11 มิถุนายน 2569

เครือ รพ. พญาไท-เปาโล จับมือกลุ่มบริษัทบางจาก ขับเคลื่อน Sustainable Healthcare


เครือ รพ. พญาไท-เปาโล จับมือกลุ่มบริษัทบางจาก ขับเคลื่อน Sustainable Healthcare เปลี่ยน Food Waste สู่ Future Fuel มุ่งสู่ Net Zero Healthcare Ecosystem

เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ร่วมกับ บริษัท บีเอสจีเอฟ จำกัด บริษัท กรุงเทพขนส่งเชื้อเพลิงทางท่อและโลจิสติกส์ จำกัด บริษัท ฟู้ดเฮ้าส์ เคเทอร์ริ่ง เซอร์วิสเซส จำกัด และ บริษัท โซเด็กซ์โซ่ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด ลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ด้านการจัดการน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว เพื่อนำไปผลิตเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) ภายใต้โครงการ “Fry to Fly” ของกลุ่มบริษัทบางจาก ตอกย้ำความร่วมมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) สร้างคุณค่าจากทรัพยากรใช้แล้ว และสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน


พิธีลงนามจัดขึ้น ณ โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน โดยมี นายอิทธิ ทองแตง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล, นางกัณฑมาศ กฤตยานุกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการผลิต บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และกรรมการ บริษัท บีเอสจีเอฟ จำกัด และ นายอธิษฐ์ ชินันท์ธนาศิริ ผู้อำนวยการทั่วไป บริษัท กรุงเทพขนส่งเชื้อเพลิงทางท่อและโลจิสติกส์ จำกัด ร่วมลงนาม พร้อมด้วยผู้บริหารจากพันธมิตรด้านบริการอาหารร่วมเป็นสักขีพยาน

ความร่วมมือครั้งนี้เชื่อมโยงภาคสาธารณสุข ภาคพลังงาน และภาคบริการอาหารเข้าด้วยกัน ผ่านการนำน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วจากโรงพยาบาลเข้าสู่กระบวนการผลิต SAF ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าของทรัพยากรใช้แล้ว และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

ขับเคลื่อน Sustainable Healthcare ผ่าน ESG ในทุกมิติ เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนภายใต้กรอบ ESG (Environmental, Social and Governance) และแนวคิด Sustainable Healthcare โดยมุ่งสร้างสมดุลระหว่างคุณภาพการรักษาพยาบาล ประสบการณ์ผู้ป่วย ประสิทธิภาพการดำเนินงาน และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล เดินหน้าพัฒนา Green Hospital ผ่านการบริหารจัดการพลังงาน น้ำ และทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การลดขยะและเพิ่มการรีไซเคิล ตลอดจนการส่งเสริม Circular Healthcare เพื่อยกระดับระบบบริการสุขภาพที่ยั่งยืนหนึ่งในประเด็นสำคัญที่องค์กรให้ความสำคัญ คือการบริหารจัดการ Food Waste อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การออกแบบเมนู การบริหารจัดการวัตถุดิบ การควบคุมปริมาณอาหารให้เหมาะสมกับผู้ป่วย การลดเศษอาหารจากกระบวนการผลิต ไปจนถึงการสร้างความตระหนักรู้แก่บุคลากร ผู้รับบริการ และคู่ค้าทางธุรกิจ เพื่อร่วมกันลดการสูญเสียทรัพยากรตลอดห่วงโซ่คุณค่า

จาก Food Waste สู่ Future Fuel
นายอิทธิ ทองแตง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล กล่าวว่า “เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล เชื่อว่าการดูแลสุขภาพที่ยั่งยืนต้องครอบคลุมทั้งผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวทาง Sustainable Healthcare เราจึงขับเคลื่อน ESG ในทุกมิติ ตั้งแต่การบริหารจัดการพลังงาน การลดของเสีย การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ไปจนถึงการบริหารจัดการ Food Waste ในทุกกิจกรรมขององค์กรความร่วมมือครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญในการต่อยอดแนวคิด Circular Economy โดยเปลี่ยนน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วให้เกิดคุณค่าใหม่ในรูปแบบพลังงานสะอาด พร้อมสนับสนุนเป้าหมาย Zero Waste และการสร้างระบบบริการสุขภาพที่เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

