วันอังคารที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2562

SACICT พลิกตำนานเครื่องเบญจรงค์สู่นิยามใหม่ใช้ได้จริง ตอบโจทย์ความเป็นไปได้ของตลาด

โครงการ SACICT Signature Collection 2019 




วันที่ 30 เมษายน 2562 นางอัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ เป็นประธานการประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินกิจกรรมแก่ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกตามโครงการพัฒนาอัตลักษณ์เบญจรงค์ไทย 2562 (SACICT Signature Collection 2019) ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาอัตลักษณ์ของงานเบญจรงค์ในรูปแบบร่วมสมัยและสอดรับกับความต้องการที่เป็นไปได้ของตลาด เป็นโครงการที่ SACICT จัดขึ้นเพื่อเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่อเบญจรงค์ไทย ทั้งมุมมองคลาดและมุมมองของผู้ผลิต ให้งานเบญจรงค์ไทยยังคงคุณค่าความงดงามและเทคนิคแบบดั้งเดิม แต่ผสานด้วยนวัตกรรม การออกแบบที่นำมาสู่การใช้งานได้จริง สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้คนในยุคปัจจุบัน เป็นผลงานที่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์และรสนิยม โดยยังคงคุณค่าความโก้หรูเปี่ยมเสน่ห์ของงานเบญจรงค์ไทย




ในที่ประชุมได้ให้ผู้ที่ผ่านเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานด้านเบญจรงค์ แนวคิดในการผลิตงาน พัฒนาการในการสร้างสรรค์งานเบญจรงค์ รวมทั้งความคาดหวังในการเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ ขณะเดียวกันผู้ร่วมโครงการได้รับฟังมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบที่ปรึกษาโครงการ จาก ease studio และ Salt and Pepper Design studio เพื่อให้คำแนะนำแนวคิดและคำปรึกษาแก่ผู้เข้าร่วมโครงการในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยมี SACICT เป็นแกนในการผสานความคิดร่วมกัน เปิดโลกทัศน์ มุมมองและความคิดใหม่ๆในการทำงาน โดยได้มีการแบ่งกลุ่มระหว่างนักออกแบบและผู้ที่ลงพื้นที่ในการเดินทางเพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน





สิ่งสำคัญของโครงการ Signature Collection ในปีนี้ต้องคำนึงถึงความเป็นไปได้ของตลาด กำหนดเป้าหมายของตลาดให้ชัดเจน การตั้งราคา การใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน มีผู้ซื้อถาวร ผลงานที่ออกมาต้องมีเอกลักษณ์ตัวตนที่ชัดเจนกว่าที่มีอยู่

#sacict
#signaturecollection2019

วันจันทร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2562

การลงทุนใน Choco CRM สตาร์ทอัพไทย หนึ่งในผู้นำเรื่องระบบบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า

กรุงศรี ฟินโนเวต เดินหน้าสร้างประสบการณ์ที่เหนือกว่าให้กับลูกค้า
ผ่านการลงทุนใน Choco CRM




กรุงเทพฯ (29 เมษายน 2562) – กรุงศรี ฟินโนเวต ประกาศการร่วมลงทุนใน Choco CRM สตาร์ทอัพไทย หนึ่งในผู้นำเรื่องระบบบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า (Customer Relationship Management - CRM) และ Point-of-Sale (POS) ซึ่งมีฐานลูกค้าผู้ใช้งานครอบคลุมหลากหลายกลุ่มธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านขายของ ร้านเสื้อผ้า และธุรกิจอื่นๆ อีกมากมาย ร่วมกันต่อยอดผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินอย่างครบวงจร สร้าง Customer Journey ที่เหนือกว่าให้กับผู้ประกอบการผู้ใช้งาน POS และลูกค้า ตลอดจนเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินที่มากกว่าผ่าน Information-based Lending ของกรุงศรี รวมถึงช่องทางการรับชำระเงินแบบ QR Code


นายแซม ตันสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงศรี ฟินโนเวต จำกัด

นายแซม ตันสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงศรี ฟินโนเวต จำกัด กล่าวว่า “กรุงศรีเล็งเห็นศักยภาพและความเชี่ยวชาญของ Choco CRM เรื่องแพลตฟอร์ม POS และการทำ Data Analytics บริหารจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในเรื่องการทำ CRM ให้กับร้านค้า ผู้ประกอบการ SMEs จากการที่ Choco CRM เข้าร่วมในโครงการ Krungsri RISE Batch 3 ซึ่ง Choco CRM มีความโดดเด่นจนสามารถคว้ารางวัล Rising Star และปัจจุบัน Choco CRM คือสตาร์ทอัพรายที่ 3 จากโครงการ Krungsri RISE ที่กรุงศรี ฟินโนเวต ตัดสินใจร่วมลงทุนด้วย

การลงทุนในครั้งนี้จะทำให้เกิดพลังความร่วมมือที่ส่งเสริมกันและกันในหลายๆ เรื่อง เป้าหมายสำคัญคือ การช่วยสนับสนุนกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ให้แข็งแกร่ง สามารถส่งมอบบริการทางการเงินที่เหนือกว่าให้กับลูกค้าของตน ขณะที่ผู้ประกอบการเองสามารถมีระบบบริหารจัดการธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ และเข้าถึงบริการทางการเงินที่ดีกว่ารวมทั้งสินเชื่อผ่านแพลตฟอร์ม Information-based Lending ของกรุงศรี และยิ่งไปกว่านั้น กรุงศรีมีแผนที่จะนำคะแนนสะสมของบัตรเครดิตกรุงศรีและกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ รวมไปถึงลูกค้าของกรุงศรี ให้เข้าถึงสินค้าและบริการของผู้ใช้งาน Choco CRM อีกด้วย”


