27 ตุลาคม 2563

ร่วมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รับเทศกาลจับจ่ายปลายปี

บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัลรีเทล ขานรับนโยบายรัฐบาล ร่วมมาตรการ
กระตุ้นเศรษฐกิจ“ช้อปดีมีคืน”ชวนลูกค้าช้อปสินค้าภายในร้าน ท็อปส์ ,เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์, แฟมิลี่มาร์ท,
มัทสึโมโตะ 

คิโยชิ ทุกสาขา และท็อปส์ ออนไลน์ รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสูงสุด 30,000 บาท
ตามมาตรการของรัฐตั้งแต่วันที่
23 ต.ค. – 31 ธ.ค. 63
 

ช้อปดีมีคืน ประหยัดสุดคุ้มถึง 3 ต่อ

·          คุ้มที่ 1 ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสูงสุด 30,000 บาท เพียงแสดงใบเสร็จพร้อมบัตรประชาชนที่จุดบริการลูกค้า เพื่อออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบภายในวันที่ซื้อสินค้า

·          คุ้มที่ 2 ประหยัดเพิ่ม กับสินค้า “ล็อคราคา” Red hot ลดสุดขีด สินค้าซื้อ 1 แถม 1 และอื่นๆอีกมากมาย

·          คุ้มที่ 3 ลดแรงแซงทุกโปร ฟรี!!! สติ๊กเกอร์ลดแล้วลดอีก สูงสุด 25% ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.  – 5 พ.ย. 63

ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tops.co.th,เฟซบุ๊กTopsThailand,หรือแอปพลิเคชันไลน์: @TopsThailand, @Topsonlineหรือ เฟซบุ๊กFamilyMart Thailandหรือเฟซบุ๊ก Matsumoto Kiyoshi Thailand         

วิริยะประกันภัย ร่วมสนับสนุน “คปภ.เพื่อชุมชน” ปี 63 ชุมชนนาอ้อ จ.เลย


ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ให้เกียรติเยี่ยมชมบูธกิจกรรมของ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยมี นายณัฐพงศ์ บุญเย็น ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการภาค 2 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) พร้อมทีมงาน ร่วมให้การต้อนรับ ในโอกาสที่บริษัทฯ ร่วมสนับสนุนโครงการ “คปภ.เพื่อชุมชน” ประจำปี 2563 (ลงพื้นที่ครั้งที่ 3) ชุมชนนาอ้อ โดยงานจัดขึ้น ณ หอประชุมเทศบาลตำบลนาอ้อ อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย                

สำหรับโครงการ “คปภ.เพื่อชุมชน” ครั้งนี้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดย สำนักงาน คปภ. ร่วมกับ ภาคอุตสาหกรรมประกันภัย ร่วมบูรณาการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การส่งเสริมความรู้ด้านการประกันภัยเชิงรุกไปสู่ประชาชนทุกระดับ เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ระบบประกันภัยเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงในชีวิตและทรัพย์สินของตนเองและครอบครัวได้อย่างเหมาะสม พร้อมลงพื้นที่ชุมชนถอดบทเรียนเรื่องราวเกี่ยวกับการประกันภัยที่น่าสนใจ ตลอดจนแลกเปลี่ยนเรียนรู้ รับทราบปัญหาและความต้องการของชุมชน เพื่อนำระบบประกันภัยมาใช้ในการบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ชุมชนที่ได้รับคัดเลือกจากทั่วประเทศ จำนวน 5 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนบ้ารวังกะ จ.กาญจนบุรี, ชุมชนบ้านแหลมมะขาม จ.ตราด, ชุมชนนาอ้อ จ.เลย, ชุมชนบ้านคีรีวง จ.นครศรีธรรมราช และชุมชนปางห้า จ.เชียงราย


สุขสยาม สืบสานประเพณีอันทรงคุณค่า จัดมหกรรมศิลปวัฒนธรรมแห่งสายน้ำ มหัศจรรย์ลอยกระทงวิถีไทย ระหว่างวันที่ 26 ต.ค.-1 พ.ย. ศกนี้

“รื่นเริง แสงศิลป์ อเมซิ่ง สุขสยาม” อลังการประติมากรรมกระทงหลากสไตล์แห่งเดียวในไทย!

Ø เชิดชูความงดงามของประติมากรรมกระทงหลากสไตล์ อาทิ กระทงสาย กระทงลอยฟ้า กระทง 4 ภาค และกระทงเซียมซี ผลงานศิลปะไทยอันวิจิตรผสานกับนวัตกรรมใหม่ที่สร้างมูลค่าเพิ่มเชิงสร้างสรรค์

Ø ตื่นตาการแสดงสุดมหัศจรรย์ลอยกระทงวิถีไทย พร้อมเต็มอิ่มไปกับบทเพลงอันไพเราะจากเยาวชนรุ่นใหม่และลูกทุ่งไอดอลดีกรีแชมป์

Ø ร่วมลุ้นและเชียร์สาวงามของเทศกาลลอยกระทง กับเวทีประกวดนางนพมาศ 2 วัย และชวนแต่งผ้าไทยฉลองเทศกาลสืบสานประเพณีอย่างยั่งยืน


