04 ตุลาคม 2564

“ข้าวใหม่” ร้านอาหารไทยสุดพรีเมี่ยม ย่านเสนานิคม

ร้านอาหารไทยรสดีที่เคล้าคลุ้งปรุงรสบรรยากาศการรับประทานด้วยความคลาสสิค

ท่ามกลางการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทย ปฏิเสธไม่ได้ว่าหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก คือ ธุรกิจร้านอาหาร อย่างไรก็ตามหลังจากรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการให้สามารถเปิดนั่งรับประทานภายในร้านได้ ดูเหมือนว่าร้านอาหารต่างๆ เริ่มกลับมาสู่ความคึกคักอีกครั้งในปัจจุบัน

 “ข้าวใหม่” ร้านอาหารไทยสุดพรีเมี่ยม ย่านเสนานิคม เป็นหนึ่งในร้านอาหารที่ได้กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง แต่สิ่งที่ร้าน “ข้าวใหม่” มีพิเศษกว่าร้านอื่นๆก็คือ เมนูอาหารที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น และบรรยากาศภายในร้านที่ถูกเคล้าคลุงปรุงรสด้วยความคลาสสิคอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของร้าน 




ดร.ชัยภัฏ จันทร์วิไล เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการการพาณิชย์ และ ทรัพย์สินทางปัญญา สภาผู้แทนราษฎร หนึ่งในเจ้าของร้านกล่าวว่า “ร้านข้าวใหม่ในปัจจุบันผมกับภรรยา ( คุณศลิษา โมนยะกุล )

ช่วยกันดูแลอยู่ โดยเป็นร้านที่สืบทอดมาจากร้านข้าวใหม่ร้านแรกในเมืองทองธานี ที่เปิดให้บริการมาเป็นเวลานานนับสิบๆปีแล้ว โดยคุณป้าของภรรยาผมเป็นผู้ก่อตั้ง มาตอนหลังภรรยาได้ขอคุณป้ามาทำต่อ
ผมจึงช่วยกับภรรยาดูแลต่อมา โดยย้ายทำเลมาอยู่ที่คอนโดสายลมสวีท ในซอยเสนานิคม 1 แยก 12 

“แม้จะมีการเปลี่ยนทำเลที่ตั้ง แต่เมนูอาหารยังคงเป็นเมนูเดิมที่ได้สูตรดั้งเดิมตั้งแต่สมัยรุ่นคุณป้าที่เป็นผู้บุกเบิก เมนูเด่นของร้านคือ ปลากะพงเกล็ดกรอบ ที่ทางร้านจะคัดเลือกปลากะพงขนาดน้ำหนักประมาณ
7 ขีด ที่มีความสดมา บั้งลึก ย้อนเกล็ด แล้วหมักด้วยซีอิ๊วขาว เกลือ และ พริกไทย ทอดในน้ำมันร้อนๆ เนื้อปลากะพงนุ่มเนียนลิ้น ยิ่งได้ทานคู่กับน้ำจิ้มสูตรพิเศษยิ่งทำให้รสชาติดี รวมทั้งน้ำพริกมะขามสูตรดั้งเดิมของร้าน”  คุณศลิษา กล่าว

“ร้านตกแต่งด้วยบรรยากาศออกแนวคลาสสิคย้อนยุคด้วยเอกลักษณ์ความเป็นไทย ให้ความรู้สึกของประเทศไทยสมัยก่อน 40-50 ปี มีความโล่ง โปร่งสบาย เพื่อไม่ให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกอึดอัด ซึ่งนอกจากลูกค้าจะได้ลิ้มรสชาติอาหารที่เป็นสูตรพิเศษเฉพาะตัวแล้ว ยังได้ความรู้สึกอิ่มเอมใจไปกับบรรยากาศ

ความเป็นไทยแบบย้อนยุค และของสะสมโบราณที่มีความงดงามภายในร้านระหว่างรับประทานอาหาร
อีกด้วย” คุณศลิษา กล่าวทิ้งท้าย

ร้าน  “ข้าวใหม่”  ถือเป็นอีกหนึ่งเดสติเนชั่นที่คนรักการรับประทานอาหารไม่ควรพลาด เพราะนอกจากคุณ
จะได้ลิ้มลองอาหารหลากหลายเมนูที่มีรสชาติอาหารที่อร่อยถูกปากแล้ว ยังได้บรรยากาศสบายๆ เป็นกันเองเก็บเป็นภาพความทรงจำกลับบ้านไปอีกด้วย