พลังความร่วมมือเพื่อเศรษฐกิจหมุนเวียนและการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ด้านนางกัณฑมาศ กฤตยานุกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการผลิต บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และกรรมการ บริษัท บีเอสจีเอฟ จำกัด กล่าวว่า “โครงการ Fry to Fly เป็นตัวอย่างของการนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาสร้างคุณค่าอย่างเป็นรูปธรรม โดยเปลี่ยนน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วให้เป็นวัตถุดิบสำหรับการผลิต SAF ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ ความร่วมมือกับเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโลในครั้งนี้ สะท้อนพลังของทุกภาคส่วนในการร่วมกันลดของเสีย ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และสร้างอนาคตที่ยั่งยืนไปด้วยกัน”

ต้นแบบความร่วมมือสู่ระบบสุขภาพคาร์บอนต่ำ
นอกจากการช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการกำจัดน้ำมันใช้แล้วอย่างไม่ถูกวิธี ความร่วมมือครั้งนี้ยังช่วยส่งเสริมการใช้น้ำมันปรุงอาหารอย่างเหมาะสม ลดความเสี่ยงจากการใช้น้ำมันทอดซ้ำ และสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับสุขภาพและสิ่งแวดล้อมให้กับผู้ประกอบการ บุคลากร และผู้บริโภคความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ร่วมกันในการสร้างระบบสุขภาพที่ยั่งยืน ผ่านการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดของเสีย และส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล จะเดินหน้าพัฒนาโครงการด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างคุณค่าร่วมแก่ผู้ป่วย บุคลากร ชุมชน และสังคม พร้อมร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตที่มีสุขภาวะและความยั่งยืนควบคู่กัน

CP LAND เร่งเกมบ้านหรูภูมิภาค ต่อยอดกลยุทธ์ Premium Regional Living


CP LAND เร่งเกมบ้านหรูภูมิภาค ส่ง 'SŌLVANI' เจาะกำลังซื้อคุณภาพนครสวรรค์–พิษณุโลก ชูรับประกันโครงสร้าง 10 ปี ต่อยอดกลยุทธ์ Premium Regional Living พร้อมดึง อ.คฑา ถ่ายทอดศาสตร์ ฮวงจุ้ยเพื่อคุณภาพทุกชีวิต

ท่ามกลางการเติบโตของตลาดที่อยู่อาศัยระดับบนในหัวเมืองเศรษฐกิจสำคัญ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลายรายเริ่มขยายการลงทุนจากกรุงเทพฯ สู่ภูมิภาค เพื่อตอบรับกำลังซื้อคุณภาพที่มองหาที่อยู่อาศัยมาตรฐานสูงใกล้บ้านเกิด




บริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND หนึ่งในผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทยภายใต้เครือเจริญโภคภัณฑ์  เดินหน้าต่อยอดพอร์ตที่อยู่อาศัยแนวราบระดับพรีเมียม เปิดเกมบ้านหรูภูมิภาค 2 จังหวัด มูลค่ารวมกว่า 2,500 ล้านบาท โครงการ SŌLVANI NAKHONSAWAN (โซลวานี นครสวรรค์) และ SŌLVANI PHITSANULOK (โซลวานี พิษณุโลก) อย่างเป็นทางการ ภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงการที่เชื่อมโยงอัตลักษณ์ของแต่ละเมืองเข้ากับมาตรฐานการอยู่อาศัยสมัยใหม่ พร้อมชูจุดแข็งด้านคุณภาพการก่อสร้าง การบริการหลังการขาย และการรับประกันโครงสร้างบ้านนานถึง 10 ปี ซึ่งถือเป็นหนึ่งในมาตรฐานที่โดดเด่นของตลาดบ้านเดี่ยวในภูมิภาค


การเปิดตัว SŌLVANI ทั้งสองโครงการ สะท้อนทิศทางการเติบโตของ CP LAND ในตลาดบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียม โดยมุ่งตอบโจทย์ทั้งผู้ประกอบการ เจ้าของธุรกิจ ผู้บริหาร บุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงครอบครัวรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพการอยู่อาศัย ความเป็นส่วนตัว สภาพแวดล้อม และมูลค่าของทรัพย์สินในระยะยาว 

