แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเงินการธนาคาร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเงินการธนาคาร แสดงบทความทั้งหมด

15 สิงหาคม 2568

เสนา มั่นคง รายได้รวม 2,640 ลบ. กำไรเด่น 11% ตุน Backlog 7,453 พันลบ.

การเงินแข็งแกร่ง เตรียมขายหุ้นกู้เสริมพอร์ตการลงทุน

บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัย เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 2/2568 โดยสำหรับงวดหกเดือนของปี 2568 SENA มีรายได้รวม 2,640 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 301 ล้านบาท คิดเป็น 11% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้น 37% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า สะท้อนศักยภาพการบริหารท่ามกลางภาวะตลาดที่ยังเผชิญแรงกดดัน แม้ภาพรวมธุรกิจอสังหาฯ ยังมีความท้าทาย แต่ SENA ยืนยันความแข็งแกร่งทางการเงิน ด้วยสภาพคล่องและกระแสเงินสดที่มั่นคง โดย ณ สิ้นไตรมาส 2 ของปี2568 บริษัทมีสัดส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E) อยู่ที่ 1.27  เท่า ต่ำกว่ากรอบ 2.50 เท่าตามข้อกำหนดสิทธิฯ พร้อมเตรียมชำระคืนหุ้นกู้รุ่น SENA259A มูลค่า 1,530 ล้านบาท ในวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2568 ตอกย้ำวินัยทางการเงิน และอยู่ระหว่างการออกและเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่ ครั้งที่ 2/2568 โดยมีอายุ 2 ปี 6 เดือน อัตราดอกเบี้ยคงที่ [5.70%–5.95]% ต่อปี ชำระดอกเบี้ยทุก ๆ 3 เดือน ให้แก่ผู้ลงทุนสถาบันและ/หรือผู้ลงทุนรายใหญ่ คาดเปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 15–17 กันยายน พ.ศ. 2568 ผ่าน 16 สถาบันการเงินชั้นนำ โดย SENA ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของผู้ออกหุ้นกู้ที่ระดับ “BBB-” แนวโน้ม “Stable” จากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

SENA เดินหน้า SENA Next Level Standard ยกระดับอสังหาฯ ไทย ผสานประสบการณ์กว่า 40 ปีกับ Japanese Know-How จากพันธมิตรญี่ปุ่น Hankyu Hanshin Properties (HHP) ภายใต้ 3 แกนหลัก ได้แก่ SENA TRUST มาตรฐานการออกแบบและก่อสร้างญี่ปุ่น, SENA CARE บริการหลังการขายตลอดอายุการอยู่อาศัย และ SENA LOW CARBON – Sustainability พัฒนาบ้านที่ดีต่อทั้งผู้อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อม ความร่วมมือกับ HHP ต่อเนื่องกว่า 9 ปี รวม 68 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 84,300 ล้านบาท ยังช่วยให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนต้นทุนต่ำและเงื่อนไขยืดหยุ่น เสริมสภาพคล่องและความสามารถในการแข่งขัน

นางสาวอธิกา บุญรอดชู ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดสรรเงินทุนและการลงทุน บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA เปิดเผยว่า “แม้กำลังซื้อยังชะลอจากภาวะหนี้ครัวเรือนสูงและความผันผวนรอบด้าน บริษัทมุ่งมั่นพัฒนาอสังหาฯ เพื่อให้คนไทยเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ ผ่าน 3 โซลูชันหลัก คือ โครงการขายบ้านคุณภาพ, LivNex เช่าออมบ้าน และ RentNex เช่าตรง โดยมี “เงินสดใจดี” บริการที่ปรึกษาทางการเงินภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ LivNex เช่าออมบ้าน ถือเป็นโซลูชันทางการเงินที่ช่วยให้ผู้เช่าสามารถสะสมเงินดาวน์และมีโอกาสเป็นเจ้าของบ้านภายใน 3 ปี”

ท่ามกลางความท้าทายในธุรกิจอสังหาฯ บริษัทสามารถสร้างผลกำไรในไตรมาส 2/2568 ได้อย่างโดดเด่นและมั่นคง จากการเร่งโอนโครงการร่วมทุน การบริหารต้นทุนก่อสร้างอย่างมีประสิทธิภาพ และการสร้างรายได้ต่อเนื่องจากโครงการที่เปิดขายแล้ว โดยบริษัทมีผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรก ดังนี้

บริษัทมียอดขายจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จำนวนรวมทั้งสิ้น 8,843 ล้านบาท เป็นยอดขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย จำนวน 7,215 ล้านบาท ยอดขายจาก LivNex (เช่าออมบ้าน) จำนวน 1,628 ล้านบาท และมียอดรายได้รวมทั้งสิ้น 2,640 ล้านบาท  กำไรขั้นต้น 823 ล้านบาท คิดเป็น 33% ของรายได้รวม ซึ่งเพิ่มขึ้น 76% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และมีกำไรสุทธิ 301 ล้านบาท คิดเป็น 11% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้น 37% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า  

ณ 30 มิถุนายน 2568 บริษัทมียอดรอรับรู้รายได้ Backlog จำนวน 7,453 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถทยอยรับรู้รายได้ในปี 2568 ประมาณ 4,438 ล้านบาท ซึ่งในช่วงไตรมาส 3 – 4 จะมีโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จอีก โครงการ 2 ประกอบด้วย 1.)โครงการ เฟล็กซี่ เมกะ สเปซ บางนา และ 2.)โครงการ เสนา พาร์ค แกรนด์ 2 รามอินทรา โดยบริษัทยังมีสินค้าคงเหลือขายอีกจำนวน 45,955 ล้านบาท ในจำนวนดังกล่าว มีสินค้าที่สร้างเสร็จแล้วพร้อมขายแล้วโอนรับรู้รายได้เลย ประมาณ 11,457 ล้านบาท

ผู้สนใจจองซื้อหุ้นกู้สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ SENA Call Center โทร. 1775 ต่อ 100 เว็บไซต์ https://campaign.sena.co.th/senabond หรือผ่านสถาบันการเงินทั้ง 16 แห่ง ได้แก่ บล.เอเซีย พลัส, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.กรุงไทย เอ็กซ์, บล.โกลเบล็ก, บล.พาย, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย), บล.ทรีนีตี้, บล.บลูเบลล์, บล.เอเอสแอล, บล.บียอนด์, บล.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์, บล.กรุงศรี, บล.ยูโอบี เคย์เฮียน, บล.ไอร่า และ บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล

08 พฤษภาคม 2567

ทีเอ็มบีธนชาต คว้า Best Institution for Digital CX Awards 2024

ตอกย้ำศักยภาพด้านดิจิทัลบน ttb touch ชูโดดเด่นเป็นแอปที่เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง

ทีเอ็มบีธนชาต  หรือ ทีทีบี ประกาศความสำเร็จด้านดิจิทัล คว้ารางวัล Best Institution for Digital CX บนเวทีระดับสากล Digital CX Awards 2024 โดยมีนายนริศ อารักษ์สกุลวงศ์ ประธานกลุ่ม งานกลยุทธ์องค์กรและดิจิทัล ทีทีบี เป็นผู้รับมอบรางวัล ตอกย้ำความโดดเด่นของแอปพลิเคชัน ttb touch ในการผสมผสานนวัตกรรมดิจิทัลและการออกแบบที่เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง มีฟีเจอร์การจัดการทางการเงินที่ใช้งานง่าย และสร้างประสบการณ์ที่สุดเอ็กซ์คลูซีฟแบบรายบุคคล (Personalized Message) ซึ่งพัฒนาโดยทีมดิจิทัล “ttb spark” ในฐานะศูนย์กลางดิจิทัลของทีทีบี เพื่อขับเคลื่อนธนาคารสู่ทุกความเป็นไปได้ ด้วยดิจิทัลโซลูชันที่เป็นมิตรและรู้ใจ ภายใต้แนวคิด Humanized Digital Banking เพื่อให้ลูกค้าทุกกลุ่มมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น

ทั้งนี้ การมอบรางวัลจัดขึ้น ณ โรงแรมมาริน่า เบย์ แซนด์ ประเทศสิงคโปร์ เมื่อเร็ว ๆ นี้    


#ให้ชีวิตการเงินดีทั้งวันนี้และอนาคต
#เปลี่ยนเพื่อให้ชีวิตคุณดีขึ้น #ttb #MakeREALChange

03 เมษายน 2567

กรุงศรี SME เดินหน้าด้วยกลยุทธ์ 3GO ‘GO Green – GO Digital – GO Beyond’ ปั้น SME ไทย เติบโตสู่ก้าวที่ยั่งยืน

กรุงศรี(ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) สานต่อคำมั่นสัญญาในการยืนหยัดเคียงข้างผู้ประกอบการ SME ไทยในทุกการก้าวผ่าน เผยกลยุทธ์กลุ่มงานลูกค้าธุรกิจ SME ในปี 2567มุ่งมั่นสนับสนุนลูกค้าในการสร้างมูลค่าควบคู่กับการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับธุรกิจผ่านกลยุทธ์ 3GO ประกอบด้วย ‘GO Green, GO Digital และ GO Beyond’ นำเสนอโซลูชันที่ตอบโจทย์ครอบคลุมทั้งการดำเนินธุรกิจตามกรอบ ESG การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรม รวมถึงแพลตฟอร์มที่ช่วยสร้างโอกาสธุรกิจ เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวรับโอกาสการเติบโตสู่ก้าวที่ยั่งยืนต่อไป

นางสาวดวงกมล ลิมป์พวงทิพย์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจ SME ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ด้วยโอกาสและความท้าทายในหลากหลายมิติในช่วงปีที่ผ่านมา กรุงศรียังคงยืนหยัดเคียงข้างผู้ประกอบการในการรับมือกับความท้าทายที่เกิดขึ้นผ่านโซลูชันที่ครบวงจร และองค์ความรู้ต่างๆ ที่สอดคล้องกับความต้องการและกระแสของโลกธุรกิจ โดยในปี 2566 ยอดสินเชื่อกลุ่มลูกค้าธุรกิจ SME มีอัตราเติบโตอยู่ที่ 11% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สอดคล้องกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่กลับสู่ระดับก่อนเกิดการระบาดของโควิด และมียอดสินเชื่อคงค้างกว่า 339,000ล้านบาท ซึ่งในจำนวนดังกล่าวเป็นยอดสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับนโยบายด้านความยั่งยืน (ESG Finance) ของกลุ่มลูกค้า SME มีมูลค่ารวมกว่า 6,100 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา”

สำหรับทิศทางการดำเนินงานและกลยุทธ์ในปี 2567 นี้ กรุงศรีพร้อมเดินหน้าส่งเสริมและสนับสนุนธุรกิจ SME ไทย ด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่ม พร้อมผลักดันการดำเนินธุรกิจบนกรอบการพัฒนาอย่างยั่งยืน ผ่านกลยุทธ์ “3GO” โดยมีรายละเอียดดังนี้

