30 กันยายน 2564

พม. มอบโล่เกียรติคุณแก่ผู้เกษียณอายุราชการ ปี 2564

วันนี้ (30 ก.ย. 64) เวลา 10.30 น. ณ ห้องรับรองชั้น 9 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะพานขาว ถนนกรุงเกษม กทม. นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานในพิธีมอบโล่เกียรติคุณและของที่ระลึกแก่ผู้เกษียณอายุราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ประจำปี พ.ศ. 2564 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ มีผู้เกษียณจำนวนทั้งสิ้น 245 คน 

รวมทั้งผู้บริหารระดับสูง ได้แก่ 1) นายสุทธิ จันทรวงษ์  อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ 2) นางสุภัชชา สุทธิพล อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน 3) นางเทพวัลย์ ภรณวลัย ผู้ตรวจราชการกระทรวง พม. 4) นางสาววิจิตา รชตะนันทิกุล ที่ปรึกษาวิชาการพัฒนาสังคม 5) นายสุพล บริสุทธิ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย และ 6) นายกฤช โกญจนาท ผู้ช่วยผู้ว่าการเคหะแห่งชาติ  



นายจุติ กล่าวว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ตระหนักถึงความสำคัญของบุคลากรภาครัฐ ทั้งข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และลูกจ้างประจำ ซึ่งเป็นบุคลากรที่เป็นกำลังสำคัญของชาติ เพราะความสำเร็จในการบริหารงานทั้งหลายเกิดจากบุคลากรภาครัฐอันเป็นกลไกสำคัญ และความสำเร็จที่เกิดขึ้นย่อมหมายถึงความสำเร็จในการบริหารประเทศในการสร้างความเจริญก้าวหน้าให้แก่สังคม และความผาสุกร่มเย็นของพี่น้องประชาชน สำหรับการเกษียณอายุเป็นวิถีของทางราชการ ตลอดระยะเวลาที่ทุกท่านปฏิบัติหน้าที่ราชการมาอย่างยาวนานนั้น นับได้ว่าทุกท่านมีความวิริยะอุตสาหะ เป็นผู้อุทิศตนและเวลาแก่ทางราชการเป็นอย่างยิ่ง อันนำมาซึ่งประโยชน์โดยรวมของทางราชการ ประชาชน และประเทศชาติ ทั้งนี้ ขอให้ทุกท่านพึงระลึกว่า  การรับราชการจนครบการเกษียณอายุเป็นความภาคภูมิใจและแบบอย่างที่ดีงาม 






นายจุติ กล่าวต่อไปว่า ตนเชื่อว่าสิ่งที่ได้เรียนรู้จากพวกท่านคือ จิตวิญญาณในการช่วยเหลือประชาชน ได้ทบทวนและเห็นถึงงานของราชการที่มีประโยชน์ต่อประเทศอย่างยิ่ง ซึ่งสิ่งที่ข้าราชการกระทรวง พม. สร้างไว้ ไม่มีวันจบ เพราะเป็นการสร้างคนหนึ่งชีวิตที่ยาวนาน ตนขอขอบคุณทุกคนสำหรับทุกหยาดเหงื่อ ความอดทน และความปรารถนาดี เชื่อว่าพี่น้องชาว พม. ไม่ว่าอยู่ที่ไหน ยังคงเป็นชาว พม. เมื่อท่านเกษียณอายุ เป็นเพียงการอำลาแค่ตำแหน่ง แต่ตนเชื่อว่าจิตวิญญาณของท่านยังคงอยู่ ต้องช่วยเหลือ ดูแล และแนะนำสังคมที่ท่านได้สร้างไว้กับมือมากว่าครึ่งชีวิตของตนเอง เพราะทุกคนมีอุดมการณ์จิตใจเดียวกัน ถึงแม้ว่าสังคมปัจจุบันจะมีความซับซ้อน มีวิกฤติ และความขัดแย้งมากขึ้น 

สุดท้ายนี้ ตนต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ได้ทิ้งสิ่งดีๆไว้กับกระทรวง พม. และหวังว่าชีวิตหลังเกษียณของทุกท่าน จะเป็นชีวิตที่มีความสุขกาย สุขใจ อีกทั้งขอถือโอกาสนี้ อาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลกทั้งหลายที่ทุกท่านนับถือ ได้โปรดดลบันดาลประทานพรให้ทุกท่าน ประสพแต่ความสุข ศิริสวัสดิ์พิพัฒน์มงคล และมีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์ แข็งแรงตลอดไป

"จุติ" รมว.พม. รับข้อเสนอ การพัฒนาเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็นระบบบำนาญประชาชนจากเครือข่ายภาคประชาชน พร้อมย้ำยังได้รับสิทธิเหมือนเดิม

วันนี้ (30 ก.ย. 64) เวลา 10.00 น. นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) รับหนังสือข้อเสนอเรื่องการพัฒนาเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็นระบบบำนาญประชาชน จากตัวแทนเครือข่ายสลัม 4 ภาค และเครือข่ายประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการ โดยมีผู้ร่วมชุมนุมเรียกร้อง จำนวน 300 คน ณ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะพานขาว ถนนกรุงเกษม กทม. 

นายจุติ กล่าวว่า วันนี้ เครือข่ายภาคประชาชนที่ติดตามนโยบายสวัสดิการสังคมของภาครัฐ ได้มายื่น 5 ข้อเสนอ ได้แก่ 1) ให้รัฐบาลยกระดับและพัฒนานโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็นระบบบำนาญประชาชน เพื่อเป็นหลักประกันรายได้พื้นฐานและเป็นสิทธิสวัสดิการถ้วนหน้าขั้นพื้นฐานของประชาชน อายุ 60 ปีขึ้นไป โดยใช้อัตราไม่ต่ำกว่าเส้นความยากจน ผู้สูงอายุจะมีความเสี่ยงน้อยจากการตกหล่นจากระบบคัดกรองความยากจน  2) การกำหนดอัตราเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุในปัจจุบัน ไม่สอดคล้องกับเกณฑ์รายได้ที่เพียงพอแก่การยังชีพ ซึ่งต่ำกว่าเส้นความยากจน 3 - 5 เท่า จากข้อมูลเฉลี่ยทั่วประเทศ 2,763 บาทต่อคนต่อเดือน ปี 2,562 และอัตราเบี้ยยังชีพ ทั้งนี้ ผู้สูงอายุไม่มีการปรับขึ้นมานับตั้งแต่ ปี 2554  3) ให้คณะกรรมการผู้สูงอายุนำ ร่าง พ.ร.บ.บำนาญแห่งชาติ พ.ศ.... ฉบับประชาชน และ ผู้สูงอายุ

และบำนาญพื้นฐานแห่งชาติ ฉบับที่... พ.ศ... ของคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม มาพิจารณา เพื่อให้เกิดการพัฒนานโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็นกฎหมายบำนาญประชาชน 4) ให้คณะอนุกรรมการกำหนดนโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ (ใหม่) ยกเลิกแนวทางการกำหนดการจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแบบกำหนดกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะให้จัดสรรเบี้ยยังชีพเฉพาะกลุ่มคนยากจน หรือพิจารณาจากเกณฑ์รายได้ขั้นต่ำ โดยผู้ที่ได้รับต้องแสดงตัวตนและรายได้ และประกาศรายชื่อให้สาธารณชนรับรู้  และ 5) ให้เปิดเผยการประชุมคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ  และคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง ให้สาธารณชนได้รับทราบ

นายจุติ กล่าวต่อไปว่า รัฐบาลพร้อมรับฟังความเห็นของประชาชนทุกท่าน ซึ่งเมื่อวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา ตนได้ลงมารับหนังสือกับตัวแทนเครือข่ายสลัม 4 ภาค และได้เสนอไปว่าให้นำผลดี ผลเสีย ผลกระทบของแต่ละข้อมาเสนอในวันนี้ 

โดยตนจะนำไปอ่านและส่งให้กับคณะอนุกรรมการกำหนดนโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่กำลังศึกษาเรื่องนี้ ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ ต้องนำไปเสนอยต่อคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ จากนั้น จะเสนอความเห็นไปยังคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป  หากจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงกฎหมายจะต้องเสนอกลับเข้าไปยังสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งกระบวนการนี้ไม่สามารถตัดสินใจเพียงผู้เดียวได้ สำหรับวันนี้ทุกคนได้มายื่นหนังสือแล้ว หากตนมีข้อสงสัยหรือหารือเพิ่มเติม จะขอเรียนเชิญท่านมาพูดคุยกัน 