“กรุงศรีจะเป็นกำลังสำคัญในการช่วยให้ร้านค้าที่ใช้งาน POS ของ Choco CRM พัฒนาระบบการรับชำระเงินให้สะดวก รวดเร็ว และแม่นยำมากยิ่งขึ้น ด้วยระบบ QR Payment ขณะเดียวกันกรุงศรีมีดิจิทัลแพลตฟอร์มที่แข็งแกร่งทั้ง KMA และ UChoose ที่มีผู้ใช้งานในแต่ละแพลตฟอร์มถึงกว่า 2.5 ล้านราย ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับผู้ใช้งาน POS ของ Choco CRM สามารถเข้าถึงฐานลูกค้าของกรุงศรี” นายแซม กล่าว

นายสิรสิทธิ์ สุริยพัฒนพงศ์ Founder and Chief Executive Officer (CEO) 
บริษัท ช็อคโก้ คาร์ด เอ็นเตอร์ไพรส์


นายสิรสิทธิ์ สุริยพัฒนพงศ์ Founder and Chief Executive Officer (CEO) บริษัท ช็อคโก้ คาร์ด
เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด กล่าวว่า “เริ่มต้นจุดประสงค์ของพวกเราคือต้องการสร้างฐานลูกค้าประจำให้กับร้านค้า SMEs โดยจะทำอย่างไรให้ลูกค้าเกิดการกลับมาใช้ซ้ำมากขึ้นในธุรกิจนั้นๆ ระบบของเรามี 3 ช่องทางหลักในการสื่อสารกับ End-users คือ บัตรสมาชิก เบอร์โทรศัพท์ และแอปพลิเคชัน

“กรุงศรีจะเป็นกำลังสำคัญในการช่วยให้ร้านค้าที่ใช้งาน POS ของ Choco CRM พัฒนาระบบการรับชำระเงินให้สะดวก รวดเร็ว และแม่นยำมากยิ่งขึ้น ด้วยระบบ QR Payment ขณะเดียวกันกรุงศรีมีดิจิทัลแพลตฟอร์มที่แข็งแกร่งทั้ง KMA และ UChoose ที่มีผู้ใช้งานในแต่ละแพลตฟอร์มถึงกว่า 2.5 ล้านราย ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับผู้ใช้งาน POS ของ Choco CRM สามารถเข้าถึงฐานลูกค้าของกรุงศรี” นายแซม กล่าว



โดยสามารถทำการสะสมแต้ม ซื้อคูปอง ซื้อแพคเกจ ฯลฯ ผ่านหน้าร้านได้ ส่วนร้านค้าก็จะมีเครื่องมือในการเก็บฐานข้อมูลลูกค้าและจัดการโปรโมชั่นต่างๆ โดยการเก็บข้อมูลของลูกค้าถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะจะทำให้ผู้ประกอบการรู้ว่าลูกค้า ซื้อสินค้าใดไป อายุเท่าไร เป็นลูกค้าประจำ หรือบางรายอาจจะเคยเป็นลูกค้าประจำ แต่หายไป โดยที่ Data Analytics ของ Choco CRM จะประมวลผลให้กลุ่มธุรกิจ SMEs เข้าใจได้ง่าย ทั้งยังมีการส่ง SMS อีเมล และข่าวสารผ่านแอปพลิเคชันกลับไปยัง
 End-Users เพื่อการทำโปรโมชั่นตามพฤติกรรม (Targeted Promotion) ที่จะกระตุ้นให้เกิดการกลับมา
ใช้บริการซ้ำ


ครั้งนี้เมื่อทาง Choco CRM จับมือร่วมกับกรุงศรีจะช่วยทำให้สามารถพัฒนาแพลตฟอร์มให้แข็งแกร่งมากขึ้น เพื่อตอบรับกับแผนดำเนินงานในอนาคตให้พร้อมบุกตลาด SMEs และนำเอาเทคโนโลยีในด้านการเงินจากทางกรุงศรีมาช่วยเพิ่มศักยภาพของร้านค้า ไม่ว่าจะเป็นระบบ Payment ที่จ่ายเงินผ่านทาง QR code ฯลฯ  อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ทางร้านได้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้นอีกด้วย”

ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาฯ ทูลเกล้าฯ ถวายแจกันดอกไม้ถวายพระพร

วันนี้ (29 เม.ย.62) ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อานวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ รศ.ดร.ปกรณ์ ปรียากร ผู้อำนวยการ สถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย พร้อมคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ ทูลเกล้าฯ ถวายแจกันดอกไม้ถวายพระพรชัยมงคลหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และหน้าพระรูปพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ พร้อมลงนามถวายพระพร ณ ชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย








วันอาทิตย์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2562

จักรพันธ์ ประจวบเหมาะ ประกาศอำลาวงการธุรกิจ


 ขอมุ่งสู่เวทีการเมืองอย่างมั่นใจกับสายเลือดนักการเมือง"ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น"