GO Green: มุ่งสนับสนุน SME ในการเปลี่ยนผ่านธุรกิจสู่ความยั่งยืน ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ตอบโจทย์ความต้องการด้านการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก นอกจากนี้ กรุงศรี SME ยังคงมุ่งส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ ถึงแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ESG)ผ่านเวทีสัมมนาต่างๆ อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อให้ลูกค้าได้ตระหนักถึงความสำคัญในเรื่อง ESG และมีโอกาสได้พบกับพันธมิตรหรือเครือข่ายที่สามารถช่วยส่งเสริมในเรื่องดังกล่าว ซึ่งจากผลตอบรับที่ดีในปีที่ผ่านมา กิจกรรม Krungsri ESG Awards ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่สอง รวมถึงยังได้เตรียมเปิดโครงการ Krungsri ESG Academy เป็นปีแรกอีกด้วย อีกทั้งในปีนี้ กรุงศรี ร่วมกับ MUFGจัดงาน Krungsri-MUFG ESG Symposium 2024 มุ่งสร้างพลังเครือข่ายความร่วมมือระหว่างองค์กรพันธมิตรที่มีวิสัยทัศน์และพันธกิจด้าน ESG ทั้งในและต่างประเทศ ในการให้คำปรึกษา แนะนำ ส่งต่อแนวคิด และการนำมาปรับใช้อย่างเป็นรูปธรรมให้แก่ลูกค้าธุรกิจของธนาคาร 

GO Digital: ปลดล็อกศักยภาพธุรกิจด้วยโซลูชันและนวัตกรรมดิจิทัลที่ช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า SME ในการทำธุรกรรมต่างๆ ผ่านแพลตฟอร์ม Krungsri Biz Online ซึ่งในปีนี้ ธนาคารมีแผนจะพัฒนาฟีเจอร์ต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น อาทิ การขยายเครือข่ายการให้บริการโอนเงินระหว่างประเทศ Peer-to-Peer Cross Border แบบเรียลไทม์ ให้ครอบคลุมในกลุ่มประเทศอาเซียนมากยิ่งขึ้น โดยในปีนี้มีแผนที่จะขยายการบริการไปยังประเทศเวียดนาม รวมถึงการยกระดับโซลูชันสำหรับร้านค้าในยุคสังคมไร้เงินสด อาทิ Krungsri EDC Plus บริการรับชำระค่าสินค้าหรือบริการด้วยบัตรเครดิต และบัตรเดบิต ที่มีสัญลักษณ์ VISA MasterCard JCB และ UPI จากทุกสถาบันการเงินทั่วโลก พร้อมรองรับการรับชำระเงินออนไลน์ผ่านแอป กรุงศรี มั่งมี ช้อป เป็นต้น

GO Beyond:  นอกเหนือจากบริการทางเงิน ธนาคารมุ่งเสริมสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับลูกค้า SME ที่มีความพร้อมและศักยภาพในการขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียนและประเทศญี่ปุ่น ซึ่งกรุงศรี และ MUFG มีเครือข่ายที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นจุดแข็งที่สำคัญของกรุงศรี ที่ช่วยให้ลูกค้า SME ได้มีคู่ค้าที่น่าเชื่อถือ ผ่านแพลตฟอร์มจับคู่ธุรกิจ Krungsri Business Link ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 2,000 บริษัท โดยปีนี้เราจะมีกิจกรรมออกบูธทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด เพื่อแนะนำบริการนี้ให้กับธุรกิจทั่วไปอีกด้วย เสริมด้วยกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ Krungsri Business Matching กิจกรรมศึกษาดูงาน ณ ประเทศญี่ปุ่น Krungsri Business Journey และ บริการที่ปรึกษาสำหรับลูกค้าที่ต้องการขยายธุรกิจสู่อาเซียนKrungsri ASEAN LINK

“ท่ามกลางสภาวะทางเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวอย่างช้าๆ ประกอบกับปัจจัยการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยที่ยังคงมีความท้าทายอยู่อย่างต่อเนื่อง ในปีนี้เราจึงตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อธุรกิจ SME ที่ระดับ 2-3% และกรุงศรีจะยังคงสานต่อการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมากกว่าสถาบันการเงิน ยืนหยัดเคียงข้างผู้ประกอบการให้สามารถดำเนินธุรกิจในทุกวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และพร้อมคว้าโอกาสการเติบโตสู่ก้าวที่ยั่งยืนต่อไป” นางสาวดวงกมล กล่าวปิดท้าย 

Krungsri SME moves forward with the 3GO 

13 มีนาคม 2567

ทีทีบี เผยกลยุทธ์ลูกค้าบุคคลปี 2567 มุ่งส่งมอบผลิตภัณฑ์เพื่อชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นในทุกมิติ

พร้อมยกระดับการบริการด้วยการใช้ Digital & Data Innovation 


ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี เดินหน้าขับเคลื่อนแผนกลยุทธ์ลูกค้าบุคคลปี 2567 มุ่งขยายฐานลูกค้าและการส่งมอบผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้น โดยยกระดับการบริการด้วยการใช้ Digital & Data Innovation ให้เข้าใจลูกค้าได้ในระดับบุคคล เพื่อชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นในทุกมิติ

นายฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ ทีเอ็มบีธนชาต เปิดเผยว่า ทีทีบีมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อส่งมอบชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่องในทุกช่วงชีวิต โดยเฉพาะ 4 กลุ่มลูกค้าหลักที่ธนาคารเชี่ยวชาญ ภายใต้แนวคิด Ecosystem Play ได้แก่ กลุ่มคนมีรถ คนมีบ้าน พนักงานเงินเดือน และลูกค้า Wealth โดยมีแอป ttb touch เป็นแพลตฟอร์มหลักในการเชื่อมต่อโซลูชันและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ จากพันธมิตรชั้นนำของธนาคาร เพื่อส่งมอบประสบการณ์ทางการเงินในระดับบุคคล หรือ Segment-of-One ให้กับลูกค้า ส่งผลให้ในปีที่ผ่านมา ทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์เงินฝาก สินเชื่อ ลงทุน และประกัน มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง สำหรับในปี 2567 นี้ ทีทีบีเดินหน้ากลยุทธ์ LEAD the CHANGE for Financial Well-being of Retail Customers เป็นผู้นำในการสร้างความแข็งแกร่งด้านผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่สนับสนุนให้ลูกค้าฉลาดออม ฉลาดใช้ มีความรอบรู้เรื่องกู้ยืม พร้อมลงทุนเพื่ออนาคต และมีความคุ้มครองที่อุ่นใจ จึงมุ่งพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ ตรงใจกลุ่มลูกค้า และนำ Digital & Data Innovation มาใช้เพื่อพัฒนาการให้บริการที่ดีขึ้นขยายฐานลูกค้าและการส่งมอบผลิตภัณฑ์เพื่อชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นทั้ง 4 มิติ

ด้านฉลาดออม ฉลาดใช้
ท่ามกลางความท้าทายของการแข่งขันเรื่องเงินฝากและดอกเบี้ยขาขึ้น ทีทีบีพร้อมตอบโจทย์ลูกค้าด้วยผลิตภัณฑ์เงินฝากที่หลากหลาย ครอบคลุมทุกความต้องการด้านการออม ทั้ง บัญชี ทีทีบี ดอกเบี้ยด่วน บัญชีฝากประจำที่ให้ดอกเบี้ยสูงและเร็วกว่า ถอนดอกเบี้ยไปใช้ได้ก่อน ไม่ต้องรอจนครบกำหนด บัญชี ME Save เงินฝากดิจิทัล เพื่อการออม ไม่ต้องฝากประจำ ให้ดอกเบี้ยสูงถึง 2.2% และบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศสกุล USD รับดอกเบี้ยสูงสุด 5.25% และกลุ่มผลิตภัณฑ์บัตรเดบิต 3 รูปแบบให้เลือกตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน  บัตร ttb all free digital ที่เหมาะกับคนที่ชอบใช้จ่ายออนไลน์ ล่าสุดธนาคารได้เปิดตัวบัตร ttb all free Olympic Games Paris 2024 ไป เป็น Limited Edition สำหรับผู้ที่เน้นใช้บัตรในการรูดซื้อของ แต่ไม่กดเงิน/ถือเงินสด และ บัตร ttb all free ที่ กด โอน จ่าย เติม ฟรี  โดยทุกบัตร ฟรี ค่าธรรมเนียม FX Rate 2.5% และไม่คิดค่าธรรมเนียมแปลงสกุลเงินบาท หรือ DCC 1%

ด้านรอบรู้เรื่องกู้ยืม
จากปัญหาเศรษฐกิจเรื้อรัง ทำให้ปีที่ผ่านมาประเทศไทยมีผู้ที่เป็นหนี้ค้างชำระระหว่าง 1-3 เดือนสูงขึ้น และมีการผิดนัดชำระหนี้มากขึ้น ทีทีบียังคงเดินหน้าพัฒนาโซลูชันการเงินที่ช่วยแบ่งเบาภาระหนี้อย่างครอบคลุม ได้แก่

• กลุ่มผลิตภัณฑ์สินเชื่อบุคคล ทีทีบียังคงมุ่งส่งเสริมให้คนไทยใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น เพื่อจะได้ไม่ต้องแบกภาระดอกเบี้ยมากจนเกินไป และยังคงมุ่งเน้นการแนะนำโซลูชันรวบหนี้ให้กับลูกค้าผ่านสินเชื่อสวัสดิการ ttb welfare loan สำหรับพนักงานบริษัทที่ใช้บัญชีเงินเดือนทีทีบี และการโอนหนี้มายังบัตร ttb flash card รับดอกเบี้ยต่ำกว่า ทั้งยังเพิ่มการเข้าถึงสินเชื่อผ่าน Digital Lending ด้วย ttb touch

• กลุ่มผลิตภัณฑ์สินเชื่อบ้าน ทีทีบีต้องการให้คนไทยสามารถเข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อมีบ้านเป็นของตัวเอง และลดภาระหนี้ ในปีนี้ ธนาคารได้ผนึกกำลังกับพันธมิตรชั้นนำเพื่อสร้างความแข็งแกร่ง โดยเน้นการปล่อยสินเชื่อบ้านใหม่ในกลุ่มบ้านเดี่ยวในเมือง และคอนโดตามแนวรถไฟฟ้า พร้อมเพิ่มสัดส่วนการรีไฟแนนซ์บ้านในกลุ่มลูกค้าพนักงานเงินเดือน และเน้นโครงการรวบหนี้ เพื่อช่วยผ่อนภาระดอกเบี้ยให้กับคนไทย

• สินเชื่อรถยนต์ ทีทีบีมุ่งเพิ่มสัดส่วนรถ EV พร้อมวางแนวทางการดำเนินธุรกิจ ได้แก่ 1) Dealer 360° กำหนดกลุ่มคู่ค้าเพื่อสร้างและรักษาสัมพันธ์ในฐานะพันธมิตรอย่างยั่งยืน 2) Portfolio Mix ปรับสัดส่วนประเภทรถยนต์และกลุ่มลูกค้า เพื่อสร้างพอร์ตสินเชื่อคุณภาพ 3) บุกตลาดรถมือสองผ่านเว็บไซต์ Roddonjai เน้นกลุ่มลูกค้าคุณภาพ และรถสภาพดี 4) Risk Cost Management คัดเลือกลูกค้าคุณภาพ ให้ความช่วยเหลือลูกค้า และช่วยปรับโครงสร้างหนี้ รวมถึงติดตามหนี้อย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันหนี้เสีย และ 5) Cash Your Car ช่วยบรรเทาปัญหาหนี้สินของลูกค้า โดยการรวบหนี้ด้วยสินเชื่อรถแลกเงิน