นายจุติ กล่าวเพิ่มเติมว่า บ้านเมือง 10 ปีที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนแปลงไป ทั้งรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สภาวะสังคมและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป ฉะนั้น ผลกระทบมีทั้งบวกและลบ เราจะนำมาประกอบการพิจารณา เพื่อให้เกิดความทั่วถึงและเป็นธรรม  อย่างไรก็ตาม ตนยินดีและพร้อมรับฟังความเห็นของทุกคน เราจะคุยกันอย่างสันติและเป็นมิตร เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นให้สร้างสรรค์กับส่วนรวม และขอย้ำว่าการจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ปัจจุบันยังคงจ่ายตามเกณฑ์เดิม ทุกคนจะได้รับเหมือนเดิมจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงใหม่ จะด้วยกฎหมายหรือมติคณะรัฐมนตรีก็ตาม จะต้องมีขั้นตอน 

ทั้งนี้ อยากเรียนให้ทราบว่า วันนี้ไม่มีการตัดสิทธิใครทั้งสิ้นที่เคยได้รับอยู่เดิม ตามที่พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้นโยบายไว้ว่า ถ้าจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไร คนที่เคยได้สิทธิเดิมก็ขอให้ได้สิทธิจนกระทั่งเสียชีวิต

29 กันยายน 2564

รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ปรับเวลาปิดให้บริการรถไฟฟ้า เป็น 22.00น.ตั้งแต่วันที่ 1ตุลาคม 2564

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด เปิดเผยว่าตามมติที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 (ศบค.) ครั้งที่ 15/2564 เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2564 ที่ผ่านมามีมติคลายล็อกดาวน์ ซึ่งกำหนดห้ามประชาชนออกนอกเคหสถานในเวลากลางคืนจากเดิมกำหนดไว้ 21.00 - 04.00 น. ปรับไปเป็น เวลา 22.00 - 04.00 น. ตามมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 นั้น

 ดังนั้นเพื่อให้สอดคล้องกับมติข้างต้น บริษัทจึงเปลี่ยนแปลงเวลาให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เป็นเวลา 05.30 - 22.00 น. ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป โดยรถไฟขบวนสุดท้ายจะออกจากสถานีต้นทางคือ สถานีพญาไท และสถานีสุวรรณภูมิ เวลา 21.30 น. และจะถึงสถานีปลายทางเวลา 22.00 น.

ทั้งนี้ตามที่บริษัท ครอบครัวขนส่ง (2002) จำกัด ผู้ให้บริการเรือโดยสารในคลองแสนแสบได้ออกประกาศหยุดให้บริการในวันที่ 29 กันยายน 2564 เนื่องจากนำพนักงานทั้งหมดเข้ารับวัคซีน เข็มที่ 3 ที่สถานีกลางบางซื่อ และจะกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งในวันที่ 30 กันยายน 2564 นั้น บริษัทฯขอแจ้งประชาสัมพันธ์สำหรับผู้โดยสารรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ที่ใช้บริการเชื่อมต่อเรือโดยสารคลองแสนแสบโปรดวางแผนการเดินทางของท่านเพื่อหลีกเลี่ยงความไม่สะดวกในช่วงดังกล่าว 

ส่วนงานบริการลูกค้าสัมพันธ์ Call Center 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ www.srtet.co.th , www.facebook.com/AirportRailLink และ Twitter : Airport Rail Link

"จุติ" รมว.พม. ดึงภาคีเครือข่าย ลงพื้นที่ย่านบางซื่อ ช่วยคุณยาย อายุ 77 ปี อาศัยอยู่เพียงลำพังในเพิงไม้หลังคาสังกะสี ไร้ญาติดูแล

 

วันนี้ (29 ก.ย. 64) เวลา 10.30 น. นายจุติ  ไกรฤกษ์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ลงพื้นที่เยี่ยมและช่วยเหลือคุณยาย อายุ 77 ปี อาศัยอยู่เพียงลำพังในเพิงไม้หลังคาสังกะสี ไม่มีญาติดูแล สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ แต่ต้องใช้ Walker พยุงตัวเวลาเดิน มีอาการหลงลืม ภายในชุมชนตรอกข้างโรงหนังเฉลิมรัฐ  เขตบางซื่อ กทม. โดยได้บูรณาการลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือร่วมกับ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) กรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) กรุงเทพมหานคร โดยสำนักงานเขตบางซื่อและสำนักอนามัย กระทรวงกลาโหม อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) เขตบางซื่อ รวมทั้งภาคีเครือข่ายกระทรวง พม. ในพื้นที่ 

นายจุติ กล่าวว่า วันนี้ ตนเดินทางมาลงพื้นที่พร้อมกับภาคีเครือข่าย เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคม ซึ่งสำเร็จได้เพราะทุกฝ่ายให้ความร่วมมือช่วยเหลือคุณยาย อายุ 77 ปี ที่มีอาการป่วยและอยู่ในภาวะยากลำบาก ลูกหลานไม่ได้อาศัยอยู่ด้วย คุณยายอยู่อย่างนี้มานานเพราะเข้าไม่ถึงสวัสดิการของรัฐ เนื่องจากไม่มีบัตรประชาชน ทั้งนี้ ได้มีการประสานงานกับกระทรวงมหาดไทยและกระทรวง พม. ซึ่งมีหน้าที่หลักที่จะเข้ามาช่วยให้มีสิทธิได้ถูกต้องตามกฎหมายและสามารถเข้าถึงสวัสดิการสังคมได้ เรามาดูแลกันตามที่พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้นโยบายไว้ว่า เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ทุกกระทรวงพร้อมที่จะดูแลประชาชนทุกคน

 โดยเราอยากให้ประชาชนร่วมมือกันชี้เป้าเฝ้าระวัง ให้ประชาชนเข้าถึงและได้รับความช่วยเหลือ โดยตนยืนยันว่าการช่วยเหลือจะไม่ทำเพียงครั้งเดียว แต่จะทำอย่างต่อเนื่อง 

อย่างไรก็ตาม ขอขอบคุณภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนที่เข้ามาช่วยเหลือกันในวันนี้ หวังว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีในการทำงานร่วมมือกันทุกฝ่าย ตามนโยบายของรัฐบาลว่า จะไม่ให้มีช่องว่างระหว่างหน่วยงานราชการกับประชาชน ซึ่งจะเป็นจุดยืนยันได้ว่าทุกคนให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ 

นายจุติ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากกลุ่มเปราะบางและประชาชนประสบปัญหาทางสังคมและได้รับความเดือดร้อนจากผลกระทบของโควิด-19 สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่ 1) ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน พม. โทร. 1300 บริการ 24 ชั่วโมง 2) สายด่วนคนพิการ โทร. 1479 บริการ 24 ชั่วโมง และ 3) สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด และอาสาสมัครพัฒนาสังคมฯ (อพม.) ในพื้นที่


https://www.youtube.com/watch?v=yaO6fbJfOb4&ab_channel=Pomfrom

28 กันยายน 2564

ศิริราชเชิญชวนผู้รักสุขภาพร่วมงาน

“แสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ ๗ เฉลิมพระเกียรติ”

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล โดยศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช จัดงาน “แสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ ๗ เฉลิมพระเกียรติ” เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่ทรงเป็นดั่งแสงนำใจของประชาชนไทย และทรงเป็นแบบอย่างแก่ประชาชนชาวไทยในการรักษาสุขภาพและการออกกำลังกาย นอกจากนั้นยังส่งเสริมให้มีกิจกรรมป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง  

สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดไวรัส       โควิด 19 โดยเป็นการกระจายจุดเข้าร่วมกิจกรรมรณรงค์ทั่วประเทศ ผู้เข้าร่วมงานสามารถเลือกสนามใกล้บ้านท่านทั่วประเทศผ่านเว็บไซต์ ParkRunTHAILAND.com ซึ่งกิจกรรมจะมีตลอดเดือนตุลาคม 2564 ทุกเช้าวันเสาร์ (เริ่มตั้งแต่วันที่ 2, 9, 16, 23, 30 ต.ค.) เวลา 07.00 น. และจะมีพิธีมอบรางวัลถ้วยพระราชทานอย่างเป็นทางการ ในวันเสาร์ที่ 30 ตุลาคม 2564 