คุณดำรงศักดิ์ ถุงเงิน ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มงานธุรกิจที่อยู่อาศัย กล่าวว่า “ตลาดบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียมในหัวเมืองเศรษฐกิจมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากกำลังซื้อของผู้ประกอบการ เจ้าของธุรกิจ และครอบครัวรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตมากขึ้น การตัดสินใจเลือกบ้านในปัจจุบันไม่ได้พิจารณาเพียงทำเลหรือขนาดพื้นที่ แต่ให้ความสำคัญกับฟังก์ชันการอยู่อาศัย คุณภาพงานก่อสร้าง การบริการหลังการขาย และความมั่นใจในระยะยาว นครสวรรค์และพิษณุโลกเป็น 2 เมืองเศรษฐกิจสำคัญของภาคเหนือตอนล่างที่มีฐานผู้ประกอบการท้องถิ่น เจ้าของธุรกิจ บุคลากรทางการแพทย์ และกลุ่มครอบครัวกำลังซื้อสูงเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่ซัพพลายบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียมในตลาดยังมีจำกัด ส่งผลให้ทั้งสองจังหวัดเป็นทำเลยุทธศาสตร์ในการขยายพอร์ตที่อยู่อาศัยระดับบนของ CP LAND”

CP LAND จึงพัฒนา SŌLVANI ภายใต้แนวคิด Premium Regional Living โดยนำมาตรฐานการพัฒนาโครงการจากประสบการณ์กว่า 37 ปี มาต่อยอดสู่บ้านเดี่ยวระดับพรีเมียมในภูมิภาค ผ่าน 4 มาตรฐานสำคัญ ได้แก่ Functional Design, Construction Quality, After-Sales Service และ Long-Term Warranty เพื่อสร้างคุณค่าการอยู่อาศัยที่ยั่งยืนให้กับลูกค้า"



"จุดเด่นสำคัญของ SŌLVANI คือการนำเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละเมืองมาตีความเป็นงานสถาปัตยกรรมร่วมสมัย โดยนครสวรรค์สะท้อนแนวคิด Modern Chinese ขณะที่พิษณุโลกถ่ายทอดเสน่ห์ล้านนาผ่านแนวคิด A Touch of LANNA Charm เพื่อสร้างความภาคภูมิใจและความผูกพันระหว่างผู้อยู่อาศัยกับเมืองที่ตนเองเติบโต"

นอกจากคุณภาพโครงการและการรับประกันโครงสร้าง 10 ปี ลูกบ้าน SŌLVANI ยังได้รับสิทธิประโยชน์ผ่าน Pri-d Loyalty Program ซึ่งเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตรกว่า 50 แบรนด์ และสิทธิประโยชน์มากกว่า 90 รายการ ครอบคลุมทั้งด้านอาหาร ไลฟ์สไตล์ สุขภาพ และบริการต่าง ๆ เพื่อยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัยในระยะยาว” คุณดำรงศักดิ์ กล่าวในตอนท้าย

อีกหนึ่งไฮไลต์ของการเปิดตัวโครงการ คือการได้รับเกียรติจาก อาจารย์คฑา ชินบัญชร ผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์ฮวงจุ้ยและการออกแบบพื้นที่เพื่อความเป็นสิริมงคล กล่าวว่า "บ้านที่ดีควรเป็นพื้นที่ที่สร้างความสมดุลทั้งด้านการใช้ชีวิต ความสัมพันธ์ในครอบครัว และสภาพแวดล้อมโดยรอบ การออกแบบที่คำนึงถึงทิศทาง แสง ลม และการจัดวางพื้นที่ใช้งานอย่างเหมาะสม จะช่วยส่งเสริมพลังงานที่ดี ความสุข และคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยในระยะยาว"

"สิ่งที่น่าสนใจของ SŌLVANI คือ การนำแนวคิดการออกแบบสมัยใหม่มาผสานกับรายละเอียดที่สะท้อนอัตลักษณ์ของพื้นที่ ทำให้บ้านไม่ได้เป็นเพียงที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับรากฐานทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของเมืองนั้น ๆ"