จักรพันธ์ ประจวบเหมาะ ได้ยื่นหนังสือลาออกจากประธานกรรมการบริหาร บริษัท อินเตอร์ไพร์ม มีเดียฯ เผยภารกิจลุล่วง เตรียมทำงานทางการเมืองอย่างเต็มตัว


 จักรพันธ์ ประจวบเหมาะ หรือ ดร.อ้วน นักการตลาดพันล้าน ได้ยื่นลาใบออกจากบริษัท อินเตอร์ไพร์ม มีเดียฯ แล้วหลังเข้ารับตำแหน่งจากการเชื้อเชิญของนายพาที สารสิน ให้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร ในช่วงต้นปี 2561 ที่ผ่านมา นายจักรพันธ์ เปิดเผยว่า ช่วงเวลา 1 ปีกว่าๆ ที่ผมได้เข้าไปร่วมงานบริหารจนภารกิจต่างๆ ที่ได้รับหน้าที่นั้นๆ ได้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี จากเดิม ปี2560 บริษัทฯมีรายได้รวม18 ล้านบาท มาปี 2561 บริษัทมีรายได้ประมาณ 65 ล้านบาท พร้อมกับได้ขึ้นแท่นอันดับ "Concert Promoter top 5 "ของประเทศเลยทีเดียวในฐานะคนผู้จัดคอนเสิร์ตดีเด่น


 จากประมาณการและแผนฯที่วางไว้ภายใน 3-5ปีที่จะถึงนี้ เชื่อว่าบ.อินเตอร์ไพร์มฯ จะสามารถเจริญเติบโตไปได้อีกไกล  เนื่องจากบุคลากรที่มีคุณภาพเข้ามาร่วมงานมากมายและภารกิจที่ตัวเขาได้รับมอบหมายก็ได้บรรลุวัตถุประสงค์แล้ว ผมจึงขออนุญาตจากเสี่ยดุ๋งหรือ คุณพาที สารสิน ผู้บริหารระดับสูงของบ.อินเตอร์ไพร์ม มีเดียฯ ออกมาเพื่อเดินตามความฝัน เพื่อสานต่อสายเลือดนักการเมืองรุ่นใหม่ต่อไป   ทั้งนี้นายจักรพันธ์ ดร.อ้วนได้กล่าวว่า

"ผมเชื่อว่าผมจะใช้ความรู้ความสามารถและประสบการณ์จากการที่เป็นนักธุรกิจที่ประสบผลสำเร็จแบบก้าวกระโดดด้วยแม้จะอายุจะไม่มากแต่บริหารและพัฒนาธุรกิจจนประสบผลสำเร็จมาแล้วด้วยวัยเพียง30ต้นๆ จนได้ฉายาจากสื่อฯว่า มิสเตอร์พันล้าน ผมพร้อมจะนำพาแนวคิดและวิสัยทัศน์ใหม่ๆ มาปรับใช้เพื่อพัฒนาประเทศให้ดียิ่งๆขึ้นได้ พร้อมเตรียมลุยงานทางการเมืองอย่างเต็มตัว ส่วนจะอยู่พรรคอะไร หรือฝั่งไหนนั้น คงต้องติดตามกันต่อไปนะครับ...อดีตนักธุรกิจพันล้าน กล่าวทิ้งท้ายแก่สื่อมวลชน



ศูนย์รวมการออกแบบร่วมสมัยด้านอัญมณีและเครื่องประดับ

GIT TEMP Pop-Up Store
สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เปิด TEMP Pop-Up Store by GIT  สร้างแหล่งเรียนรู้ และ แรงบันดาลใจด้านแฟชั่นและการออกแบบให้กับนักออกแบบรุ่นใหม่ และ ผู้ที่สนใจ พร้อมจำหน่ายสินค้าจากโครงการพัฒนารูปแบบและคุณภาพสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับสู่ภูมิภาคอย่างยั่งยืน  ณ บริเวณห้องสมุดอัญมณีและเครื่องประดับ ชั้น 1 สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) อาคารไอทีเอฟ ทาวเวอร์ ถนนสีลม



นางดวงกมล เจียมบุตร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ กล่าวว่า GIT ได้ปรับรูปแบบห้องสมุดอัญมณีและเครื่องประดับ จัดโซน TEMP Pop-Up Store by GIT เพื่อสร้างศูนย์นัดพบแห่งใหม่ให้แก่ผู้รักการออกแบบ และแฟชั่น  พร้อมสร้างโอกาสการจำหน่ายสินค้าจากอัตลักษณ์การออกแบบจากผลงานของผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือกในจังหวัดเป้าหมาย 5 จังหวัด ได้แก่ แพร่ ตราด เพชรบุรี สุรินทร์ และ สตูล ซึ่งมีแนว
คิด และ ต่อยอดธุรกิจจนสามารถสร้างแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์ของตนเอง 


โดยมีการพัฒนารูปแบบของเครื่องประดับร่วมกับนักออกแบบชื่อดัง อาทิ คุณวไลพรรณ ชูพันธ์ จากแบรนด์ FLOW คุณเอก ทองประเสริฐ จากแบรนด์ EK Thongprasert คุณสุรศักดิ์ มณีเสถียรรัตนา จากแบรนด์ Carletta Jewellery คุณอริสรา แดงประไพ จากแบรนด์ Arisara และ คุณจิตต์สิงห์ สมบุญ  


