วันพฤหัสบดีที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2561

LINE VILLAGE



ไลน์ วิลเลจ แบงค็อก 
สวนสนุกในร่มแห่งแรกของโลกไลน์เฟรนด์ จัดโปรโมชั่นสุดคุ้มในงานไทยเที่ยวไทยแฟร์ ครั้งที่ 48 บัตรเข้าสวนสนุกสำหรับผู้ใหญ่เพียง 690 บาท (จาก 850 บาท) และบัตรสำหรับเด็กเพียง 490 บาท (จาก 650 บาท) พิเศษต่อที่ 2 ซื้อบัตรเข้าพร้อมสินค้าไลน์เฟรนด์เฉพาะรุ่นในราคาพิเศษ พิเศษต่อที่ 3 ซื้อบัตรเข้า ใบขึ้นไป

ลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษต่างๆ มากมาย 
เฉพาะที่งานไทยเที่ยวไทย 30 สิงหาคม – 2 กันยายนนี้ ที่ บูธ M08 Main Foyer ประตูแพลนนารี่ฮอลล์ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ติดตามรายละเอียดและข่าวสารอื่นๆ จาก LINE VILLAGE BANGKOK ได้ที่https://www.facebook.com/LineVillageBangkok/ หรือ @linevillagebangkok บนช่องทางไลน์แอท  #LINEVILLAGEBANGKOK

เตรียมตัวเป็นเจ้าของรองเท้าวิ่งไนกี้ ซูม เวเปอร์ฟลาย 4% ฟลายนิต





ไนกี้ ผู้นำนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์กีฬาระดับโลกเปิดตัวรองเท้าวิ่งไนกี้ ซูม เวเปอร์ฟลาย 4% ฟลายนิต ซึ่งมีกำหนดวางจำหน่ายในวันพฤหัสบดีที่ 4 ตุลาคมนี้ ในทวีปอเมริกาเหนือทางเว็บไซต์ Nike.com โดยไนกี้ได้รวบรวมวิธีการซื้อสินค้าและสถานที่จัดจำหน่ายตามรายละเอียด ดังนี้

 เอเลียด คิปโชเก้ (Eliud Kipchoge) นักกรีฑามืออาชีพผู้พิชิตการวิ่งมาราธอนโดยใช้เวลาน้อยที่สุดเท่าที่เคยบันทึกสถิติไว้ เคยกล่าวชื่นชมนวัตกรรม 4% ของไนกี้ว่า “สมบูรณ์แบบ สมบูรณ์แบบมากจริงๆ” สื่อมวลชนที่เคยสัมผัสนวัตกรรมนี้กล่าวว่านวัตกรรมนี้มีส่วนสร้าง “รองเท้าวิ่งที่ช่วยให้ผู้สวมใส่วิ่งได้เร็วที่สุดในโลก” และสถิติของการแข่งขันวิ่งมาราธอนที่บันทึกไว้เร็วๆ นี้เป็นอีกหนึ่งเครื่องยืนยันถึงประสิทธิภาพของนวัตกรรม 4% จากไนกี้ได้เป็นอย่างดี (มากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ชนะการแข่งขันวิ่งมาราธอนรายการใหญ่ในปี 2018 สวมใส่รองเท้าวิ่งไนกี้ ซูม เวเปอร์ฟลาย 4%)

ในโอกาสนี้ ไนกี้ยกระดับนวัตกรรมของรองเท้าวิ่งที่มีเทคโนโลยี 4% ไปอีกขั้นด้วยรองเท้าวิ่งไนกี้ ซูม
เวเปอร์ฟลาย 4% ฟลายนิต ล่าสุด ที่มีหน้ารองเท้าที่เบาและสามารถระบายอากาศได้ดีกว่าเดิม


สิ่งเดิมที่ยังคงไว้ในสุดยอดรองเท้าวิ่งรุ่นใหม่นี้ คือ นวัตกรรม 4% ของไนกี้ โดยรองเท้าวิ่งไนกี้ ซูม เวเปอร์ฟลาย 4% ที่ทางไนกี้พัฒนาสำหรับนักกรีฑามืออาชีพที่เข้าร่วมกิจกรรม Breaking2 ก่อนหน้านี้ เป็นนวัตกรรมที่พัฒนาเพื่อช่วยให้นักวิ่งมาราธอนมืออาชีพสามารถวิ่งได้ดีที่สุด รองเท้าวิ่งไนกี้ ซูม เวเปอร์ฟลาย 4% นี้ มีโฟมไนกี้ซูมเอ็กซ์ (Nike ZoomX) ที่มีน้ำหนักเบา นุ่ม และช่วยส่งพลังงานคืนสู่เท้าผู้สวมใส่ได้ถึงร้อยละ 85) และมีแผ่นพื้นรองเท้าคาร์บอนไฟเบอร์ที่โค้งรับกับรูปเท้า


ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้รองเท้าและช่วยให้ทุกจังหวะการก้าวเป็นไปอย่างราบรื่น ด้วยการทำงานที่เสริมกันขององค์ประกอบเหล่านี้ ส่งผลให้นักวิ่งใช้พลังงานในการวิ่งได้น้อยลงถึงร้อยละ 4 เมื่อเทียบกับการวิ่งโดยใช้รองเท้าวิ่งรุ่นที่ดีที่สุดของไนกี้ที่ไม่มีนวัตกรรม 4% แน่นอนว่ารองเท้าวิ่งไนกี้ ซูม เวเปอร์ฟลาย 4% ฟลายนิต ยังมีคุณสมบัติอันโดดเด่นข้างต้น และยังมีการผสานหน้ารองเท้าที่ผลิตจากเส้นใยฟลายนิตซึ่งมีน้ำหนักเบาเข้ามาช่วยปกป้องเท้าของผู้สวมใส่



ไนกี้ได้วางจำหน่ายรองเท้าวิ่งไนกี้ ซูม เวเปอร์ฟลาย 4% เมื่อเดือนกรกฎาคม 2017 ที่ผ่านมา โดยตัวรองเท้ารุ่นดังกล่าวได้รับความสนใจจากลูกค้าเป็นจำนวนมากและถูกขายจากร้านค้าต่างๆ จนสินค้าหมดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ทางไนกี้มั่นใจว่ารองเท้าวิ่งไนกี้ ซูม เวเปอร์ฟลาย 4% ฟลายนิต จะได้รับเสียงตอบรับที่ดีอีกเช่นเดียวกัน เพื่อให้ท่านไม่พลาดโอกาสในการเป็นเจ้าของรองเท้าวิ่งไนกี้ ซูม เวเปอร์ฟลาย 4% ฟลายนิต ก่อนใคร ไนกี้ขอให้รายละเอียดเกี่ยวกับการวางจำหน่ายรองเท้ารุ่นนี้ในภูมิภาคต่างๆ
ดังต่อไปนี้


