วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2563

Eat Drink Love Suvarnabhumi

เดอะ พาร์ค ไนน์ สุวรรณภูมิ  

วันนี้ Wefiethailand  อยู่ที่ เดอะ พาร์ค ไนน์ สุวรรณภูมิ  โรงแรมที่ผสานความผ่อนคลายภายใต้งานออกแบบเชิงสร้างสรรค์เข้ากับทำเลที่ตั้งอันสะดวกสบาย ใครที่กำลังมองหาที่พักใกล้ๆ เหนื่อยล้ามานาน วันนี้ wefiethailand  ขอพาเพื่อนๆ ไปชาร์จพลังกันแวะชมห้องพักเรียบๆ สไตล์มินิมอลด้วยโทนสีครีมขาว
แมทช์กับเฟอร์นิเจอร์ไม้ ที่ชวนให้หลงรักตั้งแต่ยังไม่ได้เปิดประตูเข้ามา ทุกห้องจะมีหน้าต่างให้เราได้ชมวิวในตอนเช้า ห้องพักดูคลีนๆ สบายตาให้ความรู้สึกอบอุ่น แสงแดดสาดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามายิ่งให้ความรู้สึกอบอุ่นและสบายใจไปอีกแบบ แบบที่อยากได้ห้องพักสไตล์อบอุ่น เรียบง่าย เห็นวิวธรรมชาติ
โดยรอบ ดูแล้วตอบโจทย์ทุกความต้องการครบวงจรของทั้งนักธุรกิจ นักท่องเที่ยว รวมถึงห้องประชุมสัมมนา และห้องอาหาร พร้อมบริการที่ได้มาตรฐาน ท่ามกลางบรรยากาศ สงบ ร่มรื่น และแวดล้อมด้วยธรรมชาติ บรรยากาศอันงดงาม ริมคลองประเวศบุรีรมย์ เชื่อมโยงบรรยากาศแบบบ้านริมคลองยุคเก่าเข้ากับงานออกแบบที่งดงามไม่เหมือนที่ใด 






หลังจากชมห้องพักแล้ว วันนี้เรามีโอกาสนั่งจิบกาแฟและร่วมทานอาหาร ตามคำเชิญของสุดยิดเชฟ
อภิสิทธ์  นิ่มทอง สุดยอดเชฟประจำ ห้องอาหาร อีท ดริ๊ง เลิฟ, โรงแรม เดอะ พาร์ค ไนน์ สุวรรณภูมิ

เมื่อมาถึง ขอแวะจิบกาแฟที่  Cuppers Cafe  ร้านคาเฟ่ บรรยากาศฟิลกู๊ด ที่ต้องไปเช็คอินอย่าลืมพกกล้องถ่ายรูปไปด้วยนะ  ที่นี่เรียกว่า เอาใจลูกค้าที่มาพักผ่อนหย่อนใจ  ใครมาแล้วต้องตกหลุมรัก กับบรรยากาศสบายๆ แต่ยังเต็มไปด้วยดีไซน์เก๋ไก๋ ยกขบวนความอร่อยมาเติมความสุขกันแบบไม่มีกั๊ก รับรองว่าฟินจนลืมเวลาอย่างแน่นอน  ให้รู้สึกเหมือนได้มาจิบกาแฟบ้านเพื่อน พร้อมบรรยากาศสงบ เป็นส่วนตัว ทั้งยังตอบโจทย์สายคาเฟ่ ด้วยกาแฟ เครื่องดื่ม และขนมเบเกอรี่ ให้เลือกอีกมากมาย  ที่สำคัญเหล่าคอกาแฟไม่ต้องน้อยใจ เพราะทางร้านพร้อมเสิร์ฟทั้ง Espresso Bar และ Slow Bar เอาใจนักดื่มกาแฟ มีมุมน่ารักๆ ให้สาวๆได้ถ่ายรูปเช็คอิน ระหว่างรอเมนูโปรดอีกด้วย บอกเลยว่าดีต่อใจ  สงบ และเป็นส่วนตัว เหมาะแก่การมาพักผ่อนหย่อนใจเป็นที่สุด การตกแต่งร้านที่ดูง่ายๆเรียบๆ เน้นต้นไม้ล้อมรอบ ในสไตล์ยุโรปโมเดิร์น กับโทนสีขาว สีไม้ และสีเขียว มานั่งที่นี่  แถมยังมีโมเมนต์ถ่ายรูปเช็คอินสวย ๆ ไว้อวดเพื่อนด้วย ครบขนาดนี้พลาดไม่ได้แล้ว

ใครไม่ชอบกาแฟ เลือกนั่งจิบชา Wefiethailand และขอแนะนำชุด Afternoon Tea Set ทานคู่กับ Singnature drinks เช่น CARAMEL MACCHIATO, STRAWBIZ JUNOS TEA, LYCHEE BLOSSOM เครื่องดื่ม
ที่นี่อร่อยและราคาไม่แพง คุ้มกว่านี้หาได้ที่ไหนอย่างแน่นอน?