นอกจากการออกแบบที่สะท้อนเอกลักษณ์ของแต่ละเมืองแล้ว ทั้งสองโครงการยังพัฒนาพื้นที่ส่วนกลางภายใต้แนวคิด Sol Facilities เพื่อรองรับการใช้ชีวิตของสมาชิกทุกช่วงวัย ประกอบด้วย Sol Lounge, Sol Living Co-Working Space, Sol Fitness, Kids Yard, Senior Yard และ Swimming Pool ที่เชื่อมโยงการพักผ่อน สุขภาพ การทำงาน และกิจกรรมของครอบครัวเข้าไว้ด้วยกัน พร้อมการดูแลความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง และระบบควบคุมการเข้าออกโครงการตามมาตรฐานบ้านระดับพรีเมียม

การเปิดตัว SŌLVANI นครสวรรค์ และ SŌLVANI พิษณุโลก ในครั้งนี้ จึงสะท้อนวิสัยทัศน์ของ CP LAND ในการยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยของเมืองภูมิภาค ผ่านการพัฒนาโครงการที่ผสานคุณภาพ การออกแบบ และประสบการณ์การอยู่อาศัยเข้าไว้ด้วยกัน ภายใต้แนวคิด “คุณภาพเพื่อทุกชีวิต” เพื่อสร้างคุณค่าให้กับผู้อยู่อาศัย ครอบครัว และชุมชนในระยะยาว



ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมโครงการ SŌLVANI นครสวรรค์ และ SŌLVANI พิษณุโลก พร้อม
สอบถามรายละเอียดแบบบ้าน ราคา และข้อเสนอพิเศษได้ที่สำนักงานขายโครงการ หรือช่องทาง CP LAND Residential โทร. 02-088-0999 / Line: @cpland / Website: https://www.cplandresidential.com

09 มิถุนายน 2569

สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ เสด็จร่วมแข่งขันในมหกรรมกีฬาส่งเสริมการท่องเที่ยวไตรกีฬานานาชาติ ประจำปี 2569


สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ เสด็จร่วมแข่งขันในมหกรรมกีฬาส่งเสริมการท่องเที่ยวไตรกีฬานานาชาติ ประจำปี 2569 รายการ Amazing Race Festival Toyota Sattahip Triathlon 2026 Presented by MAMA ชิงถ้วยพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ซึ่งกำหนดจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 13-14 มิถุนายน 2569 ณ อ่าวดงตาล กองเรือยุทธการ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

ขอเชิญชวนประชาชนเฝ้า ฯ รับเสด็จ ฯ และร่วมถวายกำลังใจ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในวันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2569 เวลา 06:00-10:00 น. ณ กองเรือยุทธการ อ่าวดงตาล อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

ในนามของคณะกรรมการอำนวยการจัดการแข่งขันฯ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัดชลบุรี กองทัพเรือ กองเรือยุทธการ สมาคมกีฬาทางน้ำแห่งประเทศไทย และไทยแลนด์ไตรลีก ขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จเข้าร่วมแข่งขันในครั้งนี้

ข้าพระพุทธเจ้า
บริษัท ไตรลีก (ประเทศไทย) จำกัด

ซีรีส์เรื่องใหม่ล่าสุดของรถไฟฟ้าสีแดง “Nobody Else Like You”


ต้อนรับเดือนแห่งความรักที่ไม่มีเงื่อนไขกับซีรีส์เรื่องใหม่ล่าสุดของรถไฟฟ้าสีแดง “Nobody Else Like You” พบ โตส อัครัช พระเอกช่อง 7 สี เทป วรชัย พระเอกซีรี่ส์ The Bangkok Boy หมู ภูษณะ นักแสดงจากช่อง 7 สี และ น้องคาปูชิโน่ พร้อมฟังซิงเกิลใหม่ของรถไฟฟ้าสายสีแดง เพลงประกอบซิรีส์ โดย แตงโม สยาภา อินฟูลฯ หัวใจวินเทจ และ กุน กิตติคุณ The Face Men Thailand อมยิ้มและมีความสุขไปกับมิตรภาพที่เกิดขึ้นบนรถไฟฟ้าสายสีแดง ตลอด 5 EP 8-12 มิถุนายน





ชมได้ทางโซเชียลมีเดียทุกแพลตฟอร์ม RED Line SRTET และ Instagram • up2uha
และชมเต็มเรื่องทาง YouTube วันที่ 14 มิถุนายน นี้ เวลา 6 โมงเย็น 