จึงขอเชิญผู้รักสุขภาพทุกท่านสมัครร่วมงานดังกล่าว ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2564 (หรือจนกว่าจะเต็ม) ค่าสมัครท่านละ 200 บาท (รับเสื้อยืด ผ้าขนหนู และวารสาร ThaiJogging ฉบับความรอบรู้เรื่องสโตรค ส่งฟรีถึงบ้าน) พิเศษ สำหรับผู้สมัคร 500 บาท รับเพิ่มเสื้อยืดคอปกอีก 1 ตัว (ของที่ระลึกมีจำนวนจำกัด) โดยรายได้จากการจัดงานนำเข้าศิริราชมูลนิธิ กองทุน “เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต D3806” เพื่อสนับสนุนการรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองในประเทศไทยต่อไป  ผู้สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครได้ที่ https://www.thaijogging.org/event/8367613296774J2PXU1C

LT by COTTO ร่วมสนับสนุน ให้เรื่องพื้น พื้น ของผู้สูงวัย เป็นพื้นที่ที่ดีที่สุดของครอบครัว

จากการประมาณการว่า ปี 2564  นี้ ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย หรือ Aging Society โดยสมบูรณ์ ซึ่งถ้าเป็นก่อนหน้าที่จะมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 เข้ามาสั่นคลอนวิถีชีวิตของคนไปทั่วโลก หากมีคนบอกเราว่า โลกของเรากำลังเต็มไปด้วย “ ผู้สูงอายุ ” ฟังครั้งแรกคงจะรู้สึกหดหู่   แต่ในความเป็นจริง คนที่อยู่ข้าง ๆ เรา ก็เต็มไปด้วยผู้สูงอายุ และเราก็ไม่เคยรู้สึกหดหู่เลย ในทางกลับกันหลายครอบครัว ผู้สูงอายุเป็นเสมือนศูนย์รวมจิตใจของสมาชิกในครอบครัว 

การเตรียมรับสถานการณ์ที่เราจะมีผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้เกิดการพัฒนาและเตรียมมาตรการอะไรหลาย ๆ อย่างเกิดขึ้นในสังคมเพื่อเตรียมรองรับ บ้านไหนที่มีผู้สูงอายุ ก็เริ่มมองหาวิธีการปรับปรุงพื้นที่ใช้สอยภายใน ให้ปลอดภัยและสะดวกสบาย เหมาะสมต่อสภาพการใช้งาน และลดความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดอันตราย โดยเฉพาะปัญหาการลื่นล้มซึ่งเป็นอุบัติเหตุที่พบบ่อยครั้ง และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตจำนวนไม่น้อย นับเป็นประเด็นสำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่ได้รับความสนใจ 



เพราะทุกพื้นที่มีความสำคัญ โดยเฉพาะการปรับปรุง พื้น หรือพื้นบ้านให้ผู้สูงวัย แอลที บาย คอตโต้
 (LT by COTTO) โดยบริษัท เอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) จึงตั้งใจรังสรรค์ผลิตภัณฑ์แผ่นปูพื้นคุณภาพ Smart Flexible รุ่นใหม่ ๆ ที่ดีเพิ่มมากขึ้น เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับคุณภาพชีวิตของ
คนไทยมาอย่างต่อเนื่อง   โดยล่าสุด แอลที บาย คอตโต้  ได้นำนวัตกรรมที่สุดถึงความเป็นอันดับ 1 ของโลกในด้านต่าง ๆ  ที่ ได้รับการรับรองจากองค์กรระดับสากล ไม่ว่าจะเป็นคุณสมบัติด้านสุขภาพ ความปลอดภัย และความแข็งแกร่ง รวมไปถึงความสวยงามของงานออกแบบลายไม้ ที่เรียบหรู ให้สัมผัสถึงอารมณ์ความเป็นธรรมชาติได้อย่างลงตัว รวมไว้ในคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด ชุด Soft +Floor Collection ที่ทำให้มั่นใจได้ว่า ทุกพื้นที่ของของแอลที บายคอดโต้ เป็น “พื้น” ที่ดีที่สุดสำหรับทุกสมาชิกในครอบครัว

พื้น ที่ดีที่สุดคือแบบไหน

ถ้าเราพูดถึงการปรับปรุงพื้น คุณสมบัติอันดับแรก ก็คงจะต้องเป็นเรื่องของความแข็งแรง เรียบ สม่ำเสมอ  แต่ในความเป็นจริง พื้นที่แข็งกลับไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด เพราะทุกครั้งที่เราเดิน ทำกิจวัตรไปมาในบ้าน  การเคลื่อนไหวจากข้อต่อกระดูกและกล้ามเนื้อต่างๆ ต่างได้รับแรงกระแทกที่สะท้อนกลับไปด้วย โดยที่เราไม่รู้ตัว  การเลือกวัสดุปูพื้นจึงต้องคำนึงถึงวัสดุปูพื้น ที่มีคุณสมบัติในการช่วยดูดซับแรงกระแทกด้วย  แอลที บาย คอตโต้ จึงได้นำนวัตกรรม Core multilayer structure ที่นอกจากจะสร้างความแข็งแกร่งให้คอลเลคชั่นSoft+ Floor แล้วยังผสมผสานความยืดหยุ่นที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะ และลดปัญหาระดับความสม่ำเสมอบนพื้นผิวด้วยโครงสร้างถึง 3 ชั้นเป็นรายแรกในโลก  ทำให้สามารถดูดซับแรงกระแทกและความยืดหยุ่น  ทนได้ดีกว่า 2.3 เท่า  เมื่อเทียบกับวัสดุปูพื้นไม้อื่น ๆ นอกจากนี้ ความหนาแน่นของเทคโนโลยีชั้น Layerที่หนาถึง 3 ชั้น ยังช่วยให้สัมผัสถึงความสบายเท้า และลดปัญหาความเสื่อมของข้อต่อของผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นด้วย  

พื้น ที่ดีที่สุด คือพื้นที่สะอาด ไม่สะสมเชื้อโรค

เพราะพื้น เป็นพื้นที่ส่วนล่างสุด ที่รองรับกิจกรรมต่าง ๆ ของสมาชิกภายในบ้าน ถ้าจะพูดว่า พื้น เป็นพื้นที่ที่รวมความสกปรกที่สำคัญของบ้าน ก็คงจะไม่ผิดนัก ซึ่งจะสังเกตเห็นได้ว่า ปัจจุบัน มีการนำนวัตกรรมที่หลากหลายมาใช้ เพื่อช่วยให้การทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัส เป็นเรื่องที่ง่ายและไม่ทำลายความสวยงามของตัววัสดุปูพื้นผิดด้วย นับเป็นครั้งแรกในโลกอีกเช่นกัน ที่แอลที บาย คอดโต้ คอลเลคชั่น  Soft+ Floor นำนวัตกรรมสารเคลือบ EPT Shield ทำให้พื้นผิวของสินค้าทำความสะอาดได้ง่าย  ทนทานต่อรอยขีดข่วน สีไม่ซีดจาง และไม่ปนเปื้อน  พร้อมทั้งใส่สาร Hygienic ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย   ที่ไม่เป็นอันตรายต่อเด็กเรวมไปถึงสัตว์เลี้ยง  

พื้น ตัวการสร้างเสียงรบกวน

ซึ่งทั้งหมดนี้ ก็น่าจะเพียงพอ สำหรับการจัดการเรื่อง พื้น พื้น สำหรับผู้สูงอายุ สมาชิกคนสำคัญของบ้าน แต่เชื่อว่าผู้สูงวัยหลายท่าน หรืออาจเป็นสมาชิกภายในบ้านเองนั่นแหล่ะ ที่ประสบปัญหาเสียงรบกวนยามดึก จากสมาชิกที่เดินทำกิจวัตรส่วนตัว โดยเฉพาะในบางช่วงเวลา ที่อาจส่งผลให้นอนไม่หลับไปได้ทั้งคืน การเลือกคุณสมบัติที่ดีของวัสดุปูพื้นในส่วนนี้ จึงอาจเป็นประเด็นสำคัญที่หลายคน “ลืม” ในการเลือกหาวัสดุปูพื้นในการปรับปรุงบ้าน 