Menu Afternoon Tea/399 Net.

Sandwich
Scone
Brownie
Chocolate Croissant
Tart
Prawn Cocktail
Creambrulee
Macaron
Tea Pot


ห้องอาหาร Eat Drink Love Suvarnabhumi  
พักจากคาเฟ่สักพัก แล้วแว้บมาหาอะไรอร่อยๆ กัน นอกจากที่โรงแรมนั่งแล้วได้บรรยากาศชิลๆ  ที่นี่ยัง
มีอาหารอร่อยๆ พร้อมเสิร์ฟตลอดวัน ในส่วนของการตกแต่งก็จัดว่าดีงาม

ฝีมือเชฟประจำโรงแรม เป็นห้องอาหารแบบออลเดย์ไดน์นิ่ง พร้อมเสิร์ฟความสุขส่งตรงความอร่อย ผ่านเมนูอาหารไทยแท้ๆรสชาติดั้งเดิม ที่ใครได้ลิ้มลองต้องร้องว้าว เพราะรสจัดจ้าน ครบเครื่องอย่างแน่นอน  จะมีเมนูไหนน่าทานกันบ้าง ตามเรามาดูทีละเมนูเลย บอกเลยว่าร้านนี้อาหารอร่อยจริงๆ เข้ากับรสนิยมของคนไทยอร่อยเกินคาด ติดใจเลย ไม่ว่าจะเป็น KhaophadMunNuea/ข้าวผัดมันเนื้อ, ปลาแบล็คคอดห่อสาหร่าย, สันในแกะย่างกับซอสพริกเขียว,กุ้งแม่น้ำย่างกับซอสพริกแกงแดง, ซุปใส่กุ้งสไตร์EDL, Roots salad(สลัดผักในดิน) ,ขนมปังฝรั่งเศสอบกรอบกับซัลซ่ามะเขือเทศและเฟตต้าชีส และ ตบท้ายด้วย สุดยอดขนมหวานอย่าง ข้าวเหนียวมะม่วง  พิเศษสุดตรงที่เชฟนำ น้ำมะม่วงน้าดอกไม้สุกปั้นกับเฟรสครีมให้มีเนื้อเนียนและเสริฟคูกับข้าวเหนียวมูลและไอครีมกะทิ

ขนมปังฝรั่งเศสอบกรอบกับซัลซ่ามะเขือเทศและเฟตต้าชีส / Bruschetta with tomato salsa and feta cheese ขนมปังฝรั่งเศสอบกรอบๆเสริฟคู่กับซัลซ่าสรูตพิเศษสไตร์ห้องอาหาร Eat Drink love และเฟตต้าชีสอร่อยๆ

สลัดผักในดิน/Roots salad
Service with beetroot, potatoes, carrot, Jerusalem artichoke and  lemon dressing เป็นการนำผักที่อยู่ในดินมาผสมผสานกับอย่างลงตัวและนำมาปรุ่งอย่างพิถีพิถันและเสริฟคู่กับเล่มอนซอสที่เข้ากันอย่างลงตัว

สลัดมอสซ่าเรลล่าชีสกับมะเขือเทศและโหรพาครัมเบิ้ล/Caprese with fresh mozzarella and basil crumb นำมะเขือเทศสายพันธ์ beef tomato ที่คัดมาอย่างดีมาปรุ่งรสกับน้ำมันมะกรอกและเสริฟพร้อมกับ Mozilla  chasse

 

ซุปใส่กุ้งสไตล์ EDL /Prawn and poached pumpkin Soup(  Eat Drink loveSoup
ซุปใส่กุ้งสไตล์์ EDL เป็นการนำซุปที่คุณแม่ทำให้ทานตอนสมัยเด็กเอามาประยุคให้เข้ากับสมัยใหม่โดยการนำกุ้งตัวโตๆมาเสริฟคู่กับผัดที่คัดสรรมาเป็นอย่างดีและก็ยังมีน้ำมันใบแมงลักที่ใส่มาในซุปที่ทานเข้ากันเป็นอย่างดี 