“มากกว่าการเดินทาง คือ ความพิเศษ”
ระบบขนส่งทางรางสายแรกของประเทศที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงและสิ่งแวดล้อม

เรียนบัญชีที่ ม.หัวเฉียวฯ ทางเลือกใหม่...สู่สายงานบัญชีมืออาชีพด้วยหลักสูตรที่เชื่อมต่อโลกธุรกิจจริง

​ทำไมต้องเรียนบัญชี? บัญชีสำคัญอย่างไร?   หนึ่งในวิชาชีพที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ก็คือ นักบัญชี ในยุคที่ข้อมูลทางการเงินมีบทบาทสำคัญต่อทุกองค์กร นักบัญชีจึงเป็นหนึ่งในวิชาชีพที่ตลาดแรงงานต้องการอย่างต่อเนื่อง



หลักสูตรบัญชีบัณฑิต คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ มีประสบการณ์การสอนและผลิตบัณฑิตมากว่า 23 ปี ปัจจุบันได้สร้างความโดดเด่นด้วยการร่วมมือกับ ดีลอยท์ ประเทศไทย ซึ่งเป็น 1 ใน 4 บริษัทที่ปรึกษาและตรวจสอบบัญชีชั้นนำระดับโลก (Big 4) ร่วมพัฒนาหลักสูตรที่ตอบโจทย์ตลาดแรงงานยุคดิจิทัลผ่านรายวิชาที่ทันสมัย อาทิ การควบคุมภายในและบริหารความเสี่ยง ระบบสารสนเทศทางการบัญชี รายงานการเงินและการวิเคราะห์ การควบคุมและตรวจสอบระบบสารสนเทศ การวางแผนและควบคุมงบประมาณ การบัญชีเพื่อความยั่งยืน (ESG) และการกำกับองค์กรและจริยธรรมวิชาชีพ เป็นต้น



​หากต้องการเป็นนักบัญชี ผู้สอบบัญชี ผู้ตรวจสอบภายใน นักวิเคราะห์การเงิน ที่ปรึกษาด้านภาษี เจ้าหน้า
ที่ด้านบัญชีและการเงินในองค์กรภาครัฐและเอกชน รวมถึงต่อยอดสู่การสอบใบอนุญาตและคุณวุฒิวิชาชีพระดับสากลในอนาคต มาเรียนบัญชีที่ ม.หัวเฉียวฯ เรียนกับมืออาชีพจากดีลอยท์เน้นทั้งความรู้ทางวิชาการ ประสบการณ์จริง เป็นทางเลือกใหม่เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่โลกแห่งการทำงานจริง และมีโอกาสฝึกงานกับองค์กรระดับสากล นอกจากนี้ยังได้เรียนเสริมทักษะการสื่อสารภาษาจีนซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของมหาวิทยาลัย สมัครเรียนวันนี้ที่ https://admission.hcu.ac.th

สอบถามพูดคุยที่ โทร. 02 7138100 ต่อ 1223 หรือ 1484

08 มิถุนายน 2569

กาล่า ดินเนอร์ เพลินเพลงสุนทราภรณ์ กับ ม.น.ข. เพื่อสนับสนุนการศึกษา ครั้งที่ 3

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2569 มูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ (ม.น.ข.) จัดงานกาล่า ดินเนอร์ การกุศล “เพลินเพลงสุนทราภรณ์ กับ ม.น.ข. เพื่อสนับสนุนการศึกษาเฉพาะกิจ” ครั้งที่ 3 (2569) ณ โรงแรมพูลแมน คิง พาวเวอร์ กรุงเทพฯ

อาจารย์สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ ประธานกรรมการบริหาร มูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชินูปถัมภ์  (ม.น.ข.)  และคณะกรรมการจัดงานให้การต้อนรับ นายขรรค์ ประจวบเหมาะ ผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้สภากาชาดไทย  และที่ปรึกษา ม.น.ข. ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธี 


สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์ “ราชินีคู่ราชัน” คู่พระบารมีในหลวงรัชกาลที่ 9  เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงองค์อุปถัมภิกามูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชินูปถัมก์ (ม.น.ข.)…ประธานกรรมการบริหาร ม.น.ข. นำถวายความอาลัยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อแสดงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ พระผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ทรงรับ ม.น.ข. ไว้ใน “พระบรมราชินูปถัมภ์” ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2504 จวบจนปัจจุบัน 

นายวิสูตร กาญจนปัญญาพงศ์ ประธานดําเนินงาน ได้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้ว่า เพื่อเป็นการระดมทุนจากผู้มีจิตศรัทธาสนับสนุนทุนการศึกษาให้แก่นักเรียน นิสิต และนักศึกษา ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ให้ได้รับโอกาสศึกษาตามสมควรแก่ศักยภาพ ภายใต้โครงการ “ม.น.ข. เฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ (72 พรรษา) สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” โดย ม.น.ข. 
ได้ร่วมกับ มูลนิธิสุนทราภรณ์ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นําเสนอบทเพลงยอดนิยมของวงดนตรีสุนทราภรณ์ 



นายขรรค์ ประจวบเหมาะ ประธานในพิธี ได้กล่าวเปิดงาน และชื่นชมถึงความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ของ ม.น.ข. ที่ได้ดำเนินการจัดหาทุนการศึกษามาอย่างยาวนานถึง 65 ปี เพื่อมอบโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็ก และเยาวชนที่ขาดแคลน  ทุนทรัพย์ทั่วประเทศ ให้ได้ศึกษาจนจบหลักสูตรตามสมควรแก่ศักยภาพ มามากกว่า 25,000 คน ซึ่งเป็นการยืนยันได้ว่า  ม.น.ข. ได้ดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของการก่อตั้งมูลนิธิฯ ได้อย่างเป็นรูปธรรม และมีคุณูปการต่อการช่วยเหลือสังคม เป็นอย่างยิ่งการสร้างสะพานบุญของ ม.น.ข. โดยความร่วมมือกับมูลนิธิสุนทราภรณ์ฯ ในค่ำคืนนี้เป็นการตอบแทนผู้มี จิตศรัทธาที่ร่วมสนับสนุน ม.น.ข. ให้ได้รับความเพลิดเพลินกับดนตรี และเสียงเพลงอันไพเราะได้เป็นอย่างดียิ่งรวมทั้ง เป็นการสร้างความผูกพันที่มีต่อ ม.น.ข. อีกโสตหนึ่งด้วย


ภายในงาน แขกผู้มีเกียรติจะได้รับฟัง และรับชมดนตรี จากวงดนตรีสุนทราภรณ์อย่างจุใจถึง 33 บทเพลง โดยถ่ายทอดบทเพลงอันอมตะผ่านศิลปินสุนทราภรณ์ ทั้งคลื่นลูกเก่า และคลื่นลูกใหม่ ศิลปินรับเชิญ อาทิ เม้า-คุณสุดา ชื่นบาน (ศิลปินแห่งชาติ) ธัช-กิตติธัช แก้วอุทัย แบงค์-เฉลิมรัฐ จุลโลบล อลิศ-ธนัชศลักษณ์ ฮัตสัน  เอฟ-รัฐพงศ์ ปิติชาญ วิ-ดร.วิรัช ศรีพงษ์ และนักร้องกิตติมศักดิ์อีกหลายท่าน

รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว จะจัดสรรเป็นทุนการศึกษาให้แก่นักเรียน นิสิต และนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ให้ได้รับโอกาสทางการศึกษา ซึ่งเขาเหล่านั้นจะเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่สําคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศต่อไป

กาล่า ดินเนอร์ การกุศล “เพลินเพลงสุนทราภรณ์ กับ ม.น.ข. เพื่อสนับสนุนการศึกษาเฉพาะกิจ” ครั้งที่ 3 (2569) วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน 2569  ณ โรงแรมพูลแมน กรุงเทพฯ

07 มิถุนายน 2569

พม. จับมือ ETDA พัฒนาทักษะดิจิทัล มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันออนไลน์และยกระดับศักยภาพสตรีและครอบครัว

       

