วันศุกร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2563

ปริญญ์ พานิชภักดิ์ แม่ทัพใหญ่ ทุ่มเท ทุ่มทำอย่างตั้งใจ

นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ 
เจ้าของร้านเป็ดย่างดัง  “โฟร์ซีซั่นส์” ในไทย


นายปริญญ์  หนุ่มวัยย่าง 42 ปี ผู้นี้เป็นใคร ถือเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์พรรค มีวัยวุฒิ คุณวุฒิ และประสบการณ์คลื่นลูกใหม่ ลูกชายคนโตของ “ดร.ซุป” ศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตรองนายกฯ อดีตผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก (WTO) และอดีตเลขาธิการการประชุมสหประชาชาติว่า ด้วยการค้าและการพัฒนา หรืออังค์ถัด (UNCTAD) 

วันนี้ “ดร.ปริญญ์” ก้าวเข้าสู่เส้นทางการเมืองตามรอยบิดา ในฐานะหัวหน้าทีมและทีมเศรษฐกิจของพรรค บทบาทสำคัญในการเป็นคลังสมองให้พรรค  และยังอยู่ในแวดวงกลุ่มคนทำสตาร์ทอัพคลุกคลีอยู่ในแวดวงกลุ่มคนทำสตาร์ทอัพ  เทรนด์ของกลุ่มคนที่มารวมตัวกันนำเสนอความคิดทางธุรกิจอันแปลกใหม่เพื่อนำไประดมทุน เทรนด์ สตาร์ทอัพ เกิดขึ้นและเป็นกระแสโดยเฉพาะเอเชียและประเทศไทย

นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ หัวหน้าทีมและทีมเศรษฐกิจของพรรค เปิดตัวแอพพลิเคชัน “เรียนจบ พบงาน” พร้อมจัดอีเวนต์ใหญ่ตลาดงาน เพื่อเปิดตัวโครงการ  เรียนจบ พบงาน  โดยมีแอพพลิเคชั่นเชื่อมโยงงานที่ฝึกงาน ยกระดับทักษะอาชีพให้สอดคล้องกับยุค Digital Transformation ได้ง่ายๆ ผ่าน ‘@DemTum’ ขึ้นมาให้กับคนไทยทุกคน  โดยตระหนักถึงปัญหาในการขาดแรงงานฝีมือในเมืองไทย ซึ่งจะเป็นปัญหาใหญ่ต่อระบบเศรษฐกิจไทยในอนาคต เดินเกมรุกแก้ปัญหานักศึกษาจบใหม่และคนตกงานล้นเมือง ส่งแอพพลิเคชั่น “Democrat เรียนจบ พบงาน” ‘@DemTum’ ช่วยค้นหางานตอบโจทย์โลกยุคใหม่ ยกระดับเศรษฐกิจไทย สร้างรายได้ สร้างอาชีพ



​อย่างไรก็ตามแม้ทุกวันนี้โลกจะถูกเขย่าด้วยเทคโนโลยี แต่โลกยังต้องขับเคลื่อนด้วยมนุษย์ เพราะถึงแม้เทคโนโลยีจะเป็นตัวช่วยให้เกิดประสิทธิภาพและผลิตผลใหม่ ๆ ที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น แต่ก็ยังมีอีกหลายเรื่องที่หุ่นยนต์ยังไม่สามารถชนะคนได้ในเร็ววัน เช่น วิชาชีพที่ต้องใช้ความเข้าใจ ความซับซ้อนทางความคิด การใช้หัวใจในการบริการ เช่น อาชีพที่ปรึกษาการลงทุน อาชีพงานบริการต่าง ๆ  และอีกหลากหลายอาชีพที่ต้องใช้ Human Touch หรือการปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลกับบุคคล ซึ่งต่อให้ในอนาคตหุ่นยนต์จะทำได้ แต่ก็ไม่มีเสน่ห์เท่ามนุษย์