ใครสนใจแวะมาเยี่ยมชมร้านและเยี่ยมชิมอาหารกันได้ที่ ร้าน ”ข้าวใหม่”
คอนโดสายลมสวีท พหลโยธิน 32 (เสนานิคม1) แยก 12 เปิดบริการทุกวัน 

11.00-15.00 น.และ 16.00-20.00 น.โทรศัพท์ 02-942-9755

02 ตุลาคม 2564

พม. ดึงรัฐสภา และภาคีเครือข่าย ลงพื้นที่จังหวัดลพบุรี เร่งช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางเดือดร้อนจากภัยน้ำท่วม

วันนี้ (2 ต.ค. 64) เวลา 09.00 น. นางพัชรี อาระยะกุล ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) และ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะผู้แทนรัฐสภา พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวง พม. ลงพื้นที่จังหวัดลพบุรี ณ ศูนย์พักพิงวัดจงโก ตำบลหนองรี อำเภอลำสนธิ เพื่อเยี่ยมประชาชนผู้ประสบอุทกภัย พร้อมทั้งมอบถุงยังชีพ จำนวน 190 ถุง จากนั้น เดินทางไปลงพื้นที่เยี่ยมบ้านครอบครัวกลุ่มเปราะบางที่มีเด็ก ผู้สูงอายุ และคนพิการ จำนวน 10 ครอบครัว ที่ประสบอุทกภัย พร้อมทั้งมอบถุงยังชีพและเงินสงเคราะห์ครอบครัวๆ ละ 2,000 บาท 

อีกทั้งได้เดินทางไปลงพื้นที่ ณ องค์การบริหารส่วนตำบลบัวชุม อำเภอชัยบาดาล เพื่อเยี่ยมประชาชนผู้ประสบอุทกภัย พร้อมทั้งมอบถุงยังชีพ จำนวน 300 ถุง  นอกจากนี้ ยังเดินทางไปเยี่ยมให้กำลังใจประชาชนผู้อพยพจากที่อยู่อาศัยถูกน้ำท่วม ณ ศูนย์พักพิงผู้ประสบอุทกภัย ภายในวิทยาลัยการอาชีพชัยบาดาล ตำบลบัวชุม อำเภอชัยบาดาล 

ทั้งนี้ องค์การบริหารส่วนตำบลหนองรีและตำบลบัวชุม ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 7  พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดลพบุรี  ทีม One Home พม. จังหวัดลพบุรี ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) รวมทั้ง คณะนักศึกษา ปปร. รุ่นที่ 24 ลงพื้นที่บูรณาการให้ความช่วยเหลือร่วมกัน




นางพัชรี กล่าวต่อไปว่า วันนี้ กระทรวง พม. โดยนายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ได้ส่งเรามาช่วยดูแลพี่น้องประชาชนทุกคนที่ประสบอุทกภัยอย่างเต็มที่ ตอนนี้ กระทรวง พม. ร่วมกับรัฐสภา โดย นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา และรัฐบาล ซึ่งให้ความสำคัญกับประชาชน 

โดยทีมกระทรวง พม. มาจากทั้งส่วนกลางและจังหวัดลพบุรี ทั้งนี้ ตนในฐานะปลัดกระทรวง พม. ได้มาลงพื้นที่ด้วยตัวเอง พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวง พม.  และทุกคนมาด้วยใจ ด้วยความเป็นห่วง เพราะเราเห็นว่าพี่น้องประชาชนกำลังยากลำบาก 

ซึ่งเป็นหน้าที่ของกระทรวง พม. รวมทั้งหน่วยงานในท้องถิ่น ทั้งอำเภอ อบต. อบจ. และเทศบาล โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ซึ่งทุกคนเห็นถึงความยากลำบากของพี่น้องประชาชนจากวิกฤตโรคโควิด-19 และภัยน้ำท่วมที่เกิดขึ้นอีก ถือว่าทุกท่านมีความยากลำบากจริงๆ และเราจะทำอย่างไรที่จะผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน

 วันนี้เรามาเพื่อให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้น ด้วยการมอบถุงยังชีพ ที่มีทั้งอาหารและสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น และขนมสำหรับเด็ก สำหรับท่านใดที่ยังมีปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย เรื่องเงินสังเคราะห์ต่างๆ เรามีพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอยู่ประจำที่จังหวัดลพบุรี และมีอีกหลายหน่วยในจังหวัด รวมทั้ง การเคหะแห่งชาติ ที่มีโครงการบ้านสุขประชา เป็นโครงการที่อยู่อาศัยและมีการฝึกอาชีพให้ด้วย และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) หรือ พอช. มีโครงการบ้านมั่นคงและบ้านพอเพียงชนบท เพื่อช่วยซ่อมแซมและสร้างบ้านให้ 

นั่นคือกระทรวง พม. พยายามดูแลคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนในทุกมิติ แต่เราไม่สามารถทำได้เพียงคนเดียว เราร่วมมือกับหลายกระทรวงเพื่อดูแลทุกท่าน ทั้งเรื่องสุขภาพโดยกระทรวงสาธารณสุข เรื่องที่อยู่อาศัยโดยการเคหะแห่งชาติ และ พอช.  เรื่องอาชีพโดยกระทรวงแรงงาน และเรื่องการศึกษาโดยกระทรวงศึกษาธิการ 

เพราะฉะนั้นถ้าท่านใดยังเดือดร้อนยากลำบาก หลังจากนี้ ขอให้ท่านโทรมาที่ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน พม. โทร. 1300 โทรฟรี 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ท่านสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือผ่านอาสาสมัครพัฒนาสังคมฯ  (อพม.) ในชุมชน หรือคนที่ท่านพึ่งพาได้ เช่น นายอำเภอ กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน เป็นต้น จากนั้น หน่วยงานในจังหวัดของกระทรวง พม. จะลงพื้นที่มาช่วยเหลือท่าน ทั้งนี้ ขอให้พี่น้องประชาชนทุกคนมั่นใจว่ารัฐบาลจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง







นางพัชรี กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องด้วยจังหวัดลพบุรี ได้เกิดสถานการณ์อุทกภัยในวงกว้าง เนื่องจากพายุดีเปรสชั่น "เตี้ยนหมู่" ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย. 64 ที่ผ่านมา เป็นผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากจากพื้นที่ด้านเหนือของจังหวัด ทั้งนี้ มีพื้นที่ได้รับผลผลกระทบจากน้ำท่วม รวม 11 อำเภอ สำหรับ ตำบลหนองรี อำเภอลำสนธิ มีทั้งหมด 13 หมู่บ้าน 3,282 ครัวเรือน 

โดยมีพื้นที่ได้รับความเสียหายน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก จำนวน 12 หมู่บ้าน ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย จำนวน 1,530 ครัวเรือน และมีผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำ จำนวน 3 ราย  ในส่วนของตำบลบัวชุม อำเภอชัยบาดาล มีทั้งหมด 9 หมู่บ้าน 3,200 ครัวเรือน โดยมีพื้นที่ได้รับความเสียหายน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก จำนวน 3 หมู่บ้าน ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย จำนวน 1,500 ครัวเรือน










01 ตุลาคม 2564

‘บุญชอบ’ถือฤกษ์เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ฯ โอกาสเข้ารับตำแหน่งปลัดแรงงานคนที่ 12

นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงแรงงาน ในโอกาสรับตำแหน่งปลัดกระทรวงแรงงาน คนที่ 12 ภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมประกาศแต่งตั้งเมื่อวันที่ 14 กันยายน ที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2564 นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ถือฤกษ์เดินทางเข้ากระทรวงแรงงานเพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงแรงงาน ประกอบด้วย ประกอบด้วย ศาลท้าวมหาพรหมเทวฤทธิ์ ศาลพ่อปู่ชัยมงคล พระพุทธชินราช พระพุทธสุทธิธรรมบพิตร ศาลพ่อปู่สุชินพรหมมา ณ บริเวณกระทรวงแรงงาน และพระพุทธชินราช ณ ห้องทำงานชั้น 7 อาคารกระทรวงแรงงาน โดยมี นางสาวบุปผา เรืองสุด รองปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวต้อนรับและแสดงความยินดี พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น 



