม 2568

รพ.ซีจีเอช พหลโยธิน เดินหน้ารณรงค์วันเอดส์โลก ให้ความรู้–แจกชุดตรวจ HIV ฟรี

โรงพยาบาลซีจีเอช พหลโยธิน ร่วมกับ สำนักงานเขตบางเขน และ ศูนย์บริการสาธารณสุข 24 บางเขน จัดกิจกรรมรณรงค์เนื่องใน “วันเอดส์โลก” (World AIDS Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 1 ธันวาคมของทุกปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ และสร้างความตระหนักเกี่ยวกับโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ให้กับประชาชนในพื้นที่เขตบางเขน พร้อมผลักดันให้ชุมชนเข้าถึงบริการตรวจคัดกรอง HIV อย่างทั่วถึง




วันเอดส์โลกถือเป็นวันสำคัญระดับสากลที่ทั่วโลกให้ความสำคัญในการร่วมกันหยุดยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อ HIV ผ่านการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง การป้องกันอย่างเหมาะสม และการตรวจคัดกรองเชิงรุก ซึ่งโรงพยาบาลซีจีเอช พหลโยธิน ได้ให้ความสำคัญในการผลักดันนโยบายด้านสาธารณสุขร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยเป้าหมายหลักคือ การลดจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ และสร้างสังคมที่ปลอดการตีตราผู้ติดเชื้อ

กิจกรรมครั้งนี้มีการ ลงพื้นที่ 5 จุดสำคัญในเขตบางเขน โดยทีมสาธารณสุขได้ให้ความรู้ด้านการป้องกัน HIV วิธีการใช้ถุงยางอนามัยที่ถูกต้อง การตรวจด้วยตนเอง รวมถึงให้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการดูแลตนเองและคนรอบข้างได้อย่างมีประสิทธิภาพหนึ่งในกิจกรรมหลักคือการเปิดให้ประชาชน ลงทะเบียนด้วยบัตรประชาชนเพื่อรับ “ชุดตรวจ HIV ด้วยตนเอง” ฟรี ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสให้ประชาชนสามารถตรวจคัดกรองเบื้องต้นได้ง่ายขึ้นที่บ้าน สร้างความเป็นส่วนตัว ลดความกังวล และช่วยให้ทราบผลได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ทาง สำนักงานเขตบางเขน ยังได้ร่วมจัดกิจกรรม แจกถุงยางอนามัย เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมทางเพศอย่างปลอดภัย ช่วยลดความเสี่ยงจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ รวมถึงเป็นการสร้างความเข้าใจใหม่ว่าการป้องกันเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรตระหนัก






กำหนดการลงพื้นที่รณรงค์ วันเอดส์โลก 

✔ วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน 2568

📍 มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร

✔ วันพุธที่ 26 พฤศจิกายน 2568

📍 ตลาดนัดป้ากิ่ง

✔ วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน 2568

📍 หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก

✔ วันที่ 1 ธันวาคม – วันเอดส์โลก 2568

📍 ตลาดเทพรักษ์มาร์เก็ตเพลส

เป้าหมายและความสำคัญของกิจกรรม

ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ HIV และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

เพิ่มการเข้าถึงชุดตรวจ HIV ในชุมชน

ลดอัตราการติดเชื้อรายใหม่ในเขตบางเขน

สร้างสังคมที่ไม่ตีตราผู้ติดเชื้อ และเปิดกว้างในการเข้ารับการตรวจ

กระตุ้นให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจคัดกรองล่วงหน้า

กิจกรรมวันเอดส์โลกปีนี้สะท้อนถึงความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่าง โรงพยาบาลซีจีเอช พหลโยธิน และ สำนักงานเขตบางเขน ในการขับเคลื่อนสุขภาพชุมชนอย่างยั่งยืน พร้อมผลักดันให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขได้อย่างเท่าเทียม

13 พฤศจิกายน 2568

CGH Wellness Talk x Grandprix | “ใช้ชีวิตให้ดีที่สุด ด้วยอาหารดี และห่างไกลออฟฟิศซินโดรม”


CGH Wellness Talk x Grandprix | ยกระดับสุขภาพชีวิต พิชิตออฟฟิศซินโดรมด้วยอาหารดีโรงพยาบาล
ซีจีเอช พหลโยธิน เดินหน้าส่งเสริมสุขภาพคนทำงาน จัดกิจกรรม CGH Wellness Talk x Grandprix ให้ความรู้เรื่องการดูแลตัวเองในชีวิตประจำวัน ภายใต้หัวข้อ  “Living Your Best Life with Healthy Food and Staying Free from Office Syndrome” หรือ “ใช้ชีวิตให้ดีที่สุด ด้วยอาหารดี และห่างไกลออฟฟิศซินโดรม” เพราะ “สุขภาพที่ดี เริ่มต้นได้จากอาหารและการดูแลตัวเองที่ถูกต้อง” 


กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นที่ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) โดยได้รับเกียรติจาก
พญ.เพชรลดา พุทธพงษ์ศิริพร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร กลุ่มโรงพยาบาลซีจีเอช ร่วมบรรยายและแบ่งปันความรู้ พร้อมเคล็ดลับสุขภาพง่าย ๆ ที่นำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