ซึ่งนักออกแบบแต่ละท่านจะช่วยดึงจุดเด่นที่น่าสนใจของแต่ละจังหวัด และเครื่องประดับในท้องถิ่น มาปรับให้ร่วมสมัย และสามารถสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน พร้อมทั้งเปิดวางจำหน่ายสินค้าจากนักออกแบบชั้นนำที่การันตีจากรางวัล DEmark หรือ Design Excellent Mark จากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และ GMARK (Good Design Mark ของประเทศญี่ปุ่น) ซึ่งนอกจากสินค้าอัญมณี และเครื่องประดับ ยังรวมสินค้าไลฟ์สไตล์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น แว่นตา กระเป๋าเงิน ผ้าพันคอ เสื้อผ้า มาจัดแสดงอย่างต่อเนื่อง โดยจะมีการปรับเปลี่ยนทุกๆ 3 เดือน ในรูปแบบนิทรรศการหมุนเวียน เพื่อให้เกิดความหลากหลาย และสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้เข้าเยี่ยมชม

TEMP Pop-Up Store by GIT ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการขยายตลาดสินค้าไทยจากชุมชนสู่ตลาดสากลผ่าน GIT สำหรับผู้ที่สนใจต้องการเลือกซื้อสินค้าในโครงการพัฒนารูปแบบและคุณภาพสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับสู่ภูมิภาคอย่างยั่งยืน สถาบันเปิดให้บริการในวันจันทร์ – วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 9.00 – 17.00 น. ณ บริเวณห้องสมุดอัญมณีและเครื่องประดับ ชั้น 1 สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) อาคารไอทีเอฟ ทาวเวอร์ ถนนสีลม โทร. 02 634 4999 ต่อ 102 – 103

สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.git.or.th หรือ http://bit.ly/2IyARv5

วันเสาร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2562

แบรนด์ "ไทยอร่อย" (ไท่ห่าวชือ) MOU โกอินเตอร์ สู่แดนมังกร และตลาดโลก



เมื่อวันที่ 26 เมษายนนี้ ได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ความร่วมมือ สัญญาตัวแทน  ระหว่าง บริษัท ไท่ห่าวชือ กรุ๊ป จำกัด (Thai Hao Chue Group Co.,Ltd.) จากประเทศไทย กับ บริษัท เซินเจิ้น ซงธง โมเดิร์นซัพพลาย เชน แมนเนจเม้นท์ จำกัด (Shenzhen Zhongtong Modern Supply Chain Management Co.,Ltd.) จากสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นเวลา 8 ปี โดยมี ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank   ร่วมแสดงความยินดี และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และ ท่านพลเอก ประสูตร รัศมีแพทย์ เป็นสักขีพยานในพิธี 




นางสาวธัญสิริ แซ่ตง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไท่ห่าวชือ กรุ๊ป จำกัด เผยว่า ผลิตภัณฑ์ของบริษัทภายใต้แบรนด์ “ไทยอร่อย” นับเป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์หรือ OTOP ขึ้นชื่อของประเทศไทย แต่ละผลิตภัณฑ์ผ่านการวิจัยพัฒนาด้านการผลิตมีมาตรฐานส่งออก

“จุดเริ่มต้น บริษัทฯ มองเห็นศักยภาพสินค้าเกษตรกรไทย มีเอกลักษณ์ และรสชาติไม่เหมือนใคร ทว่า ที่ผ่านมา สินค้าเกษตรไทยประสบปัญหาราคาผันผวน บางฤดูกาลผลผลิตขาดตลาด บางฤดูกาลล้นตลาด พี่น้องชาวเกษตรกรไทยจึงได้รับความเดือดร้อน ขณะที่ประเทศจีนมีขนาดใหญ่ และประชากรจำนวนมาก รวมถึง ชาวจีนชื่นชอบมาเที่ยวเมืองไทยมาก แต่สินค้าเกษตรไทยยังไม่ได้ทำการตลาดจีนอย่างจริงจังนัก ทางไท่ห่าวชือ จึงเห็นโอกาส นำทุเรียนหมอนทองมาแปรรูปผ่านเทคโนโลยีฟรีซดราย สามารถคงคุณภาพดีเหมือนกินสดๆโดยให้นักท่องเที่ยวจีนชิมฟรี วันละนับหมื่นซอง จนท้ายที่สุดทุกคนก็ซื้อกลับประเทศไปเป็นของฝากให้กับครอบครัวและเพื่อนๆ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ชาวจีนมีความต้องการที่จะกินและซื้อทุเรียนหมอนทองมากขึ้น” นางสาวธัญสิริ เล่าถึงจุดเริ่มต้นธุรกิจเมื่อกว่า 10 ปีที่แล้ว

ผู้บริหาร บริษัท ไท่ห่าวชือ กรุ๊ป จำกัด เผยด้วยว่า ในอดีต คนจีนยังไม่รู้จักทุเรียนหมอนทองมากนัก แต่หลังจากที่ บริษัท ไท่ห่าวชือได้แจกทุเรียนหมอนทองฟรีซดรายให้ชิมทำให้คนจีนรู้จักทุเรียนอย่างแพร่หลาย และมีทัศนคติที่ดีต่อทุเรียนไทย ทำให้ทุเรียนหมอนทองอบกรอบ ขายดีในประเทศจีน

