06 เมษายน 2569

Prost Garden Restaurant ร้านลับในตำนาน


Prost Garden Restaurant เสริฟอาหารรสเลิศ สไตล์เยอรมัน แกะกล่องร้านอาหารใหม่ เอาใจคนรักอาหารเยอรมัน ย่านศรีนครินทร์ ในบรรยากาศร้านอาหารใหม่สไตล์บาวาเรียนสุดคลาสสิก ที่พร้อมให้บริการด้วยอาหารเยอรมันสูตรดั้งเดิม รวมถึง เมนูอาหารไทยฟิวชั่นอีกมากมาย  ที่ร้านอาหาร Prost Garden Restaurant  

Prost Garden Restaurant อีกหนึ่งร้านอาหารดังในย่านศรีนครินทร์ ตัวร้านได้รับการปรับปรุงใหม่เสมอ เมื่อเดินเข้าไปจะพบกับสวนร่มรื่นและต้นไม้ใหญ่ ใครที่ชอบบรรยากาศธรรมชาติอาจจะเลือกนั่งโซนหน้าร้านที่มีลักษณะเป็นเรือนกระจกที่เต็มไปด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด ถ้าเดินเข้าไปอีกนิดจะพบกับโซนดินเนอร์ที่ให้บรรยากาศสบาย เหมือนที่บ้าน ร้านตกแต่งเรียบ ด้วยโทนสีอบอุ่นและเฟอร์นิเจอร์สไตล์ย้อนยุคแฝงกลิ่นอายของยุโรปในยุคเก่าด้วยภาพวาด ซึ่งสามารถพบเห็นได้ที่ Prost Garden Restaurant เท่านั้น


ร้านนี้นำโดย คุณกานต์พิชชา คงสมบัติ ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมจากร้านอาหารแนวหน้ามามากกว่า 10 ปี พร้อมที่จะแนะนำทุกคนให้ได้ลิ้มลองที่หลายคนอาจจะไม่เคยทานที่ไหนมาก่อน เพราะอาหารของที่นี่ล้วนเป็นการนำอาหารดั้งเดิมพร้อมคัดเลือกเฉพาะวัตถุดิบที่ดีที่สุดออกมาเป็นเมนูสุดพิเศษ นอกจากนี้ ดื่มด่ำไปกับเบียร์ระดับตำนาน จากเยอรมัน และ อังกฤษ อิตาลี และแนะนำเครื่องดื่มแบรนด์ดัง Arcobräu จากประเทศเยอรมัน, Samuel Smith’s และ fuller’s จากประเทศอังกฤษ โดย คุรต๋อย ประธานกรรมการ บริษัท โฟลว์ อินเตอร์ จำกัด เครื่องดื่มนำเข้าตัวดังจากอังกฤษ London Pride และ Black Cab Stout มาถึงไทยใครที่ชื่นชอบแวะมาดื่มกันได้



คุณกานต์พิชชา คงสมบัติ

Prost Garden Restaurant Destination for German & English Beers
กับบรรยากาศในบาร์สุดคลาสสิค ที่เกิดขึ้นจากส่วนตัวเป็นชอบการรับประทานอาหารเยอรมันเป็นพิเศษ รวมถึงการชอบการพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูง การเปิดร้านอาหารที่สาขาศรีนครินทร์ ตอบโจทย์ส่วนตัว
และสามารถตอบโจทย์นักชิม ผู้ที่ชื่นชอบอาหารเยอรมันในย่านนี้ไปพร้อมกันได้ คุณกานต์พิชชา กล่าวอย่างไรก็ตาม แนวคิดการออกแบบตกแต่งร้านนั้น ได้รับแรงบันดาลใจจากประสบการณ์ส่วนตัว ที่มีความชื่นชอบร้านอาหารโปร่งๆ นั่งสบาย และไม่รู้สึกอึดอัด แต่มีกลิ่นอายความเป็นสไตล์บาวาเรียน และดูแล้วไม่เหมือนกับร้านอาหารเสียทีเดียว ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกอบอุ่นและเป็นกันเอง เสมือนมาสังสรรค์บ้านเพื่อน และความคลาสสิคที่ไม่เหมือนใคร