ไฮไลต์ในงาน CGH Wellness Talk แนวทางการเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ช่วยเสริมพลังระหว่างวัน
การจัดสรรมื้ออาหารให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์คนทำงาน วิธีการป้องกันออฟฟิศซินโดรมด้วยเทคนิคง่าย ๆความรู้เรื่องโภชนาการเพื่อชะลอวัย ลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง พญ.เพชรลดา เน้นย้ำว่า “อาหารเป็นพื้นฐานสำคัญของสุขภาพที่ดี การรับประทานอาหารให้ครบหมู่ ลดหวาน มัน เค็ม และเลือกอาหารสดใหม่ จะช่วยให้ร่างกายทำงานได้เต็มที่ และลดโอกาสเกิดโรคที่พบบ่อยในคนวัยทำงาน เช่น ออฟฟิศซินโดรม หรือโรคเรื้อรังต่าง ๆ”



ร่วมสร้างสุขภาพดีในองค์กร กิจกรรม CGH Wellness Talk ไม่เพียงแค่ให้ความรู้ แต่ยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้พนักงานหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมาย ของ CGH Group ที่ต้องการเป็นผู้นำด้านการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Health) และส่งเสริมการใช้ชีวิตอย่างสมดุล

หากองค์กรใดสนใจร่วมกิจกรรมหรือจัดบรรยายด้านสุขภาพ
สามารถติดต่อ โรงพยาบาลซีจีเอช พหลโยธินผ่านทางเว็บไซต์: www.cgh.co.th
หรือโทร. 02-552-8777


#CGHWellnessTalk #สุขภาพดีเริ่มที่เรา #ออฟฟิศซินโดรม
#อาหารสุขภาพ #Grandprix #CGHพหลโยธิน #เวชศาสตร์ชะลอวัย
#โภชนาการเพื่อสุขภาพ

21 ตุลาคม 2568

พญาไท–เปาโล ผนึก “จุฬาฯ” เปิดตัวหลักสูตร 7 Wonders Hybrid Learning

จุดประกายการเรียนรู้สุขภาพยุคใหม่

กรุงเทพฯ – เมื่อไม่นานมานี้ เครือโรงพยาบาลพญาไท–เปาโล นำโดย นายอัฐ ทองแตง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วย นางสุภาพร บัญชาจารรัตน์ ผู้อำนวยการสายทรัพยากรบุคคล รวมถึง ผศ.นพ.วีรยะ เภาเจริญ ผู้อำนวยการศูนย์เร่งรัดวิจัยและนวัตกรรม และผู้อำนวยการฝ่ายสนับสนุนและพัฒนางาน FACULTY กลุ่ม 5 และ ดร.นิรุธ ศรีพวาทกุล ผู้อำนวยการสายพัฒนาคุณค่าธุรกิจและเพิ่มพูนการเรียนรู้ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเครือโรงพยาบาลฯ ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) กับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำโดย ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูธิวัชร อธิการบดี, รองศาสตราจารย์ ดร.ดนุพล หุ่นโสภณ ผู้ช่วยอธิการบดี และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ รติรัตน์ ณ สงขลา คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี เพื่อขับเคลื่อนการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพอย่างเป็นระบบ พร้อมเปิดตัวหลักสูตร “7 Wonders Hybrid Learning: Empowering Service Excellence” อย่างเป็นทางการ โดยมีคณะผู้บริหารจากทั้งสององค์กรเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน ซึ่งนับเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศและภาคเอกชนในธุรกิจสุขภาพ ที่มุ่งเน้นการสร้างองค์ความรู้ใหม่และพัฒนาทักษะบุคลากรให้พร้อมรับความท้าทายในยุคแห่งการเปลี่ยนแปล

“ความร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในครั้งนี้ คือการก้าวสู่มิติใหม่ขององค์กรสุขภาพ ที่ไม่เพียงให้บริการทางการแพทย์ แต่ยังเป็น ‘องค์กรแห่งการเรียนรู้’ (Learning Organization) ที่ขับเคลื่อนด้วยองค์ความรู้และนวัตกรรม เราเชื่อว่าการลงทุนในคน คือการลงทุนที่ยั่งยืนที่สุด เพราะบุคลากรคือหัวใจของการพัฒนา และความรู้คือพลังที่จะสร้างคุณค่ากลับคืนสู่ผู้ป่วยและสังคม”— นายอัฐ ทองแตง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เครือโรงพยาบาลพญาไท–เปาโล

ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ ทั้งสององค์กรจะเดินหน้าผสานพลังทางองค์ความรู้และทรัพยากร ทั้งบุคลากร ห้องปฏิบัติการ เครื่องมือวิจัย และฐานข้อมูล เพื่อพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมที่สร้างคุณค่าและสามารถนำไปใช้ได้จริงในด้าน สุขภาพ อุตสาหกรรม สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมส่งเสริมให้บุคลากรเติบโตอย่างรอบด้าน ทั้งในบทบาทของ “ผู้เรียนรู้” และ “ผู้ถ่ายทอดความรู้”

หลักสูตร “7 Wonders Hybrid Learning” จัดทำขึ้นร่วมกับ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยต่อยอดจากโครงการ Hybrid Learning ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านแพลตฟอร์ม CILA (Center for Interactive Learning Academy) ของเครือโรงพยาบาลฯ ซึ่งมีผู้ใช้งานกว่า 10,000 คน เพื่อพัฒนาทักษะด้านบริการ การจัดการ และความเป็นผู้นำให้แก่บุคลากรทุกระดับ