 ด้วยวิสัยทัศน์ของผู้บริหารบริษัท ไท่ห่าวชือ  ที่เป็นแบรนด์แรกทำให้คนจีนรู้จักทุเรียนหมอนทองอบกรอบ และเป็นแบรนด์เดียวที่รักษาคุณภาพมาตลอด  และได้รับการยอมรับในมาตรฐานสากล ที่มากไปกว่านั้นคือ ไท่ห่าวชือเป็นแบรนด์ที่ชาวจีนยอมรับ อีกทั้งมีวัสัยทัศน์ที่พัฒนาสินค้าไทยที่อร่อยสู่ตลาดโลก จึงทำให้ บริษัท เซินเจิ้น ซงธง โมเดิร์นซัพพลาย เชน แมนเนจเม้นท์ จำกัด มาร่วมทำ MOU ลงนามบันทึกข้อตกลง ความร่วมมือ สัญญาตัวแทนกับบริษัทฯ ในครั้งนี้ เป็นเวลา  8 ปี รับซื้อสินค้าเกษตรแปรรูปไทยกว่า 16,000 ตัน กระจายรายได้สู่ภาคเกษตรไทยกว่า 2,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อีกมากมาย เช่น มะม่วงอบแห้ง สับปะรดภูแลอบแห้ง ขนุนทองประเสริฐอบกรอบ เนื้อจระเข้อบแห้งรสพริกไทยดำ เนื้อจระเข้อบแห้ง เนื้อมะพร้าวน้ำหอมอบกรอบ มะม่วงหิมพานต์รสมะพร้าว มะม่วงหิมพานต์รสทุเรียน ลูกอมกลิ่นทุเรียน สาหร่ายย่างสอดไส้ทุเรียนหมอนทองอบกรอบ ทอฟฟี่โบราณ และเครื่องดื่มรังนกสำเร็จรูป เป็นต้น

บริษัทฯ ยังเป็นโรงงานเพียงแห่งเดียวที่ได้รับใบอนุญาตการผลิต  “เนื้อจระเข้พริกไทยดำ”  แบรนด์   "ไทยอร่อย”  ออกโดยหน่วยงานควบคุมความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์อาหารของประเทศไทย ได้มาตรฐานอุตสาหกรรมและได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดยมีการทำตลาดต่างประเทศ ทั้งในทวีปยุโรป อาทิ สวิตเซอร์แลนด์ เดนมาร์ค นอร์เวย์ เยอรมัน ทวีปอเมริกา อาทิสหรัฐอเมริกา แคนาดา และกลุ่มประเทศเอเชีย อาทิ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ดูไบ) เวียดนาม อินโดนีเซีย กัมพูชา และสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นต้น

แบรนด์ "ไทยอร่อย"   หรือ "ไท่ห่าวชือ"  ที่ภาษาจีน แปลว่า อร่อย วันนี้จะอร่อยไปทั่วโลก  มีทั้ง มะม่วงอบแห้ง ,สับปะรดภูแลอบแห้ง ,เม็ดมะม่วงหิมพานต์รสมะพร้าว ,เม็ดมะม่วงหิมพานต์รสทุเรียน ,เนื้อมะพร้าวน้ำหอมอบกรอบ , ขนุนทองประเสริฐอบกรอบ ,ลูกอมรสทุเรียน , สาหร่ายสอดไส้ทุเรียน , และเนื้อจระเข้อบแห้ง ทั้งเนื้อสุก และ รสพริกไทยดำที่นำผลไม้ไทย มาแปรรูปได้มาตราฐานสากล เพื่อส่งเสริมเกษตรไทย ทำให้ผลผลิตของเกษตรกรไทย อาหารไทย ได้เป็นที่รูจักในตลาดสากลโลก





วันพุธที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2562

บริษัทสบายดี ซัคเซสประเทศไทย จัดงานสัมมนาการตลาด

“Vice Tan”  เทพเจ้าแห่งการค้ายุคใหม่



“Vice Tan”  เทพเจ้าแห่งการค้ายุคใหม่ กับไอเดีย บรรเจิด ที่จะดีไซน์ชีวิต และธุรกิจของคุณสู่ความร่ำรวย ให้เป็นเศรษฐีออนไลน์ ได้อย่างอัศจรรย์


บริษัทสบายดี  ซัคเซส ประเทศไทย  นักออกแบบความฝันในทุกระดับความสุข นำโดย หญิงแกร่ง เชอรี่ นภสร สุวรรณประทีป ประธานกรรมการ  บริษัท สบายดี ซัคเซส จัดงานสัมมนา
เพื่อเพิ่มโอกาส ช่องทาง และรายได้ให้กับนักลงทุน นักธุรกิจ  โดยได้เชิญ มร. Vice Tan นักธุรกิจ
ชื่อดัง เจ้าของแบรนด์ธุรกิจอันหลากหลายสาขากว่า 30 แบรนด์ธุรกิจ  ทั้งออนไลน์ และออฟไลน์
มาเป็นวิทยากร ให้ความรอบรู้ทั้งในด้าน การทำตลาด ทั้งออนไลน์ และออฟไลน์ 


ทั้งนี้ ด้วยแนวคิดอันบรรเจิดของ  Vice Tan ที่จะผลักดันคุณสู่จุดเริ่มต้นของการเป็นเศรษฐีออนไลน์
รวมทั้งเขายังเคยบรรยายให้กับนักธุรกิจมาแล้วกว่า 20 ประเทศทั่วโลก จึงเชื่อมั่นได้ว่า Vice Tan 
จะนำคุณสู่ประสบการณ์โลกของการค้ายุคใหม่

พร้อมผุดไอเดียในการทำธุรกิจอันสร้างสรรค์ ให้คุณกลายมาเป็นเศรษฐีออนไลน์ได้อย่างอัศจรรย์ ที่ โรงแรม โนโวเทล  สุขุมวิท 20

ลา โรช-โพเซย์ ชวนพิสูจน์นวัตกรรมด้านความงามล่าสุด ครั้งแรกในประเทศไทย!