รายละเอียดเกี่ยวกับการวางจำหน่ายรองเท้าวิ่งไนกี้ ซูม เวเปอร์ฟลาย 4% ฟลายนิต
ในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก

ทวีปอเมริกาเหนือ
รองเท้าวิ่งไนกี้ ซูม เวเปอร์ฟลาย 4% ฟลายนิต จะถูกวางจำหน่ายในวันที่ 4 ตุลาคมนี้ ทางเว็บไซต์ Nike.com และที่ร้านไนกี้บางสาขาและภายในงานแบงค์ออฟอเมริกา ชิคาโก มาราธอน เอ็กซ์โป (Bank of America Chicago Marathon Expo)


ทวีปยุโรป
ในวันที่ 23 สิงหาคมนี้ สมาชิกของแอพพลิเคชั่น NRC+ ในสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี เนเธอร์แลนด์ และสเปนจะได้รับสิทธิ์เลือกซื้อรองเท้ารุ่นดังกล่าวก่อนใครจากการปลดล็อคกิจกรรมพิเศษในแอพพลิเคชั่น NRC+ คือการวิ่งมาราธอนภายใน 10 วัน โดยรองเท้าวิ่งไนกี้ ซูม เวเปอร์ฟลาย 4% ฟลายนิต จะถูกวางจำหน่ายในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ ทางเว็บไซต์ Nike.com และที่ร้านค้าชั้นนำทั่วภูมิภาคยุโรป รวมถึงร้าน Pro Direct, ร้าน Sport Shoes และร้าน El Corte Ingles


จีน
รองเท้าวิ่งไนกี้ ซูม เวเปอร์ฟลาย 4% ฟลายนิต จะถูกวางจำหน่ายในวันที่ 6 กันยายนนี้ ทางเว็บไซต์ Nike.com และที่ร้านรองเท้าชั้นนำทั่วประเทศจีน ทั้งร้าน Top Sport, ร้าน Pousheng, ร้าน Really, ร้าน Sanse, ร้าน Highwave


ญี่ปุ่น
รองเท้าวิ่งไนกี้ ซูม เวเปอร์ฟลาย 4% ฟลายนิต จะถูกวางจำหน่ายในวันที่ 6 กันยายนนี้ ทางเว็บไซต์ Nike.com และที่ร้านรองเท้าชั้นนำทั่วประเทศญี่ปุ่น ทั้งร้าน SteP Sports และร้าน Text Trading Co
รองเท้ารุ่นไนกี้ ซูม เวเปอร์ฟลาย 4% ฟลายนิต ยังไม่มีกำหนดการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ท่านสามารถติดตามข่าวสารประชาสัมพันธ์ของไนกี้ได้ทางเว็บไซต์ Nike.com


ไนกี้ อิงค์
ไนกี้ อิงค์ มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองบีเวอร์ตัน รัฐโอเรกอน ซึ่งไนกี้เป็นผู้นำของโลกในด้านการออกแบบ การทำการตลาดและการจัดจำหน่ายรองเท้า เครื่องแต่งกาย อุปกรณ์สำหรับการเล่นกีฬาและการออกกำลังกายหลากหลายชนิด ไนกี้ อิงค์. มีบริษัทลูกในเครือคือคอนเวิร์ส อิงค์ ซึ่งรับหน้าที่ออกแบบ ทำการตลาด และจัดจำหน่ายรองเท้า เครื่องแต่งกายไลฟ์สไตล์ และเฮอร์ลี่ย์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ซึ่งรับผิดชอบการออกแบบ การทำการตลาด และการจัดจำหน่ายรองเท้า เครื่องแต่งกายและอุปกรณ์สำหรับเด็กและสำหรับผู้เล่นกระดานโต้คลื่นโดยเฉพาะ

ข้อมูลเพิ่มเติม เอกสารด้านรายได้และเอกสารด้านการเงินอื่นๆ
สามารถเข้าชมได้ที่ http://investors.nike.com

ผู้สนใจรับข่าวสารสามารถเข้าชมได้ที่ http://news.nike.com/
หรือติดตามทวิตเตอร์อย่างเป็นทางการที่ @Nike

ดื่มด่ำกับงานศิลป์ Caring while Chilling


ฮูการ์เด้น (Hoegaarden) โดย บริษัท บริวเบอรี่ จำกัด แบรนด์เครื่องดื่มชั้นนำจากประเทศเบลเยี่ยม  จัดงาน เออร์เบิร์น โอเอซิส ชวนสัมผัสความสดชื่นดับกระหายไปกับ Theme พิเศษ จากแรงบันดาลใจ ในบรรยากาศของโอเอซิส ความสดชื่นท่ามกลางทะเลทรายอันร้อนระอุ ด้วย Hoegaarden ทั้ง 3 รสชาติ ณ เดอะ คอมมอนส์ คอมมู
นิตี้มอลล์ ของหนุ่มสาวสุดฮิป เมื่อวันก่อน โดยงานนี้ได้ร่วมมือกับ 3 ศิลปิน
 ชื่อดังของไทย นำโดย เนเวอร์ มงคล รัตนภักดี ศิลปินสายสตรีท จูลี่ เบคเกอร์ สาววาดภาพประกอบ และ กรศริน ภัทรโสภาคย์ รังสรรค์งานศิลป์บนแก้วทัมเบลอร์ เอาใจคนชื่นชอบงานศิลปะ

ศรา  จุฑารัตนกลุ ผจู้ดัการทั่วไป บริษทั บริวเบอรี่ จำกัด





 