ด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียดที่แอลที บาย คอตโต้ ตั้งใจมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดของ พื้น ส่งมอบให้กับสมาชิกในครอบครัว คอลเลคชั่น ชุด Soft+ Floor ของ แอลที บาย คอตโต้ ชุดนี้ จึงได้ใช้นวัตกรรมแบบ Core SoundProtec  Technology ที่ได้รับรางวัลการันตีระดับโลก Quiet Mark มาผสมผสานกับ โครงสร้างของ Soft+ ที่ประกอบด้วย Cushion Layer ที่มีความหนาแน่นสูง ส่งผลให้ Soft+ Floor คอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดของแอลที บาย คอตโต้ ชุดนี้ ที่นอกจากจะให้สัมผัสที่นุ่มสบายเท้าแล้ว  ยังช่วยลดเสียงรบกวน จากสัมผัสที่กระทบพื้น หรือการเดินสัมผัส ช่วยสร้างความสุขให้การใช้ชีวิตบนพื้นที่ส่วนตัวได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น  ไม่นับรวมถึงความสวยงามจากนวัตกรรมการสร้างพื้นผิวสัมผัสแบบ Premium Natural Matt กับวัสดุแผ่นปูพื้นแบบ Smart Flexible เป็นรายแรกของโลก ผสมผสานกับนวัตกรรมแบบ EIR-Embossed In Register ช่วยอวดลวดลายร่องลึกของลายไม้ ที่มากับพร้อมกับลายไม้ขนาดยาวแบบ Grande Design ช่วยเพิ่มเติมความหรูหรา งดงาม สัมผัสถึงอารมณ์เสมือนไม้ธรรมชาติ เพื่อส่งมอบ “พื้น” ที่ดีที่สุด เป็นของขวัญให้สมาชิกคนสำคัญของบ้าน ในวาระที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ สังคมผู้สูงวัยอย่างเป็นทางการ 

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถหาข้อมูลสินค้าและแรงบันดาลใจในการตกแต่งห้องเพิ่มเติมได้ที่ www.ltbycotto.com หรือที่ www.cottolife.com    Line Official Account : @COTTOlife>>

รางวัล สุดยอดนวัตกรรมสินค้าและบริการแห่งปี 2564 PRODUCT INNOVATION AWARDS 2021

นิตยสาร Business+ และ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมจัดงานมอบรางวัล สุดยอดนวัตกรรมสินค้าและบริการแห่งปี 2564 PRODUCT INNOVATION AWARDS 2021

นิตยสาร Business+ ในเครือบริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ร่วมกับวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดงานมอบรางวัล สุดยอดนวัตกรรมสินค้าและบริการแห่งปี 2564 PRODUCT INNOVATION AWARDS 2021 เพื่อเป็นแบบอย่างความสำเร็จในการพัฒนาสินค้าหรือบริการที่มีนวัตกรรม จนสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ผ่านการคัดเลือกจากผู้ทรงคุณวุฒิ และการโหวตจากผู้บริโภค รวม 40 รางวัล ใน 12 ประเภทสินค้าและบริการ

งานมอบรางวัลสุดยอดนวัตกรรมสินค้าและบริการแห่งปี 2564 PRODUCT INNOVATION AWARDS 2021   ฯพณฯ นุรักษ์ มาประณีต องคมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานมอบรางวัลในงาน ในรูปแบบ Virtual Event พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สุภรักษ์ สุริยันเกียรติแก้ว ผู้ช่วยคณบดีหน่วยธุรกิจและสังคมสัมพันธ์ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล, คุณมนู เลียวไพโรจน์ ประธานกรรมการ บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) และผู้บริหารจาก 40 องค์กรที่ได้รับรางวัล ร่วมงานอย่างสมเกียรติ 

ฯพณฯ นุรักษ์ มาประณีต องคมนตรี กล่าวว่า “การที่องค์กรจะอยู่รอดและเติบโตอย่างยั่งยืนได้นั้น คนส่วนใหญ่มองว่า เป็นเรื่องของการตลาด แต่หัวใจสำคัญของสินค้าหรือบริการที่ดี ผู้บริโภคซื้อซ้ำบ่อยๆ กลายเป็นกิจวัตรนั้น มาจากคำว่า 'นวัตกรรม' เพียงแต่การมองนั้น มุมมองของแต่ละคนมองอย่างไร เพราะในความเป็นจริง ทุกธุรกิจสามารถคิด Disruptive Innovation ได้ อย่างที่องค์กรธุรกิจที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ ผมเชื่อว่าทุกสินค้าหรือบริการผ่านกระบวนการคิด สังเคราะห์และผลิตออกมาจำหน่ายแก่ผู้บริโภค และผู้บริโภคก็มั่นใจว่า มีคุณค่าจากนวัตกรรม             

“งานมอบรางวัลสุดยอดนวัตกรรมสินค้าและบริการแห่งปี 2564 หรือ BUSINESS+ PRODUCT INNOVATION AWARDS 2021 เป็นงานหนึ่งที่เกิดจากความร่วมมือของภาคเอกชนและภาคการศึกษา ในการขับเคลื่อนและส่งเสริมสังคมไทย ให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการที่ตรงกับความต้องการของตลาด ผ่านการคัดเลือกสินค้าและบริการที่มีแนวคิดใหม่ ๆ และช่วยสร้างความตื่นตัวให้แก่คนไทยทุกคนต่อไป”

คุณมนู เลียวไพโรจน์ ประธานกรรมการ บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “งานมอบรางวัลสุดยอดนวัตกรรมสินค้าและบริการแห่งปี 2564 หรือ BUSINESS+ PRODUCT INNOVATION AWARDS 2021 ดำเนินการโดยนิตยสาร BUSINESS+ ร่วมกับวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล สำรวจและคัดเลือกแบรนด์สินค้าและบริการใน 12 ประเภทกลุ่มอุตสาหกรรม นำมาวิจัย วิเคราะห์ และเข้าสู่ขั้นตอนการโหวตจากผู้บริโภค โดยกลุ่มตัวอย่างจำนวน 5,000 ราย เพื่อมอบรางวัลให้แก่สุดยอดสินค้าแห่งปี และอย่างที่ทราบว่า จากนี้เป็นโจทย์หินสำหรับทุกองค์กร จากวิกฤต COVID-19 ซึ่งเส้นทางธุรกิจแต่ละแห่งได้พิสูจน์ความสามารถการแข่งขัน ควรค่ากับรางวัล BUSINESS+ PRODUCT INNOVATION AWARDS 2021 ทั้ง 40 องค์กรที่ชนะเลิศในสาขาต่างๆ ในปีนี้”


ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สุภรักษ์ สุริยันเกียรติแก้ว ผู้ช่วยคณบดีหน่วยธุรกิจและสังคมสัมพันธ์ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า โลกหลังยุควิกฤติโควิด จะทำให้เราได้จะเห็นการเปลี่ยนแปลงทางด้านนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง นวัตกรรมจะเข้ามามีบทบาทอย่างมากต่อองค์กร ไม่ว่าในสายงานใดก็ตาม การพัฒนาทางด้านนวัตกรรม เป็นกระบวนการที่เราต้องให้ความสำคัญกับงานวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับที่ CMMUให้ความสำคัญมาตลอด 25 ปี  ดิฉันเชื่อมั่นว่า การมอบรางวัล BUSINESS+ PRODUCT INNOVATION 2021 จะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการส่งเสริมให้ผู้ผลิตในภาคธุรกิจต่างๆ เล็งเห็นความสำคัญ ของการพัฒนาด้านนวัตกรรม เพื่อมุ่งไปสู่ประโยชน์ของทุกคนในสังคม และเป็นเรื่องน่ายินดี ที่เราเห็นความร่วมมือ จากพันธมิตรในทุกภาคส่วน ในงานมอบรางวัล BUSINESS+ PRODUCT INNOVATION 2021 นี้”
             
รางวัลสุดยอดนวัตกรรมสินค้าและบริการแห่งปี 2564 PRODUCT INNOVATION AWARDS 2021
แบ่งหมวดประเภทของสินค้าและบริการ แบ่งออกเป็น 12 ประเภท ประกอบด้วย 1. สินค้าเพื่อสุขภาพ
และความงาม 2. แฟชั่นและเครื่องประดับ 3.สินค้าอุปโภค 4. สินค้าบริโภค 5. ยานยนต์ 6. การบริการ 7. เทคโนโลยีสารสนเทศ 8. สินค้าไลฟ์สไตล์ 9. อสังหาริมทรัพย์ 10. การเงิน-การลงทุน 11. ประกันชีวิต
และประกันภัย และ 12. กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า

รายชื่อ 40 องค์กรที่เข้ารับรางวัลสุดยอดนวัตกรรมสินค้าและบริการแห่งปี 2564
PRODUCT INNOVATION AWARDS 2021 ประกอบด้วย 