“สุขสยาม” เมืองสารพัดสุข สนุกแบบไทย ผนึกกำลัง บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จํากัด (มหาชน) ร่วมสืบสานประเพณีอันดีงามและมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า พร้อมอนุรักษ์เทศกาล “ลอยกระทง” ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา สายน้ำแห่งความรุ่งเรืองของรัตนโกสินทร์ จัดมหกรรมศิลปวัฒนธรรมแห่งสายน้ำสุดยิ่งใหญ่ในงาน “รื่นเริง แสงศิลป์ อเมซิ่ง สุขสยาม”ระหว่าง 26 ต.ค.- 1 พ.ย. ศกนี้ เมืองสุขสยาม ชั้น G ไอคอนสยาม 

             คุณสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ โครงการสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม  กล่าวถึงการจัดงานครั้งนี้ว่า “เพื่อเป็นการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของคนไทย และเพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสสะเดาะเคราะห์และขอขมาต่อพระแม่คงคา ตลอดจนเพื่อเป็นการส่งเสริม และกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และประเพณีไทยของนักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างชาติในประเทศ เมืองสุขสยาม จึงจัดงานฉลองเทศกาลลอยกระทงอย่างยิ่งใหญ่ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยในปีนี้เราได้นำเสนอความเป็นไทยแบบร่วมสมัย โดยสอดประสานนวัตกรรมรูปแบบใหม่ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในเชิงสร้างสรรค์ โดยภายในงาน



ทุกท่านจะได้สัมผัสถึงบรรยากาศและความงดงามของศิลปวัฒนธรรมไทย ในขณะเดียวกันก็จะรู้สึกถึงความร่วมสมัย พร้อมตื่นตาตื่นใจไปกับการแสดงและกิจกรรมต่างๆ ตลอดการจัดงาน”   

·       ประติมากรรมกระทงหลากสไตล์ นวัตกรรมความงามอันวิจิตร

            ไฮไลท์ของมหกรรมศิลปวัฒนธรรมในครั้งนี้ ผู้ร่วมงานจะได้ตื่นตาไปกับ “กระทงสายประกายแสง”  ส่องสว่างรับคืนวันเพ็ญด้วยกระทงกาบกล้วยจากชุมชนแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม ที่นำมาตกแต่งบริเวณท่าน้ำภาคกลางของสุขสยาม ร้อยเรียงเป็นสายสวยงาม และร่วมประดิษฐ์กระทงด้วยกาบกล้วยสำหรับผู้ลงทะเบียน 300 สิทธิต่อวัน ตั้งแต่เวลา 11.00-19.00 น.  เฉพาะวันที่ 30-31 ตุลาคม 2563 

            เต็มอิ่มไปกับการแสดง “กระทงลอยฟ้า” ความงดงามของ “กระทง 4 ภาค” ที่รังสรรค์ โดย นักประติมากรรุ่นใหม่ เอกลักษณ์ สระแก้ว นำเทคนิคการตัดติดประกอบ Era foam จากแผ่นยาง เพื่อความงดงามอย่างร่วมสมัย ได้แรงบันดาลใจสถาปัตยกรรมและจิตรกรรมที่โดดเด่นของหน้าจั่ว ช่อฟ้า ใบระกา ภายใน "วัดไทย" ประดับด้วยดอกไม้ประจำสื่อถึงอัตลักษณ์แต่ละภาค อาทิ ภาคกลาง-ดอกบัวหลวง ภาคใต้-ดอกพะยอม ภาคเหนือ-ดอกทองกวาว และ ภาคอีสาน-ดอกราชพฤกษ์ นอกจากนี้ ยังจัดให้มี “กระทงเซียมซี…สมหวังดวงดีดั่งตั้งใจ” กระทงเสี่ยงทายแบบรับผลทันที ที่นำมาประยุกต์ให้ทันสมัยด้วย ณ บริเวณสายน้ำภาคใต้  

·       ประกวดนางนพมาศ 2 วัย สีสันความสุขคู่ประเพณีลอยกระทง


เวทีประกวดนางนพมาศ อีกหนึ่งความสุขประจำเทศกาลลอยกระทง ปีนี้เมืองสุขสยามเนรมิตเวทีการประกวด  “นางนพมาศ 2 วัย” เชื่อมสายสัมพันธ์  ผู้สมัครจะมาเป็นคู่แม่ลูก หรือคู่ยาย-ย่าของหลานๆ ในคืนวันลอยกระทง 31 ต.ค. 2563 รางวัลชนะเลิศและรางวัลรองชนะเลิศจะได้รับโล่รางวัล พร้อมสายสะพายและเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 20,000 บาท
 