นอกจากนี้ ยังมีการจัดตั้ง ศูนย์เร่งรัดการพัฒนาและนวัตกรรม (CPRIA) เพื่อเป็นกลไกกลางในการผลักดันการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมร่วมกับจุฬาฯ โดยมุ่งเป้าเพื่อต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ MOU ครั้งนี้ และการประยุกต์ใช้จริงในระบบบริการสุขภาพ การลงนาม MOU ครั้งนี้ จึงนับเป็นอีก “หมุดหมายสำคัญ” ในการขับเคลื่อนเครือโรงพยาบาลพญาไท–เปาโล สู่การเป็น “องค์กรสุขภาพแห่งนวัตกรรม” ที่พร้อมเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการสร้างองค์ความรู้ การเรียนรู้และการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรฐานบริการสุขภาพของไทยให้ก้าวไกลสู่ระดับสากล

30 กรกฎาคม 2568

ลดน้ำหนักไม่ใช่แค่เรื่องวินัย แต่คือการเข้าใจร่างกาย รพ.พญาไท 2

เปิด Weight Wellness Clinic เพื่อชีวิตที่สมดุลกว่าเดิม

น้ำหนักเกินไม่ใช่แค่เรื่องรูปร่าง แต่คือสัญญาณสะท้อนสุขภาพทั้งระบบ โรงพยาบาลพญาไท 2 ในเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล เล็งเห็นถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพรูปร่างในเชิงลึก จึงได้ยกระดับบริการผ่าน “Weight Wellness Clinic” ศูนย์ดูแลรูปร่างแบบองค์รวมที่ให้บริการครบวงจร ภายใต้แนวคิด Holistic & Personalized Wellness ด้วยการดูแลแบบองค์รวม ผสานการแพทย์เฉพาะทางจากหลากหลายสาขา ทั้งเวชศาสตร์ป้องกัน โภชนาการ ระบบต่อมไร้ท่อ เวชศาสตร์การนอนหลับ และเวชศาสตร์ครอบครัว Weight Wellness Clinic มุ่งฟื้นฟูสุขภาพอย่างยั่งยืนจากภายในสู่ภายนอก โดยเน้นการวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล เพื่อผลลัพธ์ที่ปลอดภัย เหมาะสม และยั่งยืนในระยะยาว

นพ.ธนารักษ์ สถาพรวรศักดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายแพทย์ โรงพยาบาลพญาไท 2 กล่าวว่า “เราตระหนักดีว่า ภาวะน้ำหนักเกินไม่ใช่เพียงปัญหาด้านความงาม แต่สัมพันธ์กับโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ อย่างมีนัยสำคัญ เป้าหมายของ Weight Wellness Clinic คือการสร้างความเข้าใจสุขภาพในเชิงลึก วางแผนการดูแลเฉพาะบุคคล และสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน โดยมีทีมดูแลและเทคโนโลยีประเมินสุขภาพแบบองค์รวมรองรับอย่างครบครัน”

ลดน้ำหนักอย่างเข้าใจ ไม่ใช่เร่งผลลัพธ์ แต่เข้าถึงต้นตอของปัญหาพญ.กอบกุลยา จึงประเสริฐศรี ผู้อำนวยการศูนย์พรีเมียร์ไลฟ์ กล่าวเสริมว่า “หลายคนพยายามลดน้ำหนักโดยยึดวิธีที่ใช้ได้ผลกับคนอื่น ทั้งที่ต้นตอของปัญหาในแต่ละคนแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง บางคนควบคุมอาหารและออกกำลังกายแล้ว แต่ไม่เห็นผลลัพธ์ตามที่คาดหวัง นั่นเพราะยังไม่ได้เข้าใจร่างกายอย่างแท้จริง”

Weight Wellness Clinic จึงออกแบบโปรแกรมดูแลเฉพาะบุคคลที่ตอบโจทย์อย่างแท้จริง ผ่านกระบวนการประเมินสุขภาพเชิงลึก ทั้งด้านโภชนาการ การปรับพฤติกรรม การออกกำลังกาย และการวิเคราะห์สุขภาพระดับ Epigenetic รวมถึงการตรวจ Gut Microbiome ประเมินคุณภาพการนอนหลับ เพื่อวางแผนการรักษาที่ตรงจุดในทุกมิติ




แนวทางการดูแลมีความยืดหยุ่นหลากหลาย ตั้งแต่ การปรับพฤติกรรมเฉพาะบุคคลเชิงลึก การใช้ยาภายใต้การควบคุมของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การใส่บอลลูนในกระเพาะอาหาร การผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหารในกรณีที่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์

นอกจากนี้ ยังมี โปรแกรมเฉพาะสำหรับเด็กและวัยรุ่น ที่เน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผ่านแนวทาง ครอบครัวบำบัด ควบคู่กับระบบติดตามผลอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างพฤติกรรมสุขภาพที่ยั่งยืนตั้งแต่วัยเยาว์ดูแลรูปร่างอย่างเข้าใจชีวิตจริง ภายใต้ระบบ Well-Life Ecosystem Weight Wellness Clinic เป็นส่วนหนึ่งของแนวคิด “Well-Life Ecosystem” ที่ โรงพยาบาลพญาไท 2 มุ่งมั่นพัฒนาให้การดูแลสุขภาพสามารถปรับให้เข้ากับวิถีชีวิตจริงของแต่ละบุคคล วางแผนการรักษาอย่างยืดหยุ่น พิจารณาจากสุขภาพโดยรวม ด้วยมาตรฐานวิชาชีพ และเป้าหมายระยะยาว