เพราะบางครั้งมื้ออาหารที่ทำให้เรารู้สึกดีที่สุด อาจไม่ใช่จานที่รสชาติซับซ้อน แต่คือจานที่พาให้เรานึกถึงความอบอุ่นบนโต๊ะอาหารที่ขาดไม่ได้ คือ อาหารซึ่งยังคงคอนเซ็ปต์ของร้าน อย่างเมนูยอดนิยม ขาหมูเยอรมัน สูตรดั่งเดิมของร้าน โดดเด่นด้วยการใช้เทคนิคการอบ เพื่อรีดมัน และผ่านขั้นตอนขบวนการทำกว่า 3 ชั่วโมง จนได้หนังที่มีความกรอบปราศจากไขมัน และเนื้อขาหมูที่มีความนุ่มเป็นพิเศษ จากการเติมเบียร์ไปทีละน้อยๆ ในระหว่างขั้นตอนของการอบ เสิร์ฟกับเยอรมันมัสตาส และน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ด สำหรับผู้ที่ชื่นชอบรสจัดจ้าน ถ้าจะมาที่นี่ และอยากทานขาหมูอร่อยๆ แนะนำสั่งจองก่อนมีจำนวนจำกัด 

ก่อนเริ่มมื้อนี้ การทานอาหารควบคู่ไปกับการดื่มเบียร์อย่างเข้าถึงวัฒนธรรมการกินดื่ม  สไตล์บาวาเรียน ทางร้านเสิร์ฟ ไส้กรอกบาวาเรียน หรือที่เรียกกันว่า ไส้กรอกรวม เสิร์ฟมาพร้อมกับมันฝรั่งผัดเบคอนและซาวเคราท์ (Sauerkraut) หรือกะหล่ำปลีหมัก หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ผัดเบียร์ รสชาติกลมกล่อม ที่สำคัญทางร้านยังมีอาหารไทยรสจัดจ้าน สำหรับอาหารไทยแนะนำเมนู พล่าปลาแซลมอนสด, ปลาหมึกทรายทอง รับรองว่าโดนใจไว้รวมถึง ไส้กรอกบาวาเรียน  และเมนูแสนอร่อยอีกหลากหลาย สไตล์อาหารเยอรมันโฮมเมด รสชาติดั้งเดิม 

นอกจากนี้ ยังเป็นร้านที่สามารถจัดงานเลี้ยง งานมงคลสมรส ปาร์ตี้สังสรรค์ งานบริษัท หรือเนื่องในโอกาสพิเศษ ต่างๆ Prost Garden พร้อมเสิร์ฟความอร่อยและความสนุกแบบจัดเต็ม ทั้งแบบอาลาคาร์ทก็ได้ บุฟเฟ่ต์ ที่เต็มไปด้วยความสุข อิ่มอร่อยในบรรยากาศสบายๆ บรรยากาศในร้านเรียกว่าลงตัวมากๆ ไม่ว่า
มุมไหนให้ความรู้สึกเหมือนนั่งอยู่กลางบาวาเรียน บรรยากาศสนุกสนาน อาหารอร่อย และกิจกรรมพิเศษอื่นๆ อีกมากมายที่ร้าน





สอบถามเพิ่มเติม PROST Garden Restaurant
เปิดทุกวัน 16.00–23.00
โทร :  082 7901782
เพจ : Prost Garden Restaurant
Line ID : 082 7901782

พิกัด สำหรับการเดินทางมาที่นี่  PROST Garden Restaurant
https://maps.app.goo.gl/PCr7WShHcLyJuV4S8






#Prostgarden #wefiethailand

04 เมษายน 2569

ไทยเบฟ ผสานเครือข่าย และทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เดินหน้าโครงการคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ ต่อเนื่องปีที่ 5