สำหรับ นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ สำเร็จการศึกษาศิลปศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เคยดำรงตำแหน่งที่สำคัญ ได้แก่ ผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง สป.ทส.  ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและฝึกอบรมด้านสิ่งแวดล้อม รองอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม รองอธิบดีกรมป่าไม้ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง อธิบดีกรมป่าไม้ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรรมการมูลนิธิเทพรัตนเวชชานุกูล ที่ปรึกษาประธานมูลนิธิปิดทองหลังพระฯ และที่ปรึกษามูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ และ ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ปลัดกระทรวงแรงงาน สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ได้แก่ เหรียญราชการชายแดน เหรียญกาชาดสมนาคุณ เหรียญจักรพรรดิมาลา ประถมาภรณ์ช้างเผือก และมหาวชิรมงกุฎ (ม.ว.ม.)

 “ขอขอบคุณข้าราชทุกท่าน ต้องเรียนว่า ตัวผมเองมาใหม่ที่นี่ แต่กระทรวงนี้น่าจะเป็นกระทรวงที่ 8 สำหรับผมแล้ว การที่ผ่านอะไรหลายๆ อย่างมา มันก็มีทั้งดี และไม่ดี อันที่ดีก็คือเห็นความหลากหลาย สิ่งที่ไม่ดีก็คือความผูกพันธ์ ความสัมพันธ์ อาจจะไม่มากพอ โดยเวลาที่เหลืออยู่จะพยายามทำตามหน้าที่ โดยการที่จะใช้อำนาจหน้าที่ส่งต่อไปยังพวกท่านทุกคนนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงที่สุด ดังนั้น ‘ใช้ผมให้เป็นประโยชน์’ ผมยินดีทำทุกอย่างหากมันถูกต้อง” นายบุญชอบ กล่าว

ลิปส์ เดอะเฟส- ดุ๊ก ภานุเดช- เอ็มดี ณัฐพงศ์เชิญชวนร่วมงาน “The Marché by STYLE Bangkok”

 “The Marché by STYLE Bangkok” 6-10 ตุลาคมนี้ ที่เซ็นทรัลเวิลด์

“ฟิลลิปส์ ทินโรจน์” หรือ ฟิลลิปส์ เดอะเฟส พระเอกหนุ่มสุดฮอต เจ้าของวลีฮิต “ไอจะขยี้ยูว์ให้แหลกคึ” จาก ธิดาซาตาน แท็กทีม หนุ่มรุ่นใหญ่สุดเก๋า ดุ๊ก ภาณุเดช วัฒนสุชาติ นักแสดง พิธีกร และ
นักออกแบบ ตกแต่งภายในมากความสามารถ พร้อมด้วยนักแสดงน้องใหม่มาแรง เอ็มดี ณัฐพงศ์ พิบูลธนเกียรติ เชิญชวนร่วมงาน “The Marché by STYLE Bangkok” จัดขึ้นโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เพื่อสนับสนุนผู้ส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่น ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ณ ห้องเวิลด์ บอลรูม ซี (ชั้น 23) โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์

ภายในงานจะมีการจัดแสดงสินค้าจากแบรนด์สินค้าคุณภาพส่งออกชั้นนำ ผู้ผลิตตัวจริง 123 ราย ครอบคลุมสินค้าแฟชั่น เคหะสิ่งทอ เครื่องหนัง ของขวัญ ของชำร่วย ของตกแต่งบ้าน เครื่องใช้ในครัวเรือน เฟอร์นิเจอร์ ผลิตภัณฑ์สปา สินค้ามีดีไซน์ ตลอดจนสินค้าของเล่น และในช่วงที่ใกล้เทศกาลปีใหม่ ใครที่กำลังมองหาของขวัญพรีเมี่ยม ของขวัญปีใหม่ก็สามารถเลือกซื้อเลือกชมได้ภายในงาน โดย The Marche’ by STYLE Bangkok จัดภายใต้มาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยมีการรักษาระยะห่าง มาตรการสุขอนามัย การจัดเตรียมจุดตรวจเช็คอุณหภูมิ จุดตรวจคัดกรอง เพื่อความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจแก่ผู้เข้าร่วมงานทุกท่าน


