วันอังคารที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2563

นักวิชาการติงห้ามขายแอลกอฮอล์ทั้งจังหวัด

ไม่ช่วยลดการะบาดโควิด-19 ชี้อาจสวนทางให้คนเคลื่อนที่จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ทำให้หลายหน่วยงานเริ่มตื่นตระหนก เนื่องจาก พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น จนทำให้ผู้ว่าราชการบางจังหวัด สั่งห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม ถึง 16 เมษายน 2563 เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ขณะที่หลายฝ่ายเห็นว่า การห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ได้ช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อโควิด-19 เพราะหากผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์อยู่แล้วสามารถซื้อข้ามจังหวัดได้ ที่สำคัญยังเป็นการเคลื่อนไหวจากที่ควรอยู่กับที่ สวนทางนโยบายห้ามเคลื่อนที่ ชี้อาจเลวร้ายเกินคาด

แม้ว่าจังหวัดสกลนคร จะยังไม่พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่ก็ยังไม่ไว้วางใจได้ว่าอนาคตจะไม่มีการติดเชื้อโควิด-19 จึงทำให้นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร ได้มีคำสั่งให้ร้านค้าหรือสถานประกอบการขายสุรา “ห้ามจำหน่ายสุรา” เป็นการชั่วคราว ในระหว่างวันที่ 31 มีนาคม ถึง 16 เมษายน 2563 นี้เพื่อป้องกันการรวมกลุ่มสังสรรค์ เนื่องจาก เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของ
โควิด-19 สูง รวมทั้งสถานบันเทิงต่างๆ ที่ถูกสั่งปิดไป จนถึงวันที่ 2 เมษายน ให้ขยายเวลาเพิ่มไปจนถึง
16 เมษายนอีก และหากฝ่าฝืน มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี - ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ ปี 2558

ในเรื่องนี้ นายฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ นักวิชาการและผู้อำนวยการบริหารสมาคมผู้ค้าปลีกไทย บอกว่า การงดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้น อาจจะไม่ช่วยลดปัญหาการแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 เนื่องจาก วินัยของนักดื่มที่ดื่มสังสรรค์เป็นประจำอยู่แล้ว ก็ต้องออกไปหาซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในซุปเปอร์มาร์เก็ต ในจังหวัดอื่นๆ ได้ เนื่องจาก จังหวัดใกล้เคียงยังไม่มีการห้ามจำหน่าย
ดังนั้น อยากให้ทางภาครัฐได้ทบทวนการจำหน่ายแอลกอฮอล์ว่า ยังสามารถจำหน่ายได้เหมือนเดิมตามเวลาที่ภาครัฐได้กำหนดไว้ คือ สามารถซื้อได้ในเวลา 11.00-14.00 น. และ เวลา 17.00-00.00 น. แต่ต้องเน้นเรื่องให้ประชาชนมีวินัยในการดื่มแอลกอฮอล์ภายในบ้าน ไม่มีการจัดกลุ่มสังสรรค์ หรือมั่วสุ่ม เพื่อเป็นการหยุดเชื้อ-ช่วยชาติ และหากมีการฝ่าฝืนมีก็ควรมีการลงโทษเป็นแบบอย่าง เพื่อป้องกันการลักลอบการซื้อ รวมถึงการลักลอบการผลิตเหล้าเถื่อนในช่วงนี้ด้วย
ด้านนายสมบูรณ์ แก้วเกรียงไกร นายกสมาคมสุราชุมชน ได้ออกมาระบุว่า มีความกังวลในกรณีที่มีการห้ามขายสุราทั้งร้านขายส่งและร้านขายปลีกทั่วไปนั้น น่าจะทำได้ยาก เพราะอาจมีการแอบไปซื้อที่โรงผลิตเหล้า หรือถ้ามีมาตรการสั่งปิดโรงผลิตเหล้าเบียร์ หรือห้ามนำเข้าจากต่างประเทศมาขายด้วย ซึ่งจะทำให้เกิดกลุ่มผลประโยชน์ที่พยายามจะเข้ามาหากินกับ “สุราเถื่อน”
ดังนั้น จึงยังไม่แน่ใจว่าการห้ามร้านค้าทั่วไป หรือยี่ปั๊วขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะช่วยลดการชุมชมหรือพบปะกันได้จริง เนื่องจาก คนที่อยากเจอกัน สังสรรค์กัน ก็มีวิธีหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ตัวเองชอบมาได้อยู่ดี ขณะที่พวกคนในเมืองก็อาจจะใช้วิธีไปแอบซื้อเหล้า เบียร์ ไวน์ ในตลาดมืด หรือโรงเหล้ามาแอบปล่อยขายได้กำไรเพิ่มขึ้น หรือกลุ่มคนหาผลประโยชน์กักตุนสินค้าจากจุดตรงนี้ด้วย รวมถึงอาจจะมีผลกระทบในเรื่องการตั้งราคาขายแพงขึ้น ส่วนคนต่างจังหวัดในหมู่บ้าน อาจจะหันไปหาซื้อในโรงผลิตเหล้าชุมชนได้

ขณะที่นายธนากร คุปตจิตต์ นายกสมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย แสดงความเห็นด้วยกับมาตรการของภาครัฐที่ให้สถานบันเทิงมีการปิดให้บริการชั่วคราว เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อ โควิด-19 แต่ในกรณีการห้ามขายแอลกอฮอล์ทั้งร้านขายส่งและร้านขายปลีกทั่วไปนั้น น่าจะทำได้ยาก เพราะอาจจะมีการเดินทางหาซื้อเพื่อมาดื่มกิน

“กลายเป็นว่าจากที่ควรอยู่ในบ้านหรือในพื้นที่ใกล้บ้านเช่นร้านขายของชำ และดื่มกินในบ้านตามวิถีชีวิต กลับกลายเป็นต้องเคลื่อนไหวเดินทางไปหาซื้อเครื่องดื่มข้ามจังหวัดถ้ามีเหตุการณ์เลวร้ายคือติดโควิด-19 มาจากพื้นที่จังหวัดอื่นที่เดินทางออกไปซื้อมาแล้วยังมาติดคนในชุมชนอีก ก็จะเป็นเรื่องใหญ่ ทั้งๆ ที่ควรจะอยู่ในพื้นที่บ้านที่ไม่มีคนติดเชื้อ ยังไม่นับรวมกรณีเกิดการลักลอบซื้อที่โรงผลิตเหล้าเช่นกัน รวมไปถึงการลักลอบซื้อแอลกอฮอล์แบบหนีภาษีมาดื่มกินด้วย ซึ่งนี่อาจจะเป็นอีกหนึ่งจุดที่จะทำให้เกิดปัญหา “สุราเถื่อน” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ภาครัฐต้องเข้ามาควบคุมเพิ่มด้วย”
นายธนากรกล่าว

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น