ยกระดับการเข้าถึงสุขภาพชุมชน จังหวัดกำแพงเพชร

บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) (“ไทยเบฟ”) ตระหนักถึงความสำคัญ ด้านสาธารณสุข และให้การสนับสนุนองค์กร มูลนิธิ และหน่วยงานด้านสาธารณสุขต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมุ่งหวังให้ประชาชนมีความรู้ด้านการป้องกันโรคและดูแลสุขภาพของตนเอง รวมถึงขยายการดูแลด้านสุขภาพไปยังผู้ขาดโอกาส
ในการนี้ ไทยเบฟร่วมกับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โรงพยาบาลสถาบันโรคไตภูมิราชนครินทร์ และเครือข่ายพันธมิตรของหน่วยงานสาธารณสุขจังหวัดกำแพงเพชร และพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อดำเนินโครงการ “ตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่” (Colonoscopy) ประจำปี 2569 ณ โรงพยาบาลคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร
ซึ่งจัดอย่างต่อเนื่องเป็นปี 5 ตามเจตนารมณ์ของคุณเจริญ - คุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี ที่มีความห่วงใย และต้องการส่งเสริมคุณภาพชีวิต และสุขภาวะของประชาชนให้มีโอกาสได้รับการดูแลรักษาจากสถานพยาบาลที่มีประสิทธิภาพ โดยในปีนี้ได้นำนวัตกรรมทางการแพทย์ “Deep GI” ที่พัฒนาโดยคนไทย มาช่วยในการตรวจคัดกรอง เพิ่มประสิทธิภาพ และความแม่นยำในการวินิจฉัย เทียบเท่ามาตรฐานสากล ส่งผลให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการแพทย์ได้อย่างรวดเร็ว และทั่วถึงมากยิ่งขึ้น
นายแพทย์โพธิ์ศรี แก้วศรีงาม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลคลองขลุง กล่าวว่า “โครงการนี้นับเป็นประโยชน์มากในด้านสาธารณสุขของพี่น้องชาวจังหวัดกำแพงเพชร ขอขอบคุณทีมแพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์จากสถานพยาบาลทุกแห่งที่ผนึกความร่วมมือ ขอขอบคุณ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ที่ให้ความสำคัญ และห่วงใยในสุขภาพของพี่น้องประชาชนชาวกำแพงเพชร เพราะโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ พบมากเป็นอันดับ 3 ของมะเร็งทุกชนิด และเป็นหนึ่งใน 3 สาเหตุหลักของการเสียชีวิตจาก
โรคมะเร็งที่เกิดขึ้นในคนไทย สำหรับปี 2569 ประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่ผ่านการตรวจ FIT Test (Fecal Immunochemical Test) และพบความผิดปกติ ได้รับการตรวจโดยการส่องกล้องจำนวน 140 ราย ในจำนวนนี้พบติ่งในลำไส้จากการส่งตรวจชิ้นเนื้อ จำนวน 84 ราย และมีพบผู้ป่วยที่มีแนวโน้มเป็นมะเร็งลำไส้ จำนวน 5 ราย ซึ่งการตรวจคัดกรองตั้งแต่ระยะเริ่มต้นนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากช่วยให้สามารถวางแผนการรักษาตั้งแต่ระยะก่อนเป็นมะเร็ง และทำให้มีโอกาสรักษาหายได้มากขึ้น”
ศ.นพ.รังสรรค์ ฤกษ์นิมิต ผู้ช่วยอธิการบดีด้านนวัตกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของโครงการฯ ว่า “โครงการ “ตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่” จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 5 ด้วยการสนับสนุนจากบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ที่เป็นหัวเรือใหญ่ในการผนึกกำลังรวบรวมแพทย์จากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เจ้าหน้าที่พยาบาลโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย นอกจากนี้ยังได้ผสานความร่วมมือทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จากโรงพยาบาลชื่อดังในพื้นที่ใกล้เคียง เช่น โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ โรงพยาบาลกำแพงเพชร โรงพยาบาลขาณุวรลักษบุรี โรงพยาบาลคลองลาน ตลอดจนโรงพยาบาลเมดพาร์ค โดยปีนี้ คณะแพทยศาสตร์ และคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ร่วมพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ ที่มีชื่อว่า “Deep GI”
เพื่อช่วยแพทย์ในการส่องกล้องตรวจหาติ่งเนื้อ ทำหน้าที่เสมือนผู้ช่วยที่เพิ่มความแม่นยำในการวินิจฉัย ระบบนี้เป็นนวัตกรรมที่พัฒนาโดยคนไทย มีคุณภาพเทียบเท่ามาตรฐานสากล ผลิตได้ภายในประเทศ ในราคาที่เข้าถึงได้ ทั้งนี้เรามีเป้าหมายเพื่อให้โรงพยาบาลทั่วประเทศสามารถนำไปใช้ ยกระดับคุณภาพการตรวจให้มีมาตรฐานเดียวกันอย่างทั่วถึง” นับเป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญด้านสาธารณสุขที่ไทยเบฟเดินหน้าขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งยกระดับโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

บีไชน์ จัดโปรแรงรับซัมเมอร์! “เนเจอร์ซี สูตรใหม่” วิตามินซีธรรมชาติสกัดเข้มข้น 4 เท่า!