ฮูการ์เด้น (Hoegaarden) นั้นมีถิ่นกำเนิดจากหมู่บ้าน Hoegaarden ซึ่งเป็นที่รู้จักกันว่าหมู่บ้านนี้เลื่องชื่อ
ในเรื่องของเบียร์ขาว เริ่มต้นตำนานตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 นักบวชได้คิดค้นสูตรการทำเครื่องดื่มที่ได้รับอิทธิพล จากพ่อค้าชาวฮอลันดาที่นำส่วนผสมรสจัดจากอินเดียมาเป็นส่วนประกอบ สูตรของเบียร์ฮูการ์เด้นนั้นได้ถูก ปรับแต่งโดยคนในหมู่บ้าน โดยมีส่วนประกอบหลัก คือ น้ำ ยีส ข้าว ฮ๊อพส์ เปลือกส้ม และ ผักชี เป็นต้น ชื่อของ ฮูการ์เด้น นั้นได้หายไปในช่วงหนึ่ง ก่อนได้รับการสนับสนุนจาก อาร์ทัวร์ บริวเวอรี่ โรงกลั่นยักษ์ใหญ่ใน ประเทศเบลเยี่ยม เพื่อนำแบรนด์ฮูการ์เด้น กลับมาใหม่อีกครั้งในทศ
วรรษ 90 และเริ่มได้รับความนิยมจากคน ทั่วโลกจวบจนทุกวันนี้





โดยในงาน เออร์เบิร์น โอเอซิส ที่แบรนด์ฮูการ์เด้นได้เนรมิตขึ้นบนชั้นดาดฟ้าของคอมมูนิตี้มอลล์กลาง ทองหล่อนี้ ได้ทีมมิกโซโลจิสต์จาก Majestic Bar Team มารังสรรค์ค็อกเทลให้เป็นพิเศษเพื่อดับร้อน โดยเติมเต็มประสบการณ์การดื่มด้วยงานศิลป์บนแก้วทัมเบลอร์ของศิลปินชื่อดังชาวไทยทั้ง 3 ที่สามารถรักษา ความเย็นให้กับเครื่องดื่มต่างๆได้เป็นอย่างดี นำโดย เนเวอร์ มงคล รัตนภักดี ศิลปินสายสตรีท ที่จะได้เห็นผลงาน เขาบนกำแพงทั่วประเทศไทย บนสเก็ตบอร์ด ตัวเขาได้ร่วมงานกับแบรนด์ระดับโลกมากมาย อาทิ เรด บูล รองเท้าสนีกเกอร์ แวนส์ รถยนต์จากัวร์ เป็นต้น โดยคอนเซ็ปต์ที่ เนเวอร์นำมาแสดงลงบนแก้วนี้ คือการใช้เส้นสร้าง Character คน โดยใช้ชื่อคอนเซ็ปต์ว่า OASIS LINE เพื่อเป็นตัวแทนของคนทั่วไป เลือกใช้โทนสีของแคมเปญมาเป็นสีหลัก โดยต้องการที่จะสื่อสารว่าทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งและมีประสบการณ์ความสดชื่นนี้ร่วมกันได้ ด้านสาวนักวาดภาพประกอบ จูลี่ เบคเกอร์ ใช้ชื่อคอนเซ็ปต์ว่า SUMMER OASIS


โดยงานดังกล่าวนี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก การนำผลไม้ที่เป็นส่วนผสมของฮูการ์เด้นมาออกแบบและจัดวางให้สื่อถึงความเป็น Oasis จูลี่มีชื่อเสียงจากการวาดสีน้ำประกอบ งานนี้จึงเสมือนการนำสีน้ำมาละเลลงบนวัสดุโลหะที่สะท้อนวิถีชีวิตสมัยใหม่คนเมืองได้เป็นอย่างดี ส่วนศิลปินสาวคนสุดท้ายที่นำเสนองาน Caring while Chilling ด้วยลายเส้น การ์ตูนชาย หญิงที่เรียบง่าย ในคอนเซ็ปต์ “The taste of the refreshment is you” โดย กรศริน ภัทรโสภาคย์ กล่าวถึงงานศิลป์บนแก้วทัมเบลอร์นี้ว่า “การได้เจอใครสักคนและมีช่วงเวลาดีๆ ร่วมกัน ถือเป็นรสชาติของความสัมพันธ์ที่สดชื่น หอมหวาน เติมพลัง จนเราอยากเก็บช่วงเวลาดีๆ ตรงนี้ไว้เป็น Oasis ที่เป็นสถานที่พิเศษที่มีแต่เราค้นพบ”

แก้วทัมเบลอร์ผลงานของ 3 ศิลปิน 3 สไตล์ (จากซ้าย) เนเวอร์ - มงคล รัตนภักดี จูลี่ เบคเกอร์ แอนด์ ซัมเมอร์ - ชนารดี ฉัตรกุล ณ อยุธยา รีน -กรศริน ภัทรโสภาคย์ ที่น ามาโชว์ในงาน เออร์เบิร์น โอเอซิส ที่ เดอะ คอมมอนส์มองหล่
นอกจากงาน เออร์เบิร์น โอเอซิส ณ เดอะ คอมมอนส์ คอมมูนิตี้มอลล์ แห่งนี้แล้ว ฮูการ์เด้น (Hoegaarden) เตรียมไปสร้างความสดชื่นด้วย ป็อป อัพ เออร์เบิร์น โอเอซิส บาร์ ให้กับหนุ่มสาวออฟฟิศ ตั้งแต่ เดือนกันยายน 2561 เป็นต้นไป อาทิ สาทร แสควร์, กรูฟ แอด เซ็นทรัลเวิลด์ และ ฮอบส์ เมกะบางนา เป็นต้น ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FB : HOEGAARDEN

กลุ่ม 4 จังหวัดภาคตะวันออก ชวนเที่ยวงานสีสันตะวันออก ครั้งที่ 15

ท่องเที่ยวหลากสีสัน เมืองชายทะเลนานาชาติ
The Colors of the Vibrant Sea 



​สีสันตะวันออก  ครั้งที่ 15 ประจำปี 2561 ภายใต้คอนเซปต์  “The Colors of the Vibrant Sea ท่องเที่ยวหลากสีสัน เมืองชายทะเลนานาชาติ”  จัดขึ้นในระหว่างวันที่  30 สิงหาคม – 2 กันยายน 2561 
ภายในงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 48 ณ เพลนารี ฮอลล์  ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  โดยกลุ่ม 4 จังหวัดภาคตะวันออก ได้แก่  ชลบุรี  ระยอง  จันทบุรี และตราด ซึ่ง 4 จังหวัดนี้ สามารถท่องเที่ยวได้
ทุกฤดูเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวทั้งแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลนานาชาติ เชิงนิเวศ เชิงเกษตร เชิงสุขภาพ และการท่องเที่ยวโดยชุมชน ได้กำหนดกลยุทธ์การพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขัน โดยเน้นการพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว การสร้างความหลากหลายของกิจกรรมการท่องเที่ยว และส่งเสริมการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้น 