พร้อมกันนี้ยังมอบความสนุกสุขสร้างสรรค์ จากการแสดงมหัศจรรย์กับลอยกระทงวิถีไทย โดยแบ่งเป็น 3 องค์ ซึ่งจัดแสดงทุกวันตลอดระยะการแสดง โดยจัดให้มีรอบการแสดงวันละ 3 รอบ  ได้แก่ วันที่ 30 ต.ค. รอบเวลา 17.30 น. และ 18.30 น. วันที่ 31 ต.ค. รอบเวลา 12.00 น., 15.30 น., 17.00 น. และ 18.30 น.  และวันที่ 1 พ.ย. รอบเวลา 12.00 น., 16.00 น. และ 18.00 น.  เริ่มจาก “แสงนวลผ่องคืนพระจันทร์ 15 ค่ำเดือน 12” เรื่องราวของดวงอาทิตย์ที่เคลื่อนไป และดวงจันทร์วันเพ็ญเคลื่อนเข้ามาให้ความสุขสว่างแทน ท่ามกลางดวงดาวระยิบระยับ ของคืน 15 ค่ำเดือน 12 ส่วนองค์ที่ 2 “ส่องสะท้อนเด่นประกายสายน้ำ”  เรื่องราวของสายน้ำ อันเป็นจุดสำคัญที่ทำให้เกิดของคืนวันลอยกระทง เพื่อรำลึกถึงคุณค่าของสายน้ำผู้ให้ชีวิตสุขจนถึงปัจจุบัน องค์ที่ 3 “สุขสยามนำ…อเมซิ่งสุข สู่นภาลัย” เป็นการแสดงที่รวบรวมความสนุกด้วยเสียงดนตรีที่เปลี่ยนเข้าสู่จังหวะของการเฉลิมฉลองเทศกาลลอยกระทงจากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ผสมกลิ่นอายของดนตรีในแต่ละภาค โดยมีแสงสีเสียง กระทงลอยฟ้า โดยโดรนประดับไฟที่นำกระทงลอยขึ้นสู่ฟ้า การแสดงนี้ถ่ายทอดลีลาผ่านนักแสดงยิมนาสติกลีลาในอุปกรณ์ที่แตกต่างกันตามคอนเซ็ปท์ของแต่องก์ได้อย่างลงตัว 


            นอกจากนี้ยังมีการแสดงดนตรีไทยและศิลปะแบบไทยคับคั่งที่หมุนเวียนสลับสับเปลี่ยนตลอดทั้งงาน อาทิ ระนาดเอกมือฉมังเยาวชน จากโรงเรียนเก่งดนตรีอโยธยา ศิษย์ “ขุนอินโหมโรง”ประชัน วง “โปงลางศิลป์สาธร ราชมงคลกรุงเทพ” ซาบซึ้งกับบทเพลงจากนักรองลูกทุ่งเจ้าของรางวัลอันทรงเกียรติจากรายการลูกทุ่งไอดอล เขตต์- ศิรสิทธิ์ พันยา และ แอมมี่ ศิริลักษณ์  ฯลฯ และช้อปกันให้เพลินกับตลาดใต้แสงจันทร์วันเพ็ญ ที่รวบรวมนานาสินค้าไทยที่รังสรรค์ขึ้นอย่างวิจิตรที่ได้รับการยกระดับให้เป็นเสน่ห์ภูมิปัญญาและหัตถกรรมอันทรงคุณค่า อาทิ ผ้าไหม, ผ้าลายอย่าง,ผ้าทอไตลื้อ,ผ้าไหมแพรวา และเครื่องประดับไทยแท้ เครื่องเงินเชียงใหม่, ทองสุโขทัย เป็นต้น        

            นอกจากนี้เมืองสุขสยามร่วมกับกิจกรรม Bangkok River Festival 2020 “รื่นเริง แสงศิลป์” เทศกาลสายน้ำแห่งวัฒนธรรมไทย ครั้งที่ 6  จัดโดยบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จํากัด (มหาชน) โดยเปิดให้ประชาชนได้ล่องเรือฟรี  (Free Shuttle Boat) 10 ท่าน้ำสำคัญ ณ จุดลงทะเบียน เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ระหว่างวันที่ 29 - 31 ต.ค. 2563 เวลา 17.00 - 22.00 น. และจัดท่าน้ำเมืองสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม ให้เป็นหนึ่งใน 10 ท่าเรือยอดนิยมของนักท่องเที่ยว  และเป็นจุดประทับตรา เพื่อลุ้นรับของรางวัลจากกิจกรรม เมื่อประทับครบ 3 ท่าน้ำ อาทิ "น้ำมนต์มงคล 5 วัด ในถุงผ้าขาวม้าชุมชน" หรือของที่ระลึกอื่นๆ มหัศจรรย์ลอยกระทงวิถีไทย ระหว่างวันที่ 26 ต.ค.-1 พ.ย. ศกนี้  ณ เมืองสุขสยาม ชั้น G ไอคอนสยาม 

ร่วมสืบสานประเพณีลอยกระทงอันทรงคุณค่า และขอขมาพระแม่คงคาเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต พร้อมสนุกสนานไปกับงาน “รื่นเริง แสงศิลป์ อเมซิ่ง สุขสยาม” อย่างเต็มอิ่ม โดยขอเชิญชวนทุกท่าน
ร่วมแต่งกายผ้าไทยในเทศกาลลอยกระทง ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายนนี้
ณ เมืองสุขสยาม บริเวณชั้น G ไอคอนสยาม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 02-658-1000
หรือ www.sooksiam.com FB: sooksiam

ไอ.ซี.ซี.ฯ เปิดตัวนวัตกรรม “BSC STERITECH”

ฆ่าเชื้อโรค และเชื้อโควิด-19 ด้วยน้ำอิเล็กโทรไลต์ พร้อมใช้แล้วในไทย 

บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ลุยขับเคลื่อนวงการสุขภาพไทยอีกครั้ง เผยโฉม BSC STERITECH (บีเอสซี สเตอริเทค) นวัตกรรมผลิตน้ำอิเล็กโทรไลต์ สร้างสารละลายฆ่าเชื้อโควิด-19 ประสิทธิภาพสูง ได้เองที่บ้านจากน้ำประปาและเกลือ ชูจุดเด่นเป็นมิตรกว่าแอลกอฮอล์ ใช้งานได้เอนกประสงค์ เพื่อสุขอนามัยของครอบครัว การันตีด้วยรางวัลคุณภาพมากมาย พร้อมเดินหน้าดูแลสุขภาพคนไทยเป็นที่แรกในโลก 