จากสวิตเซอร์แลนด์ ดูแลผิวใส เสริมภูมิคุ้มกว่า เพียง 39 บาท ที่เซเว่น อีเลฟเว่น


บริษัท บีไชน์ นูทริชั่น พลัส จำกัด มอบความคุ้มค่าต้อนรับฤดูกาลซัมเมอร์ จัดโปรโมชั่นสุดพิเศษสำหรับ “บีไชน์ เนเจอร์ซี (B Shine Nature C) สูตรใหม่” วิตามินซีจากธรรมชาติ 100% ช่วยดูแลผิวพรรณให้แลดูสดใสและระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง แค่วันละเม็ด ขนาดซองพกพา (บรรจุ 5 เม็ด แถมฟรี 1 เม็ด ทันทีในซอง) ลดราคาพิเศษเหลือเพียง 39 บาท (จากราคาปกติ 49 บาท) และสิทธิพิเศษเฉพาะสมาชิก All Member ลดเพิ่มอีก 1 บาท เหลือเพียง 38 บาท เท่านั้น หาซื้อได้ตั้งแต่วันนี้ – 23 เมษายน 2569 ที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น (7-Eleven) ทุกสาขาทั่วประเทศ

“บีไชน์ เนเจอร์ซี สูตรใหม่ อะเซโรลาเชอร์รี่สด 4,000 มก.” เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ใส่ใจการดูแลสุขภาพและผิวพรรณเชิงป้องกัน โดยมีส่วนประกอบหลักจาก อะเซโรลา เชอร์รี่ สกัดเข้มข้น 1,000 มก. (เทียบเท่าผลอะเซโรลาเชอร์รี่สด 4,000 มก. เข้มข้นถึง 4 เท่า) คุณภาพพรีเมียมนำเข้าจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ผสานคุณค่าสารสกัดจากผักและผลไม้หลากหลายชนิด ได้แก่ ซิตรัสไบโอฟลาโวนอยด์สูง เพิ่มการดูดซึมได้และเสริมการทำงานของวิตามินซีได้มากกว่า, สารสกัดจากทับทิม, สารสกัดจากเมล็ดลิ้นจี่, เบอร์รี่รวม 6 ชนิด และแคโรทีนอยด์ ซึ่งเป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ ช่วยดูแลผิวพรรณให้แลดูสดใสอย่างเป็นธรรมชาติ อ่อนเยาว์ และช่วยส่งเสริมการทำงานตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน 

นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ยังมีความโดดเด่นด้วยส่วนผสมของ ไฟโตนิวเทรียนท์ (Phytonutrients) ซึ่งมีส่วนช่วยเสริมประสิทธิภาพการดูดซึมวิตามินเข้าสู่ร่างกายได้ดียิ่งขึ้น มาในรูปแบบสูตรที่อ่อนโยนต่อทางเดินอาหาร ไม่มีสารตกค้างในร่างกาย เหมาะสำหรับการรับประทานเป็นประจำทุกวัน เพื่อการดูแลร่างกายให้แข็งแรงอย่างต่อเนื่องในระยะยาว โดยแนะนำให้รับประทานวันละ 1 เม็ด ทุกวัน หลังมื้ออาหารเช้าหรือกลางวัน เพื่อประโยชน์สูงสุด แข็งแรงทุกวันได้ด้วย บีไชน์ เนเจอร์ซี สูตรใหม่ วันละเม็ด

ส่วนประกอบสำคัญต่อ 1 เม็ด อะเซโรลาเชอร์รี่สกัด 1,000 มก., ซิตรัสไบโอฟลาโวนอยด์ 100 มก., เบอร์รี่มิกซ์ 120 มก., สารสกัดจากทับทิม 70 มก., สารสกัดจากเมล็ดลิ้นจี่ 23.75 มก., แคโรทีนอยด์ 7.5% 23.75 มก., บีไชน์ นูทริชั่น พลัส ยังคงมุ่งมั่นคัดสรรวัตถุดิบที่ดีที่สุดจากทั่วทุกมุมโลก มากว่า 15 ปี เพื่อมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงในราคาที่เข้าถึงได้ให้แก่คนไทยทุกคน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้คนไทยมีสุขภาพดีขึ้นทุกเพศทุกวัย 

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและรายละเอียดผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://www.bshine.co.th/NaturC_landingpage/, Facebook Fanpage: B Shine,