25 มิถุนายน 2568

ศ.ดร.ไมค์ ชาน แบ่งปันประสบการณ์ การบำบัดด้วยเซลล์ต้นกำเนิดในการย้อนวัยทางชีวภาพ


ศาสตราจารย์ Dato' Sri Dr. Mike KS Chan อายุ 64 ปี ชาวมาเลเซีย ประธาน European Wellness Biomedical Group เป็นนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย นักเขียน และนักการศึกษาเกี่ยวกับเซลล์ต้นกำเนิด ภูมิคุ้มกัน และการแพทย์ฟื้นฟูทางชีวภาพมานานกว่า 40 ปี ในยุโรป

นอกจากนี้ Mike Chan ยังเป็นเจ้าของร่วมและผู้ก่อตั้ง European Wellness Biomedical Group ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่บูรณาการในแนวตั้ง ประกอบด้วยแผนกสำคัญในด้านการวิจัยและพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญา โรงงานผลิตไบโอเทคและไบโอฟาร์มา (เยอรมนีและสหภาพยุโรป) สถาบันการศึกษาและสถาบันวิชาชีพ การจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทั่วโลกใน 80 ประเทศ และศูนย์การแพทย์เพื่อสุขภาพ การวินิจฉัย และการฟื้นฟูเยาวชน 26 แห่งในยุโรปและเอเชียแปซิฟิก รวมถึงสวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนี กรีซ จีน ฮ่องกง มาเลเซีย ไทย ฟิลิปปินส์ เม็กซิโก เวียดนาม กัมพูชา ลาว และบังคลาเทศ โดยมีลูกค้าระดับ VIP ได้แก่ ประธานาธิบดี ประมุขแห่งรัฐ ฮอลลีวูด ฮ่องกง และคนดังของจีน รวมถึงคนรวยและคนดัง Mike Chan เป็นผู้แต่ง/ผู้ร่วมแต่งหนังสือวิทยาศาสตร์มากกว่า 50 เล่มเกี่ยวกับเซลล์ต้นกำเนิด (รวมถึงหนังสือสำหรับสัตว์) การแก่ชรา ความผิดปกติของระบบประสาท และพัฒนาการทางระบบประสาท โรคเมตาบอลิก การแพทย์ชีวภาพและการฟื้นฟู และสิ่งพิมพ์ทางวิทยาศาสตร์และทางการแพทย์มากกว่า 100 ฉบับในสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร


นอกจากนี้ Mike Chan ยังได้รับรางวัลระดับนานาชาติหลายรางวัลในด้านเทคโนโลยีชีวภาพในยุโรปและตะวันออกกลาง นอกจากนี้ Mike Chan ยังมีสิทธิบัตรระหว่างประเทศมากกว่า 40 ฉบับทั่วโลกสำหรับผลิตภัณฑ์ชีวเภสัชภัณฑ์หลายรายการ รวมถึงเซลล์ต้นกำเนิด เปปไทด์ การบำบัดด้วยภูมิคุ้มกันตนเอง และสารอาหารทางเส้นเลือด

ตั้งแต่กลางทศวรรษที่ 80 ด้วยทุนเริ่มต้นเพียง 10,000 เหรียญสหรัฐ ไมค์มีประสบการณ์ตรงจากการอยู่ภายใต้การดูแลของนักบำบัดเซลล์ที่เก่งกาจที่สุดในโลกหลายคนซึ่งมาจากสหภาพโซเวียต เยอรมนี และสวิตเซอร์แลนด์ Mike Chan ผู้บุกเบิกการแพทย์ฟื้นฟูทางชีวภาพ การบำบัดด้วยเซลล์/ออร์กาโน และการวิจัยเซลล์ต้นกำเนิดในยุโรป และหลังจากนั้นเป็นผู้นำบริษัทสวิสและเยอรมนีหลายแห่งที่มีชื่อเสียงด้านการบำบัดด้วยเซลล์เพื่อต่อต้านวัยให้ขยายตัวอย่างรวดเร็วไปทั่วโลก โดยมีการดำเนินการที่หลากหลายตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการผลิตและการจัดจำหน่าย และต่อมามีการริเริ่มการศึกษาแพทย์เพื่อปรับปรุงการใช้งานทางคลินิกของชีวเภสัชภัณฑ์

นอกจากนี้ Mike Chan ยังเป็นผู้บุกเบิกในการนำการวิจัยเซลล์ต้นกำเนิดและการบำบัดด้วยเซลล์เข้าสู่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นครั้งแรกในช่วงกลางทศวรรษ 1980 และนับจากนั้นเป็นต้นมา ไมค์ได้ริเริ่มโครงการการศึกษาสำหรับแพทย์และตัวแทนจำหน่ายผ่านเครือข่ายการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมใน 80 ประเทศ Mike Chan เป็นวิทยากรในที่สาธารณะบ่อยครั้ง โดยเขาได้บรรยาย สัมมนา และประชุมสัมมนามากกว่า 1,000 ครั้งทั่วโลกในสาขาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีชีวภาพ ชีวเภสัชภัณฑ์ ยาต้านวัย การแพทย์ฟื้นฟู และการบำบัดด้วยเซลล์ต้นกำเนิด