“EFFACLAR SPOTSCAN” 
มิติใหม่แห่งการวินิจฉัยและรักษาสิวในคลิกเดียว


ลา โรช-โพเซย์ (LA ROCHE-POSAY) เวชสำอางอันดับ 1 ที่แพทย์ผิวหนังทั่วโลกแนะนำ   เปิดตัวนวัตกรรมด้านความงามล่าสุด “EFFACLAR SPOTSCAN” (เอฟฟาคลาร์ สปอตสแกน) โดยความร่วมมือกับแพทย์ผิวหนังจากทั่วโลก วิเคราะห์ภาพผู้หญิงและผู้ชายหลายพันภาพที่มีประเภทผิวและระดับความรุนแรงของสิวแตกต่างกัน จนได้ที่สุดแห่งนวัตกรรมวิเคราะห์ปัญหาสิวที่แม่นยำและทันสมัยที่สุด พร้อมวิเคราะห์ปัญหาสิวได้ทันทีจากโทรศัพท์มือถือ ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล AI พร้อมมอบประสบการณ์ภายใต้คอนเซ็ปต์  ‘Acne Clinic in a Click’ วิเคราะห์ผิวเป็นสิว พร้อมให้คำแนะนำเบื้องต้น เสมือนมีผู้เชี่ยวชาญประจำตัว โดยมี ปอร์เช่ ศิวกร อดุลสุทธิกุล นักแสดงหนุ่มหน้าใสร่วมพิสูจน์ที่สุดแห่งนวัตกรรมวิเคราะห์ผิวเป็นสิวพร้อมกันครั้งแรก และเซเลบริตี้อีกมากมาย อาทิ แป้ง อัชฌา เจริญรัศมีเกียรติ, กานดา สายทุ้ม และ ดัช ณัฐกิจ แตงไทย เป็นต้น


อินเนส คาลไดรา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงการยกระดับประสบการณ์ความงามแบบใหม่ให้กับคนไทย โดยนำร่องด้วย “EFFACLAR SPOTSCAN”  (เอฟฟาคลาร์ สปอตสแกน) นวัตกรรมความงามแห่งอนาคตเพื่อมุ่งสู่การเป็นผู้นำด้าน Beauty Tech ว่า

“ลอรีอัล ประเทศไทย ได้ประกาศความมุ่งมั่นในการเป็นผู้บุกเบิกด้าน Beauty Tech โดยตั้งเป้าคิดค้นนวัตกรรมความงามแห่งอนาคต ด้วยการใช้เทคโนโลยีด้านดิจิทัล เพื่อส่งมอบประสบการณ์ด้านความงามที่เหนือระดับให้แก่ผู้บริโภคชาวไทย หนึ่งในนั้นคือนวัตกรรมใหม่ล่าสุดอย่าง EFFACLAR SPOTSCAN จาก ลา โรช-โพเซย์ ที่จะช่วยวินิจฉัยปัญหาสิวพร้อมมอบคำแนะนำการดูแลผิวรายบุคคล โดยนวัตกรรมของ ลอรีอัล มุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบสนองความต้องการเฉพาะด้านความงาม ขณะเดียวกันก็เพิ่มคุณค่าให้แก่ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค



โดยมุ่งเน้นสร้างความพึงพอใจและการสร้างสรรค์ประสบการณ์ตรง ซึ่งเชื่อว่าการบุกเบิกด้านดิจิทัลนี้จะมอบบริการทางด้านความงามอย่างไร้ขีดจำกัด ทั้งในช่องทางปกติและทางออนไลน์ให้แก่ผู้บริโภค”

ปอร์เช่ ศิวกร ร่วมสแกนผิว
วิภาวี ทับสกุล ผู้จัดการทั่วไป แผนกแอ็กทีฟ คอสเมติกส์ บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ลา โรช-โพเซย์ (LA ROCHE-POSAY) เป็นเวชสำอางอันดับ 1 ที่แพทย์ผิวหนังทั่วโลกแนะนำ
มีความน่าเชื่อถือ ปลอดภัยต่อผู้ใช้ และเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านความงามและผิวพรรณ โดยเราเชื่อว่า
ทางแก้ปัญหาสิวที่ดีสุดต้องเริ่มจากการวินิจฉัยที่ถูกต้อง จึงได้พัฒนานวัตกรรมความงามสุดไฮเทคอย่าง  EFFACLAR SPOTSCAN (เอฟฟาคลาร์ สปอตสแกน) ขึ้นมา โดยการใช้เทคโนโลยี AI (Artificial Intelligence) ในการประเมินและวิเคราะห์ผิว พร้อมพัฒนาร่วมกับแพทย์ผิวหนัง วิเคราะห์รูปภาพผู้หญิงและผู้ชายจากทั่วทุกมุมโลกกว่า 6 พันภาพ ที่มีประเภทผิวและระดับความรุนแรงของสิวแตกต่างกัน เพื่อให้ได้ที่สุดแห่งนวัตกรรมวิเคราะห์ผิวเป็นสิวที่แม่นยำสูง สามารถวิเคราะห์ระดับปัญหาสิวผ่านการถ่ายภาพทางโทรศัพท์มือถือ พร้อมรับคำแนะนำการดูแลผิวได้เลยทันที ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Acne Clinic in a Click’ เพียงคลิกเดียวก็สามารถวิเคราะห์ปัญหาสิวและแนวทางการดูแลในแบบเฉพาะของแต่ละบุคคล