TikTok : bshine.official, IG : bshinenutritionplus และ Line Official: @Bshine

03 เมษายน 2569

จังหวัดกำแพงเพชร ท่องเที่ยวและกีฬาฯ จับมือภาคีเครือข่าย เปิดงาน “ถึงแล้วคราฟท์...กำแพงเพชร ปี 3”

จังหวัดกำแพงเพชร ท่องเที่ยวและกีฬาฯ จับมือภาคีเครือข่าย เปิดงาน “ถึงแล้วคราฟท์...กำแพงเพชร ปี 3” ชูพลัง Soft Power และเสน่ห์กล้วยไข่ GI ยกระดับการท่องเที่ยว บรรยากาศคึกคัก



วันศุกร์ที่ 3 เมษายน 2569 เวลา 18.30 น. ที่สวนสาธารณะ 12 ราศี สิริจิตอุทยาน ริมปิง อำเภอเมืองกำแพงเพชร นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร มอบหมายให้ นายสวนิต สุริยกุล ณ อยุธยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธานกล่าวเปิดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ภายใต้ชื่อ “ถึงแล้วคราฟท์..กำแพงเพชร ปี 3” โครงการสร้างกิจกรรมรองรับการท่องเที่ยว  โดยมี นายปริญญา ถวัลย์อรรณพ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกำแพงเพชร กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์การจัดงาน พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ เครือข่ายการท่องเที่ยว และนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก


นายสวนิต สุริยกุล ณ อยุธยา เปิดเผยว่า ปัจจุบันการพัฒนาภาคการท่องเที่ยวบนพื้นฐานของวัฒนธรรมไทยและการนำ Soft Power มาสร้างมูลค่าเพิ่ม ถือเป็นจุดแข็งที่สำคัญมาก การจัดงานในครั้งนี้นอกจากจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชนแล้ว ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติได้เห็นถึงศักยภาพของจังหวัดกำแพงเพชร ทั้งในด้านงานหัตถกรรม สิ่งทอ อาหารพื้นถิ่น ตลอดจน "กล้วยไข่กำแพงเพชร" ที่ได้รับมาตรฐาน GI อีกด้วย

ทางด้าน นายปริญญา ถวัลย์อรรณพ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกำแพงเพชร กล่าวเพิ่มเติมว่า กิจกรรมนี้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 แล้ว ระหว่างวันที่ 3 - 5 เมษายน 2569 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับคุณภาพและสร้างความหลากหลายให้กับกิจกรรมการท่องเที่ยว พร้อมทั้งดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพผ่านแนวคิดการตลาดยุคใหม่ ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจาก ททท. สำนักงานสุโขทัย, เรือนจำกลางกำแพงเพชร, เทศบาลเมืองกำแพงเพชร และพันธมิตรทุกภาคส่วน



สำหรับไฮไลท์ภายในงาน ประกอบไปด้วยบูทกิจกรรมกว่า 100 บูท ที่ขนทัพทั้งงานศิลปะ หัตถกรรม อาหาร ดนตรี กิจกรรม Workshop จากชุมชนและผู้ประกอบการ รวมถึงการแสดงความสามารถของเยาวชน และการเดินแบบแฟชั่นโชว์สุดพิเศษจากหัวหน้าส่วนราชการและตัวแทนเครือข่ายเพื่อสร้างสีสันในพิธีเปิด




ทั้งนี้ กิจกรรม “ถึงแล้วคราฟท์...กำแพงเพชร ปี 3” มีกำหนดจะจัดขึ้นไปจนถึงวันที่ 5 เมษายน 2569  
ณ สวนสาธารณะ 12 ราศี สิริจิตอุทยาน ริมปิง ผู้ที่สนใจสามารถเดินทางมาสัมผัสเสน่ห์วิถีคราฟท์และร่วมอุดหนุนสินค้าจากชุมชนได้ตลอดการจัดงาน

01 เมษายน 2569

TQM Driven by CARE. Standing by You ยืนเคียงข้างลูกค้าในยุคเศรษฐกิจท้าทาย

บริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวรันซ์ โบรคเกอร์ จำกัด (TQM) เผยผลการดำเนินงานในช่วง 3 เดือนแรกของปี ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศจากหลากหลายปัจจัย โดยเฉพาะสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานและค่าครองชีพของผู้บริโภคในวงกว้าง พร้อมเดินหน้าพัฒนาโซลูชัน    ประกันภัยที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคเศรษฐกิจผันผวน เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถบริหารความเสี่ยงควบคู่กับการจัดการค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