ภายในงานนี้ ได้รวมธุรกิจผู้ประกอบการชั้นนำ มากคุณภาพ ทั้งผู้ประกอบการ การท่องเที่ยว โรงแรม ที่พัก และสินค้าท้องถิ่นของภาคตะวันออก มากมายกว่า 76 บูธ อาทิ แพ็คเกจที่พักจาก โรงแรมซีวิว รีสอร์ท ระยองชาเล่ต์, การ์เด้น ซีวิว รีสอร์ท, เกาะกูด คาบาน่า บัตรเข้าชมแหล่งท่องเที่ยว จาก Frost Magical Ice of Siam, Teddy Bear Museum, Oasis Sea World และยังสามารถเลือกซื้อสินค้าท้องถิ่นคุณภาพ อาทิ ผลไม้แปรรูป, ผลไม้สดจากสวน, ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร, น้ำมันเหลือง, เพชร พลอย จิวเวลรี่ เอกลักษณ์เฉพาะของภาคตะวันออกเรียกได้ว่า มางานเดียว เที่ยวครบ 4 จังหวัด พร้อมโปรโมชั่น ช้อปครบตั้งแต่ 3,000 บาท เป็นต้นไป แลกรับผลิตภัณฑ์โอท็อปจากภาคตะวันออก พร้อมลุ้นรางวัลโรงแรม ที่พัก จำนวน 20 รางวัล และ รางวัลสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท จำนวน 1 รางวัล




พิธีเปิดงานจัดขึ้นในวันที่  30 สิงหาคม 2561   เวลา 18.00 น. โดยประธานในพิธี นายภวัต เลิศมุกดา
รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี  หัวหน้ากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก พร้อมด้วยตัวแทนจากจังหวัดระยอง  จังหวัดจันทบุรี  และจังหวัดตราด ให้เกียรติร่วมงานพร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติจากหน่วยงานต่างๆ ทั้ง
ภาครัฐและเอกชน 



พิธีเปิด “Colors of the vibrant sea ท่องเที่ยวหลากสีสัน เมืองชายทะเลนานาชาติ” สื่อถึงสีสันในฤดูหนาวและฤดูร้อนที่เต็มไปด้วยสีสันของกิจกรรมริมชายหาดและทางทะเล สัมผัสประสบการณ์สีสันของเมืองชายทะเลนานาชาติที่โด่งดังระดับโลก นอกจากนี้ยังมีโซนนิทรรศการ การท่องเที่ยวชายทะเลนานาชาติ และกิจกรรมทางทะเลของภาคตะวันออก พร้อมชมการแสดงสาธิตภูมิปัญญาท้องถิ่นเอกลักษณ์เฉพาะภาคตะวันออก อาทิ สาธิตเกลือสปาและสมุนไพรดับกลิ่น สูตรเฉพาะจาก
จังหวัดชลบุรี, การทำยาดมจากลูกกระวาน สมุนไพรท้องถิ่นของจังหวัดจันทบุรี และ สาธิตการทำสบู่เหลวกฤษณาและยาดมสมุนไพรแท้จันดารานาสิก จากจังหวัดระยอง และ การทำตะลิงปลิง
แช่อิ่มและสาธิตการสานกระเป๋าจากพลาสติก จากจังหวัดตราด และในทุกวันงานชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม พร้อมถ่ายรูปคู่กับแลนด์มาร์คสีสันตะวันออก ไลค์ & แชร์ รับของรางวัล ตลอด 4 วันงาน





วางแผนเที่ยวรับลมทะเลกันที่ งานสีสันตะวันออก  ครั้งที่ 15
“The Colors of the Vibrant Sea ท่องเที่ยวหลากสีสัน เมืองชายทะเลนานาชาติ” 
วันที่  30 สิงหาคม – 2 กันยายน 2561  


งานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 48 ณ เพลนารี ฮอลล์  ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์​

 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่   www.facebook.com/colorsoftheeastbyimc

SPCG ประกาศความร่วมมือ ด้านการจัดจำหน่ายและการให้บริการ

Authorised Sales & Service Partnership
ระหว่าง SPCGและ SMA ประเทศเยอรมนี



เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2561 บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ “SPCG”มีบริษัทในเครือ คือ บริษัท โซล่า เพาเวอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด หรือ “SPE” ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้แทนจำหน่ายเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้าอย่างเป็นทางการ และ บริษัท โซลาร์ เพาเวอร์ รูฟ จำกัด หรือ “SPR” ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ให้บริการอย่างเป็นทางการ (AuthorisedSales & Service Partnership)ของ SMA Solar Technology AG (SMA) ประเทศเยอรมนีนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2561 เป็นต้นมา ซึ่ง SPCGเป็นผู้ริเริ่มและผู้นำในการดำเนินธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Farm) ขนาดใหญ่ที่สุดแห่งแรกในประเทศไทยและประชาคมอาเซียน (ASEAN) และธุรกิจติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา
(Solar Roof)ในประเทศไทย


SMASolar Technology AG (SMA) ประเทศเยอรมนี เป็นผู้นำด้านการผลิตเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า (Inverter) ซึ่งเป็นอุปกรณ์หลักในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ โดยเมื่อปี พ.ศ. 2560 SMA
มียอดจำหน่ายกว่า 900 ล้านยูโร SMAมีผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์
อันทรงประสิทธิภาพ ทั้งแบบใช้ใน  บ้านพักอาศัย ใช้เพื่อการพาณิชย์ และใช้ในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ระบบของ SMAสามารถรองรับการต่อเชื่อมแบตเตอรี่ได้หลายประเภท

นอกจากนี้ SMAยังมีความโดดเด่นในด้านการจัดการพลังงานอัจฉริยะ โซลูชั่นสำหรับพลังงานดิจิทัล การบริการที่ครอบคลุม และระบบปฎิบัติการสำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ทั้งนี้ SMA เป็น
บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แฟรงก์เฟิร์ตแห่งประเทศเยอรมนีประเภท Prime Standard

ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน)  กล่าวว่า SPCGเลือกใช้เครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า (Inverter)จาก SMA  ด้วยเชื่อมั่นในคุณ
ภาพและประสิทธิภาพ  ในการทำงานของระบบ Inverter ประกอบกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย เป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยโครงการโซลาร์ฟาร์มทุกแห่ง รวมทั้ง การให้บริการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ให้กับลูกค้าทุกราย บริษัทฯ เลือกใช้ Inverter จาก SMA  มาโดยตลอด จนกระทั่งเมื่อ SMA กำลังมองหา Strategic Partner ในภูมิภาคอินโดจีน และSPCGถือเป็นลูกค้าหลักที่มีสัดส่วนมากกว่า 60% ของจำนวน Inverter ทั้งหมดในภูมิภาคนี้ SPCG
จึงเล็งเห็นโอกาสในการทำธุรกิจ ในด้านการจัดจำหน่ายและการให้บริการทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคอินโดจีน จึงทำให้ SPEและ SPR ซึ่งเป็นบริษัทในเครือได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้แทนAuthorised Sales & ServicePartnershipอย่างเป็นทางการ ดูแล ลูกค้าของ SMA ทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคอินโดจีน
อีก 4 ประเทศ ประกอบด้วย ประเทศเวียดนาม ลาว กัมพูชา และพม่า

ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG พร้อมด้วย คณะผู้บริหารผู้บริหารจาก SMA Solar Technology AG (SMA) ประเทศเยอรมนี Mr.Rakesh Khanna Managing Director of SMA India and South East Asia (ท่านที่ 2 จากทางขวา) Mr.Joseph Helweg Head of Global Service Operations APAC (ท่านแรกจากทางขวา) พร้อมด้วย Mr.Tomohide Hirashima กรรมการผู้จัด บริษัท โซล่า เพาเวอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด หรือ SPE และ คุณพฤทธิ์ ทองอยู่สุข ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้า บริษัท โซลาร์ เพาเวอร์ รูฟ จำกัด หรือ SPR บริษัทในเครือ SPCG ร่วมกันแถลงข่าวความร่วมมือด้านการจัดจำหน่ายและการให้บริการเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า (Inverter) อย่างเป็นทางการ (Authorised Sales & Service Partnership) ระหว่าง SPCG และ SMA ประเทศเยอรมนี


Mr.Rakesh Khanna Managing Director of SMA India กล่าวถึงด้านการจัดจำหน่ายว่า SPE จะเข้า
มาเติมเต็มในบทบาทของ Authorised Sales Agent ซึ่งก่อนหน้านี้ ลูกค้าผู้ใช้ Inverter บางราย ประสบปัญหาในเรื่องของการติดต่อสื่อสาร เช่น เรื่องของกำแพงภาษา และเวลาที่ต่างกันของแต่ละประเทศ ทำให้ลูกค้าไม่ได้รับความสะดวกในการติดต่อ และการบริการ  SPE จึงเข้ามาช่วยทำให้ลูกค้าผู้ใช้ Inverter ทุกรายได้รับการบริการที่ดียิ่งขึ้นจากเดิม อีกทั้งยังสามารถช่วยแก้ปัญหาในเบื้องต้นให้ได้
หรือในกรณีที่ทางบริษัทฯไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ก็จะช่วยประสานงานพร้อมติดตามผล และการดำเนินงานให้แก่ลูกค้าด้วย ส่วนของลูกค้ารายใหม่ จะเริ่มจากในประเทศไทย และ  ขยายออกไปในภูมิภาคอินโดจีน




ดร.วันดี กล่าวต่ออีกว่า SPR ในฐานะAuthorisedService Partnership จะได้ประโยชน์โดยตรงในฐานะ
ที่เป็นผู้ใช้เครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า (Inverter)รายใหญ่ ประเด็นแรก คือเรื่องของความเชื่อมั่นในการให้บริการที่ดี เพราะ SMA เป็นที่ยอมรับในเรื่องของการบริการที่ดีและรวดเร็ว รวมถึงมีการรับประกันที่ยาวนาน การที่ SPR เข้ามาให้บริการในด้าน Customer Service จะทำให้ลูกค้าสามารถมั่นใจได้ว่า การบริการที่จะได้รับจะเป็นมาตรฐานเดียวกันกับ SMAอย่างแน่นอน ประเด็นที่สอง ในด้านการจัดจำหน่ายเราจะยังคงรักษามาตรฐานการบริการด้านการจัดจำหน่ายที่ดีให้กับลูกค้า ประเด็นที่สาม การที่ได้เข้ามาทำงานด้านการบริการ ทีมงานของบริษัทฯ จะได้รับการฝึกอบรมในเชิงลึก จากเจ้าหน้าที่ของ SMA เยอรมนีโดยตรงที่จะมาให้ความรู้ ยกระดับให้วิศวกรไทยของเรา มีความรู้ความสามารถในเรื่องของเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า (Inverter) เพิ่มขึ้น เทียบเท่าในระดับสากล จากประโยชน์ที่บริษัทฯ ได้รับนี้
อาจจะส่งผลให้ธุรกิจนี้เป็นโอกาสในการเพิ่มรายได้ให้กับบริษัทฯอีกทางหนึ่งในอนาคต


ด้าน  Mr.JosephHelweg Head of Global Service Operations APAC  กล่าวในส่วนของการให้บริการว่า
SMAประเทศไทยได้รับการยอมรับในเรื่องของบริการที่ดีและความรวดเร็ว เมื่อSPRเข้ามาเป็น Service Authorized Partnership ก็ยังจะรักษามาตรฐานการบริการในรูปแบบเดียวกัน SPCG ประกาศความร่วมมือ ด้านการจัดจำหน่ายและการให้บริการโดย SPR มีทีมวิศวกรที่ได้รับการฝึกอบรมเชิงลึก จากเจ้าหน้าที่ SMA เยอรมนีทำให้มั่นใจได้ว่ามาตรฐาน การบริการจาก SPR จะเทียบเท่ากับการบริการจาก SMA อย่างแน่นอน ทั้งนี้ SPR จะเปิด สายด่วน Call Center ในการรับทราบและแก้ไขปัญหาเบื้องต้น เพื่อให้ลูกค้าได้รับความพึงพอใจและความรวดเร็วจากการให้บริการอย่างดีที่สุด

วันพุธที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2561

สสว. เตรียมจัดใหญ่ "SME ONE FEST 2018" รวมเอสเอ็มอีทั่วไทยกว่า 1,100 บูธ

คาดเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท
พร้อมจับคู่ธุรกิจดันเอสเอ็มเจาะ CLMV และตุรกี 