หน้าที่ของทีมเศรษฐกิจทันสมัยของพรรคประชาธิปัตย์ เราเลยพยายามคิดหาทางแก้ที่เป็นรูปธรรม ทำงานได้เลย โดยไม่ต้องติดกรอบการเมือง ไม่ต้องติดกรอบภาครัฐหรือเอกชน หน้าที่ของการสร้างคน สร้างแรงงานฝีมือให้กับประเทศไม่ใช่หน้าที่ของภาครัฐ หรือ ภาคเอกชนหรือภาคการเมืองอย่างเดียว เป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วน

สำหรับกิจกรรมที่จะมีขึ้นในวันงาน  นายปริญญ์ เล่าว่า “ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 ตอนเช้าตั้งคอนเซ็ปต์ด้วยการติดอาวุธให้กับนักธุรกิจรุ่นใหม่ หรือพูดง่าย คือติดอาวุธให้กับกลุ่มคนตัวเล็กที่เป็นสตาร์ทอัพ เอสเอ็มอี ทำอย่างไรให้แข่งขันและ สเกลอัพได้ ซึ่งไม่ง่ายโดนตัวใหญ่กิน ฝนตกไม่ทั่วฟ้า รวยกระจุกจนกระจาย มีหลายเรื่อง สตาร์ทอัพ เอสเอ็มอี จะแข่งขันกับคนตัวใหญ่อย่างไรได้ก็ต้องมีอาวุธหลายอย่าง
เราจัดงานเป็น 2 สเต็ปสเต็ปแรกเป็นการให้กำลังใจให้องค์ความรู้ ถามตอบ ตอนเช้าที่ลานสนามหญ้าด้านหน้ามูลนิธิ ควง อภัยวงศ์ มีสตาร์ทอัพ นักธุรกิจมาฟัง ซึ่งประกาศเปิดรับกลุ่มสตาร์ทอัพทุกคนเข้ามารับฟัง ต้องการทำธุรกิจจริงๆ ซึ่งเรารับทั้งหมด สามารถเข้ามาร่วมงาน


แนวคิดในการพัฒนาแอพพลิเคชัน เรียนจบ พบงาน ที่ใช้ชื่อว่า @DEMTUM ของทีมเศรษฐกิจว่า เกิดจากการมองเห็นปัญหาของนักศึกษาหลายคนที่เรียนจบแต่ตกงาน เพราะขาดโอกาสในการเข้าถึงงาน ในขณะที่บริษัทเองก็ขาดแรงงานฝีมือ  โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกงาน เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์และการเรียนรู้นอกห้องเรียน (Apprentices/ Internships) ก่อนที่จะเรียนจบ ในขณะที่บริษัท/ผู้ประกอบการ ก็จะได้ประโยชน์จากการได้เด็กฝึกงานมาช่วยกิจการและได้เห็นถึงศักยภาพการทำงานในสนามจริง เพื่อที่จะสามารถตัดสินใจจ้างงานในอนาคตแอพพลิเคชันนี้จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางให้นักศึกษาได้ พบงานที่ดี และบริษัทหรือองค์กรต่างๆ นโยบายทางด้านการศึกษาจะเข้ามามีส่วนในการช่วยพัฒนาการเติบโตทางเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี แนวทางด้านการทำงานและสร้างแรงบันดาลใจโดย CEOs หรือตัวแทนบริษัทที่เป็นไอดอลในแต่ละภาคส่วน ได้แก่คุณโด่ง CEO และผู้ก่อตั้ง ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ค่ายอสังหาฯ มาแรง/ ศิลปิน ตู่ ภพธร เณอปรางค์ แก้ว ตาหวานจากBNK48/ ผู้กำกับชื่อดัง อุ๋ย นนทรีย์ นิมิบุตร/ นักธุรกิจรุ่นใหม่คุณเมย์ AfterU ที่จะมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์เกี่ยวกับอาชีพที่ทำ มาตรฐาน คุณภาพ และความโปร่งใส เปิดโอกาสให้นักศึกษาที่มาในงานได้ร่วมพูดคุย ซักถาม แลกเปลี่ยนความคิดเห็น การคิดต่างเป็นสิ่งสร้างสรรค์ และทำให้เกิดการพัฒนา