ดร.อัญชลิน พรรณนิภา ประธานบริษัท เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของ TQM ในช่วง 3 เดือนแรกของปี    โดยภาพรวมยังคงเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ แม้ภาวะเศรษฐกิจ ยังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาพลังงาน ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนการดำเนินธุรกิจและค่าครองชีพของประชาชนในวงกว้าง ทั้งนี้ TQM ได้เตรียมแผนรองรับเพื่อดูแลลูกค้า และรักษาการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยยังคงยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ภายใต้แนวคิด “TQM Driven by CARE : Standing by You” โดยยึด 3 แกนหลัก ได้แก่ “ลดภาระค่าใช้จ่าย เพิ่มทางเลือก และเข้าถึงง่าย” พร้อมพัฒนาโซลูชันประกันภัย เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงความคุ้มครองได้อย่างเหมาะสม  

ดร.นภัสนันท์ พรรณนิภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวเพิ่มเติมว่า TQM ร่วมกับพันธมิตรบริษัทประกัน พัฒนาแผนประกันภัยที่มีความยืดหยุ่นและเข้าถึงได้ง่าย เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าถึงความคุ้มครองได้มากยิ่งขึ้น พร้อมปรับรูปแบบการดูแลลูกค้าให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน ดังนี้ 

1. Flexible Protection การออกแบบประกันภัยที่มีความยืดหยุ่น อาทิ ประกันรายเดือน ประกันตามไมล์           และประกันแบบเปิด-ปิด เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกความคุ้มครองได้สอดคล้องกับรูปแบบการใช้งานจริง 

2. Flexible Payment การพัฒนาทางเลือกด้านการชำระเงินที่หลากหลายและเหมาะสมกับกำลังซื้อ ช่วยให้ลูกค้าสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้อย่างคล่องตัวมากยิ่งขึ้น  

แนวทางดังกล่าวสะท้อนบทบาทของ TQM ในฐานะผู้ช่วยบริหารความเสี่ยงที่มุ่ง “ลดภาระ เพิ่มทางเลือก และทำให้เข้าถึงง่าย” โดยยืนยันว่าประกันภัยไม่ใช่ภาระ แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงิน พร้อมสนับสนุนให้คนไทยได้รับความคุ้มครองอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การใช้ชีวิตเป็นไปอย่างมั่นใจไม่สะดุด 

โดยครั้งนี้ TQM ได้ปรับแผนประกันภัย เพื่อเพิ่มทางเลือกความคุ้มครองที่ “ยืดหยุ่น เข้าถึงง่าย” และสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค ผ่าน 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ 

1. ประกัน Motor EV 2+ 

ทางเลือกสำหรับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ต้องการความคุ้มครองเหมาะสม ในขณะที่เบี้ยประกันชั้น 1         มีแนวโน้มปรับสูงขึ้น ด้วยเบี้ยประกันที่เข้าถึงได้ เริ่มต้นประมาณ 13,000 บาท  

2. ประกันชดเชยรายได้ 

รองรับความเสี่ยงรายได้สะดุดจากเหตุไม่คาดคิด ด้วยเงินชดเชยรายวันเมื่อเข้ารักษาตัว รวมถึงกรณี ICU และอุบัติเหตุ ช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงินในช่วงที่ไม่สามารถทำงานได้ เบี้ยเริ่มต้นเพียงหลักร้อยต่อปี ภายใต้แนวคิด “เพื่อความมั่นคงในวันที่ไม่คาดคิด” 

3. สมาชิก TQM family Club 

ขยายโอกาสให้ผู้มีรายได้น้อย ฟรีแลนซ์ หรือผู้ไม่มีสวัสดิการ เข้าถึงความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพ       ที่จำเป็นได้ง่ายขึ้น ด้วยแผนประกันที่คุ้มค่าและสมัครสะดวก เริ่มต้นประมาณ 550 บาทต่อปี 

ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือเลือกแผนประกันที่เหมาะสมได้ผ่านเว็บไซต์
www.tqm.co.th หรือโทร 1737 ตลอด 24 ชั่วโมง