ข้าวผัดมันเนื้อ/KhaophadMunNuea
Stir-fried rice with rendering beef tallow topper and grilled Australian rib eye 
ข้าวผัดมันเนื้อโดยการใช้ที่นำเข้าจาก Australian ใช้ในส่วนของ rid eye นำมาย่างไฟให้สุกพอประมาณและเสริฟคู่กับน้ำจิ้มแจ๋มและข้าวผัดมันเนื้อที่มีส่วนผสมของเนื้อแดดเดียวที่ทำมาจากเนื้อ Australian
เช่นกัน

ปลาแบล็คคอดห่อสาหร่าย/Nori wrapped cod with poached leek, daikon and yuzu cream sauce
โดยการคัดสรรปลาแบล็คคอดที่เนื้อแน่นๆนำมาห่อกับสาหร่ายนำไม่นึ่งและเสริฟคู่กับยูสุครีมซอสต้นกระเทียมและหัวใช้เท้าตุ๋น 

สันในแกะย่างกับซอสพริกเขียว/Roasted lamb loin with green chilli gel
สันในแกะที่คัดสรรมาเป็นอย่างดีเสริฟคู่กับซอสพริกเขียวและผักชี้ไทยที่ผสมผสานเข้ากันเป็นอย่างดี

 

กุ้งแม่น้ำย่างกับซอสพริกแกงแดง/Grilled river prawn with red curry 
กุ้งแม่น้ำที่นำมาจากลุ่มน้ำตาปลีนำมาย่างไฟร้อนๆและเสริฟกับข้าวไรสเบอรี่ผัดกะปิและยังมีซอสพริกแกงแดงที่เข้ากันเป็นอย่างดี 



แมงโก้มูส/ Mango mousse with sticky rice       
น้ำมะม่วงน้าดอกไม้สุกปั้นกับเฟรสครีมให้มีเนื้อเนียนและเสริฟคูกับข้าวเหนียวมูลและไอครีม 

ลาเวนเดอร์มูส/Lavender mousse
โดยการนำช๊อคโกแลตขาวมาเคี่ยวกับดอกลาเวนเดอร์  ให้มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวและเสริฟคู่กับ
ลาเวนเดอร์ไอครีมที่กันเป็นอย่างดี

นอกจากนี้  ยังมีเมนูอื่นๆอีกเพียบ! น่ากินไปหมด Eat Drink Love สามารถรองรับได้จำนวน 100 ที่นั่ง
พร้อมให้บริการด้วยอาหารรูปแบบใหม่ที่ต้องลิ้มลอง นอกจากนี้ ยังมี Cuppers ให้บริการกาแฟสด ที่คัดสรรจากเมล็ดพันธุ์กาแฟคุณภาพเยี่ยม จาก แหล่งวัตถุดิบระดับโลกมาไว้ที่นี่ สามารถจิบกาแฟพร้อมเค้กหลากหลายรส ท่ามกลางธรรมชาติ 

โรงแรมเดอะ พาร์ค ไนน์ สุวรรณภูมิ
599, 599/1 ถ.ลาดกระบัง เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ 10520
โทร: +66 (2) 019 9111 เแฟกซ์: +66 (2) 119 2199
อีเมล: reservations.suv@theparknine.com

เว็บไซต์ www.theparknine.com/suvarnabhumi/
อีเมล์: reservations.suv@theparknine.com
เฟสบุ๊ค: https://www.facebook.com/TheParkNineSuvarnabhumi 


พิกัด : ถนนลาดกระบัง เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร
แผนที่ : https://goo.gl/maps/wGPQLPyay813SREx6

#TheParkNineSuvarnabhumi
#TheParkNine #Hotel #Airport
#theparkninehotel
#theparkninesuvarnabhumi
#airporthotel #suvarnabhumi


วันพุธที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2563

เคาน์เตอร์เซอร์วิส จับมือ วิริยะประกันภัย

นำร่อง “โครงการ All Insurance ยกความอุ่นใจ มาไว้ใกล้คุณ”
ร่วมส่งเสริมให้คนไทยเข้าถึงความคุ้มครองสุขภาพง่ายๆได้ที่ร้าน 7-11 พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษ

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2563 คุณสมพจน์ เจียมพานทอง รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด(มหาชน) ร่วมกับ คุณวีรเดช อัครผลพานิช รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด เปิดตัว “โครงการ All Insurance     ยกความอุ่นใจ มาไว้ใกล้คุณ” โดยโครงการนี้ถือเป็นความร่วมมืออันดีระหว่างทั้ง 2 องค์กร ที่ตั้งใจส่งเสริมให้ประชาชนไทย สามารถเข้าถึงความคุ้มครองประกันสุขภาพจากบริษัทประกันชั้นนำอย่างวิริยะประกันภัย ได้ง่ายๆที่ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ที่ร่วมโครงการ นำร่องที่ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น สาขา ซีพี ทาวเวอร์ สีลม ระหว่างวันที่ 28-30 ตุลาคม 2563 และร้านเซเว่นอีเลฟเว่น สาขา เอไอเอ แคปปิตอล เซ็นเตอร์ ระหว่างวันที่ 2-3 พฤศจิกายน 2563 โดยภายในบูธจะมีผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยที่พร้อมให้คำแนะนำการวางแผนประกันที่เหมาะกับคุณ และนอกจากนั้นยังจัดโปรโมชั่นสุดพิเศษถึง 3 ต่อ สำหรับลูกค้าที่ซื้อประกันในโครงการนี้ ต่อที่1 รับคูปองเงินสดเพื่อซื้อสินค้าที่ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น มูลค่า 300 บาท ต่อที่2 นำประกันโควิดของที่ไหนก็ได้มาแทนเงินสดสูงสุด 800 บาท และต่อที่3 รับฟรี ตุ๊กตาน้องหมีอุ่นใจ เคาน์เตอร์เซอร์วิส มูลค่า 750 บาท




คุณสมพจน์ เจียมพานทอง รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “โครงการนี้ถือเป็นความร่วมมือที่ดีระหว่างวิริยะ และ Counter Service ALL Insurance ที่จะทำให้คนไทยได้เข้าถึงประกันสุขภาพแผนพิเศษ Viriyah Healthcare by BDMS ซึ่งถือเป็นประกันสุขภาพที่เข้าใจง่ายด้วยราคาสบายๆเริ่มต้นเพียง 6,000 บาท ให้ความคุ้มครองสูงสุดถึง 700,000 บาท/ ปี สามารถเข้ารักษาได้ทุกโรงพยาบาลที่อยู่ในเครือ BDMS โดยไม่ต้องสำรองจ่าย สามารถสมัครได้ตั้งแต่อายุ 16 - 60 ปี ซึ่งมองว่าแผนประกันนี้จะสามารถตอบโจทย์ให้กับพนักงานออฟฟิศหรืออาชีพอิสระที่ต้องการเพิ่มเติมสวัสดิการความคุ้มครองประกันแบบเข้าใจง่ายและเหมาจ่ายต่อปี ลูกค้าที่สนใจสามารถหาซื้อได้ที่ร้านเซเว่นอีเลฟเว่นที่ร่วมโครงการ”

คุณวีรเดช อัครผลพานิช รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด กล่าวว่า “Counter Service  ALL Insurance เล็งเห็นถึงความสำคัญและห่วงใยในการเข้าถึงหลักประกันด้านสุขภาพของคนไทย เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล จึงได้ร่วมกับบริษัทประกันชั้นนำอย่างวิริยะประกันภัย จัดโครงการนี้ขึ้นมาเพื่อนำเสนอแผนประกันที่คุ้มครอง คุ้มค่า ราคาเพื่อคนไทย ซึ่งลูกค้าที่ซื้อประกันในโครงการนี้จะได้รับโปรโมชั่นพิเศษถึง 3 ต่อที่เคาน์เตอร์เซอร์วิสและวิริยะประกันภัยตั้งใจจัดมาให้ลูกค้าโครงการนี้โดยเฉพาะ ซึ่งโครงการนี้เป็นการต่อยอดเพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าถึงประกันผ่านช่องทาง ALL Insurance ที่มีแผนประกันหลากหลายประเภทให้ลูกค้าได้เลือกซื้อ ทั้งประกันสุขภาพประกันอุบัติเหตุ ประกันเดินทาง ประกันรถยนต์ พ.ร.บ. ต่อทะเบียน และอื่นๆอีกมากมาย ผ่านช่องทางหน้า
ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ทั่วประเทศกว่า 12,500 สาขา ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง หรือ
http://www.counterservice.co.th/allinsurance/ พร้อมรับความคุ้มครองและใบรับรองการทำประกันภัย ได้ทันที”