สสว.  แถลงข่าวการจัดงาน “SME ONE FEST 2018” พบผู้ประกอบการกว่า 1,100 ราย ร่วมแสดงสินค้าหลากสไตล์ พร้อมนำกูรูการตลาดแถวหน้าของไทยแนะเคล็ดลับเพิ่มยอดขายให้ผู้ประกอบการ และเปิดเวทีเจรจาจับคู่ธุรกิจดันเอสเอ็มอีโกอินเตอร์ เจาะกลุ่ม CLMV และตุรกี คาดเงินสะพัดภายในงานไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท



นายสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงทั้งตลาดภายในประเทศ และต่างประเทศ จึงเป็นแรงกดดันสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเอสเอ็มอีไทย ดังนั้น สสว. จึงได้ตั้งโครงการพัฒนาช่องทางการตลาดสำหรับ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งในปี 2561 ตั้งเป้าจะพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้รับความรู้ด้านการตลาดต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 2,000 ราย สนับสนุนด้านการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ไม่น้อยกว่า 2,000 กิจการ และส่งเสริมให้เกิดการจับคู่ธุรกิจไม่น้อยกว่า 2,000 คู่ และเกิดมูลค่าการเจรจาการค้าของผู้ประกอบการไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท



ผอ. สสว
เผยว่า ทั้งนี้เพื่อที่จะผลักดันให้เป็นไปตามเป้าหมายดังกล่าว สสว.  เตรียมจัดงาน
"SME ONE FEST 2018"  ขึ้นระหว่างวันที่ 6-9 กันยายน 2561 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
 โดยได้เชิญผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิกของ สสว. ทั่วประเทศ มาร่วมจัดแสดงสินค้ากว่า 1,100 บูธ
อาทิ สินค้าออร์ แกนิค ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม อาหารและเครื่องดื่ม ทั้งแบบสำเร็จรูปและพร้อมรับประทาน สินค้าไลฟ์สไตล์ สินค้าแฟชั่น เครื่องประดับจากดีไซเนอร์รุ่นใหม่ และปลาสวยงาม โดยคาดว่าจะเกิดมูลค่าการซื้อขายในงานนี้ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท และจะมีผู้เข้าร่วมชมงานครั้งนี้ประมาณ 50,000 คน

“นอกจากนี้ ยังได้จัดกิจกรรมการจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยกับเอสเอ็มอีประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่ม CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) และตุรกี เข้าร่วมจับคู่ธุรกิจในครั้งนี้
โดยคาดว่าจะเกิดการจับคู่ธุรกิจได้ไม่ต่ำกว่า 250 ราย ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันไปสู่เป้าหมายการจับคู่ธุรกิจในปีนี้ไม่ต่ำกว่า 2 พันคู่”   นายสุวรรณชัย กล่าว




พร้อมกันนี้ ภายในงาน  "SME ONE FEST 2018"  ยังได้จัดกิจกรรมการสัมมนาให้ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ อาทิ หัวข้อ “ปรับตัวอย่างไรในยุคออนไลน์” โดย คุณปฤณ จำเริญพานิช, หัวข้อ “พูดอย่างไรให้รวย”  โดย อ.ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย เป็นต้น


รวมทั้งยังมีบล็อกเกอร์ชื่อดังมาแชร์ประสบการณ์แนะนำเคล็ดลับดีๆ อาทิ นางพญาปลวก by miss rain เทคนิคการแต่งหน้าในโอกาสต่างๆ, ป้าพิม Misspimpaka แนะนำด้านความงามและการดูแลสุขภาพ,  เชฟบุ๊ค บุญสมิทธิ์ รายการ Foodwork จากร้าน “ราดหน้าขั้นเทพ” กับการสาธิตการทำอาหารสไตล์ฟิวชั่น เพื่อนำไปต่อยอดเป็นอาชีพได้ การสาธิตการทำเครื่องประดับ แฮนเมนด์ จากร้าน Nunya Design, สาธิตการทำผลิตภัณฑ์แปรรูปจากดิน จากร้าน CC&C Product, สาธิตผ้าเขียนลายบ้านหัตถศิลป์, สาธิตการทำดอกไม้ประดิษฐ์ทำมือจากวัสดุธรรมชาติ จากบริษัท เทียร่า เด เต้ จำกัด เป็นต้น


"การจัดงานในครั้งนี้เป็นการดำเนินภายใต้โครงการส่งเสริมผู้ประกอบเอ็สเอ็มอี ตลอดปี 2561 ของสสว. และเป็นการติดอาวุธทางการตลาด รวมถึงการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้ผู้ประกอบการสตาร์ทอัพไทย สามารถต่อยอดสู่ระดับประเทศและนำไปสู่การต่อยอดในระดับสากล" นายสุวรรณชัยกล่าว

ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงาน SME ONE FEST 2018 
ระหว่างวันที่ 6-9 กันยายน 2561 
ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เวลา 10.00น. – 20.00 น. 
สอบถามเพิ่มเติมที่ สสว. หมายเลข 1301

วันอังคารที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2561

GTC International รวมทุนทั่วโลก พัฒนาการท่องเที่ยวไทย

ปฏิญาณตนเป็นบริษัทอาสา ตอบแทนคุณแผ่นดินไทย


จีทีซี อินเตอร์เนชั่นแนล โดย น.ส.หลุ่ย แซ่กั๊ว (หรือคุณจีจี้) เจ้าของสือภาษาจีนที่มีชื่อเสียงโด่งดังในสังคมไทย-จีน รุกเปิดบริษัทใหม่ภายใต้แนวคิด “รวมทุนทั่วโลก พัฒนาการท่องเที่ยวไทย” ใช้เทคโนโลยี่ทางการเงินสมัยใหม่ผสมผสานประสบการณ์และความเข้าใจตลาด ปฏิญานตนเป็นบริษัทอาสา ตอบแทนคุณแผ่นดินไทย ลั่นพร้อมบริจาค 10% จากการระดมทุนในอนาคต มอบให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นำไปพัฒนา “การท่องเที่ยวไทย” โดยระยะแรกของการดำเนินธุรกิจ จะเจาะกลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวชาวจีน ช่วยผลักดันรายได้เข้าประเทศ มูลค่ากว่าพันล้านต่อปี
ปัจจุบันอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย ได้กลายเป็นอุตสาหกรรมสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยเป็นอันดับต้นๆ และรายได้จากนักท่องเที่ยวจีนก็ถือเป็นส่วนหลักสำคัญของรายได้การท่องเที่ยวของไทย แต่ปัญหาของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยนั้น โดยเฉพาะสำหรับชาวต่างชาติ คือนักท่องเที่ยวจะอัดแน่นในเมืองท่องเที่ยวเพียง4-5เมืองเท่านั้น เช่นกรุงเทพฯ ภูเก็ต พัทยา เชียงใหม่ เป็นต้น ยากที่จะกระจายนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนไปที่แหล่งท่องเที่ยวของทั่วประเทศไทยได้ ซึ่งสาเหตุของปัญหานั้น ส่วนใหญ่จะมาจากศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวใหม่ โดยเฉพาะการก่อสร้างพื้นฐานสำหรับพัฒนาการท่องเที่ยวนั้น เช่นถนน โรงแรม การบูรณาการสถานที่ต่างๆ เป็นต้น ยังไม่มีศักยภาพพอที่จะรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นจำนวนมาก รายได้ที่ได้มาจากนักท่องเที่ยวต่างชาตินั้นก็ไม่มีวิธีการที่ดีในการกระจายรายได้เพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ
 