• บัตรเครดิต ในปีนี้ บัตรเครดิต ttb มุ่งขยายฐานลูกค้าใหม่ผ่านเครือข่ายพันธมิตร โดยมุ่งเน้นการสร้างความคุ้มค่าในการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันสำหรับคนมีรถ คนมีบ้านและพนักงานเงินเดือน ล่าสุดบัตรเครดิต ttb ได้จับมือกับ Google Pay ให้บริการผูกบัตรกับ Google Wallet แตะ จ่าย ไร้สัมผัส ผ่านสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ และ เร็ว ๆ นี้ ลูกค้าจะสามารถใช้บริการ Virtual Credit Card บนแอป ttb touch ใช้จ่ายได้ทันทีหลังบัตรอนุมัติ ไม่ต้องรอบัตรจัดส่ง เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้จ่ายให้กับลูกค้ามากยิ่งขึ้น 

นอกจากนี้ ธนาคารยัง มีความห่วงใยในปัญหาหนี้สินของคนไทย โดยเฉพาะกลุ่มพนักงานเงินเดือน โดยได้นำร่องเสริมสร้างความรู้ Financial Literacy ผ่านโปรแกรมปลดหนี้เพื่อพนักงานทีทีบี โดยให้พนักงานธนาคารทำแบบทดสอบตรวจสุขภาพทางการเงิน เข้าเรียนคอร์สออนไลน์ และพบโค้ชปลดหนี้ เพื่อการแก้หนี้อย่างยั่งยืน  และปีนี้จะมีการขยายโปรแกรมดังกล่าวเพื่อสอดรับกับมาตรการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) ของธนาคารแห่งประเทศไทยสู่คนไทยทั้งประเทศ 

ด้านลงทุนเพื่ออนาคต
จากภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อความมั่นใจในการลงทุน ทีทีบีจึงเน้นผลิตภัณฑ์ที่มุ่งรักษาเงินต้นและปิดความเสี่ยง เช่น หุ้นกู้อนุพันธ์แฝงอ้างอิงดัชนี (Index Linked Note) เป็นทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนที่สูงขึ้น พร้อมคุ้มครองเงินต้นในเวลาเดียวกัน ช่วยต่อยอดความมั่งคั่งทางการเงิน โดยปีที่ผ่านมา ทีทีบีประสบความสำเร็จในการส่งต่อความมั่งคั่งของกลุ่มลูกค้า Wealth โดยมีลูกค้าใหม่ กลุ่ม AUM 30 ล้านบาทขึ้นไป เพิ่มขึ้นกว่า 1,100 คน และ AUM เพิ่มขึ้นถึง 6 % ธนาคารยังได้มีการจัดทีม Private Banking ผู้เชี่ยวชาญการลงทุนเพื่อยกระดับการให้บริการ พร้อมทั้งเพิ่มสิทธิประโยชน์เพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่มนี้ ผ่านบัตรเครดิต ttb reserve รวมถึงเดินหน้าเจาะกลุ่มลูกค้า Wealth ที่มีบุตร-หลานเรียนต่างประเทศ และมุ่งเน้นการส่งมอบ Wellness Solution เพื่อการลงทุนอย่างยั่งยืน 

ด้านความคุ้มครองที่อุ่นใจ
ทีทีบีผนึกกำลังกับพันธมิตรชั้นนำด้านประกันชีวิตและประกันภัย โดยเน้นการนำเสนอประกันสุขภาพที่ตอบโจทย์ ทั้งประกันเหมาจบ ๆ @BDMS, ทีทีบี เฟล็กซี่ ไลฟ์ โพรเทค (ยูนิตลิงค์), ประกันชีวิต ทีทีบี โกลบอล อินเด็กซ์, พรินซิเพิลโพรเทค15/5 พลัส และนำเสนอโซลูชันประกันรถยนต์ที่ครอบคลุม ทั้งประกันรถยนต์ EV ประกันอะไหล่รถยนต์ มอเตอร์ วอร์รันตี รวมไปถึงการเพิ่มความสะดวกในการซื้อประกันภัยผ่านช่องทางแอป ttb touch และผ่าน ttb broker 

การใช้ Digital & Data Innovation เพื่อพัฒนาการให้บริการที่ดีขึ้น
ทีทีบีมุ่งให้บริการด้วย Digital-First Experience โดยนำเสนอประสบการณ์การทำธุรกรรมที่สะดวกและครอบคลุม ผ่านแอป ttb touch และการทำ Data Analytics วิเคราะห์ข้อมูลควบคู่ไปกับการใช้ AI Engine เพื่อเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าที่มากขึ้น สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ บริการ และส่งมอบประสบการณ์ที่ตรงใจในระดับบุคคล พร้อมยกระดับความปลอดภัยในการใช้งาน และในปีนี้แอป ttb touch ยังมีฟีเจอร์ใหม่ ๆ ที่ทยอยออกมาตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่ม Ecosystem Play ตลอดทั้งปี ปัจจุบันมีผู้ใช้งานที่ Active ในแต่ละเดือนบนแอป ttb touch เพิ่มขึ้น 10% จากปีที่ผ่านมา เช่นเดียวกับธุรกรรมบนแอป ttb touch ที่เพิ่มขึ้น 33 %

ทีทีบีมั่นใจว่าจากกลยุทธ์ดังกล่าวที่ธนาคารมีความมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีขึ้นให้กับลูกค้าในทุกด้าน พร้อมกับนำดิจิทัลโซลูชันตอบโจทย์ลูกค้าให้ได้รับประสบการณ์ที่ดีมากกว่าเดิม จะส่งผลให้ในปี 2567 ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆในทุกกลุ่มสามารถเติบโตเพิ่มขึ้นได้ตามเป้าหมาย และทำให้ทีทีบียังเป็นธนาคารที่ลูกค้าเลือกใช้ ชื่นชอบและบอกต่อ เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยยกระดับให้ชีวิตทางการเงินของคนไทยดีขึ้น ทั้งในวันนี้และอนาคต” นายฐากร กล่าวปิดท้าย

05 กุมภาพันธ์ 2567

“บีไชน์ เนเจอร์ซี” วิตามินซีธรรมชาติ แบบซองพกพาสะดวก

จัดโปรลดสุดคุ้ม ซื้อ 1 แถม 1 เพียง 49 บาท ที่เซเว่น อีเลฟเว่น ทั่วประเทศ


“บีไชน์ เนเจอร์ซี” (B Shine NaturC) วิตามินซีจากธรรมชาติ อะเซโรลา เชอร์รี่ สกัดเข้มข้น                        จากสหรัฐอเมริกา วิตามินซีมีส่วนช่วยในการทำหน้าที่ตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน มีส่วนช่วยในการสร้างคอลลาเจนเพื่อการทำงานตามปกติของผิวหนัง และมีส่วนช่วยในกระบวนการต่อต้านอนุมูลอิสระ ผสานคุณประโยชน์ของผลไม้สกัด ที่อุดมไปด้วยไฟโตนิวเทรียนท์และสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง ให้ผิวสวยใส สุขภาพดี “บีไชน์ เนเจอร์ซี” เป็นวิตามินซีธรรมชาติ 100% จึงสามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดี และคงอยู่ในร่างกายได้นาน ไม่ระคายเคืองกระเพาะอาหาร ทั้งยังมีซิตรัสไบโอฟลาโวนอยด์ในปริมาณสูงที่มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มการดูดซึมวิตามินซีเข้าสู่ร่างกายให้ดียิ่งขึ้น บีไชน์ เนเจอร์ซี แบบเม็ด ทานง่าย ไม่มีสารตกค้างในร่างกาย

ส่วนประกอบสำคัญใน 1 เม็ด “บีไชน์ เนเจอร์ซี” มีสารสกัดที่มีประโยชน์จากผลไม้และผักหลากชนิดเพื่อผิวพรรณและสุขภาพที่ดี รับประทานเพียงวันละ 1 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร มื้อเช้าหรือเย็น วิตามินซีเป็นวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกาย ซึ่งร่างกายสร้างเองไม่ได้ ต้องได้รับจากการรับประทานอาหาร ผักและผลไม้ หรือทานอาหารเสริม และควรต้องเป็นวิตามินซีที่สกัดจากธรรมชาติ ซึ่งร่างกายสามารถดูดซึมและนำไปใช้ได้ดีกว่าวิตามินสังเคราะห์ ช่วงนี้เป็นฤดูหนาว หลายพื้นที่มีอากาศเย็นมาก บางวันก็มีฝนตกนอกฤดู อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย และที่สำคัญฝุ่น PM 2.5 ก็เยอะมาก มลภาวะเป็นพิษ ทุกคนต้องหมั่นดูร่างกายตัวเองให้ดีอยู่ตลอดเวลา

“บีไชน์ เนเจอร์ซี” แบบซองพกพาสะดวก ขนาดบรรจุ 5 เม็ด แถมฟรี 1 เม็ด (แถมในซอง) ซื้อ 1 แถม 1 จัดโปรโมชั่นลดสุดคุ้ม เหลือเพียง 49 บาท จากปกติ ราคา 98 บาท และสมาชิก All member รับคะแนนเพิ่มอีก 100 คะแนน สามารถซื้อได้ตั้งแต่วันนี้ - 23 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ทั่วประเทศ

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติม “บีไชน์ เนเจอร์ซี” ที่จัดจำหน่ายโดย บริษัท บีไชน์ นูทริชั่น พลัส จำกัด ได้ที่ www.bshine.co.th, FB : https://www.facebook.com/BnpHealth และ Line : @Bshine

21 มิถุนายน 2566

Kept Invest ทางเลือกใหม่การลงทุนเพื่อ New Gen จาก Kept by krungsri

เลือกวางแผนอนาคตการเงินง่าย ๆ พร้อมตัวช่วยระดับกูรู


คุณดมิศา พิศิษฐวานิช (ขวา) ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านผลิตภัณฑ์และการตลาดลูกค้ารายย่อย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และ คุณดาริกา ภคภาสน์วิวัฒน์ (ซ้าย) ผู้บริหารฝ่ายวิเคราะห์และบริหารกิจกรรม ความสัมพันธ์ลูกค้า ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และหัวหน้าทีมสร้างสรรค์ Kept by krungsri เปิดตัว “Kept Invest” ฟีเจอร์ล่าสุด ตัวเลือกการลงทุนสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการเพิ่มโอกาสต่อยอดผลประโยชน์ทางการเงินให้กับเงินออม

กรุงเทพฯ (21 มิถุนายน 2566) -- Kept by krungsri แอปบริหารเงินแนวใหม่ เดินหน้าต่อยอดการเป็นผู้ให้บริการด้านการบริหารจัดการเงินบนแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับคนรุ่นใหม่ด้วยการออกฟีเจอร์ใหม่ “Kept Invest” ตัวเลือกการลงทุนสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มโอกาสต่อยอดผลประโยชน์ทางการเงินให้กับเงินออม เสริมทัพด้วยคลังข้อมูลครบครันและเครื่องมือช่วยในการตัดสินใจก่อนเริ่มลงทุนได้อย่างมั่นใจ สะดวกในแอปเดียว พร้อมเสนอ 5 สูตรแผนลงทุน เพิ่มโอกาสสำเร็จง่ายที่เหมาะกับความต้องการที่แตกต่างของแต่ละบุคคล ตั้งเป้ายอดผู้สมัครเปิดบัญชีลงทุนผ่าน Kept Invest จำนวน 50,000 บัญชี และมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ที่ 5,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 3 ปี