1.รางวัลประเภทบริการทางการเงิน ผลิตภัณฑ์ บัตรติดล้อ บมจ.เงินติดล้อ

2.รางวัลประเภทการเงินและการลงทุน กลุ่มแอปพลิเคชันทางการเงิน
ผลิตภัณฑ์ LINE BK บริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด

3.รางวัลประเภทบริการกลุ่มบริการขนส่ง ผลิตภัณฑ์ บริการขนส่ง Best Express
บริษัท เบสท์ โลจิสติกส์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด

4.รางวัลประเภทบริการ กลุ่มบริการทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์ บริการทางการแพทย์
Samitivej Virtual Hospital โรงพยาบาลสมิติเวช

5.รางวัลประเภทกลุ่มสถานีบริการน้ำมัน ผลิตภัณฑ์ สถานีบริการน้ำมัน PT
บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน)

6.รางวัลประเภทประกันชีวิตและประกันภัย กลุ่มการบริการ Aplication
ผลิตภัณฑ์ แอปพลิเคชัน MTL Click บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)

7.รางวัลประเภทประกันชีวิตและประกันภัย กลุ่มประกันสุขภาพ
ผลิตภัณฑ์ โครงการเอ็กซ์ตร้า แคร์ พลัส บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)

8.รางวัลประเภทประกันชีวิตและประกันภัย กลุ่มประกันชีวิตควบการลงทุน
ผลิตภัณฑ์ เอไอเอ อินฟินิท เวลท์ เพรสทีจ (ยูนิต ลิงค์) เอไอเอ ประเทศไทย

9.รางวัลประเภทประกันชีวิตและประกันภัย กลุ่มประกันภัยทรัพย์สิน ผลิตภัณฑ์ กรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน Drone Inspection Service with Thermoscan บริษัท ซมโปะ ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

10.รางวัลประเภทกลุ่มประกันออนไลน์ ผลิตภัณฑ์ FWD Easy E-CANCER
บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)

11.รางวัลประเภทผลิตภัณฑ์ทางด้านอุปโภคยอดเยี่ยมแห่งปี
ผลิตภัณฑ์ เครื่องกรองน้ำ COWAY NEO PLUS บริษัท โคเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด

12.รางวัลประเภทยานยนต์ กลุ่มฟิล์มกรองแสงรถยนต์ ผลิตภัณฑ์ ฟิล์มกรองแสงรถยนต์
ลามิน่า ดิจิทัล เซราแมทริกซ์ บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด 

13.รางวัลประเภทยานยนต์ กลุ่มยางรถยนต์ ผลิตภัณฑ์ ยางรถยนต์ MICHELIN PRIMACY 4
บริษัท สยามมิชลิน จำกัด

14.รางวัลประเภทยานยนต์ กลุ่มรถยนต์ปิคอัพ ผลิตภัณฑ์ New Nissan NAVARA
บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด

15.รางวัลประเภทยานยนต์ กลุ่มรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ผลิตภัณฑ์ Nissan ALMERA
บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด

16.รางวัลประเภทยานยนต์ กลุ่มผลิตภัณฑ์รถยนต์พลังงานทางเลือก “MG HS PHEV”
ผลิตภัณฑ์ MG HS PHEV บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด

17.รางวัลประเภทสุขภาพและความงาม กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ
ผลิตภัณฑ์ คิวมินซี (QminC) บริษัท เทรา ฟู้ด แอนด์ เบฟเวอเรจ จำกัด

18.รางวัลประเภทสุขภาพและความงาม กลุ่มเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ ด็อกเตอร์ เจล คอนเซนเทรต
ไบรท์เทนนิ่ง ดีลักซ์ ครีมบริษัท ด็อกเตอร์ เจล จำกัด ภายใต้ กลุ่มธุรกิจออกานิกส์ กรุ๊ป

19.รางวัลประเภทอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มคอนโดมิเนียม ผลิตภัณฑ์ คอนโดมิเนียม แบรนด์ ไนท์บริดจ์ (KnightsBridge) บริษัท พาร์ค ลักชัวรี่ จำกัด ในเครือบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)

20.รางวัลประเภทอุปโภค กลุ่มผลิตภัณฑ์สี ผลิตภัณฑ์ สีเบเยอร์ คูล กลุ่มบริษัทสีเบเยอร์

21.รางวัลประเภทอุปโภค กลุ่มอุปกรณ์แม่และเด็ก ผลิตภัณฑ์ เป้อุ้มเด็ก i-angel
บริษัท จิณณ์ แอนด์ แฟมิลี่ จำกัด

22.รางวัลประเภทไลฟ์สไตล์ กลุ่มนวัตกรรมหุ่นยนต์ดูดฝุ่นและถูพื้นอัจฉริยะ
ผลิตภัณฑ์ Roborock S7 หุ่นยนต์ดูดฝุ่นและถูพื้นอัจฉริยะ แบรนด์โรโบร็อค บริษัท มาร์เก็ตติ้ง 1688 จำกัด

23.รางวัลประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า กลุ่มผลิตภัณฑ์ตู้เย็น ผลิตภัณฑ์ ตู้เย็น Haier
บริษัท ไฮเออร์ อีเลคทริคอล แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด

24.รางวัลประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องซักผ้า
ผลิตภัณฑ์ เครื่องซักผ้า Haier บริษัท ไฮเออร์ อีเลคทริคอล แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด

25.รางวัลประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศ ผลิตภัณฑ์ เครื่องปรับอากาศ Carrier Color Smartบริษัท บี.กริม แคเรียร์ (ประเทศไทย) จำกัด

26.รางวัลประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า กลุ่มผลิตภัณฑ์โทรทัศน์ (ทีวี) ผลิตภัณฑ์ LG OLED TV บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด

27.รางวัลประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า กลุ่มเครื่องฟอกอากาศ
ผลิตภัณฑ์ เครื่องฟอกอากาศ ชาร์ป บริษัท ชาร์ป ไทย จำกัด

28.รางวัลประเภทแฟชั่นและเครื่องประดับ กลุ่มผลิตภัณฑ์ประเภททองคำ
ผลิตภัณฑ์ ทองคำ บริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด

29.รางวัลประเภทไลฟ์สไตล์ กลุ่มที่นอนและเครื่องนอน
ผลิตภัณฑ์ ที่นอน LINCON รุ่น UNICORN บริษัท รุ่งแสงไทย อินเตอร์แมทเทรส จำกัด

30.รางวัลประเภทไลฟ์สไตล์ กลุ่มแผ่นลามิเนตต้านเชื้อไวรัส
ผลิตภัณฑ์ แผ่นลามิเนตต้านเชื้อไวรัส บริษัท กรีนแลม เอเชีย แปซิฟิค (ประเทศไทย) จำกัด

31.รางวัลประเภทเทคโนโลยี กลุ่มผลิตภัณฑ์จัดเก็บและประมวลผลข้อมูล Enterprise HDD
ผลิตภัณฑ์ Seagate Exos บริษัท ซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด

32.รางวัลประเภทเทคโนโลยี กลุ่มผลิตภัณฑ์โน้ตบุ๊ก ผลิตภัณฑ์โน้ตบุ๊ก PREDATOR
บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด

33.รางวัลประเภทเทคโนโลยี กลุ่มบริการสื่อสารโทรคมนาคม ผลิตภัณฑ์ การบริการสื่อสารและโทรคมนาคม 5G บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)

34.รางวัลประเภทเทคโนโลยี กลุ่มอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคม LUCKY POLE บริษัท ยูไนเต็ด เทคโนโลยี เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (UTE)

35.รางวัลประเภทเทคโนโลยี กลุ่มโทรศัพท์เคลื่อนที่ระดับพรีเมี่ยม
ผลิตภัณฑ์ HUAWEI Mate 40 Pro บริษัท Huawei Consumer Business Group (Thailand)

36.รางวัลประเภทเทคโนโลยี กลุ่มโทรศัพท์เคลื่อนที่ The Best Budget Gaming Smartphone
ผลิตภัณฑ์ Infinix HOT 10S อินฟินิกซ์ ไทยแลนด์

37.รางวัลประเภทเทคโนโลยี กลุ่มผลิตภัณฑ์จัดเก็บและประมวลผลข้อมูลประเภท Internal SSD ผลิตภัณฑ์ WD_BLACK™ SN850 NVMe™ SSD บริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอ

38.รางวัลประเภทเทคโนโลยี กลุ่มผลิตภัณฑ์จัดเก็บและประมวลผลข้อมูลประเภท External SSD ผลิตภัณฑ์ WD My PassportTM SSD บริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล

39.รางวัลประเภทเทคโนโลยี กลุ่มผลิตภัณฑ์จัดเก็บประเภท Flash Memory
ผลิตภัณฑ์ SanDisk ® iXpand ® Flash Drive Luxe บริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล

40.รางวัลประเภทเทคโนโลยี กลุ่มเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์ MINE SMART FERRY
บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน)

พม. จับมือสภากาชาดไทย และ กทม. เร่งฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 พร้อมมอบถุงยังชีพ “ถุงกำลังใจ” ให้กลุ่มเปราะบาง ย่านบางบอน

 

วันนี้ (28 ก.ย. 64) เวลา 10.00 น. นายชูรินทร์ ขวัญทอง หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (หน.ผต.พม.) ลงพื้นที่ ณ วัดนินสุขาราม เขตบางบอน  กทม. เพื่อตรวจเยี่ยมการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้กับกลุ่มเปราะบางซึ่งมีความเสี่ยงสูง พร้อมมอบถุงยังชีพ “ถุงกำลังใจ” ประกอบด้วยเครื่องอุปโภคบริโภคและยารักษาโรคที่จำเป็น อีกทั้งให้กำลังใจทีมแพทย์บริการฉีด รวมทั้งได้นำคณะเจ้าหน้าที่กระทรวง พม. และอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ในพื้นที่เขตบางบอน ร่วมอำนวยความสะดวกกลุ่มเปราะบางที่เข้ารับการฉีดวัคซีน

 นายชูรินทร์ ขวัญทอง กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ระลอกใหม่ ที่ส่งผลกระทบต่อสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ  โดยเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2564 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย พระราชทานพระราชวโรกาสให้นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย นำนายหยาง ซิน อัครราชทูตที่ปรึกษา สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เป็นผู้แทนสภากาชาดจีน เฝ้าทูลละอองพระบาทน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 “ซิโนฟาร์ม” จำนวน 100,000 โดส เพื่อให้สภากาชาดไทยนำไปให้บริการฉีดแก่ประชาชน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งสภากาชาดไทยได้จัดสรรวัคซีน “ซิโนฟาร์ม” จำนวน 10,000 โดส ให้กับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยร่วมกับกรุงเทพมหานคร จัดตั้งจุดบริการฉีดวัคซีนในชุมชน และจัดชุดบริการเคลื่อนที่สำหรับกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ คนพิการ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และหญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ กทม. โดยเฉพาะในชุมชนที่ยังเข้าไม่ถึงวัคซีน

 





นายชูรินทร์ ขวัญทอง กล่าวต่อไปว่า สำหรับวันนี้ (28 ก.ย.64) กระทรวง พม. ร่วมกับสภากาชาดไทย และกรุงเทพมหานคร โดยสำนักอนามัยและสำนักงานเขตบางบอน รวมทั้ง อพม. ในพื้นที่เขตบางบอน ได้บูรณาการลงพื้นที่ร่วมกัน ณ วัดนินสุขาราม เขตบางบอน กรุงเทพฯ เพื่อจัดตั้งจุดบริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในชุมชน และจัดชุดบริการเคลื่อนที่สำหรับกลุ่มเปราะบาง  ซึ่งในวันนี้ มีกลุ่มเปราะบาง ในพื้นที่เขตบางบอน และพื้นที่ใกล้เคียง เข้ารับการฉีดวัคซีนจำนวน 2,600 ราย อีกทั้งกระทรวง พม. ได้มอบถุงยังชีพ “ถุงกำลังใจ” ให้กับผู้ที่เข้ารับการฉีดวัคซีนทุกคน เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น



นายชูรินทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับกลุ่มเปราะบางและประชาชนประสบปัญหาทางสังคมและได้รับความเดือดร้อนจากผลกระทบของโควิด-19 สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่ 1) ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน พม. โทร. 1300 บริการ 24 ชั่วโมง 2) สายด่วนคนพิการ โทร. 1479 บริการ 24 ชั่วโมง และ 3) สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด และ อาสาสมัครพัฒนาสังคมฯ ในพื้นที่

The Marche by STYLE Bangkok งานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นมิติใหม่แบบ New Normal

DITP หนุนสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นเติบโตฟื้นฟูเศรษฐกิจ พร้อมจัด
The Marche’ by STYLE Bangkok 

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวระหว่างงาน แถลงข่าว
ซึ่งจัดขึ้น ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์แอทเซ็นทรัลเวิลด์ ว่า “อุตสาหกรรมไลฟ์สไตล์และแฟชั่นของไทย
มีศักยภาพและได้รับการยอมรับในเวทีโลก ทั้งด้านวัตถุดิบในการผลิตที่หลากหลาย และผู้ประกอบการไทยที่มีฝีมือปราณีต จนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ไทยที่มีความโดดเด่นทั้งในด้านดีไซน์และฟังก์ชั่นการใช้งาน และมีศักยภาพ ได้รับการยอมรับจากผู้ซื้อ/ผู้บริโภคทั่วโลกการส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง และในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2564 สินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่น สร้างมูลค่าการส่งออกรวมกว่า 2.4 แสนล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2563  ที่ผ่านมา”


รองอธิบดีฯ นันทพงษ์ เสริมว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้การจัดงาน STYLE Bangkok 2021 ซึ่งเดิมกำหนดไว้ในช่วงเดือนมีนาคมต้องเลื่อนออกไป ทางกรมฯ เล็งเห็นความสำคัญและโอกาสของสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นที่จะช่วยฟื้นฟูการเติบโตทางเศรษฐกิจ จึงจัด The Marche’ by STYLE Bangkok ขึ้นทดแทน

“การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME และเพื่อเร่งรัดการส่งออกยุค New Normal ให้ยังคงสามารถพบปะสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ และเจรจาการค้ากับผู้ซื้อกลุ่มเป้าหมาย กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จึงได้สร้างช่องทางและเวทีการค้าแบบไฮบริด ภายใต้โครงการ “The Marché by STYLE Bangkok” เพื่อให้ผู้ประกอบการ SME สามารถเข้าถึงตลาดทั้งในและต่างประเทศ และสร้างรายได้ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถฝ่าวิกฤติในครั้งนี้ไปให้ได้ ซึ่งเป็นไปตามแผนนโยบายหลักที่ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ให้แนวทางไว้”



กิจกรรมภายใต้โครงการ “The Marché by STYLE Bangkok” แบ่งออกเป็น 2 กิจกรรมหลัก คือ

กิจกรรมที่ 1 กิจกรรมจับคู่เจรจาการค้าออนไลน์ โดยมีทูตพาณิชย์ทั่วโลกเป็นผู้เชื่อมโยงการจับคู่ จัดขึ้นไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 23 - 25 สิงหาคมที่ผ่านมา 

กิจกรรมที่ 2 คือ งานแสดงสินค้า “The Marché by STYLE Bangkok”   ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่
6 - 10 ตุลาคม นี้ โดยภายในงาน จะมีการจัดแสดงสินค้าจากแบรนด์สินค้าคุณภาพส่งออกชั้นนำ ผู้ผลิตตัวจริงถึง 123 ราย ครอบคลุมสินค้าแฟชั่น เคหะสิ่งทอ เครื่องหนัง ของขวัญ ของชำร่วย ของตกแต่งบ้าน เครื่องใช้ในครัวเรือน เฟอร์นิเจอร์ ผลิตภัณฑ์สปา สินค้ามีดีไซน์ ตลอดจนสินค้าของเล่น และในช่วงที่ใกล้เทศกาลปีใหม่ ใครที่กำลังมองหาของขวัญพรีเมี่ยม ของขวัญปีใหม่ก็สามารถเลือกซื้อเลือกชมได้ภายในงาน นอกจากนี้ กรมฯ ให้ความสำคัญกับข้อปฏิบัติภายใต้มาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยมีการรักษาระยะห่าง มาตรการสุขอนามัย การจัดเตรียมจุดตรวจ
เช็คอุณหภูมิ จุดตรวจคัดกรอง เพื่อความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจแก่ผู้เข้าร่วมงานทุกท่าน