งาน The Marche’ by STYLE Bangkok จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-10 ตุลาคมนี้ ณ เซ็นทรัลเวิลด์
ผู้สนใจสามารถเข้าชมงานแสดงสินค้าที่เซ็นทรัลเวิลด์หรือชมถ่ายทอดสดผ่านช่องทางออนไลน์ ชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.stylebangkokfair.com Facebook และ Instagram Style Bangkok Fair หรือโทรสายตรงกรมการค้าระหว่างประเทศ 1169

พม. จับมือรัฐสภาและภาคีเครือข่าย เร่งช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ อ.จตุรัส จ.ชัยภูมิ

วันนี้ (1 ต.ค. 64) เวลา 14.00 น. นางพัชรี อาระยะกุล ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) และ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะผู้แทนรัฐสภา พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวง พม. ลงพื้นที่ ณ องค์การบริหารส่วนตำบลกุดน้ำใส อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ เพื่อเยี่ยมประชาชนผู้ประสบอุทกภัย พร้อมทั้งมอบถุงยังชีพ จำนวน 270 ถุง  จากนั้น เดินทางไปลงพื้นที่เยี่ยมบ้านกลุ่มเปราะบางที่มีเด็ก ผู้สูงอายุ และคนพิการ จำนวน 10 ครอบครัว ที่ผู้ประสบอุทกภัย พร้อมทั้งมอบถุงยังชีพและเงินสงเคราะห์ครอบครัวๆ ละ 2,000 บาท 

ทั้งนี้ มีนายราชันย์ ซุ้นหั้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ นางเบญจพรรณ ธรรมโชติ รองปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลกุดน้ำใส  ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 4  พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชัยภูมิ  ทีม One Home พม. จังหวัดชัยภูมิ ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) รวมทั้ง นายเทวัญ ลิปตพัลลภ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีไทย และคณะนักศึกษา ปปร. รุ่นที่ 24  ลงพื้นที่บูรณาการให้ความช่วยเหลือร่วมกัน 

     


 นางพัชรี กล่าวว่า วันนี้ มีหลายหน่วยงานร่วมกันลงพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม กระทรวง พม. ในฐานะภาครัฐ มีพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชัยภูมิ (พมจ.ชัยภูมิ) คอยช่วยเหลือทุกท่านหลังจากที่เราเดินทางกลับแล้ว ซึ่งอยู่ประจำที่จังหวัดชัยภูมิ และวันนี้จะเห็นว่าเราได้ผนึกกำลังทั้งภาครัฐและภาคเอกชน 

ที่ผ่านมา นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา และตน ได้เดินทางไปเยี่ยมพี่น้องประชาชนมาแล้ว 65 จังหวัดทั่วประเทศ เมื่อทราบว่าจังหวัดชัยภูมิประสบภัยน้ำท่วมใหญ่ จึงมีความเป็นห่วงพี่น้องประชาชน และได้เดินทางมาลงพื้นที่เพื่อดูว่าน้ำท่วมมากเพียงใด พร้อมทั้งนำความช่วยเหลือต่างๆ มาให้ และในสัปดาห์หน้า จะมีแผนลงพื้นที่เยี่ยมจังหวัดอื่นที่ประสบภัยน้ำท่วม เพื่อให้กำลังใจและความช่วยเหลือว่ามีความเดือดร้อนอะไรบ้าง 




โดยวันนี้เราได้นำถุงยังชีพมามอบให้ เพื่อเป็นการช่วยเหลือในเบื้องต้น หากท่านยังประสบปัญหาต่างๆ ทั้งเรื่องที่อยู่อาศับ  ความเป็นอยู่ และอาชีพรายได้ ท่านสามารถโทรไปที่สายด่วน พม. โทร. 1300 บริการ 24 ชั่วโมง กระทรวง พม. พร้อมให้ความช่วยเหลือร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิและนายอำเภอ โดยจะร่วมมือกันดูแลพี่น้องประชาชนทุกท่าน เราจะสู้ทั้งวิกฤตน้ำท่วมและโควิด-19 ไปด้วยกัน 