นับตั้งแต่ Kept by krungsri เปิดตัวนวัตกรรมบริหารเงินแพลตฟอร์มใหม่ ที่มาช่วยในการบริหารจัดการด้านการเงินในยุคดิจิทัล พร้อมพันธกิจหลักในการ “สร้างวินัยและความมั่นคงทางการเงินให้กับคนรุ่นใหม่” ผ่านการนำเสนอบริการที่สร้างแรงจูงใจให้กลุ่มเป้าหมายที่สนใจการออมอย่างเป็นระบบและสะดวกผ่านแอป ด้วยแนวคิด small change for BIG FUTURE #ปรับนิดชีวิตเปลี่ยน ทำให้การออมเงินเป็นเรื่องง่าย สนุกและสำเร็จจริง จนมาถึงปัจจุบัน Kept by krungsri มีผู้ใช้งานราว 450,000 ราย มีธุรกรรมฝากเงินที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้ยอดเงินฝากเพิ่มพูนขึ้นเรื่อย ๆ  ขณะนี้ จึงถึงเวลาแล้ว ที่ Kept by Krungsri จะนำคนรุ่นใหม่ก้าวไปอีกขั้นบนเส้นทางสู่อิสระทางการเงินในอนาคต คือ การลงทุน ผ่าน Kept Invest กระปุกลงทุน ในแอป Kept by krungsri ที่มาพร้อมตัวช่วยมากมายที่เน้นตอบโจทย์ด้านการลงทุนของคนรุ่นใหม่ ให้บรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เพิ่มโอกาสสำเร็จได้ง่ายยิ่งขึ้น


คุณดมิศา พิศิษฐวานิช ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านผลิตภัณฑ์และการตลาดลูกค้ารายย่อย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “พันธกิจของ Kept by krungsri ไม่เพียงอยากเห็นคนไทยโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่มีเงินเก็บ และรู้จักการออม แต่ยังต้องสามารถบริหารต่อยอดเงินให้งอกเงย นับว่าปัจจุบันภารกิจแรกของเราในการปลูกฝังวินัยการออมให้กับคนรุ่นใหม่นั้นสำเร็จและเห็นผลแล้ว ด้วยยอดเงินในบัญชีของลูกค้า Kept by krungsri เฉลี่ยต่อคนค่อนข้างสูง อยู่ที่ 50,000-200,000 บาท และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากฟีเจอร์เก็บเงินอัตโนมัติที่ช่วยให้ลูกค้ามีวินัยในการเก็บเงินอย่างสม่ำเสมอและอีกส่วนคือแรงจูงใจจากดอกเบี้ยที่สูงและสามารถเห็นได้จากแอปทุกวัน ทำให้ลูกค้ามีความสุขในการเก็บเงินได้สำเร็จตามเป้าหมาย ดังนั้นการเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่อย่าง Kept Invest นับเป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่ขึ้นทั้งกับเราเองและลูกค้าในการบ่มเพาะวินัยการลงทุนให้คนรุ่นใหม่” 

“เราได้ศึกษาทำความเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของกลุ่มเป้าหมายอย่างลึกซึ้ง และมองหาโซลูชันการลงทุนที่เหมาะสม ซึ่งโจทย์หลักของเราคือการเพิ่มโอกาสต่อยอดเงินออมที่มีอยู่ให้เติบโตมากขึ้น โดยเป็นการลงทุนในกองทุนรวมที่เปิดกว้าง ก้าวข้ามกรอบข้อจำกัดในเรื่องผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอ ไม่จำกัดเฉพาะผลิตภัณฑ์ในเครือของกรุงศรีเท่านั้น แต่มอบอิสระให้ลูกค้าสามารถเลือกลงทุนได้อย่างไร้ข้อจำกัด พร้อมตัวช่วยที่ทำให้การลงทุนเป็นเรื่องง่ายขึ้น โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มลูกค้าที่ไม่เคยลงทุนในกองทุนรวมมาก่อน ขณะเดียวกันเรายังคงรักษาจุดแข็งในเรื่องการออกแบบ Journey ของลูกค้าให้อยู่บนพื้นฐานของความง่าย สะดวก และสนุก ทั้งหมดจึงเป็นที่มาของการเลือกจับมือกับพันธมิตรอย่าง ฟินโนมีนา (FINNOMENA) ที่คร่ำหวอดในเรื่องนี้ และสามารถทำงานร่วมกันเพื่อตอบทุกโจทย์ความต้องการในเรื่องการลงทุนได้” คุณดมิศา กล่าวเพิ่มเติม


คุณดาริกา ภคภาสน์วิวัฒน์ ผู้บริหารฝ่ายวิเคราะห์และบริหารกิจกรรม ความสัมพันธ์ลูกค้า ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และหัวหน้าทีมสร้างสรรค์ Kept by krungsri กล่าวว่า Kept Invest เป็นกระปุกใหม่ ที่ดีไซน์ฟีเจอร์ให้ตอบโจทย์การลงทุน ทำให้การลงทุนเป็นเรื่องง่าย เหมาะกับคนรุ่นใหม่ที่สนใจการลงทุน อยากศึกษาและลองลงทุนในกองทุนรวม รวมทั้งคนที่เริ่มลงทุนแล้ว อยากลงทุนให้หลากหลาย เป็นระบบมากขึ้น Kept Invest ถูกออกแบบมาครอบคลุมตลอดเส้นทางการลงทุน เริ่มตั้งแต่

·      การศึกษา อ่านบทวิเคราะห์ จากคลังความรู้เกี่ยวกับการลงทุน เทรนด์การลงทุนจากผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งสามารถดูได้จาก Knowledge hub ในแอป Kept by krungsri

·      เมื่อสนใจแต่ยังไม่มั่นใจ Kept Invest มีฟีเจอร์ให้ลองสร้างแผนการลงทุนก่อนเริ่มลงทุนจริง (Plan now Invest later) ซึ่งจะช่วยให้คนรุ่นใหม่ที่ต้องการทดลองทำด้วยตัวเองสามารถลองเลือกแผนลงทุนที่เหมาะสมกับตนเองได้ก่อนเปิดบัญชีกองทุน หรือหากต้องการคำแนะนำเรื่องการลงทุนเพื่อเริ่มต้นได้อย่างมั่นใจ ลูกค้าสามารถใช้ Kept advice บริการใหม่ที่ให้ลูกค้าสามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนได้ฟรี ทั้งก่อนลงทุนหรือหลังลงทุนแล้ว

·      เริ่มต้นง่าย กับสูตรลงทุนสำเร็จง่าย ที่มาในรูปแบบของแผนการลงทุนที่ลูกค้าเลือกได้ตามขนาดเงินทุนที่มี ความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และเป้าหมายการลงทุนที่แตกต่าง มีแผนให้เลือกหลากหลาย[1] ไม่ว่าจะเป็น

สูตรลงทุนสู่เงินล้าน (แผน First Million) สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้น อยากมีล้านแรก มีเงินตั้งต้นไม่มาก ทยอยลงทุนได้ แบบถัวเฉลี่ย (DCA) มีการแนะนำปรับพอร์ตให้สอดรับกับสถานการณ์การเงิน หรือ

สูตรการลงทุนสู่เป้าหมาย (แผน Goal) สำหรับคนที่เริ่มวางแผนเก็บเงินลงทุนเพื่ออนาคต เช่น เพื่อซื้อบ้าน ซื้อรถ หรือเพื่อมีเงินก้อนสำหรับลูกหรือไว้ใช้หลังเกษียณ สามารถแบ่งเงินลงทุนตามเป้าหมายจะกี่เป้าหมายก็ได้ แยกจัดการได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ ยังมีสูตรลงทุนจัดการเงินก้อน (แผน All Balance) ที่เหมาะกับคนที่มีเงินก้อนค่อนข้างสูง อยากต่อยอดโอกาสให้เงินงอกเงย และอีกหนึ่งสูตรที่เหมาะสำหรับคนวัยทำงานที่มีรายได้คือ สูตรลงทุนช่วยลดหย่อนภาษี (แผน Tax Saving Fund)   ที่อำนวยความสะดวกให้ผู้ลงทุนเลือกลงทุนในกองทุนทั้ง SSF และ RMF จากทุก บลจ. ครบจบที่เดียวบนแอป Kept by krungsri พร้อมแนะนำกองทุนเด็ดที่น่าลงทุน (ทั้งนี้ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนของกองทุน SSF และ RMF) แต่สำหรับลูกค้าที่ต้องการบริหารจัดการพอร์ตด้วยตนเอง Kept Invest ก็มี สูตรลงทุนสำเร็จด้วยตนเอง (แผน DIY) ที่มาพร้อมเครื่องมือช่วยดูพอร์ตและคำแนะนำกองทุนเด็ด สามารถเลือกซื้อขายกองทุนรวมได้จากทุก บลจ. เริ่มต้นลงทุนได้ง่าย ตั้งแต่ 1 บาทขึ้นไป

·      บริหารเงินง่าย กับเมนูใหม่ “My wealth” เห็นภาพรวมทั้งเงินฝากและเงินลงทุน เช็กดอกเบี้ยที่ได้รับจากเงินออม ดูผลตอบแทนจากการลงทุนได้ทุกวัน ช่วยให้บริหารเงินออม และเงินลงทุนง่าย จบในที่เดียว

·      เปิดบัญชีกองทุน ได้ง่าย ไม่ต้องใช้เอกสาร ผู้สนใจลงทุนและเติบโตไปกับ Kept Invest powered by FINNOMENA สามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงสี่ขั้นตอน  คือ

ดาวน์โหลดแอป Kept by krungsri และเข้าสู่กระปุกลงทุน Kept Investเข้าสู่หน้า Kept Invest เพื่อเริ่มเปิดบัญชีกองทุนรวม กรอกข้อมูลตามหน้าจอแนะนำยืนยันตัวตนและอนุมัติหักบัญชีธนาคารอัตโนมัติกับบัญชี Keptเมื่อบัญชีได้รับการอนุมัติ เปิดบัญชีกองทุนสำเร็จ เลือกกองทุนรวมที่ต้องการและเริ่มลงทุนได้เลยคุณดาริกา ภคภาสน์วิวัฒน์ ผู้บริหารฝ่ายวิเคราะห์และบริหารกิจกรรม ความสัมพันธ์ลูกค้า ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และหัวหน้าทีมสร้างสรรค์ Kept by krungsri

“เราคาดหวังว่า Kept Invest จะช่วยเติมเต็มความต้องการของคนรุ่นใหม่ ที่มองหาแผนการลงทุนที่มีความหลากหลายเพื่อเป้าหมายทางการเงินในอนาคต โดยเรายังคงยึดมั่นในแนวคิดของ Kept by krungsri ที่ให้ความสำคัญกับการออกแบบให้ทุก ๆ ประสบการณ์ในการใช้แอปเป็นเรื่องง่าย และสนุก สำหรับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของเรา” คุณดมิศา กล่าวปิดท้าย

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.keptbykrungsri.com/kept-invest

หรือสอบถามข้อมูลติดต่อ Kept help center 02-296-6299

06 กุมภาพันธ์ 2566

ทีเอ็มบีธนชาต มอบรางวัลแก่ผู้โชคดีจากแคมเปญ “ลุ้นโชคใหญ่ เคลียร์หนี้ให้ คุ้มครองนาน”