นายบุญเกียรติ โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เผยว่า ก่อนที่จะเกิดโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ หลายคนยังไม่คุ้นชินกับสารละลายโซเดียมไฮโปคลอไรท์มากนัก แต่ในวันนี้ที่โควิด-19 ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตเป็นเวลาร่วมปี นั่นทำให้ผู้คนต้องปรับตัวหันกลับมาดูแลสุขภาพตัวเองกันมากขึ้น เริ่มตั้งแต่การทำความสะอาดของใช้ อาหาร จนถึงการดูแลสุขอนามัยในร่างกาย ซึ่งอย่างที่รู้กันว่าแอลกอฮอล์บริสุทธิ์เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อตัวเลือกแรกๆ ของทุกคน แต่ต่อมาเมื่อมีการใช้งานมากขึ้น ข้อเสียของแอลกอฮอล์ก็แสดงให้เห็นชัดขึ้นเรื่อยๆ ทั้งปัญหาการระคายเคืองผิวหนัง กลิ่นฉุนที่รุนแรง จนในตอนนี้แอลกอฮอล์ได้ถูกลดทอนความสำคัญลงไป และกรดไฮโปคลอรัส ก็ได้เข้ามาเป็นที่ถูกพูดถึงแทน ในแง่ของน้ำยาฆ่าเชื้อโควิด-19 ที่เป็นมิตรกับทุกคน


“จริงๆ แล้ว สารละลายโซเดียมไฮโปคลอไรท์และกรดไฮโปคลอรัส ก็คือการผสมกันระหว่างน้ำประปากับเกลือทั่วไป เพียงแต่การจะเปลี่ยนให้น้ำเกลือธรรมดาเป็นโซเดียมไฮโปคลอไรท์ ต้องอาศัยกระบวนการอิเล็กโทรไลต์ เพื่อแยกเกลือในน้ำให้กลายเป็นน้ำด่างที่มีคลอรีนบริสุทธิ์ ซึ่งโดยปกติแล้ว วิธีการนี้ไม่ใช่ขั้นตอนที่จะทำได้เองที่บ้าน ไอ.ซี.ซี.ฯ จึงได้คิดค้นนวัตกรรมตัวใหม่ขึ้นมา ที่มีชื่อว่า BSC STERITECH เป็นเครื่องมือสำหรับผลิตน้ำอิเล็กโทรไลต์ ผ่านการปล่อยประจุไฟฟ้าจากแท่งสเตอริเทค ลงในน้ำประปาผสมเกลือ ทำให้โมเลกุลของน้ำแตกตัว เกิดปฏิกิริยา Electrochlorination เพื่อให้ทุกคนสามารถสร้างโซเดียมไฮโปคลอไรท์ และ กรดไฮโปคลอรัสได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง”


BSC STERITECH หรือ ชุดผลิตน้ำอิเล็กโทรไลต์ “บีเอสซี สเตอริเทค” คือนวัตกรรมสร้างสารละลายที่มีประสิทธิภาพในการทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรค โดยใช้น้ำประปาและเกลือ สร้างเป็นสารละลายโซเดียมไฮโปคลอไรท์ หรือใช้น้ำประปา เกลือและน้ำส้มสายชู สร้างสารละลายไฮโปคลอรัส แอซิด กรดอ่อนๆ ตามธรรมชาติ ชนิดเดียวกับภูมิคุ้มกันในเม็ดเลือดขาวของมนุษย์ โดยสารละลายทั้ง 2 ชนิดใช้ส่วนประกอบจากธรรมชาติ 100% จึงปราศจากสารเคมีอันตราย และมีความอ่อนโยนกับผิวหนัง ทั้งยังช่วยยับยั้งเชื้อโรคอย่าง โคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่, สารเคมีคลอไพริฟอส และโพรฟิโนฟอส ที่ตกค้างในผัก รวมถึงแบคทีเรียอย่าง Samonella และ E.Coli และยังสามารถใช้สารละลาย เพื่อดูแลความสะอาดในด้านต่างๆ เช่น ใช้ทำความสะอาดของเล่นเด็ก, ล้างผักผลไม้, ฉีดดักจับฝุ่นละอองในอากาศภายในบ้าน, ฉีดพ่นเพื่อดับกลิ่น, ใช้ทำความสะอาดห้องครัว, ฆ่าเชื้อภาชนะบรรจุอาหาร ฯลฯ