นอกจากนี้ยังมีเซเลบริตี้ อาทิ แป้ง อัชฌา เจริญรัศมีเกียรติ, กานดา สายทุ้ม และ ดัช ณัฐกิจ แตงไทย ฯลฯ มาร่วมพิสูจน์ “EFFACLAR SPOTSCAN” ที่สุดแห่งนวัตกรรมวิเคราะห์ผิวเป็นสิวพร้อมกันครั้งแรกอย่างคึกคัก ร่วมพิสูจน์นวัตกรรมด้านความงามล่าสุดครั้งแรกในประเทศไทย มิติใหม่แห่งการวินิจฉัย และรักษาสิวในคลิกเดียวได้แล้ววันนี้ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ th.spotscan.com

 #LaRochePosayTH #SpotscanTH
#WorkToTheMoonPR














"ยาโน" (Yano) ร่วมงานแสดงสินค้า STYLE Bangkok @yano

วันนี้ Wefiethailand มีโอกาสได้เดินชมงาน แสดงสินค้า STYLE Bangkok ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด ‘Crenovative Origin’ ซึ่งสะท้อนแนวคิดในการผสานความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) นวัตกรรม (Innovation) และอัตลักษณ์อันโดดเด่น (Origin) ไว้ในผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ของไทย
นายนครินทร์ ยาโน กลุ่มผู้แปรรูปเสื้อผ้า กระเป๋า และของที่ระลึกจากผลิตภัณฑ์ผ้าฝ้ายทอมือ แบรนด์ "ยาโน" (Yano) บอกเล่าสู่กันฟัง ถึงผลิตภัณฑ์ และประวัติความเป็นมา ว่า ในปีพ.ศ. 2547 นครินทร์ ยาโน ได้นำประสบการณ์หลายปีในการทำงานด้านออกแบบสิ่งทอ ตัดสินใจหันกลับสู่บ้านเกิดของตนเองเพื่อค้นหาความสุขที่แท้จริงยั่งยืน โดยพบว่าการนำสิ่งที่ตนเองรักคือ การทำผลิตภัณฑ์สิ่งทอที่นำเอาเอกลักษณ์ท้องถิ่น สอดแทรกงานศิลปหัตถกรรมเข้าไป เป็นการเพิ่มคุณค่าและมูลค่าให้แก่ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ได้เป็นอย่างดี
อีกทั้งได้กลับมาใช้เวลาใกล้ชิดผูกพันกับครอบครัว ตลอดจนยังสามารถจัดจ้างสร้างรายได้ ทำประโยชน์ที่แบ่งคืนกลับสู่สมาชิกในชุมชนที่ตนเองอาศัยอยู่ด้วย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการรวบรวมสมาชิกซึ่งส่วนมากเป็นสตรีและเยาวชน จำนวน 15 คนจัดตั้งเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชน โดยใช้ชื่อ กลุ่มออกแบบตัดเย็บเคหะสิ่งทอและเสื้อผ้าสำเร็จรูปท่ากว้าง ขึ้นในปีพ.ศ.2548 หลังจากนั้นได้นำผลิตภัณฑ์ขึ้นทะเบียนและเข้าคัดสรรผลิตภัณฑ์ชุมชน


โดยได้รับรางวัล OTOP DESIGNER AWARD 2005,2010 และมาตราฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนระดับ 3-4 ดาว ในระหว่างปีพ.ศ.2549-2555, เป็นผลิตภัณฑ์ชุมชนดีเด่น OPOP ของจังหวัดเชียงใหม่ในปีเดียวกัน ปัจจุบันนี้ทางกลุ่มฯได้มีสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็น 30 คนและมีผลิตภัณฑ์ที่ผลิตทั้งหมด 3 กลุ่มสินค้า ได้แก่ เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย, ของตกแต่งบ้านเคหะสิ่งทอ และของที่ระลึก และได้ริเริ่มทำกิจการนี้ภายใต้แบรนด์ ยาโน [YANO] YANO Handicraft

สปาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ต้องลองให้ได้สักครั้งในชีวิต