กับบัญชีเงินเดือนทีทีบี ตอกย้ำความคุ้มค่าที่ได้มากกว่าบัญชีเงินเดือนทั่วไป

กรุงเทพฯ 7 กุมภาพันธ์ 2566 -- ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี มอบรางวัลครั้งที่ 1 จากแคมเปญ “ลุ้นโชคใหญ่ เคลียร์หนี้ให้ คุ้มครองนาน” กับบัญชีเงินเดือนทีทีบี ที่ตอบโจทย์ความต้องการและตอกย้ำความคุ้มค่าที่ได้มากกว่าบัญชีเงินเดือนทั่วไป ด้วยการมอบอิสระในการเลือกรับรางวัลเคลียร์หนี้หรือกรมธรรม์ประกันชีวิต ซึ่งผู้โชคดี 2 ใน 5 ท่านที่ได้รับรางวัลที่ 1 ได้แก่ นายประสาน ไชยสงค์ ที่เลือกรับรางวัลเคลียร์หนี้ มูลค่าสูงสุด 100,000 บาท และนางพิมลพรรณ โพธิ์ทอง เลือกรับกรมธรรม์ประกันชีวิต ทุนประกันสูงสุด 1,000,000 บาท ระยะเวลาคุ้มครอง 10 ปี มูลค่าเบี้ยสูงสุด 177,960 บาท จากประเภทรางวัลที่ 1, 2 และ 3 ทั้งหมดที่มอบโชคในครั้งนี้ รวม 505 รางวัล โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อและรายละเอียดแคมเปญ ได้ที่ https://ttbbank.com/luckydraw-pr หรือ ทีเอ็มบีธนชาตทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ ttb contact center 1428 ทั้งนี้ลูกค้าบัญชีเงินเดือนทีทีบี ยังสามารถร่วมแคมเปญนี้ได้จนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566 เพียงทำธุรกรรมจ่ายบิลต่าง ๆ ผ่านแอป ทีทีบี ทัช โดยที่สลิปแสดงผลว่า “จ่ายบิลสำเร็จ” หรือ ใช้จ่ายบัตรเดบิตทีทีบี ออลล์ฟรี ที่ผูกกับบัญชีเงินเดือนทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ ไม่มียอดขั้นต่ำ โดยทุกธุรกรรมจะได้รับสิทธิ์ 1 สิทธิ์ทันทีไม่ต้องลงทะเบียน ยิ่งใช้มาก ยิ่งมีสิทธิ์ลุ้นมาก 

แคมเปญ “ลุ้นโชคใหญ่ เคลียร์หนี้ให้ คุ้มครองนาน” กับบัญชีเงินเดือนทีทีบี เป็นแคมเปญพิเศษที่จัดขึ้นสำหรับลูกค้าที่รับเงินเดือนผ่านบัญชีทีทีบี รับสิทธิ์ชิงรางวัลลุ้นโชคใหญ่ “เคลียร์หนี้ให้ คุ้มครองนาน” มอบโชครวมทั้งสิ้น 1,515 รางวัล มูลค่ารวม 12 ล้านบาท โดยรางวัลที่ 1 เคลียร์หนี้มูลค่า 100,000 บาท หรือ กรมธรรม์ประกันชีวิต ทุนประกัน1,000,000 บาท (ระยะเวลาคุ้มครอง 10 ปี) จำนวน 5 รางวัลต่อเดือน รางวัลที่ 2 เคลียร์หนี้มูลค่า 10,000 บาท หรือ กรมธรรม์ประกันชีวิต ทุนประกัน 200,000 บาท (ระยะเวลาคุ้มครอง 10 ปี) จำนวน 200 รางวัลต่อเดือน และรางวัลที่ 3 เคลียร์หนี้มูลค่า 5,000 บาท หรือ กรมธรรม์ประกันชีวิต ทุนประกัน 100,000 บาท (ระยะเวลาคุ้มครอง 10 ปี) จำนวน 300 รางวัลต่อเดือน


#ttbpayroll

#ให้ชีวิตการเงินดีทั้งวันนี้และอนาคต 

#เปลี่ยนเพื่อให้ชีวิตคุณดีขึ้น #ttb #MakeREALChange

23 มกราคม 2566

ทีทีบี มอบสิ่งดีๆ ให้กับลูกค้าบัญชี ทีทีบี ออลล์ฟรี ยิ้มกว้างตั้งแต่ต้นปี จัดเอ็กซ์คลูซีฟคอนเสิร์ต ศิลปินดัง “อะตอม-โอ๊ต-ป๊อบ”

กรุงเทพฯ 24 มกราคม 2566 – ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี มอบสิ่งดี ๆ ให้แก่ลูกค้า ทีทีบี ออลล์ฟรี ตั้งแต่ต้นปี ด้วยแคมเปญ “ทีทีบี มอบสิ่งดี ๆ ให้กับคุณ” กับเอ็กซ์คลูซีฟคอนเสิร์ต ttb all free presents “SMILEY CONCERT by Atom & Friends” ชวนลูกค้าบัญชี ทีทีบี ออลล์ฟรี 2,500 คน มาร่วมสนุกสนาน และยิ้มกว้างไปด้วยกันกับบทเพลงเพราะๆ จากศิลปินดัง “อะตอม-โอ๊ต-ป๊อบ” และกิจกรรมสนุก ๆ อีกมากมาย ณ ห้อง บีซีซี ฮอลล์ เซ็นทรัล ลาดพร้าว

คอนเสิร์ตครั้งนี้ เป็นกิจกรรมนำร่องที่ ทีทีบี จัดขึ้นเพื่อขอบคุณลูกค้า ทีทีบี ออลล์ฟรี ที่ใช้บริการและอยู่กับทีทีบี มาโดยตลอด เห็นได้จากการเติบโตของบัญชี ออลล์ฟรี และยังเป็นบัญชีฟรีค่าธรรมเนียมอันดับหนึ่งในตลาดที่เป็นขวัญใจของลูกค้า และเพื่อตอกย้ำแนวคิดที่เหนือกว่าบัญชีเพื่อใช้ (หรือบัญชีทำธุรกรรม) อื่น ๆ นอกจากจะให้ลูกค้าฟรีค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมต่าง ๆ ฟรีความคุ้มครองชีวิต และอุบัติเหตุ ฟรีค่าธรรมเนียม FX Rate เมื่อใช้จ่ายเป็นสกุลเงินต่างประเทศแล้ว ครั้งนี้ทีทีบี ออลล์ฟรี ตั้งใจมาแจกความสุข และมั่นใจว่า เสียงเพลงเพราะๆ จากศิลปิน อะตอม-ชนกันต์ โอ๊ต-ปราโมทย์ และ ป๊อบ-ปองกูล จะทำให้ลูกค้าของเราได้ยิ้มกว้างอย่างมีความสุขไปพร้อม ๆ กัน


โดยกิจกรรมดี ๆ แบบนี้ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่นอกจากให้รางวัลเป็น WOW และได้ต่อยอดมาเป็นบัตรคอนเสิร์ตแล้ว ทีทีบี ยังมีแผนอีกมากมายที่ต้องการ Reward ให้ลูกค้าออลล์ฟรี เป็นพิเศษ จึงอยากชวนให้ลูกค้าแนะนำให้คนรู้จักมาเปิดบัญชีที่ให้ความคุ้มค่านี้ด้วยกัน นางสาวนันทพร ตั้งเจริญศิริ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าบริหารความสัมพันธ์และประสบการณ์ลูกค้าบุคคล ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี กล่าว

ทีทีบี มุ่งมั่นในการสร้างชีวิตทางการเงินของลูกค้าให้ดีขึ้น ด้วยการพัฒนาสิทธิประโยชน์ของบัญชี ทีทีบี ออลล์ฟรี ให้มีความคุ้มค่า และเหนือกว่าบัญชีออมทรัพย์ทั่วไป ปัจจุบันมีลูกค้าบัญชี ทีทีบี ออลล์ฟรี  กว่า 4.3 ล้านบัญชี ที่รับฟรีค่าธรรมเนียมเมื่อทำธุรกรรมใด ๆ ในประเทศ และฟรีค่าธรรมเนียม FX Rate 2.5% เมื่อใช้ในต่างประเทศ หรือ ช้อปออนไลน์ด้วยสกุลเงินต่างประเทศ รวมถึงการรับความคุ้มครองประกันอุบัติเหตุ เบิกค่ารักษาได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง 3,000 บาท/อุบัติเหตุ และคุ้มครองชีวิตกรณีเสียชีวิต รับเงินชดเชย 20 เท่าของเงินฝาก สูงสุด 3 ล้านบาท

ผู้ที่สนใจเปิดบัญชี ทีทีบี ออลล์ฟรี เพื่อรับสิทธิประโยชน์ดี ๆ ได้ผ่านแอป ทีทีบี ทัช
หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ ทีทีบี ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ ttb contact center 1428

26 พฤศจิกายน 2565

คริปโตมายด์ กรุ๊ป จับมือ บล.อินโนเวสท์ เอกซ์

ร่วมเป็นพันธมิตรธุรกิจ ผลักดันพัฒนาบริการสินทรัพย์ดิจิทัล สร้างโอกาสใหม่ที่ยั่งยืนแก่ให้นักลงทุนไทย

บริษัท คริปโตมายด์ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จํากัด (Cryptomind Group) จับมือร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX Securities Co., Ltd.) ลงนามความร่วมมือพันธมิตรทางธุรกิจ ผ่านการดำเนินงานโดย บริษัท เมอร์เคิล แคปปิตอล จำกัด (Merkle Capital) และ บริษัท คริปโตมายด์ แอดไวเซอรี่ จำกัด เพื่อมุ่งผลักดันพัฒนาบริการสินทรัพย์ดิจิทัลให้ตอบโจทย์นักลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลในด้านต่างๆ และยังมุ่งส่งเสริมองค์ความรู้ เพื่อมีเป้าหมายหลักในการร่วมผลักดันและพัฒนาบริการสินทรัพย์ดิจิทัลให้เติบโตและยั่งยืน โดยมีแผนที่จะเปิดให้บริการภายในปี 2566 นี้ 

อัครเดช   เดี่ยวพานิช

คุณอัครเดช เดี่ยวพานิช ประธานกรรมการ บริษัท Cryptomind Group และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมอร์เคิล แคปปิตอล จำกัด กล่าวว่า “Cryptomind Group เราเชื่อว่าการได้พาร์ทเนอร์ที่มีคุณภาพอย่าง InnovestX  จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับ Cryptomind Group อีกทั้งยังช่วยต่อยอดทางธุรกิจให้ Cryptomind Group รวมถึงการเข้าถึงกลุ่มลูกค้ารายใหม่ๆ ได้มากยิ่งขึ้น โดยบริษัทหวังที่จะเป็น one-stop service ในด้านสินทรัพย์ดิจิทัลระดับโลก ทั้งในด้านการให้คำปรึกษาด้านสินทรัพย์ดิจิทัลและจัดทำ Research ผ่านทาง บริษัท คริปโตมายด์ แอดไวเซอรี่ รวมไปถึงการทำหน้าที่เป็นผู้จัดการเงินทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านบริษัทในเครืออย่าง บริษัท เมอร์เคิล แคปปิตอล  โดยทั้งสองบริษัทฯ จะใช้โอกาสในการร่วมมือทางธุรกิจกันครั้งนี้ เพื่อแลกเปลี่ยนและเรียนรู้ร่วมกัน ทั้งองค์ความรู้ แนวคิด และ วิธีการดำเนินงาน เพื่อพัฒนาบริการการลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อนักลงทุนไทยเพิ่มโอกาสให้นักลงทุนมีการเข้าถึงกลยุทธ์ของทั้งสองผู้ประกอบการได้มากขึ้น ซึ่งนับว่าเป็นผลดีที่นักลงทุนจะสามารถมีตัวเลือกให้การลงทุนและลงทุนได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น ตลอดไปจนถึงการสามารถร่วมผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศได้อย่างสมบูรณ์และยั่งยืนในอนาคต