กระบวนการผลิตน้ำอิเล็กโทรไลต์ ของ BSC STERITECH สามารถจัดเตรียมได้ด้วยตัวเองอย่างง่าย เพียง 5 ขั้นตอน เริ่มจากการใส่น้ำประปา เกลือ หรือน้ำส้มสายชู ตามปริมาณในสูตรที่ ไอ.ซี.ซี.ฯ ทดลองขึ้น จากนั้นใส่แท่งสเตอริเทคลงในขวดที่ใส่น้ำเกลือและน้ำส้มสายชู แล้วตั้งเวลาตามสูตรที่ต้องการนำไปทำความสะอาด แท่งสเตอริเทคจะทำกระบวนการอิเล็กโทรไลต์ ผลิตสารละลายที่มีค่าความเข้มข้นของฟรีคลอรีน (หน่วย ppm) สำหรับฆ่าเชื้อโรค โดยสามารถใช้กระดาษวัดค่าฟรีคลอรีน(หน่วย ppm) ยาวประมาณ 3 เซนติเมตร จุ่มในน้ำ 5 วินาที เพื่อนำมาเทียบค่า ppm ที่เหมาะสมได้ที่หน้ากล่อง จากนั้นเทน้ำอิเล็กโทรไลต์ที่ทำเสร็จแล้ว ลงในขวดสเปรย์หรือภาชนะอื่นๆ สำหรับการใช้งานด้านต่างๆ เป็นอันเสร็จสิ้น ใช้งานได้ตั้งแต่ความเข้มข้นน้อย สำหรับทุกคนในครอบครัว สัตว์เลี้ยง เฟอร์นิเจอร์ อาหาร พรม, ความเข้มข้นปานกลาง สำหรับห้องนอน ภายในรถยนต์ ไปจนถึงความเข้มข้นมาก สำหรับซักล้างเครื่องแต่งกายและภาชนะในห้องครัว

ด้วยประโยชน์การใช้งานและความสามารถจัดการเชื้อที่หลากหลายของ BSC STERITECH ทำให้ชุดผลิตน้ำอิเล็กโทรไลต์นี้ ได้รับเสียงตอบรับที่ดีเป็นอย่างมากจากผู้ใช้งานจริง โดยในช่วงการระบาดของโควิด-19 ระยะแรก ผู้ใช้ส่วนใหญ่ใช้งานด้วยวัตถุประสงค์ในการป้องกันตัวเองและครอบครัวจากเชื้อโควิด-19 ต่อมาเมื่อการระบาดในประเทศไทยเริ่มคลี่คลายลง วัตถุประสงค์ของการใช้ BSC STERITECH เริ่มเปลี่ยนไปในลักษณะการใช้เพื่อ “สุขอนามัย” มากขึ้น ไอ.ซี.ซี.ฯ จึงเริ่มดำเนินการนำชุดผลิตน้ำอิเล็กโทรไลต์ไปเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานใหม่มากขึ้น เพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมการดูแลสุขอนามัยที่จริงจังของผู้บริโภค อาทิ การใช้งานเพื่อดูแลผู้สูงอายุ-ผู้ป่วยติดเตียงในคลินิกและศูนย์สุขภาพ, การใช้ดูแลความสะอาดด้านการบริโภคในร้านอาหาร รวมไปถึง การใช้จัดการสุขอนามัยในสัตว์เลี้ยงของคลินิก-โรงพยาบาลสัตว์ทั่วไป

โดย คุณเบคกี้ ริสา หงษ์หิรัญ หนึ่งในผู้ใช้งานจริงของเครื่อง BSC STERITECH เล่าว่า “หลังจากได้รับเครื่องสเตอริเทคมา และสามารถทำน้ำด่างบริสุทธิ์ใช้เองที่บ้านได้ เราจึงค่อนข้างวางใจกับเรื่องโควิด-19 ได้มากขึ้น กิจวัตรประจำวันในตอนนั้นคือการวุ่นกับน้ำประปา เกลือ และเครื่องสเตอริเทค เพื่อใช้ล้างของสด ใช้ทำอาหารให้ลูกๆ ทาน แล้วก็รวมถึงการใช้ฉีดพ่นในบ้าน ส่วนตัวเรามองว่าเชื้อโรคต่างๆ มันมองเห็นด้วยตาเปล่าไม่ได้ เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าของที่เราเอาเข้าปาก หรือเสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ มีอะไรติดอยู่ ทางที่ดีเราก็ควรมีวิธีการดูแลครอบครัวตัวเองติดมือไว้ ซึ่งเครื่องมือนี้ตอบโจทย์ได้มาก ไม่ต้องกังวลเรื่องเชื้อโรค เรื่องสารเคมีตกค้าง ที่สำคัญน้ำด่างบริสุทธิ์ยังสามารถแบ่งใส่ขวดหรือสเปรย์พกพาได้ไม่ต่างจากแอลกอฮอล์ทั่วๆ ไป ช่วยลดภาระและความกังวลของเราได้อีกทาง”

 “ในสถานการณ์ที่ยังไม่มีวัคซีนป้องกันโควิด-19 หากน้ำยาฆ่าเชื้อจัดการกับเชื้อโรคได้ไม่หมดก็ถือว่ายังมีความเสี่ยงอยู่ ไอ.ซี.ซี.ฯ จึงทดลองการทำงานของแท่งสเตอริเทคซ้ำแล้วซ้ำอีก รวมทั้งนำไปทดสอบกับสถาบันชั้นนำ เพื่อให้แน่ใจว่าสเตอริเทคสามารถผลิตน้ำที่มีโซเดียมไฮโปคลอไรท์และกรดไฮโปคลอรัสได้จริง ทั้งนวัตกรรมนี้ยังได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ในงานประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม พระจอมกล้าพระนครเหนือ ประจำปี 2562 รวมถึงอนุสิทธิบัตรจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ นั่นจึงทำให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่า BSC STERITECH เป็นนวัตกรรมที่สะอาดและปลอดภัย ตอบโจทย์สุขอนามัยของทุกคนในครอบครัวได้เป็นอย่างดี” นายบุญเกียรติ สรุปทิ้งท้าย