ปัจจุบัน Mike Chan ดำรงตำแหน่งคณะกรรมการและเป็นหัวหน้าคณะกรรมการวิทยาศาสตร์ด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูของ ESAAM (European Society of Preventative, Regenerative and Anti-Aging Medicine) ซึ่งเป็นองค์กรวิทยาศาสตร์ด้านการป้องกัน ฟื้นฟู และต่อต้านวัยที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ก่อตั้งในปี 2003 และดำรงตำแหน่งประธานสมาคมแห่งเอเชียด้วย นอกจากนี้ เขายังเป็นรองศาสตราจารย์ของ AASCP (American Academy of Stem Cell Physicians) แห่งสหรัฐอเมริกา ประธาน A4M (American Academy of Anti-Aging Medicine) แห่งสหรัฐอเมริกาสำหรับประเทศไทยและเอเชีย สมาคมการแพทย์ฟื้นฟูของญี่ปุ่น MMJ (Multi-Dimensional Holistic Medical Team Japan) และผู้ก่อตั้งร่วมของ FCTI Precursor Stem Cells แห่งยุโรป ในปี 2018 และ 2019 Mike Chan ร่วมกับทีมแพทย์ของเขาได้นำการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพและการท่องเที่ยวเพื่อการศึกษาที่สำคัญมาสู่สวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนี และมาเลเซีย โดยมีแพทย์จากสหรัฐอเมริกา โปรตุเกส เบลเยียม จีน สเปน สหราชอาณาจักร อินโดนีเซีย ไทย สิงคโปร์ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และตะวันออกกลาง ร่วมด้วย

นอกจากนี้ Mike Chan ยังเป็นสมาชิกวุฒิสภา BWA ประเทศเยอรมนี (สมาคมเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและการค้าต่างประเทศสำหรับจีน อินโดนีเซีย และมาเลเซีย) และเป็นผู้นำ จ้างงาน และทำงานร่วมกับนักวิทยาศาสตร์และนักวิชาการชั้นนำจากทั่วโลก เช่น MIT, Oxford, Cambridge Heidelberg University และ University of Irvine, California เป็นต้น

Mike Chan ได้รับรางวัลมากมาย สำหรับความเป็นผู้นำ ผู้ประกอบการ การรับรองคุณภาพ และรางวัลความสำเร็จจากยุโรปไปจนถึงจีน เขาเป็นสมาชิกในองค์กรวิชาการและสมาคมมากกว่า 20 แห่ง นอกจากยังปรากฏตัวบนหน้าปกมากกว่า 30 แห่งทั่วโลก



เขาอาศัยอยู่ในเมืองโกตาคินาบาลู ซาบาห์ และยุโรปมาเป็นเวลากว่าสามทศวรรษ ความปรารถนาของเขาในฐานะชาวจีนมาเลเซียที่ภาคภูมิใจซึ่งมีเชื้อสาย "บูดักกัมปุง" ถือเป็นแรงบันดาลใจมาโดยตลอด โดยเขาเป็นรุ่นที่สามของชาวจีนเชื้อสายฝูเจี้ยนที่ต้องการนำเทคโนโลยีชีวภาพ การวิจัย และการศึกษาที่ทันสมัยระดับโลกมาสู่มาเลเซียและจีน ปัจจุบัน เขากำลังทำงานร่วมกับรัฐบาลซานตงของจีนเกี่ยวกับศูนย์เทคโนโลยีชีวภาพ การศึกษา และการวิจัยด้านการแพทย์ชีวภาพ/ฟื้นฟู และการบาดเจ็บจากกีฬาและการฟื้นฟูร่างกาย และได้รับเชิญให้เป็นวิทยากรผู้เชี่ยวชาญเรื่องเซลล์ต้นกำเนิดและโภชนาการสำหรับโควิด (รวมถึงการระบาดของโควิด 14 กุมภาพันธ์ 2020)

ขอบคุณข้อมูล ศาสตราจารย์ Dato' Sri Dr. Mike KS Chan จาก
https://european-wellness.eu/advisory/prof-dr-mike-chan/

04 เมษายน 2568

“บีไชน์ ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส” ซื้อ 1 ฟรี 1 ซอง เพียง 39 บาท

หน้าร้อนนี้ผิวดี พร้อมข้อเข่าแข็งแรง ซื้อได้ที่เซเว่น อีเลฟเว่น

ซัมเมอร์ เมษานี้ บริษัท บีไชน์ นูทริชั่น พลัส จำกัด จัดโปรโมชั่นสุดคุ้มเพื่อสาวๆ “บีไชน์ ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส” ขนาดซองบรรจุ 7,200 มิลลิกรัม เข้มข้นด้วยสารสกัดที่จะช่วยดูแลผิวและข้อเข่า ซื้อ 1 ซอง ฟรีอีก 1 ซอง พิเศษเพียง 39 บาท จากปกติราคา 78 บาท และสมาชิก All Member รับ 1 เหรียญ สามารถซื้อได้ตั้งแต่วันนี้ - 23 เมษายน 2568 ที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ใกล้บ้าน เป็นคอลลาเจน เกรดพรีเมี่ยม อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ขายดีและรับประกันคุณภาพจากบีไชน์ อยากให้ทุกคนได้ลองทาน ไม่มีสารตกค้างในร่างกาย 