สนใจสอบถามรายละเอียด “โครงการ All Insurance ยกความอุ่นใจ มาไว้ใกล้คุณ”
ได้ที่ 02-071-2258 หรือ อีเมล csinsurance@counterservice.co.th

วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2563

กทม.เปิดพื้นที่ทั่วกรุงจัดยิ่งใหญ่ ลอยกระทงวิถีใหม่ สไตล์ New Normal

จุดไฮไลท์ สะพานพระราม 8 คลองโอ่งอ่าง และสวนสาธารณะทั้ง 30 แห่ง

กรุงเทพมหานคร เตรียมจัดยิ่งใหญ่ งานเทศกาลลอยกระทง ประจำปี 2563 ภายใต้แนวคิด  “ลอยกระทงวิถีใหม่ สไตล์ New Normal” เปิดพื้นที่ให้ประชาชนร่วมลอยกระทง เพื่ออนุรักษ์และสืบสานประเพณีไทย สืบทอดวิถีชีวิตของชุมชนที่มีต่อสายน้ำ และตระหนักถึงคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีไทยอันดีงาม เผยจุดไฮไลท์ สะพานพระราม 8 คลองโอ่งอ่าง และสวนสาธารณะทั่วกรุง ทั้ง 30 แห่ง   

นายเกรียงยศ สุดลาภา รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประธานแถลงข่าว การจัดงานเทศกาลลอยกระทง ประจำปี 2563  กล่าวว่า ปีนี้กรุงเทพมหานครกำหนดจัดงานลอยกระทงโดยเปิดพื้นที่หลักของกรุงเทพมหานคร    ให้ประชาชนได้ร่วมกิจกรรม เพื่อสืบสานประเพณีไทย และสืบทอดวิถีชีวิตของชุมชนที่มีต่อสายน้ำ โดยให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัย  มีการเว้นระยะห่าง พร้อมแจกหน้ากากอนามัยฟรี สำหรับประชาชนที่นำกระทงมาลงทะเบียน จำนวน 500 ท่านแรก พร้อมกันนี้ ห้ามจุดพลุ ดอกไม้เพลิง และมีการรณรงค์ใช้วัสดุธรรมชาติในการจัดทำกระทง 1 กระทง 1  ครอบครัว เพื่อลดปริมาณขยะ สำหรับกิจกรรมแต่ละจุดมีไฮไลท์ที่น่าสนใจแตกต่างกัน เช่น บริเวณสะพานพระราม 8 ฝั่งธนบุรี เขตบางพลัด จัดในวันเสาร์ที่ 31  ตุลาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 17.00 – 22.00 น.  มีการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย เช่น การแสดงเพลงฉ่อย การแสดงรำโทน การแสดงวงโปงลางอินเตอร์ การแสดงวงสุวรรณหงษ์ และ การแสดงจากศิลปินลูกทุ่งชื่อดัง อาทิ ลำไย ไหทองคำ  นอกจากนี้ยังมีการจัดโซน ตลาดโบราณย้อนยุค สัมผัสกับของเล่นโบราณ ของกินที่หาทานได้ยาก และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์กรุงเทพมหานคร (Bangkok Brand) ของดี 50 เขต  ทั้งสินค้าหัตถกรรม และอาหารดังจากทุกเขตของกรุงเทพมหานคร

อีกหนึ่งจุดสำคัญ คือ บริเวณคลองโอ่งอ่าง ช่วงสะพานหัน ที่สำนักงานเขตพระนคร ร่วมกับสำนักงานเขต สัมพันธวงศ์ จัดงานเทศกาลลอยกระทง ในระหว่างวันที่ 29-31 ตุลาคม 2563 ตั้งแต่เวลา17.00 น. เป็นต้นไป  ณ ริมคลองโอ่งอ่าง เขตสัมพันธวงศ์ และเขตพระนคร ช่วงสะพานหัน ถึง สะพานภาณุพันธุ์ ภายในงานมีกิจกรรมการประกวดหนูน้อยนพมาศ การแสดงศิลปวัฒนธรรม การแสดงดนตรีไทยและดนตรีร่วมสมัย และการสาธิตประดิษฐ์กระทง และ ดื่มด่ำกับบรรยากาศ ถนนคนเดินคลองโอ่งอ่าง Street Art และ Street Performance อีกมากมาย 