นอกจากนี้ ในวันพิธีเปิดงาน 6 ตุลาคม กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และบริษัทกลุ่มเซ็นทรัล จำกัด จะมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างกัน เพื่อร่วมสนับสนุนและผลักดันผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ทั้งในด้านการพัฒนา และสร้างช่องทางตลาดทั้งในและต่างประเทศผ่านกลุ่มธุรกิจเซ็นทรัล เป็นระยะเวลาถึง 5 ปี อีกด้วยครับ

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ

ภายในงานแถลงข่าว ยังมีการเสวนาในหัวข้อ “ก้าวต่อไปของสินค้าไลฟ์สไตล์ของไทย เดินต่ออย่างไร
ไม่ให้เป็นวงกลม” โดยวิทยากรที่มาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์เพื่อร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไลฟ์สไตล์ของไทยให้ตอบโจทย์วิถีชีวิตในยุค New Normal ได้แก่ คุณจิรชัย ตั้งกิจงามวงศ์ กรรมการผู้จัดการด้านการตลาดวิจัยและพัฒนา บริษัทอุตสาหกรรม ดีสวัสดิ์ จำกัด คุณภาณุเดช 

วัฒนสุชาติ นักแสดง พิธีกรและนักออกแบบตกแต่งภายใน และคุณธันยวัฒน์ ทั่งตระกูล Co-founder
บริษัทธาอีส อีโคเลทเธอร์ จำกัด พร้อมแฟชั่นโชว์นำโดยดารา/นายแบบสุดฮอต “ฟิลลิปส์ ทินโรจน์”

คลิป: The Marche  by STYLE Bangkok 

The Marche’ by STYLE Bangkok จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-10 ตุลาคมนี้ ณ เซ็นทรัลเวิลด์
ผู้สนใจสามารถเข้าชมงานแสดงสินค้าที่เซ็นทรัลเวิลด์หรือชมถ่ายทอดสดผ่านช่องทางออนไลน์
ในวันที่ 6 และ 7 ตุลาคมชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.stylebangkokfair.com
Facebook และ Instagram Style Bangkok Fair
หรือโทรสายตรงกรมการค้าระหว่างประเทศ 1169


27 กันยายน 2564

งานประกาศผล รางวัลทีวีสีขาว ครั้งที่ 2

“ใหม่-มาริโอ้” คว้านำหญิง-นำชาย “ทองเอกฯ” ละครดีเด่น

มูลนิธิจำนง รังสิกุล ด้วยการสนับสนุนจากกองทุนวิจัยและพัฒนา กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์
และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) จัดงานประกาศผลและมอบ “รางวัลทีวีสีขาว” ครั้งที่ 2 รางวัลแรกในวงการโทรทัศน์ไทยที่ผู้ดำเนินงานมอบให้ทั้งรางวัลเกียรติยศสัญลักษณ์ ดอกไพล และเงินสนับสนุนกำลังใจ ซึ่งรางวัลประเภทรายการดีเด่น 10 รางวัล ผู้ชนะจะได้รับรางวัลพร้อมเงินสดรางวัลละ 200,000 บาท สำหรับรางวัลประเภทบุคคล 10 รางวัล ผู้ชนะจะได้รับรางวัล และเงินสดรางวัลละ 100,000 บาท มูลค่ารวม 3,000,000 บาท (สามล้านบาทถ้วน) 

โดยพิจารณาจากผลงานที่ออกอากาศทางทีวีดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงาน กสทช.ระหว่างวันที่ 16 ตุลาคม 2562 ต่อจาก ทีวีสีขาว ครั้งที่ 1 ไปจนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2563 สำหรับละครที่ออกอากาศไม่จบเรื่องเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2562  และไม่ได้พิจารณาในงานครั้งที่ 1 แต่จะได้รับการพิจารณาในครั้งนี้ 
ซึ่งผลการตัดสินอันบริสุทธิ์ยุติธรรมจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิระดับนักวิชาการและนักสื่อสารมวลชน เทคะแนนให้ ทองเอกหมอยาท่าโฉลง ของผู้จัด  ปิยะ เศวตพิกุล และ ชุดาภา จันทเขตต์ ทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง 3 HD คว้ารางวัลละครดีเด่น ส่งผลให้ผู้กำกับ ชุดาภา ได้รับรางวัลผู้กำกับการแสดงดีเด่น และพระเอก มาริโอ เมาเร่อ คว้ารางวัลนักแสดงนำชายดีเด่น สำหรับรางวัลนักแสดงนำหญิงดีเด่น ตกเป็นของ ใหม่ เจริญปุระ ผู้ตีบทแตกกระจุยจากละครกรงกรรม ส่วนทีมละคร เลือดข้นคนจาง ได้รับรางวัล ทีมนักแสดงดีเด่น 


สำหรับงานประกาศผลรางวัลทีวีสีขาว ครั้งที่ 2 ได้จัดให้มีการบันทึกเทปเพื่อนำไปออกอากาศให้ผู้ชมได้
รับชมในวันจันทร์ที่ 27 กันยายน 2564 เวลา 23.00-00.30 น ทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง 3 HD ซึ่ง มูลนิธิจำนง รังสิกุล เชิญเพียงผู้ได้รับรางวัลในสาขาต่างๆเข้ารับรางวัลเท่านั้น โดยมี นายพยงค์  คชาลัย  ประธานมูลนิธิ  จำนง  รังสิกุล และ  นายนคร วีระประวัติ  หัวหน้าโครงการรางวัลทีวีสีขาวและรองประธานมูลนิธิฯ ให้การต้อนรับและแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัล สุกัญญา ไรวินท์ รับหน้าที่พิธีกรประกาศผลรางวัล
ทั้ง 2 ประเภท โดยผู้ที่ได้รับรางวัลให้เกียรติเข้ารับด้วยตัวเอง


สรุปผลการตัดสิน “รางวัลทีวีสีขาว” ครั้งที่ 2 ประเภทบุคคล จำนวน 10 รางวัล มีดังต่อไปนี้

1. รางวัลผู้ดำเนินรายการข่าวดีเด่น 

ได้แก่ ศรีสุภางค์ ธรรมาวุธ  จาก  รายการเจาะประเด็นข่าวค่ำ สถานีโทรทัศน์ ช่อง 7 HD 

 ผู้ขึ้นรับรางวัล : คุณศรีสุภางค์ ธรรมาวุธ  

2. รางวัล ทีมรายงานข่าวดีเด่น

ได้แก่ ทีมข่าว 7HD  จาก รายการข่าวเปิดเส้นทางทุจริตเงินอุดหนุนโรงเรียนปอเนาะ  สถานีโทรทัศน์ ช่อง 7 HD

ผู้ขึ้นรับรางวัล : คุณเตชะวัฒน์ สุขรักษ์

3. รางวัล พิธีกรหญิงดีเด่น 

ได้แก่ อรอุมา เกษตรพืชผล   จากรายการสถานีประชาชน   สถานีโทรทัศน์ Thai PBS ช่องหมายเลข 3

ผู้ขึ้นรับรางวัล : คุณอรอุมา เกษตรพืชผล   

4. รางวัล พิธีกรชายดีเด่น

ได้แก่ มาโนช พุฒตาล จาก  รายการสามัญชนคนไทย  สถานีโทรทัศน์  Thai PBS ช่องหมายเลข 3

ผู้ขึ้นรับรางวัล : คุณมาโนช พุฒตาล

5. รางวัล ผู้เขียนบทละครโทรทัศน์ดีเด่น 

ได้แก่ ศัลยา สุขะนิวัตติ์   จาก ละครก่อนอรุณจะรุ่ง สถานีโทรทัศน์ ช่อง GMM 25

ผู้ขึ้นรับรางวัล : คุณศัลยา สุขะนิวัตติ์

6. รางวัล ทีมสร้างสรรค์เพลงละครโทรทัศน์ดีเด่น 

ไดัแก่ เพลง กลางหัวใจ เนื้อร้อง ปิติ ลิ้มเจริญ  ทำนอง/เรียบเรียง หนึ่ง จักรวาล เสาธงยุติธรรม จาก ละคร