“บีไชน์ ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส” ขั้นสุดของคอลลาเจนที่ดี ดูแลได้มากกว่าผิว ผสาน 5 คุณประโยชน์เน้นๆ ได้แก่ ไดเปปไทด์คอลลาเจนจากปลา 7000 มิลลิกรัม นวัตกรรมใหม่จากประเทศญี่ปุ่นที่มีขนาดโมเลกุลเล็กที่สุด ดูดซึมได้ดีที่สุด โดยคอลลาเจนไดเปปไทด์สกัด เฉพาะ 2 คู่ ที่เรียกว่า PO และ OG ทำให้มีประสิทธิภาพสูงเมื่อเทียบกับไดเปปไทด์ทั่วไป ผสาน สารสกัดจากซีบัคธอร์น, สารสกัดจากว่านหางจระเข้, วิตามินซี และวิตามินอี ช่วยบำรุงผิวให้สวยเนียนใส ตึงกระชับ ลดริ้วรอย พร้อมเสริมข้อเข่าให้แข็งแรง สุขภาพดี เพิ่มมวลกระดูกให้มากขึ้น ลดอาการปวดเข่าจากข้อเข่าอักเสบ รับประทานวันละ 1 ซอง ก่อนอาหารเช้า อย่างน้อย 30 นาที วิธีชง : ชงละลายน้ำดื่ม 200 มล. สามารถผสมกับเครื่องดื่มและอาหารได้หลากหลายตามที่ต้องการ เช่น น้ำเปล่า ชา กาแฟ นม น้ำผลไม้ หรือเติมปรุงในอาหารต่างๆ เช่น ซุป โยเกิร์ต น้ำสลัด โดยไม่ทำให้รสชาติของอาหารเปลี่ยนแปลง


“บีไชน์ ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส” คอลลาเจนแท้จากปลา นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นเกรดพรีเมี่ยม ละลายง่าย ไม่คาว ไม่ใส่สี ไม่แต่งกลิ่น ไม่แต่งรส ไม่มีไขมัน ไม่เติมน้ำตาล ปลอดภัยไม่มีสารตกค้างในร่างกาย ทานได้ตั้งแต่วัยหนุ่มสาว จนถึงคนที่มีอายุ 40+ ขึ้นไป เติมสิ่งดีๆ ให้กับตัวเอง ช่วยคืนความอ่อนเยาว์ บำรุงทั้งผิว และช่วยปัญหาข้อเข่าเสื่อม บรรเทาอาการปวดและกลับมาแข็งแรงเดินได้อย่างมั่นคง 

สามารถติดตามข่าวสารโปรโมชั่นและดูข้อมูลเพิ่มเติมของ “บีไชน์ ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส” 
ได้ที่ www.bshine.co.th, FB : https://www.facebook.com/BnpHealth และ Line : @Bshine

27 มีนาคม 2568

พาราไดซ์ พาร์ค มุ่งยกระดับประสบการณ์ใหม่ สู่การเป็น Health & Wellness Destination

พาราไดซ์ พาร์ค มุ่งยกระดับประสบการณ์ใหม่ที่ยิ่งใหญ่จากเดิม สู่การเป็น Health & Wellness Destination เติมเต็มทุกความต้องการด้านสุขภาพและทุกไลฟ์สไตล์เพื่อชีวิตที่ดีของทุกคน

พาราไดซ์ พาร์ค ยืนหนึ่งในเรื่องการให้บริการสุขภาพครบวงจร เดินหน้าขยายพันธมิตรด้านสุขภาพชื่อดังหลากหลายอย่างต่อเนื่อง พร้อมมุ่งสู่การเป็นจุดหมายปลายทางเป็น “สถานีสุขภาพดี”  ที่ครบในด้านสุขภาพและการใช้ชีวิตดี ๆ Health & Wellness Destination เพื่อยกระดับประสบการณ์ใหม่ที่แตกต่างไป
จากเดิมให้กับลูกค้าทุกคน เชื่อตอบโจทย์และต่อยอดไลฟ์สไตล์ของกลุ่มลูกค้าเดิม และเพิ่มฐานลูกค้าใหม่





หลังจากที่ เอ็ม บี เค ประกาศปรับโฉมใหม่ ศูนย์การค้าพาราไดซ์  พาร์ค พร้อมทั้งปรับกลยุทธ์และแนวคิดใหม่ภายใต้คอนเซ็ปต์ Living in Harmony ใส่ใจการใช้ชีวิต กินดี อยู่ดี สุขภาพดี เพื่อยกระดับประสบการณ์ใหม่ ที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ปัจจุบันที่ดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น ด้วยการให้บริการด้านสุขภาพแบบองค์รวม ที่ไม่เพียงแต่เน้นการรักษาแต่ยังรวมถึงการสร้างเสริม ป้องกัน ดูแล รักษา บำบัดและฟื้นฟู แบบครบวงจรในย่านศรีนครินทร์ 

นางสาวพุทธชาด ศรีนิศากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการตลาด บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ก่อนที่จะปรับโฉมใหม่และปรับแนวคิดคอนเซ็ปต์ใหม่ ได้มีการศึกษาพฤติกรรมไลฟ์สไตล์และความต้องการของลูกค้าตลอดจนประชาชนพื้นที่โดยรอบ แม้ว่าแต่ละกลุ่มจะมีไลฟ์สไตล์หรือความต้องการที่แตกต่างกันไป แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทุกคนให้ความสนใจเหมือนกันและมีแนวโน้มว่าจะสนใจเพิ่มมากขึ้น คือ “การดูแลสุขภาพดีไม่ต้องรอ” เพราะเรารวมคลินิคมากมายครบถ้วน ให้คุณเข้าถึงการรักษาได้อย่างสะดวกสบาย มาดูแลสุขภาพไปพร้อมกับการใช้ชีวิตประจำวัน