นอกจากนี้ กรุงเทพมหานคร มีการเปิดสวนสาธารณะ 30 แห่งทั่วกรุงเทพฯ ให้ประชาชนลอยกระทง โดยสำนักงานเขต ได้บูรณาการทำงานร่วมกับภาคประชาชนและเอกชน  ในการจัดงานเทศกาลลอยกระทงในพื้นที่ 50 เขต นอกจากนี้ยังได้เปิดสวนสาธารณะของกรุงเทพมหานคร จำนวน 30 แห่ง เพื่อให้ประชาชน
ได้เข้าไปลอยกระทง จนถึงเวลา 24.00 น. และยังมีหน่วยงานอื่นๆ รวมถึงภาคเอกชนจัดงานเทศกาลลอยกระทง ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้แก่  งาน River Festival 2020  เทศกาลสายน้ำแห่งวัฒนธรรมไทย  “รื่นเริง แสงศิลป์”



ปีนี้จัดกิจกรรมในวันที่ 29-31 ตุลาคม 2563 ณ 10 ท่าน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา ได้แก่ วัดโพธิ์ วัดอรุณฯ วัดระฆังฯ วัดกัลยาฯ วัดประยูรฯ ท่ามหาราช ยอดพิมาน ริเวอร์ วอล์ค ล้ง1919 สุขสยาม ณ ไอคอนสยาม
และเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์  ใกล้ที่ไหน ไปร่วมกิจกรรมได้ที่นั่นเลย

กระทรวงพาณิชย์ โดย GIT เปิดตัว เครื่องประดับเพื่อสุขภาพ ตอบโจทย์ความต้องการ เครื่องประดับที่มากกว่าความสวยงาม

กระทรวงพาณิชย์ โดยสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT เผยโฉมเครื่องประดับ ตอบโจทย์ทั้งทางด้านความสวยงามและทางด้านสุขภาพ พร้อมผลักดันอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย 

นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ได้มอบนโยบายในปีงบประมาณ 2564 ให้สถาบัน เร่งผลักดันอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ ในทุกมิติ อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน รวมทั้งกระตุ้นความต้องการในการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค และการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ ในฐานะการเป็นศูนย์กลางการค้าและการผลิตอัญมณีและเครื่องประดับที่สำคัญของโลก ซึ่งโครงการเครื่องประดับเพื่อสุขภาพ ถือได้ว่าเป็น หนึ่งในโครงการที่ได้มอบหมายให้กับสถาบันบูรณาการร่วมกับสถาบันการศึกษา อย่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เพื่อนำงานวิจัยและเทคโนโลยีด้านสุขภาพ มาสร้างสรรค์เป็นนวัตกรรมเครื่องประดับ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน  ทั้งยังเป็นการต่อยอดงานวิจัยให้สามารถนำมาพัฒนาในเชิงพาณิชย์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับอีกด้วย 






นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย รองผู้อำนวยการสถาบัน รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ กล่าวว่า ในปี 2563 นานาประเทศทั่วโลก นี้ต้องประสบกับปัญหาวิกฤตไวรัสโควิด 19 และประเทศไทยเองยังเผชิญกับปัญหามลภาวะ PM 2.5 ที่ส่งผลต่อปัญหาสุขภาพระยะยาว ซึ่งสภาวะเหล่านี้ ทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว และให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายสินค้าเพื่อสุขภาพมากยิ่งขึ้น ทางสถาบันจึงได้ดำเนินโครงการพัฒนาเครื่องประดับสุขภาพ เพื่อพัฒนาสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับให้มีประโยชน์ใช้สอย มากกว่าเพื่อความสวยงาม เช่น เครื่องประดับเพื่อสุขภาพ เครื่องประดับเพื่อความทรงจำ เป็นต้น 