รักแลกภพ  สถานีโทรทัศน์ ช่อง One 31

ผู้ขึ้นรับรางวัล: คุณโชคชัย หมู่มาก

7. รางวัล ผู้กำกับการแสดงดีเด่น 

ได้แก่ ชุดาภา  จันทเขตต์  จาก ละครทองเอกหมอยา ท่าโฉลง  สถานีโทรทัศน์ ช่อง 3 HD

ผู้ขึ้นรับรางวัล : คุณชุดาภา จันทเขตต์

8. รางวัล ทีมนักแสดงดีเด่น 

ได้แก่ ทีมนักแสดง เลือดข้นคนจาง  จากละครเลือดข้นคนจาง  สถานีโทรทัศน์ ช่อง One 31

ผู้ขึ้นรับรางวัล : คุณคัทลียา แมคอินทอช , คุณธนภพ ลีรัตนขจร

9. รางวัล นักแสดงนำหญิงดีเด่น 

ได้แก่ ใหม่ เจริญปุระ จาก  ละครกรงกรรม   สถานีโทรทัศน์ ช่อง 3 HD

ผู้ขึ้นรับรางวัล : คุณใหม่ เจริญปุระ 

10. รางวัล นักแสดงนำชายดีเด่น 

ได้แก่ มาริโอ้  เมาเร่อ จาก ละครทองเอกหมอยาท่าโฉลง  สถานีโทรทัศน์ ช่อง 3 HD

ผู้ขึ้นรับรางวัล : คุณมาริโอ้  เมาเร่อ 

สำหรับผลการตัดสิน ประเภทรายการ 10 รางวัล มีดังนี้

1. ผลการตัดสินผู้ได้รับรางวัล รายการข่าวดีเด่น

จากรายการ TNNข่าวค่ำ สถานีโทรทัศน์ทีเอ็นเอ็น ช่อง 16

ผู้ขึ้นรับรางวัล : นายองอาจ ประภากมล (หัวหน้าคณะผู้บริหาร สายมีเดีย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยนิวส์ เน็ตเวิร์ค

2. ผลการตัดสินผู้ได้รับรางวัล รายการสารคดีดีเด่น 

จากรายการ อสท on TV สถานีโทรทัศน์ ช่อง 9 MCOT HD

ผู้ขึ้นรับรางวัล : คุณวินิจ รังผึ้ง  (บรรณาธิการนิตยสาร อสท)

3. ผลการตัดสินผู้ได้รับรางวัล รายการกีฬาสร้างสรรค์ดีเด่น

จากรายการ ศึกเรือยาวชิงจ้าวสายน้ำ สถานีโทรทัศน์  Thai PBS ช่องหมายเลข 3

ผู้ขึ้นรับรางวัล : คุณดำรงเกต ฤทธิ์เรืองเดช  (ผู้จัดการฝ่ายช่างภาพ)

4. ผลการตัดสินผู้ได้รับรางวัล รายการสำหรับเด็กและเยาวชนดีเด่น

จากรายการ Kid Rangers ปฏิบัติการเด็กช่างคิด  สถานีโทรทัศน์ Thai PBS ช่องหมายเลข 3

ผู้ขึ้นรับรางวัล : คุณวรินทรเนตร เติมศิริกมล  (ผู้ผลิตรายการ)

5. ผลการตัดสินผู้ได้รับรางวัล รายการสำหรับครอบครัวดีเด่น

จากรายการ ช่างประจำบ้าน สถานีโทรทัศน์ อมรินทร์ทีวี HD ช่อง 34

ผู้ขึ้นรับรางวัล : คุณกฤษฎี ปรีเลิศ

6. ผลการตัดสินผู้ได้รับรางวัล รายการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมดีเด่น

จากรายการ ไทยศิลป์ สถานีโทรทัศน์  Thai PBS ช่องหมายเลข 3

ผู้ขึ้นรับรางวัล : คุณคริษ อรรคราช  (ฝ่ายสารคดีและสารประโยชน์)

7. ผลการตัดสินผู้ได้รับรางวัล รายการปกิณกะดีเด่น

จากรายการ ยินดีที่ได้รู้จัก สถานีโทรทัศน์  Thai PBS ช่องหมายเลข 3

ผู้ขึ้นรับรางวัล : คุณสุวิกรม อัมระนันทน์  (พิธีกรรายการยินดีที่ได้รู้จัก)

8. ผลการตัดสินผู้ได้รับรางวัล รายการส่งเสริมการศึกษาหรือเทคโนโลยีดีเด่น

จากรายการ Win Win WAR Thailand Season 2 สถานีโทรทัศน์ อมรินทร์ทีวี HD ช่อง 34

ผู้ขึ้นรับรางวัล : รศ.ดร.กฤษติกา คงสมพงษ์

9. ผลการตัดสินผู้ได้รับรางวัล รายการส่งเสริมชุมชนดีเด่น

จากรายการ คาราวานสำราญใจ สถานีโทรทัศน์ ช่อง 3 HD

ผู้ขึ้นรับรางวัล : คุณชาลอต โทณวนิก

10. ผลการตัดสินผู้ได้รับรางวัล รายการละครดีเด่น

จาก ละครทองเอกหมอยาท่าโฉลง สถานีโทรทัศน์ ช่อง 3 HD

ผู้ขึ้นรับรางวัล คุณปิยะ เศวตพิกุล และ ชุดาภา จันทเขตต์ ผู้จัดละคร 


รับชมเทปบันทึกภาพงานประกาศผลรางวัล ทีวีสีขาว ครั้งที่ 2 ได้ใน วันจันทร์ที่ 27 กันยายน 2564
เวลา 23.00-00.30 น.  ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

ติดตามรายละเอียดได้ที่ www.whitetvaward.com และ Facebook : WhiteTvAward

พม.จับมือ สภากาชาดไทย ให้บริการ“วัคซีนซิโนฟาร์ม”

กลุ่มเปราะบางชุมชนซอยรัชฏภัณฑ์

วันที่ 27 กันยายน 2564 เวลา 09.00 น. ณ บริเวณชุมชนซอยรัชฏภัณฑ์ นายกิตติ อินทรกุล รองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการให้บริการฉีดวัคซีน “ซิโนฟาร์ม” พร้อมมอบถุงกำลังใจ “เรามีเรา” แก่กลุ่มเปราะบางในชุมชนซอยรัชฏภัณฑ์

     นายกิตติ กล่าวว่า ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ระลอกใหม่ที่เกิดขึ้น ในปัจจุบันมีความรุนแรง และกระจายไปยังหลายพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อสภาพความเป็นอยู่ และการกระจายของเชื้อโรคแก่ประชาชนในชุมชน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย พระราชทานวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 “ซิโนฟาร์ม” ที่สภากาชาดจีนน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวาย เพื่อให้สภากาชาดไทยนำไปฉีดให้แก่ประชาชน ในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเร่งด่วน 



       
         กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่วมกับสภากาชาดไทย สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร และกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ร่วมกันค้นหากลุ่มเป้าหมายในชุมชนที่เป็นกลุ่มเปราะบาง พร้อมจัดชุดประสานงานฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 “ซิโนฟาร์ม” แก่กลุ่มเปราะบาง ได้แก่ ผู้ป่วยติดบ้าน ติดเตียง ผู้สูงอายุ ผู้พิการ หญิงตั้งครรภ์ ที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 12 สัปดาห์ขึ้นไป และยังไม่เคยได้รับการฉีดวัคซีนมาก่อน เป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก โดยมีเป้าหมายให้บริการ 8 เขตของกรุงเทพมหานคร ได้แก่ เขตบางบอน บางแค คันนายาว ธนบุรี ดินแดง ราชเทวี ทวีวัฒนาและคลองเตย ตั้งแต่วันที่ 18-30 กันยายน 2564




       สำหรับการฉีดวัคซีนในวันนี้ พม. โดย กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ พิจารณาคัดเลือกชุมชน “ชุมชนซอยรัชฎภัณฑ์” (ซอยหมอเหล็ง) เขตราชเทวี เป็นพื้นที่ดำเนินการ เนื่องจาก เป็นพื้นที่ดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน ภายใต้แนวคิด “1 กรม 1 พื้นที่พัฒนา” เป้าหมาย 331 ราย ประกอบด้วย ผู้สูงอายุ จำนวน 29 ราย ผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร์ 7 ราย ต่างด้าว 55 ราย และกลุ่มเปราะบาง คนไร้บ้าน คนไร้ที่พึ่ง และผู้มีรายได้น้อยที่ตกสำรวจและไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อน 240 ราย พร้อมนี้ พม.ยังส่งมอบถุงกำลังใจ “เรามีเรา” และกล่องกำลังใจ จากบริษัท เชฟรอนประเทศไทย สำรวจและผลิต จำกัด เพื่อส่งต่อความห่วงใยแก่ประชาชน และบรรเทาปัญหาเฉพาะหน้าในระยะวิกฤตินี้ นายกิตติ กล่าวในตอนท้าย