นวัตกรรมผลิตน้ำอิเล็กโทรไลต์ BSC STERITECH จะจัดจำหน่ายให้กับผู้บริโภคชาวไทยได้ใช้เป็นประเทศแรกในโลก โดย บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้ที่สนใจสามารถสั่งซื้อได้ที่ Line: @happyage หรือติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ www.steritechbybsc.com หรือ www.facebook.com/bschappyage โทร. 02-296-9999

การนิคมอุตสาหกรรมหนองแค คว้า 2 รางวัลใหญ่ด้านสิ่งแวดล้อม จากสภาอุตสาหกรรมฯ

ตอกย้ำศักยภาพพื้นที่การผลิตอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรกับทุกคุณภาพชีวิต

การนิคมอุตสาหกรรมหนองแค  หนึ่งในธุรกิจภายใต้การดำเนินการ จัดการบริหารพื้นที่โครงการ โดย
บริษัท เอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความสำเร็จของการบริหารพื้นที่ที่ดีเยี่ยมให้แก่ผู้ประกอบการ ภายในนิคมอุตสาหกรรมหนองแค ตลอดจนชุมชนรอบข้าง เพื่อสร้างผลประโยชน์และการเติบโตไปพร้อมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างยั่งยืน  ส่งผลให้ได้รับการรับรองเป็นนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศน์ 
จนสามารถคว้า “ รางวัลนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ 4.0 ด้าน Smart Water” และ “รางวัลการรักษาระบบการ

เป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ระดับ ECO-Excellence “  ซึ่งนับเป็น 2 รางวัลใหญ่ด้านสิ่งแวดล้อม ในงาน ECO INVOVATION FORUM 2020  จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  ร่วมกับ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยมี นายอภิเชษฐ นุ้ยตูม Engineering Solution Business Manger และนายอนุชิต พยอมน้อย  Industrial Estate Business Manager เป็นผู้แทนเข้ารับมอบโล่เกียรติยศและใบประกาศเกียรติคุณ   
ณ ห้องแกรนด์ฮอลล์ ไบเทค บางนา                  

นิคมอุตสาหกรรมหนองแค  มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนร่วมในการส่งเสริมพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศน์  เพื่อให้นิคมอุตสาหกรรมในประเทศไทยได้เข้าสู่เป้าหมายของการเป็นหนึ่งในนิคมอุตสาหกรรมอันดับต้นๆ ของทวีปเอเชีย

22 ตุลาคม 2563

“สุขสยาม” เปิดรับสมัครประกวดนางนพมาศ 2 วัย ประชันความสามารถตามวิถีไทย

ในเทศกาลลอยกระทงสุดยิ่งใหญ่ “รื่นเริง แสงศิลป์ อเมซิ่ง สุขสยาม”
ณ ไอคอนสยาม สมัครด่วน!! ตั้งแต่วันนี้ถึง 26 ตุลาคมศกนี้
 

“เมืองสุขสยาม”  ชั้น G  ไอคอนสยาม เมืองสารพัดสุข สนุกแบบไทย ร่วมสืบสานประเพณีอันดีงามและอนุรักษ์วัฒนธรรมแห่งสายน้ำเจ้าพระยาในเทศกาล “ลอยกระทง” ชูมหกรรมศิลปวัฒนธรรมสุดยิ่งใหญ่ใน
งาน “รื่นเริง แสงศิลป์ อเมซิ่ง สุขสยาม” ระหว่างวันที่  30 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2563 ณ เมืองสุขสยาม
ชั้น G ไอคอนสยาม  พร้อมไฮไลท์ “การประกวดนางนพมาศ 2 วัย” ซึ่งคู่ที่คว้ารางวัลชนะเลิศจะได้รับโล่รางวัล พร้อมสายสะพายและเงินรางวัล มูลค่า 10,000 บาท  ส่วนรองชนะเลิศอันดับ 1 จะได้รับสายสะพาย พร้อมเงินรางวัล มูลค่า 7,000 บาท และรองชนะเลิศอันดับ 2  ได้รับสายสะพาย และเงินรางวัล มูลค่า 5,000 บาท 





สำหรับคุณสมบัติของผู้เข้าประกวดต้องเป็นเพศหญิงคู่แม่ลูก หรือ คู่ยาย-ย่า+หลาน (เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี / ผู้ใหญ่อายุ 35 ปีขึ้นไป) โดยส่งหลักฐานการสมัคร ด้วยการกรอกประวัติส่วนตัว พร้อมภาพถ่ายคู่ เป็นภาพสีจำนวน 1 ภาพ และคลิปวีดิโอแนะนำตัว(คู่) ความยาวไม่เกิน 1 นาที ภายในวันที่ 26 ตุลาคม 2563 โดยจะประกาศผลผู้ผ่านเข้ารอบในวันที่ 27 ตุลาคม 2563 เพื่อขึ้นเวทีประกวดรอบชิงชนะเลิศในวันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2563 ณ ลานเมือง 1 เมืองสุขสยาม ชั้น G  ไอคอนสยาม