สถาบัน ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เพื่อนำงานนวัตกรรมที่น่าสนใจมาร่วมพัฒนา และออกแบบร่วมกับ นักออกแบบเครื่องประดับและผู้ประกอบการ เป็นเครื่องประดับต้นแบบ โดยครั้งนี้ได้นำเทคโนโลยีที่ใช้ในเครื่องกำจัดฝุ่น PM 2.5 เพื่อนำมาใช้เป็นองค์ประกอบของเครื่องประดับ โดยมีหลักการทำงานคล้ายเครื่องฟอก-อากาศ เพื่อดักจับอนุภาคของฝุ่น PM 2.5 ทำให้อนุภาคฝุ่นเป็นกลางหล่นลงสู่พื้น คงเหลือแต่อากาศที่สะอาดปราศจากฝุ่นควันกลับสู่ธรรมชาติ มีความปลอดภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม และสามารถใช้งานได้จริง ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด โดยผลักดันจุดแข็งด้านงานวิจัยมาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์การออกแบบ สร้างเป็นเอกลักษณ์เฉพาะแบรนด์ เป็นการสร้างคุณค่า และมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับให้มีคุณสมบัติที่เป็นมากกว่าเครื่องประดับทั่วไป อีกทั้งยังได้มีการออกแบบเครื่องประดับเพื่อสุขภาพเพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บ และ ช่วยในการเคลื่อนไหว อาทิ แหวนกันนิ้วล็อค และ เครื่องพยุงกล้ามเนื้อเพื่อช่วยในการเดิน เป็นต้น 




รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี กล่าวว่า “มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี โดยเทคโนธานี  มหาวิทยาลัยมีความยินดีที่ให้การสนับสนุนในด้านการประสานงานการปรับแปลงวงจรของเครื่องฟอกอากาศ โดยได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมไปสู่การผลิต ซึ่งเป็นภารกิจหนึ่งของมหาวิทยาลัย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้แก่ภาคเอกชน รวมทั้งผู้ประกอบการให้สามารถแข่งขันและขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งสนับสนุนให้เกิดการพัฒนางานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรมของตนเองอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนการนำผลงานวิจัยมาถ่ายทอดให้คำปรึกษาเชิงลึก พร้อมผลักดันให้เกิดการนำผลงานวิจัยสิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรมที่เกิดขึ้นภายในมหาวิทยาลัยไปสู่การใช้ประโยชน์ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาของสังคมและประเทศ ซึ่งการได้ร่วมมือกับ GIT ถือได้ว่าเป็นโอกาสที่ดีที่ได้ต่อยอดงานวิจัยให้เกิดผลผลิตที่แท้จริง”







นอกจากนี้ นายสุรศักดิ์ มณีเสถียรรัตนา หนึ่งในนักออกแบบ และ นักวิจัยอิสระ ที่ได้ร่วมออกแบบผลิตภัณฑ์ต้นแบบในโครงการ Beyond Jewelry ได้เสริมถึงแรงบันดาลใจในการออกแบบว่า “แรงบันดาลใจในการออกแบบครั้งนี้ ถอดแบบจากการทำงานของเครื่องฟอกอากาศ ที่ใช้หลักการของประจุบวก และ ประจุลบ (ION) ของน้ำ ซึ่งอยู่รอบตัวเรา มาเป็นแรงบันดาลในการออกแบบ สร้องคอ ต่างหู และสร้อยข้อมือ โดย
ใช้เทคนิคการออกแบบให้มีความน่าสนใจ โดย คอลเลคชั่น Water Harmony I ใช้เทคนิคความสมมาตร
ทั้งซ้าย และ ขวา ซึ่งส่งให้เครื่องกรองอากาศมีความโดดเด่น และเปล่งประกายดังอัญมณี ส่วน Water Harmony II ใช้แนวคิดของการออกแบบที่ไม่มีความสมมาตร มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน และใช้เทคนิคที่ชื่อ Slice & Lock  เพื่อให้ผู้ใส่สนุกกับการสวมใส่เครื่องประดับมากขึ้น 

นอกจากนี้ GIT ยังมีผลงานที่น่าสนใจอื่นๆ อีกมากมายที่พร้อมเผยโฉมและจะทำให้คุณมอง
เครื่องประดับเปลี่ยนไป

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ :  02 634 4999 ต่อ 635 - 642


“พมจ.สิงห์บุรี จับมือ ท้องถิ่น” ร่วมจัดตั้งศูนย์บริการคนพิการทั่วไป

เพื่อให้คนพิการและครอบครัวเข้าถึงสิทธิประโยชน์ และสวัสดิการตามกฎหมายกำหนด

จังหวัดสิงห์บุรี โดย สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสิงห์บุรี จัดทำบันทึกความร่วมมือ (MOU)   ว่าด้วยการจัดตั้งศูนย์บริการคนพิการทั่วไประหว่าง สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดสิงห์บุรี และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 42 แห่งในจังหวัดสิงห์บุรี เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการและครอบครัวอย่างทั่วถึง เป็นธรรม เสมอภาค

วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม 2563 เวลา 13.00 น. ณ บริเวณหน้าห้องประชุมขุนสรรค์ พันเรือง ชั้น 5 ศาลากลาง     จังหวัดสิงห์บุรี (หลังใหม่) นายชำนาญวิทย์ เตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานและสักขีพยานในพิธีทำบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการจัดตั้งศูนย์บริการคนพิการทั่วไป ระหว่างสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสิงห์บุรี สำนักงานส่งเสริม  การปกครองท้องถิ่นจังหวัดสิงห์บุรี และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 42 แห่งในจังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งสถานการณ์คนพิการของ   จังหวัดสิงห์บุรี ณ วันที่ 30 กันยายน 2563 มีจำนวนถึง 7,182 คน และมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเป็นจังหวัดที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแบบสมบูรณ์ โดยมีผู้สูงอายุจำนวน 49,375 คน คิดเป็น 23.10 % ของประชากรทั้งหมดของจังหวัด และจำนวนคนพิการที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในแต่ละแห่งดูแลมีจำนวนมาก ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556 มาตรา 20 กำหนดว่า คนพิการมีสิทธิเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้จากสิ่งอำนวยความสะดวกอันเป็นสาธารณะ ตลอดจนสวัสดิการและความช่วยเหลืออื่นจากรัฐ เช่น การบริการฟื้นฟูสมรรถภาพ โดยกระบวนการทางการแพทย์ การศึกษา การฟื้นฟูสมรรถภาพด้านอาชีพ การยอมรับและการมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม การจัดสวัสดิการเบี้ยยังชีพความพิการ การปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย ข้อมูลข่าวสาร การสื่อสาร บริการโทรคมนาคม เทคโนโลยี สิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการสื่อสารสำหรับคนพิการ ซึ่งที่ผ่านมาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ดำเนินการจัดสวัสดิการต่างๆ ให้กับคนพิการและครอบครัวด้วยดีมาโดยตลอดแต่ยังไม่ได้เปิดเป็นศูนย์บริการคนพิการทั่วไป เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้คนพิการและครอบครัวสามารถใช้บริการส่วนราชการใกล้บ้าน และสามารถขอรับการสนับสนุนเงินกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ไปพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการและครอบครัวให้สามารถพึ่งพาตนเองได้    ซึ่งการจัดตั้งจัดตั้งศูนย์บริการคนพิการทั่วไป มีวัตถุประสงค์ ดังนี้

1. ให้บริการข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ สวัสดิการ และความช่วยเหลือตามที่คนพิการร้องขอ และตามที่หน่วยงานของรัฐกำหนด รวมทั้งการให้คำปรึกษาหรือช่วยดำเนินการเกี่ยวกับการขอใช้สิทธิประโยชน์แก่คนพิการ

2. เรียกร้องแทนคนพิการให้ได้รับสิทธิประโยชน์สำหรับคนพิการ หรือขอให้ขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อ   คนพิการตามพระราชบัญญัตินี้

3. ให้บริการความช่วยเหลือในการดำรงชีวิตขั้นพื้นฐาน การฟื้นฟูสมรรถภาพ ด้านอาชีพ การฝึกอาชีพ และการจัดหางานให้แก่คนพิการ

4. ให้บริการความช่วยเหลือคนพิการหรือผู้ที่มีแนวโน้มจะพิการให้ได้รับการดูแล รักษาพยาบาล และฟื้นฟูสมรรถภาพ หรือได้รับเครื่องมือหรืออุปกรณ์ตามความต้องการจำเป็นพิเศษเฉพาะบุคคล

5. ประสานความช่วยเหลือกับหน่วยงานภาครัฐที่มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบเพื่อให้ความช่วยเหลือคนพิการตามประเภทความพิการ


นายชำนาญวิทย์ฯ กล่าว่า “การจัดตั้งจัดตั้งศูนย์บริการคนพิการทั่วไป” จึงมีความจำเป็นและสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการส่งเสริมการบริการในระดับพื้นที่เพื่อคนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการได้รับทราบข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ สวัสดิการ การให้คำปรึกษา และการให้ความช่วยเหลือเกี่ยวกับคนพิการตามที่หน่วยงานของรัฐกำหนด ได้อย่างทั่วถึง