ทริปนี้มาเที่ยวพัทยาแบบสั้น ๆ เป็นทริปกินกิน นอนนอน  ไม่ได้เน้นเที่ยวไหน ช่วงนี้รู้สึกเหนื่อยล้า เครียดกับการทำงาน  เสาร์-อาทิตย์นอกจากจะหาที่พักดีๆ พักผ่อนที่พัทยาแล้ว เรายังมีตัวช่วยอีกทางเลือกของการลดความรู้สึกปวดเมื่อยได้ก็  คือ การนวดแผนไทยหรือการนวดสปา นวดผ่อนคลายให้สบายตัวกัน มาชาร์ทพลังเต็มที่ และแน่นอนไม่พลาดที่จะแวะไปใช้บริการที่  The Oasis Spa Pattaya ทิ้งความเหนื่อยล้มานวดสปาให้หายเมื่อย การบริการที่นี่เน้นดูแลเอาใจใส่เฉพาะคุณ นักเดินทางต่างกล่าวขานถึงการดูแลจากพนักงานที่ฝึกอบรมมาเป็นอย่างดี





สถานที่สวยงาม ทางเข้าเดินตามสะพานไม้ ร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นไม้ เดินตามไปโคมผ้า สปาของที่นี่ วิลล่าข้างล่างหนึ่งห้อง ที่เหลือจะเป็นชั้นสองทั้งหมดเลยค่ะ มีทั้งหมด 10 ห้องคู่และ 1 ห้องเดี่ยว ห้องทรีตเมนต์ตกแต่งสีขาวล้วนสะดุดตา ที่นี่เน้นการดูแลปรนนิบัติด้วยผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาสูตรขึ้นมาโดยเฉพาะ

สถานที่สวยงาม ตกแต่งแบบไทยล้านนา ทางเข้าเดินตามสะพานไม้ ร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นไม้ แล้วเราก็เดินผ่านโคมผ้า จนมาถึงส่วนของสปา ที่แยกออกมาเพื่อความสงบเงียบ สปาของที่นี่มีวิลล่าชั้นล่าง 1 ห้อง ที่เหลือจะเป็นชั้น 2 10 ห้องคู่ และ1 ห้องเดี่ยว ห้องทรีตเมนต์ตกแต่งสีขาวสะดุดตา การบริการของที่นี่เน้นการดูแลปรนนิบัติด้วยผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาสูตรขึ้นมาโดยเฉพาะ เงียบ สงบ เป็นความส่วนตัว 


เรามาเริ่มผ่อนคลายกับกิจกรรมยามบ่ายเพื่อสุขภาพเริ่มจากเข้ารับการนวดเท้า  ฝ่ามือ นวดประคบคลายเส้น .ในแบบสปาไทย เป็นการบริการที่เน้นดูแลเอาใจใส่โดยเฉพาะ  เดอะ โอเอซิส สปา นักเดินทางต่างกล่าวขานถึงการดูแลจากพนักงานที่ฝึกอบรมมาเป็นอย่างดี ที่นี่มีผลิตภัณฑ์ของ KIN จำหน่าย




Oasis Spa สปาของที่นี่มีครบถ้วน แพคเกจของสปาแห่งนี้มีหลากหลาย Wefiethailand  เลือก  Queen of Oasis (3,990++ บาท) สำหรับสาว  กิจกรรมยามบ่าย เพื่อสุขภาพอาจเริ่มจากเข้ารับการนวดเท้าและฝ่ามือ ขัดผิว สปาไทย ทรีตเมนต์หินร้อน หรือบริการดูแลสำหรับสาวๆ  ที่จะผ่อนคลายด้วยวิธีการนวดที่เหมาะสำหรับคุณผู้หญิงและใช้หินร้อนเพื่อปรับสมดุลของร่างกาย  เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับสุขภาพและความต้องการมากความรู้สึกหลังนวด คือผ่อนคลาย ในส่วนกล้ามเนื้อไหล่ที่เมื่อยล้า รู้สึกโล่งสบาย มาตรฐานของผู้นวดเค้าผ่านการอบรมมาอย่างดีทั้งด้านเทคนิค และมารยาทการดูแลลูกค้า เสมือนเราเป็นคนพิเศษทุกครั้งที่ไปใช้บริการ  ผ่อนคลายสบาย

ปิดท้ายด้วย และเครื่องดื่มอุ่นค่ะก่อนนวดจะเป็นเครื่องดื่มเย็น หลังนวดจะเป็นเครื่องดื่มอุ่น ประสบการณ์สปาสุดผ่อนคลายที่ชีวิตนี้ควรมาสัมผัสสักครั้ง


การเดินทาง โอเอซีสสปาพัทยา  เริ่มจากเส้น ถ.สุขุมวิท เลี้ยวเข้า ถนน.เทพประสิทธิ์ ขับตรงมาเจอสามแยกเลี้ยวขวาไปทางเขาพระตำหนัก เพียง 400 เมตร ก็กลับรถมา 200 เมตร จะเห็นป้ายซ้ายมือเลยค่ะ โดย โอเอซิส สปา เข้าทางเดียวกับโครงการ CHATEAU DALE


สำหรับใครที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
เดอะ โอเอซิส สปา พัทยา
322 ในโครงการชาโตเดล ซอยพัทยาใต้-หาดจอมเทียน ถนนทัพพระยา บางละมุง พัทยา ชลบุรี
Oasis Spa Pattaya
322 Moo 12 Chateau Dale Tappraya Road, Banglamung Pattaya, Chonburi
Open Daily 10.00am-10.00pm
www.oasisspa.net
Pattaya: +66 38 115 888
email: res@oasisspa.net

#oasisspathailand #oasisspa #spa #thailand #chiangmai #bangkok #pattaya #phuket #oasisspalovesyou #15yearsoasisspa