ตอนนี้มีพันธมิตรด้านสุขภาพ ทั้งคลินิกแพทย์แผนปัจจุบัน แพทย์ทางเลือก ศูนย์ความงามแบบครบวงจร ตลอดจนร้านเพื่อสุขภาพต่าง ๆ กว่า 50 ร้านค้า โดยเฉพาะชั้น 3 มีพื้นที่ 17,014 ตารางเมตร และกว่า 60% ของพื้นที่ ทำเป็น โซน Health & Wellness  ลูกค้าจะพบกับคลินิกชั้นนำมาเปิดให้บริการ อย่าง คลินิกพรีเมียม รามาธิบดี เฮลธ์ สเปซ@พาราไดซ์ พาร์ค ที่ถือเป็นการร่วมมือครั้งสำคัญกับ โรงพยาบาลรามาธิบดี ในการเปิดศูนย์ดูแลสุขภาพครบวงจรนอกพื้นที่โรงพยาบาล ให้ประชาชนเข้าถึงการดูแลสุขภาพและการบริการที่ครบวงจร โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา อาทิ  อายุกรรม กุมารเวช กระดูกและข้อ

สูติ-นรีเวช เวชศาสตร์ฟื้นฟู แพทย์ทางเลือก คลินิกการนอนหลับ จากโรงพยาบาลรามาธิบดี และการให้บริการพื้นฐานทางหัตถการที่สะดวก รวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องเดินทางเข้าเมืองหรือเข้าสู่ระบบการรักษาในโรงพยาบาล สามารถรองรับผู้ป่วยได้ไม่ต่ำกว่า 300 คนต่อวัน  ซึ่งหลังจากเปิดให้บริการมากว่า 1ปี ได้รับการตอบรับที่ดีมากจากลูกค้าและประชาชนในพื้นที่ทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้ารับบริการต่อเนื่อง 

รวมทั้งมีคลินิกของคุณหมอที่เก่งและเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านต่าง ๆ มาเปิดให้บริการ อาทิ คลินิกกายภาพบำบัด Rehabz By Chersery Home ที่เหมือนยกแผนกกายภาพบำบัดระดับโรงพยาบาลมาไว้ที่นี่ เพื่อดูแลฟื้นฟูสุขภาพด้านกายภาพ โดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ พร้อมอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการรักษา โสฬสคลินิก (SOROT CLINIC)  รักษาไมเกรนและโรคปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง ด้วยวิธี
"กดจุดลึกปรับโครงสร้างกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น (Deep Acupressure and Muscle Restructuring)" ผสมผสานกับ "การบำบัดจุดกดเจ็บ” อีกหนึ่งทางเลือกในการรักษาที่มีประสิทธิภาพ สหคลินิก เวลเนสแคร์ ใช้การรักษาด้วยวิถีธรรมชาติบำบัดร่วมกับแผนปัจจุบัน (Integrative Therapy/Integrative Medicine) พร้อมให้ความรู้ในการปรับเปลี่ยนอาหารให้เป็นยา




นอกจากนี้ ยังมีศูนย์ดูแลสุขภาพและความงามชั้นนำที่นำนวัตกรรมทันสมัย พร้อมด้วยทีมแพทย์ที่เชี่ยวชาญทั้งด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย เวชศาสตร์ป้องกัน เวชศาสตร์ฟื้นฟู คอยดูแลและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด อาทิ Aestheta Wellness & Aesthetic พบกับการให้บริการที่หลากหลาย อาทิ การปรับสมดุลร่างกายด้วยการคลีนลำไส้ให้สะอาดกับ Colon Hydrotherapy  หรือการดูแลหัวใจด้วย EECP เครื่องมือที่ช่วยเพิ่มปริมาณเลือดไปเลี้ยงหัวใจให้เพิ่มขึ้น  ส่วน S’RENE by SLC คลินิกดูแลสุขภาพแบบองค์รวมเพื่อคนเมือง ด้วยเทคโนโลยีทันสมัย อย่าง Smart Focus Shockwave ที่ใช้คลื่นกระแทกที่มีความแม่นยำสูง มารักษาอาการปวดกล้ามเนื้อ กระตุ้นการฟื้นฟูเนื้อเยื่อ และเพิ่มการไหลเวียนเลือด หรือการรักษาข้อเข่าเสื่อมด้วยการฉีดเกล็ดเลือดด้วยเครื่อง PRP เป็นต้น รวมทั้งยังมีคลินิกแพทย์แผนจีน คลินิกสุขภาพจิต คลิกนิกเฉพาะทางเรื่องการได้ยิน คลินิกทันตกรรม ตลอดจนร้านสินค้าเพื่อสุขภาพและอุปกรณ์ของใช้ผู้สูงอายุ และโซน ตลาดสมุนไพรพรีเมียม นำสินค้าและผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ได้รับการรับรองหรือผลิตภัณฑ์ที่ได้รางวัลจากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลสุขภาพ และในไตรมาส 2 นี้จะเปิด ศูนย์ไตเทียม ให้บริการฟอกไต ซึ่งพาราไดซ์ พาร์ค ถือเป็นศูนย์การค้าแห่งแรกในประเทศไทยที่มีบริการฟอกไต โดยสามารถรองรับผู้มาใช้บริการได้ถึง 16 เตียง
ใช้สิทธิ์ประกันสังคม และสิทธิ์ 30 บาท ได้อีกด้วย 