เกณฑ์การตัดสินโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะพิจารณาจากการแต่งกาย ความสวยงาม บุคลิกภาพ กิริยามารยาท และความเชื่อมั่นในตนเอง ส่วนรอบชิงชนะเลิศผู้ผ่านเข้ารอบจะต้องเตรียมการแสดงความสามารถพิเศษเพื่อสืบสานประเพณี อนุรักษ์วัฒนธรรมไทยบนเวที โดยคณะกรรมการจะพิจารณาจาก ทักษะความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์ ความพร้อมเพรียงของคู่ประกวด และปฏิภาณไหวพริบในการตอบคำถาม

ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมประกวดนางนพมาศ 2 วัย และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสืบสานประเพณีลอยกระทงสุดยิ่งใหญ่ในงาน “รื่นเริง แสงศิลป์ อเมซิ่ง สุขสยาม” ณ เมืองสุขสยาม ชั้น G ไอคอนสยาม กรอกข้อมูลสมัครได้ที่ https://bit.ly/2HlB4CI หรือ QR Code ที่ปรากฏบนแพลทฟอร์ม Facebook Fanpage :: sooksiam หรือ สอบถามเพิ่มเติมที่หมายเลขโทรศัพท์ คุณณัฏฐ์ธิดา โกสุมขจรเกียรติ์ 062-790-5467 (เวลาราชการ) ตั้งแต่วันนี้ถึง 26 ตุลาคม 2563

ห้องอาหารดิเอมเมอรัลด์ค็อฟฟี่ช็อพ โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ (The Emerald Hotel)

วันนี้ ใครที่รู้ตัวว่าเป็นแฟนตัวยงของอาหารบุฟเฟ่ต์  ชื่นชอบอาหารสไตล์บุฟเฟต์ ห้องอาหารดิเอมเมอรัลด์ค็อฟฟี่ช็อพ โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ (The Emerald Hotel) บริการบุฟเฟ่ต์มื้อกลางวัน  และมื้อค่ำในราคา
สุดคุ้ม โดยเชฟฝีมือเยี่ยมที่รังสรรค์เมนูสุดหรูหรา ราคาหลักร้อย ตระการตากับสุดยอดเมนูบุฟเฟ่ต์ อิ่มคุ้ม ไม่มีกระเป๋าฉีก มีให้ครบทั้งอาหารไทย อาหารจีน อาหารญี่ปุ่น อาหารทะเลซีฟู้ดไม่อั้น ราคาเดียวสุดคุ้ม งานนี้ไม่อิ่มไม่เลิกเเน่นอน  มาที่เดียวครบจบทุกเมนูที่อยากกิน




ทุกมื้อค่ำในวันศุกร์และวันเสาร์ตลอดเดือน ตุลาคม ถึง ธันวาคม นี้ ห้องอาหารดิเอมเมอรัลด์ค็อฟฟี่ช็อพ โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ (The Emerald Hotel) พร้อมที่จะทำให้ทุกท่านตื่นตาตื่นใจกับอาหารนานาชาติสลับสับเปลี่ยนกันไปทุกวัน ให้ท่านเลือกรับประทานกันได้อย่างเต็มที่ในสไตล์ที่คุณโปรดปราน เคียงคู่ซอสและเครื่องเคียงต่างๆ  มากมาย 

ทีนี่จัดเป็นบุฟเฟ่ต์นานาชาติคุณภาพระดับอินเตอร์ ที่บอกเลยว่าเพื่อนๆ ที่มาต้องไม่เสียใจ จุดเด่นของที่นี่คือ เมนูเเนะนำก็มีหลายเมนู  และมีความหลากหลายของเมนูอาหารไม่ว่าจะเป็นอาหารญี่ปุ่น (ซูชิ-ซาซิมิ
เกรดพรีเมี่ยม สดหลายชนิด ทั้งเเซลมอน เอนกาวะ ปลาไหล ฟัวกราส์ วากิว ฯลฯ) อาหารไทย จีน อิตาเลียน เเละ อาหารตะวันตกที่ทุกเมนูปรุงโดยเชฟมืออาชีพ เเละเคล็ดลับสูตรเฉพาะของร้าน 

ฟัวกราส์ : เสิร์ฟบนข้าวปั้นข้าวน้อยมาก


เป็ดปักกิ่ง-หยิบแบบไม่ต้องเกรงใจ

ขาหมูเยอรมัน

ไส้กรอกเยอรมัน

เตรียมตัวให้พร้อม อิ่มไม่อั้นกับบุฟเฟ่ต์นานาชาติ ทั้งฟัวกราส์ เป็ดปักกิ่ง ขาปูยักษ์ไม่อั้น 5 ช.ม.เต็มๆ กับบุฟเฟ่ต์ซีฟู้ดและอาหารนานาชาติที่โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ ราคาเพียง 919 บาทถ้วน/ต่อคน รอให้ทุกๆ ท่านเข้ามาร่วมสัมผัสกับประสบการณ์อาหารรสเลิศกับสุดยอดมีอาหารให้เลือกทานเยอะมากเกือบร้อยเมนู แถมแต่ละอย่างเด็ดๆ  ทั้งฟัวกราส์ เป็ดปักกิ่ง ซีฟู้ดนานาชนิด มุมชีสหลากหลาย ทานกันเต็มอิ่มจุใจแบบไม่จำกัดเวลา นั่งได้  ตั้งแต่ 6 โมงเย็นถึง 5 ทุ่ม รวมเครื่องดื่ม-ซอฟต์ดริ้งค์ไม่อั้น หรือจะเป็นเมนูสุดแสนอร่อยปรุงรสชาติหลากหลายสไตล์มากมายไปไม่ครบจริงๆ