วันนี้ (6 มิ.ย. 69) เวลา 9.00 น. นายเอนกชัย เรืองรัตนากร ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เปิดกิจกรรมการพัฒนาทักษะทางด้านดิจิทัล ประจำปีงบประมาณ 2569 โดยมีนางพรนิภา  มาสิลีรังสี รองอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวกล่าวรายงาน พร้อมด้วย ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่พม. ผู้บริหารจากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) กลุ่มอาชีพสตรี ผู้ประกอบการ อพม. และผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ  รวมทั้งสิ้น 300 คน เข้าร่วม ณ โรงแรมเซ็นทารา โคราช จังหวัดนครราชสีมา


นายเอนกชัย กล่าวว่า ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันสื่อดิจิทัลและเทคโนโลยีออนไลน์มีอิทธิพลอย่างมากต่อ    วิถีชีวิต โดยส่งผลกระทบทั้งใน เชิงลบ ประชาชนจำนวนมากยังคงตกเป็นเหยื่อของภัยดิจิทัล ทั้งการ ถูกหลอกลวง  การละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และการใช้เทคโนโลยีที่ขาดความรู้เท่าทัน และเชิงบวก ในโลกยุคปัจจุบันการเข้าถึงข้อมูลและการพัฒนาทักษะจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างความรู้ความเข้าใจด้านดิจิทัล และเสริมสร้างกำลังคนให้พร้อมสู่การเป็นพลเมืองดิจิทัลที่มีคุณภาพ รองรับการพัฒนาในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ในทุก ๆ ด้าน รวมถึงการส่งเสริมการประกอบอาชีพ เพิ่มรายได้ โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มีภารกิจสำคัญในการส่งเสริมพัฒนาศักยภาพ และสร้างความเข้มแข็งให้แก่สตรี สถาบันครอบครัว และชุมชน เพื่อให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมในทุกมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันที่ทักษะด้านดิจิทัลได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินชีวิตประจำวันไม่ว่าจะเป็นการสร้างโอกาสทางอาชีพ การสื่อสาร ตลอดจนการรู้เท่าทันภัยออนไลน์ในรูปแบบต่าง ๆ

นายเอนกชัย กล่าวว่า พม. โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) ร่วมกับสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) จัด "กิจกรรมการพัฒนาทักษะทางด้านดิจิทัล ประจำปีงบประมาณ 2569" ระหว่างวันที่ 5-6 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรมเซ็นทารา โคราช จังหวัดนครราชสีมา กลุ่มเป้าหมายได้แก่ บุคลากรจากศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัว สถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ รวมถึงกลุ่มสตรีในชุมชน ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญที่จะนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในวิถีชีวิตประจำวันอย่างรู้เท่าทัน และขยายผลเป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ส่งต่อความรู้ในชุมชน โดยแบ่งเป็น 2 หลักสูตรสำคัญ ได้แก่ หลักสูตรแรก คือหลักสูตร ETDA Digital Citizen Plus (EDC Plus) ที่พัฒนาขึ้นโดยอิงจากมาตรฐานสากลและปรับให้สอดคล้องกับบริบทของคนไทย ประกอบด้วย 5 มิติ คือ Digital Identity, Digital Use, Digital Communication, Digital Security และ Digital Literacy เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างสร้างสรรค์และมั่นคงปลอดภัย และหลักสูตรที่สอง คือหลักสูตรเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และแนวทางการใช้งาน Generative AI เพื่อการทำงาน เพื่อยกระดับทักษะดิจิทัลให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่พื้นฐานจนถึงการบริหารจัดการงานอย่างมืออาชีพ รวมถึงจริยธรรมในการใช้งาน AI อย่างถูกต้องและเหมาะสม ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับวุฒิบัตรจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงานและ ETDA หลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรมและสอบผ่านตามเกณฑ์ใน DSD Online Training






นายเอนกชัย กล่าวเพิ่มเติม กระผมขอขอบคุณ ETDA และทุกหน่วยงานที่ร่วมกันขับเคลื่อนกิจกรรมอันมีคุณค่านี้และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่านจะได้รับความรู้และทักษะด้านดิจิทัลอย่างรอบด้าน สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ รู้เท่าทันและปลอดภัยจากภัยออนไลน์ รวมถึงสามารถนำความรู้ที่ได้รับ ไปถ่ายทอดต่อ หรือประยุกต์ใช้ในการทำงานและการดำเนินธุรกิจให้เกิดผลสำเร็จได้จริง