ปริญญ์ พานิชภักดิ์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจทันสมัย
เพื่อเปิดโอกาสให้กับตนเองและใครก็ได้ หรือคนรุ่นใหม่ที่กล้าเปิดใจ ที่มีความตั้งใจจริงที่จะทำงาน  พรรคประชาธิปัตย์มีความตั้งใจเป็นอย่างยิ่งในการจัดงานครั้งนี้ พรรคเห็นความสำคัญทางด้านการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ รวมถึงการสร้างรายได้และสร้างอาชีพให้กับผู้คน และตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาประเทศในระยะยาวที่ต้องสร้างคนที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะประเทศไทยที่ขาดแคลนแรงงานฝีมือ การสร้างทรัพยากรมนุษย์จึงเป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการเมือง ภาคประชาชน  โดยภาคเอกชนควรใช้โอกาสนี้หาพาร์ตเนอร์ต่างประเทศที่มาเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันหรือซื้อเทคโนโลยีทันสมัยมาเพิ่มมูลค่าให้กิจการ


กิจกรรมดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งในการแสดงถึงบทบาทการเป็นคลังสมองด้านเศรษฐกิจ ของทีมเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อให้เรื่องนี้ไม่ลุกลามเป็นปัญหา ซึ่งจะกลายเป็นกำแพงหนาของการพัฒนาประเทศในระยะยาว จึงจำเป็นต้องผลักดันให้เกิดแนวคิดสร้างคนที่มีคุณภาพอย่างจริงจัง โดยทีมเศรษฐกิจ พรรคประชาธิปัตย์ได้จัดตั้งโครงการ ‘เรียนจบ พบงาน’ เพื่อเสริมสร้างให้มีแรงงานคุณภาพเพียงพอต่อตลาดงานอย่างเร่งด่วน

นึกถึงศูนย์กลางสตาร์ทอัพ นึกถึง Prinnp
คงจะไม่เกินเลยไปกับการทุ่มเทสุดตัวของแม่ทัพใหญ่ ของทีมเศรษฐกิจใหม่ พรรคประชาธิปัตย์ กับสิ่งที่เขาคาดหวัง “.....เราหวังว่า เราจะเป็นศูนย์กลางของคนที่ต้องการอาวุธด้านธุรกิจ ให้มาที่เรา หรือนึกถึง prinnpทีมเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์  อยากเป็นศูนย์กลางของสตาร์ทอัพ เอสเอ็มอี บางทีแต่ละหน่วยงาน อย่าง กระทรวงพาณิชย์ มีสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการยุคใหม่ ดีป้าของกระทรวงดิจิทัลอเคเดมี่ ก็ไปด้านหนึ่ง กระทรวงอว. ก็สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ สำนักนายกฯ ก็ทำสตาร์ทอัพ ทีซีดีซีก็ทำเรื่องสตาร์ทอัพ ก็ไปคนละด้าน ผมจะดึงทั้งหมดนี้มาว่า ใครมีอะไรดีบ้าง จะได้รู้ว่า ไปที่ไหนดีและเร็วสุด

คนชอบคิดว่าพรรคประชาธิปัตย์ หรือทีมเศรษฐกิจ หรือในอดีตชอบดีแต่พูดไม่ทำหรือมีแต่คนเดินออกหรือเลือดไหล แต่จริง ๆ คนหล่อ คนสวยก็เดินเข้ามาทำกิจกรรมดีดีที่พรรค คนอย่างบีเอ็นเคสี่สิบแปดมาด้วยใจ ทุกคนที่มาเขาเข้ามาร่วมกิจกรรมดีดีกับพรรคของเราไม่ใช่มีแต่เดินออก คนเข้ามาร่วมกิจกรรมดีดีก็มีมาก เงินก็ซื้อไม่ได้