มาเลือกทานเมนูสุดไฮไลท์ด้วยกันคะ
ฟัวกราส์ : เสิร์ฟบนข้าวปั้นที่ข้าวน้อยมาก ฟัวกราส์ชิ้นใหญ่ๆ เบิร์นกันสดๆ เสิร์ฟร้อนๆ ราดซอสหอมหวาน ตอนเอาเข้าปากบอกเลยคือฟินมาก

ส่วนใครชอบซีฟู้ด ไม่ควรพลาด กับ บุฟเฟ่ต์อาหารทะเล
อาหารทะเล : ขาปูอลาสก้า ขาใหญ่เนื้อแน่น ชิ้นใหญ่ แกะง่าย เนื้อแน่น คัดไซต์ คัดคุณภาพ เติมตลอดพร้อมหอยนางรมสด กั้งกระดานและหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ ทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ด เลือกรับประทานกันได้อย่างเต็มที่ในสไตล์ที่คุณโปรดปราน 





อาหารญี่ปุ่น : จากห้องอาหารญี่ปุ่นไดอิจิ มีซูชิหลายหน้าแบบพรีเมียมหน้า เช่น หน้าเนื้อวากิว และหน้าปลาไหลญี่ปุ่น ซาชิมิสดมีครบทั้งปลาแซลม่อน ทูน่า ปลาหมึกยักษ์ 

อาหารจีน : จากห้องอาหารจีนหยก ติ่มซำมีหลายชนิด รสชาติดี เป็ดปักกิ่ง ที่ม้วนกันสดๆ หนังเป็ดกรอบ ซอสหอมอร่อย 

อาหารฝรั่ง : ไส้กรอกนำเข้านานาชนิด ต้องเลือกชิมอย่างละนิดไม่งั้นอิ่มก่อน ขาหมูเยอรมัน หนังกรอบ
ขาแกะมีมันติดเนื้อฉ่ำๆ



อาหารไทย : ข้าวขาหมู เคี่ยวจนเนื้อเปื่อย หอมยาจีนที่จะมีขาหมูรสเด็ดซิกเนเจอร์ของห้องอาหาร ตุ๋นจนนุ่ม และเข้าเนื้อสุดๆ แถมยังมีข้าวต้มปลากะพงและข้าวต้มรอบดึกทั้งข้าวต้มแดง ข้าวต้มขาว ข้าวต้มเผือกและสารพัดเครื่องเคียงอิ่มจากอาหารคาวแล้วมาแวะที่โซนขนมหวานและผลไม้ก็มีให้เลือกมากมายทุกวัน 

ของหวาน : ขนมไทยและเบเกอรี่ ที่ต้องลองและแนะนำคือ  กะลอจี๊ หาทานยากมาก กล้วยทอด ขนมครก แถมยังมีสารพันเค้ก เต้าส่วน กล้วยบวดชี มันต้มน้ำตาล เต้าฮวย ไอศกรีมหลากรส และบิงซู
ที่ยกมาเป็นเครื่องให้ทำเองเลย




ขาปูยักษ์ไม่อั้น 5 ช.ม.เต็มๆ



กะลอจี้ / Kalorjee

สัมผัสความสดใหม่อร่อยโดนใจ ขอเอาใจคนกินจุ กับเมนูอิ่มไม่อั้นสไตล์บุฟเฟ่ต์ ห้องอาหารตั้งอยู่ที่ชั้นล็อบบี้ เปิดบริการ 24 ชั่วโมง ด้วยอาหารนานาชาติหลากหลายทั้งเอเชีย ยุโรป รวมถึงอาหารไทย ในรูปแบบบุฟเฟ่ต์มื้อเช้า มื้อกลางวัน และมื้อค่ำ  พบกับความอร่อยความสุขอันไร้ขีดกับนักชิมให้คุณเพลิดเพลินกับอาหารหลากหลายในราคาสุดคุ้มราคา : 919 บาทถ้วน/คน รวมเครื่องดื่มไม่อั้น หรือสั่งอาหารเมนูตามสั่งมีให้เลือกมากมาย




บอกเลยว่าถ้ากำลังมองหามื้อพิเศษกับคนที่รักก็ต้องที่นี่แหละ
โปรโมชัน โปรหมู่คณะ "มา 11 จ่าย 10"


จองล่วงหน้า : โทร 02 276 4567 หรือไลน์ @theemeraldhotel
เวลาเปิด : มื้อค่ำทุกวัน 18.00 - 23.00 น.  (5 ชั่วโมง)

พิกัด : ห้องอาหารดิเอมเมอรัลด์ค็อฟฟี่ช็อพ โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ (The Emerald Hotel)
MRT ห้วยขวาง ทางออกประตู 3

#TheEmeraldHotel #ดิเอมเมอรัลด์ #TheEmeraldCoffeeShop #ดิเอมเมอรัลคอฟฟี่ช็อป
#บุฟเฟ่ต์ #อาหารนานาชาติ #International #Buffet #Dinner