“คาวบอย...คอยน้ำใจให้น้อง” เนื่องในวันคล้าย วันเกิด ดร.สายสม วงศาสุลักษณ์

ต้านกระแสสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกา และอิหร่าน ไม่ไหว ทำเอาเศรษฐกิจไทยซบเซา โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จึงร่วมกับ มูลนิธิร่วม น้ำใจต้านภัยเอดส์ ,โรงแรมอมารี กรุงเทพ และน้อยอัมพวา วัตถุโบราณ จัดงาน “คาวบอย...คอยน้ำใจให้น้อง” เนื่องในวันคล้าย วันเกิด ดร.สายสม วงศาสุลักษณ์ ผู้รับใบอนุญาต โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ฯ ในวันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.00 น. ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมอมารี กรุงเทพ งานนี้ เจ้าของวันเกิด ตั้งคอนเซปต์ให้เหล่าเซเลบริตี้ที่จะมาร่วมงานว่า ขอเชิญแต่งกายสไตล์ คาวบอย 

รายได้จากการจัดงานครั้งนี้ทุกบาททุกสตางค์ มอบให้กับโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา
ในพระราชูปถัมภ์ ฯ ทั้งหมด โดยไม่หักค่าใช้จ่าย ใดๆ ทั้งสิ้น ใครอยากม่วนหลายในสไตล์ คาวบอย

สอบถามรายละเอียดได้ที่โทร. คุณกวาง โทร.081-342-0744

รพ. พญาไท2 คว้ารางวัล Healthcare Asia Awards 2026 ตอกย้ำผู้นำ Medical Tourism ของไทยสู่เวทีสากล

กรุงเทพฯ – โรงพยาบาลพญาไท 2 ในเครือโรงพยาบาลพญาไท–เปาโล ได้รับรางวัล “Medical Tourism Hospital of the Year – Thailand” จากเวที Healthcare Asia Awards 2026 ซึ่งเป็นเวทีระดับภูมิภาคที่ยกย่ององค์กรด้านสุขภาพที่มีความโดดเด่นในเอเชีย สะท้อนถึงความเป็นเลิศด้านมาตรฐานการรักษา การบริการ และความสามารถในการดูแลผู้ป่วยต่างชาติอย่างครบวงจร

ความสำเร็จในครั้งนี้เกิดจากการพัฒนา ระบบนิเวศ (Ecosystem) สำหรับผู้ป่วยต่างชาติแบบบูรณาการ ที่ครอบคลุมทุกมิติของการดูแล ตั้งแต่การสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางการแพทย์ระดับนานาชาติ การเชื่อมต่อกับบริษัทประกันสุขภาพและองค์กรด้าน Medical Assistance ทั่วโลก ไปจนถึงการออกแบบประสบการณ์การรักษาที่ seamless และตอบโจทย์ผู้ป่วยในทุก touchpoint



โรงพยาบาลพญาไท 2 ได้ยกระดับ International Patient Journey อย่างเป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่การประสานงานก่อนการเดินทาง (Pre-arrival Coordination) การบริหารจัดการด้านประกันและ Direct Billing การดูแลระหว่างการรักษาโดยทีมสหสาขาวิชาชีพ (Care Coordination) ตลอดจนการติดตามผลหลังการรักษา (Continuity of Care) เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ความปลอดภัย และผลลัพธ์การรักษาที่มีคุณภาพสำหรับผู้ป่วยต่างชาติ 

นายสรวงศ์ ศิริบุญพันธ์ ผู้อำนวยการการตลาดต่างประเทศ โรงพยาบาลพญาไท 2 กล่าวว่า 
“รางวัลนี้ไม่ใช่เพียงความสำเร็จขององค์กร แต่เป็นผลลัพธ์จากความร่วมมือของทีมงาน แพทย์ พันธมิตร และเครือข่ายระดับนานาชาติที่เราสร้างขึ้น เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยต่างชาติให้ดียิ่งขึ้น และสนับสนุนประเทศไทยให้เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านการแพทย์ที่ได้รับความไว้วางใจในระดับโลก”

โรงพยาบาลพญาไท 2 ยังคงเดินหน้าขยายความร่วมมือด้านสุขภาพในระดับนานาชาติ พร้อมพัฒนาโปรแกรมการรักษาเฉพาะทางและศักยภาพการดูแลแบบบูรณาการสำหรับผู้ป่วยต่างชาติอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในฐานะผู้ให้บริการด้านสุขภาพระดับสากล และร่วมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical Hub) ชั้นนำของโลก