ผมไม่รู้จะพูดอย่างไร 73 ปีของพรรคไม่เคยมีแบบนี้ ประวัติศาสตร์ที่กลุ่มคนแบบนี้เข้ามา บางคนบอกว่ายังเป็นไดโนเสาร์ แต่จริงๆ ไม่ใช่เลย เขาเปลี่ยนไปแล้ว แม้แต่คุณจุลินทร์ ยังกล้าให้ผมมาเป็นรองหัวหน้าพรรค ฯ คนแรกที่ในประวัติศาสตร์ประชาธิปัตย์ที่จากเอกชนโดดเข้ามาเป็นรองหัวหน้าพรรคฯ

ผมเป็นคนแรกที่เป็นแบบนั้นและทางพรรคให้อิสรภาพในการทำงานเต็มที่ ถ้าคุณขยันทำงานและไม่โกงกิน ทำงานให้เต็มที่ เราก็ทำงานเต็มที่ได้

คณะกรรมการ 10 กว่าคนในทีมเศรษฐกิจมิติใหม่ของการเมืองของเราคือ เรานำคนที่ไม่ใช่นักการเมืองเข้ามาอยู่ในทีมเศรษฐกิจด้วยมากขึ้น เราดึงคนที่มีกูรูความรู้แต่ละด้านเข้ามาช่วย ด้านเมืองจีน ก็มีรศ.ดร.อักษรศรี พาณิชย์สาม ด้านพลังงานสีเขียว คุณอรรถ เหมวิจิตรพันธ์ จากเชลล์ คุณหนึ่งปรมินทร์ อินโสม คนที่เขียน เรื่องบล็อกเชนคนแรก เราเชิญคนที่เก่งแต่ละสาขาเข้ามาอยู่ ในยคนี้ คุณเก่ง ข้ามาคนเดียวไม่ได้แล้ว โมเดลของเรา .....ถ้าใครสนใจ ติดต่อสาขาพรรค หรือไลน์ไอดีนี้เลย ....” นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ กล่าวท้ายสุด นึกถึงศูนย์กลางสตาร์ทอัพ นึกถึง Prinnp

คงจะไม่เกินเลยไปกับการทุ่มเทสุดตัวของแม่ทัพใหญ่ ของทีมเศรษฐกิจใหม่ พรรคประชาธิปัตย์ กับสิ่งที่เขาคาดหวัง “.....เราหวังว่า เราจะเป็นศูนย์กลางของคนที่ต้องการอาวุธด้านธุรกิจ ให้มาที่เรา หรือนึกถึง prinnpทีมเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์  อยากเป็นศูนย์กลางของสตาร์ทอัพ เอสเอ็มอี บางทีแต่ละหน่วยงาน อย่าง กระทรวงพาณิชย์ มีสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการยุคใหม่ ดีป้าของกระทรวงดิจิทัลอเคเดมี่ ก็ไปด้านหนึ่ง กระทรวงอว. ก็สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ สำนักนายกฯ ก็ทำสตาร์ทอัพ ทีซีดีซีก็ทำเรื่องสตาร์ทอัพ ก็ไปคนละด้าน ผมจะดึงทั้งหมดนี้มาว่า ใครมีอะไรดีบ้าง จะได้รู้ว่า ไปที่ไหนดีและเร็วสุด