นางพัชรี กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับพื้นที่ตำบลกุดน้ำใส อำเภอจตุรัส ซึ่งได้รับผลกระทบจากอุทกภัย มีพื้นที่ 93 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 58,125 ไร่ เป็นที่ราบลุ่ม มีการปกครองแบ่งออกเป็น 14 หมู่บ้าน มีประชากร 7,779 คน จำนวน 3,154 ครัวเรือน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของพายุโซนร้อนเตี้ยนหมู่ ทำให้เกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ต่างๆ ของตำบลกุดน้ำใส โดยระดับน้ำไหลมาจากเขื่อนลำคันฉู ห้วยทราย ห้วยลำอิน ห้วยทองหลาง ทำให้มีระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้น้ำท่วมพื้นที่ทั้ง 14 หมู่บ้าน ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2564 เป็นต้นมา ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก ประมาณ 300 ครัวเรือน 

ทั้งนี้ องค์การบริหารส่วนตำบลกุดน้ำใสได้เร่งดำเนินการช่วยเหลือ ดังนี้ 1. อพยพประชาชนไปอยู่ในจุดที่ปลอดภัย พร้อมทั้งจัดอาหาร ถุงยังชีพ และประกอบอาหารเลี้ยงแก่ประชาชนผู้อพยพและผู้ประสบอุทกภัย  2. ระดมการกู้ภัย โดยได้รับการสนับสนุนความช่วยเหลือต่างๆ จากทั้งทางภาครัฐ ภาคเอกชน และอาสาสมัครต่างๆ  และ 3. แจกถุงยังชีพให้ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย จำนวน 100 ชุด

ห้างเซ็นทรัล จัดงาน Central International Watch Fair 2021

 รวมนาฬิกาแบรนด์ดังจากทั่วโลก และลิมิเต็ด เอดิชั่น เพียงเรือนเดียวในไทย!! พร้อมข้อเสนอที่ดีที่สุดของปี เอาใจวอทช์เลิฟเวอร์ทั่วประเทศ

ห้างเซ็นทรัล จัดงาน “Central International Watch Fair 2021” (เซ็นทรัล อินเตอร์เนชั่นแนล วอทช์ แฟร์ 2021) มหกรรมนาฬิการะดับเวิลด์คลาสสุดยิ่งใหญ่แห่งปี ที่รวบรวมนาฬิกาแบรนด์ดังหลากแบบหลายสไตล์จาก ทั่วโลกกว่า 100 แบรนด์ ตั้งแต่ลักชัวรีวอทซ์ แฟชั่นวอทซ์ ตลอดจนสมาร์ทวอทซ์ ทั้งคอลเลกชั่นใหม่ล่าสุด และลิมิเต็ด เอดิชั่น จากแบรนด์ Bovet มูลค่ากว่า 9.70 ล้านบาท ที่มีเพียงเรือนเดียวในไทย!! ส่งตรงถึงงานนี้โดยเฉพาะ พร้อมข้อเสนอที่ดีที่สุดของปี และสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย ระหว่างวันที่ 28 ก.ย. – 31 ต.ค. 2564 ที่ Event Hall ชั้น 3 ห้างเซ็นทรัลชิดลม และแผนกนาฬิกา ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา รวมทั้งหลากหลายช่องทางการช้อปปิ้งสุดสะดวก พิเศษสุด! ชมและช้อปนาฬิกาเรือนโปรดอย่างใกล้ชิดได้ง่ายๆ จากที่บ้าน ผ่านบริการ Virtual Live เป็นครั้งแรก!!
นายโลร็องต์ โปซ ประธานบริหารสายบริหารสินค้า บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “งาน Central International Watch Fair 2021 ถือเป็นมหกรรมนาฬิกาสุดยิ่งใหญ่ และเป็นอีก หนึ่งงาน ซิกเนเจอร์ของห้างเซ็นทรัลที่จัดขึ้นต่อเนื่องมายาวนานถึง 23 ปี ตอกย้ำความเป็นผู้นำของงานนาฬิกา ระดับลักชัวรี่ของเมืองไทย ซึ่งในปีนี้เราได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรนาฬิกา รวบรวมนาฬิกาแบรนด์ดังจากทั่วโลกกว่า 100 แบรนด์ ทั้ง คอลเลกชั่นใหม่ล่าสุด และลิมิเต็ด อิดิชั่น ส่งตรงถึงเมืองไทย เอาใจวอทช์เลิฟเว่อร์ และนักสะสม ให้ได้ร่วมสัมผัสและเป็นเจ้าของ ระหว่างวันที่ 28 ก.ย. – 31 ต.ค. 2564 ที่ Event Hall ชั้น 3 ห้างเซ็นทรัลชิดลม และแผนกนาฬิกา ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา ภายใต้มาตรการด้านสุขอนามัย ‘Central Clean & Safe สะอาด ปลอดภัย อุ่นใจ เสมือน อยู่บ้าน’ ที่เคร่งครัดขั้นสูงสุด”