พุฒิกานต์  เอารัตน์ 

คุณพุฒิกานต์ เอารัตน์ Chief Digital Assets Officer บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด กล่าวว่า “InnovestX คือองค์กรที่มุ่งมั่นในการร่วมผลักดัน และพัฒนาบริการสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อเสริมสร้างการลงทุนที่มีความปลอดภัย โปร่งใส รวมถึงการให้ความรู้ความเข้าใจแก่นักลงทุน เพื่อการสร้างรากฐานการลงทุนที่ดีและยั่งยืน พร้อมดำเนินงานภายใต้การกำกับดูแลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งมอบบริการที่ดี และให้นักลงทุนได้รับประโยชน์สูงสุด อีกทั้ง InnovestX ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาการยื่นขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจที่ปรึกษาสินทรัพย์ดิจิทัลและใบอนุญาตประกอบธุรกิจผู้จัดการเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจ รวมถึงเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ผลักดันการให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านเครื่องมือใหม่ๆ เพื่อให้บริการบน InnovestX Super App แพลตฟอร์มให้บริการการลงทุนครบวงจร และเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า การร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจอย่าง บริษัท คริปโตมายด์ กรุ๊ป ครั้งนี้ จะช่วยส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาบริการสินทรัพย์ดิจิทัลที่ดีร่วมกัน 






ทั้งนี้ บริษัท คริปโตมายด์ กรุ๊ป และ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด มีแผนที่จะเปิดให้บริการภายในปี 2566

สามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวต่างๆ ได้ที่ Facebook Cryptomind Group และ Facebook InnovestX

#TogetherForBetter #CryptomindGroup #InnovestX



Blockchain Thailand Genesis 2022 : Road to Web3 เปิดประตูสู่โลกอนาคต หวังสร้างโอกาสทองเศรษฐกิจไทย

ยิ่งใหญ่ ล้ำสมัย  สมชื่องานบล็อกเชนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไทย

ยิ่งใหญ่ ล้ำสมัย!! สมเกียรติที่ได้ชื่อว่าเป็นงานบล็อกเชนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไทยกับงาน “Blockchain Thailand Genesis 2022” ที่จัดขึ้นเป็นปีที่ 5 ภายใต้ธีม “Road to Web3” ที่งานนี้นับว่าเป็นการสร้างโอกาสให้กับคนไทยได้เรียนรู้โลกยุคใหม่ กับยุควิวัฒนาการ Web 3.0 อนาคตโลกอินเตอร์เน็ตที่ไร้ตัวกลาง โดยคาดหวังว่าการจัดงานครั้งนี้จะเป็นการสร้างโอกาสทองครั้งสำคัญสำหรับคนไทย ธุรกิจไทย เพื่อความมั่นคง ยั่งยืน และดีขึ้นของเศรษฐกิจไทยไทยให้ก้าวขึ้นเป็นอันดับต้นของอาเซียน 

นายศุภกฤษฎ์ บุญสาตร์ นายกสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย กล่าวว่า สมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย  เป็นองค์กรหนึ่งของการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ยุคใหม่แห่งสินทรัพย์ดิจิทัล โดยคาดหวังให้สมาคมฯ เป็น

ส่วนหนึ่งในการให้ความรู้แก่ผู้ที่สนใจในวงการ Cryptocurrency (สินทรัพย์ดิจิทัล) ได้เข้าใจถึงเทคโนโลยี Blockchain (บล็อกเชน) อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบกิจการในประเทศไทยได้มีการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนเข้ามาประยุกต์ใช้ในธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ 


ดังนั้น สมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย และ เครือบริษัท Cryptomind จึงเกิดการร่วมมือเพื่อจัดงานบล็อกเชนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไทย Blockchain Thailand Genesis ขึ้นเป็นปีที่ 5 ภายใต้ชื่องาน “Blockchain Thailand Genesis 2022 : Road to Web3 – presented by 100X and Bitazza” ระหว่างวันที่ 26 – 27 พฤศจิกายน 2565 ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ซึ่งงานในปีนี้ยิ่งใหญ่กว่าทุกปีที่ผ่านมา ทั้งพื้นที่การจัดงานที่ใหญ่ขึ้น รูปแบบของงานที่หลากหลาย การรวบรวมเหล่าคนดังในวงการ Cryptocurrency และ Blockchain ชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศมากกว่า 80 ท่านมาร่วมพูดคุย เสวนา และให้ความรู้มากกว่า 30 Session บนเวทีทั้ง 3 เวทีภายในงาน  และการร่วมกิจกรรมสนุกๆ ลุ้นรับของรางวัลอีกมากมาย รวมถึงห้ามพลาดกับ Workshop อีกกว่า 11 Sessionที่คัดสรรคุณภาพมาอย่างดีและรับประกันความรู้อัดแน่น นอกจากนี้ยังมีบริษัทชั้นนำที่น่าสนใจมาร่วมออกบูธอีกกว่า 40 บูธตลอดทั้ง 2 วัน

สำหรับปีนี้งาน Blockchain Thailand Genesis 2022 จัดขึ้นภายใต้ธีม Road to Web3 โดย Web 3.0 หรืออนาคตโลกอินเตอร์เน็ตที่ไร้ตัวกลาง คือแนวคิดรูปแบบของเว็บไซต์ในอนาคตที่คาดการณ์ไว้ว่าจะเป็นยุคใหม่ของอินเทอร์เน็ต ที่มีความฉลาดมากขึ้น มีการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ รวบรวมข้อมูลต่างๆ ไว้ในเครือข่ายเพื่อเป็นแหล่งเก็บข้อมูลของโลกที่ไร้ตัวกลาง เปิดให้ทุกคนช่วยกันดูแลข้อมูล (Blockchain) และเป็นรากฐานสำคัญของ Cryptocurrency, DeFi, Metaverse และ NFT

นายสัญชัย ปอปลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คริปโตมายด์ แอดไวเซอรี่ จำกัด และที่ปรึกษาสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย ในฐานะผู้จัดงานหลักของงาน Blockchain Thailand Genesis กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี 2021 มูลค่าตลาดรวมของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล เคยสูงถึงราวๆ 3 ล้านล้านดอลลาร์ มีโปรเจคคริปโตถูกพัฒนาและต่อยอดขึ้นมาใหม่มากมาย ส่งผลให้นักลงทุนทั่วโลกมีแนวโน้มสนใจในการลงทุนสินทรัพย์ทางเลือกอย่าง Cryptocurrency ที่มากขึ้น รวมไปถึงเม็ดเงินจากสถาบันการเงินต่างๆ ก็ไหลเข้ามาสู่อุตสาหกรรมสินทรัพย์เช่นกัน ดังนั้นอะไรที่จะทำให้ Blockchain  เกิด Mass Adoption ที่มากขึ้น ทิศทางของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในปีนี้และปีหน้าจะเป็นอย่างไร มาร่วมหาคำตอบได้ภายในงาน “Blockchain Thailand Genesis 2022 : Road to Web3 – presented by 100X and Bitazza” 

โดยตลอดวันงานทั้ง 2 วันนั้น เราได้ยกผู้มีประสบการณ์ และวิทยากรระดับโลกมาให้กับคนไทยกว่า 100 ท่าน ไม่ว่าจะเป็น คุณศุภกฤษฎ์ บุญสาตร์ นายกสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย, คุณสัญชัย ปอปลี จาก Cryptomind Group, คุณจรินทร ฐิตะดิลก จาก GuildFi , คุณกานต์นิธิ ทองธนากุล จาก Merkle Capital, ดร.นที เทพโภชน์ จาก Block Mountain, คุณอดิรุจ นิธิเลิศวิวัฒน์ จาก 100X, คุณกวิน พงษ์พันธ์เดชา จาก Bitazza, คุณสิทธิณัฐ หาเรือนพืชน์ จาก Inspex, คุณพุทธิพร หงษ์สุรกุล จาก Bitkub Chain, คุณธนศักดิ์ กฤษณะเศรณี จาก XSpring Digital, คุณกัมปนาท วิมลโนท จาก KX Venture Investment, คุณอภิญญา เรืองทวีคูณ จาก Kubix Digital Asset, คุณพุฒิกานต์ เอารัตน์ จาก InnovestX, คุณพรรณธร ลออรรถวุฒิ, CFA จาก Vuca Digital, อ.พิริยะ สัมพันธารักษ์ จาก Chaloke.com และ คุณพลากร ยอดชมญาณ จาก Kulab  และ Speaker ระดับโลก เช่น Sean Hwang จาก MARBLEX, Minh Ho จาก Coin98, Giang Tran จาก Aura Network และ Kris Kay จาก CGame (Meta Utopia) 

และที่ห้ามพลาดเลยสำหรับงานนี้ คือ 11 Workshops คุณภาพ กับผู้เชี่ยวชาญที่มาจะถ่ายทอดเคล็ดลับแบบหมดเปลือก เกี่ยวกับ Blockchain, Digital Asset, NFT, Metaverse ไปจนถึงการวางแผนลงทุน แบบ Step by Step สุดใกล้ชิด และ Exclusive จากบริษัท รวมถึง Community ชั้นนำ อาทิเช่น Bitazza, Merkle Capital, Inspex, TokenX, Crown Token, Local Bitcoin Thailand Community, Bitkub Chain, Coral และ Cryptomind Advisory  






โดยผู้จัดงานได้จัดเต็มกับของรางวัลจากบูทผู้สนับสนุนการจัดงานอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น iPhone 14 Pro Max, iPad Pro, Apple Watch Series 8, Airpods Pro 2, Paragon Gift Voucher เท่านั้นไม่พอ ยังมีไอเท็มเด็ดที่ชาวคริปโตต้องมีอย่าง Hardware Wallet, KASIKORN X Powerbank, KUB Coin, หนังสือ The Bitcoin Standard พร้อมลายเซ็น อาจารย์พิริยะ และ คุณหาญ พีรพัฒน์, หนังสือ Cryptomind Research, GuildFi Notebook รวมถึงเหรียญและของรางวัลอื่นๆ ให้ตามล่าอีกมากมาย  นายสัญชัย กล่าวปิดท้าย


21 พฤศจิกายน 2565

โอกาสสุดท้าย...ห้ามพลาดเด็ดขาด !!! สำหรับชาวคริปโต กับงาน “Blockchain Thailand Genesis 2022”


โอกาสสุดท้าย...ห้ามพลาดเด็ดขาด !! สำหรับชาวคริปโตและบล็อกเชนทั้งหลาย กับงาน “Blockchain Thailand Genesis 2022” ภายใต้ธีม “Road to Web3” วันที่ 26-27 พ.ย. 65 นี้ ที่ Royal Paragon Hall ชั้น 5 สยาม พารากอนกับกิจกรรมรับของแจกฟรีอีกมากมายนับไม่ถ้วนนับล้านบาท รับประกันว่างานนี้บัตรหลักร้อยแต่ความรู้และรางวัลที่ได้มูลค่าหลักล้าน!! พิเศษสุด สุด สุด สุด เราแจกส่วนลด 20% บัตรเข้าร่วมงานกันไปเลย