40279720_2160599974266855_2037461854485217280_o

บริษัท GTC International จำกัด โดย น.ส.หลุ่ย แซ่กั๊ว (หรือคุณจีจี้) เป็นประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่ ได้เล็งเห็นถึงปัญหาเหล่านี้ และมีความมุ่งมั่นที่จะใช้ อิทธิพลด้านสื่อประชาสัมพันธ์ของสื่อจีนที่ทำอยู่ เช่น สำนักข่าวภาษาจีนไทยแลนด์เฮดไลน์ (Thailand Headlines) และนิตยสารภาษาจีนแอทม่านกู่ (@ManGu) ซึ่งถือว่าเป็นสื่อจีนมีชื่อเสียงในแวดวงชาวจีนโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนเป็นวงกว้าง และนำเอาความเข้าใจถึงแนวคิดและลักษณะใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจีน จากประสบการณ์ทำงานเกือบ20ปี ของคณะบริหาร มาช่วยผลักดันการแก้ไขปัญหาการท่องเที่ยวไทย ที่กล่าวไว้ข้างต้น โดยใช้เทคโนโลยีทรัพย์สินดิจิตอล เป็นเครื่องมือการใช้ขับเคลื่อนธุรกิจของบริษัทฯ ภายใต้หลักการทำงาน รวมทุนทั่วโลก พัฒนาการท่องเที่ยวไทย
  
40240065_743888059276100_5154032081721884672_n

บรรยากาซภายในงานเปิดตัวบริษัท บริษัท จีทีซี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด น.ส.หลุ่ย แซ่กั๊ว (หรือคุณจีจี้) พร้อมคณะผู้บริหารบริษัทฯ ทำพิธีปฏิญาณตน ต่อหน้า นายวีรศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ด้วยข้อความว่า “เรามุ่งมั่น ผลักดันและร่วมพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยบริษัทฯจะนำเอา 10% จากยอดการระดมทุน (ICO) นำไปสร้างโครงการต่างๆที่ช่วยพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศไทย และมอบบริจาคกรรมสิทธิ์ของโครงการเหล่านี้ให้กับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประเทศไทย เพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศไทยต่อไป และคำปฏิญาณนี้จะลงบันทึกเพิ่มในข้อบังคับของบริษัทฯ
อีกด้วย เพื่อปฏิบัติอย่างจริงจัง”
 
 
ทั้งนี้ ในการเปิดตัว บริษัท จีทีซี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ยังได้การเซ็นสัญญาบันทึกข้อตกลงร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจในด้านต่างๆ ได้แก่
40205759_504886716644577_1679735321186533376_n
 
China Travel Service (CTS) บริษัทธุรกิจท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของจีน – เรื่องร่วมกันผลักดันด้านผลัดดันการให้ความสะดวกในการใช้จ่ายชำระเงินของนักท่องเที่ยวจีนในไทย
 
บริษัท ซุปเปอร์ริช (ไทยแลนด์) จำกัด – เรื่องร่วมกันผลักดันด้านการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศกับนักท่องเที่ยวชาวจีน
 
บริษัท ซุปเปอร์เรด จำกัด – เรื่องร่วมกันผลักดันการผลิตราย
การแฟชั่นโชว์ไทย-จีน Thai Chinese fashion week
แชมป์มวยโลก
คุณสิทธิชัย ศิษย์สองน้องพี่ – โดย คุณสิทธิชัย ศิษย์สองน้องพี่ เป็นเซเลปบริตี้ ตัวแทนช่วยโปรโมทวัฒนธรรมมวยไทยสู่โลก โปรโมทการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
 
“มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2015” (Miss Thailand World 2015) – โดย คุณเฟรนส์ฟราย ธัญชนก มูลนิลตา ตัวแทนช่วยโปรโมทการท่องเที่ยวของไทยไปสู่ประเทศจีน ไทยวันมอลเอ้าท์เล็ท–เรื่องร่วมกันผลักดันด้านการช้อปปิ้งสินค้าไทยคุณภาพดีของนักท่องเที่ยวชาวจีน
40248426_2160600510933468_5113841525817606144_o

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว คุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) คุณเฉาซิงฉิ้ง ประธานบริษัท China Travel Service Head Office Thailand Co.,Ltd. (CTST) คุณหลี่เสี่ยวจวิน ประธานกองทุนจีทีซีอินเตอร์เนชั่นแนล รวมทั้งเหล่าดาราศิลปิน อย่าง คุณเป้ อารักษ์ อมรศุภศิริ คุณมิว นิษฐา จิรยั่งยืน คุณชานน สันตินธรกุล คุณเฟรนส์ฟราย ธัญชนก มูลนิลต Miss Thailand World คุณป๊อป พิชฌพัฒน์ ตันทา คุณเฌอเบลล์ ลัลณ์ลลิน เตจะสา เวศซ์ ต่างก็มาแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง

เทคโนโลยี่ด้านการเงิน หรือ ฟินเทค จากนานาประเทศทั่วเอเชีย

 Thailand Headlines และนิตยสาร @ManGu จัดเสวนา Thailand Digital Assets Forum

ระดมเหล่ากูรูกฏหมายและการเงิน...ให้ความรู้ พรก.สินทรัพย์ดิจิทัล มุ่งดึงดูดนักลงทุนจีน ในยุคเปลี่ยนผ่านสู่การใช้ “เงินดิจิตอล” ในรูปแบบ Crypto currency โดยเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset) ใช้แทนเงินสด และเกิดสกุลเงินต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย อาทิ คริปโท (Crypto), โทเคน (Token) ซึ่งเป็นหน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ที่ต้องดำเนินการผ่านกระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีความซับซ้อน ในขณะที่การประกอบธุรกิจ มีความต้องการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านสกุลเงินดิจิตอล และได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายมากขึ้นเรื่อยๆ แต่นักลงทุน ผู้ประกอบธุรกิจ และประชาชนทั่วไป ยังไม่มีความรู้มากนัก  


และที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ ประเทศไทยได้มีการประกาศใช้พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล หรือ พรก. เมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๑ และมีการประกาศใช้ข้อบังคับและหลักเกณฑ์ต่างๆเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ที่ผ่านมา และมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ กลต. เป็นผู้กำกับดูแลนั้น จึงนับว่าเป็นประเทศแรกในเอเชียที่มีการออกกฏหมายควบคุมธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลและแนวทางการประกอบธุรกิจนี้อย่างถูกต้องตามกฏหมาย จึงทำให้ประเทศไทยได้กลายเป็นจุดสนใจ ของนักธุรกิจ นักลงทุนในวงการเทคโนโลยี่ด้านการเงิน หรือ ฟินเทค จากนานาประเทศทั่วเอเชีย ซึ่งในนั้นมีนักลงทุน เชื้อสายจีนจำนวนมาก ประเทศไทยถูกยกย่องเป็นประเทศระดับแนวหน้าที่มีความทันสมัยด้านพัฒนาเทคโนโลยี่ ฟินเทค และเป็นประเทศที่เหมาะกับการลงทุน


เนื่องด้วยสำนักข่าวภาษาจีนไทยแลนด์เฮดไลน์ (Thailand Headlines) และนิตยสารภาษาจีนแอทม่านกู่ (@ManGu) เป็นสื่อภาษาจีนที่มีอิทธิพลด้านการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารในประเทศไทยไปยังชาวจีนทั่วโลก และมีสื่อจากประเทศจีนหลายสำนักได้ติดต่อมาเพื่อขอรับข้อมูลข่าวสารด้านการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทยที่ถูกต้อง จึงได้มี การร่วมมือกับ กลต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้มีความรู้ประสบการณ์ด้านกฏหมายและธุรกิจการเงิน จัดงานเสวนาครั้งนี้ขึ้น เพื่อให้ความรู้ ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องแก่นักลงทุนต่างชาติ ผู้ถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลต่างชาติ และประชาชนทั่วไปที่สนใจ ประกอบด้วย พล.อ.ท.บรรจง คลายนสูตร์ ผู้แทนพิเศษของ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตรอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม คุณรพี สุจริตกุล เลขาธิการสำนักงาน ก.ล.ต , คุณอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม กรรมการกฤษฎีกา อดีดปลัดกระทรวงการคลัง , คุณพราวพร เสนาณรงค์ ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงาน ก.ล.ต สายนโยบายตลาดทุน คุณ เกาจื๋อหลง อุปนายกสมาคม International Blockchain and Cryptocurrency Association พิธีกรเสวนารับเชิญ ได้แก่ คุณหลุ่ย แซ่กั๊ว(คุณจีจี้) ประธานบรรณษธิการใหญ่สำนักข่าวภาษาจีนไทยแลนด์เฮดไลน์ (Thailand Headlines) และนิตยสารภาษาจีนแอทม่านกู่ (@ManGu) และ คุณวิเชฐ ตันติวานิช ประธานสถาบันC-Asean, กรรมการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ, กรรมการการนิคมฯ แห่งชาติ ส่วนสำนักตำรวจแห่งชาติก็มี พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผช.ผบตร . เป็นตัวแทน มาร่วมรับฟังและทำควาความเข้าใจรายละเอียดเกี่ยวกับพรก.และหลักเกณฑ์ฯ ดังกล่าว


เนื้อหาในการเสวนา Thailand Digital Assets Forum ได้กล่าวถึง ครม. อนุมัติพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลหรือ พ.ร.ก. และมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ กลต. ประกาศใช้ จึงนับว่า ประเทศไทย คือประเทศแรกของเอเชีย ที่มีการประกาศใช้ พ.ร.ก การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างถูกต้อง ส่งผลให้ นักลงทุนต่างๆ จากนานาประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีน ให้ความสนใจกันเป็นอย่างมาก และติดตามข้อมูลข่าวสารความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ จึงมีความจำเป็นต้อง ส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับหลักเกณฑ์และกฏระเบียบ ในการกำกับดูแลทรัพย์สินดิจิตอลที่ถูกหลัก รวมไปถึงการให้ความรู้ด้านกฏหมาย ข้อบังคับ การบริหารจัดการ การดำเนินงานต่างๆ รวมไปถึงกฏหมายการคุ้มครองด้านการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล และคุ้มครองผู้บริโภคผู้ลงทุน อันจะเป็นการขจัดปัญหาเรื่องความสับสน ไม่เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินส่วนบุคคล และส่งผลดีต่อความเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในที่สุด

สำหรับการจัดเสวนา Thailand Digital Assets Forum ครั้งนี้ เป็นความร่วมมือระหว่าง สำนักข่าวภาษาจีนไทยแลนด์ เฮดไลน์ (Thailand Headlines) และนิตยสารภาษาจีนแอทม่านกู่ (@ManGu) จับมือกับ กลต. และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความรู้ ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องแก่นักลงทุนต่างชาติ ผู้ถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลต่างชาติ และประชาชนทั่วไปที่สนใจ รวมไปถึง การประชาสัมพันธ์ให้ประชาคมโลก โดยเฉพาะประเทศจีนได้รับรู้ความคืบหน้า เกี่ยวกับ กำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทย ยิ่งไปกว่านั้น สำนักข่าวภาษาจีนไทยแลนด์เฮดไลน์ (Thailand Headlines), นิตยสารภาษาจีนแอทม่านกู่ (@ManGu) สื่อภาษาจีนที่มีอิทธิพลด้านการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารในประเทศไทย และสื่อจากประเทศจีนหลายสำนัก จะนำเสนอข้อมูลข่าวสารด้านการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทย ไปเผยแพร่สู่ประเทศจีน ต่อไป