นางสาวพุทธชาด กล่าวเพิ่มเติม ไม่เพียงแค่การเติมเต็มพันธมิตรสุขภาพชั้นนำ หรือผนึกร้านค้าชั้นนำ ร้านอาหารชื่อดังต่าง ๆ ภายในศูนย์การค้าให้มีความหลากหลายยิ่งขึ้น เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกค้าและสร้างทราฟฟฟิกให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น การจัด “อีเว้นท์” เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเพิ่มทราฟฟิก และช่วยกระตุ้นกำลังซื้อร้านค้าต่าง ๆ เพิ่มขึ้นจากช่วงปกติได้อีกเช่นกัน

ปัจจุบันทราฟฟิกลูกค้าพาราไดซ์ พาร์ค เฉลี่ยประมาณวันละ 40,000-50,000 คนต่อวัน ในช่วงวันหยุดหรือในวันที่มีการจัดกิจกรรมอีเว้นท์ จะเพิ่มขึ้น 15% โดยกลุ่มลูกค้าของพาราไดซ์ พาร์ค จะเป็นกลุ่มครอบครัว และผู้สูงวัย ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง พบว่ามีเฉลี่ยการใช้จ่ายปกติอยู่ที่ 3,000 บาทต่อบิล แต่เมื่อมีการจัดอีเว้นท์ จะมีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นประมาณ 10%



เมื่ออีเว้นท์มีส่วนสำคัญในการดึงดูดคนเข้าศูนย์การค้าฯ และช่วยเพิ่มการจับจ่ายใช้สอยให้กับร้านค้า จึงต้องออกแบบที่มีความโดดเด่น น่าสนใจ และน่าประทับใจ ตลอดจนนำเทรนด์คนดังที่กำลังเป็นกระแสมาเป็นส่วนหนึ่งของการจัดกิจกรรม เพื่อมอบความสุขและความผ่อนคลายสำหรับทุกคนในครอบครัว รวมทั้งการจัดกิจกรรมที่รองรับกลุ่มผู้สูงอายุ 

โดยอีเว้นท์ที่ครองใจที่ได้รับความสนใจจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง อย่าง กิจกรรม “ยังก์ ไหว คลับ” เป็นเหมือนเป็นอีกหนึ่งคอมมูนิตี้ที่กลุ่มผู้สูงวัย ที่ได้ออกมาพบปะพูดคุย เพลิดเพลินกับการใช้เวลาว่างหลังเกษียณ ทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน ทั้งการเต้นลีลาศ และร้องเพลง กิจกรรม PARADISE PARK KHON THE THEATER การแสดงโขน ให้ชมฟรีในทุกเดือน ซึ่งนอกจากร่วมอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญของไทยให้คงอยู่แล้ว ยังได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าเป็นอย่างมากทุกคนชื่นชอบและรอคอยเพื่อที่จะมาชื่นชมการแสดง หรือแม้แต่การนำเรื่องเทรนด์การดูแลสุขภาพมาต่อยอดกับ กิจกรรม Paradise Park Health & Wellness ที่จะมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ จากพันธมิตรคลินิกในศูนย์การค้าฯ อาทิ            Rehabz By Chersery Home สหคลินิก เวลเนสแคร์ มาให้ความรู้ควบคู่การทำเวิร์คช็อปที่เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ ขณะเดียวกันผนึกพันธมิตรกับสถาบันการศึกษาและมหาวิทยาลัยชั้นนำ ในการจัดการแข่งขันเชิงวิชาการที่สนุกอย่างสร้างสรรค์ทั้งการแข่งขันหุ่นยนต์ การแข่งขันหมากรุกสากล การแข่งขัน Crossword การแข่งขันการ์ดเกม เป็นต้น  




“การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ครั้งนี้ของพาราไดซ์ พาร์ค ไม่เพียงแต่ปรับกลยุทธ์และแนวคิดใหม่ แต่ยังยกระดับประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้แก่ลูกค้า ในการมุ่งสู่การเป็น Health & Wellness Destination จุดหมายปลายทางที่ครบครันในเรื่องการดูแลสุขภาพและการมาใช้ชีวิตดี ๆ ในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นการ กินดี อิ่มอร่อยร้านอาหารมากมาย อยู่ดี เพลิดเพลินกับสินค้าคุณภาพที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล รวมทั้งกิจกรรมดี ๆ มากมายสำหรับทุกคนในครอบครัว และ สุขภาพดี กับหลากหลายบริการด้านสุขภาพแบบองค์รวมที่พร้อมดูแลคุณทั้งร่างกายและจิตใจ เชื่อว่าจะตอบโจทย์และต่อยอดไลฟ์สไตล์ของกลุ่มลูกค้าเดิมและยังช่วยเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ได้อีกเช่นกัน” นางสาวพุทธชาด กล่าวทิ้งท้าย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เอ็ม บี เค คอนแทคท์เซ็นเตอร์ 1285
พร้อมติดตามกิจกรรม และโปรโมชันดี ๆ ของศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ได้ที่ www.paradisepark.co.th หรือเฟซบุ๊กเพจ Paradise Park อินสตาแกรม paradisepark_th
และยูทูป paradiseparkchannel

https://www.youtube.com/shorts/oqpC1XMNFws

#พาราไดซ์พาร์ค #Paradisepark  #HEALTHANDWELLNESSDESTINATION #รามาธิบดีเฮลธ์สเปซ #RehabzByCherseryHome #โสฬสคลินิก #สหคลินิก #Aestheta #S’RENE #ศูนย์ไตเทียม