อีกทั้งยังมีโซนใหม่ Smart Watch Zone เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่ และผู้ที่ชื่นชอบความทันสมัย และสายรักสุขภาพ พร้อมพบการเปิดตัว สมาร์ทวอทซ์รุ่นใหม่ล่าสุดจาก Apple และ Garmin รวมทั้งแบรนด์อื่นๆ อาทิ Suunto, Fibit, Samsung, Huawei นอกจากนี้ยังมี Gadget Zone ที่รวบรวมอุปกรณ์ล้ำสมัยเช่น หูฟัง และลำโพง ที่เชื่อมต่อแบบบลูทูธจากแบรนด์ดัง อาทิ Segway, Marshall, Bang & Olufsen, Bose และ GoPro อีกด้วย และเพื่อเป็นการเอาใจคนรักเรือนเวลา ห้างเซ็นทรัล จึงได้อำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าให้ได้ชมงาน ‘Central International Watch Fair 2021’ ที่ Event Hall ชั้น 3 ห้างเซ็นทรัลชิดลม อย่างใกล้ชิดในแบบ Virtual Live เป็นครั้งแรก!! แม้อยู่บ้าน โดยลูกค้าสามารถเยี่ยมชมความพิเศษของงาน เสมือนมาเดินชมงานด้วยตัวเอง หรือชมเพื่อตัดสินใจก่อนเดินทางมาในงาน โดยมีเหล่าดาราวอทช์เลิฟเว่อร์ อาสามาเป็นไกด์พาทัวร์แบบสุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมแบ่งปันสไตล์ความชอบนาฬิกาของตนเอง เพื่อเป็นไอเดียให้ลูกค้าตัดสินใจเลือกซื้อนาฬิกาได้ง่ายขึ้น นำโดย ฟิล์ม ธนภัทร กาวิละ (วันที่ 28 กันยายน 2564) และนนท์ - ธนนท์ จำเริญ (วันที่ 2 ตุลาคม 2564) รวมทั้งตัวแทนจากแบรนด์นาฬิกาชั้นนำที่จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมานำเสนอนาฬิกาไฮไลท์ ติดตามอีกทางได้ที่เฟซบุ๊กเพจ Central Department Store

สำหรับความพิเศษของงาน โดยเฉพาะที่ Event Hall ชั้น 3 ห้างเซ็นทรัลชิดลม ได้ถูกเนรมิตให้เป็นโซนจัดแสดงนาฬิกาอันน่าตื่นตาตื่นใจ และขยายพื้นที่จัดงานใหญ่กว้างขวางยิ่งขึ้น เพื่อให้วอทช์เลิฟเวอร์ได้มีโอกาสสัมผัสกับนาฬิกา แบรนด์ดังแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ในทุกกลุ่มเรือนเวลา ทั้งกลุ่มลักชัวรี่ กลุ่มแฟชั่น กลุ่มสมาร์ทวอทช์ และกลุ่มเครื่องประดับ อาทิ Bovet รุ่น The Amadeo Amadeo ที่พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของเพียงเรือนเดียวในไทย!! โดดเด่นด้วยหน้าปัดขัดตกแต่งด้วยลวดลาย Fleurisanne ทั้ง 2 ด้านอย่างปราณีต อวดการทำงานของจักรกล Flying Tourbillion ที่มองเห็นทั้งสองด้าน พื้นหน้าปัดที่ทำมาจาก Aventurine ตัวเรือนผลิตจากทองคำชมพูแท้ 18K กลไกระบบไขลาน ซึ่งผลิตเพียง 50 เรือนทั่วโลกเท่านั้น และ Montblanc รุ่น Star Legacy Exo Tourbillon Slim 42mm Limited Edition 8 ตัวเรือนสีโรสโกลด์ 18K ประดับด้วยเพชร Wesselton 64 เม็ด กระจกคริสตัลแซปไฟร์ทรงโดมพร้อมเคลือบกันแสงสะท้อน หน้าปัดชุบโรสโกลด์และฝังเพชร 15 เม็ด สายหนังจระเข้ ขับเคลื่อนด้วยกลไก Calibre MB 29.24 สีแดงของตัวเรือนเฉลิมฉลองให้กับสถาปัตยกรรมทัชมาฮาล โดยสีแดงที่สดใสได้แรงบันดาลใจมาจากประตูศาลาสีแดงที่อยู่ทางใต้ ตะวันตก และตะวันออกของพระราชวัง และหินธรรมชาติอย่าง Red Jasper ที่ตกแต่งอยู่ภายในพระราชวัง โดยหิน Red Jasper นั้นเป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่งและมั่นคง มีอิทธิพลดีต่อการไหลเวียนของเลือด มีความเกี่ยวข้องกับธาตุดิน สันติ และสติปัญญา รวมทั้ง Franck Muller, Breitling, Tag Heuer, Longines, Maurice Lacroix, Oris, Frederique Constant, Grand Seiko, Rado, Mido, Tissot, Hamilton, Luminox, Salvatore Ferragamo, Seiko, Citizen, Issey Miyake, Casio, Guess, Emporio Armani, Garmin , Apple Watch และ Beauty Gem เป็นต้น