ภายในงานตลอด 2 วัน อัดแน่นไปด้วย 3 เวที จัดเต็มมากกว่า 40 Session รวบรวม Speaker ชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศกว่า 100 ท่าน กับ 11 Workshopsคุณภาพ กับผู้เชี่ยวชาญที่มาจะถ่ายทอดเคล็ดลับแบบหมดเปลือก เกี่ยวกับ Blockchain, Digital Asset, NFT, Metaverse ไปจนถึงการวางแผนลงทุน แบบ Step by Step สุดใกล้ชิด และ Exclusive จากบริษัท รวมถึง Community ชั้นนำ อาทิเช่น Bitazza, Merkle Capital, Inspex, TokenX, Crown Token, Local Bitcoin Thailand Community, Bitkub, Coral และ Cryptomind advisory

Genesis Stageจะเป็นเวทีใหญ่ที่จะนำเอาTopic เด็ดประเด็นดังในวงการคริปโตและ Digital Asset มาพูดคุยกัน มี Speaker ระดับประเทศ เช่นคุณศุภกฤษฎ์ บุญสาตร์ นายกสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย,คุณสัญชัย ปอปลี จาก Cryptomind Group, คุณจรินทรฐิตะดิลก จาก GuildFi , คุณกานต์นิธิ ทองธนากุล จาก Merkle Capital, คุณนที เทพโภชน์ จาก Block Mountain, คุณอดิรุจ นิธิเลิศวิวัฒน์ จาก 100X, คุณกวิน พงษ์พันธ์เดชา จาก Bitazza, คุณสิทธิณัฐ หาเรือนพืชน์ จาก Inspex, คุณพุทธิพรหงษ์สุรกุล จาก BitkubChain, คุณธนศักดิ์ กฤษณะเศรณี จาก XSpring, คุณกัมปนาท วิมลโนท จาก KX Venture Capital, คุณอภิญญา เรืองทวีคูณ จาก Kubix, คุณพุฒิกานต์ เอารัตน์ จาก InnovestX,คุณ พรรณธร ลออรรถวุฒิ จาก Vuca Digital,อ.พิริยะ สัมพันธารักษ์ จาก Chaloke.com และ คุณพลากร ยอดชมญาณ จาก KulabและSpeaker ระดับโลก เช่น Sean Hwang จาก Marblex, Thanh Le จาก Coin 98, Giang Tran จาก Aura Network และ Kris Kay จาก CGame, Meta UtopiaAdvance Stageเวทีเจาะลึกถึงประเด็น Blockchain และประเด็นที่ Deep Dive ไปกับทั้ง Speaker ไทยต่างประเทศรวมไปถึงบรรดา KOL Influencer Community มาให้จุใจสำหรับชาวคริปโตทุกท่าน พร้อมกับกิจกรรมสนุกๆ กับActivity Stage และ กิยกิจกรรม Quest Hunting ลุ้นรับของรางวัลอีกมากมายใน ไม่ว่าจะเป็น iPhone 14 Pro Max, iPad Pro, Apple Watch Series 8, Airpods Pro 2, Paragon Gift Voucher เท่านั้นไม่พอ ยังมีไอเท็มเด็ดที่ชาวคริปโตต้องมีอย่าง Hardware Wallet, KX Powerbank, KUB coin, หนังสือ The Bitcoin Standard พร้อมลายเซ็น อาจารย์พิริยะ และ คุณหาญ พีรพัฒน์, หนังสือ Cryptomind Research, GuildFi Notebook รวมถึงเหรียญและของรางวัลอื่นๆ ให้ตามล่าอีกมากมาย

บัตร Early Bird ราคาพิเศษ 750 บาท (จากราคาปกติ 1,000 บาท)

เข้างานได้ทั้ง 2 วัน (2-Day Pass)

เข้าฟัง Speaker ที่ Genesis Stage, Advance Stage และ Activity Stage

ได้รับของ Souvenir และของรางวัลจากกิจกรรมอีกมากมายภายในงาน

ร่วมกิจกรรม Quest Hunting ลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท 

 

บัตร 2 Day Pass + 11 Workshop คุณภาพ ในราคาเพียง 800 บาท

เข้างานได้ทั้ง 2 วัน (2-Day Pass FREE)

เข้าฟัง Speaker ที่ Genesis Stage, Advance Stage และ Activity Stage

ได้รับของ Souvenir และของรางวัลจากกิจกรรมอีกมากมายภายในงาน

ร่วมกิจกรรม Quest Hunting ลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท

 

VIP Ticket 

เข้างานได้ทั้ง 2 วัน (2-Day Pass FREE)

เข้าฟัง Speaker ที่ Genesis Stage, Advance Stage และ Activity Stage

ได้รับ Mystery Gift Box, Souvenir และของรางวัลจากกิจกรรมอีกมากมายภายในงาน

ร่วมกิจกรรม Quest Hunting ลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท

เข้า VIP Lounge และ Workshop ได้ไม่จำกัด

เข้า VIP Networking Partyสุดพิเศษที่ Tichuca Rooftop Bar, Sukhumvit 40 ติด BTS ทองหล่อ

“Blockchain Thailand Genesis 2022”  26 – 27 พ.ย. นี้ ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์

สนใจซื้อบัตรได้ที่  https://www.eventpop.me/e/13845/blockchainth2022
เพียงกรอก Code BCTH20 ลดทันที 20%สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/blockchainthailandevent, www.blockchain-th.com


23 ตุลาคม 2565

ออมสินจัดแข่ง"GSB TikTok Challenge : ออมเงินกับออมสิน"ฉลองเปิดตัวช่อง TikTok

ใช้ชื่อ GSB_Society หวังขยายผลส่งเสริมการออมกลุ่มคนรุ่นใหม่

เนื่องในวันออมแห่งชาติ 31 ตุลาคม 2565 ธนาคารออมสิน ในฐานะสถาบันเพื่อการออม มีภารกิจส่งเสริมให้คนไทยทุกเพศ ทุกวัย เห็นความสำคัญของการออมอย่างมีเป้าหมาย ในปีนี้ธนาคารได้ยกระดับการส่งเสริมการออมให้ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์และบทบาทของธนาคารมากยิ่งขึ้น โดยล่าสุดได้เปิดตัวช่องทางสื่อสาร TikTok ซึ่งเป็นโซเชียลมีเดียที่กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ใช้ชื่อว่า GSB_Society คิกออฟจัดกิจกรรม GSB TikTok Challenge : ออมเงินกับออมสิน เพื่อสร้างกระแสดึงกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ให้เข้ามามีส่วนร่วม สนใจ และตระหนักถึงความจำเป็นที่ทุกคนต้องมีการออม ก่อนขยายผลสู่การส่งเสริมให้รู้จักวางแผนการออมอย่างมีเป้าหมาย

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม GSB TikTok Challenge สามารถแบ่งปันความรู้และนำเสนอไอเดียสร้างสรรค์ได้อย่างอิสระเกี่ยวกับการออมเงินในรูปแบบต่าง ๆ โดยการโพสต์คลิปวิดีโอสั้นลงใน TikTok ความยาวไม่เกิน 1 นาที ในหัวข้อ “ทิปส์การออมเจ๋ง ๆ สไตล์คุณ” โดยใช้เพลง “ออมเงินกับออมสิน” ประกอบคลิป กติกาคือ ให้ผู้ส่งผลงานเข้าประกวด กดติดตาม TikTok : GSB_Society ติด Tag มาที่บัญชี TikTok : GSB_Society และใส่แฮชแท็ก #ออมสินSavingsChallenge เพื่อส่งผลงานชิงเงินรางวัลมูลค่ารวม 48,000 บาท หมดเขตส่งผลงานวันที่ 29 ตุลาคม 2565 และประกาศผลผู้ที่ได้รับรางวัลในวันที่ 31 ตุลาคม 2565 วันออมแห่งชาติ ผ่านทาง facebook : GSB Society 

ส่วนเกณฑ์การตัดสินและการให้คะแนนผลงานจะพิจารณาเป็น 2 ประเภทการประกวด ดังนี้ 1.ประเภทรางวัล Popular Vote จำนวน 5 รางวัล คือ ผลงานที่ได้รับจำนวนการกดหัวใจมากที่สุด 5 อันดับแรก ระหว่างวันที่ 19 - 29 ตุลาคม 2565 และมีจำนวนการกดหัวใจไม่น้อยกว่า 1,000 ดวง และ 2.ประเภทรางวัลขวัญใจกรรมการ จำนวน 5 รางวัล จะพิจารณาจากคะแนนรวม 100 คะแนน ประกอบด้วย ความคิดสร้างสรรค์ 20 คะแนน เนื้อหา 20 คะแนน เทคนิคการเล่าเรื่อง 20 คะแนน การใช้ภาษาและดนตรี 20 คะแนน และคุณภาพในการผลิต 20 คะแนน ทั้งนี้ ธนาคารฯ ขอสงวนสิทธิ์ผู้ได้รับรางวัลสูงสุดเพียง 1 รางวัลตลอดกิจกรรม เท่านั้น 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ TikTok กดค้นหา GSB_Society และที่ facebook : GSB Society

21 ตุลาคม 2565

เปิดประตูสู่โอกาสทองในยุค Web 3.0 ก่อนใคร !!! “Blockchain Thailand Genesis 2022” 26 – 27 พ.ย.นี้

กลับมาอีกครั้งกับงาน “Blockchain Thailand Genesis 2022” ที่จัดขึ้นเป็นปีที่ 5 และยิ่งใหญ่กว่าทุกปีที่ผ่านมา ภายใต้ธีม “Road to Web3” ที่จะพาคุณเข้าสู่ยุค Digital Asset ไปจนถึง Web 3.0 อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อมุ่งหวังให้ความรู้แก่ผู้ที่สนใจในวงการ Cryptocurrency (สินทรัพย์ดิจิทัล) ได้เข้าใจถึงเทคโนโลยี Blockchain (บล็อกเชน) อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบกิจการในประเทศไทยได้มีการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนเข้ามาประยุกต์ใช้ในธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงนำพาผู้คนที่อยู่ในวงการเทคโนโลยีบล็อกเชน และสินทรัพย์ดิจิทัล ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ได้มาพบปะ พูดคุย และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน เพื่อสร้างโอกาสทองให้คนไทยได้เรียนรู้โลกยุคใหม่ก่อนใคร 

นายศุภกฤษฎ์ บุญสาตร์ นายกสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย กล่าวว่า หลังจากที่มีเหตุการณ์มากมายเกิดขึ้นในวงการ Cryptocurrency ในฐานะองค์กรที่เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ยุคใหม่แห่งสินทรัพย์ดิจิทัล สมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย และ Cryptomind จึงได้จัดงานบล็อกเชนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไทย Blockchain Thailand Genesis ซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่ปี 2017 

และในการจัดงานปีที่ 5 นี้ สมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย พร้อมด้วย คริปโตมายด์ กรุ๊ป, GuildFi, Bitcoin Addict Thailand, Block Mountain และ Blockchain Review ได้จัดงาน “Blockchain Thailand Genesis 2022 : Road to Web3 – presented by 100X and Bitazza” ระหว่างวันที่ 26 – 27 พฤศจิกายน 2565 ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน งานบล็อคเชนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และยิ่งใหญ่กว่าทุกปีที่ผ่านมา เพื่อมุ่งหวังให้ความรู้แก่ผู้ที่สนใจในวงการเทคโนโลยีบล็อกเชน และสินทรัพย์ดิจิทัล ได้เข้าถึงความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง

นายสัญชัย ปอปลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คริปโตมายด์ แอดไวเซอรี่ จำกัด และที่ปรึกษาสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย ผู้จัดงานหลัก Blockchain Thailand Genesis กล่าวเพิ่มเติมว่า Web 3.0 ถูกยกมาพูดถึงกันในปัจจุบันว่าเป็นอนาคตของอินเทอร์เน็ต เนื่องจาก Web 3.0 มีแนวคิดที่จะรวบรวมข้อมูลต่างๆ ไว้ในเครือข่าย เพื่อเป็นแหล่งเก็บข้อมูลของโลกที่ไร้ตัวกลาง เปิดให้ทุกคนช่วยกันดูแลข้อมูล (Blockchain) และเป็นรากฐาน สำคัญของ Cryptocurrency, DeFi, Metaverse และ NFT ซึ่งงาน “Blockchain Thailand Genesis 2022 : Road to Web3 – presented by 100X and Bitazza” นับได้ว่าเป็นอีเว้นท์แรกของไทยที่จะพาทุกคนก้าวเข้าสู่ยุค Web 3.0 ก่อนใคร เป็นการสร้างโอกาสแห่งอนาคตได้ก่อนใครเช่นกัน 

ภายในงานตลอด 2 วัน อัดแน่นไปด้วย 3 เวที จัดเต็มมากกว่า 30 Session รวบรวม Speaker ชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศมากกว่า 80 ท่าน อาทิ คุณสัญชัย ปอปลี จาก Cryptomind Group, คุณจรินทร ฐิตะดิลก จาก GuildFi , คุณกานต์นิธิ ทองธนากุล จาก Merkle Capital และ Bitcoin Addict Thailand, คุณศุภกฤษฎ์ บุญสาตร์ นายกสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย, คุณนที เทพโภชน์ จาก Block Mountain, คุณอดิรุจ นิธิเลิศวิวัฒน์ จาก 100X, คุณกวิน พงษ์พันธ์เดชา จาก Bitazza, คุณสิทธิณัฐ หาเรือนพืชน์ จาก Inspex, คุณภาสกร ปานนอก จาก Bitkub, คุณธนศักดิ์ กฤษณะเศรณี จาก XSpring, คุณกัมปนาท วิมลโนท จาก KX Venture Capital, คุณอภิญญา เรืองทวีคูณ จาก Kubix, อ.พิริยะ สัมพันธารักษ์ และ คุณพลากร ยอดชมญาณ รวมทั้ง Speaker ระดับประเทศ จาก Crown Token, InnovestX และระดับโลก เช่น Sean Hwang จาก Marblex, Thanh Le จาก Coin 98, Giang Tram จาก Aura Network ใน Genesis Stage และ Advance Stage พร้อมกับกิจกรรมสนุกๆ ลุ้นรับของรางวัลอีกมากมายใน Activity Stage และสำหรับกิจกรรมห้ามพลาดที่เราคัดสรร  Workshop คุณภาพอีกกว่า 10 session รับประกันความรู้อัดแน่น 

รวมถึงบูธจากบริษัทชั้นนำที่น่าสนใจกว่า 52 บูธ อาทิ Bitazza, 100x, Cryptomind, GuildFi, Bitcoin Addict, Inspex, Bitkub, XSpring, Coin98, Aura Network, MarbleX, KasikornX, Kubix, Crown Token, InnovestX,TokenX, Sabuy Digital, Apeiron, Pi Securities, Block Mountain, Smart Contract Thailand, Wellios, Stock2morrow, Thai Digital Asset Association, Skyark, Baker & McKenzie, Nitro เป็นต้น รับประกันงานครั้งนี้คุณจะได้กระทบไหล่เหล่าผู้เชี่ยวชาญ นักลงทุน ชาวคริปโตทั้งไทยและต่างประเทศ ได้มาพบปะ พูดคุย แลกเปลี่ยนความรู้ ไอเดีย แบบตัวต่อตัวกันเลยทีเดียว

คว้าโอกาสและเรียนรู้โลกยุคใหม่ เปิดประตูสู่โอกาสทองในยุค Web 3.0 ก่อนใครได้ที่งาน “Blockchain Thailand Genesis 2022 : Road to Web3” ผู้สนใจซื้อบัตรได้ที่ www.eventpop.me/ blockchainth2022และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/blockchainthailandevent,

www.blockchain-th.com

สำหรับงานแถลงข่าวฯ ในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก 3 ผู้บริหารคนสำคัญในวงการคริปโต โดย คุณวิมลพรรณ วิบูลย์มา Chief Communication and Marketing officer บริษัท บิทาซซ่า จำกัด, คุณอดิรุจ นิธิเลิศวิวัฒน์ ผู้ก่อตั้ง 100X และ คุณพุฒิกานต์ เอารัตน์ กรรมการผู้จัดการ และ Cheif Digital Asset บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ร่วมเสวนาในหัวข้อ Road to Web 3 - Limitless Possibilities วิเคราะห์ทิศทางการตลาดและการลงทุนในความเป็นไปได้ใหม่ๆ ที่ไม่มีที่สิ้นสุดอีกด้วย  

คุณวิมลพรรณ วิบูลย์มา Chief Communication and Marketing officer บริษัท บิทาซซ่า จำกัด กล่าวว่า
“บิทาซซ่าในฐานะหนึ่งในผู้นำด้านเทคโนโลยีทางการเงินและสินทรัพย์ดิจิทัลผู้มุ่งมั่นสร้างนวัตกรรมเพื่อให้คนหมู่มากเข้าถึงบล็อกเชนได้ เล็งเห็นถึงโอกาสและศักยภาพในงาน Blockchain Thailand Genesis ในครั้งนี้และเชื่อว่าวิสัยทัศน์ของทั้งทางผู้จัดและทางบริษัทไปในทิศทางเดียวกัน โดยต่างล้วนตั้งใจทำหน้าที่ผลักดันให้ความรู้เรื่องเศรษฐกิจดิจิทัลและบริการทางการเงินควรเข้าถึงทุกคนแบบไร้ขอบเขต บิทาซซ่าพร้อมได้นำเสนอผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นพร้อมใช้งานที่จะมาเชื่อมต่อทั้งผู้ใช้งานทั่วไปและภาคธุรกิจเข้าหากัน ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมระหว่างการลงทุนและไลฟ์สไตล์ โลกแห่งความจริงและโลกเสมือน และภาคธุรกิจดิจิทัลและการเงินแบบดั้งเดิมในงานนี้”

คุณอดิรุจ นิธิเลิศวิวัฒน์ - ผู้ก่อตั้ง 100X กล่าวว่า “สิ่งที่ยากที่สุดของเทคโนโลยีใหม่นั้นคือการขับเคลื่อนให้ข้ามช่วง zero-to-one ของเทคโนโลยีนั้นๆ ช่วงเวลาปีกว่าที่ผ่านมา เราสามารถเรียกได้ว่า Web3 ก้าวข้ามช่วงเวลานั้นมาแล้ว เราได้เห็นคนทั่วไปเข้าถึงผลิตภัณฑ์ต่างๆทั้งในรูปแบบของ DeFi และ GameFi ในฐานะขององศ์กรที่มุ่งเน้นในการพัฒนาและวิจัยเกี่ยวกับ DeFi เราเชื่อมั่นในโอกาสและความเป็นไปได้ของ Web3 และพร้อมที่จะสนับสนุนงานที่ส่งเสริมและให้ความรู้กับชุมชนอย่างเช่น งาน Blockchain Thailand Genesis”



11 ตุลาคม 2565

ทีเอ็มบีธนชาต ชวนคนไทยวางแผนลดหย่อนภาษี

มอบสิทธิประโยชน์เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่รับเงินเดือนผ่านบัญชี ทีทีบี จัดแคมเปญพิเศษครบทั้งกองทุนและประกัน

กรุงเทพฯ 12 ตุลาคม 2565 -- ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี มอบสิทธิประโยชน์เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่รับเงินเดือนผ่านบัญชี ทีทีบี กับโค้งสุดท้ายของปีสำหรับวางแผนลดหย่อนภาษี เลือกได้ทั้งการลงทุนพร้อมการลดหย่อนภาษี หรือความคุ้มครองที่ลดหย่อนภาษีได้ ตอกย้ำความคุ้มค่าที่ได้มากกว่าบัญชีเงินเดือนทั่ว ๆ ไป ซึ่งจะเป็นรากฐานและตัวช่วยสำคัญเพื่อให้ลูกค้ามีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นทั้งในวันนี้ และอนาคต พร้อมจัดแคมเปญพิเศษทั้งการลงทุนและประกัน ตั้งแต่วันนี้ - 31 ธันวาคม 2565 

นางสาวนันทพร ตั้งเจริญศิริ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าบริหารความสัมพันธ์และประสบการณ์ลูกค้าบุคคล ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี เปิดเผยว่า ธนาคารมีความตั้งใจอย่างยิ่งที่จะพัฒนาบัญชีเงินเดือนให้มีความคุ้มค่า และได้สิทธิประโยชน์ที่ครบถ้วนมากยิ่งขึ้น ด้วยแนวคิด ‘เปลี่ยนชีวิตพนักงานเงินเดือน ให้ดีขึ้นทุกเดือน’ ดังนั้นในช่วงเทศกาลลดหย่อนภาษีปลายปี ธนาคารจึงเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้ลูกค้าที่รับเงินเดือนผ่านบัญชี ทีทีบี ด้วยแคมเปญพิเศษที่ตอบโจทย์ความคุ้มค่าทั้งการลงทุนและประกันที่จะทำให้ชีวิตทางการเงินของลูกค้าดีขึ้นได้ในทุกเดือน 

โดยในช่วงปลายปีนี้ กลุ่มพนักงานเงินเดือนจำนวนมากมีความต้องการเรื่องของการใช้สิทธิ์เพื่อการลดหย่อนภาษี ผ่านทางผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่าง ๆ ธนาคารจึงได้แนะนำแคมเปญพิเศษแผนลดหย่อนภาษีพิเศษเฉพาะลูกค้าที่รับเงินเดือนผ่านบัญชี ttb ที่รวมความคุ้มค่าทั้งประกันชีวิตและการลงทุนไว้ด้วยกัน ได้แก่

• รับหน่วยลงทุนเพิ่มในกองทุนรวมตราสารตลาดเงิน (Money Market) จำนวน  100 บาท เมื่อลูกค้าซื้อกองทุน SSF/ RMF / ttb smart port SSF ทุก ๆ 50,000 บาท 

• รับส่วนลดสุงสุด 20% เป็นเงินคืนเข้าบัญชี ttb เมื่อลูกค้าจ่ายค่าเบื้ยประกันที่ร่วมรายการ ผ่านบัตรเครดิต ttb และพิเศษกว่าด้วยการรับคะแนนเพิ่ม 500 wow (1 wow = 1 บาท) เมื่อซื้อประกันที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันนี้ - 31 ธันวาคม 2565 


พนักงานที่รับเงินเดือนผ่านบัญชี ทีทีบี ที่สนใจวางแผนลดหย่อนภาษี สามารถอ่านรายละเอียดและสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม ได้  https://www.ttbbank.com/th/page/detail/payroll-tax-aug-dec2022  หรือสอบถามข้อมูล ได้ที่ ทีเอ็มบีธนชาตทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ ttb contact center 1428


#ttbpayroll
#ให้ชีวิตการเงินดีทั้งวันนี้และอนาคต
#เปลี่ยนเพื่อให้ชีวิตคุณดีขึ้น #ttb #MakeREALChange