

โดยในงานมีการฝึกอบรมทั้งภาคทฤษฎี ภาคปฏิบัติ ได้รับเกียรติจากพลอากาศเอกสุบิน ชิวปรีชา กรมวังผู้ใหญ่ในพระองค์ และคณะวิทยากรจาก ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน ในหัวข้อการฝึกการช่วยเหลือภาวะทางเดินหายใจอุดกั้น (Chocking) , การช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน (CPR) และการใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ (AED) อีกทั้งมีการทดสอบและประเมินผลหลังการฝึกอบรม
นายวราวุธ กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์โรคหัวใจและหลอดเลือดในประเทศไทยยังน่าเป็นห่วง ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของคนไทย สำหรับประเทศไทยมีข้อมูลจากระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข (Health Data Center) ปี 2568 พบว่ามีจำนวนผู้ป่วยสะสมด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดมากกว่า 7.08 แสนราย และเสียชีวิต ด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดมากถึง 2.9 หมื่นราย โดยพบว่าอาการของโรคหัวใจและหลอดเลือดจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน
ดังนั้นหากมีอาการเจ็บแน่นหน้าอกควรรีบพบแพทย์โดยเร็วที่สุด เพราะถ้าหัวใจขาดเลือดจนหัวใจหยุดทำงาน ผู้ป่วยจะหัวใจหยุดเต้นและหมดสติ หากผู้ป่วยหมดสติแล้ว ควรรีบทำการกดหน้าอกผู้ป่วย ติดเครื่องกระตุ้นหัวใจ AED และโทรเรียกรถพยาบาลที่สายด่วน 1669 ทันที สำหรับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) ได้ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างศักยภาพของทุกคนในทุกระดับ เพื่อให้มีความพร้อมในการรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลาและทุกสถานที่ ดังนั้นการมีความรู้และทักษะในการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน และสามารถใช้เครื่อง AED ได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สามารถช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะในเรื่องของการปฐมพยาบาลและการช่วยชีวิตเบื้องต้น กิจกรรมนี้ ถือเป็นโอกาสอันดีที่ผู้เข้าร่วมอบรมได้รับทั้งความรู้ ความเข้าใจ และประสบการณ์ตรงจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันหรือในหน้าที่ความรับผิดชอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