คนชอบคิดว่าพรรคประชาธิปัตย์ หรือทีมเศรษฐกิจ หรือในอดีตชอบดีแต่พูดไม่ทำหรือมีแต่คนเดินออกหรือเลือดไหล แต่จริง ๆ คนหล่อ คนสวยก็เดินเข้ามาทำกิจกรรมดีดีที่พรรค คนอย่างบีเอ็นเคสี่สิบแปดมาด้วยใจ ทุกคนที่มาเขาเข้ามาร่วมกิจกรรมดีดีกับพรรคของเราไม่ใช่มีแต่เดินออก คนเข้ามาร่วมกิจกรรมดีดีก็มีมาก เงินก็ซื้อไม่ได้  ผมไม่รู้จะพูดอย่างไร 73 ปีของพรรคไม่เคยมีแบบนี้ ประวัติศาสตร์ที่กลุ่มคนแบบนี้เข้ามา บางคนบอกว่ายังเป็นไดโนเสาร์ แต่จริงๆ ไม่ใช่เลย เขาเปลี่ยนไปแล้ว แม้แต่คุณจุลินทร์ ยังกล้าให้ผมมาเป็นรองหัวหน้าพรรค ฯ คนแรกที่ในประวัติศาสตร์ประชาธิปัตย์ที่จากเอกชนโดดเข้ามาเป็นรองหัวหน้าพรรคฯ


ผมเป็นคนแรก ที่เป็นแบบนั้นและทางพรรคให้อิสรภาพในการทำงานเต็มที่ ถ้าคุณขยันทำงานและไม่โกงกิน ทำงานให้เต็มที่ เราก็ทำงานเต็มที่ได้  คณะกรรมการ 10 กว่าคนในทีมเศรษฐกิจมิติใหม่ของการเมืองของเราคือ เรานำคนที่ไม่ใช่นักการเมืองเข้ามาอยู่ในทีมเศรษฐกิจด้วยมากขึ้น เราดึงคนที่มีกูรูความรู้แต่ละด้านเข้ามาช่วย ด้านเมืองจีน ก็มีรศ.ดร.อักษรศรี พาณิชย์สาม ด้านพลังงานสีเขียว คุณอรรถ เหมวิจิตรพันธ์ จากเชลล์ คุณหนึ่งปรมินทร์ อินโสม คนที่เขียน เรื่องบล็อกเชนคนแรก เราเชิญคนที่เก่งแต่ละสาขาเข้ามาอยู่ ในยคนี้ คุณเก่ง ข้ามาคนเดียวไม่ได้แล้ว

นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจทันสมัย
เพื่อเปิดโอกาสให้กับตนเองและใครก็ได้ หรือคนรุ่นใหม่ที่กล้าเปิดใจ ที่มีความตั้งใจจริงที่จะทำงาน  พรรคประชาธิปัตย์มีความตั้งใจจริง วันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 นี้ ทีม “เศรษฐกิจทันสมัย” พรรค ปชป. จัดอีกหนึ่งกิจกรรม คือ งานติดอาวุธให้กับนักธุรกิจยุคใหม สตาร์ทอัพ เอสเอ็มอี ซึ่งเป็นอาชีพที่หลายๆ คนในยุคใหม่ ไขว่คว้าอยากจะเป็นผู้ประกอบการเอง จะมีนักธุรกิจชื่อดังมาสอนอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นด้านเงินทุน การระดมทุน กฎหมาย การตลาด ประชาสัมพันธ์ ออนไลน์ ฯลฯ ก็จะมีผู้เชี่ยวชาญมาให้คำปรึกษา อาทิ คุณเต้ ภิรมย์ภักดี เจ้าของสิงห์เวนเจอร์ ทายาทเบียร์สิงห์, เจ้าของร้านอาหาร โอ้กับจู๋ คุณอู๋ ที่เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งมาเล่าให้ฟัง ว่าทำไมถึงติดตลาดขายดี, เจ้าของซูเปอร์ริช เจ้าของตลาดค้าเงินตรา ที่มีการแข่งขันสูงมาก เขาแก้ปัญหาอย่างไร เป็นต้น 

สนใจ ติดต่อสาขาพรรค หรือ ไลน์ไอดีนี้เลย
@prinnp
#ปริญญ์พานิชภักดิ์
Prinn Panitchpakdi

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น