โดยมาพร้อม 7 ข้อเสนอที่ดีที่สุดของปี ที่ไม่ควรพลาด! ไม่ว่าจะเป็น สินค้าราคาปกติลดสูงสุด 30%, รับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 135,000 บาท เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไข, รับสิทธิ์ซื้อจี้เพชร Jubilee Diamond ราคาพิเศษ เมื่อช้อปครบ 50,000 บาท, รับสิทธิ์ซื้อแหวนเพชร Jubilee Diamond ราคาพิเศษ เมื่อช้อปครบ 80,000 บาท, Top Spender รับสิทธิ์รับจี้เพชร 2 รางวัล รางวัลละ 30,000 บาท รวมมูลค่า 60,000 บาท จากแบรนด์ Jubilee Diamond (เมื่อมียอดซื้อสูงสุดในงาน 2 ท่านแรก และต้องมียอดซื้อขั้นต่ำ 300,000 บาท รวมกันตลอดรายการ) พิเศษ! สำหรับลูกค้าคนสำคัญ (ที่ได้รับ SMS เรียนเชิญ) ร่วมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟในวันที่ 9 ตุลาคม 2564 พร้อมลุ้นรับรางวัลพิเศษ ที่พักจาก Park Hyatt Bangkok สำหรับ Top Spender จำนวน 5 รางวัล รางวัล
ละ 20,000 บาท รวมมูลค่า 100,000 บาท (เมื่อมียอดซื้อสูงสุดในงาน 5 ท่านแรก และมียอดซื้อขั้นต่ำ 800,000 บาท รวมกันตลอดรายการ) และใช้คะแนนลดเพิ่มและรับเครดิตเงินคืนรวมสูงสุด 50% เฉพาะบัตรเครดิตรที่ร่วมรายการ และสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย ระหว่างวันที่ 28 ก.ย. – 31 ต.ค. 2564 ที่ Event Hall ชั้น3 ห้างเซ็นทรัลชิดลม และแผนกนาฬิกา ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา
​ทั้งนี้ ห้างเซ็นทรัล ยังอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าช้อปสะดวกผ่านหลากหลายช่องทางการช้อปปิ้งที่ดีที่สุดของ “Central Bring You The Best ครบทุกสิ่งที่ดีที่สุด” ทั้ง Central App, เว็บไซต์ www.central.co.th, Central Chat & Shop ช้อปผ่านแชต Line Official @centralofficial, Central Personal Shopper On Demand โทร. 1425 โดยลูกค้าสามารถชมสินค้าที่ต้องการได้แบบเรียลไทม์ ผ่าน Video Call เสมือน Live Shopping กับผู้ช่วยช้อปส่วนตัว หรือช้อปผ่าน live และ Inbox ที่เฟซบุ๊กเพจ www.facebookcom/CentralDepartmentStore